MoJiKaNG
Group Blog
 
All blogs
 

เบื้องหลังยุทธภพ




















 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 3 มกราคม 2551 17:06:30 น.  

version 2003



เตียชุ่ยซัว,เตียบ่อกี้



จิวจี้เยี๊ยก



เตียเมี่ยง หรือ จ้าวหมิ่น



เสี่ยวเจียว



จูเอ๋อ, ฮึงลี้



เอี้ยปุ๊กหุ่ย



เอี้ยเซียว



กีเฮียวพู้



ราชสีห์ขนทอง



เต็งเมี่ยงกุง



มิกจ้อซือไถ้ กะ หลวงจีนเซ่งคุน(เฉินคุน)



หลวงจีนเซ่งคุน(เฉินคุน)



เตียซำฮง




ฮึงซู่ซู่



แม่เฒ่ากิมฮวย หรือ มังกรแพรม่วง



โอ้วแชงู้ กะ เตียบ่อกี้ ตอนเด็กๆ



อินทรีย์คิ้วขาว



ค้างคาวปีกเขียว



แม่นางแช่เอี้ย




 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 3 มกราคม 2551 16:49:22 น.  

ตัวละคร




เตียบ่อกี้
เตียบ่อกี้ หรือ จางอู่จี้ (Zhang Wuji, 張無忌) เป็นลูกของเตียชุ่ยซัว (จางชุ่ยซาน) ศิษย์คนที่ 5 ของ เตียซำฮง (จางซานฟง) และเป็นหลานของ พญาเหยี่ยวคิ้วขาว ฮึงเทียนเจี่ย มีพ่อบุญธรรมคือ ราชสีห์ขนทองเจี่ยซุ่น โตในเกาะน้ำแข็งอัคคี สมัยเด็กเมื่อกลับสู่แผ่นดินใหญ่ โดนผ่ามือภูตเร้นลับ พิษเย็นเข้าในร่าง พ่อและแม่โดนชาวยุทธ ถามหาราชสีห์ขนทองที่ครอบครองดาบฆ่ามังกร จึงฆ่าตัวตาย เตียบ่อกี้ เติบโตมากับเตียซำฮง แต่เพราะพิษเย็นในร่าง จึงต้องทรมานอยู่เรื่อยตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งเตียซำฮงได้ช่วยเหลือเซี่ยง้อชุนจากพวกชาวยุทธฝ่ายธรรมะ ทำให้เซี่ยง้อชุนซาบซึ้งใจมาก จึงได้อาสาพาเตียบ่อกี้ไปรักษากับหมอเทวดาแห่งเม่งก้านามว่าโอ้วแชงู้ที่หุบเขาผีเสื้อ ทำให้เตียบ่อกี้ได้รับการถ่ายทอดวิชาแพทย์ เมื่อเติบโต ได้มีโอกาสฝึกพลังเก้าเอี๊ยง(พลังเก้าสุริยัน) ซึ่งเสริมธาตุหยาง พิษไอเย็นที่เป็นธาตุหยินจึงหายไป และ ได้มีวาสนาได้ฝึกคัมภีร์เคลื่อนย้ายจักรวาล จึงได้ขึ้นเป็นประมุขนิกายเม้งก่า เนื่องจากเตียบ่อกี้เป็นชายหนุ่มรูปงามจึงมีสาวงามหลายคนมาหลงรัก คือ เตี๋ยเมี่ยงหรือหมิ่นหมิ่นเทอมู่เอ่อร์องค์หญิงแห่งมองโกล จิวจี้เยียกสาวงามศิษย์แม่ชีแห่งง้อไบ๊ ฮึงลี้หรือตูยี้ญาติผู้น้อง และเสี่ยวเจียวหญิงสาวผู้มีประวัติความเป็นมาอันลึกลับยิ่งนัก


จิวจี้เยี๊ยก
จิวจี้เยี๊ยกเดิมเป็นบุตรสาวคนแจวเรือ ในขณะที่ได้มีการปะทะกันระหว่างเซี่ยง่อชุนและชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะทำให้พ่อของนางต้องมาตายลง ระหว่างนั้นเตียซำฮงแห่งบู๊ตึ๊งได้เข้ามาช่วยหลือเซี่ยง่อชุนและได้พาจิวจี๊เยี๊ยกไปฝากฝังเป็นศิษย์ของแม่ชีมิกจ้อแห่งสำนักง้อไบ๊ จิวจี้เยี๊ยกมีความรักที่มั่นคงแต่เพียงเตียบ่อกี้ แต่โชคร้ายเนื่องจากเตียบ่อกี้ได้ขึ้นเป็นประมุขเม้งก่าซึ่งมีความแค้นกับแม่ชีมิ๊กจ้ออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้แม่ชีมิ๊กจ้อบังคับให้จิวจี้เยี๊ยกสาบานว่าจะไม่รักเตียบ่อกี้เด็ดขาด และจะไม่แต่งงานกันพร้อมทั้งมอบตำแหน่งเจ้าสำนักง๊อไบ๊ให้และบอกความลับเกี่ยวกับกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร หลังจากที่แม่ชีมิ๊กจ้อมรณภาพลง จิวจี้เยี๊ยกถูกแม่เฒ่ากิมฮวยบังคับให้ไปเกาะงูศักดิ์สิทธิ์กับนาง ที่นั่นจิวจี้เยี๊ยกได้พบกับเตียบ่อกี้อีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้นเตียบ่อกี้มากับเตี๋ยเมี่ยง และเสี่ยวเจียวเพื่อมาตามหาเจี่ยซุ่นผู้เป็นบิดาบุญธรรม จิวจี้เยี๊ยกรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะที่เกาะนั้นมีทั้งกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกรอยู่ จิวจี้เยี๊ยกจึงวางแผนใส่ร้ายเตี๋ยเมี่ยงและขโมยกระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกรเพื่อเอาสุดยอดเคล็ดวิชาในนั้น เพื่อที่จะขับพิษผงสิบหอมที่อยู่ในร่างของจิวจี้เยี๊ยก เจี่ยซุ่นจึงขอร้องแกมบังคับให้เตียบ่อกี้หมั้นหมายกับจิวจี้เยี๊ยก และจะแต่งงานกันเมื่อกลับไปถึงแผ่นดินใหญ่ ในงานแต่งงานของจิวจี้เยี๊ยกกับเตียบ่อกี้ เตี๋ยเมี่ยงไม่อาจทนอยู่ได้จึงเข้ามาขัดขวางพร้อมทั้งทวงสัญญาข้อสอง ขอให้เตียบ่อกี้ล้มเลิกงานแต่งงานโดยหยิบเส้นผมของเจี่ยซุ่นออกมาขู่ เตียบ่อกี้จึงวิ่งออกจากงานแต่งงานไป จิวจี้เยี๊ยกจึงต้องกลับง้อไบ๊ด้วยความแค้นและฝึกวิชากงเล็บกระดูกขาวจนกระทั่งกลายเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง เพื่อหวังที่จะล้างแค้นเตียบ่อกี้


เตี๋ยเมี่ยง
เตี๋ยเมี่ยงหรือจ้าวหมิ่น เป็นธิดาของจ้าวลื่ออ๋องแม่ทัพแห่งมองโกล มีชื่อเต็มว่า หมิ่นหมิ่นเทอมู่เอ่อร์ เล้งอ๋องได้รับบัญชาให้ทำหน้าที่ปราบกบฏ จึงได้มอบหมายหน้าที่นี้ให้กับองค์หญิงหมิ่นหมิ่นไปทำ หมิ่นหมิ่นได้พบกับเตียบ่อกี้หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้ปะทะกันโดยตรง จนกระทั่งวันหนึ่งหมิ่นหมิ่นยกพวกไปบุกบู๊ตึ๊งโดยอ้างว่าตนคือเตียบ่อกี้แห่งเม้งก่า แต่คราวนั้นเตียบ่อกี้ซึ่งล่วงหน้ามารอก่อนแล้วได้แสดงถึงวรยุทธ์อันสูงส่งของตนให้ทุกคนประจักษ์ทำให้หมิ่นหมิ่นต้องล่าถอย เพื่อช่วยเหลือฮึงลี้เต้งผู้เป็นศิษย์น้องของบิดา เตียบ่อกี้จึงต้องยอมสัญญาว่าจะทำงานให้หมิ่นหมิ่น 3 ข้อ โดยที่ข้อแรกหมิ่นหมิ่นขอให้เตียบ่อกี้พาไปดูดาบฆ่ามังกร เตียบ่อกี้จึงจำเป็นต้องรับปากและพาไปเกาะน้ำแข็งอัคคี ในระหว่างเดินทางเตียบ่อกี้ได้พบแม่เฒ่ากิมฮวยกำลังบังคับให้จิวจี้เยี๊ยกตามนางไป เตียบ่อกี้ หมิ่นหมิ่น และเสี่ยวเจียวจึงต้องเดินทางไปเกาะงูศักดิ์สิทธิ์แทน บนเกาะงูศักดิ์สิทธิ์ จิวจี้เยี๊ยกซึ่งต้องการกระบี่อิงฟ้าดาบฆ่ามังกรตัดสินใจวางยาทุกคน ฆ่าฮึงลี้ญาติผู้น้องของเตียบ่อกี้ และนำหมิ่นหมิ่นไปลอยแพเพื่อเตรียมใส่ความ โชคดีหมิ่นหมิ่นรอดมาได้ ถูกเตียบ่อกี้เข้าใจผิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เตียบ่อกี้ก็ใจอ่อนเกินกว่าจะทำร้ายนาง อีกทั้งความผูกพันที่มีทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรมากมายนัก ในวันแต่งงานของเตียบ่อกี้กับจิวจี้เยี๊ยก หมิ่นหมิ่นตัดสินใจตามไปขัดขวาง พร้อมทั้งขอให้ทำงานชิ้นที่สอง คือขอไม่ให้แต่งงานกับจิวจี้เยียกโดยใช้ราชสีห์ขนทองมาเป็นเครื่องมือข่มขู่ เตียบ่อกี้ไม่มีทางเลือกจึงต้องตามออกไป ในที่สุดเตียบ่อกี้ตัดสินใจออกจากเม้งก่าเพื่ออยู่กับหมิ่นหมิ่นอย่างสงบสุข และหมิ่นหมิ่นได้ขอสัญญาข้อที่สามคือขอให้เตียบ่อกี้เขียนคิ้วให้

เสี่ยวเจียว
เป็นสาวน้อยลึกลับที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป เข้ามาอยู่กับนิกายเม้งก่าในฐานะสาวใช้ หน้าตาขี้เหร่ แต่แท้ที่จริงสวมกากไว้ ใบหน้าจริงงดงามมาก เป็นลูกสาวของแม่เฒ่ากิมฮวย และเป็นประมุขสาขาใหญ่นิกายเม้งก่าที่ เปอร์เซีย ฐานะที่แท้จริงเป็นเจ้าหญิง

ตูยี้, ฮึงลี้
ตูยี้ (จูเอ๋อ) หรือฮึงลี้ เป็นลูกพี่ลูกน้องของเตียบ่อกี้ เป็นลูกสาวของพี่ชายของฮึงซู่ซู่ หลงรักเตียบ่อกี้อยู่ข้างเดียว มีความแค้นต่อพ่อที่ทำให้แม่ของตัวเองต้องตาย ตูยี้มีหน้าตาอัปลักษณ์ เพราะฝึกวิชาแมงมุมพิษเพื่อจะเป็นเซียนพิษ ทำให้พิษทำลายโฉมหน้าของนางจนหมดสิ้น เลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกายล้วนเป็นพิษทั้งสิ้น ตูยี้เป็นศิษย์ของแม่เฒ่ากิมฮวย ตอนที่จิวจี้เยี๊ยกชิงดาบฆ่ามังกรกับกระบี่อิงฟ้า ตูยี้เป็นคนเดียวที่เป็นพยานรู้เห็น จี้เยี้ยกจึงฆ่าตูยี้เพื่อหวังปิดปาก แต่เหตุการณ์กลับกัน เพราะนอกจากตูยี้จะไม่ตายแล้ว เลือดพิษในตัวยังไหลออกไปหมด ทำให้ตูยี้คืนชีพขึ้นมา และหน้าตายังหายอัปลักษณ์อีกด้วย

เตียซำฮง
เตียซำฮงเป็นเจ้าสำนักของสำนักบู้ตึ๊ง ผู้คิดค้นวิชาไท้เก้ก มีชื่อเดิมว่าเตียกุนป้อ เป็นเด็กวัดของสำนักเสี้ยวลิ้ม (เส้าหลิน)มีหน้าที่คอยดูแลหอพระธรรมร่วมกับกักเอี้ยงไต้ซือผู้เป็นอาจารย์ กุนป้อและกักเอี้ยงไต้ซือได้มีโอกาสได้ฝึกพลังนวภพ(พลังเก้าเอี้ยง)จากคัมภีร์นวภพ(คัมภีร์เก้าเอี้ยง)ที่ปรมาจารย์ตักหม้อบัญญัติไว้ โดยทั้งคู่คิดเพียงว่าเป็นวิชาช่วนเสริมความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้น และนอกจากพลังนวภพแล้วกุนป้อก็ไม่ได้ฝึกพลังการต่อสู้อื่นเลย ต่อมาเซียวเซียงจื้อและอีเคอซีแห่งมองโกลได้ใช้แผนชั่วร้ายเข้ามาในวัดและขโมยคัมภีร์นวภพออกไป กุนป้อและ กักเอี้ยงไต้ซือได้ออกตามหา จนเกิดการต่อสู้กัน ด้วยการชี้แนะจากเอี้ยก่วยบวกกับพลังปราณนวภพภายในตัวทำให้สามารถเอาชนะได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่ปรากฏว่าไม่พบคัมภีร์นวภพที่ทั้งคู่ สองศิษฐ์อาจารย์จึงต้องกลับวัดไปมือเปล่า กักเอี้ยงไต้ซือโดนลงโทษโดยต้องแบกนำขึ้นลงจากวัดทุกวัน หลายปีต่อมา ฮ่อจกเต๋า หรือฉายาสามศักดิ์สิทธิ์คุนลุ้น ได้เดินทางมายังเสี้ยวลิ้ม เพื่อบอกว่า อีเคอซีและเซียวเซียงจื้อเดินทางมาถึงยอดเขาคุนลุ้น เกิดการต่อสู้เพื่อแย่งคัมภีร์นวภพกันจนล้มตายทั้งคู่ ก่อนตายอีเคอซีได้ฝากฮ่อจกเต๋ามาบอกเสี้ยวลิ้มว่า "คัมภีร์อยู่ในน้ำมัน" แต่เนื่องจากเกิดการขัดคอกัน ฮ่อจกเต๋าจึงคิดจะรับคำชี้แนะจากเสี้ยวลิ้ม กุนป้อได้มีโอกาสต่อสู้ และด้วยพลังนวภพที่ฝึกมาหลายปีบวกกับกระบวนท่าที่ได้รับมาจากเอี้ยก่วยอีกเล็กน้อย ทำให้กุนป้อเอาชนะฮ่อจกเต๋าได้ แต่เนื่องจากกฏของเสี้ยวลิ้มห้ามให้ศิษฐ์ในวัดห้ามแอบฝึกวิชาโดยไม่ได้รับอนุญาติ กุนป้อจึงกลายเป็นศิษฐ์ทรยศ ด้วยความช่วยเหลือจากกักเอี้ยงไต้ซือ กุนป้อจึงหนีรอดมาได้ คืนนั้น ก่อนที่กักเอี้ยงไต้ซือจะมรณภาพ ได้ถ่ายทอดพลังนวภพให้กับกุนป้อ,ก๋วยเซียง และบ้อเส็กเซียงสือแห่งเสี้ยวลิ้มที่ฟังอยู่ด้านข้าง ต่งคนต่างจำได้คนละส่วน หลังจากนั้นก็มรณภาพ ไม่นานหลังจากนั้น กุนป้อก็เดินทางไปถึงภูเขาแห่งหนึ่ง เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นเตียซำฮงและก่อตั้งสำนักบู๊ตึ๊งขึ้น ส่วนก๋วยเซียงซึ่งได้รับฟังเคล็ดพลังนวภพจากกักเอี้ยงไต้ซือเช่นกันก็ได้บวชเป็นชี และก่อต้งสำนักง่อไบ๊ขึ้นเช่นกัน

เอี้ยเซียว
เอี้ยเซียว ทูตซ้ายแห่งพรรคจรัส หรือ นิกายเม้งก่า กีเฮียวพู้ คือ ศิษย์เอกแห่งสำนักง้อไบ๊ ความรักของทั้งคู่เป็นที่ประทับใจต่อผู้ที่ได้ชมได้อ่าน นอกจากนี้บุตรสาวของทั้งคู่ คือ เอี้ยปุ๊กหุ่ย ซึ่งในละครมักจะมีแคแรกเตอร์ที่น่ารัก เป็นที่จดจำไม่รู้เลือน

เอี้ยปุ๊กหุ่ย
เอี้ยปุ๊กหุ่ยเป็นลูกสาวของกีเฮียวพู้ และ เอี้ยเซียว หลังจากที่กีเฮียวพู้ถูกเอี้ยเซียวลักพาตัวไป เมื่อทั้ง 2 ได้อยู่ใกล้ชิดกันจนกลายเป็นความรัก เอี้ยปุ๊กหุ่ย เป็นน้องสาวที่เตียบ่อกี้รักมากคนหนึ่ง อยู่กับเตียบ่อกี้มาตั้งแต่เล็กๆ ได้มารู้ความจริงทีหลังว่าพ่อกับแม่ของตนทำผิดต่อฮึงหลีเต็ง และเห็นว่าฮึงหลีเต็งพิการจากฝีมือเซ่งคุน จึงเกิดความเห็นใจ สงสาร จนกลายเป็นความรักต่อกัน จึงได้ตกลงใจจะรัก และดูแลฮึงหลีเต็งต่อไปจนชั่วชีวิต เอี้ยปุ๊กหุ่ยมีหน้าตาคล้ายกับกีเฮียวพู้ผู้เป็นแม่มาก ชื่อของปุ๊กหุ่ย แปลว่า ไม่สำนึก, ไม่เสียใจ (ปู้หุ่ย) เพราะกีเฮียวพู้ไม่เคยนึกเสียใจเลย ที่รักเอี้ยเซียว

มิกจ้อซือไถ้
แม่ชีมิกจ้อซือไถ้เป็นเจ้าสำนักแห่งง่อไบ๊มีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ มีฝีมือเก่งกาจแต่ได้ฉายาว่าถือดีงี่เง่า แต่มีกระบี่อิงฟ้าครอบครอง มีความแค้นต่อพรรคเม้งก่าโดยเฉพาะเอี้ยเซียว ก่อนตายได้บอกความลับของกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร ให้กับจิวจี้เยี้ยกซึ่งเป็นเจ้าสำนักรุ่นที่ 4

แม่เฒ่ากิมฮวย
แม่เฒ่ากิมฮวย มีฉายาว่า "มังกรเสื้อม่วง" หรือ "มังกรแพรม่วง" เป็นแม่ของเสี่ยวเจียว เป็นกุมารีของประมุขสาขาใหญ่นิกายเม้งก่าที่เปอร์เซีย มีชื่อเดิมว่าไดอีซี่ ได้รับคำสั่งให้มาเข้าร่วมเม้งก่าในแผ่นดินตงง้วนเพื่อหาทางขโมยเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล นางประกอบความดีความชอบจนได้รับขึ้นชื่อเป็นอันดับ 1 จาก 4 เจ้าพิทักษ์โลกบาลแห่งเม้งก่า ต่อมานางออกจากเม้งก่าและไปใช้ชีวิตคู่อยู่กับท่านใบไม้เงินฮั่งโชยเฮียะ

เต็งเมี่ยงกุง
ศิษย์พี่ของจิวจี้เยี้ยก เป็นศิษย์ร่วมรุ่นกับกีเฮียวพู้ เป็นคนทะเยอทะยาน

โอ้วแชงู้
หมอเทวดา ผู้ถ่ายทอดวิชาการแพทย์แก่เตียบ่อกี้

แม่นางแซ่เอี้ย
เจ้าสำนักสุสานโบราณ ทายาทรุ่นหลานของเอี้ยก้วย และเซียวเหล่งนึ่ง วรยุทธ์ลึกล้ำสุดคาดเดา เอาชนะกรงเล็บกระดูกขาวของจิวจี้เยี้ยกได้ในกระบวนท่าเดียว ไม่เปิดเผยชื่อจริง ทิ้งท้ายคำพูดไว้เป็นปริศนาแก่เตียบ่อกี้ว่า "หลังภูเขาจงหนำ ในสุสานโบราณ คู่รักเจ้าอินทรี สาปสูญจากยุทธภพ" อีกทั้งยังขอฝากอนาคตของพรรคกระยาจกไว้ที่เตี้ยบ่อกี้อีกด้วย

ค้างคาวปีกเขียว
มีวิชาตัวเบาที่เป็นเลิศเเต่เนื่องจากฝึกวิชาฝ่ามือไหมเย็น จนธาตุไฟเข้าเเทรกทำให้ต้องดื่มเลือดของมนุษย์เพื่อคลายพิษของตัวเอง เคยดูดเลือดของเตียบ่อกี้สมัยเด็กด้วยความเข้าใจ ภายหลังได้เตียบ่อกี้ ใช้วิชาเก้าเอี้ยงช่วยขับพิษดังกล่าวให้ ค้างคาวปีกเขียวจึงซึ้งในพระคุณ ได้เป็นกำลังสำคัญตั้งใจฟื้นฟูนิกายเม้งก่า




 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 3 มกราคม 2551 15:12:15 น.  

เรื่องย่อ



ปลายราชวงศ์หยวนเป็นที่กล่าวขานในยุทธภพว่าหากผู้ใดได้ครอบครองดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าแล้วผู้นั้นจะพบความลับอันยิ่งใหญ่ที่
ซุกซ่อนอยู่ในสิ่งล้ำค่าทั้งสอง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ชาวยุทธต่างฆ่าฟันกันเพื่อให้ได้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้ามาครอบครอง

เตียซำฮงปรมาจารย์สำนักบู๊ตึ๊งมีคำสั่งให้ยู้ไต๋ง้ำศิษย์คนที่สามลงเขาไปช่วยปัดเป่าทุกข์ให้แก่ชาวบ้าน นึกไม่ถึงว่ายู้ไต๋ง้ำต้องเข้าไปพัว
พันกับสำนักเกลือสมุทรกับสำนักทรายทะเลซึ่งกำลังแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกันอยู่ จนถูกลอบทำร้ายกลายเป็นคนพิการเตียชุยซัวศิษย์คนที่ห้าออกตามหาคนร้าย
ระหว่างทาง เตียชุยซัวได้รู้จักกับฮึงซู่ซู่แห่งสำนักอินทรีย์ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่รักกัน ทั้งสองตระหนักดีว่าธรรมและอธรรมไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้บนดอย
ราชันย์ในทะเลบูรพา บรรดาชาวยุทธต่างพากันแย่งชิงดาบฆ่ามังกรกัน เพื่อช่วยชีวิตบรรดาชาวยุทธไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่จึงถูกราชสีห์ขนทองเจี่ยสุ่งจับตัว
ไปยังเกาะร้าง เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่แต่งงานบนเกาะร้าง ทั้งสองให้กำเนิดลูกชายชื่อว่าเตียบ่อกี้ เตียชุยซัวและเจี่ยสุ่งก็ได้สาบานเป็นพี่น้องกัน

สิบปีต่อมา ทั้งสี่พากันเดินทางกลับสู่จงหยวน นึกไม่ถึงว่าเพราะดาบฆ่ามังกรปรากฏขึ้นในยุทธภพจนเป็นเหตุให้ชาวยุทธต่างเข่นฆ่าแย่ง
ชิงกันเพื่อให้ได้ดาบมังกรมาครอบครอง การแต่งงานของเตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่นำมาซึ่งความบาดหมางระหว่างฝ่ายธรรมและอธรรม เพื่อปกป้องเจี่ยสุ่งพี่ร่วม
สาบานเอาไว้ เตียชุยซัวและฮึงซู่ซู่ยอมตายโดยไม่ปริปากบอกที่ซ่อนดาบฆ่ามังกร ทั้งสองตัดสินใจฆ่าตัวตาย เตียบ่อกี้ซึ่งยังเยาว์อยู่นั้นเห็น พ่อแม่ตายไปต่อ
หน้าต่อตาซ้ำร้ายังถูกสองผู้เฒ่าทมิฬทำร้าย เตียซำฮงพาเตียบ่อกี้เดินทางไปวัดเส้าหลินเพื่อขอยืมคัมภีร์ย้ายเส้นเอ็นขจัดพิษในร่างให้เตียบ่อกี้ ระหว่างทาง
ต้องพบกับความเป็นความตายมากมาย เตียบ่อกี้อาศัยความมานะบากบั่นและจิตใจที่ดีงามจนสำเร็จวิชาแพทย์ ทั้งยังสำเร็จวิชาเก้าสุริยันสามารถขจัดพิษ
ในร่างได้ นอกจากนี้ยังได้เข้าไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างพรรคจรัสกับชาวยุทธ จนได้เป็นประมุขพรรคจรัสในที่สุด

ในเวลาเดียวกัน เตียบ่อกี้ต้องอยู่ในวังวนแห่งความรักของเตียเมี่ยงองค์หญิงแห่ง มองโกล,จิวจี้เยี้ยกหญิงสาวที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกัน
, ฮึงลี้ลูกพี่ลูกน้องและเซียวเจียวสาวใช้ เตียบ่อกี้ไม่รู้จะทำอย่างไร ยากที่จะตัดสินใจเลือกใคร ดาบฆ่ามังกร และกระบี่อิงฟ้าเป็นสิ่งที่ล่อใจชาวยุทธให้พากัน
ตาม ล่าช่วงชิงของสองสิ่งจากเจี่ยสุ่งและจิวจี้เยี้ยก ทำให้เตียบ่อกี้และเตียเมี่ยงต้องเข้าไปพัวพัน เพื่อพ่อบุญธรรม เพื่อขัดขวางแผนการอันชั่วร้าย เตียบ่อกี้
วางแผนให้ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าห้ำหั่นกัน ดาบฆ่ามังกรและกระบี่อิงฟ้าต่างเป็นศัตราวุทธที่ล้ำเลิศ เมื่อทั้งสองสิ่งต้องทำลายล้างกัน ทำให้ทั้งสองสิ่งถูก
ทำลายลงจนปรากฏความลับอันหนึ่ง ภายในดาบฆ่ามังกรได้ซุกซ่อนคัมภีร์พิชัยสงคราม ส่วนกระบี่อิงฟ้าได้ซุกซ่อนคัมภีร์นพเก้า

ในเวลานี้เองเตียบ่อกี้ถึงเข้าใจความหมายของดาบฆ่ามังกรปกครองทั่วหล้า กระบี่อิงฟ้าไม่ปรากฏใครกล้าต่อกร คนคนหนึ่งหากมีอำนาจล้น
ฟ้าก็จะลุแก่อำนาจ แต่ก็มีคนซึ่งเหมือนกระบี่อิงฟ้าที่กล้าออกมาต่อกร เตียบ่อกี้เข้าใจสัจธรรมในยุทธภพเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสละตำแหน่งประมุขพรรคจรัส
ถอนตัวจากยุทธภพพร้อมกันกับเตียเมี่ยงและจิวจี้เยี้ยก




 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 3 มกราคม 2551 14:50:43 น.  

กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร



ดาบมังกรหยก

มังกรหยก ภาค 3 เตียบ่อกี้ หรือ ดาบมังกรหยก
Yi Tian Tu Long Ji อีเทียนถูหลงจี้
ชื่อภาษาอังกฤษ Heaven Sword and Dragon Sabre


เรื่อง อี้เทียนโต้วเล้งกี่ (ภาษาจีนกลาง ออกเสียงเป็น อีเทียนถูหลงจี้, Yi Tian Tu Long Ji และภาษาอังกฤษใช้ตรงตัวว่า The Heaven Sword and Dragon Slaying Sabre (กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร) เป็นผลงานการประพันธ์ชิ้นเยี่ยมของปรมาจารย์นักประพันธ์นิยายวรยุทธกำลังภายในของฮ่องกง นาม กิมย้ง (จินหยง) เป็นสุดยอดนิยายจีนกำลังภายใน ที่เป็นการพัฒนาไปสู่แนวทางใหม่ของท่าน เป็นการนำเอาลักษณะจินตนิยมเข้าผสมผสานกับอัตถนิยมได้อย่างแนบเนียน สนุกสนานไปกับจินตนาการอันบรรเจิดของผู้ประพันธ์ "ดาบเล่มนี้อุบัติเพื่อพิฆาตมังกรฮ่องเต้มองโกล จึงต้องอิงฟ้าเพื่อมรรคผล"

อีเทียนถูหลงจี้ ได้รับการแปล หลายสำนวน เริ่มตั้งแต่ของ จำลอง พิศนาคะ ที่แปลใช้ชื่อว่า มังกรหยกภาค 3 - 4 และต่อมา มีสำนวนของ น. นพรัตน์ ใช้ชื่อ ดาบมังกรหยก และ สำนวนของ คนบ้านเพ จุดเด่นของบทประพันธ์ชิ้นนี้อยู่ที่โครงเรื่องที่แทรกซ้อนกันอยู่หลายตอน มีตัวละครมาก แต่ กิมย้ง ก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดูสนุก และ ไม่สับสน

ในขณะที่เนื้อเรื่องของมังกรหยกสองภาคแรกเกี่ยวเนื่องกันอย่างมาก ปมหลายอย่างจากภาคหนึ่งได้ยกมาคลายในภาคสอง แต่สำหรับดาบมังกรหยกแล้ว เนื้อเรื่องจะเป็นยุคถัดจากนั้นมา 70-80 ปี ซึ่งตัวเอกจากสองภาคแรกเริ่มจะกลายเป็นตำนานเล่าขานในยุทธจักรของภาคนี้

เหตุการณ์ในภาคสามนี้ อยู่ในช่วงที่ราชวงศ์หยวนกำลังล่มสลาย และราชวงศ์หมิง (ของชาวจีนฮั่น) กำลังสถาปนา

ตัวละครเรื่องถูกจัดเป็น ตัวละครกลุ่ม ที่มีความเด่นแทบจะทุกตัวโดย กิมย้ง มีการกระจายบทได้ดีลักษณะแบบนี้มักจะปรากฏอยู่ในนิยายดัง ๆ หลายเรื่องของยอดนักเขียนผู้นี้ เนื้อหาหลักของ ดาบมังกรหยก แบ่งได้สองส่วนคือ ความรัก ระหว่าง ห้าจอมยุทธ์แห่งสำนักบู๊ตึ้ง เตียชุ่ยซัว และ บุตรีของจ้าวอินทรีคิ้วขาว แห่งพรรคมาร ฮึงซู่ซู่ กับ รุ่นลูก เตียบ่อกี้ กับบรรดาสาวงามทั้งสี่ คือ เตียเมี่ยง จิวจี้เยียก เสี่ยวเจียว และตูยี้

ชะตากรรมของเตียบ่อกี้ และผู้หญิงที่เขารักในดาบมังกรหยก ผู้หญิงสี่คนนั้น มีเพียงเตี่ยเมี่ยงที่กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง จิวจี้เยียกก็ทำตามคำสั่งอาจารย์ คืออาจารย์ขีดเส้นให้เดินจนบางครั้งก็เป็นคำสั่งที่อคติเกินไป เพียงแต่ชีวิตของจิวจี้เยียกลงเอยคนละแบบกับกีเฮียวพู้ เสี่ยวเจียวก็โดนบีบคั้นจากสถานการณ์ต่างๆ ให้เสียสละตนเอง เตียเมี่ยงทำทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ แต่ก็ต้องแลกกับความสูญเสียหลายอย่าง สำหรับตูยี้ มองโลกในแง่ร้าย มีเพียงรักในวัยเด็กเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจ

ส่วนเตียบ่อกี้ เป็นคนมีความกตัญญู แต่ไม่ได้มีมโนปณิธานที่ยิ่งใหญ่ ทำทุกอย่างไปตามสถานการณ์ให้ดีที่สุดเฉพาะหน้า

นอกจากประเด็นความรัก แล้ว กิมย้ง ยังสอดแทรกสาระต่าง ๆ เข้ามามากมาย อาทิ ขนบธรรมเนียม ความคิดแบบคนหัวเก่า พรรคมารที่ผดุงคุณธรรม จอมยุทธฝ่ายธรรมะที่มีแต่ความโลภ คุณธรรมน้ำมิตร และเรื่องความรักระหว่างศิษย์พี่น้อง รวมถึงการเสียสละเพื่อชาติเพื่อราษฎร

กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร คือสุดยอดศาสตราวุธที่ถูกนำมาใช้เป็นปมเรื่องของ ดาบมังกรหยก ตัวละครที่เคยโผล่จาก มังกรหยกภาค 1 - 2 ต่างมาปรากฏตัวในภาคนี้ อาทิ ก๊วยเซียง ที่มีบทบาทสำคัญในช่วงต้นเรื่อง หรือบางตัวอาทิ ก๊วยเจ๋ง กับ อึ้งย้ง ก็ถูกนำมาเอ่ยถึง เช่นเดียวกับบรรดาลูกหลานของตัวละครสำคัญต่างเข้ามามีบทบาทในภาคนี้

ดาบมังกรหยก สมควรจัดแบ่งเป็นสามตอน ตอนแรกเป็นการดำเนินเรื่องสืบต่อจาก จอมยุทธ์เจ้าอินทรีเอี้ยก่วย ส่วนตอนที่สอง เริ่มเมื่ออีกเจ็ดสิบปีให้หลัง จับความในตอนผู้ก่อตั้งสำนักบู๊ตึง...เตียซำฮง ได้เป็นปรมาจารย์วิชาบู๊แล้ว ตัวละครสำคัญในตอนที่สองประกอบด้วย เตียฉุ่ยซัว ฮึงซู่ซู่ และ เจ้าราชสีห์ขนทองเจี่ยซุ่น ส่วนตอนที่สามซึ่งกินความถึงร้อยละเจ็ดสิบของเรื่อง ค่อยเป็นเรื่องราวของตัวเอกนามเตียบ้อกี๋ นับเป็นนิยายกำลังภายในที่มีโครงสร้างพิเศษพิสดารยิ่ง

ดาบมังกรหยก ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นนิยายกำลังภายในที่มีฉากการต่อสู้มากที่สุด ทั้งศึกใหญ่ศึกเล็กนับร้อยฉาก ตลอดทั้งเรื่อง ประกอบด้วยตัวละครจำนวนมาก มีเค้าโครงปลีกย่อยอันหลากหลายแต่ก็ไม่สับสนวุ่นวาย กล่าวได้ว่าเป็นผลงานที่มีพัฒนาการกว่าเดิม และปิดฉากของชุดไตรภาคมังกรหยกอย่างสวยงาม

เรื่อง ดาบมังกรหยก ถอดความจากต้นฉบับ อี้เทียนตู้เล้งกี่ ซึ่งแปลได้ความว่า บันทึกอิงฟ้าพิฆาตมังกร โดยเป็นช่วงเหตุการณ์หลังจากที่เผ่ามองโกลโค่นล้มราชวงศ์น่ำซ้อง (หรือซ้องยุคปลาย) ปกครองแผ่นดินจีนเป็นผลสำเร็จ (ประมาณ ค.ศ.1276) และสถาปนาเป็นราชวงศ์ง้วน (แรกไพศาล) โดยหยิบยกนำมาจากตำไต้ไจ่เคี่ยงง้วน ซึ่งจัดอยู่ลำดับแรกแห่งศาสตร์อี้จิง และแปลได้ความหมายว่า แรกฟ้ายิ่งใหญ่ไพศาล ชาวฮั่นที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมองโกล ได้รับความเดือดร้อนลำเข็ญแสนสาหัส จึงปรากฏกลุ่มบุคคลตั้งปณิธานกอบกู้พื้นปฐพีกลับคืนมาใหม่ เรียกว่าอิงเจตนารมณ์ของฟ้าพิฆาตมังกรมองโกล และเป็น พล็อตเรื่องสำคัญของดาบมังกรหยก นั่นเอง




 

Create Date : 03 มกราคม 2551    
Last Update : 3 มกราคม 2551 14:33:09 น.  

MoJiKaNG
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




^^ข้าน้อยศิษย์สำนักง้อไบ๊... ขอคารวะ ท่านจอมยุทธในใต้หล้า^^


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add MoJiKaNG's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.