APPLICATION : VSCO CAM แอพแต่งภาพเจ๋งๆที่แต่งภาพได้หลายสไตล์



 สวัสดีจ้าสาวๆทุกคน
สำหรับวันนี้เป็นบล็อกที่แหวกแนวออกมาจากเรื่องบิวตี้
ที่นิทำประจำเนาะ เพราะว่ามีคำถามถามถึงมาเยอะมากๆ
ในช่วงที่นิไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระที่ผ่านมา
ว่านิใช้กล้องอะไร แต่งภาพเพิ่มมั้ย แต่งยังไงบ้าง
วันนี้เลยมาไขข้อสงสัยสาวๆโดยการรีวิวแอพพลิเคชั่นที่นิติดอกติดใจ
ใช้แต่งภาพของนิทุกภาพก่อนจะโพสลง Instagram ค่ะ






VSCO CAM 

แอพพลิเคชั่นที่นิติดใจสุดๆ หลังจากได้รับคำแนะนำจาก Buccii.Me ตังเมนี่แหละ
บอกว่าแอพนี้ใช้ดีมากๆ ไอเราก็โหลดตามมานานแสนนาน
แต่เข้าไปละงงๆ ใช้ไม่เป็น(ทั้งที่มันง่ายมาก ไม่รู้ตอนนั้นงงอะไร) เลยไม่ได้ใช้เลย
ไปญี่ปุ่นรอบนี้ระหว่างนั่งรถไฟไปเที่ยวนู่นนี่ มีเวลา
เลยลองเปิดมาแต่งภาพเล่นๆดู ปรากฏว่าเหยยยย มันเวิร์คนะนี่
ตอนนี้นิกำลังพยายามคุมโทนภาพใน IG ของนิให้ออกมาในแนวทางเดียวกันด้วย
อยากให้ IG ตัวเองออกมาสวยๆเก๋ๆค่ะ ก็กำลังติดการแต่งภาพแบบนี้

แต่ก็นั่นล่ะค่ะ สาวๆถามกันเยอะมากๆๆๆๆๆว่าแต่งภาพยังไง ทำยังไง
มันดูแบ๊วดีจัง จนบางคนคิดว่านิใช้กล้องฟรุ้งฟริ้ง ฮ่าๆๆๆ 
วันนี้เลยมาสอนแต่งภาพในสไตล์ที่นิแต่งกันนะคะ 








หลังจากเปิดแอพพลิเคชั่นกันแล้วหน้าตาจะออกมาประมาณนี้ค่ะ
ถ้าเพิ่มเริ่มเล่นก็จะยังไม่มีภาพอะไรขึ้นเหมือนในเครื่องของนินะคะ
แต่นิแต่งภาพมาเยอะแล้ว และชอบค้างภาพเก่าไว้ ให้เห็น Mood and Tone 
เพื่อที่ภาพหลังๆที่แต่ง เราจะได้เทียบได้ชัดเจนว่ามันอยู่ในโทนเดียวกันรึป่าว

ถ้าใช้ใน iPad แอพจะแสดงภาพออกมาแตกต่างกันนิดหน่อยนะคะ
แต่แค่ตัวอุปกรณ์เปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางเฉยๆ ไม่แตกต่างกันจนงงค่ะ 








ให้เราเข้าไปที่ LIBRARY แล้วคลิกที่เครื่องหมายบวก (+)
เพื่อทำการเพิ่มภาพลงไปในแอพพลิเคชั่นค่ะ แล้วเราก็จื้มเลือกภาพที่ต้องการจะแต่งได้เลย








หลังจากที่ได้ภาพมาแล้ว(ในที่นี้นิเลือกภาพดอกซากุระมานะคะ)
ให้จิ้มไปที่ภาพ 1 ครั้ง จะเกิดแผงสีออกเหลืองขี้ม้าขึ้นมาคลุมภาพที่เราเลือก
แล้วแถบเครื่องมือด้านล่างจะโผล่ขึ้นมาค่ะ

นั่นหมายถึงว่า เราได้ทำการเลือกภาพนี้เพื่อเตรียมจะไปทำการแต่งภาพแล้ว
จากนั้นให้เราเลือกแถบเครื่องมืออันซ้ายสุด สำหรับการแต่งภาพค่ะ










ภาพที่ขึ้นมาจะหน้าตาแบบนี้ 
ตอนนี้แถบเครื่องมีอทื่ขึ้นมาจะเป็น A4, A5, A6, etc. 
เหล่านี้คือฟิลเตอร์นั่นเองค่ะ เราก็สามารถเลือกได้ว่า
อยากให้ภาพของเราเป็นโทนสีภาพประมาณไหน








ส่วนตัวนิชอบใช้ C1 ถ้าหากภาพต้นฉบับดูไม่สดใสนะคะ
เพราะ C1 จะให้โทนภาพออกสีชมพูมากขึ้น จะดูสดใสขึ้นค่ะ

ส่วนถ้าภาพไหนติดแดงมากๆ นิจะชอบใช้ F2 ค่ะ 
F2 จะเพิ่มเฉดสีโทนฟ้าเข้าไป ทำให้ดรอปสีแดงลงไปได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่เราเองว่าเราอยากจะให้ภาพของเราออกมาในโทนไหน
เลือกกันได้ตามความชอบเลยค่ะ








สิ่งที่นิชอบมากๆสำหรับแอพพลิเคชั่นนี้คือ
โดยปกติแล้วแอพทั่วๆไปนี่เวลาเราใส่ฟิลเตอร์ลงไป
เค้าจะบังคับเลยว่าใส่ไปแล้วจะปรับระดับอะไรไม่ได้เลย
แต่แอพนี้ไม่ค่ะ เราสามารถปรับระดับของฟิลเตอร์ที่ใส่ลงไปได้อีก
เรียกได้ว่าละเอียดกว่าแอพทั่วๆไปที่เคยใช้

อย่างภาพนี้ นิใช้ฟิลเตอร์ C1 เพื่อเพิ่มโทนชมพูลงไป
แต่โทนชมพูที่เพิ่มมาเข้มไปหน่อย เราอยากได้แค่เจือสีชมพูบางๆพอ
เราก็ปรับระดับความเข้มของฟิลเตอร์ให้ลดลงได้
มีทั้งหมด +12 ระดับค่ะ นิเลยปรับเอาแค่ +3 ก็พอ เอาแค่พอระเรื่อๆ
จากนั้นก็กดที่เครื่องหมายถูก







หลังจากนั้น มันสามารถปรับอะไรได้อีก เราลองมากดเครื่องหมายลูกศรที่อยู่ข้างล่างของแอพกัน
จะมีแถบเครื่องมือหน้าตาแบบนี้ขึ้นมา

สัญลักษณ์จากซ้ายไปขวา

แปรง : ก็คือหน้าฟิลเตอร์ที่เราแต่งกันไปตอนต้นนั่นเองค่ะ
อุปกรณ์เครื่องมือช่าง : เอาไว้ปรับแสง ความเข้มอ่อน โทนอุ่น โทนเย็น ฯลฯ
เครื่องหมายลูกศร : คือการย้อนกลับค่ะ เผื่อเราทำอะไรพลาดไปบางขั้นตอน
เครื่องหมายเส้นสองเส้น : อันนี้เป็นรายละเอียดแต่ละภาพว่าเราทำการปรับอะไรไปบ้างค่ะ

สิ่งที่เราสนใจคือ อันที่ 2 เครื่องหมายอุปกรณ์เครื่องมือช่างนะคะ
คลิกเข้าไปเลย







หลังจากคลิกที่อุปกรณ์ช่างแล้ว จะหน้าตาเป็นแบบนี้
ก็คือจะปรับแสง ความสว่าง พลิกภาพ ไซส์ภาพ ความคมชัด 
ความจัดจ้านของสี แสงสว่าง แสงมืด บลาๆๆ พูดเลยว่าเยอะค่ะ 
เอาเป็นว่านิไม่ลงรายละเอียดในทุกเครื่องมือละกันนะ
นิขอลงรายละเอียดแค่ว่า ภาพนิใช้อะไรบ้างดีกว่า ไม่งั้นมันจะเป็นบล็อกที่ยาวมากๆ 









อันแรกเลยที่นิจะปรับเยอะมากๆของภาพทุกภาพคือ 
EXPOSURE (สัญลักษณ์พระอาทิตย์)

อันนี้จะปรับความสว่างของภาพค่ะ โดยส่วนมากแล้ว
แสงที่เราถ่ายภาพมา จะไม่สว่างพอ โดยเฉพาะคนถ่ายภาพง่อยๆแบบนินะ
ถ่ายภาพมายังไงก็ยังต้องเอามาปรับความสว่างตลอด
ตัวนี้เลยสำคัญมากๆ แต่นิจะไม่ปรับตายตัวนะคะว่า 
ต้อง +5 เท่านั้น หรือ +3 เท่านั้น
มันแล้วแต่ภาพเดิมที่เราถ่ายมาว่าแสงมันมากน้อยแค่ไหน
ภาพบางภาพนิใช้ +3 ก็พอ บางภาพต้อง +6 ไปเลยก็มี
เอาว่าให้เทียบกับภาพอื่นๆที่เคยลงไปแล้วมันใกล้เคียงเป็นใช้ได้ค่ะ 

ภาพนี้นิใช้ +5 กันเลย เพื่อให้มันดูสว่างสดใสค่ะ








ต่อมาคือ CONTRAST 
จุดนี้เมื่อก่อนนิจะชอบปรับคอนทราสภาพเยอะหน่อย
ให้สีมันดูจัดจ้าน แต่ช่วงนี้เราชอบความมุ้งมิ้ง
เพราะฉะนั้นนิเลยจะปรับคอนทราสลดลงมากกว่าเพิ่มขึ้นค่ะ 

นิจะปรับคอนทราสราวๆ -3 หรือ -4 แล้วแต่ภาพอีกเช่นกัน
แต่ส่วนมากจะ -3 ล่ะ กำลังพอดีสำหรับนิ









จากนั้นมาที่ HIGHLIGHTS SAVE 
ส่วนนี้เป็นส่วนของแสงที่จะออกขาวๆในภาพค่ะ
นิจะปรับให้มันดูละมุนขึ้น โดยส่วนมากจะราวๆ +2 ถึง +4 
จะไม่เกินนี้ ส่วนนี้เป็นอีกส่วนที่ช่วยให้ภาพของเราดูฟุ้งแต่ยังดูมีสีสัน
เพราะก่อนหน้านี้ที่เราปรับแสงให้สว่างขึ้นนั้น
ภาพมันจะดูขาวโพลนมากกว่าปกติ เราต้องปรับส่วนนี้เพิ่มให้สีสันยังคงอยู่ค่ะ










ถัดมาเป็น SHADOWS SAVE 
ส่วนนี้จะเป็นส่วนของพื้นที่ที่เป็นสีโทนดำๆ
บางครั้งเวลาเราปรับภาพแล้ว สีดำจะเป็นโทนที่ปรับอะไรไม่ค่อยได้
โดยรวมภาพปรับมามุ้งมิ้งมาก แต่ติดที่ว่าสีดำมันก็ยังดูเข้มอยู่
ทำให้ภาพโดยรวมยังดูเข้ม หม่นหมอง ส่วนนี้ช่วยได้ค่ะ 
พอปรับเพิ่มขึ้น จะทำให้พื้นที่ที่เป็นสีดำเข้มๆ กลายเป็นสีเทาๆมากขึ้น 
อันนี้นิจะใช้อยู่ในระหว่าง +2 ถึง +3 ค่ะ ไม่เกินนี้










อันสุดท้ายที่นิมักจะใช้คือ TEMPERATURE
เป็นตัวช่วยปรับอุณหภูมิภาพค่ะ
ถ้าไปทาง - จะให้โทนสีออกน้ำเงิน(โทนเย็น) 
และถ้าไปทาง + จะให้โทนสีออกส้ม(โทนร้อน)

ซึ่งช่วงนี้นิชอบให้มันออกไปทางโทนเย็นค่ะ
โทนเย็นทำให้บรรยากาศของภาพดูเย็นสบายตา
อันนี้จะปรับมากปรับน้อยแล้วแต่ภาพเดิมที่เราถ่ายมาค่ะ
นิก็ปรับไม่ตายตัวอีกเช่นกัน









ภาพที่ได้ก็จะออกมาประมาณนี้

ภาพบนคือภาพต้นฉบับจากกล้องค่ะ ส่วนข้างล่างคืออันที่ปรับแล้ว
จะสังเกตุว่าภาพล่างที่ปรับแล้วจะดูเย็นกว่า และฟุ้งๆมุ้งมิ้งกว่า
นิว่ามันเป็นคุณสมบัติเด่นของแอพนี้เลย
คือปรับแล้วดูภาพไม่ได้เป็นภาพที่ดูตกแต่งเยอะเว่อๆ
คือแบบไม่ได้ดูแต่งภาพจ๋าๆแบบที่เราใส่ฟิลเตอร์ไปเลยเหมือนแอพอื่นๆ
ยังคงดูเป็นภาพที่เหมือนถ่ายออกมาจากกล้อง แต่เพิ่มความฟุ้งและแสงอย่างเป็นธรรมชาติ







เอาตัวอย่างภาพอื่นๆมาให้ดูกัน



















อะไรประมาณนี้ๆๆ 
ก็หวังว่าบล็อกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆคน
ที่อยากจะลองใช้แอพพลิเคชั่นนี้ในการแต่งภาพนะคะ
ส่วนตัวนิก็ยังลองเล่นๆไปเรื่อยๆอยู่เหมือนกัน
ใช้แอพนี้ค่อนข้างจะติดเลยทีเดียว ไปไหนมาไหนมีกำลังใจจะถ่ายภาพมากขึ้น
อยากจะลงภาพใน IG มากขึ้นเพราะอยากแต่งภาพนี้ล่ะ ฮ่าๆ
ลองไปเล่นกันดูละกันนะ




ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ

MINIPANDAZ 








 

Create Date : 19 เมษายน 2558    
Last Update : 5 สิงหาคม 2559 12:44:53 น.
Counter : 23774 Pageviews.  

GADGET : Review Samsung GALAXY GEAR S



 สวัสดีจ้า สาวๆทุกคน วันนี้นิมี GADGET เจ๋งๆมารีวิวให้ชมกัน
เห็นสาวๆหลายคนสนใจ GADGET ตัวนี้กันเยอะ
เวลานิลงรูปก็มักจะมีคำถามถามถึงคุณสมบัติ
ความยากง่ายของการใช้งานกันมาเยอะ
วันนี้นิเลยหยิบเอาโหมดที่นิใช้บ่อยๆมารีวิวให้ชมกันนะคะ







Samsung GALAXY GEAR S 

เป็นรุ่นแรกของ Samsung ในหมวดของนาฬิกาที่สามารถใส่ซิมการ์ดลงไปได้
นั่นแปลว่ามันสามารถใช้งานแบบ Stand Alone ได้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของการเซ็ทค่าเริ่มต้นก็ยังต้องพึ่งพาตัวมือถือของ Samsung อยู่ค่ะ
ส่วนตัวนิคิดว่า ถ้าหากสนใจจะซื้อ ก็น่าจะมีมือถือของค่ายนี้ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ไว้ด้วย
เพราะมันจะมีฟังก์ชั่นหลายอย่างที่ถ้าหากคุณมีมือถือ ก็จะสามารถสั่งงานได้สะดวกสบายขึ้น












ดีไซน์ ทำออกมาเรียบหรูดูดี มีความโค้งมนรับกับข้อมือ
หน้าจอใหญ่ถึง 2 นิ้ว ถือว่าหน้าจอทำมาให้ง่ายต่อการสั่งการด้วยการสัมผัส
มีทั้งหมด 2 สี คือสีขาวและสีดำ แต่ก็มีตัวสายสีสันสดใสจำหน่ายด้วย
เผื่อใครจะอยากได้สีสันแบบอื่นๆนะคะ 

ตัวล้อคทำออกมาแข็งแรงมาก ไม่หลุดง่าย
สามารถปรับระดับของสายได้กว่า 10 ระดับเลยทีเดียว
นั่นทำให้ไม่ส่าจะหญิงหรือชายก็สามารถใช้ได้ค่ะ










อุปกรณ์ที่ให้มาด้วยจะมีสายชาร์ต แท่นชาร์ต ตัวเครื่อง และคู่มือต่างๆค่ะ
สำหรับแท่นชาร์ตสามารถใช้เป็นพาวเวอร์แบงค์ได้เลย
ไว้สำหรับเป็นแบ็ตสำรองเวลาออกไปข้างนอกค่ะ 










สำหรับแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานร่วมกันคือ 
Samsung Gear ค่ะ ก็จะมีค่า Settings ต่างๆมากมาย
สามารถบันทึกรายละเอียดข้อมูลต่างๆในมือถือได้ด้วย









เราสามารถปรับเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกา วอลเปเปอร์
สีตัวอักษร ฟ้อนท์ตัวอักษร ได้จากมือถือที่ใช้ร่วมกันค่ะ 
ซึ่งก็จะมีหลากหลายแบบให้เลือก 

โดยเวลาที่เราใช้งานเราจะเปิด Bluttooth ของเครื่องไว้ให้ทำการ Sync กัน
จากนั้นก็ไม่ต้องทำอะไรมาก สามารถกดสั่งงานผ่านมือถือได้เลย
ตัว Gear S จะปรับเปลี่ยนไปอัตโนมัติ








และเรายังสามารถลงเพลงในตัว Gear S ได้อีกด้วย 
จะเอาไว้ฟังหรือจะใช้สำหรับตั้งเป็นเสียง Ringtone ก็ได้ค่ะ
สำหรับตัวนี้อย่างที่บอกตอนต้นว่าสามารถใส่ซิมการ์ดได้
นั่นแปลว่ามันสามารถใช้ในการโทรออกและรับสายได้ด้วยนั่นเอง









สำหรับ GEAR S นี้ ว่าไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้ควบคู่กับมือถือไปตลอดค่ะ
สามารถใช้ SAMSUNG GEAR S เครื่องนี้แบบ Stand Alone Device ได้เลย
เราสามารถใส่ซิมการ์ดลงไปที่ GEAR S ได้

สามารถรับสายจากเครื่องนี้ได้โดยตรง ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะนะสำหรับการทำงานตรงนี้
เพราะถ้าเราอยากจะออกกำลังกาย ออกไปเดิน ออกไปวิ่ง
เราก็คงไม่อยากจะพกอะไรไปให้มันเยอะแยะถูกมั้ยคะ
แต่เราสามารถใส่ GEAR S เครื่องนี้แล้วออกไปวิ่งได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครโทรมา
มีเมล์สำคัญมา หรือมีข้อความมา คือไม่พลาดทุกการติดต่อ
เพราะมันสามารถเช็คได้จากเจ้าตัวเครื่องนี้เลย







ในส่วนของการส่งข้อความ ก็เหมือนกับในมือถือเลยค่ะ
คือมี Select Template แบบสามารถกดเลือกตอบง่ายๆ
หรือจะพิมพ์เอาใหม่ก็ได้ ถือว่าสะดวกสบายมากๆในงานใช้งาน









มาดูโหมดในการซัพพอร์ตการออกกำลังกายกันบ้าง
สำหรับตัวนี้ใช้งานได้หลายโหมดพอสมควรเลย
ซึ่งประมวลผลค่อนข้างแม่นยำและไวใช้ได้ค่ะ
มาดูกันทีละรูปเลยนะ

1. มีการให้กรอกฐานข้อมูลส่วนตัวเพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
ซึ่งก็จะมีเพศ วันเกิด(อายุ) ส่วนสูง น้ำหนัก และ Distance Unit ว่าเป็นแบบกิโลเมตรหรือไมล์
2. หน้าจอนี้จะแสดงโหมดฟังก์ชั่นทั้งหมดที่เครื่องนี้สามารถใช้งานได้ค่ะ
จะวัดในเรื่องของการออกกำลัง ฐานข้อมูลต่างๆและหมวดหมู่การออกกำลัง 
อัตราการเต้นของหัวใจ โหมดการนอนหลับ และการวัดค่า UV 
3. ในหมวดหมู่ของการออกกำลัง จะมีหมวด Running, Walking, Cycling, and Hiking
ก็แล้วแต่ความชอบการออกกำลังของแต่ละคนเลยว่าชอบออกกำลังแบบไหน
4. เมื่อเลือกลักษณะการออกกำลังแล้ว จะเข้าสู่หน้าจอเริ่มต้นการทำงาน
ซึ่งในรูปนี้นิเลือกโหมดของการเดิน(Walking) ค่ะ ก็จะมีการนับจำนวนก้าว
ระยะทางที่เดินวัดออกมาเป็นกี่กิโลเมตร(หรือไมล์แล้วแต่เลือก) และจำนวนแคลอรี่ที่ได้
5. หลังจากนั้นในแต่ละวันที่ใช้งาน เครื่องจะเก็บข้อมูลของเราในแต่ละวันไว้
และนำมาประมวลผลออกมาเป็นกราฟอย่างในภาพค่ะ
วันไหนเดินได้มากน้อยแค่ไหน เราจะเห็นผลได้ชัดเจนเลย 







ทุกอย่างจะมีการเก็บสถิติเอาไว้ให้ด้วยค่ะ
วันไหนเราเดินได้เยอะ จะขึ้นเป็นเหรียญทองให้ ระบุว่าเราเดินได้เยอะดีมาก
และวันไหนที่เราเดินได้เยอะที่สุดเทียบกับวันอื่นๆใกล้เคียง จะได้เป็นมงกุฏเลย 

อย่างของนิในภาพวันที่ 2 ธันวาคม 57 
เดินได้มากที่สุดเป็นจำนวน 20293 ก้าว เทียบกับวันอื่นๆ
ที่หมื่นกว่าๆ วันนี้เลยจะขึ้นเป็นเหรียญทองและมีมงกุฏด้วยค่ะ 









หลังจากที่เราออกกำลังเสร็จจะมีกราฟโชว์ให้เราทราบถึงข้อมูลทั้งหมดในการออกกำลังวันนี้
(ในภาพตัวอย่างนิแค่ทดลองให้ดูระยะเวลาสั้นๆนะคะ)
มีการประมวลผลให้ด้วยว่า Speed ของเรานั้น สูงสุดทำไว้ที่เท่าไหร่ 
และเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ความเร็วเท่าไหร่
นอกจากนี้ยังมีการบอกถึงอัตราการเต้นของหัวใจให้ด้วยว่าสูงสุดเท่าไหร่ 
และเฉลี่ยแล้วต่อการออกกำลังกายครั้งนี้ หัวใจเต้นเร็วเท่าไหร่
ถือว่าละเอียดเลยนะ

ตัวนี้นิว่ามันเป็นตัวกระตุ้นให้เราอยากจะออกกำลังกายได้ดีค่ะ
เพราะมันเห็นผลออกมาเป็นตัวเลขเลย และยิ่งมีการเก็บข้อมูลในแต่ละวัน
มาประมวลเป็นกราฟให้เราด้วย มันยิ่งทำให้เรามีกำลังใจจะออกกำลังเพิ่มต่อไปเรื่อยๆได้









ในหมวดของการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
เราสามารถวัดโดยตรงได้เลย โดยไม่ต้องเข้าสู่โหมดการออกกำลังกายก่อนค่ะ
ซึ่งโหมดนี้จะบอกด้วยว่าอัตราการเต้นของหัวใจเรานั้น
ปกติควรอยู่ในระดับเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ถึงจะปกติ และปัจจุบันของเราอยู่ที่เท่าไหร่









ในหมวดของการนอนหลับ Sleep Mode 
อันนี้ตอนแรกนิเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าวัดเพื่ออะไร
มาทราบทีหลังว่ามันเป็นการวัดระดับการนอนหลับของเราว่า หลับได้ดีหลับได้สนิทแค่ไหนค่ะ
ซึ่งตัวนาฬิการจะวัดจากการขยับตัวของเราในเวลากลางคืน
(แน่นอนว่าถ้าหากต้องการจะวัดส่วนนี้ ต้องในนอนนะคะ)

นิเอาตัวอย่างการนอนของนิ 2 วันมาเทียบกันให้ดู
จะเห็นว่ากราฟจะแสดงผลออกมาแตกต่างกัน
มีการระบุถึง ช่วงเวลาที่เริ่มนอน และช่วงเวลาตื่นนอนว่าเป็นเวลาไหน
รวมระยะเวลาทั้งหมดต่อการนอนครั้งนี้คือ นอนไปกี่ชั่วโมง 

รูปซ้าย

นินอนไปทั้งหมด 8 ชั่วโมง เริ่มนอน 2.29AM - 10.29AM
ระยะการนอนหลับสนิทอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 47 นาที
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ 92% ค่ะ 

รูปขวา

นินอนไปทั้งหมด 5 ชั่วโมง 13 นาที เริ่มนอน 1.21AM - 6.34AM
ระยะการนอนหลับสนิทอยู่ที่ 7 ชั่วโมง 21 นาที
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ 92% ค่ะ 

คือส่วนตัวนิเป็นคนหลับสนิทและหลับง่ายอยู่แล้ว ผลที่ออกมาก็เลยค่อนข้างโอเค
จากกราฟทั้ง 2 กราฟจะเป็นกราฟที่แตะเส้นบนเยอะ มีการดิ่งลงต่ำไม่มาก
แปลว่านินอนนิ่ง ขยับตัวน้อยค่ะ รูปขวามีการดิ่งลงต่ำเยอะอยู่จุดนึง
เพราะนิตื่นมาเข้าห้องน้ำค่ะ เห็นมั้ยว่ามันวัดผลค่อนข้างแม่นทีเดียว








โหมดนี้น่าจะยิ่งเอาใจสาวๆเลย
เพราะเป็น UV Mode ค่ะ สามารถวัดค่า UV ในแต่ละวันได้ตามต้องการ
ซึ่งในการวัดนั้น จะมีข้อแนะนำให้ด้วยว่า เมื่อวัดออกมาค่า UV ได้ในระกับนี้
คุณควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF เท่าไหร่ หลีกเลี่ยงอะไรบ้าง

จริงๆไม่เฉพาะแต่สาวๆหรอกเนาะ ทุกคนก็ควรจะระวังเรื่องของ UV กันทั้งหญิงและชาย
เพราะแสงแดดทุกวันนี้มันก็รุนแรงพอสมควร มันจึงเป็นโหมดที่มีประโยชน์มากๆค่ะ











อันนี้ก็เป็นข้อมูลคร่าวๆในเรื่องของฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆที่นิใช้งานนะคะ
มันยังสามารถทำอะไรได้อีกเยอะแยะมากมาย ทั้งในเรื่องของการเช็คเมล์
ส่งข้อความ หรือกระทั่งเป็นเนวิเกเตอร์สำหรับดูแผนที่ได้ด้วย

เป็น GADGET อีกตัวที่ถือว่ามาใหม่ และมาแรงทีเดียว
เหมาะสำหรับหนุ่มสาวที่รักการออกกำลังกาย หรือต้องการที่จะเริ่มต้นดูแลตัวเอง
โดยในเรื่องของการใช้งานนั้นนิว่ามันง่ายมากๆ ไม่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจอะไรมากมาย


หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆทุกคนนะจ้ะ
ยังไงก็ลองศึกษาข้อมูลจากหลายๆแหล่งดูก่อน
ถ้าเป็นไปได้ลองไปจับเครื่องจริงดูด้วยว่าเหมาะกับตัวเรามั้ย
ยังไงก็ขอบคุณมากๆที่ติดตามกันค่ะ

MINIPANDAZ 







 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 5 สิงหาคม 2559 13:06:17 น.
Counter : 131 Pageviews.  

GADGET : Review Samsung GALAXY GRAND Prime กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล

 สวัสดีจ้าสาวๆทุกคน วันนี้นิมาในหมวดของ GADGET ค่ะ
หยิบเอามือถืออีกตัวของ Samsung มารีวิวให้ชมกัน
เพราะตัวนี้เหมาะกับสาวๆที่ชอบเซลฟี่มากๆ
และแน่นอนว่าส่วนตัวนิเองก็เป็นคนที่เซลฟี่ตัวเองบ่อยมากๆ
เรียกได้ว่าจะทำอะไรก็หยิบมือถือมาเซลฟี่ตลอดเวลา
มาดูกันว่ามือถือตัวใหม่นี้น่าสนใจยังไงนะคะ






Samsung GALAXY GRAND Prime

ตัวนี้เริ่มวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 4 ปี 2014 ในราคาเปิดตัว 8,900.- ค่ะ
ซึ่งตอนนี้ก็ต้องลองสอบถามราคากันอีกทีเนาะว่าเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง

อย่างที่บอกว่าคุณสมบัติที่นิจะเน้นรีวิวในวันนี้เป็นในเรื่องของการเซลฟี่
และแน่นอนค่ะ ในเรื่องของการเซลฟี่ ก็จะต้องมาดูกันที่กล้องหน้ากันเลยว่าเจ๋งขนาดไหน
แต่นิขอพูดถึงกล้องหลังกันก่อนนะคะ เพราะเราเน้นใช้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังอยู่แล้ว

สำหรับกล้องหลังนั้น เป็นกล้องดิจิตอล 8 ล้านพิกเซล (Digital Camera)
พร้อมแฟลช LED โฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) สามารถแตะเลือกจุดโฟกัส (Touch Focus)ได้
ในส่วนขอกล้องหลังถือว่าละเอียดดีทีเดียวค่ะ ระยะโฟกัสน่าจะราวๆ 5-6 cm.
ส่วนตัวแล้วนิว่ากล้องหลังในมือถือสมัยนี้ก็สูสีกันเนาะ คือมีความละเอียดชัดเจน
ไม่ค่อยมีปัญหาในการถ่ายกันเท่าไหร่อยู่แล้ว







แต่ปัญหาที่เรามักจะเจอกันในสังคมเซลฟี่ทุกวันนี้คือ กล้องหน้า
ซึ่งยังทำกันออกมาแบบไม่ละเอียดพอ เวลาถ่ายแล้วจะให้ภาพไม่คมชัด
ภาพจะดูแตกๆไม่สวยงาม ซึ่งสำหรับ Samsung GALAXY GRAND Prime ตัวนี้
ทำมาเพื่อตอบโจทย์นี้สำหรับสาวๆที่ชื่นชอบการเซลฟี่เลยล่ะ
เพราะกล้องหน้ามีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นการแต่งภาพให้เลือกเยอะมาก มีโหมดของ Photo Editor
เราสามารถ Rotate ภาพ Crop ภาพ แต่งเติมสี Colour ได้
ใส่ Effect ใส่ Sticker ใส่เฟรม ฯลฯ ได้เลย
ในภาพนี้นิเลือกฟังก์ชั่น Portrait ค่ะ
เป็นการแต่งภาพที่เน้นถ่ายบุคคลโดยเฉพาะ







สำหรับอีกจุดของ Samsung GALAXY GRAND Prime
ที่นิชอบคือ ไซส์กำลังพอดีกับมือนิเลย น่าจะยิ่งเหมาะกับสาวๆเนาะ
แต่ในไซส์พอดีมือนี้ หน้าจอมีขนาดถึง 5 นิ้วเลย ไม่ได้เล็กจนมองจอแล้วปวดตา
หน้าจอใหญ่ใช้ได้เลย ในเรื่องของการพิมพ์ข้อความ การมองอะไรนิว่าทำออกมากำลังพอดี
ขนาด: 144.8 × 72.1 × 8.6 มม. น้ำหนัก 186 กรัมไม่หนักเลย
โดยส่วนตัวนิใช้ GALAXY Note มาก่อน เครื่องไซส์นี้เลยถือว่าเล็กลงเยอะ
ใส่กระเป๋าใบเล็กๆได้สบายๆ







ความพอดีอีกอย่างคือเวลาที่เราเซลฟี่ เราจะกดถ่ายที่ปุ่มด้านของตัวเครื่องใช่มั้ยคะ
ด้วยไซส์ที่มันกำลังพอดีมือ เลยทำให้สามารถกดปุ่มเพื่อถ่ายได้ง่ายมากๆ
บางรุ่นที่นิเคยใช้ เครื่องอาจจะใหญ่เกินไป ทำให้นิ้วเอื้อมไปกดยากหน่อย
หรืออาจจะเป็นปุ่มแข็งไปนิด กดยาก แต่สำหรับตัวนี้ถือว่าใช้ได้ง่ายและพอดีมากค่ะ

และที่สำคัญ สำหรับการกดถ่ายรูปเซลฟี่ผ่านทางหน้าจอนั้น
สามารถกดตรงไหนของหน้าจอก็ได้ด้วยละ







ในส่วนของการแชร์ภาพก็เป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบัน
ฟังก์ชั่นการแชร์จะต้องง่ายและรวดเร็ว
สำหรับภาพที่เราถ่ายจะมีแถบฟังก์ชั่นสำหรับการแชร์ภาพทันทีได้เลยค่ะ
ซึ่งในส่วนของการแชร์ก็สามารถแชร์ไปได้ในหลายๆแอพลิเคชั่น
ตามแต่ละแอพจะรองรับเลย

และในการแต่งภาพ เนื่องจากความละเอียดของกล้องหน้าสูง
ทำให้แต่งรูปออกมาแล้วไม่นัวเบลอ ภาพไม่แตก ผ่านกี่แอพก็ยังดูสวยจ้ะ








มาดูภาพที่ได้กันบ้าง สำหรับตัวนี้นิลองในโหมดของ Auto และ Beauty Face
ในหมวดของ Auto จะให้ภาพที่ไม่ได้ทำการปรับแต่งใดๆค่ะ
เป็นไฟล์ดิบๆเลย ซึ่งอยากให้ดูถึงเรื่องความชัดของภาพ
นี้มาจากกล้องหน้านะเนี่ยะ ชัดเจนไม่แตกเลย นี่เพราะความละเอียดของกล้องหน้า
5 ล้านพิกเซลที่บอกไปตอนต้นค่ะ ถือว่าทำออกมาละเอียดดีมากๆเลย

ส่วนในโหมดของ Beauty Face นิว่าทุกวันนี้ตลาดมือถือเค้าแข่งกันจุดนี้สูงเหมือนกันนะ
ไม่ใช่เฉพาะในตลาดมือถือ ในตลาดของกล้องก็เช่นกัน
เพราะทุกคนย่อมอยากจะให้ภาพตัวเองดูดีที่สุดก่อนจะแชร์สู่สังคมโซเชียลถูกมั้ยคะ
ภาพในโหมด Beauty Face ของ Samsung GALAXY GRAND Prime นี้
นิว่ามันน่าสนใจตรงที่ เค้าเบลอผิวบริเวณใบหน้าให้อย่างเดียว







เคยเห็นกล้องบางรุ่นหรือมือถือบางรุ่นในส่วนของ Beauty Mode
เค้าจะปรับเบลอกทั้งภาพ เส้นผมจะถูกเบลอติดกันเป็นแผ่นๆ ซึ่งเห็นชัดว่าผ่านโหมดปรับสวยมา
แต่สำหรับตัวนี้ กล้องจะทำการโฟกัสที่ใบหน้าเวลาถ่ายค่ะ
แล้วจะทำการปรับเบลอผิวบริเวณใบหน้าเท่านั้นโดยอัตโนมัติ








เราโชคดีนะที่โลกทุกวันนี้มีเทคโนโลยีดีๆให้เรากันเยอะแยะมากมาย
แต่ก่อนจะแชะภาพอะไรกันก็อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยทั้งภายนอกภายในนะจ้ะ
การแข่งขันเดี๋ยวนี้มันสูง เราต้องเป้ะกันตลอดเวลาทั้งในจอและนอกจอ 555


 รายละเอียดเพิ่มเติมใน www.samsung.com/th/galaxygrandprime




ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

MINIPANDAZ







 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2557    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2557 12:39:56 น.
Counter : 5816 Pageviews.  

APPLICATION : แนะนำ APP จ่ายบิลง่ายๆ TRUE MONEY WALLET จ้า

สวัสดีค่า สำหรับวันนี้นิมาแหวกแนวอีกแล้ว
วันนี้จะมาแนะนำ Application ดีๆสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาไปจ่ายบิลต่างๆค่ะ
App นี้จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับใครที่อาจจะเบื่อกับการ
ต้องไปตระเวณจ่ายค่าบิลต่างๆซึ่งมีมาทุกๆเดือน

อย่างตัวนิเองก็เป็นคนที่เบื่อหน่ายกับการต้องไปจ่ายบิลที่เคาน์เตอร์นู้นนี้
ทั้งค่าอินเตอร์เน็ต ค่ามือถือ ซึ่งนิก็ดันใช้คนละยี่ห้อกัน
เวลาจ่ายบิลทีก็ต้องตระเวณไปเคาน์เตอร์โน้น เคาน์เตอร์นี้ เพื่อชำระค่าบริการ





TRUE MONEY WALLET
แอพลิเคชั่นที่จะทำให้การจ่ายบิล เติมเงิน โอนเงินต่างๆของเราสะดวกยิ่งขึ้น
เพราะสามารถพ่วงเข้ากับบัญชีของเราแล้วจ่ายบิลผ่านแอพได้เลยค่ะ
ที่สำคัญสามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่มีวันหยุดทำการ
และใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านสมาร์ทโฟนได้เลย

สามารถใช้งานได้ทุกเครือข่าย Truemove, AIR, และ DTAC สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
สามารถโหลดได้ฟรีด้วยค่ะ ทั้งระบบ Android และ iOS

Android : http://bit.ly/1k7i99r
iOS : http://bit.ly/1galjVh







เมื่อโหลดแอพ TRUE MONEY WALLET มาแล้ว
เปิดมาจะเจอหน้าตาแบบนี้ค่ะ







สำหรับใครที่ยังไม่สมัครสมาชิกก็คลิกที่ "สมัครสมาชิก" ได้เลยค่ะ
หลังจากสมัครสมาชิกแล้วเมื่อเข้าแอพก็คลิกที่ "เข้าสู่ระบบ"ค่ะ








กรอกข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย มีข้อมูลที่ต้องกรอกหลายอย่างหน่อย
เพื่อเป็นข้อมูลในการยืนยันตัวตนของเราในอนาคตค่ะ
ถือเป็นความปลอดภัยที่ดีนะ









จากนั้นเพื่อยืนยันข้อมูลอีกขั้น มีการกรอกข้อมูลของเบอร์โทรศัพท์
เพื่อให้ทางระบบส่งโค้ดมาให้เราใช้ยืนยันอีกขั้นค่ะ








เมื่อทำการสมัครเสร็จเรียบร้อย เราจะต้องทำการผูกบัญชีธนาคารของเรา
เข้ากับระบบก่อน จึงจะใช้งานได้ ซึ่งการผูกบัญชีก็ไม่ยุ่งยาก
ไม่จำเป็นจะต้องไปธนาคารค่ะ เราสามารถทำเองได้ผ่านตู้ ATM ที่เรามีบัญชีอยู่
คล้ายกับการขอใช้บริการ Internet Banking ของธนาคารของเรานี้ล่ะ







แต่จุดเด่นที่มากกว่าการใช้ Internet Banking คือแอพนี้สามารถผูกบัญชีธนาคารได้หลากหลาย
ซึ่งในตอนนี้มีธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย
และธนาคารกรุงศรีอยุธยาค่ะ








แต่ถ้าหากไม่มีบัญชีธนาคาร ก็สามารถใช้แอพนี้ได้เช่นกันค่ะ
เพราะสามารถเลือกเติมเงินเข้า Wallet ผ่านช่องทางอื่นๆได้ด้วย เช่น
ATM, Internet Banking, 7-ELEVEN, CP Fresh Mart,
จุดรับชำระทรูมันนี่, True Shop, ตู้เติมเงิน, และบัตรเงินสดทรูมันนี่

และในการทำการชำระเงินค่าบริการหรือจ่ายบิลอะไรต่างๆ หากเกิดปัญหาอะไร
ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีหลักฐานการชำระเงินไปยืนยันค่ะ
เพราะเราจะได้รับใบเสร็จอิเลกทรอนิกส์ พร้อมกับ SMS เพื่อยืนยันการชำระเงินทุกครั้ง
และในรอบเดือนถัดไป จะมีการจัดส่งใบเสร็จฉบับจริงมาที่บ้านด้วยค่ะ




สะดวกสบายดีจริงมั้ย แอพนี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบนิมากเหมือนกันนะ
เพราะบางทีการชำระเงินอะไรต่างๆมันต้องมีการเดินทาง และค่าธรรมเนียมอะไรแบบนี้เข้ามาเกี่ยว
เดือนไหนนิไม่ค่อยได้ออกไปไหน นิมันจะค้างค่าบริการบ่อยๆ
เคยมีบางทีที่ลืมจ่ายค่าบิลจนโดนตัดมือถือก็มีนะ ฮ่าๆๆๆๆ
เพราะฉะนั้นแอพนี้เข้ามาทำให้ชีวิตนิง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ





และตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นดีๆจาก TrueMoney ด้วยจ้ะ

1. KILL BILL Get More by TrueMoney แค่จ่ายบิลผ่าน TrueMoneyWallet
ตั้งแต่่วันนี้ถึงวันที่ 16 ก.ค.นี้ แล้วเอา Transaction Code เข้าไปลงทะเบียนที่ www.killbillbytruemoney.com  ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับเงินหมื่น ฟรี!!!
2. จ่ายบิลผ่านแอพ True Money Wallet ฟรีค่าธรรมเนียมทุกบิล ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. - 31 ส.ค. นี้




หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ นิว่าสะดวกดี เดี๋ยวนี้ชีวิตเราเร่งรีบตลอดเวลา
และอย่างที่บอกไว้ว่าการจ่ายบิลอะไรต่างๆบางทีเราก็ลืมไปบ้าง
พอมีแอพนี้แล้วชีวิตสบายขึ้นเยอะเลย ไม่เสียเวลาไม่เสียเงินเดินทางเพื่อไปจ่ายค่าบิลต่างๆ
ยังไงก็ลองดูว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเองขนาดไหนเนาะ

ขอบคุณมากๆที่ติดตามค่า

MINIPANDAZ











 

Create Date : 25 มิถุนายน 2557    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2557 0:00:42 น.
Counter : 3529 Pageviews.  

ChilL : Review Uncle Tetsu's Cheesecake

สวัสดีค่า วันนี้นิมาแหวกแนวนิดนึง
ขอมารีวิวเค้กอร่อยๆกันบ้าง เป็นชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น
ต้นตำหรับจากเมืองฟุกุโอกะค่ะ






Uncle Tetsu's Cheesecake
เหมาะมากๆสำหรับใครที่ชื่นชอบทานชีสเป็นชีวิตจิตใจ
เพราะชีสอัดแน่นสุดๆจ้า
ทางร้านแนะนำมาว่าคนญี่ปุ่นค่อนข้างจะชื่นชอบชีสเค้กเป็นชีวิตจิตใจ
และชีสเค้กเป็นที่นิยมอันดับต้นๆของประเทศในการทานหลังมื้ออาหาร
มันเลยทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนาสูตรของการทำชีสเค้กอยู่เสมอ
จนกระทั่งได้ชีสเค้กที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบดีๆเต็มประสิทธิภาพ
แต่ให้คุณสมบัติเนื้อเค้กที่เบาในรสที่เข้มข้นค่ะ

และ Uncle Tetsu's Cheesecake ก็เป็นหนึ่งในชีสเค้กที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
ที่แรกที่เริ่มต้นสูตรนี้คือฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และขยายสาขาไปที่ไต้หวัน
และที่ได้หวันนั้นก็นิยมชีสเค้กร้านนี้มากเหมือนกัน
จนได้เป็น a most-to-eat-food-in-Taiwan ในสื่อต่างๆ
และภายในครึ่งปีหลังจากเปิดสาขาแรกที่ไต้หวัน ก็เปิดเพิ่มอีก 5 สาขาทันที
ซึ่งมีผู้คนมากมายมาต่อคิวยาวเหยียดอยู่เสมอๆ

และมีการขยายสาขาไปอีกในหลายๆประเทศในแถบเอเชีย
สำหรับตอนนี้ในประเทศจีนมี 2 สาขา
และกำลังจะเปิดเพิ่มที่ประเทศสิงคโปร มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์


และตอนนี้จะมีการออก Booth ที่ The Terminal21 ช่วงวันที่ 23 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน
ในงาน Sweet Bakery จ้า








ในร้านมีชีสเค้กตัวเด็ดอยู่ 3 แบบ
Original Cheesecake
Angel Hat
และ Devil Hat

สำหรับวันนี้นิจะมารีวิวตัว Original Cheesecake นะคะ
สำหรับแพ็คเก็จทำออกมาได้แน่นหนาดีค่ะ เป็นกล่องกระดาษแข็ง
และมีใยกระดาษหนาห่อมาอีกชั้น







มาดูหน้าตา Original Cheesecake กันบ้าง
ดูหน้าตาซะก่อนนนนน น่าหม่ำมั้ยละ
เหมือนในซีรี่ส์หรือการ์ตูนญี่ปุ่นที่เราดูบ่อยๆเลย เห็นละแทบไม่กล้าตัด
เพราะมันดูนวลเนียนสมบูรณ์แบบจริงๆ
และมีกลิ่นหอมละมุนตามแบบฉบับของชีสเค้กเต็มๆ น่าทานมากค่ะ
เชื่อว่าหลายคนที่ได้กลิ่นน่าจะอยากลองทานแน่ๆ เพราะมันหอมมากจริงๆค่ะ








เนื้อชีสเค้กตัดแบ่งง่ายมากๆ ไม่เสียรูปทรงเลย
เนื้อเค้กฟูแน่นสวยงาม และหอมชีสสุดๆค่ะ








สังเกตุความเนียนของเนื้อเค้กค่ะ คล้ายฟองน้ำเนื้อแน่นๆเลย
ซึ่งอยากจะบอกว่า นิกัดไปคำแรกละแบบ โอ้โห!!! ชีสแน่นมากจริงๆ
ปกตินิก็ไม่ได้เป็นคนทานชีสเค้กบ่อยเท่าไหร่นะ แต่อันนี้เป็นชีสเค้กที่นิยอมรับเลย
ว่าชีสมันแน่นมากจริงๆ สัมผัสได้เต็มๆ หวานกำลังพอดี รู้สึกว่าทานได้เรื่อยๆ
ถึงได้บอกว่าเหมาะกับคนรักชีสจริงๆค่ะ








นิเก็บมา 2-3 วันในตู้เย็น(เพราะทานคนเดียวทั้งก้อนในครั้งเดียวไม่ไหว)
อยากจะบอกว่า ตอนแรกมาใหม่ๆตัวชีสเค้กยังอุ่นๆก็อร่อยมากนะ
แต่แช่ตู้เย็นแล้วรสก็ยังดีอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ

ถ้าหากใครสนใจ Uncle Tetsu's Cheesecake
สามารถหาซื้อได้เฉพาะที่ SIAM PARAGON ชั้น G แถว Gourmet Market เท่านั้นนะคะ




รีวิวนี้เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัวหลังจากได้ลองทานชีสเค้กด้วยตัวเองจริงเท่านั้น
ความชอบคนเราไม่เหมือนกัน อยากให้ลองซื้อมาทานกันดูเองว่าชอบหรือไม่อย่างไรนะคะ
ขอบคุณที่ติดตามจ้า

MINIPANDAZ







 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 3 มิถุนายน 2557 11:00:27 น.
Counter : 4127 Pageviews.  

1  2  3  

miNipanda-z
Location :
นครราชสีมา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 234 คน [?]





Twitter




email


Twitter


Instagram






Main Page


Kute Club




Group Blog
  • Blog Arts
  • Blog Arts
  • Blog Update
  • Blog Chill
  • Blog Diary
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add miNipanda-z's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.