Simple and Fun
Group Blog
 
All blogs
 

+++ciabatta ขนมปังอิตาเลี่ยน+++



ส่วนผสมของ sponge

แป้งขนมปัง 1 ถ้วย
แป้งรายย์ rye flour 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งโฮลวีท 2 ช้อนโต๊ะ
active dried yeast 1 1/4 ช้อนชา
น้ำอุ่น 175 มล.

ส่วนผสมของ dough

สปันจ์ทั้งหมด
น้ำอุ่น 100 มล.
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก extra virgin olive oil 2 ช้อนโต๊ะ
active dried yeast 1 1/2 ช้อนชา
แป้งขนมปัง 2 1/2 ถ้วย
ciabatta แปลว่า carpet slipper เชียบัทท่า เป็นขนมปังอิตาเลียน ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมในยุโรปและอเมริกา เป็นขนมปังที่มีรูปร่างแบนๆ กรอบนอกนุ่มใน ข้างในจะมีโพรงอากาศเป็นรูใหญ่ๆ มีกลิ่นหอมของน้ำมันมะกอก นิยมใช้เป็นขนมปังเเซนวิช เชียบัทท่าเป็นขนมปังที่สมาชิกทุกคนในบ้านชื่นชอบ ออยทำทุกๆ สองวันเลยค่ะ ครั้งแรกๆที่หัดทำไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ เพราะหาสูตรที่ทำแล้วออกมาเหมือนซื้อกินไม่ได้ซักที แต่ในที่สุดก็คิดค้นสูตรสำเร็จที่รสชาติอร่อยจนได้

ชั้นตอนการทำ

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการเตรียมสปันจ์ก่อนค่ะ ละลายยีสต์ในน้ำอุ่นประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมแป้งทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตามด้วยน้ำอุ่นและยีสต์ ใครหา แป้งรายย์ ไม่ได้ ก็ใช้โฮลวีท 4 ช้อนโต๊ะ ไปเลยนะคะ แป้งรายย์ช่วยเพิ่มรสชาติให้ดีขึ้นจิงๆค่ะ หมักสปันจ์ทิ้งไว้ข้ามคืนเลยค่ะ สปันจ์จะมีเปียกๆคล้าย batter ใช้พลาสติกใสคลุมให้มิดชิด
ขั้นตอนที่ 2 ผสมแป้งโด ตื่นเช้ามาสปันจ์จะมีรูอากาศเต็มไปหมด กลิ่นอโรมาติกของยีสต์ที่หมักทิ้งไว้นานๆ ห๊อม หอมค่ะ ละลายยีสต์กับน้ำอุ่นประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เทยีสต์ลงไปในสปันจ์ ตามด้วย เกลือป่น น้ำมันมะกอก และน้ำอุ่น คนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน จะได้ลักษณะเหมือนแป้งแพนเค้ก ต่อไปเทเเป้งขนมปังลงไปทีละถ้วยค่ะ ผสมถ้วยแรกจนเข้ากัน ตามด้วยถ้วยที่สอง ทีนี้จะเริ่มคนไม่ค่อยได้แล้ว เทแป้งลงบนเคาท์เตอร์ ผสมแป้งที่เหลืออีกครึ่งถ้วยบนเคาท์เตอร์ค่ะ คือเหมือนการนวดแป้งไปด้วยเลย โรยแป้งที่เหลือไปเรื่อยๆ โดจะเปียกและเหนียวติดมือนิดหน่อยค่ะ ผสมแป้งจนหมด นวดต่อไปซัก 5 นาที ไม่ต้องให้เนียนเพอร์เฟคมากก็ได้ค่ะ เพราะว่าแป้งเปียกนวดยาก ใครไม่ชอบโดเปียกๆติดมือ จะใช้ mixer ตัดความรำคาญได้เลยนะคะ
ขั้นตอนที่ 3 หมักแป้งครั้งที่หนึ่ง หลังจากผสมโดเสร็จแล้ว หมักโดในกล่องพลาดติกสี่เหลี่ยมที่ทาด้วยน้ำมันมะกอก ปิดฝาหรือใช้พลาสติกใสคลุมให้มิดชิด หมักโดนาน 1 ชั่วโมงครึ่ง
ขั้นตอนที่ 4 พับโดครั้งที่หนึ่ง เมื่อหมักโดรอบแรกแล้ว ก็ทำการพับ โดจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสี่เหลี่ยมตามรูปร่างของกล่อง ค่อยดึงให้เป็นสี่เหลี่ยมเหมือนกระดาษ A4 พับสามทบเหมือนจดหมาย คว่ำโดลง พับตามยาวอีกสามทบ ดังรูปค่ะ ค่อยๆพับนะคะ พยายามเก็บฟองอากาศไว้ให้ได้มากที่สุด




ขั้นตอนที่ 5 หมักแป้งครั้งที่สอง ทำการพับครั้งแรกเสร็จแล้ว ปิดฝากล่อง หมักแป้งครั้งที่สองจนโดมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นทั่วตัวใช้เวลาประมาณ 45 นาที
ขั้นตอนที่ 6 พับแป้งครั้งสอง โดมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ทำการพับแป้งครั้งสุดท้าย ค่อยๆดึงแต่ละมุมให้เป็นสี่เหลี่ยม พับสามทบ ครั้งนี้ไม่ต้องคว่ำแล้วพับสามทบอีกรอบ พับแค่สามทบเหมือนจดหมายแล้วคว่ำโดลง ดังรูปค่ะ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า อย่าลืมว่าต้องนุ่มนวลที่สุดนะคะ
ขั้นตอนที่ 7 หมักแป้งครั้งที่สาม ปิดฝากล่องหมักแป้งต่อไป ใช้เวลานานประมาณ 45 นาที พอโดมีขนาดเพิ่มขึ้น ค่อยๆวางโดลงบนเคาท์เตอร์ที่โรยด้วยแป้ง ตัดโดออกเป็นสองส่วนตามยาว ดังรูป จากนั้น แบ่งเป็นก้อนๆ เท่าๆกัน 8 ก้อน ดังรูปค่ะ ใครไม่อยากทำเป็น ก้อนๆ ก็ไม่ต้องตัดแบ่งแป้งก็ได้ค่ะ อบทั้งใหญ่ๆเป็น loaf อย่างนั้นไปเลย




ขั้นตอนที่ 8 หมักแป้งครั้งสุดท้าย วางเชียบัทท่าทั้งหมด ลงบนถาด ที่ทาด้วยน้ำมันมะกอกและ โรยถาดด้วย cornmeal หรือแป้งขนมแป้ง เรียงเชียบัทท่าบนถาด ร่อนแป้งโรยหน้าบางๆ ใช้ผ้าคลุมถาดไว้ จนเชียบัทท่ามีขนาดใหญ่เป็นทั่วตัว ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
ขั้นตอนที่ 9 อบเชียบัทท่า เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 190'C พอเตาอบร้อน วางถาดที่ชั้นกลางของเตาอบ อบเป็นเวลา 10 นาที จากนั้น เปิดเตาอบ กลับด้านเชียบัทท่าทั้งหมด เพื่อสีจะได้สม่ำเสมอกัน อบต่อไปอีก 10 นาที เวลาในการอบไม่จำกัดนะคะ ใครชอบแบบกรอบๆหรือแข็งๆ จะอบนานกว่านี้ก็ได้ค่ะ อบเชียบัทท่าเสร็จ ทิ้งไว้ให้เย็นบนตะแกรง แค่สไลด์เป็นสองส่วน ทาเนย ก็อร่อยแล้วค่ะ ลองทำดูนะคะ ใช้เวลานาน หลายขั้นตอนหน่อย แต่สนุกและคุ้มค่ากับการรอคอยค่ะ





 

Create Date : 04 สิงหาคม 2552    
Last Update : 5 สิงหาคม 2552 13:24:41 น.
Counter : 1346 Pageviews.  

+++Cinnamon Raisin Oatmeal Bread+++



ส่วนผสมทั้งหมด


แป้งขนมปัง 260 กรัม
แป้งขนมปังโฮลวีท 80 กรัม
ข้าวโอ๊ต 50 กรัม
น้ำอุ่น 200 มล.
นม 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
active dried yeast 2 ช้อนชา หรือ instant yeast 1 ซอง
ซินนามอนป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ลูกเกด 100 กรัม



วิธีการทำ


แช่ลูกเกตุและข้าวโอ๊ตในน้ำเปล่าให้อ่อนตัวลง ประมาณ 15-30 นาที จากนั้นละลายยีสต์ในน้ำอุ่นทิ้งไว้ 5 นาทีหรือจนแน่ใจว่ายีสต์ทำงาน ใครที่ใช้ instant yeast ก็เทยีสต์รวมกับแป้งขนมปัง แป้งขนมปังโฮลวีท ข้าวโอ๊ต น้ำ นม น้ำผึ้ง เกลือ ซินนามอน ใครต้องการจะใส่สารเสริมก็ตามสะดวกค่ะ แต่ออยไม่ได้ใส่ เพราะว่าทำวันนี้ คนที่บ้านก็พากันกินหมดวันนี้เลย หมดตั้งแต่ออกจากเตา ยังร้อนๆอยู่เลย แต่ใครที่เก็บไว้กินหลายๆวัน ใส่สารเสริมก็อาจช่วยให้นุ่มนานขึ้นได้ค่ะ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากัน จากนั้นใส่ลูกเกด แล้วก็ถึงเวลาโชว์พลังนวดกันต่อค่ะ ใครจะใช้ mixer ทุ่นแรงก็ตามสบายค่ะ พอดีออยกำลังเพาะกล้ามแขนอยู่ค่ะ ขอนวดมือเลยละกัน นวดโดประมาณ 10 นาที จากนั้นหมักแป้งในอ่างที่ทาด้วยน้ำมัน คลุมด้วยพลาสติกใสหรือผ้า หมักทิ้งไว้นาน 1 ชม หรืออาจจะนานกว่านั้น เพราะว่าซินนามอนกับเกลือ มีผลต่อการทำงานของยีสต์ค่ะ เลยใช้เวลาหมักนานนิดนึง เอาเป็นว่าใหญ่เป็นเท่าตัวเมื่อไหร่ก็ใช้ได้แล้วค่ะ

เมื่อได้ขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว ก็ทำการพับโดค่ะ วางโดบนเคาท์เตอร์ที่โรยโดยแป้ง คลี่โดออกให้มีรูปร่างเหมือนกระดาษ A4 พับเป็น 3 ทบเหมือนจดหมาย กลับด้านล่างขึ้นมา แล้วพับตามยาวอีก 3 ทบค่ะ คว่ำด้านที่เป็นรอยพับลง วางโดในพิมพ์ขนมปัง 10x20 cm จัดรูปร่างให้เข้ากับพิมพ์ ฉีดน้ำบางๆ โรยด้วยข้าวโอ๊ตให้สวยงาม ข้าวโอ๊ตโรยหน้าไม่ต้องแช่น้ำค่ะ ฉีดน้ำเพื่อโดจะได้ไม่แห้งและทำให้ข้าวโอ๊ตติดกับเนื้อขนมปังค่ะ คลุมด้วยผ้าหรือพลาสติก หมักทิ้งไว้อีกครั้ง ประมาณ 90 นาที อาจมากน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับอุณภูมิค่ะ





อบที่อุณหภูมิ 210'C วางขนมปังที่ชั้นล่างสุดของเตา หลังจากอบได้ 5 นาที ลดอุณหภูมิลงที่ 175'C อบต่อไปอีก 15 นาที หลังจากนั้นเปิดเตาอบหมุนพิมพ์จากด้านนอกเข้าด้านในเพื่อสีขนมปังจะได้สม่ำเสมอกัน อบต่อไปอีก 10-15 นาที ถ้ายังไม่แน่ใจว่าขนมปังได้ที่หรือยัง ให้เช็คอุณภูมิขนมปังดูค่ะ ใช้เทอร์โมมิเตอร์จิ้มเข้าไปตรงกลางของขนมปัง ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 185'C แสดงว่าสุกได้ที่แล้วค่ะ เอาขนมปังออกจากพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เย็นบนตะแกรงก่อนสไลด์นะคะ





 

Create Date : 02 สิงหาคม 2552    
Last Update : 2 สิงหาคม 2552 18:04:37 น.
Counter : 112 Pageviews.  

beer bread ขนมปังเบียร์


หน้าตาขนมปังเบียร์หลังจากอบเสร็จแล้วค่ะ


ถอดพิมพ์เค้กออกหลังจากขนมปังเย็นลงแล้ว


ส่วนผสมทั้งหมด

2 1/4 active dried yeast หรือ instant yeast 1 ซอง (7 กรัม)
bread improver สารเสริม 1 ช้อนชา
น้ำผึ้ง หรือ น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
น้ำอุ่น 2 ช้อนโต๊ะ
เบียร์ที่ชอบ 310 มล. เบียร์ต้องไม่เย็นนะคะ
แป้งขนมปัง 500 กรัม
เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีการทำ

ขั้นตอนที่ 1 ละลายยีสต์และน้ำตาลในน้ำอุ่น
ขั้นตอนที่ 2 เทแป้งและสารเสริมลงในอ่างผสม หรือบนเคาท์เตอร์ ทำวงตรงกลาง เทส่วนผสมยีสต์ลงไปในวง หลังจากนั้นตามด้วยเบียร์ ค่อยๆผสมจนกระทั่งได้แป้ง dough ที่นุ่มไม่แห้งจนเกินไป เติมน้ำหรือเบียร์อีกก็ได้นะคะ ถ้ารู้สึกว่าแป้งแห้งเกินไป
ขั้นตอนที่ 3 โรยแป้งบนเคาท์เตอร์ นวด dough ประมาณ 5-10 นาที หรือจนกระทั่งเนื้อของ dough เนียนนุ่มไม่ติดมือ ใสแป้งเพิ่มได้นะคะถ้าเหนียวติดมือมากเกินไปสำหรับขั้นตอนที่ 2-3 ใครจะใช้เครื่อง mixer ก็ได้ตามสะดวกเลยค่ะ ใช้ตะขอนวดแป้งนะคะ
ขั้นตอนที่ 4 จัดรูปร่างของแป้ง dough ให้เป็นวงกลม วางไว้ในถาดหรืออ่างขนาดใหญ่ คลุมด้วยพลาสติกใส หรือ kitchen towel ทิ้งไว้จน dough เพิ่มขนาดเป็นเท่าตัว ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ถึง 1 ชม 30 นาที แล้วแต่อุณภูมิของแต่ละที่ค่ะ
ขั้นตอนที่ 5 เปิดเตาอบที่อุณภูมิ 200'C/400'F และหลังจากที่doughใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว ใช้มือกดๆเพื่อไล่ลมออก วาง dough บนเคาท์เตอร์ แบ่ง dough ออกเป็น ก้อนกลมๆ เท่าๆกัน 6 ก้อน
ขั้นตอนที่ 6 ใช้พิมพ์เค้กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 ซม จะใชเล็กกว่านี้ก็ได้ค่ะ ทาน้ำมันและโรย corn meal หรือแป้งขนมปัง บางๆที่ฐานของพิมพ์เค้ก วาง dough ในพิมพ์เค้ก โดยวาง 5 ก้อนตามขอบและอีกก้อนวางตรงกลาง ร่อนแป้งโรยหน้าบางๆ ใช้ผ้าคลุม ทิ้งไว้ให้ขนาดใหญ่เป็นเท่าตัวอีกครั้ง dough ทั้ง 6 ก้อนจะขยายเข้าหากัน
ขั้นตอนที่ 7 หลังจากที่ dough มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว ร่อนแป้งโรยหน้าแล้วก็ทำการอบ วางพิมพ์เค้กที่ชั้นล่างสุดของเตา อบเป็นเวลา 20-25 นาที จนเสร็จ ทิ้งขนมปังเบียร์ไว้ให้เย็นอย่างน้อย 45 นาที ก่อนทำการตัดเสิร์ฟ รสชาติของขนมปังไม่ได้เหมือนรสชาติของเบียร์หรอกนะคะ แต่ว่าได้ความนุ่มและกลิ่นของมอลต์ออกมาด้วยค่ะ ลองทำดูนะคะ





 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 2 สิงหาคม 2552 18:23:53 น.
Counter : 213 Pageviews.  


mini oven
Location :
Christchurch New Zealand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





MusicPlaylist
MySpace Playlist at MixPod.com

Friends' blogs
[Add mini oven's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.