SmileySmiley :: How Do I Enjoy Life while "Living with Cancer" ::
Group Blog
 
All blogs
 
ไหว้พระ 9 วัด ที่หลวงพระบาง

ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

เมืองหลวงพระบาง เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง ที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ โดยให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองในแต่ละหมู่บ้าน เมื่อมีหมู่บ้านจึงมีวัด ในเขตตัวเมืองเก่าหลวงพระบาง แบ่งออกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ และติดๆ กัน เราจึงพบเห็นวัดอยู่ใกล้ๆ กัน บางหมู่บ้านมีวัดมากกว่าหนึ่งแห่ง รวมถึงมีวัดหลวงที่สร้างโดยเจ้าชีวิต จึงยิ่งทำให้หลวงพระบางมีวัดจำนวนมากกว่า 40 แห่ง

ศรัทธาค้ำชูศาสนา

ตอนเช้าชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา ค้ำจุนวัดประจำหมู่บ้านของตน จะเตรียมอาหารใส่ปิ่นโต และข้าวเหนียวใส่กะติ๊บ นำไปใส่บาตรข้าวเหนียวแก่พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตรละแวกบ้าน จากนั้น นำข้าวเหนียวไปบูชาพระพุทธในอุโบสถ แล้วนำปิ่นโตไปถวายจังหันที่หอฉันในวัด ชาวเมืองหลวงพระบางแสดงออกถึงการเคารพนอบน้อมพระสงฆ์ด้วยการนุ่งซิ่น เบี่ยงผ้า ในการไปใส่บาตรและการไปร่วมกิจกรรมทางศาสนา ชาวบ้านมักจะไปสวดมนต์แลง (ทำวัตรเย็น) พร้อมพระภิกษุสงฆ์ซึ่งทำวัตรเย็นที่วัดประจำหมู่บ้าน ในปัจจุบัน มีวัดบุปผาวิปัสนาราม ได้นำเริ่มนำสวดมนต์แปลเข้ามาสวด และได้รับความสนใจจากศาสนิกชน



การสักการะบูชา จะบูชาด้วย “ขัน” เป็นใบตองที่เย็บเป็นกรวยซ้อนกันหลายชั้น ใช้ดอกไม้เหน็บประดับตกแต่งรอบๆ นิยมใช้ดอกดาวเรือง และจำปาลาว พร้อมด้วยเทียน 2 เล่ม ธูป 2 เล่ม

วัดสำคัญๆ ของหลวงพระบาง มักเป็นวัดที่ได้รับการสร้างขึ้นโดยเจ้ามหาชีวิต และเคยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีพระราชพิธีเป็นประจำทุกปี บางแห่งมีองค์พระพุทธรูปที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมือง จึงได้คัดสรรวัดต่างๆ จำนวน 9 วัด ซึ่งเป็นตัวเลขสิริมงคลแก่การสักการะบูชา


ไหว้พระ 9 วัด

การไหว้พระ 9 วัด เพื่อเป็นสิริมงคล พร้อมได้ชื่นชมศิลปะแบบล้านช้าง ตลอดจนชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง จึงเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับชาวไทยพุทธที่ได้มาเยือน ถึงแม้ว่า จะไม่ใช่ประเพณีความเชื่อของชาวลาวก็ตาม แต่ชาวไทยอย่างเราๆ ก็เชื่อว่า เป็นสิริมงคลแก่ตัว

1. วัดเชียงทองราชวรวิหาร
2. วัดใหม่สุวันพูมาราม
3. พิพิทธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง (พระราชวังเดิม หรือหอคำ)
4. วัดหนองสีคูนเมือง
5. วัดวิสุนราช
6. วัดแสนสุขาราม
7. ธาตุพูสี
8. วัดธาตุหลวงราชมหาวิหาร
9. วัดป่าโพนเพา
10. วัดภูควาย

วัดเชียงทองราชวรวิหาร

ณ จุดบรรจบกันของแม่น้ำสองสาย แม่น้ำคานเขียวใสไหลลงสู่แม่น้ำโขงสีส้มเข้ม เห็นเป็นแม่น้ำสองสีในบางคราว เป็นที่ตั้งของวัดที่ได้ชื่อว่ามี “สิม” (อุโบสถ) ที่งดงามที่สุดในอุษาคเนย์ "นักโบราณคดียกย่องว่าวัดเชียงทองเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว"

โรงเก็บราชรถในพระราชพิธีศพ หรือเรียกว่า “เมี้ยนโกศ” ราชรถมีความสูงถึง 12 เมตร แกะสลักอย่างงดงามโดยช่างล้านช้าง ชื่อทิดตัน ราชรถนี้ จัดวางโกศของเจ้ามหาชีวิตสีสะหว่างวง พระราชินี และพระอนุชาของเจ้ามหาชีวิต

ผนังด้านนอกของโรงเก็บราชรถ มีการแกะสลักไม้อย่างวิจิตรบรรจง อ่อนช้อย ด้วยฝีมือทิดตัน เป็นฉากรักในมหากาพย์รามายะณะ



ไหว้พระ : สักการะพระเจ้าองค์หลวง / กราบพระนอน / กราบพระม่าน

ชม : สถาปัตยกรรมของสิม หอต่างๆ / ศิลปะงานลงสีลวดลายด้านในสิม / ลายกระจกสีด้านหลังสิม / ลายกระจกสีผนังของหอแดง / ราชรถโกศ / ผนังแกะสลักไม้ภายนอกเมี้ยนโกศ

วัดใหม่สุวันนะพูมาราม

วัดใหม่เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2364 สิมไม้ 5 ชั้น เป็นเอกลักษณ์ของหลวงพระบาง ระเบียงด้านหน้าเป็นส่วนที่งดงาม โดดเด่น ด้วยเสา และผนังที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะชั้นสูงที่ทำจากแผ่นทอง เล่าเรื่องราวของพระเวศน์ เรื่องการประสูติของพระพุทธเจ้า มีบางตอนของมหากาพย์รามายะณะ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน

ด้านหลังของสิม เป็นโรงเก็บเรือยาว 2 ลำ ทำจากไม้ พร้อมแกะสลักและลงสีด้วยลวดลายสวยงาม นำออกมาใช้ในงานแข่งเรือ บุญเดือน 9 (เดือนกันยายน)



ไหว้พระ : สักการะพระประธานในสิม

ชม : ผนังระเบียงสิม / เรือ

พิพิทธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง

พิพิทธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบาง เดิมเป็นพระมหาราชวัง ชาวลาวเรียกว่า “หอคำ” สร้างขึ้นเมื่อปี 2447 ช่วงต้นของยุคอาณานิคมฝรั่งเศส ใช้เป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์และราชนิกูล

ด้านสถาปัตยกรรมตัวอาคารออกแบบผสมผสานแบบลาวดั้งเดิม และการออกแบบอาคารแบบฝรั่งเศส ทางด้านหน้าอาคารปูด้วยหินอ่อนจากอิตาลี่ วัตถุมงคลของราชวงศ์ถูกนำมาจัดแสดงในห้องโถงใหญ่

องค์พระบาง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง พุทธลักษณะของพระบาง เป็นพระพุทธรูปปางประทับยืนปางประทานอภัย ทั้งสองพระหัตถ์ หรือปางห้ามสมุทร เป็นศิลปะสมัยขอมหลังบายน มีน้ำหนักประมาณ 54 กิโลกรัม ทำจากทอง เงิน และทองแดง เรียกว่า สัมฤทธิ์ แต่มีส่วนประกอบของทองคำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และในหอพระนี้ ยังมีพระพุทธนาคปรก สลักศิลาอีกสี่องค์และยังมีกลองโบราณอยู่ด้วย

หอพระบาง กำลังอยู่ในระหว่างการจัดสร้างใกล้แล้วเสร็จ อาคารก่อสร้างเป็นหลังคาซ้อนแบบหลวงพระบาง มีบันไดนาค ขึ้นสู่ตัวอาคาร เมื่อสร้างแล้วเสร็จจะอัญเชิญพระบางมาประดิษฐานไว้ที่หอแห่งนี้



ไหว้พระ : สักการะพระบาง

ชม : พระราชวังเดิม / ของที่ระลึกจากหลายประเทศทั่วโลก / ผนังแกะสลัก / กลองโบราณ

**หมายเหตุ: ในพิพิทธภัณฑ์ห้ามถ่ายภาพ

วัดหนองสีคูนเมือง

วัดหนอง เป็นวัดที่อยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2272 บูรณะใหม่เมื่อปี 2347 อุโบสถสีทองอร่ามหันหน้าทางด้านตะวันตก ด้านหน้ามีลวดลายแกะสลักปิดทองสะท้อนแสงแดดยามเย็น ภายในอุโบสถตกแต่งเสาสีแดงด้วยลายสีทองปูพรมสีแดง

ในอุโบสถ ประดิษฐาน “พระเจ้าองค์แสน” ซึ่งได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ ชาวเมืองจะไปสักการะบูชาเป็นประจำ เชื่อว่าพระเจ้าองค์แสนคุ้มครองผู้คนให้เดินทางปลอดภัย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบนบานศาลกล่าวในเรื่องต่างๆ ให้ได้ดังประสงค์ หรือที่ชาวลาวเรียกว่า “บะ”

การบน พระเจ้าองค์แสน จะใช้ “ขัน 5 พร้อมเทียนเวียนหัว” คือ ชุดดอกไม้ธูปเทียน 5 ชุด และเทียนที่ทำจากขี้ผึ้งความยาวเท่ากับเส้นรอบวงศีรษะ โดยปกติจะใช้เชือกวัดรอบศีรษะระดับหน้าผาก



ไหว้พระ : สักการะพระเจ้าองค์แสน / บนพระเจ้าองค์แสน

ชม : อุโบสถ / ผนังอุโบสถ

วัดวิสุนราช

วัดวิชุนราช ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง บนถนนวิชุนราช สร้างขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2046 ในสมัยพระเจ้าวิชุนราช องค์พระธาตุมีรูปทรงแปลกตา รูปร่างโค้งมนเหมือนผลแตงโม ถือเป็นความโดดเด่นของวัดวิชุนราช

พระอุโบสถ มีรูปทรงอาคารไทลื้อสิบสองปันนา ซึ่งมีจุดเด่นคือส่วนคอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไป ส่วนบนหลังคาประดับด้วย “โหง่” ตรงกลางหลังคามีช่อฟ้า เป็นรูปปราสาทยอดฉัตรเล็กๆ ลดหลั่นหลายชั้น หน้าต่างพระอุโบสถประดับด้วยลูกมะหวด บานประตูด้านหน้าทั้งสามช่องแกะสลักลงรักปิดทอง มีรูปพระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม และพระอินทร์ ศิลปะแบบเชียงขวาง

พระประธาน หรือพระองค์หลวงในพระอุโบสถมีขนาดใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ด้านหลังพระประธานมีโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆ ในหลวงพระบาง เช่น พระพุทธรูปสำริด พวกไม้จำหลักลวดลายต่างๆ พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรักปิดทองสูงเท่าคนจริงจำนวนมาก



ไหว้พระ : สักการะพระประธานในสิม

ชม : พระแกะสลักไม้ / พระธาตุหมากโม

วัดแสนสุขาราม

วัดแสนสุขาราม ปีที่สร้าง พ.ศ.2257 ประวัติการนำใช้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นหลังหลวงพระบางแยกออกจากเมืองเวียงจันทน์ อารามวัดผสมผสานกันระหว่างแบบเวียงจันทน์ หลวงพระบาง และเชียงขวาง ข้างฝาผนัง ประดับประดาด้วยภาพวาดมากมาย

มีพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง เรียกกันว่า “พระเจ้าแปดศอก” วัดแสนสุขาราม หรือเรียกสั้นว่า “วัดแสน” อยู่ริมถนนสักรินทร์ ก่อนถึงวัดเชียงทอง โดยสร้างขึ้นทับวัดเก่าสมัยศตวรรษที่ 15 ถือว่าเป็นสถานที่เก่าแก่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของเมืองหลวงพระบาง

บริเวณโดยรอบ มีหอกลอง และโรงเก็บเรือยาว 2 ลำ สำหรับแข่งฝีพาย

วัดแสน เคยเป็นที่พำนักของพระเถระของประเทศลาว คือสาธุคำจันวิรจิตมหาเถระ ซึ่งเดิมชาวบ้านละแวกวัดแสนจะได้นมัสการและชมบารมีท่านในระหว่างการออกบิณฑบาตรทุกวัน ในช่วงที่ท่านบวชกว่า 67 ปี ท่านมรณะภาพเมื่อ วันที่ 9 กรกฏาคม 2550




ธาตุพูสี (ค่าเข้าชม 20,000 กีบ เปิดให้ขึ้นชมได้ตลอดวัน)

พูสี เป็นยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบาง การได้เดินขึ้นไปบนยอดภูษีทำให้เห็นเมืองหลวงพระบางได้โดยรอบ และเห็นสายน้ำโขง มีบันไดขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงข้ามพระราชวัง 328 ขั้น ตลอดทางขึ้นพูสี ร่มรื่นไปด้วยต้นดอกจำปา (ดอกไม้ประจำชาติลาว)

พระธาตุพูสี สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท ประมาณพุทธศักราช 2337 พระธาตุนี้ตั้งอยู่บนยอดสูงสุดของพูสี ตัวองค์พระธาตุจะมองเห็นได้แต่ไกลจากแทบจะทุกมุมเมืองของหลวงพระบาง ช่วงที่พระธาตุนี้งดงามที่สุดคือช่วงตอนบ่ายแก่ๆแสงแดดจะกระทบองค์พระธาตุเป็นสีทองสุก รอบๆพระธาตุจะมีทางเดินให้ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง ยังมีสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาอีกหลายแห่งเช่น วัดถ้ำพูสี เป็นถ้าเล็กๆ ที่มีพระสังคจายประดิษฐานอยู่ วัดป่าแค วัดศรีพุทธบาท ซึ่งมีรอยพระพุทธบาทให้สักการะบูชา และวัดป่ารวก



ไหว้พระ : องค์พระธาตุ/ พระนอน/ พระสังคจาย

ชม : วิวทิวทัศน์ และดวงอาทิตย์ขึ้น หรือดวงอาทิตย์ตก

วัดธาตุหลวงราชมหาวิหาร

องค์อุโบสถในปัจจุบันดำริสร้างโดยเจ้ามหาชีวิตมันธาธุรัตน์ ในปี 2361 ในอุโบสถมีความงามของบานหน้าต่างซึ่งแกะสลักลงดำแบบล้านช้าง เสาในอุโบสถเป็นการแกะสลักลงดำเช่นกัน มีองค์พระประธานปางสมาธิและองค์พระพุทธรูป พร้อมงานศิลปะกรรมโบราณ จัดงานประจำปี ทำบุญธาตุหลวงในวันออกพรรษา

เจดีย์หลวงสร้างขึ้นเมื่อปี 2453 ต่อมาได้บรรจุอัฐิของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ส่วนเจดีย์ขนาดย่อมกว่า ซึ่งอยู่ด้านหน้าอุโบสถ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2363



ไหว้พระ : องค์พระประธาน/ องค์พระธาตุ

ชม : อุโบสถ และลายแกะสลักลงดำ


วัดป่าโพนเพา

วัดโพนเพา มีชื่อเรียกเต็มว่า “วัดป่าโพนเพา” ซึ่งเป็นวัดป่าสายวิปัสนา ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นสันติเจดีย์ได้แต่ไกลโดยเฉพาะจากการเดินทางระหว่างสนามบินเข้าตัวเมืองหลวงพระบางจะเห็นองค์เจดีย์สีทองงดงาม อยู่ท่ามกลางแมกไม้ สันติเจดีย์ หรือเจดีย์แห่งความสงบ มีมุข 4 ทิศ แต่ละทิศมีหอกลอง และมีเทวดาอยู่ประจำทั้ง 4 ทิศ ประตูทางเข้าเป็นไม้แกะสลักปิดทอง

มุมมองจากบริเวณรอบๆ สันติเจดีย์ จะเห็นภูเขาโอบล้อม เมืองหลวงพระบาง และมองเห็นพระธาตุพูสีอยู่บนภูเขาใจกลางเมืองอีกด้วย ที่วัดป่าโพนเพา ในแต่ละปีจะมีการจัดอบรมวิปัสนาให้แก่พระสงฆ์ เณร แม่ชี และศาสนิกชนที่สนใจ



ไหว้พระ : องค์สันติเจดีย์

ชม : วิวทิวทัศน์ ยามดวงอาทิตย์ขึ้น และดวงอาทิตย์ตก

วัดภูควาย

วัดภูควาย เป็นวัดที่สงบร่มรื่น บนภูเขา อยู่นอกเมืองหลวงพระบาง เป็นวัดป่าวิปัสนา มีพระเถระหลายรูปจำพรรษาอยู่ที่นี่

ไหว้พระ : กราบพระเถระ

ชม : วิวทิวทัศน์ สัมผัสกับความร่มรื่น และป่าไม้ของเมืองหลวงพระบาง

วัดที่หลวงพระบางมีจำนวนมาก และวัดสำคัญๆ ก็มีจำนวนมากเช่นกัน
11. วัดพระมหาธาตุวรวิหาร (เป็นวัดที่เจ้ามหาชีวิตสร้าง)
12. วัดมโนรม
13. วัดศรีพุทธบาท (ชมสิมที่ถูกสูดถอน พร้อมวิวแม่น้ำคาน)
14. วัดพระบาทใต้ (วัดพุทธ ลาว-เวียดนาม กราบรอยพระพุทธบาท และดูวิวตะวันตกทางน้ำโขง)
15. วัดเชียงม่วน (เก่าแก่ อยู่ในตัวเมือง)
16. วัดอาฮาม (เก่าแก่ มีอาคารที่เก็บปู่เยอย่าเยอ)
17. วัดหัวเชียง (หอเสี่ยง)
18. วัดคีรี
19. วัดสบ
20. วัดสังคโลก
21. วัดปากคาน
22. วัดป่าไผ่
23. วัดจูมค้อง (เก่าแก่ อยู่ในตัวเมือง)
24. วัดจอมเพชร (อยู่ฝั่งเชียงแมน)
25. วัดร่องคูน(อยู่ฝั่งเชียงแมน)
26. วัดโคกปาบ(อยู่ฝั่งเชียงแมน)

รวบรวมข้อมูล/ถ่ายภาพ โดย มีนา เปรื่องวิริยะ


Create Date : 01 กรกฎาคม 2552
Last Update : 1 กรกฎาคม 2552 21:07:44 น. 5 comments
Counter : 1761 Pageviews.

 
ปลาเคยไปว่ายพระที่หลวงพระบางเหมือนกันคะเห็นแล้วอยากไปอีกจัง


โดย: NIRISSA วันที่: 1 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:35:21 น.  

 
ยังไม่เคยไปเที่ยวที่หลวงพระบางเลยอ่ะ อยากไปมาก ๆ เลย ขอบคุณมาก ๆ นะค่ะที่แนะนำสถานที่


โดย: ฟ้าใส (n'lovely ) วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:23:27 น.  

 
ไปไหว้พระ 9 วัดที่หลวงพระบางเมื่อ 2 ปีที่แล้ว สนุกมาก ๆ เลยค่ะ ขี่จักรยานแป๊บเดียวก็ถึงกันทุกวัดแล้ว รถไม่เยอะแบบบ้านเรา เช้าก็ได้ใส่บาตรข้าวเหนียวทุกวัน ดี จริง ๆ


โดย: Jujastar วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:01:04 น.  

 
กวางน้อย
ไปอยู่มา 6 วัน ยังไปไม่ครบวัดที่กวางน้อยแนะนำเลยค่ะ
มีโอกาสจะขี่ลดถีบออกนอกเมืองดีกว่า
อ้อ มีข้อแนะนำ ขึ้นพูสีตอนเช้า หลังใส่บาตร ก็ได้อีก
อารมณ์ค่ะ ไม่มีใครเลย


โดย: เอื้อยแนน เชียงใหม่ IP: 119.42.78.41 วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:19:37 น.  

 
ยากให้ทุกๆคนไปเห็นและสัมผัสความงามของเมืองหลวงพระบางจังเลยครับ.ช่วงกลางพรรษายี่งมีงานบุณที่หน้าสนใจอิกมากนะครับเช่น งานบุญช่วงเรือ .......ไปมาแล้ว.คุ้มจี่งq


โดย: nick IP: 202.28.52.221 วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:42:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Minie'
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]




รู้โลกเรียนธรรม

Friends' blogs
[Add Minie''s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.