คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะคะ No Tag still..! Please..

ริมฝีปากอวบอิ่มคู่นั้น....กินมด


น่ารัก ก็ น่ารัก
น่าชัง ก็น่าชัง
ปากสวยได้รูปเชียว อิ อิ
แถมยังมีเขาอีก
กะลังกินมด
สงสัยจะของโปรด





ใครรู้มั่ง มันคือ อะไร ! ? !

ง่ายไปหน่อยมั้ง
คิดไปคิดมา....
ก็เหมือนกบในกะลา นะ เราเนี่ยย
คนอื่นๆ เค้าคงเห็นจนชินนนน
แต่เราเพิ่งเคยสังเกตุเห็นอ่ะ

เผื่อจะมีเพื่อนบางคนไม่เคยสังเกตุ
เห็นแค่ผ่านๆตา เหมือนเรา





 

Create Date : 19 เมษายน 2552    
Last Update : 10 มิถุนายน 2553 11:02:43 น.
Counter : 118 Pageviews.  

มิตรภาพที่ต้องจดจำ

หัดทำบล็อกได้ยังไม่ถึงปีนึงเลยค่ะ
ไม่ได้หวังอะไรมากมาย
ไม่ได้เก่งกาจขนาดล่ารางวัล
ไม่ได้คิดจะสร้างสัมพันธไมตรีกะใครๆให้จริงจังยั่งยืน
เพราะคิดเตือนใจตัวเองเสมอว่า
มีคนโดนหลอกลวงมากมาย
อุบายต่างๆที่เราตามไม่ทันก็มีเยอะแยะ

แต่ก็ยังแอบคิดอยู่ว่า
ต้องมีคนที่เหมือนกันกับเราบ้าง
คือเพียงแค่อยากแบ่งปัน เกื้อกูลกัน
เพียงแค่ให้ได้รับความสุขใจกลับไป
เพียงแค่อยากให้ได้รับรู้ถึงสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ
โดยใช้ความจริงใจกันเป็นพื้นฐาน

แล้วเราก็คิดไม่ผิด
เมื่อวานนี้ได้รับโปสการ์ดใบหนึ่ง
มีข้อความแนบติดมาด้วย
ความรู้สึกในขณะนั้น...
กลับเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ
ปลาบปลื้ม ยินดี
ในมิตรภาพ ที่เราแม้จะไม่ได้เห็นหน้ากัน
แต่เต็มไปด้วยจริงใจ... จากธรรมชาติของคนๆนั้น
คำพูดที่เราได้รับ ไม่ว่าจะบนโปสการ์ด
หรือที่อยู่ในกล่องคอมเมนต์
เราสัมผัสได้ ถึงความห่วงใย
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน เป็นกำลังใจให้กัน
แคร์แม้กระทั่งความรู้สึกของกันและกัน(ยิ่งกว่าแฟนอีกนะ)

♥♥โปสการ์ดที่เราเคยได้รับ
มีเป็นร้อยๆใบ จากทุกมุมโลก
บ่งบอกอะไรต่อมิอะไรมากมาย
ให้ความรู้สึกที่หลากหลายแตกต่างกันไป

แต่โปสการ์ดใบนี้
เป็นโปสการ์ดที่ดีที่สุดที่เราเคยได้รับมา♥♥


นี่ค่ะ คือโฉมหน้าของโปสการ์ดใบนั้น จากคุณDiscipulaค่ะ



ท่าทางของเจ้าเฟย์ตอนเห็นโปสการ์ด ด้วยอารมณ์เดียวกันกะพี่สาวเลย



อีกทีค่ะ อีกมุมนึง เดี๋ยวจะไม่เชื่อว่าพวกเรารู้สึกอย่างที่ำได้บรรยายไว้จริงๆ



ก้มหน้าก้มตาอ่านเหมือนจะท่องเอาไว้ไปสอบงั้นเลย อิ อิ อิ


นอกจากนั้นเราขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคน
ที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันสม่ำเสมอ
พร้อมนำของฝากและความจริงใจ
มาให้กันอยู่เป็นประจำ

โดยเฉพาะ สาวน้อยน้ำใจดีทั้งหลาย คนแรกเลย

คุณFleuri♥ คุณด้วยนะ ที่เอาของฝากมาให้เราเสมอ น่ารักที่สุดเลย

คุณCoji♥สาวน้อยจากภูเก็ต ขอบคุณที่ว่าจะส่งเต่าซอมาให้เราน่ะ เราเกรงใจจริงๆ

คุณกลีบดอกโมก♥ กลอนชมสวนของเธอช่างไพเราะมากมาย

คุณกังสดาล♥ก็ด้วย ไม่ทราบเป็นพี่น้องกันรึปล่าว แต่งกลอนเก่งเหมือนกัน

คุณย่าชอบเล่า♥ ใจเธอช่างอ่อนเยาว์ รวยอารมณ์ขัน น่ารักค่ะ

คุณอัย-สบาย♥ ผู้มีอารมณ์สุนทรี กับกาแฟและบทกวี

คุณกชมนวรรณ♥ นักเขียนคนเก่ง

คุณMemom ♥ single mom เหมือนคุณแม่จันทร์เลย

คุณNathanon♥ แฟนดั้งเดิมตั้งแต่เริ่มทำบล็อกเลยค่ะ

คุณพี่อี๊ดDolores♥ น่ารักเสมอเลยนะคะ

คุณโกลเด้นกิฟ ♥คนนี้ก็ใจดีค่ะถึงจะอยู่สกลฯก็ แวะมาเสมอๆเลย

คุณอ้าสต้า ลาวิสต้า♥ สาวห้าวแต่หน้าว๊านหวาน แฟนก็ล้อออหล่อ

คุณดอกแก้วหอม ♥คนนี้เพิ่งมา แต่ใจตรงกันหลายเรื่อง

คุณNlatte ♥ได้ไปบ้านเธอทีไร น้ำลายเอ่อกลับมาทู้กที

คุณวันวานฯ ♥ถ่ายรูปเก่ง เป็นคนน่ารักมากค่ะ

คุณredclick♥ รูปสวยๆไฮโซๆ

คุณSummerflower♥ ดอกไม้บ้านนี้สวยไม่แพ้ใครเลย

C&C Bamboo♥ ถ่ายรูปเก่งนะคะ มีน้ำใจด้วยค่ะ

Kamonorchid♥ ดอกกล้วยไม้กับลูกชายสุดหล่อ น่ารักทั้งบ้านเลยค่ะ

ลูกปัดแก้ว♥ พี่สาวใจดีใจบุญ ได้อนิสสงส์เยอะเลยนะคะนั่น

mahachanok ♥คนนี้ก็น่ารักค่ะ อยากให้โครงการโฮมสเตย์สำเร็จไวๆนะคะ

คุณร่มไม้เย็น♥ รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่คุณป้าแวะมานะคะ

ใจดี น่ารัก และสม่ำเสมอจริงๆ อ่านข้อความของเธอแล้วสบายใจทุกครั้งเลย

โอ...และอีกเยอะแยะมากมาย คุณพี่ คุณป้า คุณน้า อา ต้องขอโทษถ้าตกๆหล่นๆไปบ้างนะคะ

♥คุณInsignia Museum คุณลุงเขาพนม คุณหมูน้อย♥
ล้วนแล้วแต่เป็นพี่ใหญ่ใจดี ลืมไม่ได้เลยค่ะ

♥น้องเอม น้องเฟย์♥ without you I'm nothingเลยนะ(เคยได้ยินที่ไหนเนี่ย อิ อิ)





 

Create Date : 23 ธันวาคม 2551    
Last Update : 23 ธันวาคม 2551 16:15:53 น.
Counter : 118 Pageviews.  

Thru these wall



ผู้หญิงส่วนใหญ่มักชอบฟังเพลงสบายๆคลายเครียด ฟังแล้วก็สามารถคล้อยตามไปกับจังหวะ เนื้อร้อง และทำนองเพลง
เคลิบเคลิ้มไปกับการผสมผสานกันอย่างลงตัวของเครื่องดนตรีหลากชนิด
หรือเครื่องดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่งที่ผู้แต่งต้องการใส่เข้าไปให้โดดเด่น.. รับบทนำ.. เป็นนางเอกพระเอกในเพลงนั้นๆ
หลายคนชอบเปียนโนไฮโซที่เพราะเสนาะหู
อีกหลายคนอาจชอบกีต้าร์ที่กรีดเสียงขึ้นมาอย่างเพราะพริ้ว
หรืออีกหลายคนก็อาจชอบเสียงนุ่มทุ้มกังวานของระนาด( xylophone)
หรือจะเสียงแผ่วผิวแต่แทงทะลุใจของขลุ่ย(flute)เป็นต้น

แต่มีน้อยคนนะที่ชื่นชอบเสียงกลอง ตะลุ่มตุ้มโมงๆ หรือตึ๊งๆชึ่ง ๆ ๆ
โอเคทุกเพลงต้องมีเสียงกลองเข้าไปผสมอย่างน้อยก็เพื่อบอกจังหวะของเพลงนั้นๆ
แต่มีกี่เพลงที่ผู้แต่งจงใจให้เสียงกลองเป็นผู้รับบทนำ แล้วโดนใจผู้ยิ้ง ผู้หญิงอย่างเราๆ เช่นจันทร์ไพลินเป็นต้น
แต่ก็เจอแล้วค่ะ เป็นเพลงเก่าๆนานมากแล้ว โน่นนนค่ะตั้งแต่ปี1982
ของPhil Collins(ที่เราชอบเค้ามากในเพลงประกอบหนังการ์ตูนเรื่องทาร์ซาน)
ชื่อเพลงThru these wall ที่มีเสียงกลองนุ่มๆ ช้าๆ แต่โดดเด่นไปทั้งเพลง
ได้ฟังครั้งแรกก็ชอบเลยค่ะ ลองฟังดูนะคะ
เพลงอื่นๆที่relatedกันก็เน้นเสียงกลอง น่าฟังด้วยนะคะ




เป็นเรื่องของคนบางคน ที่พยายามเก็บกักตัวเอง ไว้จากโลกภายนอก
ทำเหมือนไม่ใส่ใจใครๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่อาจซ่อนความอยากรู้อยากเห็น
ของตัวเองได้
ทุกๆวัน ในห้องมืดที่ปิดม่านไว้มิดชิด ในมือมีแก้วน้ำหนึ่งใบ
เอาไว้สำหรับคว่ำบนกำแพงห้องกลั้นหายใจแล้วแนบหูฟัง
แม้ไม่เห็นแต่ก็ได้ยินทุกสิ่งสามารถจินตนาการไปต่างๆนานา
บางทีก็สร้างความเพลิดเพลินให้ตัวเองด้วยการมองออกไปนอกหน้าต่าง อยากมีเพื่อนแต่ก็ไม่กล้าออกไปสัมผัสชีวิตข้างนอก รู้สึกว่าชีวิตเขาช่างเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวเหลือเกิน ไม่มั่นใจตัวเองเอาซะเลย เขาติดอยู่ในกรงขังแ่ห่งความนึกคิดของตัวเอง


I can hear thru' these walls
I can hear it when they're foolin' around
I can hear thru' these walls
And I hear ev'ry sign, ev'ry sound
I can hear thru' these walls
In the dark with the shades pulled down

Ev'ry word that they say
Ev'ry noise they make feels it's coming my way

My fav'rite moment
Putting the glass up next to the wall
Imagination
Tho' I see nothing, I hear it all
Putting my sign up
Do not disturb me, speak or shout, inside out
Oh mind my clothes, they're all laid out

I can see thru' my windows
I can see the girls and the boys
I can see thru' my windows
And I can imagine the noise
I can see thru' my windows
I can see them playing with toys

Oh I hope it won't end
Ooh if I promise not to touch, just be a friend

Life is so lonely
I don't get high off just being me
I like pretending
Wanting to touch them, wanting to see
It's only normal
Creeping behind you, now don't shout, 'cos it's alright
They keep the windows locked and the door shut tight

Oo I'm feeling like I'm locked in a cage
No way in, no way out, and it gets so lonely
Am I really asking a lot
Just to reach out and touch somebody
'Cos when I look thru' my windows or open my door
I can feel it all around me

I can hear thru' these walls
I can hear it when they're foolin' around
I can hear thru' these walls
And I hear ev'ry sight, ev'ry sound
I can hear thru' these walls
In the dark with the shades pulled down

Ev'ry word ooh that they say
Ev'ry noise they make feels it's coming my way

Ah yeah
Ah yeah
Ah yeah
Ah yeah


"บุญ มีที่ใจ(เชิญชวนไปทอดกฐินที่วัดนี้ค่ะจะได้มีเงินซ่อมหลังคาโบสถ์สักทีนะคะ)" คลิกเลย




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2551    
Last Update : 9 ตุลาคม 2551 5:23:26 น.
Counter : 108 Pageviews.  

นรก-สวรรค์..ที่วัดไผ่โรงวัว


ชวนเพื่อนๆไปดูการจำลองนรก-สวรรค์ มาไว้ให้มนุษย์อย่างเราๆได้ดู
ผู้คนอุ้มลูกจูงหลานๆพากันชี้ชวน พร้อมทั้งอธิบายให้เด็กๆได้ฟัง
เมื่อไปที่สวรรค์ก็บอกเล่าถึงการที่เราได้ทำความดีต่างๆนาๆ
เมื่อตายไป ก็จะได้พบกับความสุขสบายแบบสวรรค์

เมื่อไปยังแดนนรกก็มีคำอธิบายถึงเหตุ ที่ต้องรับกรรมนั้นๆอย่างไรบ้าง
คนที่ได้ดูได้รู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีจริงแล้ว
ก็ย่อมละอายที่จะทำความเลว ย่อมเกรงกลัวต่อบาป
แต่จะหมั่นทำแต่สิ่งที่ดีๆ ทำบุญทำทาน ช่วยเหลือผู้คน
เพื่อกรรมดีดีที่รอเราอยู่ข้างหน้าค่ะ

1


วิหารร้อยยอด
วัดไผ่โรงวัว อยู่ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี ทางไปอำเภอสองพี่น้องค่ะ(ถ้าเดินทางผ่านปทุม)
แต่ถ้ามาทางนครปฐม ก็มาทางบางเลน ผ่านอำเภอสองพี่น้องก่อนค่ะ


2


3


4


จิตรกรรมฝาผนังที่น่าสนใจมากแห่งหนึ่ง สวยๆทั้งนั้นค่ะ


5



6



7 นรกๆๆมีจริงๆนะขอบอก


8


9 สวรรค์ค่ะ นี่แค่บางส่วนเท่านั้นนะคะ


10 ลานพระพุทธรูป ละลานตาไปหมดเลยค่ะ


11


12







 

Create Date : 31 สิงหาคม 2551    
Last Update : 31 สิงหาคม 2551 21:29:59 น.
Counter : 172 Pageviews.  

ทำไปด้ายยย....เนาะ


Once in a blue moon ความหมายก็บอกอยู่แล้วว่าคือ "สิ่งที่ไม่ควรหรือแทบจะไม่เกิดขึ้น
ประมาณว่า ต้องรอให้พระจันทร์เป็นสีน้ำเงินเสียก่อนนั่นแหละจึงจะมีสักครั้ง
ฉะนั้น"ต่างๆ"ในบล๊อกนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ จขบ.ถนัด และเคยเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อาจจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม (เท่าที่จำได้) ทุกเรื่องราวในหมวดนี้เลยค่ะ


ตั้งแต่ไปวัดช่วงเข้าพรรษา กลับมาคราวนี้ มีแต่เรื่องในอดีตให้ระลึกถึง (ไปอีกทีคราวหน้ากลับมาคงระลึกชาติได้ซะมั้ง อิ อิ)
ตั้งแต่เรื่อง
(ดอกหนึ่งในความทรงจำ) แล้วก็ยังมีอีกหลายเรื่อง วันนี้ขอเล่าเรื่องวีรกรรมโหดๆของจันทร์ไพลินก่อนละกันนะคะ เพิ่งเริ่มเดินเข้าวัดซะบ้างเมื่อประมาณ2ปีมาแล้ว หลังจากที่หลายต่อหลายครั้งที่มีคนมาชวนให้ไปวัดปฏิบัติธรรม เราก็เฮ่ยย "ชั้นไม่ได้อกหักช้ำรักอะไรน๊าจะไปทำไม รอให้แก่ๆก่อนละกัน ตอนนี้ชั้นยังมีอะไรต้องทำอีกเย้ออ ไม่ไหวหรอกไปค้างวัดทีละ2-3คืน" แต่ในที่สุดโดนชวนบ่อยเข้าก็ลองไปดู ดีมากค่ะตอนนี้เลยต้องพยายามไปให้ได้ทุกวันพระใหญ่เลย เพราะสามารถช่วยให้เราแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้แยบยลขึ้น โดยมีศีลธรรมเป็นจักรสำคัญ
ก่อนหน้านั้นจันทร์ไพลินเป็นคนที่โดยปกติแล้วก็จะไม่ค่อยมีเรื่องมีราวกับใคร
เป็นคนอารมณ์ดีคนหนึ่งจะไม่ค่อยไปมีปากเสียงกับใคร แต่ก็มีแอบร้ายบ้างบางครั้ง เวลาโกรธใครก็แปลว่าเรื่องนั้นมันต้องแรงงจริงๆ..รับไม่ได้
เมื่อได้โกรธแล้วก็ต่อเนื่องไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว
ในระหว่างนั้นก็ก่นบ่นว่ากับตัวเองไปจนหายโกรธ

มีีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อจันทร์ไพลินต้องไปต้อนรับลูกค้าของบริษัทรายหนึ่งที่สนามบิน เพราะเป็นวันหยุดก็เลยแต่งตัวตามสบาย ใส่ยีน หน้าตาแทบไม่ได้แต่ง
แล้วเครื่องที่ลูกค้าโดยสารมาdelay ทั้งๆที่หน้าจอmonitorก็ขึ้นคำว่าconfirm
เราก็รอไปๆ แต่เครื่องไม่ลงตามนั้น กลับเลื่อนเวลาไปเรื่อยๆๆจนเป็น2-3ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่ลง
อยู่คนเดียวด้วย ไม่มีเพื่อนคุย ชักอารมณ์ไม่ดีแระ เหนื่อยแล้วนะ งานไม่เสร็จก็กลับบ้านไม่ได้ หิวแล้วด้วย กินอะไรดี ของที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้เลือกมากมาย ตรงนี้ก็เห็นมีขายแต่ เบอร์เกอร์ ไม่ชอบ..แต่กินก็ได้
ที่นั่งในร้านก็เต็ม เลยออกไปหาที่นั่งแถวๆี่หน้าร้านแทน ที่นั่งเป็นชุดติดต่อกันประมาณ4-8ตัว
หันหน้าเข้าหากัน ชุดที่เราเล็งไว้ว่างดีไม่มีใครนั่ง แต่ชุดถัดไปมีผู้ชายสูงอายุต่างชาตินั่งอยู่คนหนึ่ง
น่าจะอายุประมาณซัก50-60ได้
เค้านั่งที่เก้าอี้อีกชุดนึงฝั่งตรงข้ามอยู่ในแนวทะแยงกับเรา เมื่อเรามาถึงที่นั่งก็กำลังจะแกะห่อแฮมเบอร์เกอร์ แต่มันไม่ถนัดต้องยกขาขึ้นมาเป็นโต๊ะชั่วคราว
โดยวางพาดไปกับเก้าอี้ตรงหน้าเราแล้วก็จะแกะห่อเบอร์เกอร์ ขณะที่กำลังแกะอยู่สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าผู้ชายฝรั่งแก่คนนั้น
เมื่อเราหันไปเค้าก็ทำหน้าหงิกๆปากก็พูดอะไรออกมาบางอย่าง
จันทร์ไพลินก็ดั๊นนเก่งซะจนอ่านริมฝีปากอีตาคนนั้นได้(ไม่น่าเล๊ยย)
"n o e d u c a t i o n" บวกด้วยสีหน้าและแววตาอีก
โฮร๊กกก เรื่องไรมันมาด่าเราเนี่ย(คิดอยู่ในใจนะ ตอนนั้นยังงงๆอยู่)
ปรี๊ดดดแระ นี่มันbad dayของชั้นรึไง แต่ก็สงบใจไว้ๆๆ
กะว่าจะนับเลขไปจนกว่าจะกินเสร็จ
ถ้ากินเสร็จแล้วดีกรีความปรี๊ดดของชั้นลดลงก็แล้วไป ถ้าไม่ล่ะ..ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร..
ก็นับเลขไปเรื่อยๆเคี้ยวช้าๆคิดหาเหตุผลไปพร้อมกัน
สงสัยตาแก่นี่คงมีเมียเป็นคนไทย ก็เลยอยากเป็นคนไทย
พอเห็นเรานั่งยกเท้าพาดไว้ที่เก้าอี้ข้างหน้าเรา ก็เลยคิดว่าเราไม่สุภาพ..
แต่เราไม่ได้นั่งตรงหน้าเค้านี่นา อยู่ห่างกันตั้งเกือบสามเมตร
ไอ้ที่เรากะว่าจะเอาเท้าลงหลังจากแกะเบอร์เกอร์แล้ว
ก็เปลี่ยนใจ วางมันไว้อย่างนั้น เคี้ยวไปช้าๆ คิดไป จ้องหน้าไป ไม่ได้รู้รสชาติเลย
ปรากฏว่าปรี๊ดดจนปรอทแตกไปหลายอัน ก็ยังไม่ลดลง
กินเสร็จก็ยังถ่วงเวลาให้ตัวเองอีกหน่อยเผื่อความโกรธอาจจะลดลงบ้าง
ค่อยบรรจงพับกระดาษห่อลงใส่ถุง ค่อยๆหยิบซอสปรุงรสทิ้งลงไปด้วยกัน
แล้วค่อยๆลุกขึ้นเดินเอาไปเก็บที่หน้าร้าน หันกลับมา ตาแก่นั่นก็ยังทำหน้าอารมณ์เดิม
เดินกลับมาหยิบสัมภาระ ตอนที่ก้มลงหยิบก็พยายามชั่งใจอยู่เหมือนเดิม แต่..
ในที่สุด ก็ตัดสินใจ..
เดินเข้าไป โน้มตัวลงไปกระซิบเบาๆข้างหู(โรแมนติกจังเยย)

"รู้มั๊ย ว่าคนเมืองนี้ เค้าควรจะสนใจแต่เรื่องของตัวเอง"
"ชั้นนั่งอยูู่่ตรงโน้น ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับแกตรงไหน"
"และเท้าชั้นก็ไม่ได้วางอยู่บนหน้าแก แล้วแกมีปัญหาอะไร ฮึ"
พูดมาถึงตอนนี้ อีตาแก่นั่นก็พยายามจะลุกขึ้น เราก็ผลักลงไปที่เดิม ให้ฟังต่อ..
ได้ยินเสียงผู้หญิงไทยแว๊ดมาทางด้านหลัง"ทำอะไรกันน่ะ"
ขวับ.. จันทร์ไพลินหันไปมองหน้าผู้หญิงคนนั้น แล้วเค้าก็เงียบไปทันที(เค้าคงเห็นหน้ายักษ์มั๊ง)
แล้วหันมาใส่ต่อ
"แล้วที่ชั้นกำลังทำอยู่ตอนนี้ คนไทยเค้าเรียกว่า"ถอนหงอก"
ถ้าแกอยากรู้ว่าแปลว่าอะไรก็ไปถามเมียแกโน่น"

แล้วจันทร์ไพลินก็เดินเชิ่ดจากไป ได้เอาคืนแล้วมันโล่งพิลึก เดินไปคิดไป นี่คงจะนึกล่ะซีว่าคนไทย
คงไม่กล้าไปต่อปากต่อคำด้วย คงต้องกลัว คงต้องยิ้มสยามให้อย่างไม่รู้ภาษีภาษา ผิดคนแล้ววว



พอตอนนี้มานั่งนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นแล้ว แหม...ทำไปด้ายย ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้เราคงรู้วิธีระงับความโกรธได้ รู้ที่จะให้อภัยเค้าได้อย่างง่ายดาย
"โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า"เนาะ
นึกๆดูแล้ว ตาลุงนั่นคงดวงซวยไปหน่อย ที่ดั๊นมาเจอคนที่กำลัง"โมโห-หิว" เลยโดนสาวไทย
กะเร้อกะรัง(คำผิด..ป่าวเนี่ย)เอาคืนซ๊าา ป่านนี้แกคงกลับบ้านกลับเมืองไปแล้วมั๊ง
หรือไม่แกก็อาจจะ"ปากเปราะ"กะคนไทยบ่อยละมัง แล้วคนไทยส่วนใหญกะฝรั่งเนี่ยเค้าจะเอ็นดูไม่ถือสา


แต่ตอนนั้นถ้าเราไม่ทำอะไรซะบ้าง ก็คงนอนไม่หลับไปอีกนานน คงแค้นนนนน่ะ






free hit counter









 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2555 9:07:23 น.
Counter : 90 Pageviews.  

1  2  

จันทร์ไพลิน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




********
********


ขอขอบคุณcodeและรูปสวยๆ
กรอบและlineน่ารักมากมาย
จาก
คุณ Kungguenter,
คุณLosocat,
คุณยายกุ๊กไก่,
และป้าเก๋า ชมพรค่ะ

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จันทร์ไพลิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.