Group Blog
 
All blogs
 

10 Things I Learn from Norway

  ตั้งใจจะเขียนบล็อกนี้ก่อนสิ้นปีให้ได้ เลยต้องฮึดมาเขียนหน่อยทั้งที่แอบขี้เกียจ


เมื่อช่วงก.ย. ได้มีโอกาสบินไปเรื่องงานที่นอร์เวย์เป็นครั้งแรก และมีเวลาเล็กน้อยเดินเล่นรอบเมืองออสโล
ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากทริปนี้ เลยเขียนเป็นบล็อกแชร์ภาพและเรื่องราวสั้นๆ ให้อ่านกันนะคะ 

ช่วงที่ไป ถือว่าอากาศกำลังดีเลย ไม่หนาวมาก (แต่ก็หนาว ราวๆ 10 กว่าองศา) 
ถ้ามาเที่ยวช่วง ธ.ค. หนาวติดลบแล้ว

1. รู้ไหมคะว่านอร์เวย์เป็นประเทศค่าครองชีพแพงอันดับหนึ่งของโลก
ค่าบัสนี่ เที่ยวละ 150 บาท 
แท็กซี่เรานั่งไป 10 กว่านาที จ่ายไปเกือบพัน 
น้ำเปล่าขวดละ 200 
ราคาแต่ละอย่างโหดทีเดียวค่ะ

มื้อนี้ มีแซนด์วิช กาแฟร้อน น้ำเปล่าขวดเล็ก ราคาประมาณ พันบาทค่ะ


2. เครดิตการ์ด...ปัจจัยที่ 5
ตั้งแต่เหยียบประเทศนี้ ก็ใช้บัตรเครดิตเลยค่ะ จ่ายค่ารถไฟ ค่าของกิน ค่าโน่นนี่ 
ไม่ว่าจะกี่สตางค์ น้อยครั้งที่ใช้เงินสด 

ซื้อตั๋วรถไฟด้วยบัตรเครดิตที่นี่แหละค่ะ แตะบัตรแล้วก็ถือว่าจ่ายเงินแล้ว สะดวกมากๆ

ภาพ ณ ชานชาลา รถไฟจากสนามบินเมืองออสโล


3. ศิลปะ...ศิลปะ...ศิลปะ...
เห็นภาพเขียน งานปั้น หรือแม้แต่ภาพกราฟิตีงามๆ ตลอดทริป
ไม่ว่าจะสนามบิน ท้องถนน โรงงาน
ยิ่งภาพกราฟิตีนี้ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าจะเห็น...เห็นเยอะเสียด้วย
ภาพเขียนของเอ็ดเวิร์ด มุงค์ ณ ทางลงบันไดเลื่อนสนามบิน 

ภาพรูปปั้นสวยๆ  (เราไม่ได้จำชื่อสถานที่นะคะ เพราะอาศัยเดินมั่วๆ ในเมืองเอา

ภาพรูปปั้นแนวนูนสูง ไม่รู้ว่าต้องการสื่ออะไร แต่แปลกตาดีค่ะ ไม่ค่อยเข้ากับเมือง

รูปปั้นแบบวีนัสที่ท่าเรือ

ภาพกราฟิตีที่เราพบได้ตลอดทาง 
อันนี้ชอบมากเป็นพิเศษ รู้สึกว่าเป็นสีสันเพียงไม่กี่อย่างในออสโลนอร์เวย์

4. นอกจากรูปปั้น งานศิลป์ ตึกรามบ้านช่องก็สวยไม่แพ้กัน สถาปัตยกรรมสวย...แต่ไร้สีสัน

ภาพจากหน้าต่างรถไฟเข้าเมือง

โอเปราเฮาส์ ณ ออสโล สวยมาก ชอบ

หน้าตาเหมือนสภามาก แต่จริงๆ คือมหาวิทยาลัย

อาคารแถวท่าเรือ สวยดีค่ะ ใสหมดเลย

ร้านอาหารริมท่า ทรงกระบอก สวยมาก

7 Eleven อันแสนจะแปลกตา


5. แต่ด้วยความที่มันเรียบ ไม่มีสีสัน เลยแทบจะแยกไม่ออกว่าร้านอะไรเป็นร้านอะไร

ห้าง

โรงแรม

ร้านค้า

ร้านอาหารริมทางเดิน


6. แม้จะเป็นเมืองหนาว แต่ยังมีไอศกรีมขาย...เจอเยอะร้านเสียด้วยค่ะ

Kiosk ไอศกรีม ณ ท่าเรือ

ไอศกรีมสนิกเกอร์


7. ขนมปังอร่อยมากกกก 
เป็นคนชอบกินขนมปังนะคะ ไปกินที่ไหนก็เจอแต่ขนมปังอร่อยๆ เนื้อจะหนุบๆ อร่อยจริงๆ ค่ะ

ขนาดขนมปังในร้านอาหารยังอร่อย มีเครื่องจิ้มมาให้ด้วย


8. น้ำก๊อกดื่มได้ ไม่มีกลิ่นก๊อกด้วยค่ะ 
และเนื่องจากว่าที่นี่สามารถดื่มน้ำจากก๊อกได้ 
ถ้าคุณขอซื้อน้ำ ถ้าไม่พูดว่า "still water" ระวังจะได้ "sparkling water" แืทนค่ะ

เครื่องดื่มหลากหลาย พวกใสๆ นี่ เป็นน้ำแบบโซดาและมีรสต่างๆ ค่ะ 
เราเจอหลายรสมากๆ เลมอน ราสป์เบอร์รี พีช เยอะแยะเลย


9. อาหารรสจืด
ไปวันแรกๆ ยังดี๊ด๊าค่ะ ชอบอาหาร ชอบขนมปัง 
พอเข้าวันที่สอง คิดถึงอาหารไทยมาก เพราะอาหารที่นี่จะจืดๆ มันๆ
กลับมากรุงเทพฯ รีบไปหาอาหารรสจัดๆ กินเลยค่ะ 

กินอาหารเช้าแบบนี้ทุกวัน

Poached Cod ที่จืดสนิท


10. ของฝากยอดนิยม...เนื้อกวาง
คุณสามารถหาเนื้อกวางหลากพันธุ์ได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นกวางมูส กวางเรนเดียร์ กวางธรรมดา

สเต๊กเนื้อกวางกับบีรูตพูเร

แฮมกวางเรนเดียร์ อันนี้ถ้าจำไม่ผิด 500 บาท แพ็กเล็กๆ 

หาซื้อไม่ยากนะคะ เราซื้อที่ร้านของฝากในสนามบิน


แถมทิ้งท้ายก่อนไป...
นอกจากเนื้อกวาง ปลาแซลมอน ปลาเล็กๆ ที่ดองในขวด 
(ซื้อที่สนามบินได้นะคะ เค้ามีแพ็กให้แบบหิ้วขึ้นเครื่องได้เลย) 
ของฝากยอดนิยมก็ช็อกโกแลต เยลลีเปรี้ยวปรี๊ด 
ขนม Licorice (ขนมที่ผสมชะเอม) (แต่เราไม่ชอบอันนี้นะ รสมันเกินกว่าจะกินได้อร่อย)




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2556    
Last Update : 29 ธันวาคม 2556 17:28:22 น.
Counter : 688 Pageviews.  

ชวนน้องหนีเที่ยวฮ่องกง Day 2: Haunted Halloween @ Hong Kong Disneyland (Loads of Pictures)

หลังจากหายไปนาน เนื่องจากผิดพลาดเรื่องรูป ตอนนั้นไม่รู้ทำไม ลงรูปไม่ได้ กลายเป็นรูปซ้ำเดิมๆ ไปตลอด เลยว่างเว้นเขียนบล็อกท่องเที่ยวไปเลย มาต่อกันนะคะ จากวันแรก (ชวนน้องหนีเที่ยวฮ่องกง Day 1: The Charterhouse Hotel, Tsim Sha Tsui & Jordan) ก็มาวันที่สอง

วันที่สองตามแพลน จะไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์กันค่ะ เรียกว่าเป็นเป้าหมายหลักของการเที่ยวครั้งนี้ (เป็นพวกบ้าสวนสนุก ชอบดิสนีย์แลนด์มากๆ ฝังใจมาแต่เด็กๆ) เลยจะอยู่ในดิสนีย์แลนด์ทั้งวัน

ตื่น เช้ามา อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กำลังจะออกจากห้องไปหาของกิน ฝนดันตก...ตกหนักเหมือนกันค่ะ แม้จะมีร่มก็เอาไม่อยู่



พอดีซื้อของกินตุนไว้ และแอบขี้เกียจไปหาอาหารเช้าระหว่างฝนตก เลยกินแซนด์วิชกับนมในห้องกัน



แกะขนมกินด้วย

เป็นคิทแคทบ๊วยกับลูกอมบ๊วย ช่วงที่ไปมีพวกขนมรสบ๊วยขายเยอะมากกกก (แต่ช่วงนี้ น้องชายเพิ่งกลับมาจากฮ่องกง บอกว่ามีคิทแคทคาราเมล)

คิทแคทบ๊วยอร่อยอ่ะค่ะ ลูกอมบ๊วยหวานไปนิด



กินๆ เล่นๆ กันสักชั่วโมง ฝนก็หยุดตก...ดีใจมาก นึกว่าจะต้องลุยฝนไปเที่ยวซะแล้ว

ออกเดินทางไปดิสนีย์ด้วย MTR



ลงไปใต้ดิน



รอรถ



ขึ้นรถแล้ว



ไปลงที่ Sunny Bay (สายนี้ยาวมากค่ะ) ก่อนจะต่อรถอีกที Disneyland Resort ซึ่งตัวรถ MTR ตกแต่งธีม Mickey

ใช้เวลาเดินทางราว 40 กว่านาที



แม้แต่ที่จับก็เป็นรูปมิคกี้



ไปถึงประมาณเก้าโมงเช้า



ตอนไปก็มีกลุ่มคนเดินเป็นแถวเข้าไปในซอกพุ่มไม้ก่อนทางเข้าดิสนีย์ แอบงงว่าเค้าทำอะไรกัน แต่ก็เดาว่า...น่าจะเป็นพนักงานดิสนีย์ค่ะ



ทางเดินก็มีตกแต่งสวยงาม



ดิสนีย์เปิด 10 โมง (บางวันก็เปิด 10.30 นะคะ)



รอบๆ ก็มีร้านขายของมาหลอกพวกเราให้เสียเงินเล่น



เอาเอกสารการสั่งซื้อตั๋วกับทาง Conceige ของโรงแรมไปยื่น (เช็กดูนะคะว่าซื้อกับโรงแรมได้หรือเปล่า เพราะอย่างโรงแรมที่มิถุนาซื้อตั๋วด้วย จะมีของที่ระลึกดิสนีย์ให้ค่ะ)



ได้ตั๋วมาแล้ว เป็นบัตรกระดาษเกือบแข็งลายน่ารัก



ช่วงที่ไปเป็นช่วงฮัลโลวีน ก็จะมีตกแต่งให้เข้าบรรยากาศ

อย่างทางเข้าก็ใช้ตัว jack จาก nightmare before Christmas มาเป็นตัวละครหลักของฮัลโลวีน แถมช่วงเดือนฮัลโลวีนนี้จะมีเครื่องเล่นพิเศษด้วย

- Mainstreet Haunted Hotel
- Alian Invasion
- Demon Jungle

สามอย่างนี้จะเปิดตอน 13.00 นะคะ

ส่วนเครื่องเล่นอย่าง Space Mountain ก็จัดเป็นธีมเดียวกัน ใช้ชื่อว่า Ghost Galaxy

แล้วก็มีพาเหรด Glow in the Park Halloween Parade ตอน 19.00 ด้วย

ถ้าไปช่วงวัน ศ. - อา. จะมี Halloween Treats แต่อันนี้ไม่ได้ถามพนักงาน เลยไม่ทราบว่าเป็นอะไร



อีกทางเข้านึง เป็นตัวแฟนของ jack ชื่ออะไรไม่รู้ แหะๆ



มองด้านในจากข้างนอก



ถ่ายรูปกับมิคกี้เป็นที่ระลึก



เดินเล่นถ่ายรูปไปมา พอ 9.30 เค้าก็เปิดให้เข้าไปเดินเล่นที่ Main Street ก่อน



ด้านหลังเมนสตรีตจะเป็นสถานีรถไฟ นั่งรถไฟรอบดิสนี่ย์แลนด์



ใครมีเด็กเล็กๆ อยากยืมรถเข็น แวะที่ fire dept. นะคะ



ระหว่างนั้นก็มีตัวมาสคอตออกมาให้เราเข้าแถวถ่ายรูป



มิถุนากับน้องได้คนถ่ายรูปคู่ให้ตอนนี้ล่ะค่ะ เวลาเยอะก็เข้าไปถ่ายรูปกับทุกตัวละครที่มีเลย

คิวมิคกี้รอนานกว่าใครเพื่อน



แวะร้านของที่ระลึก ดูยั่วน้ำลายไปพลางๆ ระหว่างรอเปิด



ตอนนั้นไม่รู้ทำไม งกไม่ซื้อพวกหมวกใหญ่ๆ ในร้านมาใส่เดินเล่นในดิสนีย์แลนด์ เผื่อจะได้อินมากขึ้น 555



พอด้านในเปิดเต็มที่ เราก็ลุยเข้าไปข้างในกันเลย

ผ่านจุดนี้ก่อนถึงปราสาทเจ้าหญิงนิทรา ตกแต่งเข้าธีมฮัลโลวีน



ปราสาทเจ้าหญิงนิทราที่นี่เล็กมากกกกก ถ้าเป็นอย่างอเมริกา จะมีบันไดให้ขึ้นไปชมข้างในได้อีกเยอะ



เล็กจริงๆ ไม่ได้โกหกนะเออ



ข้างในมีแค่นี้



ลัดเลาะไปที่ Tomorrow Land ก่อน



เห็นเครื่องเล่น Orbitron ลิบๆ



ของตกแต่งภายในโซนจะเป็นเที่ยวกับอวกาศ (หลังจากมาดูรูป เพิ่งเห็นว่าตัวเองถ่ายรูปเบี้ยวไปหลายใบ เซ่อจริง)



เข้าไปใน Buzz Lightyear Astro Blasters เช้าอยู่ แทบไม่มีคิว



เป็น Ride นั่งเข้าไป



ใช้ปีนที่เค้าให้มายิงเก็บแต้ม มันจะมีป้ายให้ยิงตามทาง



ฝีมือเราห่วยมาก ติดอันดับโหล่

พอออกมา ทางออกมันจะเป็นร้านขายของที่ระลึก เรียกว่าดักให้คนมาเที่ยวเสียเงินตลอดทาง 5555



ออกจาก Buzz ก็ไป Space Mountain



เป็นรถไฟเหาะในที่มืดๆ มองไม่เห็นอะไรเท่าไหร่หรอก มันก็เลยไม่หวาดเสียวเท่าพวกรถไฟเหาะที่อยู่ข้างนอก

ช่วงเดือนตุลา เทศกาลฮัลโลวีน จะเปลี่ยนชื่อเป็น Ghost หรือ Galaxy อะไรสักอย่าง ต่างกับปรกติตรงที่มันจะมีภาพ (assume ว่าเป็น) ผีฉายระหว่างเล่น

ตอนเล่นก็ Build อารมณ์ ร้องกรี๊ดๆ 555 จะได้มันๆ แต่แบบว่า...ไม่ค่อยมีคนร่วมร้องด้วยเล้ยยยยย เราว่าเล่นพวกเครื่องเล่นหวาดเสียว มันต้องกรี๊ดร่วมด้วย ถึงจะสนุก

แล้วมันจะมีช่วงช็อตนึง ทางดิสนีย์จะชักรูปคนเล่น

ออกมาเป็นแบบนี้



ผลของการแหกบ้างสร้างอารมณ์ รูปเลยอุบาทว์มากกกก ไม่งั้นจะสามารถอัดรูปที่ช็อปของที่ระลึก หรือที่ร้านรูปของ Kodak ด้าน Main Street ได้ค่ะ

แวะ Autopia

สนามขับรถ (เด็กเล่น)

รอคิวขึ้นรถ



แอบรอนาน

เพิ่งมาเข้าใจว่าทำไมรอนานตอนได้เล่นแล้ว



เพราะรถติดมากกกก



คนข้างหน้าขับช้าาาาาา ติดๆ ขัดๆ ตลอด ไม่งั้นคงจะสนุกกว่านี้

ป.ล. มันเป็นการขับรถในราง มีเส้นบังคับ ไม่ต้องห่วงว่าจะัขับไม่ได้ ไม่เป็น

ระหว่างรอเล่น Stitch Encounter กับ Alien Invention (ซึ่งมีในช่วง Halloween) ช่วงบ่าย เราข้ามไปต่อที่ Fantasy Land

ร้านของที่ระลึก เป็นบ้านหมีพูห์



ข้างในร้านขายของที่ระลึก



ตรงนี้เป็นม้าหมุน Cinderella Carousal



ไม่ได้เล่น เบื่อแล้ว



เดินหา prop ถ่ายรูปดีกว่า

เป็นจุดที่ชื่อ Sword in the Stone ถ้ามาถูกช่วง จะเจอเมอลินเล่นกลด้วย



อันนี้คุ้นๆ ไหม ถ้าใครเคยดูวิดีโอชื่อ Mickey Fantasy จะนึกออก



เล่นไปทั่ว



เห็นคิวยาว เลยกด Fast Past ของ The Many Adventures of Winnie the Pooh ไว้ (เป็นบัตรที่สามารถลัดคิวได้ จะมีให้กดไม่กี่ที่ อย่างเช่น Winnie the Pooh, Space Mountain, etc. โดยเอาบัตรเข้าดิสนีย์ไปใส่เครื่องที่อยู่ด้านหน้าเครื่องเล่นนั้น แล้วเราจะได้คูปอง Fast Past ออกมา ให้ดูเวลาที่ระบุในบัตร พอใกล้ๆ เวลาก็มาหาเจ้าหน้าที่ เข้าช่องทางพิเศษของ Fast Past) เวลายังไม่ถึงในบัตร เลยว่าจะแวะกินข้าวกลางวันที่ร้านนี้

ใกล้เวลาเข้า The Many Adventures of Winnie the Pooh



แต่ว่ามันยังไม่เปิด

เปิด 11.30



เหลืออีกตั้งชั่วโมง เลยแวะไปที่ It's a Small World ใน Fantasy Land ที่อยู่ใกล้ๆ

แวะถ่ายรูปกับพร็อพ Mad Hatter Tea Cups



ทางไป It's a Small World



น่ารัก



เป็น Ride แบบนั่งเรือเข้าไป ข้างในจะมีตุ๊กตาที่เป็นตัวแทนของแต่ละประเทศในโลก



สุดปลายทาง



ยังเหลือเวลาระหว่างรอ Fast Past Winnie the Pooh อีก แต่หิวมากกกก เลยกินไอติมเล่นๆ รองท้อง -*-

Small World Ice Cream



อนิจจัง จะกินไอติมวาฟเฟิล แต่ไม่มี เลยได้แต่กินไอติมเปล่าๆ



เมนู



ซื้อแบบ Double Scoop งาดำกับสตรอว์เบอร์รี



30 HKD

อร่อยดีค่า



เวลายังเหลือ เตร่แถวๆ นั้นรอ

้เจอตู้ทำ Souvenir Coin

ดีใจ เพราะชอบมากกกกก



ตู้รุ่นนี้ใช้งานง่าย หยอดเหรียญแล้วก็กดปุ่ม เครื่องก็รีดเหรียญสีทองแดงให้อัตโนมัติ (ตอนไปที่อเมริกา ต้องหมุนคันจับ รีดเหรียญเอง ซึ่งยากมากกกก เพราะมันฝืดๆ)



ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ระบุไว้ใน Fast Past



เป็น Ride นั่งเ้ข้าไปแล้วเล่าเรื่องของหมีพูห์



เหมาะกับเด็กๆ แต่เรานั่งขำๆ



มีแอบถ่ายรูปอีกแล้ว

เราไม่ได้มองกล้องเลย



เสร็จแล้ว ไปกินข้าว

เลือกร้านใกล้ๆ เป็นร้าน Sleeping Beauty อะไรสักอย่าง

เป็นฟู้ดคอร์ต มีหลายร้านให้เลือก



เรากินนี่



อิ่มแล้วเดินทางต่อ

Adventure Land ออกแนวป่าดงดิบ



เริ่มต้นที่ Jungle Cruise



ล่องเรือชมแม่น้ำ

ระหว่างรอแถว แอบมีป้ายเตือนให้ระวังเปียก (ซึ่งจริงๆ มันไม่เปียกร้อกกกก)

อย่าเผลอต่อแถวผิดเป็นฝั่งภาษาจีนนะคะ เลือกฝั่งภาษาอังกฤษ ไม่งั้นฟังไม่รู้เรื่อง แล้วความสนุกจะลดลงไป 50%



ผจญสิงสาราสัตว์...



ไกด์ทุ่มเท ทั้งเสียงและใส่อารมณ์เต็มที่ ฮาดีค่ะ

ทำซาวน์เอฟเฟกต์ประกอบด้วย



ช็อตต่อเนื่อง



ลา Jungle Cruise ไปด้วยช้างน้อย



เดินต่อไปจะเจอ Rafts and Tarzan's Treehouse

ข้ามไปบ้านทาร์ซานด้วยแพ



ระหว่างข้ามนี่ ร้อนมากกก แดดบ่ายพอดี



ข้ามฟากมาถึงก็เป็นทางเดินไปเรื่อยๆ



เดินขึ้นๆ ลงๆ

เรียกได้ว่าเป็นบ้านต้นไม้ยักษ์



เล่าเรื่องเกี่ยวกับทาร์ซาน



เล่นตลอดทาง



ออกมา ผ่าน Liki Tikis

เป็นน้ำพุเฉยๆ :-)) เด็กๆ ชอบไปเล่น



เดินไปพอดีกับ Demon Jungle เปิดให้บริการ

ภาพทางเข้า...แอบไม่ชัด



Demon Jungle เป็นบ้านผีสิงที่มีในช่วงฮัลโลวีน บ้านผีสิงนี้ไม่เหมาะกับคนขี้กลัวนะ เพราะมันเข้าไปได้ทีละ 5 - 7 คน แถมยังจัดแถวเรียงเดี่ยว เดินเข้าไปนี่...กรี๊ดสุดๆ

ออกมานี่เสียงแห้งเลย

ร้อนและเหนื่อย พักกินไอติมรถเข็น

หลายเมนู จาก Nestle



เลือก Mickey Mouse Ice Cream Bar

18 HKD



เดินออกมาจาก Adventure Land จะผ่านไป Fantasy Land เจอ Main Street Hotel



บ้านผีสิงอีกแห่ง ตกลงกับน้องชายว่าเราไม่หวั่นกับบ้านผีสิง จะเล่นให้ครบ ก็เลยเข้าไปต่อ

เหอๆ Demon Jungle ที่ว่าน่ากลัวแล้ว Main Street Hotel น่ากลัวกว่า เพราะมีขึ้นไปสองชั้นด้วย

ลัดเลาะไปที่ Stitch Encounter ที่เห็นว่าใกล้เวลาโชว์



รอเปิดประตู (ระวังโดนคนจีนแซงถ้าไม่กั้นที่ให้ดีๆ เราเจอแบบว่าคนมาเนียนๆ แทรกมาตอนประตูเปิดพอดีเลย จัดการอะไรไม่ได้ด้วย)



เข้าไปจะเป็นห้องกว้างๆ มีจอใหญ่ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่หนึ่งคนที่หน้าจอ

สรุปคือ เป็นการ Interact กับหน้าจอ เพื่อช่วย Stitch หนีออกจากยาน



ถ่ายรูปมานิดหน่อย จริงๆ เค้าไม่ให้ถ่ายรูปค่ะ น้องเราถ่ายไปไม่กี่ภาพก็โดนห้าม เราไม่รู้เลย

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง (หรือน้อยกว่านั้น) ก็ออกมา เป็นเกมแบบเด็กๆ เด็กๆ คงจะสนุก แต่เราว่ามันเด็กเกินไปสำหรับเรา 5555

จากนั้นไปเก็บตกบ้านผีสิงแห่งสุดท้าย

Alien Invasion



เข้าไปแล้ว



ออกมาแล้วพบว่าน่ากลัวน้อยที่สุด สงสัยชาชินแล้ว 5555

พอออกมา จำได้ว่าใกล้เวลาพาเหรด เลยไปแตร่รอจองที่แถว Main Street



เริ่มมีคนมารอแล้วเหมือนกัน รอไม่นานพาเหรดก็มา



เสร็จแล้วก็ช็อปปิ้งที่ Main Street ตั้งใจว่าจะไม่เล่นอะไรอีกแล้ว ช็อปรอดูพาเหรดตอนกลางคืนอย่างเดียว

เข้าร้านโน้นออกร้านนี้สนุกสนาน

เจอตู้ทำ Souvenir Coin อีกแล้ว



ให้ดูหน้าตาชัดๆ



เค้าเป่าแก้วสดๆ



ของสวยงาม แต่ราคาจับไม่ลง ได้แต่ถ่ายรูปมาแทน 55



อยากได้ต่างหูทิงก์มากๆ



ราคาโหดร้าย TWT



เดินไปช็อปตามช็อปอื่นๆ ในแต่ละโซน

ช่วงฮัลโลวีนมีคนแต่งคอสตูมผีๆ ให้ถ่ายรูปด้วย

เฮียแจ็ก สแปโรว์



กลับมาหาของกินมื้อเย็นที่ Main Street



เป็นร้านเบเกอรี



สั่งชีสเค้ก



ไส้บูลเบอร์รี

ชีสเค้กเป็นแบบ ฺBake น่ะ เราชอบแบบแช่เย็นมากกว่า



อีกอย่างเป็นพิซซาไก่ อร่อยดี



อิ่มแล้วก็เดินเล่นถ่ายรูปต่อ

เจอกู๊ฟฟี่



ฟ้าเริ่มมืด ทางดิสนีย์เริ่มเปิดไฟ



ซื้อของไปสองถุงใหญ่



มาหาที่นั่งดูพาเหรดที่ Main Street



ภาพแอบไม่ชัด กล้องเรามันช้า



เพราะเหนื่อยและกลัวคนเยอะขากลับ เลยไม่ได้ดูพลุต่อ

สรุปยอดความเสียหาย



แฮ่กๆ บล็อกนี้รูปเยอะมากกกกกกก

บล็อกหน้าจะพาเที่ยว Ocean Park ค่ะ




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2554    
Last Update : 14 สิงหาคม 2554 23:37:47 น.
Counter : 2445 Pageviews.  

ชวนน้องหนีเที่ยวฮ่องกง Day 1: The Charterhouse Hotel, Tsim Sha Tsui & Jordan

*หมายเหตุ...บล็อกนี้เป็นบล็อกเก่า พอดีจัดหมวดหมู่บล็อกใหม่ เลยต้องย้ายบล็อกอุตลุดอย่างที่เห็น มีการปรับรูปจัดรูปใหม่ด้วย ดังนั้นก็มีเปลี่ยนแปลงจากของเก่าเล็กน้อยค่ะ

**หมายเหตุ...ในรูป พิมพ์ Hong Kong ผิดอ่า ไม่ได้สังเกต เลยไม่ได้แก้ แง...น่าอาย

ฮ่องกงเป็นประเทศที่เมื่อก่อนมิถุนาไปเที่ยวบ่อยมาก แต่หลังๆ ไม่ได้ไปเลย...ไม่ได้ไปที่นั่นราว 7 - 8 ปี

ความจริงอยากไปเที่ยวฮ่องกงตั้งแต่ดิสนีย์แลนด์มาเปิดแล้ว (เป็นพวกคลั่งดิสนีย์แลนด์ค่ะ) แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักที หาคนเที่ยวที่เราอยากจะไปไม่ได้ มาตัดสินใจจะไปจริงๆ ในช่วงสิงหากันยาซึ่งเหนื่อยกับงานมากๆ เลยชวนน้องชายไปเที่ยวกันสองคน บอกว่าจะออกตังค์ให้ แน่นอนว่าน้องชายตอบตกลง :-)) ก็เลยบุ๊กตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมและเริ่มวางแผนการเที่ยว เน้นเที่ยวสบายๆ นะคะ ไม่เน้นช็อปปิ้งด้วย

ทริปที่ไปเป็นแบบ 4 วัน 3 คืน (จริงๆ แล้ว 3 วันเต็มมากกว่า เพราะวันที่ 4 เครื่องออกแต่เช้าเลยค่ะ) ได้ข้อมูลส่วนใหญ่จากเว็บ hongkong fanclub กับพันทิปห้อง blue planet ค่ะ

ค่าตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย + ค่าห้องพักโรงแรมแถว Causeway Bay สำหรับ 2 คน ราวๆ 15,000 บาท

งวดนี้ไป แลกเงินได้ 4.37 บาท ต่อ 1 HKD

ไฟล์ทออกเช้ามากกกกก

หกโมงเช้า

มาถึงสนามบินประมาณตีสี่ได้ หน้างี้อย่างโทรม เพราะนอนไม่หลับ (เป็นคนไม่ชอบนอนกลางวัน)

สนามบินอย่างโล่งงงงง



นั่งเครื่องประมาณ 2 ช.ม. กว่า ก็ถึงจุดหมายปลายทาง เวลาที่โน่นประมาณสิบโมงเช้า เร็วกว่าเมืองไทยประมาณ 1 ช.ม.

เช็กเอาต์ออกก็จากสนามบิน ก็ไปหาซื้อซิมโทรศัพท์เพื่อโทรกลับบ้าน

เลือก CSL เพราะใช้ง่าย หาง่าย ถูก (นาทีละบาทกว่าๆ สำหรับโทรไปเมืองไทย และนาทีละสี่บาทกว่าสำหรับคนที่เมืองไทยโทรหาเราที่ฮ่องกง) แล้วก็เติมเงินง่าย มีขายในสนามบินเลยค่ะ ราคาก็ประมาณ 88 HKD

พนักงานช่วยใส่ซิมและสอนวิธีโทรออกให้เรียบร้อย

โทรหาแม่เรียบร้อยก็ไปซื้อตั๋วรถบัสที่เรียกว่า Hotelink ซึ่งจะส่งตรงถึงโรงแรม



ราคา Hotelink คนเดียว 140 คนที่สอง 80 (คือยิ่งเยอะยิ่งถูกนั่นเอง)

สะดวกดีค่ะ ใช้เวลาประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมงในการเดินทางไปถึงโรงแรม (เจอรถติด และแวะส่งคนอื่นๆ ในรถเป็นพักๆ) ถ้าจะใช้บริการ Hotelink แนะนำว่าเลือกรอบแบบเผื่อเวลาเลตนิดนึงค่ะ

มิถุนาพักที่ The Charterhouse

เลือกที่นี่เพราะว่าอยู่ย่านที่คุ้นเคยชื่อ กับโรงแรมถูกที่สุดและโรงแรมดูดี 55



ห้องเล็ก แต่มีอุปกรณ์ครบ



เข้าไปถึง ก็เจอเตียงนอนเลย



ห้องน้ำก็เล็กๆ เช่นกัน



แต่อยู่เพื่อซุกหัวนอน ขอให้สะอาด นอนสบายก็ดีแล้ว

ชอบหน้าต่างที่ห้องมากที่สุด มองไปเห็นวิวด้วย

เก็บของเสร็จ พักดื่มน้ำ โซ้ยเบอร์เกอร์ที่แม่ยัดใส่กระเป๋ามาให้ก็ออกไปตะลุยเที่ยว

เดินออกจากโรงแรม ผ่านตลาดสด เพื่อไปขึ้น MTR ที่ Time Square



การเดินทางครั้งนี้ใช้บัตร Octopus เป็นหลัก ซื้อใบละ 150 HKD ใช้กับรถไฟฟ้าใต้ดิน (ซึ่งจะราคาถูกกว่าซื้อบัตรเดี่ยวๆ) รถเมล์ 7 Eleven และขึ้น Vitoria Peak ได้ บางร้านก็มีโปรโมชันร่วมกับบัตรปลาหมึกด้วยค่ะ



แต่ถ้าใครคิดว่าจะใช้บริการ MTR เยอะ ลองซื้อ Tourist One-day Pass นะคะ ราคา 55 HKD แล้วจะได้ Gift Voucher ห้าง Elements 50 HKD ห้าง Maritime (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกไหม) 20 HKD แล้วก็ลดค่าเข้า Ocean Park ได้ 10% รู้สึกจะเป็นโปรยาวถึงปีหน้าเลยค่ะ ลองเช็กในเว็บ MTR ของฮ่องกงดูค่ะ

เดินทางจาก Causeway Bay ไป Tsim Sha Shui ตั้งใจไปเดินเล่นแถว Gateway Boulevard, Ocean Terminal, Avenue of Stars



อากาศร้อนพอๆ กับบ้านเรา เพียงแต่ว่าไม่ชื้นเท่า ออกแนวแห้งนิดๆ แต่ก็ร้อนค่ะ



เดินเล่นวิวดีนะคะ แต่พอเริ่มมีแดดก็ไม่ไหว ร้อนนนนนน



ตรงรอยมือของเฉินหลง คนจะเยอะเป็นพิเศษ



แดดร้อนมาก เลยเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ



ชอบตรงนี้ มันแปลกดี



พาน้องชายไป Habour City (มันจะเชื่อมติดกับพวก Ocean Terminal แล้วก็อีกหลายๆ ห้างเลยล่ะคะ)

จะไปร้านของเล่นนั่นเอง

เดินวนงงๆ ในห้างพักนึง วันที่ไปคนเยอะมากๆ ค่ะ ไม่รู้ทำไมคนเยอะทั้งที่เพิ่งจะบ่ายจะเที่ยง ตอนแรกคิดว่าติดเที่ยง คนพักกินข้าว แต่เข้าบ่ายแล้วคนก็ยังเยอะ แถมร้าน Brand Name บางร้านคนยังแน่นอีกต่างหาก ต่อแถวรอเข้าร้าน ไม่ก็เข้าไปมุงในร้านอย่างกับแจกของ มิถุนาก็งงเลย (จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ามันเป็นวันสำคัญอะไร)

จำได้ว่าจะมี toys 'r us เดินวนหา เจอพวกร้าน UFO Catcher ด้วย



เดินในร้านทอยส์อาร์อัส ของเล่นเยอะดีค่ะ แต่ก็คล้ายๆ กับเมืองไทย ต้องที่อเมริกา ทอยส์อาร์อัสใหญ่มากกกกกก

น้องชายหยอดตู้ไข่หมุน ได้มาหลายฟองเหมือนกัน



ออกจากห้าง ก็จะไปหาของกิน ตอนนั้นเริ่มจะเย็น ประมาณสี่ห้าโมงเย็น เบอร์เกอร์ที่กินไปเริ่มย่อยไปหมด แถมปวดขามากๆ ด้วย (เดินยาวมาตั้งแต่สุวรรณภูมิและสนามบินฮ่องกง)

ร้านแถวนี้จะออกแนวหรูๆ นะคะ ตึกอาคารสวยๆ เยอะ (แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เพราะว่าเหนื่อยมากๆ นั่นเอง)



ตอนแรกว่าจะไปกินร้าน Sweet Dynasty ตอนถามประชาสัมพันธ์จาก Habour City มา เค้าว่าเดินมา 5 นาที มิถุนาก็เดินมาราว 5 นาที ยังไม่ถึงร้านสักที เลยคิดว่ามาผิดทางหรือเปล่า ระหว่างนั้นเดินไปเรื่อยๆ เจอร้าน Taiwan Beef Noodle ตรงถนน Canton ก็เลยชวนน้องเข้าไปเลย เพราะหิวมากๆ และเมื่อยมากๆ แล้ว



สั่งมาสองอย่าง จิ้มรูปจากเมนูเอา (แม้จะมีเมนูภาษาอังกฤษ แต่พนักงานบางคนก็พูดอังกฤษไม่ได้) บะหมี่เนื้อผัดซอส XO



กับบะหมี่น้ำเกี๊ยวกุ้ง (ในรูปแอบกินไปแล้ว แหะๆ)



อร่อยมากกกกก

จะว่าไปไม่ว่าจะเข้าร้านไหนที่ฮ่องกง บะหมี่ส่วนใหญ่อร่อยหมดเลยนะคะ เส้นเล็ก เหนียวนุ่ม กรึบๆ เกี๊ยวกุ้งสดและโต

มื้อนี้หมดราว 100 HKD บะหมี่ผัด 58 HKD บะหมี่เกี๊ยวประมาณ 40 HKD

อิ่มแล้วก็มีแรงเดินต่อ เดินจาก Tsim Sha Tsui ไป Park Lane Boulevard แล้วก็ไปที่ Jordan เพราะอยากไปตลาดกลางคืน Temple Market ที่ไปบ่อยๆ เมื่อสมัยก่อน



เดินจาก Tsim Sha Tsui ไป Jordan สถานีเดียวค่ะ ไม่ไกลมาก เดินไปเรื่อยๆ จะได้ดูวิวด้วย ตอนแรกว่าจะรอดู Symphony of Light ที่ Avenue of Star แต่ท่าจะไม่ไหว เหนื่อยกันแต่เช้ามืดแล้ว เลยคิดว่าไปตลาดกลางคืนเสร็จแล้วกลับโรงแรมดีกว่า

Park Lane ยังคงเหมือนเดิม มีคนเยอะ และมีร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับต่างๆ เยอะทีเดียว แต่ไม่ค่อยได้เข้าไปดูค่ะ แบบว่าไม่ใช่แนวมิถุนาเท่าไหร่ ก็เลยเดินดูอย่างเดียว

พอเข้า Jordan ก็จะเริ่มคุ้นเคย (แต่ก่อนพักแถว Nathan) ยังอุตส่าห์แวะเข้าตึกที่มีโรงแรม Prudential เพื่อหาร้านขายของเล่นที่เคยอยู่ในนั้นด้วยค่ะ แต่ไม่มีแล้ว :-(( เสียดายเลย



ความจริงอยากแวะห้าง Yue Wa นะคะ แต่ไม่ไหวจริงๆ แอบเหนื่อย เลยว่าจะเดินตลาดกลางคืนอย่างเดียว



ไปถึงนั่นน่าจะประมาณทุ่มกว่าสองทุ่ม ร้านในตลาดเริ่มเปิดเยอะแล้วค่ะ เดินๆ ดูของ ส่วนใหญ่ดูแล้ว...แอบล้าสมัยไปนิดนึง ไม่ค่อยถูกใจ ไม่ได้อะไรเลยค่ะ เดินดูเฉยๆ คงเป็นคนไม่ชอบชอปปิงอยู่แล้วด้วยล่ะค่ะ เลยไม่ได้อะไร

วนอยู่ในนั้นรอบนึงก็กลับออกมา ไปหารถไฟฟ้าใต้ดิน นั่งกลับ Causeway Bay

ขากลับ ก่อนจะเข้าโรงแรม ได้ของกินร้านที่อยู่เยื้องๆ กับถนนที่จะเดินไปโรงแรมมา

เป็นวัฟเฟิลรูปกลมๆ ขาย 10 HKD

กินร้อนๆ อร่อยดีค่ะ ข้างนอกจากกรอบๆ ข้างในจะนุ่มเหนียว ที่ร้านมีขายทาโกะยากิด้วย ว่าจะลองชิมสักวัน

ร้านวัฟเฟิลแบบนี้ ที่ Jordan ก็มีนะคะ แต่ตอนนั้นอิ่มอยู่ เลยไม่ได้ซื้อกิน จริงๆ อยากกินพวกของหวานเย็นๆ ด้วย แต่มันตื้อๆ เลยไม่ได้กิน :-))

วันนี้กลับถึงที่พักแล้วขอบอกว่าเมื่อยมากกกก เดินจนปวดขาลามไปถึงปวดเอว ทำให้สำนึกว่าสังขารเราไม่ไหวแล้ว 5555 แผนตอนแรกที่ว่าจะเดินยันเที่ยงคืนก็พับไปเลย

ไม่เป็นไรค่ะ เก็บแรงไว้สำหรับพรุ่งนี้ต่อ

จะไปดิสนีย์แลนด์นั่นเอง

ทิ้งท้ายด้วยขนมที่ซื้อมากินตามประสาคนชอบกินจุบจิบ



ของแปลก คาลบี้บ๊วย



รสเค็มๆ เปรี้ยวๆ ปะแล่มๆ อร่อยแบบแปลกๆ



อันนี้ก็อร่อย ของคาลบี้อีกเช่นกัน



เป็นมันฝรั่งแท่ง



แล้วเจอกันในวันที่ 2 Disneyland Haunted Halloween ค่ะ




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2554 7:37:04 น.
Counter : 1399 Pageviews.  

ของสะสมจากการท่องเที่ยว: Souvenir Coin


ปรกติเวลาไปเที่ยว จะมีของไม่กี่อย่างที่มักซื้อเก็บกลับมาเป็นประจำ หนึ่งในนั้นเป็น souvenir coin เหรียญที่ระลึกที่ทำจากเครื่องแบบนี้



เป็นเครื่องจากฮ่องกงดิสนี่ย์แลนด์

เราต้องหยอดเหรียญในเครื่องตามจำนวนที่กำหนด แล้วเครื่องจะรีดแผ่นโลหะ ปั๊มลายที่เลือกให้อัตโนมัติ

แต่สมัยก่อน ตอนไปเที่ยวอเมริกา จะมีเครื่องพวกนี้ทั่วไปหมดเลยค่ะ ไปสถานที่เที่ยวสำคัญๆ มักจะเจอ แต่ไม่ได้เป็นแบบออโต้ ต้องเอาเหรียญหนึ่งเซนต์ใส่ ถ้าจำราคาไม่ผิด หยอดเหรียญ 25 cent สี่เหรียญ แล้วก็หมุนที่จับข้างตู้ เพื่อรีดเหรียญเอง จะต้องออกแรงนิดหน่อย

ไม่ได้ไปอเมริกานานมากๆ แล้ว ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้จะเป็นเครื่องแบบ manual หรือ แบบออโต้

พอรีดเหรียญออกมาจะได้หน้าตาแบบนี้ (ไม่ได้ถ่ายรูปขั้นตอนเอาไว้นะคะ)



เหรียญที่ระลึกหน้าตาแบบนี้ค่ะ

ตอนนี้เพิ่งมีเท่านี้เอง ส่วนใหญ่ได้มาจากเมืองนอก


*คลิกเพื่อขยาย

ลายที่สะสม...

จะได้มาจากดิสนี่ย์แลนด์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ละโซน จะมีรูปปั๊มไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าใครอยากได้ลายไหนก็ต้องไปวิ่งตามหา

อันนี้เป็นของดิสนี่ย์แลนด์ใน LA


*คลิกเพื่อขยาย

เพราะว่าที่อเมริกามันเป็นเครื่องรีดแบบแมนนวล ต้องใช้มือหมุนรีดเหรียญ และใช้เหรียญ cent สีทองแดงเป็นแผ่นโลหะ ของดิสนี่ย์แลนด์ LA นี่จะดำๆ หน่อย พอกลับมาเมืองไทย พยายามขัดๆ ก็เลยลอกเป็นสีเงินๆ อย่างที่เห็น

อันนี้เป็นของฮ่องกงดิสนี่ย์แลนด์


*คลิกเพื่อขยาย

กองนี้จากลาสเวกัส


*คลิกเพื่อขยาย

ของโรงแรมเอกซคาลิเบอร์จะปั้มลายสองด้านเลย จริงๆ ลายสวยมาก แต่ว่ามันไม่ตรงกับแผ่นโลหะเท่าไหร่



จาก siam ocean world ในพารากอน


*คลิกเพื่อขยาย

ของ safari world

อันนี้จะต่างกับอันอื่น ตรงที่เป็นสีเงิน แล้วก็น้ำหนักเบา (คาดว่าน่าจะทำมาจากอลูมิเนียม)


*คลิกเพื่อขยาย

หมดแล้วค่ะ

ตอนนี้คอลเล็กชันมีเท่านี้เอง น้อยมากๆ เพราะว่าหาเครื่องทำเหรียญยาก แต่ก็ยังอยากสะสม เวลาเอามาดูก็จะชอบคิดถึงที่ที่เราไปเที่ยวเสมอ




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2554 22:08:27 น.
Counter : 762 Pageviews.  


มิถุนายน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]





บล็อกนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมนิยายของมิถุนาให้เป็นหลักแหล่ง และต่อมาได้เพิ่มความชอบเกี่ยวกับเครื่องสำอาง การท่องเกี่ยว การกิน และเรื่องจิปาถะอื่นๆ ค่ะ ว่างๆ ก็แวะมาทักทายกันบ้างนะคะ

มิถุนา (busaba401แอตhotmail.com)

แวะทักทาย/ฝากคำถามได้ที่ cbox นะคะ แล้วจะมาตอบให้ทุกคนค่า








Fanpage นิยายของมิถุนา
(เฉพาะนิยายนะคะ ไม่ได้อัพเรื่องเครื่องสำอางค่ะ)
มิถุนา Mithuna นิยาย

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ



E-book ของมิถุนา
คืนปรารถนา
มิถุนายน
www.mebmarket.com
ทั้งหมดเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด...อชิระคิดว่ามิลินท์หักหลังเขา เขาจึงใช้ความรักที่เธอมีให้เขาเป็นเครื่องมือในการแก้แค้น มิลินท์จาก...
ร้ายนัก(ไม่)รักเสียดีไหม
มิถุนายน
www.mebmarket.com
เมื่อยอดคุณป๊า ที่ถือคติที่ว่า “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” พยายามจับคู่ลูกๆ ที่เหลือให้ครบ อดีตคู่กัดสมัยละอ่อนเลยได้โคจรมาพบกันอีกครั้งในฐานะเจ้าบ่าวและเจ้าสาว...
New Comments
Friends' blogs
[Add มิถุนายน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.