4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
รำไพพรรณี "ราชินีนอกบัลลังก์" : จอมนางแห่งราชสำนักไทยคนที่ ๙

หลังจากคณะราษฎรเข้ายึดอำนาจพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ แล้วทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีจึงตัดสินพระทัยเสด็จไปประทับยังประเทศอังกฤษเนื่องจากพระเจ้าอยู่หัวต้องเข้ารักษาพระอาการประชวร ระหว่างนั้นทางรัฐบาลไทยเองก็มีโทรเลขกราบบังคมทูลขอเจรจากับพระเจ้าอยู่หัวอยู่หลายครั้ง ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวไม่สามารถที่จะรับข้อตกลงหลายๆอย่างได้เพราะทรงเห็นว่าอำนาจที่คณะราษฎรได้ยึดไปนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่มือของประชาชนตามแนวทางประชาธิปไตยแต่อย่างใด พระองค์จึงประกาศสละราชสมบัติจากการเป็นพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ทั้งสองพระองค์ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายอยู่ในพระตำหนักเล็ก ๆ ที่รัฐบาลอังกฤจัดถวาย สมเด็จพระบรมราชินีโปรดที่จะปลูกดอกไม้บ้างและเลี้ยงนกบ้าง ครั้นถึงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ รุ่งอรุณของวันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสพระเจ้าอยู่หัวทรงลุกจากพระแท่นบรรทมเสด็จพระราชดำเนินไปตามระเบียงทอดพระเนตรชมสวนดอกไม้ที่พระองค์ทรงปลูกเอง ด้านสมเด็จนางเจ้าฯ เห็นว่าพระอาการของพระเจ้าอยู่หัวสดชื่นกว่าทุกวันและดูเป็นปกติดี จึงมีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จไปเก็บดอกทิวลิปซึ่งเป็นดอกไม้ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดมาถวาย สวนดอกทิวลิปนี้อยู่ไกลออกไปจากพระตำหนักที่ประทับดังนั้นจึงต้องเดินทางด้วยรถยนต์พระที่นั่ง

ดังนั้นในเวลา ๙.๓๐ น. สมเด็จพระบรมราชินีและนางข้าหลวงจึงออกจากพระตำหนักโดยรถยนต์ส่วนพระองค์ที่ทางรัฐบาลอังกฤษจัดถวาย จึงมีเลขทะเบียนพิเศษซึ่งตำรวจจราจรทั้งเกาะอังกฤษจะรู้จักดี ณ บัดนั้นเองเหตุการที่ไม่มีผู้ใดคาดฝันก็เกิดขึ้น อาการพระหทัยพิการของพระเจ้าอยู่หัวได้กำเริบขึ้นกระทันหันขณะที่พระองค์บรรทมอยู่แต่ลำพัง พระหทัยของพระองค์เต้นอ่อนลงอ่อนลงทุกขณะ และในที่สุดพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระอาการช็อค นางพยาบาลได้รีบเข้าไปในห้องพระบรรทมเพื่อถวายการรักษา แต่ก็ช้าไปเสียแล้วพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเสียแล้ว

เมื่อเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าพระเจ้าอยู่หัวสวรรคตแล้ว ครั้นได้สติจึงพากันรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้จัดการเรียกรถยนต์พระที่นั่งที่สมเด็จพระบรมราชินีประทับไปเก็บดอกทิวลิปให้กลับพระตำหนักโดยด่วน โดยให้ทูลว่า "มีเหตุสำคัญเกิดขึ้นแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ตำรวจจราจรเมืองอังกฤษนายหนึ่งซึ่งเฝ้าคอยดูทะเบียนรถยนต์พอเห็นรถยนต์พระที่นั่งจอดอยู่ก็ปรี่เข้ามาทันที และแจ้งกับข้าหลวงว่าให้ทูลสมเด็จพระบรมราชินีว่าเกิดเหตุสำคัญที่พระตำหนัก ให้รีบเสด็จกลับโดยด่วน สมเด็จพระบรมราชินีพอได้ทรงทราบก็ทรงสังหรณ์พระทัย พระพักตร์ซีดเผือดลงในทันใด และทุกคนก็เริ่มรู้สึกว่าคงจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพระเจ้าอยู่หัวเป็นแน่ พอกลับรถเรียบร้อยก็ย้อนสู่ทางเก่า ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก สมเด็จพระบรมราชินีพระพักตร์ซีด ขอบพระเนตร์แดงก่ำ ทรงมีพระอาการเหม่อลอยสายพระเนตรมองขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยที่มิทรงตรัสอะไรแม้แต่คำเดียว

และในที่สุดรถยนต์พระที่นั่งก็เลี้ยวเข้าสู่ประตูพระตำหนัก ณ ที่บันไดใหญ่นั้นเอง พระประยูรญาติได้ยืนรอรับสมเด็จพระบรมราชินีอยู่ ทุกคนทำได้เพียงโค้งคำนับถวายความเคารพไม่มีใครกล้ากราบบังคมทูลอะไรใดๆ ในแววตาของทุกคนแดงก่ำความเศร้าสลดละเลงอยู่บนใบหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัดแม้แต่ลมก็เหมือนถูกสาปหลับนิ่งเงียบไปหมดทั้งๆที่ฝนตกแรงยังกับพายุ ท้องฟ้าครึ้มลงทันทีทั้งๆที่เป็นเวลาเพียงบ่ายเศษๆ สมเด็จพระบรมราชินีทรงก้าวพระบาทลงจากรถด้วยความอ่อนพระทัย หม่อมเจ้าศุภสวัสดิ์ฯ รีบเข้าประคองและนำสมเด็จขึ้นบันไดไปบนพระตำหนัก พระองค์ก้าวพระบาทช้าๆ ด้วยความเงียบสงัดทำให้เสียงรองพระบาท(เสียงรองเท้า)ดังสะท้อนไปทั่วพระตำหนัก พระพักต์ของสมเด็จพระบรมราชินีซีตเนื้อตัวสั่นไปทั้งองค์และทรงเอื่อมพระหัตถ์เปิดประตูด้วยพระองค์เอง "ทรงทอดพระเนตรเห็นพระบรมศพพระเจ้าอยู่หัวบรรทมหงายอยู่บนเพระแท่น สมเด็จพระบรมราชินีเริ่มมีพระอาการซวนเซหมดพระกำลังคล้ายจะประชวรพระวาโย(เป็นลม) น้ำพระเนตรไหลนองออกมาเป็นสาย ทรงหลับพระเนตรเหมือนกำลังรวบรวมพระกำลังแข็งพระทัยเดินต่อไปให้ถึงเตียงและตรงเข้าทรุดพระองค์ลงกราบแล้วจูบไปที่พระบาทของพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงกรรแสงออกมาดังเสมือนพระทัยของพระองค์จะสูญสิ้นตามพระเจ้าอยู่หัวไปก็มิปาน

แต่หลังจากนั้นไม่ถึงสองนาที สมเด็จพระบรมราชินีกลับทรงนิ่งไม่ปริปากตรัสอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว พระองค์ฝืนพระทัยข่มพระอารมณ์ได้อย่างน่าประหลาด ไม่มีคำพูอะไรหรือตัดพ้อใดๆ หลุดออกมาจากพระโอษฐ์เลยแม้แต่คำเดียว เสมือนว่าพระองค์จะร้องไห้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วแล้วจะไม่ให้ใครเห็นน้ำพระเนตรของพระองค์อีก หลังจากนี้ต้องลุกขึ้นยืนและเข็มแข็งสู้ต่อไป จากนั้นพระองค์จึงตั้งสติแล้วให้ทุกคนรีบจัดงานพระบรมศพโดยเร็วและเรียบง่ายตามพระประสงค์ของพระเจ้าอยู่หัวที่เคยสั่งไว้ พระชะตากรรมและความขมขื่นที่ได้บังเกิดขึ้นกับพระองค์ครั้งนี้นับว่ายากที่จะอธิบายกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดหรือตัวอักษรได้ ถือได้ว่าพระองค์ทรงราชินีที่อยู่นอกบัลลังก์พระองค์แรกของอาณาจักรไทย พระองค์เป็นอีก1จอมนางที่แสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง และสามารถควบคุมพระสติได้อย่างมั่นคงอีกด้วย




จากภาพด้านซ้าย
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีเมื่อครั้งสถาปนาขึ้นเป็นอัครมเหสี


จากภาพด้านขวา พระตำหนักที่ประทับในประเทศอังกฤษ ภาพพระอริยาบทในที่ประทับ และภาพพระเจ้าอยู่หัวในขณะเข้ารักษาพระอาการประชวร



ที่มา : คลังประวัติศาสตร์ไทย










Create Date : 25 สิงหาคม 2557
Last Update : 23 เมษายน 2558 14:44:56 น. 0 comments
Counter : 225 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter
Google ส่งอีเมล์
คลิกที่ตรงนี้ Facebook ของ Hathairat

New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.