welcome to my Blog
Group Blog
 
All blogs
 
คำพิพากษาของประชาชน

วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน เป็นอีกวันที่ประชาชนไทย 41 จังหวัด จะมีโอกาสได้มีบทบาท ใช้อำนาจทางการเมือง ในการเลือกตั้ง สมาชิก และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หลังจากต้องเป็นผู้ตามดู ได้รับรู้ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ทั้งพิสูจน์ได้และพิสูจน์ไม่ได้ ถูกนำมาใช้ในสงครามแย่งชิงมวลชน



คนทำข่าว ติดตามเรื่องราวข่าวคราวความเคลื่อนไหวในบ้านเกิด ก่อนการเข้าคูหา มารายงานประมวลสถานการณ์ โดยเฉพาะโค้งสุดท้าย ซึ่งข้อมูลที่ต่างฝ่ายได้ป้อนให้สังคมได้รับรู้ ก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจในวันนี้




โดยเฉพาะข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากประชาชน คือ การเปิดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ สังกัดของ ผู้สมัครหมายเลข 1 อัญชลี วานิช เทพบุตร ซึ่งมี หัวหน้าพรรค อย่าง เดอะมาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกชวน หลีกภัย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งต่างมาช่วยกันการันตีผลงานอดีตนายก อัญชลี ว่านี่คือ วาระประชาชนระดับท้องถิ่น ที่พรรคภาคภูมิใจ



ทั้งหัวหน้าพรรค รูปงาม และ ขวัญใจชาวบ้าน อย่าง นายชวน อีกทั้งลีลาปราศรัย ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ในค่ำคืนนั้นคงสร้างความเป็นต่อได้อีกมากโข



รุ่งเช้าก็มีการตอบโต้ของอีกฝ่าย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย แต่เป็นเรื่องเดิม และเรื่องเดียวที่ ฝ่ายโกบูลย์ นำมาใช้ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจว่าทำไม ไม่ควรเลือก ฝ่ายตรงข้าม นั้นคือ การถือหุ้นของ นางอัญชลี ใน บริษัท เจียรวานิช คู่สัญญา(เช่าที่ดิน)กับ อบจ.ภูเก็ต ซึ่งคณะกรรมการระดับจังหวัด มีการลงมติไม่เป็นเอกฉันท์ ให้นายก อบจ.พ้นข้อกล่าวหา หากแต่จังหวัดฯ ยังส่งเรื่องทั้งหมด ให้คณะกรรมการกฏษฎีกา พิจารณาอีกที ซึ่งกรณีแบบนี้ไม่ได้มีขึ้นบ่อยครั้ง



รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์รายวัน (เจ้าเก่า) โดยเรื่องราวยังใช้ผู้แสดงคนเดิม คือ นายสรนันท์ เสน่ห์ เข้าร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างคำวินิจฉัยของ คณะกรรมการกฤษฎีกา ฟันธงว่า อัญชลี มีความผิด ทั้งที่ยังไม่มีผลการวินิจฉัย ผู้ว่าจึงทำอะไรไม่ได้ แต่กระแสข่าวที่แพร่ออกไป ก็นับว่าทำให้ฝ่าย โกบูลย์ได้ประโยชน์



ในฐานะประชาชนคนไทย ต้องบอกว่าเหนื่อยใจกับกระบวนที่ล่าช้า เนิ่นนาน ยึดยื้อกันนานเป็นเดือนเป็นปี อย่างเช่นกรณีคดีใหญ่ของ อดีตนายกทักษิน ไม่ว่าจะเป็นการแก้กฎหมายก่อนขายหุ้นธุรกิจโทรคมนาคม ให้กองทุนรัฐบาลสิงคโปร์ การซุกหุ้นเลี่ยงภาษีโดยการไปตั้งบริษัทในต่างประเทศ หรือข้อหาอื่นๆ ที่ต้องรอจนเลือนลางไปจากความทรงจำของประชาชน

หรือ การแจกใบแดงผู้สมัคร ที่ส่งผลถึงขั้น ยุบพรรค ซึ่งทำให้รัฐบาลสมัคร ต้องพักเรื่องอื่นไว้ และยกให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เพื่อล้างบาง ศตง.ปปช.ที่มีอำนาจตัดสินใจ และกำหนดให้เลือก กกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ เพื่อให้ตนพ้นผิด

ขณะที่เรื่องต่างๆกลายเป็นประเด็นปัญหาคาใจประชาชน บางคนก็เลือกที่จะรอฟังผลตัดสิน หรือบางคนอาจจะคาดเดาผลไว้ล่วงหน้าได้ โดยดูจากใครได้รับอำนาจในการพิพากษา ซึ่งนั้นหมายถึงการยอมรับว่า ความยุติธรรม อยู่ที่ ใครมีอำนาจตัดสิน

เหมือนการชกมวย สูสีไม่มีการชนะน็อค ที่ยินเสียงสารภาพ ยอมรับกันว่า การแพ้ชนะอยู่ที่กรรมการชาติไหน เป็นคนให้คะแนน... เล่นกันที่บ้านใครฝ่ายนั้นได้เปรียบ ซึ่งอาจจะเป็นผลทำให้วงการมวยตกต่ำลงไป เช่นเดียวกับการเมืองไทย ท่ามกลางที่ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆจะตัดสินใจเข้าข้างฝ่ายของตน

แต่เชื่อเหลือเกินว่ายังมีหลายคนที่ยังต้องการความยุติธรรม และอยากจะเป็นกรรมการตัดสินเสียเอง แต่ก็ต้องอาศัยการใช้ ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ อย่างในกรณี ที่ฝ่าย โกบูลย์ นำเรื่อง การถือหุ้นของอดีตนายกอบจ. มาใช้เป็นเหตุผลที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจไม่เลือกอัญชลี ในขณะที่ อีกฝ่ายที่ตกเป็น จำเลย และยังไม่มีการวินิจฉัยจากคณะกรรมการกฤษฎีกา การพิพากษาจึงเป็นภาระหน้าที่ของประชาชน ซึ่งคงจะรู้ผลกันในวันนี้

ย้อนไปดูที่ข้อกล่าวหา ว่า อดีตนายกอัญชลี มีหุ้นส่วนอยู่ใน บริษัท ที่เป็นคู่สัญญา เช่าที่ดินอยู่กับ อบจ. ผู้กล่าวหาได้อ้างกฎหมาย มาตรา 44/1(3) แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 ได้กำหนดห้ามมิให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระทำการเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นเป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นหรือที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นจะกระทำ
ซึ่งข้อเท็จจริง นางอัญชลี ก็มีหุ้นในบริษัทอยู่จริง แต่ก็แก้ต่างว่า สัญญามีมานาน ล่าสุดมีการต่ออายุสัญญาก่อนตนจะมารับตำแหน่ง เมื่อได้เป็นนายกฯก็ไม่ได้ไปแตะต้องสัญญา ที่จะทำให้ก่อเกิดคุณประโยชน์ แก่บริษัทแต่อย่างใด และยังปรากฏความจริงว่า ค่าเช่ายังคงเท่าเดิม

ต้องยอมรับว่า หมิ่นเหม่มากเลยที่เดียว ขนาดผลการพิจารณาระดับจังหวัด ยังมีมติให้ อัญชลี พ้นข้อกล่าวหา ด้วยเสียง 5-4 ขณะที่ คณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ยังไม่มีผลการวินิจฉัย (ไม่รู้ต้องรอจนมีการแก้รัฐธรรมนูญกันก่อนรึป่าว)

หาก กฎหมายระบุให้ชัดเจนว่า การถือหุ้นในบริษัทคู่สัญญา เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ก็จะให้นางอัญชลี มีความผิด แต่ด้วยเหตุกฎหมาย ระบุไว้ว่า ห้ามไม่ให้ นายกฯ กระทำการเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ในสัญญาที่ อบจ. เป็นคู่สัญญา ซึ่งถ้าเป็น สัญญารับเหมา บริษัท ได้รับค่าจ้าง จาก อบจ. ซึ่งอาจจะเป็นการใช้อำนาจของนายกฯ ให้บริษัท ได้รับผลกระโยชน์จากการรับเหมา ก็คงจะฟันธงได้ ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม

แต่ความจริงที่เกิดขึ้น คือ อำนาจของนายก อัญชลี ไม่ได้มีผลให้เกิดประโยชน์ใดๆ แก่บริษัท แปลเป็นไทยอีกที ก็คือ ใน 4 ปีที่ผ่านมาไม่ว่า นางอัญชลี จะได้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.หรือไม่ ก็ไม่มีส่วนทำให้บริษัท ได้รับประโยชน์ เพราะต้องเสียค่าเช่าเท่าเดิมอยู่ดี ...ถ้าคิดแบบนี้ อัญชลี ก็ไม่น่าจะมีความผิด

เหมือนเป็นการเสนอให้ประชาชนตัดสินใจว่า อัญชลี ผิดตามที่อีกฝ่ายนำมาใช้เป็นข้อกล่าวหาหรือไม่

หากคนที่เข้าใจไปตามที่ นสพ.ท้องถิ่นรายงานไปแล้วว่า มีการตัดสินให้ อดีตนายก มีความผิดจริง ก็ยิ่งทำให้ต้องลุ้นว่า การส่งข้อมูลผ่านหนังสือพิมพ์รายวันให้กับประชาชนเข้าใจกันว่า อดีตนายก มีความผิดจริงแล้วนั้น ยังจะทำให้ อัญชลี ยังคงรั้งเก้าอี้ตัวนี้ไว้ได้ หรือไม่

ความยุติธรรมจะอยู่ตรงไหน ถ้าประชาชนซึ่งเป็นผู้ที่ต้องตัดสินใจไม่ได้รับข้อมูลตามความเป็นจริง








Create Date : 20 เมษายน 2551
Last Update : 20 เมษายน 2551 13:33:20 น. 2 comments
Counter : 284 Pageviews.

 


โดย: shame_of_sins วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:13:18:49 น.  

 
ต้อนรับด้วยความยินดีครับ


โดย: นายไวรัส วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:13:35:26 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นายไวรัส
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หนุ่มวายร้าย นายตู่ศักดิ์
Friends' blogs
[Add นายไวรัส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.