4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
“ถวายรูด” กรรมวิธีในการเลี้ยงพระศพ



จากภาพ: ด้านบนเป็นภาพตัวอย่างประกอบลักษณะของกระทะใบบัว 
จากภาพ: ด้านล่าง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชวงศ์องค์สุดท้ายที่มีการถวายรูด 
และภาพตัวอย่างของการห่อศพในกรณีนั่งโกศ


เรื่องของศพบรรดาศักดิ์นั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควรครับ เพราะส่วนใหญ่ศพผู้วายชนม์เหล่านี้จะได้รับพระราชทานโกศสำหรับใส่ศพและจะเก็บศพไว้นานพอสมควร บางรายเก็บไว้นานถึง3ปีทีเดียว ในส่วนพระศพของพระราชวงศ์ก็เช่นเ
ดียวกันที่มักจะเก็บพระศพไว้นาน สืบเนื่องมาจากต้องรอพระราชทานเพลิงพระศพในหน้าแล้งเท่านั้น เพราะในอดีตช่วงฤดูฝนท้องสนามหลวงจะเต็มไปด้วยน้ำและใช้เป็นนาหลวงสำหรับปลูกข้าว พอเข้าฤดูหนาวจึงเริ่มก่อสร้างพระเมรุเพื่อให้ทันพระราชทานเพลิงในหน้าแล้ง ดังนั้นจึงต้องมีกรรมวิธีบางอย่างเพื่อที่จะเลี้ยงศพให้อยู่ได้นานๆโดยปราศจากกลิ่นรบกวนเพราะในอดีตนั้นไม่มียาฟอร์มาลีนกันศพเน่าเสียหรือสารเคมีเพื่อให้ศพแห้งไปเองเหมือนในปัจจุบัน

ต่อไปมาดูกรรมวิธีเลี้ยงศพเพื่อให้ศพอยู่ได้นาน ๆ (บางศพเท่านั้น) โดยเริ่มจากการกรอกสารเคมีบางอย่างเข้าไปทางปากของศพเพื่อให้ไหลเข้าสู่ภายใน เช่นสารปรอท บางทีก็กรอกด้วยน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นวิธีโบราณ แต่เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อนการกรอกสารเคมีเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ทำให้เศษอาหารที่อยู่ในศพนั้นเกิดปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่อยู่ภายในหรือพูดเป็นภาษาบ้านๆก็คือ”เน่าใน”ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำเลือดน้ำหนองของเสียต่าง ๆ ไหลซึมออกมา ยิ่งหากวันใดมีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินมาฟังสวดด้วยแล้วเจ้าพนักงานที่อยู่งานเฝ้าจึงต้องเข้มงวดเรื่องกลิ่นเป็นพิเศษโดยการสุมเครื่องหอมจากสมุนไพรอยู่ด้านหลังพระโกศเพื่อไม่ให้มีกลิ่นรบกวน

ดังนั้นก่อนถึงงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงประมาณ 1 สัปดาห์ (หรือขึ้นอยู่กับกำหนดการ) เจ้าพนักงานจะอัญเชิญศพออกมาจากโกศเพื่อเปลื้องเอาผ้าห่อศพนั้นออก แล้วนำร่างนั้นลงไปต้มในกระทะใบบัวซึ่งน้ำต้มศพนี้มีส่วนผสมของเนื้อไม้ที่มีสรรพคุณให้กลิ่นหอม เมื่อน้ำต้มเดือดก็จะใส่สมุนไพรหอมตามลงไปอีก รอจนศพเปื่อยได้ที่ก็จะเชิญศพขึ้นมาทำการ"รูด" หากเป็นพระศพก็จะเรียกว่า”ถวายรูด”ค่อยๆรูดเอาเนื้อหนังหรือเอ็นกล้ามเนื้อออกจนหมดแม้กระทั่งเครื่องในต่างๆ จะเหลือไว้ก็เพียงแต่กระดูกขาวๆจากนั้นเจ้าพนักงานก็จะอัญเชิญใส่ผ้าขาวลงสู่พระโกศเตรียมพระราชทานเพลิงต่อไป สำหรับเนื้อหนังที่เหลืออยู่ในกระทะนั้นก็จะทิ้งไม่ได้ แต่จะมีพิธีกรรมเช่นเดียวกับการพระราชทานเพลิงพระบุพโพ" หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ เคยเล่าไว้ว่าตอนเป็นเด็กเคยแอบดูเจ้าพนักงานถวายรูดพระศพสมเด็จกรมพระยานริศฯ ในขั้นตอนก่อนเชิญพระศพลงสู่พระโกศปรากฏว่าเห็นแต่หัวกระโหลกและกระดูกห่ออยู่ในผ้าขาวนั้น

การถวายรูดมีครั้งสุดท้ายใน พ.ศ. 2499 คืองานพระบรมศพสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ต่อมาปี พ.ศ. 2527 งานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี สำนักพระราชวังได้ตกลงกันว่าควรงดการถวายรูดเสีย เพราะพระมังสาแห้งติดไปกับพระบรมอัฐิ (เนื้อหนังแห้งติดกับกระดูก) ซึ่งมีผลมาจากที่พระบรมศพได้รับการถวายฉีดยาฟอร์มาลินเข้าไปในพระบรมศพแล้ว

ที่มา: https://www.facebook.com/ThailandhistoryOFwarehouse?ref=ts&fref=ts










Create Date : 21 กรกฎาคม 2557
Last Update : 21 กรกฎาคม 2557 10:05:37 น. 0 comments
Counter : 2624 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter
Google ส่งอีเมล์
คลิกที่ตรงนี้ Facebook ของ Hathairat

New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.