Group Blog
All Blog
สนุกกับวิทยาศาสตร์ทั้งครอบครัวจากช็อกโกแลต
ช็อกโกแลตจากหนังสือภาพสู่การต่อยอดความรู้

วันหยุดนี้เป็นเวลาที่แม่เกาลัดมีให้ครอบครัวแบบเต็ม ๆ ไปเลย
กิจกรรมวันหยุดเรามีมากมายหลายอย่าง
บังเอิญว่า ในวันหยุดนั้นเจ้าเกาลัด ลูกชายวัย 3 ขวบ 9 เดือน
เห็นรายการโทรทัศน์ “โลกมหัศจรรย์” ทางช่อง 9
ออกอากาศเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์กับช็อกโกแลต
ขนมหวานของโปรดของเขา ซึ่งเป็นความรู้ที่ตรงกับ
ที่แม่อ่านในหนังสือภาพให้ฟังบ่อย ๆ

ตอนที่ดูโทรทัศน์ แม่เกาลัดเลยบอกว่า
“เดี๋ยวแม่จะพาไปเรียนช็อกโกแลตนะ สถานที่เรียน
อยู่รังสิตคลอง 5 ใกล้บ้านเราเอง”

พอบอกแล้ว ลูกชายก็หัวเราะยิ้มหวานดีใจใหญ่
พอดูโทรทัศน์จบ ลูกชายใส่รองเท้าทันที
“เกาลัดจะขี่จักรยานไปเรียนช็อกโกแลต”
วันนั้น ก็เลยต้องผลัดไปก่อน แต่ก็ไม่นิ่งนอนใจ
นับว่าเป็นการดีที่ลูกชายจะได้ต่อยอดความรู้จากการได้เห็นและลองทำด้วยตัวเอง

หาข้อมูลก่อนไป
ก่อนไปต้องหาข้อมูลเบื้องต้นล่วงหน้า
โดยแม่เกาลัดเข้าไปที่เว็บไซต์องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
http://www.nsm.or.th
และก็โทรศัพท์ไปถามที่ฝ่ายการตลาดของ อพวช.
ซึ่งได้ข้อมูลว่า อพวช. เปิดกิจกรรม “ครอบครัววิทยาศาสตร์”
มีหลายกิจกรรมในห้องปฏิบัติการวันละหลายรอบ
เช่น วิทยาศาสตร์กับช็อกโกแลต DNA กล้วย ๆ

ออกเดินทางไปเข้าเรียนกัน
วันเสาร์ถัดไป ปลุกเจ้าเกาลัดตอนเช้า อาบน้ำ กินข้าว พร้อมคำขู่
“กินเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวไม่มีแรงเรียนช็อกโกแลตกัน”
ซึ่งก็ได้ผล เกาลัดกินได้มากพอประมาณ เป็นที่พอใจของคนป้อน

จากนั้น ครอบครัวของเราก็ขับรถจากบ้านลำลูกกา
คลอง 4 ไปที่ อพวช. ใช้เวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น
เราไปซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
พ่อ 50 บาท แม่ 50 บาท ส่วนเกาลัดเข้าฟรี
รวม 100 บาท

พอผ่านประตูเข้าไปแล้ว ก็ไปลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรม
ครอบครัววิทยาศาสตร์
ค่าใช้จ่ายเพียงครอบครัวละ 50 บาทเท่านั้น
แต่เข้าได้ไม่เกินครอบครัวละ 4 คน
โดยเราได้เข้ารอบ 10.30 น.

พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าจะต้องไปยืนรอใต้ลูกโลกจำลอง
ล่วงหน้าประมาณ 10 นาที

ไชโย้...ได้เวลานัดแล้ว

พี่เสื้อแดงคนเดิมกับที่ขายบัตรครอบครัววิทยาศาสตร์
เดินยิ้มร่าเข้ามาเจอกันที่จุดนัดพบ
รอบนี้มีครอบครัวของเราเพียง 1 ครอบครัว
แต่ The show must go on
กิจกรรมก็ดำเนินไปตามเวลานัดหมาย

เราเดินขึ้นบันไดเลื่อนจากชั้น 1 ไปที่ห้องปฏิบัติการ 1
ซึ่งอยู่ชั้น 2 ของอาคารพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
มีพี่เกด หรือพี่วชิรพร ดิษฐสมบูรณ์ เป็นวิทยากร

พอจะเริ่มต้นกิจกรรมก็มีอีก 1 ครอบครัวตามมาสมทบ
นั่งครอบครัวละ 1 โต๊ะ แต่ละโต๊ะจะมีชุดอุปกรณ์ที่ใช้
ทำการทดลองวางอยู่พร้อมแล้ว

เริ่มแรก พี่เกด ให้ทุกคนสวมเสื้อกาวน์กันก่อน
“เสื้อกาวน์เป็นยังไง” เกาลัดถาม
“เสื้อกาวน์เอาไว้ใส่กันเลอะสารเคมี เหมือนอย่างเวลาเข้าครัว หรือทาสีบ้าน ก็ต้องใส่ผ้ากันเปื้อนไงครับ”

พี่เกดอธิบายให้เกาลัดฟัง

จากนั้นให้สมาชิกทุกคนแนะนำตัว
ประกอบด้วย
ครอบครัวที่ 1 จำนวน 3 คน
เป็นครอบครัวของเด็กชายเกาลัด
ชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนอนุบาลเทพสนิท

และครอบครัวที่ 2 จำนวน 3 คนเท่ากัน
เป็นครอบครัวของเด็กชายจีน ชั้นอนุบาล 2
โรงเรียนอนุบาลวังทอง และเด็กชายเคนจัง
ชั้น ป. 2 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต ซึ่งมากับคุณแม่

เรามาทำแล็ปกันเถอะ

พี่เกด ให้ทุกครอบครัวทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
การใช้ห้องปฏิบัติการในเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ
โดยสรุปกฏเหล็กคร่าว ๆ ให้เด็ก ๆ ฟัง 3 อย่างก็คือ
“ห้ามดม ห้ามวิ่งเล่น และต้องทำตามขั้นตอน” นะจ๊ะเด็ก ๆ

“ช็อกโกแลตนั้นทำมาจากอะไร” พี่เกดถาม
“......................” เงียบ ไม่มีใครตอบ
พี่เกดบอกว่า เป็นนักวิทยาศาสตร์ต้องรู้จักสังเกตจากสิ่งรอบ ๆ ตัว
ส่วนผสมทั้งหมดนั้นวางอยู่ในถาดบนโต๊ะแล้ว
น้ำตาล ได้มาจากต้นอ้อย
นมผง ได้มาจากนมวัว
ผงโกโก้ ได้มาจากเมล็ดโกโก้
ไขมันปาล์ม ได้มาจากต้นปาล์ม

พี่เกดบอกว่า อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ แก้ว ไม้พาย ช้อนตวง ถ้วยตวง
ซึ่งเราต้องตวงให้พอดีกับสูตร
เวลาตักส่วนผสม จะต้องตักเยอะ ๆ พูน ๆ
แล้วใช้ไม้พายปาดให้เรียบ 1 ครั้ง

ทุกโต๊ะจะได้ทำ 2 สูตร แต่ละสูตร
ใส่ส่วนผสมเหมือนกันและเท่ากัน ได้แก่
นมผง 1 ช้อนโต๊ะ
ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลไอซิ่ง 1 ช้อนชา
ยกเว้นไขมันปาล์มที่เติมไม่เท่ากัน
สูตรที่ 1 เติมเพียง 10 กรัม
ส่วนสูตรที่ 2 เติม 20 กรัม

เด็ก ๆ เดินไปตวงไขมันปาล์มมาละลายเอาไว้ก่อน
จากนั้น นำนมผง ผงโกโก้ และน้ำตาลไอซิ่ง
ตวงตามสัดส่วนที่กำหนด ใส่ลงในแก้ว

แกะถ้วยกระดาษรอไว้ แล้วนำน้ำมันปาล์มมาเท
รีบคนให้เข้ากัน กลายเป็นช็อกโกแลตเหลว
แล้วรีบเทใส่ลงในถ้วย

“น้ำมันปาล์ม จะกลายเป็นของแข็งตามอุณหภูมิ
ห้อง แต่จะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิร้อนกว่า
ฉะนั้นเมื่อผสมแล้วจะต้องรีบเทค่ะ”
พี่เกดอธิบาย

เมื่อทุกโต๊ะเทช็อกโกแลตใส่ถ้วยแล้ว
และเรียงใส่ถาดกันแล้ว พี่เกดก็นำถาดนั้นไปแช่เย็น
สักพัก เพื่อให้ช็อกโกแลตแข็งตัว

ระหว่างที่รอช็อกโกแลตแสนอร่อย พี่เกดก็ถือลูกโลกจำลองมาให้เด็ก ๆ ทายถิ่นกำเนิดของช็อกโกแลตกัน ประเทศที่ผลิตโกโก้ได้มาก อยู่ทวีปแอฟริกา
ใกล้เส้นศูนย์สูตร ประเทศที่ปลูกโกโก้ได้มากที่สุด คือ ประเทศไอเวอรี่โคสต์ รองลงมาก็คือประเทศกานา
เพราะต้นโกโก้ชอบภูมิอากาศร้อนชื้นฝนตกชุก
ที่ภาคใต้ของไทยก็ปลูกโกโก้ได้เหมือนกัน
แต่ยังไม่แพร่หลาย เพราะยังไม่มีตลาดรองรับ

“ช็อกโกแลตมีสารเคมีหลายอย่าง เช่นอะไรบ้าง” พี่เกดถาม
“คาเฟอีนครับ” เคนจังตอบ
ในช็อกโกแลต มีทีโอโบรมีน ทำให้เราผ่อนคลายและมีความสุข
แต่นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่า สารทีโอโบรมีนนี้
เป็นโทษต่อสุนัข เมื่อสุนัขกินเข้าไป
จะตัวชา และมีผลต่อระบบประสาท

อั้ม...อร่อย

ในที่สุด ช็อกโกแลตฝีมือของพวกเราก็เสร็จแล้ว
พี่เกดให้ทุกกลุ่มหยิบช็อกโกแลตเข้าปาก
และอมไว้ก่อน เมื่อนับ 1 ถึง 5 เสร็จแล้วถึงจะเคี้ยวได้
โดยให้สังเกตรสชาติและการละลายของช็อกโกแลต
“สูตรที่ 2 ละลายตั้งแต่นับถึง 4 แล้ว” เคนจังบอก

ใช่แล้ว เพราะช็อกโกแลตสูตรที่ 2 นั้นมีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มมากกว่านั่นเอง
นอกจากนั้น เด็ก ๆ บอกว่าสูตรที่ 2 ยังอร่อยมากกว่าด้วย

ผลการทดลองสรุปได้ว่าน้ำมันปาล์มมีผลต่อการละลายของช็อกโกแลต
ทำให้ช็อกโกแลตละลายไปทั่วลิ้น
ที่ลิ้นของเรามีปุ่มรับรส เมื่อช็อกโกแลตละลายได้ทั่วถึงกว่าจะทำให้รู้สึกได้ถึงความอร่อยมากกว่านั่นเอง

ผมสนุกกับการทดลองครับ
เคนจัง หรือเด็กชายพรพรหม พวงเพียงงาน
ซึ่งทำกิจกรรมอย่างตั้งใจ และตอบคำถามได้ถูกต้องเกือบทุกครั้ง
บอกว่า มาแล็ปนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว
เคนจังชอบเรียนวิทยาศาสตร์ ที่เห็นตั้งใจจดสูตรยุกยิก ๆ อยู่นั้น
เพราะจะนำสูตรไปทำช็อกโกแลตเองที่บ้าน
สนุกครับ และได้ความรู้ด้วย

ส่วนน้องจีนนั่นบอกว่าชอบตรงที่ได้ชิมช็อกโกแลต
นี่แหละ เพราะมันอร่อย
เด็ก ๆ ทั้งสองคนบ้านอยู่ที่รังสิตคลอง 3 ใกล้ อพวช.
นี่เอง พอมีเวลาว่างเลยมาเรียนรู้กันที่นี่ได้สะดวก

ส่วนเด็กชายเกาลัดนั้น เอาแต่วิ่งซุกซน และเล่นสนุก
ในส่วนของความรู้ที่ได้ คงเก็บเกี่ยวได้ไม่เต็มที่นัก
เพราะยังเล็กอยู่มาก
ดู ๆ แล้ว เหมือนจะชอบตอนที่ได้ลองชิมช็อกโกแลต
มากที่สุด ....ชิมซะปากเลอะเทอะเลยเชียว

แล้วเกาลัดจะมาร่วมกิจกรรมครอบครัววิทยาศาสตร์อีกทีเมื่อ อพวช. เปิดแล็ปไอศครีม
ซึ่งพี่เกดบอกว่าคงอีกไม่นานเกินรอแน่นอน

อย่างน้อย ๆ ประสบการณ์ที่ได้ก็คงจะยังพออยู่ใน
ความทรงจำของเด็ก ๆ ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองคงต้อง
ทบทวนความรู้หรือต่อยอดเพิ่มให้
และอาจจะพาไปเข้าแล็ปซ้ำอีกเมื่อมีโอกาส
ในตอนที่เด็ก ๆ โตขึ้นกว่านี้

การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ต้องเกิดจากความสนใจ และประทับใจก่อน ถึงจะเรียนรู้ได้เข้าที
และควรเริ่มต้นตั้งแต่บุตรหลานยังเล็ก ๆ อยู่...นั่นแหละดี






Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2550 9:28:21 น.
Counter : Pageviews.

0 comments
ชมจันทร์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



เดินทางสู่โลกกว้าง เพื่อไปเรียนรู้โลก ผู้คน เพื่อประสบการณ์ชีวิต

New Comments