NGAO
Group Blog
 
All Blogs
 

Quotes




You only live once, but if you "do it right", "once is enough".
คุณใช้ชีวิตได้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าใช้อย่างถูกต้อง ครั้งเดียวก็เพียงพอ


















 

Create Date : 09 กันยายน 2559    
Last Update : 16 กันยายน 2559 22:00:38 น.
Counter : 71 Pageviews.  

The Treasure in the Field



There was a farmer who had three sons. All of his sons were very lazy, and no one helped his father to work in the field. No one cared to do any work. They only ate and slept. The farmer was very sad that his sons were lazy.
ชาวนาผู้หนึ่งมีลูกชายอยู่สามคน ลูกชายของเขาทุกคนล้วนเป็นคนเกียจคร้าน จึงไม่มีใครไปช่วยพ่อของเขาทำงานในท้องนาเลย ทุกคนเอาแต่กินกับนอนเท่านั้น ชาวนารู้สึกเสียใจมากที่ลูก ๆ ของเขาเป็นเช่นนี้

One day the farmer became very ill. He called his three sons to tell them something.
วันหนึ่งชาวนาเกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน เขาจึงเรียกลูกชายทั้งสามคนเข้ามาสั่งความ

“I have a treasure for you but it is buried in the field. After I die you may dig it up,” the farmer said then and died.

 พ่อฝังสมบัติทั้งหมดที่จะยกให้พวกเจ้าไว้ในท้องนา เมื่อพ่อตายไปแล้วพวกเจ้าจงไปขุดหากันเอาเองเถิด บอกแล้วชาวนาก็สิ้นใจตาย

The three boys went to the field and dug the ground. They dug all day trying to find the treasure, but did not find anything.
ลูกชายทั้งสามของชาวนาจึงพากันไปขุดหาสมบัติในท้องนาตามที่พ่อบอก พวกเขาช่วยกันขุดหาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่ก็ไม่พบสมบัติที่มีค่าอะไรเลย

Next day they went to the field again and dug the ground more, but they did not find any treasure.
วันรุ่งขึ้น พวกเขาก็พากันออกไปขุดหาสมบัติอีก แต่ยังคงไม่พบอะไรเลยเช่นเดิม

The boys dug the field for many days. They did not find any treasure.
ลูกชายทั้งสามของชาวนา ต่างช่วยกันขุดหาอยู่เช่นนี้ต่อไปอีกหลายวัน แต่ก็ปรากฏว่าไม่พบสมบัติอะไรเลย

Finally, the eldest son said, “Let us stop digging. We should grow corn in our field.”
ในที่สุดพี่ชายคนโตจึงพูดปรึกษากับน้อง ๆ ของเขาว่า พี่ว่าเราเลิกขุดหาสมบัติกันแล้วหันมาปลูกข้าวโพดกันดีกว่า

So they brought corn seeds and sowed them in the land they had been digging. After one month, the field was full of green corn seedlings. Three months later, the plants bore corn and when the corn was ripe, the whole field became bright yellow.
พวกเขาจึงนำเอาเมล็ดข้าวโพดมาหว่านลงในผืนดินที่ถูกขุดคุ้ยไว้แล้วนั้น หนึ่งเดือนต่อมา เมล็ดข้าวโพดก็เริ่มงอกงามเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ ถัดมาอีกสามเดือน ข้าวโพดก็เริ่มออกฝักแลดูเหลืองอร่ามไปทั่วท้องนา

“This is the treasure that father gave us,” they said happily.
นี่เอง คือ สมบัติที่พ่อยกให้แก่พวกเรา พวกเขากล่าวอย่างมีความสุข

Moral of the story: Nothing can be gained without effort.
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้

ill = ป่วย

bury = ฝัง

treasure = สมบัติ

seed = เมล็ด

sow = หว่านเมล็ด

ripe = สุกงอม




 

Create Date : 06 กันยายน 2559    
Last Update : 6 กันยายน 2559 23:00:14 น.
Counter : 174 Pageviews.  

Aesop’s Fables: The Donkey and The Grasshopper



A Donkey having heard some Grasshoppers chirping, was highly enchanted and desiring to possess the same charms of melody, demanded what sort of food they lived on to give them such beautiful voices.
ลาตัวหนึ่งได้ยินเสียงอันไพเราะของ ตั๊กแตนก็รู้สึกหลงใหลในเสียงของตั๊กแตนมาก และปราถนาที่จะเป็นเจ้าของทำนองที่มีเสน่ห์เช่นนั้นบ้าง มันจึงต้องการรู้ว่าอาหารชนิดใดที่ตั๊กแตนกินเป็นประจำ และทำให้ตั๊กแตนมีเสียงร้องที่ไพเราะเช่นนั้น

They replied, “The dew.” 
ตั๊กแตนตอบว่า “น้ำค้าง”

The Donkey resolved that he would live only upon dew, and in a short time died of hunger.
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าลาจึงตัดสินใจที่จะดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกิน น้ำค้างเพียงอย่างเดียว และในไม่ช้า…ลาก็ตายไปเพราะความหิวโหย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า (Moral of the story)
1. Where one may live, another may starve.
“สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้อื่น…อาจเป็นสิ่งที่เเย่ที่สุดสำหรับเรา”
2.อย่าหลงงมงาย…กับสิ่งยั่วยวนต่างๆมากเกินไป
3.บางสิ่งบางอย่าง…ไม่สามารถเลียนแบบกันได้
4.ต้องยอมรับความสามารถของผู้อื่นว่า …มีความสามารถไม่เหมือนใคร

คำศัพท์ (Vocabulary)
grasshoppers = (n.) ตั๊กแตน
Donkey = (n.) ลา, คนโง่ (คำไม่เป็นทางการ)
Hear = (v.) ฟัง, ได้ยิน
chirping  = (v.) เสียงร้องของนกหรือแมลง
desiring  = (v.) ปรารถนา, ต้องการ, ประสงค์
enchanted  = (v.) ทำให้หลงใหล, ทำให้ลุ่มหลง
possess  = (v.) ครอบครอง, มี, เป็นเจ้าของ
charms  = (n.) เสน่ห์
melody  = (n.) เสียงดนตรีที่ไพเราะ, ทำนองเพลง
demanded  = (v.) ต้องการ
Sort = (n.) ชนิด, จำพวก, ประเภท
reply = (VT) ตอบ, ตอบกลับ, ตอบกลับมา (Replied เป็นกริยาช่อง 2 และ 3 ของคำว่า reply)
dew = (n.) น้ำค้าง
resolved = (v.) ตกลง, ตัดสินใจ
Hunger = (N) ความหิว, ความระโหย, ความอดอยาก, ความโหยหิว




 

Create Date : 05 กันยายน 2559    
Last Update : 5 กันยายน 2559 22:25:05 น.
Counter : 129 Pageviews.  

Aesop’s Fables: Androcles and the lion story



A slave named “Androcles” once escaped from his master and fled to the forest. As he was wandering about there he came upon a lion lying down moaning and groaning. At first he turned to flee, but finding that the lion did not pursue him, he turned back and went up to him.

ทาสคนหนึ่งมีนามว่า “อันโดรเคิลส์” ครั้งหนึ่งเคยหนีหายเข้าไปหลบภัยอยู่ในป่า ขณะที่เขาเดินเตร่ไปมาอยู่แถวนั้น เขาได้เข้าไปพบสิงโตตัวหนึ่ง กำลังนอนร้องครวญครางอยู่ ตอนแรกเขาหันหลังวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่เห็นว่า สิงโตไม่ได้ไล่ตามเขามา เขาจึงหันหลังกลับ และเดินเข้าไปหามัน

As he come near, the lion put out his paw, which was all swollen and bleeding and found that a huge thorn had got into it, and was causing all the pain. He pulled out the torn and bound up the paw of the lion, who was soon able to rise and lick the hand of Androcles like a dog.
เมื่อเขาเข้าไปใกล้ สิงโตได้เหยียดอุ้งเท้าหน้าออกมา มันบวมเป่งและมีเลือดออก อันโดรเคิลส์สังเกตเห็นว่ามีหนามอันใหญ่ทิ่มแทงเข้าไป ทำให้มันเจ็บปวดนักหนา เขาดึงหนามนั้นออก แล้วพันแผลที่อุ้งเท้าของสิงโต ซึ่งในไม่ช้ามันก็ลุกขึ้นได้ และเลียมือของอันโดรเคิลส์คล้ายกับหมา

Then the lion took Androcles to his cave, and every day used to bring him meat from which to live. But shortly afterwards both Androcles and the lion were captured. And the slave was sentenced to be thrown to the lion, after the latter had been kept without food for several days. The Emperor and all his court came to see the spectacle, and Androcles was led out into the middle of the arena.
แล้วสิงโตก็พาอันโดรเคิลส์ไปยังถ้ำที่มันอยู่ และทุกๆวันมันจะนำเนื้อมาให้เขากินเพื่อยังชีพ แต่หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่ ทั้งอันโดรเคิลส์ และสิงโตก็ถูกจับได้ สำหรับทาสถูกศาลตัดสินให้ถูกส่งให้สิงโตกิน หลังจากที่สิงโตถูกขังไว้ให้อดอาหารหลายวัน สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ พร้อมด้วยข้าราบสำนักทุกพระองค์ ได้เสด็จมาทอดพระเนตรการแสดงต่อสาธารณะชน อันโดรเคิลส์ได้ถูกนำออกมาสู่กกลางสังเวียน

Soon the lion was let loose from his den and rushed bounding and roaring toward its victim, but as soon as he come near to Androcles he recognized his friend, and fawned upon him, and licked his hands like a friendly dog, The Emperor, surprised at his, summoned Androcles to him, who told him the whole story. Whereupon the slave was pardoned and freed, and the lion let loose to his native forest.
ขณะนั้นสิงโต ก็ถูกปล่อยออกมาจากคอกที่กักกัน มันวิ่งโลดแล่นไปข้างหน้าพร้อมกับคำรามใส่เหยื่อของมัน แต่เมื่อมันเข้ามาใกล้อันโดรเคิลส์ มันก็จำเพื่อนเก่าของมันได้ มันจึงกระดิกหางเข้าคลอเคลีย และเลียมือของเขาเหมือนหมาที่เป็นเพื่อนกัน พระเจ้าจักพรรดิซึ่งสงสัยในสิ่งนี้ จึงเรียกให้อันโดรเคิลส์ เข้าไปหาพระองค์ ซึ่งอันโดรเคิลส์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ พระองค์ฟัง ดังนั้น ผู้เป็นทาสจึงได้รับการอภัยโทษ และถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ และสิงโต ก็ถูกปล่อยกลับสู่ป่าอันเป็นถิ่นฐานของมัน

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า (Moral of the story)
“ความกตัญญูเป็นสัญลักษณ์ของคนดี” (Gratitude is the sign of noble souls)

คำศัพท์ (Vocabulary)
escaped = หลบหนี
flee = หนีเอาตัวรอด
pursue = ติดตาม
bleeding = มีเลือดออก
thorn = หนาม
(be) captured = ถูกจับได้
(be) sentenced = ถูกพิพากษาว่า-
court = ราชสำนัก
spectacle = การแสดงในที่สาธารณะ
arena = สังเวียนการต่อสู้
bound = ไปข้างหน้า,ไปสู่
fawn upon = กระดิกหางประจบ(เป็นอาการแบบหมา)
whereupon = ดังนั้น,ด้วยเหตุนี้
emperor = จักรพรรดิ




 

Create Date : 05 กันยายน 2559    
Last Update : 5 กันยายน 2559 22:21:05 น.
Counter : 29 Pageviews.  

นิยายภาษาอังกฤษประเภทต่างๆ (English Novels)



นิยายภาษาอังกฤษ นั้นจัดเป็นงานเขียนประเภทเรื่องแต่ง (Fictions) ซึ่งในเริ่มแรกก็ไม่ได้มีการจัดแบ่งประเภทกันอย่างจริงจังเท่าไหร่ จนกระทั่งธุรกิจการพิมพ์และการศึกษาเริ่มขยายตัว ผู้คนในสังคมจึงสามารถเข้าถึงการอ่านนิยายได้มากขึ้น ดังนั้นวงการวรรณกรรมจึงมีการจัดแบ่งประเภทของนิยาย เพื่อให้สะดวกแก่การเข้าถึงตามรสนิยมการอ่านของแต่ละบุคคลยังไงล่ะครับ มาดูประเภทของนิยาย (Novels Genre) กันเลย

นิยายแนวผจญภัย (Adventure Novels)

นิยายผจญภัยคือนิยายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางของตัวละครเอกที่อาจจะต้องพบกับภัยอันตรายและเรื่องลี้ลับมากมาย นิยายแนวผจญภัยมีลักษณะโดดเด่นคือมักใช้การเล่าเรื่องแบบบุคคลที่ 1 (1st Person Perspective) หรือการเล่าแบบบุคคลที่สามแต่มักถูกจำกัดไว้ด้วยมุมมองของตัวละครหลักเท่านั้น เพราะผู้แต่งมักต้องการคงไว้ซึ่งความตื่นเต้นของเหตุการณ์และไม่ยอมเฉลยจนกว่าตัวละครของเราจะรับรู้ หรืออีกนัยหนึ่งคือผู้อ่านจะเป็นเสมือนผู้ร่วมผจญภัยไปกับตัวละครเอกของเรื่องนั้นเองครับ นิยายแนวผจญภัยที่โด่งดังและคุ้นหูนักอ่านบ้านเรา เช่น นิยายของ มาร์ก ทเวน (Mark Twain) อย่างเรื่อง The Adventures of Tom Sawyer และ Adventures of Huckleberry Finn

นิยายแนวโรแมนซ์ (Romance Novels)

หรือนิยายแนวโรแมนติกนั้นคือนิยายที่มีเนื้อหาหลักเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ของตัวละครเอก นิยายโรแมนติกเป็นที่คุ้นเคยกับนักอ่านวัยรุ่นชายหญิงทั่วโลก เนื่องจากเป็นนิยายที่บรรจุความรู้ ทัศนคติและกลไกทางสังคมที่ทำงานเกี่ยวกับความรัก ซึ่งเป็นหัวข้อที่วัยรุ่นทั่วไปมักสงสัยใคร่รู้ การอ่านนิยายแนวโรแมนติกจึงเป็นสัมผัสกับประสบการณ์และความรู้แปลกใหม่ของช่วงชีวิตหนึ่งของวัยรุ่น นิยายโรแมนซ์ที่มีมักจะคุ้นหูคุ้นตานักอ่านบ้านเรา ผมยกตัวอย่าง งานของนิโคลัส สปาร์คส์ (Nicholas Sparks) นักเขียนนิยายแนวโรแมนติกดราม่า (Romantic Drama) ซึ่งผลงานของเขาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ให้เราได้ชมกันมากมายหลายเรื่อง เช่น The Lucky One, The Best of Me, Safe Haven หรืองานที่โด่งดังเช่น Madam Bovary

หรือจะเป็นนิยายแนวโรแมนติกแบบเหนือธรรมชาติ (Paranormal Romance) ซึ่งหลายๆเรื่องยังคงครองใจนักอ่านชาวไทยอยู่ไม่น้อยเช่น The twilight saga, Beautiful Creatures และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับความรักพิสดารอีกมากมาย

แต่หากจะพูดถึงนิยายโรแมนซ์ที่เรียกว่าขายดีที่สุดในสายตาผู้เขียนนั้น คงหนีไม่พ้นนิยายแนวตลกโรแมนติก (Romantic Comedy) ซึ่งสามารถให้ทั้งความบันเทิงและประสบการณ์แห่งความรักได้ในการอ่านครั้งเดียว และยังเป็นนิยายที่คนทุกเพศวัยนิยมอ่านกันมากทีเดียว ด้วยโครงเรื่องธรรมดาไม่พิสดาร มีมุกตลกโปกฮาอีกทั้งยังมีฉากเรียกน้ำตาให้เห็นประปราย เช่นเรื่อง Can You Keep a Secret?, Bridget Jones’s Diary

นิยายแนวสืบสวน (Detective Novels)

นิยายแนวสืบสวนนั้นโดดเด่นด้วยการวางโครงเรื่องให้ซับซ้อนด้วยการผูกปมปัญหา การให้ปริศนาบาง ทำให้ความเพลิดเพลินในการอ่านนิยายแนวสืบสวนนั้นอยู่ที่ผู้อ่านสามารถทำลุ้นไปกับการขมวดผม เปิดเผยปมและการคลายปมปัญหาของผู้เขียน นักเขียนนิยายแนวสืบสวนที่ดีจึงต้องเป็นนักเขียนที่มีความสามารถในการวางโครงเรื่องและการสร้างบุคลิกตัวตัวละครพอสมควร อีกทั้งยังต้องหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวในด้านต่างๆเช่น ความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่นิยายสมัยใหม่มักนิยมนำเสนอ ความรู้ด้านกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่สืบสวน เป็นต้น อย่างไรก็ตามนิยายแนวสืบสวนจะมีข้อจำกัดอยู่พอสมควรตรงที่ผู้อ่านต้องอ่านในแนวระนาบอย่างเดียว กล่าวคือต้องอ่านตามเรื่องที่ผู้เขียนวางไว้ให้ ไม่สามารถอ่านแบบขัดขืนตัวบทได้เท่าไหร่ มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเข้าใจปมของเรื่องได้ นิยายสืบสวนที่เราดังๆเช่น งานของ อกาธา คริสตี้ (Agatha Christie) หลายเรื่องก็ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยเช่น Death on the Nile, The Mysterious Affair at Styles , Peril at End House, The Girl Who Play with Fire

นิยายแฟนตาซี (Fantasy Novels)

นิยายแนวแฟนตาซี รวมเรื่องราวมหัศจรรย์ที่จินตนาการของผู้เขียนจะไปถึง นิยายแฟนตาซีใช้เรื่องสมมุติเสียเป็นส่วนใหญ่เป็นองค์ประกอบ (Elements) ของเรื่องเช่น ฉาก (Setting) ก็มักไม่ใช่สถานที่ที่มีอยู่จริงในโลกของเรา แก่นเรื่อง (Theme) มักสร้างขึ้นจากตำนานหรือเรื่องเล่าที่ดูเหนือจริงเช่นเรื่อง เวทย์มนต์ เรื่องเทพเจ้าต่างๆ เป็นต้น ความโดดเด่นของนิยายภาษาแฟนตาซีคือให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ที่เราไม่อาจจะค้นหาได้ในโลกแห่งความจริง สร้างความรู้ใหม่ๆเหนือจินตนาการของเราขึ้นมา งานแฟนตาซีที่เรามักคุ้นเคยเช่น Harry Potter, Alice in Wonderland, The Lord Of The Rings, The Wonderful Wizard of Oz




 

Create Date : 05 กันยายน 2559    
Last Update : 5 กันยายน 2559 22:07:44 น.
Counter : 170 Pageviews.  


สมาชิกหมายเลข 2961693
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2961693's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.