ไม่เจ๊อะกันนาน คิดถึงจังเล้ยยย


หากต้องการแชร์ข้อมูลใน blog นี้กรุณาให้เครดิตมายังหน้า blog ด้วยนะคะ  และกรุณาอย่านำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ค่ะ ขอบคุณค่ะ

หายไปนานมากกกกก….. คือไม่รู้จะอัพอะไร แล้วก็เกิดอาการนอยด์หนักไปช่วงนึงเพราะหลังจากลงข้อมูลต่างๆ ไปหลายๆคนก็ไปสมัครลงขายกันนะ แต่ไม่หาข้อมูลอะไรเลย ถาม ถาม และถามอย่างเดียว คือเราโอเคนะถ้าลองทำแล้วติดขัดปัญหาแต่การขายของเนี่ยมันเป็นอะไรที่อาศัยทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่อนข้างมากนะเพราะฉะนั้นวิธีที่เราจะทำให้ผ่านไปได้คือต้องหาข้อมูลเยอะๆ ค่ะอย่างที่บอกอ้อมไม่ได้รู้ทั้งหมด เพราะสินค้าก็ขายแต่แนวเดิมๆลูกค้าก็จะเป็นเฉพาะกลุ่ม ปัญหาที่เจอมันก็จะวนๆ เดิมๆ บางทีถามมาอ้อมก็ตอบไม่ได้ก็ไปหามาให้ ซึ่งบ่อยครั้งมันต้องใช้เวลา ถ้ามารอกันอยู่มันจะนานค่ะ ไม่ทันกินกันพอดีเพราะฉะนั้นอ่านเยอะๆ ค่ะ ข้อมูลสมัยนี้เยอะแยะมาก ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ

อีกอย่างที่ทำให้นอยด์คือ สินค้าประเภทซื้อคนอื่นมาขายคือเห็นแล้วแบบเฮ้ย... คุณไม่เล่นตามกติกาอะ จริงๆ ตอนนี้ทาง etsy เค้ายืดหยุ่นให้เยอะแล้วนะคือเราสามารถรวมกลุ่มกันขายของได้ แต่คุณก็อธิบายใน profile ของร้านค้าคุณว่าใครทำหน้าที่อะไรเหมือน company organization ของบริษัทเลย (อ้อมกำลังจะลองทำอันนี้ อยู่ระหว่างวางแผนอยู่แล้วจะมาเล่าให้ฟังค่ะว่าลงขายหลายๆ คนแล้วเป็นยังไงหรืออาจจะล่มก่อนที่จะได้ทันเปิดร้าน ฮ่า…) หรือคุณจะออกแบบเองแล้วจ้างบริษัททำก็ได้(เมื่อก่อนไม่ได้นะ) สังเกตว่าตอนนี้ผู้ขายแนวโรงงานมากันเยอะมากเพราะงั้นตอนนี้ตลาด etsy เป็นอะไรที่ต้องใช้กึ๋นกันสุดๆ คุณต้องแปลกคุณต้องเด่น คุณพรีเซนต์ได้ดี นี่ไง...เหตุผลที่ต้องหาข้อมูลเยอะๆ

ส่วนตัวอ้อมมองว่า etsy เหมือนกับเราเปิดบริษัทเลยนะ คือต้องมีแผนการดำเนินงานทุกขั้นตอนตั้งแต่ขายอะไร ขายใคร หาวัตถุดิบที่ไหน ต้นทุนเท่าไหร่ ที่ไหนหาวัตถุดิบได้ถูก จัดส่งยังไงตลาดต้องการหรือเปล่า บลาๆๆ เห็นมั้ยว่าการขายของน่ะมันยาก (ถ้าง่ายเค้าก็รวยกันทั่วบ้านทั่วเมืองละ)

โอเค กลับมานางก็บ่นๆๆ เพราะงั้นขอตกลงกันก่อนว่าต่อไปเรื่องเพพาลเนี่ยอ้อมอาจจะช่วยตอบได้ไม่เยอะเพราะประสบการณ์การมีปัญหากับเพพาลน้อยจริงๆคือมันสมัครครั้งเดียว แล้วมีปัญหาก็แค่ช่วงแรกเพราะงั้นเลยไม่รู้จะช่วยยังไงจริงๆ ค่ะ เออให้ดูว่าส่งของได้ยังอะไรอย่างนี้พอได้สองไม่รับแปลค่ะ มาถามว่าจะตอบลูกค้ายังไงดี ขอเป็นภาษาอังกฤษมาเลยได้มั้ย โนว....พอบอกแนวได้ แต่คุณต้องเรียบเรียงเอง และห้ามถามบ่อยด้วยว่าจะตอบลูกค้าว่ายังไงดีเพราะมันต้องใช้ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และที่สำคัญอย่าถามว่าเนี่ย...ลงของตั้งนานแล้ว หลายชิ้นแล้วขายไม่ได้เลย อันนี้ก็ไม่ตอบแล้วก็จะเลิกพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เพราะว่าพูดเรื่องนี้ไปหลายรอบแล้วลองวนอ่านดูค่ะ ที่สำคัญท่องให้ขึ้นใจ “ถ้าเป็นเรา...เราจะซื้อมั้ย” สู้ๆ!!!

รอบหน้าเดี๋ยวอ้อมจะมาลงเรื่องของตีกลับละกัน โดยส่วนตัวขายเดือนนึง 40-50ออเดอร์รวมแล้วปี 2013 มีของตีกลับ 4-5 ชิ้น ... จริงๆ แล้วครั้งเดียวก็ไม่อยากให้มีแต่บางทีมันก็เป็นอะไรที่เราควบคุมไม่ได้จริงๆ




Create Date : 26 มกราคม 2557
Last Update : 31 มกราคม 2557 4:25:37 น.
Counter : 928 Pageviews.

1 comment
++ Etsy ปรับราคาค่าธรรมเนียมสำหรับการต่ออายุสินค้าหรือ Renew ++
แว่บมาหน่อยนะคะ แบบว่าแอบดีใจเห็นของลดราคาเป็นไม่ได้ ^^
http://www.etsy.com/blog/news/2012/no-longer-pay-for-quantity-up-front/
ลองแวะเข้าไปอ่านรายละเอียดดูนะคะ
คิดจะโกอินเตอร์ อย่ากลัวภาษาอังกฤษค่ะ

ตั้งแต่ May 21st etsy จะเก็บค่าธรรมเนียมแค่ $0.2 ไม่จำกัดจำนวนชิ้นต่อหนึ่งรายกา
สำหรับสินค้าที่ต่ออายุ หรือ renew ^^ [ย้ำว่าต่ออายุ หรือ renew ไม่รวมถึงการลงสินค้าใหม่] รายละเอียดตามลิงค์เลยค่ะ

โดยปกติเค้าจะเก็บชิ้นละ $0.2 อย่างเช่นเรา renew ทีละ 5 ชิ้นก็จะเสีย $1
ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. นี้เป็นต้นไปจะเสียแค่ $0.2 เท่านั้นค่ะ




Create Date : 10 พฤษภาคม 2555
Last Update : 10 พฤษภาคม 2555 17:06:58 น.
Counter : 3341 Pageviews.

15 comment
++ เมื่อมีปัญหาจากการซื้อของจาก eBay ++


คงเป็นปัญหาที่อาจจะเจอกันเป็นประจำสำหรับผู้ซื้อ ไม่ว่าสินค้าไม่ตรงตามประกาศ คุณภาพไม่ดี ส่งของช้า บลาๆๆ ถ้าเรื่องส่งของช้าให้อภัยคนขายเถอะนะคะ อย่างจีนเนี่ย...ประสบการณ์ส่วนตัวเค้าก็ส่งเร็วนะ แต่ไปติดอยู่ที่ ปณ นาน อย่างเช่นผู้ขายส่งของให้วันจันทร์ กว่าของจะออกจากประเทศจีนคือวันอังคารอาทิตย์ถัดไป [ถ้าจำไม่ผิดของจะออกจากจีนมาไทยทุกวันอังคาร] ส่วนปัญหาอื่นก็เจรจากันไป แม้คนขายจะระบุว่า No Refund / No Return ก็เถอะ แต่ในเมื่อเราจ่ายเงินไปแล้ว เรื่องอะไรเราจะยอมรับของไม่ดีล่ะ ... เนอะ

ต่อให้ใน policy ของผู้ขายจะแจ้งว่าไม่รับเปลี่ยน ไม่คืนเงิน แต่ถ้าการซื้อขายครั้งนั้นได้สินค้าที่ไม่ตรงตาม description ก็อย่าได้ยอมเป็นอันขาดค่ะ ... เช่นเสื้อขาด รองเท้าขึ้นรา กระเป๋าหนังลอก ถ้าผู้ขายอธิบายไว้ในรายละเอียดแล้ว ถือว่าผู้ขายไม่ผิด แต่ถ้าเค้าไม่แจ้งไว้ เรามีสิทธิเรียกร้องค่าสินค้าคืนค่ะ ส่วนจะได้ค่าส่งสินค้าด้วยมั้ย ต้องอยู่ที่สำนึกของผู้ขาย และการเจรจาของเราด้วยค่ะ วิธีแจ้งเรื่องฟ้องร้องให้เข้าไปที่ customer support แล้วเลือก resolution center มุมขวาบนใน eBay แล้วก็แจ้งไปว่าสินค้ามีปัญหาอะไร อธิบายให้ละเอียด ทางที่ดีควรถ่ายภาพเก็บไว้ด้วย ... ถ้าเป็นเมื่อก่อนหากต้องการเรียกร้องเงินคืน ต้องแจ้งกับ paypal แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถดำเนินการผ่านทาง eBay ได้แล้วค่ะ

การซื้อสินค้าที่ราคาแพง แนะนำว่าควรทำการจ่ายค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต...บางคนมียอด balance ใน PayPal ที่เป็นรายได้จากการขายของด้วย ยังไงก็ไม่ควรใช้ [ถ้าไม่แพงมากก็ใช้ไปเถอะค่ะ หรือเป็นผู้ขายที่เราซื้อขายประจำอยู่แล้ว และแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแน่ๆ] จากกรณีศึกษาเช่นซื้อ iPhone มา แต่ผู้ขายส่งกางเกงนอนมาให้ นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงค่ะ ผู้ขายจงใจโกง ตั้งสติดีๆ ถ่ายรูปเก็บไว้ ลักษณะพัสดุมันบ่งบอกอยู่แล้ว ถ่ายตั้งแต่ยังไม่ได้แกะเลย จากนั้นแจ้ง PayPal หรือ eBay ว่าสินค้ามีปัญหา จากนั้นแจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตให้ hold การจ่ายเงินรายการนี้ไว้ เพราะสินค้าไม่ตรงตามที่จ่ายเงินไป ทางธนาคารจะให้กรอกเอกสาร และขอหลักฐาน เราก็ส่งรูปที่เราถ่ายนั่นแหละ พร้อมแนบรายละเอียดสินค้าที่ผู้ขายประกาศ ให้เค้าเห็นว่ามันไม่ตรงกัน จากนั้นทางธนาคารจะ hold เงิน...และแน่นอนทาง PayPal จะท้วงเรามา...ธนาคารของคุณดึงเงินคืนนะ เราจ่ายค่าสินค้าชิ้นนี้ให้ผู้ขายไม่ได้ ทีนี้ PayPal ก็จะไม่ยอมให้ทางผู้ขายเบิกเงิน หรือถ้าเค้าเบิกเงินไปแล้วทาง PayPal ก็จะชาร์ทจากบัตรเครดิตของผู้ขายมาคืน ทีนี้ยอดเงินคืนก็จะกลับเข้ามาที่บัตรเครดิตของเรา ซึ่งอาจจะมีส่วนต่างนิดหน่อย ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ทำรายการ

อีกเคส อ้อมซื้อชุดตุ๊กตา 30 กว่าเหรียญ แต่คิดไงไม่รู้จ่ายผ่านบัตร ปกติจะหักจากยอด balance เพราะอยากได้เรทถูก แต่ครั้งนั้นสงสัยเพราะผู้ขายฟีดแบคน้อย จากนั้นอาทิตย์นึงไม่ได้รับแจ้งการส่งของเลย ติดต่อไปก็ไม่ตอบกลับ และแล้วอยู่ๆ ก็มี message จาก eBay แจ้งว่าเจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ลงขาย เค้าโดนแฮค account ... แล้วไงล่ะ รีบตาลีตาเหลือกไปแจ้ง PayPal ว่าผู้ขายบอกอย่างนี้นะ PayPal ก็แสนซื่อต้องเดินตาม step ... ยูต้องรอผู้ขายตอบกลับข้อพิพาทก่อนนะ ไอ้เราก็เฮ้ย เงินน่ะคืนมั้ย ชั้นรอไม่ไหวหรอกย่ะ เกิดผู้ขายไม่ตอบจะทำไง เลยรีบติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรแล้วดึงเงินคืนเลยค่ะ ทางธนาคารก็ไม่ขออะไรเพิ่มนะ เออ...เร็วดี PayPal ก็โวยมาเลยว่ายูมาดึงเงินคืนได้ไง อ้อมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ตอบ สักพักเค้าก็เคลียร์กับผู้ขายเอาเองค่ะ ^^

อีกกรณีที่เคยเจอ ในฐานะผู้ซื้อ แอบจับได้ว่าสินค้ารายการนี้เป็น drop ship เนื่องจากที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าไม่ตรงกัน คืออ้อมบิดตุ๊กตา blythe ได้ ราคา $150 รายละเอียดบอกรุ่น บอกขนาด 12 นิ้ว แต่ตอนส่งมา...มัน!! ขอใช้สรรพนามว่ามันนะคะ เล่าเรื่องนี้ทีไรของขึ้นทู้กที T^T ส่งตุ๊กตาขนาด 11 เซนมาให้ พร้อมแหวน 1 วง ! แล้วมีหน้าบอกว่าของที่ส่งมาเนี่ยเท่ากับ $150 บาทตามที่เราบิดได้...โอ๊ย อยากจะบินไปถึงเซินเจิ้นบัดเดี๋ยวนั้น โมโหมาก... เราก็บอกว่าไอ้ที่แกบอกในรายละเอียดน่ะรุ่นอะไร แล้วหล่อนส่งรุ่นอะไรมา แล้วขนาดน่ะ หล่อนบอกขนาดเท่าไหร่ ... มันตอบว่า 12” บ้านมันแปลว่า 12 เซนติเมตร!! ดู๊ ดูมันทำ ... ฟ้อง eBay ฟ้อง PayPal [ตามหลักการฟ้องร้องได้ที่เดียว ที่ใดที่หนึ่ง] รู้กฎนะคะว่าต้องฟ้องได้ที่เดียว แต่โมโหไง eBay บอกให้รอคนขายตอบก่อนว่าไง เราก็บอกเราไม่รอแล้วนะ ยูทำงานช้าจัง ป่านนี้มันโกงไปกี่คนแล้ว เอาเงินคืนมาเดี๋ยวนี้เลย!! Paypal ก็บอกยูจะมาเปิดเคสที่นี่ไม่ได้เพราะเปิดกับ ebay แล้ว พอกลับไปดู profile ผู้ขายอีกที โดน removed ไปแล้ว เรื่องก็ยังไม่จบ แล้วจะตามสินค้ากับใคร eBay บอกให้ส่งสินค้าคืน ถ้าผู้ขายได้ของเมื่อไหร่จะคืนเงินให้ ... ไอ้เราก็นะ ตาลีตาเหลือกส่ง ems เลยเพราะชัวร์ว่าเช็คได้ และอยากได้เงินคืนเร็วๆ ด้วย สรุปมันไม่ไปรับของคืนค่ะ ที่อยู่ที่ให้ส่งของคืนก็ไม่ตรงกับที่อยู่บนกล่องที่ส่งมา ทีนี้ยิ่งโมโหเลยค่ะ...ของไม่ไปรับคืน เงินก็ยังไม่ได้ เลยบอก จนท ebay ว่าคนขายไม่ยอมไปรับสินค้าคืน เราส่งไปหลายวันแล้วเช็คแทรคได้ที่ Thailand post รู้มั้ยคะ ... จนท ebay ตอบว่าอะไร ... ชีตอบว่า ชีเอาเลข tracking ของเราไปเช็คที่ USPS แล้วไม่เห็นมีข้อมูล!!! โมโหสุดๆ มากๆ ตอบกลับไปแบบร้ายกาจเลยตอนนั้น ... กรุณาย้อนกลับไปอ่าน message ชั้นใหม่นะ ชั้นแจ้งว่าอะไร ชั้นส่งจากประเทศไทยไปจีน แล้วหล่อนไปเช็คที่ USPS หล่อนคิดว่าจะหาข้อมูลเจอมั้ย!!! .... dark mode ทำงานทันทีค่ะ โมโหสุดๆ กระแนะกระแหนเค้าไปด้วยนะว่า...รู้งี้ชั้นฟ้องร้องผ่านทาง paypal ดีกว่า ทำงานเร็วกว่าหล่อนเยอะ [จริงๆ ก็ช้าเหมือนกันน่ะแหละ แกล้งว่าเค้าไปให้รู้สึกแค่นั้น]
โฮะๆ ผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงได้เงินคืนค่ะ เคสนี้ใช้เวลาไม่ถึง 7 วันในการตามเงินคืน สรุปได้เงินคืน ได้ของที่ผู้ขายส่งมา เพราะพัสดุตีกลับ แต่เป็นของที่เราไม่ต้องการอยู่ดี เคสนี้ก็ขาดทุนไปนิดหน่อย ถือว่าค่าประสบการณ์




Create Date : 12 มกราคม 2555
Last Update : 12 มกราคม 2555 23:13:47 น.
Counter : 12150 Pageviews.

18 comment
++ หาเงินใช้จาก eBay ++



เอาล่ะ...เมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะขายของออนไลน์ งั้นก็พาไป ebay เลยแล้วกันนะคะ คิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนกำลังสนใจ
เริ่มแรกเราต้องมีบัญชี paypal และบัญชี ebay ก่อน แนะนำหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ http://www.thaiebayuser.com ที่เวบนั้นจะมีรายละเอียดการสมัครทุกขั้นตอน สอนวิธีการลงขาย เบิกถอนเงินยังไง ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ มีอธิบายหมด และมีสมาชิกอีกมากมายมาพูดคุยปัญหาต่างๆ ส่วนมากอ้อมก็จะแวะไปอ่านมากกว่า เผื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหา เยอะจนฝ่อไปเลยก็มี

ก่อนอื่น...การลงทุน มีความเสี่ยง เสี่ยงมากได้มาก เสี่ยงน้อยได้น้อย คนเราเกิดมามีความสามารถไม่เหมือนกัน บางคนถนัดด้านทำธุรกิจ จับสินค้าอะไรมาก็ขายได้หมด เพราะเค้ามีทักษะ แต่ถ้าให้เค้าไปสอนหนังสือ ก็อาจจะไม่ได้เรื่อง ในทางกลับกันบางคนมีเงินลงทุนเยอะ แต่ไม่มีความสามารถในการบริหาร ไม่มีทักษะการค้าขาย ลงทุนเท่าไหร่ก็หมด ถามตัวเองก่อนนะคะ ว่านี่มันใช่สำหรับเราหรือเปล่า หาตัวตนให้เจอ อย่าไปตามกระแสมาก..

ตอนนี้คนไทยมีปัญหากับ ebay มาก ขายยาก เดี๋ยวนี้มีถามหาเอกสารด้วย ขายได้ก็กว่าจะได้เงินก็ยากอีก สินค้าที่จะมีปัญหาโดนลิมิตส่วนมากจะอยู่ในหมวดเพชร พลอย ซึ่งคนไทยเรามีเปิด drop ship ขายกันเยอะ เข้าไปอ่านตามเวบด้านบนแล้วเห็นมีปัญหาเยอะก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เป็นเรื่องปกติ คนเยอะ ปัญหาเยอะ เป็นเรื่องธรรมดา อีกปัญหาคือจะขายอะไรก็เจอสินค้าจากจีนตีแตกหมด แล้วถ้าคิดว่าถ้าโดนลิมิตแล้วจะสมัครหลาย account เพื่อมาขายก็ไม่ได้นะคะ ebay ไม่ให้เราใช้หลาย user โดยเค้าจะพิจารณาจาก ip เครื่องที่สมัคร / Paypal account / e-mail เพราะอะไร...เป็นการป้องกันไม่ให้เราปั่นฟีดแบค ถ้าจับได้โดนแขวนทุก account แต่ก็มีการยกเว้นถ้าเราขายสินค้าคนละประเภท เราสามารถใช้เครื่องเดียวกันสมัครได้ แต่เวลามีปัญหาเค้าไล่ปิดเราหมดทุกบัญชี ออกตัวก่อนว่าตอนนี้อ้อมไม่ทราบระเบียบใหม่ของ ebay เลยว่าเค้าไปถึงไหนแล้ว แนะนำว่าให้ศึกษาจากเวบ thaiebayuser ด้านบน เพราะมีรายละเอียดแทบทุกปัญหา

account แรกของอ้อมสมัครปี 2007 อันนี้แหละที่บอกว่าเริ่มจากขายเสื้อผ้าแล้วเจ๊งน่ะ T^T แล้วก็ยังใช้มาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนอีก account สมัครปลายปี 2009 เพราะอันนี้จะเอามาตีกับคนที่ขายของตัดราคา [ต่อไปขอเรียก account A กับ accout B นะคะ] เชื่อว่ามีคนใช้วิธีแบบนี้เยอะเหมือนกัน ... หลายๆ คนเริ่มเอ๊ะ! ไหนว่าไม่ให้ขายของชนิดเดียวกัน ตอนสมัครอ้อมใช้คนละ e-mail คนละ paypal account บัตรเครดิตคนละชื่อ ทุกอย่างสมัครใหม่หมด แต่ใช้เครื่อง ip เดียวกัน ลงแข่งได้สักพักนึง ไม่เอาละ ... กลัวมีปัญหา กลัวว่าจะโดนปิด account A เลยขายอย่างอื่นดีกว่า ที่คิดว่าสู้กับคนอื่นไหว...ใครอยากลอง เชิญได้ค่ะ ต้นทุนถูก ได้ฟีดแบคเยอะ ลูกค้ามีปัญหาน้อย และเราได้เปรียบประเทศอื่น...กำยาน! อย่าเพิ่งยี้...แค่กำยานเนี่ย ตอนนั้นขายไม่กี่เดือนเอง ได้ฟีดแบคมาสองร้อยนิดๆ ถ้าไม่ติดว่าทำชุดตุ๊กตาก็จะลงขายต่อไปเรื่อยๆ จะลงขายสินค้าแต่ละอย่าง ไม่ใช่อยู่ๆ มาลงขายนะ search ก่อนว่าคนขายเยอะมั้ย ขายราคาเท่าไหร่ มีคนซื้อหรือเปล่า สมมติซื้อมาถุงละ 35 บาท มีประมาณร้อยกว่าเม็ด เอามาแบ่งซะ ทำยังไงที่เราสามารถเปิดราคาขายได้ครั้งละ $0.99 แล้วไม่ขาดทุน ... สินค้าอีกอย่างที่อยากแนะนำ และต้นทุนไม่สูง แต่มีจีนเป็นคู่แข่ง T^T ที่สำเพ็งจะมีลูกปัด อุปกรณ์ทำสร้อย ต่างหู แพคใส่ถุง ต้นทุนถุงละ 10 บาท มากบ้าง น้อยบ้าง ส่วนวิธีขาย แนะนำแบบเดียวกับการขายกำยานนั่นล่ะค่ะ

สินค้าที่จะเน้นทำฟีดแบคก็คงต้องเป็นสินค้าถูกๆ แบบนี้ล่ะค่ะ ยิ่งส่งฟรีได้ด้วยยิ่งดี เพราะดึงดูดลูกค้า และโดยส่วนมากลูกค้าจะไม่ได้ซื้อแค่ชิ้นเดียวเพราะว่าราคามันถูกก็ซื้อได้จำนวนมาก เริ่มขายแรกๆ จะมาลงขายเสื้อยืด....นาน กว่าจะขายออก พอขายไม่ได้ก็นอยด์อีก แล้วเสื้อยืดตัวนึงค่าส่งต้องมีแล้ว $5-$10 ลูกค้าไม่สนใจอีก ฟีดแบคก็น้อย ค่าส่งก็แพง ค่าของก็สูง ไปดูสิของจีนเดรสตัวนึงเปิด $0.99 ปิดแค่ $10 ก็อยู่ได้แล้ว เพราะอย่างที่รู้ต้นทุนเค้าถูก อ้อมเคยเจอ นศ. จีน เค้าบอกเสื้อผ้าบ้านเราแพง บ้านเค้าเสื้อ นศ. ตัวละ 50 บาทเอง ไม่ใช่แบบรัดติ้วด้วยนะ ต้นทุนเสื้อยืดบ้านเราแบบดีๆ หน่อยก็ต้นทุนตัวละร้อยกว่าบาท ถ้าแบบธรรมดาก็ 50-80 แล้วไซส์เล็กอีก

อีกวิธีที่จะหาเงินจาก eBay คือการซื้อของจาก eBay มาขายในบ้านเรา เดี๋ยวนี้ผู้ขายเยอะ การแข่งขันด้านราคาค่อนข้างสูง เมื่อก่อนถ้าพูดถึง ebay ต้องเป็นสินค้าราคาแพง หายาก แต่เดี๋ยวนี้มีแต่ของถูก สินค้าก็พื้นๆ ทั่วไป นานๆ จะมีของดีหลุดมาให้ใจเต้นอยากสู้ราคาสักที สินค้าต้นทุนต่ำๆ ก็คงไม่พ้นสินค้าจากจีน แต่...แน่นอนว่าปัญหาก็ต้องมี เช่น mp4 ปิดประมูลบางอันไม่ถึง $10 มาขายบ้านเรา 500-600 บาท แต่ก็ต้องมีความเสี่ยง ได้มา 5 เครื่องอาจจะเสียสักเครื่องนึง อ้อมเคยบิด BB มา ใน description แจ้งว่าใหม่ พอเปิดฝามาอย่างกะผ่านสงคราม เอามาขายได้แค่ทุนคืน ก็แล้วแต่ดวงนะคะ ไม่ได้เป็นอย่างนี้ทั้งหมด กำไรค่อนข้างดีเหมือนกัน หรือจะจับสินค้าที่มีราคาหน่อยพวกแบรนด์เนม เช่นกระเป๋า เสื้อผ้า นาฬิกา ก็ต้องดูเป็นนะคะ ไม่ใช่เห็นว่าคนขายบอกว่าแท้จะแปลว่าแท้เสมอไป แต่ถ้าทำได้ ก็กำไรสบายไป

โดยส่วนตัวคิดว่าตลาดอีเบย์ตอนนี้มันไม่สามารถทำราคาได้มากเหมือนสมัยก่อน น่าจะเหมาะกับต้นทุนสินค้าถูก หรือไม่ก็ต้องเป็นสินค้าที่หายาก ถ้าจะขายสินค้าทั่วๆ ไปนี่อยู่ได้ยากจริงๆ ตอนนี้จะหาคนที่รวยจาก ebay น่าจะหาได้น้อย

สินค้าอีกอย่างที่น่าสนใจและได้ฟีดแบคเร็ว ทำให้เราเบิกเงินได้เร็วก็น่าจะเป็นพวกข้อมูลที่สามารถส่งทาง e-mail ได้เลย ไม่ต้องส่ง ปณ. คือลูกค้าจ่ายตังค์ เราก็ส่งข้อมูลที่เราขายให้ลูกค้าทาง e-mail เช่นแพทเทิร์นต่างๆ พวกเย็บชุด โครเชต์ นิตติ้ง ... แนะนำว่าควรเป็นแพทเทิร์นที่เราสร้างเอง ไม่ใช่ไปสแกนจากหนังสือมาขาย ... รับรองถ้าทำงั้นมีปัญหาโดนแขวนแน่ อีก อย่างที่อ้อมใช้บริการคือเติมเงินใน iTune อันนี้น่าจะเหมาะเฉพาะผู้ขายจากเมกา แต่...เราสามารถซื้อมาขายได้นะ ^o^ คนไทยใช้เจ้า iTune Gift Card กันเยอะพอสมควร

โชคดี ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงรับปีใหม่กันทุกคนค่ะ พิมพ์ๆ มาก็แอบคิด เออ..เฮ้ย หนทางหากินในชีวิตคนเรามันก็มีเยอะเหมือนกันเนาะ ^^



Create Date : 24 ธันวาคม 2554
Last Update : 24 ธันวาคม 2554 20:03:23 น.
Counter : 12063 Pageviews.

9 comment
++ คิดดีแล้วหรือ ก่อนขายของออนไลน์ ++


หลังจากมหากาพย์ etsy จบ ไปแล้ว ก็อยากจะเล่าอีกละ ^__^"
ไม่มีใครอยากฟังก็ยังอยากจะเล่า

ถ้าใครที่อ่านเรื่อง etsy ที่อ้อมเล่าก่อนหน้านี้จะรู้เลยว่า อ้อมค่อนข้างเสนอออกมาในแง่ลบ... คือจะบอกเลยว่าไม่ใช่มาทำแล้วจะรวย ไม่ได้ทำแล้วจะกำไรมากมาย บอกตรงๆ ว่าเปอร์เซ็นต์การขาดทุนมีมากกว่า ไม่อยากให้ตั้งความหวังไว้มาก ว่าเปิดร้านขายของ มีกิจการของตัวเองแล้วจะต้องรวย แต่ในทางกลับกัน ก็ไม่ใช่ไม่มีโอกาส "you get what you give" ทำมากได้มาก ถ้าแน่ใจว่าเราขยัน อดทน ซื่อสัตย์ มีความคิดริเริ่ม โอกาสของเราก็มากหน่อย

อ้อมเริ่มขายของออนไลน์ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่เลย ก็เหมือนคนอื่นทั่วๆ ไป เริ่มจากขายเสื้อผ้าประตูน้ำ คิดเหมือนหลายๆ คน ว่าการขายของออนไลน์เนี่ย ง่าย...สะดวก...แล้วก็ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ไม่ต้องทิ้งชีวิตประจำวันมานั่งเฝ้าเหมือนเปิดหน้าร้าน ที่สำคัญคืออยากทำ ตามกระแสด้วยว่างั้น! หนังสือหนังหาเกี่ยวกับพวกนี้หามาอ่านเยอะแยะ หัดทำเวบเพจ โฟโต้ชอป สารพัดค่ะ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่เห็นง่ายเลยนะ ถ้าให้แค่ขายๆๆ ไม่สนกำไรขาดทุน ไม่สนว่าจะมีคนซื้อหรือเปล่าน่ะได้ แต่จะขายให้ได้กำไรเนี่ย ก็ไม่ได้ง่ายเลย...แล้วเสื้อผ้าเนี่ย ใครๆ ก็ขาย และเยอะมาก ตัดราคากันเองอีก เหนื่อยค่ะ ทำกำไรได้น้อย หนังสือแต่ละเล่มก็บอกแต่ว่าขายดี ไม่เห็นมีเล่มไหนบอกเลยว่าขาดทุนก็เยอะ

การขายของออนไลน์ ไม่ได้ดีอย่างที่คิดเสมอไป ถามว่ามีมั้ยคนที่มีรายได้จากการขายเดือนละแสน เดือนละล้าน...มีค่ะ แต่คิดเป็นร้อยละเท่าไหร่ของจำนวนผู้ขายทั้งหมดล่ะ แล้วเงินลงทุนน่ะต้องใช้เท่าไหร่ถึงจะมีรายได้เป็นแสน แค่ให้ได้เดือนละ 2-3 หมื่นนี่ยังยากเลย หักต้นทุนแล้วเหลือกำไรเท่าไหร่ ยิ่งเสื้อผ้านะ สมัยนี้ทำกำไรยาก ลูกค้าเดี๋ยวนี้ขยันเดินประตูน้ำมากกว่าแม่ค้าอีก แล้วยังจะต้องมีเงินหมุนเวียนอีกเดือนละเท่าไหร่ ตอนเป็นลูกจ้างคนอื่นเราทำงานแค่วันละ 8 ชม. แต่พอเป็นลูกจ้างตัวเองต้องทำงานวันละ 24 ชม. นะคะ ยิ่งขายของออนไลน์ต้องเจอแน่ลูกค้าโทรมาตีสอง ตีสาม จะทำอารมณ์เสียใส่ก็ไม่ได้กลัวเสียลูกค้า ถ้าไม่รับสายเดี๋ยวเค้าก็หาว่าแม่ค้าติดต่อยาก บอกตรงๆ ว่าตอนเปิดร้านขายเสื้อผ้าเนี่ยไม่มีเงินเก็บเลย เงินรายเดือนที่ได้ไว้ไปเรียนก็หมดไปกับซื้อของมาขาย เงินที่ขายได้ก็ไว้ใช้จ่ายไปเรียนวันต่อวัน กลับมานั่งนึกย้อนดู...ก็เออเว้ย หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ แต่นี่ล่ะนะเค้าเรียกว่าประสบการณ์

แต่ถึงยังไง การขายของออนไลน์ข้อดีก็เยอะ ใช้ต้นทุนถูกกว่าเปิดหน้าร้าน ไม่มีค่าเช่าที่ ไม่มีค่าเดินทาง อุปกรณ์ประกอบการเปิดร้านก็ไม่เยอะ ในทางกลับกันเราต้องขยันทำการตลาดมากกว่าการเปิดขายหน้าร้านนะ ต้องขยันโพสต์ ขยันโฆษณา ที่ไหนลงประกาศฟรีได้ต้องไปหาลงให้หมด ยิ่งเยอะยิ่งดี ต้องหาทุกวิถีทางที่จะให้คนคลิกเข้ามาร้านเราให้มากที่สุด และที่สำคัญคู่แข่งทางการตลาดเยอะ แต่ถ้าเป็นการขายตามเปิดท้าย เอาแบบที่คนเดินเยอะๆ นะ เงียบเป็นป่าช้าไม่เอา ที่ไหนเงียบเราก็อย่าไปเช่าที่ ในตลาดเปิดท้ายต่อให้มีร้านขายเสื้อผ้าเยอะ แต่ไปดูเถอะค่ะ มีไม่กี่ร้านหรอกที่ขายเหมือนกัน ต่อให้เป็นเสื้อยืดเหมือนกัน แต่ยังไงก็เป็นคนละสไตล์ เช่นร้านนี้ขายเสื้อยืดสรีนลายการ์ตูนหวานๆ ร้านติดกันก็ขายเสื้อยืดแต่ออกแนวพังค์ร็อคมาเลย เค้าก็ยังขายกันได้ ลูกค้าที่เข้าสองร้านนี้ก็คนละกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว ถึงยังไงก็ยังมีร้านที่ขายไม่ดี เป็นเรื่องปกติ ขายของนะคะ จะให้ขายดีทุกวันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ถ้าเป็นร้านค้าออนไลน์ สมมติอยากซื้อเดรสสักตัว เราจะคลิกแค่ร้านเดียวมั้ยคะ ... โอ้โห สารพัดจะ search ร้านไหนถูกใจ ราคาเท่าไหร่ ยัง..แค่นี้ยังไม่หยุด หาเปรียบเทียบราคาร้านอื่นอีก ร้านนี้มีของพร้อมส่งมั้ย ร้านนี้ต่อราคาได้มั้ย บลาๆๆ สารพัด ลูกค้ามีเวลาคิดก่อนจะเสียเงิน แต่ถ้าไปซื้อหน้าร้าน...ก้าวเข้าไปทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากได้เลยนะกางเกงร้านนี้ แต่เจอแม่ค้าพูดนู่นนี่นั่น แป๊บเดียวหิ้วถุงออกมาแล้ว >_< ตอนเดินเข้าไปโดนของหรือเปล่าว้า..

หลายๆ คนพอเห็นร้านเสื้อผ้าออนไลน์ที่ตัวเองเข้าไปซื้อประจำขายดี ก็อยากจะขายแบบเค้าบ้าง อย่าลืมนะคะว่าเค้าอยู่มากี่ปีแล้ว แล้วช่วงปีแรกๆ เนี่ยเค้าอยู่ได้ยังไง ถ้าออกแบบเองตัดเอง วิธีนี้เราจะได้งานที่ดี แต่ต้นทุนก็จะสูง หรือออกแบบเองแล้วจ้างตัด วิธีนี้มักมีปัญหาเรื่องช่างตลอด หรือรับมาขาย ไม่นานก็มีคนรับแบบเดียวกับเรามาขายเหมือนกัน ถ้าอยากทำ...เราเตรียมวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้แล้วหรือยัง

ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ ด้านดีก็มี ด้านเสียก็มาก ถ้าคิดว่ายังไงซะชั้นจะเปิดร้านออนไลน์ให้ได้ แนะนำว่าลองหาจุดต่างลองหาแบบอื่นที่ไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง สินค้าแฟชั่น เราจะได้ไม่ต้องแข่งขันมาก หรือยังไงชั้นก็จะขายของพวกนี้ ก็ลองหาแบบที่แตกต่างที่คิดว่าลูกค้าต้องการ แต่ไม่มีคนขาย หรือถึงจะมีแต่ก็น้อยราย

ประสบการณ์เมื่อเร็วๆ นี้อ้อมกลับไปทำงานออฟฟิศมาเดือนนึง .... เดือนต่อมาเค้าก็ไม่จ้างแล้ว Y___Y ไปแบบงงๆ แต่ก็ทำให้รู้ว่า เราไม่เหมาะจะกลับไปทำงานออฟฟิศเลยจริงๆ สบายจนเคยตัว กลับไปภาวะกดดันไม่ได้แล้ว เงินเดือนที่ได้มาครึ่งนึงเอาไปลงทุนซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมมือสองมากระสอบนึง แบรนด์เมกาพวก roxy billabong twenty-one topshop AE aber etc. ต้นทุนต่อตัว 50-60 แต่ต้องมาซักรีดเองนะ บางตัวก็ได้ราคาดี บางตัวแต่แค่พอเท่าทุน ขาดทุนก็มี แต่ด้วยความอยากลองไงคะ เห็นว่าต้นทุนถูก ... ถ้าใครสนใจธุรกิจนี้โอเคเลยนะ แต่ก็ต้องใช้เวลาหน่อย สินค้าเป็นแบรนด์ที่คนทั่วไปรู้จักอยู่แล้ว เราไม่ต้องทำการตลาดมาก แต่อ้อมไม่ไหวละ ลองแล้ว รู้แล้ว ไม่ไหว เหนื่อย Y___Y ชุดตุ๊กตาก็ต้องทำ ไปซื้อผ้าสำเพ็งก็ยังต้องไป สุดท้ายกลับมาอยู่กับกองตุ๊กตาเหมือนเดิม ^^"

จบดีกว่า รอบหน้าพาไปขายของที่อีเบย์กัน ขอเรียบเรียงนานหน่อยนะคะ เพราะเห็นว่าเดี๋ยวนี้เขี้ยวน่าดู



Create Date : 22 ธันวาคม 2554
Last Update : 22 ธันวาคม 2554 15:38:03 น.
Counter : 70023 Pageviews.

187 comment
1  2  3  

kokore
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 89 คน [?]



สวัสดีค่ะ หวังว่าทุกคนคงได้ประโยชน์และความบันเทิงกลับไปบ้างนะคะ