หนัง เพลงที่ฟัง หนังสือที่อ่าน และการเมืองด้วยครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
A CLEAN, WELL-LIGHTED PLACE บันทึกในคืนหนึ่ง

เมื่อคืนรอบดึกราวๆสี่ทุ่มผมไปนั่งผับที่ไปประจำกับเพื่อนๆ

ผับนี้มีพวกฝรั่งมานั่งแยะ เพราะดนตรีเล่นดี อาหารอร่อย นั่งจนเขาปิดร้านน่ะ ประจำ ผมเห็นฝรั่งแก่ๆคนหนึ่งนั่งอยุ่คนเดียวที่บาร์ แกนั่งนิ่งๆมือจับแก้วเหล้า ดวงตามองเหม่อๆ บางทีคุยกับบาร์เทนเนอร์เบาๆ.....

มีเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งงานของ เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์ - ERNEST HEMINGWAY ที่ผมชอบอ่านมาก ผมอ่านได้เป็นสิบๆรอบแล้ว อ่านเรียกว่าจนจะขึ้นใจ เรื่องสั้นนั้นชื่อ A CLEAN, WELL-LIGHTED PLACE - " สถานที่สะอาดและมีแสงสว่างพอเพียง



เรื่องสั้นเรื่องนี้อยุ่ในหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด Winner take nothing ของไทยก็มีชื่อผู้ชนะที่ปราชัย แปลโดย ณรงค์ จันทร์เรือง

แฮมมิ่งเวย์มักจะเขียนเรื่องโดยมีลักษณะเฉพาะประจำตัวเขาหลายๆอย่าง - การเผชิญหน้ากับอันตรายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง / การห้ำหั่นกันอย่างขาดสติของมวลมนุษย์ / ความรุนแรงของธรรมชาติ / และที่ชัดเจนที่สุดคือ บุคคลที่ต่อสู้กับอะไรบางอย่างโดยลำพัง

หลายๆครั้งที่เราต้องต่อสู้กับอะไรบางอย่างในใจ บางคนอาจจะมีบ้าง ที่บางทีต้องการแค่ไม่ได้อยู่ลำพัง รอใจสงบชั่วคราว

ในเรื่องมันเป็นร้านเหล้าแห่งหนึ่ง รับรู้เรื่องผ่านการสนทนาของบ๋อย 2 คนที่พูดถึงลูกค้าที่เป็นชายชราที่หูหนวกคนหนึ่ง แกแก่มากแล้วและมักจะนั่งอยุ่นานๆจนปิดร้าน วันนั้นก็เช่นกัน แต่บ๋อยคนหนึ่งต้องการจะกลับบ้านจึงปิดร้านก่อนครึ่งชั่วโมงและปฎิเสธที่จะรินเหล้าให้กับแก - ผมรู้ผ่านคนทั้งสองว่า แกหูหนวก / เคยคิดจะฆ่าตัวตาย / อยู่ลำพังมีหลานสาวดูแลบางคราว / ชอบมานั่งดื่มคนเดียวบ่อยๆ

เรื่องบอกให้รู้ว่าแกมีปัญหาบางอย่างในการที่จะอยู่ต่อไป (เพราะเคยคิดจะฆ่าตัวตายมาแล้ว) แฮมมิ่งเวย์ไม่บอกว่าภาวะจิตใจแกมีปัญหาอะไร แต่เสียดสีสังคมเอาไว้ในมุมมองตื้นๆของคนอื่นๆ เช่น บ๋อยที่ยืนยันว่าที่แกฆ่าตัวตายนั้นมันเหลวไหล ไม่มีอะไรเลย - ครั้นอีกคนถามเหตุผล" "Nothing - How do you know it was nothing?" - คำตอบที่ได้รับก็ง่ายๆตามประสาระบบทุนนิยม "ก็แกมีเงินแยะนี่หว่า""He has plenty of money"

แฮมมิ่งเวย์เขียนเรื่องนี้ราวๆปี 1930 ทุนนิยมกำลังเติบโตอย่างแข็งแรงในอเมริกา เนื้อหาแทบทุกเรื่องจะบอกเสมอว่าสังคมและโลกจะเย็นชา ตัวละครของเขาจะต้องเผชิญปัญหาอย่างเดียวดาย โดยคนอื่นๆจะมองอย่างไม่เข้าใจ หรือคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นชายชราที่ต้องต่อสู้กับปลาฉลามเพียงลำพัง / หรือคนชราสักคนที่อาจจะยังไม่อยากไปไหน หวังแค่ได้ที่ๆพอจะมีแสงสว่างให้นั่งสงบจิตใจ

- เวลาเลยไปถึงตี 1 เศษ ร้านจะปิด ดนตรีเลิก พวกผมสั่งเช็คกันแล้ว แต่ยังนั่งพูดคุยกันต่อ (รอเหล้าหมดขวด) พนักงานบางคนเริ่มเช็ดโต๊ะ เก็บเก้าอี้ บาร์เทนเนอร์เก็บแก้วเรียงเข้าตู้ พนักงานในครัวยกข้าวผัดหม้อใหญ่และต้มจืดออกมา พวกเขาตักแจกกันกินรองท้องก่อนกลับบ้าน หลังจากเหนื่อยที่คอยบริการเสริฟเหล้า เสริฟกับ แก่ลูกค้าทั้งหลายตลอดคืน - แกยังนั่งอยู่ที่เดิม แต่ตาจับมองไปยังแก้วเหล้า ไม่ได้เงยหน้าเท่าไร.....

ที่ผมนับถือคือแฮมมิ่งเวย์ไม่เคยให้ตัวละครเขาอ่อนแอ แม้โลกจะไม่สนใจใยดีกัน - ในเรื่องนั้นสุดท้ายบ๋อยก็ปฎิเสธไม่ยอมขายเหล้าให้แกตามที่แกร้องขอ ทั้งที่มีเวลาเหลือตั้งครึ่งชัวโมงก่อนจะร้านปิด - เรื่องแสดงความขัดแย้งระหว่างบ๋อยทั้งสองที่คนหนึ่งเห็นว่าเพื่อนเขาทำเกินไป แต่ก็เป็นเพียงคำโต้เถียง

"Why didn't you let him stay and drink? It is not half-past two." - ทำไมไม่ให้เขาอยู่ดื่มต่อละ ยังไม่ตีสองครึ่งเลย "I want to go home to bed / You talk like an old man yourself / He can buy a bottle and drink at home."ฉันอยากกลับบ้านนอนแล้ว - แกพูดอย่างกับเป็นตาแก่นั้นเสียเอง - อยากดื่มต่อก็ซื้อไปดื่มที่บ้านสิ" - แต่ก็แน่นอนว่า ไม่มีคำพูดใดใดจากชายชรานอกจากการเดินออกจากร้านไปเงียบๆ

แฮมมิ่งเวย์บรรยายไว้อย่างชัดเจนว่าแก - leaving half a peseta tip.The waiter watched him go down the street, a very old man walking unsteadily but with dignity - หลังจากทิปให้ครึ่งเปโซต้า แกเดินออกไปตามถนน บ๋อยเห็นว่าแกแก่แล้วจริงๆ เดินส่ายๆแต่ยังมีท่าทีน่าเกรงขาม มีศักดิ์ศรี

บทสรุปก็เหมือนกันกับหลายๆเรื่องของแฮมมิ่งเวย์ที่สุดท้ายคนเราต้องเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างตามลำพัง ผมเคยได้ยินผู้รู้ท่านหนึ่งตีความว่าเขาไม่ได้พูดถึงความกล้าหาญ แต่เป็นความไม่ใยดีต่อกัน
- เกือบตีสอง....ผมเดินออกจากร้านผ่านชายชราคนนั้นใกล้ๆ แขกทยอยออกไปจนจะหมดแล้ว หน้าบาร์เหลือแต่แกคนเดียว ยังนั่งอยู่ไม่ไปไหน ดูใกล้ๆ มีอายุพอสมควร ตัวโต แต่แต่งตัวเรียบร้อย ไว้หนวดและเครา / ผมแค่เห็นแกแล้วก็ดันไปนึกถึงเรื่องสั้นเรื่องนี้ อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ผมนึกปลอบใจตัวเอง แกอาจจะแค่หนีเมียมาเที่ยวเท่านั้นแหละ

แต่ผมก็โล่งใจนิดๆนะ ที่ก่อนกลับยังเห็นลุงบาร์เทนเนอร์ยิ้ม และรินเหล้าให้แกดื่มต่ออีกแก้วในคืนนั้น.....

นึกถึงเพลงๆหนึ่งด้วย STREET OF LONDON

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA





Create Date : 30 มกราคม 2551
Last Update : 30 มกราคม 2551 23:57:06 น. 12 comments
Counter : 839 Pageviews.

 
เรื่องของแฮมมิ่งเวย์ เป็นอะไรที่ลึก เราเคยอ่าน พยายามที่จะเข้าใจ ยากอะ กะพยามมองงานเขียนของเค้าให้เบาขึ้น แฮะแฮะ ประมาณว่า คิดให้น้อยลงอะ

ลึกซึ๊งอะ งานของเค้า


โดย: Bernadette วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:8:44:55 น.  

 
ฝรั่งที่นายเจอ อาจจะไม่ได้น่าสงสารอย่างตัวละครนั้นก็ได้นะ


โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 31 มกราคม 2551 เวลา:13:24:58 น.  

 
เรื่องชายแก่กับทะเลก็เคยอ่านน่ะ มันเป็นแบบประมาณ metaphor อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นจำได้ว่าพอจะเข้าใจบ้าง แต่ตอนนี้ลืมไปหมดแล้วว่าเปนยังไง


โดย: BloodyMonday วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:23:08 น.  

 
เราอัพเรื่อง เวนิชวาณิชอะ เรื่องของเชกสเปียร์อีกเรื่อง ที่ตีความตัวละคร อย่างท้าทายอะ ขนาดบ้าจี้ ปายยว่า เพื่อนรักสองคนเป็ง homo อ่า


โดย: Bernadette วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:47:10 น.  

 
"Nothing - How do you know it was nothing?" เวลาคนเราพูดว่าไม่มีอะไร แต่ในความไม่มีอะไรมักมีอะไรอยู่เสมอเลยเนอะ อย่างน้อยมันก็ต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทำให้มันรู้สึกว่าไม่มีอะไร
^
^
^
พูดไปพูดมา ก็งงตัวเอง


โดย: veeda วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:48:03 น.  

 
ความรู้ปึกจิงๆ ฮะพี่..
แถมเป็นหนอนหนังสืออีก ..


โดย: haro_haro วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:18:14 น.  

 
เห็น Haro_Haro เขียนเรื่อง macth point คันปากเดี๊ยวเขียนนม้างงดีก่า อ่าตอนนี้อัพ The Mission การล่าอาณานิคมเมกาใต้อะ


โดย: Bernadette วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:58:56 น.  

 
กะว่าจาอัพเรื่อง มิวนิค ที่ลักพาตัว นักกีฬาโอลิมปิคอ่า น่าสนจายยดี สตีเว่น สปินเบิก กำกับอ่า


แนะนำหนังของสตีเฟ่นให้หน่อยจิ๊ จาหาเรื่องเขียน พร้อมประวัติสตีเฟนคิงด้วยยอ่า จำมะได้อะ

ตอนนี้ ติดซีรีย์ Dead zone สตีเฟนคิงเขียนอ่า


โดย: Bernadette วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:26:49 น.  

 
หวัดดีเพื่อนๆทุกคนครับ

ช่วงนี้ผมยุ่งนิดๆเพราะใกล้ตรุษจีน เดี๋ยวว่างล่ะ

แบร์ - สตีเฟน คิง ว่างๆจะเล่าให้ฟัง หนังที่สร้างจากหนังสือเขาที่ผมชอบแยะมากมายไปหมด ที่ชอบที่สุดคือ the sinning กับ pat sementary

haro ขอบคุณที่ชมน้า

บลัดดี้ เราชอบ the old man and the sea ว่างๆจะเขียนล่ะ

คุณ veeda เข้าใจนะ ว่าจะสื่ออะไร ขอบคุณครับ

The Yearling ช่ายๆ อาจแค่หนีเมียมาเที่ยว

หวัดดีทุกคนอีกที


โดย: mr.cozy วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:12:03 น.  

 
สาหวัดดีปีใหม่จีนครับ

Xinian kuaile! Zhuni chenggong ๆ


โดย: BloodyMonday วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:33:36 น.  

 
kuaile!
โดย: BloodyMonday วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:33:36 น.

ตอบ เค้ามีเพลง เก๋หล่อ หรือ กัวลานี้แหละ จำมะด้ายยอ่า ภาษากว้างตุ้งอะ ดันปายยย Mass chinese newyear พอดี


โดย: Bernadette วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:13:58 น.  

 
อะมารอ Mr.cozy อัพเรื่องใหม่อยู่อ่า


เรื่อง แม็ทพ๊อยต์ เป็นอะไรที่ลึกอะ เรากำลังหาแนวเขียนอยู่ หนังวู๊ดดี้ อาแลน ที่Mr.cozy ให้ดู ผู้กำกับคนนี้ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว


ถ้าดูผ่านผ่าน กะ เออ เนื้อเรื่องแสนจาธรรมด๊าธรรมดา เราว่ามานนนนมะช่ายยยยอ่า


โดย: Bernadette วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:15:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

mr.cozy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Is everybody in? Is everybody in?
The ceremony is about to begin
Friends' blogs
[Add mr.cozy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.