บลอกของคนตัวเล็กๆ h blog
Google
Group Blog
 
All blogs
 

อุ้ม... อนาคตของชาติ


ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี่ ชีวิตเรารู้สึกว่าจะผูกเกี่ยวกับเด็กเล็กอยู่บ่อยๆ ทำให้รู้ว่าจริงๆแล้ว เรานี่ก็รักเด็กเหมือนกันนะ แต่เด็กที่เราจะรักนั้นจะมีเด็กที่ชื่ออุ้มอยู่ด้วยหรือเปล่านะ ผมถามตัวเอง อุ้มเป็นเด็กตรงข้ามบ้านที่ถูกพ่อแม่แย่ๆ เบ่งออกมาแล้วไม่เลี้ยงปล่อยให้มันแอบนั่งร้องไห้บ่อยๆ เวลาผู้ใหญ่ใจหมาบางคนไปล้อมันว่าแม่มันทิ้ง พ่อก็ไม่เลี้ยง

ผมรู้ว่าการรับรู้ของเด็ก 6ขวบ นั้นดีแค่ไหน เพราะผมเคยเป็นเด็กมาก่อน ผมต่อต้านการรังแกเด็กมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แรกๆที่อุ้มถูกเจ๊ข้างบ้านเอามาเลี้ยงพร้อมหมานั้น อุ้มดูเป็นเด็กเงียบมากๆ ใช่อุ้มถูกเอามาเลี้ยงพร้อมหมา เจ๊ตรงข้ามบ้านได้ลูกหมาชิทสุมาวันเดียวกันกับที่ได้อุ้มมาเลี้ยงที่บ้าน ผมจำได้ว่าเจ๊เขาพูดติดตลกขนาดไหน ได้ 4ขากับ2ขามาเลี้ยงวันเดียวกันเลยเว่ยเอ็ม ฟังแล้วก็งงกับอารมณ์ตัวเอง ว่ากูควรหัวเราะดีไหมเนี่ย

อุ้มมันเป็นเด็กที่เงียบ พูดค่ะ พูดขาตลอดเวลา ผมรู้ว่ามันกดอยู่ มันเป็นเด็กบ้านนอกอยู่กับย่าตาบอดที่ไม่เคยรู้ว่าไอ้อุ้มอยู่ที่ไหนทั้งวันจนกว่าจะถึงเวลากินข้าวและอาบน้ำ เมื่อเจ๊เอาอุ้มมาเลี้ยงที่นี่ เจ๊บอกให้มันพูดเพราะๆ และอุ้มก็พูดเพราะมากซะด้วย หลายครั้งฟังดูน่าขนลุก มีครั้งนึงที่อุ้มทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วง มันวิ่งเล่นอยู่ในร้านของเจ๊นั่นแหละซึ่งผมก็อยู่ด้วย อุ้มมันวิ่งไล่ไปมาอยู่กับหมา แล้วจู่ๆก็มีเสียงดังกึงเกิดขึ้น ผมหันไปดู เห็นอุ้มชะงักตัว เอามือกุมหน้า ผมเดินไปหา แกะมือของอุ้มออกภาพที่เห็นก็คือเลือดไหลออกมาเป็นทางจากหัวคิ้วของมัน ผมหันไปดูอุปกรณ์เรียกเลือดจากอุ้มพบว่าเป็นตะขอที่เขาใช้เกี่ยวห่อขนมในร้าน มันยังอยู่นิ่งที่เดิม นั่นยิ่งน่าเป็นห่วงบาดแผลของอุ้มมากขึ้น หันมามองหน้าของอุ้ม หน้ามันเฉยมากๆ จังหวะเดียวกับที่เจ๊มาพอดี การปฐมพยาบาลจึงเกิดขึ้น เจ๊ทำได้ทุกแผลและใจเย็นมากอาจจะเพราะว่าเป็นคนอำมหิตอยู่แล้ว เวลาทำแผลสีหน้าของเจ๊จึงเรียบเหมือนกระดาษ A4 ผมเริ่มสงสัยว่าที่เจ๊ใจเย็นมากขนาดนี้ อาจเพราะว่าเขาเป็นคนที่เห็นหมาจรจัดไม่ได้ ต้องจับไปตอนให้สิ้นเสียทั้งหมดเป็นแน่เจ๊ถึงได้ใจเย็นเวลาเห็นเลือดคน และนี่น่าจะเป็นเหตุที่ทำให้เจ๊นอนคนเดียวเปลี่ยวดาย มาร่วม 38 ปี ว่าไปโน่น มาๆ มาดูเลือดนังอุ้มต่อดีกว่า เห็นอุ้มทำหน้านิ่งผิดวิสัยเด็กมากๆในขณะที่เจ๊แหกแผลล้างอยู่นั้น อดไม่ได้จริงๆต้องถามไป "อุ้ม ทำไมไม่ร้องไห้อ่ะ" คำตอบของอุ้มถือเป็นคำตอบที่รับรองว่าไม่มีchoiceไหนในข้อสอบวัดแววความรู้จะมีปรากฏอยู่แน่ๆ คือ "ก็ ขี้เกียจอ่ะ"

น่ากลัวหว่ะ ทั้งเจ๊ ทั้งเด็ก

อุ้มเป็นเด็กที่ไม่มีความน่ารักเลย แต่ชอบเดิน fashion ในบ้าน ให้คนมาซื้อของดูบ่อยๆ ขยันหากิ๊บมาหนีบผม และร้องเพลงทุกเพลงที่เคยฟังผ่านหูเกิน 2 ครั้งได้ นับว่ามันเป็นเด็กที่มีความสามารถมาก น่าตบ แต่ข้อเสียของอุ้มอย่างนึงก็คืออุ้มชอบถามอะไรก็ไม่รู้ที่เด็ก 6 ขวบไม่น่าถาม เช่น เรื่องการตาย และการแต่งงาน ซึ่งผมตอบไม่ได้ เพราะกูก็ยังไม่เคย

อุ้มเป็นเด็กไม่น่ารักเลย เวลานั่งคุดคู้หันหลัง เหมือนสมีกอลกำลังหาแหวนในถ้ำมากๆ ตัวเล็กๆกระดูกสันหลังปูดๆ

วันนี้ที่นึกครึ้มอยากเขียนเรื่องของอุ้ม ก็เพราะว่าวันนี้ อุ้มมันเก็บเสื้อผ้าของมันทุกชิ้นใส่กล่องกระดาษมานั่งหน้าบ้าน เมื่อผมเข้าไปถามมันก็ไม่ตอบ จนผมต้องไปถามจากเจ๊ที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่ เจ๊บอกว่า มันจะกลับบ้าน ผมงง อ้าวก็พ่อแม่มันไม่เอามันไม่ใช่เหรอ เจ๊บอกว่าใช่ แต่มันจะกลับ และจะกลับวันนี้ด้วย อยู่ที่นี่นะมันอยากกินอะไร มันก็ไปหยิบเอา อยากนอนก็ได้นอน เสื้อผ้าดีๆก็มีให้ใส่ อยู่ในที่ดีๆ อย่างนี้แล้วมันยังคิดอยากจะกลับบ้านนอกอีก มันจะอยู่ได้หรือวะ อยู่ที่นี่มาตั้งหลายเดือน สบายจนเคยแล้ว ยังอยากจะกลับไปลำบาก เจ๊บ่นไปเรื่อย ฟังเจ๊บ่นไปผมก็มองนังอุ้มไป หน้าตามันแน่วแน่อยู่ที่หน้าบ้านมากๆ จนกระทั่งเจ๊พูดออกมาประโยคนึงผมจึงเริ่มขยับตัว "นี่แสดงว่าตลอดเวลา มันไม่เคยรักฉันเลยนะเนี่ย มันทำดีเพื่อจะเอาตัวรอดไปยังงั้นแหละ"

ผมเดินไปหาอุ้ม ถามอุ้มว่า อุ้ม ๆ รู้เปล่าว่าแม่อุ้ม มีแฟนใหม่แล้วอ่ะ มันพยักหน้า
แล้วตอนนี้แม่อุ้มก็มีลูกคนใหม่แล้วด้วยนะ อุ้มพยักหน้า
แล้วแม่อุ้มเขาก็ไม่ได้รวยนะ แม่อุ้มขายไก่ปิ้ง บ้านจะอยู่ยังไม่มีเลย อุ้มรู้เปล่า
มันตอบว่ารู้ และมันจะไปช่วยแม่ขายไก่ปิ้ง พูดจบ มันก็นั่งทำหน้าแน่วแน่ รอแม่ที่ไม่มีวันมาของมันอยู่หน้าบ้านเหมือนเดิม

อุ้มเป็นเด็กที่ไม่น่ารักเลย แต่พี่เอ็มชอบอุ้มหว่ะ เอ็งมันสุดดี สุดตั้งแต่เด็กดี เหมือนพี่เลยหว่ะ.....

ความรักนะความรัก
2:34 21/12/2548




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2548    
Last Update : 29 ธันวาคม 2548 17:32:24 น.
Counter : 156 Pageviews.  

ไอ้บ้าเอ๊ย.....


"ก็อกๆๆๆ"

โดนแม่ปลุกตั้งแต่เช้า ผมเพิ่งนอนไป 2 ชั่วโมงเอง แล้วในฝันของผมก็ดันกลายเป็นว่าผมไปนั่งดูหนังเรื่อง harry potter อยู่ (ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้ดู) ฉะนั้น สมองและสายตาผมจึงยังหนักและล้ามากๆ แต่ต้องตื่น เดี๋ยวไปนอนเอาที่โรงพยาบาลก็ได้ วันนี้แม่ผมมีนัดตรวจและฟังผลด้วย อาบน้ำไปยังงงกับภาพฝัน เอ.. ไอ้แฮรี่ ภาคความฝันผมนี่หน้ามันแปลกๆเว้ย

เมื่อส่งแม่ที่โรงพยาบาล สิ่งที่ผมต้องทำเป็นประจำทุกครั้งที่มาโรงพยาบาลนี้คือ ไปนั่งเล่นริมแม่น้ำดูคนดูเรือ และถ้าอากาศดีพอๆกับความรู้สึกผม ผมจะลงไปนั่งเรือข้ามฟากเล่นสัก 2 เที่ยว นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ ที่ผมต้องเทียวไปเทียวโรงพยาบาลอยู่อย่างนี้ ผมไม่เคยเบื่อ แต่อาจจะเคยมีบ่นๆไปบ้างกับแม่ว่าเหนื่อย เมื่อเผลอพูดไปแล้วก็เสียใจ และตั้งใจว่าจะไม่พูดอีก

เดินหากาแฟสดเจ้าประจำ เมื่อได้มันเข้ามาอยู่ในมือแล้วผมก็เริ่มเดินอีกครั้ง จนกว่าแม่จะโทรมาเรียก ผมมีเวลาอีกนาน ความตั้งใจที่จะมานอนรอแม่ที่โรงพยาบาลมีอันต้องยกเลิกไปทุกครั้งเมื่อมาถึง ผมนอนในที่สาธารณะอย่างนี้ไม่ได้จริงๆแฮะ

หาที่นั่งไม่ได้ เลยเลือกที่จะยืนอ่านหนังสือฟรีดีกว่า ส่ายตาไปมาได้หนังสือซุบซิบดารามาอ่านเล่นๆหนึ่งเล่ม แต่เจ้าของร้านคงไม่อยากเล่นด้วยมั้งหน้าเขาดูยุ่งๆ อืม...นุ่น บอกโล่งอกที่เลิกเขตต์ เจมส์เอ๊ะ อาถรรพ์ 7 ปี ลือฝ่ายชาย แอบกิ๊กไทยโมเดล อ่านไปเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงคนโวยวาย ผมหันไปมอง เห็นรถเก็บขยะและคนเก็บขยะ 3 คนในชุดฟอร์มกำลังยืนรุมด่าชายคนหนึ่งที่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนที่ไม่ปกติ

"เห้ย มารื้ออีกแล้ว ไปๆ" ผู้ชายที่กำลังรื้อเศษขยะอยู่ทำท่าไม่สนใจ เขาดูมีสมาธิกับงานของเขามากเลย
"มึงมาทุกเช้าเลยนะ หลบรถหน่อยเด้ กูจะเก็บ" จริงๆแล้วชายผู้นั้นอาจจะไม่ได้ยินเสียงอะไรด้วยซ้ำ เขานิ่งและจดจ่ออยู่กับถุงพลาสติกมากๆ

"ไอ้บ้า เอ๊ย..." ชายบ้าเก็บขยะ หันขวับไปทางต้นเสียงที่เป็นพนักเก็บขยะทันที ในแววตา ไม่ได้แฝงไปด้วยความโกรธหรืออาฆาตแต่อย่างใด ผมชักไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่บ้าแล้วในตอนนี้ พนักงานเก็บขยะเงียบลง พร้อมๆกับชายบ้าเดินจากไป หน้าเขาดูคุ้นตาผมมากๆ

ผมเพิ่งสังเกตุเห็นในตอนนี้เองว่าไม่ได้มีใครสนใจเหตุการณ์เล็กๆนี้เลย มีผมเพียงคนเดียวที่หันไปมองและสนใจกับมัน แม่ผมโทรให้ไปรับพอดี น้ำเสียงแม่ผมราบเรียบผิดปกตินิดหน่อย ผมจึงรีบจากร้านหนังสือนั่นไปทิ้งข่าวนุ่นโล่งอกเลิกเขตต์ไว้เบื้องหลัง

ขากลับบ้าน ผมนึกหน้าชายบ้ารื้อขยะคนนั้นออกแล้วว่าเหมือนใคร หน้าเขาเหมือนแฮรี่ พอตเตอร์ในความฝันของผมนั่นเอง นึกได้แล้วก็ยิ้ม ขับรถคันเก่ากลับบ้านหลังเล็ก ด้วยความเร็ว 60 กิโล ต่อชั่วโมง.....

17:20 12/12/2548




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2548    
Last Update : 13 ธันวาคม 2548 21:20:19 น.
Counter : 166 Pageviews.  

เอดส์กับความรัก


จะปีใหม่อีกแล้ว ผ่านไปเร็วโคตรๆ นึกๆดูแล้ว ช่วงปีที่ผ่านมามีเรื่องต่างๆเกิดขึ้นเพียบเลย ทั้งเลวร้ายและดีงาม ได้เริ่มทำอะไรใหม่ๆด้วยตัวเอง เช่น ทำกับข้าวกินเอง

ดูหนังคนเดียวเอง และได้เล่นเพลงของตัวเองในที่สาธารณะ ได้ตื่นเช้าไปใส่บาตร ได้เพื่อนใหม่ๆ ที่มีนิสัยดีๆน่ารักๆ และเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปีที่น้ำหนักตัวของ

ผมขึ้น อา..ช่างเป็นปีที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายจริง .....

วันนี้ไปนั่งซดเบียร์เย็นๆกับเพื่อนคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆ การพูดคุยกันในกลุ่มเป็นไปอย่างค่อนข้างดี จนกระทั่งเราพูดกันเรื่องโรคเอดส์และปัญหาของเด็กสมัยนี้ที่มี

sex กันง่ายเกินไป ผมนั่งฟังมันเงียบๆ รู้สึกเหมือนกับว่าเพื่อนผมเป็นคนแก่ยังไงไม่รู้ ไม่ใช่ว่ารู้สึกเห็นชอบหรือเห็นดีงามไปด้วยกับค่านิยม sex เสรีของเด็ก

สมัยนี้ ผมแค่รู้สึกว่าตอนเรายังเด็กๆ พวกเราก็อยากที่จะเรียนรู้จากเรื่อง sex กันให้ไวไว ทั้งนั้น เราเองก็เคยโดนผู้ใหญ่ในยุคนู้นด่าว่าเช่นกัน แล้วเราจะกล้าไปด่า

เขาได้ยังไง ในเมื่อเราก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขาเท่าไหร่

สะดุดกับคำพูดของเพื่อนอยู่คำหนึ่ง มันพูดประมาณว่าไอ้เด็กพวกนั้นเนี่ย มันใจแตก อนาคตมันไม่มีหรอก พอได้ยินคำนี้แล้วต่อมครูยุ่นของผมก็เริ่มเดินเครื่องอย่างช้าๆ

มันบอกเป็นสถิติว่ามีเด็ก ม.ปลายเป็นโรคเอดส์ในระยะฟักตัวเท่าไหร่ และอยู่ในช่วงแอบแฝงเท่าไหร่ ผมรู้สึกว่าตัวเลขพวกนั้นมันน่าเบื่อ ผมไม่ชอบวิชาสถิติ เนื่องด้วย

เป็นคนที่ไม่ทำอะไรด้วยสมองด้วยเหตุผล ทำอะไรด้วยหัวใจและอารมณ์ล้วนๆ และอาจจะเป็นนักศึกษาคนเดียวในรุ่นที่เรียนสถิติไป 15,000 บาท แล้วยังได้แค่เกรด

d ผมจึงเบื่อโพลมากๆ เรื่องที่น่าสนใจมากกว่าผมมองเข้าไปที่ครอบครัวนะ มันบอกว่าโรคเอดส์เนี่ยเกิดขึ้นมาเพื่อทำลายไอ้พวกสำส่อนเลยนะ ผมชักสงสัยว่าคำพูดแบบ

นี้ออกมาจากคนที่เวลาเงินเดือนออกแล้วต้องรีบไปเที่ยวผู้หญิงทุกต้นเดือนแบบมันได้ยังไง ผมลากลับบ้านมาตอนตี 2 กว่าๆ ระหว่างทางกลับบ้านก็นั่งคิดเรื่องที่มันพูด

ไปเรื่อยๆ

สำหรับผมแล้วเนื่ย ผมคิดว่าโรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากความรักโดยแท้จริงเลยแหละ ผู้หญิงที่เขามีอะไรไปเรื่อยๆ กับชายแปลกหน้าตามสถานที่เที่ยวกลางคืนนั้น

ผมคิดว่าบางส่วนก็คงต้องการอยากจะสร้างคุณค่าให้กับตัวเองมากกว่า ว่าเห้ยเนี่ยเราเหนือนะเว่ย มีคนมาให้ควงให้นอนด้วยไม่ซ้ำหน้า แต่ถ้ามองกันไปให้ลึกๆจริงๆแล้ว

ผู้หญิงพวกนี้ก็ต้องการความรักที่แท้จริงทั้งนั้นแหละ ใครอยากจะให้ผู้ชายมานอนทับบนตัวทุกวันๆ โดยที่ไม่ได้รักบ้างหล่ะ บางคนอาจจะเคยเจ็บมาและเวลาไม่อาจเยียวยา

บางคนก็มีปัญหาครอบครัวต้องอยู่ห่างไกลกันหรือพ่อแม่แยกทาง ลึกๆแล้วทุกคนก็ยังโหยหามันอยู่ตลอดเวลา ความรัก.....

บางคนติดเอดส์จากการใช้เข็มฉีดยา กลุ่มคนติดยาพวกนี้จริงๆแล้วน่าสงสารจะตาย ที่ผมกล้าพูดเพราะเกิดมาในแหล่งที่มีคนเสพยาให้เห็นบ่อยๆ ในถังขยะแถวบ้านหรือ

ที่ซอกอับๆมองดีๆเราจะเห็นเข็มที่ใช้แล้วทิ้งอยู่ ตอนเด็กๆผมเคยเก็บมาเล่นด้วยซ้ำ คนติดยาส่วนใหญ่ก็มีปัญหามาจากความรักทั้งนั้น ได้มากไปหรือว่าได้น้อยไป พ่อแม่

โอ๋มากเกินไปหรือเปล่า ทำงานดีใหญ่โต แต่ไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูกหรือเปล่า ปล่อยให้ลูกอยู่กับเพื่อนและคอมส์พิวเตอร์ทั้งวันเกินไปหรือเปล่า พ่อบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูก

ของตัวเองตอนนี้ เรียนชั้นอะไรแล้ว และแน่นอนมันคือเรื่องจริงผมเคยเห็นมาแล้ว เด็กบางคนน่าสงสารมากๆ เคยอ่านเจอตามข่าว ไปกับเพื่อนกลุ่มที่ติดยา โดนเพื่อน

ตัวเองพาไปข่มขืนแล้วหนีออกมาจากวังวนเลวๆนั้นไม่ได้ สุดท้ายต้องพลอยติดยาไปด้วย เราจะไปโทษเด็กอย่างเดียวก็ไม่ได้ ที่ติดตามกันไปกลางค่ำกลางคืนกับเพื่อน

ผู้ชายมากหน้าหลายตาอย่างนั้นได้ยังไง ต้องโทษพ่อแม่ใช่ไหมที่ไม่ดูแลลูกปล่อยให้ลูกออกจากบ้านตอนค่ำๆมืดๆไม่เป็นห่วงดูแล หรือต้องโทษบริษัทของพ่อแม่ที่ไม่ยอม

ให้พ่อแม่ของเด็กกลับบ้านมานั่งคุย นั่งกินข้าวดูละครกับลูกเร็วๆที่บ้าน หรือต้องโทษค่าเทอมของลูกที่แพงเสียจนพ่อแม่ต้องทำงานล่วงเวลา มันเกิดจากความรักทั้งนั้น

แหละ.....

บางคนติดเอดส์จากการบริจาคเลือด นั่นก็ติดจากความรักเพื่อนมนุษย์ น่าเสียใจมากๆ

เดือนธันวาคม เป็นเดือนที่หนาวน้อยมากๆในปัจจุบันนี้ แต่ทุกที่ก็เต็มไปด้วยความสุข เดือนธันวานอกจากจะเป็นเดือนที่มีวันหยุดเยอะ มีไฟสวยๆให้ไปถ่ายรูปคู่กันอย่าง

โรแมนติกแล้ว มันยังเป็นเดือนที่ทำให้ผมนึกถึงใครบางคนในชีวิตผมที่จากโลกนี้ไปก่อนเวลาอันควรด้วยโลกเอดส์

ความรักนะความรัก.....
1:58 12/12/2548





 

Create Date : 13 ธันวาคม 2548    
Last Update : 13 ธันวาคม 2548 21:19:17 น.
Counter : 270 Pageviews.  

กินเหล้ากันนะมึง.....

วันนี้ ครึ้มอกครึ้มใจบอกไม่ถูก รู้สึกอยากเจอเพื่อน หลังจากให้เพื่อนเป็นฝ่ายมาหาที่บ้านอยู่ฝ่ายเดียวมานาน วันนี้ผมจะไปนั่งคุยนั่งเล่นกับเพื่อนที่บ้านมันบ้าง เพื่อนผมคนนี้มันเป็นคนแปลก ออกแนวขวางโลกนิดๆ ดูแข็งๆแต่ข้างในอ่อนมาก ผมพอดูออก มันเป็นคนที่มีนิสัยเหมือนผมมาก จนบางครั้งผมยังเคยนึกว่าจับมันมาเป็นพี่น้องกับเราเลยดีไหมวะ

เราเป็นเพื่อนกันมา 13 ปีแล้ว ทุกอย่างไม่ต้องพูดแล้ว เราเข้าใจกันหมด มันเป็นคนที่รักแฟนมันมากๆ แต่ไม่ค่อยแสดงออก อาจเพราะมันแสดงออกไม่เก่ง อารมณ์มันเหมือนคนตายด้าน หัวเราะน้อยๆ ดีใจก็น้อย เศร้าก็น้อย มันคบกับแฟนมันมา 8 ปีได้มั้ง เพราะการแนะนำของผม ผู้ชายที่ไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนอย่างมัน มีแฟนได้เพราะผมนะเนี่ย ใครจะไปนึก คนประเภทที่ได้รับจดหมายรักจากผู้หญิงข้างบ้าน แล้วทำให้มันไม่กล้าเดินออกจากบ้านร่วมอาทิตย์อย่างมันจะมีแฟนได้ แต่มันก็มีจนได้ และรักกันมากด้วย.....

เข้าปีที่ 8 ความรักเริ่มจืดจาง มันทะเลาะกันบ่อย มันหลบมานอน มากินเหล้าที่บ้านผมบ่อยๆ แต่ไม่เคยเล่าเรื่องที่มันเก็บไว้ในใจจนแทบล้นนั้นออกมาให้ได้ยินสักคำ มันทำตัวเหมือนปกติ แต่จริงๆแล้วมันสกปรกมากขึ้น ไม่สิ สกปรกมากๆ มากจริงๆนะ บ่อยครั้งผมแอบคิดว่าในรถมันน่าจะมีงูหรือแมลงสาบอยู่สักตัวด้วยซ้ำ ตอนมันเริ่ม เอ่อ..ขอใช้คำว่าเริ่มนะ ตอนมันเริ่มอกหัก มันไม่ล้างรถเลยเกือบครึ่งปี และยังมีถุงลูกชิ้นกับห่อเฟรนฟรายด์ตกอยู่ในรถมันด้วย แต่มันก็ยังทำเฉยๆ พูดคุยปกติ ผมชักเป็นห่วงมัน แต่ตอนนั้นผมก็เอาตัวเองแทบไม่รอดเหมือนกัน เพราะผมก็กำลังจะถูกทิ้ง เอาละเว่ย มนุษย์ไม่สมประกอบ 2 คน มาอยู่ร่วมกัน ไปเที่ยวกันกินเหล้ากัน ทั้งๆที่กำลังเจ็บปวดอย่างหนัก แต่ผมจะแสดงอาการอะไรออกไปมากไม่ได้ ในเมื่อมันไม่เคยมีอะไรออกมาสักแอะ ผมเป็นผู้ชายเหมือนกัน ห้ามร้องๆ

เราใช้ชีวิตโหว่ๆ ของเราผ่านไปในแต่ละคืนแต่ละวัน อย่างทรมาน ผมเห็นมันเหมือนเห็นผม มันเห็นผมก็เหมือนเห็นตัวเอง บ่อยครั้งที่มันมายืนเรียกผมหน้าบ้านตอนดึกๆ และเมื่อเปิดประตูให้มันเข้าบ้าน มันก็ถามก่อนเลยว่ากินเหล้ากันไหมวะ.....

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีแล้วที่เราเหมือนคนพิกลพิการ ตอนนี้ผมดูดีขึ้นมาบ้าง เพื่อนผมดูดีขึ้นมาหน่อย เราเหมือนคนปกติมากแล้ว วันนี้อยากไปหามันที่บ้านสักหน่อย หลังจากปล่อยให้มันมาหาผมที่บ้านฝ่ายเดียวอยู่นาน เมื่อไปถึงบ้านมัน ผมคิดว่ามันดูแปลกๆไป เมื่ออยู่ในบ้านของตัวมันเอง เมื่อถอดหน้ากาก sale engineer ออกไป มันดูเป็นตัวเองมากขึ้น คือดูเซอร์ๆ แบบเด็กฝรั่งนั่นเอง เราคุยกันได้นิดเดียวมันก็บอกว่า กูง่วงหว่ะ นอนก่อนนะ เมื่อคืนไปกินเหล้ามา ทิ้งผมให้นั่งเล่นกับไอ้บิ๊ก หมาแก่ของมันอยู่ฝ่ายเดียว มันนอนไปเรื่อย ส่วนผมก็ลุกเดินไปเดินมาในห้องมันอย่างคุ้นเคย เปิดตู้เสื้อผ้าออกมาดูหน่อยดีกว่ามีเสื้อของเราอยู่กี่ตัวที่นี่วะเนี่ย อยากรู้ เปิดออกมาแล้วยังไม่ทันหาเสื้อของตัวเองก็ต้องปิดไป ผมมองไม่เห็นเสื้อผ้าของมันเลยในตู้เสื้อผ้านี้ มันเอาเสื้อผ้าของมันไปไว้ที่ไหนของบ้านก็ช่างมัน แต่ในตู้เสื้อผ้านี้ มีแต่เสื้อผ้าของแฟนมัน แฟนคนที่เลิกกับมันมาเป็นปีแล้วมั้ง ผมเห็นแล้วก็ได้แต่เงียบ นี่คงเป็นตู้สำคัญของมันไปแล้ว ออกห่างๆดีกว่า ผมเดินไปเล่นคอมพ์จิตใจแปลกๆนิดหน่อย เพราะผมกำลังถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกเก่าๆ อีกแล้ว

เมื่อเปิด internet ขึ้นมา หน้าแรกที่มันตั้งไว้คือหน้าของ google อืม...หน้านี้เป็นหน้าหลักของคอมพ์ผมเหมือนกัน ผมลองกดดูในช่อง search ของมันดู อยากรู้ว่ามันsearch หาอะไรไว้บ้าง เผื่อได้ลู่ทางไปเวปชั่วๆเพิ่มขึ้น แล้วผมก็ต้องอึ้งเงียบอีกครั้ง ชื่อที่มันค้นหาในช่องนั้น หลายรายการ คือ ชื่อของแฟนมันที่ทิ้งมันไป ทั้งๆที่ชื่อนั้น ใครๆก็รู้ว่า search ยังไงก็ไม่มีวันเจออะไรขึ้นมาหรอก มีหลายอย่างที่ เราหาจาก internet ไม่ได้ ผมรู้ว่ามันก็รู้อยู่ การทำแบบนี้อาจทำให้มันหายเหงาหรือจะทำให้ตัวเองจ่อมจมอยู่ในความเหงาของตัวเองมากขึ้นก็ไม่รู้ แต่หลายคำเห็นแล้วรู้สึกเศร้ามาก เช่นชื่อว่า (.....แฟนเก่า)หรือ (อยู่ที่ไหน ตามด้วยชื่อแฟนเก่า) อะไรๆ อีกมาก ที่ผมรู้ว่ามันกำลังพยายามตามหาใครอยู่ มันคงเหงาและคิดถึงแฟนของมันมาก ผมไม่มีเวลาที่จะสงสารมันเท่าไหร่นัก เพราะผมก็กำลังถูกความรู้สึกเก่าๆ จู่โจมอยู่เหมือนกัน คราวนี้มันหนักและรุนแรง คงต้องอดทนให้ได้เหมือนมัน อีกสักครั้งหน่ะ เดี๋ยวมันก็คงผ่านไป.....

ผมนั่งรอเงียบๆในห้องของมัน รอมันตื่นขึ้นมา เพื่อจะบอกมันว่า "กินเหล้ากันนะมึง"



ความรักนะความรัก 23/11/48




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2548 1:09:08 น.
Counter : 166 Pageviews.  

เมื่อน้องสาวผมถ่ายนู้ด

เรื่องมันมีอยู่ว่า น้องสาวคนกลางของผมไปถ่ายภาพนู้ดมา ถ่ายหลายภาพ หลายงาน ลงหนังสือที่ออกแนวผู้ชายๆ เยอะ แล้วจะมีคำถามที่ผมต้องพบต้องเจอบ่อยก็คือ มึงปล่อยให้น้องมึงไปถ่ายได้ไงวะ พ่อแม่คงเสียใจเนอะ ตราบาปติดตัวไปเลยนะนี่ หรือไม่ก็คงร้อนเงิน

จริงๆแล้วเรื่องที่น้องผมไปถ่ายนู้ดนี่ ผมยินดีนะ เรื่องจริงเลยคือผมยินดี แม่พ่อก็ไม่ว่าอะไร หนังสือทุกเล่มที่น้องผมไปถ่ายมาผมก็มีเก็บไว้ที่บ้าน 2 เล่มเสมอ ผมคิดว่าน้องสาวผมไม่ได้ชั่วเลวอะไร คนเรามีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไป น้องผมอยากเอาดีทางด้านนี้ ก็ต้องไปให้สุดทางเท่าที่จะไปได้ใช่ไหม ผมเล่นดนตรีรักที่จะเต้นกินรำกินก็ต้องอดทนต่อไปใช่ไหม ผมว่าคนที่กำลังทำอะไรที่สังคมเขาไม่ค่อยยอมรับว่าดีเนี่ย ส่วนใหญ่ที่เขาท้อแท้กันไปนั้นต้องมาจากคำหบาบหยามของคนแน่ๆ ตอนที่อะไรๆมันยังไม่ดีไม่สำเร็จเนี่ยชอบด่าชอบว่าเราจังเลยนะ.....

มีอยู่ 2-3คนที่ถามผมแรงมากๆเกี่ยวกับเรื่องน้องสาวผมเนี่ย บางคนถามว่า เวลามึงดูรูปน้องสาวมึงเนี่ย มึงมีอารมณ์หรือเปล่าวะ ผมตอบว่าไม่กูไม่ใช่สัตว์ ผมมองเป็นภาพศิลปะ ผมรู้ว่าคำว่าศิลปะ เป็นคำพูดที่น่ากระดากปาก สำหรับคนกรุงเทพ เมืองแห่งเทคโนโลยีและความศิวิไล ตึกสูงๆ ออฟฟิส สวยๆนั่นต่างหากงานศิลปะ เวลาผมตอบไปว่ามันคืองานศิลปะ มักได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนๆตามมาเสมอ ไม่เป็นไร.....

ผมไว้ใจน้องผมมากๆ วันแรกที่มันได้งานถ่ายมา มันก็รีบมาถามผมและพ่อแม่ว่ามันจะทำดีไหม ผมบอกว่าได้เงินนี่หว่า ไม่ได้ไปทำเหี้ยๆใส่ใครซะหน่อย ส่วนแม่ก็ไม่ว่าอะไรเพราะตอนนั้นป่วยๆอยู่คงเถียงไม่ทันอยู่แล้ว ผมเห็นว่ามันเอาจริง ถ้างั้นก็ทำไปเถอะ

เพราะฉะนั้นผลกระทบจากคำถามแรงๆ ที่ออกจากปากมาสู่ใจผมและพ่อแม่เสมอๆ นั้น ผมรับได้ ตราบเท่าที่ผมยังเชื่อว่าน้องผมเป็นคนดี.....




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2548 21:48:53 น.
Counter : 318 Pageviews.  

1  2  3  

ความตายสีชมพู
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่มีใครเลวไปกว่าใคร แค่อยากไปให้ไกลๆจากทุกคน.....

Friends' blogs
[Add ความตายสีชมพู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.