บล็อกนี้ไม่เน้นเรื่องความถูกต้องตามประวัติศาสตร์ แต่จะพยายามมองประวัติศาสตร์ให้มากกว่าเรื่องเล่า ลองคิดมุมต่างๆจากเนื้อหาที่มีทั้นด้านการเมือง เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรมศาสตร์ และผังเมืองของเรื่องราวต่างๆในประวัติศาสตร์ยุคสุโขทัย-อยุธยา
space
space
space
space

ศรีสัชนาลัย แม่น้ำยมและแก่งหลวง ว่าด้วยเรื่องเศรษฐภูมิศาสตร์




เชลียง ศรีสัชนาลัย เชียงชื่น สวรรคโลกล้วนคือเมืองเดียวกันเป็นเมืองโบราณแห่งหนึ่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนว่าเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าต้องมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่มีความสวยงามจำนวนมากเหมาะกับการพากันไปเซลฟี่แต่หากถามว่าศรีสัชนาลัยมีการจัดตั้งเมืองอย่างไรทำไมจึงมีความสำคัญมาตลอดยุคของสมัยอยุธยา

ศรีสัชนาลัยนั้นเดิมเป็นเมืองคู่ของสุโขทัยแต่แม้เมื่อศรีสัชนาลัยล้มหายตายจากหมดความสำคัญจนราชวงศ์พระร่วงผู้สืบทอดจากพ่อขุนรามคำแหงย้ายจากเมืองสุโขทัยมาสร้างศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ที่พิษณุโลกแล้วศรีสัชนาลัยก็ยังมีความสำคัญอยู่มากจากที่จะเห็นพระนเรศไปปราบกบฏพระยาพิชัยและพระยาศรีสัชนาลัยไม่ยอมร่วมกับพระองค์ต้านพม่าโดยพญาพิชัยนำพลพรรคไปรวมตัวกันที่เมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นเมืองป้อมที่เข้มแข็งความโดดเด่นของศรีสัชนาลัยที่ทำให้มีมีความสำคัญอย่างต่อเนื่องเกิดจากสภาพทางกายภาพที่สำคัญและผลผลิตทางอุตสาหกรรมของศรีสัชนาลัยคือเครื่องสังคโลก

โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้ศรีสัชนาลัยมีความสำคัญของเมืองอยู่ได้เกิดจากปัจจัยสามประการด้วยกันแม่น้ำยม ,แก่งหลวง และภูเขาล้อมเมือง 

ศรีสัชนาลัยและแม่น้ำยม

เมืองศรีสัชนาลัยนั้นตั้งอยู่ริมน้ำยมซึ่งต่างจากเมืองสุโขทัยซึ่งตั้งห่างจากแม่น้ำยมถึง 15 กมโดยในทางภูมิศาสตร์นั้นแม่น้ำยม


โดยแม่น้ำยมนี้มีต้นน้ำในบริเวณที่เทือกเขาของเมืองน่านแต่แม่น้ำส่วนใหญ่จะวิ่งผ่านเมืองแพร่และสุโขทัยก่อนจะไปรวมกับแม่น้ำน่านในจังหวัดพิษณุโลกในทางการค้าสมัยโบราณนั่นการลำเลียงสินค้าผ่านแม่น้ำเป็นสำคัญนั้นอาจหมายถึงการเลือกตั้งเมืองศรีสัชนาลัยในพื่นที่ริมน้ำยมย่อก่อประโยชน์ทางการค้าคือสินค้าจากเมืองแพร่และศรีสัชนาลัยย่อมลำเลียงทางแม่น้ำยมไปรวมกันที่แม่น้ำน่านและออกเจ้าพระยาในที่สุด


แต่เดี๋ยวก่อนหากพิจาณาตำแหน่งที่ตั้งของตัวเมืองศรีสัชนาลัยให้ดีอาจต้องพิจารณาจุดแข็งในการตั้งเมืองที่บริเวณดังกล่าวอีกนอกจากแค่ริมน้ำยมเฉยๆนั่นคือ ทำไมต้องตั้งตรงนี้หากตัดเหตุผลด้านยุทธศาตร์การป้องกันเมืองออกอีกสิ่งที่น่าสนใจคือน้ำยมมักจะท่วมพื้นที่สองริมฝั่งอยู่เสมอเพราะแม่น้ำยมมีตลิ่งตื้นมากและติดกับพื้นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ที่มักเป็นข่าวอย่างสม่ำเสมอคือสุโขทัยธานีน้ำท่วม(ท่วมจนช่วงน้ำท่วมเกิดผืนน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า “ทะเลหลวง”) หรือบางระกำพิษนุโลกที่นายกยิ่งลักษณ์ปำบางระกำโมเดลเพราะท่วมทุกปีหลังทำบางระกำโมเดลก็ท่วมอีก

แต่ศรีสัชนาลัยไม่ท่วม ทำไมถึงไม่ท่วม หากพิจารณาจริงๆจะพบว่าศรีสัชนาลัยตั้งอยู่บนที่ราบริมเขาทำให้แม่น้ำยมในบริเวณที่ราบที่ตั้งเมืองศรีสัชนาลัยนี้มีเทือกเขาตัดผ่านกลางเมืองเลยตลิ่งริมน้ำของเมืองศรีสัชนาลัยนั้นสูงมากเป็นอันตัดปัญหาเรื่องน้ำท่วมเมืองไปได้นับเป็นภูมิปัญญาเรื่องน้ำท่วมเมืองออกจากปัญหาชีวิตไปได้เลย

นอกจากนั้นแก่งหลวงหรือโขดหินที่อยู่ต่อจากแนวเขาพนมเพลิงเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างยิ่งในการตั้งเมืองศรีสัชนาลัยตามความเห็นของผมคิดว่าแก่งหลวงของศรีสัชนาลัยนี้คงจะมีหินหนาแน่นมากจนสามารถทำตัวเป็นเขื่อนย่อยๆทางเมืองอาจหาวิธีกั้นน้ำเพิ่มเติมจนน้ำเป็นเหมือนฝายทดน้ำ เมื่อมีการทดน้ำในลักษณะฝายทดน้ำดังกล่าวย่อมทำให้เดินเรือจากแพร่มาศรีสัชนาลัยได้ทั้งปีซึ่งแม่น้ำสายหลักอื่นจะกั้นน้ำในวิธีดังนี้คงจะยากเพราะไม่มีหินธรรมชาติช่วยทำตัวเป็นโครงสร้างให้กั้นแม่น้ำคงยากไปในเทคโนยีสมัยนั้น













นั่นคือเมื่อมีการลำเลียงสินค้าของป่ามาจากเมืองแพร่ทางแม่น้ำยมเมื่อมาถึงบริเวณแก่งหลวงย่อมไม่สามารถผ่านได้ต้องนำสินค้าขึ้นขึ้นฝั่งก่อนส่วนเมือสินค้าขึ้นฝั่งแล้วจะมีพ่อค้าคนกลางรับซื้อไปขายต่อด้านล่างหรือเพียงแค่ส่งโดยแพใหม่โดยพ่อค้าคนเดิมย่อมไม่ทราบได้ในทัศนส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นการรับซื้อสินค้าจากผู้ขายรายย่อยและสะสมจนได้ปริมาณมากจึงค่อยน้ำล่องเรือมาขายต่อยังกรุงศรีอยุธยาในภายหลังเสียมากกว่าดังนั้นศรีสัชนาลัยคงมีโกดังสินค้าขนาดใหญ่ที่ไว้สะสมสินค้าของป่าอยู่กระมัง 




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2560   
Last Update : 18 พฤษภาคม 2560 20:20:08 น.   
Counter : 356 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
space
space
นิคมอุตสาหกรรมศรีสัชนาลัย





ในโลกยุคปัจจุบันเราได้อาหาร เครื่องดื่ม รถยนต์ มอเตอร์ไซต์ ทีวี ตู้เย็นที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ล้วนแต่ทำการผลิตอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมซึ่งทำหน้าที่ผลิตให้สินค้าอุตสาหรรมจากการประดิษฐ์เพื่อการใช้งานและการค้านิคมอุตาหกรรมในประเทศไทยแห่งแรกในยุคปัจจุบันคือนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของยุคปัจจุบันก็จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมคือนิคมอุตสาหกรรมบางชัน…….แต่หากพิจารณาย้อนหลังไปในยุคสมัยสุโขทัยจะพบว่านิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของเราน่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมศรีสัชนาลัยเสียมากกว่านั่นคือนิคมอุตสาหกรรมซะก่อน
  1. แหล่งเตาทุเรียงตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสุโขทัย พื้นที่ 5000 ตร.
  2. แหล่งเตาป่ายางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองสุโขทัย เนื้อที 5500 ตร.
  3. แหล่งเตาเกาะน้อย พื้นที่ 195,000 ตร.มอยู่ห่างจากแม่น้ำยม 5 กม

จากที่เห็นจากขนาดการค้าและการผลิตเครื่องสังคโลกผลิตมากที่สุดที่ศรีสัชนาลัยนั่นเองสาเหตุที่อยู่สุโขทัยเกิดการค้าขายเครื่องสังคโลกอย่างมหาศาลขึ้นมาย่อมมีสาเหตุคงไม่เกิดมาเพราะบุญญาบารมีของกษัตริย์บางพระองค์เป็นแน่ลองดูลำดับเหตุการณ์เทียบระหว่างไทยกับจีนแล้วจะเห็นกุญแจในเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจนมากขึ้น

  1. พ่อขุนศรีอินทราทิตเข้าครองเมืองสุโขทัยปี1792 รัชสมัยยาว 30 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวมองโกลเริ่มขยายอำนาจ
  2. มองโกลเข้ายึดครองต้าหลี่ในปี1796ในช่วงนี้ก็ยังอยู่ในช่วงของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
  3. มองโกลปราบเกาหลีในปี1801ก็ยังอยู่ในช่วงของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
  4. มองโกลปราบจีนและตั้งราชวงศ์หยวนปี1822ตรงกับรัชสมัยที่พ่อขุนรามคำแหงขึ้นครองราชย์
  5. ราชวงศ์หยวนล่มสลายในรัชสมัยของพญาลิไท

 

 จากลำดับเวลาที่แสดงมาย่อมแสดงให้เห็นว่า supply การผลิตเครืองสังคโลกหายไปจากตลาดอย่างกระทันหันเนื่องจากสงครามของราชวงศ์หยวนที่ทำกับราชวงศ์ซ้องสังคโลก(ซ้องลงก็ก) เลยเกิดอาการขาดตลาด ราคาพุ่งปรี๊ดในย่านอาเซียน สุโขทัยจึงเป็นแหล่งผลิตสินค้าทดแทนเกรดเอแทนจีนตลอดช่วงเวลารุ่งโรจน์ แต่คาดว่าตลาดอุตสาหกรรมสังคโลกก็คงไม่ยืนยาวมากนักเพราเมื่อราชวงศ์หมิงมาแทนที่ราชวงศ์หยวนราชวงศ์หมิงเป็นคู่ค้าที่สำคัญของอยุธยาเครื่องสังคโลกของจีนก็คงกลับมาขายเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยมแทนราชวงศ์สุโขทัย





 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2560   
Last Update : 5 พฤษภาคม 2560 16:50:17 น.   
Counter : 280 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
space
space
พระร่วงคือกษัตริย์องค์ไหนของสุโขทัย



ประวัติศาสตร์สุโขทัยสำหรับผู้เขียนนั้นเป็นประวัติศาสตร์ที่มีเสน่ห์ย่างยิ่งโดยผู้เขียนเดินทางไปดูอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยครั้งแรกเมื่อปี 2558 จากนั้นก็เกิดอาการหลงรักสุโขทัยอย่างถอนตัวไม่ขึ้นด้วยความสนใจประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิมบวกกับอาชีพปัจจุบันที่ทำให้ต้องรู้เรื่องวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมอยู่แล้วเลยคิดจะเริ่มโปรเจคเล็กๆของตัวเองที่ฝันแบบเพ้อๆของตัวเองมาหลายปีว่าอยากมีหนังสือที่เราเป็นคนเขียนเองมีชื่อติดอยู่ข้างสันสักเล่มในชีวิตจึงได้เริ่มโปรเจคเล็กๆอันนี้ที่เขียนถึงเรื่องราวต่างๆของเมืองต่างในแคว้นสุโขทัยตามความเข้าใจและพื้นฐานความรู้ของผู้เขียนเองจะบอกว่าเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ก็คงจะไม่ถูกต้องนักอย่างไรก็ตามลองอ่านเล่นๆเอาเพลินๆกันดูนะครับ

ประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้นเต็มไปด้วยความขาดความต่อเนื่องทางเนื้อหาประวัติศาสตร์เนื่องจากการขาดแคลนหลักฐานอันนี้เองทำให้ประวัติศาสตร์สุโขทัยจึงสนุกมากโดยเฉพาะแนวทางประวัติศาสตร์สุโขทัยนั้นเป็นประวัติศาสตร์แบบลูกครึ่งนั่นคือสำหรับอยุธยามีการจดบันทึกประวัติศาสตร์ในรูปของเอกสารทางประวัติศาสตร์ต่างๆเช่นพงศาวดารจดหมายเหตุของพ่อค้าต่างประเทศทำให้การเขียนประวัติศาสตร์ทำการเขียนได้อย่างชัดเจนแต่แทบจะตรงข้ามกับประวัติศาสตร์ล้านนาซึ่งการบอกเล่าประวัติศาสตร์ทำการบอกเล่าผ่านทางนิทานต่างๆเช่น ตำนานโยนกเชียงแสน เวียงหนองล่ม หรือ ชินกาลมาลีปกรณ์ ทำให้ประวัติศาสตร์ออกมาในรูปนิทานมีอภินิหารเต็มไปหมดแต่ประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นประวัติศาสตร์ลูกครึ่งคือมีทั้งเรื่องเล่าอย่างตำนานพระร่วงและที่จารึกอย่างมั่นคงอย่างยิ่งเช่นศิลาจารึกทำให้เมื่อพยามเรียนรู้ประวัติศาสตร์สุโขทัยมันถึงสนุกเอามากๆ

“พระร่วง”เมื่อผมอ่านเรื่องพระร่วงตอนเด็กๆผมคิดเอาเองเหมือนทุกคนว่าพระร่วงนี่คงหมายถึงพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแน่ๆเพราะท่านดังที่สุดจากศิลาจารึกหลักที่ 1 นั่นเอง แต่พอเริ่มโตขึ้น ชักงงสิพระร่วงส่งส่วยน้ำ พระร่วงวาจาสิทธ์ พระร่วงเล่นว่าว พระร่วงไปเมืองจีนทำไมพระร่วงทำหลายเรื่องจัง แถมมีพระร่วงเป็นพี่ พระลือเป็นน้องอีก โอ้ย ชักเยอะตกลงพระร่วงเป็นใครกันแน่


ผมไปหยิบส่วนที่พอจะเห็นเค้าโครงประวัติศาสตร์บางตอนที่มองเห็นภารกิจภายนอกแคว้นของกษัตริย์สุโขทัยองค์ที่ดังที่สุดคือพ่อขุนรามคำแหงมาตอนหนึ่งคือตอนสร้างเมืองเชียงใหม่ พญามังรายนี้เป็นกษัตริย์ที่มีแสนยานุภาพมากจนอยู่ในระดับมหาราชเลยแต่เรื่องหนึ่งที่ผมมองว่าท่านไม่ประสบความสำเร็จนักคือเรื่องการสร้างบ้านแปงเมืองท่านสร้างเมืองมาหลายเมืองแต่ดูไม่ค่อยจะเก่งด้านนี้นัก เช่นเวียงกุมกามนั้นมักโดนน้ำท่วมจนต้องเลิกราไปสร้างเมืองใหม่เอง หากพิจารณาในแง่นี้แสดงว่าเหล่านักปราชญ์ราชบัณทิตในหัวเมืองล้านนาคงไม่ค่อยจะชำนิชำนาญในวิทยาการการสร้างบ้านแปงเมืองนักคงต้องหาที่ปรึกษามาช่วยพญามังรายจึงเล็งอย่างชัดเจนว่าใต้ฟ้ามหาสมุทรแล้วว่าผู้ชำนาญด้านการสร้างเมืองออกแบบเมืองคงไม่มีใครเกินจาก“พ่อขุนราม” แห่งแคว้นสุโขทัยแต่ถ้าดูจากโปร์ไฟลท์ของมหาราชแห่งราชวงศ์ลวจักราชแล้วไม่มีคอนเน็คชั่นกับพ่อขุนรามจึงตามมาช่วยไม่ได้จึงต้องไปพึ่งนายหน้าคนหนึ่ง “พญางำเมือง” แห่งเมืองพะเยาทำไมถึงคิดว่าพญางำเมืองเป็นนายหน้าเพราะหากไปดูเมืองพะเยาในปัจจุบันก็ไม่เจอเมืองโบราณอะไร แสดงว่าจริงๆพญางำเมืองก็คงไม่สู้ชำนาญเรื่องการสร้างเมืองสักเท่าไหร่ในสามกษัตริย์ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่นั้นค่อนข้างจัดเจนในหน้าที่พญามังรายเป็นเจ้าของโครงการ พญางำเมืองเป็นนายหน้าไปติดต่อพ่อขุนรามมาส่วนพ่อขุนรามคงเป็นทีมสถาปนิกวิศวกรที่เชียวชาญในหน้าที่ดังกล่าว

เรื่องมันอยู่ตรงนี้แหละว่าพญางำเมืองนั้นรู้จักพ่อขุนราม แต่พญามังรายไม่รู้จัก ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นก็จากประวัติศาสตร์พบว่าพ่อขุนรามกับพญางำเมืองเป็นเพื่อนเรียนกันโดยสถานที่เรียนคือไปเรียนเมืองนอกเมืองนาในเมืองละโว้ ลองคิดดูเล่นๆการส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพื่อหาความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเมืองและธุรกิจเราให้โตขึ้นก็คงส่งไปในบ้านเมืองที่เจริญกว่าเราเป็นแน่เหมือนทุกวันนี้เราก็ส่งลูกหลานไปเรียนในบ้านเมืองที่เจริญกว่า เช่นต่างจังหวัดก็ส่งมาเรียนกรุงเทพ กรุงเทพส่งไปเรียนอเมริกา เรียนอังกฤษอะไรประมาณนี้ แสดงว่าในยุคสมัยที่พ่อขุนรามและพญางำเมืองเด็กๆนั้นพระบิดาของทั้งสองต้องยอมรับในความเจริญกว่าของละโว้นั้นหมายถึงในยุคนั้นละโว้น่าจะยังเป็นอาณาจักรที่มีความเจริญก้าวหน้าเหนือแคว้นอื่นๆอยู่

หากพิจารณาจากผังเมืองสุโขทัยและเชียงใหม่จะพบว่าเป็นการสร้างเมืองแบบขอมคือการสร้างเมืองเป็นสี่เหลี่ยมคูน้ำคันดิน นั้นเป็นเทคโนโลยีของขอมโดยแท้นึกถึงนครวัดไว้น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดซึ่งความรู้อันนี้จะศึกษามาจากสำนักเรียนที่ละโว้หรือจากเมืองสุโขทัยเองก็ยากที่จะตอบได้  แต่ก็น่าจะเชื่อได้ว่าน่าจะเป็น knowhow ในวงศ์พระร่วงเพราะไม่เห็นพญางำเมืองที่ไปเรียนที่ละโว้เหมือนกันกลับมาสร้างพะเยาได้ นอกจากการสร้างเมืองให้มีคูน้ำคันดินแล้วยังมีภูเขาอยู่ให้อิงนั่นคือเมืองเชียงใหม่มีดอยสุเทพและสุโขทัยมีเขาหลวงการสร้างเมืองแบบนี่เป็นการออกแบบที่เรียกว่า “วณานคร”เอาหละเรื่องวณานครนี้คงไม่พูดถึงในตอนนี้เก็บไว้ก่อนมันบังเอิญผ่านมาเฉยๆเดี๋ยวหลงทาง แต่แน่ๆคือพญามังรายนั้นคงอาศัยเรื่องความรู้ความชำนาญเรื่องการบริหารจัดการน้ำของสุโขทัยมาใช้ในการสร้างเมืองเชียงใหม่แน่ๆเพราะเวียงกุมกามเพิ่งน้ำท่วมมาใหม่ๆเลยคงเข็ดเอามากๆ เลยต้องหาคนมีความรู้มาช่วย ในยุคนี้เองตำนานเชียงใหม่กล่าวถึง”พระร่วง”ทั้งเรื่องพระร่วงสร้างเมืองเชียงใหม่และพระร่วงเป็นชู้กับเมียพญางำเมือง แสดงว่าอย่างน้อยที่สุดคำว่าพระร่วงในสมัยพ่อขุนรามนั่นมีอยู่แล้วเป็นที่รู้กันทั่วว่าหมายถึงกษัตริย์สุโขทัยแน่นอนคราวนี้ต้องตั้งคำถามว่าพระร่วงคนแรกคือใคร

หากดูศิลาจารึกหลักที่2 พบว่าก่อนราชวงศ์พระร่วงจะได้ครองเมืองสุโขทัยนั้นสุโขทัยยังไม่ใหญ่มากนักและเป็นเมืองคู่กับเมืองศรีสัชนาลัยเวลานั่นเจ้าเมืองสุโขทัยคือพ่อขุนศรีนาวนำถม( นำถมนี่แปลว่าน้ำท่วมอารมณ์ว่าปีที่ศรีนาวนำถมนี่มีน้ำท่วมใหญ่เลยตั้งชื่อไว้ว่าน้ำท่วม)พญาศรีนาวนำถมนี่ใหญ่ไม่ใหญ่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก แต่ที่แน่ๆคือท่านมีลูกชายตัวท็อปอยู่หนึ่งคนคือพ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราด(เมืองราดอยู่ไหนอ่ะ) แล้วเมือพญาศรีนาวนำถมเกิดตายขึ้นมาพ่อขุนผาเมืองซึ่งครองเมืองราดอ่านดูดีๆนะครับ ศรีนาวนำถมครองเมืองสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย พ่อขุนศรีนาวนำถมมีลูกชายอย่างน้อย2 คน คนแรกคือพ่อขุนผาเมืองครองเมืองราดพระยากำแหงพระรามพ่อชองมหาเถรศรีสัทธาครองเมืองสองแคว(พิษณุโลก)บ้านนี้แปลกต่างคนต่างครองเมืองไม่มีใครรอเป็นรัชทายาทรอครองสุโขทัย ลูกชายคนสำคัญคือพ่อขุนผาเมืองแห่งเมืองราดก็ไปชวนเอาเพื่อนมาช่วยรบนั่นคือไปชวนพ่อขุนบางกลางหาวแห่งเมืองบางยางมาช่วยรบ(นี่ก็แปลกทำไมไม่ชวนกำแหงพระรามน้องชายตัวเองมาดันไปเอาคนอื่น)โดยในแผนการรบคือให้พ่อขุนบางกลางหาวบุกเมืองศรีสัชนาลัยและพ่อขุนผาเมืองบุกสุโขทัยเมื่อบุกเมืองได้ก็ยกเมืองให้พ่อขุนบางกลางหาวเอาดื้อๆเลย แถมให้ชื่ออีก “ศรีอินทราทิตย์”คู่ศึกที่พ่อขุนผาเมืองกับพ่อขุนบางกลางหาวรบด้วยนี่คือ“ขอมสบาดลำพง” ก็ไม่รู้คือใครนะ แต่เป็นขอม และมีลำพง พ่อขุนผาเมืองเจ้าเมืองราดนี่ไม่ขี้ไก่นะครับมีชื่อพระราชทานจากกษัษริย์จากนครธมว่า ศรีอินทราทิตย์แถมมีเมียเป็นลูกสาวเจ้าเมืองนครธมเป็นพระชายาด้วยชื่อพระนางสิงขรมหาเทวีลูกสาวของเจ้าเมืองศรีโสธราปุระ แสดงว่าแกเป็นพี่บิ๊กแถวนี้แหงมๆพอยึดเมืองได้ก็ยกทั้งเมืองทั้งชื่อให้พ่อขุนบางกลางหาว

เมื่อได้ครองเมืองสุโขทัยนี่เองพ่อขุนบางกลางหาวในชื่อใหม่ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาโดยเริ่มจะมีจารึกและตำนานต่างๆกล่าวถึงพระองค์ เช่น

1.พ่อขุนศรีอินทราทิตย์อันนี้เป็นชื่อในจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนราม ประมาณว่าพ่อเรียกลูก

2.พ่อขุนบางกลางหาวอันนี้เป็นชื่อในศิลาจารึกหลักที่ 2 ของมหาเถรศรีสัทธาอันนี้ศัตรูที่พ่ายแพ้ทางการเมืองเลยเรียกชื่อเก่า

3.พระอรุณราชเป็นชื่อที่บันทึกไว้ในชินกาลมาลีปกรณ์ของเมืองล้านนา

จากทั้งสามชื่อจะเห็นว่าชื่อหลังครองราชย์นั้นล้วนมีความหมายถึงพระอาทิตย์ตรงกับนักวิชาการหลายท่านกล่าวไว้ว่า “พระร่วง” คำว่าร่วงนี้หมายถึงความ “รุ่งเรือง”ไม่ได้หมายถึงพระรุ่งเรืองอันคงชี้ไปถึงพระอาทิตย์นั่นเองดังนั้นพอสถานประมาณได้ว่าคำว่าพระร่วงคงหมายถึงกษัตริย์ที่ครองเมืองสุโขทัยในวงศ์ที่สืบต่อจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นแน่

จากที่สรุปอย่างโมเมแบบนี้ก็น่าจะให้ภาพการกำหนดคำว่าพระร่วง ว่าต้องเป็นเจ้าในแคว้นสุโขทัยที่สืบทอดจากพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ด้วยไม่เห็นหลักฐานใดกล่าวถึงว่ากษัตรย์ศรีนาวนำถมจะถูกเรียกว่าพระร่วงดังนั้น พระร่วงคนแรกคนเป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์เป็นแน่




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2560   
Last Update : 18 พฤษภาคม 2560 18:31:25 น.   
Counter : 364 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
space
space
1  2  

สมาชิกหมายเลข 3850125
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สนใจประวัติศาสตร์ช่วงสมัยสุโขทัย-อยุธยา พยายามทำความเข้าใจตามหลักการความรู้ตามปัจจุบันเท่าที่พอหาได้

space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3850125's blog to your web]
space
space
space
space
space