welcome to my Blog
Group Blog
 
All blogs
 

ภูเก็ตอนุมัติงบกว่า 20 ล้านกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน



นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาโครงการหมู่บ้าน/ชุมชน จ. ภูเก็ต ประจำปีงบประมาณ ครั้งที่ 1/2551 โดยมีคณะกรรมการและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายนิรันดร์ กล่าวว่า สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อพิจารณาโครงหมู่บ้าน/ชุมชนต่างๆในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอถลางและอำเภอกะทู้ ที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการระดับอำเภอเพื่อเสนอขอรับประมาณประจำปี ที่จัดสรรมาให้ใช้จ่ายในโครงการหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นจำนวนเงิน 91 ล้านบาท

ที่ประชุมได้พิจารณาโครงการฯ ที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการระดับอำเภอแต่ละอำเภอ โดยมีการอภิปรายโครงการต่างๆกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะความโปร่งใสในรายละเอียดการดำเนินงานของโครงการที่นำเสนอ ตัวเลขงบประมาณที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เป้าหมายภายใต้กรอบแผนงาน และกระบวนการมีส่วนร่วมตัดสินใจของของประชาชน ซึ่งหลายโครงการ ไม่มีเอกสารยืนยันการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยหนึ่งในคณะกรรมการใช้คำว่า มีโครงการสอดใส้เข้ามาหลายโครงการ

อย่างไรก็ดี ตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี เพื่อกระจายงบประมาณลงมากระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติโครงการหมู่บ้าน/ชุมชนที่เสนอขอรับงบฯ มาทั้งหมด ซึ่งมีจำนวน 46 หมู่บ้าน รวม 108 โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น 20,018,378 บาท แต่ยังไม่ถึงร้อยละ 50 ตามข้อตกลงที่มีการลงนามของหน่วยงานราชการที่จะต้องเร่งเบิกจ่ายให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณประจำปีภายในเดือนมีนาคม





 

Create Date : 20 มีนาคม 2551    
Last Update : 20 มีนาคม 2551 12:59:41 น.
Counter : 142 Pageviews.  

คนทำข่าวดอทคอม

http://www.konthamkhao.com/MamboLaiThaiGlobalV4.5.5_MySQL5/




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2551 11:41:04 น.
Counter : 186 Pageviews.  

มือที่มองไม่เห็น

การแถลงนโยบายของรัฐบาล จัดเป็นสีสันให้ประชาชนคนไทยได้ติดตามกัน ในความเคลื่อนไหวในด้านการเมือง หรือการจัดการประเทศ ที่หลายคนต้องจับตา

นอกจากจะปฏิเสธไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงใดๆในการเมืองการปกครอง ล้วนมีความเชื่อมโยงส่งผลกระทบต่อทุกผู้ทุกคนแล้ว อรรถรสในการรับชมบทบาทการแสดงของนักการเมือง ยังสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชม ไปพร้อมๆกับสร้าง อารมณ์ความรู้สึก และทัศนคติที่มีต่อ บุคคล ข้อมูล เนื้อหา สถานการณ์ ต่างๆ ให้แก่สังคม

เช่นการแถลงนโยบาย ที่ผ่านมา นอกจากถ้อยความที่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่จะใช้เป็นแนวทางและแผนการดำเนินงานของรัฐบาล ยังมีประเด็น ของฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ความเหมาะสมในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการโยงความสัมพันธ์ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา 19 ที่เกิดเป็นข่าวขึ้นมาตั้งตาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถจุดประเด็นความสนใจ และสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้แก่ ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่ได้แค่เพียงรับรู้เรื่องราวจากจากบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อ “ประชาธิปไตย” ที่ทำให้กลุ่มนักศึกษาที่เรียกร้องความชอบธรรมต้องพบกันเหตุการณ์นองเลือด

“ทุกความเคลื่อนไหว เกิดจากความตั้งใจ วางแผนกันเป็นขั้นตอน” เป็นบทสรุปของ กิเลนประลองเชิง นักเขียนในดวงใจ ที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ แง่มุมที่คนไทยไม่เคยรู้ ในคอลัมน์ ชักธงรบ (หนังสือพิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 22 ก.พ.) หลังจากการบรรยายในบทความ แฉวิธีการ ป้อนข้อมูลที่บิดเบือนเสี้ยมความคิด สร้างความร้าวฉานในหมู่คนไทย กระทั้งเกิดเหตุการณ์ที่เป็นรอยด่างของประวัติศาสตร์

หาใช่เพียงเพราะ “ตำรวจเมาแล้วทำปืนลั่น” แต่เป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องและเนิ่นนานของ “มือที่มองไม่เห็น” ที่หวังอำนาจและผลประโยชน์บนผืนแผ่นดิน ซึ่งได้บ่อนทำลายศรัทธาที่มีต่อสถาบัน ที่คอยขัดขวางการล้ำเส้นอำนาจอธิปไตยอำนาจ ในประโยชน์ของทรัพยากรมาอย่างยาวนาน โดยมีคนไทย ทั้งที่ไม่รู้ตัวและรู้ตัวแต่ยอมเป็นเครื่องมือในการได้มาซึ่งอำนาจ และแสวงหาผลประโยชน์นั้น ซึ่งผลมันก็คือสถานการณ์เลวร้ายที่คนไทยจะต้องเผชิญ

...................................................................................................................

ย้อนกลับมาที่ บุคคล ที่อยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน อย่าง ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะ ด้วยความคิดของท่านเองหรือความคิดของใคร ซึ่งได้กลายเป็นคำตอบที่โพร่งออกมาจนทำให้กลายเป็นที่มาของฉายา “หมักศพเดียว” ที่สร้างความรู้สึกที่ขัดแย้งกับหลายฝ่าย แม้แต่พลพรรคร่วมรัฐบาลเอง

แล้วยังมาเพิ่มระดับความเข้มข้นในเรื่องนี้ ครั้งที่อภิปรายนโยบายในรัฐสภา ด้วยการสาบาน ซึ่งนอกจากไม่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในตัวนายกฯ แล้วยังนำไปสู่ประเด็นที่คาดว่าจะนำมาใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์ถัดไป

ที่แน่ๆ คือผู้ชมยังจะได้อรรถรสให้การติดตามความเคลื่อนไหว แต่จะเกิดประโยชน์อะไร นอกจากแรงกดดันให้ นายกฯ ตกเป็นเป้าในการไล่บี้ ขณะที่ เครือข่ายพลพรรคกำลังเร่งสานต่อ นโยบายขายทุนทางธรรมชาติของประเทศ โดยอ้างการนำเม็ดมาเสริมเศรษฐกิจ

ดั่งที่ท่านรองนายก มิ่งขวัญ ได้แถลงแผนการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ ช่วงสุดท้ายการของการอภิปราย ซึ่งทำให้หลายคนเคลิบเคลิ้มไปกับแนวทางที่อาจจะเป็นไปได้ แต่ทำได้ยาก เว้นแต่การส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ที่ทำได้โดยง่าย และงาบได้สะดวก

ที่เขียนเช่นนี้ ก็เพราะประสบการณ์ในถ้อยแถลงที่สวยหรูดูดี ที่เหมือนการขายฝัน สร้างวิมานในอากาศ เช่นครั้งที่เคยมีผู้ประกาศว่า ภายใน 4 ปี คนจนจะหมดไปจากประเทศไทย

กว่าจะทราบว่า ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ ของพวกท่านมิ่งขวัญ จะปรากฏออกมาเป็นเช่นใด ถึงตอนนั้นไม่รู้พวกท่านจะปล่อยให้ทุนต่างชาติ เข้ามายึดครอง อำนาจในประเทศเพิ่มขึ้นมาอีกมากมายเท่าไหร่

ท่านอ้างว่า เม็ดเงินต่างชาติได้ไหลไปเวียนนามจนแซงหน้าไทย เหมือนว่า ก่อนหน้านี้ คนไทยอยู่ดีกินดีกว่าเวียดนาม เพราะดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาได้มากกว่า เรื่องแบบนี้ ตาสียายสา ได้ยินท่านว่า ก็คงเห็นด้วย...แล้วมันเงินให้เปล่าซะที่ไหน

จะเขียนอีกกี่ที ผมก็ยังต้องค้านเรื่องนี้แบบสุดขั้วหัวใจ

ตั้งแต่ประเทศไทยประกาศให้เป็น นิกส์ ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม โดยการให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน (แทนที่จะลงทุนเอง) ไทยมีตัวเลขความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสภาพความเป็นอยู่ รวมทั้งสภาพสังคมที่ตกต่ำย่ำแย่ลงมาตามลำดับ ความสามารถ หรือคุณค่าของทรัพยากรบุคคล ที่เป็นแรงงานเป็นผู้สร้างกำไรให้กับทุนต่างชาติ มากกว่า สร้างประโยชน์ ให้กับประเทศไทยเอง อันเนื่องมาจากการจัดสรรแบ่งปันกำไรที่ทำให้ไทยเสียประโยชน์

ท่านรอง มิ่งขวัญ น่าจะเข้าใจสิ่งที่ผมเขียนได้ง่ายขึ้น หากผมยกตัวอย่าง อสมท. ที่ท่านมิ่งขวัญ เคยเป็นประธานคณะกรรมการ

หากเปรียบ อสมท. เป็น ประเทศไทย ที่มีอำนาจ หรืออธิปไตยในการจัดสรรประโยชน์ที่เกิดสถานีโทรทัศน์ (ทุนทางทรัพยากร) และ บริษัทไร่ส้มของคุณ สรยุทธ เปรียบเสมือน เอกชน หรือ รัฐ (ต่างชาติ) ที่เข้ามาใช้ประโยชน์จากการเผยแพร่ของสถานีโทรทัศน์

เปรียบการเข้ามาทำรายการของคุณสรยุทธ ใน อสมท. เหมือน การเข้ามาลงทุนของต่างชาติในประเทศไทย... สถานีโทรทัศน์ ไม่ใช่ของบ.ไร่ส้ม จึงจำเป็นต้องแบ่งสรร ปันรายได้(จากการขายโฆษณา) ให้กับ อสมท. ...แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน ...

ผมกำลังพูดถึงการแบ่งสรรรายได้จากการใช้ประโยชน์ในทรัพยากร ที่ อสมท. เรียกเก็บผลกำไรจาก บริษัทไร่ ส้ม และ บริษัทอื่นๆ ในสัดส่วน 50:50

เจ้าของ กับผู้ที่เข้ามาใช้ทรัพยากร แบ่งรายได้กัน คนละครึ่ง ขณะที่ รัฐไทย ในฐานะเจ้าของประเทศ ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน เพียงเพื่อ ค่าแรง และ ภาษี ที่เทียบได้เพียงเศษเสี้ยวของกำไร ที่พวกเค้าเข้ามากอบโกยกลับไป

ตัวอย่าง สัมปทานคลื่นความถี่โทรศัพท์ ที่ท่านทักษินขายให้บริษัทของรัฐสิงคโปร ทำกำไรจากคนไทยได้ปีละพันล้านหมื่นล้าน รัฐไทย ได้เท่าไหร่ สร้างคุณค่าให้คนไทยมากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกับ อุตสากรรม อสังหา การท่องเที่ยว เปรียบเทียบกับ ค่าแรงคนไทย(บางแห่งก็ใช้ต่างด้าว) ภาษีที่ได้รับ มันก็แค่เศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของรายได้มหาศาลที่พวกเค้าโกยกับไป

ถึงตรงนี้คงหายสงสัยว่าตัวเลข เศรษฐกิจที่ดีวันดีคืน แต่คนไทยทำไมยิ่งยากแค้นลงไปทุกวัน




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2551 20:03:43 น.
Counter : 141 Pageviews.  

ไม่ได้อบรม แต่วิจารณ์การเมืองแบบเด็กๆ

เอ่อ… จะวิพากษ์วิจารณ์ครม.สมัคร1 ก็กลัวจะโดนข้อหาบังอาจไปอบรมผู้ใหญ่

คิดต่างจากผู้นำก็ไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นความผิด

ถ้าเช่นนั้น วันนี้ มาวิจารณ์การเมืองเด็กๆ ก็แล้วกัน

พึ่งผ่านมาไม่นาน การแข่งขันกีฬาระดับนักเรียน ไตรภาคี โรงเรียนใหญ่ในตัวจังหวัดร่วมจัดการแข่งขัน “ร.ร.ภูเก็ตวิทยาลัย ร.ร.สตรีภูเก็ต ร.ร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ”



โดยคำแนะนำของคณาจารย์ สภานักเรียนร.ร.ภูเก็ตวิทยาลัย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ได้ประสานไปยังสภานักเรียนอีกสอง ร.ร.ร่วมส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอล บาสเก็ตบอล และ กีฬาพื้นบ้าน ซึ่งมาชิงชนะเลิศกันในวันที่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ (และปิดการแข่งขันในวันเดียวกัน)

นอกจากเป็นกิจกรรมที่มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง โรงเรียน และ พัฒนาด้านกีฬา อย่างที่ประธานสภานักเรียน ได้กล่าวในพิธีเปิดฯ ยังเป็นการนำเสนอ ระบบประชาธิปไตยภายในสถานศึกษา ซึ่งแต่ละโรงเรียนได้ส่งเสริมการเรียนรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มีการเลือกตั้งและมีสภานักเรียนขึ้น



หลังจากพิธีเปิดซึ่งมี วงดุริยางค์ เจ้าภาพ นำขบวน ตัวแทนนักเรียน สภานักเรียนทั้ง 3 โรงเรียน และ นักเรียนระดับ ม.1และ2 ลงมาประกอบพิธีในสนาม ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ประธานสภานักเรียน (น้องเค้าน่ารัก) ในเรื่องที่มาของการเมืองในโรงเรียน ซึ่งน้องเค้าก็พูดแบบตรงไปตรงมา ว่า มันแตกต่างจาก การเมืองทั่วไป ที่จัดเป็น อาชีพ หรือธุรกิจของกลุ่มคน ที่เรียกว่านักการเมือง ที่มุ่งหาผลประโยชน์เป็นหลัก

แต่ สภาในโรงเรียน ทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม



สำหรับที่มาของสภานักเรียน มีระบบการเลือกตั้ง แบ่งเป็นการเลือกตัวแทนแบบระดับชั้น และ แบบเลือกพรรค โดยงานของสภาฯ ที่เห็นได้เด่นชัด คือกิจกรรมกีฬา ซึ่งน้องเค้าก็บอกอย่างภาคภูมิใจในผลงาน การจัดการแข่งขันกีฬาสี กีฬานักเรียนนักศึกษา (หรือกีฬาจังหวัดฯ) โดยเฉพาะ ขบวนพาเหรด ที่น้องเค้าบอกว่าแต่ละกลุ่มสี สามารถวิ่งหาผู้สนับสนุน ได้สีละหลายแสน เป็นผลทำให้ขบวนพาเหรดวิจิตสวยงาม ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องในแนวอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย



อลังการงานสร้าง จนได้รับคัดเลือกไปร่วมขบวนพาเหรดในกิจรรม เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา



ผู้เขียนก็คิดย้อนไปนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ก็ยอมรับว่าจริง แต่สิ่งที่น้องเค้าบอกว่าเป็นความสำเร็จนั้น หมายถึง ความสามารถในการจัดหาอาภรเครื่องประดับตกแต่งกายที่เลิศหรู ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการภาระให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีกำลังพอจะให้ลูกตัวเองเข้าไปอยู่ในขบวนเพื่ออวดสายตาประชาชี



บวกกับ ความสามารถที่เพียงแค่ต้องอดทนเดินอวดเครื่องประดับตกแต่งไปตามเส้นทาง แม้จะสะเปะสะปะ ขาดระเบียบไปบ้าง แต่อย่างน้อย ชุดก็สวย จนเป็นที่สนใจของผู้คน และ สื่อมวลชน ที่พร้อมจะแพร่ภาพไปให้ผู้ชมเห็นได้เพียงบางส่วน



ไม่หรอกครับ ยังไม่กล้าพูดออกไปให้น้องเค้าได้ยิน แค่คิดเท่านั้น...และเข้าใจว่านั่น ก็คือผลที่ได้รับเรียนรู้และประสบการณ์ ที่ผู้หลักผู้ใหญ่เค้าทำไว้ให้เห็น อาทิ การเผยแพร่กิจกรรม ผลงานของหน่วยงาน หรือสถาบันต่างๆ ที่ต้องถ่ายทอดให้เห็นว่า มีผู้ให้ความสนใจมากๆ โดยไม่ต้องใส่ใจกับ คุณภาพ กับประสิทธิผลของกิจกรรม หรือ เพียงถ่ายทอดให้รู้ว่า ทำอะไร เพื่ออะไร โดยไม่ต้องใส่ใจว่า จะต้องทำอย่างไร ทำได้แค่ไหน และผลที่ได้รับจะออกมาอย่างไร



เช่นเดียวกับ พิธีเปิดการแข่งขันที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ซึ่งมีตัวแทนสองโรงเรียนที่มาเยือนรวมกันไม่น่าจะเกิน 100 คน และได้มีการเกณฑ์นักเรียนฝ่ายเจ้าภาพ ม.1 ม.2 เกือบพัน ลงมายืนเอกเขนก ในสนาม ก่อนจะวิ่งแจ้นตรงไปทางประตูทางออก หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ ซึ่งการมายืนตากแดดคุยกันไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไรเลย นอกจากจุดประสงค์ที่ต้องการ “สร้างภาพ” เพื่อเผยแพร่พิธีเปิดที่มีนักเรียนทั้งสามโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมนับพันคน



หรือแม้แต่ การแข่งขันชักเย่อ ระหว่าง โรงเรียน และ ระหว่าง สภาของสองโรงเรียน (หายไปโรงเรียนนึง) ซึ่งไม่จำเป็นต้องกำหนดจำนวนผู้เข้าแข่งขัน กรรมการเป่าปี๊ดแล้วฝ่ายกองเชียร์เจ้าภาพก็กรูเข้ามาร่วมวงออกแรงกระชากทีมผู้มาเยือนให้แพ้ไปอย่างง่ายดาย และคว้าถ้วยรางวัลไว้ได้ เพื่อจะได้บันทึกและประกาศไปว่าได้จัดการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน และเจ้าภาพชนะ



ถ้าเป็นเรื่องของเด็กๆ ที่เค้าเล่นแบบเฮฮา ไม่เอาสาระการแพ้ชนะระหว่างสถาบัน ก็ไม่ต้องจริงจังเรื่องกฎกติกามารยาทผลการแข่งขัน แค่เอามัน ขอให้เกิดความสนุกสนาน ก็ไม่น่าจะผิด ถ้านั้นจะไม่ทำให้ติดนิสัย พออีกฝ่ายได้เป็นเจ้าภาพ ก็เล่นแบบเดิมบ้าง ก็คือ ใช้วิธีการ “โกง” เพื่อให้ฝ่ายตัวเองชนะบ้าง โดยอ้างว่าครั้งก่อน เค้าก็โกงเหมือนกัน (มันทำให้คับคล้ายคับครากันวงการกีฬาหรือการเมืองบ้านเราบ้างหรือไม่ว่า เหมือนเด็กๆเค้าเล่นกันรึป่าว)



เอ่อ... เขียนอย่างนี้สงสัยจะมีเคือง โดยเฉพาะน้องๆ ที่อุตส่า เชื้อเชิญคนทำข่าวมาช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่น้องๆได้ร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งความจริงแล้วมันก็ดีนะ คือดีกว่าที่ไม่ทำ ถ้าทำได้ดี มันก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ยิ่งทำได้ดีมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งดี



สรุปว่า กิจกรรมของน้องๆ นั้น ดี ก็แล้วกัน

และขอย้ำว่าดี และสิ่งอื่นใด หรือภาพลักษณ์ด้านอื่นๆ หรือพฤติกรรมของนักเรียนคนไหนที่ไม่ดี ก็ไม่สามารถทำให้ความดีที่น้องได้ทำแล้วนั้น สูญหายไปไหน เพียงแต่วิธีคิดที่ติดมาจากแบบอย่าง ที่ส่วนตัวคิดว่ามัน ไม่ดี ก็เท่านั่นเอง

ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิดจากแบบอย่าง หรือการคิดตามใคร หรือจะบอกว่า สังคมได้หล่อหลอมวิธีคิดแบบนี้ขึ้นมา ก็ตามแต่...ที่ทำให้คิดว่าการนำเสนอความจริง แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีแก่สถาบัน นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะ ไม่ควร ไม่ถูกต้อง

เช่นนั้นแล้วผมก็ไม่สมควรจะเขียนเรื่อง ที่เดินเข้าไปในห้องน้ำ ร.ร.นี้ที่มีป้าย เขตปลอดยาเสพติด แต่พบก้นบุหรี่ กระดาษฟรอยที่เอาไว้เสพยาบ้า แม้แต่พบเห็นนักเรียนตั้งวงเล่นไพ่กันบนริมทางเท้าขอบสนามฟุตบอล พอถามแล้วยังมีหน้ามาบอกว่า ได้เสียกันไม่กี่ร้อย ห้องอื่นเล่นกันเป็นล่ำเป็นสัน เล่นกันยิ่งกว่านี้ เสมือนการเหรียบเทียบให้เห็นว่า สิ่งที่กระทำอยู่นี้เป็นเรื่องเล็กๆ...เรื่องจิ๊บๆ

นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรนำมาเผยแพร่ และไม่ต้องแก้ไข ก็แค่เพียงให้สังคมได้รับรู้เพียงภาพลักษณ์ที่ต้องการให้นำเสนอ นั้นก็เพียงพอแล้ว

เพราะอาจจะเชื่อว่า การเล่นไพ่ คงจะไม่ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ
เพราะอาจจะเชื่อว่า การพนัน ไม่ได้นำไปสู่ การเป็นหนี้สิน
เพราะอาจจะเชื่อว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา การลักขโมย หรือขายตัว
เพราะอาจจะเชื่อว่า นักเรียนที่เสพยาบ้า จะไม่เพิ่มจำนวนขึ้น
เพราะอาจจะเชื่อว่า เด็กที่เสพยาบ้า คงจะไม่คลุ้มคลั้ง มีพฤติกรรมสร้างความเสื่อมเสีย หรือทำเดือดร้อนให้ผู้อื่น
เพราะอาจจะเชื่อว่า คนที่เสพยาบ้า จะสามารถเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัว
เพราะอาจจะเชื่อว่า คนที่เสพยาบ้า ยังสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ
เพราะอาจจะเชื่อว่า จะเป็น ร.ร.ที่ดีมีคุณภาพการศึกษา เป็นนักเรียนที่ดี หรือ เป็นคนดี ได้ด้วยเพียงการ สร้างภาพ อย่างที่ผู้ใหญ่เค้าทำกัน

ถ้าเด็กไทย คิดได้แบบนี้ ก็เตรียมใจกันไว้ให้ดีก็แล้วกัน

ในส่วนที่ความเห็นที่คิดต่างออกไป การเมืองการปกครองในโรงเรียน ถ้าไม่ถูกใจก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2551 20:29:26 น.
Counter : 649 Pageviews.  

ดนตรี บันเทิง เริงใจ

ช่วงนี้มีเรื่องราวที่ทำให้ได้เข้าไปสัมผัสกับงานด้านบันเทิงอยู่บ่อยๆ ซึ่งความจริงแล้ว โอกาสของคนทำข่าวในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ ก็มีไม่น้อย ทั้งคนดังในวงการบันเทิง ดารา นักร้องนักดนตรี บนเวทีแสดงคอนเสิร์ต หรือแม้แต่สถานบันเทิง ที่ให้บริการอยู่เกลื่อนเมือง

ท่ามกลางสภาพปัญหา(อีกแล้ว) นานาประการ ที่รุมสุมอยู่ในสังคม ยิ่งทำให้ผู้คนร่ำร้องเพรียกหา สิ่งที่จะมาเร้าความสนใจ สร้างความเพลิดเพลิน รื่นเริง ช่วยให้หยุดยั้งความคิด วิกฤติภายใน ลืมปัญหาที่สับสนวุ่นวายไว้เพียงชั่วระยะเวลา ก็เชื่อว่าเป็นการผ่อนคลายจิตใจ น่าจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุให้ การบันเทิง ได้รับความสนใจกันอย่างแพร่หลาย

นักร้อง นักดนตรี ก็เป็นคนที่สร้างสรรค์ผลงาน โดยมีผู้ชมที่เปรียบเสมือนกำลังใจ หล่อเลี้ยงนักแสดงให้มีพลัง ทั้งยังสร้างความภาคภูมิเกิดคุณค่าทางใจ จากความสนใจของผู้คน

ความโดดเด่นของนักร้องนักดนตรีนักดนตรีบนเวที และการตีแผ่ของสื่อสารมวลชน น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ดึงให้ หลายคนมาสนใจที่จะแสดงออกถึงความสามารถในด้านนี้ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีทั้งคนที่สมหวัง และผิดหวัง แต่อย่างน้อย สุนทรียภาพทางดนตรี ก็จะช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ รื่นเริง อ่อนโยน เยือกเย็น (ถ้าผลไม่ได้เกิดขึ้นแบบนี้ ก็ไม่น่าจะจัดให้เป็นสุนทรียภาพ)

ได้ชื่อว่า ดนตรี ก็เป็นสื่อที่สามารถสัมผัสรับรู้ และนำไปสู่สภาวะอารมณ์ความรู้สึก ที่แผงอยู่ในความเพลิดเพลิน อย่างเสียงกลอง การร้องเพลงเชียร์ในการแข่งขันกีฬา(อันนี้ได้ยินอยู่เป็นประจำ) ก็มักจะนำไปสู่อารมณ์ที่คะนอง คึกคัก หึกเหิม ที่จะตรงข้ามกับ จังหวะดนตรีที่ลื่นไหล ที่มักจะทำให้มีสภาวะภายในจิตใจที่แตกต่างกัน (มันละเอียดอ่อนมากจนยากจะสังเกต แต่หากลองสังเกตุก็จะรู้สึกได้ด้วยตัวเอง)



งานประกวดดนตรีระดับเยาวชน Live The Song , Long Live The King ที่กลุ่มเครือข่ายแกนนำเยาวชน ทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งแต่ละวงที่จะขึ้นเวที จะเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงที่ตนเตรียมไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เล่นเพลงตามสมัยนิยม ที่ชื่นชมชอบแนวแรงๆ สะใจเด็กวัยมันส์ ก็ยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างอารมณ์ของเพลงได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น



เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสโอกาสไปกระทบไหล่คนดังในวงการเพลงลูกทุ่งลูกกรุง เจี๊ยบ เบญจพร และคุณพ่อประจวบ ครูเพลงรางวัลพระราชทานฯ ที่สร้างผลงานไว้นับไม่ถ้วน พร้อมด้วย ศิลปินนักร้องค่าย อาร์สยาม ที่มาร่วมอวยพรวันเกิด คุณธนิต ประทีป ณ ถลาง คหบดีคนดัง ที่คลุกคลีอยู่ในวงการดนตรีมานาน และก็ไม่เสียชื่อ นักร้องดัง ก็สามารถสร้างความบันเทิงสนุกสนานให้คนในงานได้รับความสุขกลับไป





ผู้เขียนก็ชอบเพลง และ ฟังได้ทุกแนว แต่จะเน้นเนื้อหาคำร้อง โดยเฉพาะเพลงสะท้อนสภาพความจริงที่เกิดขึ้น หรือ เพลงที่เสริมสร้างกำลังใจ ซึ่งนอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้วยังสามารถเก็บเกี่ยวสาระนำมาทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเองได้อีกทางหนึ่ง



ล่าสุดได้พบกับศิลปินเจ้าของเพลงที่สร้างความประทับใจ(ส่วนตัว) มาตั้งแต่สมัยเริ่มฟังดนตรีใหม่ๆ ในวัย 15 หยกๆ 16 หย่อนๆ ที่เพลงร็อคได้เข้ามาครองใจวัยรุ่น วัยโจ๋ ซึ่งคอนเสิร์ต ครั้งนี้เป็นการมาขึ้นเวทีพร้อมกัน ของ คุณโอฬาร ดิโอฬารโปรเจ๊ค เจ้าของเพลง “อย่าหยุดยั่ง” และ อดีตนักร้องนำ โป่ง ปฐมพงศ์ เจ้าของวง หินเหล็กไฟ ก็บันเทิงใจดังที่หลายคนปรารถนา





ค่านิยมที่ควบคู่กันกับงานบันเทิง ก็เห็นจะเป็น เหล้ายาปลาปิ้ง เครื่องดื่มย้อมใจ ในช่วงเวลาผ่อนคลาย ซึ่งมักจะขาดไม่ได้ เพราะหลายคนจะรู้สึกว่าทำให้ไร้สีสัน ก็กลายเป็นภัยให้กับใครต่อใครมานักต่อนักแล้ว



เปรียบเสมือนดาบสองคม ก็อยู่ที่คนใช้ว่า เส้นบางๆ ที่ขั้นระหว่าง มอมเมา กับ ผ่อนคลาย มันใกล้จนยากที่จะแยกออกจากกัน




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2551 15:40:38 น.
Counter : 436 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

นายไวรัส
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนุ่มวายร้าย นายตู่ศักดิ์
Friends' blogs
[Add นายไวรัส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.