Group Blog
 
All blogs
 
ปราสาทตาเมือนธม

ในที่สุดเราก็ได้รายชื่อผู้โชคดี...เอ้ย ไม่ใช่ ชื่อปราสาทหลังต่อไปที่จะมาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ จริงๆจะเรียกกว่าหลังเดียวก็ไม่เชิงนะคะ เพราะคราวนี้มาเป็นแบบแพ็คเก็จ 3 หลังค่ะ ชื่อคล้ายๆกัน อยู่ใกล้ๆกัน ก็คือ บริเวณใกล้กับชายแดนเขมร ที่ กิ่งอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ คือ กลุ่มปราสาทตาเมือนค่ะ

เริ่มกันที่ปราสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเลยนะคะ

ปราสาทตาเมือนธม กิ่งอ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์



ปราสาทหลังนี้ตั้งอยู่ในตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยตั้งอยู่บนสันเขาพนมดงรัก ติดกับชายแดนกัมพูชา 555 เริ่มรู้แกวแล้วใช่มั้ยคะ ไม่ว่าปราสาทหลังไหนก็ตามที่ตั้งอยู่ในแนวเส้นแบ่งพรมแดนเนี่ยเกิดปัญหาในเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ระหว่างไทย-กัมพูชากันเกือบทุกหลังเลยค่ะ เหมือนกับปราสาทสด๊กก๊อกธม ที่เคยเล่าให้ฟังเลย ซึ่งในกรณีนี้เนี่ยปราสาทตาเมือนธมอยู่ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชามากๆๆๆๆ ขนาดที่ว่าแค่เดินจากตัวปราสาทไปเพียงประมาณ 100 เมตรเท่านั้น ก็จะเข้าสู่เขตประเทศกัมพูชาเลยค่ะ ตอนไปนี่แบบว่าชะโงกหน้าโผล่ไปดูคุณทหารเขมรถือปืนได้ด้วยอ่ะค่ะ ลงบันไดหน้าปราสาทไปหน่อยเดียวก็เข้ากัมพูชาแล้ว โฮะๆๆ

ตอนมีปัญหาอ้างสิทธิ์กันนี่นะคะฝ่ายไทยก็ได้ยกเอาเอกสารของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเอกสารอันเรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ที่กัมพูชายึดถือตามมาตลอดมาคัดค้าน เพราะในเอกสารของฝรั่งเศสซึ่งได้มีการทำทะเบียนโบราณสถานในไทย เมื่อปี พ.ศ.2444-2445 น่ะ ได้บอกว่าปราสาทในกลุ่มตาเมือน อยู่ในดินแดนของประเทศไทยด้วย โฮะๆๆ เพราะฉะนั้น คดีนี้ไทยเราเลยชนะไปตามระเบียบ พวกเราถึงสามารถเที่ยวเล่นที่ปราสาทนี้ได้สบายๆ โดยไม่ต้องทำเรื่องขอจากกัมพูชาไงคะ (ไม่เหมือนเขาพระวิหาร 555)

สภาพปัจจุบัน(เมื่อปีสองปีที่แล้ว) ปราสาทซึ่งเคยอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น กลับเสียหายและทรุดโทรมลงมาก เพราะอะไรรู้มั้ยคะ ก็เพราะพวกลักลอบค้าของเก่า ที่มาระเบิดและสกัดเพื่อจะเอาส่วนของลวดลายประดับตกแต่งต่างๆไปขายไงคะ

แหม...พูดแล้วแค้น คนเรานะ ช่างทำกันได้ โมโหๆ และที่สำคัญถ้าสกัดไปได้ดีๆก็ยังพอเข้าใจได้(มั้ง) แต่กลับปรากฏว่าที่จริงการทำแบบนี้ ถือว่าเป็นผลเสียกับทั้งสองฝ่าย เพราะปราสาทนี้เนี่ยสร้างด้วยหินทรายทั้งหลัง ทำให้เมื่อถูกระเบิดหรือสกัดหินบางส่วนออกไป หินส่วนที่เหลือก็จะพังตามไปทั้งหมด จึงเป็นอันว่า ฝ่ายลักลอบก็ไม่ได้ของที่ต้องการ แล้วยังเป็นการทำลายตัวปราสาทส่วนอื่นๆอีกด้วย เฮ้อออ พูดแล้วหงุดหงิด ทำไมมันไม่คิดบ้างก่อนทำ สักแต่ว่าระเบิดๆ ทุบๆๆ ฮ่วย!


สภาพโดยรวมของปราสาทค่ะ ถ่ายมามุมเยื้องมาทางด้านหลัง บุคคลทั้งหลายในภาพไม่ใช่นักท่องเที่ยวนะคะ แต่เป็นเพื่อนที่ไปภาคสนามด้วยกันค่ะ น่าแปลกนะคะ ทั้งๆที่ปราสาทนี้ก็เป็นสถานที่ที่น่าสนใจไปเยี่ยมชม แต่ที่ไปมาทั้งหมด 3-4 ครั้ง แทบไม่เจอนักท่องเที่ยวเลยค่ะ เจอแต่หน้าเดิมๆที่เดินทางไปด้วยกันนั่นแหละ 555

พูดเรื่องพวกนี้แล้วหงุดหงิดค่ะ ไม่เอาดีกว่า เรากลับมาที่ปราสาทที่ยังเหลือให้พวกเราดูดีกว่านะคะ

สภาพทั่วไปของปราสาท

ปราสาทตาเมือนธมนี้เป็นปราสาทก่อด้วยหินทรายทั้งหลัง สร้างขึ้นเนื่องในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย แต่ภายหลังได้ถูกใช้เป็นพุทธสถานด้วย สามารถกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปะได้อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-17 ตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวน โดยตัวปราสาทตั้งอยู่บนสันเขา ดังนั้นจึงมีการก่อศิลาแลงบางส่วนเพื่อกั้นดินไม่ให้ทลายลงมา ก็คือส่วนด้านหน้าของปราสาทนั่นแหละค่ะ จะมีการก่อศิลาแลงซะสูงเชียว

ตัวปราสาทจะหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทอื่นๆที่มักหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งห่างจากด้านหน้าของปราสาทออกไปในเขตกัมพูชาก็จะมีสระน้ำ ที่มีถนนซึ่งตัดผ่านมาจากเมืองพระนคร(เมืองเสียมเรียบในกัมพูชาปัจจุบัน)

โดยถนนเส้นนี้เนี่ยได้มีการกล่าวถึงในจารึกปราสาทพระขรรค์ ในเมืองพระนครว่าได้ถูกตัดขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724-1763) เพื่อเชื่อมระหว่างเมืองพระนครกับเมืองพิมาย ซึ่งการที่ถนนนี้ได้ตัดผ่านมาถึงสระน้ำของปราสาทหลังนี้นั้น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าปราสาทหลังนี้ น่าจะเป็นปราสาทที่มีความสำคัญพอสมควร

ผังของปราสาทหลังนี้เป็นผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีระเบียงคดล้อมรอบ ตัวปราสาทประธานแบ่งออกเป็นส่วนของ ครรภคฤหะ อันตราระ และมณฑป


จากภาพ ส่วนซ้ายมือที่ยอดสูงที่สุดคือครรภคฤหะนะคะ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของศาสนาสถาน ไว้ประดิษฐานรูปเคารพประธานค่ะ ถัดมาจะมีช่วงรอยต่อเล็กๆที่เหมือนทางเชื่อมน่ะค่ะ ส่วนนั้นเรียกว่าอันตราระ ถัดมาทางขวามือก็คือมณฑป อย่าสับสนกับมณฑปที่เห็นตามวัดในปัจจุบันนะคะ ไม่เหมือนกันค่ะ

ในส่วนของครรภคฤหะนั้น ภายในประดิษฐานสวยัมภูลึงค์ หรือ ศิวลึงค์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งนี่เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าปราสาทหลังนี้เป็นศาสนสถานเนื่องในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย


ซูมเฉพาะส่วนครรภคฤหะค่ะ


สวยัมภูลึงค์ค่ะ ลักษณะเป็นก้อนหินสันฐานกลมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

โดยอาจเป็นไปได้ว่า มีการพบสวยัมภูลึงค์ที่พื้นที่บริเวณนี้ก่อน แล้วจึงมีการสร้างปราสาทครอบลึงค์ที่พบในภายหลัง ซึ่งเมื่อสังเกตดูจะพบว่า ส่วนฐานของปราสาทประธานนั้น เป็นหินธรรมชาติของภูเขาที่มีการปรับระดับให้ราบเรียบแล้วถึงจะก่อเพิ่มด้วยหินทรายเป็นตัวปราสาท


ลานหินด้านข้างปราสาท เป็นพื้นหินธรรมชาติของภูเขาที่ถูกปรับให้ราบเรียบขึ้นค่ะ รูและกรอบรูปสี่เหลี่ยมที่เห็น เป็นที่สำหรับประดิษฐานรูปเคารพค่ะ

ในส่วนของอันตราระ(เชื่อมระหว่างมณฑป กับครรภคฤหะ) ก็พบประติมากรรมรูปโคนนทิ ซึ่งเป็นสัตว์พาหนะของพระศิวะ อยู่ในท่าหมอบ หันหน้าไปทางสวยัมภูลึงค์ในครรภคฤหะ และที่ทางเข้าของปราสาทประธาน ก็พบภาพสลักรูปทวารบาลอยู่ด้วย


โคนนทิค่ะ สลักจากหิน พอจะมองกันออกมั้ยคะ ภาพนี้ถ่ายจากทางด้านหน้า ส่วนหัวหักไปแล้ว แต่ยังพอเห็นร่องรอยของสร้อยคออยู่ ลักษณะเป็นเม็ดๆคล้ายลูกประคำ โคนนทิเป็นพาหนะของพระศิวะค่ะ ในศาสนาสถานของพราหมณ์หลายๆแห่ง ที่มีเทวรูปพระศิวะหรือศิวลึงค์เป็นรูปเคารพประธานก็มักจะพบการทำประติมากรรมโคนนทิเป็นบริวารไว้เสมอค่ะ


ภาพส่วนที่เป็นมณฑป เอามาให้เห็นกันชัดๆ เป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ด้านหน้าครรภคฤหะค่ะ

เนื่องจากปราสาทหลังนี้เป็นปราสาทที่ยังสร้างไม่เสร็จ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีในการศึกษาถึงขั้นตอนวิธีการก่อสร้างปราสาทในอดีต โดยจะเห็นว่าการสร้างเริ่มที่การก่อศิลาเป็นโครงร่างขึ้นไปก่อน แล้วจึงมีการปรับแต่ง และสลักลวดลายประดับในภายหลัง ดูตัวอย่างได้จากส่วนที่มีแต่โครงร่างศิลาเรียบๆ ยังไม่มีการสลักลายนั่นเองค่ะ

เยื้องจากปราสาทประธานไปทางด้านหลัง ก็มีปราสาทหลังเล็กๆอยู่ 2 หลัง เป็นปราสาทซึ่งก่อด้วยหินทราย และเห็นได้ชัดว่ายังสร้างไม่เสร็จ ดูได้จากการที่ลวดลายสลักตกแต่งยังไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับตัวปราสาทซึ่งก็มีส่วนที่ยังสร้างไม่เสร็จเช่นเดียวกันค่ะ




ส่วนทางด้านหน้าของปราสาทประธานนั้น ก็มีบรรณาลัยอยู่ 2 หลัง หันหน้าเข้าหาปราสาทประธาน โดยทั้ง 2 หลังนี้ก่อด้วยศิลาแลง ต่างจากปราสาทประธาน และปราสาทเล็กๆด้านหลัง ซึ่งก็อาจเป็นได้ว่าบรรณาลัยทั้ง 2 หลังนี้ได้ถูกสร้างต่อเติมขึ้นมาในภายหลังก็ได้ค่ะ เพราะวัสดุที่ใช้สร้างไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้ที่บริเวณด้านนอกระเบียงคดทางทิศเหนือ ก็มีการขุดเป็นสระน้ำเล็ก 2 สระ ซึ่งในปราสาทเขมรทั่วๆไปมักจะพบว่ามีสระน้ำ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ใกล้ๆเสมอ คาดว่าคงเป็นเรื่องของการจัดการแหล่งน้ำค่ะ

ต่อไปเรามาดูกันนะคะว่าหลักฐานที่พบที่ปราสาทหลังนี้มีอะไรกันบ้าง

ในปี พ.ศ.2502-2503 ได้มีการสำรวจที่ปราสาทหลังนี้ พบรูปเคารพของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งเป็นการยืนยันถึงเรื่องที่ว่า ในระยะหลังนั้นปราสาทหลังนี้ได้ถูกใช้เป็นพุทธสถาน (น่าจะเป็นในช่วงตั้งแต่สมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ลงมาเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ศาสนาพุทธมหายานได้รับการนับถือมากในเขมรค่ะ)

นอกจากนี้ยังมีการพบจารึกที่ปราสาทนี้หลายหลักด้วย (มีการพิมพ์เผยแพร่ 5 หลัก) โดยจารึกที่เก่าที่สุด ได้กล่าวไปถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 3 (พ.ศ.1389-1420) รวมถึงมีจารึกที่กล่าวถึงพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1(พ.ศ.1545-1593) ซึ่งตรงกับอายุสมัยของปราสาทที่ระบุได้จากรูปแบบศิลปะของตัวปราสาท (นี่แหละค่ะ นักโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะเค้าใช้วิธีกำหนดอายุกันแบบนี้)

ข้างล่างเป็นรูปของลายตกแต่งและบางมุมของปราสาทนะคะ เอามาให้ดูกันเล่นๆ ชอบมากๆค่ะเวลาเห็นพวกลายสลักเนี่ย สวยจริงๆเลย ยิ่งบางชิ้นนะคะดูใกล้ๆแล้วถึงกับทึ่ง สลักได้อ่อนช้อยสวยงามมากเลยค่ะ ช่างสมัยโบราณนี่เค้าเก่งนะคะ คิดดูว่าสมัยนั้นมีเครื่องมือทันสมัยอย่างเราซะเมื่อไหร่ ยังทำได้ขนาดนี้ สุดยอดดดดดด


เวลาออกภาคสนามนักศึกษาโบราณคดีก็ต้องทำแบบนี้แหละค่ะ ถ่ายรูป และจดบันทึก กล้องกับสมุดโน้ตนี่เรียกได้ว่าต้องถือติดมือตลอดเวลาเลยค่ะ เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด ทั้งที่ฟังจากอาจารย์แล้วก็ที่สังเกตเห็น เพราะว่าโบราณสถานแต่ละแห่งก็ใช่ว่าใกล้ๆ ได้ไปกันบ่อยๆ

อยากให้ดูพวกลายสลักค่ะ สวยงามมากจริงๆ








ลายที่เสาประดับกรอบประตูค่ะ เป็นลายก้านขด สวยเนาะ (แต่ยังมีที่สวยกว่านี้อีกค่ะ เสียดายที่ปราสาทหลังนี้เสียหายไปมากแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีอะไรให้ดูอีกเยอะเลยค่ะ)


ภาพนี้อยากให้ดูกรอบประตู และโครงสร้างการถ่ายน้ำหนักของหลังคาค่ะ ส่วนที่เป็นหลังคามีการก่อหินเรียงซ้อนกันแบบคั่นบันไดเพื่อรับน้ำหนักจากส่วนยอด แล้วถ่ายมาลงที่ทับหลังและเสากรอบประตูทั้งสองข้าง


สองรูปต่อไปไม่มีอะไรค่ะ สภาพด้านนอก แต่อยากเอามาให้ดู ชอบแสงแบบซีเปีย(ถ่ายฟิล์มขาวดำค่ะ แล้วล้างเป็นซีเปีย) ได้อารมณ์ไปอีกแบบนึง หุหุหุ






ภาพสุดท้าย เป็นส่วนยอดของปราสาทที่หักลงมาค่ะ เค้าก็เลยนำมาตั้งไว้ข้างล่าง ลักษณะจะคล้ายๆดอกบัว ที่เห็นน่ะหินตันทั้งก้อนนะคะ หนักทีเดียวเชียวแหละ เหอๆๆ



จบแล้วค่ะ สำหรับการพาทัวร์ปราสาทตาเมือนธมแบบชาวโบราณคดี ไว้โอกาสหน้าจะพาไปปราสาทตาเมือน และปราสาทตาเมือนโต๊ด ซึ่งเป็นปราสาทอีกสองหลังในกลุ่มปราสาทตาเมือนนี้นะคะ

เหมือนเดิม ถ้าอ่านแล้วสงสัยหรือติดใจอะไรตรงไหนโพสมาคุยกันได้ค่ะ หรือถ้าอยากแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงแนะนำอะไรก็เชิญตามสบายเลยนะคะ เดี๋ยวจะมาเช็คมาตอบอยู่เรื่อยๆค่ะ มาคุยๆกันน๊า (เนียนหาเพื่อนคุย 555)




Create Date : 03 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2550 17:44:34 น. 52 comments
Counter : Pageviews.

 
คล้ายกับปราสาทหินพนมรุ้งเลยค่ะ


โดย: hawaii_havaii (Hawaii_Havaii ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:2:19:33 น.  

 
สวยมากเลยค่ะ รูปก็สวย แถมมีความรู้ดีๆแถมด้วย


โดย: Picike วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:5:38:12 น.  

 
มาบล็อกนี้ได้ความรู้กลับไปเพียบเลยค่


โดย: brasserie 1802 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:51:23 น.  

 
อยากไปนานแล้ว แต่ไม่ได้ไปซักที


โดย: สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:13:16:32 น.  

 
หวัดดีค่ะ

hawaii_havaii.....จะคล้ายๆกันค่ะ แต่จริงๆปราสาทหินก็ดูคล้ายกันหมดแหละเนอะ แต่พนมรุ้งใหญ่กว่าเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงทางเดินยาวๆที่ทอดไปยังปราสาท ไว้โอกาสหน้าจะเอาบันทึกเรื่องพนมรุ้งมาฝากนะคะ

Picike.....ดีใจที่ชอบรูปนะคะ ความรู้ส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่ได้จากการเรียนและทำรายงานที่คณะนั่นแหละค่ะ ต้องขอบพระคุณอาจารย์ทุกคนและหนังสือ ตำราทุกเล่มมา ณ ที่นี้ด้วย

brasserie 1802.....ยินดีที่แวะมาค่ะ แล้วไว้มาเยี่ยมชมกันอีกนะคะ จะพยายามอัพให้เร็วขึ้นค่ะ

สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว.....ส่วนตัวถ้าไม่ใช่เพราะไปฟิลด์กับที่คณะก็คงหาโอกาสไปยากเหมือนกันค่ะ เพราะปราสาทในกลุ่มนี้ค่อนข้างอยู่นอกเส้นทางของปราสาทหินใหญ่ๆ แล้วก็อยู่ลึกเข้ามาเกือบติดชายแดนกันเลยทีเดียว แต่ถ้าอยากไปจริงๆ ลองหาเวลาว่างวันหยุดซัก 2-3 วันสิคะ(ตอนไปภาคสนามแต่ละครั้งส่วนใหญ่ก็เวลาประมาณนี้แหละค่ะ) แล้วก็ไปตระเวณดูปราสาททางแถบอีสานแถวๆนั้น ก็น่าจะได้หลายที่อยู่นะคะ ไม่เฉพาะแต่ปราสาทใหญ่ๆที่ดังๆ ปราสาทเล็กๆก็น่าไปดูค่ะ อาจจะมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่แปลกจากที่หลักๆด้วยก็ได้ ถ้าไปแล้วลองสังเกตดูดีๆ ก็จะสนุกทีเดียวเชียวค่ะ


โดย: +mosminly+ วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:34:23 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยครับ ได้ดูรูปสวย ๆ แถมได้ความรู้ด้วย เห็นแล้วอยากไปมั่งทันที


โดย: 90210 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:40:16 น.  

 
จะบอกเราเป็นคนที่นั่น มีอะไรจะบอกด้วยละว่า กลุ่มปราสาทเหล่านี้อยู่ในเขตกิ่ง อ.พนมดงรัก ไม่ใช่ อ.กาบเชิง เพราะได้แยกเป็นกิ่งอำเภอมานานแล้วจ้า

เราอยากเชิญชวนให้ไปเที่ยวกันเยอะๆ นะจ๊ะ


โดย: มดง่ามน้อย IP: 58.137.0.83 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:09:48 น.  

 
มดง่ามน้อย....อ้าวเหรอคะ แหะๆๆ ขอบคุณที่บอกนะคะ เดี๋ยวไปแก้ก่อน เพราะตอนเอาข้อมูลมาลงก็ไม่ได้เช็คให้ดี ตกข่าวอย่างแรง....ว่าแต่.......แล้วที่ทำรายงานส่งอ.ไปล่ะ อ.คงหยวนๆเนอะ(แต่ก็หลายปีแล้วล่ะค่ะ) หุหุหุ ขอบคุณสำหรับข้อมูลอัพเดตนะคะ

อยากไปเที่ยวที่นั่นอีกจัง(จริงๆอยากไปทุกปราสาทเลยอ่ะ คิดถึงงงง)


โดย: +mosminly+ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:41:27 น.  

 
สนใจเรื่องปราสาทหินเป็นพิเศษ อยากรู้ว่าปัจจุบันปราสาทตาเหมือนโต๊จนี้จะได้บการบูรณะถึงยอดปราสาทหรือเปล่า


โดย: amonrain@hotmail.com IP: 124.121.4.107 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:2:57:14 น.  

 
ใช่ค่ะ
สวยมากที่นี่
ไปถ่ายงานที่นั่นประทับใจมากจ้า
อยากไปอีก


โดย: บีบี IP: 124.120.169.108 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:10:13 น.  

 
เขมรบอกว่าเราแย่งเขาอีกแล้ว ทำไงดี


โดย: บัส IP: 118.172.29.87 วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:12:07:35 น.  

 
ผมคิดว่า ตอนนี้ ชายแดนเขมร ทหารฝ่ายไทย กับ กัมพูชา ปักหลัก อยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น แหละครับ อย่าล้ำดินแดนกัน บางครั้ง แถวชายแดน ทหารไทยกับเขมร ก็ไปมาหาสู่กันเยอะแยะ ดังนั้น จึงมีความเห็นว่า ตอนนี้ จุดหลักเขตแดน ของไทย กัมพูชา ต้องมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยปละละเลย จนมีปัญหา เหมือนทุกวันนี้


โดย: คนเคยไปชายแดนเขมร IP: 58.9.16.63 วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:8:50:48 น.  

 
ไอ้พวกเขมรมันบ้าได้คืบจะเอาศอก....เกลียดมันจริงๆๆเลย


โดย: day IP: 58.8.102.10 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:1:06:36 น.  

 
คนไทยมัวแต่ชิงดีชิงเด่น กัน ไม่ยอมกัน สุดท้ายจะไม่ได้อะไรเลย มีแต่เสีย กับ เสีย (หรืออาจจะต้องเสียดินแดนอีก ) สังเกตุง่าย ๆ ไทยจะทำอะไรตามหลังเขมร 1 ก้าวตลอด


โดย: จ่าน้อย IP: 117.47.43.11 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:6:53:29 น.  

 
ปราสาทก็ของเขา พื้นที่ก็ของเขา แต่เราส่งทหารไปคุ้มครองตอนสงครามก็เท่านั้น แต่ไม่ยอมย้ายกลับคืน แหมทำไปได้


โดย: เกศ IP: 125.24.105.234 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:11:49:57 น.  

 
ปราสาทตาเมือนธมกำลังจะตกเป็นของไอ้พวกเขมรอีกแล้วครับท่าน ไทยถอนทหารออกมาแล้วไม้รู้จะภอนออกมาทำไม อยู่นิ่งๆก็ดีอยู่แล้ว...ต่อไปก็คงจุเหมือน..พื้นที่ทับซ้อนพวกเขมรมันคงเข้ามายึดแล้วก็ไล่ออกไปไม้ได้พี่ไทยใจกว้างเกินไปหรือเปล่า...คุณเกศคันคุณรู้ได้อย่างไรว่าปราสาทนี้เป็นของพวกเขมรมันหรือคุณเป็นคนเขมรคับ


โดย: อุเทน IP: 210.246.158.254 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:12:02:17 น.  

 
เบื่อจริงๆ ไอ้พวกกัมพูชา ได้คืบจะเอาศอก น่า จะยิงกันเลยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย


โดย: อบ IP: 58.8.154.254 วันที่: 6 สิงหาคม 2551 เวลา:12:03:11 น.  

 
สวยมากเลยค่ะ อยากไปเที่ยวจังเลย แต่ไทยเราไม่เคยส่งเสริมการท่องเทียวด้านปราสาทหินเลย พอเขมรจะเอาถึงมาคิดได้ว่าเป็นของตนเอง


โดย: กมล IP: 125.25.152.117 วันที่: 7 สิงหาคม 2551 เวลา:13:19:52 น.  

 
ชอบมากๆๆค่ะ


โดย: ปอริจัง IP: 124.157.228.6 วันที่: 7 สิงหาคม 2551 เวลา:18:54:25 น.  

 
เกหเหก


โดย: เอ IP: 125.24.31.6 วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:10:43:43 น.  

 
สงสัยปราสาทพนมรุ้งก็คงของเขมรละมั้งครับ


โดย: ปืน IP: 203.147.10.245 วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:22:38:44 น.  

 
ถึงตอนนั้นก็คงต้องตายกันข้างละครับ


โดย: ปืน IP: 203.147.10.245 วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:22:40:26 น.  

 
อย่างว่าแหละครับคนไทย ชิงดีชิงเด่นกัน โกงบ้านโกงเมืองกัน ไม่ว่าผู้นำหรือฝ่ายค้ายก็ดี


โดย: ปืน IP: 203.147.10.245 วันที่: 8 สิงหาคม 2551 เวลา:22:48:38 น.  

 
เราเป็นคนที่นี่รู้สึกใจหายมาก ที่โดนเขมรขี้ตู่ว่าปราสาทตาเมือนธมป็นของประเทศเค้า หน้าไม่อายเน๊อะ


โดย: jackky IP: 61.19.227.2 วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:15:55:44 น.  

 
ทหารไทยไม่ได้ถอนกำลังออกจากปราสาทตาเมือนธมนะ ขณะนี้ยังคงมีกองกำลังทหารพราน (วีระบุรุษชุดดำ) ประจำอยู่ติดกับปราสาทเชียวละ นักรบผู้กล้าเหล่านี้ อยู่นานแล้ว อยากให้คนไทยเดินทางไปเที่ยวชมดูบ้าง ทางไปสะดวก ถนนลาดยางถึงตัวปราสาทเลยนะ


โดย: รักทหาร IP: 125.26.227.131 วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:15:55:56 น.  

 
วิธีแก้ปัญหาคือปราสทตาเมือนธมคือแล้วนำตัวปราสทที่ติดชายแดนไทย-เขมรขึ้นเป็นมรดกโลกให้หมดคือ ปราสทตาเมือนทั้ง3แห่งปราสทพนมรุ้ง เพราะเขมรต้องการสร้างความปั่นปวนให้กลับไทยตอนแรกเขาก็อ้างสิทธิในพื้นที่4.6ตารางกิโลเมตรและทหารไทยก็ต้องดูแลในพื้นที่4.6ตารางกิโลเมตรและเขาก้รู้ว่าทหารไทยดูแลเรื่องนี้จึงไม่ได้สนใจปราสทอื่นเขมรจึงคิดจะหุบปราสทที่ใกล้ชายแดนของไทยทั้งหมดการแก้ปัญหาคือนำปราสทที่ใกล้เขมรทั้งหมดขึ้นเป็นมรดกโลกเพราะจะทำให้เราสามารถอ้างสิทธได้ทันทีว่าเป็นมรดกโลกของไทยจะทำให้เขมรไม่เกล้าอ้างสิทธิเหมือนที่เป็นอยุ่


โดย: นายณัฐพล IP: 203.147.48.189 วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:11:54:58 น.  

 
เหมือนปราสาทพนมรุ้งเลยว่ะ


โดย: กรูส์เอง IP: 58.8.181.214 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:13:59:44 น.  

 
เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ“เธ„เธฃเธฑเธš เน„เธ”เน‰เธ„เธงเธฒเธกเธฃเธนเน‰เน€เธขเธญเธฐเน€เธฅเธข


โดย: เธเน‰เธญเธ‡ IP: 118.175.218.2 วันที่: 21 สิงหาคม 2551 เวลา:14:35:28 น.  

 
ขอบอกตรงๆเลยว่าปราสาทตาเมือนเป็นของไทยแน่นอน


โดย: นายประวันวิทย์ IP: 119.42.83.224 วันที่: 15 กันยายน 2551 เวลา:12:17:03 น.  

 
ช่วยกันไปให้กำลังใจประเทศไทยและทหารหาญของเราหน่อยที่ปราสาทตาเมือนธม


โดย: จี๊ป IP: 125.25.143.200 วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:10:48:20 น.  

 
ศิลปะคล้ายกันกับปราสาทสด็อกก๊อกธม มากเลยเพื่อนๆไปเที่ยวชมได้ เพื่อศึกษาศิลปเชิญมาเที่ยวได้ที่ จังหวัดสระแก้ว


โดย: พัตตี้ IP: 62.143.5.58 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:17:03:35 น.  

 
ศิลปะคล้ายกันกับปราสาทสด็อกก๊อกธม มากเลยเพื่อนๆไปเที่ยวชมได้ เพื่อศึกษาศิลปเชิญมาเที่ยวได้ที่ จังหวัดสระแก้ว ลืมบอกเพื่อนๆว่าที่นี่สามารถขอพรได้ แล้วศักดิ์สิทธิ์จริง ผมขอมาแล้ว


โดย: พัตตี้ IP: 62.143.5.58 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:17:08:27 น.  

 
ขอบอกตรงๆเลยว่าปราสาทตาเมือนเป็นของCambodiaแน่นอน


โดย: happy IP: 61.7.149.52 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:9:47:57 น.  

 
ช่วยกันไปให้กำลังใจประเทศ Cambodian และทหารของเราหน่อยที่ปราสาทตาเมือนธม
please people in cambodia go to help army at Prasattameantom too





โดย: yearytuk IP: 61.7.149.223 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:11:31:10 น.  

 
เบื่อจริงๆ ไอ้พวกไทย ได้คืบจะเอาศอก น่า จะยิงกันเลยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
รู้ไม่ปราสาทตาเมือนธมปราสาทเมือนโต๊จ และปราสาทเมือน
พูดไปปราสาทที่มีอยู่บนพนมดองแรกทั้งหมดนั้นคือซึ่งเป็นปราสาทของ Cambodia ทั้งหมดน่ะ
ไม่ใช่ของไทย
ไทยทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
มีแต่เดินปล้นเค้าอย่างเดียว


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.30 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:11:38:51 น.  

 
วิธีแก้ปัญหาคือปราสทตาเมือนธมคือแล้วนำตัวปราสทที่ติดชายแดนCambodia and thai ขึ้นเป็นมรดกโลกให้หมดคือ ปราสทตาเมือนทั้ง3แห่ง
ต่อไปเราเดินหน้าไล่ชาวไทยที่อยู่ในปราสาทตาเมือนทั้ง ๓ แห่งออกจากพื้นที่ให้หมด
ถ้าไล่ไม่ได้พากันไปฟ้องศาลโลกเพื่อให้ศาลโลกตัดสิ้นให้เพราะปราสาททั้งสามแห่งอยู่ในแผนที่ของประเทศกัมพูชาตอนที่ประเทศกัมพูชามีสงครามภายในไอ้พวกไทยพากันมาปกครงปราสาทตาเมือนทั้งสามแห่งที่นี้เราจะเอาคืนให้หมดถ้าพูดตามแผนที่ที่ดินของเราจากปราสาททั้งสามแห่งมาฝังไทยมีเหลือทั้งหลายคีโลเม็ตรไม่ใช่มีแค่ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊จและปราสาทตาเมือน


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.30 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:12:01:18 น.  

 
ជូនកូនខ្ែមរទាំងអស់
វិធីកែបញ្ហាគឺប្រាសាទតាមាន់ធំប្រាសាទតាមាន់តូចនឹងប្រាសាទតាមាន់និយាយរួមប្រាសាទដែលនូវលើជួរភ្នំដងរែកទាំងអស់ហ្នឹងត្រូវតែចាត់វិធានការគឺឧិ្យក្រសួងការបរទេសកម្ពុជាព្រមទាំងគណះកូនខ្ែមរទាំងអស់
អេកភាពគ្្នាដើម្បីចាត់ចូលដាក់ក្នុងបញ្ជីបេតិកភ័ណ្ឌខ្ែ្មរនឹងបេតិកភ័ណ្ឌពិភពលោកដើម្បីឪ្យរួចផុតពីរក្រុមពូកចោរព្រៃសៀម


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:12:33:24 น.  

 
ជូនកូនខ្ែមរយើង
ប្រាសាទព្រះវិហារបានកសាងឡើងតាំងតែ
ពីឆ្នាំ​៨៨៩នៃគ​.ស. ។
គេដឹងថាប្រទេសសៀមទើបតែបង្កើតរដ្ឋ
គ្រាដំបូងបង្អស់ឈ្នោះថាសុខោទ័យពីឆ្នាំ1238
ដល់ឆ្នាំ1350 ។
សម័យអាយុធ្យាពីឆ្នាំ1350​ ដល់ឆ្នាំ 1767។
សម័យក្រោយអាយុធ្យាពីឆ្នាំ 1767
ដល់ឆ្នាំ 1800 នឹងសម័យបាងកកចាប់ពីឆ្នាំ 1800
មកទល់បច្ចុប្បន្ននេះ។
អញ្ជឹងឃើញថាកំណើតរបស់សៀមក្រោយ
ប្រាសាទព្រះវិហារចំនួនរយះពេល 349 ឆ្នាំ។




โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:12:54:25 น.  

 
ជូនកូនខ្ែមរទាំងអស់
វិធីកែបញ្ហាគឺប្រាសាទតាមាន់ធំប្រាសាទតាមាន់តូច
នឹងប្រាសាទតាមាន់និយាយរួមប្រាសាទ
ដែលនូវលើជួរភ្នំដងរែកទាំងអស់ហ្នឹង
ត្រូវតែចាត់វិធានការគឺឧិ្យក្រសួងការបរទេសកម្ពុជា
ព្រមទាំងគណះកូនខ្ែមរទាំងអស់
អេកភាពគ្្នាដើម្បីចាត់ចូលដាក់ក្នុង
បញ្ជីបេតិកភ័ណ្ឌខ្ែ្មរនឹងបេតិកភ័ណ្ឌពិភពលោក
ដើម្បីឪ្យរួចផុតពីរក្រុមពូកចោរព្រៃសៀម



โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:13:00:06 น.  

 
ไอ้พวกไทยมันบ้าได้คืบจะเอาศอก....เกลียดมันจริงๆๆเลย


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:13:09:14 น.  

 
យើង​ជា​ខ្មែរ រស់​លើ​ទឹកដីខ្មែរ ខិតខំប្រឹងប្រែងតស៊ូ ជំនះគ្រប់ឧបសគ្គ ដើម្បីបូរណភាពទឹកដីរបស់ខ្មែរ។ ខ្ញុំមានមោទនភាព ដែលបានកើតមកជាជាតិខ្មែរ
ថាកើតមកជាជនជាតិថៃយ៉ាប់យឺនវេទនា។


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:13:12:37 น.  

 
ពួកអាចោរម្សៀតសៀមវាចង់បានស្អីទៀតពីខ្មែរ ពួកអាចង្រៃទៅងាប់អោយអស់ៗទៅពួកអាងាប់សៀម!!



โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:13:13:41 น.  

 
ช่วยกันไปให้กำลังใจประเทศ Cambodian และทหารของเราหน่อยที่ปราสาทตาเมือนธม
please people in cambodia go to help army at Prasattameantom too
ผมรักประเทศ Cambodia กัมพูชา
มากที่สุด
ตอนต่อๆไปขอให้คนกัมพูชาจำไว้น่ะอยู่ในบนดิน
สุวรรณภูมิตรงไหนที่มีปราสาทของกัมพูชา
เราจะต้องเอาให้หมด
อีกไม่นานปราสาทที่อยู่ในประเทศไทย
เราต้องเอาคืนให้หมดเอาทั้งแผนดินด้วยที่ติดปราสาท


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:13:31:48 น.  

 
ศิลาจารึกก็เป็นของกัมพูชาตัวหนังสือ
ทั้งหมดก็เป็นของกัมพูชาเพราะฉะนั้น
ทุกอย่างก็เป็นของเรา
ไอ้พวกไทยมันมาอ้วดว่าเป็นของไทย
มันไม่ใช่เป็นของกัมพูชาเท่านั้น
ไทยไม่รู้เหรอประเทศกัมพูชาตามประวัติศาสตร์
ในแผนที่เก่าของกัมพูชาคือแผนที่ Angkor Wat
หรือนครวัดประเทศกัมพูชาแต่ก่อนติดกับประเทศมาเลซี่
และประเทศพม่า


โดย: yearytuk IP: 61.7.149.226 วันที่: 1 ธันวาคม 2551 เวลา:14:03:38 น.  

 
อยากไปเที่ยวกับแฟนจัง


โดย: ผักบุ้ง IP: 114.128.124.20 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:54:07 น.  

 
ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนโต๊จ
ปราสาทตาเมือนธม เป็นของกัมพูชาทั้งหมด
เท่านั้น ไม่ใช่ของไทย เป็นของกัมพูชา
พระมหากษัตยร์กัมพูชาเป็นผู้สร้าง
เมื่อไทยอยากได้เราจะต้องไปฟ้องศาลโลกอีก
คร้าวนี้เราจะต้องเอาทั้งจังหวัดสุรินทร์
ครั้งนีเราจะต้องเอาให้หมด
ตรงไหนที่มีปราสาทอยู่ เอาให้หมดสักวันหนึ่งจะต้อง
เป็นของกัมพูชาคืน จำไว้ปน่ะประเทศกัมพูชา
แต่ติดกับประเทศพม่า แต่ก่อนประเทศไทยไม่มี
มีแต่จักรกระพบแขมรเท่านั้น


โดย: yearytuk IP: 61.7.167.165 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:22:51:21 น.  

 
ทหารกัมพูชาไม่ได้ถอนกำลังออกจากปราสาทตาเมือนธมนะ ขณะนี้ยังคงมีกองกำลังปกป้องดินแดนอยู่ (เป็นวีระบุรุษที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด) ประจำอยู่ติดกับปราสาทเชียวชาญมาก นักรบผู้กล้าเหล่านี้ อยู่นานแล้ว อยากให้คนกัมพูชาเดินทางไปเที่ยวชมดูให้เยอะๆ ทางไปสะดวก ถนนสร้างถึงตัวปราสาทแล้วน่ะ


โดย: yearytuk IP: 61.7.167.165 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:22:58:13 น.  

 
เราเป็นคนที่นี่รู้สึกใจหายมาก ที่โดนไทยขี้ตู่ว่าปราสาทตาเมือนธมป็นของประเทศเค้า หน้าไม่อายเน๊อะ


โดย: yearytuk IP: 61.7.167.165 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:23:02:20 น.  

 
ก็ไม่รู้ว่าท่านทั้งหลายจะทะเลาะเพื่อประโยชน์อันใด เพราะชาวบ้านที่อยู่ที่นี่เขาก็เป็นเครือญาติไปมาหาสู่ เรียนรู้ประวัติสาสตร์เพื่อหาทางออกร่วมกันบ้างซิ มัวทะเลาะกัน พวกทุนใหญ่หัวเราะร่า เป็นเครื่องมือตามกระแส โง่เขลา ... และตรวจสอบข้อมูลด้วย ตาเมือนธม เกิดก่อนสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ นะจ๊ะ


โดย: ทำไมต้องทำร้ายกัน IP: 113.53.105.206 วันที่: 22 สิงหาคม 2552 เวลา:12:03:18 น.  

 
ลองพิมพ์ ใน google map

ปราสาทตาเมือนธม

มันเป็นประเทศเขมร

ได้ไงฟร่ะ


โดย: กัดติด IP: 125.27.113.187 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:32:28 น.  

 
เขียนดีครับ ชอมมาก ผมอยู่เพชรบุรี แนะนำวัดกำแพงแลงครับ


โดย: apn IP: 222.123.33.210 วันที่: 24 มิถุนายน 2553 เวลา:11:55:39 น.  

 
ดีใจคับทีประเทศไทยเรามี ปราสาทสวย


โดย: จันทร์ตะการ IP: 180.183.72.87 วันที่: 15 มิถุนายน 2556 เวลา:21:19:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
+mosminly+
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หลังไมค์ถึงมอสซี่เชิญกดเลยค่ะ
Friends' blogs
[Add +mosminly+'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.