Group Blog
 
All blogs
 

SAMPLE REVIEW: Innisfree Eco Natural Cover BB Cream

Innisfree Eco Natural Cover BB Cream



เนื้อครีมประมาณนี้



ลองใช้...



สรุป...

เนื้อครีมสีออกเนื้อ ค่อนข้างเหลวนะคะ ทาแล้วซึมไวเกลี่ยง่าย แต่ต้องระวังอย่าใช้เยอะ เพราะมันค่อนข้างเหลวนี่แหละค่ะ

หลังทาสีผิวดูกลมกลืนขึ้น หน้าไม่ลอย กลบรอยสิวได้ดีกว่าที่คิด เหลือแต่รอยแดงที่เป็นปัญหา แต่ก็ทาคอนซีลเลอร์เอาค่ะ

ไม่ได้คุมมัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันมาก (คือมันมีมันเล็กๆ แต่ก็ซับกระดาษก็โอเคแล้ว) เราไม่เจอปัญหาหน้าเทาระหว่างวัน และไม่มีปัญหาเรื่องบีบีครีมไม่ติดทนด้วยค่ะ

แบรนด์นี้ยังหาซื้ือในไทยยากนะคะ มีบางเว็บรับพรี แต่ของเค้าเราลองแซมเปิลมา เราว่าใช้ได้หลายตัวเลย บีบีครีมนี่ก็ไม่เลวเลยล่ะค่ะ




 

Create Date : 22 ธันวาคม 2555    
Last Update : 22 ธันวาคม 2555 12:13:19 น.  

REVIEW: Nivea Pearl & Beauty

ได้รับผลิตภัณฑ์จาก Nivea มาให้ทดลองอีกตามเคยนะคะ :-D คราวนี้เป็นตัว Nivea Pearl & Beauty

ลิขสิทธิ์เฉพาะของนีเวีย ด้วยสูตร “Pearlpurin®” ที่รวมสารสกัดอันทรงประสิทธิภาพจากไข่มุก พร้อมทั้งวิตามินและอาหารผิวรวม 10 ชนิด ช่วยฟื้นบำรุงลึก ให้ผิวเปล่งประกายดุจไข่มุก



นีเวีย ดีโอ บิวตี้ แอนด์ เพิร์ล มีทั้งแบบสเปรย์ ขนาด 150 มล. ราคา 129 บาท
และโรลออน ขนาด 25 มล. และ 50 มล. ราคา 50 บาท และ 102 บาท

คำโปรยจากโฆษณา

นีเวีย ดีโอ เพิร์ล แอนด์ บิวตี้ พิสูจน์แล้วว่า
- ปราศจากแอลกอฮอล์ และสารแต่งสี จึงอ่อนโยนต่อผิว
- ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
- มีสารสกัดจากไข่มุกธรรมชาติพร้อมทั้งวิตามินและอาหารผิวรวม 10 ชนิด เข้าฟื้นบำรุงลึกถึงเซลล์ผิว ให้วงแขนสวยเนียน เปล่งประกายดุจไข่มุก
- ไม่ทิ้งสารเคมีสะสมที่อาจทำให้ผิวคล้ำเสีย

เราใช้เวลาทดลองทั้งสองแบบนี้อาทิตย์ละแบบค่ะ :-D

Nivea Pearl & Beauty แบบสเปรย์



สรุป...

ก็จะคล้ายกับผลิตภัณฑ์สเปรย์ทั่วไปคือ ฉีดแล้วฟุ้งกระจาย ฉุนไปทั้งห้อง บางคนอาจจะไม่ชอบ ส่วนกลิ่นด้วยตัวของมันจะหอมแบบหวานๆ หวานมากๆ เราจะไม่ชอบกลิ่นนี้เท่าไหร่ ชอบกลิ่นแนว Nivea Whitening Happy Shave มากกว่า เพราะสดชื่นกว่า

ข้อดีของมัน ติดทนทั้งวัน ทำให้มั่นใจเรื่องกลิ่นและเรื่องเหงื่อว่าจะไม่มีมากวนใจ ไม่ทิ้งคราบขาว แห้งไว ฉีดแล้วแห้งเลย กลิ่นหอมติดทนทั้งวัน

เรื่องวงแขนขาวเนียนเปล่งประกายเราก็ยังเฉยๆ อยู่นะคะ ไม่ได้เห็นผลอะไรขนาดนั้น ก็ยังสีเหมือนเดิม ดังนั้นถ้าใครซื้อมาใช้ก็อย่าไปหวังตรงนี้มาก

ราคาไม่แพงมาก แต่มันมีขนาดเดียวคือ 150 ml ซึ่งจะทำให้พกพายากกว่ารุ่น Nivea Whitening Happy Shave ที่มีสองไซส์

ข้อเสียอีกอย่างคือ...หาซื้อได้เฉพาะที่ห้างเทสโก้โลตัสนะคะ ดังนั้นถ้าสนใจรุ่นนี้ แนะนำว่าต้องไปที่โลตัสอย่างเดียวค่ะ

Nivea Pearl & Beauty แบบโรลออน



สรุป...

กลิ่นจะอ่อนกว่าตัวสเปรย์นะคะ ขวดใหญ่ เราว่ามันก็ดีตรงที่มันพื้นที่ลูกกลิ้งกว้าง ทาง่าย แต่จับไม่ถนัด บางทีอาจจะเพราะเราไม่ชินขนาดขวดมากกว่า

เวลาทาก็เหมือนโรลออนทั่วไปที่จะแฉะๆ เราว่าแห้งไม่ไว คงไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความเร่งด่วน หลังแห้งเราว่าให้ความรู้สึกเหนอะเล็กน้อย

ระหว่างวันระงับกลิ่นและเหงื่อได้ดี ล้างออกง่ายกว่าแบบสเปรย์เยอะเหมือนกัน เราคิดว่าเหมาะกับคนที่กลัวเรื่องสารตกค้าง ส่วนเรานั้น เราชอบแบบสเปรย์มากกว่าค่ะ :-D

ข้อเสียของรุ่นโรลออน...เราว่าคือแห้งช้านี่แหละค่ะ แล้วก็หาซื้อได้เฉพาะที่ร้านเทสโก้ โลตัสเท่านั้น




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2555    
Last Update : 21 ธันวาคม 2555 0:05:02 น.  

REVIEW: Mistine Cat Eyes Stardust 2 in 1 Eyeliner

ได้ใช้ Mistine Cat Eyes Stardust 2 in 1 Eyeliner มานานแล้วเหมือนกันค่ะ เพิ่งเอามารีวิวให้ดูกันว่ามันดียังไง



เป็นอายไลเนอร์แบบน้ำและแบบดินสอในแท่งเดียว แพ็กเกจน่ารัก เราชอบ

ฝั่งอายไลเนอร์แบบน้ำหัวแหลมเรียว เขียนง่าย ส่วนฝั่งดินสอเป็นแบบหมุนๆ สะดวกดีค่ะ



ลองเขียนเส้นให้ดูนะคะ

อายไลเนอร์แบบน้ำได้สีดำชัด และติดจะเงาเล็กน้อย ส่วนฝั่งดินสอสีก็ดำดีค่ะ แม้จะไม่ดำปี๋จัดๆ แต่เรียกว่าดำทีเดียว เนื้อนิ่มเขียนง่าย



ทดสอบความติดทนบนหลังมือ

ด้านบนจะเป็นอายไลเนอร์น้ำ ด้านล่างจะเป็นดินสอนะคะ



ฝั่งซ้ายสุดหลังเขียนแล้วเอานิ้วถูกปืดๆ แบบน้ำจะทนมาก ไม่ลอกเลือน แต่แบบดินสอนี่เนื้อครีมมี่โดนปาดไปเละเลย

ตรงกลางเอาน้ำเปล่าลูบ จะเห็นว่าอายไลเนอร์แบบน้ำจะลอกไปเยอะเลย แบบดินสอก็เปื้อนเหมือนกัน

ส่วนฝั่งขวาสุดเอาเมกอัพรีมูฟเวอร์เช็ด เช็ดอายไลเนอร์ดินสอออกไปเยอะเลยคะ่ แต่เช็ดแบบน้ำยังสู้ใช้น้ำเปล่าไม่ได้

ลองเขียนบนตา รูปด้านล่างนี่ เขียนของตาบนและล่างด้วยอายไลเนอร์แบบน้ำ แล้วเขียนอินเนอร์ไลน์ด้วยอายไลเนอร์ดินสอ



ผ่านมาตั้งแต่เช้าจรดเย็น อายไลเนอร์แบบน้ำไม่เลอะลอกเลือนเลย ทนมาก แต่แบบดินสอ เปื้อนลงมาที่ขอบตาล่างอย่างที่เห็นนะคะ ถือว่าเลอะไม่มาก ยังพอรับได้ (แต่เราก็คงไม่กล้าใช้มากเพราะกลัวเปื้อนอยู่ดีนั่นแหละ)

สรุป...

เป็นอายไลเนอร์ดี ราคาถูก ร้อยนิดๆ ก็ซื้อได้แล้ว อายไลเนอร์ฝั่งน้ำนี่ทนดีค่ะ เขียนแล้วทนทั้งวันเลย แล้วมันก็เขียนง่าย ได้เส้นเล็ก เพราะพู่กันเรียวแหลม ล้างก็ง่ายด้วย เพราะมันลอกเป็นแผ่นๆ ทำให้ตาไม่ช้ำ

ส่วนฝั่งที่เป็นดินสอ เนื้อดินสอนิ่มดี เขียนง่าย แบบหมุนๆ ก็ใช้สะดวก แต่มันไม่ค่อยทนเท่าไหร่ ระหว่างวันมีเลอะลงมาอย่างที่เห็นในรูป แต่ก็ไม่ได้เลอะมาก อาจจะเพราะเราใช้เขียนแต่อินเนอร์ไลน์อย่างเดียว คาดว่าถ้าเขียนเป็นอายไลเนอร์ คงจะเลอะไม่มีดีแน่นอน

ชอบรุ่นนี้นะคะ แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าอายไลเนอร์ดินสอมันทนมากกว่านี้




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2555    
Last Update : 20 ธันวาคม 2555 0:23:46 น.  

ชวนเที่ยวญี่ปุ่น...อาซากุสะ + ฮาโกเน (พากินขนมอร่อยๆ แนะนำขนมของฝาก และปิดท้ายด้วยรีวิวเครื่องสำอางที่ซื้อตลอดทั้งทริป)

บล็อกนี้แอบก้ำกึ่งระหว่างเปิดถุงช็อป พากิน และพาเที่ยว เป็นบล็อกดองของโคตรดองค่ะ :-D

เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเราไปเที่ยวญี่ปุ่น หอบขนมกลับมาอย่างเพียบ เนื่องจากเราเป็นคนชอบกินขนมมากๆ



อาจจะเรียงไม่ตามลำดับนะคะ ขอเริ่มขนมที่กินตามทริปก่อนเลยค่ะ

น้องซื้อมาให้ กลัวเราลงจากเครื่องแล้วจะหิว ได้เป็น มันฝรั่งแท่ง jagabee รสชีส (ซ้าย) กับ มันฝรั่งแท่งรสบ๊วย



jagabee อร่อยค่ะ เค็มๆ เหมือนกินเฟรนฟรายส์แบบกรอบ ชอบๆๆๆ



ส่วนมันฝรั่งรสบ๊วย อร่อยแบบแปลกๆ มันจะเปรี้ยวๆ เค็มๆ น่าลองมากๆ

วันแรกเราแวะวัดอาซากุสะก่อนเลย สองข้างทางเต็มไปด้วยของกินค่ะ เลือกแทบไม่ถูก



เราเลือกกินโมจิทอดเป็นอย่างแรก (เพราะเห็นคนเยอะดีค่ะ)



โมจิทอดไส้ถั่วแดง

ราคาร้อยกว่าเยน จำราคาแน่นอนไม่ได้



แป้งนุ่มเหนียว กรอบนอกนุ่มใน ไส้ถั่วแดงแอบหวานไปหน่อย แต่อร่อยดีค่ะ



เข้าร้านนี้ต่อ เป็นร้านขนมหวาน



เหตุเพราะอยากกินไอติมชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

ได้เป็นแป้งแบบโดรายากิน ไส้ถั่วแดงและไอศกรีมชาเขียว อันนี้ 230 เยน รสชาติงั้นๆ นะคะ แบบว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ ค่อนข้างหวานเพราะไอศกรีมน้อยกว่าถั่วแดง คำท้ายๆ เลยกินแป้งกับถั่วแดงซะงั้น



ปิดท้ายกินขนมที่วัดอาซากุสะด้วยของที่เราอยากกินมากๆ

เซมเบ้



เราเลือกแบบห่อสาหร่ายธรรมดา (จริงๆ มีหลายหน้า) ชิ้นนี้ 100 เยน ใหญ่มาก ใครชอบเซมเบ้ ห้ามพลาด เพราะมันอร่อยดีค่ะ เข้มข้น ร้อน (เพราะมันปิ้งใหม่ๆ) กินแล้วสะใจมาก


ปิดท้ายด้วยภาพวัดอาซากุสะ



จากนั้นก็เดินไปโตเกียวสกายทรี วันนั้นฝนตก หมอกลง เดินไปนี่ตามฝนไป เปียกปอนทั่วหน้า (คิดว่าจากวัดอาซากุสะไม่มาก แต่ที่ไหนได้ แอบไกลมากค่ะ) หมดอารมณ์เดินข้างในต่อ เพราะผู้ร่วมทริปเหนื่อยมาก 



ปิดท้ายของหวานสุดท้ายของวันด้วยไอศกรีมจากโมรินากะที่น้องเรา recommend มากๆ ซื้อตามร้านสะดวกซื้อ ราคาร้อยนิดหน่อยเยน ถ้าจำไม่ผิดนะคะ



เป็นไอศกรีมวานิลลา หุ้มด้วยวาฟเฟิลกรอบ (เพราะว่าด้านในวาฟเฟิลเคลือบช็อกโกแลต) ตรงกลางก็มีช็อกโกแลตแทรก อร่อยดีค่ะ หอมๆ วานิลลาและขมช็อกโกแลตนิดๆ



วันที่สองเราไปเที่ยวฮาโกเน

ระหว่างทางก็กินขนมประปราย

ชิ้นแรกของวัน ระหว่างนั่งรถไฟไปฮาโกเน

ช็อกโกแลตของโมรินากะ ซื้อในแฟมิลีมาร์ท ราคาน่าจะราวๆ 100 นิดหน่อยเยน 



อร่อยมากกกกก มันเป็นข้าวพองกรอบๆ ประกอบช็อกโกแลต



นั่งในรถไฟประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ในรถไฟมีขายข้าวกล่อง ขนมเยอะแยะ แต่เราไม่ได้สั่ง เพราะยังอิ่มอยู่

อวดเมนูเล่นๆ ราคาก็ตั้งแต่ 500 - 1000 กว่าเยน



มาถึงสถานีเคเบิลที่พาเราขึ้นเขาไปฮาโกเน



ช่วงนี้เป็นช่วงดอกไฮเดรนเยียหรืออาจิไซออกดอกนะคะ (เดือน ก.ค.) ดอกมันสวยมาก



มีกระทั่งของที่ระลึกรูปดอกไฮเดรนเยีย อันนี้เป็นกระจก น่ารักมาก ถ้าเป็นพวงกุญแจ เราซื้อไปแล้ว



ละแวกนี้มีร้านค้า ร้านอาหาร ของที่ระลึกด้วย 

ตรงนี้จะมีไข่ดำแบบแพ็กเอากลับไปฝากคนทางบ้านได้ขาย (ไม่มีขายที่ข้างบนตรงน้ำพุร้อนนะคะ ถ้าไม่ซื้อตรงนี้ มันจะมีอีกที่ขายตรงก่อนจะเดินลงจากเคเบิลคาร์ ไปขึ้นรถไฟกลับ) 

อันนี้ 5 ใบ 690 เยน จะแพงกว่าแบบต้มสดๆ ข้างบน (จำไม่ได้ว่าแพงกว่าเท่าไหร่) มีแบบแพ็กเล็ก 2 ฟองด้วย จำราคาไม่ได้



เราชอบดูดิสเพลย์ขนมญี่ปุ่นมากๆ จัดมาสวยเลยค่ะ นี่เป็นพวกเค้กโรลชาเขียว พอดีเราไม่ชอบชาเขียว เลยไม่สนเท่าไหร่



ขึ้นเขากัน รถจะจอดเป็นธสถานีนะคะ แต่ละสถานีจะมีอะไรๆ น่าสนใจอีกเยอะ ถ้ามีเวลาอยู่ฮาโกเนนานๆ น่าแวะมากค่ะ



ระหว่างทางขึ้นเคเบิลคาร์ มีตู้กดเหรียญที่ระลึก ในฐานะที่ชอบสะสม เราไม่พลาด



ลายน่ารักมาก



เคเบิลคาร์



มาถึงแล้ว

ด้านบนเขาก็จะบรรยากาศแนวๆ นี้ เต็มไปด้วยหมอกมัวๆ (ควันจากบ่อน้ำร้อนที่มีกำมะถัน)



บนเขาไม่ค่อยมีอะไรมาก ออกแนวบ่อน้ำร้อน (ถ้ามีเวลาหรือวันเหลือ แวะไปแช่น้ำร้อนในละแวกนี้ได้ มันจะมีสถานีให้ลงเพื่อการนี้เลยค่ะ)

เดินขึ้นมาหาน้ำพุร้อน

แอบเหนื่อยเหมือนกันนะคะ



บ่อน้ำพุร้อน



ตรงนี้เค้าจะต้มไข่กัน ไข่จะเป็นสีขาว พอจุ่มน้ำพุร้อนไปสักพักมันก็กลายเป็นสีดำค่ะ



เค้าว่าตรงนี้เป็นจุดที่สูงขึ้นมาถึง 1050 เมตร




มีคิตตี้ไข่ดำด้วย :-D



แวะกินข้าวกลางวันที่นั่น จะมีพวกร้านแนวฟาสต์ฟู้ดซึ่งไม่ค่อบมีของกินเท่าไหร่ เลยเลือกร้านนี้ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเดียวที่นั่น คนเยอะทีเดียวค่ะ 

มีแกงกะหรี่สีดำด้วย ที่นี่อะไรๆ ก็สีดำๆ 



ชอบดูของกินเก๊ที่ทำโชว์หน้าร้าน น่ากินมาก ราคาต่อชุดประมาณ 1000 เยน



ภายในร้าน กว้างทีเดียวค่ะ 



ของกินที่เราสั่งเป็นชุึด เป็นโซบะน้ำและมีเทมปุระ



อร่อยค่ะ น้ำซุปหอม กลมกล่อม ช้อนซุปที่ให้มาใหญ่มากกกกก เอาเข้าปากไม่ได้



อิ่มแล้วแวะร้านของฝากใกล้ๆ 

ร้านขายของมีประมาณสองร้านใหญ่ๆ 



แน่นอนว่าทั้งสองร้านมีขายไข่ดำที่เค้าว่ากินแล้วจะทำให้อายุยืนไปอีก 7 ปี



เราก็ซื้อกับเค้าด้วย เพราะกลัวเสียเที่ยวการมาฮาโกเน



เปิดโชว์ไข่ดำ



แกะออกมาก็คือไข่ต้มดีๆ น่ะเอง แต่จะมีกลิ่นแปลกๆ ของกำมะถัน เค้าจะมีเกลือมาให้ใส่กินด้วย แต่เราไม่ได้ใส่ 



มีมันเผาขายด้วย ที่ป้ายมีกระทั่งภาษาไทยเขียนไว้ :-D



ของฝากอื่นๆ ในร้าน มีเยอะมาก เราซื้อช็อกโกแลตไข่ดำมาด้วย เป็นไส้อัลมอนด์ อันนี้กินแล้วงั้นๆ ช็อกโกแลตมันไม่อร่อย แต่อัลมอนด์กรอบดีค่ะ ราคาแบบถุง 500 เยน แบบกล่องรู้สึกจะราว 800-1000 เยน



ลูกพลับตากแห้ง มันมาเป็นแท่งๆ ห่อสวยงามเลย 

อันนี้ซื้อฝากแม่ นิ่มและหวานแบบไม่สังเคราะห์ดีค่ะ เราว่าคนแก่ๆ น่าจะชอบ หนึ่งหลอดประมาณ 900 - 1000 เยน



นอกจากลูกพลับกับช็อกโกแลต เราซื้อขนมอร่อยติดอันดับของที่นั่นมา มันเป็นแนวขนมเปียะ เป็นไส้ถั่วข้างใน เคลือบช็อกโกแลตขาวกับแป้งเค้กบางๆ สีดำ (มันเป็นแป้งคล้ายๆ แป้งขนมไหว้พระจันทร์) เราไม่ชอบอันนี้เลย แพงด้วย ประมาณ 1000 เยน ไม่อร่อยเลย แป้งขมไป ไส้ก็หวานแปลกๆ ไม่ผ่าน (กล่องซ้ายสุดในรูปด้านล่าง)

(กล่องขวาสุด) (ส่วนกล่องซ้ายสุด ขนมของโมรินากะ เป็นคุกกี้วานิลลาเคลือบช็อกโกแลตขาว อร่อยมาก หอมๆ เนย และมันๆ ช็อกโกแลตนม เมืองไทยขายประมาณ 80-90 แต่ที่ญี่ปุ่นขายประมาณ 100 เยน) 



ขากลับผ่านร้านของฝาก



มีขนมท๊อฟฟี่ญี่ปุ่นแบบโบราณ เราถ่ายรูปมาอย่างเดียว เพราะเป็นหน้าดอกไฮเดรนเยีย เค้าทำขนมซะน่ารัก แต่เราเคยกินขนมนี้ เราไม่ชอบเลย มันหวานอย่างเดียว แล้วก็มีกลิ่นแนวผลไ่ม้เจืออ่อนๆ ไม่ผ่าน สวยแต่รูปค่ะ 



ขนมดอกไฮเดรนเยีย สวยงามมาก



ระหว่างทางกลับกินเยลลี่ไปด้วย อร่อยมากกกกก ใครชอบเยลลี่เปรี้ยวๆ ห้ามพลาด ห่อนึงประมาณ 100 เยน อันนี้รสโคล่า



หน้าตามัน กินเพลินมากๆ เปรี้ยวๆ หอมโคล่า หนึบสุดๆ 



เดินเข้ามาละแวกตลาดอาเมโยโก ร้านกลางป้ายเหลืองๆ ในรูป เป็นร้านขายขนมและเครื่องสำอาง ราคาไม่แพงเลยล่ะค่ะ แวะเลือกซื้อกันได้ที่นี้


เดินไปเดินมา หาร้านอาหาร เลือกไม่ถูกเลย แต่ได้ร้านนี้ อยู่ชั้นสองหรือสี่นี่แหละค่ะ ไม่ได้อยู่ชั้นหนึ่ง จะต้องเดินเข้าซอกเล็กๆ ขึ้นลิฟต์มาที่ร้าน คนเยอะมาก เราต้องรอประมาณ 2 คิวกว่าจะได้กิน



ชื่อร้าน Negishi อยู่ในตลาดอาเมโยโก แต่บอกไม่ถูกว่าอยู่ส่วนไหน 



อาหารที่สั่งเป็นหมูย่าง

เป็นเซ็ต เซ็ตอาหารตกอยู่ประมาณ 800 - 1000 นิดหน่อย เยน ราคาไม่แพงมาก



ซูมเนื้อหมู



มันยามาอิโมะบด มากับเซ็ต เคยเห็นแต่ในรายการทีวีญี่ปุ่น รสชาติบรี๋อมากกกกกก มันจะคาวๆ มัน แล้วก็มันเป็นมันที่บดแบบดิบๆ เนื้อหนืดโคตร เราแหวะมาก



อยากกินผัก สั่งสลัดซีซาร์มาด้วย อร่อยดีค่ะ ผักสด กรอบ น้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม



อิ่มแล้วก็มาซื้อเครื่องสำอางที่ร้านเหลืองๆ ด้านบน

อันนี้ซื้อฝาก บีโอเรกับฮาดาลาโบะถูกกว่าบ้านเราประมาณ 80-100นิดหน่อย บาท DHC Lash Serum อันนี้เห็นเค้าว่าดีกัน เมืองไทยก็ไม่มีขายแล้ว ต้องซื้อมาด้วย ริมขวาสุดเป็นกาวติดขนตายี่ห้อดังของที่นี่ เราซื้อมาสองอัน



ของเรา 

แถวแรกซ้ายมือเป็นกาวติดขนตาปลอมแบบเดียวกันอันบน

DUP Eyelash Fixer ซื้อผิดซื้อมาสีดำ ซึ่งสีดำมันไม่ดีตรงเลอะง่ายถ้าเราติดพลาด มันจะเลอะเป็นกาวสีดำที่เปลือกตาเลยล่ะ แนะนำให้ซื้อสีใสดีกว่า แต่สีดำดีตรงที่เวลาทาแล้วขนตามันไม่ดูลอยๆ เพราะกาวมันสีดำ เลยปิดก้านขนตาได้ กาวยี่ห้อนี้เป็นแบบขวดเล็กๆ มีหัวแปรงเรียวแหลม ทำให้ทาได้ไม่ยาก สะดวกมาก (แนะนำว่าถ้าจะซื้อกาวติดขนตา ซื้อแบบนี้ดีกว่า) กาวเหนียว แห้งไม่ไวเท่าตัวขวดสีม่วงของ Diamond Lash แต่เราว่ามันจะเหนียวและติดทนกว่าของ Diamond Lash ไม่แปลกใจที่เป็นกาวติดขนตาอันดับหนึ่ง แนะนำให้ซื้อกลับมาใช้ค่ะ แต่อย่าลืมเลือกแบบใสดีกว่านะคะ



น้ำตาเทียมหยอดตา Rohto รุ่น Z! เป็นแบบรุ่นเย็น หยอดแล้วเย็นตามากกกกก เย็นสุดขั้ว ครั้งแรกๆ ที่ใช้จะไม่ชิน เหมือนเอายาหมองมาหยดตา แต่หลังจากใช้แล้ว ไอ้ตาที่เคืองๆ ล้าๆ หรือง่วงนอน กลับมาดีเริด ตื่น ตาไม่เคืองเลยล่ะค่ะ ดีมากๆ ขวดนี้ประมา๊ณ 200-300 เยน ควรซื้อกลับมาเลยถ้าใช้พวกน้ำตาเทียม ยาหยอดตา 



ขนตาปลอม ของ Diamond Lash กล่องประมาณ 1000 เยน คุ้มมาก เพราะมี 5 คู่ในกล่องเดียว แบบก้านใสขนตาจะเบากว่า ไม่หนักตา

Fairy Eye อันนี้ติดแล้วขนตาเป็นแผงเลย ตาโตดี เหมาะกับคนตาเล็กเพราะไม่ต้องตัดก้านเลย แต่มันจะหนักตาไปสักหน่อย

Little Devil Eye อันนี้เป็นแบบครึ่งเดียว ติดง่ายดีค่ะ เหมาะกับมือใหม่ แต่ก้านมันจะแข็ง มันจะไม่โค้งไปตามขอบตา ข้อเสียนะคะ เวลาล้างเอากาวออก ถ้าเผลอแกะกาวแรงไป จะดึงไอ้ตัวขนตามันออกมาด้วย เราทำเจ๊งไปหลายอันมากๆ 



มากันที่ขนตาล่าง 
Nudy Eye อันนี้มันก็ติดง่ายดีนะ แต่ว่าสำหรับเรามันไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ ถ้าติดไม่ดีก็จบเห่ เหมาะกับคนติดเซียนๆ มากกว่า
Naturals Eye อันนี้ชอบมาก ซื้อมาตุนไว้ ติดแล้วเป็นธรรมชาติมาก แนะนำให้ซื้อค่ะ



ปิดท้ายวันที่สองด้วยขนมที่เราซื้อฝากคนที่บ้าน 

เรายังไม่เคยกินของเหล่านี้นะคะ ไม่อาจจะให้คะแนนได้ แต่คาราเมลคอร์นห่อเขียวๆ นี่ ห้ามพลาด เรากินรสออริจินัลและช็อกโกแลตอร่อยมาก เช่นเดียวกับขนมหมีโคอาล่ารสแปลกๆ (อย่างในรูปรสไอศกรีม) และ Jagabee มันฝรั่งที่เป็นถ้วยๆ อร่อยมากๆ (แนะนำรสชีสกับรสพริกไทยดำ ถ้าอยากได้แบบดั้งเดิม เอารสมันฝรั่งแท้ค่ะ) ขนมด้านล่างนี้ ส่วนมากเราซื้อตามร้านสะดวกซื้อ ราคาประมาณ 100 เยน หรือ 100 นิดหน่อยค่ะ


ของแนะนำประจำวัน

เราชอบเยลลี่กาแฟใส่นมยี่ห้อนี้มาก ราคาแอบจำไม่ได้ มันราวๆ 200 เยน อร่อยมากๆ ซื้อตามร้านสะดวกซื้อ เยลลี่นุ่ม แต่เนื้อไม่เหลว ขมๆ กาแฟนิดๆ นมก็เข้มข้น หอมอร่อยมาก กินแล้วเข้ากันสุดๆ พูดแล้วอยากกินอีก 



เดี๋ยวบล็อกหน้าพากินขนมตอนสองต่อที่ดิสนีย์ซีค่ะ ใครอยากรู้ว่าด้านในดิสนีย์ซีมีอะไรบ้าง ห้ามพลาด




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2555    
Last Update : 6 มกราคม 2556 18:53:51 น.  

REVIEW: Nivea Whitening Happy Shave Spray

ทาง Nivea ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ลองเมื่อปลายเดือนก่อน เป็น Nivea Whitening Happy Shave Spray

สเปรย์ลดเหงื่อและระงับกลิ่นกาย สูตรแห้งเร็ว ลดการระคายผิว จากการกำจัดขนใต้วงแขนด้วยวิธีการโกน บำรุงล้ำลึกให้ผิวใต้วงแขนขาวกระจ่างใสเรียบเนียน และให้การปกป้องยาวนานตลอดวัน



Nivea Whitening Happy Shave Spray



ปริมาณ และ ราคา
60 มล. และ 150 มล. ราคา 70 และ 99 บาท

คำโปรยจากโฆษณา

นีเวีย ไวท์เทนนิ่ง แฮปปี้เชฟ พิสูจน์แล้วว่า
- อ่อนโยนต่อผิวเพราะปราศจากสารพาราเบน (สารกันเสีย)
- ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
- เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับผู้หญิงที่ใช้วิธีโกนในการกำจัดขนโดยเฉพาะ
- มีวิตามินและอาหารผิวรวม 10 ชนิด เพื่อบำรุงผิวหลังการโกน โดดเด่นด้วยวิตามินซี และโปร วิตามินบี 5 ช่วยลดความรู้สึกแสบผิวและฟื้นฟูเซลล์ผิว**ที่หลุดลอกจากการโกน ให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียน
- ไม่ทิ้งคราบขาว และสารเคมีที่อาจทำให้ผิวคล้ำเสีย

สรุป...

เราลองใช้ Nivea Whitening Happy Shave Spray มาสองอาทิตย์ได้แล้ว

ครั้งแรกที่ใช้ ก็เป็นผลิตภัณฑ์แนวสเปรย์คือ เวลาฉีดกลิ่นมันจะฟุ้ง แต่กลิ่นจางแล้วก็หอมดีค่ะ ไม่ฉุน (เราจะชอบกลิ่นนี้มากกว่ารุ่น Pearl & Beauty เพราะว่ามันสดชื่นกว่า)

สเปรย์แห้งไว ไม่ทิ้งคราบขาว เหมาะกับคนใช้ชีวิตประจำวันเร่งด่วน ฉีดสเปรย์เสร็จก็ใส่เสื้อผ้าได้เลย ไม่ต้องมารอให้แห้งเหมือนโรลออน และแน่นอนว่าไม่แสบผิว ไม่เหมือนพวกโรลออนที่เป็นน้ำ บางทีถ้าเรามีแผลที่วงแขนก็อาจจะแสบได้

สเปรย์ระงับเหงื่อได้ชะงัด ไม่มีเหงื่อระหว่างวันมากวนใจ ก็เลยทำให้ไม่มีกลิ่นตัวด้วย แล้วกลิ่นสเปรย์ก็ค่อนข้างหอมและติดทนทั้งวันค่ะ

ส่วนเรื่องที่เค้าเคลมว่าใต้วงแขนจะขาวขึ้น เรายังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่นะคะ (จะว่าไปใช้พวกผลิตภัณฑ์แนวไวเทนนิงเพื่อวงแขนมาหลายยี่ห้อก็ยังไม่เจอยี่ห้อที่ทำให้ขาวจริงๆ) ดังนั้นถ้าจะมองหาเรื่องผลิตภัณฑ์ให้วงแขนขาวเวอร์เหมือนใช้โฟโต้ช็อปคงจะยากหน่อย แต่เรื่องกลิ่น เรื่องคราบ เรื่องประสิทธิภาพการระงับเหงื่อ Nivea Whitening Happy Shave Spray เชื่อได้เลยล่ะค่ะ ราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่ด้วย




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2555    
Last Update : 18 ธันวาคม 2555 7:30:55 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  
BlogGang Popular Award#10


 
มิถุนายน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 27 คน [?]





บล็อกนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมนิยายของมิถุนาให้เป็นหลักแหล่ง และต่อมาได้เพิ่มความชอบเกี่ยวกับเครื่องสำอาง การท่องเกี่ยว การกิน และเรื่องจิปาถะอื่นๆ ค่ะ ว่างๆ ก็แวะมาทักทายกันบ้างนะคะ

มิถุนา (busaba401แอตhotmail.com)

แวะทักทาย/ฝากคำถามได้ที่ cbox นะคะ แล้วจะมาตอบให้ทุกคนค่า








Fanpage นิยายของมิถุนา
(เฉพาะนิยายนะคะ ไม่ได้อัพเรื่องเครื่องสำอางค่ะ)
มิถุนา Mithuna นิยาย

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ



New Comments
Friends' blogs
[Add มิถุนายน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.