Group Blog
All Blog
ทริปท่องเที่ยว ปี 2554 : นับได้ 27 ทริป
ทริปที่ 1 :


เที่ยวปีใหม่ คืน 31 ธันวา กินอาหารค่ำที่ 13 เหรียญมีนบุรี พักที่นั่น
เช้าปีใหม่ ไปทำบุญวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
แล้วพักที่ All seasons Huamark
คืนต่อไป ไปบ้านน้าที่สุพรรณบุรี




ทริปที่ 2 :

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 วันเด็ก
เป็นวันที่พ่อไปทำงานต่างจังหวัด
หลังจากร่วมงานปีใหม่และวันเด็กในหมู่บ้านเสร็จ
แม่ควงคู่ลูกไปเที่ยวใน กทม.
วันเด็กปีนี้เกาลัดได้ของเล่นและเสื้อผ้าหลายอย่างทีเดียว
พักที่ Kingston Suites




ทริปที่ 3 :

21 - 23 มกราคม 2554 ควงคู่ลูกชายไปเกาะสมุย ด้วยนกแอร์และเรือcatamaran กับเพื่อนๆ พี่ ๆ 50 กว่าชีวิตจากห้อง BP ในทริป Ibisland Winner อภินันทนาการจากคุณหญิงเป็นเจ้าภาพให้พวกเราไปติดตามไปเที่ยว พักที่ Ibis Samui




ทริปที่ 4 :

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554
พ่อแม่ลูก ไปเที่ยวเยาวราช พักเซี่ยงไฮ้แมนชั่น
ในราคาห้องละ 2,045.93THB/คืน
เป็นทริปแรกในรอบปีที่เราได้ไปพักโรงแรมโดยไม่ได้ส่วนลดอะไรเลย T_T




ทริปที่ 5 :

18-20 กุมภาพันธ์ 2554 โนโวเทลระยอง




ทริปที่ 6 :

4-6 มีนาคม 2554 เที่ยว กทม. แบบชีวิตติดโปร
พัก Unico Express @ Sukumvit




ทริปที่ 7 :

24-27 มีนาคม 2554 เที่ยวพัทยา คู่แม่-ลูก
และคู่ป้า-หลาน พัก Nirvana Couture Room
และ Vogue Hotel Pattaya




ทริปที่ 8 :

9-16 เมษายน 2554
กลับบ้านนอก พรเจริญ จ.บึงกาฬ และเชียงคาน จ. เลย




ทริปที่ 9 :

เกาลัดตามแม่ไปทำงาน 20-23 เม.ย. 2554 จ. นครนายก
และ 23-24 เม.ย. 2554 ตามพ่อไปประชุม
ดอนหอยหลอด จ. สมุทรสงคราม สองจังหวัดในทริปเดียว




ทริปที่ 10 :

เที่ยวปิดเทอมลูก 5-8 พฤษภา'54
ไปชะอำและเรียนรู้ชีวิตชุมชนชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน
พัก Eurasia และ Unico Sandara




ทริปที่ 11 :

13-17 พฤษภา'54 เที่ยวพัทยา ระยอง
Infinity Maze มหัศจรรย์เขาวงกต
เทศกาลสวนผลไม้เมืองระยอง
พัก RS Seaside Pattaya และ Novotel Rayong




ทริปที่ 12 :

28-29 พฤษภา'54 Aloha Party
มีตติ้งคุยสบาย ของกลุ่มคนรักโปรฯ ท่องเที่ยว
ห้อง BluePlanet จัดที่โรงแรม All Seasons Pattaya
แวะเที่ยวบางแสน ตลาดอ่างศิลา




ทริปที่ 13 :

18-19 มิถุนา' 54 ไปพัก Vabior Lodge
และเที่ยวพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาที่เพิ่งเปิดใหม่ใสกิ๊ก
ที่รังสิตคลอง 5 จ.ปทุมธานี




ทริปที่ 14 :

2-3 กรกฎา' 54 มีตติ้งเพื่อน ม. ปลายของแม่เกาลัด
แล้วไปพักมณเฑียรริเวอร์ไซด์
จากนั้นรีบไปเลือกตั้ง อภินันทนาการห้องพักจากคุณอี๊ด คุณณี




ทริปที่ 15 :

ศุกร์ 8 ก.ค. 2554 ทองทารีสอร์ทแอนด์สปา
วันเสาร์ไปดูคอนเสิร์ตที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 14.00 น.
ห้องพักจากคุณรุ้งหลากสี
บัตรคอนเสิร์ตจากคุณเจ๊ในตลาด




ทริปที่ 16 :

หยุดยาววันที่ 15-18 กรกฎาคม 2554
เที่ยวพัทยากับครอบครัว
พักที่ Pinnacle Grand Jomtien
เที่ยวเมืองจำลอง และสัตหีบ รวมทั้งหาของอร่อยกิน




ทริปที่ 17 :

เชียงคาน 12-14 สิงหาคม 2554
กลับบ้านนอก ไปหาแม่ช่วงหยุดวันแม่




ทริปที่ 18 :

ไปใช้โปรฯ ห้องพัก Zuji, Expedia Japan
และดีลอาหาร Ensogo ที่ Vaboir Lodge Royal Suite
วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2554




ทริปที่ 19 :

ไปเที่ยวกับเพื่อนรัก ตามประสาคู่หูแม่และคู่หูลูก
พักที่ Eurasia Cha am วันที่ 26-28 สิงหาคม 2554
ส่วนคู่หูพ่อทั้งสองคนอดไป
ลูกชายทั้งสองสนุกและมีความสุขสุดๆ ไปเลย
จนป่านนี้ยังคงคิดถึงกันไม่หาย




ทริปที่ 20 :

เสาร์ 10 กันยายน 2554 ไปอโยธาราวิลเลจ
จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผ่านเข้ารอบ
โครงการ Thailand Boutique Awards 2011





ทริปที่ 21 :

เสาร์ 24 กันยายน 2554
ประวัติศาสตร์ติดตรึงใจ..ที่ไอยูเดีย @ i u dia on the River




ทริปที่ 22 :

ความสุขเล็กๆ พาลูกเที่ยวและเรียนรู้
ช่วงปิดเทอม 6-9 ตุลาคม 2554
@ Golden Beach ชะอำ




ทริปที่ 23 :

ผจญภัยสุดขอบฟ้า แคมป์ปิ้งริมแม่น้ำแคว
@ หินตกริเวอร์แคมป์ [KTC Real Team ครั้งที่ 22]




ทริปที่ 24 :

เคลื่อนย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม
ที่พัทยา 20-24 ตุลาคม 2554
สัญจรร่อนเร่ไป 5 วัน พัก 4 โรงแรม





ทริปที่ 25 :

โรงแรมสวัสดี สุขุมวิท ซอยสุขุมวิท 57 สามคืน
เข้าพักหนีน้ำท่วมบ้าน 24-27 ตุลาคม 255




ทริปที่ 26 :

กลับบ้านนอกช่วง ครม. ประกาศให้หยุดยาวเพื่อหนีน้ำท่วมบ้าน
วันที่ 27-31 คุลาคม 2554

เป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักทะเลเลย มีสไลเดอร์ให้เล่นด้วย
ทริปนี้เป็นการเดินทางที่แสนจะยาวนาน อ้อมไกลหลายจังหวัด
เนื่องด้วยใช้เส้นทางปกติไม่ได้
ทั้งไปและกลับต้องขับรถผ่านเขาใหญ่ บรรยากาศดี
ทิวทัศน์สวยงาม ช่วยแก้เบื่อนั่งรถนานได้นิดหน่อย
วันที่ 31 ตุลาคม กลับถึง กทม. ตอนดึก ๆ
เข้าบ้านไม่ได้แล้ว เพราะน้ำท่วมลำลูกกา
ต้องอพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่ที่หอพักที่ทำงาน
ยาวนาน 37 คืน
กว่าจะได้กลับเข้าไปอยู่บ้านอีกทีในวันที่ 7 ธันวาคม 2554




ทริปที่ 27 :

กลับบ้านนอก 10-13 ธันวาคม 2554
ทริปอบอุ่นใจส่งท้ายปี




ถ้าไม่ติดปัญหาน้ำท่วม ปีนี้ คงได้เที่ยวมากกว่า 27 ทริป
ช่วงน้ำท่วม แจกและทิ้งห้องพัก 3 ทริป



Create Date : 19 ธันวาคม 2554
Last Update : 19 ธันวาคม 2554 11:12:43 น.

0 comment
กลับบ้านนอก บึงกาฬ - เชียงคาน 10-13 ธันวาคม 2554
วันที่ 10 -13 ธันวาคม 2554 ช่วงหยุดยาวรัฐธรรมนูญ
ทิ้งภารกิจฟื้นฟูบ้านเอาไว้ชั่วคราว
เพื่อกลับบ้านนอกตามแผนเดิมที่วางไว้

เป็นการกลับบ้านก่อนปีใหม่
เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรคับคั่งในช่วงปีใหม่
ปีใหม่ปีนี้ เราจะอยู่เก็บบ้าน จัดบ้านกันต่อ

บินไป - กลับ กับแอร์เอเชีย
ค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวไป จ่ายในราคาสามคน 2,370 บาท
เที่ยวกลับ ราคาสามคน 738.90 บาท

เช่ารถขับในระหว่างทริป
เช่า 4 วัน
คูปองใบละ 750 x 4 ใบ = 3,000 บาท
และจ่ายเงินเพิ่มในวันรับรถอีก 1,070 บาท
ค่าเติมน้ำมันตลอดทริป รวม 1,500 บาท
รถเล็ก 1,200 cc เติมน้ำมัน E20

ขาไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ







พอไปถึงสนามบินอุดรธานี
ก็ตรงดิ่งไปที่บูธของ Thai Rant a Car
รับรถเช่าที่จองไว้
เช่ารถนิสสันมาร์ชโดยใช้โปร ฯ บัตร KTC




สองบูธนี้อยู่ติดกัน
ส่วนบูธเอวิส อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กัน



เหลือบไปเห็น Master Car Rental
มีรถเล็กให้เช่าเหมือนกัน
ตอนนี้เจ้านี้มีโปร ฯ ร่วมกับแอร์เอเชีย
วีออส 888 บาท ทุกวัน ทุกเทศกาล ถึงมิถุนายน 2555



ตรวจสภาพรถก่อนเซ็นรับรถ
ถ้าเจอตำหนิตรงไหน ต้องกา/ทำเครื่องหมายที่เอกสารไว้ก่อน
เวลาคืนรถจะได้ไม่มีปัญหา



นัดคุณยายของเกาลัดที่สนามบินอุดร ฯ
มีญาติมาส่ง พอมาถึงก็เห็นนั่งรออยู่แล้ว
ขับรถจากสนามบินอุดรรธานีไปบ้านคุณปู่ คุณย่า
ของเกาลัด ประมาณสามชั่วโมง

เวลาส่วนใหญ่ อยู่บ้าน และก็ไปสวน

ภาพตอนไปสวน



ยางพาราที่เพิ่งจะปลูกไม่นาน



พ่อเกาลัดตกปลาทั้งวัน







กระท่อมน้อยกลางสวน
ปลูกไว้นอนเล่น





พักที่บ้านคุณปู่ คุณป้าสองคืน
แล้วขับไปส่งคุณยายที่บ้าน ขับไปอีกสี่ชั่วโมง

เย็นวันที่ 12 ธันวาคม 2555
เพื่อนแวะมาหาที่บ้านคุณยาย





วันที่ 13 ธันวาคม 2555
ออกจากบ้านคุณยายเกือบบ่ายโมง
ไปถึงสนามบินอุดร ฯ เกือบห้าโมงครึ่ง
เสียเวลารถติดที่หน้าโรงงานรับซื้ออ้อยนานมาก ๆ
ถ้าไม่เผื่อเวลาไว้นานๆ เห็นทีจะตกเครื่องบิน

สนามบินอุดรธานี
ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับสุวรรณภูมิ









นับว่าเป็นทริปที่อบอุ่นใจปิดท้ายปี




Create Date : 16 ธันวาคม 2554
Last Update : 19 ธันวาคม 2554 10:28:23 น.

ผจญภัยสุดขอบฟ้า แคมป์ปิ้งริมแม่น้ำแคว @ หินตกริเวอร์แคมป์ [KTC Real Team]
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
เคยหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าอยากจะท่องเที่ยว
แบบผจญภัยกับครอบครัวดูบ้าง
เมื่อได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรม
KTC Real Team ครั้งที่ 22
ตอน ซาฟารี แคมป์ปิ้ง

ที่หินตกริเวอร์แคมป์ จ. กาญจนบุรี
กับสโลแกน...เที่ยวเท่ ท้าต้นหนาวก่อนใคร
พลันให้รู้สึกตื่นเต้นและท้าทาย
ในกิจกรรมผจญภัยที่รอเราอยู่เบื้องหน้า



ความชุ่มฉ่ำจากเม็ดฝนยังไม่ทันขาดสาย
ลมหนาวยังไม่ทันโบกโบยโชยชื่นเต็มที่นัก
จากบ้านมาในช่วงเฝ้าระวังน้ำท่วม
จะได้ประสบการณ์คุ้มหรือไม่
ครอบครัวเราจะพบเจอกับอะไรบ้างในระหว่างทาง
......โปรดติดตาม



สืบค้นข้อมูลก่อนออกเดินทาง
เห็นข้อมูลนี้แล้วยิ่งอยากไปในทันใด
อะไรก็ฉุดไม่อยู่แล้ววว..จ้า.....
อโกด้าประกาศให้หินตกริเวอร์แคมป์
ให้เป็น 1 ใน 10 รีสอร์ทแบบผจญภัยที่ดีที่สุด
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี ค.ศ. 2009




อ้างอิง
1. นสพ. บางกอกทูเดย์
พฤหัสบดี 21 พ.ค. 2552 หน้า 44 (เต็มหน้า)
คอลัมน์ : TRAVEL GUIDE
: 10 สุดยอดรีสอร์ทผจญภัยในเอเซีย
2. นสพ. กรุงเทพธุรกิจ
จันทร์ 9 มีนาคม 2552 หน้า 1 (เต็มหน้า), 2
Section : ฉบับพิเศษ
หัวข้อข่าว : ท่อง 10 รีสอร์ทผจญภัย

อ้างอิงเพิ่มเติม
อ่านที่นี่ (1)
อ่านที่นี่ (2)


การเข้าร่วมกิจกรรม KTC Real Team ครั้งที่ 22
เราได้เข้าพักหินตกริเวอร์แคมป์ 3 วัน 2 คืน
โปรแกรม Journey on the River Kwai
พร้อมอาหาร 6 มื้อที่รีสอร์ท
และอาหารกลางวัน 1 มื้อที่ท่าเรือปากแซง
รถรับส่งจากกรุงเทพฯ ถึงกาญจนบุรี
พร้อมนำชมพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
สุสานสหประชาชาติ สะพานข้ามแม่น้ำแคว
พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด หมู่บ้านมอญ
นั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ สำหรับ 2 คน

เกาลัดเด็กแสบซนวัย 8 ขวบ
ติดตามพ่อแม่ไปท่องโลกกว้าง
ได้รับการอนุโลมให้เข้าร่วมกิจกรรม
โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม


วันแรก

หกโมงเช้ารถตู้มารับจากจุดนัดหมาย
ที่โรงแรมใจกลางเมืองกรุงเทพ
วันนี้ค่อนข้างงัวเงียเพราะตื่นเช้ากว่าปกติ
จากนั้นไปขึ้นรถบัสที่บริเวณสนามหลวง
ร่วมกับลูกทัวร์กลุ่มอื่น ๆ

การเดินทางเริ่มต้นขึ้นแล้ว


ระหว่างทางได้แวะปั๊ม
หาอะไรใส่ท้องและพักเข้าห้องน้ำเพิ่มพลัง

กินอาหารเสร็จแล้ว
ลูกชายนอนหนุนตักพ่องีบเอาแรง




ตามรอยสงครามโลกครั้งที่สองที่กาญจนบุรี


ถึงกาญจนบุรีแล้วค่ะ
ลูกชายตื่นขึ้นจากการงีบหลับด้วยความสดชื่น
พร้อมที่จะลุยกันต่อ

กาญจนบุรีนับเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์
โดยเฉพาะเหตุการณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
มีอนุสรณ์สถานหลายแห่งปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐาน
เช่น สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร
พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ฯลฯ
ซึ่งเราจะได้ไปชมในทริปนี้

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึก
มาสร้างทางรถไฟไปยังพม่า
ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก



ความทารุณ การโหมงานหนักทั้งกลางวันกลางคืน
โรคภัยไข้เจ็บและขาดอาหาร
ทำให้เชลยศึกจำนวนมากต้องเสียชีวิตลง

เดินดูไม่นาน เดินสะพานได้ไม่ไกล
เพราะอากาศค่อนข้างร้อน



ใกล้กันนั้นมีตลาดค้าพลอย
เราพากันไปเดินดูเฉยๆ ไม่ได้ซื้ออะไร



นักท่องเที่ยวถ่ายภาพกับลูกเสือตัวน้อย




พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า


พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
จัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่การเข้ามา
ของทหารญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ออกแบบและเกณฑ์เชลยศึก
มาร่วมกันก่อสร้างทางรถไฟสายนี้
ระหว่างการสร้างมีผู้คนล้มตายกันเป็นจำนวนมาก
จึงได้ชื่อว่าทางรถไฟสายมรณะในปัจจุบัน




นอกจากนี้ยังจัดแสดง
สภาพภูมิศาสตร์ของทางรถไฟ
สภาพชีวิตในค่ายเชลยศึก ด้านการแพทย์
การทิ้งระเบิดและการทำลายทางรถไฟ
รวมไปถึงเหตุการณ์หลังจากสงครามยุติ



ค่าเข้าชม




พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ข้อมูลละเอียด
จัดแสดงได้อย่างน่าสนใจ
เข้าชมแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจ
ในความโหดร้ายของมนุษย์
ที่กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ปกหนังสือที่ระลึก
ที่วางจำหน่ายในพิพิธภัณฑ์




"ไม่มีวิธีแห่งเกียรติยศในการฆ่า
ไม่มีความสุภาพในการทำลาย
สงครามไม่มีอะไรดี
นอกจากจุดจบของมัน"

ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอร์น


ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย-พม่า
เป็นที่ตั้งของสุสานทหารสหประชาชาติ
เคยเป็นค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่
บรรจุศพทหารเชลยศึกประมาณ 1,740 หลุม




เจ้าหน้าที่กำลังดูแลสวน
ทำความสะอาดสุสาน



" โลกที่เต็มไปด้วยสงครามนี้
ไม่ได้เพียงแต่สิ้นเปลืองเงินอย่างเดียว
มันจะเป็นการสิ้นเปลืองหยาดเหงื่อของแรงงาน
ความฉลาดของนักวิทยาศาสตร์
และความหวังของเยาวชนทุกคน"

พลเอกดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์,
ปราศรัยแก่ American Society
of Newspaper Editors, 1953



การเดินทางสู่หินตกริวเวอร์แคมป์

รถบัสที่พาเรามาจากกรุงเทพ
ไปส่งเราที่ท่าเรือปากแซง
เพื่อส่งถ่ายลูกทัวร์กลุ่มต่าง ๆ
กระจายไปตามรีสอร์ทในเครือเดียวกัน
สำหรับคณะของเรา 3 คนพ่อแม่ลูกนั้น
มีรถตู้จากหินตกริเวอร์แคมป์มารับ

ถนนช่วงใกล้ถึงรีสอร์ท เป็นทางลงไหล่เขา
ที่ค่อนข้างชั้นและคดเคี้ยว
อย่างไรก็ตามเห็นมีรถชนิดต่าง ๆ
ทั้งรถเก๋ง รถตู้ รถกระบะไปถึงกันได้

ถึงแล้วค่ะหินตกริเวอร์แคมป์
ชื่อเต็มคือ
หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส รีสอร์ท
[Hintok River Camp @ Hellfire Pass]
ตั้งอยู่ที่ช่องเขาขาด

เช็คอินที่นี่ก่อนเลย



เวลคัมดริงค์



กินอาหารกลางวัน
รีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้ตลอดทั้งทริป



หลังอาหารกลางวัน
นำสัมภาระเก็บเข้าที่พัก
เป็นเต๊นท์ขนาดใหญ่ ติดแอร์
มีพัดลม ตู้เย็น น้ำอุ่น
แต่ไม่มีโทรทัศน์ให้ดู
สวยงามและน่าตื่นเต้นตามคาดหมาย



นักผจญภัยวัยซน
พร้อมที่จะออกเดินทางต่อแล้วครับ




เดินทางไปชม
พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
อยู่ไม่ห่างจากรีสอร์ท
ตั้งอยู่ที่กองการเกษตรและสหกรณ์
สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี




ช่องเขาแห่งนี้ขาดด้วยแรงงานมนุษย์
ขุดเจาะช่องเขาหินเพื่อสร้างทางรถไฟไปพม่า
สมญานามอีกอย่างของช่องเขาขาด
คือ "ช่องไฟนรก" (Hell Fire Pass)
ด้วยเหตุที่พวกเขาถูกบังคับให้ทำงาน
ตลอดทั้งวันทั้งคืน
โดยอาศัยแสงสว่างจากคบไฟ
ที่สว่างไสวเหมือนกลางวัน

ในบันทึกที่ปรากฏในพิพิธภัณฑสถานช่องเขาขาด
บรรยายเหตุการณ์ว่าเชลยศึกเหล่านี้
ต้องใช้ค้อนหนัก 8 ปอนด์ สว่าน ระเบิด
เสียม พลั่ว จอบ ขุดเจาะช่องเขาทีละนิด
แล้วขนใส่ตะกร้าหวายอันเล็กๆ
ขนเศษหินและดินออกไปทิ้ง
พวกเขาทำงานตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน
นอกจากงานหนักและทารุณแล้ว
หลายคนยังเจ็บป่วยล้มตายลงเป็นใบไม้ร่วง

ชมวีดิทัศน์บอกเล่าเรื่องราวสงคราม
ความโหดร้ายของสงคราม ส่งผ่านตัวอักษร
ภาพวาด และสิ่งของที่จัดแสดง




เดินเท้าตามเส้นทางรถไฟสายมรณะ
ที่ช่องเขาขาด


ด้านหลังพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด
มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไปยังช่องเขาขาด

ระหว่างทางเดิน



เส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ
ที่เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ตัดเจาะภูเขาหินด้วยมือปราศจากเครื่องมือทันสมัย
ให้เป็นช่องสำหรับสร้างทางรถไฟ




ถึงแล้ว..ช่องเขาขาดกลางสายฝน

ช่องเขาที่แบ่งภูเขาหินขนาดย่อมๆ
ขาดออกเป็นสองฝั่ง มีทางทอดยาวเข้าไป
เป็นที่ซึ่งเชลยศึกต้องสังเวยชีวิตมากมาย
ว่ากันว่า 1 หมอนรางรถไฟเท่ากับ 1 ชีวิตของเชลยศึก




"ในสงครามไม่มีชัยชนะมาทดแทนได้"
นายพลดัคคลาส แมคอาเธอร์
จากวิกิคำคม
http://th.wikiquote.org/wiki/สงคราม


ตอนนี้ตากฝนเปียกทั้งตัว
กำลังขึ้นรถตู้กลับที่พัก



ตอนเย็นอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า
พักผ่อนตามอัธยาศัย
แล้วไปกินอาหารเย็นประมาณหนึ่งทุ่ม

เย็นนี้เป็นบาร์บีคิว ซึ่งตามปกติ
จะจัดที่แคมป์ไฟกลางสนาม
แต่เย็นนี้ฝนพรำๆ ไปจนถึงกลางคืน
จึงจัดในร่มแทน
บรรยากาศมื้อค่ำ



อาหารเย็น



เกาลัดรู้สึกไม่ค่อยสบาย
อ้อนให้พ่อป้อนข้าวต้มในเต๊นท์
พี่ๆ ใจดีทำข้าวต้มปลาไว้ให้เป็นพิเศษ



จากนั้นก็นอนหลับไป
ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย
ไม่ต้องเปิดแอร์
ส่วนพ่อนั้นอ่านหนังสือต่อ






วันที่สอง
วันแห่งการผจญภัยที่รอคอย


วันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันในทริป
เป็นวันที่ครอบครัวเรารอคอยด้วยความตื่นเต้น
พ่อเล่ากิจกรรมวันนี้ให้ลูกฟังคร่าว ๆ
ลูกบอกว่าน่าสนุกและอยากไป

อาหารเช้าที่นี่เป็นแบบบุฟเฟต์
ตลอดทริป เราเจริญอาหารทุกมื้อเลย


พ่อบอกว่าต้องกินอาหารเช้าเพิ่มพลังให้อิ่ม
..ไข่ดาว



แต่ก็กินได้ไม่มากเท่าไหร่



กินเสร็จแล้ว ไปรอลงเรือ



เกาลัดตื่นเต้นมากกว่าใครๆ



ไปกันเล้ย
ลงเรือแล้ว ยังช่วยใส่ชูชีพให้พ่อด้วย



ไม่นานก็ถึงที่หมาย
นั่นคือเรือนแพริเวอร์เเคว จังเกิ้ลราฟท์
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย
และอยู่ในเครือ SERENATA Hotels & Resorts Group
เช่นเดียวกับหินตกริเวอร์แคมป์


ชมหมู่บ้านมอญ ถ้ำพระ ผาเอน


กาญจนบุรีเป็นดินแดนแห่งธรรมชาติ
อันอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ ถ้ำ น้ำตก
รวมไปถึงประเพณีวัฒนธรรม
อันหลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติ
ที่อาศัยอยู่ร่วมกันทั้งไทย พม่า
มอญ กะเหรี่ยง ฯลฯ

ตามโปรแกรมเช้านี้เราจะเดินชม
หมู่บ้านมอญ ถ้ำพระ ผาเอน
ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย
ใกล้กับริเวอร์เเคว จังเกิ้ลราฟท์

บ้านในป่า



ร้านค้าในชุมชน



ไก่ชน พบได้ทั่วไปในหมู่บ้าน



ปางช้าง



ร้านขายของที่ระลึก



ภายในร้าน



ซุ้มประตูจากหลังร้านไปจนถึงหน้าร้าน



ชาวมอญเป็นชนชาติเก่าแก่
ที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรม
ศาสนา และการค้าในแถบดินแดนสุวรรณภูมิ
ซึ่งในปัจจุบันได้แก่ ประเทศไทย มาเลเซีย
พม่า เขมร ลาว และเวียดนาม
ชาวมอญเป็นชนชาติที่รักความสงบ
แต่กลับถูกรุกรานจากชาติที่มีกำลังเหนือกว่า
ด้วยมุ่งหวังความเป็นใหญ่
จนเป็นเหตุให้มอญต้องสูญเสียแผ่นดินในที่สุด

มรดกทางวัฒนธรรมของชาวมอญ
ทั้งในด้านลัทธิศาสนา ความเชื่อ ประเพณี
พิธีกรรม ประติมากรรม ภาษา วรรณคดี
การดนตรี และการบันเทิงได้ฝังรากลึก
ในดินแดนสุวรรณภูมิและประเทศไทย
วิถีชีวิตของชาวมอญกับชาวไทย
จึงมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก
แม้ความเชื่อ ประเพณี และการละเล่น
ของไทยบางอย่างก็ได้รับอิทธิพลจากมอญ


เด็กน้อยเล่นมวยปล้ำกันอย่างเอาจริงเอาจัง



โรงเรียนในหมู่บ้าน
อุปถัมภ์โดยเจ้าของเวอร์เเคว จังเกิ้ลราฟท์
วันนี้เด็กๆ มาเรียนภาษามอญ
นอกจากนั้นทางรีสอร์ท
ยังได้จัดรถรับส่งให้เด็กน้อยในหมู่บ้าน
ไปเรียนที่โรงเรียนบ้านพุเตยด้วย



เด็กผู้ชายนุ่งโสร่ง
ทั้งชายหญิงทาหน้าด้วยสมุนไพรทานาคา



ตั้งใจเขียน




เดินเข้าไปในป่าใผ่



ภาพเขียนที่ผาเอน



ถ้าพระ



ถ้ำพระ ผาเอน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน
ซึ่งชาวบ้านจะเดินทางมาสักการะอยู่เสมอ



ไปต่อกันที่วัด







เสร็จสิ้นกิจกรรมในช่วงเช้า
เราไปริเวอร์แควจังเกิลราฟท์
เพื่อรอทำกิจกรรมช่วงบ่ายต่อ




ดื่มน้ำกันที่จังเกิลบาร์



ได้โอกาสถ่ายภาพบริเวณแพ



ความสามารถพิเศษของแม่บ้าน
ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน





นั่งชิงช้าดีกว่า ยังมีเวลาอีกเยอะ



พ่อ...ถ่ายรูปให้เกาลัดหน่อย
ว่าแล้วก็เผ่นแผลวไปแบกลูกฟัก
อย่างว่องไว...พ่อแม่ตามไม่ทัน
พี่รอด..ไกด์ของเราบอกว่าระวังจะคัน
..ไม่ทันซะแล้ว



ได้เวลาอาหารกลางวัน



กินข้าวเที่ยงสร็จ
เกาลัดแบตหมดขอนอนหลับ
แม่นั่งๆ นอน ๆ คอยพัดวีให้



ส่วนพ่อเกาเหลานวดเท้ารอ
ระหว่างลูกนอนกลางวัน



เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
ลูกตื่นขึ้นมาพร้อมกับแบตในร่างกาย
ที่ถูกชาร์ตจนเต็ม กลับมาคึกคักอีกรอบ
และก็ได้เวลาต่อกิจกรรมในช่วงบ่ายพอดี
พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย..

พายเรือเเคนู
ชมระบบนิเวศและทิวทัศน์แม่น้ำแควน้อย




ฝูงควายริมฝั่งน้ำ




ลูกชายสนุกตื่นเต้น
กับประสบการณ์ใหม่



เพลิดเพลินไปกับท้องฟ้า ภูเขา แม่น้ำ
เรือไหลไปตามกระแสน้ำ
จนแทบไม่ต้องออกแรงพาย



มุมกว้าง ๆ



ก่อนออกเดินทาง
ไกด์ของเราถามว่าจะใช้ชูชีพรองนั่งหรือเปล่า
เราบอก..ไม่ต้องก็ได้

ขณะที่กำลังพายไป ถ่ายรูปไปอยู่นั้น
พบว่ามีน้ำซึมเข้ามาจากท้องเรือ
ทำให้กางเกงเปียกนิดหน่อย
ไกด์บอกว่าเป็นเรื่องปกติ
เรือแคนูจะมีช่องที่น้ำเข้ามาได้
เพิ่งจะเข้าใจ ก็เปียกไปแล้ว
ไม่ทันซะแล้ว..เง่อ..



พายเรือผ่านรีสอร์ทแห่งใหม่ในเครือเดียวกัน
ซึ่งจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้
มองเข้าไปเห็นกำลังตกแต่งไว้อย่างสวยงาม



พายเรือเเคนูเข้าเทียบท่า
ที่ริเวอร์เเคว รีโซเทล รีสอร์ท



ริเวอร์เเคว รีโซเทล รีสอร์ท
หรือรีโซเทล แก่งละว้า
เรามาที่นี่เพื่อนำชมถ้ำละว้า
ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค



เดินลัดเลาะ
จากริเวอร์เเคว รีโซเทล รีสอร์ท
ไม่ทันเหนื่อยก็ถึงเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค
อยู่ใกล้กันมาก
ไปกันที่เส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติแก่งละว้า



เกาลัดเดินตามพี่รอด
เข้าถ้ำละว้าไปติดๆ



ไหว้พระในถ้ำ



ชมหินงอกหินย้อย



หลังจากเข้าถ้ำ
ก็นั่งเรือกลับหินตก ฯ



กลับมาถึงรีสอร์ทแล้ว
ที่หินตกริเวอร์แคมป์มีสระน้ำธรรมชาติ
ไหลมาจากลำธารบนภูเขา
ไปเล่นน้ำกันดีกว่า





อาหารเย็น



อ่านหนังสือก่อนนอน
จากนั้นก็หลับสบาย
ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขากับสายน้ำ




วันที่สาม


เกาลัดตื่นเช้ากว่าแม่อีกแน่ะ
ติ่นมาก็อ่านหนังสือที่อ่านค้างไว้ต่อ
เป็นเรื่องย่อบทโทรทัศน์ละครเสือสั่งฟ้า
พ่อลูกเคยดูบ้างบางตอนแล้วชอบ
เลยซื้อมาอ่านด้วยความสนใจ



ไปกินข้าวกัน
ลูกไปทั้งชุดนอนนี่แหละ
ขอถ่ายภาพกับบหน้ากากหน่อยคร้าบ



กินไปอ่านไปจนหมดชาม




กิจกรรมสนุกที่หินตกริเวอร์แคมป์

อาบน้ำแล้วก็ขี่จักรยานเล่น



ชมทิวทัศน์แม่น้ำแคว



ม้าโยก



ขี่จักรยานดูชุมชนใกล้ๆ รีสอร์ท



ปีนหอคอย



ข้ามสะพานขอนไม้



พักกินไอศครีม



จากนั้นก็ได้เวลาเก็บของกลับบ้าน
เราเช็คเอาท์ออกจากรีสอร์ทเวลา 11.00 น.
ไปที่ท่าเรืองปากแซง
เป็นจุดนัดหมายเพื่อรอกิจกรรมในช่วงบ่าย



กินอาหารกลางวันที่ร้านสมหมาย
ณ ท่าเรือปากแซง



เสร็จจากอาหารกลางวัน
มีไกด์มารับไปทัวร์รถไฟ
รถไฟเส้นทางสายประวัติศาสตร์
เริ่มต้นที่สถานีน้ำตก



รถไฟกำลังจะมา




ขึ้นรถไฟไปตามเส้นทางสายประวัติศาสตร์
ผ่านช่วงโค้งเลียบถ้ำกระแซ
และแม่น้ำแควน้อย





ทิวทัศน์สวยงาม
ถ่ายภาพผ่านหน้าต่างรถไฟ



ใกล้ถึงปลายทางที่ต้องต่อรถบัสแล้ว
เกาลัดง่วง แต่พ่อไม่ยอมให้หลับ



เราใช้เวลาสุดพิเศษ
บนรถไฟเส้นทางสายประวัติศาสตร์
ประมาณ 1 ชั่วโมง
จากนั้นก็ขึ้นรถบัสกลับกรุงเทพ ฯ
ด้วยความปลอดภัย



ขอบคุณโครงการ KTC Real Team
และ KTC WORLD
รวมทั้งหินตกริเวอร์แคมป์
ที่เปิดโอกาสให้ครอบครัวของเราเรา
ได้เข้าร่วมการเดินทางผจญภัย
อันแสนสนุกและน่าจดจำ



---------------------------------------------------------


ข้อมูลเพิ่มเติม


หินตกริเวอร์แคมป์ แอท เฮลล์ไฟร์พาส รีสอร์ท
[Hintok River Camp @ Hellfire Pass] จ.กาญจนบุรี
ตั้งอยู่ที่ช่องเขาขาด จ.กาญจนบุรี



เข้าไปก็จะเจอหอคอยก่อน



เช็คอินที่นี่



โต๊ะอาหารชมวิวแม่น้ำ



บาร์เล็กๆ ที่ล็อบบี้



ไวน์ก็มี



สมุดเซ็นเยี่ยม




ร้านขายของที่ระลึกและของใช้จำเป็น
เช่น ขนม ไอศครีม ถ่ายไฟฉาย ฯลฯ







จักรยานเสือภูเขาบริการฟรี



ทางเดินไปเรือนนวด



เรือนนวด



เต๊นท์แบบต่าง ๆ ในรีสอร์ท



เต๊นท์ใหญ่แบบเข้าพักเป็นหมู่คณะก็มี






เต๊นท์ของเรา



มุมพักผ่อนหน้าเต๊นท์



อีกมุม



เข้ไปดูด้านในกันค่ะ
สามคนพ่อแม่ลูกพักสบาย ๆ
มีเตียงใหญ่ 1 เตียงเล็ก 1 เตียง



ภายในเต๊นท์กว้างขวาง
อยู่สามคนไม่แคบ ไม่อึดอัดเลย



ได้บรรยากาศซาฟารีเล็กๆ



อีกมุมค่ะ



พัดลม โต๊ะแป้ง หีบใส่ของ ตู้เย็น



ที่ไม่มีก็คือไดร์เป่าผม
และที่สำคัญคือทีวี
เหมาะแก่การหลีกหนีความวุ่นวายโดยแท้





ไปดูห้องน้ำกันบ้าง
มีห้องน้ำในตัว
เสริมออกมาด้านหลังเต๊นท์ค่ะ





มีน้ำอุ่นค่ะ



ที่นั่งชมวิวแม่น้ำแคว



แคมป์ไฟกลางรีสอร์ท



โต๊ะอาหารบริเวณแคมป์ไฟกลางรีสอร์ท





ดูมุมกว้างบ้าง





ผ้าเช็ดตัวสำหรับใช้ที่สระว่ายน้ำ
หยิบได้ที่ล็อบบี้



สระว่ายน้ำที่นี่ เป็นสระธรรมชาติ
รับน้ำจากลำธารที่เกิดจากตาน้ำหรือน้ำซับบนภูเขา







ท่าเรือของรีสอร์ท



พ่อลูกนั่งคุยกันท่ามกลางบรรยากาศสวยงาม
ริมแม่น้ำและโอบล้อมด้วยป่าเขา


บรรยากาศยามค่ำคืนที่โต๊ะอาหาร





หน้าเต๊นท์ยามค่ำคืน



อาหารเช้าบุฟเฟต์










การผจญภัยกันกับโปรแกรมของรีสอร์ท
อาทิ นั่งเรือชมแม่น้ำแคว



เล่นน้ำในสระธรรมชาติ



พายเรือแคนู



เดินชมระบบนิเวศป่าไผ่ที่หมู่บ้านมอญ



เที่ยวชมถ้ำพระ ผาเอน





เดินช่องเขาขาด



ขี่จักรยาน



และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย




เครดิตแผนที่
travel.sanook.com
คลิกที่นี่



Create Date : 18 ตุลาคม 2554
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 16:28:12 น.

0 comment
ความสุขเล็กๆ พาลูกเที่ยวและเรียนรู้ ช่วงปิดเทอมตุลาคม 2554 @ Golden Beach ชะอำ


ช่วงปิดเทอมเรามีโอกาสลางานได้พาลูกเที่ยวหลายวัน
ต้อนรับปิดเทอมตุลาคม 2554
ด้วยการไปเที่ยวชะอำ
เมื่อ 6-9 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา

วันแรก

ออกเดินทางในวันพฤหัสบดี
ติดรถพ่อออกจากบ้านไปลงกลางทางที่ BTS อารีย์



ตอนลงจากรถ
ลูกบ่นว่า วันนี้ได้อยู่กับพ่อนิดเดียว
เกาลัดไม่อยากจากพ่อไปเลย คิดถึงพ่อ
จากนั้นขึ้น BTS ไปสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เพื่อไปห้างเซ็นจูรี่
ขึ้นรถตู้ไปชะอำ

ที่ห้างเซ็นจูรี่ มีคิวรถตู้ไปที่ต่างๆ มากมาย







ซื้อตั๋วแล้ว กทม. - ชะอำ 2 ที่นั่ง
ราคา 320 บาท
รอรถเต็ม ก็ออกเดินทางได้



ใช้เวลาไม่นาน เพียง 2 ชั่วโมง
ก็ถึงที่หมายอย่างสบายและปลอดภัย
นั่งมอเตอร์ไซค์จากจุดจอดรถตู้
เข้าไปที่โรงแรมโกลเด้นบีช
ในราคา 20 บาท เด็กไม่คิด
เลยแถมค่ารถของเด็กให้ด้วย

รถไปส่งที่ถนนอีกเส้นหนึ่งด้านหน้าโรงแรม
อันนี้เป็นด้านหลังโรงแรม
แต่อยู่ถนนเลียบหาด
ภาพถ่ายจากฝั่งชายหาด



เช็คอินเสร็จแล้ว ..หิวข้าว
กินข้าวกลางวันก่อนเข้าห้องพัก
กินอาหารที่ร้านริมถนนเลียบหาดชะอำ
อยู่ติดกับโรงแรมโกลเด้นบีชเลย
ชื่อร้าน Enjoy to eat ด้านบนเป็นห้องพักให้เช่า
ชื่อชะอำ แฮปปี้เฮาส์



อาหารจานเดียว 50 บาท
เพิ่มไข่ดาว 60 บาท อร่อยด้วย



ส่วนลูกชายอยากกินกุ้งเผา
(200 บาท) ข้าวเปล่าจำราคาไม่ได้
ข้าวเปล่ากับน้ำ น่าจะราคาปกติ



อิ่มแล้วก็เข้าที่พักกันเลยจ้า
ตึกโรงแรมสูง 20 ชั้น เราได้ห้องพักชั้น 19
จองผ่าน Expedia AU



ห้องกว้างดีทีเดียว
ถ้าเข้าใจไม่ผิด จะเห็นทะเลทุกห้อง
ห้องที่เราพักเป็นห้องแบบ Superior
ราคาถูกสุดที่มีให้จอง









มองจากเตียง จากมุมนั่งเล่น หรือจากระเบียง
จะเห็นทะเลแจ่ม ๆ





สิ่งอำนวยความสะดวกมีให้ตามความจำเป็น
ตู้นิรภัย ไดร์เป่าผม
แต่ไม่มีกาต้มน้ำให้





ห้องน้ำสะอาดดี
แยกส่วนเปียก แห้ง
ไม่มีอ่างอาบน้ำ





ช่วงบ่ายๆ แม่ลูกไปนั่งเล่นริมชายหาด
ค่าเช่าเก้าอี้ตัวละ 20 บาท


ห่วงยาง มี 3 ขนาด ราคา 20, 30, 40 บาท



ลูกเล่นน้ำ เล่นทรายอย่างเหงาๆ
แต่ก็สนุกของเขาได้คนเดียว
ไม่มีเพื่อนเล่นด้วย



แม่นั่งกินส้มตำ
ส่วนลูกก็กินขนมเล่นๆ



จากทะเล ไปลงสระต่อ
ล้างตัวก่อนลงสระ



บรรยากาศริมสระ
ไม่มีคนอื่นมาร่วมแจม



ลูกบอกแม่ว่าอยากมีพี่ อยากมีน้อง
เหมือนคนอื่นเขาบ้าง



มื้อเย็น สั่งอาหารจากรูมเซอร์วิส
กินในห้อง ลูกเพลียแล้ว




แล้วก็นอนหลับไปด้วยความเหนื่อย





วันที่สอง


วันศุกร์แล้ว กินข้าวเช้าประมาณ 8.30 น.



ขึ้นไปดูการ์ตูนต่อแป๊บนึง



ไหนๆ ก็มาเที่ยวกันแล้ว
ออกไปเที่ยวเล่นกันดีกว่า
เดินๆ ไปได้หนังสือมาอ่านกัน



แล้วก็ขี่จักรยาน
ชั่วโมงละ 20 บาท



ไปถึงบ้านปากคลอง



กลับมากินอาหารกลางวัน
ร้านครัวเจ๊ดา หน้าโรงแรม



เกาลัดกินข้าวไก่กระเทียม (40 บาท)
น้ำดื่มราคาปกติ
เกาลัดอร่อย และคงเหนื่อยด้วย..กินได้เยอะ



กินข้าวเสร็จขึ้นไปห้องพัก
ดูการ์ตูนได้แป๊บเดียว..พ่อก็มาถึ
พากันออกไปกินส้มตำริมหาดแล้วก็เล่นน้ำทะเล
ส่วนแม่นั่งเฝ้าพ่อลูกเล่นน้ำ





นั่งเก้าอี้ กินส้มตำ และเช่าห่วงยางร้านเดิม



โชคดีจังที่ฝนไม่ตก



พ่อลูกลอยคอในทะเล



ถ่ายรูปกับลูกสักหน่อย



เล่นน้ำเหนื่อยก็ยืนอ่านหนังสือริมชายหาด
แต่สงสัยว่า ทำไมพ่อไม่นั่งอ่านหนอ 555



เกือบค่ำแล้ว เดินกลับโรงแรม



ล้างทรายออกจากขา จากเท้าก่อน



นอนดูละครเย็นเรื่องเรือนล้อมรัก



ดูละครจบแล้ว ไปกินข้าวครัวเจ๊ดา ร้านเดิม
แบบตาปรือๆ



ขายของชำ ราคาไม่โหด
ระหว่างนั่งกิน เห็นคนท้องถิ่นแถวนั้น
มาซื้อของ ซื้อน้ำอยู่บางประปราย



จานนี้ของพ่อ



จานนี้ของแม่



ปลากระพงนึ่งซีอิ๊วของเกาลัด



อาหารจานเดียว 40-60 บาท
ปลากระพงสั่งแบบเป็นตัวทุกเมนู
ไม่ว่าจะทอด นึ่ง เผา 300 บาท

หลังกินข้าวเย็นแล้ว กลับมาที่ห้อง
ลูกหลับไปอย่างง่ายดาย
ส่วนพ่อเช็คข่าวน้ำท่วมต่อ




วันที่สาม


วันเสาร์แล้ว เกาลัดตื่นก่อนใครเพื่อน
เล่นเกมคอมพิวเตอร์รอแม่ตื่น



พอแม่ตื่นก็ไปกินอาหารเช้ากัน
เรามีคูปองอาหารเช้า 2 ใบ
ต้องจ่ายค่าอาหารเด็กชายเกาลัดเพิ่ม 100 บาท



อาหารเช้าที่นี่มีหลากหลาย
มีสถานีไข่ให้สั่งออมเล็ตด้วย



ขนมปังหลายแบบ



ขนมปังสังขยา
เราชอบมาก



ข้าวต้มปลาของลูก



เมนูที่ลูกกินทุกวัน



อาหารเพิ่มพุงพ่อ



สลัดบาร์



จานนี้ของเรา



จานโปรดของเรา
อร่อยทั้งขนมปังสังขยา และน้ำเต้าหู้หอมๆ ร้อนๆ



พ่อติดเน็ตมากกว่าแม่อีกแน่ะ
บอกทุกคนว่าเช็คข่าวน้ำท่วม



เกาลัดอยากเล่นสไลเดอร์ของโรงแรมที่มองเห็นอยู่
โรงแรมเมธาวลัย



ขับรถออกไปเที่ยวกันดีกว่า
เราไปกันที่ค่ายพระรามหก



พาลูกไปเรียนรู้ที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร



ก่อนอื่นไปที่ศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน



ที่นี่มีนิทรรศการที่น่าสนใจให้เข้าชม



ลูกบอกอยากไปปลูกป่าชายเลน
ถ่ายกับป้ายไปก่อนนะลูก
ถ้ามีโอกาสแม่จะพาไปลุยของจริง



การจำลองระบบนิเวศป่าชายเลน
ในห้องนิทรรศการ



โลกของสัตว์หน้าดินบริเวณหาดทราย
อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร



มุมหนึ่งในห้องนิทรรศการ
เรียนรู้นกในป่าชายเลน




เล่นเกมในกิจกรรมบ้านชายเลน




ออกมาภายนอกอาคาร



พ่อแม่ลูกถ่ายภาพเป็นที่ระลึก



แอ๊คชั่น



ปลวกผู้ย่อยสลายและสร้างอินทรีย์วัตถุให้ดิน



ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เป็นวิทยากร
ให้เด็กแสบซนคนนี้ค่ะ

ต่อไปเราไปที่นิทรรศการด้านพลังงาน
ของอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร
กัน



สวัสดีครับ



ห้องนิทรรศการมี 8 ห้อง



พลังงานจากลม



เล่นเกมจับคู่แหล่งกำเนิดพลังงาน



โรงไฟฟ้าแต่ละชนิดทำงานกันอย่างไร







โรงเรียนหารสอง



เล่นเกมแยกขยะ




จากค่ายพระรามหก
ไปต่อที่สยามยิงปืนนเรศวร



ไม่ได้ไปยิงปืน



ตั้งใจไปซื้อของที่ร้านนี้
แต่ไม่มีของที่อยากได้



ไปซื้อของที่ FN Outlet หัวหิน
ได้ของที่ต้องการหลายอย่าง
(หม้อนึ่ง ขนม ของกิน)



เดินผ่านไดโนเสาร์
ถ่ายรูปไว้สักหน่อย



ทำอะไรไปตั้งหลายอย่าง
เพิ่งเลยเที่ยงไปเกือบบ่ายโมง หิวแล้ว
ขับรถเลยไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวๆ นั้น



จาก Fn เลยปั๊ม ปตท. และโชว์รูมIsuzuไปหน่อย
จะเจอร้านนี้ ริมถนนสุขุมวิท



แวะเติมน้ำมันก่อนเข้าโรงแรม
ปั๊มอยู่ก่อนถึงแยกชะอำ มี E20



ได้เติมเองสนุกดี ประหยัดเงินด้วย



ตอนบ่ายเกาลัดเล่นน้ำกับพ่อกับแม่
ที่หาดชะอำหน้าโรงแรมที่เดิม
จนเกือบพลบค่ำ



โต้คลื่นสนุกไปเล้ยย



ดีที่แวะสั่งอาหารเย็นตอนที่ขึ้นจากชายหาด
ไปอาบน้ำแต่งตัว
แล้วลงมากินข้าวอย่างหิวโซ
ร้านครัวเจ๊ดา หน้าโรงแรมโกลเด้นบีช ร้านเดิม

ปลากระพงทอดน้ำปลา



หมึกไข่นึ่งมะนาว แซ่บถูกใจ



ข้าวราดไก่ผัดพริกสด
แม่สั่งคนละจานกับพ่อ



อร่อยค่ะ



กลับมาดูการ์ตูนต่ออีกหน่อย



แล้วก็หลับไปในอ้อมกอดของพ่อ
ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเล่นน้ำ




วันที่สี่


เช้าวันอาทิตย์ตื่นมาอาบน้ำกินข้าว
เกาลัดจ่ายค่าอาหารเช้าเพิ่ม 100 ตามเดิม
กล้วยแฝด



กินเสร็จก็รีบเก็บของ
เช็คเอาท์กลับบ้านเพื่อไปดูสถานการณ์น้ำท่วม
เนื่องจากแถวบ้านเป็นพื้นที่เสี่ยงอีกแห่งหนึ่ง
สังเกตดู เช้านี้ แขกโรงแรมพากันเช็คเอาท์กันแต่เช้า
และพูดถึงแต่เรื่องน้ำท่วมกัน
ไม่มีใจจะอยู่เล่นน้ำต่อจนเที่ยงกันแล้ว

แต่ขากลับไม่วายจะแวะ Outlet Mall ที่เพชรบุรี
ได้แว่นตากันน้ำ (ลูก) และกางแกงว่ายน้ำ (พ่อ)
เสื้อเชิร์ต (พ่อ)

และแวะซื้อของกินที่บิ๊กซีเพชรบุรีตุนไว้
ได้ข่าวว่าห้างแถวบ้านวุ่นวาย
คนแย่งกันซื้อของกินกันมหาศาล

จบการรีวิวทริปเพียงเท่านี้
ขอบคุณที่แวะมาชมค่ะ

ดูรีวิวโรงแรม Golden Beach ชะอำ เต็มๆ
เข้าพักเมื่อ 15-17 ต.ค. 2553

คลิกที่นี่




Create Date : 10 ตุลาคม 2554
Last Update : 11 ตุลาคม 2554 8:39:23 น.

6 comment
คู่หูสองวัยกับมิตรภาพที่เติบใหญ่ตามกาล... เที่ยวชะอำ @ Eurasia
นับเป็นเวลานานแสนนาน
ที่เราได้รู้จักและเป็นเพื่อนกันมา
เมื่อวันและวัยผ่านผัน
หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย
และได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา
ต่างคน ต่างก็แยกย้าย
ไปตามเส้นทางชีวิตของตนเอง




นับตั้งแต่แยกย้ายกันไปทำงาน แต่งงาน มีลูก
เราก็ได้พบเจอกันบ้าง ในแต่ละปี
ทว่าโอกาสที่จะได้เดินทางท่องเที่ยวกันเต็มๆ ไม่มี
จึงนับเป็นโอกาสอันดี ที่ได้เกิดทริปนี้ขึ้นมา


สืบเนื่องจากมิตรภาพที่สุดแสนประทับใจ
ในห้อง BluePlanet แห่งนี้
เพื่อนของเราสองคนใน BP
คุณ Putan และพี่เดือน UK-guest
ได้ให้โค้ดลดสำหรับจองโรงแรม

ทำให้เราจองพี่พักพาครอบครัวไปเที่ยว
ได้ในราคาสุดแสนพิเศษ จำนวนหนึ่งห้อง สองคืน
เมื่อสามีติดงาน ไปด้วยไม่ได้
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมนี้เอง
เราจึงได้มีโอกาสชวนเพื่อนของเรา
ไปเที่ยวด้วยกันที่ชะอำ

ออกเดินทางกันเลย


วันแรก 26 สิงหาคม 2554


เพื่อนกับลูกชายก็เดินทางมาจาก
ต่างจังหวัดค่อนข้างไกล
นั่งรถทัวร์มาทั้งวัน แวะพักเยี่ยมบ้านญาติใน กทม.
และนัดพบกันตอนเช้าของวันศุกร์
เราออกเดินจากจากสถานที่นัดหมายแถวเอกมัย
ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปยังชะอำ




แวะเติมน้ำมันปั๊มเจ้าประจำ
และก็ถ่ายภาพไปเล่นเกมในเฟซบุ๊คด้วยอีกแน่ะ
เกาลัดลูกชายเราอยากได้รางวัล
ไอแพด ไอโฟนอะไรไปนั่น ..”
.. แต่รางวัลนี้ เราอดจ้า
เพราะภาพเราธรรมดาเกิ๊น



เติมน้ำมันเสร็จก็แวะเติมพลังที่ปั๊มบางจากนั้นต่อ
อาหารร้านนี้อร่อยดีเหมือนกัน



ลูกชายเพื่อนกินอาหารเก่ง
ส่วนลูกชายเราเมินอาหารทุกอย่าง




ตอนแรกกะจะขับไปทางถนนเลียบชายฝั่งอ่าวไทย
เข้าทางบ้านยี่สาร คลองโคน
แต่ขับเลยทางเข้า ก็เลยตามเลย
ขับไปทางเขาย้อย เมืองเพชร
แวะศูนย์วัฒนธรรมไทดำ
ที่อำเภอเขาย้อย สักหน่อยก่อน






แม่ๆ เดินดู ชมนั่นนี่ไปเรื่อยๆ
ส่วนลูกชายอยู่ในโลกส่วนตัว
กันเพียงสองคน



ขับไปอีกไม่นาน เกือบถึงจุดหมาย
แต่เลยเวลากินอาหารเที่ยงแล้ว
หิวอีกแล้ว แวะร้านเดิมหน้าค่ายศรียานนท์
ชื่อร้านครัวเคียงค่าย เจ้าเดิมที่เคยกินแล้วติดใจ




เพื่อนบอกว่าอยากกินปูมากๆๆ
ตามใจเพื่อน สั่งปูสดๆ มาสามกิโล
ปลาหมึกไข่หนึ่งกิโล หอยแครง
และที่สำคัญต้องไม่ลืมสั่งต้มยำปลาทู อร่อยโฮก




ลูกชายสองคน บอกว่า ไม่อยากกินข้าว
อยากไปเล่นน้ำสระ น้ำทะเลอย่างเดียว
ตอนนี้เวลากิน ก็ต้องกินข้าวก่อน
เดี๋ยวไม่มีแรงเล่นน้ำ
ที่นี่อาหาร ของสด ของอร่อย แต่ราคาถูกมาก

ไปถึงที่พัก เราก็ไปเช็คอินกันก่อน
เราจองห้องถูกสุด คือห้อง standard ไว้เหมือนเก่า



คราวนี้ไม่ยักได้ B25 ห้องเดิม
แต่ว่าได้ B 22 กว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย
พักดีเหมือนกัน ชอบ




รู้สึกสบายดีเหมือนอยู่บ้านห้องแถว
หรือทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว
ก็เหมาะสมตามอัตภาพของตัวเอง
เที่ยวแบบพอเพียง จ่ายน้อยๆ
แต่เที่ยวบ่อยๆ เที่ยวเมืองไทยไปทุกเดือน




เก็บของกันแล้ว
ลูกทั้งสองเริงร่าปานปลากระดี่ได้น้ำ
เปลี่ยนใส่ชุดว่ายน้ำ
ออกไปท้าแดด ท้าลม










แม่ทั้งสอง ดูลูกห่างๆ และเดินเล่นรอบๆ
ตัวเรานั้น เดินไปหาต้นหางต้นยูง
ต้นเดิมที่คุ้นเคย



มายูเรเซียชะอำครั้งที่แล้วเมื่อต้น พ.ค. 2554
ล่วงเลยมาไม่กี่เดือน



จากดอกสีเหลืองสะพรั่ง
กลายเป็นฝักเขียวแล้ว



ดอกไม้ที่รัก : หางนกยูง

เหลืองพราวรับแสงตะวัน
อิ่มฝันกลางแสงจันทรา
หยัดยืนวันคืนผ่านมา
เติบกล้าแต่ว่าอ่อนโยน

ดูภาพดอกหางนกยูงสวยเมื่อ พ.ค. 2554


ตอนเย็น กะจะไปกินร้านครัวเคียงค่าย
ตามที่นัดไว้
คุณลูกชายติดพันหนังการ์ตูนที่พกมาด้วย
ส่วนเพื่อนก็งีบเอาแรง
เราเลยขับรถไปซื้ออาหารที่ครัวเคียงค่าย
กลับมากินที่ห้องพักแทน









คืนแรก มีงานเลี้ยงของผู้เข้าพักบางกลุ่ม
แต่กลับไม่รู้สึกว่ามีเสียงดังรบกวน


วันที่สอง 27 สิงหาคม 2554


เช้าวันต่อมา เป็นวันเสาร์
ตื่นมาตอนเช้า กอดคอเดินเล่นชายหาด



กินอาหารเช้า




หลังจากกินอาหารเช้าแล้ว
เด็กๆ ก็ลงเล่นน้ำกันต่อ



จากนั้นก็เล่นเกม ที่นี่มีไวไฟฟรี








จนเกือบเที่ยง ออกไปเที่ยวแถวหาดชะอำ

กะจะอวดของดี พาเพื่อนไปกินก๋วยเตี๋ยวปลา
ตรงข้ามโรงพยาบาลชะอำสักหน่อย แต่ร้านปิด

โชคยังดี ที่หาข้อมูลมาก่อน
ไปเจอรีวิวอาหารในเว็บต่าง ๆ
รวมทั้งห้อง food พันทิป
เลยลองตามรอยรีวิวไปร้านนี้ดู





ร้านครัวนายกาย
อาหารก็อร่อยดีอยู่พอสมควร







เสร็จจากครัวนายกาย
เจอร้านขายน้ำมะพร้าวข้างทาง
ทุกคนบอกว่าอยากดื่มน้ำมะพร้าว
เราหาที่จอดแทบไม่ทัน
จอดแล้วเดินข้ามถนนไปดื่มคนละถุง
อืม...เย็น ชื่นใจ อากาศก็ร้อนม๊ากกก
จนเหงื่อตก หน้าแดง หน้าดำ

เป้าหมายของการมาหาดชะอำครั้งนี้
อยู่ที่จักรยานแบบนั่งได้ 4 คน
ไม่รู้ว่าเขาเรียกว่าอะไร
แต่เราขอเรียกว่าจักรยานพ่อแม่ลูก ก็แล้วกันนะ




ป๊าดดด .. สองทโมน สนุกคึกคัก
แรงดีไม่มีตกตลอด
เพื่อนเราขี่จักรยานแบบกล้าๆ กลัว ๆ
ส่วนเราลุยโลด ซิ่งโลด
รับหน้าเป็นคนขี่จักรยานเบาะแรก
ควบคุมทิศทางการขับเคลื่อน

เรากลัวแดดจัด
เข็ดแล้วจากทริปสมุยที่พาลูกซิ่งมอเตอร์ไซค์
ลุยใจกล้าท้าแดด หน้าดำเป็นกระ ฝ้า ไม่หาย
งานนี้ขอแปลงกาย
ใส่ไอ้โม่งเป็นคนงานตัดอ้อยชั่วคราว
อายทำไม กลัวหน้าดำ 555555




ขี่จักรยานนี่มันส์สุดๆ
แดดร้อนแรงจนแสบแขน
กลับไปโรงแรมด้วยความเพลีย

เด็กสองคนหยอกล้อกันในรถ
โดนแม่ดุเป็นระยะ




เด็กๆ เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกัน
เล่นน้ำต่อได้อีก







แม่เล่นน้ำด้วย
ลูกชายถ่ายรูปให้





พักเหนื่อยกินขนม



อยากกินอาหารเย็นที่โรงแรม เพราะเหนื่อย
ไม่อยากออกไปไหนแล้วทั้งแม่ลูก แบตหมด
แต่โอ้ พระเจ้าช่วย กล้วยทอด
ที่ร้านอาหารโรงแรม ตรงสระน้ำ
มีการจัดเลี้ยงสี่กลุ่ม สี่มุมของสระ

เจ้าหน้าที่โรงแรมมีไม่เยอะ คงเหนื่อย
เห็นทำโน่นนี่ไม่ได้หยุดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

เราเลยต้องออกไปกินข้าวเย็นกันข้างนอก
ไม่มีร้านไหนดีไปกว่า
ครัวเคียงค่าย ใกล้โรงแรม

และอาหารมื้อนี้ ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง
บอกได้คำเดียวว่าสุดยอด
จนเรากินหมดเกลี้ยงทุกอย่าง
ทั้งที่สั่งอาหารมาบานตะไท



กลับไปแล้ว ลูก ๆ นอนหลับอย่างหมดแรง
เรียกได้ว่า หัวถึงหมอนก็หลับปุ๋ย

ส่วนแม่ทั้งสอง จิบเบียร์คนละกระป๋อง
พูดจาไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ
แกล้มมะขามสามรสกระปุกย่อม ๆ
คุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้
จนดึกดื่น ถึงได้หลับไป


วันที่สาม 28 สิงหาคม 2554

ชายหาดยูเรเซียชะอำยามเช้า







เช้าวันอาทิตย์ กินอาหารเช้าของโรงแรม
เด็ก คิดเพิ่ม คนละ 75 บาท
เป็นบุฟเฟต์ เพราะคนเยอะ
ช่วงไหนที่คนไม่เยอะจะมีเป็นเซ็ทข้าวต้ม
กับ ABF ให้เลือกแทน

เรายังไม่อาบน้ำเลย
ล้างหน้า แปรงฟันเฉยๆ ...แหะๆ





พี่จิงจังเล่นน้ำต่อ
ส่วนเกาลัดขอดูการ์ตูนและเล่นเกมรอที่ห้อง





ก่อนเที่ยง เราเช็คเอาท์ เตรียมตัวกลับบ้าน

ขากลับ ขับรถออกไปไม่ทันเท่าไหร่
ลูกชายทั้งสองคนต่างก็ม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
เสียดายเหลือเกิน
อยากให้ลูกได้เห็น ในสิ่งที่เราเห็น

ถนนเลียบชายฝั่งทะเล



จุดศึกษาธรรมชาติตลอดเส้นทาง









ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี





ต้นชะคราม เอาไปทำอาหารได้
ซึ่งเราจะไปกินพืชชนิดนี้มื้อกลางวัน



รากต้นโกงกาง



โครงการศึกษาวิจัยฯ แหลมผักเบี้ย
ดูเรื่องการการบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีธรรมชาติ









นาเกลือ ครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว



ระหว่างเส้นาทางที่ผ่านบ้านแหลม
เห็นปลาตากแห้งและคอนโดนกเป็นระยะ







แวะกินข้าวร้านป้าองุ่น
ตรงข้ามโรงเรียนบางตะบูนวิทยา





ปลุกลูกไปกินข้าวเที่ยง








จากคู่หูรุ่นแม่ .. ผลิบานสู่คู่หูรุ่นลูก

หนุ่มน้อยสองวัย ได้พบกันบ้างทุกปี
พอเติบโตในช่วงที่ความสนใจใกล้เคียงกัน
พูดจาตามประสาเด็กผู้ชายด้วยกัน
จึงได้ถูกคอ ถูกใจกัน กลายเป็นเพื่อนซี้คู่ใหม่
และหลังจากทริปนี้
เด็กทั้งสองคนก็ยังคิดถึงกันอยู่เสมอ


ดูรีวิวเดิม

Eurasia Cha-am สุขใจที่ได้ไปเยือนอีกครั้ง
(พ.ค. 2554)
อ่านที่นี่

ยูเรเซีย ชะอำ จ. เพชรบุรี
(30 ธ.ค. 2552)
คลิกที่นี่

---------------------

หมายเหตุ

ในรีวิวนี้ เสื้อที่เกาลัดใส่แต่ละวัน
เป็นเสื้อทีมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ที่สะสมกับพ่อ

วันแรก เสื้อทีม ชลบุรี FC
ด้านหลังติดสติกเกอร์ WIT 5 (ชื่อและวันเกิดเกาลัด)

วันที่สอง เสื้อทีมบางกอกกลาส
ด้านหลังติดสติกเกอร์ WIT 5 (ชื่อและวันเกิดเกาลัด)

วันที่สาม เสื้อทีมบุรีรัมน์ PEA




Create Date : 04 ตุลาคม 2554
Last Update : 4 ตุลาคม 2554 16:26:41 น.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  
ชมจันทร์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



เย็นลมราตรีและหอมกลิ่นดอกไม้
โชยชื่นใต้แสงจันทร์

"Traveller Bug"

New Comments