หัวใจข้างซ้ายฯ &~I'm MiniFox~KapoM
Group Blog
 
All blogs
 
สมมติฐานน้ำท่วม ในทัศนะของผม

วันนี้มีน้ำเ่อ่อมาจากท่อหน้าห้างพาต้า ซึ่งผมยังไม่แน่ใจว่าน้ำมาจากไหน
(เพราะ ณ วินาทีนี้ น้ำวิ่งมาจากทางบางกรวย ออกสิรินธร อยู่ที่หน้าห้างตั้งฮั่วเส็ง
แล้วมันจะกระโดดมาเส้นนี้ได้ไง ?)

ซึ่งถ้าจะให้เดาส่วนตัว .. ย้ำว่าส่วนตัวนะครับ

จากที่ผมเคยเดามาตลอด คือ น้ำกทม. มักท่วมมาจากท่อ (สังเกตุจากช่วงฝนตก)
แต่ตอนนี้ปริมาณน้ำมาเกินที่จะรับมือได้

ผมเลยคาดว่า ตอนนี้น้ำน่าซึมไปทุกพื้นที่แล้ว (ภาคกลางเป็นพื้นที่ลุ่มรับน้ำ)
จะใต้ดิน ทางท่อ ล้นมาบนพื้นตรงๆ เธอมาได้หมด
ไอ้ครั้นจะระบายลงเจ้าพระยา เจ้าพระยาก็เต็มเอี๊ยดแล้ว

เพราะฉะนั้นถ้าปริมาณน้ำมามากกว่านี้ น้ำขึ้นน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา
น่าจะมีผลกับคนทั่วๆ ไปอย่างเราจนรู้สึกได้ จะมีไม่มาก
.. แต่จะมีผลกับการเร่งระบายน้ำที่ต้องวัดผลเป็นปริมาณมากๆ เพื่อลงทะเลมากกว่า

ซึ่งมีเพื่อนสมาชิก คุณ StitcH ช่วยท้วงว่า น้ำมาจากท่อ กับ น้ำจากฝนตก ไม่เหมือนกัน

: จุดร่วมที่ผมมองว่ามันเหมือนกัน ก็คือ การระบายน้ำลงเจ้าพระยา
ไม่ว่าจะภาวะไหน เราก็ระบายลงแม่น้ำนี้เพื่อให้ผ่านออกทะเล

แต่ ณ วันนี้ แม่น้ำมันเต็มแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะรับน้ำทางไหน (ท่อ คลอง พื้นดิน ใต้ดิน)
ถ้ามามากขนาดนี้มันก็จะเต็ม จนสามารถล้นออกมาได้ทุกทาง

ซึ่งจะที่นี้จะล้นออกไปพื้นที่ไหนมากกว่ากัน
ก็จะไปขึ้นอยู่กับความสูง ต่ำของแต่ละพื้นที่นั้นแหละครับ ว่าจะรับน้ำได้ลึกตื้นมากแค่ไหน (จุดนี้ผมลองตอบโจทย์ตัวเองว่า ภาคกลางค่อนข้างลุ่มแถมตามสภาพเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางตอนใต้ของพื้นที่น้ำท่วม เช่น นครสวรรค์ น้ำเลยเดินทางลงมาทางนี้มาก )

ซึ่งคุณ StitcH ได้นึกถึงหนังต่างประเทศ เค้าจะมีผังท่อระบายน้ำ
เมืองไทยจะมีไหมนะ ผมเลยมองแบบนี้ครับ

: ผังท่อระบายน้ำ ที่คุณ StitcH พูดถึง ผมนึกถึงระบบคลองต่างๆ และอุโมงค์ยักษ์ ของกทม.
ซึ่งถ้าปริมาณน้ำสามารถไหลเข้ามาในทางเดินและระดับที่ควบคุมได้

ผังระบายน้ำนี้ก็จะทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ หรือผิดพลาด (แบบที่น้ำท่วมหน้าฝน ยามน้ำมามากๆ)
ได้นิดหน่อย แต่ที่นี้มันมาเกิน..ก็ต้องทำใจ และ หาทางระบายด้วยแนวทางอื่นร่วมสุดกำลังล่ะครับ (ซึ่งจะเป็นโมเดลไหนที่ได้ผล อันนี้เกินความคาดเดาของผมแล้วล่ะครับ)

ที่ผมลองพิมพ์ออกมาก็เพื่ออยากให้ทุกท่าน ได้ลองช่วยกันคิด
ถ้ามองเห็นภาพรวมแล้วก็ไม่ต้องรออะไร เตรียมตัวให้มากที่สุดช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด
นั้นคงเป็นสิ่งที่แอดมินกระทู้นี้ และเพื่อนๆ ทุกท่านที่ช่วยๆ กันรายงาน
และเพื่อนที่ประสบภัยจะได้เตรียมตัวหาทางออกต่อไป

ผมคงจบการคาดเดาไว้ที่ คห.นี้ก่อนนะครับ

(ปล.มาเดาช้าไปชาตินึงได้ ... เสียใจ )


------------------------------------------------------------------------
ผมลองคาดการณ์ เพิ่มนะครับ
ว่าน้ำน่าจะมาจากทางใต้ดินด้วย ถึงได้วิ่งเร็วขนาดนี้

จุดสังเกตข้อนี้..ผมเอ๊ะใจ ตอนที่น้ำท่วมเข้าถนนสิรินธร ซังฮี้
อยู่ๆ มีข่าวฝั่งพาต้าน้ำท่วมได้ไง..

ถึงได้วางสันนิษฐานการเดาว่า น่าจะซึมมาจากใต้ดิน หรือ
อาจจะซึมมาตามรอยดินต่างๆ ทางใดทางหนึ่ง

ซึ่งภาคกลางเป็นที่ลุ่ม นึกไปนึกมาเหมือนฟองน้ำ ที่ซับน้ำไว้จนชุ่ม
พอเติมน้ำเข้ามามากๆ ก็เ่อ่อ ก็ล้น...
ครั้นจะบีบลงรางน้ำข้างๆ (แม่น้ำเจ้าพระยา) รางก็เต็ม ..น้ำดันน้ำ้ไว้..
ซึ่งหลายๆ ที่ ท่อระบายก็เกิดฟองน้ำผุดให้เห็นแล้ว
(จากแรงดันน้ำที่อัดๆ ต่อกันมาจากทุกทิศทุกทาง เหนือ-รังสิต,
ตะวันตก-ท่าจีน,ตะวันออก-บางปะกง..ถ้าข้อมูลผิดแย้งด้วยนะครับ)
... ผมเลยมองแบบนี้
----------------------------------------------------------

เพิ่มเติมอีกนิด ถ้าสิ่งที่คาดเป็นจริง กทม.จะโชคดีกว่าที่อื่นๆ อยู่บางประการ
คือ 1.เป็นเมืองเล็ก แต่ระบบการป้องกันน้ำดีที่สุด .. เทียบกับจังหวัดใหญ่ๆ ที่ท่วมกันไป
2. น้ำที่ท่วมกทม.ช่วงนี้ โดยเฉพาะเขตในแนวคันกั้นน้ำ น่าจะมาในลักษณะ "ค่อยๆ ซึม"
ทั้งสองปัจจัยนี้ จะช่วยชะลอความเร็วของน้ำไปได้มาก (ในบางพื้นที่)
แต่สุดท้าย ยังไงก็แล้วแต่ ...ให้คาดการณ์ล่วงหน้าทุกพื้นที่เลยว่า "ท่วม"
(หากไม่ท่วมหนักจริง ก็ไม่เสียหายครับ)

------------------------------------------------------------
จากนี้คนกทม. ทุกพื้นที่เตรียมตัวรับน้ำท่วม ...
และเตรียมการขั้นอพยพเอาไว้เป็นขั้นสูงสุด ถ้าไม่ไหวจะทนน้ำท่วม อย่าฝืน

ผมว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วครับ



Create Date : 24 ตุลาคม 2554
Last Update : 25 ตุลาคม 2554 0:14:29 น. 3 comments
Counter : 1089 Pageviews.

 
คิดว่า ส่วนที่ปลูกป่ากับ ที่ไม่ปลูกมันไม่กระจาย เพราะที่ใหนมีความชื้นมากมักจะมีฝนตกเยอะ. เช่นปักษ์ใต้ และตอนนี่แถบภาคอีสานก็ฝนตกเยอะ เพราะหันมาปลูกยางกัน


โดย: junaerk วันที่: 24 ตุลาคม 2554 เวลา:21:50:50 น.  

 
เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง
ก็ต้องมีการคาดการณ์และวางแผนรับมือ ระบบน้ำทางธรรมชาติ กันใหม่ .. ซึ่งตรงนี้ผมไม่ทราบว่าภาครัฐวางแนวทางไว้อย่างไร..คงต้องไปหาข้อมูลต่อ กันล่ะครับ


โดย: หัวใจข้างซ้าย พวงมาลัยข้างขวา วันที่: 24 ตุลาคม 2554 เวลา:22:06:45 น.  

 
ถ้าเข้าใจหลักการของฟองน้ำ..ทุกคนก็จะเข้าใจหลักการท่วม กทม.ครั้งนี้ทั้งหมด..เราจะไม่รู้เลยใช่ไหม ว่าฟองน้ำมันรับน้ำได้เท่าไหร่ จนกว่ามันจะล้น ฉันใดฉันนั้น..เวลาเราเทน้ำบนกระดานเอียงๆ หน่อย (เทียบกับแกนโลก) น้ำที่ไหลๆ ไป ก้เทียบเท่ากับไหลไปตามคลอง อันนี้เรามองเห็น..ต่อมาน้ำจะซึมไปทางใต้ดินก่อน หรือก็คือเนื้อฟองน้ำ นั้นคือสิ่งเราไม่เห็น มาตามใต้ดิน ตามท่อ..จนกว่าจะเต็มถึงล้นออกมานอกผิว นั้นคือ ถนน..เอาแค่นี้แหละ ก็รู้แล้ว ว่าน้ำจะวิ่งยังไง..มันมีระยะเวลาถ่วงน่ะ..กว่าฟองน้ำจะเต็มจนล้นมาบนถนน..เพราะฉะนั้น ถ้ามีเวลา อพยพได้ ไปเลย..เพราะถ้ามันล้นมาบนถนนแล้ว..จบ

**บทความนี้มาจาก สมมติฐานของ จขบ. ควรใช้วิจารณญานในการรับสาร***


โดย: หัวใจข้างซ้าย พวงมาลัยข้างขวา วันที่: 5 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:11:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หัวใจข้างซ้าย พวงมาลัยข้างขวา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หัวใจข้างซ้าย พวงมาลัยข้างขวา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.