พระจันทร์สัญจร
Group Blog
 
All Blogs
 

หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก

" องค์การยูเนสโก " ( UNESCO - United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization ) ได้กำหนดให้หลวงพระบางเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกได้นั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรมาก เพราะหลวงพระบางเป็นเมืองหลวงเก่าของลาวที่ยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีการดำเนินชีวิตไว้ได้อย่างเหนียวแน่นน่าชื่นชม แรงศรัทธาอันแรงกล้าในศาสนาพุทธ เช่นเดียวกับองค์ไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ตั้งมั่นในพุทธศาสนาอย่างมั่นคง จนสืบสานความเชื่อนั้นมาจนถึงลูกหลานชาวหลวงพระบางในวันนี้

(ซ้าย / ขวา) บรรยากาศในเมืองหลวงพระบาง เมืองหลวงเก่าของลาว

" ไม่ว่ากาลเวลาหรือการปกครองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่ศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวหลวงพระบางไม่เคยเปลี่ยนแปลง ชาวหลวงพระบางยังจกหรือหยิบข้าวเหนียวใส่บาตรพระได้อย่างอื่มเอิบใจ

(ซ้าย) ชาวบ้านนำของตักบาตรมาขายนักท่องเที่ยว (ขวา)ตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้า

สถานที่ท่องเที่ยวในหลวงพระบางมีอยู่มากมายและไม่ห่างกันมากนัก การเดินเที่ยวชมเมืองจึงเป็นสิ่งที่ง่ายดาย วันนี้เราจะไปเที่ยวรอบๆเมืองกัน

พระธาตุพูสี
เปรียบได้กับเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองหลวงพระบาง ซึ่งไม่ว่าอยู่มุมไหนของเมืองก็สามารถมองเห็นพระธาตุสีเหลืองทองอร่าม ทอแสงเปล่งประกายยามเมื่อโดนแสงแดด มาเที่ยวหลวงพระบางแต่ไม่ได้มาพระธาตุพูสี ก็เท่ากับไปไม่ถึงหลวงพระบาง
พระธาตุพูสีมีความสูงประมาณ 100 เมตร มีทางขึ้นสองทาง เส้นทางที่นิยมใช้กันเป็นประจำคือ บันไดทางด้านหน้าทิศตะวันตก ตรงข้ามกับประตูพิพิธภัณฑ์พระราชวัง มีทั้งสิ้น 328 ขั้น เป็นบันไดที่ไม่ลาดชันนัก สำหรับชาวลาวที่มาแสวงบุญ และนักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก เป็นทางบันไดชันขึ้นมาจากทางแม่น้ำคาน ผ่านวัดถ้ำพูสี เมื่อขึ้นถึงด้านบนพระธาตุสามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางได้รอบด้าน โดยเฉพาะช่วงเย็นพระธาตุพูสีเป็นอีกสถานที่ ที่สามารถชมพระอาทิตย์ตก ณ เมืองหลวงพระบางได้สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

(ซ้าย)พระธาตุพูสี (ขวา) เมืองหลวงพระบางมองจากบนพระธาตุพูสีลงไป

วัดหลวงเชียงทอง
วัดหลวงเชียงทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงไกลจากปากน้ำคานลงทางใต้ประมาณ 300 เมตร ถือเป็นวัดเก่าแก่และโดดเด่นที่สุดบนแผ่นดินลาว เป็นประตูเมืองหลวงพระบาง และเป็นท่าเทียบเรือของกษัตริย์ทุกยุคทุกสมัย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช มีฐานะเป็นวัดหลวง แต่ประชาชนสามารถเข้าไหว้พระในพระอารามได้ โดยไม่มีการปิดกั้นแยกเจ้าแยกราษฎร์ออกจากกัน ในวัดมีสถาปัตยกรรมแบบหลวงพระบางที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุดหลายอย่าง เช่น อารามแบบสถาปัตยกรรมล้านช้างขนานแท้ หอไหว้ หอราชโกศพระเจ้าสีสะหว่างวงศ์ หอกลอง และองค์เจดีย์เป็นต้น

(ซ้าย / ขวา) บริเวณวัดเชียงทอง

พระราชวังเจ้ามหาชีวิต
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2447 ในสมัยพระเจ้าสักรินทร์ และมาแล้วเสร็จในสมัยของเจ้าศรีสว่างวงศ์
พ.ศ. 2452 และสืบทอดมายังเจ้าศรีสว่างวัฒนากษัตริย์องค์สุดท้าย ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2518 รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้เปลี่ยนมาเป็น หอพิพิธภัณฑ์ ในปี พ.ศ. 2519

(ซ้าย / ขวา ) พระราชวังเจ้ามหาชีวิต

เสน่ห์ของเมืองหลวงพระบางวันนี้ คือการได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ วิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายไม่รีบร้อน แต่ชีวิตของชาวหลวงพระบางในวันนี้ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อยเพราะการที่เมืองหลวงพระบาง กลายเป็นมรดกโลกและเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของลาว ดังนั้นหลวงพระบางวันนี้ความเจริญหลายๆ ด้านได้แทรกซึมมาพร้อมกับผู้มาเยือน ความเจริญเริ่มจะหลั่งไหลกันเข้ามา ก้ขอให้หลางพระบางยังคงดำรงรักษาสิ่งดีๆนี้ตลอดไป เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ไม่ถูกกลืนหายด้วยความเจริญ


(ซ้าย / ขวา ) พระอาทิตย์ตกดินแม่น้ำโขง หลังพระธาตุพูสี




 

Create Date : 02 มกราคม 2552    
Last Update : 30 มกราคม 2552 8:25:09 น.
Counter : 284 Pageviews.  

วังเวียง เมืองตากอากาศของลาว ริมแม่น้ำสอง


บรรยากาศยามเช้าริมแม่น้ำสอง วังเวียง

หลังจากท่องเที่ยวอยู่ที่เวียงจันทน์อยู่ประมาณครึ่งวันก็ติดต่อรถนั่งไปเที่ยวที่วังเวียง รถที่ไปเป็นรถสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นฝรั่งกับพี่ไทยของเรา นั่งรถครั้งนี้ค่อนข้างสบายถนนหนทางไม่คดเคี้ยวมากนัก พวกเราออกเดินทางออกจากเวียงจันทน์กันตอนประมาณบ่าย 2 ก็ไปถึงวังเวียงตอนประมาณ 6 โมงเย็นใช้เวลาเดินทางเวียงจันทร์-วังเวียง ราว 4 ชั่วโมง


(ซ้าย) แปลงเกษตรของนักเรียนชนเผ่า (ขวา) แม่น้ำสอง ยามเช้าอีกมุม

วังเวียงเป็นเมืองตากอากาศของชาวลาวเขาเนื่องจากประเทศลาวไม่มีพื้นที่ติดทะเล ดังนั้นพื้นที่ติด แม่น้ำสอง ( บางคนเรียกแม่น้ำซอง) จึงเป็นที่นิยม แต่ปัจจุบันคราคร่ำไปด้วยฝรั่งหลากหลายเชื้อชาติ สถานที่และบรรยากาศจะคล้ายกับที่เมืองปายบ้านเรา มีรีสอร์ทมากมายเรียงรายทอดแนวยาวไปตามลำน้ำสอง อากาศหนาวจับใจช่วงเดือนมกราคม ที่วังเวียงจะมีอยู่ 2 โซนคือ ตัวเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์ร้านขายของที่ระลึก บรรยากาศเหมือนแถวๆถนนข้าวสารแต่เงียบสงบไม่วุ่นวายเหมือนบ้านเรา อย่างเก่งก็นอนดื่มเบียร์ดูทีวีหนังฝรั่งกัน 2 ถึง 3 ทุ่มร้านก็ปิดเข้านอนกัน


(ซ้าย/ขวา) เช้าๆริมแม่น้ำแสนสดชื่น

กับอีกโซนที่เป็นลำธารภูเขาและกระท่อมสำหรับให้เที่ยวแนวๆ ผจญภัย เช่นล่องเรือคายัค เดินป่า ปีนเขา ใครสนใจก็เลือซื้อทริปได้ตามใจชอบ จริงๆแล้วจุดมุ่งหมายของเราคือเดินทางไปหลวงพระบาง แต่เดินทางกลางคืนคงไม่ไหวเขาบอกว่าทางอันตรายมาก เลยจำเป็นต้องมาพักที่วังเวียงสักคืน รุ่งเช้าค่อยเดินทางต่อ อืมก้ต้องรีบเข้านอนละ อากาศหนาวมากจะได้รีบลุกมาแต่เช้ามาถ่ายรูป




 

Create Date : 14 ธันวาคม 2551    
Last Update : 14 ธันวาคม 2551 9:57:44 น.
Counter : 229 Pageviews.  

นครเวียงจันทน์ แสนสงบและเรียบง่าย

นครเวียงจันทน์ เมืองหลวงของประเทศลาว และยังเป็นเมืองเขตชายแดนติดต่อกับประเทศไทย บริเวณจังหวัดหนองคาย การเดินทางไปเยี่ยมชมแสนง่ายเพราะห่างจากชายแดนไทยฝั่งหนองคายเพียงประมาณ 30 นาทีเอง เวียงจันท์ในวันนี้ยังคงดูเงียบสงบ วิถีการดำเนินชีวิตของชาวเมืองยังคงเรียบง่าย ที่สะดุดตาคือแบบฟอร์มของทางราชการที่เป็นผู้หญิงที่ยังคงนุ่งซิ่น ทั้งนักเรียนนักศึกษาหญิงด้วยเหมือนกัน ทำให้ดูน่ารักและแอบชื่นชมได้กับการรักษาวัฒนธรมมของตนเองอย่างเหนียวแน่น


(ซ้าย) พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ (ขวา)ประตูชัยใจกลางเมืองเวียงจันทน์

นครเวียงจันทร์มีแหล่งสถานที่ที่สำคัญมากมาย ทั้งทางด้านสถานศึกษา และสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ หลายแห่ง บางสถานที่มีจุดเด่นเป็นเอกลักษ์เช่น บริเวณหน้าทำเนียบประธานประเทศ ตกแต่งคล้ายกับถนน ชอง เอลิเซ่ (Cham-ELYSEES) ของปารีส สามารถชมความงามรอบเมืองได้หลายวิธีที่นิยมกันมากเห็นจะเป็นการเดินและการขี่ ทางด้านศิลปวัฒนธรรม กำแพงนครเวียงจันทน์ก็มีให้ชมหลายแห่ง อาทิ วัดสีสะเกด ลักษณะพิเศษของวัดนี้อยู่ที่ความอลังการของพระพุทธรูป 6,840 องค์ ที่ฝังอยู่ตามช่องกำแพงพระธาตุหลวง มีภูมิสถาปัตย์ที่งดงาม มีวิหารใหญ่อยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง จุดเด่นของวัดนี้คือ หอไตร หรือ หอธรรม ซึ่งมีรูปทรงคล้ายมณฑป มีหลังคาลดหลั่นเป็นชั้นๆตามศิลปะช่างสกุลล้านช้าง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง


(ซ้าย) หอพระแก้ว (ขวา) พระพุทธรูปงดงามรอบๆหอพระแก้ว

พระธาตุหลวงเหลืองอร่ามดุจทอง เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นพระธาตุที่มีขนาดสูงและใหญ่ที่สุดในลาว มีความสูงถึง 45 เมตร ในแต่ละปีจะมีงานนมัสการพระธาตุหลวงที่ยิ่งใหญ่ในคืนเพ็ญเดือน 12 ถือทำบุญตักบาตรเวียนเทียน ถวายพานพุ่มดอกไม้ ชมอนุสาวรีย์ประตูชัย สถาปัตยกรรมล้านช้าง กับฝรั่งเศส ถือเป็นงานยิ่งใหญ่ระดับชาติ


(ซ้าย)วัดสีสะเกด (ขวา)แวะถ่ายรูปหน้าหอพระแก้วเป็นที่ระลึก

ด้านศาสนา เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เช่น วัดเจ้าแม่ศรีเมืองซึ่งเป็นศาสดาหลักที่ชาวลาวนับถือมาก ชมหอพระแก้ว ที่พระเจ้าไชยเชษฐา ได้โปรดเกล้าให้สร้างเพื่อเป็นที่ประดิษฐานของพระองค์พระแก้วมรกต ที่ได้อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นหอพิพิธภัณฑ์รวบรวมศิลปะโบราณของลาว


(ซ้าย) ระเบียงกำแพงวัดสีสะเกดบรรจุพระพุทธรูปนับพันองค์ (ซ้าย) หอไตรวัดสีสะเกด




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2551    
Last Update : 8 ธันวาคม 2551 22:38:23 น.
Counter : 211 Pageviews.  


พระจันทร์สัญจร
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ขอบคุณ ทุกๆ คอมเม้น คราฟฟฟ
Friends' blogs
[Add พระจันทร์สัญจร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.