คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะคะ No Tag still..! Please..
พระราชปุชฉาของสมเด็จพระเพทราชา ข้อที่ ๖


ขอโมทนาสาธุ
ให้แก่ผู้ที่สนใจแลฝักใฝ่ในธรรม
ให้อานิสสงส์ในการอ่านธรรม
ท่วมท้นเติมเต็มทันตา
แลให้ถึงซึ่งพระนิพพาน ด้วยเทอญ
นิพพานปัจจโยโหตุฯ





อาตมาภาพ ขอถวายวิสัชนา
ในอัฏฐมปัณหาปฤษณาคำรบ ๖ ซึ่งว่า
ถ้า จะให้เปนลูกให้เอาไฟสุมต้น นั้น
อันว่าลูกนั้นคือ
ผลทั้งสี่ คือ
โสดาผล ๑ สกิทาคามิผล ๑
อนาคามิผล ๑ อรหัตตผล ๑
อันว่าไฟนั้นคือ
มรรคญาณทั้ง ๔ คือ
โสดามรรค ๑ สกิทาคามิมรรค ๑
อนาคามิมรรค ๑ อรหัตตมรรค ๑
อันว่าต้นนั้นคือ
กิเลสธรรม อันมี
อวิชชาตัณหาเปนมูลนั้นแล



เหตุการณะ ดังนั้น
อันว่าโยคาวจร
ผู้ปรารถนาจะข้ามสมุทสาคร
คือ วังสารวัฏ
จะเอาโสดาผลให้ได้ดุจใจปรารถนา
อันว่าโยคาวจรผู้นั้น
ก็พึงเจริญวิปัสนากรรมฐาน
แลเผาเสียซึ่ง กิเลสธรรม
เปนสังโยชน์ ๓ ประการคือ
ทิฏฐิสังโยชน์
วิจิกิจฉาสังโยชน์
สีลพัตตปรามาสสังโยชน์
ให้ไหม้เสียด้วยเพลิง คือ
โสดาปัตติมรรคญาณแล้ว
ก็จะได้้ตั้วอยู่ในโสดาปัตติผล
บังเกิดเปนอริยสาวก อันเปนประถม
เหตุเผาเสียซึ่ง
ทิฏฐิวิจิกิจฉาสีลพัตตปรามาส นั้นแล
เหตุว่าทิฏฐิวิจิกิจฉาสีลพัตตปรามาสนี้
เปนต้นแห่งโสดาปัตติผล
เหตุว่าทิฏฐิวิจิกิจฉาสีลพัตตปรามาส
ยังอยู่ในสันดานนั้น
โสดาปัตติผลมิได้บังเกิด
เมื่อใดทิฏฐิวิจิกิจฉาสีลพัตตปรามาส
หามิได้ในสันดาน
โสดาปัตติผลจึงบังเกิดได้



ก็มีอุปไมยดุจชาติไม้
อันเผาไฟสุมต้นแล้วจึงเปนลูกนั้นแล
อันว่าโยคาวจรผู้ได้โสดาผลแล้ว
จะปรารถนาเอาสกิทาคามิผลนั้น
ก็พึงเจริญวิปัสนากรรมฐาน
เผากามราคพยาบาทอันหยาบนั้นเสีย
ให้ขาดด้วยเพลิงคือ
สกิทาคามิมรรคญาณ
ก็จะได้สกิทาคามิผลนั้นแล
เหตุว่ากามราคพยาบาทยังอยู่ในสันดาน
สกิทาคามิผลจะบังเกิดมิได้
เมื่อไรกามราคพยาบาท
อันหยาบหามิได้ในสันดาน
สกิทาคามิผลจึงบังเกิดได้
ดุจชาติไม้อันเผาไฟสุมต้น
จึงเปนลูกนั้นแล



อันว่าโยคาวจรได้สกิทาคามิผลแล้ว
แลปรารถนาจะเอา อนาคามิผล
ก็พึงเจริญวิปัสนากรรมฐาน
เผากามราคพยาบาทอันสุขุมนั้นเสีย
ด้วยเพลิงคือ
อนาคามิมรรคญาณ
ก็จะได้อนาคามิผล
เหตุว่า
เมื่อกามราคพยาบาทอันสุขุม
ยังไปมิขาดจากสันดาน
อนาคามิผลจะบังเกิดมิได้
เมื่อใดกามราคพยาบาทอันสุขุมนั้น
ขาดจากสันดานแล้ว
อนาคามิมรรคผลจักบังเกิดได้
ก็มีดุจชาติไม้อันเผาไฟสุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุุมต้น
จึงเปนลูกนั้นแล



อันว่าโยคาวจรได้อนาคามิผลแล้ว
แลปรารถนาเอาอรหรรตผล
ก็พึงเจริญวิปัสนากรรมฐาน
เผาเสียซึ่ง สังโยชน์ ๕ ประการ
คือ รูปราคสังโยชน์ ๑ อรูปราคสังโยชน์ ๑
มานะสังโยชน์ ๑ อุทธัจจะสังโยชน์ ๑
อวิชชาสังโยชน์ ๑ ด้วยเพลิง คือ
อรหรรตมรรคญาณแล้วนั้น
จึงจะได้อรหรรตผลเปนอริยบุคคล
คำรบ ๔ อันประเสริฐยิ่ง
ยิ่งกว่าอริยบุคคลทั้ง ๓ จำพวกนั้น
เหตุเผาเสียได้แล้วซึ่งกิเลสธรรม
คืออวิชชาตัณหา
อันเปนต้นเปนมูลเเห่งวัฏสงสารนั้น
ขาดสิ้นทุกประการแล้ว
อรหรรตผลจึงบังเกิดได้
ดุจชาติไม้อันเอาไฟสุมต้นจึงเปนลูกนั้นแล

อธิบายว่า
เมื่อกิเลสธรรมอันเปนมูลเหตุแห่งสงสารนั้น
ยังหมั้นคงอยู่ในสันดาน
ผลทั้ง ๔ ประการนั้น ก็จะบังเกิดมิได้



สมเด็จพระสรรเพ็ชพุทธเจ้าตรัสเทศนาดังนี้ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ในเมื่อรากไม้อันหาอันตรายมิได้
แลยังหมั้นคงอยู่
อันว่าไม้นั้นแม้นบุคคลตัดขาดแล้ว
ไม้นั้นก็งอกขึ้นเล่า
แลมีดุจใด
ในเมื่อตัณหานุไสย
แลยังไปมิขาดเสียได้นั้น
อันว่าทุกข์ทั้งปวงก็บังเกิดเนืองๆ
ก็มีดุจไม้อันตัดแต่กิ่งแลลำ
แลมิได้ขุดรากนั้นเสีย
และงอกขึ้นได้นั้นแล



ภิก์ขเว ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อันว่าน้ำอันไหลไปในสถานที่ใด
อันว่าเครือเชือกเถาก็งอกขึ้นในสถานที่นั้น
แลมีดุจใด
อันว่าตัณหาไหลไปในอารมณ์ทั้ง ๖ นั้น
มีรูปารมณ์เปนอาทินั้น
อันว่ามูลแห่งตัณหาก็งอกในอารมณ์ทั้ง ๖ นั้น
และท่านทั้งหลายเล็งเห็นมูลแห่งตัณหา
อันเกี่ยวพันรัดรึงผ่านขึ้นไปในอารมณ์ทั้ง ๖
ดุจเครือเชือกเถาอันเกี่ยวพันรัดรึง
ผ่านขึ้นไปในต้นไม้ทั้งหลายนั้น
ก็พึงตัดพึงเผามูลแห่งตัณหานั้นเสีย
ให้ขาดด้วยปัญญาแห่งท่านทั้งหลายนั้นเถิด



สมเด็จพระสรรเพ็ชพุทธเจ้า
ตรัสเทศนาสั่งสอนภิกษุทั้งหลาย
ให้ตัดให้เผามูลแห่งตัณหานั้นเสีย
ด้วยปัญญาดังนี้
ก็มีดุจว่าให้เอาไฟสุมต้นไม้นั้นเสียแล
อาตมาภาพถวายวิสัชนา
ในฉัฏฐมปฤษณาด้วยพระธรรมเทศนานี้
ขอจงเปนต้นหนแลนายเข็มสำเภาเภตรา
คือบวรอาตมาพระองค์ผู้ประเสริฐ
วิสัชนาฉัฏฐมปัณหาปฤษณา
คำรบ ๖ สำเร็จเท่านี้ฯ




Create Date : 28 กันยายน 2553
Last Update : 28 กันยายน 2553 12:53:43 น. 2 comments
Counter : 172 Pageviews.

 
แต่งบล็อกสวยจัง

อนุโมทนาบุญธรรมะทานวันนี้ด้วยค่ะ


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:9:11:18 น.  

 

อุ้มตามมาอ่านต่อค่ะคุณจันทร์


โดย: อุ้มสี วันที่: 28 กันยายน 2553 เวลา:10:42:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จันทร์ไพลิน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




********
********


ขอขอบคุณcodeและรูปสวยๆ
กรอบและlineน่ารักมากมาย
จาก
คุณ Kungguenter,
คุณLosocat,
คุณยายกุ๊กไก่,
และป้าเก๋า ชมพรค่ะ

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add จันทร์ไพลิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.