welcome to my Blog
Group Blog
 
All blogs
 

ลูกครึ่งไทย-คานาดา คว้าตำแหน่งสุดยอดนางแบบอีลิทโมเดล



ครั้งนี้ยังคงประหยัดถ้อยความ และขอนำภาพบรรยากาศงานประกวดนางแบบ Elit Model Look Thailand มาให้ชมกัน



หลังจากการคัดเลือกสาวสวยหุ่นดีจากทั่งประเทศให้เหลือเพียง 20 คน ซึ่งได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมที่ภูเก็ต และได้ขึ้นเวทีประกวดรอบสุดท้าย เพื่อที่จะคัดสุดยอดนางแบบไทย ไปประชันกับตัวแทนนางแบบจาก 65 ประเทศทั่วโลก






Elit Model เป็นยี่ห้อที่รู้จักกันทั่วไป ในวงการแฟชั่น นางแบบชั้นนำของโลก ทำให้เวทีการประกวดครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ




มีหนุ่มรูปหล่อ อู๊ดดี้ ที่กำลังร้อนแรงมาเป็นพิธีกร




หลังจากการแสดงในพิธีเปิด บรรดาสาวสวยก็เรียงกันออกมาอวดโฉมในรอบแรก




เติมสีสันเสื้อผ้าแฟชั่นหน้าร้อน ON THE BEACH






แล้วก็มาถึงรอบที่ต้องโชว์ส่วนสัดให้เห็นกันถนัดตา 5555

























สิบสาวสวมหมวกใบใหญ่ในชุดว่ายน้ำสีดำ







รอบสุดท้ายในชุดราตรี ก่อนที่จะคัดเหลือแค่สามผู้ที่จะได้รับตำแหน่ง















น.ส.เนตรนภา ประสงค์แสนสุข นักศึกษา ม.ราชภัฏจันทร์เกษม ได้รับตำแหน่งรองอันดับที่ 2 ครับ


รองอันดับ 1 น.ส.ณัฐญาณี รัตนไพฑูรย์ นักศึกษาจาก ม.หอการค้าฯ



และตำแหน่งมิสอิลิท ตกเป็นของ ลูกครึ่งไทย แคนนาดา นาตาเซีย นูฟล์ ในวัยเพียง 16 ปี จาก ร.ร.การ์เด้นอินเตอร์เนชั่นนัล ชลบุรี









งานนี้รู้สึกว่าภาพออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (เค้าจะจ้างอีกไม๊นี่)
ปี 2553 จะจัดเวทีประกวดอิลิทระดับโลกที่นี่ คงมีโอกาสแก้ตัวใหม่



เอ่อ..อวดรูปถ่ายคู่กับนางแบบอีลิทเมืองไทย ในงานเลี้ยงส่งท้ายซักหน่อย



ต้องขอบคุณ คุณหน่อง คุณปราบ และ คุณมาร์ค ที่ช่วยให้ความสะดวกด้วยครับ




 

Create Date : 28 เมษายน 2551    
Last Update : 29 เมษายน 2551 0:05:42 น.
Counter : 826 Pageviews.  

งานวัฒนธรรม ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร



ช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่จะไม่แย่ไปกว่าการ เข้ามามองเห็นจำนวนนับผู้เข้าชมไม่ค่อยขยับ แต่ถึงยังไงก็จะทำกันต่อไปครับ แล้วก็ถึงเวลาที่ได้ชมการแสดงแสงสีเสียง ในละครอิงประวัติศาสตร์ ถลางชนะศึก ในงานวัฒนธรรมท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร



ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ได้มีการอุปสมบทหมู่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้วีรชนผู้กล้า ที่วัดลัฏฐิวนาราม และเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ก็ได้จัดให้มีการแข่งขันฟุตบอลเทพกระษัตรีคัพ และ กีฬาบนเส้นทางประวัติศาสตร์ ที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก สถานที่ซึ่งเคยเป็นสนามรบของกลุ่มบุคคลที่ได้ชื่อว่า วีรชนผู้กล้าเมืองถลาง







แม้อากาศจะร้อนไปหน่อย แต่ก็มีการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ที่ช่วยสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กนักเรียน และชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆ ที่มาร่วมงานกันตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะ มวยทะเล ของเด็กเล็กๆ ตั้งแต่รอบแรก ถึงรอบสุดท้าย กินเวลาไปถึงช่วงบ่าย ก่อนแข่งชักเย่อ และจะวิ่งกระสอบกัน ขณะที่นัดฟาด เซปัคตะกร้อ ก็ยังทำการแข่งขันไปพร้อมๆกัน







ส่วนอีกด้านที่อยู่ติดกัน มีการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา ประเภทครอสคันทรี ที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย เครือข่ายนักปั่นจากทั่วภาคใต้ มาร่วมการแข่งขันดังเช่นทุกปี







จากที่เคยทำข่าวนักปั่นเสือภูเขามา ก็ต้องยอมรับทั้งด้านสภาพร่างกาย และจิตใจ ไหนจะต้องลุยฝ่าเส้นทางที่คดเคี้ยวลาดชันในป่าเขา หลายสิบกิโล แล้วยังต้องทำเวลาเพื่อจะเป็นผู้เข้าเส้นชัยที่ได้รับรางวัล หากไม่ผ่านการฝึกฝนมา แค่แข่งครบระยะทางที่กำหนด ก็ถือว่าเก่งแล้วครับ









สำหรับ น้องตัวเล็กแต่ใจสู้คนนี้ ชื่อ จิรวัฒน์ แซ่ตั๋น จากทีม เสือหลักเขต จ.ตรัง ปั่นแซงรุ่นพี่เข้าเส้นชัย คว้าถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปครอง

ยังครับ ยังไม่หมด ภาคค่ำยังมีการจัดชกมวยไทย เพียงแต่ผมไม่ได้มาดู ถัดจากนั้น อีก 3 วัน มีพิธี การบวงสรวง เซ่นไหว้บรรพชน และผู้กล้าเมืองถลาง ที่จัดกันมาตั้งแต่อดีต ซึ่งแรกเริ่มเดิมที เรียกว่า ประเพณีไหว้ผีหลาง หรือ ไหว้ตายายผีหลาง นิยมทำกันที่บ้านเจ้าเมือง หรือบ้านลูกหลาน







ปัจจุบัน มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร มาประยุกต์มารวมกันจัดที่ วัดม่วงโกมารภัจน์ บ้านเหรียง ต.เทพกระษัตรี ซึ่งเดิมเคยเป็นที่ฝึกซ้อม เคี้ยวน้ำมัน ลงยันต์ทหาร และผสมดินปืน แต่ก็ยังพบชาวบ้านลูกหลานที่ศรัทธาบางแห่งก็ยังจัดกันที่บ้าน







เริ่มด้วยขบวนแห่โดยมี รำวงกลองยาวนำนักเรียน นักศึกษา ผู้นำชุมชน เครื่องบวงสรวง เข้าสู่บริเวณพิธี ที่จัดแต่งเครืองบรวงสรวงเซ่นไหว้ พร้อมพานบายศรี ไว้ในโรงครูก่อนจะมีการถวายพานพุ่มแก่อดีตเจ้าเมือง ก่อนเจ้าพิธีจะสวดคาถาบทไหว้ครู บทเบิกโรง บทกล่อมวิญญาณเมืองถลาง ซึ่งจะเป็นขั้นตอนก่อนจะมีการ เข้าทรงร่าง ที่ถือเป็นจุดที่น่าสนใจที่สุดภายในงาน







ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณ หรือความลี้ลับ ตราบเท่าที่ยังไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ก็ยังคงเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคล ที่ผ่านมา ก็ไม่ปฏิเสธว่าพบการต้มตุ๋นของแกงค์มิจฉาชีพ ที่อาศัยการแสดงประทับร่างทรงหลอกลวงชาวบ้าน แต่ก็ไม่สามารถเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า การประทับทรง ที่มีอยู่ทั่วไป ในประเทศไทย และ ประเทศอื่นๆนั้น เป็นเรื่องหรอกลวงไปเสียหมด







โดยเฉพาะชาวภูเก็ต หรือ ผู้เขียนเอง ที่สัมผัสกับเรื่องที่ว่านี้เกือบมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การทรงเจ้า ในเทศกาลถือศีลกินผัก หรือสำนักประทับทรงทั้งของไทยเชื้อสายจีน ไทยมุสลิม (ที่มีชื่อเสียงในจังหวัด คือ พ่อตาโต๊ะแซะ) และของไทยพุทธ ไทยพราหมณ์ ก็มีสามารถพบเห็นกันอยู่ทั่วไป ที่น่าแปลกคือ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ เชื้อชาติศาสนา เช่นเดียวกับ พิธีไหว้ตายายผีหลาง วิญญาณ ที่มาประทับร่าง มีทั้ง วิญญาณไทยพราหมณ์ ไทยพุทธ ไทยมุสลิม



ใช่ครับ นอกจากไทยพราหมณ์ ไทยพุทธ อย่างพระภูมิเจ่าที่ ตาหลวงดาบทอง ย่ามุก ย่าจัน ยังมี แม่เซี๊ยะ (มารดาของท้าวเทพกระษัตรี ที่พาชาวเมืองไทรบุรีหนีภัยสงครามมาแต่งงานกับ จอมร้างบ้านเคียน) หรือ โต๊ะพญาคงคา โต๊ะลาย ซึ่งเป็นดวงวิญญาณของผู้ที่นับถืออิสลาม



แม้จะต่างเชื้อชาติศาสนา แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ อดีต วิญญาณ ที่ว่า เคยมีชีวิตเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่สามารถยืนยัน การมีอยู่ของ “ชีวิตหลังความตาย” และสิ่งที่ทำให้ จิต มีฤทธิ์กลายเป็นทิพย์วิญญาณ หรือ เทวดา หรือ เทพ อยู่ได้หลายร้อยหลายพันปี ก็คงจะเป็น ความดี หรือ คุณประโยชน์ ที่สร้างไว้ในครั้งที่มีชีวิตเป็นคนนั้นเอง



เอ่อ...ผมใช้ประสบการณ์สรุปเอาเองครับ อาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้ ความจริงอยากจะถามวิญญาณที่มาประทับร่างเหมือนกัน แต่พอไปอยู่ต่อหน้า กับลืมคำถามพวกนี้หมดเลย

ความเชื่อ ก็คือ ความเชื่อครับ แต่นั้นก็ย่อมเกี่ยงข้องกับ ความจริงที่ปรากฏ หมายถึง ความเชื่อ ที่ต่างกัน ย่อมทำให้ปรากฏเป็น ความจริงที่ต่างกัน โดยเฉพาะ ความเชื่อในคำสอนทางศาสนา และ ความเสื่อมคลายในความเชื่อทางศาสนา ก็ส่งผล หรือ ปรากฏความจริง ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

แม้สถานการณ์ปัจจุบัน สามารถพิสูจน์ได้ว่า ความเสื่อมคลายจากหลักทางศาสนา ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แต่คงเป็นเพราะ ค่านิยม ประกอบกับความเคยชินในการปล่อยจิตปล่อยใจให้ออกนอกกรอบ แนวเส้นที่แต่ละศาสนาขีดเอาไว้ ก็คงต้องใช้หรือความสามารถทางจิตใจ หรือ ต้องฝืนความเคยชินนั้น มากพอสมควร จึงจะสามารถเข้ามาอยู่ในกรอบเดิม

ออกนอกเรื่องจนได้ ผมก็ไม่ใช่คนดี ที่คลั่วไคล้ศาสนา แต่เชื่อว่า โลกนี้ได้มีการค้นพบขบวนการจัดการ หรือ แนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สงบสุข มานานแล้ว เพียงแต่คนส่วนใหญ่เอาใจออกห่างก็เท่านั้นเอง

เข้ามาสู่งานวัฒนธรรม ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรกันต่อ วันที่ ชาวถลางประกาศชัยชนะในสงคราม ก็ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม ที่ได้กำหนดให้เป็นวันจัดงานใหญ่ ช่วงเช้ามีการวางพวงมาลาที่ อนุสาวรีย์ สี่แยกท่าเรือ และช่วงค่ำ มีงานที่อนุสรณ์สถานถลางชนะศึก มีการออกร้านขายสินค้า อาหาร แต่ไฮไลท์ อยู่ที่การแสดงแสงสีเสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ ที่มีการตกแต่งประดับไฟ และใช้ผู้แสดงมากถึง 700 คน























ครับ ก็ยังคงเป็นเรื่องราวการทำศึกป้องกันการรุกรานในสมัยสงครามเก้าทัพ เมื่อ 200 กว่าปีก่อน ยุกสมัยเปลี่ยนไป การแย่งชิงทรัพย์สมบัติชาติรูปแบบใหม่ ไม่ได้ใช่ปืนผาหน้าไม้ ไม่ได้ใช่ ปืนใหญ่ ไม่ได้ใช้กำลังทหาร แต่หันมาใช้การเข้ามาร่วมมีส่วนแบ่งในผลประโยชน์ของประเทศชาติ กับผู้มีอำนาจ นักปกครอง ข้าราชการ นักการเมือง และนายทุนที่ขายชาติ ยินยอมให้ รัฐและนายทุนต่างชาติเข้ามามีอำนาจในทรัพยากรและยึดครองระบบเศรษฐกิจ ตักตวงผลประโยชน์บนแผ่นดิน จนคนไทยส่วนใหญ่ต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ และ อีกหลายปัญหาที่ตามมาเป็นขบวน

กล่าวคือ การเปลี่ยนจากสงครามที่ใช้กระสุน เป็น สงครามทุนเสรี ที่ละเอียดอ่อนและล้ำลึก ยิ่งกว่าศึกถลาง หากคนไทย ไม่ว่าเชื้อชาติไหนที่อาศัยอยู่ ยังไม่รู้และเข้าใจว่ากำลังถูกรุกราน มัวลุ่มหลง และยังคงเอาตัวรอด ไม่ช่วยหาทางป้องกัน อีกไม่นานก็ต้องกลายเป็นทาส(เผด็จการทุนนิยม)

เมื่อสังคมวุ่นวายผู้คนยากไร้จนเข้าขั้น ต่อให้ใครมีมากสมบัติพัสฐาน ก็อย่างหวังความสงบสุขเลยครับ เจ้านาย

ถึงตอนนั้น...ท่านอาจจะเสียใจที่เกิดมาเป็นคนไทย




 

Create Date : 14 มีนาคม 2551    
Last Update : 14 มีนาคม 2551 16:20:08 น.
Counter : 1164 Pageviews.  

งานมัสยิด บ้านผักฉีด



หญิงสาววัยรุ่นมุสลิมแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเครื่องแต่งกายที่สวยงาม ในโอกาสที่มีเที่ยวงานมัสยิดมิสตาฮุลมุนีนีน(บ้านผักฉีด)ต.ป่าคลอก อ.เมือง จ.ภูเก็ต
เคยเสนอบรรยากาศงานวัดให้ชมกันแล้ว คราวนี้ก็มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศที่น่าประทับใจภายงานมัสยิดมัลฮุลตามุมีนีน หรือ มัสยิดบ้านผักฉีด ต.ป่าคลอก อ.เมือง จ.ภูเก็ต ก็เลยเก็บมาฝากกันอีกเช่นเคย


ภาพผู้ชายนุ่งโสร่ง กับหมวก และ ผู้หญิงที่โพกผ้าสีสันเข้ากับชุดที่สวยงาม เป็นสิ่งที่บ่งบอกความเป็นชาวไทยมุสลิม ที่มักจะเห็นได้พร้อมๆกับ การร่วมแรงร่วมใจ ซึ่งเห็นได้จากผู้ที่มาร่วมงานที่หลั่งไหลกันมาร่วมงานซึ่งได้เดินทางจากทั่วทุกพื้นที่ใกล้ไกลภายในจังหวัด



ก็ล้วนนับถือเป็นพี่น้องกันทั้งจากบ้านกมลา ป่าตอง บางเทา เชิงทะเล เกาะแก้ว อ่าวมะขาม ตลิ่งชัน บางคณฑี ฯลฯ แม้สภาพอากาศไม่ค่อยเอื้ออำนวยซักเท่าไหร่ มีฝนประปรายลงมาบ้างในช่วงหัวค่ำ แต่ก็ทยอยกันมาร่วมงานก็ยังนับจำนวนได้หลายพันคน จนแน่นไปหมดทั้งงาน



แม้ภายในมีเพียงการจำหน่ายสินค้า อาหาร หาได้มี เครื่องเล่น มโหสพ หรือความบันเทิงอื่นใดไปมากกกว่า การแสดงบนเวทีของนักเรียนจากศูนย์การศึกษาและจริยธรรม บ้านผักฉีด ที่มาขับเพลง ที่มีเนื้อร้อง กล่อมเกลาจิตใจให้ยึดถือหลักคำสอน ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินชีวิตสร้างสันติสุขให้แก่ผู้คนและสังคมที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน



กิจกรรมการเสริมสร้างความสามัคคี ส่งเสริม คุณธรรม จริยธรรม หรือแนวทางการดำเนินชีวิตเพื่อสันติสุขของผู้คนและสังคม นี้เอง ที่เชื่อว่าจะเป็นเครื่องปกป้อง หรือ เครื่องต้านทานความชั่วร้าย ที่เข้ามาทำให้สังคมเสื่อมทรามลงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน



อยากจะเขียนถึงความรู้สึกที่ผิดหวังของหนุ่มโสดที่ได้ไปร่วมงาน ซึ่งมองหาหญิงสาวสถานภาพเดียวกันในเครื่องแต่งกายที่สวยงามซึ่งนิยมสวมใส่มาเที่ยวงาน แต่หันไปทางไหนก็พบเด็กๆ สาวรุ่นเล็ก และ รุ่นใหญ่ ทำให้เห็นช่องว่างระหว่างวัย โดยส่วนที่ขาดหาย คือ กลุ่มคนวัยรุ่นที่เสื่อมคลายจากกิจกรรมทางศาสนา เหมือนเช่นในวัดวาอาราม ที่มักจะมองเห็นเพียงคนสูงวัย และลูกๆหลานๆ ตัวเล็กๆ ที่ยังไม่โตพอที่จะหลงระเริงไปกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ จนไม่ค่อยใส่ใจในศาสนา


ถ้าหากจะบอกว่า กระแสสังคมที่มาพร้อมกับความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนเสื่อมคลายจากแนวทางการดำเนินชีวิตที่ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งทำให้บังเกิดสันติสุขมาช้านาน และแก้ไขด้วยการหยุดยั้งความเจริญก้าวหน้านั้น ก็คงไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องนัก หากการพัฒนาความเจริญก้าวหน้านั้น ไม่ขัดกับหลักธรรมการปฏิบัติ และยังรักษาความสันติสุขเอาไว้ได้ ก็คงจะไม่เป็นปัญหา



แต่หากบอกว่าการสร้างความเจริญก้าวหน้า คือการเอา น้ำเมา เอาสถานบันเทิงเริงรมณ์ เอาการพนัน สิ่งที่มอมเมาทั้งหลายและค่านิยมแปลกใหม่เข้ามา จนทำให้สภาพจิตใจ และสภาพเศรษฐกิจของผู้คนต้องตกต่ำลงไป แม้จะเป็นที่พอใจของพ่อค้านายทุน และถูกอกถูกใจหลายๆคนที่หลงระเริงกับสิ่งเหล่านั้น แต่ก็ไม่น่าจะใช่สิ่งที่สร้างความเจริญก้าวหน้า



ถ้า ไม่ได้ใช้หลักศาสนาที่ยึดถือกันมาช้านานว่าเป็นแนวทางแห่งสันติสุข มาใช้พิจารณาตัดสินว่า สิ่งไหนควร สิ่งไหนถูกต้อง... ประชาธิปไตย จะกลายเป็นสิ่งที่อันตรายและไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด ก็เป็นได้เพราะเสียงส่วนใหญ่ที่เสื่อมคลายจากศาสนาอาจจะ ยึดถือเอาความถูกใจ มากกว่า ความถูกต้อง ...




ก็พาเข้ามาถึงการเมืองจนได้ แต่ก็คงไม่ปฏิเสธกันว่า การเมืองนั้น มีส่วนทั้งการส่งเสริม และ บั่นทอนทำลายหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนา ถ้าให้เลือกระหว่าง ศาสนา ที่เป็นแนวทางการดำรงชีวิตที่ประสบความสำเร็จมาช้านาน กับ การเมือง ที่เป็นเรื่องการแย่งชิงผลประโยชน์ของกลุ่มคนจนก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้คนในสังคม แล้วยังขัดกับความถูกต้องตามหลักศาสนา คงไม่ต้องเฉลยนะครับ ว่าผมจะเลือกฝ่ายไหน....

(ชมภาพเต็มๆ ได้ที่ คนทำข่าวดอทคอม)




 

Create Date : 13 มีนาคม 2551    
Last Update : 13 มีนาคม 2551 14:10:56 น.
Counter : 507 Pageviews.  

มาฆะบูชา

วันมาฆะบูชา ....



สื่อประชาสัมพันธ์กันโครมๆ (ไม่เหมือนเสียงรถคว่ำนะครับ)
คงมีน้อยคนไม่รู้ว่ามีความสำคัญยังไง
แต่มีมากหน่อย ที่รู้แล้ว แต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ได้รับรู้เลย

จะเป็นเพราะไม่เชื่อว่าจะได้ประโยชน์
หรือเชื่อ และมันลำยากเกินที่จะทำ
หรือค่านิยมที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองล่าสมัย
จะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามแต่
เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธว่า ปัญหาในสังคม
ทุกข์ต่างๆนานา เกิดขึ้นเพราะ เราห่างจากศาสนา
ไม่ได้นำธรรมะ หรือ วิชาแก้ทุกข์ มาแก้ปัญหา
ผมว่าถ้าไม่เรียน ไม่ศึกษา ไม่นำมาใช้
ก็น่าเสียดายที่ได้เกิดมาพบศาสนา

http://www.konthamkhao.com/MamboLaiThaiGlobalV4.5.5_MySQL5/index.php?option=com_frontpage&Itemid=1


















 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2551 0:39:52 น.
Counter : 201 Pageviews.  

เลี้ยงรุ่น 8 นักเรียนพลตำรวจ ภาค 8

เว็บไซต์ คนทำข่าว http://www'konthamkhao.com ยังทำอัลบัมรูปไม่ได้ มาโชว์กันในบล๊อกละกัน


งานเลี้ยงรุ่น นักเรียนพลตำรวจ ภาค 8 รุ่น 8 ที่ ร.ร.ป่าตองบีช รีสอร์ท


เป็นข่าวอื้อฉาวอยู่พักใหญ่ เกี่ยวกับความจังไร ของตำรวจนอกรีต ซึ่งเฉี้ยอำมหิตผิดมนุษญ์มนา (อยากจะใช้ภาษาสุภาพ แต่ไม่รู้จะใช้คำไหนที่จะสามารถบรรยายสรรพคุณของท่านๆเหล่านั่นได้อย่างเหมาะสมเท่าคำเหล่านี้)

ซึ่งก่อนหน้านั้น ส่วนใหญ่ก็ต่างได้ยินแต่เรื่องราวตำรวจในภาพลบ เสียเป็นส่วนมาก ..
ก็แน่นอนละครับ ถ้าตำรวจปฏิบัติดี ประพฤติชอบ ก็ไม่เป็นข่าว ก็เพราะนั้นถือเป็นภาระหน้าที่ ซึ่งท่านๆเค้าจะต้องทำกันอยู่แล้ว
หรืออาจจะพูดได้ว่า ทำดี เสมอตัว ทำชั่วก็โดนประณาม



ก็พอดีว่า ไปรับถ่ายรูปงานเลี้ยงรุ่นตำรวจ เค้ามา จะมาเขียนด่า หรือ หยิบยกเรื่องเสียๆ หายๆ มา ก็ใช่ที่
ก็นะ แม้คนๆเดียวยังสามารถทำได้ทั้ง ชั่ว-ดี ถ้าดีหมดทุกอย่างก็คงไม่ใช่คน(ธรรมดา) ถ้าชั่วหมดไปหมดทุกเรื่อง ก็คงไม่ใช่คน อีกเช่นกัน
นับประสาอะไรกับ สถาบัน ที่มีคนอยู่เป็นหมื่น เป็นแสน มันก็คงมีมุมที่ดีมั่ง อยู่ที่เราเลือกจะมอง


กับภาระหน้าที่ ซึ่งต้องบอกว่าหนักครับ (หน้าที่นั่นนักครับ แต่ใครจะทำมาก ทำน้อย นั่นอีกเรื่องนึง)
ชีวิตนักข่าวผมเริ่มที่การทำข่าวสายงโรงพัก ก็รู้เห็นมาพอสมควร
รู้ว่า ตำรวจ มีหน้าที่จัดการปัญหาต่างๆ นาน ซึ่งปัญหามันก็มีมากกว่า กำลังคนที่ไม่เพียงพอที่จะรองรับ
ทั้งนี้ เป็นเรื่องเฉพาะท้องที่ แต่ที่จังหวัดผมที่มากไปด้วยผู้คน ก็คงไม่ต้องสาธยาย ว่าปัญหามันมีมากมายแค่ไหน
เหนื่อยซิครับ อะไรๆ ก็ตำรวจ แต่ก็ใช่ว่าจะนำมาใชข้เป็นเห็นผลในการทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง ให้ตำรวจเสียเกียรติ และอับอายขายขี้หน้า ทั้งสถาบัน



มาเข้าเรื่องดีกว่า ... แบบว่า งานนี้ เป็นปีที่ 16 หลังจาก นพต. ซึ่งย่อมาจาก นักเรียนพลตำรวจ จากภาค 8 สุราษฎร์ธานี รุ่นที่ 8 ได้จบหลักสูตร และได้บรรจุมาอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จำนวน 80 กว่านาย กระจายอยู่ตาม สภ.(ย่อมาจาก สถานีตำรวจภูธร) ต่างๆ ทั้ง 8 แห่ง (ทำไมเลข8เยอะจัง)

>

ปีนึงก็เลี้ยงกันที่ นี่ก็ครั้งที่ 8+8 ก็ต้องบอกว่ายังเหนียวแน่น ขาดไม่กี่คน ไหนจะครอบครัว ลูก เมียหลวง เมียน้อย และ ผู้บังคับบรรชามาร่วมงานกันคึกคัก







นอกจากการได้พบปะสังสรรค์ ก็มีการแสดง เล็กๆ น้อยๆ ของลูกตำรวจ และการนำอส.มาแต่งตัวล้อ นักเรียนพลตำรวจ มาเดินขวักไขว่ภายในงาน สลับกับ รำวงเวียนครก ศรีนาโพธิ์ จากทุ่งสง ที่ทำให้ผม ได้ยินเพลงรำวงสมัยเก่าๆ ซึ่งก็มันไปอีกแบบ ในสไตล์บ้านๆ(อย่างแรง) มันส์ จริงๆนะครับ







เอ่อ...แต่ที่สร้างความประหลาดใจได้ไม่น้อย ในช่วงการพิธีการเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย ดาบ สมพร ศรีสะอาด ประธานในงานจัดเลี้ยงปีนี้ เป็นผู้เรียกแถว ตร.มาเยืนเรียงโดยไม่มีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า ก่อนจะท้ายแถวที่เหยียดยาวเข้าไปในตัวอาคาร จะส่งต่อห่อของหวัญกันออกมาจนถึงหน้าเวที ก่อนที่ตจะมอบให้กับ พ.ต.อ.พีรยุทธ ผกก.เชิงทะเล อันเป็นที่เคารพรักของเหล่า ตร รุ่น 8 แล้วจุดพลุฉลองกันจนแขกที่พักในโรงแรมตกใจ 555










นอกจากนั้นยังจับฉลากแจกทีวี พัดลม และทุนการศึกษาแก่บุตรตำรวจในรุ่น






ก่อนนั้น เมื่อกลางวัน เค้าไปเตะบอลกันมาก่อนนะครับ ที่สนาม ม.สงขลานครินทร์







ฟุตบอลนัดนี้ ยังทำให้ผมไปเห็น นักศึกษา วิศวะ เค้าทำกิจกรรมส่งพี่ แล้ววันหลังจะมาเล่าให้ฟัง เอ่อ มาให้อ่านครับ




 

Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2551 13:17:17 น.
Counter : 1990 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

นายไวรัส
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนุ่มวายร้าย นายตู่ศักดิ์
Friends' blogs
[Add นายไวรัส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.