ความฝันที่ไม่มีระยะเวลาคือการเพ้อฝัน
Group Blog
 
All Blogs
 
MLM แลกอิสระทาง"การเงิน"กับอิสระทาง"ความคิด"?? <part 4 END>

กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนานร่วม 2 เดือน อะไรกันทำไมเวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้ นี่เราละเลยบล็อกไปขนาดนี้เลยหรอเนี้ย

ยังไงก็ตามแต่ กลับมาครั้งนี้จะได้มาเฉลยฉากสุดท้ายของกระบรวนการMLM ในมุมมองที่หลายๆคนอาจจะเห็นและอีกหลายๆคนที่ยังไม่เห็นเพราะกำลังหลับหูหลับตาทำยอดอยู่

<<แลก"อิสระทางการเงิน"กับ"อิสระทางความคิด">> เหตุที่ต้องพาดหัวให้ดูรุนแรงขนาดนี้ก็เพราะว่า ธุรกิจMLM นั้น ค่อนข้างที่จะเปราะบาง ก้ำกึ่งกันมาก ระหว่างด้านมืดและด้านสว่างของธุรกิจ ที่พาดหัวแบบนี้หลายคนก็คงจะเห็นแล้วว่าเป็นการตีแผ่ด้านมืดออกมา เพราะสำหรับบางคนแล้วนั้นอาจจะมองเห็นแต่ด้านสว่างจากการที่มีคนมาวาดฝันให้ อย่างโน้น อย่างนี้ มีบ้าน มีรถ มีเงินใช้กันสบายๆ

จากประสบการณ์ตรงของตัวเองและคนรอบๆข้างนั้น คนส่วนใหญ่(ไม่ใช่ทุกคน)ที่หลุดเข้าไปในโลกของMLM แล้วนั้น จะเหมือนกับเข้าไปในวังวนของความฝันของตัวเองแล้วจะทำทุกวิธีทางให้ไปถึงจุดจุดนั้นให้เร็วที่สุด ใครล่ะ?ที่เราจะไปขายของให้หรือเอามาเป็นdown line ของเราได้ง่ายที่สุด แน่นอนว่าคงไม่ใช่คนที่เดินสวนกันตามท้องถนน มันต้องเป็นคนใกล้ตัวของเราคือ คนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนของเพื่อน ฯลฯ

มีเพื่อนของเราคนนึงทำแอม.. ตั้งแต่มัธยม แล้วมันก็มาชวนซื้อโน้นซื้อนี่ หรือชวนไปฟังสัมมนาให้ไปเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ
ตอนแรกเราก็เกรงใจเห็นว่าเป็นเพื่อน หลังๆชักไม่ไหว เริ่มมีการหลบหน้า หรือไม่รับโทรศัพท์กันเกิดขึ้น แล้วมันก็ไม่ได้ทำกับเราคนเดียวด้วยซิ เพื่อนๆในกลุ่ม หรือจะเป็นเพื่อนของเพื่อนก็ดี โดนลูกหลงกันหมด จนเพื่อนๆก็เริ่มเอือมกับมันแล้ว

นี่คือส่วนหนึ่งของด้านมืดที่เห็นได้ชัดคือ คนที่MLMทำมักจะมองข้ามจุดๆนี้ไป คือการใช้ความเกรงใจเป็นเครื่องมือ แต่เมื่อความเกรงใจไม่ได้ผล เมื่อนั้นความสัมพันธ์ก็จะเริ่มแตกหัก เพราะความหน้ามืดในการที่บรรดาวิทยากรจากการอบรม ได้ยัดเยียดความฝันให้ บ้านหรูๆ คอนโด รถสปอร์ต อยู่ใกล้แค่เอื้อม ขอเพียงเราขายของหรือหาสมาชิกมาให้ได้ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครหรือจะทำให้เค้ารู้สึกยังไงก็ตาม

จนทำให้อิสระทางความคิดหายไปในชั่วพริบตา หลายคนที่เคยทำ แล้วเลิกทำก็จะพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า "เสียเพื่อน" แต่สำหรับบางคนนั้นเลือกที่จะไปอยู่ในวังวนของการแสวงหาความจริงใจกันในเครือข่าย มีการให้กำลังใจกันในเครือข่าย บางคนอาจจะโชคดีที่เจอคนดีๆเข้ามา แต่ส่วนใหญ่แล้วเค้าคือคนที่ทำธุรกิจกับเราไม่ใช่หรือ? ไม่ว่าเราจะเป็นup line หรือ down line เค้า ก็ล้วนแล้วแต่มีผลประโยชน์ซึ่งกันและกันทั้งนั้น ฉะนั้นเมื่อใดก็ตามที่ผลประโยชน์หมดลง ความเป็นเพื่อนก็คงจะเสื่อมถอยไปด้วย


นี่คงเป็นข้อคิดเล็กๆน้อยๆ อาจจะโดนใจใครบางคนที่ติดตามอ่านตั้งแต่partแรก หรือสำหรับบางคนที่คิดว่าการทำธุรกิจแบบนี้คือที่ของคุณแล้ว สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากให้คิดก็คือ จิตใจไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน วันนึงถ้าคุณไปถึงจุดสูงสุดที่คุณต้องการแล้ว คุณอาจจะเดียวดายอยู่จุดๆนั้นคนเดียว เพราะไม่มีใครหลงเหลือที่จะอยู่รอบข้างคุณแล้วก็เป็นได้








อาเสี่ยรองเท้าแตะ



Create Date : 13 มิถุนายน 2553
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 23:32:38 น. 0 comments
Counter : 185 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อาเสี่ยรองเท้าแตะ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อาเสี่ยรองเท้าแตะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.