เดินเพลินๆ ในมิลานและโคโม่ ตอนสอง
สวัสดีค่ะ วันนี้มาต่อกันเลยนะคะ เราจะพาทุกคนไปเดินเพลินๆ ในโคโม่ (Como) ค่ะ :)

เริ่มต้นเช้าวันแรกด้วยการที่เราจะไปโบสถ์ที่มีภาพ The Last Supper ของจิตรกรชื่อก้องโลก Leonardo Da Vinci ที่ Santa Maria delle Grazie Church ค่ะ ซึ่งความจริงเนี่ย การที่จะเข้าไปดูรูปนี้ได้ควรจะจองซื้อตั๋วล่วงหน้านะคะเพราะว่าบัตรหายากมาก มันจะมีกรุ๊ปทัวร์มาลงตลอด ตอนที่แพลนทริปนี้ไว้ก็คิดว่าจะมาดูอยู่แล้วล่ะเพราะเคยมีเพื่อนมาแล้วบอกว่ามันสวยมาก มองแล้วขนลุก คือภาพมันเหมือนจริงมาก น้ำตาแทบไหลตอนดูรูป ถูกบิ๊วท์ขนาดนี้ยังไงก็ต้องไปดู แต่ปัญหาคือตั๋วหมด ที่นี่เค้าจะให้เข้าเป็นรอบๆ น่ะค่ะ ถ้าตั๋วหมดก็ไม่มีการขายเพิ่ม คือจำกัดจำนวนคนต่อรอบจริงๆ พอตั๋วหมดเราก็เลยไม่ได้จองล่วงหน้า กะไปตายเอาดาบหน้า แต่สุดท้ายก็แห้ว T-T ไม่ได้เข้าไปดู ฮืออออ เสียใจมาก

คือตอนที่จะไปโบสถ์นี้ก็ตลกมาก รูัแค่ว่าต้องไปลงตรงสถานีรถไฟแต่แบบไปต่อไม่เป็นแล้วอะ เห็นชายหญิงคู่นึงเค้าแบบดูท่าทางน่าจะไปโบสถ์นี้เหมือนกัน เรากับเพื่อนก็เลยเดินตามเค้าต้อยๆ แบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าไปจริงป่าว 5555 แล้วเห็นเค้าเลี้ยวเข้าโบสถ์นึงก็มั่นใจว่าน่าจะใช่ละ (ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าโบสถ์หน้าตาเป็นยังไง) ปรากฏว่าไม่ใช่! เลยต้องเดินต่อมั่วๆ แต่สุดท้ายก็ถึงนะจ๊ะ :)

โบสถ์ข้างบนคือโบสถ์ที่มีภาพ The Last Supper ค่ะ

แล้วเป็นจังหวะพอดีที่วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ที่ยุโรป นอกจากพวกร้านค้าจะปิดเร็วแล้ว วันอาทิตย์ก็ไม่มีการขายของด้วยค่ะ ร้านค้าแทบทุกร้านปิดหมด! (อาจจะมีกรณีพิเศษนะคะ เช่นที่โคเปนเฮเกน ร้านที่ Walking Street จะเปิดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือนค่ะหรือตัวห้างอาจจะเปิดประมาณนี้) ตอนแรกเรากับเพื่อนก็คิดว่าจะอยู่ที่มิลานกัน แต่เพื่อนที่เป็นเด็ก exchange ที่มิลานบอกไปให้ไปโคโม่เพราะในเมืองไม่มีอะไรให้ทำ เราก็อะ ได้ๆ ลองไปดูๆ


ก็เดินกลับไปสถานีเดิมที่ตอนแรกเดินจากมานั่นแหละค่ะ ตั๋วรถไฟถูกมากนะ ถ้าจำไม่ผิด ไปกลับน่าจะ 11 Euro ค่ะ นั่งไม่นานด้วย ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ พอดีพวกเราขึ้นรถไฟก่อนเวลารถไฟออกก็เลยมีเวลาเดินเล่นในตัวโบกี้นิดหน่อย ทีนี้ตอนที่พวกเรานั่งๆ คุยกันก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ข้างหลัง ปรากฏหันไปเป็นวัยรุ่นชายหญิงกำลังจูบกัน >_____< ประมาณว่าผู้ชายมาส่งผู้หญิงกลับบ้าน จูบกันเสียงดังมาก เขินแทน (ฮาาาา)

ไปถึงโคโม่ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดก็คือการล่องเรือชมทะเลสาบ (?) ค่ะ คือมันเป็นเมืองที่มีภูเขาล้อมรอบทะเลสาบแล้วบนภูเขาก็จะมีบ้านเป็นสีๆ อยู่ คือสวยมากนะ ถ้ามาวันที่แดดจ้า T-T ประเด็นคือวันที่เราไปเนี่ย หมอกลงหนาจัดมากๆ แทบจะไม่เห็นอะไรเลย แต่ก็พอเดาได้ว่าถ้ามีแดดนี่คือสวยแน่นอน






























ทางเดินริมทะเลสาบค่ะ

ตัวล่องเรือก็จะมีเวลาเป็นรอบๆ เหมือนกัน พวกเรามาก่อนก็เลยซื้อตั๋วแล้วไปเดินเล่นแถวทะเลสาบ มีร้านน่ารักๆ ไว้นั่งเต็มไปหมดเลยค่ะ ถ้ามีแดดจะดีมาก แต่วันนั้นจำได้เลยว่าหนาวมาก พวกเราเลยไปหลบหนาวในร้านขายไอศกรีม! (คือช่วยมั้ย 555) แต่ไอศกรีมที่นั่นอร่อยจริงๆ นะ จำได้เลย นั่งรอจนได้เวลาก็ไปขึ้นเรือค่ะ

ตัวเรือก็จะพาเรานั่งล่องตามแนวภูเขานั่นแหละ นั่งไปก็หนาวไป ลมแรงชะมัด ฮ่าๆ









ถ้าจำไม่ผิด น่าจะใช้เวลาล่องเรือประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะ เสร็จแล้วก็เดินเล่นแถวนั้นต่อ โชคดีวันนี้ร้านค้าเปิด ก็เริ่มจากเดินแถวๆ ริมทะเลสาบก่อนเลย



หน้ากากกระเบื้อง ของขึ้นชื่อของอิตาลี



ชอบโปสการ์ดใบนี้เป็นพิเศษ กวนดีแท้ ฮ่าๆ แต่หลังจากนั้นไปเมืองไหนก็เจอแต่โปสการ์ดแบบนี้ - -"

พอเดินรอบๆ เสร็จก็ไปเดินในตัวเมืองโคโม่ต่อค่ะ กรี๊ดเลย ชอบเมืองนี้มากๆ คือแบบเมืองมันจะเล็กๆ เป็นทางเดินสำหรับเดินจริงๆ ไม่มีรถผ่านเลย ชอบมาก มันจะแบ่งเป็นตรอกซอกซอย แล้วตึกมันก็จะวินเทจหน่อยๆ ชอบมากกกกก เลิฟเลย เดินเพลินสมกับชื่อตอนของบล็อกจริงๆ ^^



ที่นี่เป็นโบสถ์ประจำเมืองค่ะ



ภายในโบสถ์ สวยดีนะ





เส้นพาสต้าค่ะ น่ารักดีเนาะ แต่ไม่กล้ากิน สีฉูดฉาดเกิน ^^"





ชอบหน้าต่างมาก ดูเก๋ดี (จริงๆ ชอบตัวกระถางต้นไม้น่ะ แหะๆ)



ป้ายเมนูเครื่องดื่มหน้าร้าน จำได้ว่าดื่มโกโก้ อร่อยดี เจ้าของร้านก็ใจดีมากกก



สบู่จากเมืองโคโม่ :D

พอสักประมาณหกโมงพวกเราก็นั่งรถไฟกลับมิลานค่ะแล้วก็ไปกินพิซซ่ากับเพื่อนในตัวเมือง ตอนที่ลงไปรถไฟใต้ดินมีเรื่องให้ตะลึงอีกแล้ว คือเรากับเพื่อนกำลังเดินลงไปขึ้นรถไฟก็เจอชายหญิงคู่นึง แบบผู้ชายผลักผู้หญิงเข้ากำแพงดังมาก แล้วจูบ O____o ช่างเป็นเมืองที่เร่าร้อนจริงๆ (ฮา) ประเด็นคือไปเมืองอื่นไม่เจอเลยอะ อยู่เดนมาร์กนานที่สุดก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตอนนั้นเพิ่งไปยุโรปใหม่ๆ ด้วย อึ้งเลย

พอกินพิซซ่าเสร็จก็ไปกินไอศกรีม gelato ต่อ ร้านนี้ต้องขยาย ชื่อ "Grom" ค่ะ location จำไม่ได้ แหะๆ เพื่อนพาไปอะ คือมันอร่อยมากกกกก ประทับใจสุดๆ ถ้ารู้ตั้งแต่วันแรกคงมากินเช้าเย็นๆ 5555 พอขากลับจะนั่งรถรางไปรถไฟใต้ดินเพื่อกลับโรงแรม ตอนนี้อยู่กับเพื่อนรวมกันเป็นสามคน ก็ยืนรอรถรางไปเรื่อยๆ ตอนนั้นฝนตกด้วยแหละก็ต้องมาหลบใต้ตึกแถวนั้น ทีนี้มีกลุ่มวัยรุ่นมิลานเดินมาหาพวกเราแล้วก็พูดอะไรก็ไม่รู้ เราแบบฟังไม่รู้เรื่องเพราะเค้าพูดภาษาอิตาเลี่ยนเลยไม่พูดด้วย เค้าก็หน้าเสียเดินออกไป ก็เลยคุยกันว่า เค้าอาจจะหลงทางนะ (คนดีจริงๆ พวกชั้น - -") ถ้าเค้ามาถามอีกรอบเราจะตอบนะ สักพักก็เดินมาใหม่แบบชวนคุย เป็นใคร มาจากไหน เนี่ยๆ สนใจไปเที่ยวกับพวกไอมั้ย - -" โชคดีมาก รถรางมาพอดี พวกเราเลยรีบกระโดดขึ้น tram พร้อมโบกมือบ๊ายบายวัยรุ่นกลุ่มนั้นเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าวัยรุ่นพวกนั้นก็ขึ้น tram มาเหมือนกัน - -" เราอยู่หัวรถ เค้าอยู่ท้ายรถ สักพักก็เดินมาหาเรากับเพื่อนบอกว่า We are having a sexy party tonight. อยากมาด้วยมั้ย เรากับเพื่อนขำก๊ากเลย sexy เป็นไงฟระ 5555 ก็บอกว่าไปไม่ได้ พรุ่งนี้มีไฟลท์เช้า เค้าก็ถามเราว่ามาจากไหน เค้ามาจาก the ซุธ of Italy เพื่อนเราก็งง เลยถามไปว่า The South? ด้วยสำเนียงอเมริกันสุดๆ คนอิตาลีก็หน้าเสียเลย 555 คือเพื่อนเราไม่ได้ตั้งใจนะแต่แบบถามเพื่อความชัวร์ว่าเราไม่ได้เข้าใจอะไรผิดใช่มั้ย สุดท้ายเค้าก็ล้มเลิกความตั้งใจชวนสาวไทยไปเซ็กซี่ปาร์ตี้ เหอๆๆๆ

พอเช้าวันใหม่เราก็มาเดินเล่นแถว shopping street เหมือนเดิมค่ะ ก็ได้ของติดไม้ติดมือมาบ้าง อิอิ แล้วก็ใกล้ๆ สิบเอ็ดโมงก็ไปขึ้นรถโค้ชไปสนามบิน แล้วก็ถึงโคเปนเฮเกนโดยสวัสดิภาพค่ะ :)



Create Date : 04 เมษายน 2556
Last Update : 4 เมษายน 2556 19:35:33 น.
Counter : 1038 Pageviews.

5 comment
เดินเพลินๆ ในมิลานและโคโม่ ตอนหนึ่ง
มาแล้วค่า :D

วันนี้ไปเที่ยวที่มิลานกันนะคะ ที่แบ่งเป็นสองตอนเพราะว่าจริงๆ มาไปมาสามวันค่ะ ไปมิลานกับโคโม่ (Como) มา แล้วรูปเยอะเลยคิดว่าแบ่งออกมาเป็นสองตอนดีกว่าเนื้อหาจะได้ไม่อัดเกินไป พร้อมแล้วไปเดินเพลินๆ ในมิลานด้วยกันเลยค่ะ Smiley

หลังจากที่นั่ง Easyjet จากปารีสมามิลานเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาไปโรงแรมค่ะ ตัวสนามบินนั้นห่างจากตัวเมืองมิลานมากพอสมควรเลย ไปกับเพื่อนผู้หญิงหมดเลย มีทั้งหมดสามคนรวมตัวเราด้วยค่ะ สนามบินจะเล็กๆ พอเหมาะกับการเป็นสนามบินให้ low cost airline ตอนที่ไปถึงก็น่าจะประมาณสองทุ่มได้ (ตอนขึ้นเครื่องจากปารีสมีปัญหานิดหน่อยตรงที่พอมันเป็น low cost airline ถ้าจะโหลดกระเป๋าต้องเสียเงินเพิ่ม คนเลยจะนิยม carry on มากกว่า พอดีวันนั้นที่เก็บของบนตัวเครื่องมันเต็มหมด บวกกับเราไปถึงตัวเครื่องช้าด้วย พอถึงตรงปากทางเข้าเครื่องก็เลยมีเจ้าหน้าที่มาขอเอากระเป๋าของเราทั้งสามคนไปโหลดใต้ท้องเครื่องค่ะ ทำให้พอมาถึงมิลานเลยต้องรอรับกระเป๋าเลยกินเวลาพอสมควร) 

จากสนามบิน มีทางเดียวที่จะเข้าเมืองได้คือนั่งรถโค้ชที่ทางสนามบินจัดไว้ให้ค่ะ จำได้ว่าตอนที่ไปเค้ามีแบบโปรโมชั่นซื้อตั๋วสองใบแถมหนึ่งใบ ประมาณนี้แหละ ก็พอดีเลย นั่งรอรถโค้ชแป๊บๆ ก็ได้เวลาขึ้น คือข้างทางระหว่างถึงตัวเมืองนี่เป็นป่าหมดเลย >____< น่ากลัวมาก คือถ้าน้ำมันหมดกลางทางจะทำไงล่ะเนี่ย 5555 แล้วช่วงนั้นยังเป็นหน้าหนาวที่ยุโรป พระอาทิตย์ตกสี่โมงเย็น น่ากลัวมาก 5555 รถจะพาเราส่งที่ Central Station ค่ะ (ที่ยุโรปเท่าที่สังเกตคือทุกเมืองจะมีสถานีรถไฟที่เป็น Central Station หมด) ตอนที่ไปถึงก็น่าจะประมาณสามทุ่มครึ่งได้นะ แถวนั้นก็แอบน่ากลัวอยู่ ข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กิน หิวมากๆ โชคดีที่แถวนั้นมีแมคโดนัลด์ เลยจัดกันคนละชุดมื้อดึก lol กว่าจะซื้อเสร็จทำอะไรเสร็จ รถไฟใต้ดินก็ปิดแล้วค่ะ (ถ้าจำไม่ได้ผิดที่นั่นรถไฟใต้ดินปิดตอนสี่ทุ่ม) เราก็เลยต้องนั่งแท็กซี่ไปโรงแรม จริงๆ โรงแรมอยู่ใกล้รถไฟใต้ดินมากค่ะ เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว (จำชื่อโรงแรมไม่ได้แล้วอะค่ะ แหะๆ) มี wifi ให้ด้วย แต่ว่าต้องมาใช้ที่ล็อบบี้เท่านั้น ราคาก็ไม่แพง สะดวกสบายดีค่ะ

เช้าวันต่อมาก็ออกเดินทางไปเที่ยวในตัวเมืองมิลาน วันนั้นโชคดีมาก ท้องฟ้าสดใส แดดจ้าเลยทีเดียว :) 

วิธีการเดินทางในตัวมิลานง่ายมากค่ะ ที่นี่มีรถไฟใต้ดิน แล้วก็มี tram ด้วย ราคาไม่แพงเลย เราซื้อตั๋วแบบที่ใช้เดินทางกับขนส่งมวลชนในมิลานได้ทั้งหมด 48 ชั่วโมง 5.50 Euro เท่านั้น!



ไม่มีคนเลย 5555

เราไปลงสถานี Duomo ค่ะ เป็นโบสถ์เก่าแก่ของที่นี่ สวยมากๆ ถ้าจำไม่ผิด เห็นว่าสร้างมาห้าร้อยกว่าปีได้แล้ว แต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จ O_o ข้างในเปิดให้เข้าชมค่ะ



บริเวณข้างหน้าโบสถ์จะมีนกพิราบเยอะมากๆ (ในรูปอาจจะไม่เห็น 555) ซึ่งแถวนี้ต้องระวังมิจฉาชีพให้ดีๆ นะคะเพราะว่าชาวนิโกรเยอะมาก เค้าจะเข้ามาแบบ นี่ๆ เรามีสายผูกข้อมือให้นะ พอเรารับมาปุ๊บก็จะขู่เอาเงินเราทันทีค่ะ อากู๋เราเคยโดนยิปซีแถวนี้ล้วงกระเป๋าด้วย โชคดีนะที่ไหวตัวทันของเลยไม่หาย แต่โดนยิปซีข่วนแทน - -" น่ากลัวจริงๆ



รายละเอียดของตัวโบสถ์ค่ะ







ข้างในตัวโบสถ์ก็อลังการงานสร้างมาก กระจก mosaic เต็มรอบโบสถ์เลยค่ะ สวยดีๆ

พอออกมาจากโบสถ์ มามิลานทั้งทีก็ต้องไปช็อปปิ้ง! 555 มาถึงถิ่นทั้งทีเนาะ Gucci, Prada, Miu Miu คือที่พิมพ์มานี่แค่เข้าไปดูเฉยๆ ไม่ได้ซื้ออะไรเลย ไม่มีตังค์แล้ว 5555



หันหน้าเข้าโบสถ์ ทางซ้ายมือจะเจอทางเข้าแหล่งชอปปิ้งตามภาพด้านบนเลยค่ะ



ข้างใน shopping street ค่ะ

คือมาที่นี่เจอทุกแบรนด์อะ แบรนด์ไหนที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาเจอที่นี่หมด 555 ก็สนุกดีนะ ปกติอยู่เมืองไทยไม่เคยได้เข้าร้านพวกนี้เลย แต่พอไปที่นู่นนี่เดินเข้าเดินออกมันทุกร้าน ไม่ได้ซื้อหรอกนะ แค่อยากรู้เฉยๆ ว่าข้างในมันเป็นยังไง 5555



ตามร้านแบรนด์เนมจะมีช็อคโกแลตลาย trademark ของตัวเองในร้านไว้ให้ลูกค้าชิมค่ะ



บรรยากาศในเมืองมิลาน



จริงๆ แถวนั้นมีห้างด้วยนะคะ จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ห้างใหญ่มากพอตัว มีประมาณห้าหกชั้นได้มั้ง คนก็เยอะมาก มีร้าน gelato ตามรูปข้างบนอยู่ชั้นล่างของห้างค่ะ (ชั้น 0 ของที่นู่น) เราว่าร้านนี้ไม่อร่อยอะ ไม่ประทับใจอย่างแรง ไม่ผ่าน Smiley



เรากับเพื่อนโชคดีมาก เพราะตอนที่ไปมีเพื่อนคนนึงไปแลกเปลี่ยนที่มิลานพอดีค่ะ เลยให้เพื่อนเป็นไกด์ให้เลย แล้วก็เหมือนตอนไปปารีส จำทางไม่ได้เลย 5555 ในเมืองมิลานมีปราสาทอยู่ที่นึงค่ะ จำชื่อไม่ได้ เพื่อนพาไป ระหว่างทางก็ไปเจอ stall ขายอาหารข้างบน พอซูมๆ ใกล้ก็เห็นตามรูปข้างล่าง



มันคืออะไรไม่รู้ รู้แต่น่ากินมากกกกกกก เดาเอาเองว่าน่จะเป็นพวกข้าวอยู่ข้างในแล้วก็เอามาทอด แต่เห็นราคาแล้วสู้ไม่ไหว มองเฉยๆ พอ (ฮาาา)



ปราสาทอยู่ปลายสุด เห็นลิบๆ :)



รถรางในมิลาน สีสวย น่ารักมาก (แต่ข้างในเก่าใช้ได้เลย lol)



มี Fitness First Ladies ด้วยอะ เก๋มาก

แล้วระหว่างที่กำลังเดินไปปราสาทก็เห็นคนมิลานมุงกันเยอะมากๆๆๆๆๆ ด้วยความที่เป็นคนไทย แน่นอน อย่าให้เสียชื่อ เราก็ไปมุงด้วยคน 5555



ก็เห็นสองสาวข้างบนนี่แหละค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเป็นใคร แต่สวยแล้วก็หุ่นดีมากกกก เดาว่าน่าจะเป็นดาราที่นู่นเพราะคนถ่ายรูปเต็มไปหมด แบบเค้าเดินออกมาจากตึกแล้วก็หยุดโพสตามรูปให้คนอื่นถ่ายรูปอะค่ะ

พอหายจากอาการมิลานมุง เราก็ไปต่อที่ปราสาทค่ะ เราเดินแค่รอบๆ นะคะ ไม่ได้เข้าไปดูข้างในแบบจริงจัง ก็สวยดีนะ แอบตกใจเล็กน้อยเพราะตอนที่เดินเข้าไปเห็นหนุ่มสาวจับคู่กันจูบกันตรงนั้นเลย >_____< หลายคู่มากๆๆๆๆๆ (จริงๆ คืออิจฉา 55555)



พอเดินทะลุผ่านปราสาท ด้านหลังปราสาทมีคล้ายๆ กับงานวัดอะ แบบมีชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุนอะไรพวกนี้ด้วย ตื่นเต้นมาก งานวัดมิลาน 5555 เดินๆ สักพักก็ใกล้ค่ำ เพื่อนเลยพาไปกินบุฟเฟต์ค่ะ แล้วก็กลับโรงแรมนอน เตรียมพร้อมไปโคโม่วันรุ่งขึ้น :)



Create Date : 30 มีนาคม 2556
Last Update : 30 มีนาคม 2556 19:04:27 น.
Counter : 5610 Pageviews.

0 comment

Cho2Cho
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



Travelling, cooking, reading, language learning and photo taking are my life. :)