안녕하세요?...저는 "뿌"라고 합니다. 처음 뵙겠습니다. ...ฉันอยากจะบิน...บินไปให้ถึงดวงจันทร์...เธอบอกกับฉันว่ามีกระต่ายหลายตัว...
Group Blog
 
All blogs
 

Chapter5 : นักศึกษาไทยในสายตาอาจารย์ต่างชาติ

วันนั้นเพื่อนฝากให้เอาคำถาม(ที่เพื่อนฝากมาอีกทีหนึ่ง) ไปถามอาจารย์ชาวต่างชาติให้หน่อย มันจะไปถามอาจารย์ญี่ปุ่น ให้เราไปถามอาจารย์ฝรั่ง...อาจารย์โจ

...และด้วยความไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษของตนเอง เลยไปขอให้เพื่อนอีกคนหนึ่งช่วยไปถามให้หน่อย ว่าสิงต่อไปนี้ เขาเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือไม่มีความเห็น ซึ่งก็สรุปได้ดังนี้...

คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่านักศึกษาไทย...
- ไม่เป็นตัวของตัวเอง เห็นด้วย
- การแต่งกายถูกจำกัด เห็นด้วย
- ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เห็นด้วย
- มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือ ไม่เห็นด้วย
- มีมารยาท ไม่มีความเห็น
- มีความรับผิดชอบ ไม่เห็นด้วย
- มีการทำงานเป็นทีมที่ดี ไม่เห็นด้วย

ข้อแนะนำถึงนักศึกษาไทย
- เรียนรู้และรักที่จะเข้าไปแข่งขัน อย่าไปกลัว มันไม่ใช่เรื่องการแพ้หรือชนะ
การแข่งขันไม่ใช่หมายถึงการมีศัครู แต่มันคือการได้พื่อนใหม่ต่างหาก ถึงแม้ว่าเราจะแพ้ แต่นั่นคือการเรียนรู้ที่จะทำให้เราได้พัฒนาตนเอง
- แสดงความสามารถที่เรามีออกมาให้มากที่สุด ต้องรู้จักผลักดันตนเองให้โดดเด่น
- เป็นตัวของตัวเอง คือสิ่งที่ดีที่สุด




 

Create Date : 02 กันยายน 2552    
Last Update : 7 กันยายน 2552 10:12:13 น.
Counter : 248 Pageviews.  

Chapter4 : Wireless & Virus : (Thai) Y led & Y lut

สำเนียงคนไทยเป็นอะไรที่โจเอามาล้อเลียนบ่อยมากกกก แกชอบบอกว่า "คำนี้ออกเสียงว่า...นะ แต่คนไทยชอบออกว่า...แบบนี้ ฝรั่งจะเข้าใจได้ยังไงหล่ะ...(แล้วก็พูดเป็นภาษาไทย)"ม่ายเข้าจายคนทายยย" อะไรแบบนี้

อาจารย์โจเล่าให้ฟังว่า มีวันหนึ่งเขาจะเอา ipod ไปซ่อมที่ร้าน...อะไรสักอย่างที่เป็นสาขาของ Apple ที่เมืองไทย แล้วแกก็เจอปัญหาการสื่อสารกับพนักงานที่ร้าน

อาจารย์โจ : ขอโทษครับ คือ ipod ของผมมันมีปัญหา
คุณช่วยดูให้หน่อยว่ามันมีปัญหา ไวเออะรึส(Wireless)รึป่าว
พนักงาน : อะไรนะครับ ไวรัสหรอ(Wireless = Y lut)
อาจารย์โจ : คือ(ไม่เข้าใจ...อะไรวะ Y lut)...
ผมอยากให้คุณเช็ก ไวเออะรึส(Wireless) ในเครื่องให้หน่อย
พนักงาน : เอ่อ...(ไม่เข้าใจเมิงเหมือนกัน...พูดอะไรวะ "ไวรึส" ไม่เคยได้ยิน)
ลองสะกดให้ผมดูได้มั้ยครับ?
อาจารย์โจ : (เขียนให้ดู) Wireless
พนักงาน : อ๋อ...เขาอ่านว่า Y led เมื่อกี้คุณบอกว่า ไวรัส
อาจารย์โจ : ไม่นะ...นั่นมันอ่านว่า ไวเออะรึส(Wireless)
พนักงาน : ไม่ๆๆ...อ่านตามผม...Y led(Wireless) ส่วนนี่...Y lut(Virus)
...สอนฝรั่งอ่านภาษาอังกฤษซะงั้น...ทำเอาโจหัวเสียเลยทีเดียว("คิดว่าผมเป็น Stupid ฝรั่งรึไง ถึงไม่รู้จักไวเลสกับไวรัสน่ะ")

วันนี้เรามาเรียนเรื่องการออกเสียงกันดีก่า...
Wireless ไว เออะ รึส
Virus ไฟ รึส

"คนไทยบอกว่าคนที่สำเนียงดีๆเป็นคน "กระแดะ"...แต่ถ้าคุณพูดแบบนั้นฝรั่งก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ"...อาจารย์โจ




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2552    
Last Update : 30 สิงหาคม 2552 17:44:44 น.
Counter : 184 Pageviews.  

Chapter3 : Girls'Dorm >> Safty or Locking up

อาจารย์โจมาอีกแว้ว...และเราก็ได้พรีเซนต์วันนี้ (คนแรกเลย)
มืไม้สั่นไม่ไหวแล้ว ตื่นเต้นมาก ลืมบทหมดเลย...
คอมเม้นต์อาจารย์โจ - ดูบทมากไปนะ แล้วคุณก็มีปัญหากับการออกเสียง Th ด้วย
...เก่งซิแปลก เคยฝึกออกเสียงแบบถูกวิธีซะที่ไหนหล่ะ
...เข้าเรื่องกันดีกว่า...

วันนี้เรียนเรื่องการเลือกประเด็นที่จะมาเขียน Essay แบบ Persuasion แล้วตัวอย่างของโจก็คือ
Female dormitories should close in the same time male dormitories close.
หอพักหญิงควรจะปิดพร้อมกันกับหอพักชาย

โจบอกว่าหัวข้อนี้น่าสนใจนะ เพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆเลยว่า ทำไมต้องให้เด็กผู้หญิงเข้าหอก่อนผู้ชายตอนสี่ทุ่ม ในขณะที่เด็กผู้ชายมันออกไปดึ่งดึ๋ง(ตามผับ)กันต่อได้จนถึงห้าทุ่มครึ่ง บางครึ่งก็เลยไปเที่ยงคืนโน่น ทำไมหล่ะ? มันไม่มีเหตุผลเลย(สำหรับโจ)
แล้วโจก็บอกว่า พวกคุณได้สังเกตกันมั้ยว่า หอหญิงน่ะ มันถูกล้อมรั้วเอาไว้ หอหญิงทุกหออยู่รวมกันในรั้วนั้น แ่ต่หอชายมันอีกแบบเปลือยๆ กระจัดกระจายกันไป...Why you locks girls in dorm?...
...จริงอยู่ ที่ทำแบบนี้เพราะเราคิดว่าเพื่อความปลอดภัย สังคมไทยก็คิดกันแบบนี้ แต่ปิดหอเร็วขึ้นมันช่วยอะไร
- ตอนสอบถ้าอยากจะได้กาแฟสักแก้ว หรือออกไปซื้ออะไรกินจะทำไง
- ส่วนเรื่องรั้ว...กันอะไร? มันทำให้ปลอดภัยขึ้นหรอ? ทั้งๆที่คนนอกก็เข้าออกได้ ถ้ากันโจรขโมยจะจ้างยามมาทำไมในเมื่อมีรั้วแล้ว(อีกอย่างขโมยมันก็ชอบแฝงตัวเข้ามาตอนกลางวัน ตอนคนไม่อยู่ห้อง)

...แล้วผู้ชายหล่ะ ทำไมไม่ทำเหมือนกัน ปล่อยให้มันออกไปเมาหัวราน้ำเนี่ยนะ หรือไม่ ก็ผู้ชายนี่แหละที่ออกไปสร้างความไม่ปลอดภัยให้คนอื่นซะเอง

ทำแบบนี้ฝรั่ง(โจ)เขามองว่า

- คนไทยไม่ให้ความเท่าเทียมแก่ผู้หญิงเท่ากับผู้ชาย(แต่ชอบบอกว่าเป็นประชาธิปไตย)
- คนไทยมองว่าผู้หญิงอ่อนแอ ดูแลตัวเองไม่ได้ และคิดว่ารั้วคือความปลอดภัย สังเกตได้ว่าบ้านฝรั่งเขาติดสัญญาณกันขโมย(ที่ร้องเตือนให้คนข้างบ้านเรารู้ได้ว่ามีขโมย) บ้านคนไทยติดรั้วเหล็ก(ซึ่งปีนได้)และกล้องวงจรปิด(บันทึกภาพไว้ให้เจ็บใจเล่น)
- เมื่อคิดว่าผู้หญิงอ่อนแอ ดังนั้นผู้หญิงในสังคมไทยก็จะอยู่ภายใต้อำนาจผู้ชายในทุกเรื่อง
- คนไทยคิิดว่า ผู้หญิงต้องเป็นเด็กดี ต้องเชื่อฟัง ในขณะที่เด็กผู้ชายเกเรได้ ไม่เป็นไร

ซึ่งมันเป็นความคิดที่ไม่มีในสังคมอเมริกัน...เป็นสังคมประชาธิปไตยกันจริงๆ




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2552    
Last Update : 30 สิงหาคม 2552 18:01:40 น.
Counter : 148 Pageviews.  

Chapter2:ความคิดคนไทย=ประเทศกำลังพัฒนา?(Developing country? Sure?)

วันหนึ่ง ขณะที่กำลังเรียนคำศัพท์เกี่ยวกับการอธิบายพฤติกรรมของแต่ละคน ที่มีผลมาจาก Nature และ Nurture

Nature(สิ่งที่เป็นมาแต่เกิด) - gene(ยีนส์), genetic(สิ่งที่เกี่ยวข้องกับยีนส์), heredity(ลักษณะบางอย่างที่ได้จากพ่อแม่), innate(คุณสมบัติบางอย่างที่ติดตัวเรามาแต่กำเนิด), tendency(นิสัย, พฤติกรรมโดยธรรมชาติ)

Nurture(สิ่งที่มีผลมาจากสิ่งแวดล้อม) - atmosphere(บรรยากาศ), circumstance(สภาวะ,สถานการณ์), culture(วัฒนธรรม), environment(สิ่งแวดล้อม), influence(อิทธิพลจากสิ่งต่างๆ)

แล้วก็คุยกันว่าเหตุการณ์ต่อไปนี้จริงหรือไม่ และเกิดขึ้นจาก Nature หรือ Nurture

- ผู้หญิงมีความอ่อนโยนกว่าผู้ชาย
- ผู้ชายแข็งแกร่งกว่าผู้หญิง
- ผู้หญิงทำงานบ้านได้ดีกว่าผู้ชาย
- ผู้หญิงเลี้ยงลูกได้ดีกว่า
- มีวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ชาย มากกว่าหญิง
- ผู้หญิงเป็นดีไซเนอร์มากกว่าผู้ชาย
นักเรียน......Yes...It's Nature
อาจารย์โจ....No...It's Nurture...เพราะว่าสิ่งแวดล้อมต่างหาก พวกคุณ(ชี้มาที่ผู้หญิง)พ่อแม่เอาอะไรใช่คุณเล่น...ตุ๊กตาใช่มั้ย เล่นขายของ เวลาคุณร้องไห้ก็ปลอบคุณ แล้วพวกคุณ(ชี้มาที่ผู้ชาย) พ่อแม่เอาหุ่นยนต์ รถถังให้เล่น เวลาคุณร้องไห้ ก็บอกว่า ผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ สอนให้คุณเข้มแข็ง...เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมมากกว่านะ

-ผู้ชายเล่นกีฬาบางอย่างได้ดีกว่าผู้หญิง
นักเรียน & อาจารย์โจ.....Yes...It's Nature...เพราะร่างกายผู้ชายผู้หญิงไม่เหมือนกัน

แล้วอาจารย์โจก็ถาม(เป็นภษาอังกฤษ)ต่อว่า
อาจารย์โจ : "หลังจากเรียนจบ พวกคุณวางแผนชีวิตไว้ยังไง?"
อาจารย์โจ : "พวกคุณอยากทำอาชีพอะไรกัน?...(เรียกชื่อเพื่อน) คุณอยากเป็นอะไร?"
เพื่อน 1 : "เอ่อ...I don't know now"
เพื่อน 2 : "เอ่ออออ....I...I'm not sure"
เพื่อน 3 : "Maybe I study in master degree"
(โอ้วววว...เด็กไทย แสดงวิสัยทััศน์กว้างไกลกันมาก เหอะๆๆ)
อาจารย์โจ : "ไหน...ใครอยากเป็นไกด์ แอร์โฮสเตส...ทำไมถึงอยากเป็น?"
เพื่อน 1 : "ได้เที่ยว"
เพื่อน 2 : "ได้ใช้ภาษา"
อาจารย์โจ : "ถ้างั้นทำไมไปเป็นทหารเรือหล่ะ"
เพื่อน 1 : "ไม่เหมาะกับผู้หญิง"
เพื่อน 2 : "เป็นงานของผู้ชายมากกว่า"
อาจารย์โจ :What!!...Why?...คุณคิดว่าผู้ชายทำงานบางอย่างได้ดีกว่าผู้หญิงใช่มั้ย?
เพื่อนๆ : "Yes"
อาจารย์โจ : "ถ้าคุณไปถามคนอเมริกัน...รู้มั้ย 99.99% จะบอกว่า No...ทุกคนทำงานได้เหมือนๆกัน...แล้วคุณคิดว่า ผู้ชายเกิดมาฉลาดกว่าผู้หญิงใช่มั้ย?"
เพื่อนๆ : "No"
อาจารย์โจ : "เพราะผมเพิ่งบอกคุณไปเมื่อกี้ไงว่า ช-ญ ทำได้เหมือนๆกัน แล้วอีกอย่างคณะนี้มีแต่ผู้หญิง คุณก็ต้องบอกว่า No อยู่แล้ว ถ้าผมไปถามคนไทยคนอื่นก็ต้องบอกว่า ผู้ชายฉลาดกว่าผู้หญิงอยู่แล้ว จริงมั้ยหล่ะ(รู้อีก)...พวกคุณดูอะไรนี่นะ"
...แล้วอาจารย์ก็เอาหน้ารับสมัครงานในหนังสือพิมพ์มาให้ดู

Engineer(Rayong)
- Male, Thai Nationality, 25-36 years old(อายุน่าจะประมาณนี้นะ)

อาจารย์โจ :
Male - พวกคุณ(ชี้มาที่ผู้หญิง) ไม่สมควรเกิดมาเป็นผู้หญิง เพราะคุณจะไม่มีวันได้งานนี้แน่ แบบนี้ก็แสดงผู้ชายเก่งกว่าผู้หญิงใช่มั้ย? (ความคิดแบบนี้ไงที่ทำให้มีวิศวกรชายมากกว่าหญิง เพราะมันทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่อาชีพผู้หญิง)
Thai Nationality - ทำไมหล่ะ...ผมเป็นฝรั่งผมทำงานนี้ไม่ได้หรอ(แต่ก็ดีนะ คนไทยก็ควรจะได้งานก่อนสิ)
25-36 years old - ไหนว่าคนไทย respect old people ไงหล่ะ แล้วดูนี่สิ? แสดงว่าคุณไม่เชื่อในศักยภาพของพวกเขาน่ะสิ ทำแบบนี้มันไม่ให้เกียรติกันเลยนะ ถ้าคุณอายุ 40 คุณก็ทำงานนี้ไม่ได้เหมือนกัน
...แค่ข้อเดียว แกพูดได้เป็นฉากๆเลย

แล้วแกก็พูดประมาณว่า Nurture ในแบบไทยนี่แหละที่มันมากำหนดความเชื่อของเราว่า ชายเก่งกว่าหญิง..."คุณรู้มั้ยความคิดแบบนี้มันไม่มีอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาหรอกนะ"...ด่ากันชัดๆ
"จริงอยู่คุณมีรถไฟฟ้า มีสุวรรณภูมิ มีพารากอน ฯลฯ แต่สิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาต่างจากประเทศด้อยพัฒนาคือไอ้นี่(ชี้ไปที่หัว)...ในนี้ต่างหากที่มันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่วัตถุ...ความคิดของคนในประเทศนั้นก็ต้องพัฒนาด้วย หากคุณมีความคิดแบบนี้ คุณจะได้คนที่มีความสามารถจริงๆเข้าทำงานหรอ? ที่อเมริกาไม่มีใครตอบว่าใช่แน่ๆ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเท่ากัน...แต่ที่นี่? Wow!! so amazing...amazing Thailand"

....เจ็บ...มากกกกกกกกก




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2552    
Last Update : 11 สิงหาคม 2552 16:41:22 น.
Counter : 174 Pageviews.  

Chapter1:ฝรั่งปากร้าย...นายโจ(Who's Mr.Joe?)

เมืองไทยเป็นอย่างไรในสายตาชาวโลก?...คุณรู้มั้ย?

...คนไทยใจดี
...Land of Smile
...เมืองไทยสวยมาก
...คนไทยนอบน้อม อ่อนโยน
...Amazing Thailand
...การไหว้เป็นประเพณีไทย
...คนไทยเคารพผู้ใหญ่
...ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ใช่มั้ยที่คุณ"คิดว่า"ชาวต่างชาติเขาคิดกับเมืองไทย และคนไทยแบบนี้ แต่อย่างน้อยๆ็มีฝรั่งคนหนึ่งแหละที่ไม่คิดแบบนี้... มิสเตอร์โจ(Mr.Joe)

แล้วเขาเป็นใคร กล้าดียังไงมาวิพากษ์วิจารณ์เมืืองไทย ต่อหน้า"คนไทย"...จนบางครั้งคนไทยเองยังเห็น ด้วย!!!

Mr.Joe...คือ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ(ที่ดีที่สุดในโลก) ของหนูเองค่า
Mr.Joe หรือที่เรียกกัน อาจารย์โจ เป็นคนอเมริกัน อายุน้อยที่สุดในบรรดาอาจารย์ฝรั่ง

เวลาสอนก็ชอบให้เราคิดๆๆๆ หาคำตอบเอง...ผมไม่บอกคุณหรอกนะคุณต้องคิดเอง
เวลาถามก็จะจี้เป็นคนๆเลยไม่ถามลอยๆ(เพราะเขารู้ว่าคำตอบที่ได้มาคือความเงียบ)
ชอบสั่งงานเยอะๆๆ แต่ไม่มีคะแนนเก็บ...ไม่มีคะแนนนะ แต่ส่งมาให้ผมดูด้วย
เวลาไม่ทำการบ้านก็จะว่า...You!!! Bad girl...Bad girl...คีเกียด(ขี้เกียจ)
เวลาแต่งประโยคผิด หรือแปลกๆก็จะอุทาน(ประจานโดยไม่ตั้งใจ)...ห๊าาาา, What!!, อะไรนะ!!!(พูดไทยด้วยนะ)
ชอบให้นักเรียนอ่าน หรืออกเสียงตาม..."Hey Hey!! Listen พูดตามๆ.."
ชอบล้อเลียนสำเนียงไทย...แอด-เวน-เจ้อออ Adventure, สแกด้วนน Schedule
ชอบตั้งคำถามให้ฉุกคิด...คุณอยากจะไปทำงานอะไรกัน วางแผนอนาคตยัง
แกทำให้เป็นคาบเรียนที่ตื่นเต้นที่สุด เพราะชอบเรียกถาม...Ploy, Noo, Poo Blah Blah..
...แกใส่ใจนักเรียนและสอนดีเป็นที่สุด

มาอยู่ที่เมืองไทยนานเท่าไหร่แล้วมิอาจทราบได้... แต่ที่แน่ๆแกรู้จักเมืองไทยดีกว่าคนไทยเสียอีกหล่ะมั้ง และก็ชอบเล่าเรื่องพฤติกรรมแปลกๆของคนไทยซึ่งเขาบอกว่า มันตรงข้ามกับอเมริกา(บ้านเกิดของเขา)โดยสิ้นเชิง..."You know? It's different from my country...absolutely"

ทุกๆวันแกก็จะมีประเด็นเกี่ยวกับอะไรสักอย่างหยิบยกขึ้นมาเป็นคำถาม...และมาเชื่อมโยงกับคนไทยในที่สุด พร้อมทั้งยกตัวอย่าง ทำท่าทำทางเลียนแบบ เล่าทั้งแบบจริงจัง และแบบโจ๊กฮาๆ ขำกันกระจาย เคยเป็นกันมั้ยคะแบบว่า ทั้งแค้นทั้งขำไปพร้อมๆกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแกจะชอบพูดจาเสียดสี เหน็บแนม แกมประชดประชัน แต่ก็ประเทศนี้แหละที่แกอยู่มาหลายปี...บ้ามั้ยหล่ะ

ด้วยความสงสัยเป็นอันมากกกกกก เพื่อนก็เลยถามว่า "Well, I don't mind what you said about Thailand but I wonder why you've still lived here. What make you stay here?"...เอ่อใช่ๆ อเมริกาดีกว่า ทำไมไม่กลับบ้านไปฟระ? อยู่ทำไมเมืองไทย เห็นบ่นจริงจ้ง!!!

อยากรู้มั้ยว่าอาจารย์โจตอบว่าเพราะอะไร?

...Because of you...Guys!!!

Wowwww...!!! พูดจบกรี๊ดกันทั้งห้องค่ะ รักอาจารย์ขึ้นมาทันที ฝรั่งปากหวาน ฮ่าๆๆๆ

แล้วเขาก็อธิบายว่า เพราะว่านักเรียนไทยนี่แหละ เขาเลยอยากอยู่ที่นี่ อยากสอนที่นี่ มันทำให้เขานึกถึง Old America...ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันเป็นยังไงไอ Old America เนี่ย เขาอาจจะหมายถึง นักเรียนที่เป็นนักเรียนจริงๆล่ะมั้ง ดูเป็นเด็ก ไม่แก่แดด ไม่แรง ไรงี้ (หัวโบราณเหมือนกันนะเนี่ยโจ)...อีกอย่างหนึ่งนะ เขาคงมีอะไรที่อยากบอกคนไทยเยอะอ่ะ มีเรื่องอยากบ่นให้ฟัง อยากให้เรารู้ว่า อย่าทำแบบนี้สิ ทำไมคุณคิดกันแบบนี้...Oh!! What's on earth...Oh! Amazing...Amazing Thailand(ปิดท้ายด้วยวลีนี้ตลอด)

...นี่แหละค่ะ Mr.Joe หรือ อาจารย์โจของเรา




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2552    
Last Update : 11 สิงหาคม 2552 13:14:27 น.
Counter : 161 Pageviews.  

1  2  

amdekd
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




한국말을 잘하고 싶은데 누구든지 저에게 가르쳐 주세요.

...เม้นต์ให้กันบ้าง อะไรบ้างก็ดีนะ เพิ่งเคยเขียนบล๊อค ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้าง แนะนำด้วยนะคะ...^^
Friends' blogs
[Add amdekd's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.