คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะคะ No Tag still..! Please..

ความสุข

บันทึกการอ่านของ "มนุษย์สองโลก" เจ้าค่ะ
ถึงจะหมกมุ่น แต่ก็เป็นแนวทางใฝ่หา
ทำไดมั่ง ไม่ได้มั่ง แต่ก็ตั้งใจ
อ่่านแล้วก็ "จดไว้ให้จำ" แค่นั้น


พี่สาวแสนดีกะน้องชายจอมป่วน
น่ารักๆ ขำๆ เนื้อเพลงอยู่ล่างสุดจ้า




ทุกคนในโลกต้องการสิ่งเดียวกันคือ ความสุข
แต่มีน้อยคนที่สนใจเรื่องความสุขอย่างละเอียด
ส่วนมากเรามักจะเชื่อกิเลสตัวเอง
หรือค่านิยมของสังคม
ว่าสุขที่ต้องการนั้นเป็นอย่างไร
ทุกวันนี้คนเราชอบสับสนระหว่างความสุขและความตื่นเต้น
สิ่งใดกระตุ้นความรู้สึกได้มากก็ถือว่าสิ่งนั้นนำความสุขมาให้
แต่ความสุขนั้นยังร้อนอยู่ ความสุขทางเนื้อหนังนั้นยิ่งเข้มข้น
ก็ยิ่งชวนให้เราติด ติดแล้วอาจจะเป็นเหตุให้เบียดเบียนคนอื่น
หรือทำอะไรผิดกฎหมายเพื่อจะให้ได้มา
อย่างน้อยก็ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง




ความสุขที่ขึ้นอยู่กับสิ่งนอกตัวเรา
ไม่สามารถระงับความพร่องอยู่ในใจของมนุษย์ได้
อย่างมากก็ได้แค่กลบเกลื่อนชั่วคราว
ความสุขที่ได้จากรูป เสียง กลิ่น รส และการสัมผัสทางกายนั้น
นับว่าคับแคบและไม่ไปไหน คือ กี่ปีกี่ปีก็เหมือนเดิม
กี่ภพกี่ชาติก็แค่นั้นแหละ
อายุเรามากขึ้น สุขภาพร่างกายอ่อนโรยลง มีโรคประจำตัวเพิ่มมากขึ้น
โอกาสจะได้ความสุขจากสิ่งนอกตัวก็น้อยลง
สุดท้ายน่ากลัวจะเหมือนนกกระเรียนแก่
ซบเซาอยู่ที่เปลือกตมไร้ปลา ดังที่กล่าวไว้ในธรรมบท

พระพุทธองค์ ให้เราเห็นว่าการช่วยคนอื่น
การดำเนินชีวิตภายในกรอบของศีล
การขัดเกลานิสัย การฝึกสมาธิ และการพัฒนา ปัญญา
เป็นทางไปสู่ความสุขที่แน่กว่า และมีจุดเด่น



ครั้งหนึ่ง พระพุทธองค์ ตรัสว่ามีธรรม ๖ ข้อ
ซึ่งทำให้เราอยู่ในปัจจุบันอย่างมีความสุขมาก
และยังเป็นเหตุเป็นปัจจัย
เพื่อการสิ้นไปแห่งกิเลสในอนาคตข้างหน้า
อย่างนี้ฝรั่งเรียกว่า win-win situation
คือ ได้ความสุขในปัจจุบันด้วย
แถมยังได้เจริญในอริยมรรคไปด้วยพร้อมกัน

ธรรม ๖ ข้อคือ

• เป็นผู้ยินดีในธรรม
• เป็นผู้ยินดีในการภาวนา
• เป็นผู้ยินดีในการละ
• เป็นผู้ยินดีในความวิเวก
• เป็นผู้ยินดีในความไม่พยาบาท
• เป็นผู้ยินดีในความไม่ปรุงแต่ง

สิ่งแรกที่เราควรสังเกตก็คือ ความสุขทั้ง ๖ ข้อเกิดจากความยินดี
หลายคนเข้าใจว่าชีวิตนักปฏิบัติธรรมไม่น่าจะมีอะไรสนุก
ที่มองอย่างนี้เพราะยังจับหลักไม่ได้ว่า
ตัวความสุขอยู่ที่ “ความยินดี” มากกว่า “สิ่งที่ยินดี”
นักปฏิบัติไม่ต้องสละความยินดีเสมอไป
เพียงแต่ว่าต้องย้ายความยินดีของตนออกจากสิ่งที่ทำให้จิตตกต่ำ
ไปไว้ในสิ่งที่น้อมนำจิตออกจากทุกข์
สรุปว่าไม่ขาดทุนเลย มีแต่ได้กำไร




ความยินดีในธรรม คือ ยินดีในการฟังธรรม
การอ่านธรรมการท่องธรรม การพิจารณาธรรม
การปฏิบัติธรรมในทุกระดับยิ่งศึกษาและปฏิบัติธรรมยิ่งมีความสุข
เพราะการเห็นความจริง ความลึกซึ้งมากขึ้นๆ โดยลำดับ
เรายินดีในธรรมแล้ว ความยินดีในสิ่งที่ไม่ใช่ธรรม
ต้องค่อยๆ หายไปเอง เพราะมันขัดกัน
เมื่อเรายินดีในธรรมแล้ว เราเห็นคนอื่นดี เราไม่อิจฉา
กลับแช่มชื่นว่า ธรรมที่ปรากฏในคนนั้นงามจริงๆ
ธรรมเกิดที่ไหนก็งามที่นั่น
เราเห็นความงามของธรรมที่ไหนเราก็สุขที่นั่น
ตาเราเย็น ใจเราสงบ




ผู้ยินดีในการภาวนา ก็มีความสุข
เพราะเห็นสิ่งดีงามในตนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แม้ในเวลาที่การภาวนายังไม่ได้ผลมากนัก
นักปฏิบัติมีความสุขด้วยพลังศรัทธาว่า กำลังตามรอยพระอรหันต์
ถ้าทำไปเรื่อยๆ ไม่ท้อแท้เราต้องสงบแน่
เชื่อมั่นว่าการภาวนามีผลจริง และเป็นทางเดียวที่นำสัตว์โลก
ไปสู่การตรัสรู้ธรรม อย่างนี้เราสามารถมีความสุขกับทุกก้าวที่เราเดิน

ความยินดีในการละ ก็เหมือนกัน
ถ้าเรายังเสียดายกิเลสเราจะปล่อยวางไม่ได้
เมื่อเราพิจารณาเห็นกิเลสว่า เป็นสิ่งกีดกันไม่ให้เราเจริญในธรรม
เราจะยินดีในการละกิเลสตลอดเวลา
โอกาสจะฝืนและชนะกิเลส โอกาสที่จะมีความสุขในการชำระจิตใจ
ก็เกิดขึ้นตลอดเวลาเช่นกัน
ละกิเลสได้แม้ชั่วคราวก็ตาม หากเรายินดีได้ก็มีความสุข

สำหรับผู้ครองเรือน ความยินดีในวิเวก
อาจจะเป็นแหล่งความสุขที่หายากหน่อย
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรฝึกให้อยู่คนเดียว
เป็นนักปฏิบัติขาดเพื่อนแล้วเหงาหงอย ยังไม่ถือว่าเก่ง
ถ้ายินดีในการอยู่คนเดียวจะเป็นคนสุขง่ายขึ้นทันที
ฉะนั้น ถ้ามีโอกาสไปปฏิบัติธรรมในวัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม
ที่เราไม่รู้จักใคร ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี




หลวงพ่อชาเคยบอกว่า นั่งรับแขกอยู่ทั้งวัน
ท่านยังมีความรู้สึกว่าอยู่คนเดียว นี่คือ วิเวกขั้นสูง
ตรงกันข้ามกับคนที่อยู่คนเดียว แต่คิดถึงคนอื่นตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม วิเวกชนิดที่สำคัญ คือ จิตวิเวก
ซึ่งเป็นผลของการฝึกสมาธิภาวนาถึงขั้นที่จิตข่มนิวรณ์ได้

พระองค์ตรัสพรรณนาคุณของสมาธิแน่วแน่นี้ว่า
จิตสงัดหรือวิเวกจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลาย
ความวิเวกประเภทนี้มาพร้อมกับปีติและสุข
ผู้ยินดีในวิเวกในความหมายว่า สงัดจากอารมณ์
จึงมีความสุขอันประณีตหล่อเลี้ยงจิตอยู่อย่างน่าพอใจ



ความยินดีในการไม่พยาบาท
คือ ยินดีในเมตตานั้นเอง ผู้มีเมตตามีความสุข
เพราะความเร่าร้อนของอารมณ์ฝ่ายโทสะไม่มีช่องเข้ามากลุ้มรุมจิตใจได้
ผู้ไม่โกรธ ไม่โมโห ไม่หงุดหงิดรำคาญไม่จับผิดคนอื่น
จะไม่มีความสุขได้อย่างไร
จิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยเมตตาไม่มีศัตรู เพราะไม่มองใครเป็นศัตรู
คนอื่นจะมองเราอย่างไรก็เรื่องของเขา
หากเราไม่มีคำว่าศัตรูอยู่ในใจ เราย่อมมีศัตรูไม่ได้
ไม่พยาบาทแล้วความกลัวและความระแวงในใจ ย่อมลดน้อยลงมาก
เพราะคนเรามักจะเอากิเลสตัวเองไปใส่คนอื่นอยู่บ่อยๆ




คนขี้โกรธมักจะเสียใจอยู่เรื่อยว่า คนรอบข้างกำลังโกรธเขา
ผู้มีเมตตาหวังดีต่อทุกคนรวมถึงตัวเอง
ไปไหนคนดีก็เอ็นดู ความเมตตาช่วยชำระจิตใจของมนุษย์
และยังสร้างบรรยากาศในครอบครัวและชุมชนให้อบอุ่น

ผู้ยินดีในความไม่ปรุงแต่ง
คือ ผู้ยินดีในการดับทุกข์ หรือไม่มีทุกข์
ย่อมไม่ยินดีในกิเลสที่ทำให้การปฏิบัติเนิ่นช้า
ไม่คิดสะสมอีกแล้ว ไม่หาความสุขกับความคิดอีกแล้ว
ยินดีในจิตใจที่ปลอดโปร่งด้วยสติ
ด้วยความรู้ตัว อยู่ในปัจจุบัน
ไม่ให้มีความรู้สึกว่าเรา ว่าของเรา เกิดขึ้นครอบงำใจ
มีความสุขกับการเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ในปัจจุบัน
ไม่ต้องการอะไร ไม่ห่วงใยอะไร
ทำให้สิ่งต่างๆ เย็นลงไปเรื่อยๆ อย่างนี้มีความสุขมาก
และนำไปสู่ความสิ้นไปแห่งกิเลสในที่สุด

"สุขหนอ" พระชยสาโร ภิกขุ


กรอบน่ารักๆจากคุณเหมี่ยว Fleuriจ้าาาา







ALFIE-LILY ALLEN

Ooooo deary me,
My little brother's in his bedroom smoking weed,
I tell him he should get up cos it's nearly half past three
He can't be bothered cos he's high on THC.
I ask him very nicely if he'd like a cup of tea,
I can't even see him cos the room is so smoky,
Don't understand how one can watch so much TV,
My baby brother Alfie how I wish that you could see.

โโโโโอ ตายๆๆๆ
พ่อน้องชายตัวดีเอาแต่สูบกัญชาอยู่ในห้อง
นี่มันบ่ายสามครึ่ง น่าจะลุกขึ้นได้แล้ว
ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็กำลังเมา THC(กัญชา)อยู่
พี่ก็ถามดีๆว่าจะเอาชาร้อนๆสักถ้วยมั๊ย
แต่มองเข้าไปไม่เห็นอะไร มีแต่ควันคลุ้งไปหมด
ไม่เข้าใจเลยว่าใครจะดูแต่ทีวีได้มากขนาดนั้น
น้องอัลฟรี่ย์จ๋า พี่จะทำยังไงกะเธอดี


[Chorus]
Oooooo I only say it cos I care,
So please can you stop pulling my hair.
Now, now there's no need to swear,
Please don't despair my dear Mon Frere.

ฮู้ววววว์ ที่พี่พูดนี่ ก็เพราะรักน้องนะ
หยุดดึงผมพี่ได้แล้ว
แล้วก็ไม่ต้องพูดหยาบคายด้วย
นะ.. อย่าทำตัวไร้ประโยชน์เลยนะ น้องรัก



Ooooo Alfie get up it's a brand new day,
I just can sit back and watch you waste your life away
You need to get a job because the bills need to get paid.
Get off your lazy arse,
Alfie please use your brain
Surely there's some walls out there that you can go and spray,
I'm feeling guilty for leading you astray,
Now how the hell do you ever expect that you'll get laid,
When all you do is stay and play on your computer games?

โโโโโอ อัลฟรี่ย์จ๋า ตื่นเถิด วันใหม่แล้วนะ
พี่ได้แต่นั่งมองว่าน้องปล่อยชีวิตให้ผ่านไปวันๆ
เธอน่าจะหางานทำบ้างนะ รายจ่ายมีตั้งแยะ
ลุกออกมาซะที เจ้าขี้เกียจ...
อัลฟรี่ย์ ช่วยใช้สมองหน่อยนะ
แน่นอนว่าข้างนอกนั่นน่ะมีกำแพงเยอะแยะ
ให้ออกไปเธอพ่นสีใส่เล่นๆ
พี่รู้สึกผิดจริงๆนะที่น้องหลงเดินทางผิด
เธอคาดหวังจะได้อะไรจากการนอนอยู่อย่างนั้น
ไม่ทำอะไรนอกจากอยู่เล่นเกมคอมฯ

[Chorus]


Oh little brother please refrain from doing that,
I'm trying to help you out so can you stop being a twat.
It's time that you and I sat down and had a little chat,
And look me in the eyes take off that stupid fitted cap.

โอ น้องน้อยของพี่ เลิกทำตัวแแบนั้นเสียเถอะนะ
พี่กำลังพยายามช่วย หยุดทำตัวเหลวไหลซะที
ได้เวลาที่พี่กับเธอต้องนั่งคุยกันบ้างแล้วนะ
มองตาพี่ ถอดหมวกแก็ปบ้าๆนั่นออกด้วย

[Chorus]

Please don't despair
Please don't despair
My dear Mon Frere

อย่าหมดหวังนะ
อย่าเดินทางผิด
น้องรักของพี่




 

Create Date : 23 เมษายน 2552    
Last Update : 19 ธันวาคม 2552 11:32:32 น.
Counter : 94 Pageviews.  

สองจิต....สองใจ

ทุกวันนี้เราเหมือนเป็น "มนุษย์สองโลก"
โลกหนึ่งนั้นเป็นโลกเดิมที่เราเคยอยู่มาแต่ไหนแต่ไร
มีรัก โลภ โกรธ หลง ทำงาน ครอบครัว เพื่อน ศัตรู คนรัก
อีกโลกหนึ่งกลับแตกต่างกัน...เหมือนดำกับขาว
ไม่มีอารมณ์ ความรู้สึกเดิมๆ ทุกอย่างนิ่ง...สงบ


ทางสายกลางดีที่สุด
แต่มนุษย์มักต้องหาตัวเลือก
ถ้าต้องให้เลือก
ทุกคนมีทางเลือกสองทางเสมอ


จะไปทางซ้าย
หรือจะไปทางขวา

เลือกที่จะสุข
หรือเลือกที่จะทุกข์

จะโอดครวญให้จิตใจล่มสลาย
หรือจะใคร่ครวญให้จิตใจที่ล้มอยู่ ได้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

จะขัดแย้ง
หรือจะลงรอย

เข้าข้างตัวเอง
หรือไม่เข้าข้างตัวเอง

เราเป็นสัตว์เจ้าปัญหา ด้อยปัญญา เกลียดทุกข์ รักสุข
ทะเยอทะยาน ดิ้นรนแทบตายเพื่อสิ่งที่เรียกว่า" ความสุข"
แต่ความสุขคืออะไรกันแน่
แล้วสิ่งที่เราต้องการในขณะนี้...
คือความสุขแก่เราจริงหรือ มากน้อยแค่ไหน
กระทบคนอื่นหรือไม่ อนาคตของเราล่ะ
ความทุกข์ที่เราเกลียด...เหตุเกิดจากอะไร
เราแก้ถูกวิธีหรือปล่าว


เราหลับตาเดินไปในความมืด
เพื่อหาความสุข
เพื่อหนีความทุกข์

ลืมตาสิ
สว่างแล้ว..ก็เห็นเอง


หยุดกระเสือกกระสน
แล้วลืมตา
พิจารณาความเป็นมนุษย์
ว่าเราเกิดมาทำไม
อะไรคือเป้าหมายสูงสุด
หาคำตอบด้วยตัวเอง
จงอย่าเชื่อใคร


เราไม่ต้องใช้ชีวิตเหมือนพระหรอก
เรายังเป็นฆราวาส
เพียงเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ต่อความสุข
ว่าเป็นเพียงตัวเสริม
ฝึกการใช้จ่ายให้พอดี
เราก็มีความสุขพอเพียง
และอยู่ในขอบเขตของศีลธรรม


อย่าจริงจังกับสิ่งที่อยู่รอบตัวเรามากเกินไป
จนทำให้คิดมาก ฉุนเฉียว อ่อนแอ
ไม่เป็นตัวของตัวเอง
จนตึงเครียด เศร้าหมอง


เราไม่ต้องละเลิกสิ่งสนุก
แต่ให้การแสวงหาความสุขนั้น
มีสติกำกับ อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม
แล้วให้เป็นส่วนประกอบของชีวิตที่ดีงาม


ความสุขของเรา...
การสละสิ่งของให้ผู้อื่น
การเป็นเพื่อนที่ดี
การช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
การทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์สุจริต
การได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
การตอบแทนบุญคุณ
การมองคนรอบข้างในแง่ดี
การอนุโมทนาความดีของคนอื่น
การเห็นมุมขบขันในสถาณการณ์ที่ตึงเครียด
...ฯลฯ...
เหล่านี้ล้วนทำให้ชีวิตสดชื่นขึ้นได้ทั้งนั้น
การรักษาศีลห้าก็สำคัญที่สุด
แม้จะไม่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
แต่ถ้าเจตนาเดิมยังคงอยู่
ก็ยังเป็นสิ่งที่น่าโมทนาและน่าภูมิใจ

******บางส่วน.. จากคำสอนของพระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ******



ขนมปังช่วยกันทำเมื่อคืน อร่อยยยยยยยยย
ขอเก็บภาพไว้ตรงนี้เป็นที่ระลึกหน่อยน๊าาา




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 19 ธันวาคม 2552 11:33:07 น.
Counter : 75 Pageviews.  


จันทร์ไพลิน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




********
********


ขอขอบคุณcodeและรูปสวยๆ
กรอบและlineน่ารักมากมาย
จาก
คุณ Kungguenter,
คุณLosocat,
คุณยายกุ๊กไก่,
และป้าเก๋า ชมพรค่ะ

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จันทร์ไพลิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.