โลกสีเขียวของคนชอบอ่านนิยาย และท่องเที่ยวไปตามความฝัน

Group Blog
 
All blogs
 
หนุ่มเซ็กซี่กับภูตสุดซ่า

greenteagreentea



เรื่อง : หนุ่มเซ็กซี่กับภูตสุดซ่า (Love You to Dead)

ผู้เขียน : Lily Dennis

ผู้แปล : อารีแอล

ความสนุก : 4 ดาว



ดร. จอน เมสัน ตั้งใจหยุดงานไปพักร้อนที่เม็กซิโก แต่อยู่ๆ เขากลับเดินตามสาวสวยที่เจอในลิฟต์ระหว่างลงไปที่ชั้นจอดรถ แถมยังไปปีนขึ้นท้ายรถของเธอแล้วปิดล็อกด้วยตัวเอง เมื่อไปถึงบ้านของสาวคนนั้นก็เดินตามเธอขึ้นไปที่ห้องนอน จากนั้นก็นอนลงยอมให้เธอมัดแต่โดยดี

เอลิซา ดาเมียง นัดกับญาติและเพื่อนๆ ไปฉลองงานวันเกิดกันก่อนจะไปต่อที่บ้านของเธอ ระหว่างนั้นเธอทนรบเร้าของเพื่อนและญาติๆ ไม่ได้เลยยอมออกมากับหนุ่มคนหนึ่ง ก่อนจะพบว่าที่แท้เขามีปัญหาเป็นโรคเลือดจาง ผิวแทนที่เห็นมาจากการย้อมสีผิว และไหล่กว้างก็มาจากการเสริมไหล่ แถมยังยัดแตงกวาไว้ที่เป้าด้วย ทั้งหมดนี้เธอสัมผัสรู้ได้เมื่อเธอกัดเขาและดื่มเลือดที่ลำคอของเขานั่นเอง หลังจากใส่ความทรงจำใหม่ให้เขาแล้วเธอรีบหลบออกมาระหว่างทางเธอได้พบบาทหลวง โจเซฟ ผู้ดูแลสถานที่พักพิงของผู้ยากไร้ซึ่งเอลิซาทำงานอยู่ด้วย

พวกเอลิซาเปลี่ยนใจไม่รอเวลาตามที่มาร์เกอริตผู้เป็นมารดาสั่งไว้ แต่ตรงไปยังบ้านของเอลิซาทันที ทุกคนเข้าไปรออยู่ในบ้าน เอลิซาต้องการเปลี่ยนถุงน่องที่ขาดจึงเดินขี้นไปที่ห้องนอนของตัวเอง และเห็นผู้ชายคนหนึ่งถูกมัดมือเท้าแถมมีริบบิ้นผูกเป็นโบว์รอบคอนอนอยู่บนเตียงของเธอ เธอนึกรู้ว่าน่าจะเป็นของขวัญวันเกิดที่แม่เตรียมไว้ให้ เพื่อไม่ให้ผู้เป็นมารดาอารมณ์เสียที่มาก่อนเวลาและเห็นของขวัญก่อน จึงทำเป็นไม่สนใจรีบเปิดตู้เสื้อผ้าหาของที่ต้องการ

ดร. จอน เมสัน รู้สึกตัวด้วยความงงงันว่าทำไมเขาจึงเดินตามผู้หญิงแปลกหน้าแล้วยังปีนขึ้น ท้ายรถแถมตามมานอนให้มัดตัวปิดปากแต่โดยดี แทนที่จะกลับบ้านไปเตรียมตัวเดินทางเพื่อพักร้อนตามที่ตั้งใจ เจ้าหล่อนบอกว่าต้องการจะให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดลูกสาว เมื่อมีสาวสวยเข้ามาในห้องเขาจึงพยายามเรียกความสนใจ เอลิซาพบว่าเขาไม่ได้สงบและยินยอมอย่างที่น่าจะเป็น เธอจึงตัดสินใจชิมอาหารเย็นที่แม่เตรียมไว้ให้เพื่อปลอบให้เขาสงบ เมื่อเธอจูบและกัดเขา เธอพบว่าแม้เธอจะอ่านใจเขาไม่ได้และสะกดจิตเขาไม่ได้อย่างน่าจะเป็น แต่เธอได้เห็นชีวิตที่ผ่านมาและจิตใจของเขาและรู้ว่าเขาเป็นคนดี

ธอมัสและญาติคนอื่นๆ ตามขึ้นมาเห็นภาพของทั้งสองพอดี คำพูดระหว่างพวกเขาทำให้จอนที่มีสติเป็นของตัวเองแล้วเริ่มรู้สึกแปลกๆ ยิ่งเมื่อมาร์เกอริตตามมาอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจให้จอนเป็นอาหารเย็นของเอลิซา เธอสั่งอาหารจีนมาให้ ส่วนจอนเป็นของขวัญพิเศษที่เธอต้องการให้เขาช่วยรักษาโรคโฟเบียของเอลิซาต่างหาก ก็ยิ่งทำให้จอนรู้สึกว่าเขาอยู่ในบ้านของคนไม่ปกติแน่ๆ

เอลิซาตัดสินใจช่วยจอนให้หนีไป เมื่อรู้ว่าเขาต้องไปพักร้อน และตกลงว่าเมื่อเขากลับมาค่อยนัดไปตามเวลาปกติ เธอร่วมมือกับทอมัสญาติหนุ่ม และสาวๆ ช่วยกันขับรถไปส่งเขาที่บ้านก่อนที่แม่และป้าจะตื่น ด้วยความไม่ประสาและมือใหม่ของแวมไพร์อายุ 200 ปีของเธอทำให้เธอลืมเรื่องลบความทรงจำจอนไป ทำให้แม่และป้าต้องตามไปเก็บกวาดเรื่องยุ่งๆ ที่ เหล่าแวมไพร์เด็กๆทำไว้

ทั้งสองไปถึงพบว่า จอนสงสัยและเริ่มระแคะระคายว่าพวกตนเป็นแวมไพร์ ทั้งคู่จึงตัดสินใจพาจอนกลับมาอีกครั้ง และตั้งใจให้รักษาเอลิซาจนกว่าจะหายถึงจะยอมปล่อยไป ในที่สุดจอนได้รู้ว่าเอลิซาเป็นโรคกลัวเลือด เธอเห็นเลือดเมื่อไหร่ก็จะเป็นลมทั้งๆ ที่เธอต้องดื่มเลือดเป็นอาหาร ตอนนี้แม่ของเธอต้องให้อาหารเธอทางสายยางโดยรอให้เธอหลับก่อน ส่วนเอลิซาเลือกไปทำงานที่สถานที่พักพิงของคนยากไร้เพื่อจะได้หาอาหารได้สะดวก แต่อาหารที่ได้ก็ไม่มีคุณภาพเพราะมีทั้งพวกที่สุขภาพไม่ดีติดยา และติดแอลกอฮอลล์ ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดคือทำให้เธอหายกลัวและกินเลือดจากถุงได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

ระหว่างอยู่ที่บ้านของเอลิซา จอนสนใจและสอบถามถึงความเป็นแวมไพร์ เขาเริ่มช่วยรักษาโรคโฟเบียของเธอ แต่ยังไม่ทันสำเร็จลุงลูเซียนพี่ชายฝาแฝดของพ่อเธอ มาเยือนถึงบ้านทำให้กลุ่มแวมไพร์รุ่นเยาว์หวาดวิตกว่าเมือจอนรักษาให้เอลิซาหายแล้ว หากพวกผู้ใหญ่สะกดจิตจอนเพื่อลบความทรงจำไม่ได้เขาจะถูกทำให้กลายเป็นคนความจำเสื่อมไปเลยเพื่อปกป้องเผ่าพันธ์ของแวมไพร์ เอลิซาตัดสินใจพาจอนหนีทันทีด้วยความช่วยเหลือของญาติๆ รุ่นเดียวกัน เธอพาเขาหนีไปอาศัยบ้านของเด็บบี้ เพื่อนที่ทำงานที่สถานพักพิง เพราะคิดว่าคงไม่มีใครตามไป คืนนั้นเอลิซาถูกแทงด้วยไม้ปลายแหลม จอนดึงออกมาและทำให้เขาตกใจมากคิดว่าลุงของเธอตามมาเลยรีบพาเธอไปที่ห้องพักของเขา และได้เจอกับทอมัส ๆ ตัดสินใจให้ไปอาศัยบ้านเพื่อนแทน เพราะถ้าเป็นคอนโดของจอน พวกที่ตามหาจะต้องมาที่นี่เป็นที่แรกแน่ๆ

ทั้งสองไปพักที่บ้านเพื่อนของเอลิซา แต่เป็นเพราะไม่มีเลือดสำรองทำให้จอนเสนอเอาเลือดของเขาให้เธอดื่ม ระหว่างทอมัสไปหาเพิ่มเติม แต่หลังจากเธอดื่มแล้วปรากฎว่าเขาวูบไปเพราะจอนเคยให้เธอดื่มไปครั้งหนึ่งแล้วที่บ้านของเด็บบี้ เจ้าของห้องเลยตัดสินใจไปหาเพื่อนข้างห้องเพื่อขอน้ำผลไม้มาให้เขาดื่ม เอลิซาลืมตาขึ้นมาเมื่อเห็นจอนนอนข้างๆ เธอเลยเสนอทางเลือกให้ว่าเขาจะยอมเป็นหนึ่งในพวกของเธอหรือไม่

เพิ่มเติมค่ะ (อิอิ สำหรับใครที่อยากรู้ตอนจบ) จอนตัดสินใจดื่มเลือดของเอลิซา เพราะคิดว่าเขาอยากจะเป็นคู่ครองตลอดชีวิตของเธอ ทอมัสกลับมาเห็นทั้งคู่เลยรู้ว่าไม่ต้องหนีกันอีกต่อไป เขาพาทั้งสองคนกลับไปบ้านแม่ของเอลิซา เมื่อได้เลือดทดแทนแผลของเธอก็สมานตัวกันสนิท ส่วนจอนก็ผ่านพ้นการกำเนิดใหม่ไปในที่สุด เอลิซากลับไปทำงานทีสถานพักพิง ขากลับจอนไปรับกลับแต่รถเสีย ทั้งคู่เลยอาศัยรถของคุณพ่อโจเซฟที่บอกว่าจะไปแถวละแวกบ้านของเอลิซาพอดี คุณพ่อโจเซฟขอแวะระหว่างทาง ทำให้เอลิซาและจอนได้รู้ว่าที่แท้บาทหลวงสงสัยว่าเอลิซาเป็นแวมไพร์ โดยร่วมมือกับดเวนเหยื่อรายล่าสุดของเธอ ดเวนนี่แหละที่เป็นคนเอาไม้ปักอกเอลิซา ในที่สุดบรรดาครอบครัวของเอลิซาก็มาช่วยทั้งคู่ออกไปได้

บันทึกแนบท้าย

คนเขียนเสนอไอเดียของแวมไพร์ไว้น่าสนใจ เมื่อจอนถามเอลิซาถึงความเป็นมาของแวมไพร์ เธอเล่าท้าวความย้อนไปถึงสมัยแอตแลนติสว่าสมัยนั้นวิทยาการก้าวไกลแล้ว นักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นยานาโนขึ้นมาตัวหนึ่งซึ่งสามารถซ่อมแซมความ เสื่อมของเซลล์และขยายตัวได้ ทำให้พวกเขาดูเยาว์วัยแม้จะมีอายุเป็นพันๆ ปี เธอเองอายุถึง 200 ปีแล้วแต่สำหรับแวมไพร์ยังถือว่าน้อยมาก แต่ต้องชดเชยด้วยเลือดจำนวนมาก ทำให้พวกเขาต้องอาศัยเลือดเป็นแหล่งอาหารหลัก และเมื่อเวลาผ่านไปก็พัฒนาจนมีเขี้ยวโผล่ออกมาได้เมื่อต้องการกัดเพื่อดูดเลือด ถ่ายทอดโดยทางสายเลือด และสามารถสร้างชีวิตใหม่ได้แบบที่เอลิซาเสนอทางเลือกให้จอน เมื่อเขาดื่มเลือดเธอจะกลายเป็นแวมไพร์เหมือนเธอ เหมือนการกำเนิดใหม่ แต่จำกัดให้แต่ละคนสร้างได้แค่คนเดียวเท่านั้น

พล็อตเรื่องน่าสนใจ และดำเนินเรื่องได้สนุก น่าติดตามทีเดียว แม้ชื่อเรื่องจะไม่ตรงกับเนื้อเรื่อง หรือ ตรงกับชื่อภาษาอังกฤษสักนิด เพราะแวมไพร์ไม่น่าจะถือว่าเป็นภูต แล้วตามไอเดียของคนเขียนยิ่งไม่น่าใช่ไปใหญ่ แต่โดยรวมแล้วเรื่องนี้สนุก ไอเดียแปลกใหม่ดีค่ะ

greenteatgreentea



Create Date : 10 ตุลาคม 2552
Last Update : 1 ธันวาคม 2552 17:10:53 น. 5 comments
Counter : 296 Pageviews.

 
เรื่องนี้แปลมาจาก A Quick Bite ของ Lynsay Sands ค่ะ เป็นเล่มแรกของชุด Argeneau Family ที่ตอนนี้ออกมาแล้ว 12 เล่ม

เรายังเสียดายอยู่เลยนะเนี่ยที่ทอรุ้งไม่ทำชุดนี้ต่อ เพราะเรื่องนี้สนุกแล้วก็ฮา ๆ ดีออกค่ะ

ก็ได้แต่หวังว่าจะมี สนพ.อื่นซื้อลิขสิทธิ์ชุดนี้มาทำต่อนะคะ พวกเราจะได้มีหนังสือสนุก ๆ อ่าน


โดย: โอ-พิน (o_pinP ) วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:23:20:47 น.  

 
เรื่องนี้ไม่ใช่แปลจาก Love You to Dead ของ
Lily Dennis ตามปกเหรอคะ หรือ คนเขียนคนเดียวกัน

ถ้าคนเขียนรักษามาตรฐานความสนุกได้เท่าๆ กันทุกเล่มก็น่าตามอ่านค่ะ คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดี่ยวๆ เสียอีก


โดย: ชามินต์ (ชามินต์ ) วันที่: 17 ตุลาคม 2552 เวลา:1:31:33 น.  

 
เล่าเรื่องย่อได้น่าสนใจ ดูท่าน่าจะสนุกค่ะ ^^ แต่ดูท่า..เลิฟซินจะน้อยป่าวเพราะเจ้าของบล็อกไม่พูดถึงเลย อิๆๆ


โดย: คณิตยา วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:21:33:17 น.  

 
ป.ล.เห็นด้วยกับชื่อเรื่อง ...ตั้งชื่อเรื่องได้บ๊องแบ๊วมาก ดูไม่เข้ากับเนื้อเรื่องเลย


โดย: คณิตยา วันที่: 5 ธันวาคม 2552 เวลา:21:33:54 น.  

 
อ่านนานไปหน่อยแล้ว จำได้ไม่แม่น เลิฟซีนเหมือนแทบจะหาไม่เจอเลยมั้ง สำหรับเรื่องนี้มีน้อยมาก


โดย: ชามินต์ (ชามินต์ ) วันที่: 6 ธันวาคม 2552 เวลา:20:35:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชามินต์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]












เสียดายจัง ต้องหาที่เล่นเพลงใหม่อีกแล้ว




free counters
เริ่มนับเมื่อ 2 ต.ค. 2552





เริ่มนับเมื่อ 12 ธ.ค. 2552



เข้าอ่านรัตนมณีแห่งดวงดาวตอนใหม่ค่ะ

ที่สุด...ของหัวใจ

New Comments
Friends' blogs
[Add ชามินต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.