My Time & My Life
Group Blog
 
All Blogs
 

"หลวงพระบาง" ที่รัก

ก่อนอื่นคงต้องสวัสดีปีใหม่ก่อน..หลังจากได้ท่องไปเมืองลาวถึง สองสัปดาห์ ในเขตลาวเหนืออย่างทรหดอดทน น่าจะเรียกทริปนี้ว่า "ตามรอยสงคราม" มากกว่า ชื่อ..หลวงพระบาง เบิ่งเชียงขวาง ที่ใช้เรียกกัน


อวดโฉมด้วยภาพที่ทุ่งไหหิน ที่อยู่ในแนวระเบิด

งั้นจะขอเล่าไปเป็นตอนๆ ดีกว่า..ว่า ผ่านไปไหนมาบ้าง..พร้อมภาพประกอบ...ดีไหม..


ทริปเดินทาง กทม..เชียงของ..ห้วยทราย..ปากแบ่ง...ถ้ำติ่ง...บ้านส้างไห...หลวงพระบาง...น้ำตกตาดแส้...ปีใหม่ชาวม้ง...บ้านสามแยก...เชียงขวาง(เซียงขวง ในภาษาลาว)เมืองโพนสะหวัน...กู้ระเบิด....บ่อน้ำร้อนเมืองคำ...ถ้ำปิว..วัดเพียวัด...ทุ่งไหหิน...เวียงจันทน์...หนองคาย...กทม...

ระยะเวลาเดินทาง จันทร์ที่ 18 ธันวาคม - ศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2549

ค่าใช้จ่ายการเดินทาง ไปปฏิบัติงาน ฟรีตลอดงาน(ประมาณ 25000 บาท,ไม่รวมช้อปปิ้ง)

หน้าที่ปฏิบัติงาน ไปเป็นหน่วยสนับสนุนอาวุธ เฮ้ยไม่ใช่..สนับสนุนอุปกรณ์และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อดูแลสว.(ผู้สูงวัย)ทั้งหลาย พร้อมทั้งยังแบกขากล้องจับภาพ ตลอดทริปนี้ บนหลังต้องแบกอุปกรณ์ตลอดเวลาน้ำหนักประมาณ 10 กิโล(เป้ขาดเลย)แล้วเดินเท้าไป หรือนั่งรถ ตามแต่โอกาส ผลคือ..เหนื่อยเจ็บหลังแต่ได้กำลังใจดีจาก สว.ทุกท่าน

เหตุการณ์ตื่นเต้น คนไทย(ที่เจอกันบังเอิญ)ประสบอุบัติเหตุ พลัดตกจากสะพานชมน้ำตก ลงสู่น้ำตกตาดแส้ ต้องช่วยชีวิตขึ้นมา อย่างทุลักทุเล

เมืองที่ประทับใจ หลวงพระบาง

เมืองที่สลดหดหู่ ถ้ำปิว เมืองเชียงขวาง

ร้านอาหารแนะนำ
หลวงพระบาง=>ร้านกาแฟประชานิยม ,ร้านอาหารริมโขง
เวียงจันทน์=>ร้านขอบใจเด้อ , ร้านแหนมเนืองเวียงสะหวัน 856 21 213990
เชียงขวาง=>ร้านอาหารจีนใกล้ร้านโกดักส์, โรตี ริมถนนหน้าภัตตาคารจีน

ที่พักประทับใจ เรือนพักมะลิ น้ำพุ เวียงจันทน์ 856 21 215093

หน่วยกู้ระเบิด UXO LAO Xiengkhouang 856 61 312359

===> เริ่มด้วย...นั่งรถทัวร์ ไปกับ สยามเฟิร์ส ในวันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม 49 ด้วยเที่ยว วีไอพี 32 ที่นั่ง แต่ได้ นั่งคนเดียว สบายเลยเรา...ออกจากหมอชิต หนึ่งทุ่มตรง...ด้วยพี่กาจไปส่งขึ้นรถ..((เขาบอกว่า..เหมือนมาส่งคนบ้านๆ ไปตจว.เลย ด้วยแบกสำภาระไปเยอะมาก)) ขึ้นรถ ก็เจอกับผู้จะไปลาวกับเรา อีกสองท่าน คือป้าพัชและป้าโช ที่ร่วมทางไปกับเรา..ผู้ที่ไม่เคยย่างเหยียบไปทางเหนือ...จุดหมายปลายทางของเราคือ...อ.เชียงของ จ. เชียงราย...

เริ่มเล่ากันเป็นช่วงเวลา ตั้งแต่ต้นกันเลยดีกว่า...

===>เช้าวันที่ 19 ธันวาคม 2549 รถก็มาจอดส่ง ลงหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงของ จ. เชียงราย..ขณะที่อุณหภูมิ 14 C เวลา 7.00 น. แล้วเราก็เดินหน้าต่อไป อีก 50เมตร ก็เลี้ยวขวาเข้าซอย..เพื่อไปยัง โรงแรมริมน้ำ ที่จองที่พักไว้..พร้อมกับ คุณป้าสองท่าน..คือป้าพัชและป้าโช..ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน..



เดินไป..มองไปยัง ป้ายที่พัก เอ้ ทำไม ดูเล็กๆ..แต่แล้วภาพก็ลวงตาเรา...ตัวโรงแรม..ที่เห็น คือด้านบน..ส่วนที่พัก ต้องลงบันไดไปด้านล่าง...ตั้งอยู่ตรงตลิ่งริมโขงนั่นเอง...เปิดห้องมา เจอแม่น้ำ..วิวดีมากๆ...แต่นั่นล่ะ...ห้องริมโขงเราจองไว้หมดเลย...ห้องเบอร์ 201- 6 เป็นห้องชั้นสอง..ริมโขง..ห้อง 204 205 เป็นห้องเตียงเดี่ยว ที่เหลือเป็นเตียงคู่หมด ความสะอาด..ความงาม..ประทับใจเลยล่ะ


ผ่านไป ก็ ตามประสา..คนซุกซน ก็ เดินเท้าไปยังตลาดสด เพื่อดูสภาพบ้านเมือง..พกเอาความเป็นนักสำรวจมาด้วยนี่นา ถนนหนทางเขาก็เป็น เช่นนี้เอง...เมืองเล็กๆ ท่ามกลางความหนาวเย็น สบายๆ..


==>เขียนเรื่อยๆ เหนื่อยก็หยุด ขอเล่าแบบไม่แปะรูปก่อนดีกว่า...เล่าไปแปะไปช้าไม่ทันใจวัยรุ่น(เหลือน้อย)
ปล. เจ็บนิ้วชี้(บวม) เลยพิมพ์ยากมาก


==> 20 ธันวาคม 49 เช้านี้ตื่นมาเก็บภาพน้ำโขงยามเช้าทั้งที่ยังไม่ล้างหน้า หวีผม..กระเสือกกระสนเอาตัวเองออกมาจากเตียงเปิดห้องออกไป..ชมอากาศยามเช้าที่หนาวจัด..ฟ้ากำลังจะเริ่มทอแสง..แต่ คนหน้าห้องทำไมพรึบพรับ..อ้อ..ระเบียงหน้าห้องเราคือจุดชมวิวนี่เอง..(สภาพเราออกมาดูไม่จืดเลย) พบทักทายกับน้องวรรณ ห้องติดกัน..ที่ออกมากางขากล้องแต่เช้า..เรารึจะพลาด วิ่งพรวดกลับเข้าไป คว้าขากล้องออกมา ติดตั้งทันที..ผ่านไป 8.00 น. ของวันนั้นก็ออกเดินทางไปยัง ตม. ไปพบเจ้าหน้าที่ ที่เราได้มาติดต่อไว้เมื่อวาน..เห็นหน้าเราปุ๊บ..เชิญในห้องปั๊บ..ก็เรามีใบผ่านแดนพิเศษ ทำให้..30 ชีวิต ผ่านตม.ไม่ถึง 5 นาที..รวดเร็วปานสายฟ้าแลป ดีแท้..

เริ่มต้นข้ามฝั่งโขง

ผ่านเข้าไปด่านลาว คราวนี้ก็ เริ่มชักช้าบ้าง..ต้องใช้ เจ้าชีวิตไทยช่วยอีกแล้ว...ลุงเค ผู้ร่วมทริปบอกว่า..ไปไหนก็ไปได้ นั่งรถตุ๊กๆ เล็ก เพื่อไปยังอีกท่าเรือ ที่ชื่อห้วยทราย เพื่อ ลงเรืองขนาดกลาง ล่องน้ำโขง ลงไป จุดหมายปลายทางเราคือหลวงพระบาง 2 วัน 1 คืน เราจึงเริ่มจากที่นี่..ชีวิตท่ามกลางลำน้ำโขง..

เริ่มลงเรือปุ๊บ ก็นึกถึง นรข. (หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง) ที่ตั้งอยู่ที่ตัวเมืองเชียงของ อย่างน้อย ก็ทำให้เราอุ่นใจ ล่องน้ำไป..พบว่า..ลำโขง เป็นแม่น้ำที่มีความพิเศษ ต่างกับแม่น้ำอื่นๆ..ที่เคยล่องมา..เป็นแม่น้ำที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งจริงๆ..สวยงาม พร้อมไปด้วยความเข้มแข็งของลำน้ำ..ทำให้นึกไปถึงคุณแม่ที่บ้าน..อยากพาแม่มาด้วยจัง นี่เป็นครั้งหนึ่งของชีวิต ที่ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสแบบนี้อีกไหม..อากาศยังหนาวเย็น สลับกับแดด ที่แผดกล้า จนถึงเวลาเย็น พักทานอาหารที่หาดทราย ก่อนถึง ปากแบง ท่ามกลางอากาศ ที่เริ่มหนาวเหน็บอีกครั้ง

==> ณ ปากแบง เรือจอดที่ปากแบง เย็นมากแล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้นเล็กน้อย ที่ท่าเทียบเรือ กระแสน้ำไหลเชี่ยวจนเรือไม่อาจเข้าจอดได้ ใช้ความพยายามอยู่นาน ด้วยการจราจรทางน้ำ ค่อนข้างคับคั่งเพราะใกล้มืดแล้ว แล้วความพยายามเราก็ เริ่มต้นขึ้นจน เกิดอุบัติเหตุ เรือของเรา ชน เข้ากับ เรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ในช่วงของหัวเรือ..ตรงที่ยืนอยู่พอดี...พอเรือจะชน รีบคว้าที่เกาะ เกาะตรงไหนไม่เกาะ..ไปเกาะตรง ส. ศิวลักษณ์ นั่งอยู่พอดี..ก็ แหม..เลือกไม่ทันแล้วนี่นา...เรือกระแทกอย่างแรง..ทั้งๆที่ คนเรือช่วยกัน ค้ำยัน แต่กระแสน้ำแรงเกินไป..ก็ ไม่อาจรอดพ้นอุบัติเหตุ ครั้งนี้ได้..แล้วเรือก็เข้าเทียบท่าเรือปากแบงสำเร็จ..แต่..ไม่ง่ายขนาดนั้น ตรงที่ว่า...ตรงที่เทียบได้ เป็นทางลาดคล้ายหน้าผา ตรึงเชือก ที่เราต้องไต่เชือกขึ้นไป...ด้วยกระเป๋าเดินทางอันแสนหนักหนา..ตัวคนที่แก่แล้วก็ใช่เล่น..แต่ทุกคนก็ เอาชีวิตของตน ขึ้นไปจนได้ ด้วยความทุกลักทุเล พร้อมกับอากาศที่หนาวจัด เพียง 8 องศา เซลเซียสแล้ว..แต่พวกเรา ยังไม่ได้สวมชุดกันหนาวกันเต็มที่ เนื่องจาก..เราเดินทางมาถึงช้าเกินไป...ผจญความหนาว ขึ้นไป...เมื่อออกแรงดึงตัว ขึ้นผาเล็กๆ ขึ้นไปได้ เหงื่อก็ท่วมตัว จนความหนาวคลายลง...ขึ้นสู่ที่พัก...เราก็..ไม่วายเดินเล่นกินลมหนาวจับใจ...ไปนั่งทานนมอุ่นที่ร้านอาหารเล็กๆ ชมวิวยามค่ำคืน ที่นี่ทั้งเมืองเล็กๆ..4 ทุ่มจะปิดไฟ เราก็หลับเป็นตายคืนแรกที่ ปากแบงนี่เอง

==>เช้าที่ปากแบง..เราหลายคนตื่นเช้าก่แนเวลาเดินทางเพื่อ ไปเก็บเกี่ยวกำไรชีวิตเล็กน้อย ตามตลาด และสัมผัสชีวิตคนท้องถิ่น ที่นี่สอนให้เรารู้จัก เงินกีบ ด้วยการหาไมโลกิน ขนมไข่เต่า ข้าวต้มมัดเล็กๆ แต่ที่แน่ๆ ถามหาซื้อถุงมืออย่างจ้าละหวั่น ด้วยหนาวจน ต้องร้องหาถุงมือ ได้มา 3 คู่

==-ขอเล่าข้ามไป ยังความรู้สึกที่โพนสะหวันก่อนดีกว่า ก็คนอยากเขียนนี่==




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2549    
Last Update : 30 ตุลาคม 2557 17:45:48 น.
Counter : 246 Pageviews.  

ทริปด่านซ้าย ภูเรือ แก่งคุ้ดคู้ เขาค้อ นครสวรรค์ <ตอนที่1>

ทริปตะลุยขุนเขา....ผ่านจากบ้าน แวะรับเพื่อนแม่ที่บินตรงมาทริปกับเรา จาก นราธิวาสถึงดอนเมือง ครบ5 ชีวิตมุ่งสู่วังน้อย สระบุรี แวะกินสุกี้ MK ที่โลตัสสระบุรีและไปตามทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านเพชรบูรณ์ หล่มสัก กินข้าวเย็นที่ ร้านเมืองหล่ม ผ่าน 203 เข้าด่านซ้าย ทางคดเคี้ยวและมืดมาก ไปถึง ภูเรือ 2 ทุ่ม..กับเซฟิโร่ซดน้ำมัน เข้าพักไร่วรัญญา (บ้านภูพาแลง)


โฉมหน้าพลขับ ตลอดทริป


ห้าชีวิต ผจญหนาว


ตะวันขึ้น ผจญหมอกและลม ที่ผาโหล่นน้อย


ทางเดินจากผาโหล่นน้อย สู่ยอดภูเรือ


ตะวันขึ้นที่ผาโหล่นน้อย..กับลมหนาวที่พัดแรง


ลมแรงอย่างที่เห็น ผมกระจุย หนาวสุดๆ


แท่นโชว์ความงาม อิอิ


เส้นทางเดินลงจากยอดภู คนละทางกับทางขึ้น


ที่ทำการอุทยาน


พักที่ ไร่วรัญญา ตั้งอยู่ริมภูเรือหลังนี้ชื่อภูพาแลง


ต่อตอน 2 นะคะ

ขอบคุณ คุณแม่ ที่ ทำให้เกิดทริปนี้ได้ ด้วยความตั้งใจของลูกคนนี้..ได้ทำฝันพาแม่และพี่สาว ไปเที่ยวได้สำเร็จ และมีความสุข คุณแม่มีเพื่อนรักที่บินตรงมาทริปนี้ อย่างมีสีสัน แฟนพี่สาวกับพี่สาว ที่ ทำหน้าที่ดูแลอาหารการกินอย่างดี เรา เป็นแค่ พลขับ จ่ายค่าน้ำมัน ที่พัก และ ของฝาก ให้ทุกๆคน..ทริปนี้เกิดขึ้นได้ ด้วย คำอนุญาตลางานของเจ้านายที่น่ารัก เงินสมทบจากพี่หมีพี่ที่น่ารัก เงินเก็บที่พอมี...ครั้งหน้า แม่บอกว่าไปอีก...สนุกมาก...ไปที่ไหนติดตามชม
ดีใจค่ะ ที่แม่มีความสุข




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2548    
Last Update : 31 มกราคม 2552 21:16:16 น.
Counter : 409 Pageviews.  


noomint
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]








ฉันไม่ได้ยินดีในความตาย
แต่พร้อมที่จะจากไปอยู่เสมอ

เวลาในการมีชีวิตฉันเหลือน้อย
จะใช้สอยอย่างมีคุณค่าทุกนาที



Friends' blogs
[Add noomint's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.