บลอกของคนตัวเล็กๆ h blog
Google
Group Blog
 
All blogs
 

กุ๋ยช่าย 5 ชิ้น

วันนี้ผมไปตลาดมา
ผม "เอ่อ เอากุ๋ยช่ายหน่อยครับ เอา อันนี้อันนึง อันนี้2อัน และก็อันนี้2อันครับ"
แม่ค้าทำหน้างง แล้วบอกว่า "ขนมเรา 4 ชิ้น 10บาทค่ะ"
ผม "ครับ"
แม่ค้า "4 ชิ้น10 บาทนะ นี่มันเกินชิ้นนึงนะคะ"
ผม "อ่า ...ใช่ครับ...."
แม่ค้าขนมร้านข้างๆ "นี่คุณ ก็ซื้อ 4 ชิ้นไปสิ จะได้คิดตังค์ง่ายๆไง 6 ชิ้นก็ได้"
ผม " เอ่อ...ผมอยากกิน 5 อัน"
แม่ค้าขนมร้านข้างๆ " 5 ชิ้นใช่ไหม อ๋อ 5 ชิ้น... อีก้อย มึงคิดไปเลย 5 ชิ้น 13 บาท" พูดแล้วก็ทำหน้าเหมือนสะใจมากๆ
แม่ค้าร้านแรก " 4 ชิ้น 10บาทนะ"
ผม " ผมอยากกิน 5 ชิ้น....."
ตอนนี้แม่ค้าร้านข้างเคียงเริ่มเดินมามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเริ่มรู้สึกอยากได้ขนมเร็วๆชิ้น แม่ค้าหยิบขนมใส่กล่องโฟมให้ผม แต่..ผมเห็นแม่ค้าหยิบขนมแค่ 4 ชิ้น แล้วทำท่าจะปิดกล่องโฟม ผมโวยทันทีว่าขาดไปชิ้นนึง
ตอนจ่ายตังค์ แม่ค้าคิด 13 บาท แบบว่าเธอคงลำบากใจมากๆ แม่ค้าร้านข้างๆทำหน้าแบบสะใจที่สุดในโลก ผมทำหน้าแบบอยากได้ขนมๆเร็ว แล้วไปจากที่นี่
ซื้อเสร็จตอนเดินออกมาจากแผงหน่อยนึง ผมหันกลับไปมองเห็นแม่ค้าแถวนั้นจับกลุ่มคุยกันใหญ่ เรื่องที่ผมกินขนม 5 ชิ้น ไม่ยอมกิน 4 หรือ 6 คิดในใจ กูว่ากูรีบไปจากที่นี่ดีกว่า กูรู้แล้วว่ากูทำผิดมากๆ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน กินกุ๋ยช่ายจนหมด ผมก็คิดว่า 5 ชิ้นเนี่ยยังไงมันก็กำลังพอเหมาะกับคนแบบผมนะ .....
18:43 8/2/2549




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2550 18:24:32 น.
Counter : 168 Pageviews.  

ไข้ประจำปีของผมมาอีกแล้ว

เหมือนเทศกาลประจำปีจริงสำหรับไข้หวัดใหญ่กับคนที่ชื่อเอ็ม ปีนี้เป็นมันซะตั้งแต่ต้นปี โธ่...อุตส่าห์นั่งทำน้ำหนักขึ้นมาได้ตั้ง 2-3โลแล้วเชียว ตอนลง ลงไป5โล สรุปขาดทุนไป 2 โลอีก กลับมาผอมเหมือนเดิม

ช่วงที่ไม่สบายหนักๆราววันที่ 3 ได้มั้ง นอนไม่หลับเลย ร่างกายรีดเหงื่อออกมาอย่างสนุกสนานไม่เกรงใจเจ้าของบ้าง ผมนอนไม่ได้เลย มันหนาวจนสั่นไปถึงข้างในแล้วก็หาย แล้วแป๊ปนึงก็กลับมาร้อนสลับหนาวกันอีก ช่างทรมานเสียนี่กระไร ผมต้องจำไว้ให้ดีมากขึ้นว่าอย่าไปกินน้ำร่วมแก้วกับคนที่กำลังเริ่มป่วยอีก จำไว้
ชั่วขณะหนึ่งของการป่วยประจำปีนั้น ผมลุกไม่ขึ้นนิดหน่อย นอนไม่หลับกินข้าวไม่ได้ รู้สึกมองอะไรเป็นสีเหลืองๆไปหมด ในตอนนั้นเองผมก็นึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา ผู้หญิงที่ตอนนี้มี vcd ลับที่ฉาวมากๆออกมา ที่ผมนึกถึงเขาเพราะผมรู้สึกว่า แค่กูไม่สบายแค่นี้ก็รู้สึกแล้วว่าทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้นมานั้น มันลำบากและทรมานขนาดไหน แล้วเธอคนนั้นในตอนนี้จะตกอยู่ในสภาพยังไง คงไม่ต่างจากผมที่กินไม่ได้นอนไม่หลับ หากแต่อาจจะต่างกันตรงที่ทุกข์ของเธอนั้นต้องยาวนานและทิ่มแทงเธอไปอีกนานแสนนาน เช้าที่ทรมานของผมจะหมดไป เมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายผมกลับมา แต่ของเธอคงไม่เหลือภูมิคุ้มกันใดๆอีกแล้ว

ผู้หญิงเมื่อยามที่มีอะไรอยู่กับแฟน 2 ต่อ 2 นั้นก็คือนังแรดเหมือนกันหมดแหละ และผู้ชายก็กลายสภาพเป็นไอ้หื่นโรคจิตกันทั้งนั้น แต่นั้นเป็นเรื่องของคน 2 คนจริงๆ เราไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งหรือเอาเธอมานั่งด่าซ้ำไปมา เปิดดูกันจนแผ่นเป็นรอย.....

ขอให้โชคดี เข้มแข็งได้อีกละกัน

ช่วงที่นอนไม่หลับเพราะไม่สบายนั้นมีอยู่คืนหนึ่งได้เปิดดู mv ของ tik shiro เพลงหนึ่ง เพลงมันเศร้ามาก กระชากน้ำตาผมออกมาได้ไงก็ไม่รู้ ผมสงสารลิง สงสารพระเอกmv จนน้ำตาไหลเลย ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ผมรู้สึกว่าผมมีอะไรที่คล้ายต็อก ศุภกร อยู่นะ เมื่อดู mv เลยรู้สึกเชียร์ตัวพระเอกไปด้วย ฉากสุดท้ายที่ลิงวิ่งตามรถไป ผมเชียร์อยู่ในใจให้ตามนางเอกทัน สุดท้ายเมื่อรถหยุดนางเอกเดินลงจากรถมาบอกพระเอกว่า ทำไมทำอย่างนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ผมเงียบเลยเศร้ามาก แต่ผมเศร้ามากขึ้นเมื่อนางเอกขึ้นรถไปแล้ว รถจากไปแล้ว ลิงตัวนั้นกลับถอดหน้ากากลิงที่ใส่อยู่แล้ววิ่งตามไปรถไปอีก แล้วเสียงของพี่ติ๊กก็ดังขึ้นอีกครั้ง "เฝ้านึกถึงเหตุการณ์ตอนที่รักกัน"

ตอนนี้ผมไม่เชียร์ให้พระเอกวิ่งตามรถนางเอกแล้ว ผมแค่อยากให้เขาหยุดวิ่งเท่านั้น

เวลาไม่สบายอารมณ์เรานี่เปราะบางเป็นบ้า







 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2550 18:16:30 น.
Counter : 156 Pageviews.  

ศรัทธาแก่ๆ.....

เคยเห็นแววตาของคนที่กำลังหมดศรัทธาในอะไรบางอย่างมั้ย แววตาของคนที่เชื่อว่าผู้ที่ทำความดีและปกป้องประเทศชาติอย่างเราจะต้องไม่ตาย เราจะยืนท่ามกลางแดดร้อนผ่าวของตอนเที่ยงวัน กินข้าวในชามปิ่นโตสีเหลืองเก่าพร้อมกับสะบัดแขนเพื่อปัดแมลงวัน ข่มความง่วงข้ามคืน ข้ามเดือน ข้ามปี เพื่อให้ประชาชนชาวไทยไม่ถูกคุกคามและหลับได้อย่างสบายใจ คนที่ทำความดีมาตลอดนั้นต้องได้รับผลที่ดีกลับไปบ้างสิ
ความศรัทธาในสิ่งดีงามพังทลายลงไป พร้อมๆกับเสียงกระสุนปืนนัดนั้น เสียงดังตึ้ม หัวกระสุนอะไรสักอย่างวิ่งผ่านหน้าอกผู้ชายคนนั้นไป หัวแหลมร้อนของมันยามเมื่อวิ่งฝ่าร่างกายของผู้ใดไป มันไม่ได้เอาไปแต่ชีวิตเขาเท่านั้น มันเอาความฝัน ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น เอาภาพมื้ออาหารเย็นของพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เอางานรับปริญญาของเด็กบางคนไป มันเอาอดีตที่แก้ไขไม่ได้และปัจจุบันที่ยังทำไม่เสร็จไปด้วย เขาน่าจะตายในทันที มันน่าจะดีกว่าที่ได้เห็นว่าคนที่ยิงเขานั้นพูดภาษาไทย

ตอนที่ผมเห็นภาพผู้ชายคนนั้นในข่าว เขาใส่ชุดตำรวจคอกลมสีแดง หน้าอกของเขามีเลือดอยู่กลุ่มหนึ่ง หน้าตาเขาดูแก่มาก ผมสงสัยว่าทำไมเขายังต้องเป็นตำรวจอยู่ ทำไมยังต้องขับมอเตอร์ไซค์ตระเวนไปในที่ๆอันตรายแบบนั้น เขาดูแก่กว่าพ่อของผมด้วยซ้ำ เขายังไม่ตายเมื่อมาถึงโรงพยาบาล เมื่อนักข่าววิ่งตามเก็บภาพของเขาที่กำลังถูกนางพยาบาลเข็นรถเพื่อพาร่างเข้าห้องฉุกเฉินนั้น เขามองกล้องตลอดเวลา ใครที่ได้ดูภาพข่าวนั้นต้องรู้สึกแปลกๆในหัวใจเหมือนกันทุกคนแน่ๆ ผมเห็นว่าในคอของผู้ชายคนนั้นมีพระห้อยอยู่มาก แทบจะเรียกว่าเต็มคอเลยก็ได้ ผมสงสัยในใบหน้าและแววตาของเขามากๆ หน้าที่ดูแก่มากๆนี้เกิดจากเพราะโดนยิงหรือเปล่า แววตาแบบนี้เหมือนกับรู้ว่านี่ผมกำลังเดินไปสู่ความตายใช่ไหม แววตาแบบมีคำถามมากมายว่า ทำไมพระไม่คุ้มครองผม ทำไมปล่อยให้ผมโดนยิงแบบนี้ และทำไมเราถึงต้องมาอยู่ที่นี่ ทำไม ทำไม

ทำไมไทยต้องฆ่าไทยแบบนี้.....

เสียงนักข่าวรายงานต่อไปว่า ในเวลาต่อมานายตำรวจแก่ๆผู้นี้ก็สิ้นชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว ผมกดเปลี่ยนช่องทีวี กดไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ.....

เหตุเกิดขึ้นที่ภาคใต้ บ้านของผมเอง บ้านของทุกคน ประเทศไทย
6/10/2549




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2549    
Last Update : 8 ตุลาคม 2549 4:51:38 น.
Counter : 155 Pageviews.  

ของสำคัญ คนสำคัญ ใคร.....สำคัญ

ตอนบ่ายโมงวันนี้ยุ่งมากๆ หาของอย่างนึงไม่เจอรู้สึกทุกข์ใจจัง เปิดประตูเข้าไปในห้องนั้นจนได้ ห้องนอนของตัวเองหน่ะแหละ กำแพงสีชมพูมาเชียว ไม่อยากเดินเข้าห้องนี้เลย จริงๆแล้วไม่เข้ามานอนในห้องนอนนี้ได้เกือบ 2 ปีแล้วมั้ง ช่างมันเถอะ หาของๆเราต่อดีกว่า รื้อไปรื้อมาไปรื้อโดนเก๊ะที่ใส่ของสำคัญเข้าให้ เปล่าๆไม่ใช่ลิ้นชักที่ใส่หนังสือโป๊หรือหนัง x นั่นเพราะผมเก็บไว้บนหลังตู้เสื้อผ้าต่างหาก ฮา.....

นั่งคิดไปคิดมาก็ตลก เมื่อก่อนตอนมีของสำคัญอะไรก็เอามาโยนใส่ไว้ในลิ้นชักนี้ แล้วก็เรียกมันว่าเก๊ะของสำคัญ พอมานั่งดูวันนี้แล้ว อะไรกันเนี่ยนี่ฉันเก็บของแบบนี้ไว้ทำไมเนี่ย คือมันไม่ใช่ของที่ไร้คุณค่าอะไรหรอก แต่ถ้าทุกอย่างมาเก็บรวมไว้ในที่เดียวกันทั้งหมดนี่แล้วเราจะหามันเจอได้ยังไง เริ่มลงมือรื้อมันออกมา ของบ้าๆของตัวเองที่พบมีดังนี้ ผ้าถุงสีน้ำเงินคราม (เข้าไปอยู่ได้ไงวะ) หนังสือแผนที่โลก แบตเตอรี่มือถือ เหรียญสลึง หวีเสนียด ที่คาดผม มีดพับ โซ่(น่าเจอแส้กับกุญแจมือด้วย เพราะในนี้มีเทียนเล็กๆอยู่) กระเป๋าตังค์ การ์ดแต่งงาน โน๊ตกลองชุด และอีกมากมาย รวมถึงจดหมายรักเก่าๆด้วย บางฉบับมีอายุ เกือบ 10 ปี (ทำเอาเสียเวลานั่งอ่าน ยิ้ม และเศร้าไปกับมันเกือบครึ่งชั่วโมง) และที่มุมลิ้นชักด้านใน ผมพบดาวกระดาษหลากสีที่บี้แบนเพราะถูกทับโดยของสำคัญอื่นอยู่ ผมทำขวดของมันแตกเอง และเนื่องจากมันไร้ขวดแก้วใบเล็กคอยใส่แล้ว ดาวจิ๋วเหล่านี้มันจึงไหลไปมา เก่า ขาด หลับนิ่งอยู่ในเก๊ะนี้มาหลายปี ถ้าคนให้รู้เข้าคงเสียใจแย่แน่ๆ แต่เขาก็จากโลกนี้ไปนานมากแล้ว จัดการเก็บมันขึ้นมา หาขวดให้มันอยู่ และวางไว้บนโต๊ะดีกว่า

ทำไมเราเป็น.....คนแบบนี้วะ

ของที่ต้องการหา หาไม่เจอ แต่ได้เจออะไรหลายอย่างที่หลงลืมไปนานหลายปี เริ่มคิดได้อีกครั้ง เดินไปหากล่องมา 2-3 ใบแยกของต่างๆลงไป เขียนไว้ที่กล่องด้วยนะว่ามันคืออะไร ตั้งใจไว้ว่าจะหาที่ให้มันอยู่จริงๆแบบไร้การรื้อค้นอีกต่อไปที่ห้องใต้บันได.....

ถ้าเราเอาของสำคัญทุกอย่างของเราไปเก็บไว้ในที่เดียวกัน มันก็จะไม่มีอะไรเป็นของสำคัญเลย มีแต่คนสำคัญตัวเองแบบผิดๆเท่านั้น ที่ทำแบบนี้กับของที่คนอื่นเขาอุตส่าห์หามาให้ หรือทำให้ ถ้าของที่เราอุตส่าห์หาให้หรือทำให้ใครไปตกอยู่ในเก๊ะสำคัญแบบนี้เหมือนกัน เราเองก็คงเสียใจ

ผมเพิ่งคิดได้เมื่ออายุ 28.....และตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก

25-9-49




 

Create Date : 26 กันยายน 2549    
Last Update : 26 กันยายน 2549 21:12:32 น.
Counter : 163 Pageviews.  

มันอุตส่าห์ตายเพื่อมึงนะ.....

นานแล้วนะ ที่ไม่ได้กลับไปเจอเพื่อนเก่าที่เคยสนิทมากๆ จู่ๆก็คิดถึงมันขึ้นมา จริงๆจะว่าจู่ๆ ก็คิดถึงขึ้นมาก็คงไม่ถูก แต่ถ้าจะบอกว่าคิดถึงมันเพราะเห็นภาพหมูที่กำลังจะถูกฆ่าในรายการทีวีก็...แหม กระดากใจ

วันหนึ่งเมื่อหลายปีที่แล้ว ในคืนฝนพรำ ผมนั่งกินข้าวต้มร้านประจำข้างถนนกับเพื่อนคนนี้ของผมอยู่ อะไรสักอย่างที่อยู่ในจานกับ กำลังถูกผมเขี่ยออกไปริมๆจาน แล้วเพื่อนของผมก็พูดขึ้นว่า “เห้ยเอ็ม มันอุตส่าห์ตายเพื่อให้มึงกินมันนะ กินมันเหอะ อย่าเขี่ยทิ้งเลย” ผมบอก “มึงเสียดายเหรอ” มันบอกว่าเปล่า เสียดายชีวิตมันหน่ะ ผมมองตามัน และเห็นว่ามันพูดจริง เลยกินตับชิ้นสีดำเข้าไป

เพื่อนผมคนนี้เป็นคนที่รักชีวิตตัวเองมากๆ ทุกอย่างที่มันทำมันต้องเซฟ เรื่องบางเรื่องอาจดูงี่เง่ามากๆสำหรับบางคน แต่สำหรับมัน เป็นเรื่องใหญ่ เช่นการข้ามถนนตอนตี3 ไม่มีทางเลยเด็ดขาดที่มันจะข้ามถนนต่อให้ถนนเส้นนั้นแทบจะไม่มีรถวิ่งผ่านเลย มันจะข้ามที่สะพานลอยเท่านั้น ทุกคนจะตลกกับพฤติกรรมของมันมากๆ แต่ผมไม่ตลก ผมรู้สึกเศร้า เมื่อผมเห็นมันเดินข้ามสะพานลอยมืดๆตอนตี 3ในคืนนั้น ผมรู้สึกเศร้ามากๆ ผมรู้ว่ามันเห็นความสำคัญของการรักษาชีวิตของตัวเองมากขนาดไหน

กี้เป็นเพื่อนสนิทของผมมากๆเลย มีเชื้อสายคล้ายๆกันรูปร่างหน้าตาก็คล้ายๆกัน สูงเกือบเท่ากันและก็หนักเกือบเท่ากัน มีคนทักว่าเราเหมือนพี่น้องกันบ่อยๆ และแม่ของผมก็ชอบพูดถึงมัน มันเคยเป็นเด็กเฮี้ยวมาก เคยดักกระทืบผมหลังโรงเรียนเลิกเพราะผมไม่ให้มันยืมหนังสืออ่าน มันเคยลากเด็กอีกห้องมาต่อยเพราะเด็กคนนั้นบอกว่ามันเดินขึ้นบันไดช้าไม่ทันใจคนเดินตามหลัง เคยเอาหนังสือโป๊เล่มละ 35 บาทไปอ่านหน้าห้องแทนรายงาน ตอนที่อาจารย์บอกให้ไปพรีเซ้นต์หน้าห้อง มันอ่านแบบช้าๆชัดๆ ในตอนที่เนื้อเรื่องกำลังเต็มเหนี่ยว ซึ่งก็แปลกที่อาจารย์ยอมให้มันอ่านไปนานทีเดียว และอีกมากมาย ที่แปลได้ความว่ามันเป็นเด็กไม่ดี

พ่อกี้เป็นนักแกะสลักไม้ฝีมือดี เคยถูกเรียกตัวไปทำงานที่จีนอยู่หลายปีแล้วไม่ติดต่อกลับมา ช่วงนั้นแม่ของมันต้องรับภาระหนักมากอยู่ ทำให้กี้กับพี่ชายของกี้นั้นเกลียดพ่อของตัวเองมากๆ ถึงขนาดเมื่อตอนพ่อกี้กลับมาแล้ว แต่มันก็ไม่ยอมคุยกับพ่อของมันอีกเลย พ่อกี้กลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่ถึงปีก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เนื่องด้วยมาจากทินเนอร์ที่อยู่ในการทำงานแกะสลัก..... ในงานศพ กี้บอกว่ามันอยากขอโทษพ่อมันมากๆ มันเพิ่งคิดได้ว่าพ่อไปทำงานและส่งเงินให้ที่บ้านมาตลอด มันต่างหากที่ไม่เคยถามพ่อมันว่าพ่ออยู่ที่โน่นแล้วจะเหงาไหมและงานหนักไหม ที่สำคัญพ่อมันไม่เคยบอกมันเลยสักคำ ว่าเขาป่วย เมื่อผมได้ยินก็รู้สึกเศร้า อยากร้องไห้ บรรยากาศในงานศพ เศร้าสร้อย แต่ทนได้


1 ปีกว่าผ่านไป.....
แม่กี้เป็นผู้หญิงอ้วนๆ ที่น่ารักมากๆ ทำกับข้าวเก่ง ดูแลงานบ้านได้อย่างดี ในขณะที่กี้ เปลี่ยนไปเป็นคนละคน มันตั้งใจเรียนตั้งใจอ่านหนังสือมากๆ เมื่อตอนที่เรียน ปวส. เช้าวันหนึ่งมันรีบไปเรียนมากๆ แต่ปรากฏว่าในเช้านั้นเองแม่กี้ลื่นหกล้มในห้องน้ำ กี้กับพี่ชายรีบพาแม่ไปส่งโรงพยาบาล พี่ชายมันบอกให้มันไปเรียนเถอะเดี๋ยวมันจะดูแลแม่เอง มันเลยไปเรียนต่อ แต่ในบ่ายวันนั้นเอง แม่ของกี้ก็เสียชีวิตลง ในงานศพ ผมไม่มีอะไรจะพูดกับมันสักเท่าไหร่ ผมไม่รู้จะบอกอะไรกับมันดี ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหลุดจากปากผมออกไป ทำได้แค่จับไหล่มันในขณะที่มันร้องไห้แค่นั้นเอง บรรยากาศในงานศพเศร้าสร้อย และผมทนไม่ค่อยได้

ผ่านไปเกือบ 2 ปี.....
บ้านของมันยามที่ไม่มีแม่อยู่นั้นดูรกขึ้นมากๆ มันไม่เคยกินอาหารที่ประกอบขึ้นในบ้านของตัวเอง อีกเลย แม้แต่ชั้น 2 ของบ้านมันเอง มันยังไม่ยอมขึ้นไป มันกินนอนอยู่ที่ชั้นล่างทั้งหมด ผมถามมันว่าทำไมไม่ขึ้นไปนอนข้างบน มันบอกข้างบนเป็นของพ่อแม่มัน เขาอยู่ข้างบนกัน ผมหัวเราะ แต่ก็แอบกลัวๆนิดๆ ผมสังเกตเห็นว่าพี่ชายของกี้ช่วงนี้ผอมลงกินแต่โจ๊กและนอนอย่างเดียวกี้บอกว่าเป็นโรคลำไส้ ผมแอบคิดอะไรบางอย่างในใจขึ้นมา และแอบภาวนาเบาๆ เมื่อมองตาของกี้มัน ตามันดูแปลกๆ

ไม่กี่เดือนต่อมาพี่มันก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งลำไส้ โลกทั้งโลกพังทลายลงไปแล้วสำหรับมัน บ้านที่เคยมีกันพร้อมหน้า พ่อแม่ลูก จบลงภายในเวลาไม่กี่ปี ผมสงสารมันมากๆ ช่วยอะไรมันไม่ได้เท่าไหร่นอกจากไปหามันไปคุยกับมันบ่อยๆ ที่หลังทีวีของมัน จะมีภาพนกกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนึงกำลังโบยบินไปในอากาศ แต่มวลอากาศในภาพนั้นดูน่าสลดหดหู่ ในขณะที่พระอาทิตย์กำลังมืดลง มองดูโดยรวมๆจะเห็นแต่ภาพมืดๆและแทบจะมองไม่เห็นนก ท้องฟ้าอาจจะใหญ่เกินไปสำหรับนกตัวเล็กๆที่เดียวดายอย่างมัน ผมพูดตลกๆบอกมันว่า บ้านมึงมันมืดจังช่วยหาภาพวิวสวยๆ หรือใครที่มันน่ารักๆมาติดหน่อยได้ไหม มันไม่ตอบอะไร ผมเลยถือเอาว่ามันยินยอมให้ปลดภาพนั้นลงเสีย

ผมอยากให้มันอดทน ถึงแม้มันจะเจ็บปวด แต่..ก็ต้องอดทนไม่ใช่หรือ เพราะนี่คือชีวิต เหมือนต้นกระบองเพชรของพี่ชายมันนั่นแหละ ต้องอดทนให้ได้แม้ในยามที่ร้างไร้ ความรัก หรือแม้แต่เสียงหัวเราะ บ้าน 2 ชั้นที่มีผู้ชายคนเดียวอยู่นั้นดูโดดเดี่ยวและแปลกแยกมากๆ การที่ต้องพยายามรักษาชีวิตส่วนที่เหลืออยู่ อยู่เพื่อใครบางคนที่ไม่มีตัวตนอีกนั้นมันช่างน่าเศร้า การต้องเดินข้ามสะพานลอยในตอนตี 3 ทั้งๆที่บนถนนแทบจะไม่มีรถนั้น ดูตลกน่าขบขันสำหรับคนกลุ่มหนึ่งแต่สำหรับผมแล้วนอกจากจะไม่ตลกแล้ว มันยังแฝงอะไรบางอย่างที่เพื่อนสนิทกันมากๆเท่านั้นถึงจะรู้.....

และผมก็อยากเห็นมันเดินข้ามสะพานลอยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดไปเช่นกัน

เมื่อวานผมดูสารคดีรายการหนึ่ง ในภาพนั้นเขาถ่ายให้เห็นถึงหมูกลุ่มหนึ่งที่กำลังถูกส่งไปโรงเชือด ภาพในโรงเชือดนั้นมืด สกปรก มีแต่น้ำ แล้วก็เลือด บรรยากาศดูหนักๆ ระคนปนไปด้วยเสียงกรีดร้องของหมู ในภาพ คนฆ่าหมูกำลังเอาเชือกมามัดปากหมูไว้กันเลือดของมันพุ่งออกมาตอนถูกแทงคอ เขาว่าเลือดของมันที่พุ่งออกมาทางจมูกเป็นเลือดไม่ดี กรงของมันใหญ่พอที่จะสอดเอาเหล็กแหลมสีเงินเปื้อนเลือดเข้าไปแทงที่คอมันได้ แต่ไม่ใหญ่พอที่จะให้มันหนีพ้นเงื้อมมือของมัจจุราชไปได้ ในขณะที่หมูตัวหนึ่งกำลังถูกชำแหละนั้น ภาพตัดไปให้ผมได้เห็นภาพที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของผมอีกภาพนึง ผมไม่สามารถลืมภาพนั้นได้เลยแม้แต่ตอนจะนอน มันไม่ใช่ภาพไส้ ภาพเลือด ภาพหัวใจหรือหัวของหมูที่ถูกแยกส่วน.....
มันเป็นภาพหมูตัวหนึ่งที่ตัวสั่นเทา ไม่ใช่สิ สั่นเทิ้มอยู่ในกรงในขณะที่มันกำลังรอคิวให้เขาเดินเอาเหล็กมาแทงคอมัน มันสั่นรุนแรงแต่ปราศจากเสียงร้อง ถ้าเป็นคนเมื่ออยู่ในสภาพนั้นก็คงต้องบ้าไปแล้ว แววตาเบิกโพลง ในขณะที่เพชรฆาตที่เดินเข้าไปหานั้นก็ดูเหมือนคนที่ไม่มีแววตา ไม่รู้เพราะอะไรภาพนั้นทำให้ผมรู้สึกแปลกๆในท้อง ผมรู้สึกอยากอาเจียน แล้วภาพในทีวีก็ตัดไป

หมูตัวนั้นทำให้ผมนึกถึงคำพูดของเพื่อนรักผมคนนึงที่พูดว่า “ มันอุตส่าห์ตายเพื่อให้มึงกินนะ” คำพูดที่ออกมาจากปากของคนรักชีวิตตัวเองมากๆคนหนึ่ง เมื่อผมนึกถึงภาพหมูที่รักชีวิตอีกตัวหนึ่งขึ้นมา มันก่อให้เกิดความรู้สึกผสม

พรุ่งนี้จะโทรหามัน ชวนมันไปกินอะไรสักอย่าง ให้ต้นกระบองเพชรมันอีกต้น แล้วกินของที่อยู่ในจานของร้านข้าวต้มให้หมด.....

18/9/49




 

Create Date : 21 กันยายน 2549    
Last Update : 26 กันยายน 2549 21:11:41 น.
Counter : 154 Pageviews.  

1  2  3  

ความตายสีชมพู
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่มีใครเลวไปกว่าใคร แค่อยากไปให้ไกลๆจากทุกคน.....

Friends' blogs
[Add ความตายสีชมพู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.