welcome to my Blog
Group Blog
 
All blogs
 
เที่ยวไปบ่นไป



“หาดฝรั่ง” ที่ จ.กระบี่ เป็นชื่อที่ใช้เรียกส่วนหนึ่ง อ่าวนาง สถานที่ชื่อดังที่นักท่องเที่ยวต่างรู้จัก ซึ่งเพื่อนได้ชักชวนไปเมื่อวันก่อน ตอนที่ลมมรสุมกระหน่ำ ทำให้ท้องฟ้าหม่นเทา น้ำทะเลอาจไม่สวยใสเท่าหน้าไฮ-ซีซั่น หรือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

ก็ค่อยๆหายข้องใจ ว่าทำไมต้องเรียกหาดฝรั่ง หลังจากเพื่อนเรียกหาดอีกฝั่งของอ่าวนางว่า หาดคนไทย ว฿งทอดยาวเข้าไปถึงเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ ก็อาจจะเป็นมีคนไทยไปเที่ยวชมกันมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีชาวต่างชาติ เช่นเดียวกับหาดฝรั่ง ที่ไม่ได้ห้ามคนไทยเข้าไปเที่ยว แต่ที่เรียกอย่างนั้น เพราะเป็นหาดที่สงบร่มรื่น ซึ่งชาวต่างชาติชื่นชอบ

ด้วยเหตุซึ่งเป็นจุดที่ ยังมีเพียงถนนแคบๆให้คนได้สัญจรเดินเท้าเข้าไป ไม่มีรถราขวักไขว่ เหมือนหาดคนไทย ต้นไม้ยังหนาแน่น สามารถมองเห็นและสัมผัสธรรมชาติได้มากกว่า ซึ่งส่วนตัวแล้ว ยังเชื่อประโยคที่ว่า ถนนเข้าไปถึงไหน ความเจริญจะเข้าไปถึงที่นั่น แต่หาดฝรั่งแห่งนี้ช่วยบอกผมว่า สภาพที่ยังคงความสวยงามตามธรรมชาติสามารถเป็นแหล่งรายได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้สูงกว่า จุดที่เราเรียกว่า ความเจริญ

จึงไม่ค่อยแปลกใจ ว่าทำไมตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะชาวแสกนดิเนเวีย ที่ขยายตัวลดลง ไปเพิ่มจำนวนให้แหล่งท่องเที่ยวอย่าง กระบี่ และ เขาหลัก เพราะเป็นกลุ่มที่เดินทางมาเพื่อสัมผัสความสงบและสวยงามตามธรรมชาติ

นอกจาก ที่พัก รีสอร์ทหรูไม่บอกก็รู้ว่าแพงหูฉี่ ที่ได้ถูกจัดให้มีสภาพกลมกลืนกับธรรมชาติ ริมหาดก็มีเพียงเพิงไม้ที่ผู้ประกอบการนวดแผนโบราณ และร้านอาหารสร้างไว้ อยู่ภายใต้ร่มไม้ใหญ่ งมองเห็นภูหินเรียงรายโอบล้อมอยู่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สร้างรายได้ให้คนไทยได้เป็นจำนวนมาก ในฤดูกาลท่องเที่ยว แต่ก็เบาบางลงไปตั้งแต่ช่วงที่มีลมมรสุม

ก็คงจะเหมือนชาวนาชาวสวนขาวไร่ ที่มีกำไร ได้เพียงบางช่วงของปี และถ้ามีไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายตลอดปี และไม่มีหนทางที่จะมาเสริมรายได้ ภายหลังฤดูเก็บเกี่ยวก็ถือว่าเป็น ข่าวร้าย ของเกษตรกร ไม่ต่างกับผู้ที่มีอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่หน้าโลว์ซีซั่น ก็ทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้นซบเซาลงไป

แต่ก็เชื่อว่า เมืองท่องเที่ยวอย่างกระบี่ จะได้รับผลกระทบจากฤดูมรสุมน้อยกว่า จังหวัดที่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เพราะสภาพเศรษฐกิจที่นี้ ยังเกิดจาก ปาล์ม ยางพารา พืชผักผลไม้ ยังเป็นช่องทางนำรายได้เข้ามาหมุนเวียนในท้องถิ่นอีกทางหนึ่ง

ซึ่งหากหันกลับมามอง สภาพเศรษฐกิจของภูเก็ต ท้องถิ่นที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว ก็ต้องซบเซาลงไปในช่วงนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้ให้พร้อมที่จะเผชิญกับภาวะที่ ข้าวสาร อาหาร น้ำมัน พากันขึ้นราคา ทำเอาค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นมาตามกัน ก็อาจจะต้องเจอสภาพความขัดสน แล้วก็บ่นกันไป

เดินทางทางนี้แล้วจะถอยหลังก็คงเป็นไปได้ยาก เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางรายได้ ก็ได้ข่าว โครงการพัฒนาการท่องเที่ยว ที่มีชื่อย่อว่า MICE แปลเป็นไทยขยายความแล้วหมายถึง การดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในช่วง โลว์ซีซั่น ด้วยการทำให้ท้องถิ่นกลายเป็นแหล่งการจัดประชุมสัมมนาซึ่งมีการพูดคุยกันเกี่ยวกับการก่อสร้าง ศูนย์ประชุมนานาชาติ และจัดแสดงสินค้า ที่คาราคาซังมานาน เพราะความขัดแย้งของฝักฝ่ายทางการเมือง

เรื่องของเรื่องก็คือ ท้องถิ่นไม่มีงบประมาณ ต้องอาศัยรัฐบาลให้การช่วยเหลือ ซึ่งยังไม่ต้องพูดไปถึงการพัฒนาโครงการต่างๆ แค่การแก้ปัญหา การจราจร น้ำท้วม ขยะ สภาพแวดล้อมก็ยังไม่ได้รับการสนับสนุน บีบท้องถิ่นให้ไปอาศัยทุนต่างชาติ ซึ่งใช่ว่าจะไม่ดีที่จะให้เอกชนมาลงทุน แต่เหมือนตัวอย่างที่มีเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ คือท้องถิ่นมีส่วนแบ่งรายได้ไม่พอที่จะมาใช้แก้ปัญหาให้ประชาชน

อย่าพึ่งไปพูดถึงโครงการใหญ่ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นโครงการใหม่ ที่ อบจ.จะพัฒนาพื้นที่ ให้ต่างชาติเข้ามาทำศูนย์สินค้า “ดิ้วตี้ฟรี” หรือจำหน่ายสินค้าปลอดภาษี ที่อ่าวมะขาม ตามความเข้าใจแล้วผู้ที่ได้รับประโยชน์ หรือส่วนแบ่งจากรายได้ ก็คงจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าในเครือข่าย ที่มีโอกาสนำสินค้าเข้าไปขาย

รายได้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็ตกเป็นของเอกชนที่เข้ามาลงทุน โดยท้องถิ่นก็อาจจะได้ค่าเช่าเอามาใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป แต่จะคุ้มกันหรือไม่ เมื่อเทียบกับการสูญเสียรายได้ของผู้ทำมาค้าขายส่วนใหญ่ ที่อยู่นอกเขตปลอดภาษี เพราะนักท่องเที่ยวคงแห่ไปซื้อที่ถูกกว่า เงินตราจากรายได้ส่วนใหญ่ก็ไหลออกไปไม่ได้สร้างความมั่งคั่งให้กับท้องถิ่น

ถ้าคำว่าท้องถิ่น หมายเพียงแค่ องค์การปกครอง ก็ต้องบอกว่าโครงการนี้ให้กำไร มีรายได้จากการให้เช่าที่(สาธารณะสมบัติ) ทำให้มีรายได้ เปรียบเทียบมูลค่าแต่ละปี ก็อาจจะทำให้มีงบฯมาสร้างศาลาสวยๆได้ซักหลัง แต่ถ้า ท้องถิ่นนี้ ไม่ได้เป็นของใครคนใด หมายรวมถึงประชาชนทุกคน โครงการนี้ก็อาจจะ ขาดทุน ก็ได้

ก็คงไม่ต่างจากที่ผ่านมา แม้ว่าเป็นพื้นที่ซึ่งสร้างรายได้มากขนาดไหน แต่ท้องถิ่นก็ยังขัดสนจนเข้าขั้นอับจน เช่นเดียวกับรัฐบาลไทย ที่สนับสนุนการลงทุนขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้ใช้อำนาจจัดการกับรายได้ที่เกิดขึ้นในแผ่นดินให้เพียงพอต่อการพัฒนา สาธารณูโภคพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข ให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นได้ ขืนยังทำแบบนี้ต่อไป ต่อให้ประเทศจะอุดมสมบูรณ์มีต้นทุนทางธรรมชาติมากซักเท่าไหร่ ก็คงไม่สามารถทำให้คนส่วนใหญ่อยู่สุขสบาย หรอกครับเจ้านาย...

ปิดท้ายด้วยบรรยากาศ งานสุดยอดของจิ๋วครั้งที่สอง ภายใต้แนวคิด เมืองเก่าภูเก็ต เล็กสุดๆ ที่มีการถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนพื้นเมือง โดยเฉพาะสถาปัตยกรรม แบบ ชิโนโปตุกีส ที่ เอามาจัดแสดง ที่ ศูนย์การค้าจังซีลอน หาดป่าตอง ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวต่างชาติให้เข้าไปเที่ยวชมบรรยากาศในเขตอนุรักษ์เมืองเก่า ในตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ “คนทำข่าว” นำเอาโปรแกรมแสดงภาพที่พัฒนาโดยคนไทย ให้ได้ชมภาพถ่ายกันครับ...
(คลิ๊กเพื่อชมภาพ)






Create Date : 25 พฤษภาคม 2551
Last Update : 25 พฤษภาคม 2551 21:40:44 น. 2 comments
Counter : 325 Pageviews.

 
เข้ามาเยี่ยมเจ้าของ blog ค่ะ



โดย: ++ Little Miss Someone ++ วันที่: 1 มิถุนายน 2551 เวลา:16:38:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ จากข้อความข้างบน ถูกต้องแล้วค่ะ ตอนที่ดิฉันไปเดินแถวหาดฝรั่ง(เป็นชื่อที่คนแถวนั้นเรียกกันจนติดปาก)ที่อ่าวนาง ฝรั่งเค้าเดินกันเต็มไปหมด ช่วงไฮซี่ซั่น คนจะเยอะหน่อย แถวนั่นค่อนข้างที่จะคงธรรมชาติอยู่ จะต่างจากเกาะพีพี อาหารการกินก็มีให้เลือกหลากหลาย ราคาก็โอเค พอซื้อได้ แต่ช่วงนี้ขยะค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าพูดถึงความสงบแล้ว ก็ต้องยกให้ที่นี่ค่ะ


โดย: Ms.Kohlanta วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:37:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายไวรัส
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนุ่มวายร้าย นายตู่ศักดิ์
Friends' blogs
[Add นายไวรัส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.