All Blog
เที่ยวระยอง ปิดเทอมลูก เม.ย. 2555 ตอน มนต์เสน่ห์เมืองแกลง
สวัสดีค่ะ ปิดเทอมลูก เดือนเมษายน 2555 มีโอกาสพาลูกชายไปท่องเที่ยวและเรียนรู้แบบจัดเต็ม
พ่อแม่ก็มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่พบเห็นไปพร้อมกับลูกด้วย

ทริปนี้เราไปเที่ยวกันที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
สถานที่ในทริปนี้ได้แก่ แหลมสน ปากน้ำประแส พื้นที่ชุมน้ำระดับชาติ บึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง)
ตลาดแกลง ห้องเรียนธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลนตำบลเนินฆ้อ น้ำตกเขาชะเมา
และเราก็เก็บภาพพร้อมทั้งข้อมูลมาฝากเช่นเคย

ตามเราไปเลยค่ะ ^^


โรงแรมสำหรับทริปนี้คือ Novotel Rim Pae Rayong
จองผ่านเว็บไซต์จองโรงแรมเจ้าหนึ่ง

ที่ตั้งอยู่ที่ อ. แกลง จ. ระยอง

เครดิตแผนที่ : gettheplace.com




ลิงค์แผนที่ค่ะ
http://www.novotelrimpaerayong.com/destination/html

ตอนที่เราไปเช็คอิน ห้องพักก็เตรียมพร้อมที่จะต้อนรับเราแล้ว
เจ้าหน้าที่โรงแรมก็ให้บริการเป็นอย่างดี ทั้งหน้าฟร้อนท์ และเจ้าหน้าที่ ๆ ช่วยขนสัมภาระ
มีเวลคัมดริงค์ให้สามคน พ่อ แม่ลูกดับกระหายคลายร้อน

ห้องพักของเราจองไว้แบบ standard รวมอาหารเช้า
เด็กต่ำกว่า 12 ขวบอาหารเช้าฟรีสำหรับที่นี่ค่ะ



ไปดูห้องพักกันค่ะ ดูเรียบง่ายและสบายๆ



ของใช้ในห้องและการตกแต่ง อยู่ในระดับที่เราพึงพอใจ



ห้องพักที่นี่มีระเบียงทุกห้อง



ระเบียงห้องเราได้ทิวทัศน์ลานจอดรถ



ตู้เสื้อผ้า



กาต้มน้ำและชุดกาแฟ

ไดร์เป่าผมอยู่ในลิ้นชักโต๊ะแป้ง



ที่มุมนั่งเล่นมีบางอย่างรอเซอร์ไพรส์เราอยู่..




นั่นคือเค้ก และจดหมายต้อนรับจากทางโรงแรม

เขียนไว้ว่าขอบคุณที่กลับมาพักกับเราอีกครั้ง และหวังว่าจะกลับมาพักที่นี่อีกในคราวต่อไป
.... ประทับใจ ^^

เราเคยพักที่โรงแรมนี้หลายครั้งแล้วค่ะ



เค้กอร่อยม๊ากกก..ค่ะ

ห้องน้ำ
ไม่มีสายชำระ



อ่างอาบน้ำ



ไปดูสระว่ายน้ำกันค่ะ



สระว่ายน้ำโซนทะเลเพิ่งปรับปรุงใหม่เมื่อปีที่แล้ว



สระเด็ก โซนริมทะเล




เก้าอี้ริมสระ มองทะเลชิลล์ๆ



หาดทรายขาว ผืนทรายนุ่มเท้า




ภาพนี้ คือ สระที่อยู่โซนด้านใน ใกล้ห้องอาหารและสปา แยกออกมาเป็นสัดส่วนดีค่ะ




จากุชชี่ เมื่อก่อนเคยเป็นจากุชชี่ร้อน เดี๋ยวนี้ไม่ร้อนแล้ว เลยไม่แช่ ^^




เล่นน้ำสนุกจัง


อาหารเช้า สำหรับระดับดาวและราคานี้
จัดว่ามีให้เลือกเยอะดีค่ะ ชอบ




อาหารเช้าบางอย่างก็หมุนเวียนไป เช่น
วันแรกมีซุ้มก๋วยเตี๋ยว วันต่อมาเป็นต้มเลือดหมู
วันแรกเป็นข้าวต้มกุ๊ย วันถัดไปเป็นข้าวต้มปลา



สถานที่แห่งหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ
บึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง) ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ
อยู่ห่างจากโรงแรมโนโวเทลประมาณ 3-4 กิโลเมตรเท่านั้น

ตั้งอยู่ภายในเขตพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ม. 2 ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง



พิกัดล่างซ้ายที่ 773000N 1403000E และพิกัดขวาบนที่ 779000N 1398000E

อ้างอิง
http://chm-thai.onep.go.th/chm/Inlandwater/data/peat%20survey/physical_01_05.html



วันแรกที่เรามุ่งหน้าจากอำเภอแกลง ผ่านแหลมแม่พิมพ์ เพื่อเข้าสู่โรงแรม
เราแวะที่นี่หนึ่งครั้ง แต่ลูกหลับในรถ ไม่ได้ลงไปดูด้วย
จึงได้แวะอีกครั้งในวันกลับ เพื่อให้ลูกชายได้เห็น

ถนนเล็กๆ นำเราสู่พื้นที่แห่งนี้


สรุปผลการประชุมมติคณะรัฐมนตรี ( 3 พ.ย.52)
มติที่
1.2 เพิ่มเติมพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ จำนวน 2 แห่ง
ได้แก่ พรุแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
และบึงสำนักใหญ่ (หนองจำรุง) จังหวัดระยอง ...

http://infocenter.deqp.go.th/theme5/showgovdetail.php?id=255




พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) คืออะไร
คำ
จำกัดความตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระดับนานาชาติ กล่าวว่า "พื้นที่ชุ่มน้ำ หมายความถึง ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ลุ่มชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขังหรือท่วมอยู่ถาวรและชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม รวมไปถึง ที่ชายฝั่งทะเลและที่ในทะเล ในบริเวณซึ่งเมื่อน้ำลดลงต่ำสุด มีความลึกของระดับน้ำ ไม่เกิน 6 เมตร"

พื้นที่ซึ่งมีลักษณะจัดได้ว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงรวมถึง ห้วย หนอง คลอง บึง บ่อ กระพัง (ตระพัง) บาราย แม่น้ำ ลำธาร แคว ละหาน ชานคลอง ฝั่งน้ำ สบธาร สระ ทะเลสาบ แอ่ง ลุ่ม กุด ทุ่ง กว๊าน มาบ บุ่ง ทาม พรุ สนุ่น แก่ง น้ำตก หาดหิน หาดกรวด หาดทราย หาดโคลน หาดเลน ชายทะเล ชายฝั่งทะเล พืดหินปะการัง แหล่งหญ้าทะเล แหล่งสาหร่ายทะเล คุ้ง อ่าวดินดอน สามเหลี่ยม ช่องแคบ ชะวากทะเล ตะกาด หนองน้ำกร่อย ป่าพรุ ป่าเลน ป่าชายเลน ป่าโกงกาง ป่าจาก ป่าแสม รวมทั้งนาข้าว นากุ้ง นาเกลือ บ่อปลา อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ชุ่มน้ำ

http://www.seub.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=206:libery&catid=66:2009-11-12-08-43-43&Itemid=81




บึงสำนักใหญ่ มีความหลากหลายของพืช สัตว์และระบบนิเวศต่างๆ




อีกทั้งเป็นแหล่งดูนกด้วย

ช่วงที่ดอกบัวบาน คงสวยงามน่าชมไปอีกแบบ




แม่กับลูก ถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก
พ่อนำชมและรอธิบายให้ฟังสั้นๆ




สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่เราไป คือ น้ำตกแขาชะเมา
อยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง

ขับไปตามถนนสุขุมวิมเส้นแกลง - จันทบุรี

แผนที่ตามลิงค์นี้ค่ะ
http://park.dnp.go.th/dnp/ptamap/1012map040209_101519.jpg



ก่อนถึงทางเข้าน้ำตก จะมีร้านไก่ย่างส้มตำ อร่อยค่ะ แนะนำ ส้มตำข้าวโพด

ร้านที่เรากินย่างไก่ไม่ทัน ตะโกนสั่งไก่จากร้านน้องสาวมาให้



นอกจากร้านส้มตำ ยังมีร้านผลไม้
สดจากสวน




อุทยานไม่อนุญาตให้นำกล่องโฟม เครื่องดื่มมึนเมาเข้าไปในน้ำตก



ป้ายอุทยาน ถ่ายจากหน้าต่างรถค่ะ



ระยะเวลาเข้าชมและเล่นน้ำตก



ภายในอุทยานมีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการด้วย

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ภายในอาคารมีเอกสารแจกและนิทรรศการให้ชม

นอกจากนั้นยังมีบ้านพักแบบต่างๆ รวมทั้งสถานที่กางเต๊นท์ให้บริการ



ผืนป่าเขาชะเมาๅขๅเขาวง เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำสำคัญหลายสาย
หนึ่งในนั้นคือ แม่น้ำประแส ที่เราจะไปชมกันในทริปนี้ด้วย


ปรงเขาชะเมา
เป็นพืชถิ่นเดียวของไทย สถานที่พบคือเขาชะเมา



เจ้าจ๋อ ..พบที่หน้าทางเดินไปน้ำตก



แผนที่เส้นทางเดิน



ระหว่างทาง พบเห็นเฟิร์นชนิดต่างๆ



พูพอนและจอมปลวก

พูพอน (lobes) เป็นรากค้ำยันของต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ ที่ยื่นออกนอกลำต้นทางโคนของต้น ซึ่งติดกับรากแขนงของไม้ยืนต้น

ประโยชน์ของ พูพอน ช่วยค้ำยันให้ต้นไม้มีความแข็งแรง
เป็นที่หลบภัยของสัตว์ต่าง ๆ ทำหน้าที่ดูดซับน้ำช่วยรากของต้นไม้ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนให้กับต้นไม้

พ่อพยายามอธิบาย แต่เกาลัดอยากเดินไปถึงน้ำตกเร็ว ๆ




ต้นยางกล่องขนาด 8 คนโอบ



ธารน้ำตกมีต้นกำเนิดจากยอดเขาชะเมาไหลมาเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ลงมาเป็นลำดับชั้นทั้งหมด 8 ชั้น ได้แก่

ชั้นที่ 1 - วังหนึ่ง เป็นแอ่งน้ำขนาดเล็กตามจุดต่างๆ
ชั้นที่ 2 - วังมัจฉา เป็นที่อยู่ของปลาพลวงจำนวนมาก มีน้ำใสสะอาด
ชั้นที่ 3 - วังมรกต เป็นแอ่งน้ำใสสีเขียวมรกต เหมือนสระว่ายน้ำธรรมชาติ
ชั้นที่ 4 - วังไทรงาม เป็นแอ่งน้ำลึกและมีต้นไทรอยู่โดยรอบ
ชั้นที่ 5 - ผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกชั้นที่มีกล้วยไม้ขึ้นให้ชมในช่วงต้นปี
ชั้นที่ 6 - ช่องแคบ เป็นสายน้ำเล็กๆ ไหลเข้าสู่ช่องหินตามจุดต่างๆ
ชั้นที่ 7 - หกสาย เป็นน้ำตกเขาชะเมาชั้นที่สวยที่สุด สูงกว่า 7 เมตร แบ่งเป็น 6 สาย
ชั้นที่ 8 - ผาสูง ชั้นสุดท้าย เป็นจุดสูงสุดของน้ำตก มีสายน้ำไหลจากภูเขาสูง



ผาสวรรค์ เป็นจุดชมทิวทัศน์ อยู่ห่างจากที่ทำการของอุทยานประมาณ 1.5 กม. ตั้งอยู่เหนือน้ำตกเขาชะเมา

เส้นทางไปผาสวรรค์ต้องเดินเท้าผ่านป่าไผ่และต้นปรงภูเขาอายุหลายสิบปีที่มีอยู่อย่างหนาแน่นตลอดเส้นทาง ในวันที่อากาศแจ่มใส หากยืนอยู่บนผาสวรรค์ จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของหมู่เกาะเสม็ดได้ชัดเจน

ปลาพลวงที่วังหนึ่งค่ะ

น้ำแห้งมาก



เดินต่อไปจนถึงวังมัจฉา เป็นจุดสุดท้ายที่เราเดินขึ้นไป

วังมัจฉาเป็นจุดเดียที่ห้ามเล่นน้ำ เพราะทางอุทยานอยากสงวนไว้ให้เป็นจุดสำหรับดูปลา



มาเที่ยวน้ำตกคราวนี้ น้ำแห้ง
ลูกชายผิดหวัง เพราะเหนื่อยเดินเขา แต่อดเล่นน้ำเลย

อาหารของปลาพลวง คือ แมลง ตัวอ่อนแมลงน้ำ สัตว์น้ำขนาดเล็ก พืช และผลไม้ และลูกกระวาน





เส้นทางไปแหลมสน



ถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคตะว ันออก หรือ “ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต” เป็นโครงการพัฒนาถนนสำหรับ การท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลใ นระดับมาตรฐานสากล แบ่งเบาปริมาณการจราจรถนนสุขุมวิท

เป็นโครงการที่มีการออกแบบ และก่อสร้างถนน รวมทั้งองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เหมาะสมสำหรับใช้เป็นถน นเพื่อการท่องเที่ยว เช่น มีการตกแต่งภูมิทัศน์ข้าง- ทางให้สวยงาม มีเส้นทางจักรยาน จุดพักรถ จุดชมวิว

ก่อสร้างโดยตัดแนวเส้นทางพ าดผ่าน 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรี และตราด จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ แยกทล.3161 บริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อ.แกลง จ.ระยอง เลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวัน ออกของ จ.ระยอง ผ่านปากแม่น้ำพังลาด เข้าสู่ จ.จันทบุรี ผ่านหาดคุ้งวิมาน อ่าวคุ้งกระเบน และปากแม่น้ำจันทบุรี ไปสิ้นสุดที่เชื่อมทล.3149 อ.ขลุง จ.จันทบุรี เขตต่อเนื่องกับ จ.ตราด รวมระยะทาง 111 กม.



สำนักงานก่อสร้างทางหลวงชนบท เป็นผู้รับผิดชอบ ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 6 ปี (2549-2554) โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,700 ล้านบาท

http://www.scribd.com

http://www.chanforchan.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538639034&Ntype=4



ถึงแล้วค่ะ จุดชมวิวแหลมสน



มองเห็นเขาทำอะไรอยู่ไกลๆ



ที่แท้เขาไปเก็บหอยเพื่อทำไปประกอบอาหารในครัวเรือนค่ะ



ของสดจากทะเล



ปลาแห้งตัวเล็ก ๆ นั้น เขานำไปนึ่งก่อน นึ่งสุกแล้ว ก็ใส่ตะแกรงนำไปตาก ใช้เวลาตากเพียง 1 วัน ก่อนนำไปส่งขาย

พี่ๆ ที่นี่บอกว่า เขาเพียงแต่รับจ้างตากปลา มีเถ้าแก่นำปลามาส่งให้



แยะทีเดียว



บ้านแหลมสน เป็นหมู่บ้านชาวประมง มีวัดแหลมสนซึ่งมีเจดีย์เก่าแก่ที่ชาวเรือปากน้ำประแสร์ให้ความเคารพ



ฝั่งตรงข้ามกันเป็นบ้านตลาดประแสร์ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มีบ้านเรือนหนาแน่น



เกาลัดที่ท่าเรือแหลมสน ปากน้ำประแส (ประแสร์)




ไปเรือรบหลวงประแสกันค่ะ

นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมได้ค่ะ







ฝั่งขวาคือแหลมสน



ป้ายแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวย่านนี้

ชุมชนปากน้ำประแส
แม่น้ำประแสร์เป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งของ จังหวัดระยอง มีต้นกำเนิดจากลำคลองหลายสาย สายหลักคือ คลองไผ่ที่มีต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาชะเมา ช่วงที่เป็นแม่น้ำประแสร์ยาวประมาณ 26 กิโลเมตร และออกสู่ปากอ่าวไทยที่ทะเลแกลงบริเวณปากน้ำประแสร์ฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งของบ้านแหลมสน หมู่บ้านชาวประมง มีวัดแหลมสนซึ่งมีเจดีย์เก่าแก่ที่ชาวเรือปากน้ำประแสร์ให้ความเคารพ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันเป็นบ้านตลาดประแสร์ ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มีบ้านเรือนหนาแน่น หาดแหลมสน เป็นหาดทรายที่ยื่นออกไปคล้ายแหลม มีป่าสนทะเลขึ้นอยู่เหนือชายหาด บรรยากาศเงียบสงบหามุมส่วนตัวได้ง่าย ชายหาดเล่นน้ำได้

ที่อยู่ : ปากน้ำประแสร์ อำเภอแกลง จากแหลมแม่พิมพ์ไปตามถนนเลียบชายหาด 15 กิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองระยองประมาณ 57 กิโลเมตร

ที่มา : http://www.torayong.com



ชัดๆ



ภาพนี้ถ่ายที่ชุมชนแหลมสน เห็นคุณยาย คุณป้าง่วนกับกิจธุระอยู่หน้าบ้าน




เข้าไปถาม ได้ความว่าใช้ทำเป็นเหยื่อ เพื่อนำไปทำประมงพื้นบ้านแถวเกาะมัน



"ประแส" ในสมัยกรุงเก่า มีฐานะเป็นเมือง เรียกว่า "เมืองประแส"

คำว่า "ประแส" เป็นคำที่ใช้เรียกกันมาตั้งแต่โบราณกาล แม้ชื่อตำบลซึ่งเกิดขึ้นในภายหลังตามกฏหมายลักษณะปกครองท้องที่ก็ใช้ว่า "ตำบลปากน้ำประแส" บรรดาศักดิ์กำนันก็ใช้ว่า "ขุนมุขประแสชล" ฯลฯ แต่ยังหาหลักฐานไม่ได้ว่า "ประแส" มีความหมายว่าอย่างไร ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานมิได้เก็บคำนี้ไว้ เมื่อไม่สามารถหาความหมายของคำดังกล่าวได้ ทางราชการจึงเปลี่ยนชื่อจาก "ประแส" เป็น "กระแส" ซึ่งหมายถึง "กระแสน้ำ" (เมื่อ ประมาณ พ.ศ. 2489 - 2493) และเปลี่ยนชื่อตำบลว่า "ตำบลปากน้ำกระแส" แต่ชาวบ้านก็ยังเรียกชื่อหมู่บ้านของตนว่า "ประแส" ตามที่เรียกกันมาแต่ดั้งเดิม แม้สถานที่ราชการบางแห่งของตำบลนี้ยังใช้คำเดิมอยู่ก็มี เช่น สถานีตำรวจภูธรตำบลปากน้ำประแสร์ , การประปาปากน้ำประแสร์

การวิเคราะห์คำว่า "ประแส" นั้น พระครูประภัทรวิริยคุณ (มาลัย) เจ้าคณะอำเภอแกลง เจ้าอาวาส "วัดตะเคียนงาม" ได้ศึกษาในเรื่องนี้ โดยในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า คำว่า "ประแส" นั้นน่าจะเป็นภาษาชอง ซึ่งเป็นภาษาของชาวพื้นเมืองดั้งเดิมของภูมิภาคนี้ ( สุนทรภู่เคยกล่าวถึงหนุ่มสาวชาวบ้านพลงฆ้อหรือเนินฆ้อไว้ในนิราศเมืองแกลงว่า ..ล้วนวงศ์วานว่านเครือเป็นเชื้อชอง แสดงว่าชาวบ้านพื้นเมืองแถบนี้มีเชื้อสายเป็นชาวชอง )

และเพื่อความกระจ่างชัด พระครูประภัทรวิริยคุณ และ นายระวี ปัญญายิ่ง ได้เดินทางไปสอบถามผู้มีเชื้อสายชองในเขตตำบลพลวง , ตะเคียนทอง , คลองพลู กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี จากการสอบถามได้ความตรงกันว่าในภาษาชอง มีคำว่า "แซร์" หมายถึง ทุ่งนา "พรีแซร์ หรือ ปรีแซร์" หมายถึง ทุ่งนา คือป่าที่ถางแล้วและใช้ปลูกข้าว ถ้าเป็นที่ดอนก็ทำไร่ปลูกข้าว ถ้าเป็นที่ลุ่มก็ทำนาปลูกข้าว หากคำว่า "ประแส" มีรากฐานมาจากภาษา "ชอง" ดังกล่าวจะต้องเขียนตามศัพท์เดิมว่า "ประแสร์" มี ร การันต์ จึงจะมีความหมายว่า "ทุ่งนา" หรือ "ป่าทุ่งนา"

หมู่บ้านประแสร์ ในเขตอำเภอแกลง มี 2 แห่ง คือ "ประแสร์ ( บน )" อยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากที่ว่าการอำเภอแกลงประมาณ 12 กม. ( ทางตรง ) ลักษณะพื้นที่ของหมู่บ้านประแส (บน) เป็นที่นา รอบๆทุ่งนาเป็นแนวป่า มีแม่น้ำไหลผ่านหมู่บ้านนี้ เรียกว่า "แม่น้ำประแสร์" ไหลออกสู่ทะเล ณ ที่ใด ก็เรียกที่นั้นว่า "ปากแม่น้ำประแสร์" และกร่อนไปเป็น "ปากน้ำประแสร์" ในที่สุดจึงสรุปว่า "ประแสร์" น่าจะมีรากฐานมาจากภาษาชอง คือเพี้ยนมาจากคำว่า "พรีแซร์" หรือ "ปรีแซร์" ที่แปลว่า "ทุ่งนา" ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของพระครูประภัทรวิริยคุณที่ได้ข้อมูลมาจากการศึกษาข้อมูลเก่า , การค้นคว้าจากหนังสือเรื่อง "อารยธรรมของจันทบุรี" ที่กล่าวถึงภาษาชอง และสอบถามจากบุคคลหลายที่

อนึ่ง มีผู้สันนิษฐานด้วยว่า คำว่า "ประแส" น่าจะมาจากความหมายที่ว่า "กระแสน้ำจืด" ที่ไหลมาจากต้นน้ำมา "ประ" (ปะทะ) กับน้ำทะเล (เค็ม) ตรงปากน้ำ จึงเรียกว่า "ปากน้ำประแส"

http://touronthai.com/gallery/placeview.php?place_id=43000041

บริเวณอนุสรณ์เรือรบ ฯ มีร้านอาหารตั้งอยู่รายเรียง




มีที่นั่งริมชายหาด



ได้ที่นังแล้วค่ะ



ที่มองเห็นไกลๆ คือเกาะมันนอก มันกลาง มันใน



อาหารมาแล้วค่ะ



ปีกไก่ทอดใหม่ๆ ร้อนๆ อร่อยจัง



ร้านแนะนำอีกแห่งคือ ข้าวแกงคุณยาย อยู่ริมถนนสุขุมวิท อำเถอแกลง

หากไปทางจันทบุรีเข้าแกลง
อยู่ในปั๊มเชลล์ ก่อนถึงสามแยกตัวเมืองแกลง

หากมาจาก กทม. ทางบ้านบึง ต้องเลี้ยวซ้าย แล้วยูเทิร์น สังเกตปั๊มเวลล์ เขียนว่าปั๊มพอเพียง

เมนูแนะนำ แกงกระวานกวาง, แกงกระวานหมูป่า, แกงป่าสมุนไพร, ห่อหมกปลาอินทรี ผัดกระวาน ประมาณนี้
เราซื้อกลับบ้าน อร่อยมากๆ



ไปเที่ยวตลาดแกลงกันค่ะ



ไปเที่ยวตลาดแกลงกันค่ะ




เสน่ห์ของตลาดเก่าเมืองแกลง อยู่ที่ห้องแถว ร้านค้าแบบเดิม ๆ




ลวดลายสวย ๆ ของอาคารร้านค้าบ้านเรือน



คงความงามแบบเรียบง่าย แต่ปราณีต



สงบงามน่าอยู่



ที่ว่าการอำเภอแกลงเดิม ปัจจุบันย้ายไปทำเลอื่นแล้ว




ร้านเต้าหู้ทอดแสนอร่อย หน้าที่ว่าการเก่า

ชิมแล้ว อร่อย



แผ่นป้ายแสดงให้เห็นความเป็นชุมชนริมแม่น้ำของเมืองแกลง




สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ก็คือ ห้องเรียนธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลนตำบลเนินฆ้อ




เห็นลูกชายกำลังเล่นกล้องถ่ายภาพ สงสัยว่าทำอะไรอยู่



ที่แท้เขากำลังถ่ายทำคลิปรายการท่องเที่ยวของเขาเองอยู่ ไม่บอกไม่กล่าวกันเลย

ภาพสั่นๆ แกว่างๆ ถ้าหากลายตาก็ขออภัยค่ะ

เชิญชม คลิปเปิดตัวรายการ[อยาก]กอดเห-ลา



ตอนที่ 2



ตามเกาลัดเข้าไปดูกันค่ะ




สองข้างทางเข้าชม



ผู้ว่าฯ ระยอง เป็นประธานพิธีปล่อยสัตว์น้ำและปลูกป่าชายเลน เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2552 ณ ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง

พร้อมกันนี้มีพิธีเปิดโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง ภายใต้โครงการภูมิปัญญาแห่งแผ่นดิน ขยายผลสู่ปวงชนชาวไทย ณ คลองเนินฆ้อ (ท่าเจริญผล) ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือ การจัดทำห้องเรียนศึกษาธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนด้วยการปลูกป่า ปลูกเสริมป่า ปรับปรุงสภาพป่าชายเลน รวมทั้งการส่งเสริมพัฒนาอาชีพประมงชายฝั่งทะเล โครงการนี้เป็นการบูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน

http://123.242.173.4/rayong_eoffice/application/information/public2.php?action=view&id=173&page=1

พ่อเกาลัดอธิบายสรุปความจากแผ่นป้ายตามจุดศึกษาต่างๆ ให้ลูกฟัง



ตอนที่ 3 พักชมโฆษณาจากเกาลัด



ปู ..ไม่รู้จักชื่อ




ป่าชายเลนมีความสำคัญและประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล เพราะป่าชายเลนเป็นที่รวมของพืช สัตว์น้ำและสัตว์บกนานาชนิด ซึ่งมีความสำคัญและประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์หลายรูปแบบ คือ

ด้านป่าไม้

ไม้ในป่าชายเลนนำมาใช้ประโยชน์ในลักษณะต่างๆ กันได้หลายรูปแบบ เช่นทำฝืนและถ่านซึ่งในแต่ละปีไม้ป่าชายเลนที่ตัดออกมา เช่น ไม้โกงกาง ไม้ถั่ว ไม้โปรง ประมาณ 80% จะนำมาทำถ่านโดยเฉพาะไม้โกงกาง จะทำถ่านได้คุณภาพดีที่สุด, ทำไม้เสาเข็มและ ไม้ค้ำยัน เช่นตาตุ่ม โกงกาง แทนนิน, เปลือกไม้หลายชนิด นำมาสกัดจะได้แทนนิน ใช้ทำหมึก ทำสี ทำกาว ฟอกหนัง

ด้านประมง

เป็นแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์น้ำ พวกเศษไม้ใบไม้และส่วนต่างๆ ของไม้ที่ร่วงหล่นจะถูกย่อยสลายเป็นโปรตีน สำหรับพวกหอย ปู และหนอนปล้อง ซึ่งจะเป็นอาหารของสัตว์น้ำที่ใหญ่กว่าต่อไป เป็นที่อยู่อาศัยและที่อนุบาลสัตว์น้ำในระยะตัวอ่อนกุ้งและปลา ที่สำคัญทางเศรษฐกิจได้อาศัยป่าชายเลนเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เช่น กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว และปลาอื่นๆ

ด้านอื่น ๆ

เป็นแหล้งสำหรับลดความรุนแรงของคลื่น ป้องกันการพังทลายของดินชายฝั่ง ช่วยชะลอความเร็วของลม พายุให้ลดลงก่อนที่จะขึ้นสู่ ฝั่งมิให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงแก่ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณใกล้เคียง ช่วยเพิ่มพื้นที่ ตามชายฝั่ง เพราะระบบรากของไม้ป่าชายเลนจะช่วยในการทับถมของเลนโคลน ทำให้เกิดดินเลนงอกใหม่อยู่เสมอ ช่วยกรองของเสืยที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม มิให้ไหลลงสู่ทะเล สร้างความเสียหายแก่สัตว์น้ำและระบบนิเวศในบริเวณชายฝั่งได้

อ้างอิง
http://www.forest.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=322

ปูอีกหนึ่งชนิด ไม่รู้จักชื่อเช่นกัน



แม่ลูกกำลังถ่ายภาพปู



รายการกอดเห-ลา ตอนที่ 4 อ่านป้าย รู้จักต้นแสม


แสมเป็นพืชชนิดหนึ่งที่อยู่ตามป่าชายเลน
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ
เป็นฉากกำบังป้องกันพายุ คลื่น ลมกัดเซาะชายฝั่ง

ต้นโกงกางก็เช่นกัน
นี่คือรากยาวๆ ของต้นโกงกาง
ทำหน้าที่ค้ำจุนลำต้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ลำต้น

เกาลัดคงจำคำอธิบายต่างๆ ทั้งจากป้ายและจากพ่อได้ไม่หมด
หวังว่าเมื่อโตขึ้นอีกหน่อยจะได้อ่านรีวิวนี้เพื่อทบทวนความทรงจำ




พ่ออธิบายเรื่องฝักโกงกาง และการขยายพันธุ์ของต้นโกงกาง



ฝักโกงกางเมื่่อร่วงหล่นจากต้นสู่พื้นเลน



จากนั้นก็เจริญงอกงามเป็นต้นอ่อนต้นใหม่



พ่อบอกให้เกาลัดทดลองปลูกต้นโกงกาง



รายการกอดเห-ลา ตอนที่ 5 โดยเกาลัด ตอนจบของการพาชมป่าชายเลน
ห้องเรียนธรรมชาติระบบนิเวศป่าชายเลนตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ด้นสดครั้งเดียวผ่าน พ่อแม่เพียงแต่ดูห่าง ๆ และแอบอมยิ้ม



รีวิวก็จบแล้วเช่นกัน

ลูกชายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดทริปนี้
พ่อของลูก เป็นคนพาไป ดูแลแม่ลูกอย่างดี ให้คำอธิบาย แนะนำลูกชายได้อย่างน่ายกนิ้วให้

ขอบคุณเป็นพิเศษ คุณ Putan เพื่อนแสนดี ที่กรุณาช่วยเหลือการจองโนโวเทล ระยอง สำหรับทริปนี้ค่ะ

ขออำลา.....และขอบคุณผู้ชมทุกท่านค่ะ




Create Date : 17 เมษายน 2555
Last Update : 17 เมษายน 2555 21:06:30 น.
Counter : Pageviews.

2 comment
เที่ยวชะอำ ปิดเทอมลูก มี.ค. 2555 : เที่ยวสวนสนุกเปิดใหม่ Santorini Park Cha-Am

ช่วงเวลาที่ได้มาเที่ยวชะอำครั้งนี้
เป็นช่วงเดียวกับที่ Santorini Park Cha-Am
กำลังเปิดให้บริการ
เราเข้าไปดูในเว็บไซต์ ได้ข้อมูลว่า
สถานที่แห่งนี้เปิดให้บริการวันแรก
24 มีนาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

Location : http://g.co/maps/2u33h
พิกัด : 12.83064, 99.93417

ครอบครัวเราจึงได้โอกาสเที่ยวชม
ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ
ไปถึงประมาณห้าโมงเย็น

..... ตามเราไปเลยค่ะ



SANTORINI PARK CHA-AM




กอดกันก่อนเข้าไปด้านใน
ผ้าปิดหน้าลูกชายซะอีก





โปรโมชั่นช่วงนี้



ด้านในตกแต่งโทนฟ้า ขาว



ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ
ดำเนินการภายใต้สโลแกน
“Amused Shopping Experience”
ผสมผสานความสุขและ
ความสนุกหลากหลายรูปแบบ
ด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมฟ้าขาว
จากเกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ
ออกแบบมาเพื่อให้ถ่ายรูปสวยได้ทุกมุม
แม้แต่ห้องน้ำหรือมุมตึก

ไปกันต่อ



แบ่งความสุขและความสนุกออกเป็น 5 โซนหลัก อันได้แก่

โซนพาร์ค มีเครื่องเล่นต่าง ๆ
Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์สูง 40 เมตรจากระดับพื้นดิน
Double Deck Carousel ม้าหมุน 2 ชั้น นำเข้าจากประเทศอิตาลี
G-MAX Reverse Bungee และ G-MAX Giant Swing จากประเทศนิวซีแลนด์ XD DARK RIDE 7D เกมส์อินเตอร์แอคทีฟ เทคโนโลยีล่าสุดที่พัฒนาต่อจากโรงหนัง 3D ให้ผู้เล่นเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ และแข่งขันกันเองระหว่างผู้เล่น
Wallholla เครื่องเล่นชนิดปีนป่ายจากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้รับรางวัล Dutch Design Award 2008 ซึ่งจะเป็นตัวแรกของเอเชีย

โซนวิลเลจ
สถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหมู่บ้านบนเกาะซานโตรินี
แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิปแห่งใหม่ของหัวหิน-ชะอำ กว่า 140 ร้านค้า

โซน Rest Area
จุดแวะพักรถซึ่งประกอบด้วยร้านค้าหลากหลายประเภท
เช่น ร้านฟาสต์ฟู้ดแบรนด์อินเตอร์ ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ
ร้านขายยา ร้านเพอร์ซันนอล แคร์ และร้านขายของฝาก
รวมทั้งปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่าย

โซนลานกิจกรรม
เพื่อเพิ่มความสนุกในเทศกาลต่างๆ รวมทั้งลานคอนเสิร์ต

โซน Weekend Art Market โซนพิเศษสำหรับนักช็อปที่ชื่นชอบงานศิลปะ
เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

โซนร้านค้าต่างๆ



เกาลัดกับเพื่อน
ขึ้นไปทำอะไรบนหลังคา



มุ่งหน้าที่ชิงช้าสวรรค์



ขอเกาลัดกินลูกชิ้นปลานึ่ง
รองท้องก่อนนะครับ



มาถึงแล้ว ชิงช้าสวรรค์



พ่อ ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์กันเถอะคร้าบบ



ใหญ่โต อลังการงานสร้าง



มีท่อให้มุดไหลลงมา



แหงนหน้ามอง



ซื้อตั๋วแล้ว ใบละ 120 บาททุกคน
เด็ก 110 เซ็นติเมตรเข้าฟรี
แต่เกาลัดสูง 130+ cm แล้วจ้า

เมื่อไหร่จะได้ขึ้นอ่า..



ตัดหางบัตรก่อน



กระเช้าชิงช้ามาจอดแล้ว



เข้าไปนั่งข้างในกัน



เริ่มสูงแล้ว

ภูเขาที่เห็น คือ วนอุทยานเขานางพันธุรัต
ซึ่งอยู่เยื้องๆ กันค่ะ



มองลงมาด้านล่าง



ต่างคน ต่างก็ชมทิวทัศน์ด้วยความสนใจ



เกาลัดแกล้งแม่ ไม่อยากเป็นนายแบบ



อันนี้น่าตื่นเต้น ขอบอกว่าไม่กล้าเล่น



มันดึ๋งขึ้น ดึ๋งลง



แล้วก็มีตีลังกา



ที่จอดรถเยอะดีค่ะ
จอดได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง



ที่จอดด้านหน้า



ม้าหมุน มองจากชิงช้าสวรรค์



ลงมาแล้ว ไปน้ำตกจำลอง
หน้าชิงช้าสวรรค์ค่ะ



แชะ..



แช่....



จำชื่อไม่ได้แล้ว
ค่าเล่น 480 บาท







ภาพยนตร์ 7 D



มุมถ่ายภาพเยอะมาก



เผลอแป๊บเดียว
ลูกชวนพ่อไปวิ่งเล่นกับน้ำพุซะแล้ว





ไปกันต่อค่ะ



หาของกินก่อน



ในมือถือถ้วยกระเพาะปลา



ร่มแห่งความเศร้า



แม่มาแจม



ม้าหมุน

เกาลัดบอกไม่อยากเล่นเพราะไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้ว




วันที่เราไปยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี
ร้านค้ากำลังตกแต่ง จัดวาง
คงต้องได้ไปเก็บตกอีกค่ะ

 

มีแผนที่มาฝากค่ะ เครดิต FB : Santorini Park Cha-Am

 



จาก FB Santorini Park Cha-Am


การเดินทางจากหาดชะอำ หรือเมืองหัวหินมายัง SANTORINI PARK CHA-AM โดยรถสาธารณะ >> เดินทางได้โดย รถบัสแดง เพชรบุรี-หัวหิน คิวรถจะเริ่มต้นที่ตลาดหัวหิน แล้ววิ่งผ่านชะอำ สามารถรอขึ้นรถได้ทีสี่แยกชะอำ แจ้งกระเป๋ารถว่าต้องการลงที่ SANTORINI PARK CHA-AM ราคา 20-30 มีรถจะออกทุกๆ ชม. นอกจากนี้สามารถเดินทางด้วยรถตู้ซึ่งจะผ่าน SANTORINI PARK CHA-AM ทุกสายเพื่อเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

การเดินทางจากกรุงเทพมหานครมายัง SANTORINI PARK CHA-AM โดยรถสาธารณะ
>> รถตู้ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิสาย กรุงเทพ-ชะอำ กรุงเทพ-หัวหิน กรุงเทพ-ปราณบุรี และกรุงเทพ-ประจวบ ผ่าน SANTORINI PARK CHA-AM ทุกสาย



Create Date : 28 มีนาคม 2555
Last Update : 18 เมษายน 2555 13:59:36 น.
Counter : Pageviews.

11 comment
เที่ยวชะอำ ปิดเทอมลูก มี.ค. 2555 : เนื่องด้วยรักและคิดถึง กินปู เรียนรู้นาเกลือ
เรามีความรัก ความคิดถึง มิตรภาพ
และการเรียนรู้ร่วมกันของพวกเรา
ทั้งสามครอบครัวมาเล่าให้ฟัง

........... ตามเราไปเลยค่ะ



ยูเรเซีย ชะอำ

โรงแรมนี้อยู่ระหว่างหาดชะอำกับหาดปึกเตียน
ใกล้ค่ายศรียานนท์ และวัดโตนดหลวง
ซึ่งเป็นวัดที่มีโบสถ์ตั้งอยู่บนเรือ จากแผนที่หาไม่ยากนักค่ะ
จะแปะแผนที่ และการเดินทางคร่าว ๆ ไว้ท้ายกระทู้นะคะ

ไปถึงก็เที่ยงกว่าแล้ว ...เช็คอินก่อนค่ะ
ที่จริงเวลาเช็คอินที่ระบุไว้คือ 14.00 น.
เราไปถึงก่อนเวลา

ทั่วทั้งโรงแรมร่มรื่นไปด้วยต้นไม้
ตามถนนมีต้นหางนกยูงที่เราชอบเป็นส่วนใหญ่

ช่วงบ่ายลูกชายว่ายน้ำคนเดียว
บ่นคิดถึงคนที่กำลังรอคอย อยากให้มาว่ายน้ำด้วยกัน

"พี่จิงจังมาเร็วๆ นะ เกาลัดคิดถึง"
ลูกส่งเสียงไปทางโทรศัพท์

"พี่จิงจังออกมาหรือยัง
"พี่จิงจังมาถึงไหนแล้ว" "
ลูกถามแล้วถามอีก

เย็น เข้าห้องพักผ่อน และรอคอย
ลูกชายรอคอยอย่างกระวนกระวาย
คนที่รอคอยมาถึงตอนฟ้ามืด

"พี่จิงจัง ๆ"
เกาลัดกระโดดกอดด้วยความดีใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
พี่ชายก็ดีใจเหมือนกัน
แต่ไม่แสดงออกจนนอกหน้าและล้นใจเหมือนน้อง
มีพี่กีตาร์อีกคน มาเป็นเพื่อนใหม่
แป๊บเดียวก็คุ้นและเล่นกันสนุก


เราออกไปร้านครัวเคียงค่าย
กะว่าจะไปกินข้าวเย็นที่นั่น
ปรากฏว่าร้านปิด ย้ายไปสร้างที่ใหม่ยังไม่เสร็จ
จึงกลับมากินมื้อเย็นที่รีสอร์ท
สั่งแบบจัดเต็ม ๆ เพราะหิวจัด

หลังจากนั้นเด็ก ๆ ก็เล่นด้วยกัน
และนอนหลับไปด้วยกันในห้องเรา
ปล่อยให้พ่อแม่อีกสองคู่ สัมผัสราตรีเมืองชะอำ



พอเบื่อแล้ว ก็มาลงสระ



สองหนุ่ม



สามสหาย



ได้เวลาไปเยือนต้นไม้ที่เรารัก



การมาเยือนครั้งนี้
กิ่ง ก้าน ใบของเธอหายไปเยอะ



แต่เธอก็ยังคงงดงาม
ณ ริมชายหาดแห่งนี้



คิดถึงจัง เจ้าหางนกยูง



หางนกยูงต้นเดิมเมื่อพฤษภาคม 2554

ดอกไม้ที่รัก : หางนกยูง

เหลืองพราวรับแสงตะวัน
อิ่มฝันกลางแสงจันทรา
หยัดยืนวันคืนผ่านมา
เติบกล้าแต่ว่าอ่อนโยน


เที่ยวปิดเทอมลูก พฤษภา'54
เรียนรู้ชีวิตชุมชนชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน
อ่านรีวิวเดิม คลิกที่นี่



แอบไปทักทายให้หายคิดถึงพอชื่นใจแล้ว ^^

เห็นเด็กๆ เดินเล่นอยู่ไกลๆ



พ่อพาลูกชายทั้งสามคนกลับมาอาบน้ำ
เตรียมตัวเช็คเอาท์



ได้เวลากลับกันแล้ว



หนุ่มน้อยที่ก้าวสู่วัยรุ่นตอนต้น
แอบบอกว่าอยากเดินไปจนถึงหาดชะอำ



ล้างเท้า ล้างตัว











ชาวคณะ



โต๊ะของเด็กๆ จัดเต็มเช่นกัน



เพื่อนของเพื่อน ตามมาร่วมวงอาหารที่ร้าน



ปู สดมาก เยอะมาก



เกาลัดหลับในรถตั้งแต่ออกจากโรงแรม ระหว่างที่ใครๆ เขาแกะปู กุ้งกันอย่างอร่อย
ลูกชาบเรา หลับอย่างเดียว

จิงจังกับกีตาร์ กินอิ่มไปแล้วรอบหนึ่ง ระหว่างรอผู้ใหญ่ร่วมวงเฮฮา
เรากับพ่อเกาลัดพาเด็กๆ ไปดูชุมชนประมงกัน

เกาลัดถูกพี่กีตาร์หอมแก้มไปหนึ่งฟอด













ตอนนี้เกาลัดตื่นแล้ว ยังงัวเงียอยู่
พี่ ๆ รุมล้อมเอาใจน้องชายคนเล็ก



กลับไปที่ร้าน พ่อแกะกุ้งให้ลูกชายสุดรัก



ระหว่างทาง ย่านอำเภอบ้านแหลม
สองข้างทางเป็นนาเกลือ



ไปยกมือสวัสดีและขอเรียนรู้เรื่องนาเกลือ
จากผู้รู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับนาเกลือทุกวี่วัน

ได้รับคำอธิบายอย่างละเอียด
ด้วยความขอบคุณมา ณ ที่นี้
ที่ให้ความรู้กับเรา



น้ำจากทะเล ผันมาลงนาเกลือ

ชิมดูแล้ว เด็กบอกว่าเค็มดี



อธิบายเกี่ยวกับช่วงเวลาทำนาเกลือ
และการทำนาเกลือคร่าวๆ



พาไปดูโรงเก็บเกลือ



เด็กอีสานดีใจ ได้รู้จักนาเกลือมากขึ้น



จากคำอธิบายของวิทยากรท้องถิ่น
ตอนนี้ได้รู้แล้วว่าเกลือเม็ดใหญ่
เอาไปทำอะไรได้บ้าง



รถคันนี้เอาไว้ปรับหน้าดิน
ก่อนที่จะปล่อยน้ำทะเลลงนาเกลือ



รถคันนี้เอาไว้ปรับหน้าดิน
ก่อนที่จะปล่อยน้ำทะเลลงนาเกลือ



ต้นชะคราม นำไปประกอบอาหารได้



รถบรรทุกเกลือ



คอนโดนกที่อำเภอบ้านแหลม

ลงไปดูกัน
พ่อเกาลัดอธิบายให้เด็กๆ ฟัง
เล่าถึงคอนโดนกที่ปากพนัง
เล่าวิธีการเก็บผลประโยชน์
จากน้ำลายนกนางแอ่น



หลังจากนั้น เราไปแวะที่บางตะบูน ซื้อปูนึ่ง ขนมไข่แมงดา ปลาแดดเดียว
และของฝากอื่นๆ กลับบ้าน

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกัน ณ บางตะบูนแห่งนี้

โบกมือลาด้วยความอาลัย
คนที่อาลัยและคิดถึงกันที่สุด
น่าจะเป็นเด็กทั้งสามคนนี้

นัดกันไว้ว่า ครั้งต่อไปเราทั้งสามครอบครัว
จะไปพบกันใหม่ที่สวนน้ำแถวอุดรธานี
และจะไปกินก้อยกะปอม
นึ่งไก่บ้านกัน..จ้า



รายละเอียดรีวิวเต็มๆ ใน BluePlanet
[CR] เที่ยวชะอำ ปิดเทอมลูก มี.ค. 2555 ตอน 4 :
เนื่องด้วยรักและคิดถึง กินปู เรียนรู้นาเกลือ
@ Eurasia [ที่พักราคาสบาย]
คลิกที่นี่ค่ะ



Create Date : 28 มีนาคม 2555
Last Update : 28 มีนาคม 2555 15:10:31 น.
Counter : Pageviews.

3 comment
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จ.นครปฐม "ภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา"
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)
ให้บริการสาธารณะใน ๒ ลักษณะ
อย่างหนึ่งคือการให้บริการแก่ผู้สนใจ
เข้ามาขอศึกษาค้นคว้าจากภาพยนตร์
และสิ่งเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์ของหอภาพยนตร์

ซึ่งหอภาพยนตร์จัดให้บริการ
ทำนองเดียวกับหอสมุดหรือหอจดหมายเหตุ
และให้บริการทำสำเนาภาพยนตร์และสิ่งเกี่ยวเนื่อง
โดยผู้ใช้บริการต้องปฎิบัติตามระเบียบ
และเสียค่าบริการ





อีกลักษณะหนึ่งคือ
การให้บริการแก่สาธารณชนเข้าชม
และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่หอภาพยนตร์ จัดขึ้น
เช่นรายการจัดฉายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์
ของหอภาพยนตร์ การแสดงนิทรรศการ
การบรรยาย การอบรม
รวมทั้งการเข้าขมพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย
ของหอภาพยนตร์



หอภาพยนต์ (องค์การมหาชน)
ตั้งอยู่ที่ศาลายา จ.นครปฐม


โรงภาพยนตร์ศรีศาลายาเป็นโรงภาพยนตร์ชุมชน
ขนาด 120 ที่นั่ง จัดฉายภาพยนตร์เป็นประจำทุกเดือน
หลากหลายประเภทเพื่อการเรียนรู้
ทั้งภาพยนตร์ที่หอภาพยนตร์อนุรักษ์ไว้
และภาพยนตร์จากต่างประเทศ

ด้านหน้าโรงภาพยนตร์เป็นลานดารา
ซึ่งจัดไว้เพื่อเป็นเกียรติแก่ดาราภาพยนตร์ไทย
ที่เดินทางมาพิมพ์มือ-เท้าเป็นอนุสรณ์


โลโก้ของหอภาพยนตร์



โปสเตอร์เทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เพื่อการเรียนรู้ ครั้ที่ 7



มุมสวยงามอีกมุมหนึ่ง



"ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี"
เปิดให้บริการค้นคว้าหนังสือ วารสาร รูปถ่าย
สิ่งพิมพ์โฆษณา งานวิจัย บทความวิชาการ
ตลอดจนสื่อโสตทัศน์ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์
ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 9:00 - 16:30 น.
(ไม่คิดค่าบริการ)



รถฉายหนังรุ่นคลาสสิค







สถานีศีนิมา
























ร้านขายของที่ระลึก













นิทรรศการหน้าห้องฉายภาพยนตร์















เด็กน้อยเข้าชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
ในเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ครั้งที่ 7
เทศกาลนี้จัดเมื่อวันที่ 18 - 31 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา
นอกจากจะฉายภาพยนตร์แล้ว
ยังมีกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้วนุกๆ
หลังจากการฉายภาพยนตร์ด้วย











ฉายหนัง 16 ม.ม.
การ์ตูนทอมกับเจอรรี่







ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก่อนกลับโรงเรียน




นอกจากที่กล่าวมานี้แล้ว หอภาพยนตร์ยังมีกิจกรรมดีๆ
มีภาพยนตร์ดีๆ มาฉายให้ชมฟรี
มีการเสวนาในเรื่องต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์
ติดตามชมได้ในเว็บไซต์หอภาพยนตร์ค่ะ
http://www.fapot.org/




Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2555 14:05:26 น.
Counter : Pageviews.

9 comment
เติมเต็ม@ตรัง “ถ้ำเล บ่อน้ำร้อน หาดติดดาว ยลเมืองเก่า คาวหวานตามชิม”
ตรังเมืองแห่งมนต์ขลัง
ให้เราได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
ครบครันทั้งเมืองเก่า ป่าเขา น้ำตก แม่น้ำ
ภูเขา ถ้ำ ทะเลและหมู่เกาะฝั่งอันดามันอันสวยงาม
ตรังจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ฉันใฝ่ฝันจะไปเยือนให้ทั่วถ้วน



ทริปนี้เกิดขึ้นได้เพราะสายการบินแอร์เอเชีย
เปิดเส้นทางใหม่กรุงเทพ-ตรัง
เปิดโอกาสให้ฉันเข้าร่วมกิจกรรม
“เที่ยวผ่าน Blog เล่าเรื่องเมืองตรัง”
โดยสายการบินดังกล่าว
ได้ให้ตั๋วเครื่องบินเส้นทางเปิดใหม่นี้สองที่นั่ง
นอกจากนี้ยังได้รับความอนุเคราะห์ที่พักหนึ่งคืน
จากโรงแรมเรือรัษฏาในทริปนี้ด้วย



ตรังอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 828 กิโลเมตร
การเดินทางโดยรถยนต์หากใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปสุราษฎร์ธานี
แล้วตรงมาตามทางหลวงแผ่นดินสาย 41 สู่อำเภอทุ่งสง
จากนั้นแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินสาย 403 สู่ห้วยยอด
เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินสาย 4 ถึงตรัง
รวมเป็นระยะทาง 828 กิโลเมตร

หรือหากใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ มาตามทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ)
แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) จนถึงชุมพร
แยกเข้าระนอง พังงา กระบี่ ตรัง รวมระยะทาง 1,020 กิโลเมตร

นอกจากนั้นยังสามารถเดินทางโดยรถไฟ
รถทัวร์และเครื่องบินให้เลือกตามความสะดวก



ณ ทางหลวงหมายเลข 4 เมื่อออกจากตัวเมืองมุ่งตรงไปห้วยยอด
จะผ่านย่านทำขนมเค้กที่ตำบลลำภูรา
ซึ่งมีร้านมากมายเรียงรายอยู่สองฟาก
ของถนนเพชรเกษม ตรัง-ห้วยยอด



เสียงเรียกร้องจากท้องที่กำลังหิว
ทำให้เรารีบบึ่งไปที่ตลาดห้วยยอด
ริมถนนเพชรเกษม ใกล้คิวรถตู้ห้วยยอด
จะมีร้านเก่าแก่ ชื่อ หม่านเซ่งหลุ่ง
มีทั้งข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ บะหมี่ทำเอง
และเมนูสำคัญที่เราชอบกันมาก
ก็คือ เกี๊ยวหมูแสนอร่อย แป้งบางๆ รสชาติอร่อยกลมกล่อมติดใจ



บะหมี่ทำเอง สั่งมาคนละสองชาม



หิว



สำหรับผู้ชื่นชอบตึกเก่า เมืองเก่า วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
ก็มีความงามให้ได้ยล ณ ตลาดห้วยยอดแห่งนี้



จุดหมายต่อไปคือถ้ำเลเขากอบ
หรือถ้ำทะเล หรือถ้ำเขากอบ ตั้
งอยู่ที่ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
ข้
อมูลจากวิกิพีเดีย บอกว่า
คำว่า "ถ้ำเล" ตามภาษาท้องถิ่นทางภาคใต้
หมายถึง สิ่งที่เป็นน้ำ มีบริเวณกว้างใหญ่
เพราะถ้ำเลเป็นถ้ำใหญ่ที่มีน้ำไหลผ่านตลอดถ้ำ

ถ้ำเลประกอบด้วย ถ้ำต่าง ๆ หลายถ้ำ อยู่ภายใต้ภูเขากอบ
สภาพภายในถ้ำเขากอบมีหินย้อยที่แตกต่างไปจากถ้ำอื่น ๆ คือ
มีหินย้อยประเภทที่เรียกว่า
หลอดหินย้อย (Soda straw) อยู่เป็นจำนวนมาก
แสดงถึงช่วงของการเกิดเป็นหินย้อยในระยะต้น



ปัจจุบันนี้ เปิดให้บริการท่องเที่ยวเพียง 5 ถ้ำเท่านั้น ได้แก่
ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำรากไทร ถ้ำเจ้าสาว

จุดเด่นของการเที่ยวถ้ำเลเขากอบ
ก็คือ ถ้ำลอด หรือ ถ้ำมังกร
เนื่องจากโถงถ้ำมีระดับเพดานถ้ำต่ำมาก
การเดินทางผ่านถ้าลอด
ต้องอาศัยการนอนราบไปบนเรือ
ตลอดระยะทางประมาณ 350 กิโลเมตร
เปรียบเสมือนการนอนลอดผ่านท้องมังกร
ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของไกด์ท้องถิ่น

ลงเรือกันเลยค่ะ



เข้าไปชมถ้ำ



หินย้อยรูปร่างลักษณะคล้ายกลดพระธุดงค์
และคล้ายจีวรพระ
หินตา หินยาย ลอดใต้ท้องช้าง




“ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องเผชิญ”

นาทีแห่งความตื่นเต้นแบบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายรอเราอยู่เบื้องหน้า
ณ ถ้ำสุดท้าย
กิจกรรมลอดท้องมังกรนั้นไม่น่าจะเหมาะกับเด็ก
สตรีมีครรภ์และผู้ชรา
รวมไปถึงผู้ที่ไม่พร้อมที่จะพบกับความตื่นเต้นท้าทาย ..

ความตะปุ่มตะป่ำของเพดานถ้ำที่ดูเหมือนใต้ท้องมังกร
ความขรุขระของผนังถ้ำที่ดูเหมือนจะบีบอัดเราเข้ามาไม่หยุด
ความคับแคบ มืดมิด ในช่องเล็กๆ ที่เรือท้องแบนพาเราผ่านไป
นำความกลัวผสมความตื่นเต้นมาสู่เรา จนไม่กล้ากระดิกตัว
นอนเก็บคอ เก็บแขน กลั้นหายใจและหลับตาเป็นพัก ๆ

นาทีระทึกเช่นนี้ คำแนะนำและกำลังใจจากไกด์มีค่าที่สุด
หากไม่เชื่อไกด์ ผลกระทบตามมา
อาจหมายถึงบาดแผลทางร่างกาย
ในที่สุดไกด์ก็พาเราออกจากถ้ำ
ได้โดยปลอดภัยทุกคนอย่างน่าชื่นชม

.....เมื่อได้เห็นแสงสว่างจากปากน้ำ
เป็นความโล่งใจที่สุดของเราแล้ว ณ เวลานั้น



จากการถามซอกแซกของเรา
ทำให้เราได้ทราบว่าการทำงานเสี่ยงอันตรายเช่นนี้
ไกด์และคนพายเรือได้ค่าตอบแทน
เพียงคนละไม่ถึงร้อยบาทต่อเที่ยว
ในความคิดของเราการให้ทิปไกด์และคนพายเรือ
จึงน่าจะเป็นการแสดงความขอบคุณอย่างเป็นรูปธรรม
อีกทั้งช่วยสร้างกำลังใจให้แก่พวกเขาได้สู้ต่อไป



บ่ายวันแรก เมื่อผ่านการผจญภัย
และปรับอารมณ์จากโหมดตื่นเต้นเข้าสู่โหมดปกติแล้ว
เราเดินทางจากอำเภอห้วยยอด สู่อำเภอสิเกา ไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตตรัง
เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรัง



พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรัง
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท
แมวน้ำแสดงเวลา 14.30 น.

ภายในพิพิธภัณฑ์



ร้านจำหน่ายของที่ระลึก



เพื่อนเอ๋ย.....เคยได้ยินเรื่องราว”ชายหาดติดดาว”
มาบ้างแล้วหรือยัง
ฉันตามรอยบทเพลงแห่งชายหาดติดดาวมาไกลถึงตรัง


ชายหาดหน้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคล
มีชื่อว่า “หาดราชมงคล”
หาดทรายละเอียด สีนวล แนวหาดร่มรื่นด้วยต้นสนทะเล



ฟังเพลงหาดราชมงคล
เจ้าของ : กรมควบคุมมลพิษ
เนื้อร้อง: ศุ บุญเลี้ยง, จ๋า พวงมณี, กอไผ่
ทำนอง: เครน กุ้งแก้ว
ขับร้อง: ชุติมา แก้วเนียม

เนื้อเพลงและเครดิต
http://wqm.pcd.go.th/water/index.php/2010-04-12-07-30-00/2011-05-31-08-22-09/339-2011-06-02-03-30-52

เจอ... แค่เพียวครั้งแรก หยุดใจ อยู่ใกล้ใกล้กัน
งาม... จนแอบรัก อยากฝากหัวใจ
อยากรู้... ซ่อนอะไร หาดทราย... โปรดเฉลย

ผืนทราย ทอดยาวโค้ง เอ่ยนาม หาดราชมงคล
เกิดเป็นมนต์ขลัง ฟัง... สิเสียงลม
แม่น้ำ คู่ทะเล สิเกา จึ่งไหลรวม ห้วงนที

คลิกฟังเพลง
http://wqm.pcd.go.th/water/%5Cimages/stories/marine/song/Ratchamongkon.mp3



ณ ริมหาดที่ตัวเองนับวันรอที่จะได้มาเยือน
เมื่อมาถึงกลับรู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ


[ค่ายริมหาด กับขยะเกลื่อน เป็นของคู่กัน ? หรือ ?]



ขับต่อไปไม่ไกลเกือบถึงหาดปากเมง
แวะพักดับกระหายในร้านกาแฟของบริษัทที่เราใช้บริการรถเช่าอยู่
รถคันนี้เช่าจริง จ่ายเองจริงค่ะ



จากนั้นเข้าที่พัก ณ ขนำชาวเล ถนนเลียบหาดปากเมง
ซึ่งได้ทำรีวิวไว้แล้ว
ตามลิงค์นี้ค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E11715892/E11715892.html


การเดินทางจากตัวเมืองมาหาดปากเมง
จะมีรถตู้โดยสารให้บริการ
แต่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์ตรงในการใช้รถตู้
จึงไม่อาจให้คำแนะนำได้

จากท่ารถตู้หาดปากเมงไปขนำชาวเลไม่ไกลนัก
เมื่อใช้มาตรฐานติดสบายอย่างเราคงเดินไม่ไหว

หากสนใจลองสอบถามทางรีสอร์ทดูว่ามีรถรับส่งท่ารถตู้
หรือมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างรับส่งให้หรือไม่นะคะ




หาดปากเมงยามเย็น



อาทิตย์ตก ณ หาดปากเมง



เพื่อน ๆ ทราบหรือไม่ว่าความงดงามของท้องฟ้า
ที่เกิดในช่วงอาทิตย์ขึ้น และอาทิตย์ตก
เกิดจากการกระเจิงของแสงในชั้นบรรยากาศ
ไม่ได้เกิดจากเมฆโดยตรง

แสงสว่างบนท้องฟ้าเวลากลางคืนในช่วงเวลา
โพล้เพล้ก่อนท้องฟ้าจะมืดสนิท
หลังจากดวงอาทิตย์ตก และเวลาเช้ามืดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นนั้น
ทางดาราศาสตร์และการเดินเรือเรียกว่า
แสงสนธยาหรือแสงเงินแสงทอง (twilight)
เป็นแสงที่เกิดจากการกระเจิงของแสงอาทิตย์ในบรรยากาศโลก
ยิ่งดวงอาทิตย์อยู่ต่ำกว่าขอบฟ้ามากเท่าใด
แสงที่กระเจิงจากบรรยากาศชั้นบนลงมายังชั้นล่าง
ก็ยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น ทำให้ท้องฟ้ายิ่งมืดมากขึ้น

เครดิต : คุณวรเชษฐ์ บุญปลอด เว็บไซต์สมาคมดาราศาสตร์ไทย
http://thaiastro.nectec.or.th/skyevnt/sunmoon/twilights.html


ความสวยงามของท้องฟ้ายามตะวันตกดิน



มื้อค่ำ เรากับเพื่อน ๆ ไปร้านยกยอ
ร้านดังของหาดปากเมง ไม่ไกลจากที่พัก

ยังมีอีกร้านที่อยากไปชิม แต่ยังไม่ได้ไปในทริปนี้
คือร้านเลตรัง ที่ท่าเรือปากเมง
ซึ่งเพื่อนของเราซึ่งไปชิมมาแล้วแนะนำมา...
บอกว่ามีแกงส้มปักษ์ใต้แสนอร่อยรออยู่

ทริปนี้ ยังไม่ได้ชิมหอยตะเภา ของอร่อยคู่หาดปากเมง



สั่งอาหารมาหลายอย่าง ซึ่งรอนานโข เพราะลูกค้าเยอะ
อาหารทุกอย่างรสชาติดี อร่อยสมความตั้งใจไปชิม
ปลาดุกทะเลผัดสะตอ แกงส้ม หอยชักตีน




หอยนางรมตัวโต โดยรวมอร่อยมาก
เครื่องเคียง (หอมเจียว) และน้ำพริกเผาอร่อย
หอยนางรมบางตัวสดดี บางตัวสดน้อยกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย
แต่ด้วยความอร่อย จึงไม่ว่ากระไร ... ผ่าน




ปู สั่งมาครึ่ง ก. ก. ได้สองตัว
ตัวหนึ่งสด เนื้อขาวแน่น หวานอร่อย
อีกตัวไม่สด เนื้อเละไปหน่อย




รุ่งเช้าของวันที่สอง เราเก็บของ เซ็คเอาท์
แล้วไปกินอาหารเช้าแบบไปหาเอาข้างหน้า
ที่สามแยกท่าเรือปากเมง
จากถนนเลียบหาดปากเมง ไปทางท่าเรือ
เจอสามแยกแล้วเลี้ยวขวา
ขับไปอีกนิด สายตาสอดส่องหาร้าน
ได้เจอร้านต้นม่วงน่าสนใจ จึงลองเข้าไปชิม



ร้านนี้มีทั้งข้าวแกงปักษ์ใต้รสชาติอร่อย
โจ๊กหมู ติ่มซำ ข้าวมันไก่ ชา กาแฟ
เราสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะด้วยความที่กำลังหิวเต็มที



อิ่มกันแล้วก็ถ่ายภาพที่หาดปากเมง
ไว้เป็นที่ระลึกก่อนจากไป
....ฟ้าใส แดดสวย



เด็ก ๆ เห็นคงอยากได้ไปเล่นน้ำ



เด็กน้อยตกปลาที่สะพานฉางหลาง



จากหาดฉางหลาง ข้ามสะพานฉางหลาง
แวะอุทยานหางชาติหาดเจ้าไหม
และแล้วฉันก็เดินทางมาถึง ณ สถานที่แห่งนี้จนได้

“หาดหยงหลิง” ชายหาดติดดาว
หนึ่งในจุดหมายสำคัญในใจ ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย
.........ถ้าเธอได้รู้จักแล้วเธอจะรักหยงหลิง เจ้าหญิงแห่งเมืองตรัง



หาดหยงหลิง
เป็นชายหาดที่ร่มรื่นด้วยต้นสนทะเลสลับกับป่าชายหาด
ทรายละเอียด สีขาวนวล ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร
หากเป็นช่วงน้ำลง ชายหาดจะทอดยาวลงไปในทะเลกว่า 500 เมตร
เป็นอีกหาดที่เหมาะจะลงเล่นน้ำทะเล
ส่วนที่โดดเด่นก็คือสุดหาดด้านเหนือเป็นแหลมหินและเขาหินปูน
เรียกว่า แหลมหยงลำ
ช่วงน้ำลงจะเห็นช่องโพรงผาที่ถูกน้ำกัดเซาะ
และเห็นชายหาดกว้างประมาณสองสนามฟุตบอล

ฟังเพลงหยงหลิง เจ้าหญิงแห่งตรัง
เนื้อร้อง-ทำนอง-ขับร้อง : ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
รวมทั้งอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้

http://wqm.pcd.go.th/water/index.php/2010-04-12-07-30-00/2011-05-31-08-22-09/336-2011-06-02-03-24-30



ชื่นใจกับหาดหยงหลิงพอสมควรแล้ว ก็ต้องลาจากหาดนี้ไป
ปลายทางต่อไปคือบ่อน้ำร้อนควนแคง



บ่อน้ำร้อนควนแคง เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ
อยู่ในเขตอุทยานบ้านควนแคง หมู่ที่ 7 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง

การเดินทางไปบ่อน้ำร้อนควนแดงโดยรถยนต์

เส้นทางที่1: เริ่มต้นจากตัวเมืองตรัง-อำเภอกันตัง-วนอุทยานบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 30กิโลเมตร

เส้นทางที่2: เริ่มต้นจากตัวเมืองตรัง-ตำบลโคกยาง-วนอุทยานบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 25กิโลเมตร

เส้นทางที่3: เเริ่มต้นจากตัวเมืองตรัง-ตำบลนาเมืองเพชร-ตำบลโคกยาง-วนอุทยานบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 30กิโลเมตร

เส้นทางที่4: เริ่มต้นจากตัวเมืองตรัง-อำเภอสิเกา-หาดเจ้าไหม-วนอุทยานบ่อน้ำร้อน ระยะทางประมาณ 60กิโลเมตร



เรามีไกด์รุ่นเล็กในพื้นที่คอยนำทาง
และอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ให้เราฟังโดยละเอียด

บ่อน้ำร้อนควนแดงมีบ่อน้ำร้อนจำนวน 3 บ่อ
มีอุณหภูมิประมาณ 20, 40 และ 70 องศาเซลเซียสตามลำดับ



ส่วนในบริเวณพื้นที่พรุน้ำร้อนและพื้นที่ป่าดงดิบ
ได้พัฒนาปรับปรุงให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เพื่อใช้ในการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ



นักท่องเที่ยวสามารถแช่น้ำร้อนที่บ่อ
และยังมีห้องอาบน้ำส่วนตัวที่กำลังปรับปรุงอยู่

มีนวดแผนโบราณ นวดเท้า วันที่เราไปเห็นมานวดหลายคน

มีสินค้าผลิตจากสมุนไพรและน้ำแร่จำหน่าย



ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย
ตั้งอยู่ริมถนนก่อนเข้าสู่ตัวเมืองอำเภอกันตัง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้นยางไม่โตสักเท่าไหร่เลย
เขาเล่าว่านี่คือหนึ่งในต้นยางชุดแรกที่
ท่านพระยารัษฎาฯ นำมาปลูก
แต่เผอิญต้นนี้ปลูกอยู่บนชั้นหินทำให้ต้นไม้ไม่โตเท่าที่ควร

ประวัติความเป็นมาของยางพารา
เริ่มจากการเดินทางไปพบทวีปอเมริกาของโคลัมบัส
ในราวปี พ.ศ.2036 หรือเป็นเวลาประมาณ 510 ปีมาแล้ว

ต่อมาได้มีการสำรวจหลายคณะเดินทางไปภายหลัง
พบเห็นชาวอินเดียแดงซึ่งเป็นคนพื้นเมืองในอเมริกาใต้
นำลูกบอลยางเล็กๆ มาเล่นเกมส์และเห็นเป็นของแปลก
ที่มีวัตถุกระดอนเต้นขึ้นลงได้
ชาวอินเดียแดงเรียกต้นยางว่า "คาอุห์ชุค" (Caoutchoue)
แปลว่า "ต้นไม้ที่ร้องไห้"
เพราะเมื่อต้นยางถูกของมีคมจะมีน้ำยางหยดไหลคล้ายหลั่งน้ำตา

ชาวอินเดียแดงนำยางมาทำของใช้ต่างๆ
เช่น ขวดหรือภาชนะที่ทำจากยาง และรองเท้ายางที่ทำง่ายๆ
โดยใช้เท้าจุ่มลงในน้ำยางแล้วยกมาปล่อยให้แห้ง
ทำหลายๆ ครั้งจะได้รองเท้ายางที่แนบสนิทเหมือนสวมถุงเท้า

คณะนักสำรวจจากยุโรปเดินทางกลับได้มีผู้นำยางจากเมืองพารา (PARA) ซึ่งเป็นเมืองท่าแถบลุ่มน้ำอะเมซอนอเมริกาใต้
และเมื่อถึงยุโรปแล้วได้พบโดยบังเอิญว่า
ถ้านำยางมาถูรอยดินสอจะลบรอยดินสอได้ (Rubber)
ชื่อ "ยางพารา" หรือ PARA RUBBER
จึงเป็นชื่อที่ติดปากคนทั่วโลกตั้งแต่นั้นมา




เข้าสู่ตัวอำเภอกันตังก็บ่ายโมงเข้าไปแล้ว
เป็นเวลาที่เราจะต้องเสาะหาของอร่อยใส่ท้อง
มิฉะนั้นอาจหน้ามืด เป็นลม วิ่งเวียนศรีษะได้

ร้านโกเกี้ย ใกล้สถานีตำรวจอำเภอกันตัง
อยู่บริเวณแยกท่าเรือกันตัง




จัดเต็ม สี่อย่างนี้จานใหญ่มาก หม้อไฟใหญ่ ๆ
น่าจะกินได้สักห้าคน แต่เราไปสามคนเอง
พุงแทบแตก กินอิ่มแล้วอยากจะนอนกลางวัน ณ เดี๋ยวนั้น

หอยจ้อ ชิ้นโต สุดอร่อย เนื้อปูอัดแน่นอยู่ข้างใน
ต้มยำแห่ง ปลาเต๋าเต้ยต้มบ๊วย ราดหน้าซุปเปอร์เศรษฐี




โอ้ ... มันใหญ่จริงๆ
ที่นี่เขาคัดของสด ของดี ของอร่อยมากๆ

เลฺิศทุกอย่าง จนต้องคลิกไลค์

ราคาก็เลิศไปด้วย แต่ก็คุ้มค่า โปรดตรวจสอบราคาก่อนสั่ง



วิกิพีเดียบอกมา :

กันตัง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตรัง
ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำตรัง ห่างจากตัวเมืองตรังเพียง 24 กิโลเมตร
ในอดีตกันตังเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย
เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำสำคัญมาแต่โบราณ

เมื่อพระยารัษฎานุประดิษฐมหิศรภักดีมารับตำแหน่งใน พ.ศ. 2433
ได้ดำเนินการพัฒนาเมืองตรัง (กันตัง) ทุกด้าน
โดยมีจุดมุ่งหมายจะทำให้เป็นเมืองค้าขาย
เริ่มจากการย้ายเมืองจากตำบลควนธานีไปตั้งที่ตำบลกันตัง
และสร้างความเจริญแก่เมืองตรัง (กันตัง) อย่างมาก

สินค้าสำคัญในสมัยนั้น ได้แก่ เป็ด ไก่
สุกร โค กระบือ พริกไทย ข้าว ตับจาก ไม้เคี่ยม ไม้โปรง เป็นต้น



สถานีเรือดับเพลิง



เรือดับเพลิง



อาคารรูปเรือที่เก็นเบื้องหน้า
คือ ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองกันตัง
ไปเยี่ยม ๆ มอง ๆ ส่องดูแล้ว ประตูปิดอยู่
จึงไม่สามารถเข้าไปชมได้




ท่าแพขนานยนต์กันตัง



สถานีรถไฟกันตัง ตั้งอยู่บนถนนหน้าค่าย
ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้
ฝั่งทะเลอันดามัน



สถานีรถไฟกันตัง เปิดใช้อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456
ในอดีตใช้เป็นที่รับส่งสินค้ากับต่างประเทศ
ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย
มีรางรถไฟต่อไปเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร
ถึงท่าเทียบเรือกันตัง ซึ่งเป็นท่าเรือเก่าแก่ตั้งแต่โบราณ
ปัจจุบันทางรถไฟส่วนนี้ถูกชาวบ้านรุกล้ำที่
และไม่มีรางรถไฟส่วนนี้แล้ว

ตารางการเดินรถไฟ ซึ่งยังเปิดให้บริการอยู่ค่ะ



ตัวสถานีรถไฟกันตัง
เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยาทาสีเหลืองมัสตาร์ดสลับน้ำตาล
ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ด้านหน้ามีมุขยื่นประดับมุมเสาด้วยลวดลายไม้ฉลุ
ประตูบานเฟี้ยมแบบเก่า
คงเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6
ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรแล้ว




ความสวยงามของสถานีรถไฟอีกมุม



ห้องสมุดโบกี้รถไฟ



บ่ายแก่ ๆ เดินทางเข้าที่พักคืนที่สอง
ที่โรงแรมเรือรัษฎา ตัวเมืองตรัง
เป็นโรงแรมทำเลดี ใกล้ห้างโรบินสัน
ใกล้สวนสาธารณะสำคัญของเมือง
...จะรีวิวให้ชมเร็วๆ นี้ค่ะ
รู้สึกชอบและประทับใจหลายอย่างทีเดียว

บรรพบุรุษของเจ้าของเดิม (คุณพิทักษ์ รังษีธรรม) เป็นชาวจีน
ต้องใช้เรือในการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาประเทศไทย
มีความผูกพันกับเรือมาก
และคิดว่าไม่มีเรือเดินทะเลก็ไม่มีเรือสำราญ (เอ็ม.พี.รีสอร์ท)
ต่อมาได้เปลี่ยนผู้ดำเนินกิจการ
และปรับปรุงใหม่ภายใต้ชื่อ "เรือรัษฎา"
เปิดให้บริการใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2554 เป็นต้นมา



มื้อค่ำไปร้านริชชี่ อยู่หน้าสถานีรถไฟเมืองตรัง

เป็นย่านเมืองเก่ามีห้องแถว ตึกเก่า
บรรยากาศแบบเก่าๆ ให้ชมอย่างน่าสนใจ

ย่านนั้นมีโรงแรมห้องแถวเล็ก ๆ ที่ได้บรรยากาศเมืองตรัง
ราคาประหยัดหลายแห่ง



ร้านนี้ขายอาหาร เค้ก ของฝาก ไอศครีมทำเอง ชา กาแฟ



อาหารที่สั่งมาชิม .. รสชาติดีทีเดียว
เพื่อนบอกไม่ถูกปาก แต่เราชอบแฮะ



ปิดท้ายด้วยเค้ก



สีสันบางส่วนของคลาดกลางคืนหน้าสถานีรถไฟ
ขายแบบตลาดนัด มีของกิน ของใช้
เสื้อผ้า ของสะสม ดนตรีเปิดหมวกฯลฯ

คัดแต่ของกินมาให้ชม



หน้าร้านริชชี่ ร้านใหญ่อยู่ที่ถนนรัษฎา

ร้านริชชี่เป็นร้านเก่าแก่ที่บุกเบิกร้านอาหารแนวร่วมสมัย
ในยุคแรกๆ ของตรัง




ดื่มนมร้อนๆ คนละแก้วที่ร้านเก้าอี้ขาว
ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ ร้านริชชี่ ถนนรัษฎา
แล้วก็กลับไปนอน


หลับฝันดีทั้งคืน ตื่นมายามเช้า
ก็ได้พบกับของอร่อยเมืองตรัง
โดยที่ไม่ต้องไปตระเวนกินข้างนอก

ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ผสมแกงไตปลา
หมูย่างตรัง ข้าวต้มปลา และอื่นๆ
อร่อยทุกอย่างเลยนะ



จากนั้นเราเช็คเอาท์ แล้วไปขับรถวนชมเมืองเก่าตรัง
อำลาเมืองตรังที่หน้าร้านสิริบรรณ



ร้านของฝากชื่อดังตรังทั้งหมูย่าง
ขนมเปี๊ยะ และอื่นๆ จะต้องสั่งล่วงหน้า
หรือไม่ก็ไปซื้อตั้งแต่เช้า
คนขี้เกียจอย่างเรานั้น ไปซื้อที่สนามบินอย่างเดียว
มีหลายร้านให้เลือกซื้อ
ร้านที่เคยซื้อขายราคาเดียวกันกับซื้อในเมือง
ร้านอื่นๆ ก็น่าจะเช่นกัน



ปิดท้ายด้วยของฝาก จกาคนพื้นถิ่นตรัง
ที่หอบหิ้วไปฝากคนที่อยู่กรุงเทพ
เราได้แต่มองด้วยอาการน้ำลายไหล
ไม่สามารถไปซื้อมาชิมได้
จึงขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกอย่างเดียว
ในถุงนี้มีแต่ของกินอร่อยๆ หลายอย่าง
ที่คัดสรรมาอย่างดี




ขอบคุณแอร์เอเชียผู้อุปถัมภ์ตั๋วเครื่องบินสองที่นั่ง

ขอบคุณโรงแรมเรือรัษฎาผู้อุปถัมภ์ที่พักหนึ่งคืน

ขอบคุณผู้ร่วมทริปทั้งสองคนที่ได้ไปเที่ยวสนุกกัน

ขอบคุณอัธยาศัยไมตรีของชาวตรังและเจ้าหน้าที่รถไฟกันตัง

ขอบคุณขนำชาวเลที่นำของที่ลืมไว้มาส่งให้ที่เรือรัษฎา

ขอบคุณธรรมชาติอันสวยงามที่ให้เราได้ไปเที่ยวชม

ขอบคุณผู้อ่าน ผู้ชม ที่แวะมาให้กำลังใจค่ะ




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2555 11:17:55 น.
Counter : Pageviews.

3 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  

Valentine's Month



ชมจันทร์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]



เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต