เดินทัวร์ Barcelona แบบ non-stop
  สวัสดีค่ะทุกคน :D

 หลังจากไปเริงระบำ ดูระบายกระโปรงพลิ้วๆ ใน Seville แล้ว วันนี้เราก็มาโผล่ที่ Barcelona แล้วค่ะ โดยที่เรานั่งรถไฟกลับ Madrid ก่อนแล้วอีกวันนึงค่อยนั่งรถไฟไป Barcelona (ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่โอเคนะคะ นั่งรถไฟย้อนไปย้อนมา แต่ตอนนั้นเราจำเหตุผลไม่ได้ละว่าทำไมถึงต้องนั่งกลับไปกลับมา) นั่งรถไฟถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณสามชั่วโมง ก็มาถึงสถานีรถไฟ Barcelona ค่ะ

 วันนั้นจำได้เลยว่าอากาศโหดร้ายมากกกก ตั้งยี่สิบห้าองศาแหนะ! ต้องมีคนคิดว่าเราดัดจริตแน่ๆ เลย 25 องศานี่นะแกเรียกว่าร้อน? lol คือต้องนึกภาพก่อนนะคะว่่า 25 องศาบ้านเค้ากับ 25 องศาบ้านเรานี่ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ ด้วยสภาพอากาศบ้านเราเป็นแบบร้อนชื้น 25 องศาก็จะชิวๆ อากาศเย็นสบาย แต่ที่ Barcelona คือแดดเปรี้ยง! ไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียวบนฟ้า ที่สำคัญคือแห้งมาก เดินๆ กลับมาที่โคเปนคือเท้าเป็นรอยรองเท้าเลยจ้า แดดเผาเกรียม

 เนื่องจากวันที่เราไปมีการแข่งขันฟุตบอลของ FC Barcelona กับทีมอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งคนประมาณล้านแปดเบียดกันใน Camp Nou และรอบนอกสนาม เราเจอกองทัพนักข่าวไทยที่ไปรอทำข่าวที่นู่นด้วยค่ะ คือจริงๆ เพื่อนเรามาที่นี่เพื่อมาดู Football Match เลยแต่ไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้ากะมาลุ้นหน้าสนาม ผลก็คือแห้วสิคะ ซึ่งโดยปกติ Camp Nou จะเปิดให้เข้าชมได้นะคะ แต่วันที่เราไปมีแข่งพอดีก็เลยอด ได้แต่เดินรอบๆ แถวนั้นแทนค่ะ





คนล้านแปดจริงๆ นะ (ส่วนหนึ่งน่าจะเข้าสนามไปแล้ว)

 เนื่องจากเราไม่ดู Football และความรู้ด้านนี้เป็นศูนย์เราเลยไม่ตื่นตาตื่นใจที่มีโอกาสได้เข้าไปในสนามเลยค่า 55555 ตอนนั้นไม่รู้จะอะไรก็เลยเดินเข้าร้านขายของที่ระลึกซะเลย



เสื้อพวกนี้มีขายค่ะ เราแอบเห็นว่าซื้อเสื้อมาแล้วสกรีนชื่อตัวเองลงบนเสื้อได้ค่ะ





ไหนแกบอกร้อนไงยะ ใส่เสื้อกันหนาวทำไม?

 เอาล่ะ หลังจากเดินร้านขายของที่ระลึกซะทั่วแล้วก็ต้องทำใจยอมรับชะตากรรมว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อมาดู match ในวันนี้ ละตอนนั้นก็ค่ำแล้วด้วยค่ะ ไปหาอะไรกินดีกว่าเนอะ หิวแล้วววว

 ร้านที่เราไปกินจำไม่ได้นะคะว่าอยู่แถวไหน คือพวกเราก็เดินกันมั่วๆ แบบที่ทำกันทุกเมืองนั่นแหละ แต่พยายามหาร้านที่มีทีวีจะได้ดูถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลได้ (ไม่ได้ดูในสนาม ดูในทีวีก็ได้ ประมาณนั้น) ก็เดินหาเอาตามอัธยาศัยเลยค่ะเพราะทุกร้านน่ะเปิดหมดเลย 5555





พอดีเราเป็นคนค่อนข้างกินยากเลยเลือกสั่งอะไรที่ดูเซฟๆ แต่จานนี้ไม่อร่อยเลย T^T แห้งมาก

 แล้วเราโชคดีมากที่รู้จักนักเรียนแลกเปลี่ยนคนนึงเป็นคน Barcelona มาแลกเปลี่ยนที่คณะเราปีก่อนหน้าที่เราจะมาโคเปน เราเลยส่ง message ไปบอกเค้าว่านี่เราอยู่ Barcelona แล้วนะ เค้าก็ดีมากบอกว่าได้เลย วันนี้คงไปหาไม่ได้เพราะติดดูบอลกับเพื่อน แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เค้าจะพาทัวร์ Barcelona เอง พวกเราก็เย่ๆๆๆๆ ตามสไตล์เพราะไม่เคยได้หาข้อมูลอะไรมาเลย 55555

 และเพราะไอ้นิสัยที่ไม่เคยดูอะไรก่อนไปเที่ยว หรือเช็คหาข้อมูลอะไรให้พร้อมนี่แหละค่ะก็ทำให้เกิดเรื่องขึ้นจนได้ คือโรงแรมที่เราพักกันอยู่ใกล้รถไฟใต้ดินมาก เดินแป๊บเดียวก็ถึง พวกเราก็โอเค เดี๋ยวกลับรถไฟใต้ดินกันนะหลังจากดูบอลกินข้าวเสร็จ ทีนี้กว่าบอลจะจบก็ลากยาวไปจนถึงห้าทุ่มแหนะ พวกเราก็เอ้า ชิวววววว ไหนดูซิ ขอชมเมืองตอนกลางคืนหน่อย ก็เดินเอ้อระเหยลอยชายไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงรถไฟใต้ดินก็ห้าทุ่มเกินครึ่ง ก็ยืนรอรถไฟใต้ดิน สักพักรถไฟใต้ดินก็มาแต่คนแน่นเอี้ยด! ตอนนั้นมีกันทั้งหมดหกคน ผู้หญิงห้า ผู้ชายหนึ่ง พอประตูรถไฟใต้ดินเปิดมา ปรากฎว่าเพื่อนเราอีกสาม ชายหนึ่ง หญิงสองดันขึ้นรถไฟใต้ดินไม่ทันค่ะ! พวกเราก็ยังไม่อะไร ตะโกนออกไปว่า เออ เดี๋ยวเจอกันสถานีหน้านะ เดี๋ยวพวกเราลงไปรอละขึ้นรถไฟใต้ดินกลับด้วยกัน พอประตูรถไฟใต้ดินปิดปึ้ง! เรากับเพื่อนก็คุยกันว่าจะเจอกันมั้ยเนี่ย เพื่อนเราที่เพิ่งมาจากโคเปนก็บอกว่าไม่เจอก็โทรหากันก็ได้ ง่ายๆ พอเพื่อนพูดเสร็จปุ๊บก็ระลึกชาติได้ว่าทั้งหกคนน่ะมีมือถือกันแค่สองคนคือเรากับเพื่อนอีกคนที่พูดว่าให้โทรหาเอา เพราะเพื่อนผู้หญิงสามคนโดนขโมยของตั้งแต่ที่ hostel ใน Spain ส่วนเพื่อนผู้ชายไม่ได้เอามือถือมา ซึ่งนั่นหมายความว่าสามคนนั้นที่ขึ้นรถไฟใต้ดินไม่ทัน ไม่มีใครมีมือถือเลยสักคน! ตึ้ง!!!! ภาวะความเงียบเกิดขึ้นทันที แต่ก็ยังชิว เห้ย ก็เราบอกแล้วป่าวว่าเจอกันสถานีหน้าเว่ย โอเคแหละ

 แต่ถ้าเรื่องมันง่ายขนาดนั้นเราก็คงไม่เรียกทริปนี้ว่าโหด มันส์ ฮาใช่ป่าวคะ นั่นแหละ พอเราถึงสถานีถัดไป พวกเราก็ลงมารอเพื่อน รอตั้งนานก็ไม่เห็นรถไฟขบวนใหม่จะมาสักที จนมีเจ้าหน้าที่เดินมาหาพวกเรานั่นแหละ แล้วก็บอกว่า นี่ๆ รถไฟใต้ดินจะปิดบริการแล้วนะ พวกเธอน่ะออกไปได้แล้ว ไม่มีรถไฟขบวนใหม่มาแล้วล่ะ พวกเราก็เหวออออออออออออ แบบเหวอจริงจังมาก เฮ้ยยยยย แล้วจะกลับโรงแรมกันยังไง T^T แล้วเพื่อนอีกสามคนจะรู้มั้ยว่าเราโดนไล่ออกมาจากรถไฟใต้ดิน โอ้ยๆๆ ทำไงดีล่ะทีนี้ พอตอนเดินออกมาจากสถานี คุณลุงเจ้าหน้าที่กำลังดึงประตูลงมาปิดสถานีเลยจ้า นี่ถ้าขึ้นมาช้าอีกนิดคงได้นอนในสถานีเป็นแน่ 55555 นี่แหละน้า ผลกรรมจากการไม่เช็คว่าบ้านเค้าน่ะรถไฟใต้ดินปิดเที่ยงคืน! ดันติดนิสัยจากโคเปนที่ใต้ดินเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง แล้วคือตอนนั้นเรากับเพื่อนก็กลัวกันมากค่ะเพราะเพิ่งมีเหตุการณ์ขวัญผวาที่ Madrid มา เอาไงดีล่ะเนี่ย แถวนั้นเป็นย่าน Arc De Triomf ซึ่งจริงๆ ตอนกลางวันจะคึกคักมาก แต่ตอนนั้นคือเงียบมากกกกกก แล้วมีคนดำเดินเป็นระยะ เพิ่มดีกรีความน่ากลัวได้เป็นอย่างดี ไฟก็ไฟส้มๆ สลัวๆ เริ่มคิดเอาไงกันดี กลัวก็กลัว นี่โรงแรมอยู่ไกลจากนี่เท่าไหร่คือยังไงไม่รู้เลยเนี่ยยยยยยยย

 ตอนนั้นคือ hopeless มากก็พยายามเดินหาให้ทั่วเลยว่าจะกลับยังไงกันดีเพราะเราไม่อยากนั่ง taxi ค่ะ เหตุการณ์ Madrid ทำให้เราไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นก็เลยเดินไปรอบๆ อ้าว มีป้ายรถเมล์!!! เหมือนฟ้าโปรดก็ไปยืนรอกัน รอแล้วรอเล่ารถเมล์ก็ไม่มา พอมาก็ดันไม่รับ (เฮ้ย! T___T) จนเที่ยงคืนครึ่งได้ เพื่อนเราทีมีโทรศัพท์ก็บอกว่าไม่ไหวจริงๆ ยังไงเราก็ต้องกลับล่ะ มิ้นฟ้าโทรหาเพื่อน Barcelona ให้หน่อยได้มั้ยว่าพาพวกเรากลับโรงแรมได้รึเปล่า เราก็โทรค่ะ จริงๆ แอบเกรงใจเค้าอยู่เหมือนกันนะแต่ตอนนั้นขอตัวเองรอดก่อน สภาพแวดล้อมมันนน่ากลัวจริงๆ โทรไปเพื่อนก็บอกว่าถึงบ้านแล้วอะ ออกไปไม่ได้แล้ว metro ปิดหมดละ เอางี้ เธอก็นั่ง taxi สิ เราก็เลยบอกไปว่าไม่อยากนั่งเพราะอะไร นู่นนี่นั่น เค้าก็เลยบอกว่า ไม่มีปัญหา เธอโบก taxi ให้ได้ก่อนนะ แล้วเดี๋ยวไอจะคุยกับคนขับให้ พวกเราก็ทำตามที่เค้าบอก เค้าก็ดีมากบอกว่าขึ้นรถแล้วให้ส่งข้อความบอกเค้าด้วยว่ารถทะเบียนอะไร ตอนนั่งก็เบียดกันสามคนข้างหลังเลยค่า 5555 แถม taxi ที่นี่มี GPS ให้เราดูด้วยนะ เราก็พูดกับเพื่อนว่าเออดีเนอะ มี GPS ด้วย งี้รู้เลยว่า taxi พาขับออกนอกเส้นทางป่าว เพื่อนเราก็บอก เออ ต่อให้เค้าขับออกนอกเส้นทางแกจะรู้มั้ย เราก็เออออ จริงเว้ย!

 จนในที่สุดก็ถึงโรงแรมอย่างปลอดภัย น้ำตาไหลพราก ตอนนั้นเพื่อนอีกกลุ่มยังไม่มา เราก็ขอตัวขึ้นไปที่ห้องก่อนเพราะเราเพลียมาก ขออาบน้ำก่อนนะ เพื่อนอีกคนเลยนั่งรอเพื่อนอีกกลุ่มข้างล่าง พอเพื่อนมาก็ถามไถ่ใหญ่เลย เห้ย สรุปแกกลับมาได้ไง เพื่อนก็บอกว่าหลังจากที่พวกเราขึ้นรถไฟไปแล้วน่ะ เพื่อนก็โดนเจ้าหน้าที่สถานีไล่ออกไปพอดี ก็เลยนั่ง taxi กลับมาโรงแรมนี่แหละ โอเค สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเนอะ ^^ (แต่ถึงเจออย่างนี้ ไอ้นิสัยการหาข้อมูลล่วงหน้าก็ไม่เคยเกิดขึ้นอยู่ดีค่ะ - -")

 หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญเล็กๆ และสลบเป็นตายที่โรงแรม วันนี้เลยตื่นมากันสายทีเดียว นัดเพื่อน Barcelona ไว้ว่าเดี๋ยวเจอกันบ่ายๆ นะที่ Plaza Catalunya เรากับเพื่อนก็ไปรอที่ร้าน Fast Food แถวนั้น เพื่อนก็บอกว่าถึงแล้วนะ ทำไมไม่เจอพวกยูในร้าน ก็งงๆ กันสักพักก็ถึงบางอ้อว่า แถวนี้มีอีกถนนนึงที่ชื่อคล้ายๆ กัน Plaza อะไรสักอย่าง ก็ฮากันไปนะ




แถวนี้จะมีอะไรแปลกๆ พวกนี้มาโชว์ตลอดเส้นถนนเลยค่ะ

 พอเพื่อนมาถึงก็ทักทายดีใจ ไม่ได้เจอกันมาเป็นปีแหนะ มาถึงเพื่อนก็พาไปกินอาหารพื้นเมืองสเปนก่อนเลย อิอิ โชคดีจังมีไกด์ท้องถิ่นพาไปกินของอร่อย ร้านนี้อยู่ในตรอกแคบๆ ค่ะ ร้านเล็กมาก ธรรมดาเหมือนร้านตึกแถวบ้านเรานี่แหละแต่รสชาติอร่อยมาก!



มันฝรั่งทอดราดด้วยมายองเนสและซอสมะเขือเทศ อร่อยมากกกกกก



พริกทอดโรยเกลือ ไม่เผ็ดค่ะ อร่อยดี



ของหวาน อร่อยดี

 จริงๆ กินหลายอย่างนะ แต่ถ่ายรูปไม่ทัน ทุกคนหิวโซ กินกันเร็วมาก lol พออิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาออกสำรวจเมือง Barcelona!!!



อากาศดีมาก



ลองทายดูนะคะว่าภาพข้างบนนี่คืออะไร?



แถ่นแท้นนน! ห้องสมุดค่ะ เพื่อนบอกว่าก่อนหน้านี้เคยเป็นโรงพยาบาลแหละ



เดินตลาด Barcelona ของสดน่าซื้อมาก











โชว์เปิดหมวกที่หาดูได้ตลอดถนน





สังเกตนะ บ้านที่นี่คล้ายที่ Provence เลยคือหน้าต่างยาวๆ แคบๆ มีระเบียงที่หน้าต่าง สวยจัง









เสาไฟยังสวยเลย ฮ่าๆ



ลัดเลาะตามซอก สังเกตเห็นในภาพมั้ยคะ มีรูปปั้นโผล่ออกมาด้วยนะ









 เจ้าลาฟ้าตัวนี้ attract เรามากเลยค่ะ ต้องถ่ายรูปมาละอัพลง instagram ตอนหลังเลยแหละ เราว่ามันเจ๋งดีนะ อยู่ดีๆ มีตัวอะไรไม่รู้มายืนตรงระเบียง เจ้าของไอเดียนี้คือ Kukuxumuxu ค่ะ ไม่รู้หรอกจนมีคนมาเม้นใน ig 5555 อยากชมผลงานมากกว่านี้ คลิกลิงก์นี้ได้เลยค่ะ http://www.kukuxumusu.com/



โบสถ์นี้เข้าฟรีค่ะ (ที่ Barcelona มีทั้งโบสถ์เข้าฟรีและเสียเงินค่ะ)







 จากภาพข้างบน งงมั้ยคะว่านี่คือเสาอะไร ทำไมเพื่อนเราต้องพามาดู แถมยังมีช่อดอกไม้วางไว้ตรงเสาอีกด้วย เอาล่ะ บล็อกนี้จะมีสาระบ้างก็ตอนนี้แหละนะ lol คือจริงๆ แล้วเนี่ย Barcelona มีชื่อเรียกเป็นของตัวเองนะคะว่าฉันเนี่ยคือแคว้น Catalunya ซึ่งในอดีตเป็นคนละส่วนกับ Spain ค่ะ หลังๆ มายังไงไม่รู้ก็มารวมเป็นประเทศกันกลายเป็นประเทศ Spain ซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ย คน Catalun เค้ามีภาษาเป็นของตัวเองนะคะ เรียกว่าภาษา Catalun ไม่เคยได้ยิน (หรือได้ยินแต่ไม่รู้นี่แหละ) เค้าว่าเหมือนภาษาฝรั่งเศสผสมกับสเปนค่ะ โดยที่จริงๆ แล้วเนี่ย Barcelona ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญมากๆ เลยนะ ถ้าไปเรียกว่าเค้าเป็นคนสเปนเค้าจะเชิดนิดๆ แล้วบอกว่า โน่วววว ไอแอมคาตาลัน! ให้อารมณ์แบบไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่อะค่ะ ทีนี้ในอดีตเนี่ย Barcelona เค้าอยากจะแยกประเทศออกมาให้รู้แล้วรู้รอดก็เลยเกิดสงครามกลางเมืองขึ้นค่ะ สุดท้าย Barcelona แพ้ก็เลยยังเป็นส่วนหนึ่งของสเปนจนถึงทุกวันนี้นี่แหละ แต่ถึงจะเป็นส่วนหนึ่งของสเปนแต่ Barcelona ก็ปกครองกันเองนะคะ ซึ่งเสานี้ก็สร้างเพื่อเป็นสิ่งที่ระลึกถึงผู้เสียสละชีวิตในสงครามครั้งนั้นค่ะ (ถ้าข้อมูลผิดทักท้วงได้เลยนะคะ เราเขียนจากความทรงจำที่ได้ยินมา)



ข้อความชัดๆ



เสาสูงมาก







น้ำพุสีเขียวอื๋อเชียว 5555 ที่นี่เรียกว่า Parc de la Ciutadella ค่ะ สวยดีนะคะ





มีพี่แมมมอธด้วย!



Arc de Triomf ที่นี่แหละจ้าที่โดนไล่ออกจากสถานีเมื่อคืน 55555










สนามเด็กเล่นอยู่ติดถนนใหญ่เลยจ้า เก๋มาก













ถึงแล้วววว โบสถ์ซังข้าวโพดดด La Sagrada Familia



ร้านแถวโบสถ์

 กว่าเราจะไปถึงโบสถ์ก็เย็นแล้วค่ะ แต่ก็ตัดสินใจเข้าไปอยู่ดี โบสถ์ที่นี่เก็บค่าเข้าแบ่งเป็นสองส่วนคือเดินดูภายในโบสถ์กับขึ้นไปข้างบนโบสถ์ เพื่อนเราคน Barcelona เข้าไปด้วยค่ะ แอบเกรงใจเค้าเลยเลือกแค่เดินในโบสถ์เฉยๆ ก็พอ มารู้ทีหลังนี่แหละว่าพลาดมากกกก เพราะจะได้ขึ้นบันไดวนแล้ววิวมันสวยมาก โฮฮฮฮฮฮฮฮ T^T



 โบสถ์นี้ริเริ่มจากความคิดของ Antoni Gaudi สถาปนิกชื่อก้องโลกชาว Catalun ค่ะ ผลงานดังๆ ของเค้าก็มีโบสถ์ซังข้าวโพดอันนี้แหละ แล้วก็ปราสาทที่เป็นกระเบื้องโมเสกชื่อ Palua Guell ค่ะ(ที่นี่เราไม่ได้ไปค่ะ เวลาไม่พอ ฮือออออ พลาดมาก) จริงๆ แล้วผลงนของ Gaudi นี่หาได้ทั่ว Barcelona เลยนะ งานของเค้าจะเป็นเอกลักษณ์มากๆ แบบมองละรู้เลย นี่แหละ Gaudi's Style
 Gaudi เป็นคนที่สนใจธรรมชาติมากค่ะ ถ้ามีโอกาสไปโบสถ์นี้ลองสังเกตดีๆ นะว่าทุกส่วนของโบสถ์มี inspiration มาจากธรรมชาติหมดเลยค่ะ น่าเสียดายที่ว่าโบสถ์นี้ยังสร้างไม่เสร็จ Gaudi ก็มาเสียชีวิตซะก่อน ซึ่งใช้เวลาสร้างนานเหมือนกันนะ ถ้าอยากอ่านเพิ่มเติมคลิกที่ลิงก์ได้เลยค่ะ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1290403898









เพดานโบสถ์ สวยงามตระการตา

















รายละเอียดสุดยอดดดด





คุณ Gaudi


ภาพโบสถ์ซังข้าวโพดที่ติดอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินค่ะ

 หลังจากเดินในโบสถ์เสร็จแล้วก็ได้เวลาไปเดิน Walking Street ค่ะเพราะเย็นแล้ว หาอะไรกินกันเถอะนะ ซึ่งจริงๆ พวกเราน่ะมีร้านในใจกันแล้ว นั่นก็คือนร้านไอศกรีม Amorino!!! ซึ่งจริงๆ เนี่ยก็ไม่เคยกินกับเค้าหรอกแต่มีเพื่อนไปมาก่อนแล้วไปกินมาถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก พวกเราก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่เพราะไอศกรีมที่นี่จะใส่ในโคนแล้วทำเป็นรูปดอกไม้ค่ะ! แถมยังอร่อยอีกต่างหาก ห้ามพลาดนะ! แต่พอบอกเพื่อน Barcelona เพื่อนทำหน้างง ร้านอะไรหรอ ไม่รู้จัก ตึง!!! เลยต้องเดินหาสักเล็กน้อย



ระหว่างทางไปหา Amorino





ในที่สุดก็เจอ กรี๊ดดด น้ำตาจะไหล ได้กินแล้วววว



มีหลายสาขาซะด้วย

 กินไอศกรีมพร้อมถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาไปหาอะไรกินกันค่ะ ตอนที่ชาวบ้านเค้าซื้อไอศกรีมกัน เราดันแว้บๆ ออกมาเดินข้างนอกนิดหน่อยเพื่อหาซื้อสแตมป์! ถ้าไปรษณีย์ยุโรปมี membership card เราต้องได้ VIP แน่นอน!









 มื้อนี้คืออิ่มมากกกก กินเสร็จก็ร่ำลาเพื่อน Barcelona ที่ใจดีพาเราเดินทัวร์ทั้งวันแบบไม่มีหยุด น่ารักมากๆ พอกลับโรงแรมเราก็ speed up เขียน postcard มือระวิงเลยค่ะ ฮ่าๆ ต้องฝากโรงแรมส่งพรุ่งนี้เพราะพรุ่งนี้กลับ Copenhagen แล้ว ซึ่งเราต้องออกกันแต่เช้าค่ะเพราะ flight เราต้องนั่งจาก Barcelona ไป Brussels แล้วต่อเครื่องจาก Brussels ไปลง Gothenburg แล้วต่อรถไฟกลับ Copenhagen >_____< แค่ฟังก็เหนื่อยแล้วใช่มั้ย ใช่แล้วค่ะ มันเหนื่อยมากกก ออกจากโรงแรมตีห้า ถึงบ้านสี่ทุ่มเพราะความงกของพวกเรานี่แหละ direct flight มันแพงเกิน แต่ครั้งเดียวเข็ดเลย ไม่เอาแล้วจ้า บ๊ายบาย Ryan Air



โรงแรมที่พวกเราพักกัน อยู่ใกล้ทะเลมาก แต่กลับไม่ได้ไปดู >_______<

 ในที่สุด trip อันแสนจะทรหด โหด เศร้า ปนน้ำตาเป็นปี๊บก็จบลงแล้วค่ะ เย่ๆๆๆๆ เขียนมานานมากกกกกกก แล้วเจอกันใหม่ที่ Copenhagen นะคะ คราวนี้อยู่นานเป็นเดือนเลย แล้วเจอกันค่ะ บ๊ายบายยย :)




Create Date : 29 สิงหาคม 2557
Last Update : 29 สิงหาคม 2557 1:09:37 น.
Counter : 441 Pageviews.

2 comment
เริงระบำใน Seville
  สวัสดีค่ะทุกคน :D
  หลังจากที่เราและเพื่อนโดนปล้นเงินและทรัพย์สินระหว่างหลับกันถ้วนหน้าทำให้ plan ที่จะไปเที่ยวเล่นในเมือง Seville ต้องโดนเลื่อนไป วันถัดมาทุกคนเลยพร้อมใจกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วต้องไปเยือนเมืองนี้ให้ได้! พวกเราเลยตื่นแต่เช้าเพื่อไปขึ้นรถไฟไปเมือง Seville กันค่ะ



โฉมหน้ารถไฟสเปน เห็นนาฬิกานั่นมั้ยคะ ไปกันตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าเลย

 ถึงแม้ว่าประเทศสเปนจะขึ้นชื่อเรื่องความไม่ระเบียบขนาดไหน รถไฟบ้านเค้านี่นั่งสบายมากเลยนะ แถมสะอาดอีกต่างหาก เร็วด้วย ขึ้นละสบายใจมากเลยค่ะแต่ก็ไม่กล้าหลับกัน แป๊บๆ สามชั่วโมงก็ถึง Seville แล้ว

 เนื่องจากพวกเราออกจาก Madrid เช้ามากเลยไม่ได้กินอาหารเช้ากันมาก่อน (มีแค่เค้กเมื่อคืนเท่านั้นแหละที่ช่วยประทังชีวิต) ก็เลยเดินๆ ในสถานีรถไฟ Seville ก่อนว่าจะเอาไงกันดี เข้าเมืองยังไง จะไปไหนกัน (มาอีกละคำถามนี้ มามันทุกเมือง 5555) ก็ไปเจอร้านสะดวกซื้อในสถานีรถไฟค่ะ ดูดีเลยทีเดียว ของกินก็น่ากินมาก



 พอหาอะไรกินให้หายหิวได้แล้วก็เริ่มออกเดินทางเข้าเมืองกันเลยจ้า เราเข้าเมืองโดยการนั่งรถเมล์เข้าเมืองกันค่ะ เนื่องจากช่วงที่เราไปเป็นช่วงเทศกาลของเมือง Seville พอดี และพวกเราก็ไปเมืองนี้ด้วยเหตุผลนี้แหละ คือทุกคนกะไปเมา 5555 (คงคิดว่าน่าจะเหมือนที่ Lund) พวกเราก็เลยนั่งรถเมล์ตรงไปที่สถานที่จัดงานกันก่อนเลย



มีรถม้าด้วย เหมือนลำปางเลย



บริเวณจัดงาน คือไปถึงกันเช้ามาก (ประมาณสิบโมง) งานยังไม่เริ่มเลยจ้า 5555



เห็นชุดดำมั้ยคะ นั่นเป็นชุดพื้นเมืองของ Spain ค่ะ วันนั้นเราเจอแต่คนแต่งตัวแบบนี้ทั่วเมือง น่ารักมากๆ

 เอาล่ะ ด้วยความที่เสล่อไปถึงงานก่อนเวลาอันควรและไม่เคยที่จะเช็คอะไรล่วงหน้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว พวกเราก็เลยตัดสินใจไปเดินดูในเมืองกันค่ะ ไว้บ่ายๆ ค่อยกลับมาใหม่ละกัน



ระหว่างทางเดินมั่วๆ แบบไร้แผนที่ (ตลอดดดด) ของพวกเราค่ะ เริ่มคิดได้ เออ ที่นี่ก็มีอะไรให้เที่ยวเหมือนกันนะ lol



รถเมล์ รถม้า รถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ มากันให้หมด



วันนี้ฟ้าสวยเชียว ช่วยให้เรื่องที่โดนขโมยของเมื่อวานดีขึ้นเยอะเลย :)



ป้อมอะไรไม่รู้ ดูมีเอกลักษณ์ดี



นี่เราใกล้ถึงใจกลางเมืองแล้วใช่มั้ย???



ต้นอะไรไม่รู้ สีสวยดีจัง





ตอนเดินผ่านบริเวณนี้แอบชุลมุนเล็กน้อย เหมือนมีทัวร์มาลง







ระเบียงมาแนวเดียวกับ Provence เลยเนอะ แต่ไม่มีกระถางต้นไม้ สวยดีๆ









และในที่สุด เราก็ถึงใจกลางเมืองแล้วค่า!!!! 5555

 หลังจากเดินมั่วๆ มาหลายชั่วโมง ไม่คิดไม่ฝันว่าสุดท้ายจะได้เข้ามาอยู่ในเมือง lol แถวนี้ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่เราเข้าใจว่าเป็น shopping street ของที่นี่ค่ะ ส่วนรูปบนๆ ที่ไม่ใส่คำบรรยายว่าเป็นที่ไหนไม่ใช่อะไรหรอกนะ คือไม่รู้จริงๆ ว่าคือที่ไหน เรียกว่าอะไร เดินผ่านก็ถ่ายรูปอย่างเดียว lol เราว่าบ้านเมืองเค้าน่ารักดีนะ charming มาก เดินแล้วไม่เบื่อเลยแหละ ส่วนสายเส้นดำๆ ที่อยู่บนฟ้าเป็นสายของ tram ค่ะ (สังเกตที่พื้นถนน มีราง tram ด้วย)













อะไรไม่รู้ ดูยิ่งใหญ่จัง ต้องเข้าไปเดินใกล้ๆ ซะแล้ว



 ที่นี่เราไม่ได้เข้าไปข้างในนะคะ แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นศาสนสถานหรือโบสถ์คริสต์ คืออลังการและยิง่ใหญ่มาก



ตู้ไปรษณีย์รึเปล่าเนี่ย อยู่ข้างโบสถ์เลย น่ารักเชียว





ชอบมุมนี้มากกกกกก คือตึกสวยและได้ฟีลแบบกำลังล่องลอยอยู่ในยุโรปยุคกลาง (ว่าไปนู่น)









ทางแยกเข้าร้าน  shopping











ร้านอาหาร คนเยอะมากกกก



ยุโรปเวลาแดดจัดทีไรต้องออกมากินข้าวกลางแดดกันทุกที่



เอาล่ะ จะเริ่ม shopping ละนะ



ยอดโบสถ์ที่เราเพิ่งเดินผ่านมาค่ะ



คือผ่านร้อยรอบก็ถ่ายมันร้อยรอบจ้ามุมนี้ lol







 เนื่องจากข้างในไม่มีอะไรให้พวกเราดูเลยค่ะ ร้านค้าส่วนมากปิดแทบจะทุกร้าน เข้าใจว่าทุกคนน่าจะไปร่วมงานเทศกาลแทน พวกเราก็เลยลงความเห็นกันว่ากลับงานกันเถอะ ป่านนี้คงมีอะไรให้พวกเราดูแล้วล่ะ ฮ่าๆ







ระหว่างทางเดินกลับงาน อันนี้คือตลกดีนะ เป็นโชว์ข้างถนนแบบจะผลุบๆ โผล่ๆ หัวออกมาจากโต๊ะ



มีดนตรีด้วย ให้อารมณ์ยิปซีผสมอินเดียนแดง (คือยังไง งง)









 เอาล่ะ เห็นชัดๆ กันอยู่แล้วเนอะว่าเดินกันได้มั่งมากกว่าจะเข้าเมืองได้จากบริเวณจุดจัดงานเทศกาล แล้วแบบนี้จะเดินกลับงานให้ถูกได้ยังไง? โอ๊ย! หายห่วงมากๆ ค่ะเพราะพวกเราถามคนที่เดินผ่านไปมาเอา lol แบบเห็นใครแต่งตัวใส่ชุดระบายพลิ้วๆ ก็เดินตามเลยจ้า สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เซย์เฮลโหลวใส่รถไฟใต้ดินแทน



ดูดีมาก จำนวนคนใช้งานนับได้เป็นหลักหน่วย lol

 นั่งแป๊บๆ เดินอีกนิดหน่อยก็มาถึงสถานที่จัดงานแล้วจ้า **จุดพลุ** ถึงอย่างปลอดภัยและไม่หลงด้วย 5555 บรรยากาศต่างกับตอนเช้าลิบลับเลยคือคนเยอะมากกกกกกกก เราเพิ่งรู้ว่ามันเป็นเทศกาลใหญ่ประจำปีของ Seville เลยค่ะ แล้วก็เพิ่งมารู้ตอนเขียน blog นี่แหละว่าเราโชคดีมากที่ไปงานทันเวลาเพราะวันที่เราไปเป็นวันก่อนวันสุดท้ายของเทศกาลค่ะ (อันนี้เราเดาว่าเพื่อนคง research มาเรียบร้อย ดีมากเพื่อน! อย่างน้อยเรื่องนี้เราก็เตรียมตัวกันนะ 5555) ซึ่งงานเทศกาลนี้ชื่อว่า Seville Fair ค่ะ จัดขึ้นทุกปีเลย เป็นงานอารมณ์แบบผู้หญิงก็จะใส่ชุดเต้นระบำพื้นเมืองของสเปนซึ่งก็พลิ้วๆ เป็นชั้นๆ เรากับเพื่อนให้ความเห็นกันว่าชุดนี้สามารถบอกฐานะของคนที่ใส่ได้เลยนะ ถ้าเนื้อผ้ายิ่งดูพลิ้วคือยิ่งแพง ซึ่งตรงนี้จะตอบโจทย์เวลาที่เค้าเต้นกันมากค่ะเพราะเค้าต้องสะบัดเอวไปมา ไอ้ผ้าพลิ้วๆ นี่ก็สะบัดไปมาเหมือนกัน คือหรูนะ ชอบ ส่วนผู้ชายก็ใส่สูทแต่งตัวกันเต็ม ทุกคนจัดเต็มตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ ยันผู้ใหญ่เลยจ้า







รถม้ามาเป็นขบวนเลย

 คนที่นี่ส่วนมากน่ารักนะคะ ขอถ่ายรูปด้วยก็ให้ถ่ายหมดเลย แล้วทีนี้เราไปเจอเด็กคู่นึงหน้าตาน่ารักมากก็แบบเฮ้ยๆๆ แกดูดิ น้องโคดน่ารัก ละแบบจะขอถ่ายรูปด้วย พ่อเค้าหน้าบึ้งตอบแบบ "NO!!!!" แล้วก็พาลูกหนี ฮืออออ พวกหนูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอคะ T^T

 ถ้าใครอยากอ่านเกี่ยวกับเทศกาลนี้เพิ่มเติม คลิกตามอ่านที่ link นี้ได้เลยค่ะ http://en.wikipedia.org/wiki/Seville_Fairhttp://www.andalucia.com/festival/seville-feria.htm และ http://www.visitasevilla.es/en/Seville-April-Fair




เดินๆ อยู่แล้วเกิดอะไรขึ้นจ๊ะ? ฝนตกจ้าาาา แต่ทุกคนก็หาได้แคร์ไม่ เดินเข้าสู่งานด้วยความมุ่งมั่น





พลิ้วๆ ตรงปลายชุด น่ารักมาก



ฝนตกทำอะไรไม่ได้ชิงๆ


 ซึ่งงานนี้เรายอมรับเลยว่าเราชอบมากกกกกกกกกก ทำให้ใจช้ำๆ หลอนๆ จากการโดนขโมยของตอนนอนดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเลยทีเดียว คนที่นี่แบบ lively มากกกกกก ที่เราประทับใจสุดๆ ก็คือทุกคนสามารถเต้นได้เป๊ะๆๆๆๆๆ และทุกคนโปรมาก ย้ำค่ะว่าทุกคน ปรบมือเป็นจังหวะ เต้นเป็นจังหวะแบบเหมือนเจอหน้ากันแล้วเต้นได้เลย ให้อารมณ์รำวงไทย (แต่ถ้ามีเค้ามีมากกว่าตั้งวงกับจีบนะคะ lol) แบบเห็นแล้วคือหลงรักเลย รู้สึกว่าคนเมืองนี้ดูรักษาเอกลักษณ์ตัวเองได้ดีมากๆๆๆๆ

 เอาล่ะ มาถึงถิ่นก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนสินะ พวกเราเลยหาเราเข้าหลบฝนนั่งจิบ Sangria กันเลยจ้า ซึ่งทุกบูธในงานจะมีเวทีให้คนขึ้นมาเต้นรำโชว์ค่ะ มีวงดนตรีมาเล่นเพลง ร้องเพลงด้วย ซึ่งเพลงนี่ให้อารมณ์อาหรับมาก ฟังตอนแรกแบบต้องหันไปมองรอบๆ เพื่อให้มั่นใจว่าตอนนี้อยู่ยุโรป ไม่ใช่ตะวันออกกลาง lol 





เจ๊เต้นสวยมาก

 เอาล่ะ! บรรยายมาซะขนาดนี้ถ้าไม่มีคลิปให้ดูก็คงจะใจร้ายไปหน่อยใช่มั้ยคะ? จัดไปเลยจ้าสามคลิปเต็มๆ แต่คนละสถานที่ บางที่ไปแอบยืนหน้าร้านแล้วถ่ายมา 5555 ดูๆ ไปก็จะได้ยินเสียงเด็กไทยอยู่ในคลิปเป็นระยะ ลองดูนะคะว่าเจ๋งแบบที่เราพูดไว้จริงรึเปล่า? ;)



clip แรกมาไม่มีเสียงเพลงนะจ๊ะ แต่มีอาบังมาขายของประหนึ่งงานวัดเลยจ้า



อันนี้คือเจ๊พลิ้วมากของจริง ดนตรีให้อารมณ์กำลังเดินอยู่กลางตลาดในบอมเบย์ lol



อันนี้ก็เก๋ไม่แพ้กัน เต้นกันเก่งมากกกก



ส่วนคลิปนี้ไม่ใช่ของเราค่ะ (ก็น่าจะเดาได้เนอะ คุณภาพคลิปต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหว lol) คนในคลิปเต้นกันเก่งจริงๆ มีเคาะๆ เท้าด้วยแหนะ

 อยู่ในงานได้ประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงเวลาต้องกลับ Madrid แล้วล่ะค่ะเพราะว่าพรุ่งนี้ก็ต้องขึ้นรถไฟไป Barcelona แต่เช้าอีกเช่นกัน ขากลับพวกเราก็ออกมายืนรอรถเมล์ซึ่งให้อารมณ์กรุงเทพตอนเย็นเพิ่งเลิกงานเลยทีเดียวคือรถติดมากกกกกกกกกกกกกก รถสักพักรถเมล์ก็มาแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟเพื่อนั่งรถไฟกลับ Madrid ค่ะ

 สรุปเลยว่าเราชอบเมือง Seville มากเลย เมืองนี้ lively แล้วก็สถาปัตยกรรมสวยมากค่ะ ถ้ามีโอกาสแวะมาตอนช่วงเทศกาลให้ได้นะคะ แล้วคุณจะหลุมรัก Seville เหมือนเรา :)

 ครั้งนี้ไปแล้วค่ะ ลาไปด้วยภาพประตูงาน Seville Fair ที่ดูมีสีสัน lively เหมือนคน Seville เปี๊ยบเลย แล้วเจอกันใหม่ที่ Barcelona ค่ะ บ๊ายบายยย :)




Create Date : 19 สิงหาคม 2557
Last Update : 19 สิงหาคม 2557 0:06:53 น.
Counter : 423 Pageviews.

0 comment
โดนรับน้องที่ Madrid
  สวัสดีค่ะ :D

 หลังจากที่เราไปนั่งรถชมเมือง Cannes ฆ่าเวลาก็ได้เวลานั่งรถไฟกลับ Marseille เพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน Ryan Air ไปเมือง Madrid ประเทศสเปนค่ะ ตอนนี้ก็ยังเป็นสี่สาวฉายกลุ่มเหมือนเดิม จำได้ว่ากว่าจะไปถึงสนามบินที่เมือง Madrid ก็ดึกแล้วค่ะ เดินไปเดินมาก็ไปถึงรถไฟใต้ดินโดยพวกเราจะนั่งรถไฟใต้ดินไปที่พักกัน ที่นี่รถไฟใต้ดินซับซ้อนมากๆ ทับกันไปทับกันมา ของเมืองไทยนี่เด็กๆ เลยล่ะ lol

 เราซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินเป็นแบบเที่ยวเดียว รถไฟใต้ดินที่นี่จะต้องมีการสอดบัตรผ่านเครื่องสแกนเหมือนรถไฟฟ้าบ้านเราเลย นั่งไปสักพักก็ไปถึงที่พัก ซึ่งที่พักของเราคืนนี้เป็น Hostel ชื่อลาส มูซัสค่ะ (เราจำชื่อที่พักไม่ได้เป๊ะๆ นะคะ) เป็น Hostel ที่อยู่ตามตึกแถว เท่าที่สังเกตคือพวก Hostel ใน Europe รวมถึงโรงแรมบางที่จะเอาตึกเก่ามา renovate เป็นที่พัก ไม่เหมือนเมืองไทยที่จะสร้างเป็นตึกขึ้นมาเดี่ยวๆ เพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยบริเวณรอบๆ Hostel ที่เราพักต้องบอกเลยว่าน่ากลัวมากกกกกกกกกกกกกกก คือออกจากใต้ดินมานี่คือมืด ไฟไม่ค่อยมีแล้วก็มีคนดำเยอะมากๆๆๆๆๆ แบบมานั่งเกาะกลุ่มกันแล้วก็มองพวกเราเวลาเดินผ่าน คือไม่ได้จะบอกว่าคนดำไม่ดีนะคะ แต่คือเรากลัว T^T เราเคยพูดกับเพื่อนว่า เออ ทำไมเค้าต้องมานั่งรวมกลุ่มกันแบบนี้ตอนกลางคืนด้วย ไม่รู้หรือไงว่าดูน่ากลัว เพื่อนเราก็เออ แล้วเค้าเลือกเกิดมาไม่ให้ดูไม่น่ากลัวได้ป่าวล่ะ เราก็เออ ถูกของเพื่อน

 หลังจากที่สลบไสลจากการเดินทาง เช้าอีกวันพวกเราก็ตื่นมาเดินเล่นในเมืองกันค่ะ เนื่องจาก Spain เนี่ยขึ้นชื่อเรื่องเสื้อผ้าแบรนด์ Zara พวกเราก็เลยเดิน shopping มันอย่างเดียวเลยจ้าวันนี้ (คือเอาจริงๆ Madrid ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจรึเปล่านะ พวกเราคิดแบบนั้นเลยไป shopping ดีกว่า lol)



คุณ Sponge Bob ที่ Plaza Mayor



ดูผ่านๆ นึกว่าร้านขายทอง 55555



ร้าน outdoor ที่ Walking Street ใน Madrid นั่งกันแบบจริงจังมาก



สังเกตมาหลายที่ละว่าอาคารในยุโรปมักจะมีระเบียงเสมอ



ตึกอะไรไม่รู้ เดาว่าน่าจะเป็นโรงแรม

 เดินเล่นไปมาได้สักพักใหญ่ๆ ก็ถึงเวลาท้องร้อง กินอะไรดีล่ะทีนี้? นี่เลย เพื่อนคู่ใจที่อยู่ทั่วโลก McDonald's จ้า lol



 McDonald's สาขานี้ได้รับการจัดอันดับว่าเป็น McDonald ที่สวยที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลกค่ะ ตอนที่ไปก็ไม่รู้หรอก แต่ดูข้างนอกแล้วชอบอะ มันดูไม่เหมือนร้าน McDonald's บ้านเรา พอเข้าไปแล้วแบบ เห้ยยย มีโคมไฟแสงสีส้มด้วย เจ๋งอะ ชอบมากกกก



 ถ้าใครอยากรู้อันดับ McDonald's อื่นๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากกระทู้นี้ค่ะ http://pantip.com/topic/31553281





ร้านของขายใน Madrid แต่งซะน่ารักเชียว







ร้านขายเสื้อผ้าใน Madrid ค่ะ ร้านที่นี่แต่งกันเก๋ๆ ทั้งนั้น



Plaza Mayor

 เดินเล่นและ shopping มาทั้งวันก็ได้เวลากินอาหารเย็นแล้วค่ะ มา Spain ทั้งที ไม่กินอาหารสเปนก็กระไรอยู่เนาะ ถึงแม้จะมีเงินเอื้อมถึงได้แค่ McDonald's ก็เถอะ lol ก็ลองๆ เดินกันแถว Plaza Mayor นั่นแหละค่ะ แถวนั้นร้านอาหารเยอะมากกกก เลือกไม่ถูกเลยสุ่มๆ เอา สรุปว่ากินข้าวผัดสเปน Paella กันค่ะ



ข้าวผัดสเปนทะเล



ข้าวผัดสเปนหมู

 ข้าวผัดสเปนอร่อยมากกกกกกก ไปกันสี่คนหมดไปสองจานใหญ่ lol ตอนแรกกะจะไปดู Flamenco Dance แต่พวกเราเหนื่อยกันเลยกลับ Hostel กันก่อน 



 พอใกล้ถึงเวลาก็เกิดอาการขี้เกียจออกไปกันแล้วเพราะแถวนั้นมีคนดำอะค่ะ กว่าการแสดงจะเลิกก็สี่ห้าทุ่มไรงี้ พวกเราว่ามันอันตรายเลยนอนอยู่ที่ Hostel ดีกว่า ส่วนพรุ่งนี้ plan กันว่าจะไป Sevilla กันเพราะจะมีเทศกาลประจำปีของเค้า ซึ่งน่าจะคล้ายๆ เทศกาลคนเมาที่ Lund แล้วเพื่อนคนไทยอีกสองคน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่งจะตามมาสมทบ แต่เราขอตัวเดินเที่ยว Madrid คนเดียวเพราะคิดว่าเค้าน่าจะดื่มกันหนัก เราไม่ดื่มไม่สนุกแน่เลย แถมพรุ่งนี้เป็นวันเกิดด้วย อยากติสต์เดินคนเดียว 555555 เพื่อนก็แบบเห้ยไปเหอะๆ เราก็ไม่เอา ยังเดิน Madrid ไม่ทั่วเลย พอเที่ยงคืนเพื่อนก็มาร้อง Happy Birthday ให้ฟัง ซึ้งเลย พอดีห้องที่เราอยู่เป็นห้องรวม 12 เตียงค่ะเลยเสียงดังมากไม่ได้ แถมวันนั้นเพลียละด้วยก็เลยแยกย้ายกันนอน

 พอสักแปดโมงเช้า ตื่นขึ้นมาเราก็รู้สึกแปลกๆ เอ๊ะ! ทำไมกระเป๋าสะพายเราไปอยู่ตรงพื้นนะ เรานอนเตียงบนแล้วก็เอากระเป๋าวางไว้ข้างหมอนนี่แหละ เอ๊ะ! แล้วทำไมกระเป๋าสะพายเพื่อนเรามาอยู่ด้วยกันอะ เพื่อนเรานอนคนละเตียงกับเรานี่ ห่างกันด้วย พอลงมาที่พื้น (เรานอนเตียงบน) เปิดกระเป๋าตัวเองแค่นั้นแหละ ช็อกเลย เห้ยยยยยยย กระเป๋าตังค์อยู่แต่เงินหายเกลี้ยง O______o กระเป๋าใส่เหรียญก็หายไป นาฬิกาข้อมือก็หาย งานเข้าเลยทีนี้รีบปลุกเพื่อนทุกคนให้ตื่นมาเช็กของของตัวเอง สรุปโดนกันถ้วนหน้าเลยค่ะ แต่ที่แปลกคือทั้งห้องมีสิบสองเตียงแต่ดันมีแค่พวกเราสี่คนไทยเท่านั้นที่โดนขโมยของ! เท่านั้นแหละโวยวายโล้งเล้งตั้งแต่แปดโมงเช้าปลุกคนทั้งห้องให้ตื่น คือต้องบอกว่านอนหลับลึกจริงๆ ไม่รู้ตัวเลยว่ากระเป๋าโดนหยิบไป แต่ก่อนนอนไม่รู้อะไรดลใจให้หยิบมือถือกกับกล้องถ่ายรูปออกมาเลยไม่โดนขโมยไปด้วย ไม่งั้นไม่มีรูปถ่ายมาเขียน blog แน่นอน ทีนี้พวกเราก็ลงไปโวยวายกับ reception ว่าพวกเราโดนขโมยของแต่ก็ดูเค้าไม่ได้สนใจเลยอะค่ะ เรางี้หน้าซีดเลย วันเกิดตัวเองทำไมต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วย ตอนนั้นคือวุ่นวายมากจริงๆ เพื่อนอีกสองคนจากโคเปนเพิ่งมาถึงก็ต้องแยกกลุ่ม สามคนไปสถานีตำรวจ สองคนไปดูกล้องวงจรปิด ส่วนเราให้เฝ้าของในห้องที่เพิ่งโดนขโมยของไป เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ ค่ะ ตอนนั้นเฟลมากคืออยู่คนเดียว ทำอะไรก็ไม่ได้ นั่งร้องไห้อย่างเดียวเลย ข้าวก็ไม่ได้กิน คือพอคิดมากๆ แล้วมันก็หลอนแล้วมันก็ร้องไห้อะค่ะ ทำให้อะไรไม่ถูก อยู่อย่างนั้นจนสี่โมงกว่าๆ นู่นแหละถึงได้ข้อสรุปว่าพวกเราจะย้ายไปนอนโรงแรมที่อื่นกัน ที่นี่ไม่ปลอดภัยให้นอนอีกคืนแล้ว ซึ่งพวกเราก็ได้ข้อสันนิษฐานกันเองว่าของหายเนี่ย ฝีมือคนในชัวร์ๆ เพราะกล้องวงจรปิดดันมาเสียเย็นก่อนที่พวกเราโดนขโมยของพอดี! แล้วก็มีพิรุธอีกหลายอย่างอะค่ะแต่ไม่มีหลักฐานเลยทำอะไรไม่ได้ :(

 พอดีเรามีเพื่อนมาเรียนหนังสือที่ Madrid ก็เลยโทรหา จำได้แม่นเลย เจอหน้าเพื่อนปุ๊บวิ่งร้อยเมตรเข้าไปกอดเลย อุ่นใจขึ้นเยอะมากๆ เพื่อนก็เลยพาเที่ยว Madrid ชดเชยกับที่ต้องร้องไห้ไปทั้งวัน



รูปปั้นหมี สัญลักษณ์เมือง Madrid



Plaza Mayor

 เดินได้สักพักก็หิวกันมากกกกก เดินไปเดินมาได้กินไอศกรีมโยเกิร์ต Llao Llao นั่นแหละเรายิ้มได้เลย เพื่อนก็ โธ่เอ๊ย! รู้ว่ากินไอศกรีมแค่นี้ทำให้แกยิ้มได้นะ ซื้อให้ตั้งแต่เช้าแล้ว 55555 นั่นแหละ อาหารคำแรกของเราตั้งแต่เช้าที่กว่าจะได้กินก็ทุ่มนึง (น้ำยังไม่ดื่มเลยอะ T.T)



Sangria เครื่องดื่มขึ้นชื่อของสเปน (เราไม่ดื่ม alcohol เลยไม่ได้ชิมค่ะ)





ไข่เจียวสเปน อันนี้ไส้มันฝรั่ง



จำไม่ได้ละว่าอะไร แต่อร่อย



ปลาหมึกอะไรสักอย่าง



 สรุปคืออิ่มมากแล้วก็อร่อยด้วย ^^ แต่อาหารสเปนค่อนข้างจะติดเค็มนะในความรู้สึกเรา พอกินอาหารเย็นเสร็จเพื่อนก็พาไปกิน Churros ต่อค่ะ บอกก่อนว่าไม่เคยได้ยินชื่อ เพื่อนเราตกใจ เห้ยยยย มันของขึ้นชื่อของสเปนเลยนะ เป็นโดนัทเส้นยาวๆ ทอดแล้วกินคู่กับช็อกโกแลตร้อนค่ะ ร้านที่เพื่อนเราพาไปคนเยอะมากกกกกก แถม chocolate ก็เข้มข้นสะใจจริงๆ



Churros ต้นตำรับเลยนะเนี่ย

 พอกินเสร็จก็ออกมาเดินเล่นตรง Plaza Mayor อีกรอบนึงค่ะ คราวนี้เพื่อนเอาเค้กวันเกิดมา surprise ด้วย โอยยย น้ำตาจะไหลเลยอะ ในวันที่แย่ๆ ก็ยังมีอะไรดีๆ เนอะ :)







เค้ก Fruit Tart อร่อยมากกกกก ขอบคุณทุกคนเลยนะ :)

 ซาบซึ้งพอเป็นพิธีเพื่อนก็พาไปเดินตลาดอาหารกลางคืนที่สเปนค่ะ สี่ทุ่มแล้วแต่ยังคึกคักมากๆ แถมน่านั่งอีกด้วย เพื่อนบอกว่าคนสเปนเนี่ยกินข้าวกันเลทตลอด ไม่เคยตรงเวลาเหมือนชาติอื่นเลย สีสันดีเหมือนกันนะเนี่ย









 เห็นมั้ยว่าคึกคักจริงๆ

 พอเดินตลาดทั่วแล้วและเดินออกมามือเปล่า เพื่อนก็พาทัวร์ต่อเป็น Madrid at Night Tour ขนาดย่อมเลยทีเดียว อากาศหนาวใช้ได้เลยค่ะ เดินไปสั่นไป







น้องหมีมาโผล่ที่นี่ด้วย















 เนื่องจากวันรุ่งขึ้นต้องนั่งรถไฟไปเมือง Sevilla แต่เช้าเลยเดินได้เท่านี้แหละค่ะ หมดแรงมากกกกกก เลยขอลาเพื่อนนั่งใต้ดินกลับโรงแรมไปพักเอาแรง แล้วเจอกันใหม่ที่ Sevilla ครั้งนี้ไปแล้ว บ๊ายบายยยย :)



ผังรถไฟใต้ดินที่ Madrid ค่ะ ยิ่งใหญ่มากกกกก



Create Date : 18 กรกฎาคม 2557
Last Update : 18 กรกฎาคม 2557 2:01:19 น.
Counter : 533 Pageviews.

0 comment

Cho2Cho
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



Travelling, cooking, reading, language learning and photo taking are my life. :)