… GREATEST LOVE OF ALL …

I believe the children are our future. Teach them well and let them lead the way
Show them all the beauty they possess inside. Give them a sense of pride to make it easier
Let the children's laughter remind us how we used to be

Everybody's searching for a hero. People need someone to look up to
I never found anyone who fulfilled my needs. A lonely place to be and so I learned to depend on me

I decided long ago. Never to walk in anyone's shadows. If I fail, If I succeed
At least I lived as I believed. No matter what they take from me. They can't take away my dignity

Because the greatest love of all is happening to me. I've found the greatest love of all inside of me
The greatest love of all is easy to achieve. Learning to love yourself, it is the greatest love of all

And if by chance that special place. That you've been dreaming of
Leads you to a lonely place. Find your strength in love ….

MiniPenzman
Location :
Quebec, Canada

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ไดอารี่ออนไลน์เล่มนี้
แม่ตั้งใจทำเก็บไว้ให้ ลูกน้อยของแม่
ที่กำลังจะเกิดมาเป็นกำลังใจ
ให้แม่ดำเนินชีวิตต่อไป
อย่างมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
และมีความหวังมากยิ่งขึ้น
อย่างที่แม่และพ่อเอง
ก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตของเรา
จะมีเป้าหมายชีวิตที่มีความชัดเจน
ได้มากมายถึงเพียงนี้




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add MiniPenzman's blog to your web]
Links
 

 

นาที ระทึกขวัญเพราะความเลือดร้อนของ Daddy

29 March 2008

เมื่อเย็นตั้งใจออกไปกินข้าวนอกบ้าน เพราะจับเจ่าอยู่บ้านกันเกือบๆ สองอาทิตย์แล้วเบื่อ เลยชวนกันไปหาอะไรกิน ขาไปเราก็ขับรถของเราปกติ อยู่เลนขวา เพราะหาจังหวะเข้าเลนซ้ายไม่ได้สักที รถมันเยอะพอควร สามคนพ่อแม่ลูกมากันดีๆ รถบัสรับส่งพนักงาน ขับจี้ตูดรถเรามาติดๆ แถมตบไฟไล่เราให้หลีกทางอยู่นั่นแหละ ทั้งๆ ที่เป็นเลนขวา จริงๆ รถบัสไม่ควรมาขับเลนนี้ด้วยซ้ำ ไอ้แฟนเราจะหลีกทางให้ก็ไม่ได้ เพราะเลนซ้ายมีรถอื่นอยู่ ข้างหน้าก็มีรถอีกคัน รถบัสมันตบไฟไล่อยู่นั่นแหละ จนแฟนเราโมโห พอมีจังหวะเปลี่ยนเลน แฟนเราก็เข้าซ้ายไปให้มันแซง รู้มั้ยมันทำไง มันก็แซงขึ้นหน้า แล้วมันก็ปาดมาใกล้มากๆ กะเอาท้ายรถมันตบหน้ารถเรา จนแฟนเราต้องหักหลบ รถเกือบชนอีกคันที่อยู่ซ้ายสุด...

แฟนเราเลือดขึ้นหน้า ขับตามมันไป ในขณะที่เราโวยวาย ร้องเสียงหลง บอกให้เขาใจเย็นๆ ปล่อยมันไป อย่าไปแลกกับคนแบบนี้ มันอาจมีปืนอยู่ในรถก็ได้ หรือไม่ก็อาวุธอื่น เราก็ได้แต่บอกเสียงสั่นไปหมด ให้เขาใจเย็นๆ ควบคุมสติตัวเองหน่อย ลูกอยู่ในรถ เธอกำลังเอาชีวิตฉันกับลูกไปเสี่ยง เพียงเพราะเธอโมโหคนขับรถเฮงซวย ถ้ามันเกิดโมโหขึ้นมาควักปืนขึ้นมายิงเธอ ยิงฉัน แล้วลูกจะอยู่ยังไง...

ฉันขอได้มั้ย อีก 5-6 เดือนเราก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เธออดทนไดมั้ย ฉันรู้ว่าเธอ __cking had it !! ฉันไม่อยากแลกชีวิตตัวเองและลูก กับคนขับรถงี่เง่าพันธุ์นั้น มันไม่คุ้มและไม่น่าแลกด้วยเลย .. พ่อบอก แล้วที่มันทำกับเรา เธอคิดว่า มันสมควรเหรอ ที่มันทำก็เท่ากับมันกำลังคิดจะฆ่าลูก ฆ่าเมียฉันทางอ้อมเหมือนกันนะ แล้วเธอจะให้ฉันอยู่เฉยๆ ไม่ตอบโต้มัน ปล่อยให้มันฆ่าลูก ฆ่าเมียฉันต่อหน้า ต่อตาหรือไง ฉันไม่ได้เป็นคนผิดนะ ฉันเข้าซ้ายไม่ได้ เธอก็เห็น พอมีจังหวะฉันก็อุตส่าห์เข้าซ้ายให้มันแล้ว มันจะเอายังไงกับฉันอีก ...

พูดให้ตายยังไง พ่อก็ไม่ฟังที่เราพูดเลย ขับตามมันอย่างเดียว เปิดกระจกรถตะโกนด่าคนขับรถบัสคันนั้น จนถึงสะพานที่เราต้องขึ้น ส่วนคนขับรถบัสมันขับข้างล่าง ยังไงก็ต้องไปเจอกันข้างหน้าอยู่ดี พ่อตัวดีของเรา ขับเข้าข้างทาง จอดรถรอเลย บอกให้เรารออยู่ในรถ เราก็คิด เอาแล้วไงตรู เลือดขึ้นหน้าห้ามไม่อยู่แล้ว ตรูจะทำไงให้พ่อสงบสติอารมย์ดีว่ะเนี่ย ห่วงลูกก็ห่วง ใจก็คิดถึงโพส ที่มีคนเอามาแปะให้อ่านในห้องชานเรือน ที่คนขับโดนตบไฟไล่แล้วโมโห จนเกิดบรรดาโทสะกันแล้วควักปืนออกมายิง ลูกหลงไปโดนเด็กทารกอายุ 8 วันในรถตาย.. ตรูเริ่มกลัวขึ้นมาจับจิต ทำไงดีฟ่ะ

เปิดประตูรถลงไป.. เห็นพ่อถือหินก้อนใหญ่ๆ 2-3 ก้อนอยู่ในมือ เราก็คิด หินจะไปทำอะไรกับลูกปืนหรือเหล็กหรือมีดของมันได้ว่ะ (ถ้ามันพก) เราก็ตะโกนแข่งกับเสียงรถที่ขับผ่านไปมา.ง ฉันขอได้มั้ย นึกถึงชีวิตลูก ชีวิตฉันหน่อย I beg you please...

พ่อไม่ฟังเราเลย พ่อเดินไปยืนรอว่า เมื่อไหร่รถมันจะมา เราก็ยืนขอร้องอยู่นั้น สักสิบห้านาทีเห็นจะได้ รถบัสมันก็ไม่โผล่มาสักที (เราก็ไม่รู้มันหายไปไหน) เราเลยบอก มันคงไปไหนแล้วล่ะ ถ้ามันตรงมา ป่านนี้ยูต้องเจอมันแล้ว ไปเถอะฉันขอ ลูกก็อยู่ในรถ ถ้ามันยิงเธอ ยิงฉัน แล้วมันหนีไป ลูกเราซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่ในรถ จะทำยังไง ฉันสงสารลูก เขาบอก ถ้ามันมีปืนจริง ให้มันยิงให้แม่นๆ นัดเดียวเอาให้เขาตายก็แล้วกัน ไม่งั้นมันตายคาทีนเขาแน่ๆ เราก็ร้องไห้ บ่อน้ำตาแตก ใจเรากลัวจนสั่นแล้วนะชั่วโมงนั่น เราดึงแขนเขาให้เดินไปขึ้นรถ เขาก็ไม่ยอม เราก็ยื้ออยู่นั้นแหละ เขาก็สะบัดมือเรา เดินอาดๆ ไปข้างหน้าเรื่อยๆ เราก็เดินตาม อ้อนวอนเขาอยู่อย่างนั้น หลายนาทีอยู่เหมือนกัน จนเขาคงคิดว่ามันไม่มาแล้วจริงๆ เขาก็เดินกลับไปที่รถ เราเดินตาม เขาบอกให้เราขับ เขาไม่ไหวแล้ว เขาสติแตก...

เสร็จขึ้นมาบนรถ เราก็เถึยงกันอีก ด้วยความที่เขายังอารมย์ค้างอยู่ ..
เราก็ได้แต่พูด ก็บอกแล้วถ้ายูรับไม่ได้กับนิสัยคนไทยขับรถ ก็ให้ฉันเป็นคนขับสิ้นเรื่อง แต่ยูก็ไม่เคยยอม ต่อไปนี้ไม่ต้องไปไหนด้วยกันแล้ว ฉันไม่เอากะยูแล้ว ถ้าฉันอยากไปไหน ฉันก็จะไม่ชวนยูอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะยูไม่เคยควบคุมสติได้สักครั้งเวลาขับรถ แล้วเจอคนขับรถงี่เง่า ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เราต้องทะเลาะกันเพราะคนอื่นแบบนี้ทุกทีเลย ฉันไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เอะอะยูก็อ้าง ที่บ้านยูไม่มีหรอกแบบนี้.. ขอทีเลิกเอาสแตนดาร์ดบ้านยูมาเปรียบเทียบกับที่นี่เสียที ที่นี่เมืองไทย รู้อยู่แก่ใจว่า อะไรเป็นอะไร ข่าวก็อ่านทุกวัน ก็รู้ๆ อยู่ เป็นฝรั่งอยู่เมืองไทยต้องทำตัวยังไงถึงจะไม่มีปัญหา แล้วทำไมถึงไม่ทำใจให้เย็นๆ แล้ว ignore มันไป ทำไมต้องทำเก่ง ทำกล้า ไม่ยอมคน แล้วเอาชีวิตลูก ชีวิตเมียไปเสี่ยงแบบนี้ ...

เขาว่า ตรูไม่ผิดนะว้อย บ้านฉันไม่มีหรอกนะ แบบนี้ ที่นู๊นไม่ขับรถกันเฮงซวยแบบนี้ ตำรวจจราจรที่นู๊นก็ไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดบนท้องถนนด้วย ยูด่าแต่ฉัน ทั้งๆ ฉันไม่ใช่คนผิด แทนที่ยูจะด่ามัน ยูเข้าข้างแต่คนไทย ยูไม่เคย get my point เลย ฉันกำลังปกป้องชีวิตเมียและลูกอยู่นะว้อย ...
ไอ้เราก็ ตรูเก็ตว้อยและก็รู้ด้วยว่า เมิงไม่ผิด แต่ที่โวยวายเพราะฉันรู้ที่นี่เมืองไทย สังคมไทย มันก็ต้อง due แบบไทยๆ ใจเย็นๆ เข้าไว้ เพราะคนขับรถไม่ดูตาม้าตาเรือ ขับแบบสบายตามใจฉัน หรือคึกคะนอง อวดเก่ง อวดกล้า มันมีเกลื่อนถนนไปหมด เธอระวังยังไงก็ต้องเจอ ขืนทำกล้า ทำเก่ง ระวังจะเจอตอ แล้วอาจต้องตายข้างถนนอย่างหมา เธอตายคน เดียวฉันไม่ว่า แต่อย่าลากฉันกับลูกเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องขี้หมาๆ แบบนี้ด้วย .. บอกกี่ครั้งแล้ว ให้ฉันขับเธอก็ไม่ยอม กลัวเกิดอุบัติเหตุ ฉันขับมาเป็นสิบปี ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ เพราะอะไร เพราะฉันรู้ว่าต้อง due ยังไง ฉันอยู่กับสภาพแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ฉันรับสภาพพวกนี้ได้ง่ายกว่ายู แค่ทำใจเย็นๆ แล้วก็ ignore ไอ้พวกสมองเท่าเม็ดถั่วที่เธอชอบเรียกพวกเนี่ย ทำได้มั้ย เวลาเธอขับนะเสี่ยงมากกว่าฉันอีก เพราะไอ้อารมย์ไม่ยอมคนของเธอนะแหละ ต่อไปนี้ ถ้าเธอไม่ให้ฉันขับ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ถ้าจำเป็นต้องซื้อของเข้าบ้าน ฉันจะไปคนเดียว เธออยู่บ้านเลี้ยงลูกไปก็แล้วกัน ฉันไม่อยากตาย แล้วทิ้งลูกให้ตกระกำลำบากเพียงลำพังในโลกเบี้ยวๆ ใบนี้ เพราะอารมณ์โกรธชั่ววูบของเธอ

เราบอก ... ยูทำให้ฉันกลัวมากนะ เวลายูโกรธขึ้นมา ใครก็ห้ามไม่อยู่ ยูควบคุมสติดตัวเองไม่ได้เลย สักวันครอบครัวของเราต้องมีปัญหา เพราะไอ้อารมย์แบบนี้ของยูแน่ๆ เขาว่า ไม่มีทาง คนที่นู๊นไม่ขับรถกันแบบนี้หรอก เขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลยตอนอยู่ที่นู๊น เราว่า .. มันไม่ใช่เรื่องขับรถเรื่องเดียว แต่ไอ้อารมย์ร้าย ไม่ยอมใครแบบเนี่ย มันแสดงถึง your mentality ฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะอยู่กับยูแล้วนะเนี่ย ... หากวันไหนยูโกรธฉันกับลูก แล้วหน้ามืดขึ้นมา ฉันกับลูกไม่ตายคามือยูเหรอ เขาก็ว่า จะบ้าเหรอ เขาไม่มีทางทำร้ายเมียกับลูกหรอก อยู่กันมา ฉันก็ไม่เคยทำร้ายเธอ เธอก็รู้ ...

เราก็ว่า ก็เพราะฉันไม่เคยทำให้เธอโกรธถึงขีดสุดไง.. หากวันไหนเธออารมย์เสียมาจากข้างนอก แล้วบังเอิญฉันงี่เง่าใส่เธอล่ะ...
เถียงกันไม่จบจริงๆ ไม่มีอารมย์กินข้าวเลย เราขับรถกลับบ้านเลย หันไปมองลูก ลูกตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คงตอนที่เราเสียงดังกันตั้งแต่โดนปาดนั้นแหละ.. มองหน้าลูกแล้วน้ำตาก็พาลไหล สงสารลูกขึ้นมาจับใจเลย...


เฮ้อ..ครอบครัวเราจะมีชีวิตรอดถึงวันที่ย้ายไปอยู่เมืองนอกกันมั้ยลูก กว่าทางนู๊นจะอนุมัติวีซ่าของแม่ก็อีกตั้ง 5-6 เดือน จะมีอะไรเกิดขึ้นอีกมั้ยเนี่ย เหตุการณ์แบบนี้ มันเกิดบ่อยเหลือเกิน จนมันทำให้แม่คิดจริงๆ ว่า แม่ควรจะแยกทางกับพ่อหรือเปล่า เพื่อตัดปัญหาในอนาคต แม่กลัวใจพ่อของหนูจริงๆ แม่ไม่ค่อยอยากเชื่อหรอกว่า ที่นู๊นจะไม่มีคนขับรถงี่เง่า แล้วไอ้อารมย์ไม่ยอมคนแบบเนี่ย อยู่มุมไหนของโลกก็เสี่ยงทั้งนั้นแหละ แม่ละกลัวจริงๆ ว่า วันหนึ่งจะได้เห็นพ่อของหนูอยู่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์..




 

Create Date : 30 มีนาคม 2551    
Last Update : 30 มีนาคม 2551 5:06:45 น.
Counter : 126 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.