เมื่อข้าพเจ้าไปกรรมฐาน









ในบางครั้ง ท่านอาจจะตั้งคำถามสำหรับคำสอนบางเรื่องในทางศาสนา หรือเมื่อได้ฟังคนเล่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดที่ท่านสงสัย ใช่หรือไม่ เป็นไปได้หรือ ท่านจะค้นพบคำตอบด้วยตัวท่านเองโดยมาฝึกปฏิบัติธรรม
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่ข้าพเจ้าประสบ ในช่วงที่เข้าอบรมกรรมฐาน แบบปิดวาจา 9 วัน ที่วัดมเหยงคณ์ สำหรับข้าพเจ้า แต่ละบุคคลจะได้รับประสบการณ์ต่างไปจากการปฏิบัติธรรมขึ้นกับจริตและภูมิหลัง เรื่องราวเหล่านี้ ท่านอาจจะไม่ต้องเชื่อทั้งหมด เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังรอท่านไปลงมือพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง….
หลังจากวันมาฆบูชาแล้ว วันที่ 16-24 เมษายน 2548 ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเข้าอบรมวิปัสสนากรรมฐาน 9 วัน อีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนสมัครอบรมเยอะ แต่รับเพียงครั้งละ 35 คน ทางวัดแจ้งว่าอาจจะต้องรอเป็นหลายเดือนหรือเป็นปี พระอาจารย์ท่านจะเป็นผู้สอนและคัดเลือกลูกศิษย์ด้วยตัวท่านเอง ด้วยการพิจารณาจากใบสมัครที่กรอกไว้
ข้อปฏิบัติในการอบรมคือการปิดวาจา ไม่ต้องทำวัตรเช้าเย็น สามารถฝึกด้วยการกำหนดแบบใดก็ได้ จะเดินจงกรม นั่งสมาธิ พิจารณาลมหายใจ หรืออื่นๆ ก็ไม่ได้หวงห้ามใดๆ พระอาจารย์ท่านสอนวิปัสสนาด้วยตัวเองในรุ่งเช้าของทุกๆวัน นอกจากนั้น เราก็ฝึกปฏิบัติและกำหนดตารางกิจกรรมของตัวเอง
เมื่อปิดปาก ใจก็เปิด ! ในวันแรกของการอบรมนั้น เวลาช่างเหลือเฟือ ตอนปฎิบัติข้าพเจ้าคิดไปทุกเรื่องที่สามารถคิดได้ รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง วันที่สองและสาม ข้าพเจ้าก็ยังคงคิดฟุ้งซ่าน แต่สิ่งที่ดีขึ้นคือมีสติบ่อยขึ้นและเห็นว่าตัวเองกำลังคิดแล้วดึงสติกลับมาได้บ่อยครั้งขึ้น และเห็นข้อดีของการปิดวาจาคือเรามีเวลาคุย ดู ยอมรับตัวเอง ข้าพเจ้าจึงเพียรพยายามฝึกดูรู้จิตอยู่ทุกขณะ อย่างที่พระอาจารย์สอน
ข้าพเจ้ามักเปลี่ยนสถานที่ฝึกปฏิบัติทุกวัน ส่วนหนึ่งหาที่เย็นกายนั่งแพราะอากาศในเดือนเมษายนร้อนมาก อีกส่วนหนึ่งข้าพเจ้ารู้สึกว่าเป็นการผจญภัยเล็กๆน้อยๆในแต่ละวันด้วย ในวันที่ 6 ของการอบรม ข้าพเจ้าได้หอบเสื่อไปวิปัสสนาอยู่ในป่าท้ายวัด ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าร่มรื่นและห่างไกลผู้คน มีช่วงหนึ่งในตอนบ่าย ข้าพเจ้านั่งวิปัสสนาอยู่สัมผัสได้ถึงลมพัดค่อนข้างแรง รู้สึกเย็นสบายดี จึงนั่งต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้เวลานานเท่าใด ข้าพเจ้าได้ยินเสียงนกฝูงหนึ่งพากันบินกลับรัง เสียงนกคุยกันจ้อกแจ้ก จ้อกแจ้ก ข้าพเจ้ารับรู้ว่าเสียงนกในขณะนั้นก็รับรู้ความหมายด้วย มีนกตัวผู้สองตัวคุยกันอยู่ว่า “ไปไหนมา” “ไปวัดราชาธิวาส” “คนเยอะมั้ย” “โอ๊ย เยอะ เค้าทำพระเศรษฐี..” พลันข้าพเจ้ารู้สึกตัวว่า นกคุยกัน! การรับรู้ตรงนั้นก็ “แว่บ”หายไปทันที เป็นเสียงนกจ้อกแจ้กตามเดิม ข้าพเจ้าลืมตาขึ้นทันที แล้วมองสำรวจไปรอบๆว่ามีคนอื่นคุยกันแถวบริเวณนั้นหรือไม่ ปรากฏว่า ไม่มีผู้คนเลย แต่สิ่งที่ข้าพเจ้ากึ่งตกใจคือ มีกิ่งไม้ที่ตกเกลื่อนอยู่ในป่าจำนวนมาก ตอนนั้นใกล้เวลาพลบค่ำแล้วข้าพเจ้าจึงเก็บข้าวของกลับที่พัก เมื่อถึงที่พักพี่เลี้ยงจึงบอกข้าพเจ้าว่าตอนบ่ายมีพายุฤดูร้อนมาลมพัดแรงมาก จนกิ่งไม้หักมากมาย พี่เลี้ยงตามไปเห็นข้าพเจ้านั่งอยู่ในป่าขณะที่พายุแรง แต่แต่ตัดสินใจไม่เรียก ยืนเฝ้าจนพายุสงบลง และบอกให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนสถานที่ฝึกปฏิบัติเพราะเกรงว่าจะอันตราย
เป็นธรรมดาเมื่อเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติธรรม เราจะได้ปัญญาที่สว่างแจ่มแจ้งโดยที่ไม่ต้องคิด มันส่องสว่างและเข้าใจได้ในตัวเราเอง เมื่อเรานิ่งพอความเคลื่อนไหวเช่นพายุที่เกิดภายนอก ก็ไม่อาจจะเข้ามารบกวนภายในใจเราได้ ในเรื่องของนกข้าพเจ้าได้เข้าใจลึกซึ้งในเรื่อง เมื่อเราปล่อยใจว่าง เปิดใจฟัง เราจะเข้าใจคู่สนทนา แม้แต่ภาษาของสัตว์เราเองยังเข้าใจ และ นั่นเป็นประสบการณ์เพียงครั้งเดียวที่ข้าพเจ้าได้เข้าใจภาษาสัตว์ ข้าพเจ้าเองไม่เคยได้ยินชื่อวัดราชธิวาสและพระเศรษฐีมาก่อน เพื่อตรวจสอบการปรุงแต่งในขณะกรรมฐาน ข้าพเจ้าเองยังจดชื่อวัดที่นกพูดถึง แล้วไปค้นข้อมูลภายหลังว่ามีวัดและกิจกรรมตามที่นกคุยกันหรือไม่ด้วย
ในวันที่ 7-9 ยังมีประสบการณ์อื่นๆที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าและก่อให้เกิดปัญญา ข้าพเจ้าจะอนุญาตเขียนเล่าในโพสถัดไป

รูปนี้บรรยากาศคล้ายๆกันในเวลาเกือบพลบค่ำแล้ว




Create Date : 03 เมษายน 2559
Last Update : 3 เมษายน 2559 17:00:18 น. 0 comments
Counter : 337 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 3082029
Location :
ขอนแก่น Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เขียนด้วยใจ ไม่ใส่ไข่ เพื่อแบ่งปันเรื่องดีๆ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3082029's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.