รักแท้นั้นยากหา สุดจะคว้ามาเชยชม

แต่มิตรแท้ที่นิยม ยิ่งยากหากว่ารักแท้




Group Blog
 
All blogs
 

รักในสิ่งที่ทำ !!!

 



ความรัก



             


ในวันที่ชีวิตกำลังสับสนว่าสิ่งที่ทำอยู่ มันดีที่สุด สำคัญที่สุด
มีคุณค่าความหมายกับชีวิตที่สุดจริงๆ หรือเปล่า
หรือแท้จริงแล้วชีวิตยังต้องการอะไรมากกว่านี้อีก
ยังต้องการสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งเป็นอยู่
เพื่อตอบสนองความสุขทางใจ
ยังต้องการนั่นโน่นนี่ เพื่อก้าวกระโดดไปให้ไกล
จากจุดที่เรารู้สึกว่ามันน่าเบื่ออีกใช่ไหม




เพราะบางทีสิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่ได้ท้าทายชีวิต
ให้สนุกมากไปกว่านี้อีกแล้ว
เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ทำให้เราฝันฟุ้งไปไกลเกินกว่าจะพอใจในจุดจุดเดิม
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อคำตอบคือ เราก็ยังต้องอยู่กับความเป็นจริง


 

ยังต้องอยู่กับสิ่งที่เป็น สิ่งที่ทำ และสิ่งเดิมๆ
ที่เรายังต้องเรียนรู้ต่อไป
ชีวิตเลยไม่มีความสุข อึดอัดใจ ไม่สบายเนื้อสบายตัว
อยู่ก็อยู่เพื่อผ่านพ้นไปวันๆ ทำในสิ่งที่ต้องทำ
ก็สักแต่ทำๆ ไปให้สิ้นเรื่องราว


 

อย่าทำบ้านให้แข็งแรงกว่าพื้นฐาน
จงทำพื้นฐานให้แข็งแรงกว่าบ้าน
รัก ที่จะใส่ใจในรายละเอียด
รัก ที่จะเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับสิ่งๆ นั้น
รัก ที่จะทำก่อนไม่มีโอกาสได้ทำ




ลองรักในสิ่งที่ทำ เห็นคุณค่า

นี่คือโอกาสดีที่เราจะได้พิสูจน์ตัวตน
พิสูจน์ความสามารถที่มีอยู่
แต่ไม่พยายามนำมันออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อย่ามัวแต่ต่อต้านมากกว่ายินดีต้อนรับ 
อย่ามัวแต่นับวันรอให้ตัวเองหลุดพ้น
มากกว่านับวันตั้งตารอความสำเร็จจากสิ่งที่ทำอยู่




ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
โดย : TARO






Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 16:26:21 น.
Counter : 50 Pageviews.  

ขวดแก้ว ... กับความรัก

 





ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต
 

          หยิบขวดแก้วมาหนึ่งขวด มีคนรักหนึ่งคน เติมน้ำในขวดแก้ว ครึ่งขวด หยิบต้นไม้ ใส่ลงไป เติมเต็มให้กับคนรัก ดูแล ห่วงใย เอาใจใส่กันและกัน
นำต้นไม้ในขวดแก้วไปวางไว้ในที่ ที่ เห็นว่าสมควร เก็บเอาคนรักไว้ในใจ ให้อิสระ ซึ่งกันและกันต้นไม้ในขวดแก้ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา ... 


           นานๆ เติมน้ำให้หน คนรัก ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้ากัน หรืออยู่ด้วยกันตลอดทั้งวัน แต่ไม่ลืมว่าเรามีกันและกัน ต้นไม้ในขวดแก้ว อยู่ได้ตามลำพัง ในขวดแก้วต้นเดียว ได้ตลอดไป คนรักต่างคนต่างอยู่ แต่ไม่ตลอดไป เมื่อถึงเวลาอันควรเมื่อใด เราจะไม่แยกจากกัน

            ต้นไม้ในขวดแก้ว ไม่มีวันตาย ถ้าไม่ขาดน้ำ คนรัก ไม่มีวันพรากจากกัน ถ้าหมั่นดูแลหัวใจของกันและกัน ที่สำคัญ คือการซื่อสัตย์ต่อคนรัก ต้นไม้ในขวดแก้ว แตกสลายได้ง่าย เมื่อเผลอไปปัด หรือวางในพื้นที่ไม่เรียบ - หมิ่นเหม่ คนรัก แตกแยกจากกันได้ยาก หากไม่แก้ปัญหา หันหน้าเข้าหากัน เอาเหตุผลมาคุยกัน ให้เกียรติกัน

            ทำไมต้นไม้ในขวดแก้ว ถึงไม่ตาย เมื่อมันไม่มีดิน เพราะต้นไม้บางต้นหยั่งรากได้ทั้งในน้ำ หรือ ใต้ดิน

           
ทำไมคนรักไม่หวงแหน หรือ ระแวง ว่าอีกคนมีใครซ่อนไว้หรือเปล่า เพราะรากฐานของคนสองคนอยู่ที่การไว้ใจ

            ดังนั้น ตันไม้ในขวดแก้ว จึงดูแลได้ง่าย เมื่อรู้ว่ามันเป็นพืชชนิดใด … แต่ "คนรัก"ยากนัก หากไม่รู้จักเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ไม่รู้จักการให้อภัย ไม่รู้จักการไว้ไจ เราก็จะไม่มีวันรู้จัก … ความรักที่แท้จริง


      







Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 2 กันยายน 2551 9:09:13 น.
Counter : 57 Pageviews.  

รัก - แท้

 



รักแม่


หลายปีมาแล้ว เช้าวันธรรมดาวันหนึ่ง ฝนตกพรำๆ ตั้งแต่เช้ามืด สองแม่ลูกจูงมือกัน เพื่อแม่จะไปส่งลูกน้อยขึ้นเรือไปโรงเรียน ที่โป๊ะเทียบเรือท่าน้ำศิริราช คนเบียดเสียดกันแน่น แม่กับลูกน้อยเบียดคนลงไปในโป๊ะ เพราะดีกว่าเปียกฝนที่เริ่มลงเม็ดหนาตา พอเห็นเรือที่ขาดช่วงไปนานกำลังจะเข้าเทียบท่า คนก็ยิ่งลงมาบนโป๊ะ หลายคนตะโกนบอกให้คนถอยกลับไป เพราะโป๊ะจะรับน้ำหนักไม่ไหว

ก่อนที่ใครจะรู้ตัว โป๊ะใหญ่ทรุดตัวลงไปในแม่น้ำ ท่ามกลางคลื่นลมแรง ทุกคนตะเกียกตะกายว่ายน้ำหนีมาขึ้นฝั่ง
แม่ของเด็กน้อยถูกลากขึ้นมา เธอร้องตะโกน "ช่วยลูกฉันด้วย ช่วยลูกฉันด้วย ลูกฉันว่ายน้ำไม่เป็น" ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ทุกคนพยายามเอาชีวิตรอด ไม่มีใครทันสังเกตเห็นหัวเล็กๆ ที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่กลางแม่น้ำ

ก่อนที่ใครจะทันรู้ตัว แม่คนนั้นกระโดดลงไปในแม่น้ำ ตะเกียกตะกายไปคว้าลูกน้อยไว้ ก่อนที่คลื่นจะซัดสองแม่ลูกไกลออกไปจากฝั่ง

เธอว่ายน้ำไม่เป็น ภาพสุดท้ายที่ทุกคนเห็นคือ แม่กอดลูกแนบไว้กับอก ก่อนจะค่อยๆ จมหายไป

แม่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่เธอก็เอาชีวิตโอบอุ้มลูกรักไว้ จนวินาทีสุดท้ายของชีวิต


ในชีวิตคนคนหนึ่ง จะมีใครสักกี่คน ที่ยอมแลกชีวิตเขาเพื่อเราได้
 

แม่ของเราอาจจะไม่ได้กระโดดน้ำลงไปช่วยเรา แต่ทุกครั้งที่เราจมลงไปทะเลทุกข์ แม่กระโดดลงไปอุ้มเราแนบไว้กับหัวใจแม่ตลอดเวลา

ลูกทุกข์...แม่ทุกข์กว่า ลูกเจ็บ...แม่เจ็บกว่า

เบื้องหลังความสำเร็จ การฝ่าฟันจนพ้นวิกฤติของคนมากมาย มีมือเล็กๆ ของแม่อยู่เบื้องหลัง




รักแม่ต้องทำดีเพื่อแม่


ถ้าวันนี้...ถามดิฉันว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการผ่านวิกฤตการณ์สำคัญทุกครั้งในชีวิต ตอบได้เลยทันทีว่า คือการมีครอบครัวอันเป็นที่รัก และรักเราอย่างที่สุด โดยไม่มีเงื่อนไข จนเราอัศจรรย์ใจว่าทำไมคนๆ หนึ่งถึงรักและถูกรักได้มากขนาดนี้

ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ดิฉันฟังว่า แม่เลิกกับพ่อทิ้งเธอไว้ในโรงเรียนประจำ ไม่มีใครเคยไปหาเธอ จนเธอต้องทำตัวเองให้แย่ที่สุด อย่างน้อยทุกครั้งที่ถูกโรงเรียนไล่ออก ก็ยังได้เจอหน้าพ่อหรือแม่บ้าง

ครั้งหนึ่งที่เธอไปเข้าหลักสูตรอบรมจิต ใจของเธอกรีดร้องว่า ทำไม ทำไมแม่ถึงทำเลวร้ายกับหนูแบบนี้ เธอเห็นภาพแม่น้ำตานองหน้า บอกเธอว่า เพราะแม่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะดีที่สุดกับลูก


แม่ของเราหลายคน มีเราตั้งแต่แม่ยังอายุไม่ถึง 25 เราไม่ได้เกิดมาพร้อมคู่มือส่วนตัวว่าแม่ควรพูดกับเราอย่างไร เวลาที่แม่เองก็เหนื่อย ท้อ หวาดกลัว มีปัญหาของตัวเอง

เราคาดหวังว่าพ่อแม่จะต้องรู้ ว่าจะพูดกับเราปฏิบัติกับเราอย่างไร ด้วยการกระทำคำพูดในเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด

เมื่อถึงวันหนึ่งที่เรามีลูกของตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพียงแค่มีคนรัก เราจะรู้เลยว่า มันไม่ง่ายเลยที่ใครสักคนจะเลือกทำ เลือกพูดได้อย่างเหมาะเจาะ เหมาะเวลา เหมาะใจอีกฝ่าย

แล้วทำไมเราถึงคาดหวังจากพ่อแม่มากมายขนาดนั้น


ผู้หญิงอีกคนเล่าว่า เธอไม่โชคดีเหมือนคนอื่น เธอมีแม่ที่โลภ เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เอาเปรียบ

แต่เชื่อเถอะ ไม่ว่าวันนี้จะดูเลวร้ายสักแค่ ไหน หลายๆ ขณะในชีวิตที่คุณเติบโตมาถึงวันนี้ ผู้หญิงโลภและเห็นแก่ตัวคนนั้น ได้เสียสละหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเพื่อคุณ จนคุณเติบโต มีอะไรบางอย่างพอที่คุณคิดว่าเธออยากจะได้ และเอาเปรียบในสิ่งที่คุณมี

ถ้าคุณคิดว่าแม่โลภ เห็นแก่ตัว เอาเปรียบ หรืออะไรก็แล้วแต่ แล้วตัวคุณเอง...เป็นอย่างไร 

ในความจริงของชีวิต ที่โดยเนื้อแท้แล้วเป็นของว่างเปล่า ทุกอย่างชั่วคราว มีขึ้นแล้วหายไปเหมือนฟองอากาศในน้ำ ไม่มีอะไรเป็นสาระที่แท้จริง ยังมีความรักของพ่อแม่ที่เป็นแก่น เป็นราก เป็นของจริงในชีวิตเราตั้งแต่วันเกิดจนวันตาย เป็นความมหัศจรรย์ที่เที่ยงแท้ ไม่ว่าเราจะมีสิ่งที่ไม่น่ารักมากสักแค่ไหน พ่อแม่ก็รักเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ


รู้อย่างนี้แล้ว อย่ายอมให้ชีวิตตัวเองจมลงไปในปัญหา อุปสรรค ความทุกข์ ความสัมพันธ์ ความทรงจำ ความเจ็บช้ำ หรืออะไรก็ตามแต่ที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาชีวิตจิตใจ

รู้ทันความรู้สึกนึกคิด จนไม่ว่าอะไรก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ถูกรู้ ใจจะเข้มเข็ง มั่นคง ตั้งมั่น ประคับประคองชีวิตตัวเอง

ดูแลพ่อแม่ได้ สมกับที่ท่านให้ชีวิตเรา


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Forward Mail
เรื่อง : ฐิตินาถ ณ พัทลุง
ภาพประกอบโดย Kapook.com






Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 16:22:50 น.
Counter : 72 Pageviews.  

อย่าลืม! เว้นช่องว่าง ในหัวใจ !

 




ข้อมูลจาก Forward mail
โดย คุณ lOve_pOnd




อย่าลืมเว้นช่องว่าง ในหัวใจ ไว้เติมความสุข
มันจะเป็นที่พักชั้นดี เวลาที่เหน็ดเหนื่อย
ความทุกข์ที่เกิดจากใจ ก็ต้องใช้หัวใจแก้
แค่เธอรู้ . . . ความสุขของเธออยู่ที่ไหน
ก็เอาหัวใจไปไว้ที่นั่นสักครู่




เคลียร์หัวใจให้มีที่ว่าง . . . มันจะทำให้ความทุกข์ในใจเราเบาบาง
และมีแรงคิดมีแรงดินต่อไป
เวลามีปัญหาในชีวิต ความรู้สึกติดลบแบบกู่ไม่กลับ
กำลังใจจากใครก็ช่วยไม่ได้
หรือแม้กระทั่งคนที่รักเรา หวังดีกับเรา ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา

 


เหมือนที่ฉันเคยได้ยินมา มีคนเคยฟูมฟายกับฉันว่า . . .
ความทุกข์ของเขาเกิดที่หัวใจของเขาเอง
ไม่ว่าพ่อ แม่ ลูกหรือความรักทั้งปวงในโลกที่มอบให้เขา
ก็ไม่สามารถทำให้เขาคลายทุกข์ได้
เพราะความทุกข์มันเกิดจากใจ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม

 


ฉันว่าตรงนี้ต้อง แก้ที่ใจ เราต้องหาตัวเองให้พบก่อนว่า . . .
ความสุขทางใจเราอยู่ตรงไหน แล้วเอาหัวใจไปไว้ตรงนั้นสักครู่
เอาความสุขตรงนั้นเข้ามาเติมเต็ม 
แล้วเบียดบังความทุกข์ออกไป
หรือให้มันน้อยลง เหลือช่องว่างในหัวใจมากขึ้น

 

เวลาที่หัวใจเป็นทุกข์ รู้สึกอ่อนแอ และติดลบมาก ๆ
ฉันจะอ่านหนังสือ แบบไม่หลับไม่นอนเพราะมันทำให้สมองไม่ว่าง
เบี่ยงเบนความคิด ไปคิดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านแทน
พอไม่ว่าง ก็ไม่คิดถึงเรื่องอื่น…
หนัก ๆ เข้า ก็จะรู้ว่าอารมณ์ไหนต้องอ่านหนังสืออะไร


 

เวลาที่หัวใจติดลบสุดๆ ฉันมักจะอ่านนวนิยาย
คนรอบๆ ตัวก็จะงงว่า เอ . . . ฉันอ่านนิยายด้วยเหรอ
ปกติไม่อ่านนี่ เอ๊ะ! ยังไง . . . ก็แปลว่าตอนนี้ไม่ปกติไงเลยอ่าน

สำหรับฉัน . . . การอ่านนิยาย มันคือการปลีกตัวเอง
จากโลกแห่งความจริง จากทุกๆ ความรู้สึก
เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครเลย
ไปเป็นใครสักคนในโลกใหม่
จะไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องที่ทุกข์

 


ผิดกับเพื่อนอีกคน . . .เวลาที่อารมณ์ดี ๆ เขาจะนอนอ่านนิยาย
แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่ถ้ากลุ้มใจอะไรขึ้นมา 
เขาจะอ่านบู๊ลิ้มแบบเอาเป็นเอาตาย

ในขณะที่เพื่อนฉันอีกคน . . .
ไม่ว่าจะกลุ้มใจอะไร เขาจะนอนดูการ์ตูนข้ามวันข้ามคืน
แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก! อยู่คนเดียว ไม่สนใจใครทั้งสิ้น





มีบางคนข้างๆ ฉันเล่นเกมแบบเด็กๆ
เล่นอย่างเอาเป็นเอาตายทุกวัน เล่นเป็นอาชีพ
เพราะนั่นคือความสุข คือหัวใจของเขา
ที่มีช่องว่างไว้หลบหนีความทุกข์อยู่เสมอ
อย่างน้อย แต่ละวันเขาก็ไม่มีเวลามานั่งทุกข์
หรือฟุ้งซ่านให้เสียสุขภาพจิต


          

เธออาจจะคิดว่า . . .
พฤติกรรมเหล่านั้น มันเป็นการหนีปัญหาเฉย ๆ
จะช่วยอะไรๆ ได้สักเท่าไหร่
ตามเหตุผลน่ะใช่ แต่ตามอารมณ์น่ะไม่ใช่

 


ถ้าเราอ่อนแอ ความทุกข์ในใจ จะมีอิทธิพลเหนือกว่า 
ต่อให้สู้ยังไงก็แพ้ การเคลียร์พื้นที่ในหัวใจให้มีช่องว่าง
บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ต้องใช้เหตุผลรองรับเสมอไป 
ที่ว่างแห่งความสุขของคนเราแตกต่างกัน 
เพียงแต่ต้องหามันให้เจอ





คนหลายคนพอเกิดความทุกข์ในใจ กลับมองข้ามตัวเอง 
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ที่ไหนคือ ความสุข ที่ไหนคือ ความทุกข์ 
อะไรต้องแก้ไข อะไรมีทางออก อะไรต้องทำใจยอมรับ 
หรือสิ่งไหนที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

ความอดทนของคนมีขีดจำกัด ถ้าหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์นั้น
มันก็ร้อนรนทรมาน ไม่มีทางสงบพอที่จะค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ

          

ฉันกำลังจะบอกเธอว่า . . .นี่เป็นการบริหารและจัดการภาวะทางใจ
ให้มันมีช่องว่างอยู่เสมอ
หัวใจคนเรา . . . มีพื้นที่เล็กนิดเดียวเอง
ถ้าเธอเล่นเอาอะไร ๆ ไปยัด ๆ ไว้มันก็เต็ม ก็แน่น



         


เราต้องรู้จักบริหาร . . .บางอารมณ์ บางความรู้สึก ให้เป็นสัดส่วน
หัวใจจะได้ทนทาน

"อย่าลืมว่าชีวิตของเธอยังอีกยาวไกล
เธอต้องใช้หัวใจอีกยาวนาน"








Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 16:18:08 น.
Counter : 42 Pageviews.  

ขยะ... ที่อยู่ในใจ

 





          ทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ

คำตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ  เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน  ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่

          ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น "ถังขยะ" ล่ะ

          คำตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง  ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ

 1. ความไม่พอใจ

         
มีหลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ  ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ  สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง  เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง  

          ขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่าโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ  มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง

          ถ้าเราเริ่มจากมองด้านดีของกันและกันแล้ว  ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ

 2. ความผิดหวัง

         
2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา  กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ  อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม  ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น

          ส่วนอนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร  กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์

 3. ความอิจฉาริษยา

         
ขยะอย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น  โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย  เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน

          จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี  ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา

 4. ความยึดมั่นถือมั่น

         
ขยะที่เพิ่มพูนความรกเรื้อรุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น  คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ  จนไม่สามารถปล่อยวาง ‘สิ่งนอกตัว’ เหล่านั้นลงได้

          ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้  พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม  

          ลองยอมรับความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น  แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย  ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง

 5. ความกลัว

         
ใจหลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว  กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ

          กลัวไปทำไม  เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น  ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด  บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย 

          จงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม

 6. ความอยาก

         
จง "อยาก" ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง  อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต

          ความทะเยอทะยานอยากเหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ  รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต  ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก  ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้

ทำอย่างไรให้ใจสะอาด

         
เริ่มจากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก  แล้วอยู่กับปัจจุบัน  อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย  นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขยะ ไม่เปิดรับขยะใหม่ๆ ให้ใจต้องสกปรกรกรุงรังอีก  เพื่อมีเวลาทำความสะอาดหัวใจให้ผ่องใส เบิกบาน

          ใจ...แท้จริงผ่องใสด้วยตัวของมันเอง  แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง

          อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน 


ข้อมูลโดย






Free TextEditor




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 16:15:41 น.
Counter : 39 Pageviews.  


MaeO
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบอ่าน"เพชรพระอุมา"มากกก
"เพชรพระอุมา"


รพินทร์ ไพรวัลย์

ม.ร.ว.ดาริน วราฤทธิ์

แงซาย / จักราช

ม.ร.ว.เชษฐา วราฤทธิ์

ม.ร.ว.อนุชา วราฤทธิ์

ไชยยันต์ อนันตรัย

มาเรีย ฮอฟมัน

บุญคำ

จัน

เส่ย

เกิด

คะหยิ่น

หนานอิน
Friends' blogs
[Add MaeO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.