Group Blog
 
All blogs
 

วิวาห์ลวง บ่วงหัวใจ ตอนที่ 5




พิมพ์สุจีถอดผ้าปิดปากก่อนจะยัดมันลงไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ลวก ๆ ร่างบางหมุนคอไปมาเพื่อคลายเมื่อย หลังจากที่วันนี้เธอทำฟันให้คนไข้สามสี่คนติดกันไม่ได้หยุดพัก หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อเห็นว่าคนคุ้นเคยขวางทางเธอไว้ แถมจ้องเธอด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว พิมพ์สุจีถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะเอ่ยถามสามี


“ มีอะไรหรือคะ ถึงมาหาฉันที่แผนก ร้อยวันพันปีไม่เห็นว่าท่านเจ้าของโรงพยาบาลจะเคยสนใจย่างเท้าเข้ามหา ”


“ ถ้าผมไม่มีเรื่องด่วนจริง ๆ คงไม่มาหรอกนะ ”
สพลบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะลากร่างบางให้ตามเขาไปในทิศทางที่ต้องการ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของเหล่าพยาบาลและบุรุษพยาบาลที่พบเห็น
พิมพ์สุจีเซไปกระแทกกับผนังเบา ๆ หลังจากเธอถูกสามีตามกฏหมายลากมายังบันไดหนีไฟโดยไม่ได้บอกเหตุผลของการกระทำเช่นนี้ หญิงสาวอ้าปากจะด่า หากแต่ยังไม่ทันที่เสียงใด ๆ จะออกจากปากของหญิงสาว สพลก็ปิดปากเธอด้วยการฟาดซองเอกสารสีน้ำตาลกับศีรษะเธอเบา ๆ


“ เอาไปดูซะ...” หน้าหวาน ๆ ของชายหนุ่มหงิกงอจากความโกรธ หลังจากยื่นซองนั้นเสร็จเขาก็ระบายลมหายใจแรงอย่างหงุดหงิด พลอยให้พิมพ์สุจีที่เห็นอาการเช่นนั้นของเขาอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนใจเย็นอย่างเขาถึงกับอารมณ์เสียได้ขนาดนี้


หญิงสาวค่อย ๆ แกะซองเอกสารนั้นออกช้า ๆ ด้วยหัวใจระทึก และแล้วของที่อยู่ภายในนั้นก็ทำให้เธอถึงกับตาโต
รูปภาพนับสิบภาพค่อย ๆ ผ่านเข้ามาในสายตาหญิงสาวช้า ๆ ตามจังหวะการเปลี่ยนรูปของเธอจนครบ หญิงสาวเงยหน้ามองสามีที่เบือนหน้าหนีและทุบกำแพงเบาๆ


“ ไอ้ผู้ชายในรูปมันคือแฟนเก่าคุณใช่ไหม ผมจำได้ ”


“ ใช่ค่ะ...” เธอรับคำเบา ๆ ด้วยความสับสนที่มีมากมายในสมอง ตอนนี้เธอคิดอะไรไม่ออก มันมึนงงไปเสียแทบทุกอณูสมอง ทำได้เพียงแค่ขยับปากช้า ๆ แผ่วเบา


“ คุณจะทำลายจีนไปถึงไหนพิมพ์ คุณได้ผมมาแล้ว คุณยังต้องการอะไรอีก !! ”
สพลโกรธจนตัวสั่น มือแข็งแรงบีบไหล่บอบบางจนเส้นเลือดขึ้น หน้าแดงก่ำเพราะความโกรธจัด พิมพ์สุจีได้แต่มองเขาอึ้ง ๆ เพราะสมองของหญิงสาวยังไม่สั่งการใด ๆ เธอจึงทำได้แต่เพียงให้เขาระบายความโกรธด้วยการบีบไหล่บอบบางจนสาแก่ใจ


เมื่อสพลเห็นว่าเธอทำหน้าเลื่อนลอยและไม่ได้รับรู้สิ่งที่เขากระทำ เขาจึงปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ เธอกระพริบตาถี่ ๆ เรียกสติ


“ ฉัน...ฉันไม่รู้เรื่อง ”


“ คุณจะไม่รู้เรื่องได้ยังไง คุณจะบอกว่าไอ้บ้านั่นมันตั้งใจจะทำอะไร ๆ กับผู้หญิงที่ไม่รู้จัก ซึ่งบังเอิญว่าเป็นแฟนเก่าของผม และก็บังเอิญอีกเหมือนกันที่คุณเกลียดแฟนเก่าผมเสียอย่างกับแค้นเธอมาตั้งแต่ชาติปางก่อน แล้วความบังเอิญอย่างสุดท้าย คือการที่ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มันส่งภาพพวกนี้มาเยาะเย้ยผมถึงที่โรงพยาบาล ”


“ บางที..อาจจะไม่ใช่ก็ได้ ” เมื่อเรียกสติขึ้นมาได้ เธอก็เริ่มเถียง


“ ไม่ใช่ได้ยังไง ก็มันจ่าหน้าซองถึงผม ดูให้เต็มตา ” เขาคว้าซองมาจากมือของเธอ และจับด้านที่มีจ่าหน้าซองให้เธอเห็นเต็มสองตา พิมพ์สุจีถึงกับอึ้งพูดไม่ออก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอปล่อยให้สพลทำร้ายเธอมามากเกินพอกับการทิ้งให้เธออยู่บ้าน รวมทั้งการกระทำที่ไม่ให้เกียรติเธอสักเพียงนิดในวันนี้ หญิงสาวจึงเหยียดยิ้ม


“ จะโทษพีทอย่างเดียวก็ไม่ได้นะคะ บางทีอาจจะเป็นแม่จีนนั่นก็ได้ที่ทำเรื่องนี้ เธอคงจะรักคุณม้ากมาก...ถึงได้ทำแบบนี้กับคุณ และตอกหน้าฉันด้วยการนอนกับผู้ชายคนใหม่ ซึ่งเป็นแฟนเก่าฉัน ” ทันตแพทย์สาวลอยหน้าลอยตาตอบ ทำเอาคนฟังขบกรามจนเป็นสันนูน


“ อย่าคิดว่าผู้หญิงทุกคนสันดานเหมือนคุณหมดสิพิมพ์สุจี ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อการแก้แค้นได้อย่างคุณ ”
พูดจบผู้บริหารหนุ่มก็กระชากประตูอย่างแรงและเดินหนีไปโดยไม่เอ่ยคำลา ทิ้งให้พิมพ์สุจีที่หน้าชาจากคำด่าทอของเขา


คนเราก็มีขีดจำกัดเหมือนกันนะคุณสพล
ถ้าไม่ติดว่าที่ฉันได้ทำงานในโรงพยาบาลนี้ก็เป็นเพราะได้แต่งงานกับคุณ และที่สำคัญมากกว่านั้นคือคุณเป็นคนที่แม่นั่นรัก ฉันไม่มีทางที่จะทนให้คนแบบคุณมาด่าอยู่ข้างเดียวหรอก
อีกไม่นานหรอก...อีกไม่นาน ฉันก็จะพอใจ...และหย่ากับไอ้บ้าอย่างคุณโดยเร็ว !!!



คุณกิตติมือสั่นเทาหลังจากที่เห็นรูปถ่ายมากมายที่ภรรยาของเขาเอามาให้ ชายชราถึงกับยืนไม่อยู่เซล้มทำท่าจะเป็นลมตามภรรยาที่นอนหมดสติอยู่บนโซฟา


“ นี่มันอะไรกัน ” ท่านถามเสียงสั่น “ รูปพวกนี้มันอะไรกัน !!! ”
จิณัฐตาถูกเรียกตัวกลับมาจากที่ทำงานอย่างเร่งด่วนโดยที่ไม่รู้เหตุผลที่ตนต้องรีบลนลานขนาดนี้ แต่เมื่อมาถึงและพบต้นตอของเหตุที่หญิงสาวต้องรีบมา เธอถึงกับเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรง ภาพแสดงอิริยาบถต่าง ๆ ของเธอกับพิพิทธน ถึงแม้มันจะไม่ได้เห็นอะไรที่น่าเกลียดมากนัก แต่สภาพเธอและ
สัตวแพทย์หนุ่มคนนั้นก็แสดงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี น้ำอุ่น ๆ เริ่มเอ่อล้นขอบตา อาบสองแก้มนวล


“ แกมีอะไรอธิบายไหม!! ” คุณกิตติโกรธจนหน้าแดง แผดเสียงใส่ลูกสาวเพียงคนเดียวดังลั่นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน คุณจิราพรที่เพิ่งได้สติกลับคืนมาถึงกับสะดุ้งตาม ก่อนจะถลามากอดลูกสาวแน่น


“ งามหน้านักไหมล่ะ นอนกับผู้ชายยังไม่พอ ยังถ่ายรูปเก็บมาประจานตัวเองอีก !! ”
คุณกิตติคว้านิตยสารบนโต๊ะตีร่างบางที่ร้องไห้ตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่กับพื้นอย่างไม่ยั้งมือ และผู้เป็นลูกสาวก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลบหลีกแต่อย่างใด เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะเป็นเช่นนี้...


“ พอเถอะค่ะคุณ...อย่าตีแกอีกเลย แกเจ็บพอแล้ว ” คุณจิราพรลูบผมที่โดนนิตยสารตีหลายครั้งจนยุ่งเหยิงให้เข้าที่


“ เพราะตามใจมันน่ะสิ..มันเลยทำเรื่องงามหน้าแบบนี้ !!! ”
คุณกิตติทำท่าจะปาหญิงสาวด้วยหนังสือ หากแต่หนังสือเล่มหนาที่ลอยหลุดออกจากมือของผู้เป็นพ่อกลับลอยละลิ่วไปปะทะกับร่างสูงของผู้มาใหม่ที่มาบังหญิงสาวที่นั่งขดตัวอยู่บนพื้นแทน


เกี๊ยมอี๋มองนายของมันอย่างแสนสงสาร แต่สุนัขตัวเล็ก ๆ อย่ามันทำอะไรไม่ได้ จึงทำได้เพียงเห่าบ๊อก ๆ หวังจะห้ามผู้เป็นตา
จิณัฐตาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ หลังจากหลับตาลงเพราะเตรียมตัวที่จะรับความเจ็บปวด หากแต่เมื่อหลังจากหลับตาลงแล้วไม่ได้พบกับความเจ็บปวดอย่างที่คิด หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นช้า ๆ


พิพิทธน !!!


“ แกมาที่นี่ทำไม ” คุณกิตติถามเสียงขึงขัง “ พวกเราไม่มีใครต้องการพบหน้าคุณ ”


“ แต่ผมต้องการพบคุณครับคุณพ่อ ” เขาบอกเสียงเรียบ “ ไม่นึกว่าจะเห็นภาพที่คุณกำลังทำร้ายคนที่เจ็บปวดหัวใจอยู่แล้วให้ยิ่งเจ็บซ้ำสอง ” เขาบอก ก่อนจะก้มตัวลงพยุงร่างบาง หากแต่จิณัฐตากลับปัดมือหนาออกอย่างรังเกียจ


“ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ” สายตาที่หญิงสาวมองเขานั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ จิณัฐตาลุกขึ้นก่อนจะผายมือออกช้า ๆ


“ เชิญ...มาทางไหนกลับไปทางนั้น แล้วอย่าเสนอหน้ามาที่บ้านหลังนี้อีก ”
พิพิทธนระบายลมหายใจช้า ๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องทำตามแผน ตบหัวแล้วลูบหลัง เขาก็คงไม่ต้องถ่อสังขารตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้หรอก เขาจำเป็นต้องแสดงบทสุภาพบุรุษผู้แสนดี ที่ทำผิดแล้วต้องรับผิดชอบ เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้ม


“ ผมไม่กลับ จนกว่าผมจะพูดธุระของผมเสร็จครับ ”


“ ธุระอะไรของคุณ ”
พิพิทธนยิ้มหวาน ก่อนจะถือวิสาสะคว้าข้อมือบางเธอบังคับให้เดินตามเขาเข้าไปยืนตรงหน้าคุณกิตติ แม้ว่าร่างบางจะขัดขืน หากแต่ด้วยแรงของชายย่อมมีมากกว่าหญิง เธอจึงจำเป็นต้องเดินตามเขาไปอย่างเสียไม่ได้


“ คุณพ่อครับ ....ผมขอรับผิดชอบสิ่งที่ผมกระทำ เพื่อไม่ให้เธอต้องเสียชื่อเสียง ด้วยการแต่งงานกับจีนครับ ”
คำประกาศของพิพิทธนทำให้ทุกคนในบ้านถึงกับพูดไม่ออก คุณจิราพรที่ได้สติก่อนใครรีบคว้าแขนของว่าที่ลูกเขย เขย่ามันเบา ๆ อย่างดีใจ


“ จริงหรือลูก...จริงหรือพ่อพีท พ่อพีทจะแต่งงานกับน้องจริง ๆ หรือ ”


“ ครับ ” เขาตอบรับหนักแน่น


“ ไม่แต่ง !! ” จิณัฐตาประกาศก้อง และหนักแน่นกว่าชายหนามนับสิบเท่า บัดนี้น้ำตาเหือดแห้งไปจากแก้มนวลและตาคู่สวยของเธอหมดแล้ว หากแต่รอยความเจ็บปวดยังคงหยั่งรากลึกในดวงตา ยิ่งยามที่เธอจ้องมองพิพิทธน แววตานั้นยิ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เจ้าหมาน้อยเกี้ยมอี๋ที่เหมือนรับรู้ความรู้สึกของนาย จึงวิ่งมาคลอเคลียขา หวังให้เธอใจเย็นลง


“ เกี้ยมอี๋คะ แม่ขอคุยกับคนไม่ดีแป๊บนึงนะคะ น้องเกี๊ยมอี๋ไปนอนรอตรงที่ประจำก่อน เดี๋ยวแม่จะไป
หา ” หญิงสาวก้มลงบอกเจ้าหมาน้อยด้วยเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย หากแต่เจ้าเกี๊ยมอี๋ก็ยังฟังออกว่าเจ้านายที่เรียกตัวเองว่าแม่ของมัน อารมณ์ไม่ดีมาก มันจึงรู้ว่าไม่ควรเสนอหน้าตอนนี้ เจ้าตัวเล็กจึงวิ่งกุเลง ๆ กลับไปที่นอนของตัวเอง แต่ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะแอบมองผู้ชายที่เจ้านายของมันทะเลาะด้วย มันเห็นว่าผู้ชายคนนั้นแอบหัวเราะแม่ของมันตอนที่เธอพูดกับตัวมันด้วย หมาน้อยจึงเห่าขู่เบา ๆ


“ ได้ยินไหมคะ ลูกชั้นเห่าไล่แล้ว ” เธอพูดเหมือนจะติดตลก หากแต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ตลกด้วย


“ ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกครับจีน ผมทำอะไรต้องรับผิดชอบ อีกสักครู่แม่ของผมกับยายไลก็จะตามมาสู่ขอคุณทันที ” เขาบอกด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน


“ บอกคนพวกนั้นว่าไม่ต้องเสียเวลามาหรอกค่ะ เพราะยังไงก็ไม่ตกลง ถ้าไม่อยากโดนเด็กถอนหงอกก็ให้แม่คุณกลับไปซะ ” เธอกอดอกบอกอย่างไร้ซึ่งความยำเกรง พิพิทธนมองกริยานั้นด้วยความรังเกียจ หากแต่สัตวแพทย์หนุ่มยังคงคุมสีหน้าให้เรียบเฉยไว้ได้


“ แกจะรอให้ท้องประจานเขาทั่วเมืองรึไง ” คุณกิตติที่ยืนฟังบทสนทนาไร้มารยาทของหญิงสาวอยู่นานก็หมดความอดทนพูดแทรกขึ้น
และไม่ทันที่หญิงสาวจะอ้าปากเถียงอะไรอีก


เสียงรถก็แล่นเข้ามาภายในบริเวณบ้าน พิพิทธนยิ้มให้กับคุณจิราพร ไม่นานนักสองแม่ลูกก็เดินจ้ำเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอนาทรร้อนใจเต็มที่ แต่แขกที่ไม่ได้เตรียมต้อนรับไว้คือพายัพที่เดินหน้าเครียดตามหลังพิลาไลมาติด ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จิณัฐตาแปลกใจเท่ากับ ร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งที่ตามหลังพายัพมาห่าง ๆ ใบหน้าบ่งบอกว่าเขาเองก็คงจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย


ใครกันนะ ??


จิณัฐตาหลบออกมานั่งนอกวงสนทนาของพวกผู้ใหญ่ เนื่องจากมารดาของเธอบอกว่าเป็น ‘เรื่องของผู้ใหญ่ ’ ดังนั้นทำให้หญิงสาวและพิลาไลต้องออกมานั่งด้วยกันเพียงลำพัง วันนี้พิลาไลเงียบผิดปกติ แถมก้มหน้าก้มตาตลอดเวลาด้วยไม่กล้าสู้หน้าผู้เป็นว่าที่พี่สะใภ้ จิณัฐตามองน้องสาวตัวแสบของพิพิทธนอย่างเคือง ๆ บางทีแผนการพวกนี้อาจจะเป็นของเธอก็เป็นได้ หากแต่เมื่อลองมองเข้าไปภายในดวงตาใส ๆ คู่นั้น เธอก็ไม่สามารถโกรธพิลาไลได้ลง


“ น้องไลไม่ต้องงนั่งตัวลีบแบบนั้นหรอกค่ะ ”
สิ้นประโยค พิลาไลก็ยืดตัวขึ้นจนหลังตรง ใบหน้าที่เคยเหี่ยวเฉากลับกลายเป็นฉีกยิ้มสดใส ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ


“ ไลก็เครียด กลัวว่าพี่จีนจะไม่คุยกับไลซะแล้ว ”หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ ไลขอโทษแทนพี่ของไลจริง ๆ นะคะ ไลไม่คิดว่าพี่พีทจะ....”


“ ช่างมันเถอะค่ะ พี่แยกแยะออก น้องไลไม่ได้ทำอะไรพี่ พี่ก็จะไม่โกรธ แต่ถ้าใครทำอะไรกับพี่ไว้ พี่จะไม่มีวันลืมได้เลยตลอดทั้งชีวิต ”
จิณัฐตาบอกเสียงแข็ง ดวงตาแข็งกร้าว หญิงสาวหันไปมองความเคลื่อนไหว พิพิทธนนั่งสงบเสงี่ยมก็จริงหากสายตาเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น


พิลาไลและพายัพ ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดพิพิทธนที่สุดก็มองออก พายัพที่ยืนกอดอกมองเงียบ ๆ มานานก็สะกิดไหล่พิลาไลเบา ๆ ก่อนที่จะพยักเพยิดชวนเธอออกมาปรึกษาข้างนอก
“ พี่ว่ามันน่าสงสัยนะครับ ”เขาเอ่ยขึ้นเมื่ออยู่ตามลำพัง


“ แน่ใจนะว่าน้องไลไม่รู้เรื่อง ”


“ นี่ !! ถึงไลจะเป็นพวกเจ้าแผนการ ยังไง แต่ไลก็ไม่มีทางที่จะทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้ได้หรอก ”


“ ขอโทษคร้าบบ ” พายัพทำท่ายกมือไหว้ จนผู้อ่อนวัยกว่าหลายปีแทบจะยกมือไหว้กลับแถมบ่นว่าเดี๋ยวเธอก็อายุสั้น ให้คนแก่มาไหว้ พายัพจะยักไหล่ มองน้องสาวเพื่อนเงียบ ๆ สักพัก แล้วก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก


“ น้องไลครับ วันนี้น้องไลแอบเอาภาพพวกนั้นมาดูนะ แล้วดูว่ามีเครดิตร้านอัดรูปหรือชื่อบริษัทส่งเอกสารอยู่รึเปล่า เราน่าจะสืบได้จากร้านพวกนี้นะ ”


“ จริงด้วยค่ะ ” หรือสาวทำทุบกำปั้นลงบนมือซ้ายตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปทำตาเป็นประกายใส่เพื่อนของพี่ชายจนทำเอา “คนแก่ ” โรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเมื่อหญิงสาวแรกรุ่นเดินมาเกาะแขนเขาเบา ๆ พลางส่งสายตาขึ้นมองเขา ยิ่งทำให้เขาอยากดึงแมวน้อยตัวนี้เขามากอดให้รู้แล้วรู้รอด


“ ไลชักสนุกแล้วสิคะ ไลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น ‘หนึ่ง’ นางเอกเรื่องสืบลับรหัสรักเลยนะคะ ”

พายัพได้แต่มองความไร้เดียงสาของเธออย่างขัน ๆ โดยมิได้สังเกตว่ารถคันหนึ่งจอดเทียบหน้าบ้าน และร่างสูงที่ลงมาจากรถก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาอย่างไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านที่ยืนน่ารักอยู่ตรงนี้ จนกระทั่งเขาเอ่ยเสียงเข้มตรงข้ามกับใบหน้าอ่อนหวาน ที่บัดนี้บูดบึ้งเหมือนไปโกรธใครมาสักชาติเอ่ยขึ้น


“ ขอโทษครับ ผมต้องการพบเจ้าของบ้านหลังนี้ ไม่ทราบว่านี่คือบ้านของนายพิพิทธนรึเปล่า ”


“ ใช่ค่ะ..บ้านนี้เป็นบ้านพี่พีท ฉันเป็นน้องสาวของเขาค่ะ คุณคือ....”

พายัพสังเกตได้อย่างชัดเจน ว่าพิลาไลมองผู้ชายตรงหน้านี้อย่างชื่นชม ตกตะลึง ประทับใจ อย่างปิดไม่มิด เขาแทบจะจำไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร จนกระทั่งผู้หญิงร่างระหง หน้าสวยจัดที่เดินตามมาจะเรียกเขา


“ พี่พลับ...พีทยู่ไหนคะ ” 



Free TextEditor




























 

Create Date : 27 เมษายน 2553    
Last Update : 27 เมษายน 2553 22:04:48 น.
Counter : 222 Pageviews.  

วิวาห์ลวง บ่วงหัวใจ ตอนพิเศษ 2 [อิมเมจภาคไทย ^^]






วันนี้เอาอิมเมจเวอร์ชั่นไทยมาฝากค่ะ 

หลังจากได้วางเวอร์ชั่นเกาหลี(ตามสมัยนิยม)กันไปแล้ว

ลองมานั่งว่าง ๆ คิดว่า หากจะให้นักแสดงมาเล่นบทนี้ ใครจะเหมาะน้า...

ก็ออกมาเป็นเช่นนี้ค่ะ 







นางเอก..เราคิดเอาไว้ในหัวเลยว่าต้องแพนเค้กเท่านั้น 

แต่งไปก็จินตนาการหน้าแพนไป ><

ส่วนพระเอก..พระเอกไทยไม่ค่อยมีใครเหมาะนะ..

แต่ถ้าจะให้หาจริง ๆ ก็ดูจะอายุมากเกินไปทั้งนั้น 

เราเลยเลือกพี่ปอ ทฤฎี ค่ะ











มาถึงพระรองนางรอง ที่ควบบทร้ายปนโศกของเรื่องนี้



พระรอง นายสพล ฮิ ๆ จินตนาการพี่วินสุดที่เลิฟไว้ตั้งแต่วางพล็อตเลยทีเดีวย ว่าต้องเป็นพี่วิน

ส่วนนางรอง ไม่ค่อยได้จินตนาการนางเอกไทยเอาไว้ว่าจะเป็นใคร แต่พอนึกถึง

ผู้หญิงที่สวย และ ร้ายได้ ก็ต้อง ขวัญเนี่ยแหละ ^^










คู่แอ๊บแบ๊ว ที่สร้างสีสันของเรื่อง ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้ลงเอยกันรึเปล่า (แป่ว)



ผู้ชายตาตี่ หน้าตี๋ เพื่อนพระเอก ก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พี่อ้วน รังสิต 

ส่วนน้องพระเอกจอมเพ้อ น่ารัก สดใส และ.... นั้น ก็ต้องเป็นเต้ยคนเดียว

ที่ทำให้โลกนี้สดใส ^^











และไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว 

ขอแนะนำคาแร็กเตอร์ตัวละครกันเลยนะึคะ 

เครดิตภาพ จะบอกตอนท้ายของแนะนำตัวละครนะคะ







พิพิทธน (พีท) อายุ 30 ปี 



สัตวแพทย์หนุ่มรูปหล่อ เข้ม รักใครแล้วรักจริง 

เขาไม่เคยคิดที่จะรักผู้หญิงคนไหนนอกจากพิมพ์สุจี 

จนกระทั่งเขาได้เจอกับจิณัฐตา


เครดิต : แฮะ ๆ จากกูเกิ้ลค่ะ








จิณัฐตา (จีน) อายุ 23 ปี



วิศวกรคอมพิวเตอร์สาวแสนสวย เปิดร้านคอมพิวเตอร์เล็ก ๆ กับเพื่อนสนิท

อ่อนหวาน เรียบร้อย (ผิดกับเด็กวิศวะทั่วไป)แต่ก็ไม่ยอมคน และใจแข็งมาก 

เธอเป็นคนรักของสพลอยู่หลายปี และคิดที่จะแต่งงานกัน

จนกระทั่งพิมพ์สุจีก้าวเข้ามาในชีวิต


เครดิต : เว็ปแฟนคลับแพนเค้กค่ะ






สพล (พล) อายุ 25 ปี 



ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลรูปหล่อ พ่อรวย เพอร์เฟค หน้าตาหวานน่ารัก 

เขารักจิณัฐตามาก แต่เพราะพลาดท่าเสียทีพิมพ์สุจีทำให้ถูกหลอกว่าท้อง

และต้องรับผิดชอบโดยการแต่งงานกับเธอ แต่ใจเขาก็ยังมีให้แก่จีนคนเดียว

และเกลียดชังทุกคนที่ทำให้เขาต้องเจ็บ


เครดิต : ตามภาพค่ะ 






พิมพ์สุจี (พิมพ์)  อายุ 25 ปี 



ทันตแพทย์สาวจบใหม่แสนสวย ได้ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเพราะแต่งงานกับสพล

เธอแย่งคนรักของจิณัฐตาเพราะความจำเป็นบางอย่าง 

แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง แต่ความจริงเธอเป็นคนอ่อนแอ และขาดความอบอุ่น 

เธอเพิ่งได้รุ้ว่า...คนที่สามารถมอบความรักให้เธอได้ คือ พิพิทธน คนที่เธอทิ้งไว้เบื้องหลัง



เครดิต : ฮิ ๆ จากกูเกิ้ลเหมือนเดิม







พายัพ (พลับ) อายุ 30 ปี 



สัตวแพทย์หนุ่มเพื่อนรักของพีท เป็นหนุ่มตี๋ของแท้และดั้งเดิม

อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี สนุกสนาน รักสนุกเหมือนหนุ่มโสดทั่วไป 

แต่เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ เขารักมั่นต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมานานแสนนาน

แต่เขาก็ไม่สามารถบอกรักเธอได้ ทั้งวัยที่ต่างกัน และความสัมพันธ์ที่อยากให้คงอยู่



เครดิต : กูเกิ้ลช่วยเราได้เสมอค่า








พิลาไล (ไล) อายุ 21 ปี 



สาวอักษรคนงาม สดใส น่ารัก ช่างฝัน ชอบคิดโน่นคิดนี่เป็นตุเป็นตะ

ชอบอ่านนิยายและดูซีรีย์เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ อารมณ์อ่อนไหว หัวอ่อน 

และมักจะตกหลุมรักคนง่ายเสมอ


เครดิต : กูเกิ้ลช่วยไว้อีกแล้วว







ขอบคุณค่า 

เม้นกันได้เลยนะคะ เดี๋ยวจะเอาตอน 5 มาลงวันสองวันนี้ค่ะ






Free TextEditor





 

Create Date : 25 เมษายน 2553    
Last Update : 25 เมษายน 2553 23:38:12 น.
Counter : 604 Pageviews.  

วิวาห์ลวง บ่วงหัวใจ ตอนที่ 4





ตอนที่ 4





ทันที่ที่จิณัฐตาเปิดประตูเข้าในร้านคอมพิวเตอร์ของตน ปกรณ์ก็ถลามาหาเธออย่างรวดเร็ว หนุ่มเข้มยิ้มจนเห็นฟันครบทั้งสามสิบาสองซี่ จิณัฐตามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาแปลกประหลาด


“ เป็นอะไรไปยะ ” จิณัฐตาถามเสียงสูง “ แกมีพิรุธชะมัดเลยนะกร ”


“ ก็วันนี้ฉันเห็นแกมีความสุข ฉันเลยมีความสุขด้วยน่ะสิ ” เขาบอก พลางตบไหล่เพื่อนเบา ๆ สองสามที แล้วคนตัวสูงก็เดินดุ่ม ๆ ไปที่โต๊ะทำงานของจิณัฐตา และกลับมาพร้อมกับดอกไม้ช่อโต


“ เอามาให้ทำไม ” จิณัฐตาเกาหัวแกรก ๆ “ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นแกจะสนใจใยดีฉันเลย แล้วนี่จู่ ๆ เอามาให้ทำไม ”


“ โหย..ไอ้บ้า ” ชายหนุ่มด่าเข้าให้ ไม่คิดว่าเพื่อนจะเข้าใจผิดได้ขนาดนี้ คิดแล้วก็ขำเมื่อเช้าที่เขากำลังรถน้ำต้นไม้อยู่หน้าร้าน ใครก็ไม่รู้ก็เดินเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ รู้แต่ว่าหล่อบาดจิต หน้าตาคมเข้ม สูงแมนแฮนซั่มมาก ขนาดเขาเป็นผุ้ชายยังอดตะลึงไม่ได้ จิณัฐตาที่ฟังเขาเล่าบรรยายความหล่อของผู้ชายคนนั้นอยู่นานก็หรี่ตามองเพื่อนอย่างไม่แน่ใจว่ามันจะ ‘ แมน ’ จริงหรือเปล่า


“ แกอย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันแมน ถ้าไม่แน่ใจลองสักคืนไหม ” ปกรณ์ยักคิ้ว ทำหน้าทะเล้นแต่จิณัฐตาไม่ขำด้วย ตีแขนเพื่อนเบา ๆ


“ หยาบคายจริง ๆ ”


“ ว่าแต่ไม่ต้องมาเฉไฉ ตกลงแกรู้ไหมว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ” จิณัฐตาทำหน้าแหย อึก ๆ อัก ๆ ไม่อยากจะบอกว่าผู้ชายที่เพื่อนว่าหล่อนักหล่อหนานั้นมาตามจีบเธอ แถมยังเป็นคู่นัดบอดอีกต่างหาก จึงได้แต่ปฏิเสธไปแล้วขอตัวไปทำงาน หากแต่คนที่โดนตัดบทเอาง่ายกลับไม่เชื่อ เชอะ..ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ จีนจ๋า...


เกือบหกโมงเย็นแล้ว จิณัฐตากับปกรณ์เห็นว่าควรปิดร้านและแยกย้ายกันกับบ้านกลับช่องเสียที ด้วยเหตุที่ว่า ปกรณ์ติดละครเย็น ..จิณัฐตายอมให้เพื่อนแสนแมนของเธออย่างเสียมิได้ เพราะขืนอยู่ไปลูกค้าก็ไม่ค่อยมีอยู่ดี ดังนั้นตั้งแต่เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน เวลาปิดร้านจึงเลื่อนจากสองทุ่มเป็นหกโมงเย็นแทน และไม่ทันที่จิณับตาจะก้าวพ้นร้าน รถสีบอร์นคันหรูก้มาจอดเทียบหน้าร้าน ปรกรณ์ผิวปากเป็นเสียงเพลงรักตามสมัยนิยมล้อเรียนเพื่อน ก่อนจะโบกมือลาเงียบ ๆ หลังจากมองจนแน่ในแล้วว่า เป็นคนคนเดียวกับที่เอาดอกไม้มาให้เพื่อนของเขาเมื่อเช้า
พิพิทธนมองตามร่างสูงที่ขัยรถชอบเปอร์ออกไป ก่อนจะหันมายิ้มเศร้า


“ ดูท่าทางสนิทกันจังนะครับ ” ถามเสียอ่อยเพื่อเรียกร้องความสนใจ และมันได้ผลจิณัฐตารีบโบกมือปฏิเสธทันควัน


“ ไอ้..เอ่อ...กรเป็นเพื่อนฉันเองค่ะ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ” หญิงสาวอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยครั้ง เมื่อเห็นสีหน้ายินดีปรีดาของอีกฝ่าย จะแก้ตัวทำไมเนี่ย...


“ งั้นไปทานอาหารกับผมสักมื้อนะครับ ผมเลี้ยงเอง คราวเนี้ย รับรองไม่เวอร์ ” ชายหนุ่มยกนิ้วโป้งขึ้นรับรองว่าอร่อยจริง จิณัฐตาทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะตอบรับเบา ๆ


รถสีบอร์นคันงามแล่นฝ่าการจราจรที่ค่อนข้างติดขัดไปสู่ชานเมืองย่านสมุทรปราการ ซึ่งมีร้านอาหารชื่อดังอยู่หลายร้าน และจนกว่าจะมาถึงจุดหมาย แสงสีส้มที่เคยจับขอบฟ้า ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มของยามราตรีเสียแล้ว พิพิทธนเลี้ยวรถเข้าจอดบริเวณโรงจอดรถ ก่อนจะเดินนำหญิงสาวเข้าไปในร้านอาหาร
จิณัฐตาออกจะแปลกใจเล็กน้อยที่บรรยากาศของร้านที่เขาพาเธอมาทานอาหาร แตกต่างกันทุกครั้ง ครั้งนี้ร้านอาหารดูเป็นกันเองมากขึ้น มีผู้คนพลุกพล่าน เนื่องจากเป็นร้านอาหารทะเลที่ราคาไม่สูงมานัก ซ้ำยังใกล้กรุงเทพจึงเห็นภาพครอบครัวออกมาสังสรรค์กันพร้อมหน้าพร้อมตา พาลให้คิดถึงพ่อแม่ที่อยู่ที่บ้านไม่ได้ จิรัฐตาหย่อนตัวลงบนเก้าอี้พลาสติกสีขาวช้า ๆ ก่อนจะรับเมนูจากบริกรมาเปิดเลือกเล็กน้อย เธอไม่เลือกที่จะไปเลือกตัวที่ยังมีชีวิตที่เขามีบริการอยู่ หากแต่ยอมทานที่เขาเตรียมไว้แล้วดีกว่า


“ ทำไมไม่เลือกเองล่ะครับ สดกว่าด้วย เลือกได้จะเอาผอมอ้วนยังไง ” พิพิทธนถามขึ้น หลังจากสั่งรายการอาหารเรียบร้อย


“ ฉันไม่อยากไปชี้ตัวเป็น ๆ หรอกค่ะ มันเหมือนจงใจจะเอาชีวิตเขา มันบาป ” พิพิทธนมองเธอยิ้ม ๆ ไม่พูดอะไร ก่อนจะมองไปที่สระน้ำที่ร้านจัดไว้ ในใจพลันคิดหมั่นไส้คนนั่งตรงข้ามว่าทำเป็นกลัวบาป มือถือสากปากถือศีลแท้ ๆ เขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอไม่คิดหรือว่าการที่เธอแย่งสามีคนอื่นไม่บาปหรืออย่างไร
อาหารเริ่มทยอยมาทีละอย่าง จิณัฐตามองอาหารตรงหน้าอย่างตื่นเต้น เธอเองก็จำไม่ได้เหมือนกันว่ากินอาหารทะเลครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อาจจะเป็นตอนฉลองรับปริญญา ซึ่งมันก็นานพอตัว หญิงสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างลืมตัว จนเมื่อรู้สึกตัวว่าถูกมอง หญิงสาวจึงลูบผมที่มัดเป็นหางม้าของตัวเองแก้เก้อ


“ เอ่อ....ฉันลืมตัว ทำท่าตะกละไปสักนิด แย่จังเลยนะคะ ” หญิงสาวยิ้มจนตาหยี พิพิทธนเองก็อดจะมองอย่างชื่นชมไม่ได้ ว่าช่างเป็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน ถ้าเขาไม่เห็นกับตาว่าผู้หญิงตรงหน้าจูบกับสามีของพิมพ์สุจีอยู่หน้าบ้านกับตา เขาก็ไม่อยากจะเชื่ออย่างปักใจเด็ดขาด


“ งั้น เดี๋ยวฉัน ขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ จะได้กิน..เอ้ย ทานได้เต็มที่ ” หญิงสาวป้องปากพูดอย่างเป็นกันเอง พิพิทธนจึงอดหัวเราะกับท่าทางเหมือนเด็กของเธอไม่ได้ เขาผายมือแทนคำอนุญาต และทันทีที่หญิงสาวเดินไปจนลับสายตา รอยยิ้มนั้นก็มลายหายไปจากหน้าเข้มแทบจะทันที


พิพิทธนเหลียวซ้ายแลขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองเขาอยู่แน่ ๆ ชายหนุ่มจึงค่อย ๆ หยิบซองยาเม็ดสีขาวขึ้นมา หยิบยาเม็ดเล็กออกมาห่อด้วยกระดาษทิชชูแล้วบดจนละเอียด จากนั้นจึงค่อย ๆ เทใส่ในแก้วน้ำของหญิงสาวและคนมันช้า ๆ จนละลายไม่เห็นตะกอน
เมื่อจิณัฐตามาถึง ก็เริ่มรับประทานอาหารโดยไม่รอให้อาหารครบ หญิงสาวคุยอย่างเป็นกันเองมากขึ้นเมื่อเขาชวนคุยถึงเรื่องสัตว์ที่มารักษาที่โรงพยาบาล หรือเธอเล่าเรื่องสุนัขพันธุ์ Chinese Crested ของเธอว่าแสนรู้ ทำให้เขาแทบจะทานอาหารไม่ลง เพราะถึงแม้เขาจะเป็นสัตวแพทย์ไม่ควรเกลียดหรือกลัวสัตว์ชนิดใด หากแต่เขาก็ขอยกเจ้า Chinese Crested ที่หน้าแบ๊ว แต่ตัวไม่มีขนนี่ไว้ตัวหนี่ง
จิณัฐตาเริ่มรู้สึกว่าเธอพูดมากเกินไป จนทำให้พลังงานในตัวเริ่มร่อยหรอหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ใจคือ ในตอนนี้ภาพมันพร่ามัวเหมือนตอนที่เธอขโมยแว่นตาของพ่อมาใส่ตอนเด็ก ๆ ก็ไม่ปาน หญิงสาวกำกระบวยตักต้มยำทะเลแน่น ก่อนจะพยายามบอกกับตัวเองว่าไม่ได้มึนแต่อย่างใด ด้วยการยื่นมันออกไปหมายจะตักเอาหอยแมลงภู่มากินอีกสักตัว หากแต่ยังไม่ทันที่กระบวยจะถึงหม้อต้มยำ ร่างบางก็ร่วงฟุบลงไปกับโต๊ะ


ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่พบเห็น บริการคนหนึ่งวิ่งมาดูเหตุการณ์ พิพิทธนจึงเอาตัวรอดด้วยการบอกว่าเธอท้องแล้วหน้ามืด จึงขอให้บริกรช่วยพยุงร่างบางไปส่งที่รถ
พิพิทธนมองคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอย่างนึกสงสาร เขาเองก็ไม่อยากจะใช้วิธีสกปรก ๆ เช่นนี้กับหญิงสาววัยละอ่อนเช่นเธอ หากแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอทำ มันกลับเป็นข้อสนับสนุนที่มีน้ำหนักมากจนทำให้ความสงสารตกไปจากการพิจารณา พิพิทธนเสียบบลูธูทที่หู ก่อนจะกดโทรศัพท์หาใครบางคน


“ ตอนนี้ใกล้ถึงโรงแรมแล้ว คุณเตรียมตัวให้พร้อมด้วย ”
พิพิทธนอุ้มหญิงสาวที่นอนหมดสติข้ามาในโรงแรมอย่างไม่สนใจสายตาของคนที่พบเห็น และเมื่อยามเดินมาถาม เขาก็ตอบแต่เพียงว่าภรรยาของเขาหมดสติ และต้องการพักผ่อน ชายหนุ่มตรงดิ่งขึ้นห้องพักที่จัดเตียมไว้ เขาเคาะประตูสามสี่ครั้ง ชายหนุ่มหน้าซื่อ ซึ่งเป็นวินมอเตอร์ไซด์แถวคลินิกก็เปิดประตูรับ เมื่อเขาเห็นสภาพจิณัฐตาแล้วก็หน้าเหวอ ถึงเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เขาก็รู้โดยสัญชาติญาณว่าเป็นเรื่องไม่ดีแน่


“ หมอ...หมอจะทำอะไรน่ะ ” เขาถามเสียงสั่น หลังจากปิดประตูห้องเสร็จ


“ ไม่ต้องถามหรอกน่า รับรอง ผมไม่ได้เรียกพี่มาทำอะไรไม่ดี ” พิพิทธนบอก หลังจากวางหญิงสาวลงบนเตียงเสร็จ เขาเอื้อมมือปลดกระดุมเสื้อเม็ดแรกของหญิงสาวออก มือหนาสั่นเล็กน้อย เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับผู้หญิงที่รู้จักมักจี่มาก่อน เคยก็แต่กลับผู้หญิงใจแตกที่มาเสนอตัวให้เขาเพียงครู่ก็จากไป ชายหนุ่มชะงักมือเมื่อเห็นบราสีชมพูอ่อนของหญิงสาว เขาดึงผ้าขึ้นมาคลุมร่างไร้สติจนมิดถึงคอ ก่อนจะหันไปหาหนุ่มวินมอเตอร์ไซด์ที่พยายามชะเง้อมองร่างบาง


“ พี่ออกไปครุ่นึงได้มั้ย ผมจะถอดเสื้อเธอ ” เขาถามหน้าเครียด คิ้วหนาขมวดเหมือนผูกโบว์


“ ถอดเสื้อ !!! คุณจะทำอะไร ” เขาถามตาลุกตาพอง สีหน้าเริ่มเครียด


“ ผมไม่ข่มขืนเธอหรอก ถ้าผมจะข่มขืนผมจะเรียกพี่มาทำไม เอาเป็นว่าพี่ไปอยู่ในห้องน้ำซักครู่
นะครับ ”
หลังจากที่ผู้ช่วยจำเป็นหลบแกไปเรียบร้อย เขาก็ค่อย ๆ ลดผ้าห่มลงมาเพื่อปลดกระดุมต่อจนครบ เผยเนินอกอิ่มภายใต้การโอบอุ้มด้วยบราลูกไม้ตัวจิ๋ว พิพิทธนทำหน้าบอกไม่ถูก เขาค่อย ๆ ปลดสายบราออก เหลือแต่เพียงตัวบราที่โอบอุ้มทรวงอกไว้ครึ่งหนึ่ง เขาดึงผ้าห่มหนามาลองปิด...มันดูเหมือนเธอไม่ได้ใส่อะไรเลยจริง ๆ เขายิ้มอย่าพอใจ ก่อนจะปลดเสื้อเชิ้ตของเขาออก เผยให้เห็นแผงอกแข่งแกร่ง และหน้าท้องแข็งแรงจากการออกกำลังกายเป็นประจำ ชายหนุ่มกระโดดขึ้นเตียงและเรียกให้ผู้ช่วยออกมา เมื่อเขาออกมาเห็นภาพถึงกับร้องเสียงหลง จนพิพิทธนต้องทำสัญลักษณ์บอกให้เขาเงียบเสียง


“ พี่ถ่ายรูปจากที่ไกล ๆ เอาสวย ๆ นะ สักยี่สิบรูป แล้วเดี๋ยวผมเลือกเอง ”

หนุ่มวินมอเตอร์ไซด์ช่วยคิดท่า จัดท่าทาง ถ่ายรูปอย่างเกร็ง ๆ รู้สึกเหมือนขาข้างหนึ่งจะก้าวเข้าไปในคุกอย่างไรไม่รู้ เขาจัดท่าหลายท่าจนคิดว่ามันคงจะไม่เนียน ถ้าขาดซ็อตจูบ ซึ่งพูดเท่าไหร่ พิพิทธนก็ไม่ยอม จนต้องอ้างว่าถ้าไม่ทำ สิ่งที่ลงทุนทำมาตลอดก็จะไม่สำเร็จ
ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้มลงบรรจงแนบริมฝีปากหนาลงบนแก้มนวล เขาคิดว่าถึงเขาจะเลวเพียงไรแต่เขาก็มีจิตสำนึกพอที่ไม่ฉวยโอกาสทำกับเธอเยี่ยงสัตว์ป่าจริง ๆ


“ ทีนี้จูบปากเน้น ๆ เลยนะครับหมอ หมอจูบหมอนมาหลายรอบแล้ว ” จบประโยค พิพิทธนก็ทำหน้าปูเลี่ยน มองร่างบางที่หลับตาพริ้มอยู่อย่างทำใจ ก่อนจะค่อย ๆ กลั้นใจก้มลงประกบปากหนาลงบนริมฝีปากบางเพียงแตะ ๆ จนกระทั่งเสียงตากล้องบอกว่าโอเค เขาจึงออกห่างจากร่างบางโดยไม่ได้ทำอะไร เขาส่งหนุ่มวินมอเตอร์ไซด์ให้เงินเขาไปและไม่ลืมกำชับว่าไม่ใช้บอกใคร


วินมอเตอร์ไซด์พยักหน้ารับรู้และจากไปอย่างเงียบ ๆ มองเงินในมือพลางคิดว่าจะเอาไปซื้อของดี ๆ ให้แม่ของเขา และอาจจะเหลือพอสำหรับภรรยาและลูกตัวเล็กอีกด้วย แม้ว่าในใจของมอเตอร์ไซด์รับจ้างหนุ่มจะรู้สึกผิดต่อหญิงสาวมากเท่าไหร่ก็ตาม


สัตวแพทย์หนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะมองคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาลูบผมเธอเบา ๆ ก่อนจะเผลอยิ้มอย่างอย่าลืมตัว


“ ถ้าคุณไม่แย่งสามีคนอื่น ผมก็คงไม่ทำร้ายคุณขนาดนี้ ยิ่งคนคนนั้นเป็นคนที่ผมรัก ผมยิ่งให้ปล่อยคุณไปไม่ได้ ”



จิณัฐตาค่อย ๆ บิดตัวไปทางซ้ายเพื่อคลายความเมื่อยล้า วันนี้หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองนอนเต็มตื่นกว่าทุกคืนที่ผ่านมา เธอลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ก่อนจะยกมือบางทุบหัวตัวเองเบา ๆ เพราะถึงแม้ว่าจะนอนเต็มตื่นแต่ก็อดจะมึนหัวไม่ได้ เธอมองไปรอบ ๆ ห้องบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคยทำให้หญิงสาวขมวดคิ้ว ที่นี่ที่ไหนเธอก็จำไม่ค่อยจะได้นัก ยิ่งถ้าถามว่ามาที่นี่ได้อย่างไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะความทรงจำสุดท้าย เธอยังอยู่ที่ร้านอาหารทะเลนั่นกับพิพิทธนอยู่เลย


อยู่กับพิพิทธน !!!


หญิงสาวหันมองข้างตัว...ร่างกำยำของใครคนหนึ่งนอนหลับตาพริ้ม หายใจเบา ๆ เป็นจังหวะ คิ้วหนาเข้ม เปลือกตาที่ปิดสนิท
คือเขา....
คือเขา


พิพิทธนที่นอนอยู่ข้างเธอ !!!


จิณัฐตาก้มลงมองสภาพตัวเองที่กระดุมถูกปลดจนหมด ท่อนล่างก็เหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเล็ก หญิงสาวตกใจจนสะดุ้ง รีบกลัดกระดุมอย่างรีบร้อนลนลาน นี่มันเกิดอะไรขึ้น เธอสับสนไปหมด ดวงตาสดใสของเธอบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวล ความตื่นกลัว เสียงหัวใจเต้นรัวแรงดังก้องไปทั่วทั้งสมอง และยังไม่ทันรู้ว่าสิ่งใดไปกระตุ้นต่อมน้ำตาให้ทำงาน น้ำร้อน ๆ ก็ไหลอาบสองแก้มเสียแล้ว เธอกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อหวังว่าจะลดความตึงเครียดของสมองในตอนนี้ หญิงสาวเอื้อมมือไปเขย่าร่างที่นอนหลับอยู่ มือเล็กสั่นเทาจนแทบจะไม่มีกำลัง หากแต่ต้องกลั้นใจยื่นออกไปเขย่าร่างนั้น ไม่นาน คนที่นอนอยู่ ก็รู้สึกตัว เขาขยี้ตาเหมือนเด็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้เธอ


“ ตื่นแล้วหรือครับ ” เขาถามเสียงหวาน ก่อนทีมือหนาจะเอื้อมมาลูบผมยุ่ง ๆ ของเธอ สายตาที่มองมา หากไม่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอจะคิดว่ามันช่างอบอุ่นเหลือเกิน หากแต่ตอนนี้เธอกลับปัดมันออกอย่างไร้ค่า


“ อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ ” ตะคอกเสียงสั่น แววตาไหวระริก “ คุณอธิบายมาสิ ว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันกับคุณถึงมานอนอยู่บนเตียงเดียวกันได้ บอกมาสิ !!! ” หญิงสาวตะคอกอีกครั้ง พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรู


“ ผมไม่อยากจะพูด....ผมว่าคุณเองก็พอนึกออกนะครับจีน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...อีกอย่าง คุณเป็นคนเริ่มเองนะครับ ผมพยายามแล้ว แต่เพราะผมเองก็พอใจในตัวคุณเช่นกัน เมื่อคืนจึงเป็นคืนที่ผมมีความสุขที่สุด ” คำพูดนั้น คนพูดเอ่ยออกมาอย่างไม่ละอายปาก ก่อนเอื้อมมือมาลูบผมเธอเบา ๆ อีกครั้ง ครั้งนี้เธอยอมให้เขาลูบ หากแต่สายตาที่มองกลับมานั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เธอมองเขานิ่ง นาน จนน้ำตาที่เคยเอ่อเต็มสองตาเหือดแห้งไป


“ ไม่ต้องกลัวนะคนดี ผมจะรับผิดชอบจีน จะหมั้นกับจีน จะสร้างครอบครัวกันอย่างมีความสุข พ่อของผมจะกลับมาจากต่างจังหวดแล้ว ผมจะให้ท่านไปทาบทามคุณ ถึงแม้เราจะรู้จักกันได้เพียงสัปดาห์เดียว แต่ผมก็เชื่อมั่นในรักแท้นะครับจีน  ”


“ ไม่ต้อง...” หญิงสาวบอกช้า ๆ หากแต่ชัดเจนจนทำให้พิพิทธนชะงัก


“ ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบฉัน...ฉันไม่สนใจกับเรื่องแบบนี้หรอก มันก็แค่คืนเดียวเท่านั้น ความสัมพันธ์ฉาบฉวยแบบนี้ มีถมไปในสังคมเน่าเฟะในปัจจุบัน หรือคุณจะเถียงคะ ว่าคุณไม่เคย ”


“ ผมเคย...แต่ที่ผมไม่ใส่ใจก็เพราะผู้หญิงพวกนั้นเขาคนละชั้นกับคุณ ” เขาบอก พยายามหว่านล้อม ถึงแม้ในใจจะนึกรังเกียจผู้หญิงง่าย ๆ อย่างเธอเต็มทนก็ตาม


“ ผู้หญิงมีค่าทุกคน ฉันขอยืนยัน !!! ” เธอบอกอย่างหนักแน่น ก่อนที่มือบางจะปัดมือของพิพิทธนออกอย่างแรง
“ แล้วก็เอามือสกปรกของคุณออกจากผมของฉันได้แล้ว ขยะแขยง !!! ”


“ จิณัฐตา !!! ” พิพิทธนหมดความอดทน เรียกชื่อเธอเสียงดัง “ คุณไม่มีสิทธิที่จะรังเกียจผมนะ แค่จับหัวหน่อยเดียวทำเป็นเล่นตัว ทีเมื่อคืนผมจับมากกว่านั้น คุณยังไม่บ่นสักคำ !! ”


เพี๊ยะ !!!!!!!!!!!


พิพิทธนหน้าหันไปตามแรงผ่ามือของหญิงสาว เขาหันกลับมามองด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว เธอเองก็สบตาเขาโดยไม่หลบเช่นกัน หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดออกซิบ ๆ หญิงสาวยกริมฝีปากข้างหนึ่งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน


“ อย่ามายุ่งกับฉันอีก ถ้ามายุ่งอีก ฉันจะแจ้งความ !! ” เธอลุกขึ้นยืน ก่อนจะกอดอกมองเขาด้วยสายตาดูถูกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมา “ ส่วนเรื่องเมื่อคืน ฉันก็ถือว่าให้ทานกับคนอดอยากปากแห้งแล้วกัน ทำบุญกับคนน่ะ มันคงได้บุญมากโข จริงมั้ยคะ ”


พิพิทธนมองคนที่เดินเข้าห้องน้ำไปเงียบ ๆ ก่อนจะต่อยหมัดหนัก ๆ ลงไปบนหมอนเพื่อระบายอารมณ์โกรธแค้น เธอมันสำส่อนได้โล่จริง ๆ ให้ตายเถอะ ผู้หญิงแบบนี้อันตรายต่อผู้ชายทั้งโลก เขาไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงหน้าตาใสซื่อ ดูเหมือนเด็ก ๆ อย่างเธอจะผ่านผู้ชายมากี่คน แต่เขาก็เชื่อว่า สพลอะไรนั่น คงไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวของเธอเป็นแน่ ....พิพิทธนยิ้มเย็น เมื่อนึกถึงรูปที่เขาถ่ายเอาไว้


ปากดีนักใช่ไหม ??
อยากรู้นักว่าถ้าเธอเห็นรูปพวกนั้น เธอจะทำหน้ายังไง แล้วถ้าผู้ใหญ่เห็นรูปพวกนั้น เธอจะหนีจากเขาพ้นหรือไม่ !
คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงจัดการสางผมด้วยมือลวก ๆ ก่อนจะคว้าข้าวของส่วนตัวออกไปจากห้องทันที โดยไม่ร่ำราผู้ที่กำลังอาบน้ำเพื่อขัดราคีออกจากร่างกายอย่างแสนเจ็บปวดเลยสักนิด







Free TextEditor














 

Create Date : 22 เมษายน 2553    
Last Update : 22 เมษายน 2553 20:21:38 น.
Counter : 174 Pageviews.  

วิวาห์ลวง บ่วงหัวใจ ตอนที่ 3





เครดิตภาพ : บ้านแฟนคลับ EOE เว็ปบ้านไร่



ตอนที่ 3


แสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนส่วนตัวของหญิงสาว จิณัฐตาหรี่ตาลงเพื่อปรับดวงตาให้เข้ากับแสงแดดสว่างจ้า ความรู้สึกอุ่น ๆ บริเวณใบหน้าและลมหายใจของใครคนหนึ่งรดอยู่บริเวณแก้มเนียนใสของหญิงสาว จิณัฐตาออกแรกยกเจ้าตัวการออกไปจากใบหน้า ก่อนจะเช็ดใบหน้าบริเวณที่โดนมันเลีย


“ ทำไมเกี๊ยมอี๋ปากเหม็นจังคะลูก ไปแปรงฟันดีกว่ามะ ๆ ”
ว่าแล้ววิศวกรสาวตกงานก็อุ้มเจ้าตัวเล็กที่แลบลิ้บแพรบ ๆ ออกมาตามแรงหายใจ เข้าห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันพร้อมกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้ตัวเองเลยสักนิดว่า อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพที่ไกลจากจุดที่เธอยืนอยู่ 35 กิโลเมตร มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังปรึกษาแผนการร้าย โดยแกนนำของพิลาไลสาวน้อยวัยกระเตาะช่างฝัน


“ ว่าแต่ว่า เราจะเอายังไงกันดีคะหนูไล ลองพ่อพีทเอ่ยปากขนาดนั้น เห็นทีจะอยากรู้จักลูกจีนของน้ามาก ” คุณจิราพรพูดจบ ก็หัวเราะร่วน


“ ใช่ลูกไล เนี่ย ตอนแรกแม่กลัวว่าพี่ชายสุดหล่อของลูกจะเป็นกงเป็นเกย์ไปเสียก่อน ตั้งกะอนุบาลน้องหมี จนสามสิบแล้ว ไม่เค้ยไม่เคยมาปรึกษาความรักกับแม่ หรือน้อง แค่รายงานว่ามีแฟนแล้วนะ แฟนชื่ออะไร พอมารู้ตัวอีกทีก็เลิกกันซะแล้ว แต่มาคราวนี้ล่ะก็เอ่ยปากด้วยตัวเอง เห็นจะเป็นเรื่องแปลกอยู่นะจ๊ะ แม่ล่ะอยากจะให้สองคนนี้แต่งงานกันเร็ว ๆ ” คุณพิสมัยเล่าด้วยสายตาเยิ้มไปด้วยความสุข


“ ใจเย็นสิคะคุณแม่ คุณน้า เดี๋ยวไลจัดให้ค่ะ ”
ว่าแล้วหญิงสาวก็หยิบสมุดบันทึกสีชมพูหวานแหววออกมากาง ก่อนจะเปิดหาบางสิ่งที่จดรวบรวมเก็บไว้ ตั้งแต่เมื่อสองสามวันก่อน ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์


“ แผนการมันเป็นอย่างนี้ค่ะ .....เบสิคแรกของคนที่น่าจะเจอกันง่ายที่สุด เราต้องทำให้เขาคิดว่าเป็นพรหมลิขิตค่ะ โดยการที่.....”


คุณกิตติ บิดาของจิณัฐตา สามีผู้เรียบร้อยของคุณจิราพร ถอนหายใจมองกลุ่มผู้หญิงที่เขาคุ้นเคยดี ทำอาการที่เรียกว่า “ สุมหัว ” ปรึกษาแผนการให้ลูกของทั้งสองบ้านลงเอยกัน ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่สองสาววัยกลางคนที่เขารู้จักมาตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี จะคอยปรึกษาแผนการที่ทำให้คนโน้นคนนี้รักกัน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักที แต่จะขอร้องเธอสักอย่างได้ไหมจิ....อย่าปลุกผมแต่เช้า เพื่อพาคุณมาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ แต่อย่างว่า นั่นก็เป็นแค่เพียงความคิด หนุ่มใหญ่ได้แต่ถอนหายใจ และอ่านหนังสือพิมพ์ไปเงียบ ๆ


พิพิทธนลูบหัวเจ้าสุนัขญี่ปุ่นสีขาวล้วนอ้วนกลม ตัวที่เขาเพิ่งจะรักษามันเสร็จเมื่อสักครู่อย่างเอ็นดู หญิงสาวเจ้าของสุนัขมองหน้าหมอหมารูปหล่ออย่างเพ้อฝัน รอยยิ้มที่ฉายชัดบนใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลา กับรอยยิ้มเก๋ไก๋ ยิ่งทำให้สัตวแพทย์คนนี้ดูดีอย่างที่สุด


“ ทีนี้คุณก็ไว้ใจได้แล้วนะครับ ว่าเจ้าไอดอลมันจะไม่ป่วยนะ ผมฉีดยาให้มันแล้ว หน้าร้อนอย่างนี้ต้องระวังนะครับ ”


“ ค่ะ ” หญิงสาวยิ้มลอย ๆ พิพิทธนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับท่าทีของลูกค้าสาว


“ โอเคครับ เสร็จแล้ว เดี๋ยวผมเปิดประตูให้นะครับ ”
ชายหนุ่มเปิดประตูและเดินตามร่างบางไปเงียบ ๆ ก่อนจะยกนาฬิกาดูเวลา เพิ่งจะสิบโมงเช้าเอง แต่ทำไมพยาบาลหน้าเค้าท์เตอร์จึงไม่เหลือสักคน ชายหนุ่มจึงจำเป็นต้องคิดเงินด้วยตนเอง
พายัพเดินออกมาจากห้องตรวจอีกห้องพร้อมกับหมาตัวโตท่วมเอวขนสวยพลิ้ว ชายหนุ่มหันไปยักคิ้วให้เพื่อน ก่อนจะพยักพเยิดปากว่าให้คิดเงินแทนเขา แล้วเจ้าตัวก็ผลุบหายเข้าไปในมุมกาแฟ ไม่นานนักพิพิทธนก็เดินตามเข้ามา ก่อนจะเอ่ยกับเพื่อนสนิท


“ พี่แอ๋วกับพี่รจไปไหนเสียล่ะวะ ”


“ เขาขออนุญาตไปดูดาราน่ะ เห็นว่ามาถ่ายทำแถวคลินิก ”


“ อีกแล้วเหรอ....เดี๋ยวจะตัดเงินเสียให้เข็ด ” ชายหนุ่มกล่าว แต่ไม่เคยทำเลยสักครั้ง


“ ช่างป้าแกเถอะ ความสุขช่วงบั้นปลาย ” พายัพบอก ก่อนจะนึกขำเวลาที่พยาบบาลสาวขอนไม้(ใกล้ฝั่ง)ทั้งสองของเขา ที่เวลามีละครมาถ่ายทำหรือดารามาทานข้าวแถวนี้ก็จะรีบขออนุญาตไปตะลุยกองถ่ายทันทีทันควัน
“ เออ ไอ้พลับ เย็นนี้ฉันเลิกเร็วนะ จะไปหาซื้อของขวัญน่ารัก ๆ สักชิ้น ”


“ เดี๋ยวตัดเงินเดือนซะให้เข็ดนะโว้ย ” พายัพล้อเพื่อน


พิลาไลรู้กำหนดการของพี่ชายอยู่แล้ว จึงวางแผนโทรศัพท์ชวนจิณัฐตาให้ไปช่วยเลือกซื้อของและเสื้อผ้าด้วยกัน ถึงแม้วิศวกรสาวจะงงเล็กน้อย ที่อยู่ดี ๆ พิลาไลก็ชวนเธอไปเดินห้างสรรพสินค้าทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน พบกันไม่กี่ครั้ง แต่ด้วยความเกรงใจและเห็นแก่เด็กผู้หญิงที่ไม่รู้อิโหนาอิเหน่( รึเปล่า )จึงได้ตบปากรับคำไป โดยหารู้ไม่ว่าแทบจะทันทีที่พิลาไลวางสายจากว่าที่พี่สะใภ้ ว่าที่น้องสามีอย่างเธอก็จัดการโทรศัพท์หาพี่ชายของตน และบึ่งรถไปยังจุดหมายทันทีที่วิชาเรียนเพียงวิชาเดียวของวันนี้จบลง


พิพิทธนอุ้มตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ที่ความสูงที่ถ้าลองให้เจ้าหมียืนด้วยขาของมัน มันก็จะสูงถึงเอวของเขาอย่างหวงแหน ราวกับเด็กหวงของเล่น ใบหน้าขาวยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี ตุ๊กตาหมีตัวนี้เป็นตัวใหญ่ตัวสุดท้ายและตัวเดียวในร้านที่เขาพอใจ
พิลาไลเห็นพี่ชายเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาลิบ ๆ จึงยื่นแก้วกาแฟสดให้วิศวกรสาว อ้างว่าเป็นน้ำแห่งมิตรภาพที่ดีของสองสาว ก่อนจะนำหญิงสาวไปในทิศทางที่พี่ชายเดินมา


เมื่อมองไม่เห็นพี่ชายเพราะเริ่มจะเข้ามุมตึก หญิงสาวจึงเสเดินช้าลงเพื่อให้.....
โครม !!!!!!!!


!
“ เฮ้ย !!!!!!!! ”
เสียงอุทานพร้อมกับเสียงพลาสติกกระทบพื้น ทำให้พิลาไลยิ้มสนุกสนาน ก่อนจะหันไปยักคิ้วหลิ่วตากับพี่ชายที่ไม่ได้นัดแนะแผนการไว้ก่อน ให้เข้าไปช่วยเช็ดคราบกาแฟที่กระจายเต็มเสื้อผ้าของหญิงสาว ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ากางเกง ช่วยเช็ดตามเสื้อผ้า หากแต่หญิงสาวกลับไว้ตัว ปัดป้องมือของพิพิทธน


“ ฉันเช็ดเองเหมาะกว่าค่ะ ” หญิงสาวบอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี ทันทีที่เธอเห็นเขา ก็ทำตาโต ยิ้มทักทาย


“ตุ๊กตาเป็นอะไรไหมคะ...กลัวมันเปื้อนกาแฟค่ะ ”


“ อ้อ..ไม่เป็นไรครับ ผมเอามันหลบไปทัน พรหมลิขิตจริง ๆ นะครับ...แต่ผมว่า พระพรหมคงเล็งลูกศรผิดไปนิด เลยทำให้เราเจอกันแต่ละครั้ง ต้องมีเรื่องชวนปวดหัวทุกที ” เขายิ้มจนตาหยี ก่อนจะเหลือบมองข้างตัวของจิณัฐตา


“ อ้าว !! ยัยไล มาได้ไง ” พิพิทธนทัก ราวกับเพิ่งสังเกตเห็นเธอ พิลาไลรับมุก แกล้งทำงอน


“ พี่พีทก็มัวแต่ดีใจที่เจอพี่จีน ไม่เคยสนใจน้องสาวเลย แล้วตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ขนาดนั้นจะซื้อไปทำไม ซื้อให้ไลเหรอคะ ขอบคุณค่ะ ” หญิงสาวยื่นมือมาหมายจะริบตุ๊กตานั้นไป


“ อะไร พูดอะไรของเธอ พี่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักหน่อย อีกอย่างตุ๊กตานี่ก็ไม่ใช่ของไล แต่เป็นของจีนต่างหาก ผมซื้อมาให้คุณครับ ” ประโยคหลเขาหันมาบอกกับจิณัฐตา


“ ให้ฉันทำไมคะ....อีกอย่างถึงฉันจะเด็กกว่าคุณเกือบแปดปี แต่ก็ไม่เด็กแล้วนะคะ ที่คุณจะให้ตุ๊กตาแบบนี้ ถ้าจะให้ตุ๊กตา ให้น้องไลดีกว่า ” เธอบอกยิ้ม ๆ ทำเอาพิลาไลค้อนวงใหญ่ เพราะถูกหาว่า ‘เด็ก’


“ ทำเป็นพูดไป พี่จีนแก่กว่าไลแค่สองปีเองนะคะ ตุ๊กตานั่นพี่พีทเขาก็ซื้อให้พี่จีน ไลไม่แย่งหรอกค่ะ “ พิลาไลทำแก้มป่อง เรียกเสียงหัวเราะจากสองฝ่ายได้เป็นอย่างดี


“ ตุ๊กตาหมีตัวนี้ผมตั้งใจจะซื้อให้จีนเลยนะครับ ผมเป็นคนเลือกของขวัญไม่เก่ง เลยไม่รู้ว่าถ้าจะจีบผู้หญิงเรียบร้อย ๆ น่ารัก ๆ อย่างจีน ผมควรจะทำอย่างไร มันคิดซะว่ามันเป็นความจริงใจของผมแล้วกันนะครับ ”
พิลาไลถึงกับหน้าเหวอ ไม่คิดว่าพิพิทธนจะพูดเจตนารมณ์ของเขากับจิณัฐตาตรง ๆ ส่วน ‘คนถูกจีบ’ เงียบขรึมไปโดยถนัดตา ทำท่าจะปฏิเสธของขวัญจากชายหนุ่ม แต่พิพิทธนรู้ทัน ถือวิสาสะคว้ามือของหญิงสาวให้รับตุ๊กตาหมีไว้


“ รับมันไว้เถอะครับ ” พิพิทธนบอกเสียงอ่อนหวาน “ ผมคิดว่ามันน่ารักดี...เหมือนจีน...มันน่ารักเหมือนคุณครับ ”
เมื่อพูดไปแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าเขาทำสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไร มันเป็นคำพูดน้ำเน่าที่สุดตั้งแต่เคยพูดมาในชีวิต เขาไม่เข้าใจว่าแม่น้องสาวแสนซนของเขาคิดเรื่องพวกนี้ออกมาได้อย่างไร


“ ค่ะ..ฉันจะรับไว้ ” หญิงสาวบอกอย่างเกรงใจ ซึ่งพิพิทธนก็พอจะดูออก


“ พี่พีทขา....ให้ตุ๊กตาเนี่ย ไม่ได้แปลว่าจะไถ่โทษที่พี่พีททำกาแฟหกใส่พี่จีนนะ เอางี้แล้วกันนะพี่พีท พี่จีน ในฐานะที่พี่พีททำกาแฟของพี่จีนหกเลอะเสื้อผ้า พี่พีทก็ต้องชดใช้ด้วยการพาพี่จีนไปทานข้าว เดินเล่น ดูหนัง แล้วก็ฟังเพลง ตามประสาหนุ่มสาวแล้วกันนะ ”
นี่เป็นแผนปัจจุบันทันด่วนเท่าที่พิลาไลจะคิดออก จึงได้สรุปเรื่องราวอย่างข้าง ๆ คู ๆ
พิลาไลพูดจบก็วิ่งปร๋อหายไปอย่างรวดเร็ว พิพิทธนทำท่าเก้อเขิน มองหญิงสาวด้วยท่าทีเหมือนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะผ่อนลมหายใจแรง ๆ และส่งยิ้มให้กับหญิงสาว


“ โปรดให้ผมได้ไถ่โทษคุณด้วยนะครับ ” เขายิ้ม ก่อนจะผายมือเป็นเชิงให้เธอเดินนำ
จิณัฐตามองคนตรงหน้า หญิงสาวรู้สึกลำบากใจที่ต้องไปกับผู้ชายแปลกหน้า แต่เธอก็ตัดสินใจยิ้มรับ ร่างบางก้มลงเก็บแก้วพลาสติกที่กลิ้งอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเดินไปทิ้งถังขยะ


ภายในร้านอาหารสุดหรู ตกแต่งร้านแบบอิตาลี เปียโนสีขาวตั้งตระหง่านอยู่มุมซ้ายของเวที บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโรแมนติก เสียงเพลงคลอเบากับอุณหภูมิสบาย ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก พิพิทธนเดินนำหญิงสาวที่กำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศ ไปในส่วนลึกสุดของร้าน ซึ่งจัดไว้เป็นมุมวีไอพี เมื่อถึงโต๊ะอาหารตัวเล็กซึ่งมีแจกันใส่ไม้เลื้อยเล็ก ๆ สีเขียวสดตัดกับผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด ชายหนุ่มเลือนเก้าอี้ให้จิณัฐตาตามที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ ก่อนจะอ้อมมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ ดวงตาคมเข้มจ้องมองร่างบางอย่างเจตนา ทำให้จิณัฐตาเริ่มทำอะไรไม่ถูก


“ เอ่อ....คุณพีทคะ หน้าฉันมีอะไรผิดปกติเหรอคะ ” เธอลองเชิง อยากจะรู้นักเขาจะอธิบายสิ่งที่กำลังทำอยู่เช่นไร


“ คุณมีความสวยที่ผิดปกติกว่าคนทั่วไปไงครับ ” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะปรบมือสองครั้ง บริกรในร้านก็ค่อย ๆ เดินเรียงกันนำอาหารและเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ จิณัฐมองอย่างไม่เข้าใจ


“ คุณเหมือนเตรียมการไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ ”หญิงสาวเหล่ตามองอย่างจับผิด พิพิทธนจึงแกล้งทำหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบไรผมบนหน้าผากของตนเหมือนเขินอาย


“ ถูกจับได้ซะแล้วนะครับ ” หัวเราะแห้ง ๆ “ ความจริงผมกับยัยไลเตี้ยมกันไว้ เพราะผมอยากเจอคุณ อยากทานข้าวกับคุณ อยากอยู่กับคุณ ”


“ ทั้งที่เพิ่งเจอฉันแค่สองครั้งน่ะหรือคะ ” หญิงสาวตัดเสต๊กในจานไป ถามไปอย่างสบาย ๆ ไม่วางตัว


“ ครับ....ความรักมันก็เป็นเรื่องไม่แน่นอน บทจะมาก็มา เราอาจจะไม่เคยรู้จักคนคนนึงเลย พบกันก็เพียงไม่กี่ครั้ง แต่เรากลับรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ” ชายหนุ่มส่งสายตาคมทรงเสน่ห์มายังหญิงสาว จิณัฐตานิ่งงัน หากแต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างบางก็ยิ้มตอบ


“ ทั้ง ๆ ที่คนรักของคุณเพิ่งจะแต่งงานงั้นหรือคะ ”


“ มันไม่สำคัญหรอกครับ ”เขาถือวิสาสะเอื้อมมือมากุมมือนุ่ม ก่อนจะจ้องมองเข้าไปในดวงตาของคนนั่งตรงข้าม


“ งั้นเหรอคะ...ฉันว่า เราทานอาหารกันต่อเถิดค่ะ ” จิณัฐตาดึงมือกลับ ก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่องอย่างสุภาพจนพิพิทธน อดจะทึ่งไม่ได้ ร่างสูงยิ้ม ก่อนจะพยายามใช้ความคิด
ตลอดเวลาที่ทานอาหารร่วมกัน พิพิทธนพยายามจะ ‘จีบ’ หญิงสาวตลอด หากแต่เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นไหวหรือหลงเสน่ห์เขาแม้แต่น้อย ชายหนุ่มแอบถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายอยู่หลายครั้งเขาไม่เคยจีบผู้หญิงเสียด้วย เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนเพื่อจะหว่านล้อมเธอได้อีก และจนแล้วจนรอดเขาก็ต้องขับรถมาส่งเธอที่หน้าบ้านก่อนสี่ทุ่ม ตามคำขอร้องของหญิงสาว


“ จะไม่ชวนผมเข้าไปดื่มกาแฟสักหน่อยหรือครับ ” เขาเอ่ยถามขึ้น เมื่อรถจอดสนิทหน้าประตูบ้านและหญิงสาวข้างตัวกำลังปลดเข็มขัดนิรภัยเตรียมจะลงจากรถ


“ อย่าดีกว่าค่ะ ถ้าคนอื่นเห็นเข้ามันจะไม่งาม ” หญิงสาวยิ้มหวาน สู้สายตาคมที่มองมายังเธอเหมือนจงใจโปรยเสน่ห์จนเกินไป


“ ผมไม่รู้จะใช้วิธีไหนจีบคุณแล้วนะครับ ” เขาบอกยิ้ม ๆ


“ วิธีที่ผูกใจของฉันได้ ก็คือความจริงใจและความเป็นธรรมชาติ คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบในละครที่น้องสาวคุณแนะนำ เพราะฉันไม่ใช่นางเอกละครที่จะชอบอะไรเวอร์ ๆ ฉันเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ออกจะแข็งกระด้างด้วยซ้ำ แต่วันนี้...ฉันก็ขอบคุณคุณนะคะ ฉันประทับใจมันพอสมควร คุณทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิง ทั้ง ๆ ที่ฉันเป็นแค่คนธรรมดา ” เธอบอก ก่อนจะยกมือขึ้นสวัสดีพิพิทธนแล้วส่งยิ้มหวาน ๆ ให้ก่อนลงไปจากรถพร้อมเจ้าตุ๊กตาหมีตัวโต


พิพิทธนมองตามร่างบางที่เดินเข้าบ้านไปจนลับตา เขาเค้นหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์เสีย ไม่รู้ว่าจะเล่นตัวไปถึงไหน หรือเพราะเขาไม่ใช่สามีคนอื่น เธอถึงไม่สนใจ ขณะที่เขากำลังจะขับรถออกไป รถคันหนึ่งก็มาจอดเทียบหน้าบ้าน เมื่อเขาเห็นคนขับรถคันนั้นเดินลงมา เขาก็ต้องอารมณ์ขึ้นกว่าเดิม เขาไม่มีทางลืมหน้าของผู้ชายคนนี้ได้......สพล !!!


ที่บอกให้มาส่งก่อนสี่ทุ่ม ก็เพราะนัดสามีของพิมพ์สุจีไว้นั่นเอง !!!
สพลกดกริ่งหน้าบ้านอยู่หลายครั้งจนกว่าจะมีคนมาเปิดประตู และคนที่มาเปิดนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่เขาต้องการพบที่สุดในตอนนี้ต่างหาก เขายิ้มหวานทำให้จิณัฐตาหน้าเหวอ เธอไม่คิดว่าคนที่มากดกริ่งเรียกยามวิกาลจะเป็นสพล หญิงสาวก้าวออกมาจากประตู ก่อนจะผลักอกชายหนุ่มเบา ๆ


“ พลมาที่นี่ทำไม ตอนนี้พลควรอยู่ที่บ้านของพลนะ ” หญิงสาวบอกเสียงสั่น ถึงเธอจะเข้มแข็งมากเพียงไร แต่เธอก็เป็นผู้หญิง เธอไม่สามารถทำใจได้กับเรื่องแบบนี้


“ พลคิดถึงจีน ” เขาขยับเข้าไปใกล้ หาแต่จิณัฐตายกมือขึ้นปัดป้อง


“ จีนไม่คิดถึงพล ไม่อยากเจอพลด้วย พลกลับไปเถอะ จีนไม่อยากมีปัญหากับพิมพ์สุจีภรรยาของพล ”


“ ช่างพิมพ์เขาประไร คนโกหกแบบนั้น ทำไมต้องใส่ใจด้วย ” สีหน้าของชายหนุ่ม แสดงว่าไม่ใส่ใจภรรยาจริง ๆ


เพี๊ยะ !!!!


“ เห็นแก่ตัว...เห็นแก่ตัวที่สุด ” จิณัฐตาตบชายหนุ่มจนหน้าหัน แก้มขาว ๆ ขึ้นรอยแดง สพลมองเธอด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะกระชากเธอมาแนบตัว


“ จะตบพล เตะพลยังไงก็ได้ พลแค่ขอให้พลได้เจอกับจีนเท่านั้นพอ ”
สพลก้มลงจูบซับน้ำตาจิณัฐตาที่ไหลอาบสองแก้ม หญิงสาวเหมือนไร้เรี่ยวแรงอยากจะผลักเขาออกไปจากกายก็ไม่สามารถทำได้ เธอไม่อยากจะสนใจอะไรอีกแล้ว วินาทีนี้...เธอขอทำตามใจตัวเองสักครั้ง
หญิงสาวกอดตอบชายหนุ่มแน่น สพลยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่าจิณัฐตาเปิดใจให้ตนมากขึ้น เขาค่อย ๆ เช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นดวงตาสวย ก่อนจะค่อย ๆ บรรจงมอบจุมพิตที่อ่อนโยนที่โหยหามานานให้หญิงสาวผู้เป็นที่รัก โดยที่จิณัฐตาเองก็โอนอ่อนผ่อนตามโดยไม่สามารถขัดขืนหัวใจตนเองต่อไปได้


พิพิทธนมองภาพตรงหน้าอย่างโกรธแค้น เขารู้สึกเกลียดชายหญิงสองคนนั้นอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเกลียดใครได้ขนาดนี้มาก่อน เขาทุบพวงมาลัยรถเพื่อระบายความโกรธ แค่นึกว่าตอนนี้พิมพ์สุจีคงต้องนอนร้องไห้อย่างเดียวดาย เพราะสามีที่เธอรักหายไป เขาก็ไม่สามารถให้อภัยชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้ได้ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง เขาควรจะทำอะไรสักอย่าง เพื่อพิมพ์สุจี !!!


เขาคงจะรอให้จิณัฐตารักเขาเองไม่ไหว เพราะกว่าเธอจะรักเขา เธอคงแย่งสามีของพิมพ์สุจีสำเร็จไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้น เขาก็จะต้องทำสิ่งเลวร้ายที่เขาเองไม่คิดจะทำกับผู้หญิงคนไหน มาทำกับผู้หญิงคนนี้ !!!


พิมพ์สุจียืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่ในห้องเงียบ ๆ คนเดียว หญิงสาวใคร่ครวญสิ่งที่เธอทำไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการที่เธอแย่งสพลด้วยมารยาหญิงมาจากจิณัฐตา หรือการก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่ร่ำรวยเงินทองเพื่อเอาชนะจิณัฐตาที่มีฐานะมาตั้งแต่เกิด ในขณะที่เธอเองกลับไม่มีอะไรเลย อยู่อย่างยากลำบากตลอดมา เธอต้องทำงานไปด้วยเรียนหนังสือไปด้วย สอบชิงทุนนักเรียนเรียนดีจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าโควต้าของมหาวิทยาลัยชื่อดังเพื่อให้ยกระดับตนมาเป็นคนระดับปัญญาชน และวันนี้เธอก็มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอใฝ่ฝันไว้...หากแต่มันกลับไม่มีความสุขเลยสักนิด เธอต้องโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน บ้านหลังใหญ่ไม่ได้ให้ความอบอุ่นกับเธอสักเพียงนิด และตอนนั้นเอง เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอเดินไปหยิบมาเปิดอ่านอย่างไม่ใส่ใจ หากแต่ข้อความที่ปรกฏบนหน้าจอสว่างจ้า ทำให้หัวใจเธออบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด


ผมรู้ว่ามันอาจจะไม่เหมาะ แต่ผมก็ยังอยากจะบอกพิมพ์ว่า พิมพ์ไม่ได้อยู่คนเดียว ผมอยู่ข้างพิมพ์เสมอ


อย่าร้องไห้นะครับ..ฝันดีครับ


                                                                                     จาก....พีท


น้ำตาอุ่น ๆ ของพิมพ์สุจีไหลอาบสองข้ามแก้มทันทีที่อ่านข้อความจบ หญิงสาวสะอื้นเบา ๆ ถ้าคนที่เธอแต่งงานด้วยเป็นผู้ชายแสนอบอุ่นคนนี้ เธอก็คงจะไม่ต้องเดียวดาย หากเธอสามารถลบปมและความแค้นในใจที่มีได้เธอก็คงไม่ต้องเจ็บปวดเช่นนี้ แสงไฟสว่างวาบจากรถคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดในที่จอดรถ พิมพ์สุจีสะดุ้งรีบปิดม่านและกระโดดขึ้นเตียงแกล้งทำเหมือนหลับทันที


สพลเดินเข้ามาในห้องของตน ซึ่งบัดนี้ถูกยึดครองโดยภรรยาสาวของเขาไปแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องท่ามกลางความมืดมิดอย่างคุ้นเคย ก่อนจะตรงเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่ใส่ใจจะเดินมาดูว่าคนที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มหนาบนเตียงนุ่มนั้นหลับจริงหรือไม่ เสียงเปิดประตูห้องน้ำ ก่อนที่กลิ่นสบู่หอมกรุ่นจะลอยมาเตะจมูกคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเงียบ เธอเองก็แอบคิดว่าเขาอาจจะย่องมาทำอะไรเธอยามวิกาลก็เป็นได้ หากแต่เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงประตูปิดลงเบา ๆ เธอก็แน่ใจว่า เธอคงจะคิดไปเอง


แม่คะ....บอกพิมพ์ทีสิ ว่าพิมพ์ควรจะทนต่อไปหรือไม่ พิมพ์ไม่อยากทนอยู่แบบนี้ พิมพ์ไม่ได้รักเขา เขาไม่รักไม่สนใจพิมพ์ เขาไม่สนใจพิมพ์เลยสักนิด เขาคงไปพบจิณัฐตามาแน่ ๆ พิมพ์ไม่สามารถแยกเขาสองคนออกจากกัน พิมพ์ทำให้ผู้หญิงคนนั้นเสียใจไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนพ่อแม่มัน ที่ไม่เคยละอายใจในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปสักนิด !!







Free TextEditor




 

Create Date : 20 เมษายน 2553    
Last Update : 20 เมษายน 2553 6:34:55 น.
Counter : 201 Pageviews.  

วิวาห์ลวง บ่วงหัวใจ ตอนพิเศษ [แนะนำตัวละครเล็กน้อยค่ะ ^^]






พิพิทธน กับ จิณัฐตา


      พิพิทธน อายุประมาณ 30 ค่ะ ส่วน จิณัฐตาอยุประมาณ 23 ปี


   ดาราที่เลือกมาเลยดูหน้าตาห่างกันพอควร 55





               มาถึงพิมพ์สุจี กับ สพล กันนะคะ


                       ตัวละครสองตัวนี้จะอายุเท่ากันค่ะ อายุประมาณ 25 ปี - 26 ปี


             คู่นี้เลยเลือกดาราที่อายุเท่ากันมาเป็นอิมเมจ




มาถึงคู่สุดท้าย ท้ายสุด


                  พายัพนี่อายุประมาณ 29-30 ค่ะ ส่วน น้องไลตัวแสบนี่อายุ 20 - 21 ค่ะ ยังเด็กอยู่เลย


              เลือกดาราที่มีอิมเมจเหมือนที่คิดไว้ได้ แต่อายุของอิมเมจนี่ดูจะไม่ค่อยตรงเท่าไหร่


   ทั้งที่ำพายัพอายุมากกว่าตั้งเกือบ 10 ปี แต่หาดาราที่ตรงตามอิมเมจไม่ได้เลย นอกจากอิลอูคนนี้


                         และน้องไลนี่ก็ตรงตามที่คิดไว้เปะ ๆ ว่าต้องหน้าแบบนี้ แต่ดัน อายุมากกว่า


                    พ่อพายัพของเราซะนี่ 555 ไม่เป็นไร หน้าไม่แก่กว่าอิมเมจของพายัพเลยสักนิด






อันนี้อัพเล่น ๆ ขำ ๆ นะคะ


ความจริงมีเวอร์ชั่นดาราไทยด้วย...แฮะ ๆ ว่างจัด ^^







Free TextEditor




 

Create Date : 18 เมษายน 2553    
Last Update : 20 เมษายน 2553 6:44:20 น.
Counter : 182 Pageviews.  

1  2  

kibosi
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add kibosi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.