Group Blog
 
All blogs
 

woman in the dune ปรับเปลี่ยนวิบากกรรมเป็นความสุข

woman in the dune ปรับเปลี่ยนวิบากกรรมเป็นความสุข

หนังญี่ปุ่นของผกก.Hiroshi Teshigahara
ที่ดูแล้วทึ่งกับภาพ และเนื้อหา
ที่ไม่น่าเชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่ปี 1964 (2507)
ที่ทำได้ล้ำ และดูแล้วไม่รู้สึกว่า"เก่า"เลย
โดยเฉพาะช่วงเครดิตตอนเปิดเรื่อง ทำได้เท่มากๆ

หนังเล่าเรื่องอาจารย์มหาวิทยาลัย
ที่ใช้ช่วงวันหยุดมาหาแมลง เพื่อสะสมและศึกษา
จนมาถึงริมฝั่งทะเลและล้อมรอบไปด้วยเนินทราย
ด้วยความประมาท เลยทำให้ไม่สามารถกลับที่พักได้

ชาวบ้านจึงพาไปพักกับหญิงสาวที่บ้านอยู่ในหลุมทรายขนาดใหญ่
และทุกคืนหล่อนต้องออกมาตักทรายออกจากหลุมนั้น
เพื่อมิให้ท่วมบ้านของตัวเอง และแลกกับอาหารและน้ำจากชาวบ้าน

วันรุ่งขึ้นอาจารย์พบว่าตัวเองไม่สามารถออกจากหลุมทรายนั้นได้
เพราะความตั้งใจของหญิงสาวและชาวบ้าน
เพราะต้องการให้อาจารย์ช่วยหญิงสาวตักทรายด้วย

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับอาจารย์หนุ่มเเบบไม่ทันตั้งตัว
ทั้งการต้องยอมรับสภาพในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดฝัน
ทั้งการยอมรับในตัวหญิงสาวชาวบ้านที่อยู่ร่วมกันในบ้านเดียวกัน
ทั้งการที่ถูกจองจำจากชาวบ้าน

เวลาที่ผ่านไป สิ่งต่างๆเริ่มปรับเปลี่ยน
เหมือนกับเม็ดทรายที่ค่อยๆพัดค่อยๆ ขยับตามแรงกระทำ

เช่นเดียวกับอาจารย์หนุ่มที่ทำใจและยอมรับในชะตากรรม
จนค้นเจอความสุขที่แท้จริง

หนังขาวดำครับ ถ่ายทอดภาพได้สวยงาม
แม้กระทั่งเม็ดทรายที่ดูแล้วมีชีวิต ภาพโคลสอัพเม็ดเหงื่อ
ความสากของผิวหนังที่ถูกเม็ดทรายเกาะติดฯลฯ

ดูแล้วอยากตามหาเรื่องอื่นๆของผกก.คนนี้มาดูอีกครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Woman_in_the_Dunes

http://www.imdb.com/title/tt0058625/




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552    
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 11:33:36 น.
Counter : 224 Pageviews.  

FOLLOWING(1998) เ_สือกจนได้ดี



ได้ดู หนังเรื่องแรกๆ ของผู้กำกับ The Dark Knight
Christopher Nolan

เรื่อง FOLLOWING(1998) หนังสไตล์ทุนน้อยต่อยหนัก
ที่ทำได้น่าสนใจและติดตามอย่ายิ่ง
หนังถ่ายแบบขาวดำเพิ่มความขลังในแบบฟิลม์นัวล์

หนังเกี่ยวกับชายไร้แก่นสารที่เอาเวลาในชีวิตคอยติดตาม สะกดรอย
เพื่อเป็น "เงา" ของคนที่ไม่รู้จัก จนในที่สุดได้เจอกับชายแปลกหน้า
ท่าทางภูมิฐานที่จับได้ว่าเค้าถูกสะกดรอยตาม
และเปิดเผยตัวเองว่า เค้าคือใคร

หลังจากนั้นหนังพาเข้าสู่เรื่องราวที่นึกไม่ถึง
และทั้งหมดก็เกิดจาก "ความเ_สือก" ของตนเอง

หนังเดินเรื่องแบบตัดข้ามช่วงเวลาไปมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อาจต้องใช้สมาธิในการดูพอควร

ระวังการยุ่งเรื่องของคนอื่นบางครั้งอาจย้อนกลับมาหาตัวเอง
โดยที่ไม่รู้ตัว และเจ็บปวดมากกว่า

dvdที่ผมดูมี 2versionครับ
มีแบบ original เดินเรื่องตัดข้ามเวลาไปมา

กับแบบ chronicle version ที่เล่าเรื่องตามเวลาในเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่อง

http://en.wikipedia.org/wiki/Following
http://www.imdb.com/title/tt0154506/

หนังดีที่น่าจะดูกันครับ




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2552    
Last Update : 19 สิงหาคม 2552 10:47:33 น.
Counter : 1773 Pageviews.  

The Italian ใครว่า มีเคอิโงะที่ตามหาพ่อ



Italianetz (2005) หรือ The Italian
ผลงานของผกก.Andrei Kravchuk

หนังรัสเซียว่าด้วยเด็กจากบ้านกำพร้าที่ตามหาแม่ของตัวเอง

Vanya Solntsev เด็กรัสเซีย อายุ6ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า
ที่กำลังที่จะได้พ่อแม่บุญธรรมจากitaly
แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์กับแม่ของเด็กอีกคน
ทำให้Vanya เกิดความมุ่งมั่นที่จะสืบหาแม่ของตัวเอง

ด้วยการช่วยเหลือจากเด็กสาวรุ่นพี่ ทำให้Vanya
ได้ก้าวสู่โลกภายนอกตามหาฝัน
จากรถไฟ รถเมล์ สู่เมืองที่ไม่รู้จัก
รวมทั้งต้องคอยหลบหนีจากการตามของจนท.ของบ้านเด็กกำพร้า
(ที่ต้องการค่าคอมมิชชั่นจากการส่งเด็กไปสู่ผู้ปกครองคนใหม่)

การใว้ใจเด็กด้วยกันสู่การถูกปล้นและทำร้าย
การเอาตัวรอดกับสถาณะการณ์เฉพาะหน้า

สิ่งเหล่านี้เด็กอายุ 6ขวบ ยอมแลกมาเพียงเพื่อตามหาฝันให้เจอ

หนังนำเสนอเเบบเรียบๆง่ายๆ เนือยๆในช่วงเเรกครับ
หนังพูดภาษารัสเซียทั้งเรื่อง
ส่วนช่วงหลังนำเสนอได้น่าติดตาม
(แต่ก็มาแบบเรียบๆง่ายๆเช่นกันครับ555)

ชอบที่สุดคือฉากที่ จนท.ที่สุดท้ายเห็นความตั้งใจของVanya
ที่ก่อนหน้านั้นแทบปางตายจากการตามหาVanya

ลองหามาดูกันครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.imdb.com/title/tt0450450/
http://en.wikipedia.org/wiki/Italianetz




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2552    
Last Update : 18 มิถุนายน 2552 11:50:55 น.
Counter : 214 Pageviews.  

Buddha Collapsed Out of Shame แก้มยุ้ยจะไปเรียนหนังสือจ้า



หนังว่าด้วยสาวน้อยตัวนิดแก้มยุ้ยมูกโป่ง
ชื่อว่า Baktay ที่เห็นญาติตัวเองท่องหนังสือเรียน
ได้ฟังเรื่องสนุกๆแบบที่ญาติของตนอ่านให้ฟังตามบทเรียน
เธอเชื่อว่ามีเรื่องสนุกๆกว่านี้อีกมากที่โรงเรียน

Baktay จึง เกิดอยากจะเรียนกับเค้าด้วย
ลงทุนเดินเอาไข่ไก่ไปขายเพื่อหาเงินซื้อหนังสือและดินสอ
พร้อมทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากบ้านสู่โรงเรียน
ฟังดูเหมือนหนังจะน่ารักหรือชวนหัว แต่หนังเรื่องนี้ ตลกปนสะอึกในใจ

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่ประเทศอัฟกานิสถาน
ประเทศที่ปกครองโดยรัฐบาล ตาลีบัน
หรือพวกอิสลามหัวรุนแรงที่ออกกฏหมายเข้มงวดและเคร่งครัด
(อ่านเพิ่มเติมจากบทความ ของท่านพ.อ.อดิศักด์ รัตนมาลาได้ที่นี่ครับ
http://www.taharn.net/y/44k1.html)

ตัวหนัง นำเสนอคล้ายๆหนังสารคดี ภาพสดใส แสงแดดสว่าง
ท้องฟ้าไร้เมฆ พื้นทะเลทรายที่โล่งกว้าง
ตัดกับความรู้สึกของคนตรงนั้นที่ไร้เสรีและถูกตีกรอบด้วยกฎระเบียบ
ทั้งด้านร่างกายและความคิด


หลังจากได้คำแนะนำให้เอาไข่ไก่ไปขายที่ตลาด
เพื่อนำเงินมาซื้อสมุดและดินสอ

ความพยายามของเด็กหญิงตัวเล็ก ทำให้เราแอบเอาใจช่วย
ถึงแม้จะได้มาเพียงสมุดเล่มใหม่เอี่ยม
รอยยิ้มเปื้อนหน้าของเด็กหญิงบ่งบอกของความฝันที่ใกล้เข้ามา

ลิปสติกสีแดงสวยของแม่ แทนปากกาที่เธอไม่มี

หลังจากได้รู้ว่าโรงเรียนของเธอนั้นอยู่อีกด้านหนึ่งของเมือง
ก็ไม่ทำให้เธอท้อแท้ที่จะเดินทางไป

ระหว่างทางเธอไปเจอกลุ่มเด็กชายที่เล่นเป็นทหาร
แน่นอนเป็นทหารของตาลีบัน

เด็กชายพวกนั้นบอกว่า เธอต้องถูกจับ และถูกลงโทษ
เพราะผู้หญิงห้ามไปโรงเรียน ห้ามเรียนหนังสือ
สมุดสีสวยของเธอถูกฉีกมาพับกลายเป็นเครื่องบินร่อน
กลายเป็นของเล่นชั่วคราวของเด็กผู้ชาย

เธอถูกจับไปอยู่ในถ้ำ และได้เจอเด็กผู้หญิงคนอื่นอีก4คน
ที่ถูกจับมาไว้ก่อนหน้านี้โดยสาเหตุที่เธอทาลิสติกที่ปาก
หรือแม้กระทั่ง บางคนถูกจับมาเพราะ เคี้ยวหมากฝรั่ง

บางฉากสะท้อนความจริงในบางด้านของกฎระเบียบ
เช่นฉากที่ดช.เขียนวงกลมลงพื่นเพื่อให้ Baktay ยืนอยู่ในนั้น
เมื่อ Baktay ก้าวออกจากวงไปดช.คนเดิมก็เขียนวงใหม่ให้ยืน

สุดท้าย วงกลมบนพื้นนั้นก็กลายเป็นเรื่องสนุกของ Baktay
ไปเปรียบเหมือนกฏที่ไร้สาระ
พร้อมที่จะฝืนและกลับกลายเป็นเรื่องสนุกไป


ฉากที่ผมชอบคือฉากที่ Baktay เจอคนกลางทางที่ริมลำธาร
มันสะท้องความคิดที่ว่า เด็กที่เกเรไม่สนใจการเรียน กลายเป็นคนไร้อนาคต
บางทีก็เป็นเพราะผู้ใหญ่บางคนที่มัวแต่หาเรื่องสนุกไร้แก่นสาร
ให้เด็กๆหลงไหล และลืมหน้าที่ของตัวเอง

ในช่วงหลังหนังดำเนินเรื่องแฝงความเปรียบเปรยและท้าทาย
โดยใช้ตัวแทนของตัวละครในเรื่อง
แทนความจริงที่เกิดขึ้นในมุมหนึ่งของโลก

สุดท้ายเหมือนที่เด็กในหนังบอกไว้
"ตายซะ แล้วเราจะปลอดภัยและมีความสุขกว่า"

----------------------------------------------------------------------------------------------------
ปี 2544 ที่กลุ่มตาลีบันได้ระเบิดทำลายองค์พระพุทธรูป "บามิยัน"
ขนาดใหญ่ในอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นองค์พระพุทธรูปล้ำค่า และมีอายุหลายร้อยปี
ตามหลักศาสนาอิสลามห้ามการสร้างรูปสัญลักษณ์ และการวาดภาพคน

"พระพุทธรูปดังกล่าวเป็นมรดกของประเทศอัฟกัน
แต่จริงๆแล้ว มันเป็นการกระทำที่น่าละอายที่จะมี รูปแกะสลักหินนี้ไว้ต่อไป"
(Abdul Hai Mutmain โฆษกรัฐบาลตาลีบัน )
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
หนังกำกับโดย ผู้กำกับสาวHana Makhmalbaf ชาวอิหร่าน-ฝรั่งเศษ




 

Create Date : 29 เมษายน 2552    
Last Update : 29 เมษายน 2552 10:35:29 น.
Counter : 477 Pageviews.  

THIS IS ENGLAND skinhead ฟันน้ำนม



THIS IS ENGLAND skinhead ฟันน้ำนม

เรื่องของเด็กแสบที่อยากจะโต และโต๋

ไอ้ฌอนเด็กอายุ 12 พ่อตายในสงครามฟอคแลนด์

อยู่กับแม่ เล่นคนเดียวไม่มีเพื่อน มันน่ารัก แต่เหงา



จนวันหนึ่งไปเจอกลุ่มเด็กแสบ(แต่น่ารัก)

พวก skinhead วัยละอ่อนที่มีหัวโจกที่ชิ่อว่า วูดดี้

ทั้งๆที่โตกว่าแต่ทุกคนก็ยอมรับฌอนเข้ากลุ่ม



ฌอนเข้ากลุ่มเเบบเต็มตัว

ลากแม่ไปซื้อรองเท้าดร.มาร์ติน สีแดง
แต่กลายเป็นรองเท้าตามใจแม่กับคนขาย

( ดูแล้วอมยิ้ม มันน่ารักดีเหมือนตอนเราเป็นเด็กๆ
ที่อยากได้อะไรๆแบบผู้ใหญ่แต่สุดท้ายก็โดนแม่หลอก
ว่าสิ่งที่ได้น่ะเหมือนกัน แถมเท่กว่าด้วย555)



ทรงผมที่เคยยาวกับสั้นลงแบบ skinhead
โดยฝีมือสาวๆในกลุ่ม กางเกง เสื้อ ครบเซท

สมใจอยาก(จะโตและเท่)

ฌอนแอบชอบสาวพังค์ในกลุ่มที่ชื่อ สเมลล์ ที่โตกว่า
เเละเธอก็แลกจูปกลางเเสงจันทร์ให้กับฌอน!!!

(น่ารักว่ะ) เธอเสนอให้จูบหัวนม แต่ฌอนปฏิเสธ
เพราะว่าไม่เคยทำมาก่อน 555น่ารักอีกแล้ว



แม่ของฌอนรับรู้เรื่องของกลุ่มเพื่อนๆลูก
เธอโมโหแค่เรื่องเดียว คือเรื่องตัดผม

นอกนั้นเธอบอกทุกคนในกลุ่มให้ช่วยดูแลลูกเธอดีๆ
แม่แบบนี้เจ๋งว่ะ ไม่ใช่แบบห้ามโน่นห้ามนี่

ขืนแม่แบบเราๆเห็นเพื่อนๆเป็นแบบนั่น
คงลากเราเข้าบ้านห้ามคบ!!



ทุกอย่างมีความสุขสนุกสนานตามประสาวัยรุ่นละอ่อน

จนวันหนึ่ง วันที่ คอมโบ กลับมา

อดีตเด็กจากสถานดัดสันดาน3ปี

ไอ้นี่ดูแล้วมันแปลกแยกจากกลุ่มโดยเห็นได้ชัด มันไม่น่ารัก

มันเหมือนไอ้คนนี้มันพร้อมจะบ้าได้ทุกเมื่อ



ความสนุกสนานหายไป นับตั้งแต่วันแรกที่ คอมโบ เข้ามา



combo จัดตั้งกลุ่มของตัวเองใหม่

โดยชี้นำเหตุผลที่ทำให้คนในกลุ่มเริ่มเปลี่ยนแปลง

รวมทั้งตัว ฌอน



มันเป็นการก้าวข้ามไปอีกจุดหนึ่ง

แต่ด้วยมุมองของเด็กอายุ12 มันเป็นแค่ความสนุกอีกแบบ

แต่สำหรับเราๆ มันไม่ใช่ ไม่น่ารักแล้วหล่ะ



จนถึงวันที่ทุกอย่างจบลง ด้วยเหตุผลที่ไร้เหตุผลของ คอมโบ

กับการกระทำที่ฌอนได้เห็นและรับรู้ตั้งแต่ต้นจนจบ



เวลาที่ผ่านไปแค่วันปิดเทอมสั้นๆ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับฌอน

คือการเติบโตในการรับรู้ รู้ที่จะคิด รู้ที่จะเลือก

ที่ยังจะอยู่อีกยาวในตัวของฌอนนั่นเอง



หนังสะท้อนเรื่องราว coming to age ได้ดี

สร้างจากชีวิตวัยเด็กของผู้กำกับ Shane Meadows

ดูแล้ว นึกถึงสุภาษิตวลีที่ว่า คบคนพาล พาไปหาผิด

หามาดูกันน่ะครับ

http://www.imdb.com/title/tt0480025/




 

Create Date : 05 เมษายน 2552    
Last Update : 5 เมษายน 2552 12:42:53 น.
Counter : 849 Pageviews.  

1  2  

mouse4006
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"It took me four years to paint like Raphael, but a lifetime to paint like a child."
- Pablo Picasso -
Friends' blogs
[Add mouse4006's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.