Group Blog
 
All blogs
 

ชวนเที่ยวญี่ปุ่น...อาซากุสะ + ฮาโกเน (พากินขนมอร่อยๆ แนะนำขนมของฝาก และปิดท้ายด้วยรีวิวเครื่องสำอางที่ซื้อตลอดทั้งทริป)

บล็อกนี้แอบก้ำกึ่งระหว่างเปิดถุงช็อป พากิน และพาเที่ยว เป็นบล็อกดองของโคตรดองค่ะ :-D

เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเราไปเที่ยวญี่ปุ่น หอบขนมกลับมาอย่างเพียบ เนื่องจากเราเป็นคนชอบกินขนมมากๆ



อาจจะเรียงไม่ตามลำดับนะคะ ขอเริ่มขนมที่กินตามทริปก่อนเลยค่ะ

น้องซื้อมาให้ กลัวเราลงจากเครื่องแล้วจะหิว ได้เป็น มันฝรั่งแท่ง jagabee รสชีส (ซ้าย) กับ มันฝรั่งแท่งรสบ๊วย



jagabee อร่อยค่ะ เค็มๆ เหมือนกินเฟรนฟรายส์แบบกรอบ ชอบๆๆๆ



ส่วนมันฝรั่งรสบ๊วย อร่อยแบบแปลกๆ มันจะเปรี้ยวๆ เค็มๆ น่าลองมากๆ

วันแรกเราแวะวัดอาซากุสะก่อนเลย สองข้างทางเต็มไปด้วยของกินค่ะ เลือกแทบไม่ถูก



เราเลือกกินโมจิทอดเป็นอย่างแรก (เพราะเห็นคนเยอะดีค่ะ)



โมจิทอดไส้ถั่วแดง

ราคาร้อยกว่าเยน จำราคาแน่นอนไม่ได้



แป้งนุ่มเหนียว กรอบนอกนุ่มใน ไส้ถั่วแดงแอบหวานไปหน่อย แต่อร่อยดีค่ะ



เข้าร้านนี้ต่อ เป็นร้านขนมหวาน



เหตุเพราะอยากกินไอติมชาเขียวแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

ได้เป็นแป้งแบบโดรายากิน ไส้ถั่วแดงและไอศกรีมชาเขียว อันนี้ 230 เยน รสชาติงั้นๆ นะคะ แบบว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษเท่าไหร่ ค่อนข้างหวานเพราะไอศกรีมน้อยกว่าถั่วแดง คำท้ายๆ เลยกินแป้งกับถั่วแดงซะงั้น



ปิดท้ายกินขนมที่วัดอาซากุสะด้วยของที่เราอยากกินมากๆ

เซมเบ้



เราเลือกแบบห่อสาหร่ายธรรมดา (จริงๆ มีหลายหน้า) ชิ้นนี้ 100 เยน ใหญ่มาก ใครชอบเซมเบ้ ห้ามพลาด เพราะมันอร่อยดีค่ะ เข้มข้น ร้อน (เพราะมันปิ้งใหม่ๆ) กินแล้วสะใจมาก


ปิดท้ายด้วยภาพวัดอาซากุสะ



จากนั้นก็เดินไปโตเกียวสกายทรี วันนั้นฝนตก หมอกลง เดินไปนี่ตามฝนไป เปียกปอนทั่วหน้า (คิดว่าจากวัดอาซากุสะไม่มาก แต่ที่ไหนได้ แอบไกลมากค่ะ) หมดอารมณ์เดินข้างในต่อ เพราะผู้ร่วมทริปเหนื่อยมาก 



ปิดท้ายของหวานสุดท้ายของวันด้วยไอศกรีมจากโมรินากะที่น้องเรา recommend มากๆ ซื้อตามร้านสะดวกซื้อ ราคาร้อยนิดหน่อยเยน ถ้าจำไม่ผิดนะคะ



เป็นไอศกรีมวานิลลา หุ้มด้วยวาฟเฟิลกรอบ (เพราะว่าด้านในวาฟเฟิลเคลือบช็อกโกแลต) ตรงกลางก็มีช็อกโกแลตแทรก อร่อยดีค่ะ หอมๆ วานิลลาและขมช็อกโกแลตนิดๆ



วันที่สองเราไปเที่ยวฮาโกเน

ระหว่างทางก็กินขนมประปราย

ชิ้นแรกของวัน ระหว่างนั่งรถไฟไปฮาโกเน

ช็อกโกแลตของโมรินากะ ซื้อในแฟมิลีมาร์ท ราคาน่าจะราวๆ 100 นิดหน่อยเยน 



อร่อยมากกกกก มันเป็นข้าวพองกรอบๆ ประกอบช็อกโกแลต



นั่งในรถไฟประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ในรถไฟมีขายข้าวกล่อง ขนมเยอะแยะ แต่เราไม่ได้สั่ง เพราะยังอิ่มอยู่

อวดเมนูเล่นๆ ราคาก็ตั้งแต่ 500 - 1000 กว่าเยน



มาถึงสถานีเคเบิลที่พาเราขึ้นเขาไปฮาโกเน



ช่วงนี้เป็นช่วงดอกไฮเดรนเยียหรืออาจิไซออกดอกนะคะ (เดือน ก.ค.) ดอกมันสวยมาก



มีกระทั่งของที่ระลึกรูปดอกไฮเดรนเยีย อันนี้เป็นกระจก น่ารักมาก ถ้าเป็นพวงกุญแจ เราซื้อไปแล้ว



ละแวกนี้มีร้านค้า ร้านอาหาร ของที่ระลึกด้วย 

ตรงนี้จะมีไข่ดำแบบแพ็กเอากลับไปฝากคนทางบ้านได้ขาย (ไม่มีขายที่ข้างบนตรงน้ำพุร้อนนะคะ ถ้าไม่ซื้อตรงนี้ มันจะมีอีกที่ขายตรงก่อนจะเดินลงจากเคเบิลคาร์ ไปขึ้นรถไฟกลับ) 

อันนี้ 5 ใบ 690 เยน จะแพงกว่าแบบต้มสดๆ ข้างบน (จำไม่ได้ว่าแพงกว่าเท่าไหร่) มีแบบแพ็กเล็ก 2 ฟองด้วย จำราคาไม่ได้



เราชอบดูดิสเพลย์ขนมญี่ปุ่นมากๆ จัดมาสวยเลยค่ะ นี่เป็นพวกเค้กโรลชาเขียว พอดีเราไม่ชอบชาเขียว เลยไม่สนเท่าไหร่



ขึ้นเขากัน รถจะจอดเป็นธสถานีนะคะ แต่ละสถานีจะมีอะไรๆ น่าสนใจอีกเยอะ ถ้ามีเวลาอยู่ฮาโกเนนานๆ น่าแวะมากค่ะ



ระหว่างทางขึ้นเคเบิลคาร์ มีตู้กดเหรียญที่ระลึก ในฐานะที่ชอบสะสม เราไม่พลาด



ลายน่ารักมาก



เคเบิลคาร์



มาถึงแล้ว

ด้านบนเขาก็จะบรรยากาศแนวๆ นี้ เต็มไปด้วยหมอกมัวๆ (ควันจากบ่อน้ำร้อนที่มีกำมะถัน)



บนเขาไม่ค่อยมีอะไรมาก ออกแนวบ่อน้ำร้อน (ถ้ามีเวลาหรือวันเหลือ แวะไปแช่น้ำร้อนในละแวกนี้ได้ มันจะมีสถานีให้ลงเพื่อการนี้เลยค่ะ)

เดินขึ้นมาหาน้ำพุร้อน

แอบเหนื่อยเหมือนกันนะคะ



บ่อน้ำพุร้อน



ตรงนี้เค้าจะต้มไข่กัน ไข่จะเป็นสีขาว พอจุ่มน้ำพุร้อนไปสักพักมันก็กลายเป็นสีดำค่ะ



เค้าว่าตรงนี้เป็นจุดที่สูงขึ้นมาถึง 1050 เมตร




มีคิตตี้ไข่ดำด้วย :-D



แวะกินข้าวกลางวันที่นั่น จะมีพวกร้านแนวฟาสต์ฟู้ดซึ่งไม่ค่อบมีของกินเท่าไหร่ เลยเลือกร้านนี้ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นร้านเดียวที่นั่น คนเยอะทีเดียวค่ะ 

มีแกงกะหรี่สีดำด้วย ที่นี่อะไรๆ ก็สีดำๆ 



ชอบดูของกินเก๊ที่ทำโชว์หน้าร้าน น่ากินมาก ราคาต่อชุดประมาณ 1000 เยน



ภายในร้าน กว้างทีเดียวค่ะ 



ของกินที่เราสั่งเป็นชุึด เป็นโซบะน้ำและมีเทมปุระ



อร่อยค่ะ น้ำซุปหอม กลมกล่อม ช้อนซุปที่ให้มาใหญ่มากกกกก เอาเข้าปากไม่ได้



อิ่มแล้วแวะร้านของฝากใกล้ๆ 

ร้านขายของมีประมาณสองร้านใหญ่ๆ 



แน่นอนว่าทั้งสองร้านมีขายไข่ดำที่เค้าว่ากินแล้วจะทำให้อายุยืนไปอีก 7 ปี



เราก็ซื้อกับเค้าด้วย เพราะกลัวเสียเที่ยวการมาฮาโกเน



เปิดโชว์ไข่ดำ



แกะออกมาก็คือไข่ต้มดีๆ น่ะเอง แต่จะมีกลิ่นแปลกๆ ของกำมะถัน เค้าจะมีเกลือมาให้ใส่กินด้วย แต่เราไม่ได้ใส่ 



มีมันเผาขายด้วย ที่ป้ายมีกระทั่งภาษาไทยเขียนไว้ :-D



ของฝากอื่นๆ ในร้าน มีเยอะมาก เราซื้อช็อกโกแลตไข่ดำมาด้วย เป็นไส้อัลมอนด์ อันนี้กินแล้วงั้นๆ ช็อกโกแลตมันไม่อร่อย แต่อัลมอนด์กรอบดีค่ะ ราคาแบบถุง 500 เยน แบบกล่องรู้สึกจะราว 800-1000 เยน



ลูกพลับตากแห้ง มันมาเป็นแท่งๆ ห่อสวยงามเลย 

อันนี้ซื้อฝากแม่ นิ่มและหวานแบบไม่สังเคราะห์ดีค่ะ เราว่าคนแก่ๆ น่าจะชอบ หนึ่งหลอดประมาณ 900 - 1000 เยน



นอกจากลูกพลับกับช็อกโกแลต เราซื้อขนมอร่อยติดอันดับของที่นั่นมา มันเป็นแนวขนมเปียะ เป็นไส้ถั่วข้างใน เคลือบช็อกโกแลตขาวกับแป้งเค้กบางๆ สีดำ (มันเป็นแป้งคล้ายๆ แป้งขนมไหว้พระจันทร์) เราไม่ชอบอันนี้เลย แพงด้วย ประมาณ 1000 เยน ไม่อร่อยเลย แป้งขมไป ไส้ก็หวานแปลกๆ ไม่ผ่าน (กล่องซ้ายสุดในรูปด้านล่าง)

(กล่องขวาสุด) (ส่วนกล่องซ้ายสุด ขนมของโมรินากะ เป็นคุกกี้วานิลลาเคลือบช็อกโกแลตขาว อร่อยมาก หอมๆ เนย และมันๆ ช็อกโกแลตนม เมืองไทยขายประมาณ 80-90 แต่ที่ญี่ปุ่นขายประมาณ 100 เยน) 



ขากลับผ่านร้านของฝาก



มีขนมท๊อฟฟี่ญี่ปุ่นแบบโบราณ เราถ่ายรูปมาอย่างเดียว เพราะเป็นหน้าดอกไฮเดรนเยีย เค้าทำขนมซะน่ารัก แต่เราเคยกินขนมนี้ เราไม่ชอบเลย มันหวานอย่างเดียว แล้วก็มีกลิ่นแนวผลไ่ม้เจืออ่อนๆ ไม่ผ่าน สวยแต่รูปค่ะ 



ขนมดอกไฮเดรนเยีย สวยงามมาก



ระหว่างทางกลับกินเยลลี่ไปด้วย อร่อยมากกกกก ใครชอบเยลลี่เปรี้ยวๆ ห้ามพลาด ห่อนึงประมาณ 100 เยน อันนี้รสโคล่า



หน้าตามัน กินเพลินมากๆ เปรี้ยวๆ หอมโคล่า หนึบสุดๆ 



เดินเข้ามาละแวกตลาดอาเมโยโก ร้านกลางป้ายเหลืองๆ ในรูป เป็นร้านขายขนมและเครื่องสำอาง ราคาไม่แพงเลยล่ะค่ะ แวะเลือกซื้อกันได้ที่นี้


เดินไปเดินมา หาร้านอาหาร เลือกไม่ถูกเลย แต่ได้ร้านนี้ อยู่ชั้นสองหรือสี่นี่แหละค่ะ ไม่ได้อยู่ชั้นหนึ่ง จะต้องเดินเข้าซอกเล็กๆ ขึ้นลิฟต์มาที่ร้าน คนเยอะมาก เราต้องรอประมาณ 2 คิวกว่าจะได้กิน



ชื่อร้าน Negishi อยู่ในตลาดอาเมโยโก แต่บอกไม่ถูกว่าอยู่ส่วนไหน 



อาหารที่สั่งเป็นหมูย่าง

เป็นเซ็ต เซ็ตอาหารตกอยู่ประมาณ 800 - 1000 นิดหน่อย เยน ราคาไม่แพงมาก



ซูมเนื้อหมู



มันยามาอิโมะบด มากับเซ็ต เคยเห็นแต่ในรายการทีวีญี่ปุ่น รสชาติบรี๋อมากกกกกก มันจะคาวๆ มัน แล้วก็มันเป็นมันที่บดแบบดิบๆ เนื้อหนืดโคตร เราแหวะมาก



อยากกินผัก สั่งสลัดซีซาร์มาด้วย อร่อยดีค่ะ ผักสด กรอบ น้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม



อิ่มแล้วก็มาซื้อเครื่องสำอางที่ร้านเหลืองๆ ด้านบน

อันนี้ซื้อฝาก บีโอเรกับฮาดาลาโบะถูกกว่าบ้านเราประมาณ 80-100นิดหน่อย บาท DHC Lash Serum อันนี้เห็นเค้าว่าดีกัน เมืองไทยก็ไม่มีขายแล้ว ต้องซื้อมาด้วย ริมขวาสุดเป็นกาวติดขนตายี่ห้อดังของที่นี่ เราซื้อมาสองอัน



ของเรา 

แถวแรกซ้ายมือเป็นกาวติดขนตาปลอมแบบเดียวกันอันบน

DUP Eyelash Fixer ซื้อผิดซื้อมาสีดำ ซึ่งสีดำมันไม่ดีตรงเลอะง่ายถ้าเราติดพลาด มันจะเลอะเป็นกาวสีดำที่เปลือกตาเลยล่ะ แนะนำให้ซื้อสีใสดีกว่า แต่สีดำดีตรงที่เวลาทาแล้วขนตามันไม่ดูลอยๆ เพราะกาวมันสีดำ เลยปิดก้านขนตาได้ กาวยี่ห้อนี้เป็นแบบขวดเล็กๆ มีหัวแปรงเรียวแหลม ทำให้ทาได้ไม่ยาก สะดวกมาก (แนะนำว่าถ้าจะซื้อกาวติดขนตา ซื้อแบบนี้ดีกว่า) กาวเหนียว แห้งไม่ไวเท่าตัวขวดสีม่วงของ Diamond Lash แต่เราว่ามันจะเหนียวและติดทนกว่าของ Diamond Lash ไม่แปลกใจที่เป็นกาวติดขนตาอันดับหนึ่ง แนะนำให้ซื้อกลับมาใช้ค่ะ แต่อย่าลืมเลือกแบบใสดีกว่านะคะ



น้ำตาเทียมหยอดตา Rohto รุ่น Z! เป็นแบบรุ่นเย็น หยอดแล้วเย็นตามากกกกก เย็นสุดขั้ว ครั้งแรกๆ ที่ใช้จะไม่ชิน เหมือนเอายาหมองมาหยดตา แต่หลังจากใช้แล้ว ไอ้ตาที่เคืองๆ ล้าๆ หรือง่วงนอน กลับมาดีเริด ตื่น ตาไม่เคืองเลยล่ะค่ะ ดีมากๆ ขวดนี้ประมา๊ณ 200-300 เยน ควรซื้อกลับมาเลยถ้าใช้พวกน้ำตาเทียม ยาหยอดตา 



ขนตาปลอม ของ Diamond Lash กล่องประมาณ 1000 เยน คุ้มมาก เพราะมี 5 คู่ในกล่องเดียว แบบก้านใสขนตาจะเบากว่า ไม่หนักตา

Fairy Eye อันนี้ติดแล้วขนตาเป็นแผงเลย ตาโตดี เหมาะกับคนตาเล็กเพราะไม่ต้องตัดก้านเลย แต่มันจะหนักตาไปสักหน่อย

Little Devil Eye อันนี้เป็นแบบครึ่งเดียว ติดง่ายดีค่ะ เหมาะกับมือใหม่ แต่ก้านมันจะแข็ง มันจะไม่โค้งไปตามขอบตา ข้อเสียนะคะ เวลาล้างเอากาวออก ถ้าเผลอแกะกาวแรงไป จะดึงไอ้ตัวขนตามันออกมาด้วย เราทำเจ๊งไปหลายอันมากๆ 



มากันที่ขนตาล่าง 
Nudy Eye อันนี้มันก็ติดง่ายดีนะ แต่ว่าสำหรับเรามันไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ ถ้าติดไม่ดีก็จบเห่ เหมาะกับคนติดเซียนๆ มากกว่า
Naturals Eye อันนี้ชอบมาก ซื้อมาตุนไว้ ติดแล้วเป็นธรรมชาติมาก แนะนำให้ซื้อค่ะ



ปิดท้ายวันที่สองด้วยขนมที่เราซื้อฝากคนที่บ้าน 

เรายังไม่เคยกินของเหล่านี้นะคะ ไม่อาจจะให้คะแนนได้ แต่คาราเมลคอร์นห่อเขียวๆ นี่ ห้ามพลาด เรากินรสออริจินัลและช็อกโกแลตอร่อยมาก เช่นเดียวกับขนมหมีโคอาล่ารสแปลกๆ (อย่างในรูปรสไอศกรีม) และ Jagabee มันฝรั่งที่เป็นถ้วยๆ อร่อยมากๆ (แนะนำรสชีสกับรสพริกไทยดำ ถ้าอยากได้แบบดั้งเดิม เอารสมันฝรั่งแท้ค่ะ) ขนมด้านล่างนี้ ส่วนมากเราซื้อตามร้านสะดวกซื้อ ราคาประมาณ 100 เยน หรือ 100 นิดหน่อยค่ะ


ของแนะนำประจำวัน

เราชอบเยลลี่กาแฟใส่นมยี่ห้อนี้มาก ราคาแอบจำไม่ได้ มันราวๆ 200 เยน อร่อยมากๆ ซื้อตามร้านสะดวกซื้อ เยลลี่นุ่ม แต่เนื้อไม่เหลว ขมๆ กาแฟนิดๆ นมก็เข้มข้น หอมอร่อยมาก กินแล้วเข้ากันสุดๆ พูดแล้วอยากกินอีก 



เดี๋ยวบล็อกหน้าพากินขนมตอนสองต่อที่ดิสนีย์ซีค่ะ ใครอยากรู้ว่าด้านในดิสนีย์ซีมีอะไรบ้าง ห้ามพลาด




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2555    
Last Update : 6 มกราคม 2556 18:53:51 น.  

REVIEW: Nivea Whitening Happy Shave Spray

ทาง Nivea ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ลองเมื่อปลายเดือนก่อน เป็น Nivea Whitening Happy Shave Spray

สเปรย์ลดเหงื่อและระงับกลิ่นกาย สูตรแห้งเร็ว ลดการระคายผิว จากการกำจัดขนใต้วงแขนด้วยวิธีการโกน บำรุงล้ำลึกให้ผิวใต้วงแขนขาวกระจ่างใสเรียบเนียน และให้การปกป้องยาวนานตลอดวัน



Nivea Whitening Happy Shave Spray



ปริมาณ และ ราคา
60 มล. และ 150 มล. ราคา 70 และ 99 บาท

คำโปรยจากโฆษณา

นีเวีย ไวท์เทนนิ่ง แฮปปี้เชฟ พิสูจน์แล้วว่า
- อ่อนโยนต่อผิวเพราะปราศจากสารพาราเบน (สารกันเสีย)
- ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
- เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับผู้หญิงที่ใช้วิธีโกนในการกำจัดขนโดยเฉพาะ
- มีวิตามินและอาหารผิวรวม 10 ชนิด เพื่อบำรุงผิวหลังการโกน โดดเด่นด้วยวิตามินซี และโปร วิตามินบี 5 ช่วยลดความรู้สึกแสบผิวและฟื้นฟูเซลล์ผิว**ที่หลุดลอกจากการโกน ให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียน
- ไม่ทิ้งคราบขาว และสารเคมีที่อาจทำให้ผิวคล้ำเสีย

สรุป...

เราลองใช้ Nivea Whitening Happy Shave Spray มาสองอาทิตย์ได้แล้ว

ครั้งแรกที่ใช้ ก็เป็นผลิตภัณฑ์แนวสเปรย์คือ เวลาฉีดกลิ่นมันจะฟุ้ง แต่กลิ่นจางแล้วก็หอมดีค่ะ ไม่ฉุน (เราจะชอบกลิ่นนี้มากกว่ารุ่น Pearl & Beauty เพราะว่ามันสดชื่นกว่า)

สเปรย์แห้งไว ไม่ทิ้งคราบขาว เหมาะกับคนใช้ชีวิตประจำวันเร่งด่วน ฉีดสเปรย์เสร็จก็ใส่เสื้อผ้าได้เลย ไม่ต้องมารอให้แห้งเหมือนโรลออน และแน่นอนว่าไม่แสบผิว ไม่เหมือนพวกโรลออนที่เป็นน้ำ บางทีถ้าเรามีแผลที่วงแขนก็อาจจะแสบได้

สเปรย์ระงับเหงื่อได้ชะงัด ไม่มีเหงื่อระหว่างวันมากวนใจ ก็เลยทำให้ไม่มีกลิ่นตัวด้วย แล้วกลิ่นสเปรย์ก็ค่อนข้างหอมและติดทนทั้งวันค่ะ

ส่วนเรื่องที่เค้าเคลมว่าใต้วงแขนจะขาวขึ้น เรายังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่นะคะ (จะว่าไปใช้พวกผลิตภัณฑ์แนวไวเทนนิงเพื่อวงแขนมาหลายยี่ห้อก็ยังไม่เจอยี่ห้อที่ทำให้ขาวจริงๆ) ดังนั้นถ้าจะมองหาเรื่องผลิตภัณฑ์ให้วงแขนขาวเวอร์เหมือนใช้โฟโต้ช็อปคงจะยากหน่อย แต่เรื่องกลิ่น เรื่องคราบ เรื่องประสิทธิภาพการระงับเหงื่อ Nivea Whitening Happy Shave Spray เชื่อได้เลยล่ะค่ะ ราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่ด้วย




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2555    
Last Update : 18 ธันวาคม 2555 7:30:55 น.  

REVIEW: L'oreal Feria 3D Color #Milk Green Tea

ไหนๆ ก็รีวิวสีย้อมผมแล้ว ก็เลยรีวิวสีที่ทำก่อน Lolane นะคะ

เป็นของ L'oreal Feria รุ่นใหม่สี Milk Green Tea บลอนด์อ่อนประกายเขียวหม่น



สนใจตั้งแต่อ่านฉลากแล้ว

คือเป็นเทคโนโลยีที่ให้ความเป็นประกายและมิติเหมือน 3D มีคุณค่าบำรุง Triple Care ส่วนผสมของ Inner Care, Ceramide R, & Smooth Veil ผมจึงนุ่มลื่น ได้ประกายเงางาม

อุปกรณ์ข้างใน



อ่านฉลากแล้วก็ลงมือย้อมเลย



พอใส่ส่วนผสมในขวดแล้วก็หักปลายฝาออก จากนั้นก็บีบใส่ผมแล้วป้ายๆ หวีๆ สางๆ ให้สีแทรกทุกเส้นผม ล้างออก แล้วบำรุงด้วยทรีตเมนต์ที่ได้มา

ออกมาได้แบบนี้



สรุป...

สีที่ได้ไม่ต่างจากของเก่าที่เคยทำมากนะคะ (ของเก่าเป็นของ Caring Seen+ สี Matte Blondei ออกสีทองๆ แดงๆ) จะออกแดงกว่าเดิม ซึ่งตามบล็อกเก่าๆ ของเราที่เราเคยบอกคือ ถ้ายอมพวกสีบลอนด์เขียวแล้วไม่ใส่แม่สีเขียวไปด้วย จะได้ผมออกสีแดงมากกว่าจะเป็นสีบลอนด์เขียว ดังนั้นสีที่ได้จากการทำสีผมครั้งนี้เลยไม่ค่อยได้สีตามกล่องเท่าไหร่

แต่สีที่ได้ติดทน สีสวย และผมไม่แห้งค่ะ แล้วตัวทรีตเมนต์ที่แถมมาก็ดีด้วย ครีมกล่องเดียว ใช้กับผมยาวๆ ของเราได้ทั้งหัวเลย

ราคาแอบจำไม่ค่อยได้นะคะ แต่ราวๆ สองร้อยปลายๆ ไม่ก็สามร้่อยต้นๆ ค่ะ ไม่แพงเท่าไหร่

ข้อเสียสำหรับเรา คนที่ผมยาวมากๆ คงเป็นการใช้งานที่ยาก เพราะว่ามันไม่เหมือนโฟมย้อมสีผม ต้องมาบีบใส่ผมแล้วหวีไปตามผม มันจะไม่ถนัด แล้วมันจะชอบเลอะด้วย




 

Create Date : 17 ธันวาคม 2555    
Last Update : 17 ธันวาคม 2555 0:43:15 น.  

REVIEW: Lolane Z-cool Bubble Color Foam #Ash Cocoa

ได้ฤกษ์ลองทำสีผมใหม่ เป็น Lolane Z-cool Bubble Color Foam ยาย้อมผมแบบโฟมจากโลแลนที่ทางโลแลนส่งมาให้ทดลอง เราเลือกสีเอง เป็นสี Ash Cocoa สีน้ำตาลอ่อนประกายหม่น

หน้าตา



ราคา 269 บาท

ด้านหลังมีรายละเอียดของตัวสินค้า

คุณสมบัติ คือ เทคโนโลยี Turbo Bubble ผลักสีเข้าสู่ผมอย่างอ่อนโยน มีสารสกัดจาก Prickly Pear Oil ให้ความชุ่มชื้นแก่ผม



ภายในมีอุปกรณ์ดังนี้



เทส่วนผสมใส่ตามในแผ่นพับอธิบาย



แกว่งขวดไปมาเบาๆ ให้สีเข้ากัน แล้วกดโฟมออกมาได้เป็นโฟมนุ่มๆ แบบในรูป



แล้วก็ชโลมโฟมใส่ผมให้ทั่ว ทำตามแผ่นพับอธิบาย ล้างออก แล้วใส่ Treatment ที่แถมมากับในกล่อง จากนั้นเราจะได้สีผมแบบนี้

หมายเหตุ...สีก่อนหน้าเราเป็นสีผมจาก L'oreal Feria สี Milk Green Tea สีจะออกทองๆ แดงๆ



สรุป...

สีผมที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก คือได้สีเหมือนที่ด้านหลังกล่องและด้านหน้ากล่องแบบนางแบบค่ะ คือจากสีน้ำตาลอมทองอมแดง เป็นสีน้ำตาลแบบหม่นๆ (ลองเทียบรูปของเรากับรูปที่กล่องได้) ตอนแรกเราทราบว่าสีเข้มกว่าสีเ่ก่า สีต่างแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะคล้ายกับสีที่กล่องขนาดนี้ เพราะส่วนใหญ่ที่เคยทำสีผมมาก็อาจจะมีเพี้ยนไปจากสีกล่องบ้าง แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้

อุปกรณ์ที่ให้มาก็ครบดีค่ะ โฟมที่ปั๊มออกมาได้เยอะมาก ผมเรายาวมาก ถึงเอวแล้ว และหนาด้วย ตอนแรกเราคิดว่าใช้กล่องเดียวจะไม่พอ เพราะในแผ่นพับบอกว่า 1 กล่องสำหรับผมยาวปานกลาง แต่ที่ไหนได้ พอและใช้ได้เต็มที่ด้วย

ราคาไม่แพง 269 บาท เพราะส่วนใหญ่พวกโฟมย้อมผมจะ 300 กว่าๆ ทั้งนั้น

ข้อเสีย...หลังใช้ หลังล้างสีออก ผมแห้งสากมากๆ จับแล้วตกใจ พอใช้ Treatment เคราตินที่มีให้ในกล่องผมก็ค่อยยังชั่วขึ้นมากกว่าครึ่ง แต่เมื่อเป่าผมแห้งแล้วก็ยังรู้สีกว่าผมแย่กว่าเดิม เราเลยต้องไปซื้อพวกทรีตเมนต์บำรุงพิเศษมาใส่เพิ่ม (เพราะทรีตเมนต์ที่ใส่หลังสระผมประจำวันเอาไม่อยู่) ซึ่งใช้แล้วดีกว่าเดิมมากสุดๆ ไว้ทำรูปทรีตเมนต์ตัวที่ว่าเสร็จแล้วค่อยมารีวิวให้ดูกันค่ะ :-D




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2555    
Last Update : 16 ธันวาคม 2555 18:35:47 น.  

REVIEW: ช็อปปิ้งกับซาโลร่า

เพื่อนๆ บางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเว็บช็อปปิ้งซาโลร่า หรือ zalora กันมาบ้างนะคะ เป็นเว็บช็อปปิ้งสินค้าแฟชั่น แต่งกาย เครื่องสำอาง และของจุกจิก มักจะมีโปรยั่วน้ำลายบ่อยๆ นอกจากระบบการชำระเงินที่ไว้ใจได้ บริการที่ขึ้นชื่อก็จะเป็นบริการส่งฟรี อย่างรวดเร็ว และมีบริการคืนสินค้าฟรีด้วย

พอดีเราได้รับ offer voucher 1000 บาทจากเว็บซาโลร่าค่ะ ก็เลยมารีวิวขั้นตอนการช็อปและสินค้าที่ได้จากเว็บให้ดูกันว่าสินค้าเทียบตัวจริงกับในรูปเป็นยังไง ต่างกันไหม ราคาเป็นยังไงบ้าง

คลิกเข้าไปในเว็บ แล้วมาเริ่มช็อปได้เลย

ปรกติเรามักจะเลือกดูส่วนของผู้หญิง (อ้อ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราซื้อของจากซาโลร่าค่ะ :-D) เวลาเข้าไปเลือกหมวดย่อยในนั้น เช่น รองเท้า เสื้อผ้า ก็สามารถสกรีนราคา ยี่ห้อ สีสัน ฯลฯ ได้

หมวดแรกที่เราชอบดูคือรองเท้าค่ะ ส่วนใหญ่เลือกราคาต่ำกว่า 1000 :-))

ชิ้นแรกที่เราเลือกเป็นรองเท้าส้นเตี้ย ยี่ห้อ Koumi Koumi



ซูมดูรายละเอียดก่อนตัดสินใจอีกรอบ



ซูมอีกนิด

จะเห็นว่าตรงหนามๆ จะมีรอยดำๆ เหมือนสีไม่ทั่ว แต่เราก็เลือกอยู่ดี เสี่ยงมาดูค่ะ เพราะชอบแบบ อย่างมากถ้ามันดูเลวร้ายมาก เราก็จะส่งคืนทางซาโลร่า



เลือกเบอร์ 37 ไซส์ของเรา แล้วมันจะบอกว่าเหลือจำนวนเท่าไหร่ ในนี้คือ 2 คู่



เช็กตะกร้าว่ามีของอยู่จริง



รายละเอียดตะกร้าเมื่อคลิกไปดู



เสร็จแล้วก็ไปเลือกอย่างอื่นต่อ

เราเลือกยาทาเล็บของ china glaze ที่เล็งๆ มาตั้งแต่คราวก่อน ชอบสียาทาเล็บของ china glaze มากๆ แม้มันจะแอบแห้งช้ากว่าแบรนด์บางแบรนด์ที่เราชอบ



คลิกใส่รถเข็นไปเล้ยยยย



ชิ้นสุดท้ายของเราเป็นสร้อยคอ collier



ซูมรายละเอียดว่าคุ้ม 425 บาทไหม



ชอบสร้อยคอสไตล์นี้มาก คลิกไปเลย แล้วก็ check out จากตะกร้าสินค้า



วิีธีการชำระเงินมีหลากหลายนะคะ ทั้งแบบเก็บเงินปลายทางก็มี หรือแม้แต่เครดิตการ์ดก็มีค่ะ

(เราเลือกแบบ ATM ง่ายดี)



ช็อปได้อย่างปลอดภัยด้วยระบบด้านล่าง



ค่าส่งฟรี

เลือกจ่ายเงินแบบ ATM มันจะมีข้อความแบบนี้ขึ้นมา



เลือกธนาคารแล้วคลิกชำระเงินได้เลย



จากนั้นก็ได้ใบนี้มา มันจะมีค่าบริการในการจ่ายเงินที่ซาโลร่าค่ะ เค้าว่ามันปลอดภัยกว่า ก็หวังว่าจะคุ้มค่ากับที่ลงทุนรอไป :-D



เสร็จแล้วจะมีจดหมายแจ้งจาก 1-2-3



ตั้งแต่สั่งของไป ไม่กี่วัน...ราวๆ สองวันก็ได้ของจากซาโลร่าแล้วค่ะ เค้ามาส่งให้ถึงบ้านเลย ดีมากๆ



ที่ปากกล่องจะมีกระดาษนี้ติด กันคนลักของข้างใน



เปิดกล่อง



ห่อมาอย่างดีเลยค่ะ



คลี่มาดู



ประทับใจทีเดียวค่ะ งานดูเหมือนในรูปของเว็บเลย



ยาทาเล็บก็ห่อมาอย่างดี



สีงาม



สีสวย ชอบ



รองเท้าคราวนี้ห่อถุงมา ปรกติเคยสั่งคู่เดียวจะมาเป็นกล่อง ไม่ได้เป็นถุงสวยดีค่ะ



แกะๆๆ



ดูตำหนิที่เห็นในเว็บ ดูของจริงก็ไม่ชัดนะคะ ถ้าใส่คู่นี้แล้วรับรองว่าไม่เห็น เลยเลือกเก็บรองเท้าไว้ ไม่เอาไปเปลี่ยนค่ะ

ชัดๆ



ใส่ให้ดู



เพราะเราไม่ได้เลือกคืนของ ก็เลยไม่ต้องใช้กล่องแบบที่เค้าส่งมาให้ดู



ยังไม่เคยมีปัญหาเรื่องของ เลยไม่เคยคืนของ ดังนั้นไม่อาจจะอธิบายงานได้ละเอียดการคืนและหลังการคืนได้ค่ะ

สรุป...

ชอบเว็บซาโลร่า เพราะซื้อของสะดวก มีัของหลากหลาย เลือกชนิดได้ง่าย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน มีระบบที่ทำให้เรามั่นใจว่าจะได้บริการที่ดี เช่น คืนของ ส่งของรวดเร็ว ฯลฯ รูปภาพที่โชว์บนเว็บค่อนข้างชัดเจนค่ะ ทำให้เราเห็นได้ทุกรายละเอียด ตัดสินใจอะไรๆ ได้ง่ายดี

ข้อเสีย...มันเก็บค่าธรรมเนียมโดย 1-2-3 เวลาจ่ายเงินทางบัญชีออนไลน์ หรือ ATM ตลอด ราคาประมาณ 10 บา่ท ซึ่งมันดูจุกจิกไป เราไม่ชอบ ของบางอย่างราคาในตลาดกับในเว็บ ราคาจะไม่เหมือนกันค่ะ บางอย่างอาจจะแพง บางอย่างถูกกว่า อย่างรองเท้านี่ ถูกกว่าเจ้าประจำที่เราซื้อ เราเลยชอบมาเลือกในเว็บเวลาที่อยากได้รองเท้าใหม่ แต่ไม่มีเวลาไปเลือกที่ร้านค่ะ

แต่โดยรวมเราพอใจบริการเว็บนี้มากค่ะ ส่งเร็ว บริการดี ของคุณภาพใช้ได้ หลากหลาย และมีของที่บางที่หาซื้อไม่ได้ (เช่น ยาทาเล็บ china glaze) คิดว่าคงชอปปิงกับที่นี่เรื่อยๆ แน่นอน




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2555    
Last Update : 7 ธันวาคม 2555 21:47:06 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  
มิถุนายน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]





บล็อกนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมนิยายของมิถุนาให้เป็นหลักแหล่ง และต่อมาได้เพิ่มความชอบเกี่ยวกับเครื่องสำอาง การท่องเกี่ยว การกิน และเรื่องจิปาถะอื่นๆ ค่ะ ว่างๆ ก็แวะมาทักทายกันบ้างนะคะ

มิถุนา (busaba401แอตhotmail.com)

แวะทักทาย/ฝากคำถามได้ที่ cbox นะคะ แล้วจะมาตอบให้ทุกคนค่า








Fanpage นิยายของมิถุนา
(เฉพาะนิยายนะคะ ไม่ได้อัพเรื่องเครื่องสำอางค่ะ)
มิถุนา Mithuna นิยาย

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ



New Comments
Friends' blogs
[Add มิถุนายน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.