กลับมาอีกรอบ ไปมามาไป
Group Blog
 
All blogs
 

ทำเอง ชมเอง และหลอกให้หิว ตอน smoothie ขัดบล็อก

เอ้อ หลังจากที่ได้ตีลังกาคิดหน้าหกตลบว่าจะเอาอะไรมาลงบล็อกต่อไปดี ก็ได้เริ่มต้นที่ศัพท์ใจร้าย แต่เขียนอย่างไรใจก็ไม่ร้ายสักที จะเล่าเรื่องพูดไปไร้สาระก็กลายเป็นไร้สาระแบบไร้ความสนุก อย่ากระนั้นเลย พยายามมองไปรอบ ๆ ตัวแล้วก็เปิดไฟล์เปิดโฟลเดอร์ไปเรื่อย ๆ ตามประสาชาว hardsell หาของมาเล่าเรื่อง และในที่สุด ก็ได้เป็นอย่างที่เห็น ให้อภัยความ hardsell แสนจะกล่าว ในวันนี้อีกครานะคะ – จะเอามีเรื่องเล่าหรือจะให้หายไปนิ่ง ๆ ล่ะคะ (ฮ่า ๆ อันนี้กำลังขู่)



เอาล่ะค่ะ ไหน ๆ ก็ทำอาหารคาวมาหลายมื้ออยู่ วันนี้เราจะพาไปทำเรื่องดื่มบ้างดีกว่า smoothie วันนี้เป็นเมนูเด็ดที่ญาติโยมเรียกหาทุกครั้งเวลาที่เลี้ยงกันที่บ้านเลยทีเดียว (โฆษณาเกินจริงกันเข้าไป ฮ่าๆๆ) และวิธีทำก็ง่าย ง่าย ง่าย ยิ่งกว่าง่าย เริ่มต้น ทำน้ำเชื่อมอย่างง่ายด้วยการใช้น้ำตาลสี่ช้อนและน้ำค่อนแก้วเข้าไมโครเวฟไปสักหนึ่งถึงสองนาที พอแน่ใจว่าน้ำตาลละลายดีแล้วก็นำมาคน ๆ ให้เข้ากันอีกที

หลังจากนั้นเอาผลไม้แช่แข็งทั้งหลาย อันประกอบด้วยบลูเบอรี่ ราสเบอรี่ สตอร์เบอรี่รวมให้ได้สักหนึ่งกำมือใหญ่ ๆ มาใส่เครื่องปั่นแล้วปั่นสุดแรงพร้อมน้ำเชื่อมและน้ำแข็งละเอียด ถ้าสังเกตว่าปั่นไม่ไปก็ใส่น้ำเพิ่มลงไปช่วยก็ได้ ปั่น ปั่น ปั่นจนน้ำแข็งละเอียด เนื้อผลไม้รวมตัวกับน้ำแข็งก็เป็นอันใช้ได้

และ และ มาถึงช่วงเด็ดของรายการ ใส่เหล้าส้มประกอบอาหารและเครื่องดื่มอย่าง Grand Marnier หรือ Cointreau ไปเพื่อช่วยกระชับรสชาติและเพิ่มกลิ่น (นอกเหนือไปจากเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณแอลอฮอล์ ฮ่า) สักครึ่งช็อต ปั่นเร็ว ๆ อีกครั้งก่อนจะปิดเครื่องปั่นและเทลงแก้ว

นอกเหนือจากใช้แก้วหน้าตาสวยงามมีสกุลรุนชาติแล้ว เคล็ดลับน่ากรี๊ดกร๊าดอีกอย่าง คือใช้มะนาวซีกรูดที่ขอบแก้ว ก่อนที่จะไปจุ่มในจานใส่น้ำตาล ให้น้ำตาลเกาะเกล็ดรอบ ๆ ขอบแก้วอย่างที่เห็นในรูป (และอย่างที่เห็นในรูป น้ำตาลไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เพราะมัวแต่วิ่งไปหยิบกล้องมาถ่ายจนน้ำตาลเริ่มหลุด TT )

และถ้าไม่ชอบผลไม้ตระกูลเบอรี่เปรี้ยวเข็ดฟันทั้งหลาย จะเปลี่ยนมาให้แตงโม สับปะรด กล้วย ส้ม ขัดตาทัพแทนก็ไม่ผิดประการใดนะคะ และถ้ามองซ้ายมองขวาแอบใส่วอดก้าหรือรัมเพิ่มอีกสักช็อตก็ได้ค่ะ หรือถ้าอยู่กับเพื่อนฝูงคอแข็งเป็นกะทะเป็นเหล็กไหลก็เพิ่มไปอีกหลาย ๆ ช็อตไปเล๊ยย :D

เอาล่ะค่ะ จริง ๆ น่าจะมีรูปมากกว่านี้เนอะ แต่ว่าต้องออกไปข้างนอกแล้ว ไม่ทันแน่ ๆ ตำข้าวสารกรอกหม้อเท่าที่เห็นไปก่อนก็แล้วกัน เย้ ยังดีกว่าไม่มีอะไรอัพบล็อกเนอะ :D :D

[เพิ่มเติม]

เหมือนว่าบล็อกนี้เราจะง่ายไปหรือเปล่าคะ? ดังนั้น ก็มีสูตร punch ภูมิใจเสนออีกดีกว่า



ไม่มีอะไรมาก น้ำทับทิมสีแดงหรือ grenadine ยี่ห้อ USA เท่านั้นจำนวน 1 ช็อต ผสมกับน้ำส้มกล่อง หรือนำส้มคั้นสดถ้าทำได้ และน้ำสับปะรดกระป๋อง ผสมน้ำมะนาวอีกสักลูก (หรือหลายลูกถ้าชอบเปรี้ยวว) คนให้เข้ากัน ก่อนจะใส่แก้วเสิร์ฟพร้อมน้ำแข็ง และตกแต่งแก้วให้สวยงามด้วยก้านสะระแหน่และส้มผ่าซีก หรือจะเพิ่มเชอรี่สักลูก ชิ้นแอปเปิ้ลหรือสับปะรดหั่นเป็นลูกเต๋าด้วยก็จะยิ่งหรูหรางดงาม

และถ้าไม่อยากได้ mocktail เครื่องดื่มที่ขาดแอลกอฮอล์ ก็นี่เลยค่ะ ย้อนกลับไปแบบเดิม ใส่ Grand Marnier หรือ Cointreau เพิ่มความหอม หรือ วอดก้าและ/ หรือรัมเพิ่มความเมา :D :D :D

อย่างไรก็ตาม รับรองอร่อยค่ะ :D

ปล. สูตรที่ทำเป็นสูตรประมาณ 1 เหยือกทั้งสิ้นนะคะ :D :D




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2550    
Last Update : 18 ธันวาคม 2550 22:34:20 น.
Counter : 638 Pageviews.  

เนื้อที่โฆษณาพาไปกิน

(พื้นที่โฆษณาอย่างโจ่งแจ้ง)

คุณขา รู้จักพวกเข้าร้านไหนร้านนั้นเจ๊งหมดไหมคะ ไม่ต้องเหลียวไปดูที่ไหนไกลตัวเลยค่ะ เรากำลังหมายถึงครอบครัวอีฉันนั่นเอง ตั้งแต่เล็กจนโตมาแล้วค่ะ ชอบร้านไหน ติดใจร้านไหน คิดว่าร้านไหนอร่อย รสชาติดี ไปกินเป็นลูกค้าประจำไม่ทันไร ไม่ช้าไม่นาน ร้านนั้นก็จอเจ๊งเก๊งเก๊งค่ะ โฮโฮ หลายร้านอร่อยแบบหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ได้แต่คร่ำครวญคิดถึง อย่างรสซุปฟักทองหวานนุ่มลิ้นกับกับสเต๊กหมูอบเบียร์ชิ้นโตร้าน Delice หรือกระเพาะปลาผัดแห้งที่จ้าวสมุทร ที่ใช้มันกุ้งมาผัดจนซึมเข้าไปในเนื้อกระเพาะปลาพร้อมกับกุ้งตัวโต๊โต ฯลฯ เจ๊งไปหลายสิบร้านแบบ ...โอ้ อร่อยแบบชีวิตนี้หาไม่ได้อีกเสียด้วย

แถมยังเกิดเพาะนิสัยหวาดระแวงด้วยนะคะ คราวก่อน ตอนที่ไปสิงห์บุรี เราขับเลยร้านประจำไปแถวหนึ่งทำให้หาร้านไม่เจอ ก็เกิดกรีดร้องขึ้นมาว่าร้านเจ๊งไปแล้ว แถมมีการรื้อตึกกลายเป็นที่จอดรถ!! ให้ความเห็นกันไปต่าง ๆ นานาอย่างเสียจริตอยู่นานสองนาน ไม่ได้ดูเล๊ยว่าร้านอยู่ถัดไปนี่เอง

ดังนั้น เมื่อมีร้านใด ๆ ก็ตามหลงมาให้เราชื่นชอบชื่นชมกัน ก็ไม่แปลกอะไรที่ดีฉันจะขอเก็บไว้ให้นานน๊านนานใช่ไหมคะ นั่นแหละค่ะ ก็เลยเป็นที่มาของบล็อกโฆษณาของเราในวันนี้ ประมาณว่าขอโฆษณาประชาสัมพันธ์หน่อยเถอะ เผื่อลูกค้ามากขึ้นแล้วร้านจะอยู่กับเราต่อไปอีก ขี้เกียจไปร่ำร้องโหยหวนหาร้านที่หายไป แล้วก็ไปตามล่าหารสชาติถูกใจบ่อย ๆ นะคะ!

นั่นแล นั่นแล พ่อแม่พี่น้อง วันนี้จะพาไปรู้จักร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ “เกียวโต” ในหมู่บ้านสัมมากรกันค่ะ รสชาติอาหารอร่อยใช้ได้ แต่ที่น่ารักกว่านั้นก็คือ ร้านนี้เป็นร้านแบบบ้าน ๆ ที่พ่อแม่ลูกช่วยกันทำงานเสียด้วย มีคุณพ่อเป็นพ่อครัว คุณแม่เป็นคนรับออเดอร์ และคุณลูกเป็นพนักงานเสิร์ฟ

มีส่วนให้นั่งกันสองส่วน คือในร้านที่เป็นห้องแอร์ และโอเพ่นแอร์ในสวน ซึ่งถ้ามาตอนแดดร่มลมตก แล้วนั่งตอนเย็น ๆ รู้สึกถึงต้นไม้รอบตัว มองฟ้า มองดอกไม้ไปก็สุขใจไปพร้อมกับอิ่มท้องเหมือนกัน หรือนั่งตอนกลางคืนมีท้องฟ้าสีเข้มอยู่ก็มีความสุขไปอีกแบบ (พูดง่าย ๆ ว่าอิฉันนั่นเองที่นั่งเอ๋อมองเหม่อไปรอบตัวระหว่างรออาหาร ฮ่า ถ้าไม่ได้ธรรมชาติมาสะกด พวกโมโหหิวอาจลุกขึ้นมากรีดอาละวาดได้ :D :D)

นั่นแหละค่ะ นั่งพักใจแล้วก็เติมพลังด้วยอาหารอร่อย ๆ ที่ทำอย่างตั้งใจ อะไรจะสำคัญไปกว่านี้คะ ที่สำคัญ ถ้ากังวลกับทรัพยากรในกระเป๋า ร้านของเราก็ economico ถูกใจถูกสตางค์กันเสียด้วย อย่างปลาดิบแซลมอนจานละ 120 บาท หรือ ข้าวห่อสาหร่ายไส้กุ้งเทมปุระจานละ 80 บาท โอ้ โอ้


หน้าตาท่าทางของร้านบอกแล้วว่าบ้าน ก็บ๊านบ้านจริง ๆ



แซลมอนสองจานรวมกัน แต่เพราะช่วงนี้กินหัวไชเท้าไม่ได้ ทางร้านก็เลยจัดแครอทฝอยมาให้แทน ก็แปลกไปอีกแบบ ส้มไปทั้งจานแบบนี้


ข้าวปั้นหน้าแซลมอน ไข่กุ้ง และทูน่า ดูมาสองรูปไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบ้านนี้หลงรักปลาแซลมอน .. แม้ว่าจะลืมถ่ายแซลมอนย่างซีอิ๊วให้ดูอีกอย่าง ^^”


เกี๊ยวซ่า หนึ่งในของโปรดตลอดกาลของอิฉัน ไส้ทะลักอัดแน่นไปด้วยหมูและกระเทียมสับ โอ้ สวรรค์มีจริง :D :D


ข้าวปั้นสามเหลี่ยมที่รัก ไม่ต้องผิงไฟก็อร่อย ไส้ปลาแห้งก็ดี แซลมอนก็ดี บ๊วยก็ดี (มีคำถาม คิดว่าไส้ข้างในวันนี้เป็นอะไรคะ?)


ข้าวห่อสาหร่ายไส้เทมปุระกุ้งมีหน่อไม้ฝรั่งมาช่วยตัดรส แต่เหมือนจะช่วยให้รสกุ้งที่ทอดมาใหม่ ๆ ยิ่งอร่อย กุ้ง กุ้ง กุ้ง


ทูน่าสลัดอร่อยพร้อมน้ำสลัดสองรส ทั้งมายองเนส น้ำใสญี่ปุ่น พร้อมกับสลัดมัน ละม้ายคล้ายทรีอินวันสลัด จานนี้ก็สั่งทุกครั้งเป็นปกติเหมือนกัน!


แผนที่ร้าน ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำเอง ถ้าไปถึงได้เก่งมาก ถ้าไปไม่ถึงก็ยังเก่งอยู่ดี วาดได้ประหลาดขนาดนี้ มีคนบ่นว่าแผนที่คร่าวไป ถ้าอย่างไร ใครอยากได้ละเอียดก็หลังไมค์มาถามก็แล้วกันนะคะ หรือจะเอาเบอร์โทรร้านก็มีให้ ... สาธุ ทำทุกอย่างทุกทางยิ่งกว่าเป็นร้านตัวเองแล้วววววววว!!!!!!


ดังนั้น ใครที่อยู่กิตติ อยู่พฤกษชาติรีบไปกินโดยดี บังคับ บังคับ อย่าให้ต้องออกชื่อเป็นรายตัวเชียว :D :D :D



นอกเรื่องอีกนิด ช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงชีวิตทำให้เนือยบล็อกอยู่ค่ะ ต้องขออภัยที่ทิ้งบล็อกร้างไว้นาน และไม่ได้ไปเยี่ยมใครเท่าไหร่เลย จะพยายามกลับตัวกลับใจสังคมให้อภัย และกลับมาเป็นปกติในเร็ววันนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณตู่ –gettertu สำหรับบล็อกเรื่องหยุมหยิมที่บ้านเล็ก - จวน จี ฮุน - พัสดุจากหมาเลี้ยงแกะ และคุณอาย – DropAtearInMyWineGlass – กับบล็อก หมาเลี้ยงแกะอวอร์ด ลูกชิ้นปืนกล และ วันดีๆในเดือนเมษา ที่เป็นแรงกระตุ้นให้กลับมาอัพบล็อกได้อย่างกระดี๊กระด๊าอีกครานะคะ ฮ่า ในที่สุดก็หนีวังวน bloggang ไปไม่ถึงไหน!




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 21:04:41 น.
Counter : 1262 Pageviews.  

ทำเอง ชมเอง และหลอกให้หิว ตอนข้าวต้มลุยไฟ

[บล็อกแก้ขัดที่เกิดจากการคิดอะไรไม่ออก แต่ต้องขอเอามาหากิน เพื่อให้สถิติการอัพบล็อกอย่างไฮเปอร์หลังปีใหม่คงอยู่ต่อไป TT]

คำเตือน - อาจจะไม่อร่อยจริงก็ได้ แต่ต้องเขียนให้ดูน่ากินไว้ก่อนนน
และถ่ายรูปแบบถูกเร่ง เพราะฉะนั้นจะชัดบ้างไม่ชัดบ้าง :D :D :D


หลังจากติดค้างข้าวต้มลุยไฟกันมาหลายเพลา และห่างหายไปนานหลายเฮือก ก็ได้กลับมาหลอกให้หิวกันใหม่อีกแล้วค่ะ :D :D

ข้าวต้มวันนี้เป็นสูตรเด็ดของคุณนายที่บ้านยิ่งนัก แต่หลังจากที่ได้ถ่ายทอดวิชานี้มาให้ลูกสาวแล้ว คุณนายแม่เธอก็ถอยไปนั่งรอสบายใจที่โต๊ะ แล้วปล่อยให้ลูกรักทำทุกอย่าง (ฮือฮือ..โฮโฮ...ฮือฮือ...โฮโฮ)

ก่อนอื่น เตรียมโขลกกระเทียมและพริกขี้หนูให้เต็มครก พอเริ่มจะแหลกก็ใส่พริกไทยป่นลงไป หลังจากนั้น เปิดประตูหน้าต่างให้พร้อม (สำคัญมาก) และลงมือเจียวของในครกกับน้ำมันที่ตั้งไฟจนร้อน ผัดให้สำลัก ก็เป็นอันได้ที่ ให้ใส่เนื้อสัตว์ที่มีลงไป แล้วปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ก่อนจะเติมน้ำซุป หรือน้ำเปล่า

ใส่กะเพราหนึ่งกะละมังย่อมก่อนยกลง และจะได้มาเช่นนี้



วิธีรับประทานเริ่มจากตักข้าวสวยมาใส่ชาม - ไม่ควรเยอะ เพราะเราจะเน้นกุ้งกับหอยเชลล์กัน :D



ราดหน้าด้วยเครื่องและน้ำข้าวต้มลงไปให้ขลุกขลิก พร้อมด้วยไข่ฝอยลงไป จะเห็นได้ว่าวันนี้เนื้อสัตว์เราเป็นกุ้ง และหอยเชลล์ เพราะตกค้างอยู่ในตู้เย็นพอดี



ส่วนคุณไข่ นำไข่มาตีพอเข้ากันทั้งไข่ขาวไข่แดง และกรอกลงในกะทะที่เพิ่งทาน้ำมันเอาไว้ ขอให้แน่ใจว่ากระทะร้อนได้ที่พอดี จะได้ไม่ติดกระทะ แต่ก็ต้องแน่ใจด้วยว่าไม่ร้อนเกินไปจนทำให้คุณไข่ไหม้ .... เคล็ดลับช่วยชีวิตคือยกกระทะหนีเตาไฟทุกครั้งที่ดูท่าว่าไม่ได้การ :D :D !

หน้าตากองไข่ก่อนถูกแปรรูปเป็นไข่หั่นฝอย




อันนี้หลังแปรรูป .. ผ่านโรงงานอุตสาหกรรมหั่น หั่น หั่นมาแล้วว จริง ๆ แล้วใช้ตักตามใจชอบ เพราะถึงแม้การโรยไข่หั่นฝอยจะตัดรสเผ็ดรักษาลิ้น แต่บางคนที่เป็นจระเข้ก็ไม่สนใจไข่



จริง ๆ แล้ว ปัจจุบันลดรสเผ็ดลงไปเยอะเลย เดิมที ชื่อของสูตรก็คือ ข้าวต้มลงโป๊ะ (เพราะเน้นหนักเครื่องทะเลเป็นหลักใหญ่) แต่เพราะรสชาติที่จัดจ้าน ก็เลยถูกคนที่ปากจัดยิ่งกว่ารสชาติ เรียกว่า "ข้าวต้มลุยไฟ" จากรสเผ็ดร้อนของกระเทียม พริก และพริกไทยที่ยิ่งกว่าพร้อมจะยกกำลังโหดเมื่อตักใส่ปากตอนร้อน ๆ

แต่ก็นะคะ ข้าวซ้อมมือที่มีน้ำแกงกลิ่นหอมร้อนแรงของสามสหายจากครก และป้ากะเพรา แถมด้วยรสชาติสดหวานจากปลา กุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ก็ยิ่งก็ทำให้ยินยอมพร้อมใจกินไปปาดเหงื่อไป ลุยไฟไปจนกว่าจะหมดหม้ออยู่ดี



อนึ่ง ข้าวต้มนี้พิสูจน์มาแล้วว่ามีฤทธิ์ทำให้สร่างเมา หรือแม้แต่ลดอาการเส้นขัด ตึง ซึ่งเป็นไปได้สูงว่า เพราะตอนกิน มัวแต่อ้าปากเห่ออยู่จนลืมความเจ็บปวดไม่สบายใด ๆ ไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนลงมือรับประทาน ควรเตรียมของดับเพลิงไว้ด้วย เช่น แตงโม มะละกอ ชาเย็น และไอติมกะทิไว้รบกับรสเผ็ดด้วยก็จะดีมาก และกรุณาเตรียมทิชชู่ซับเหงื่อให้พร้อม




 

Create Date : 28 มกราคม 2550    
Last Update : 29 มกราคม 2550 9:00:18 น.
Counter : 526 Pageviews.  

ทำเอง ชมเอง และหลอกให้หิว ตอนทูน่ามื้อสาย

คำเตือน - อาจจะไม่อร่อยจริงก็ได้ แต่ต้องเขียนให้ดูน่ากินไว้ก่อนนน
และถ่ายรูปแบบรีบมาก เพราะหิวมือไม้สั่น ดังนั้น ห่างไกลคำว่างามไปร้อยปีแสง :D :D :D


อันที่จริง สาย ๆ วันนี้เรามีโครงการจะทำข้าวต้มแท้ ๆ นะคะ แต่ด้วยความที่ตื่นสายมาก ๆ ก็เลยขอเปลี่ยนเป็นอาหารง่าย ๆ ให้สมกับเป็นเช้าวันสบาย ๆ ก็แล้วกัน

มองไปรอบ ๆ ครัว มีขนมปังก้อนเล็ก ๆ ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน ก็ได้การล่ะ คุณขนมปังอร่อยแท้ ๆ แม้ไม่ทาอะไร เนื้อนุ่มทรงคุณค่าด้วยธัญพืขอยู่แล้ว




แถมยังมีงาหม่อน กับงาขาวอร่อยสุด ๆ โรยหน้าอีกต่างหาก



นั่นแหละ ผ่ากลางแล้วเอาเข้าเตาปิ้งไปเลย นอกจากจะอุ่นร้อนแล้ว ยังเป็นการดึงกลิ่นและรสชาติของขนมปังออกมาอีกต่างหาก

หลังจากนั้น จัดการโปะไส้ทูน่าที่ทำไว้แล้วลงไป

ไส้ทูน่าก็ไม่มีอะไรมาก ใช้ทูน่าหนึ่งกระป๋อง ใส่มายองเนสมาโย พริกยักษ์สีแดง และหอมใหญ่ที่หั่นชิ้นเล็ก ๆ ลงไป พร้อมปรุงรส ด้วยซีอิ๊วขาว พริกไทย และที่ขาดไม่ได้ โรสแมรี่เจ้าประจำ เพื่อแต่งกลิ่น และชูรสให้พี่ทูน่า



และเพราะทำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จึงแน่ใจได้ว่า พริกยักษ์ หอมใหญ่ และทูน่าจะประสานตัวรักใคร่กลมกลืนกันดีแล้ว ไม่มีรสเผ็ดของหอมใหญ่มาบาดลิ้นตอนกัดเข้าปากเป็นอันขาด

เพื่อคุณค่าอาหารหลัก 5 หมู่ มีผักประกอบอีกนิด เป็นคอส กับมะเขือเทศเลยก็แล้วกัน นอกจากจะเปิดตู้แล้วเจอ ยังสีสันตัดกันงามงดอีกด้วย :D



ใช้ถ้วยขาว เพื่อไม่ให้แย่งผักเด่น และไม่ต้องใส่น้ำสลัดใด ๆ เพราะถือว่ามีเพื่อตัดรสให้ไส้ทูน่า เวลาเคี้ยวสลับกับผักจะได้ซึมซับรสชาติของไส้ทูน่าได้เต็มที่ และเมื่อหันมาจิ้มผักสลัดก็จะได้รับรู้รสสดชื่นพร้อมไปกับความสดกรอบของคอส และความชุ่มฉ่ำของมะเขือที่รัก



โอ๊ะ เพิ่มชาสักแก้ว เพื่อล้างรสมายองเนสที่ติดอยู่ที่ลิ้นหลังอาหาร และให้ดี ก็ต้องนี่ ชา Dilmah สุดที่รัก และน้ำตาลไม่ฟอกสี ใส่นมอีกนิด หอมทั้งชา หอมทั้งน้ำตาล หอมทั้งนม แตะลิ้นตอนอุ่น ๆ โอ๊ย สุขใจ



และไหน ๆ ก็ไหน ๆ เพื่อให้อลังการสมเป็น brunch มื้อสาย วางใส่ถาดให้เริดหรูเพิ่มมูลค่าอีกนิด กับมีน้ำส้มให้อีกแก้วเพื่อปิดท้ายมื้อสายวันนี้



ส่วนรูปนี้โคลสทูน่าหลอกให้หิวกันอีกนิด :D




ปล. มีแมวกี้มาขอแบ่งทูน่าไปด้วยอีกต่างหาก พอเสร็จจากถ่ายรูปขนมปัง ก็หันไปเจอพอดี กำลังจะกินพอดีเลย TT




 

Create Date : 16 กันยายน 2549    
Last Update : 16 กันยายน 2549 15:52:23 น.
Counter : 554 Pageviews.  

ทำเอง ชมเอง และหลอกให้หิว ตอนตับ

คำเตือน - อาจจะไม่อร่อยจริงก็ได้ แต่ต้องเขียนให้ดูน่ากินไว้ก่อนนน
และถ่ายรูปแบบรีบมาก เพราะถูกเร่งให้เลิก ดังนั้น ห่างไกลคำว่าดีไปร้อยปีแสง :D :D :D

ไหน ๆ ก็ถูกครหาว่าเป็นพวกตะกละเขียนเรื่องเที่ยวมีแต่เรื่องกินมาแล้ว วันนี้ก็เลยจะพาไปทำอาหารกันเลยก็แล้วกันนะคะ

ผลิตภัณฑ์วันนี้เป็นตับไก่ค่ะ เผอิญว่าหมักตับค้างคืนไว้มา 2 คืนแล้ว เพิ่งจะได้ฤกษ์ทำเสียที

จานแรกง่ายสุด ๆ เอาตับไก่ที่หมักไว้กับซีอิ๊วขาว แม๊กกี้ พริกไทย และกระเทียมสับของเรามาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วพันด้วยเบคอน ก่อนจะนำไปอบ และเพิ่มลูกเล่นให้ตับที่รักนิดหน่อยด้วยกระเทียมหั่นขวางสอดอยู่ระหว่างตับและเบคอน ซึ่งมีประโยชน์ด้านรสชาติช่วยตัดลดความเลี่ยนจากตับด้วยรสเผ็ดหอมของกระเทียมได้อีกอย่าง




จริง ๆ จานนี้ทานเปล่า ๆ ก็อร่อยแล้ว เพราะว่าจะได้ซึมซับกลิ่นหอมของเบคอนที่อยู่กับเนื้อนุ่ม ๆ ของตับไประหว่างเคี้ยว แต่เพราะมีคนบอกว่าอยากได้เครื่องจิ้ม ก็เลยมีซอสพริกศรีราชามาแกล้มประกอบด้วย



(โคลสกันเข้าไป)


จานต่อมา เพราะว่า เบคอนหมด และเสียดายกระเทียม และน้ำที่หมักตับเอาไว้ พวกงกเสียดายของก็เลยทำอาหารตับอีกจาน โดยเอาเนยมาตั้งละลายบนกะทะ พอเริ่มร้อนก็วางตับที่เหลือลงไป กลับด้าน ก่อนจะใส่กระเทียมและน้ำหมัก แล้วก็ไหน ๆ ก็มีวิปครีมเหลือในตู้ ก็เทวิปครีมไปด้วย พร้อมสุดท้าย ราดด้วยเหล้าส้มสุดรักด้วยปริมาณหนักมือ ให้ไฟลุกท่วมมม :D :D



ส่วนเรื่องรสชาติ ก็แน่ใจได้ว่า เพราะเหล้าส้มทำให้หอมหวานไม่มีกลิ่นคาวตับ ส่วนคุณวิปครีมก็ช่วยประสานให้ตับนุ่มลิ้นไม่ต้องเคี้ยว ละลายในปากได้เลย และกระเทียมที่กระจายอยู่ก็เพิ่มรสสัมผัสให้อีกอย่าง

ส่วนโรลยังไม่ถึงขั้นทำเอง เพราะใช้ของสำเร็จ เจ้าประจำแถวบ้าน อร่อยสุดชีวิตเพราะเมล็ดธัญพืชโดยเฉพาะทานตะวันที่กระจายตัวเต็มชิ้น ส่วนผัก ก็ฉีกถุงสำเร็จแล้วมาวางใส่จาน


ส่วนของหวานวันนี้ ก็คือที่ทำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน



ดูหน้าตา บอกไม่ได้จริง ๆ ว่าอะไร เพราะว่าทำผิดสูตร ใส่เจลาตินหนักมือไปหน่อย (มากหน่อย) แต่จริง ๆ มันก็คือ ปันนาคอตต้า แบบวิปลาส

ก็เลยพยายามจัดให้สวย เพื่อหลอกคนร่วมโต๊ะโดยใช้ดอกไม้ในบ้านให้เกิดประโยชน์



ได้มาแบบนี้



(แบบโคลสโซโคลสเช่นเคย)





ส่วนนี่ เพิ่งนึกออกว่าลืมโปะซอสแครนเบอรี่ลงไปค่ะ




ตอบคำถามค่ะ
ปันนาคอตต้า (panna cotta) ก็คือ ครีมและนมที่ผสมรวมกัน เติมน้ำตาล กลิ่นวานิลา และถูกทำให้แข็งตัวด้วยเจลาตินน่ะค่ะ เรียกง่าย ๆ ก็คือ “ครีมพุดดิ้ง” แบบอิตาเลี่ยนนะคะ และคำว่า ปันนาคอตต้า เองก็แปลว่า cooked cream ด้วย

เพราะว่าใช้ครีมและนมบวกกับรสที่ค่อนข้างหวาน ก็เลยนิยมทานกับพวกผลไม้รสเปรี้ยว เพื่อตัดรส ไม่ว่าจะอยู่ในรูปผลไม้เลย หรือว่าผ่านการแปรรูปเป็นซอสก็ได้ และเพราะฝรั่ง ผลไม้รสเปรี้ยวจะมีแค่พวกเบอรี่ ก็เลยมักจะเป็นกับบลูเบอรี่ ราสเบอรี่ แครนเบอรี่ หรือ ส้ม ฯลฯ ค่ะ ส่วนบ้านเราผลไม้รสเปรี้ยวเยอะ อาจจะเปลี่ยนเป็นสับปะรด มะม่วงก็ได้ แต่สีตัดอาจจะไม่จัดเหมือนใช้สีจัดเข้มจากเหล่าเบอรี่




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2549    
Last Update : 22 สิงหาคม 2549 16:12:22 น.
Counter : 536 Pageviews.  


หมาเลี้ยงแกะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"มากระโดดโลดเต้นสนุกสนานไร้สาระไปกับหมาเลี้ยงแกะไฮเปอร์ที่ขยายสาขามาจาก blogspot กัน!"

หลงเข้ามาใหม่? คิดอะไรไม่ออก? แวะไปดูโครงสร้างบล็อกและการอัพเดทเรื่องได้เลยนะคะ




[* เรื่องล่าสุด ]


เล่าล่าสุด 2009
ทางแยก
ดื่มน้ำไหมแมว
วาดวัว



Friends' blogs
[Add หมาเลี้ยงแกะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.