ยินดีต้อนรับสู่ Modoko's Blog ~* ... กรุณาลงชื่อให้กำลังใจใน ด้วยค่ะ ...
Group Blog
 
All blogs
 
เติ้งลี่จวิน-ราชินีเพลงจีนในดวงใจตลอดกาล



ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล http://www.thaichinese.net/

เติ้งลี่จวิน-ราชินีเพลงจีนในดวงใจตลอดกาล



วันที่ 8 พฤษภาคม เมื่อ 60 ปีที่แล้วเป็นวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

อีกเช่นกัน วันนี้เมื่อ 13 ปีที่แล้ว (1995) เป็นวันที่ราชินีเพลงของเอเชียตะวันออก เติ้ง ลี่ จวิน เสียชีวิตที่เชียงใหม่ด้วยวัย ๔๒ ปี

ไม่มีใครไม่รู้จักเติ้งลี่จวิน邓丽君 อย่างน้อยก็คงรู้จักเพลงของเขาไม่เพลงใดก็เพลงหนึ่ง ซึ่งมีทั้งที่ร้องโดยเจ้าตัวเอง จากนักร้องท่านอื่น หรือแม้กระทั่งนักร้องไทยอย่างคุณดาวใจ ไพจิตร ที่ครั้งหนึ่งเคยนำเอาทำนองมาใส่เนื้อร้องไทย
ประวัติของเติ้งลี่จิวนเธอเป็นบุตรสาวคนเดียว และเป็นลูกคนที่สี่ของคุณพ่อเติ้งเฉี่วน邓枢 ผู้ซึ่งเกิดในมลฑลเหอเป่ย 河北 และเป็นทหารฝ่ายกั๊วหมิงด่าง 国民党 (ก๊กมิ่งตั๋ง)ของเจียงไคเชค เมื่อฝ่ายกั๋วหมิงต่างพ่ายแพ้แก่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ คุณพ่อเติ้งก็อพยพพร้อมกับพลพรรคของเจียงไคเชคไปเกาะไต้หวัน และหนูน้อยเติ้งลี่จวินถือกำหนดที่ไต้หวัน เมื่อวันที่ 29 เดือนมกราคม 1953




หนูเติ้งวัยแบเบาะ


เนื่องจากคุณพ่อเติ้งเป็นทหาร จึงต้องย้ายราชการไปตามที่ต่าง ๆ ตามแต่จะได้รับมอบหมายและชีวิตในวัยเด็กของหนู เติ้งก็ไม่ได้สุขสบายเนื่องจากฐานะทางครอบครัวจัดว่าค่อนข้างยากจน เศรษฐกิจไต้หวันในสมัยนั้นยังไม่มั่งคั่งดังปัจจุบัน การกินอยู่จึงต้องเพิ่งพาองค์กรกุศลบางส่วน ทางครอบครัวเติ้งเองก็เช่นกัน การนับถือศาสนาคริสต์ก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของคริสต์ศาสนาซึ่งกำลังต้องการเผยแพร่ในไต้หวัน แต่หลังจากที่เติ้งลี่จวินเป็นนักร้องสุดฮ็อต และใช้ชีวิตในต่างประเทศ เธอถึงเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธตามความเชื่อดั้งเดิมแทน




เด็กน้อยเติ้งลี่จวิน



เด็กสาวเติ้งลี่จวินในวัยเยาว์ ชอบเต้นบัลเลต์เป็นชีวิต เธอเข้าเรียนบัลเลต์ตั้งแต่ 5 ขวบ


ชื่อจริงของเติ้งลี่จวินคือ เติ้งลี่หยุน 邓丽筠 หรือ ไผ่งาม แต่เนื่องจากเพิ่อน ๆ ชอบเรียกลี่จวินมากกว่า ลี่หยุน เมื่อเข้าสู่วงการแล้วเลยตัดสินใจใช้ชื่อว่า ลี่จวิน ซึ่งแปลว่า คนสวย หรือสาวสวย ซึ่งก็คงเหมาะกับความเป็นผู้หญิงของเธอมากกว่า หนูเติ้งฉายแววความสามารถด้านการร้องเพลง และแสดง ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ในยุคหวางเหมยเดี้ยว 黄梅调 กำลังฮอตฮิตอันเนื่องจากภาพยนตร์เรื่อง เหลียงซานป๋อหยวี่จู้ยิงถาย 梁山伯与祝英台 (The Butterfly Lovers) ของผู้กำกับฮ่องกง หลี่ฮั่นเสียง 李汉祥 ทำให้ชาวไต้หวันคลั่งไคล้กันทั้งเกาะ และมีการจัดประกวดการร้องหวางเหมยเดี้ยวโดยสถานีโทรทัศน์จงหัว




หนูเติ้งได้รับชนะเลิศจากการประกวดในครั้งนี้ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 10 ขวบ


หลังจากนั้นมีการประกวดและชนะเลิศในรายการต่างๆ และที่สำคัญคือ ในปี 1966 หรืออายุ 13 ขวบ ได้รับชนะเลิศม้าทองคำจากการประกวดร้องเพลงในเพลงไฉ่หงหลิง ในปีถัดมาก็ได้ออกแผ่นเสียงแผ่นแรกในชีวิต และเป็นการก้าวเข้าสู่อาชีพนักร้องอย่างเต็มตัว




อายุ 13 ขวบ ได้รับชนะเลิศม้าทองคำจากการประกวดร้องเพลงในเพลงไฉ่หงหลิง


การก้าวเข้าสู่นักร้องอาชีพของเติ้งลี่จวินนั้น เธอมีแฟนเพลงกระจายอยู่ทั่วโลกที่มีคนจีนอาศัยอยู่ ไม่เว้นแม้กระทั่งญี่ปุ่น สำหรับการไปสร้างชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่นนั้น คงต้องเข้าใจพื้นฐานของชาวไต้หวันอย่างหนึ่ง เนื่องจากเกาะไต้หวันเคยถูกยึดครองโดยญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก ชาวไต้หวันจึงมีวิถีชีวิตหลายๆ อย่างกระเดียดไปทางญี่ปุ่น อย่างวัฒนธรรมการดื่มชาเขียวก็มาจากญี่ปุ่น และได้นำเข้าบ้านเราโดยบริษัทไต้หวันหลายปีก่อน ๆ ที่จ้าวตลาดอย่างโออิชิจะเกิดเสียอีก (จริงๆ คุณตันแห่งโออิชิเองสัญชาติเดิมก็เป็นชาวไต้หวัน) แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากรสชาดไม่ถูกปากคนไทย ชาวไต้หวันจำนวนไม่น้อย เมื่อจะโกอินเตอร์จะมองไปทางตะวันออก (ญี่ปุ่น) ก่อน ซึ่งตรงข้ามกับคนไทยจะมองไปตะวันตก (ฝรั่ง) เสียมากกว่า ปี 1973 เติ้งลี่จวินได้เซ็นสัญญากับโพลิดอร์ ประเทศญี่ปุ่นแต่ยังไม่ได้ขึ้นถึงจุดสูงสุดในญี่ปุ่น แต่กลับมาถึงจุดสูงสุดเมื่อหลังจากที่ได้ไปตระเวนแสดงในอเมริกาและแคนนาดาในปี 1984 โดยยอดขายแผ่นเสียงของเติ้งลี่จวิน สามารถทำลายสติถิยอดขายสูงสุดของญี่ปุ่น และได้รับรางวัลสารพัดยอดเยี่ยม ทั้งแผ่นเสียงยอดขายยอดเยี่ยม เพลงยอดนิยมสูงสุด นักร้องยอดเยี่ยม เป็นต้น



ในปี 1985 เพลง ”อ้ายหริน” 爱人 หรือ “ที่รัก-Lover” ได้รับความนิยมสูงสุด 14 สัปดาห์




เติ้งลี่จวินแสดงที่ภัตคารแกแลกซี่ปี 1987


สำหรับประเทศในแถมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น เติ้งลี่จวินก็ตระเวนแสดงตามประเทศต่างๆ ทั้งงานกุศลและร้องตามไนต์คลับภัตตาคารต่าง ๆ อย่างในเมืองไทยก็เคยร้องประจำที่ภัตตาคารกิเลน นอกนั้นก็เคยแสดงในหลายประเทศ เช่น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น ที่น่าสนใจคือ การไปตามคำเชิญของมาดามลีกวนยูในปี 1969 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของภรรยาลีกวนยู อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งของสิงคโปร์เพื่อไปแสดงร้องเพลงเพื่อการกุศล ถือว่าเป็นการออกสู่นอกประเทศครั้งแรกในขณะที่อายุได้เพียง 14 ขวบ หลังจากนั้นเมื่อเป็นนักร้องยอดนิยมแล้ว ก็ไป ๆ มาอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์ทั้งหลาย จนแฟนเพลงติดชนิดที่ไปไหนมาไหนของเติ้งลี่จวินถูกห้อมล้อมด้วยแฟนเพลง จนไม่เหลือความเป็นส่วนตัว ถึงขนาดต้องแต่งตัวอำพรางตัวเองเมื่อต้องการออกเที่ยวเป็นการส่วนตัวในระหว่างที่วนเวียนอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์นั้น เติ้งลี่จวินเกือบจะลงหลักปักฐานกับหนุ่มสิงคโปร์นาม ฮ๋วงเหลียนเจิ้น เจ้าของลี่ฟงเรคคอร์ท ผู้ที่ถึงกับลงทุนซื้อโรงแรมเมย์ฟลาเวอร์ ในกัวลาลัมเปอร์ ให้เป็นที่ร้องเพลงประจำของเติ้งลี่จวิน ซี่งเติ้งลี่จวินจะร้องที่นี่ทุกคืนตอน 4 ทุ่ม และจะร้องเพลงหลัก ๆ อยู่สี่เพลง คือ “อ้ายหนี่อีว่านเหนียน” 爱你一 万年(รักเธอหนึ่งหมื่นปี) “ฉีงหรินจ้ายเจี้ยน” 情人再见(ลาก่อนที่รัก) “จี่สือจ้ายหุยเถา” 几时再回头(เมื่อไหร่กลับมาอีก) และเพลงภาษาอังกฤษ “Love Story”




การแสดงที่สิงคโปร์ในปี 1969 ซึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่ออายุ 14 ปี


ถึงแม้เติ้งลี่จวินจะสามารถตรึงใจ แฟนเพลงชาวจีน และญี่ปุ่นทั่วทั้งเอเชีย แต่มีอีกประเทศซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของคุณพ่อเติ้ง แต่เติ้งลี่จวินกลับไม่เคยแม้แต่จะเหยียบจีนแผ่นดินใหญ่เลย ถึงแม้จะมีบ้านหลังที่สองอยู่ในฮ่องกงก็ตาม ไม่ใช่ว่าชาวจีนแผ่นดินใหญ่จะไม่ชอบฟังเพลงของเติ้งลี่จวิน ตรงกันข้ามกลับเป็นประเทศที่มีแฟนเพลงมากที่สุดและคลั่งไคล้มากที่สุด แต่เหตุที่เติ้งลี่จวินไม่ไปเยี่ยมแฟนเพลงที่จีนแผ่นดินใหญ่ มาจากเหตุผลทางการเมืองล้วน ๆ เนื่องจากคุณพ่อเป็นทหารระดับนายพันของเจียงไคเชคแห่งกั๊วหมิงด่าง ผู้ที่เคยสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์ ร้อยทั้งร้อยจะไม่ยอมเผาผีกับจีนแผ่นดินใหญ่ และมักจะบอกต่อไปยังลูกหลานไม่ให้คบค้าด้วย แฟนเพลงชาวจีนทุกคนอยากให้เติ้งลี่จวินไปหา ในยุคนั้นเป็นยุคของเติ้งเสี่ยวผิง邓小平 ชาวจีนถึงกับพูดล้อกันว่า กลางวันฟังนโยบายของหล่าวเติ้ง 老邓 (เติ้งใหญ่หรือเติ้งเสี่ยวผิง) แต่กลางคืนฟังเพลงของเสี่ยวเติ้ง 小邓 (เติ้งน้อยหรือเติ้งลี่จวิน) ในแต่ละปี บรรดาแฟนนานุแฟนจะมีการจัดประกวดร้องเพลงเลียนแบบเติ้งลี่จวิน และก็เป็นเวทีที่กำเนิดนักร้องเสียงเติ้งลี่จวินมากมาย กิจกรรมนี้ยังจัดกันอย่างต่อเนื่องจนทุกวันนี้ หลังจากที่เติ้งลี่จวินเสียชีวิตไปแล้วแฟนเพลงชาวจีนได้สร้างรูปปั้นของเติ้งลี่จวินไว้ในสวนชิงผู่ฟุเซ่าในเมืองซ่างห่างหรือเซี่ยงไฮ้เสมือนเป็นอนุสาวรีย์รำลึกถึงนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ ในขณะที่แฟนเพลงจีนแผ่นดินใหญ่คลั่งไคล้เติ้งลี่จวินนั้นใช่ว่าทางการรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะไม่คิดอะไร บางครั้งก็ออกมาโจมตีว่าให้เพ้อฝันแต่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เป็นต้น หรือเป็นนักร้องที่ทำลายวัฒนธรรมจีน ส่งเสริมหนักๆ เข้า ถึงขั้นกล่าวหาว่าเป็นนักร้องสปายของกั๊วหมิงด่าง




เติ้งลี่จวินอิริยาบถต่างๆ


อนุสาวรีย์รำลึกถึงนักร้องผู้ยิ่งใหญ่


ในช่วงปลายชีวิตของเติ้งลี่จวิน เนื่องจากเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจ จึงใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยพักอยู่กับสหายร่วมรบของคุณพ่อในกองพล 93 เนื่องจากการพักอยู่บนดอยอากาศเย็นสบายซึ่งเหมาะกับการพักรักษาระบบทางเดินหายใจ และก็จบชีวิต เป็นข่าวร้ายที่ช็อคแฟนเพลงทั่วโลกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1995 เวลา 17.30 น. รวมอายุที่สร้างความสุขให้กับแฟนเพลงแค่ 42 ปีเท่านั้น




เติ้งลี่จวินเดินทางมาพักพักรักษาระบบทางเดินหายใจที่จังหวัดเชียงใหม่


หลุมศพในสวนหยุนหยวน บนเขาจินเป่าซัน ที่ไต้หวัน
ยังคงมีแฟนเพลงนำดอกไม้มารำลึกถึงเธอไม่ขาดทุกปี


ถึงแม้ตัวของเติ้งลี่จวินจะจากไปร่วม 13 ปีแล้ว (เสียชีวิต 1995 ปัจจุบันปี 2008) แต่ผลงานของเธอยังตราตรึงอยู่ในหัวใจของแฟนเพลงทุกคนอย่างไม่เสื่อมคลาย และคงจะไม่มีวันที่จะถูกลืมเลือนตราบเท่าที่ทุกวันนี้ยังมี เติ้งลี่จวิน รายใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง




แผ่นเสียง “ไฉ่หงหลิง” ซึ่งเป็นแผ่นแรกในชีวิต


ในสมัยสงครามเย็น ฝ่ายปฏิวัติกล่าวถึงการถูกเข่นฆ่าของฝ่ายตนโดยทางการว่า “ตายหนึ่งเกิดแสน” สำหรับในวงการเพลง การตายหนึ่งเกิดแสน เป็นเรื่องที่กล่าวได้ว่าไม่เกินจริงนัก สำหรับในโลกตะวันตก การจากไปของราชาเพลงร็อคแอนด์โรล์ นามเอลวิส เพรสลีย์ ทำให้เกิดเอลวิสมากมายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเอลวิสูตร เอลวิส รามาซิงค์ เอลวิส เฉิน หรือ เอลวิส โมฮาหมัด เป็นต้น สำหรับในโลกตะวันออก การจากไปของเติ้งลี่จวิน ถึงจะไม่มีนักร้องนามเติ้งลี่หนึ่ง เติ้งลี่สองก็ตาม แต่ก็ก่อเกิดนักร้องเสียงเหมือนเติ้งลี่จวินจำนวนนับไม่ถ้วน และก็เกิดขึ้นทุกวันไม่ขาดสายจนทุกวันนี้ เนื่องจากในจีนแผ่นดินใหญ่จะมีการจัดประกวดร้องเพลงเติ้งลี่จวินทุกปีเนื่องในโอกาสรำลึกการจากไปของเติ้งลี่จวิน





พูดถึงแฟนเพลงมหาศาลของเติ้งลี่จวินในจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่เคยเหยียบแผ่นดินจีนแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ทั้งนี้เนื่องด้วยเหตุผลทางการเมืองล้วนๆ ดังที่ได้เกริ่นไว้ในตอนก่อนว่า ยิ่งลูกหลานของทหารกั๊วหมิงด่างแล้วจะถูกสั่งสอนไม่ให้คบหาคอมมิวนิสต์โดยเด็ดขาดอย่างนักธุรกิจชั้นนำในบ้านเราอย่างน้อยสองท่านก็มีคุณพ่อเป็นทหารของเจียงไคเชค อย่างคุณวิกรม กรมดิษฐ์ เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมอมตะ และคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยทั้งสองท่านเคยไปร่ำเรียนในไต้หวัน และเคยถูกวาดภาพของคอมมิวนิสต์เสมือนเป็นยักษ์มาร แต่หลังจากที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว เมื่อได้ไปสัมผัสประเทศจีนแล้ว ทุกอย่างที่เคยรับรู้ต้องปรับเปลี่ยนใหม่หมด ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ เติ้งลี่จวินจะไม่ยอมเหยียบแผ่นดินจีน ยิ่งเป็นคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ข่าวสารถูกบีดเบือนด้วยแล้ว อย่างเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1940 กรณีการเข่นฆ่ากันระหว่างคนไต้หวันด้วนกันเอง คือคนไต้หวันที่อาศัยอยู่ก่อนกันคนไต้หวันที่อพยพจากประเทศจีนในช่วงแพ้สงคราม ชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ก่อนไม่พอใจที่พวกอพยพมาทีหลังแย่งที่ทำกินเพราะจำนวนคนที่อพยพมามีมากถึง 15% ของจำนวนประชากรบนเกาะไต้หวัน จึงเกิดการฆ่าพวกกั๊วหมิงด่างหรือพวกอพยพ และเกิดการต่อสู้กันถึงสิบวันทำให้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ภายหลังเหตุการณ์สิ้นสุด กั๊วหมิงด่างก็โยนบาปครั้งนี้ไปให้พวกคอมมิวนิสต์ (นี่เป็นสูตรสำเร็จของประเทศที่โปรอเมริกันทั้งหลาย เนื่องจากพวกซีไอเอเสี้ยมสอนไว้) และความจริงเพิ่งจะถูกเปิดโปงภายหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปห้าสิบกว่าปี จริงๆ ทั้งสองกลุ่มที่เข่นฆ่ากันต่างก็ไม่ได้เป็นชาวไต้หวันที่แท้จริง ชาวไต้หวันที่แท้จริงคือพวกชาวเขาอย่างอารีซานซึ่งไม่ใช่ชาวฮั่น เพียงแต่กลุ่มที่อยู่ก่อนเป็นชาวฮั่นที่อพยพไปก่อนเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน และพวกกั๊วหมิงด่างก็เป็นชาวฮั่นที่อพยพไปทีหลัง ซึ่งต่างก็ไม่ใช่ชาวไต้หวันเหมือนกับพวกคนผิวขาวไม่ใช่าวอเมริกันที่แท้จริงหากแต่เป็นชาวอินเดียนแดง กลับมาในเรื่องของนักร้องเสียงเหมือนเติ้งลี่จวินซึ่งมีมากมายจริงๆ แต่จะขอกล่าวถึงสามสี่คนที่น่าจะเป็นที่รู้จักบ้างในบ้านเรา จริง ๆ ลูกจีนในบ้านเราก็มีที่ร้องเพลงเติ้งลี่จวิน แล้วไปได้ดิบได้ดีในจีนแผ่นดินใหญ่เพียงแต่จำชื่อไม่ได้เสียแล้ว สำหรับคนที่จะนำมากล่าวต่อไปนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นนักร้อง จากจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งสิ้น




เติ้งลี่จวินขณะเที่ยวชมตลาดน้ำ


ภาพถ่ายภาพสุดท้ายก่อนจากไป



หวางเฟย 王菲 หรือ Faye Wong ผู้ไม่ยอมอยู่หลังเงาเติ้งลี่จวิน


แผ่นรีพรินต์รวมผลงานเก่าสมัยยังร้องเพลงเติ้งลี่จวิน


แผ่น “ถาวห่าวจื้อจี่” ที่รีแบรนด์ (Rebrand) ตัวเอง


สำหรับนักร้องนามหวางเฟยคนนี้มีประวัติที่น่าสนใจมาก เธอโด่งดังและเกิดในวงการด้วยนามเดิม หวางจิ้งเหวิน 王靖雯 หรือ Shirley ด้วยการร้องเพลงของเติ้งลี่จวินจนได้รับฉายา”เติ้งลี่จวินน้อย” จนเธอมีทุกอย่างทั้งชื่อเสียงเงินทองและบ้านอันหรูหรา แต่เธอกลับหาได้มีความสุขไม่ด้วยภาพลักษณ์ที่บริษัทแผ่นเสียง พยายามปั้นให้เธอนั้น เธอรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นเครื่องจักรทำเงินเท่านั้น หาได้มีตัวตนของตัวเองไม่ เธอจึงตัดสินใจไปอเมริกาเพื่อเรียนรู้ดนตรีพร้อม ๆ กับค้นหาตัวตนของตนที่แท้จริง หลังจากใช้ชีวิตในนิวยอร์คหนึ่งปีเต็มก็บินกลับฮ่องกง และได้นำเอาแนวดนตรีแบบ R & B และร้องเพลงในแนวที่แปลกออกไปจากเดิม โดยอัลบั้มชุดถาวห่าวจื้อจี่ 讨好自己(เอาใจตัวเอง) เป็นผลงานเพลงที่แสดงถึงความเป็นตัวของตัวเองเด่นชัดที่สุด จากนั้นในปี 1995 เธอสลัดคราบเดิมของหวางจิ้งเหวิน หรือ Shirley ซึ่งมีฉายาเติ้งลี่จวินน้อยทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น หวางเฟย หรือ Faye Wong โดยไม่สนใจกับชื่อเสียงเดิม ๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางแล้ว ยิ่งภายหลังแต่งงานกับโต้วเหวย นักดนตรีร็อกจากจีนแผ่นดินใหญ่แล้ว ผลงานที่ออกมาเปลี่ยนแนวไปจนแทบจะไม่เชื่อว่าเป็นคนคนเดียวกัน สำหรับผลงานเก่า ๆ ในแนวเติ้งลี่จวิน ปัจจุบันนี้ยังคงมีการรีพริ้นต์ออกมาจำหน่ายซึ่งยังมีแฟนเพลงจำนวนมากที่ยังถามหาอยู่



ฮว๋องหงยิง(Huang Hong Ying) กับบทเพลงเติ้งลี่จวินในลีลาเฉพาะตัว





นักร้องสาวเสียงใสๆ ของค่าย Hugo Record คนนี้ถึงจะร้องเพลงของเติ้งลี่จวิน แต่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง เพลงที่เธอร้องจะแบคอัพด้วยเครื่องดนตรีน้อยชิ้นซึ่งเป็นแนวที่เติ้งลี่จวินเองไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งถ้าหากเติ้งลี่จวินยังมีชีวิตอยู่คงต้องฉงน ที่ฮว๋องหงยิงสามารถนำเพลงของตัวเอง มาร้องได้ดีเสียยิ่งกว่าเจ้าตัวเสียอีก อย่างในอัลบั้มชุด”ชูชื่อฉางด้าวจี้มั่ว” 初 次尝到寂寞 หรือ “ครั้งแรกที่ลิ้มรสถึงความว้าเหว่” ในเพลง “เสี่ยวเฉินเตอกู้ซื่อ” 小城的故事 หรือ เรื่องราวในเมืองเล็ก (เพลงนี้ฟังทีไรทำให้อดคิดถึงบ้านเกิดอำเภอเบตงไม่ได้ เพราะมีความรู้สึกว่าเนื้อเพลงได้บรรยายถึงเมืองเล็ก ๆ ที่ช่างเหมือนกับเบตงนัก) ร้องถึงสองเวอร์ชั่น ซึ่งใช้ดนตรีประกอบ เพียงชิ้นเดียว คือ กู่เจิง ในสองเวอร์ชั่นนี้จะร้องในลีลาที่แตกต่างกัน และได้ความไพเราะเพราะพริ้งที่ฟังดูใส ๆ เป็นธรรมชาติมาก เป็นลักษณะการร้องที่ต้นตำหรับไม่เคยร้องมาก่อน ขณะที่เพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มเดียวกันนี้ ก็ใช้เครื่องดนตรีประกอบเพียงสองสามชิ้นเท่านั้น เช่น เปียโน ไวโอลิน เป็นต้น การร้องของฮว๋องหงยิงถึงจะนำเอาบทเพลงของเติ้งลี่จวินมาร้องก็ตาม แต่ไม่ได้ร้องลักษณะเน้นลอกเลียนแบบลีลา ทุกกระเบียดของเติ้งลี่จวิน แต่เป็นการร้องในลีลาของตนซึ่งมีเอกลักษณะที่ไม่เหมือนใคร



หลี่ซั่ว 李烁 (Li Shuo) เสียงเติ้งลี่จวินที่ยังกะเแกะ



หลี่ซั่วเป็นนักร้องสาวจีนอีกคนที่เกิดจากเวทีประกวดร้องเพลงเติ้งลี่จวินในฮ่องกงที่จัดขึ้นโดยTVB ในงาน “เสี่ยวเฉินจวื้อซิงเถียวจ้านซ่าย” 小城巨星挑战赛 หรือ Small town, big star challenge Contest ในเดือนพฤษภาคม ปี 2001โดยมีนักร้องเสียงเติ้งลี่จวิน ที่ผ่านการคัดสรรมาจากสามแผ่นดินสองฝั่งทะเล คือ จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และเกาะไต้หวัน โดยหลี่ซั่วได้รับชนะเลิศจากการประกวดครั้งนี้ หลังจากจบการศึกษาจากสถาบันศิลปะแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน ได้ออกอัลบั้มชุด “จวินจ้ายเหอฟาง” ่君在何方หรือ ที่รักอยู่ที่ไหน อันเป็นเพลงยอดนิยมของเติ้งลี่จวิน เป็นอัลบั้มชุดที่นำเอาเพลงของเติ้งลี่จวินมาร้องทั้งหมดสิบสามเพลง ต้องยอมรับว่าถ้าหลับตาฟังแล้ว แทบจะแยกไม่ออกเลยว่า เป็นเสียงที่ไม่ใช่ร้องโดยเติ้งลี่จวิน แต่หลี่ซั่วเองคงไม่ต้องการเป็นเติ้งลี่จวินหากแต่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง ดังจะเห็นได้ว่าอัลบั้มสองชุดหลังที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
นอกจากนักร้องทั้งสามท่านดังกล่าวข้างต้น ยังมีอีกหลายคนที่มีผลงานจำหน่ายในบ้านเราอย่างล่าสุดที่เห็นก็มีเฉินเจ้ลี่ที่ออกมาเป็นเพลงเพื่อรำลึกเติ้งลี่จวิน ถึงแม้นักร้องเหล่านี้จะร้องเพลงเติ้งลี่จวินได้เหมือนสักเพียงไหนก็ตาม คงไม่มีคนไหนที่สามารถนั่งอยู่ในหัวใจของแฟนเพลงนอกจากตัวตนของเติ้งลี่จวินจริง ๆ และที่สำคัญการสร้างชื่อเสียงของทั้งเติ้งลี่จวิน และนักร้องคนอื่นๆ ที่กล่าวถึงไม่มีคนไหนที่สร้างชื่อเสียงโดยการขายสัดส่วนเรือนร่างดั่งนักร้องรุ่นใหม่หลายคน โดยสร้างชื่อเสียงโดยความสามารถของตัวเองโดยแท้








Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2553 9:46:03 น. 0 comments
Counter : 2929 Pageviews.

modoko
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add modoko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.