All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 3



เวลานั้น รชานนท์นั่งน้ำตาซึมดูรูปเก่าๆของตัวเองกับติรกาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ในห้องนอน

“คุณทำแบบนี้กับผมได้ยังไงกระแต”
รชานนท์ขยำรูปคู่ของตัวเองกับติรกาแล้วขว้างทิ้งอย่างแค้นใจและเสียใจ
“ต่อไปนี้...คุณจะไม่อยู่ในความทรงจำของผมอีกแล้ว”
รชานนท์โมโหขว้างอัลบั้ม แต่อัลบั้มไปโดนชั้นวางของในห้อง ข้าวของบนชั้นตกกระจายไปทั่ว อัลบั้มรูปตกลงกับพื้นเปิดไปที่หน้ารูปถ่ายของรชานนท์กับติรกาและพี่หมอนพที่ไปค่ายอาสาด้วยกัน รชานนท์ชะงัก ลุกขึ้นไปเก็บอัลบั้มรูปขึ้นมาดู
“ไอ้หมอไม่มีจรรยาบรรณ ทำแฟนคนอื่นท้อง”
รชานนท์แค้นใจมากถึงขนาดโยนอัลบั้มรูปลงถังขยะทันทีและเตะถังขยะกระเด็นไปอีก ถังขยะล้ม อัลบั้มรูปกระเด็นออกมาอีก
“โธ่เว้ย! ยังจะมาให้เห็นหน้าอีก”
รชานนท์เดินไปหยิบอัลบั้มแล้วหยิบรูปมาจะขยำทิ้งทีละใบ รูปแรกเป็นรูปพี่หมอนพ ทายาคารามายให้รชานนท์ที่เป็นผื่นแพ้ทั้งตัว
“มาทำดีทายาให้เรา ที่แท้ก็หวังทำคะแนนกับกระแต”
รชานนท์ขยำรูปทิ้งไปแล้วหยิบรูปอีกใบขึ้นมาดู ติรกาดื่มกาแฟกระป๋อง ส่วนพี่หมอนพดื่มนมกล่อง
“สร้างภาพว่ากินแต่นมเลยสุขภาพดี... ถ้าดีจริงแล้วทำไมตายเร็ววะ”
รชานนท์พูดจบก็ขยำรูปทิ้งไปทันที รชานนท์กำลังจะหยิบรูปอีกใบก็ชะงักไป เสียงของมัทรีดังเข้ามาในความคิดของรชานนท์
“แม่บอกว่ามัทแพ้นมวัวเหมือนพ่อค่ะ”
รชานนท์รีบหยิบรูปที่ขยำไปขึ้นมาคลี่ดู
“พี่หมอไม่ได้แพ้นมวัวนี่หว่า”
รชานนท์นิ่งไปและเริ่มนึกไล่เรียงถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน ที่หลายๆอย่างของรชานนท์เหมือนและคล้ายกับมัทรี ไม่ว่าจะเป็นการปรุงก๋วยเตี๋ยว , กินจนเหลือแต่เส้นอืดอยู่ในชาม หรือแม้แต่ประโยคที่รชานนท์พูดเหมือนกับมัทรี
“ไม่ชอบกินน้ำซุป แต่ก็ไม่ชอบกินแห้ง”
รวมถึงรชานนท์กับมัทรีใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของตัวเองเวลาเครียด
“แบบนี้เหรอ”
รชานนท์ทบทวนเหตุการณ์หลายๆอย่างก็อึ้งไป
“เป็นไปไม่ได้”

วันรบคุยเฟสไทม์กับมัทรีอยู่ใน ห้องนั่งเล่น บ้านพชร ขณะที่มัทรีคุยเฟสไทม์กับวันรบอยู่บนเตียงในห้องนอน
“มัทขอนะคะ ถ้ายังเคลียร์เรื่องนี้ไม่ได้ อย่าเพิ่งให้ป๋ามาที่บ้านมัท”
“ครับ ผมขอโทษแทนป๋าด้วยนะ ไม่รู้ทำไมป๋าโกรธแม่คุณซะขนาดนั้น”
มัทรีถอนใจแล้วเผลอขมวดคิ้วเครียดๆ
“นางฟ้าของผม... คิ้วผูกกันจะเป็นโบว์แล้ว”
วันรบใช้นิ้วโป้งของตัวเองทำท่าคลึงที่หว่างคิ้วของมัทรี
“ไม่เครียดนะครับ ไม่เครียดๆ”
มัทรียังคิ้วขมวดอยู่
“ครียดมาก ๆ หน้าแก่เท่ายายไม่รู้นะ”
“ปากเสีย ว่ายายแก่เหรอ! เดี๋ยวจะฟ้องยาย”
“ไอ้รบ! ไอ้รบ” เสียงรชานนท์ร้องเรียกเข้ามา
“แค่นี้ก่อนนะมัท ผมไปหาป๋าก่อน”
วันรบวางสายเฟสไทม์จากมัทรีไปแล้วหันไปหารชานนท์ที่เข้ามาหาวันรบอย่างร้อนใจ
“พรุ่งนี้ฉันจะไปที่บ้านกระแต แกจะไปด้วยรึเปล่า”
วันรบอึ้งจนพูดอะไรไม่ถูก
“ป๋าจะบ้าเหรอ ไปหาคุณติรกา จะไปให้เค้าตบหน้าเอาปืนยิงไล่อีกเรอะ”
“ฉันไม่ได้จะไปหากระแต ฉันจะไปหามัทรี”
วันรบได้ยินถึงกับเหวอไปทันที

เตือนใจกับมัทรีใส่แว่นดำเดินออกมาที่หน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด เตือนใจกับมัทรีมองซ้ายมองขวาแล้วหันมาหัวโขกกัน โป๊ก!
“โอ้ย”
“ยัยมัท ทำไมหัวแข็งแบบนี้ล่ะลูก ไอ้แว่นนี่ก็มื๊ด..มืด..มองแทบไม่เห็นเลย”
“มัทบอกแล้วว่าไม่ต้องใส่แว่นดำก็ไม่เชื่อ เลยกะระยะกันไม่ถูก เจ็บตัวเลย”
“เอ้า..ก็ยายกลัวมีพิรุธ เลยใส่แว่นกันไว้ไงลูก เห็นในหนังเขาทำกัน”
“ถ้าแม่ตื่นมาเห็น มัทว่าพิรุธเต็ม ๆ เลยค่ะ”
“เอาน่า...แล้วพ่อรบอยู่ไหนล่ะ”
มัทรีชี้ไปทางด้านหลัง เตือนใจเดินไปอีกทาง
“ทางนี้เหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ คุณยาย..มัทว่าถอดแว่นเถอะค่ะ จะได้เห็นชัดๆ”
เตือนใจยอมถอดแว่น มัทรีพาเตือนใจมาที่รถของวันรบที่จอดอยู่

เตือนใจกับมัทรีขึ้นมานั่งด้านหลังรถ ที่นั่งด้านหน้าวันรบนั่งตรงตำแหน่งคนขับ ส่วนรชานนท์นั่งข้างที่นั่งคนขับ
“สวัสดีครับคุณเตือน / สวัสดีครับคุณยาย”
“ยัยมัทบอกว่าคุณนนท์มีเรื่องจะถามฉันกับยัยมัทเหรอจ๊ะ” เตือนใจพูดขึ้น
“ผมอยากรู้เรื่องพ่อของมัทรีครับ” รชานนท์ บอก
มัทรีหน้าตึงทันที
“ป๋าจะว่าอะไรแม่มัทอีก ถึงมัทจะเคารพป๋า แต่ว่าแม่ที่เคารพมัทก็คบไม่ได้เหมือนกันนะคะ”
“ไม่ใช่... คือป๋าคิดว่าอาจจะเข้าใจผิดเรื่องพี่หมอ เลยมาถามคุณเตือนกับมัทอีกที”
มัทรีมองรชานนท์อย่างชั่งใจ
“แล้วถ้าป๋าเข้าใจผิดล่ะค่ะ”
“ป๋าจะได้ขอโทษแม่ของมัท...ที่พูดแรงเกินไป”
เตือนใจมองรชานนท์เริ่มสังหรณ์ใจว่ารชานนท์จะเริ่มสงสัยในเรื่องลูก
“ก็ได้ค่ะ” มัทรีบอก
รชานนท์หยิบขวดน้ำมาดื่มระงับความตื่นเต้น แล้วกลั้นใจถาม
“นอกจากแพ้นมวัว แม่บอกมั้ยว่ามัทเหมือนพ่อเรื่องไหนอีก”
มัทรีนิ่งคิด เตือนใจมองมัทรีแล้วเกิดอาการลังเลนิด ๆ พลางพูดกับตัวเองก่อนจะเริ่มต้นเปิดประเด็นเสียเอง
“คงถึงเวลาแล้ว...พ่อยัยมัทชอบดื่มน้ำส้มคั้น”
“แม่เคยเล่าว่า..พ่อชอบให้แม่คั้นน้ำส้มใส่ถุงไปให้ดื่มที่มหาวิทยาลัยทุกเช้า” มัทรีพูดต่อ
รชานนท์ดื่มน้ำอยู่ก็ตกใจสำลักขึ้นมาทันที วันรบรีบลูบหลังรชานนท์เบาๆ
“ไหวมั้ยป๋า”
รชานนท์ไม่ตอบวันรบแต่ถามมัทรีต่อ
“กระแตบอกแบบนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ แม่บอกว่าพ่อชอบน้ำส้มคั้นสด ๆ มากกว่าน้ำส้มแบบกล่อง”
รชานนท์นิ่งอึ้งไป เตือนใจแอบสังเกตอาการของรชานนท์แต่ก็ไม่พูดอะไร
“เป็นอะไรไปล่ะป๋า... อึ้งนิ่งเงียบขนาดนี้ เข้าใจว่าที่แม่ยายผมผิดล่ะสิ” วันรบแซวขึ้น
รชานนท์วางขวดน้ำแล้วลงจากรถวิ่งเข้าไปในบ้านติรกาทันที
“ป๋า”
“ถึงเวลาจริงๆ ด้วย รีบตามไปเร็ว” เตือนใจรำพึงกับตัวเอง
ทั้งสามคนรีบลงจากรถวิ่งตามรชานนท์เข้าไปในบ้านทันที

พุทรากำลังคุมเด็กรับใช้จัดอาหารเช้าที่โต๊ะอยู่ในบ้านของติรกา
“จะเจ็ดโมงแล้ว เดี๋ยวคุณติลงมาไม่เรียบร้อยล่ะโดนว๊ากแน่ เร็วๆ เข้า”
รชานนท์วิ่งเข้ามา พุทราหันไปเห็นรชานนท์ไม่ทันคิดอะไรก็พูดต้อนรับอย่างเป็นมิตร
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณนนท์ มาแต่เช้าเชียว”
เมื่อพุทรานึกขึ้นได้
“เฮ้ย คุณนนท์มาทำไมคะเนี่ย”
รชานนท์ไม่ตอบจะวิ่งขึ้นไปข้างบน พุทรารีบวิ่งเข้าไปเอาตัวดันไว้
“ขึ้นไปไม่ได้นะคะ”
“หลีกไป”
“ไม่ได้ค่ะ คุณติไม่อยากพบคุณ”
“อย่าบังคับให้ผมต้องทำนะ”
“ไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ไม่ได้”
รชานนท์ตัดสินใจหันหน้ากลับไปจะใช้ไม้ตายรอยยิ้มพิฆาต รชานนท์หันกลับมาสาดยิ้มใส่ แต่ พุทราหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาใส่ รอยยิ้มออร่าของรชานนท์จึงใช้การไม่ได้
“เสียใจด้วยค่ะ รอยยิ้มคุณทำอะไรพุทราไม่ได้อีกแล้ว”
รชานนท์หงุดหงิด ไม่ยอมแพ้จะขึ้นไปให้ได้ เกิดการยื้อยุดกันขึ้น พุทราโถมตัวเข้ากอดรชานนท์เพื่อยับยั้ง
“ปล่อยผม”
“ไม่ค่ะ พุทรายอมให้คุณขึ้นไปไม่ได้”
พุทราถือโอกาสกระโดดเข้าสะเอวรชานนท์ด้วยสีหน้าหื่นสุดๆ
“พุทรายอมไม่ได้จริงๆค่ะ”
พุทรากอดรชานนท์แน่นแถมแอบลูบไล้อีกต่างหาก จนรชานนท์ขนลุกเกรียว เตือนใจ วันรบ มัทรีวิ่งเข้ามาเห็นพอดี จนเตือนใจต้องร้องเตือน
“พุทราปล่อยคุณนนท์ก่อน”
พุทราลืมตัวโกรธที่มีคนมาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มพอดี
“ไม่ปล่อยค่ะ”
“หือ” เตือนใจ วันรบ มัทรีร้องขึ้นพร้อมกัน
พุทราเห็นทุกคนจ้องมองไม่อย่างไม่วางสายตาก็นึกได้
“พุทราปล่อยให้คุณนนท์ไปเจอคุณติ พุทราก็ตายสิคะ พุทราไม่ปล่อย”
ว่าแล้วพุทราก็ถือโอกาสกอดรชานนท์แน่นกว่าเดิม รชานนท์พยายามแกะพุทราแต่ไม่สามารถทำได้เลยตัดสินใจตะโกนเรียกติรกาลั่นบ้าน
“กระแต ตื่นออกมาคุยกับผมเดี๋ยวนี้ กระแต”

ติรกาใส่เสื้อคลุมทับชุดนอน เปิดประตูห้องออกมา สีหน้าเอาเรื่องเหี้ยมมาก
“กระแต กระแต”
ติรกาเดินออกจากห้องนอนมาตามทางเดิน พุทรายังกอดขารชานนท์ที่เริ่มจะก้าวขึ้นบันไดไว้แน่น มัทรีกับวันรบรีบเข้าไปดึงตัวรชานนท์ลงมาจากบันได
“ป๋าขึ้นไปหาแม่ไม่ได้นะคะ”
“นี่มันบ้านเค้านะป๋า เค้าแจ้งตำรวจมาจับจะว่ายังไง”
“ฉันแจ้งไปแล้ว” ติรกาโพล่งขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าลงบันไดจากชั้นบนมายังด้านล่าง ทุกคนเงยหน้าขึ้นไปมอง
“อยากเข้าคุกก็เอา อาละวาดให้บ้านฉันพังไปเลย จะได้แจ้งข้อหาบุกรุก ทำลายข้าวของและทำร้ายคนในบ้านฉัน”
รชานนท์จะเดินขึ้นไปหาติรกาแต่ทุกคนรั้งตัวไว้
“ผมไม่ได้จะมาอาละวาด แต่ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”
พุทราส่ายหน้าอย่างหวั่นๆ แล้วพูดขึ้นลอยๆ
“สำคัญทีไร เฉียดตายทุกที”
เตือนใจ มัทรีและวันรบหันมามองพุทราอย่างดุๆที่ปากเสีย
“เค้าพูดความจริง ผิดเหรอ”
รชานนท์พูดกับติรกาต่อ
“เรื่องนี้สำคัญมากนะแต คุณกับผมต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”
“ฉันไม่คุย อยากตะโกนโหวกเหวกให้คอพังก็เชิญ”
ติรกาหันไปบอกกับพุทรา)
“ถ้าปล่อยให้ขึ้นมาบนห้องฉันได้ เธอตาย”
ติรกาสะบัดหน้าหนีรชานนท์ไปจะเดินกลับเข้าห้อง รชานนท์ตัดสินใจกวนโมโหติรกาเพื่อให้ติรกากลับมาคุยด้วย
“ถ้าไม่คุย ผมจะบอกเรื่องของเราให้ทุกคนรู้”
วันรบ มัทรี เตือนใจและพุทราอึ้งไป
ติรกากำลังจะเปิดประตูเข้าห้องได้ยินรชานนท์พูดอย่างนั้นก็ชะงัก
“ผมจะเล่าทุกอย่าง...ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน เล่าในทุก ๆ เรื่อง”
ติรกาทนไม่ไหวรีบวิ่งกลับลงไปทันที ชี้หน้ารชานนท์ด้วยอาการโกรธจัด
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่เคยมีอดีตอะไรร่วมกับคุณ”
“ยิ่งคุณลืมอดีตของเราแบบนี้ ผมยิ่งต้องทบทวน... เริ่มจากไหนดี เริ่มจากคืนนั้นที่คุณใส่ชุดเดรสสีชมพูลายจุดดีมั้ย”
“ฉันบอกให้หยุด”
“เดรสสีชมพูลายจุด” มัทรีพูดพึมพำ
“ชุดโปรดของยัยติตั้งแต่สมัยเรียนน่ะ” เตือนใจบอก
วันรบมองติรกาอย่างไม่อยากเชื่อ
“คุณป้าเนี่ยนะครับ ใส่เดรสสีชมพูลายจุด”
“หรือว่าที่มาของชื่อกระแตที่ผมตั้งให้คุณดีล่ะ”
พุทราเสนอหน้าทันทีถาม
“มันยังไงเหรอคะ”
ติรกากลัวรชานนท์จะพูดมากกว่านี้และทุกคนจะรู้เรื่อง
“จะคุยก็ได้ ! แต่ไม่ใช่ที่นี่”
รชานนท์แกล้งจะอ้าปากพูด ติรการีบเอามือปิดปากรชานนท์แล้วลากรชานนท์ออกไปทันที

ติรกาลากตัวรชานนท์มาที่ห้องทำงาน วันรบกับมัทรียืนประจันหน้ากัน
“ถ้าจะมาพูดให้ฉันยกยายมัทให้ไอ้วันรบล่ะก็ กลับไปได้เลย ฉันไม่มีทางยอมให้ ยายมัทจบอนาคตตัวเองกับผู้ชายแบบนั้น”
รชานนท์พูดแทรกขึ้นมา
“มัทรีเป็นลูกของผม”
ติรกาชะงักแล้วมองหน้ารชานนท์นิ่ง
“คุณพูดบ้าอะไร ยายมัทเป็นลูกของฉันกับพี่นพ”
รชานนท์เดินไปดึงตัวติรกามาคุยอีก
“พี่หมอไม่ได้แพ้นมวัว”
“ใคร ๆ ก็แพ้ได้ ไม่ต้องเป็นกรรมพันธุ์ก็ได้”
“แต่คุณบอกมัทรีว่าเธอแพ้นมวัวเหมือนพ่อ ไหนจะเรื่องน้ำส้มคั้นอีกล่ะ คุณไม่เคยคั้นน้ำส้มให้พี่หมอ คุณคั้นให้ผม”
ติรกาอึ้งที่รชานนท์รู้ความจริงทั้งหมด รชานนท์คาดคั้นติรกาให้ตอบ
“ตอบผมมาสิ มัทรีเป็นลูกผมใช่มั้ย เค้าเป็นลูกของเราใช่มั้ย”
ติรกายิ่งเครียดไม่ตอบอะไรเพราะกลัวความลับทั้งหมดจะเปิดเผยและยังไม่สามารถให้อภัยและยอมรับรชานนท์ได้
“ถ้าคุณไม่พูด ผมจะตามแม่คุณกับยายมัทมาคุยให้รู้เรื่อง”
รชานนท์เดินไปจะเปิดประตูห้อง ติรกาตกใจรีบตามไปปิดประตูห้องไว้ไม่ให้รชานนท์ออกไป
“คุณไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ยายมัท”
“ถ้ามัทไม่ใช่ลูกผม ทำไมคุณต้องห้ามด้วย.. ผมนับย้อนจากวันเกิดของมัทรีแล้ว ตอนที่คุณเริ่มท้อง มันใกล้ ๆ กับวันที่เรา... เราเมาจากงานเลี้ยงของชมรมทั้งคู่”
ติรกาที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจไม่อยากนึกถึงเรื่องในอดีต
“แล้วคืนนั้นเราก็...”
ติรกาทนฟังไม่ไหว น้ำตาไหลพราก และพูดทั้งน้ำตา
“คืนนั้น...มันเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน”
“แสดงว่าคืนนั้นคุณท้องกับผมจริงๆ”
“ไม่ใช่! ยายมัทไม่ใช่ลูกของคุณ”
รชานนท์กำลังจะพูดต่อ ติรการีบตัดบท
“จะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่จากนี้ไป...ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้คุณเข้าใกล้มัทรีเด็ดขาด”
“ยังไงมัทรีก็ต้องทำงานกับผม”
“ฉันจะฉีกสัญญา ต้องขึ้นศาลเสียเงินเท่าไหร่ฉันก็ยอม แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้ลูกสาวของฉันอีกเป็นอันขาด”
รชานนท์เห็นท่าทีที่ติรกาไม่อยากให้มัทรีอยู่ใกล้ก็ยิ่งมั่นใจ
“เอาเลย ฟ้องเลย ผมจะได้ขอหมายศาลตรวจ DNA”
ติรกาชะงักไปไม่คิดว่ารชานนท์จะใช้แผนนี้
“ถ้ามัทรีเป็นลูกของผมจริง ๆ ผมจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้พร้อมกัน”
รชานนท์เปิดประตูห้องทำงานติรกาออกไปทันที ติรกาได้แค่อึ้งนิ่งไปทำอะไรไม่ถูก

รชานนท์เดินมาถึงสวนสวยบริเวณบ้านเตือนใจ ด้วยความสับสน มึนงง
"มัทรีเป็นลูกสาวเรา เรามีลูกโตขนาดนี้เลยหรือ"
รชานนท์ยังคงทำตัวไม่ถูก ไม่คาดคิดเรื่องลูก จังหวะนั้น รชานนท์ได้ยินเสียงร้องแผ่ว ๆ ของมัทรี และเสียงหวานออดอ้อนของวันรบ ดังแว่วออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบ
"อย่าค่ะรบ"
"น่า...ขอนิดเดียว “
"ไม่เอา... เดี๋ยวใครมาเห็น"
"ใครจะเห็น แถวนี้...หมายังไม่เดินผ่านเล้ย"
รชานนท์หันขวับ หูผึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงของทั้งคู่
รชานนท์พูดเบา ๆ คนเดียว
"เฮ้ย ! มันว่าใครเป็นหมาวะ"
"นะครับมัท ผมอยากเห็น"
"อยากเห็นอะไร" รชานนท์สงสัยอยากรู้
"ไม่ค่ะ มัทอาย"
"เราเป็นแฟนกันแล้ว ไม่ต้องอายครับ"
"อายอะไร” รชานนท์พึมพำอีก
"อย่าค่ะ ... มัทขนลุก"
เสียงวันรบออดอ้อน
"ครั้งเดียวเอง นะครับ นะ นะ"
"ไม่เอาค่ะรบ อย่า.... อ๊าย"
"เฮ้ย ๆ ไอ้รบ หยุด”
เสียงร้องของมัทรี กระตุ้นอาการหวงลูกสาวของรชานนท์ขึ้นมาทันที ทำให้รชานนท์กระโจนแหวกพุ่มไม้เข้าไปห้าม เห็นวันรบขยับเข้าใกล้มัทรี วันรบไม่ทันตั้งตัวรชานนท์ยื่นขาถีบทันที
"อย่าทำอะไรมัทรีนะเว้ย"
“เหวอ”
วันรบถลาลงไปนั่งกับพื้น มัทรียืนมองรชานนท์ที่ดูหอบ ๆ โกรธ ๆ อย่างงงๆ

ในบ้านเตือนใจ วันรบนั่งโอดโอย เตือนใจหัวเราะขำ เมื่อรู้เรื่องรชานนท์เข้าใจผิด มัทรีเอาของว่างเข้ามาเสิร์ฟ ขณะที่รชานนท์ทำเงียบกลบเกลื่อนอาการหน้าแตก
"โธ่ป๋า กลางวันโล่งโจ้งแบบนั้น ผมไม่ทำอะไรมัทหรอก"
"ถ้ามืด ๆ ไม่โล่งโจ้ง จะทำอะไรเหรอคะ อุ๊ย"
เตือนใจหยิกมัทรี ก่อนปรามหลาน
"เป็นสาวเป็นนาง พูดแบบนี้กับผู้ชายได้ไงยายมัท"
มัทรีได้แต่ยิ้มแหยๆ นั่งลงข้างวันรบ ก่อนช่วยอธิบายให้รชานนท์ฟัง
"รบเค้าอยากให้มัทลองเอาดอกแคทัดหูน่ะค่ะ แต่มัทอาย ก็เลย"
"เลยเข้าใจผิด ชนิดหมอไม่รับเย็บเต็มๆ" รชานนท์บอก
"เอาน่าป๋า ถือว่าฟาดเคราะห์ทางความคิด มาหม่ำขนมเปียกปูนหน้าเชอรี่กันดีกว่า ฝีมือยายเตือนอร่อยเหาะไม่ง้อคนกิน" วันรบว่า
"ไม่ง้อ แล้วใครจะกินล่ะพ่อรบ"
"หลานเขยคนโปรดคนนี้ไงค้าบ"
เตือนใจยิ้มเอ็นดูวันรบ วันรบจิ้มเชอรี่บนขนมเปียกปูน ยิ้มหวานสวีทจะป้อนให้มัทรี จู่ ๆ รชานนท์ก็ปรี่เข้าไปอ้าปากกินแทนมัทรีโดยอัตโนมัติ
"อ้าวป๋า ทำไมเสียมารยาทอย่างนี้"
"นี่ของโปรดฉัน" รชานนท์บอกเนียนๆ
"เหรอคะ มัทก็ชอบทานเชอรี่เหมือนกัน ใคร ๆ บอกว่ารสชาติมันเหมือนยาแก้ไอเด็ก แต่มัทคิดว่ามันอร่อยแปลก ๆ ดี"
"พ่อ เอ่อ... ผม เอ๊ย... พี่ เฮ้ยไม่ใช่ ป๋าก็คิดเหมือนลูก เอ๊ย ป๋าก็คิดเหมือนน้องมัทครับ"
รชานนท์แอบหอบเพราะต้องรักษาอาการไม่ให้ใครจับผิด แต่หันไปเห็นวันรบนั่งจ้องอยู่ด้วยความสงสัย จึงรีบตัดบทเอาดื้อ ๆ
"ได้เวลากลับแล้ว เป็นผู้ชายพายเรือมาขลุกอยู่ที่บ้านผู้หญิงทั้งวันยันค่ำมันดูไม่ดี"
"ตอนอยู่ที่คอนโดก็อยู่กันสองคน"
รชานนท์เสียงดัง
“ก็ตอนนั้นฉันยังไม่รู้นี่หว่า"
มัทรีเริ่มสงสัยในคำพูดและอาการแปลกไปของรชานนท์
“รู้อะไรเหรอคะ"
"รู้ว่าพรุ่งนี้มีนัดส่งงานลูกค้า รีบไปได้แล้วไอ้รบ"
รชานนท์หันไปไหว้เตือนใจ
"ลาละครับคุณแม่ เอ๊ย คุณยาย"
เตือนใจมองรชานนท์ด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
“มือใหม่ ปรับตัวไม่ทันล่ะสิ”
รชานนท์มองเตือนใจ
“คุณแม่..รู้เหรอครับ”
เตือนใจยิ้มๆ ไม่ตอบ เปลี่ยนพูดเรื่องอื่นแทน
“จะรีบกลับไม่ใช่เหรอ ไปสิ”
รชานนท์อยากจะถามเตือนใจ แต่เตือนใจตัดบท
“ไปสิจ๊ะ”
รชานนท์มองเตือนใจรู้ว่าคงไม่ยอมบอกแน่ รชานนท์จะหันไปลามัทรีก็ชะงัก ตัดสินใจไม่พูดแล้วดึงตัววันรบออกไปทันที
"เฮ้ยป๋า เดี๋ยวก่อน ฉันยังไม่ได้ร่ำลาแฟนจ๋าเลย"

มัทรี ได้แต่มองตามรชานนท์ไปด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจ เตือนใจมองตามอย่างยิ้มๆ
ภายในรถของวันรบ รชานนท์นั่งนิ่ง หน้าเครียดคิดไม่ตก จนวันรบหันไปถามด้วยความสงสัย

"ท่าทางป๋าแปลก ๆ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า"
รชานนท์หันมาจ้องวันรบ
“ไอ้รบ สำหรับมัทรี แกเป็นแฟน..หรือว่า..สามี”
คำถามของรชานนท์เล่นเอาวันรบกระแอมสำลักน้ำลาย
“เฮ้ย..ป๋า อยากรู้อะไรเนี่ย”
“ก็แกอยู่คอนโดเดียวกัน ทำงานด้วยกัน”
“และรักกัน...”
“เออ...นั่นแหล่ะ ฉันก็เลยสงสัย”
“ป๋าจะอยากรู้ไปทำไม”
รชานนท์หงุดหงิดกระชากคอเสื้อวันรบ
“ฉันถามก็ตอบเถอะน่า”
วันรบตกใจ
“มะ..ไม่เคยอ่ะ..ผมเคยบอกป๋าแล้วไงว่าผมให้เกียรติมัท จนกว่าเราจะแต่งงานกัน”
“เหรอ..ก็ดี”
รชานนท์เหมือนจะนิ่งแล้วหันกลับมาถามวันรบอีก
“แล้วแกแน่ใจมะว่าจะทนได้จนถึงวันแต่งงานน่ะ”
“ไม่อ่ะ”
รชานนท์ง้างหมัด
“ไอ้รบ”
“ ไม่ปฏิเสธเลยว่าทนได้แน่”
รชานนท์นึกขึ้นได้จึงถามอีก
“แล้วไอ้พวกเด็ก ๆ ที่แกเต๊าะน่ะ เลิกหมดแล้วแน่นะ”
“แน่สิป๋า..ผมน่ะรักเดียวใจเดียว.. เฮ้ย ป๋า อยู่ มาสอบสวนเรื่องผมกับมัททำไมเนี่ย นี่ถ้าไม่รู้จักกันผมต้องคิดว่าป๋าเป็นพ่อมัทแน่ๆ ซักผมซะสะอาดเชียว”
“ก็ฝึกไว้น่ะ” รชานนท์รำพึงกับตัวเอง
“หะ”
“ไป ๆ กลับบ้าน ฉันอยากทำงานแล้ว” รชานนท์พูดตัดบท
วันรบมองรชานนท์อย่างแปลกใจ สงสัยในความเปลี่ยนไปแบบฉับพลัน
“วัยทองเปล่าวะเนี่ย”
รชานนท์เขกกระโหลกวันรบ
“ออกรถเร็ว”
“โห..น้องหรือคนใช้เนี่ย”

ติรกายืนมองตามรถวันรบที่แล่นออกไปอยู่ที่ระเบียงในเย็นวันนั้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเครียด
"ฉันจะทำยังไง ให้สองคนนี้ออกไปจากครอบครัวฉัน"
เสียงของพุทราดังขึ้น
"คุณติรกาขา"
เสียงพุทราเรียกติรกามาแต่ไกล พร้อมเสียงข้าวของหล่นเพล้ง ๆ กระจัดกระจาย พุทราวิ่งเข้ามาหยุดหอบแฮ่กตรงหน้าติรกา
"ซุ่มซ่ามจนชนข้าวของพังหมด ฉันจะหักเงินเดือนเธอ”
"แต่ต้องให้โบนัสพิเศษฉันนะคะ"
"ทำไมฉันต้องให้ คราวที่แล้วยัยแพรวนั่นก็พลาดจนมันน่าตัดเงินซ้ำ”
“แต่คราวนี้ตัวจริงค่ะ รับรองคนๆ นี้ทำให้ทั้งคู่เลิกแน่”
"จริงเหรอ"
"ฝีมือระดับพุทรา ไม่มีพลาดรอบสองค่ะ"
"ดี... รีบพาตัวคน ๆ นั้นมาพบฉันให้เร็วที่สุด"
ติรกาเปลี่ยนความเครียดเป็นยิ้มอย่างมีหวัง

พุทรายืนหน้าเชิดอยู่ในห้องทำงานของติรกาของเช้าวันใหม่ ด้านหลังของจุดที่พุทรายืนอยู่เป็นภาพสไลด์ที่กำลังขึ้นรูปของวันรบอยู่ นำเสียงของพุทราที่กำลังพูดนำเสนอด้วยเสียงเร้าใจมาก
“และนับต่อจากนี้ ท่านจะได้พบกับข้อมูลเบื้องลึกของนายวันรบ แคล้วคลาดภัย สถาปนิกหนุ่มสุดหล่อคนรักของคุณมัทรี”
ติรกาแทรกขึ้นมาอย่างหนักแน่น
“ตัดห้าร้อย ฐานพูดว่ามันเป็นคนรัก”
พุทราโอดโอยขึ้นทันที
“คุณติ..พุทราแค่เกริ่นเฉยๆ”
“ถ้ายังสาธยายแต่น้ำไม่มีเนื้อ ตัดอีกห้าร้อย” ติรกาขู่อีก
พุทราสะดุ้งเฮือก
“เข้าเรื่องเลยค่ะ คุณวันรบเป็นลูกชายคนเดียวของกำนันเรืองและคุณนายวันทนีย์ ผู้มีชื่อเสียงของจังหวัดสุพรรณบุรี”

เสียงเพลง “อะเมซิ่งสุพรรณ” ของเสรี รุ่งสว่าง ดังเจื้อยแจ้วมาจากวิทยุ - - ไปไหมแจ่มจันทร์ ไปเที่ยวสุพรรณบ้านพี่ เมืองสุพรรณบุรี มีของดี มานาน...
กำนันเรืองนอนร้องเพลงตามเพลงจากวิทยุที่เปิดอยู่ เคาะนิ้วตามจังหวะเพลงอย่างอารมณ์ดี อยู่ตรงระเบียงบ้านเห็นทุ่งนาเขียวขจีที่ดูไกลสุดลูกหูลูกตา
กำนันเรืองพ่อของวันรบ เป็นกำนันประจำตำบลหนึ่งในสุพรรณบุรี ตลก ๆ อารมณ์ดี ขี้เกรงใจและอยู่ในโอวาทภรรยา เหมือนจะนิ่งแต่แอบกะล่อนเจ้าชู้เมื่อมีโอกาส
จู่ ๆ วิทยุก็เปลี่ยนจากเพลงเป็นเสียงโฆษกผู้ประกาศรายการ
“ต่อไปเป็นการถ่ายทอดสด ประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่...”
“เลขเด็ดจะออกแล้ว”
วันทนีย์พูดพลางวิ่งถลาเข้ามาแทรกกำนันเรือง ยึดวิทยุไปฟังด้วยความตื่นเต้น
วันทนีย์แม่ของวันรบ เลือดสุพรรณเต็มตัว เป็นคนตรง ๆ โผงผาง พูดจาขวานผ่าซาก เป็นชาวบ้านหัวโบราณ เชื่อฝังหัวว่า ภรรยาที่ดีต้องเป็นแม่บ้านดูแลสามี ไม่ชอบมัทรีเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงสมัยใหม่เกินไป แต่อยากได้กระถินเด็กในบ้านเป็นลูกสะใภ้มากกว่า
“เพิ่งไปรับน้ำมนต์มงคลชีวิตมา ถูกหวย... ถูกหวย... วันนี้รวย เพี้ยง”
กำนันเรืองเหลือบมองแล้วขึ้นเพลงฉ่อยร้องเสียงดังหวังกระทบให้วันทนีย์ได้ยิน
“เอิง เอิงเอย คนเดี๋ยวนี้ชักจะบ้าไปยกใหญ่ บางคนบ้าโน่นบ้านี่ บางคนบ้าดี และบางคนบ้าร้าย บ้างบ้าเสี่ยงโชคให้พระช่วย...”
วันทนีย์ คันปากอดไม่ได้จึงร้องตอบ
“ก็ส่วนมากอยากรวยเป็นส่วนใหญ่”
“อยากรวยล่ะเป็นส่วนใหญ่ ไปถามเลขสวยขอหวยพระ พระที่ไหนเล่าจ๊ะจะมีเลขให้ ถ้ารู้ว่าเลขไหนออกพระคงไม่เอะอะ ถ้าพระเห็นเลขจะจะ พระก็รวยตาย” กำนันเรืองร้องรับ
“แต่ถ้าพระไม่ให้ ฉันต้องเสาะหา” วันทนีย์ร้องตอบ
“แบบนี้เรียกว่าบ้าแบบงมงาย ถ้างมปูงมปลายังหาได้กิน ถ้างมงายล่ะหมดสิ้นไม่ได้กินอะไร หวยเนี่ยสะกดด้วยหอ..วอ..ยอ หวย ความหมายมันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตัวหอแปลว่าหายนะ ตัว วอ ล่ะวะ วอ วอดวาย ตัวยอ ก็ย่ำแย่ ย่อยยับ คิดดูเถอะครับว่ามันดีตรงไหน ตัวเดียวล่ะยังแย่ขนาดนั้น สามตัวรวมกันมันจะแย่แค่ไหน จะหมดเนื้อหมดตุ้งหมดตังค์ ถ้าหากว่ายังงมงาย”
วันทนีย์ ยังเคลิ้ม
“เฮ่ชา..เฮชา..ชา..ช่า..ช่า หนอยแน่..เอย” พอร้องจบก็รู้สึกตัว หันไปส่งตาดุเสียงเย็นใส่กำนันเรือง
“พี่กำนัน”
“จ๋าจ้า”
กำนันเรืองเสียงอ่อนลงทันที ด้วยความเกรงบารมีศรีภรรยา กำนันเรืองหันไปอ่านป้ายกระดานที่เขียน “กฎของบ้าน” ติดตรงข้างฝาอย่างชัดเจน
“กฎข้อหนึ่ง... เมียต้องถูกเสมอ ข้อสอง... เมื่อไหร่ที่คิดว่าเมียผิด ให้ย้อนกลับไปดูข้อหนึ่ง”
กำนันเรืองพูดจบ ก็รีบเข้ามาบีบนวดเอาอกเอาใจวันทนีย์
“แหะ ๆ พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร... ถ้ามันเป็นความสุขของแม่ก็เล่นไปเถอะจ้ะ”
วันทนีย์มองกำนันแบบเข้าใจถูกต้องแล้ว

ภาพของวันทนีย์ขึ้นคู่กับกำนันเรืองบนจอสไลด์
“บ้าหวยเหรอ..แล้วมันจะช่วยแยกไอ้รบกับยัยมัทยังไง” ติรกาสงสัย
“อันนี้แค่น้ำจิ้มค่ะ ของเด็ดมันอยู่ต่อจากนี้ค่า” พุทราบอก
พุทรากดที่เครื่อง ภาพสไลด์เปลี่ยนเป็นหน้ากระถิน ที่โพสท์ท่าเซ็กซี่ที่สวนทางกับใบหน้ามาก
“ใคร”
“เด็กคนนี้ชื่อ กระถินค่ะ เป็นคู่หมั้นของนายวันรบ”
“คู่หมั้น”

ภายในบ้านกำนันเรือง วันทนีย์ยังนั่งอยู่กับกำนันเรือง วันทนีย์ส่งเสียงเรียกกระถิน
“กระถิน..เอาน้ำให้แม่สักแก้วสิลูก”
“ค่า...”
กระถินห่มผ้าแถบนุ่งโจงกระเบนถือแก้วน้ำคลานเข่าเข้ามาหาวันทนีย์ ความที่กระถินคลานเข่าไม่ค่อยถนัดนักจึงสะดุดจะล้มตรงหน้ากำนันเรือง กำนันเรืองตกใจยกมือรับ สายตากำนันเรืองแอบเห็นความขาวของเนินเนื้อหน้าอกกระถินนิด ๆ เล่นเอากำนันเรืองเคลิ้มในความขาว
วันทนีย์เห็นสายตากำนัน จึงเรียกเสียงเข้ม
“พี่กำนัน”
กำนันเรืองสะดุ้ง
“จ๋า”
“เป็นอะไร”
“เปล๊า นังกระถิน เดินยังไงของเอ็งเนี่ยหะ แล้วเอ็งเพี้ยนหรือเปล่าแต่งตัวอย่างกับนางทาส” กำนันเรืองทำเป็นดุใส่กระถิน
กระถินบีบน้ำตา
“ก็คุณป้าสอนให้กระถินรักความเป็นไทย..ถึงมันจะเดินเหินอยากเย็นแต่เพื่อให้คุณป้าชื่นใจ กระถินยอม”
วันทนีย์ ยิ้มอย่างเอ็นดู
“ก็ใช่...แต่ขนาดนี้มันก็เกินไป แค่กระถินงามมารยาทอย่างไทย เป็นกุลสตรีไทยก็พอ ไปเปลี่ยนไป”
“ค่ะคุณป้า”
กระถินจะคลานเข่าออกไป กำนันเรืองมองตามจังหวะบั้นท้ายกระถินแสดงความกรุ้มกริ่มนิด ๆ
“กระถิน” วันทนีย์เรียก
ทั้งกำนันเรืองทั้งกระถินสะดุ้ง กระถินหันมา กำนันเรืองแอบเหลือบมองวันทนีย์หวั่นๆ
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกว่าคุณแม่ ไม่ใช่คุณป้า”
“แต่กระถินไม่กล้า”
“แม่สั่ง”
กระถินยิ้ม
“งั้นกระถินก็ยอมค่ะคุณแม่”
วันทนีย์ยิ้มพอใจ กระถินคลานออกไป
“แม่จ๋า..เจ้ารบมันไม่ได้ชอบพอกับเด็กกระถินนี่ ลูกเราก็มีแฟนแล้ว แม่เล่นมัดมือชกขนาดนี้ ถ้าเจ้ารบมันไม่ยอม..”
“ต้องยอม..สมัยนี้จะหาผู้หญิงหัวอ่อนว่านอนสอนง่ายอย่างแม่กระถินนี่มีที่ไหน ฉันอบรมมาแต่อ้อนแต่ออกถ้าตารบคิดจะหาลูกสะใภ้ให้ฉันก็ต้องเป็นกระถินคนเดียว”
กำนันเรืองมองวันทนีย์อย่างหนักใจ

พุทรายิ้มพลางร่ายประวัติกระถินอย่างละเอียดยิบให้ติรกาฟัง
“เด็กกระถิน ถูกส่งมาขัดดอกที่บ้านคุณวันทนีย์ตั้งแต่สิบขวบ คุณวันทนีย์อบรมสั่งสอนเรื่องงานบ้านงานเรือนชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะทำกับข้าว ทำความสะอาดบ้าน เย็บปักถักร้อย”
“นี่มันตรงข้ามกับยัยมัททุกอย่างเลยนี่” ติรกาว่า
“ถูกต้องค่ะ คุณมัททำกับข้าวสุนัขเบือนหน้า เรื่องทำความสะอาดบ้านไม่เคยมีในหัว เย็บปักถักร้อยเรียกว่าเอาเข็มทิ่มผ้าแบบส่ง ๆ สรุปคือไม่มีความเป็นกุลสตรีสักนิด”
“ห้าร้อย! ฐานหลอกด่าลูกฉัน” ติรกาบอก พุทรารีบแก้ตัวพัลวัน
“เย่ย! พุทราแค่เปรียบเทียบให้ฟังน่ะค่ะ ว่าอย่างคุณมัทไม่เข้าข่ายเป็นสะใภ้แม่คุณรบเลย”
ติรกาสีหน้าเจ้าเล่ห์ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที พุทรามองติรกายิ้มอย่างเข้าใจ
“งั้นเธอก็รู้ใช่ไหมว่าฉันคิดอะไรอยู่”
“รู้สิคะว่าคุณติต้องคิดเรื่องชั่วร้ายแน่ๆ”
“ห้าร้อย”
“พุทรารู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไร หักแค่สองร้อยได้ไหมคะ”
“ได้”
ติรกาเห็นพุทราทำหน้าตกใจเลยพูดต่อ
“ก็ครั้งนี้ฉันพอใจ หึๆ ฮึๆ”
พุทราหัวเราะดังขึ้นมาทันที
“ฮ่าๆๆ วะ..ฮ่ๆๆ”
“โอ้ย..จะหัวเราะทำไม”
พุทราเงียบลงทันทีที่รู้สึกตัว
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ได้อารมณ์ดี”
“ก็จริง..คราวนี้ล่ะเจ้ารบ เสร็จแน่ ฮึๆๆฮ่าๆๆ”
พุทรามองติรกาหัวเราะอย่างตัวร้ายในหนังไทยแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ไปซะแล้ว เจ้านายฉัน”

บริเวณบ้านกำนันเรือง วันทนีย์กับกำนันเรืองนั่งที่ชานบ้านด้วยท่าทางและอาการหิวข้าว กระถินผลัดโจมเป็นเสื้อผ้าปกติยกสำรับกับข้าวเข้ามาจัดวางราวกับชาววัง
“วันนี้มีมัสมั่นแกงแก้วตาหอมยี่หร่ารสร้อนแรง” กระถินว่า
“งั้นจานนี่ก็ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา” วันทนีย์ต่อ
กระถินตักข้าวใส่จานให้กำนันเรืองกับวันทนีย์
“ข้าวหุงหอมมะลิธรรมดา แต่รสชาติล้ำอย่างไทยจ๊ะ”
“ข้าวไทยนี่ช่างหอมอร่อยที่หนึ่งในโลกจริงๆ กระถินนี่ตารบโทรกลับมาบ้างหรือเปล่า” วันทนีย์ถาม
กระถินหน้าเศร้าทันทีพลางบอก
“ไม่มีเลยค่ะคุณแม่ กระถินคงไม่สำคัญมากพอจะให้พี่รบคิดถึง”
“คงยุ่งกับงานอยู่ล่ะมั้ง แต่ปกติตารบต้องโทรมาหาแม่นะ”
กำนันเรืองรับข้าวมาจากกระถิน และตั้งท่าจะตักกิน วันทนีย์ดึงช้อนในมือกำนันเรืองไม่ให้กินให้ตอบก่อน
“ลูกโทรหาพ่อบ้างไหม”
“ไม่นี่”
วันทนีย์ยังดึงช้อนในมือกำนันเรืองอยู่ กระถินพูดแทรกขึ้น
“สักนิดก็ไม่มีหรือจ๊ะ”
กำนันเรืองจำต้องลดช้อนลงแล้วบอก
“ไม่มีสักกริ๊ง”
กระถินทำท่าจะเบ้หน้า
“คุณแม่ขา”
“โอ๋..อย่าเศร้านะลูก ตารบคงยุ่งเดี๋ยวก็โทรมา พี่กำนัน”
กำนันเรืองชะงักมือถือช้อนค้างอยู่ที่ปาก
“ห็นแก่กินอยู่นั่นล่ะ ไม่เห็นเหรอว่ากระถินมันเศร้า”
กำนันเรืองมองช้อนข้าวอย่างเสียดาย แต่ก็จำต้องตามใจวันทนีย์
“อย่าน้อยใจไปเลย เดี๋ยวเจ้ารบมันก็โทรมา”
เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นมาพอดี
“นั่นไง มันโทรมาแล้ว” กำนันเรืองอาศัยจังหวะที่พูดจบจ้วงกินใหญ่ด้วยความหิว
กระถินลุกพรวดขึ้นจนวันทนีย์ตกใจ กระถินนึกได้จึงค่อยๆ ลงคลานเข่าแต่เพิ่มความเร็วมากจนไปถึงโทรศัพท์และยกรับทันที กระถินรู้ว่าวันทนีย์มองอยู่ จึงตั้งสติยิ้มพูดเสียงหวาน
“บ้านกำนันเรืองยินดีรับใช้ประชาชนค่ะ”

ภายในบ้านติรกา พุทราดัดเสียงพูดผ่านโทรศัพท์เลียนเสียงซาร่า จากรายการทีวีไดเร็ค โดยมีติรกาเงียบฟังอยู่ใกล้ ๆ
“สวัสดีค่ะ ดิฉันซาราร่าจากรายการไทยเที่ยวไทยไปราชบุรีค่ะ
พุทราหันมองติรกาอย่างขอความเห็น ติรกาพยักหน้า และชูนิ้วโอเคว่าใช้ได้

กระถินสีหน้าผิดหวังส่งสายตามองวันทนีย์
“ไม่ใช่พี่รบค่ะ ใครก็ไม่รู้”
วันทนีย์เดินมารับโทรศัพท์จากกระถินไปคุยเอง
“ฮัลโหล”
พุทราเสียงยิ่งเริงร่ากว่าเดิม
“รายการของเราขอมอบรางวัลแด่ผู้โชคดีทางบ้าน ข้อมูลบอกว่าคุณวันรบ แคล้วคลาดภัย เป็นผู้ส่งชิงรางวัล
แต่ขอยกรางวัลให้คุณวันทนีย์ แคล้วคลาดภัย”
“ตารบเหรอ ว้าย ๆ ใช่คะ ฉันวันทนีย์แม่ของวันรบเองค่ะ”
“โอ้ว ว้าว... คุณคือผู้โชคดี ได้รับรางวัลห้องพักรีสอร์ทหรู ระดับวีไอพี ที่ราชบุรี พร้อมผู้ติดตามหนึ่งคน”
วันทนีย์หันไปทางกำนันเรือง
“ที่พักฟรี! พี่กำนัน เราได้ที่พักฟรีไปฮันนีมูนรอบสองจ๊ะพี่”
ติรกากับพุทราตกใจร้อง “เฮ้ย” ขึ้นพร้อมกัน
ติรกาพูดเบาๆ กับพุทรา
“ไม่ได้ ไม่เอากำนัน”
“เมื่อกี้คุณว่าไงนะ” วันทนีย์ถาม
“อ่อ ฉันบอกว่าต้องเอาผู้ติดตามผู้หญิงเท่านั้นค่ะ”
“ผู้ติดตามผู้หญิงเท่านั้นเหรอ” วันทนีย์พึมพำ
“บ้านนี้มีกระถินคนเดียว กระถินก็ได้ไปด้วยสิคะ กรี๊ด”
กระถินเผลอตื่นเต้นดีใจ
“ทำไมต้อง..” วันทนีย์ถาม
ติรกาขยิบสายตา เร่งจนพุทราต้องพูดรัว เร็ว ราวกับเสนอขายสินค้าในรายการทีวีไดเร็ค
“เรามีเวลาให้คุณตัดสินใจสิบนาทีนับจากนี้ เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่ตอนนี้”
พุทราวางสายทันที
“เอ้า..เดี๋ยวก่อนสิ ตัดสินใจอะไร ฮัลโหล! อะไรกันเนี่ย”

ขณะนั้นเอง เสียงรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าบ้าน เอี้ยด....
“ใครมา” กำนันเรืองพูดขึ้น
ทุกคนหันมองกันด้วยความสงสัย

วันทนีย์ กระถิน กำนันเรือง เดินออกมาหน้าบ้าน เห็นรถเก๋งคันหรูจอดรออยู่ รปภ.แจ่มในชุดสูทสีดำ แว่นตาดำ หิ้วกระเป๋าหนังสีดำ ก้าวลงจากรถ มาดขรึม อย่างเท่มาก รปภ.แจ่มเอากระเป๋าวางกระโปรงหน้ารถ ปึง! และปิดกระเป๋าเอานาฬิกาเรือนโตออกมาวาง ทั้งสามสะดุ้งโหยง ตื่นตระหนก วิ่งวุ่นด้วยความตกใจ
“ระเบิด” กระถินร้องขึ้น
“ไม่ใช่ระเบิด นาฬิกาจับเวลา” รปภ.แจ่มบอก
วันทนีย์ กระถิน กำนันเรืองชะงัก
“ผมมารับคุณวันทนีย์กับผู้ติดตามผู้หญิงเท่านั้น ไปรับรางวัลพักผ่อนเที่ยวฟรีกินฟรีที่ราชบุรี”
กำนันเรืองไม่ค่อยไว้ใจ
“เที่ยวฟรีกินฟรี ของฟรีมันมีในโลกด้วยเหรอวะ พ่อว่าโทรไปถามตารบให้แน่ใจก่อนดีกว่า”
วันทนีย์กับกระถินมองตามเหมือนเชื่อฟังกำนันเรือง รปภ.แจ่มมองสถานการณ์อย่างคิดหนัก

ทางด้านพุทราค่อนข้างกระวนกระวายใจ
“ตามข้อมูลกำนันเรืองค่อนข้างระมัดระวังตัวนะคะคุณติ พุทรากลัวว่าแผนจะแตก”
“พุทรา เธอเป็นคนหาข้อมูล ไม่เห็นหรือไงว่ามันมีไม้ตายอยู่” ติรกาบอก
พุทรามองกระดาษข้อมูลอย่างสงสัย
“ไม้ตาย”

ฝ่ายรปภ.แจ่มพูดเสียงดังเร้าใจมาก
“พิเศษสุด ถ้ารีบตัดสินใจตอนนี้ คุณจะได้รับเลขเด็ดสำนักอาจารย์ดัง ฟันแม่นเป๊ะจากอยุธยา และตำรากลยุทธ์ขูดเลข ฟรีทันที”
วันทนีย์ตื่นเต้นมากกว่า
“ได้เลขเด็ดอาจารย์ดังด้วยเหรอ”
รปภ.แจ่มจึงกดนาฬิกาจับเวลา เสียงดังติ๊กต่อก ติ๊กต่อก
“ถ้าคุณไม่ตัดสินใจภายในสิบวินาที เราจะตัดสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ ) สิบ... เก้า... แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง”
“ว้าย... เดี๋ยวก่อน ตกลงค่ะ ฉันจะไปรับรางวัล”
“โอ้ว... เจ้าอาวาสจอร์จ มันยอดม๊าก พวกคุณมีเวลาเก็บกระเป๋าห้านาทีครับ”
รปภ.แจ่มกดนาฬิกาอีกครั้ง นาฬิกาเริ่มเดินเสียงดังเร้าใจมาก
วันทนีย์ ท่องซ้ำไปมาเหมือนโดนสะกดจิต
“เลขเด็ดอาจารย์ดัง เลขเด็ด..เลขเด็ด”
กำนันเรืองเห็นอาการวันทนีย์แล้วใจไม่ดี
“แม่จ๋า..พ่อว่า...”
รปภ.แจ่มมองนาฬิกาแล้วกดดัน
“ตอนนี้เหลือเวลา สี่นาที ห้าสิบวินาที”
วันทนีย์สติขาดสั่ง
“กระถิน เก็บกระเป๋า”
“จ้า”
วันทนีย์กับกระถินวิ่งอย่างเร็วไปเก็บข้าวเก็บของไป ๆ มา ๆ แล้ววิ่งเข้ามาที่รถโดยที่กำนันเรืองหันไปหันมามองพลางเกาหัวไปมา เมื่อสองขึ้นกระโดดขึ้นรถ รปภ.แจ่มขับออกไปอย่างรวดเร็ว กำนันเรืองเหนื่อยใจ มองตามอย่างไม่ค่อยไว้ใจ กำนันเรืองหยิบมือถือขึ้นมากดหาวันรบทันที

ขณะนั้น วันรบจะออกจากบ้านพชร รชานนท์เดินมาคว้าคอเสื้อวันรบไว้
“เจ้ารบ แกจะไปไหน จะไปหามัทรีหรือไง”
“ผมจะไปไซส์งานกับป๋าไง ลืมแล้วเหรอ”
“เออ จริงว่ะ”
“ป๋าเป็นอะไรมากป่ะเนี่ย จับผมให้ค้างที่นี่ คุมอย่างกับผมจะหนีไปทำความผิดอะไรงั้นแหล่ะ”
พชรกับนลินีตามออกมา
“นั่นสิ นนท์..แกเป็นอะไรแง่ง ๆ ใส่เจ้ารบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” พชรถาม
รชานนท์อึกอักตอบไม่ถูก
เสียงมือถือดังขึ้น วันรบมองหน้าจอแล้วกดรับทันที
“สวัสดีครับ คุณพุทรา คุณแม่จะนัดเจอผมเหรอครับ”
รชานนท์ พชร และนลินีหูผึ่งทันที
“ที่ไหนครับ..รีสอร์ทนายสมภพ”
รชานนท์สีหน้าไม่พอใจ
“ได้ครับ..ครับ..สวัสดีครับ”
วันรบกดวางสายโทรศัพท์ พชรกำลังจะถาม แต่ถูกรชานนท์แทรกขึ้น
“กระแตนัดเจอทำไม”
“ป๋าจะสนทำไม ก็ป๋าพูดเองที่บ้านว่าที่แม่ยายผม จำได้ไหม ไม่ต้อง! แกอยากพิสูจน์ตัวกับคนบ้านนี้ก็ตามใจ
แต่ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ และฉันจะไม่ทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเด็ดขาด”
วันรบหันมาทำหน้าทะเล้นใส่รชานนท์แล้วถาม
“เป๊ะทุกคำไหมป๋า”
รชานนท์มะเหงกเข้ากลางหน้าผากวันรบ และแสร้งเปลี่ยนเรื่องทันที
“เรื่องนัดเจอไอ้รบไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมต้องนัดที่รีสอร์ทของนายสมภพ”
“นัดแถวนั้นก็ดีนะครับป๋า ใกล้ไซส์งานที่เราต้องไปคุมงานพอดี ผมอยากให้พี่ระกับพี่นีช่วยไปเป็นผู้ใหญ่ฝ่าย ผมด้วยนะครับ”
พชรกำลังจะรับคำ แต่รชานนท์แทรกขึ้นอีก
“ก็ต้องไปกันหมดนี่แหละ ถ้าวันรบกับมัทรีจะแต่งงานกัน ผมต้องมีส่วนตัดสินใจในเรื่องนี้”
“พ่อก็ไม่ใช่ ไปเกี่ยวอะไรกับเค้า” พชรบอก
รชานนท์เบี่ยงเบนประเด็นทันที
“ยังไงผมกับพี่ระก็ต้องไปตรวจงานที่ราชบุรีทุกวัน เราน่าจะพักอยู่ที่บ้านพักในไซส์งานซะเลย จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไปกลับ”
“แล้วว่าที่แม่ยายโอ่งน้ำปลา เค้านัดเจอรบเมื่อไหร่” นลินีถามขึ้น

รชานนท์หันไปมองวันรบเหมือนอยากรู้เช่นกัน






Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 12:47:20 น.
Counter : 222 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 2 (ต่อ)



ธงฉานยืนไม่ติด เดินไปมาที่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน และตัดสินใจจะเปิดเข้าไปแต่..ประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักออกมากระแทกเข้าหน้าธงฉานเต็มๆ ธงฉานผงะหงายล้มลงไปแต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติพูดอะไร

รชานนท์ก็ถอยหลังออกมาเหยียบธงฉานเข้ากลางลำตัวเต็มขา พร้อมกับติรกาที่ยังบีบคอรชานนท์ไม่เลิก กลุ่มของนลินีกับมัทรีตามออกมา
“ปล่อยนะยัยติ เดี๋ยวเขาก็ตายหรอก” เตือนใจบอก
“คนเลวอยู่ไปก็รกโลก ตายก็สมควรแล้ว”
นลินีอารมณ์ขึ้นเข้าไปผลักติรกา ติรกาไม่ทันตั้งตัวปล่อยมือจากรชานนท์เซออกไป ธงฉานคิดว่ารอดจากที่นอนหงายจะพลิกตัวเพื่อลุกขึ้น แต่นลินีที่อารมณ์ขึ้นกลับเหยียบธงฉานซ้ำ จนธงฉานต้องนอนแดดิ้น
“จะมากไปแล้วนะ ยัยไหน้ำปลาปีศาจ”
“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ”
“เธอเป็นผู้หญิงใจดำ บ้าพลังสมกับฉายาที่ตารบตั้งให้จริงๆ ยัยไหน้ำปลาปีศาจ”
ทุกคนหันไปมองวันรบเป็นตาเดียว วันรบยิ้มเจื่อนๆ
“เค้าพูดตอนเมา เค้าไม่ได้ตั้งใจ” วันรบบอก
นลินีชักเท้าจากตัวธงฉานมองติรกาอย่างสะใจ ธงฉานสบโอกาสจะคลานออกจากตำแหน่งอย่างช้าๆ ติรกาแค้น กระแทกเท้าเข้าที่ก้นธงฉาน ธงฉานตาเหลือก ร้องไม่ออก
“ไอ้วันรบ แกกล้าว่าฉันเหรอ”
มัทรีรีบรั้งตัวติรกาไว้
“อย่าค่ะแม่ คุณยาย พี่พุทราช่วยมัทที”
เตือนใจกับพุทรา มัทรีช่วยกันดึงร่างติรกาออกไป
“ไอ้วันรบ! ฉันจะไม่ยกลูกสาวฉันให้แกเด็ดขาด”
วันรบ รชานนท์ พชร นลินีได้แต่ยืนอึ้งๆไปตามๆกัน
สมภพยืนมองเหตุการณ์รู้สึกไม่ชอบมาพากล ธงฉานส่งเสียงอ่อนระโหยมาก
“ใครก็ได้...สนใจเค้าที”
- ทุกคนหันมองธงฉานที่นอนหน้าเขียว หนีบขากุมเป้าอยู่กับพื้น นลินีเห็นสภาพของธงฉานก็หันไปถามวันรบ
“ใครน่ะ”
“คนรู้จักของแม่มัทครับ” วันรบพูดพลางแสดงความมีน้ำใจจะย่อลงมาช่วยประคองขึ้น
“ฉันเป็นแฟน” ธงฉานเสียงดังฟังชัด
วันรบหมั่นไส้ จึงทิ้งเข่าลงที่ก้นธงฉานแบบทิ้งน้ำหนักเต็มๆ ธงฉานถึงกับร้อง “โอ๊ก!ไ ด้วยความเจ็บ
“เฮ้ย!” เสียงสมภพดังขึ้นจะเอาเรื่อง
แต่รชานนท์กับพชรขยับมายืนด้านหลังวันรบ สมภพเห็นคนมากกว่าจึงนิ่งไป
“โทษที ว่าจะช่วยสักหน่อย แต่คงไม่ต้องแล้ว ไปกันเถอะป๋า”
วันรบเดินออกไปเลย รชานนท์ พชร นลินีรีบเดินตามไป
“คู๊ณอา... ฉานน้อยเป็นหมันแล้ว”
สมภพมองธงฉานอย่างสมเพช

สมภพประคองธงฉานเดินเข้ามาในห้องรับแขกภายในบ้าน แล้วทิ้งธงฉานลงนั่งโซฟา
“ไอ้หน้าหล่อนั่นต้องเป็นแฟนเก่าคุณอาติแน่ๆ..แล้วถ้าใช่จริงๆ หนังหน้าระดับคุณอาเทียบไม่ติดฝุ่นแน่”
“มันเทียบฉันไม่ได้ใช่ไหม”
“คุณอานี่แหล่ะครับที่เทียบเขาไม่ได้ หน้าเขาหล่อขั้นเทพ แต่คุณอา...”
สมภพยืดตัวนิด ๆ คิดว่าหลานจะชม
“ขี้เหร่ขั้นเทพเลยครับ” ธงฉานพูดต่อ
“ไอ้ธงฉาน ฉันอาแกนะ”
“นี่ผมก็พูดแบบซอฟท์ ๆ ที่สุดแล้วนะครับ ถ้าไอ้หน้าหล่อเป็นแฟนเก่าจริงๆ อาลำบากแน่”
“ฉันจะไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างติรกาไปแน่ๆ”
ทรงสุดาในชุดแต่งตัวเรียบร้อยกำลังจะเข้ามา ชะงักเท้าทันทีที่ได้ยิน
“แล้วคุณทรงสุดากับลูกล่ะครับ”
“แกรู้ไหมว่ารถญี่ปุ่นกับยุโรปมันต่างกันตรงไหน”
“คุณภาพมั้งครับ แต่ที่จริงผมว่ามันก็ขับได้ไม่ต่างกันตรงไหน”
“แต่ค่าความภูมิใจมันไม่เท่ากัน เวลาแกไปตามร้านอาหารเห็นไหมว่าเด็กรับรถพอเห็นโลโก้เบนซ์ก็โค้งหัวทิ่มดิน แต่ถ้าเป็นแบบเบสิคใครๆก็ขับได้ นอกจากไม่โค้งมันจะดูถูกซ้ำซะอีก เป็นแกจะเลือกขับอะไร”
“เบนซ์สิครับ ผมจะไม่ยอมพลาดแบบคุณอาหรอกครับ เอาคนรับใช้ในบ้านเป็นเมีย แถมพลาดให้มีลูกอีก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น โง๊..โง่นะครับ”
“ธงฉาน..นี่แกนับถือฉันใช่ไหม”
“นับถือสิครับ อาคือญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของผม ไม่นับถืออาจะให้ผมนับถือหมาที่ไหน”
สมภพหยิบหมอนใกล้มือปาใส่ธงฉาน ธงฉานก้มหลบได้ทัน หมอนลอยผ่านธงฉานไปชนกับเด็กรับใช้ที่เอาของว่างมาเสิร์ฟ
“ว้าย!”
เด็กรับใช้เซไปตามแรงกระแทกของหมอนแล้วไปชนถาดน้ำเปล่าที่ทรงสุดาถือตามมาจนน้ำเปล่ากระฉอกใส่ทรงสุดา เสื้อสีขาวของทรงสุดาเปียกไปทั้งตัว ธงฉานตาโตทันที
“อะไหล่ญี่ปุ่นมันแจ่มแบบนี้นี่เอง”
เด็กรับใช้เห็นว่าทรงสุดาเปียกไปทั้งตัวจึงรีบขอโทษ
“หนูขอโทษค่ะ คุณผู้หญิง”
สมภพชะงักไปที่ได้ยินเด็กรับใช้เรียกทรงสุดาว่า “คุณผู้หญิง” ทรงสุดาเองก็หน้าเสียไปเช่นกัน สมภพกระชากตัวเด็กรับใช้มาแล้วตวาดใส่
“ฉันสั่งกี่ทีแล้วไม่ให้เรียก...คุณผู้หญิง”
“หนูลืมค่ะ”
สมภพเหวี่ยงเด็กรับใช้ล้มไปกองกับพื้น เด็กรับใช้รีบลุกและเดินออกไป สมภพหันมาชี้หน้าด่าทรงสุดาต่อทันที
“เธอปล่อยให้มันเรียกคุณผู้หญิงคิดจะประกาศให้คนอื่นรู้หรือไงว่าเป็นเมียฉัน”
“เปล่านะคะ สุดาไม่เคยคิด”
เสียงเด็กร้องไห้ดังแว่วมา ทุกคนมองตามเสียง สมภพชี้นิ้วสั่งทรงสุดา
“ไปดูลูก”
ทรงสุดารีบเดินออกไปแต่ยังไม่ทันพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงธงฉานถามแทรกขึ้นมา
“แล้วถ้าคุณอาจีบคุณอาติสำเร็จ คุณทรงสุดาจะยอมหรือครับ”
“ถ้ายอมไม่ได้ก็ต้องออกไปจากบ้านฉัน”
ทรงสุดาได้ยินถึงกับเครียดและเสียใจ

พชร รชานนท์ วันรบและนลินีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารภายในบ้านของพชรในเย็นวันเดียวกัน รชานนท์จะตักข้าวเข้าปากแต่นลินีจับมือรชานนท์ยั้งไว้
“ผมคนเจ็บนะครับพี่นี”
“ยัยไหน้ำปลาปีศาจนั่นคือยัยกระแตที่ทำแกเจ็บเมื่อยี่สิบปีที่แล้วใช่ไหม”
พชรยื่นหน้าไปหารชานนท์ด้วยความอยากรู้มาก
“เมียจ๋า อย่าไปข่มขู่น้องแบบนั้น แฟนเก่าแกใช่มะ”
“จริงเหรอป๋าไ วันรบถามบ้าง
รชานนท์มองทุกสายตาที่จต้องมาคาดคั้น
“ผมคนเจ็บนะ ... ต้องตอบใช่ไหม”
ทุกคนตอบ “ใช่” ขึ้นพร้อมกัน
“ใช่ก็ใช่”
ทุกคนร้อง “เฮ้ย” ขึ้นพร้อมกันอีก จากนั้นแต่ละคนก็รุมยิงคำถามใส่รชานนท์ทันที
“บ้าหรือเปล่า ยัยโหดนั่นน่ะนะ ที่ทำแกอกหักไม่หายน่ะ” นลินีถาม
“ป๋าไปทำอะไรว่าที่แม่ยายผม เขาถึงได้เกลียดป๋าขนาดนั้น” วันรบอยากรู้
“แก่ยังหุ่นขนาดนี้ สาวๆ คงฟิตปึ๋งดึ๋งดั๋งเลยใช่ป่ะ”พชรว่า
นลินี วันรบ รชานนท์หันไปหาพชร พชรเหวอที่หลุดปากกลายเป็นจำเลยทางสายตาทุกคน จนต้องเปลี่ยนเป็นเข้มเบี่ยงความสนใจ
“ตอบมานะไอ้นนท์ว่าระหว่างแกกับว่าที่แม่ยายไอ้รบน่ะ”
“มันเกิดอะไรขึ้น” นลินี วันรบและพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ทุกคนหันมาหารชานนท์อีกครั้ง รชานนท์เหมือนจะตอบแต่กลับหาวใส่ แถมบิดขี้เกียจอีกต่างหาก
“ฮะ...ฮ้าววว ...พรุ่งนี้ต้องไปคุยงานแต่เช้า ผมไปนอนก่อนนะ ง่วง”
รชานนท์เดินออกไปเลย
“นนท์ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะ” นลินีพูดตามหลัง
“เมียจ๋า ตามไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าเจ้านนท์ไม่อยากบอก ง้างปากมันได้มันยังไม่บอกเลย”
วันรบเริ่มหนักใจ
“คดีระหว่างผมกับว่าที่แม่ยายก็หนักแล้ว นี่ยังมีคดีของป๋ากับว่าที่แม่ยายผมอีก..ไม่รู้ว่ามัทจะเป็นยังไงบ้าง”

ค่ำคืนนั้น ติรกานอนพักอยู่บนเตียง มีพุทรานั่งอยู่ข้าง ๆ มัทรีกับเตือนใจยืนอยู่มุมหนึ่งในห้องนอนของติรกา
“ห้ามแกกลับไปกรุงเทพฯ อีก”
“แต่มัทต้องไปทำงาน”
“ก็โทรไปลาออกคืนนี้เลย”
พุทราเป่านกหวีดแย้งทันที
“ตามกฎต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันค่ะ”
“พุทรา
ติรกาเสียงเข้ม พุทรารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที
“มัทเซ็นสัญญาทำงานกับบริษัทป๋าไปแล้ว 5 ปี ถ้าจะฉีกสัญญา…แม่คงต้องจ่ายเงินให้เค้าหลายล้าน”
ติรกาชะงักไป เตือนใจเห็นอาการลูกสาวก็ได้ทีก็รีบแกล้งพูดยั่วติรกา
“นี่เราต้องเอาเงินที่เราหาอย่างยากลำบากไปให้เค้าใช้ฟรี ๆ ตั้งหลายล้านเลยเหรอ เกลียดก็เกลียด ถ้ายอมจ่ายนี่มันแพ้เขาชัด ๆ เลยนะ เขาคงมองว่าเราโง่ซ้ำซ้อนนะ ว่าไหมลูก”
“โอ้ว... อย่าบิ๊วให้เครียดค่ะคุณเตือนใจ เดี๋ยวช็อกอีก” พุทราว่า
ติรกากรี๊ดลั่นห้องแค้นใจที่ทำอะไรไม่ได้

หลังกลับเข้าห้องค่ำคืนนั้น รชานนท์นั่งเศร้าอยู่ที่ระเบียง เสียงเพลงจากวิทยุที่กำลังเปิดเพลง “ครั้งหนึ่ง..เราเคยรักกัน” ของดา เอนโดรฟินผ่านหูรชานนท์เข้ามา รชานนท์หยิบรูปเล็ก ๆ เก่าๆ ที่ถ่ายคู่กันสมัยก่อนขึ้นมาดู แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้...ติ”

ติรกายังคงพูดเสียงดังอยู่ในห้องนอน
“อย่าคิดว่าแค่นี้จะทำให้แม่ยอมแพ้นะยายมัท”
มัทรีส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของติรกา
“มันไม่ใช่เรื่องแพ้ชนะค่ะแม่ หนูกับรบเรารักกัน และหนูจะไม่มีวันเปลี่ยนใจ หนูจะแต่งงานกับรบคนเดียวเท่านั้น”
มัทรีพูดจบก็ออกไปจากห้องติรกาทันที
“เด็กสองคนรักกันมันรักกัน แกจะไปแยกเค้าได้ยังไง” เตือนใจถามติรกา
ติรกานิ่งคิดนิดหนึ่ง
“จริงสิ... สองคนนั้น “รัก” กัน”
พุทรากับเตือนใจมองหน้ากันอย่างงงๆ ที่จู่ๆติรกาก็ยอมรับในความรักของมัทรีกับวันรบ ติรกาเปลี่ยนสีหน้าจากเครียด ๆ เป็นยิ้มอย่างผู้ชนะ ตริกาหันไปหาเตือนใจ
“ถ้า “รัก” กัน ก็ต้องทำให้ “เลิกรัก” กัน... หนูจะทำให้ยายมัทเลิกรักวันรบให้ได้”
เตือนใจตั้งใจพูดเตือนสติ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด
"มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะคุณติ” พุทราถามขึ้น
“ความระแวงเป็นบ่อเกิดของความพินาศเสมอ ฮึ.ฮึ”
เตือนใจกับพุทรามองติรกาที่หัวเราะอย่างร้ายกาจและเริ่มเกิดความรู้สึกกลัว

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ณ สวนผึ้ง ราชบุรี บรรยากาศสดชื่น แจ่มใสกับมวลหมู่แมกไม้ตามธรรมชาติ บริเวณฟร้อนท์ต้อนรับ รชานนท์ วันรบและพชรยืนคุยอยู่กับคุณแก้วและสามีอยู่ แก้วมองรชานนท์ด้วยแววตาหวานซึ้งมีประกาย
“คุณนนท์เจ็บแบบนี้ยังขยันมาทำงานอีก ขยันจริง ๆ เลย” คุณแก้วพูดขึ้นในวงสนทนา
“งานนี้ผมเป็นหัวหน้าโปรเจ็ค พลาดไม่ได้หรอกครับ”
“แล้วน้องมัทล่ะคะ ไม่มาด้วยเหรอ” ฝ่ายสามีถามบ้าง
“มัทติดธุระครับ...เราไปดูห้องตัวอย่างที่ตกแต่งใหม่เลยดีมั้ยครับ” วันรบบอก
แก้วกับสามีพยักหน้าตกลงแล้วเดินนำไป พชรได้ทีรีบกระซิบคุยกับรชานนท์และวันรบ พชรพูดกระซิบ “ผัวเมียคู่นี้ไหวมั้ยวะ ภรรเมียมองไอ้นนท์ตาเยิ้ม ส่วนสาละมีถามหาน้องมัทด้วยแววตาอยากครอบครอง”
“แล้วพี่ครอบครองใครดี” วันรบถามพชร
พชรยิ้มหวานก่อนตอบ
“น้องไก่ พนักงานต้อนรับ แจ่มมาก”
“เดี๋ยวผมบอกพี่นีให้ครับ” รชานนท์บอก
“ขอบคุณมาก เย้ย! ไอ้น้องเขยทรยศ”
รชานนท์กับวันรบขำในอาการกลัวเมียของพชร
“ขำอะไรกันอยู่คะ”
เสียงมัทรีดังขึ้น ทั้งสามคนหันมาเห็นมัทรีก็รู้สึกแปลกใจ วันรบรีบเดินเข้าไปหามัทรี
“ว่าที่แม่ยายผมยอมให้คุณมาทำงานกับผมได้ยังไงเนี่ย”
“มัทอ้างไปว่าติดสัญญาทำงานค่ะ ถ้าไม่มาต้องโดนปรับเงิน”
“แล้วแม่เราอยู่ไหน” รชานนท์ถาม
มัทรีชี้ไปทางหนึ่ง ทุกคนหันไปมอง

บริเวณมุมหนึ่งของรีสอร์ต ติรกาใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูมัทรีไว้ไม่ให้คลาดสายตา ส่วนพุทรายืนกางร่มบังแดดให้ติรกา
“เราจะไม่ตามไปเหรอคะ” พุทราถามติรกา
“ตามไปสิ... แต่ต้องรอให้ถึงเวลาก่อน”
ติรกายิ้มเยาะอย่างจอมวางแผน

พวกรชานนท์พาคุณแก้วและสามีเดินชมห้องพักที่ตกแต่งใหม่
“สวยมากครับ... ดูอบอุ่น” ฝ่ายสามีบอก
“เราอยากให้แขกที่มาพักรู้สึกเหมือนที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง ที่สำคัญที่นี่มีสิ่งที่พิเศษที่ไม่เหมือนใครด้วยค่ะ” มัทรีพูด
“ห้องพิเศษใช่ไหมคะ”
รชานนท์ วันรบ มัทรีและพชรมองหน้ากันยิ้มๆ
“ค่ะ..เชิญทางนี้ค่ะ”

มัทรีพาทุกคนเดินมาที่หน้าห้องๆหนึ่งแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป ห้องนอนทารกที่ถูกตกแต่งอย่างน่ารักและดูอบอุ่น คุณแก้วกับสามีเห็นบรรยากาศในห้องก็มองตาค้างยิ้มอย่างพอใจสุดๆ
“แต่งได้น่ารักมาก เป็นห้องนอนของลูกอย่างที่ฉันฝันไว้เลย” คุณแก้ว บอก
คุณแก้วกับสามีเดินตรงเข้าไปหามัทรี
“คุณมัทเก่งมากเลยนะคะ รู้ใจคนเป็นแม่อย่างฉันมาก”
“ไม่ใช่ฝีมือมัทหรอกค่ะ... คนนั้นต่างหาก”
มัทรีชี้ไปทางวันรบที่ยืนยิ้มภูมิใจใจการตกแต่งของตัวเอง
“ฝีมือคุณรบเหรอ ไม่น่าเชื่อ หนุ่ม ๆ อย่างคุณรบไม่น่าจะถนัดเรื่องห้องเด็กทารก”
“จริง ๆ ก็ไม่ถนัดหรอกครับ”
วันรบพูดแล้วหันไปมองมัทรีที่ยืนอยู่ใกล้แล้วยิ้มให้
“ผมไม่ได้ตกแต่งห้องนี้จากความรู้...แต่ผมตกแต่งห้องนี้จากความรัก”
“ยังไงครับ”
วันรบยิ้มแล้วบอก
“แค่คิดว่าสักวันผมจะมีครอบครัวกับคนที่ผมรัก กับลูกสาวที่น่ารักสักคน ภาพของห้องนี้มันก็ชัดขึ้นมาในนี้” วันรบชี้ที่หัวใจ
มัทรียิ้มเขิน ๆ เพราะรู้ว่าวันรบหมายถึงตัวเอง รชานนท์กับพชรแอบกระซิบกัน
“ถ้าเป็นละคร ฉันต้องคิดว่าไอ้รบเป็นพระเอกแน่ๆ” พชรบอก
“ฮื้อ ! ถ้าเป็นละคร ผมเนี่ยพระเอก ส่วนไอ้รบพระรอง” รชานนท์คุยบ้าง
“แล้วฉันล่ะ”
รชานนท์ยิ้มกวน ๆแล้วตอบพชร
“พระลอตามไก่”
พชรทำหน้าบูดขึ้นทันที

มุมสวยภายในรีสอร์ท จู่ ๆคุณแก้วก็สะอื้นเสียงดัง จนทุกคนหันไปมองและตกใจ
“คุณแก้วเป็นอะไรคะไ มัทรีถาม
“แก้วปลาบปลื้มแทนคุณมัทรีน่ะค่ะ ที่ได้ผู้ชายแสนดีอย่างคุณวันรบเป็นแฟน”
วันรบมองหน้ากับรชานนท์ พชร แล้วเหลือบมองสามีคุณแก้วอย่างหวั่น ๆว่าจะเคือง
คุณแก้วจับมือมัทรีมาแนบแก้ม
“แก้วยินดีด้วยนะคะ ยินดีด้วยจริงๆ โฮๆๆ”
ขณะที่คนอื่นๆ หน้าตาตื่น แต่สามีคุณแก้วกลับเฉย
จู่ๆ คุณแก้วก็หันมาจับมือวันรบ
“คุณรบ”
“ครับ”
“สัญญากับแก้วนะคะ ว่าจะดูแลคุณมัทเป็นอย่างดี อย่าให้แก้วผิดหวัง”
“หะ..”
คุณแก้ว เสียงแข็ง
“สัญญาสิคะ”
วันรบตกใจรับ
“ครับ”
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ ฮือๆๆ”
พชร รชานนท์ วันรบหันไปหาสามีคุณแก้ว
“ช่วงท้อง..ฮอร์โมนจะแปรปรวนนิดนึง ค่อนไปทางมากด้วยครับ”
คุณแก้วดึงมือมัทรีกับวันรบมาจับกันไว้ แล้วสะอื้น
“แก้วเชื่อนะคะว่าคุณสองคนจะต้องมีครอบครัวที่น่ารัก และคุณรบก็จะเป็นพ่อที่ดีของลูก”
คุณแก้วยิ่งสะอื้นซึ้งใจในความรักของทั้งสองคน มัทรีกับวันรบได้แต่มองหน้ากันจะขำก็ขำไม่ได้เพราะเกรงใจ
“มีความสุขมากเหรอคะพี่รบ” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น
แพรวยืนอยู่ที่มุมหนึ่งและกำลังเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางเอาเรื่อง ทุกคนกำลังงงกับเรื่องตรงหน้า มัทรีหันไปมองวันรบแล้วกำลังจะถาม แต่วันรบยกมือขึ้นห้าม
“มัทอย่าถามว่าใครนะ เพราะผมไม่รู้จักเค้า”
“ว่าแล้วว่าพี่รบต้องพูดแบบนี้”
แพรวพูดแล้วเดินตรงเข้าไปหามัทรีทันที
“เธอใช่มั้ยแฟนพี่รบ”
“ใช่... แล้วเธอเป็นใคร” มัทรีถาม
“แฟนของพี่รบเหมือนกัน”
วันรบอึ้งถึงกับเหวอไปทันที
“ชะตาขาดแล้วไอ้รบ” รชานนท์และพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ติรกากับพุทราเดินเข้ามาที่ห้องพักแล้วตีหน้าซื่อแบบเนียนๆ
“มัท... แม่จะกลับไปโรงงานก่อนนะลูก”
ติรกาเห็นท่าทางของทุกคนก็แกล้งทำเป็นตกใจ
“มีอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้าเหมือนมีคนงานเข้าเลย”

วันรบส่ายหน้าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่บริเวณล็อบบี้ โดยมีมัทรี ติรกา พุทรา และแพรว ยืนล้อมวันรบด้วยหน้าตาเอาเรื่อง
“ไม่จริง ผมไม่เคยไปไหนกับผู้หญิงคนนี้”
“ผู้หญิงคนนี้..พี่รบ..แพรวมาทีหลัง..แพรวเข้าใจได้..แต่พี่อย่าทำเหมือนแพรวไม่มีตัวตนแบบนี้ แพรวไม่คิดเลยว่าพี่ได้แพรวแล้วจะเขี่ยแพรวทิ้งแบบนี้”
ทุกคนหันไปมองวันรบ วันรบ โอบมัทรีมาใกล้ตัว
“ไปกันใหญ่แล้ว น้องครับ น้องพูดแบบนี้แฟนพี่จะไม่สบายใจ”
“เป็นลูกผู้ชายหน่อยวันรบ กล้าทำก็กล้ารับว่าแกนอกใจยัยมัท” ติรกาพูดขึ้น
“ไม่จริงนะครับคุณแม่ ผมไม่เคยนอกใจมัท” วันรบยืนยัน

บริเวณมุมหนึ่งไกลออกมามา รชานนท์กำลังกระซิบกระซาบกับพชร
“ตั้งแต่คบกับน้องมัท ไอ้รบมันก็เลิกเที่ยว เลิกเต๊าะหญิงไปตั้งนานแล้วนี่” พชรตั้งข้อสังเกต
“นั่นสิพี่ มาประกาศตัวแบบนี้ผมว่ามันแปลกๆ นะ”

วันรบพยายามหันไปทางมัทรี เจรจาด้วยเหตุด้วยผล
“มัท..ผมไม่รู้จักน้องเขาจริง ๆนะ”
“พี่รบชอบทานข้าวแกงกระหรี่ที่พารากอน ชอบดูหนังที่อาร์ซีเอ ซื้อหนังสือที่เอกมัย ดื่มกาแฟแถวพระรามเก้าทุกเช้าก่อนไปทำงาน” แพรวพูดทุกรายละเอียดของวันรบได้อย่างถูกต้องจนมัทรีกับวันรบเหวอไป วันรบยังคงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว
ราชานนท์เดินเข้ามากลางวงแล้วโพล่งขึ้น
“ข้อมูลพวกนั้น เปิดเฟสบุ๊คไอ้รบดูก็รู้แล้ว”
“รูปก็มีให้ดูเยอะแล้ว เวลาไปไหนไอ้รบมันก็เช็คอินรายงานตัวกับน้องมัททั้งวัน ใครสวมรอยก็ได้ง่ายๆ น้องชื่ออะไร” พชรถาม
“แพรวค่ะ”
“โอเค..พี่แอดน้องแล้วนะ รับแอดสิ” รชานนท์เริ่มรุก
“รับทำไมคะ”
รชานนท์ยิ้มพิฆาตทันที
“รับเถอะครับ”
แพรวเคลิ้มกดมือถือทันที
“รับแล้วค่ะ”
รชานนท์กดๆ แล้วยิ้ม
“ทีนี้บอกความจริงมาว่าน้องเป็นใครมาใส่ร้ายไอ้รบทำไม ไม่งั้นพี่จะโพสต์กระดานข้อความของน้องว่าน้องกับไอ้รบเป็นกิ๊กกัน”
“อ้าว ป๋า” วันรบอ้าปากค้าง
แพรวตกใจทันทีร้องบอก
“อย่านะพี่”
“กลัวแฟนตัวจริงเห็นใช่ไหม ว่าไงจะพูดความจริงได้หรือยัง” รชานนท์คาดคั้น
ทุกคนหันมาที่แพรว แพรวทำอ้ำอึ้งอึกอักเหลือบไปมองทางติรกา มัทรีแอบเห็นท่าทางของแพรวและเริ่มเอะใจ
“แม่ฉันจ้างเธอมาเท่าไหร่” มัทรีถาม
แพรว ติรกาและพุทราอึ้งไปทันที
“อะไรกันยายมัท แม่ไปจ้างอะไรเค้า”
มัทรีหันไปหาติรกาแต่ยังนิ่งไม่พูดอะไร
“หลักฐานตัวเป็นๆ ขนาดนี้ แกยังจะเชื่อไอ้กะล่อนวันรบอีกเหรอ” ติรกาถาม
แพรวยังอ้ำอึ้งอยู่
“ถ้าเธอพูดความจริง ฉันจ่ายให้อีกเท่านึงที่แม่ฉันจ่าย”
แพรวตาลุกวาวที่จะได้เงิน
“เท่านึง”
“ผมให้สองเท่า” วันรบบอก
แพรวยิ่งอึ้งไปอีก เมื่อเสียงรชานนท์กับพชรประกาศให้
“สามเท่า”
แพรวไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วและรับบอก
“ฉันโดนจ้างมาสามพันบาท สามเท่าก็เก้าพัน ถ้ารวมค่ารถกับค่าเสียเวลา ฉันขอเป็นหมื่นนึง”
มัทรี วันรบ รชานนท์และพชรพยักหน้าพร้อมกัน
“ตกลง” ทั้งสี่คนพูดขึ้นพร้อมกัน
“แม่คุณจ้างฉันมา บอกให้ฉันทำให้คุณเลิกกับแฟนให้ได้”
มัทรีหันไปมองติรกาอย่างผิดหวัง

มัทรีเดินไปส่งติรกาที่รถตู้ โดยมีพุทรายืนกางร่มให้สองแม่ลูก
“ทำไมแม่ต้องทำขนาดนี้ แม่เกลียดอะไรรบนักหนา”
“เพราะมันเป็นผู้ชายเลวๆที่จะทำให้แกเสียใจ”
“มัทเลือกที่จะรักรบ ถ้ามัทจะต้องเสียใจก็ให้มัทเผชิญกับมันเถอะค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น มัทก็พร้อมจะยอมรับผลของมัน”
มัทรีเดินออกไปทันที ติรกาโมโหทันที
“ทำไมโชคถึงเข้าข้างไอ้ผู้ชายเฮงซวยพวกนั้น คราวหน้าอย่าให้พังอีกนะพุทรา”
“จะมีคราวหน้าอีกเหรอคะคุณ”
“ช่! แต่ครั้งนี้เธอต้องลงมือเอง”
“คุณหมายความว่ายังไงคะ”
พุทราคิดไม่ถึงว่า ติรกาจะให้ไปจีบวันรบ
“คุณจะให้พุทราไป....เอ่อ... ไป...จะดีหรือคะคุณติ พุทรายังซิง ยังไม่เคย”
พุทราหน้าเคลิ้ม จนน้ำลายไหลยืด ติรกาหันไปพบเข้าถึงกับตกใจเล็กน้อย
“พุทรา น้ำลายยืดแล้ว คิดอะไรเนี่ย”
พุทรารีบปาดน้ำลาย
“พุทรา กำลังเศร้าน่ะค่ะที่ต้องมอบความบริสุทธิ์ให้คุณวันรบ”
“หะ”
“แต่ถ้าคุณติสั่ง”
“ไปสืบประวัติไอ้วันรบมาอย่างละเอียด”
พุทราจากที่ยิ้มร่าอยู่ก็หุบยิ้มในทันที
“แค่เนี้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ ยิ้มเพ้ออยู่ได้ ฉันต้องการรู้ว่ามันมีจุดอ่อนอะไรที่ฉันจะจัดการกับมันได้”
“โหย...เซ็งเลย”
“ตัดสองร้อย โทษฐานบ่น”
“โหย! ไม่ยุติธรรมเลย”
“ตัดอีกสองร้อย ที่โวยวาย”
พุทราง้างปากจะโวยอีก แต่ติรกาชี้หน้า
“พูดอีกคำคราวนี้หนึ่งพัน”
พุทรายกมือตบปากตัวเองทันที
“รีบไปจัดการ ถ้าช้าฉันจะตัดห้าพัน”
“โอ้ย! ไปเดี๋ยวนี้เลยค่า ใจเย็นๆนะคะ คุณติ”

พุทรารีบวิ่งไปทันที ติรกามีความหวังอีกครั้งที่จะกำจัดวันรบออกไปจากชีวิตมัทรี
ในเวลาต่อมา มัทรีนั่งหน้าเครียดอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยว พร้อมกับวันรบ รชานนท์ และพชร

“อย่าเครียดนะนางฟ้าของผม”
“รบคะ... ถ้าแม่ยังโหดร้ายกับรบแบบนี้ รบจะเบื่อมัทแล้วทิ้งมัทไปมั้ย?”
วับรบกุมมือมัทรีขึ้นมา
“ต่อให้ผมจะโดนเกลียดมากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ผมก็จะไม่ไปไหน... ผมจะทำทุกอย่างให้แม่คุณยอมรับ ยอมให้ผมเป็นผู้ชายที่อยู่เคียงข้างมัทไปตลอดชีวิต”
มัทรีกับวันรบมองสบตาซึ้ง จนพชรโพล่งขึ้น
“อ๊วก”
วันรบกับมัทรีหันตามเสียงเห็นพชรที่กำลังคีบก๋วยเตี๋ยวมองมาอย่างเลี่ยนมาก
“เลี่ยนให้มันน้อยๆ หน่อยไอ้รบ ก๋วยเตี๋ยวฉันจืดหมดแล้ว “
“มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พวกพี่พลอยยุ่งไปด้วย”
“มัทอย่าคิดมากสิ เพื่อมัทแล้ว..ผม” วันรบพูด
“หยุดหวานเวอร์ได้แล้วไอ้รบ เกรงใจคนนอกอย่างฉันกับไอ้นนท์บ้าง” พชรว่า
“มัทว่า...กินก๋วยเตี๋ยวเถอะค่ะ เดี๋ยวเส้นอืดหมด”
แล้วทุกคนก็จัดการกับปรุงก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง ระหว่างปรุง มัทรีกับรชานนท์จัดลำดับการปรุงเครื่องปรุงเหมือนกันเลยทำให้เอื้อมมือไปชนกันอยู่หลายรอบ จนวันรบกับพชรมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ
พชรและวันรบทานก๋วยเตี๋ยวจวนจะหมดชามแล้ว แต่รชานนท์กับมัทรีกำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ ส่วนชามก๋วยเตี๋ยวของรชานนท์กับมัทรี เส้นอืด น้ำเหลือไม่เยอะ ส่วนลูกชิ้นหมดเกลี้ยงไปแล้ว
“สองคนนี้ กินเหมือนกันเลย ลูกชิ้นก่อน เส้นทีหลัง” พชรว่า
“จริงด้วย... ผมว่าจะบอกมัทหลายทีแล้วว่ามัทชอบกินเหมือนป๋า “ วันรบบอก
“กลัวคนแย่งลูกชิ้นเหรอ” พชรโพล่งขึ้น
รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าแล้วพูดพร้อมกัน
“เปล่า แค่ไม่ชอบกินน้ำซุป แต่ก็ไม่ชอบกินแห้ง” มัทรีกับรชานนท์พูดขึ้นพร้อมกัน
รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากันอึ้ง ๆ ที่พูดเหมือนกัน
“โว้ ! ขนาดเหตุผลยังเหมือนกันเลย” พชรว่า
วันรบนึกอะไรอีกอย่างได้
“ไม่ใช่แค่ก๋วยเตี๋ยว มัทแพ้นมวัวเหมือนป๋าด้วย”
“จริงเหรอ เราเหมือนกันขนาดนั้นเลย” รชานนท์พูดด้วยความแปลกใจ
“แม่บอกว่ามัทแพ้นมวัวเหมือนพ่อค่ะ”
พชรชี้ไปที่รชานนท์
“ไอ้นี่ก็แพ้เหมือนพ่อเหมือนกัน”
รชานนท์กับมัทรีมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ
“ยังมีอีกครับ เวลาเครียด..ยังใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วเหมือนกันอีก” วันรบบอกอีกข้อ
หลังวันรบพูดจบ รชานนท์กับมัทรีก็เผลอยกนิ้วโป้งขึ้นมาคลึงที่หว่างคิ้วตัวเองทันที
“แบบนี้เหรอ” รชานนท์กับมัทรีพูดพร้อมกันอีก
รชานนท์กับมัทรีเห็นท่าทางที่เหมือนกันสุด ๆ ก็ตกใจ ลดมือจากคิ้วตัวเองทั้งคู่
“เฮ้ย เหมือนกันไปป่ะ! ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนคงนึกว่าเป็นพ่อลูกกันนะเนี่ย” พชรว่า
รชานนท์กับมัทรีส่ายหน้าขำๆเพราะไม่มีทางเป็นไปได้
“พุดบ้าๆน่ะพี่ระ” รชานนท์ว่า
มัทรีนึกบางอย่างได้ รีบล้วงหยิบเอกสารบางอย่างในกระเป๋า มัทรีส่งเอกสารให้พชร
“สำเนาบัตรของมัทค่ะ พี่ระจะได้เอาไปทำสัญญาจ้างทำงาน”
“ไม่ต้องทำสัญญาจริงๆ ก็ได้นะมัท ผมว่าแม่คุณคงไม่ขอดูหรอก” วันรบบอก
“กันไว้ดีกว่าแก้นะไอ้รบ” รชานนท์ ว่า
“ยังไม่มีวี่แววจะได้แต่งงาน ถ้าขืนไม่ได้ทำงานด้วยกันอีก คงไม่มีทางได้อยู่ใกล้กันแน่” พชรพูดแล้วรับสำเนาบัตรมาจากมัทรี
สำเนาบัตรประชาชนของน.ส. มัทรี หาญการไกล/ เกิดวันที่6 มีนาคม 2532 / ที่อยู่ ราชบุรี
“วันเกิดน้องมัทคล้าย ๆ วันเกิดแกเลยวะไอ้นนท์ น้องมัทวันที่ หกเดือนสาม ส่วนของแกวันที่ สามเดือนหก ใช่มั้ย” พชรตั้งข้อสังเกตอีก
รชานนท์เอาสำเนาบัตรประชาชนของมัทรีมาดูอย่างอึ้ง ๆ
“มัทเกิดปี32” รชานนท์ว่า
“ปี 32 ปีเดียวกับผม” วันรบบอก
รชานนท์นั่งนิ่งปิดทบทวนอะไรบางอย่าง แล้วอยู่ ๆ รชานนท์ก็ลุกออกไปจากโต๊ะอาหารทันที
“เฮ้ย จะไปไหนของแกวะไอ้นนท์ไ
รชานนท์ไม่ตอบคำถามพชร ลุกเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนวันรบ มัทรีและพชรแปลกใจ
“ป๋า จะไปไหน” วันรบตะโกนถาม
“ฉันจะไปหากระแต”

เตือนใจพยายามจะขึ้นไปขี่สกายแล็บที่จอดอยู่ที่หน้าบ้าน แต่โดนพุทรารั้งตัวเอาไว้
“ปล่อยฉันนะ! ปล่อย ฉันจะออกไปจ่ายตลาด”
“ให้รปภ.แจ่มเอารถเบนซ์พาไปสิคะ คราวที่แล้วก็ชนยับไปคันนึงแล้ว ขืนคุณเตือนขับคันนี้ไป อารมณ์บูดของคุณติรการะเบิดแน่ ๆ ค่ะ” พุทราบอก
พุทราออกแรงดึงจนเตือนใจเสียหลัก พลัดเซออกจากสกายแล็บ
“เหวอ” เตือนใจกับพุทราร้องขึ้นพร้อมกัน
เตือนใจล้มทับพุทราไปเต็ม ๆ รปภ.แจ่มรีบเข้าไปประคองเตือนใจให้ลุกขึ้น
“เป็นอะไรมั้ยครับคุณ”
เตือนใจส่ายหน้าแล้วปัดเสื้อผ้าตัวเองแล้วกับพุทราว่า
“คอยดูนะ...ฉันจะฟ้องยายมัทว่าเธอขัดใจฉัน ทำให้ฉันล้ม”
พุทราหน้าเสียคิดว่า งานนี้โดนดุแน่ ๆ เตือนใจหยิบมือถือมากำลังจะกดโทรออก แต่อยู่ ๆ มัทรีก็โทรเข้ามาพอดี เตือนใจรีบรับสายมัทรี
“นั่นไง ! เหมือนหลานรู้ใจ โทรมาเองเลย”
“ยายมัท โทรมาพอดีเลยลูก ยายมีเรื่องจะบอก...หา ว่าไงนะลูกรชานนท์กำลังมาหาแม่เราที่นี่”
เตือนใจ พุทราและรปภ.แจ่มมองหน้ากัน เตือนใจวางสายมัทรีไปสีหน้าเริ่มกังวล
“ยัยติกำลังอารมณ์บูด แล้วรชานนท์ก็กำลังจะมาหา”
“ตายๆ งานนี้มีตายกันไปข้างนึงแน่ๆ” พุทราว่า
เตือนใจอาศัยจังหวะที่พุทราเผลอจะกระโดดขึ้นไปสกายแล็บ พุทรารู้ทันรีบคว้าตัวเตือนใจไว้
“ว้าย! คุณเตือนหนีไปไม่ได้นะคะ ต้องอยู่ช่วยกันก่อน”
พุทรารีบลากเตือนใจออกไปทันที
“ไม่เอา ฉันไม่ไป ฉันไม่อยากโดนลูกหลง”
พุทราไม่ฟังเตือนใจบ่นแล้วออกแรงฉุดกระชากลากเตือนใจไปจนได้

วันรบกับมัทรีนั่งอยู่บนรถอีแต๋นที่มัทรีเป็นคนขับ หน้าวันรบกับมัทรีสั่นสะเทือนไปหมด สีหน้ามัทรีดูมุ่งมั่นในขณะที่วันรบหวาดเสียว
“มัทครับ ผมว่ามัทใจเย็นๆ ก่อนไหมครับ”
“เย็นไม่ไหวหรอกค่ะ รบ เราต้องรีบไปให้ทันห้ามศึกแม่กับป๋านนท์ ขืนไปไม่ทันป๋านนท์ตายแน่”
“แต่ผมกลัวว่าเราจะไม่รอดไปถึงบ้านมัท..ถ้ามัทยัง...เหวอ”
มัทรีกำลังขับรถอีแต๋นตะลุยท้องนา โดยข้ามคันนา ข้ามทุกอย่างที่ขวางหน้า
“มัท...นั่น ควาย ระวัง”
มัทรีขับรถหลบชาวบ้านที่กำลังใช้ควายไถนา มัทรีจะขับปีนคันนาตะลุยไป
“มัท..ผมว่าไม่ได้หรอก..ไม่”
เสียงดังตึง! รถอีแต๋นคาบนขอบคันนา วันรบกระโดดลงจากรถมาดูเห็นล้อลอยนิด ๆ
“นั่นไง”
“เป็นยังไงบ้างคะรบ”
“ติดแหง็ก ไปไม่ได้แล้วครับมัท”
มัทรียังคงร้อนใจ
“ไม่ได้นะคะรบ เราต้องรีบไป คราวนี้แม่ยิงป๋าไม่พลาดแน่”
“รถอีแต๋นนะครับมัท ไม่ใช่จักรยาน เราดันหรือยกไม่ไหวหรอก”
มัทรีร้อนใจมองไปรอบๆ แล้วสายตาไปหยุดที่ควายซึ่งเล็มหญ้าอยู่กลางทุ่ง
“มัทมีทางแล้วค่ะรบ”
วันรบมองตามสายตามัทรีไปตกใจ
“มัท...ไม่นะ”
มัทรียิ้ม ขณะที่วันรบหน้าตาสยองกับสิ่งที่มัทรีคิดมาก
มัทรีควบควายโดยมีวันรบซ้อนหลังด้วยสีหน้าหวาดเสียว
“ช้าหน่อยครับ มัท...ผมเสียว”
“อดทนหน่อยนะคะรบ เพื่อป๋านนท์”
มัทรียิ่งควบควาย วันรบหน้าเสียกอดมัทรีแน่น

รชานนท์กำลังเดินตรงเข้ามาที่หน้าโรงงาน พุทรา เตือนใจ รปภ.แจ่ม วิ่งกรูกันมาขวางทาง
ไว้
พุทราเป่านกหวีดปรี๊ดขึ้นทันที
“ห้ามเข้าค่ะ”
“ผมมาพบกระแต”
“ฉันว่าคุณกลับไปก่อนดีกว่า” เตือนใจบอก
“ผมไม่กลับจนกว่าจะคุยกับกระแตให้รู้เรื่อง”
รชานนท์มองซ้ายมองขวาจะเดินเข้าไปตามหาติรกา แต่โดนทั้งสามคนขวางไว้
“ตอนนี้คุณติอารมณ์ไม่ดีสุด ๆ ไว้คุยวันอื่นเถอะค่ะ” พุทราแนะนำ
“อย่าเพิ่งทำให้อารมณ์ยายติระเบิดเลยนะคุณนนท์ เดี๋ยวได้ตายกันหมด” เตือนใจบอก
รปภ.แจ่ม เป่านกหวีดปรี๊ดใส่รชานนท์แต่ดันหันไปเข้าหูพุทราที่ยืนอยู่ในวิถีพอดี พุทราไม่ยอมแพ้เป่าใส่รปภ.แจ่มบ้าง จนกลายเป็นศึกนกหวีด รชานนท์ฉวยโอกาสย่องเข้าไปในโรงงานทันที
“เดี๋ยวคุณ”
เตือนใจจะห้ามก็ไม่ทัน หันมาหาพุทรากับรปภ.แจ่มแล้วเอาสองมือดันนกหวีดของทั้งคู่ผลุบเข้าไปในปาก รปภ.แจ่มกับพุทราสำลัก
“คุณเตือน มันอันตรายนะคะ”
“แต่ถ้าเธอไม่รีบตามไป เราตายแน่”
พุทรารีบวิ่งตามเข้าไป รปภ.แจ่มจะตาม
“แจ่มเฝ้าหน้าประตูนี่ ถ้าได้ยินเสียงปืนรีบโทรเรียกรถพยาบาลนะ”
“ครับผม”
เตือนใจรีบวิ่งตามเข้าไป รปภ.แจ่มมองตามอย่างหนักใจ
“บ้านบึ้มแน่วันนี้ ทำไงดีว้า ใครก็ได้มาช่วยที”
ไม่ทันขาดคำ เสียงควบก็ดังกรับ..กรับเข้ามา รปภ.แจ่มหันไปเห็นมัทรีกำลังควบควายเข้ามาโดยมีวันรบซ้อนหลัง
“เฮ้ย”
มัทรีควบควายมาจอดตรงหน้ารปภ.แจ่ม เอี๊ยด! มัทรีกับวันรบรีบลงจากหลังควาย
“เขาอยู่ไหนกัน” มัทรีถาม
“ข้างในครับ คุณมัทรีบเข้าไปเถอะครับ ผมกลัว”
วันรบยื่นกระดาษให้รปภ.แจ่ม
“ช่วยเอาไปคืนเจ้าของด้วยนะครับ”
รปภ.แจ่มรับกระดาษที่อยู่มา ยังไม่ทันจะตอบรับ วันรบกับมัทรีก็วิ่งเข้าไปข้างในแล้ว
รปภ.แจ่มหันมองหน้าควาย
“อย่าบอกนะฉันต้องขี่แกกลับไปคืนน่ะ”
ควายทำหน้ามึน ๆ ใส่รปภ.แจ่ม

รชานนท์วิ่งเข้ามาในโรงงาน พุทราตามเข้ามากางแขนขวางทางไว้
“ให้ผมเข้าไปเถอะครับ”
เตือนใจเดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของพุทรา
“เรายอมให้คุณเข้าไปพบติรกาไม่ได้”
“มันเป็นเรื่องสำคัญ”
เตือนใจกับพุทรา พูดขึ้นพร้อมกัน
“ยังไงก็ไม่ได้”
รชานนท์มองอย่างลำบากใจ
“พวกคุณบังคับให้ผมต้องทำนะครับ”
พุทรากับเตือนใจกำลังมองว่า รชานนท์ว่าจะทำอะไร รชานนท์ค่อยๆหันมาเผยรอยยิ้มพิฆาต ประกายจากรอยยิ้มสาดเข้าใส่ ลมพัดผ่านวูบที่หน้าพุทรากับเตือนใจจนจังงัง ทั้งคู่เคลิบเคลิ้มเหมือนโดนสะกด รชานนท์ขยับเข้ามาใกล้มองทั้งคู่แล้วยิ้มนิด ๆ ขยิบตาให้หนึ่งที เตือนใจกับพุทราเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกอดกันทั้งคู่
“ขออนุญาตนะครับ”
รชานนท์เดินผ่านเข้าไปโดยที่เตือนใจกับพุทรายังเหม่อ วันรบกับมัทรีวิ่งเข้ามาก็ชะงักที่เห็นเตือนใจกับพุทราในสภาพเหม่อๆ จนมัทรีต้องเข้าไปเขย่าตัว
“คุณยาย! พี่พุทรา!”
เตือนใจกับพุทราสะดุ้งได้สติ เตือนใจมองไปรอบๆ
“ยัยมัท...แล้วคุณนนท์ล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
“จำได้ว่าพี่กับคุณเตือนมาห้ามคุณนนท์ แล้วคุณนนท์ก็ยิ้ม”
“อาการแบบนี้เจอรอยยิ้มพิฆาตของป๋านนท์ชัวร์” วันรบว่า
“แบบนี้ป๋านนท์ก็..”
“เราอาจจะมาช้าไป..”
มัทรีรีบเข้าไปด้านใน เตือนใจกับวันรบเดินตาม ทิ้งพุทราให้ยืนยิ้มค้างอยู่จนพุทรารู้สึกตัวเห็นตัวเองโดนทิ้งไว้คนเดียวจึงรีบวิ่งตามเข้าไป

ภายในโรงงานโอ่ง ติรกานั่งปั้นโอ่งระบายความแค้นอยู่ สภาพดินที่ติรกาปั้นนั้น รูปทรงบูดๆเบี้ยวๆพิกล
“รชานนท์ คนเลว! ฉันเกลียดๆๆอย่าให้เจอนะ ถ้าเจอฉันจะ...”
“กระแต” เสียงรชานนท์ดังขึ้นพอดี
ติรกาชะงักลุกขึ้นหันมาเห็นรชานนท์ยืนอยู่ที่ทางเข้าโรงงาน
“ผู้ชายสับปลับ จะมาโกหกอะไรอีก”
“ใครกันแน่ที่โกหก”
ติรกาชักสีหน้า รชานนท์เดินเข้าหาติรกาอย่างไม่เกรงกลัว วันรบ มัทรี เตือนใจเข้ามาก็ชะงักหยุดฟังการสนทนา พุทราวิ่งตามเข้ามาทีหลังเบรกอยู่ด้านหลังสุด
“คุณด่าผมว่าเลว ชั่ว โกหกผมไม่ว่า แต่คุณหลอกผม ผมรับไม่ได้ ผมผิดหวังจริง ๆ ที่เคยรักผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
ทุกคนที่ยืนฟังได้แต่ตะลึง พุทรามองติรกาด้วยอาการเสียวสยอง
“สงครามกำเนิดแล้ว”
“ว่าฉันว่าอะไรนะ” ติรกาย้อนถาม
“ผู้หญิงหลายใจ”
ติรกาโมโหกรี๊ดลั่น คว้าดินปั้นใกล้มือขว้างใส่รชานนท์ทันที
“ไอ้คนเลว”
ติรกาคว้าดินปาๆๆ ใส่รชานนท์
“แกโกหกฉัน ทิ้งฉัน ยังมีหน้ามาใส่ร้ายฉันอีก เลวๆๆ”
รชานนท์จะโต้ตอบ แต่ดินที่ปามาทำให้ต้องหลบจนไม่มีจังหวะตอบโต้ รชานนท์เห็นว่าต้องกู้สถานการณ์ จึงรีบฉวยคว้าเอาอุปกรณ์ในโรงงานที่วางอยู่ข้างๆขึ้นบังเป็นโล่ห์ป้องกันตัว พลางตะโกนตอบโต้
“คุณต่างหากที่โกหก!คุณสวมเขาให้ผม”
ติรกาชะงัก ทุกคนรอบข้างตะลึงกับคำพูดของรชานนท์ พุทราหันมาหาเตือนใจ “สวมเขา..เขาใช้กับคนที่เป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอคะ”
มัทรีมองติรกากับรชานนท์
“แม่..นี่แม่กับป๋านนท์”
วันรบอึ้งพูดไม่ออกแต่ไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ ติรกาก็กรี๊ดขึ้นมา
“ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ ฉันจะฆ่าแก”
“ผมจะไม่ยอมตายด้วยฝีมือผู้หญิงหลายใจอย่างคุณ”
ติรกาตาแทบลุกเป็นไฟโดยความโกรธหยิบเอาก้อนดินขึ้นมาเพื่อเตรียมขว้างอีกครั้ง รชานนท์ไม่ได้กลัวแต่ฮึดด้วยความโกรธเหมือนกัน รชานนท์หยิบอุปกรณ์ขึ้นเตรียมตีก้อนดินตอบโต้ ทั้งสองคนมองหน้ากัน ราวกับศึกชี้ชะตาด้วยดินก้อนนี้ พุทราลืมตัว หึกเฮิมตามและเริ่มบรรยายประหนึ่งนักพากย์กีฬา
“ศึกครั้งนี้ใครจะอยู่หรือใครจะไปตัดสินกันด้วยดินก้อนนี้”
ติรกายืดตัวง้างมือเขวี้ยงดินใส่รชานนท์
“คุณติยืดตัวขว้างดินออกไปอย่างสวยงาม ก้อนดินพุ่งเข้าหาคุณนนท์ด้วยความเร็ว คุณนนท์จะหลบได้หรือไม่”
ชานนท์ง้างไม้รับตีโต้
“นั่นคุณนนท์ไม่หลบ แต่...แต่ ไม่น่าเชื่อนั่นเขากำลังจะ...”
รชานนท์ตีก้อนดินผัวะ! ก้อนดินลอยละลิ่วออกไป
“โฮมรัน! เยสๆๆ เป็นการตีลูกที่ยอดเยี่ยมมาก”
รชานนท์โค้งรับคำชม
“ทั้งหล่อทั้งเก่งสุดยอดจริงๆ โดนใจมาก กรี๊ด!”
ทุกคนหันมองพุทราที่เผลอตัวเป่านกหวีดเชียร์รชานนท์
“พอแล้ว” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกันใส่พุทรา
พุทราได้สติเห็นทุกสายตากำลังมองมาที่ตัวเอง พุทราชะงักที่สบตากับติรกาที่สีหน้าเรียบๆจ้องมา
“สองพัน!และเดือนนี้ไม่มีเบี้ยเลี้ยง”
พุทราถึงกับหน้าเสีย
“คุณติ”
“กระแต..คุณท้องกับพี่หมอทั้งที่เรายังไม่เลิกกันใช่ไหม”
ติรกาหันมองรชานนท์ด้วยแววตาเสียใจ ติรกาน้ำตาจะร่วงและตัดสินใจเดินหนี รชานนท์ยังคงเดินตามติดไม่ยอมแพ้
“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องนะกระแต กระแต”
“คุณยายคะ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมแม่กับป๋านนท์”
“แล้วยายจะเล่าให้ฟัง” เตือนใจบอกมัทรี
เตือนใจตามรชานนท์ไป วันรบ มัทรี พุทราตามไปอย่างห่างๆ

บริเวณมุมหนึ่งของโรงงาน รชานนท์ตามติรกามาทันพอดี
“ยี่สิบปีที่ผ่านมา.. ผมถามตัวเองมาตลอดว่าทำอะไรไม่ดี ทำไมคุณถึงทิ้งผมไปแต่งงานกับพี่หมอ” รชานนท์น้ำเสียงเศร้า
วันรบหันมาหาเตือนใจ
“พี่หมอนี่ใครครับ คุณยาย”
“พี่หมอก็คือหมอนพ สามีของคุณติ พ่อของคุณมัทรีไงคะ” พุทราชิงตอบอย่างรู้ดี
“คุณนอกใจผม คุณท้องมัทรีตั้งแต่ผมยังไม่ได้ไปเรียนต่อเมืองนอก”
ติรกาชะงักด้วยความโกรธ หันมาพูดตอบโต้
“ฉันไม่เคยนอกใจคุณ”
กลุ่มเตือนใจยืนอึ้ง
“แบบนี้คุณติกับคุณนนท์เคยกิ๊กกันแน่นอนแล้ว” พุทรารีบสรุป
วันรบกับมัทรีมองหน้ากันและยิ่งประหลาดใจหนักขึ้น
“ถ้าไม่เคยแล้วคุณไปท้องกับเค้าได้ยังไง”
“มันไม่ใช่”
“ไม่ใช่อะไร มัทรีนี่ไงที่เป็นลูกของคุณกับพี่หมอ เป็นหลักฐานที่ฟ้องความจริง”
ติรกาจะแย้งด้วยความจริง
“ยัยมัทน่ะเป็น..”
“ยัยติ” เตือนใจชิงขัดจังหวะขึ้นทัน
ติรกาชะงักหันมองเตือนใจ เตือนใจส่งสายตาให้ติรการู้สึกตัวว่ามัทรีอยู่ในทีนี่ด้วย
“เราจบกันไปแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก”
ติรกาตัดสินใจเดินหนี รชานนท์ยังตะโกนไล่หลังติรกาไป
“ผู้หญิงขี้ขลาด”
ทุกคนอึ้งไป
“พอแล้วป๋า” วันรบเตือน
ติรกาหันกลับมาหารชานนท์ด้วยแววตาโกรธแค้น
“ดีแต่หนีความจริง ไม่กล้ายอมรับความผิดที่ตัวเองทำไว้”
ติรกากำมือตัวเองแน่นโกรธมาก แต่พยายามจะระงับอารมณ์ตัวเองไว้ให้ได้ รชานนท์เดินเข้าไปใกล้ตัวติรกา
“ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้... ไม่คิดจริง ๆว่า 20 ปีที่ผ่านมา ผมมองคุณผิดมาตลอด”
รชานนท์พูดยังไม่ทันจบ ติรกาตบหน้ารชานนท์ทันที ติรกามองรชานนท์อย่างผิดหวัง
“ฉันผิดเอง... ผิดที่ไม่เลือกพี่หมอตั้งแต่แรก ผิดที่เลือกคบคนอย่างคุณ”
รชานนท์มองหน้าติรกาทั้งช็อกทั้งผิดหวังในตัวติรกา
“พุทรา! พาผู้ชายคนนี้ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” ติรกาออกคำสั่ง
พุทรากำลังจะเดินเข้ามาหารชานนท์
“ไม่ต้อง!”
รชานนท์พูดกับวันรบ
“แกอยากพิสูจน์ตัวกับคนบ้านนี้ก็ตามใจ แต่ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่ และฉันจะไม่ทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีกเด็ดขาด”
รชานนท์หันกลับมามองติรกาอย่างดูถูกและโกรธแค้น แล้วเดินออกไปจากโรงงานทันที ติรกามองตามรชานนท์ไปทั้งโกรธทั้งเกลียดทั้งเสียใจในสิ่งที่รชานนท์พูดเช่นกัน
“ยัยติ”
เตือนใจกับมัทรีเดินเข้าไปหาติรกา แต่ติรกายกมือขึ้นห้ามไม่ให้ใครมายุ่งกับตัวเองแล้วกลับเดินหนีไป

ติรกายืนน้ำตาร่วงร้องไห้เงียบๆอยู่ในสวน เตือนใจเดินเข้ามามือแตะที่ไหล่ติรกาอย่างปลอบโยน
“ทำไมมันเป็นแบบนี้คะแม่..ต้องเป็นหนูไม่ใช่เหรอที่เป็นฝ่ายด่าเขาให้สะใจ แล้วทำไมหนูกลายเป็นคนผิด เป็นผู้หญิงหลายใจ..ทั้งที่หนู...หนูรักเขาคนเดียว"
“แม่เข้าใจ”
ติรกาทนไม่ไหวสวมกอดเตือนใจร้องไห้ เตือนใจกอดติรกาปลอบด้วยความสงสาร มัทรีซึ่งยืนแอบมองอยู่ไกลๆ ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างติรกากับรชานนท์

เย็นวันเดียวกัน พชรกับวันรบจ้องตากันอย่างจริงจังอยู่ภายในบ้านของพชร
“แกแน่ใจนะว่าข้อมูลแกไม่ผิด”
“ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม”
พชรยื่นกระดาษจดเบอร์คืนวันรบ
“แต่ฉันว่าแกมั่ว เบอร์มือถือน้องตาล FHMมันต้องมีสิบตัวสิวะ นี่แค่เก้าตัวจะโทรติดได้ยังไง มือถือนะเว้ย ไม่ใช่เบอร์บ้าน”
วันรบรับมาดู
“จริงด้วย ผมคงจดผิด เดี๋ยวจดให้ใหม่แต่พี่ต้องเล่าเรื่องป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมมาก่อน”
“ฉันรู้แค่ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ไอ้นนท์มันโดนผู้หญิงที่ชื่อกระแตทิ้ง มันอกหักอาการหนักเลย อยู่เมืองไทยไม่ไหวต้องหนีไปเรียนต่อเมืองนอก” พชรบอก
“หนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างป๋าเนี่ยนะ โดนผู้หญิงทิ้ง” วันรบน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
นลินีเดินเข้ามาพร้อมจานผลไม้วางตึง! แล้วอารมณ์ขึ้นฉับพลัน
“จริงๆ ไม่รู้ว่าแม่ไหน้ำปลาปีศาจนั่นตาถั่วหรือไงไปเลือกแต่งงานกับไอ้แว่นหน้าจืดที่เป็นรุ่นพี่ เจ้านนท์นะไปอยู่ที่โน่นก็ไม่เป็นอันเรียน ตรอมใจอยู่เป็นปี พี่บินไปเยี่ยมเห็นสภาพแล้วแค้นมากที่เจ้านนท์โดนผู้หญิงเลวๆ แบบนั้นหลอก”
“เมียจ๋าฟังจากที่ไอ้รบเล่า ผมว่าไอ้นนท์ก็ยังอาลัยอาวรณ์คนรักเก่าอยู่นา อย่าไปพูดให้มันสะเทือนใจเข้าล่ะ”
“แล้วป๋าไม่ได้เล่าให้ฟังเหรอครับว่าสาเหตุที่เลิกกันเพราะอะไรน่ะครับ” วันรบซัก
“จะมีอะไร ก็ทางโน้นหน้าที่การงานดีกว่า รวยกว่าน่ะสิ ไม่งั้นจะทิ้งผู้ชายหล่อลากเลือดอย่างน้องชายพี่ได้ยังไง” นลินีพูดด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“ณ จุดนี้ขอให้เมียจ๋าใช้คำว่าหล่อลากเลือดชมเจ้านนท์คนเดียวนะ ไม่ต้องชมผมแบบนั้น ฟังแล้วสยอง” พชรบอก
“คุณน่ะหล่อลากดิน แต่ถ้าหักหลังฉันแบบแฟนเก่าเจ้านนท์ คุณได้หล่อลากไส้แน่”
นลินีข่มขู่จริงจังจนพชรขนหัวลุก บังเอิญนลินีเห็นกระดาษเบอร์โทรหยิบมาดู พชรจะคว้าแต่ไม่ทันนลินีอ่านข้อความบนกระดาษและหันไปมองหน้าพชร
“น้องตาล.. น้องตาลนี่ใคร”
“ตาลไหน” พชรพูดเสียงสูงมาก
“นี่ของคุณใช่ไหม” นลินีพูดพลางส่งสายตาเหี้ยม
“ไม่ใช่ของผ๊ม! ของไอ้รบมัน” พชรแก้ตัวพัลวันแล้วขยิบตาให้วันรบ
“ใช่ครับ ของผมเอง”
“แล้วไป เราน่ะมีแฟนแล้วนะรบ อย่าคิดนอกใจเด็ดขาด”
“ไม่ชอบว่าที่แม่ยายไอ้รบแต่หวงแทนลูกสาวเขาเหรอ” พชรหยอก
“ฉันเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันต่างหาก การโดนทรยศมันไม่สนุกหรอกนะ”
“ทรยศ...ใช่..เรื่องนี้ด้วยครับที่ผมรู้สึกเหมือนว่าทั้งป๋านนท์กับว่าที่แม่ยายผมพูดเหมือนต่างคนต่างโดนโกหก ทรยศ หักหลัง”
“แม่นั่นคงหาเรื่องกลบเกลื่อนน่ะสิ น้องชายพี่น่ะรักใครรักจริง”
วันรบมองไปด้านบนบ้านขณะเอ่ยออกมา

“แล้วก็คงจะรักนานด้วย”






Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 1:37:36 น.
Counter : 157 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 2




ติรการัวเคาะประตูห้องคอนโดฯของมัทรี พลางร้องเรียกเสียงดังลั่น

"ยายมัท ยายมัท"
เงียบ ไม่เสียงตอบรับของมัทรี จนติรกาเริ่มร้อนใจหันไปหาพุทรา
"เคาะเรียกตั้งนานแล้ว ทำไมไม่เปิดประตู”
"น้องมัทไม่อยู่ห้องรึเปล่าครับ" ธงฉานพูดสอดขึ้น
ติรกาหยิบมือถือโทรหามัทรีทันที เพียงครู่เดียว...เสียงมือถือของมัทรีก็ดังขึ้น เสียงเล็ดลอดออกมายังห้องห้องพัก
"เสียงมือถือน้องมัทดังมาจากในห้อง" ธงฉานบอก
ธงฉานลองขยับลูกบิดประตูแต่ล็อคอยู่ ธงฉานหันมาหาติรกากับพุทราแล้วยิ้มมุมปาก ธงฉานเดินไปยืนพิงกำแพงแล้วก้มหน้านิ่งไป ติรกากับพุทราเดินตามธงฉานไปอย่างแปลกใจ ธงฉานค่อย ๆ เงยหน้า ทำท่าเก็กหล่อเหมือนใช้สมองเฉลียวฉลาดมาก
"มือถืออยู่ในห้อง แถมประตูล็อคจากด้านใน แสดงว่าน้องมัทอยู่ในห้องแน่ๆ"
ติรกากับพุทราอึ้งในความฉลาดน้อยของธงฉาน
"เอ่อ... ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย" พุทราพูดขึ้น
พุทรากับติรกาส่ายหน้ากันอย่างเซ็งๆแล้วหันกลับไปที่ประตูห้องพักของมัทรีอีกครั้ง ธงฉานยังคงพล่ามต่อไปโดยไม่สนใจว่าพุทรากับติรกาไม่ได้อยู่ฟังแล้ว
"คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ธงฉานคนนี้จะจัดการพังประตูห้องเข้าไปเอง"
ธงฉานวิ่งปรู๊ดถอยหลังไปหลับตาทำสมาธิรวบรวมพลังตั้งท่าพังประตู จังหวะนั้นพุทราบิดลูกบิดประตูจะเปิดเข้าไปพอดี
"ย๊ากก!”
ติรกากับพุทราตกใจหันไปมองทางธงฉาน ที่กำลังหลับหูหลับตาวิ่งพุ่งเข้ามา ติรการีบหลบ ส่วนพุทราตกใจรีบบิดลูกบิดเปิดประตูห้องมัทรีทันที ธงฉานวิ่งพุ่งเข้ามาอย่างแรงเต็มร้อย แต่ประตูถูกเปิดไว้แล้ว เลยทำให้ธงฉานพุ่งเลยไปชนโต๊ะอาหาร หน้าคะมำล้มลง เสียงดังโครม!!
"อ๊า!”
ธงฉานล้มไปกองอยู่กับพื้น เห็นข้าวของตกกระจายไปทั่ว ติรกากับพุทรารีบตามเข้ามาในห้องแล้วช่วยกันดึงตัวธงฉานขึ้นมา
"ทำอะไรของเธอธงฉาน จะพังประตูห้องยายมัททำไม ประตูบานนึงแพงนะ"
"ไหนจะข้าวของที่ชนไปเมื่อกี้อีก"
"เดี๋ยวพุทราเช็คให้ค่ะว่ามีอะไรพังบ้าง" พุทราพูดกับติรกา
พุทรากับติรกามองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นที่อยู่ในสภาพเละเทะ เพราะผลจากการที่มัทรีวางยานอนหลับวันรบแล้วพาร่างอันหนักอึ้งของวันรบเข้าห้องนอน ติรกากับพุทราอึ้งกับสภาพห้องที่เห็น
"ทำไมสภาพห้องเป็นแบบนี้"
ธงฉานนึกได้รีบบอก
"ขโมย! อ๊าย"
“แล้วเรา..”
พุทราจะคุยกับติรกาแต่คุยไม่รู้เรื่องเพราะธงฉานแหกปากตลอดเวลา
“ยัยมัท” ติรการ้องเรียก
“น้องมัท! น้องมัท” ธงฉานเรียกตาม
พุทราสุดทนกับธงฉาน จึงควักนกหวีดมาเป่าใส่หน้าธงฉานทันที ปรี๊ดด!
“เงียบก่อนได้ไหม คุณติจะใช้ความคิด”
ธงฉานมองติรกาแล้วรีบเอามือปิดปาก ติรกามองรอบๆห้องอย่างใช้ความคิด
“ไปดูให้ทั่วว่ายัยมัทอยู่ไหน”
พุทราเดินไปเปิดประตูห้องหนึ่งมองเข้าไปในห้องนอน พุทราเปิดไฟกวาดสายตาไปทั่ว ในห้องไม่มีใครอยู่
“ไม่อยู่ในห้องค่ะ แต่เมื่อกี้เรายังได้ยินเสียงมือถือน้องมัทนี่คะ”
ติรการีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหามัทรีอีกครั้ง เสียงมือถือของมัทรีดังขึ้น
"มือถือน้องมัท"
ติรการีบจุ๊ปากให้ธงฉานเงียบ
"แต่...”
พุทราใช้มือเสยใต้คางธงฉานให้ปิดปากทันที ธงฉานไม่ทันระวังเลยกัดลิ้นตัวเองไป
"โอ๊ย!”
ธงฉานทำท่าจะร้องอีก คราวนี้ติรกาเป็นคนคว้าหมอนมาปิดปากธงฉานเอง
"เสียงดังอยู่ได้..."
แล้วติรกาก็หันมาพูดเบาๆกับพุทรา
"มือถือยายมัทดังมาจากทางไหน"
เสียงมือถือมัทรียังดังอยู่ ทั้งสามคนช่วยกันหาที่มาของเสียงมือถือ แต่ทุกคนดันได้ยินที่มาของเสียงกันคนละทิศคนละทาง ติรกาเอาหูแนบผนังห้องแล้วค่อยเดินไล่ผนังห้องไป พุทราเอี้ยวหูซ้ายที หูขวาทีเพราะได้ยินเสียงดังมาจากรอบๆทิศ ธงฉานก้มลงคลานดูตามใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้ ใต้โซฟา
ทุกคนค่อยๆเดินไปทางห้องนอนของวันรบ ทันทีที่ทุกคนเดินมาถึงหน้าน้องนอนวันรบ เสียงมือถือมัทรีก็เงียบไป ทั้งสามคนมองหน้ากันนิ่งๆแล้วพยักหน้าให้กัน ติรกาค่อยๆเอื้อมไปจับลูกบิดประตู

ลูกบิดประตูขยับตามแรงบิดจากด้านนอก ประตูห้องค่อยๆถูกเปิดเข้ามา ติรกา พุทราและธงฉานค่อยๆยื่นหน้าเข้ามามองในห้องวันรบ
เท้าของวันรบโผล่มาจากปลายผ้าห่ม เท้าของมัทรีที่ก่ายทับอยู่บนขาของวันรบ ตัวมัทรีสวมเสื้อเชิ้ตตัวเดียวของวันรบนอนคว่ำทับตัววันรบอยู่ ส่วนวันรบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ย เปลือยท่อนบน นอนแผ่อ่าซ่า
ทั้งติรกา พุทราและธงฉานที่ได้เห็นสภาพดังกล่าวถึงกับอ้าปากค้างเพราะคิดไม่ถึง
เสียงติรกากรี๊ดดังลั่น สนั่นหวั่นไหวไปทั้งคอนโด จนพุทรากับธงฉานอุดหูตัวเองอยู่จนสิ้นสุดเสียงกรี๊ดของติรกา
มัทรีและวันรบยังหลับอยู่เพราะฤทธิ์ยานอนหลับ ติรกาพุ่งเข้าไปดึงตัวมัทรีให้ออกมาจากตัววันรบ เมื่อติรกาเห็นวันรบนอนเปลือยท่อนบนก็ยิ่งกรี๊ด พุทราเอามือปิดหน้าไม่กล้ามอง
"ยายมัท ยายมัท”
มัทรียังหลับอยู่ ติรกาเขย่าตัวปลุกมัทรีให้ตื่น
"ตื่นมาคุยกับแม่เดี๋ยวนี้นะยายมัท ตื่นสิ"
มัทรีสะลึมสะลือแต่ยังไม่ยอมตื่น ธงฉานมองไปเห็นแก้วน้ำที่ตกอยู่ข้าง ๆ เตียงก็หยิบขึ้นมา แล้วมองที่แก้วน้ำกับ มัทรี และวันรบ ธงฉานคิดและพูดกับติรกา
"ยานอนหลับ! น้องมัทหลับสนิทแบบนี้ เพราะโดนไอ้วันรบวางยานอนหลับแน่ๆครับ"
ติรกาปล่อยมือจากร่างของมัทรี พุทรารีบเข้าไปรับตัวของมัทรีไว้ไม่ให้ล้มไปกองกับพื้น ติรกาพุ่งเข้าไปเอาเรื่องวันรบแทนทันที
“ไอ้วันรบ แกตื่นเดี๋ยวนี้นะ ตื่น"
ติรกาทั้งเขย่า ทั้งทุบ ทั้งตีแต่วันรบก็ได้แค่สะลึมสะลือไม่ยอมตื่นเช่นกัน
"ไม่ตื่นใช่มั้ย"
ติรกายิ่งโมโหเหวี่ยงร่างวันรบทิ้งลงไปบนเตียงอีกครั้งแล้ววิ่งออกจากห้องวันรบไป พุทรารีบหันมาปลุกมัทรีกับวันรบ
"คุณมัท คุณรบ ตื่นค่ะ งานเข้าแล้วนะคะ"
ธงฉานจะเข้ามาปลุกมัทรีแต่พุทราเป่านกหวีดใส่หน้าห้ามทันที !!
“อย่าโดนตัวคุณมัท ไปปลุกคุณรบโน่น”
ธงฉานมองวันรบที่เปลือยท่อนบนแล้วทำหน้าเบ้ไม่อยากยุ่งด้วย เสียงติรกาดังเข้ามาในห้องอีกครั้ง
"ทุกคนถอยไป"
พุทรากับธงฉานหันไปมองทางติรกาที่เดินเข้ามาพร้อมกาละมังที่ใส่น้ำมาสาดใส่วันรบและมัทรี วันรบกับมัทรี สะดุ้งได้สติรู้ตัวแต่ยังมึนๆงงๆอยู่ ธงฉานทำตาลุกวาวที่ได้เห็นมัทรีในเสื้อผ้าเปียกปอน
"ปรี๊ดด”
“โอ้ย จะเป่าอะไรนักหนา” ธงฉานทำหน้าลำคาญ
พุทรารีบเอามือขึ้นดันหน้าธงฉานให้หันไปอีกด้าน
"ห้ามมอง"
วันรบกับมัทรีเห็นติรกาก็ตกใจ
"คุณแม่ / แม่"
วันรบหันมามองมัทรีที่อยู่บนเตียงตัวเอง แถมยังใส่เสื้อเชิ้ตก็ตกใจ ผงะถอยห่างจากมัทรี
"มัท" วันรบเรียกเบาๆ
วันรบก้มมองตัวเองเห็นว่ามีเพียงเสื่อคลุมหลวมๆคลุมกายอยู่ก็ยิ่งตกใจ แล้วร้องขึ้น
"เฮ้ย"
วันรบตกใจสะดุ้งพรวดหนีลงมาจากเตียง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไร ติรกาก็ใช้กาละมังฟาดใส่วันรบทันที
"ไอ้ชั่ว”
"โอ๊ย"
ติรกาใช้กาละมังฟาดใส่วันรบอีก
"พูดออกมาได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้น"
"ก็ผมไม่รู้จริงๆครับ"
"เห็นอยู่จะๆแบบนี้ยังจะโกหกอีก ตายซะเถอะ"
ติรกายิ่งโมโหฟาดใส่วันรบแบบไม่ยั้งมือ วันรบร้องลั่นที่โดนฟาดจึงรีบหาจังหวะหนีออกไปนอกห้อง

วันรบในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำหนีออกมาที่ห้องนั่งเล่น ติรกาตามออกมาอย่างโกรธแค้น
"จะหนีฉันไปไหน"
วันรบวิ่งหนีไปรอบห้อง ติรกาวิ่งตาม มัทรีตามออกมาแล้วห้ามติรกา
"แม่คะ อย่าทำอะไรรบนะคะ”
พุทรากับธงฉานตามมัทรีออกมา พุทราหยิบชุดคลุมอาบน้ำอีกตัวติดมือมาด้วย
"สวมเสื้อก่อนค่ะคุณมัท"
"อย่า” ธงฉานเสียดายร้องไม่อยากให้มัทรีใส่
พุทรากับมัทรีหันขวับไปมองธงฉานว่าจะห้ามทำไม ? ธงฉานรู้สึกตัวทันที
“อย่าช้าเลยครับ..รีบใส่เลย ใส่สิครับ”
มัทรีรับเสื้อคลุมมาสวมแล้วรีบไปรั้งตัวติรกา
"แสนรู้จริง ๆ” ธงฉานบ่นอย่างเซ็งๆ
พุทราเป่านกหวีดใส่หน้าธงฉานอีก
“รู้นะว่าคิดอะไร อย่าฝัน”
มัทรีเข้าไปกอดติรกา
“แม่อย่าทำอะไรรบเลยค่ะ"
"ปล่อยแม่นะยายมัท"
ติรกาหันไปพูดกับพุทรา
"จับตัวไอ้วันรบไว้"
พุทรากางแขนตั้งท่าจะกันตัววันรบ
"อย่านะพี่พุทรา"
พุทราตกใจรีบหุบแขนทันที วันรบเลยได้จังหวะวิ่งหนีออกไปนอกห้องพัก
"ตามไปจับมันสิธงฉาน" ติรกาสั่ง

วันรบหนีด้วยการกระโดดพุ่งตัวออกมาจากห้องโดยใส่ชุดคลุมอาบน้ำอยู่ ธงฉานกระโดดตัวลอย พุ่งไปหาวันรบ แต่โดดไม่ไกลพอเลยวืดล้มไปกองกับพื้น มือธงฉานคว้าชายเสื้อคลุมของวันรบไว้พอดี ชายเสื้อของวันรบถูกดึงลงมา กลายเป็นเหมือนวันรบโดนถอดเสื้อคลุม ไม่เหลืออะไรติดตัว วันรบตกใจร้องลั่น
มัทรี พุทราและติรกากรี๊ดลั่นพร้อมเอามือปิดตา วันรบใส่กางเกงบ็อกเซอร์ยืนอยู่หน้าห้องพัก ทุกคนถอนหายใจโล่งอก
มัทรีหลุดปากพูดเบาๆ
“ลืมไปว่ารบใส่กางเกงอยู่"
พุทราเหมือนได้ยินที่มัทรีพูดจึงหันกลับมามอง แต่มัทรีทำเนียนเหมือนไม่ได้พูดอะไร
"คราวนี้แกเสร็จแน่"
ติรกาง้างกาละมังขึ้นจะขว้างใส่วันรบ มัทรีรีบวิ่งไปขวางหน้าวันรบไว้
"แม่ห้ามทำอะไรรบนะคะ”
ติรกายั้งมือไว้ทัน
"มันทำกับลูกแบบนี้ ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ"
"ผมทำอะไร" วันรบย้อนถาม
ติรกากรี๊ดที่วันรบยังไม่ยอมรับผิด ติรกาเผลอตัวพูดขึ้น
“แกมันเลวเหมือนรชานนท์...เลวมาก”
ธงฉานชี้หน้าวันรบอย่างโกรธแค้น เพราะลึกๆแล้วอิจฉาที่วันรบปล้ำมัทรี
"ใช่... คนอย่างแกนอกจากหน้าตาเลวแล้ว จิตใจยังเลวอีก แกทำแบบนี้ได้ยังไง ฉันไม่เคยคิดเลยว่าแกจะใช้แผนวางยานอนหลับเพื่อปล้ำน้องมัทของฉัน"
วันรบอึ้งไป
"วางยา ปล้ำ"
วันรบมองมัทรีอย่างแปลกใจ เพราะรู้ตัวแล้วว่าคนที่โดนวางยานอนหลับคือตัวเอง
"ผมไม่ได้...”
วันรบกำลังจะปฏิเสธแต่มัทรีพูดดักไว้
"รบคะ ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ"
มัทรีมองวันรบด้วยสายตาสำนึกผิดแววตาอ้อนวอนวันรบไม่ให้บอกความจริงกับติรกา
"ไม่ว่าจะพูดอะไร แม่ก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ"
วันรบมองมองมัทรีอย่างไม่เข้าใจ
"มัทขอโทษนะคะ"
มัทรีพูดเบาๆกับวันรบ วันรบถอนใจยอมไม่พูดอะไรเพื่อมัทรี วันรบพูดกับติรกา
"ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัว ที่ผมทำไปเพราะผมรักมัท"
ติรกาได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโมโหปรี่เข้าไปตบหน้าวันรบฉาดใหญ่ ทุกคนอึ้งไปที่เห็นวันรบโดนตบ
"ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้แบบนี้เหรอที่เรียกว่ารัก”
"ผมยอมรับผิดทุกอย่างครับ ผมจะแต่งงานกับมัทรี"
ติรกาจะเข้าไปเอาเรื่องวันรบอีก แต่พุทรากับมัทรีเข้าขวางไว้
"ฉันไม่มีวันยอมให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับแก"
"ใจเย็นๆก่อนค่ะคุณ พุทราว่าไว้ค่อยเคลียร์ดีกว่าค่ะ"
"ไม่ได้ ขืนปล่อยไปแล้วมีคนรู้ว่าลูกสาวฉันเสียทีให้ผู้ชายเลว ๆ อย่างมัน ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
ธงฉานยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
"เอ่อ... เอาหน้าไปไว้ไหนก็ไม่ทันแล้วครับ ตอนนี้คนอื่นคงรู้กันหมดแล้ว"
บริเวณทางเดิน เพื่อนห้องใกล้เคียงในคอนโดโผล่ออกมาจากห้องของตัวเองแล้วมองมาที่กลุ่มของติรกาเป็นตาเดียว ติรกาอึ้งไปที่คนในคอนโดรู้เรื่องกันหมดแล้ว ผู้คนซุบซิบกันแล้วพลางส่ายหน้าเอือมๆ
"เด็กมันรักกัน จะไปห้ามทำไม" ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น และผู้หญิงอีกคนก็เข้ามาสำทับ
"แม่ยายไม่ยอมให้แต่งงานแบบนี้ เดี๋ยวผู้หญิงก็ต้องท้องไม่มีพ่อ"
ติรกาได้ยินคำว่า “ท้องไม่มีพ่อ”ก็นึกถึงเรื่องของตัวเองในอดีต คำว่า “ท้องไม่มีพ่อ” ดังก้องหูติรกา จนติรกาเริ่มเครียดสติแตก เอามือปิดหูตัวเอง
"ไม่จริง มันต้องไม่เป็นแบบนั้น ไม่จริง ไม่"
พุทรา มัทรี วันรบและธงฉานอึ้งไปกับอาการของติรกา เสียงคนพูด “ท้องไม่มีพ่อ” ดังขึ้นเรื่อยๆ จนติรกาทนไม่ไหวกรี๊ดลั่นแล้วช็อกเป็นลมล้มไป
"แม่" มัทรีร้องเรียก
วันรบ มัทรีและพุทรารีบเข้าไปประคองร่างที่หมดสติของติรกาไว้ ธงฉานได้แต่ยืนอึ้งกับอาการของติรกา

บริเวณระเบียงบ้านพชร รชานนท์ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากวันรบก็ตกใจเป็นห่วงติรกามาก รชานนท์ทำท่าจะลุกไป
“ป๋าจะไปไหน” วันรบถาม
“ฉันจะไปหากระแต” รชานนท์บอก
“ไม่ต้องไปหรอกป๋า มัทพาแม่เขากลับบ้านไปแล้ว”
"แน่ใจนะว่าเขาไม่เป็นไร” รชานนท์ยังแอบกังวล
“ทำไมต้องห่วงขนาดนั้น” นลินีถามขึ้น
“เขาสุขภาพไม่ค่อยดี เครียดมากจะเป็นลมบ่อยๆ” รชานนท์บอก
“รู้ลึก...รู้จนผมสงสัยว่าป๋ากับว่าที่แม่ยายผมรู้จักกันได้ยังไง” วันรบถามขึ้น
พชรกับนลินีหันกลับไปมองที่รชานนท์ว่าจะตอบว่าอย่างไร แต่รชานนท์เลี่ยงที่จะตอบ
“ฉันง่วง”
รชานนท์ทำท่าจะลุกเข้าห้องไป แต่วันรบไม่ยอมมาขวางทางไว้
“ป๋าไปทำอะไรให้ว่าที่แม่ยายผมเขาถึงเกลียดป๋าเข้าไส้ เจอหน้าวันแรกก็ไล่ยิง แล้ววันนี้เขาก็ด่าว่าผมเลวเหมือนป๋า”
รชานนท์พูดอย่างมั่นใจ
"ฉันไม่เคยทำอะไรให้กระแตเสียใจ”
"ป๋า...ก่อนหน้านี้เขาแค่เหม็นหน้าผมแต่ตอนนี้เขาเข้าขั้นเกลียดมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เขารู้ว่าป๋าเป็นเพื่อนร่วมงานผม คนเราคงไม่เกลียดหน้ากันโดยไม่มีเหตุผลหรอกป๋า ป๋าต้องเคลียร์เรื่องนี้กับแม่ยายผมให้รู้เรื่องนะ ก่อนที่ผมจะแย่ไปด้วย”
วันรบพูดแล้วเดินออกไปอย่างหงุดหงิด รชานนท์เองก็หงุดหงิดไม่แพ้กัน

รชานนท์คิดถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับติรกาอยู่ในห้องนอน สีหน้าครุ่นคิดและนึกถึงที่วันรบบอกให้เขาคุยกับติรกาให้รู้เรื่องว่าโกรธกันเรื่องอะไร รชานนท์คิดหาทางไปปรับความเข้าใจกับติรกา
“กระแต... พรุ่งนี้ผมต้องรู้ให้ได้ ว่าคุณโกรธผมเรื่องอะไร”

มัทรีนั่งซึมอยู่ในห้องของเตือนใจ เตือนใจเข้ามาแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ติรกาก็เดินตามเข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“พรุ่งนี้แม่จะพาแกไปตรวจที่โรงพยาบาล เผื่อจะติดโรคมาจากไอ้วันรบ"
มัทรีเริ่มอึกอัก
“มัทไม่ไป ไปก็ความแตกน่ะสิ”
“อะไรแตกนะ”
“ก็เรื่องที่มัทกับรบมีอะไรกัน ถ้าไปตรวจคนก็รู้กันทั่วสิคะ”
เตือนใจรีบปรามมัทรี
"ยายมัทพูดอะไร... รักษาความรู้สึกแม่เค้าหน่อยลูก"
"ไม่ต้องไปเตือนหรอกค่ะ ตั้งแต่คบกับไอ้วันรบ ยายมัทก็ไม่เคยรักษาความรู้สึกของหนูแล้ว"
"แล้วแม่เคยสนใจความรู้สึกของมัทเหรอคะ"
"ฉันต้องสนด้วยเหรอว่าแกจะรู้สึกยังไงกับผู้ชายแย่ๆ แบบนั้น"
มัทรีมองติรกาอย่างผิดหวังเสียใจ
"ถึงวันรบจะแย่ในสายตาแม่ แต่เขาจะเป็นผู้ชายคนเดียวที่มัทจะแต่งงานด้วย”
“ผู้ชายเจ้าเล่ห์แบบนั้น มัทยังเห็นมันดีอีกเหรอ”
“รบอาจจะไม่ดีที่สุด แต่เขาไม่เคยบังคับมัท ไม่เคยเอาตัวเองเป็นใหญ่เหมือนที่แม่ทำกับมัท”
ติรกาสุดทนตบหน้ามัทรีฉาดหนึ่ง เพี๊ยะ!
เตือนใจตกใจ
“ยัยติ”
มัทรีค่อยๆหันกลับมามองหน้าติรกาอย่างไม่คาดคิดว่าจะโดนติรกาทำแบบนี้ มัทรีถึงกับน้ำตาคลอ
"แม่ตบมัท"
ติรกามองมัทรีด้วยแววตาโกรธและแข็งกร้าวเช่นกัน
"ฉันจะทำมากกว่านี้ ถ้าแกยังไม่เลิกกับมัน"
มัทรีทั้งโกรธทั้งเสียใจ วิ่งหนีออกจากห้องติรกาไปทันที เตือนใจเตือนติรกา
"ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลย"
ติรกานิ่งไม่พูดอะไร เตือนใจส่ายหน้าแล้วรีบตามมัทรีไปอย่างเป็นห่วง
"ยายมัท รอยายก่อนลูก"
ติรกาเห็นทุกคนออกไปก็เปลี่ยนจากแววตาดุกร้าวร้าวเป็นเศร้าเสียใจรู้สึกผิด ติรกามองมือของตัวเองข้างที่ตบหน้ามัทรีแล้วร้องไห้เสียใจที่ทำรุนแรงแบบนั้น

มัทรีร้องไห้สะอื้นอยู่กับเตือนใจในห้องนอน เตือนใจลูบหัวปลอบมัทรี
"แม่เค้ายังโกรธอยู่น่ะลูก”
"ทำไมแม่ไม่สนใจความรู้สึกของมัทบ้าง"
มัทรียังสะอึกสะอื้นอยู่ เตือนใจส่งทิชชู่มัทรี
“มัท..เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่เขารับไม่ได้หรอกนะ...มัทเคยหยุดคิดไหมว่าแม่เขาจะเสียใจแค่ไหน ที่รู้ว่าลูกที่เขารักถูกย่ำยีจากผู้ชายที่เขาไม่เคยไว้ใจเลย มันยิ่งตอกย้ำว่าเขาปกป้องลูกไม่ได้ ตอนนี้ที่มัทร้องไห้ แม่เขาก็ร้องไห้อยู่เหมือนกัน”
มัทรีอึ้งนิ่งไปเพราะรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแผนหลอกติรกา แต่ก็รู้ตัวว่าทำเกินไปเช่นกัน
"มัท...มัท" มัทรีพูดด้วยเสียงสะอื้นไห้
"มัทไม่น่าวู่วามแบบนี้นะลูก วิธีมัดมือชกแบบนี้บังคับแม่เขาไม่ได้หรอก ยิ่งทำให้แม่เขาเกลียดตารบมากขึ้น อีกอย่างถึงมันจะเป็นแผนที่เราสร้างขึ้น แต่ถ้าแม่เราไม่รู้ความจริง แม่เค้าก็เสียใจอยู่ดี"
มัทรีอึ้งเหวอไปที่เตือนใจรู้เรื่องแผนการนี้
"ยายรู้เรื่องนี้ รบบอกยายเหรอ"
เตือนใจยิ้ม
"ยายไม่ได้รู้อะไรเลย ยายแค่รู้จักหลานของยายดี วันรบเป็นคนที่หนูเลือกแล้วเพราะฉะนั้น ไม่มีวันที่คนที่หนูรักจะทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่ๆ”
มัทรียิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดยาย
"ขอบคุณนะคะยาย ขอบคุณที่เข้าใจรบกับมัท”
เตือนใจกอดให้กำลังใจมัทรี

เช้าวันใหม่ มัทรีลงมาจากข้างบน ลงมาที่โต๊ะอาหาร ติรกา เตือนใจ พุทราอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว
“มาทานข้าวสิยัยมัท” เตือนใจเรียก
มัทรีเดินเข้ามานั่งข้างเตือนใจ ติรกานั่งเงียบ พุทรามองซ้ายมองขวาขยับตัวอย่างอึดอัดเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศมาคุ
“คุณติคะวันนี้จะไปดูที่ดินที่ติดต่อไว้ไหมคะ” พุทราถามขึ้นเพื่อจะผ่อนคลายบรรยากาศที่ไม่สู้ดี
“ที่ดินอะไรเหรอคะแม่” มัทรีพยายามง้อติรกา แต่ติรกาได้แต่กินข้าวไปเงียบๆ ไม่ยอมตอบ
พุทราห็นท่าไม่ดีจึงทำหน้าที่ช่วยตอบให้
“ที่ดินสำหรับสร้างโรงงานใหม่ค่ะ”
“แม่จะขยายโรงงานเหรอคะ..งั้นมัทจะช่วยออกแบบให้นะ”
ติรกาไม่ตอบเงียบไปทำเอามัทรีเงียบหน้าเสีย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบสนิทจนพุทราพยายามจะเปลี่ยนบรรยากาศ
“เงียบจังเลยนะคะ แหะๆ” พุทราหน้าจ๋อยจนต้องเงียบไป
เตือนใจมองมัทรีที่หน้าจ๋อยไป จึงเลื่อนแก้วน้ำส้มให้
“ยายคั้นให้สด ๆ เลยนะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“สวัสดีครับทุกคน” เสียงธงฉานดังเข้ามา พร้อมๆหมุนตัวเข้ามาอย่างเท่ห์หยุดตรงหน้ามัทรี ธงฉานยื่นช่อดอกไม้ให้มัทรี
“สำหรับน้องมัทของพี่ธงฉานครับ”
ฟิ้ว! ...ธงฉานรู้สึกว่ามีอะไรพุ่งผ่านหน้าไปปักกับกำแพง ธงฉานหันมองเห็นมีดปักอยู่
“น้องมัทของใคร”
“น้องมัทของคุณอาไงครับ น่ารักจริงๆ น้องมัทของคุณอาติเนี่ย เอ่อ..ดอกไม้ช่อนี้เพื่อต้อนรับน้องมัทกลับมาอยู่ที่ราชบุรีอย่างถาวร”
มัทรีรับดอกไม้ด้วยสีหน้าเซ็งๆ ธงฉานเข้ามานั่งข้างมัทรีแบบไม่ขออนุญาตใคร
“วันนี้ธงฉานไม่ได้มาคนเดียวนะครับผม”
“สวัสดีครับ คุณติ”
สมภพก้าวเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบในมือ

“คุณสมภพ สวัสดีค่ะ”
“ดอกไม้ครับ”
สมภพมอบดอกไม้ให้กับติรกา ติรการับตามมารยาทแต่หน้าตานิ่งเฉย ไม่บอกความรู้สึกใด ขณะที่สมภพพร้อมจะเปิดเผยความรู้สึกมาก
“วันนี้คุณอาสมภพปลีกเวลาจากธุรกิจร้อยล้านมาเยี่ยมเยียนคุณอาติเพราะมีเรื่องสำคัญน่ะครับผม”
“เรื่องสำคัญ” เตือนใจพูดขึ้น
มัทรีหยิบน้ำส้มมาดื่มอย่างเซ็งๆ
“เรื่องของหนูมัทกับธงฉานน่ะครับ”
มัทรีตกใจพ่นน้ำส้มใส่หน้าธงฉานเต็มๆ
“ยัยมัท” เตือนใจร้องขึ้น
“ขอโทษค่ะ มัทสำลักก็เลย”
ธงฉานลูบน้ำส้มบนใบหน้าขึ้นมาชิม
“ไม่เป็นไรครับ ถ้าเป็นน้องมัทพี่ไม่รังเกียจ หวานดีครับ”
พุทราทำหน้าอี๋มาก
“ที่ว่าเรื่องยัยมัทกับธงฉาน คุณหมายความว่า...”
“ผมอยากขออนุญาตให้ธงฉานได้มีโอกาสคบใกล้ชิดหนูมัทรีเพื่อเรียนรู้นิสัยใจคอ”
ธงฉานถึงกับทำท่าเขิน
“ในอนาคต ธงฉานอยากจะแต่งงานกับ...”
“มัทไม่ยอม”
ทุกคนหันมองตามเสียง มัทรีชะงัก วันรบก้าวเข้ามายืนเคียงข้างมัทรี
“ผมไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับคนอื่นเด็ดขาด มัทเป็นคนรักของผม”

หน้าโรงงานโอ่งแม่เตือน รชานนท์กุมขมับเครียดๆและเริ่มโวยวาย
"โธ่เว้ย ! แล้วแบบนี้จะเข้าไปยังไง"
รชานนท์ยืนแอบอยู่มุมหนึ่งแล้วมองไปทางหน้าโรงงานโอ่งแม่เตือน เห็นยาม2คนเฝ้าอยู่หน้าประตูโรงงานอยู่ หน้าประตูหน้าโรงงาน มีประกาศแปะทั่วประตูทางเข้าโรงงาน ข้อความในใบประกาศ
“บุคคลอันตราย ถ้าเจอ...จัดหนัก ! อย่าให้รอด !” พร้อมมีรูปถ่ายของรชานนท์บนใบประกาศ
"ขนาดนี้เลยเหรอ..ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง”
รชานนท์มองไปรอบๆ เพื่อหาวิธีเข้าไปในโรงงาน เห็นรถขนดินแล่นออกมาตามด้วยรถขนโอ่งที่แล่นออกไป ขณะเดียวกันรถเปล่าที่ขนโอ่งอีกคันกำลังแล่นมาที่โรงงาน

รชานนท์ยิ้มคิดแผนบางอย่างได้
บนโต๊ะอาหารเวลานั้น ติรกาออกอาการโกรธจัด

"กล้าดียังไงมาเหยียบบ้านฉัน"
"ผมจะมาคุยกับคุณอาครับ"
"อย่ามาเรียกฉันว่าอา ฉันไม่เคยนับญาติกับแก"
เตือนใจแกล้งพูดลอยๆ
"ไม่ใช่ญาติแต่เป็นว่าที่ลูกเขย"
ติรกาหันไปหาเตือนใจทันที
"ไม่มีวันค่ะ ยังไงหนูก็ไม่รับมันเป็นลูกเขยหนูเด็ดขาด"
พุทราเห็นติรกาเริ่มเครียดมากก็หยิบพัดมาพัดให้ติรกาทันที
"ใจเย็น ๆ ค่ะคุณ... เดี๋ยวจะช็อกไปอีก"
"ขอโอกาสให้ผมบ้างสิครับ"
วันรบจะเข้าไปหาติรกา แต่สมภพเดินมาขวางไว้
"ผมว่าคุณกลับไปเถอะ รั้นแบบนี้มีแต่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง"
ธงฉานพยักหน้าเห็นด้วย
"จริงครับ ธงฉานเห็นด้วย”
"ผมไม่กลับ... จนกว่าคุณติรกาจะยอมให้โอกาสผม ผมจะทำให้ทุกคนเห็นว่าผมรักมัทแค่ไหน"
มัทรีช่วยขอร้องอ้อนวอนติรกา
"นะคะแม่... ให้โอกาสรบนะคะ"
"ได้ ฉันจะให้โอกาสแก"
ทุกคนอึ้งไป โดยเฉพาะธงฉานหน้าเสียกว่าใคร วันรบกับมัทรียิ้มมีความหวัง
"ฉันจะให้โอกาสแกสิบวัน ถ้าแกมีปัญญาหาเงินได้สิบล้าน"
"สิบล้าน" ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน
"เงินสดสิบล้านบาทเป็นค่าสินสอด ถ้าหาได้ ฉันจะยอมให้ยายมัทแต่งงานกับแก"

รถเปล่าขนโอ่งกำลังจะแล่นเข้าโรงงาน รชานนท์ซ่อนอยู่หลังรถ โดยมีผ้าที่ใช้รองโอ่งเพื่อลากขนย้ายโอ่งได้ง่ายขึ้น ทับอยู่บนตัว รชานนท์พยายามจะงอตัวเนียนใต้กองผ้ามากที่สุด รปภ.แจ่มเป่านกหวีดโบกให้หยุดรถ รถจอดกึก!ทันที รชานนท์ตกใจ
“มีขนอะไรกลับเข้ามาไหม” รปภ.แจ่มถามคนขับ
“รถเปล่าพี่แจ่ม มีแต่กองผ้าลากโอ่งน่ะ”
รปภ.แจ่มปีนขึ้นมาดู ผ้าคลุมตัวรชานนท์ไม่หมดเผยขาโผล่ให้เห็น รชานนท์พยายามขยับขาเข้าซ่อนให้เนียน
“อะไรแวบ ๆ วะ”
รปภ.แจ่มจะเข้าไปเปิดกองผ้า รชานนท์ลุ้น คิดหาทางจะเอาไงดี รปภ.แจ่มกำลังจะเปิดผ้าแต่คนขับพูดขึ้นพอดี
“พี่แจ่ม! เสร็จยัง..ผมปวดท้อง ข้าศึกจะพังประตูอยู่แล้ว”
รปภ.แจ่มเห็นสภาพคนขับที่นั่งตัวบิดอั้นหนัก ก็เลยรีบบอก
“เออ งั้นก็เข้าไปเลย อย่ามาราดตรงนี้เหม็นตาย”
รปภ.แจ่มลงจากรถ รชานนท์ถอนใจโล่งอก
ภายในโรงงานรถแล่นเข้ามาจอด รชานนท์ลงจากรถ คนขับเดินมาหา รชานนท์หยิบแบงค์พันส่งให้คนขับ
“ขอบใจมาก”
คนขับมองเงินในมือแล้วยิ้ม รชานนท์รีบวิ่งไปทางบ้านติรกาทันที

รชานนท์เดินเข้ามาในบ้านติรกาจะก็ต้องแต่ชะงักที่ได้ยินเสียงติรกาเสียงดังลอดออกมา
"สิบล้านก็สิบล้าน ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องแต่ง"
"แม่จงใจแกล้งรบชัดๆ"
"ไม่เป็นไรมัท ผมจะหาเงินสิบล้านมาให้ได้" วันรบบอก
พุทรากับเตือนใจหันไปเห็นรชานนท์อยู่ที่ประตูก็สะดุ้งเฮือกตกใจร้องลั่น ติรกากับมัทรีหันมาทางเตือนใจ
"อะไรอีกคะแม่"
"แม่กับเลขาคุณตกใจผม" รชานนท์พูดขึ้น
ติรกาเห็นรชานนท์ถึงกับอึ้งไปทันทีเพราะคิดไม่ถึง
"ป๋านนท์... มาทำไมเนี่ย" วันรบถาม
"ฉันมีธุระจะคุยกับกระแต" รชานนท์บอก
"คุณเป็นใคร แล้วกระแตนี่ใคร"สมภพถาม
มัทรี วันรบ รชานนท์ เตือนใจและพุทราพร้อมใจกันชี้ไปที่ติรกา
"คุณชื่อกระแตเหรอ" สมภพถาม
ติรกาไม่ตอบกลับวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องทำงานทันที รชานนท์ร้องเรียก
"เดี๋ยวกระแต"
รชานนท์จะตามไป แต่สมภพยืนขวางไว้
"ท่าทางคุณติรกาไม่อยากคุยกับคุณ"
รชานนท์หันไปหาพวกมัทรี
"คนนี้แฟนใหม่กระแตเหรอ"
ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกัน ยกเว้นธงฉานที่พยักหน้างึ่กๆอยู่คนเดียว สมภพอึ้งจ๋อยไปจนต้องหลีกทาง รชานนท์เดินไปเคาะประตูห้องทำงานติรกาทันที
"กระแต ออกมาคุยกับผมก่อน"
ไม่มีเสียงของติรกาตอบกลับมา รชานนท์เคาะประตูเรียกอีก
"เราโต ๆ กันแล้วนะ... ออกมาคุยกันดี ๆ เถอะ"
ประตูห้องทำงานของติรกาถูกเปิดออก ทุกคนอึ้งที่ติรกายอมทำตามที่รชานนท์พูด
"เป็นไปได้ไง" พุทราพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
รชานนท์ยิ้มแล้วเข้าไปในห้องทำงานติรกา ทั้งหมดชะโงกหน้ามองตามไป แต่จู่ๆ รชานนท์ก็เดินถอยหลังออกมาจากห้องทำงานติรกา ติรกาเดินออกมาพร้อมถือปืนลูกซอง ทุกคนเห็นปืนก็ตกใจ หลบไปตามมุมต่างๆ
ติรกาเล็งปืนไปทางรชานนท์แล้วสั่ง
“ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้"
รชานนท์ยังไม่ยอมออกไปแถมจ้องตาติรกาไม่กระพริบ
"ผมไม่ไป จนกว่าจะได้คุยกับคุณ"
"ฉันไม่มีอะไรจะคุย ออกไปซะ"
รชานนท์ยังไม่ยอม
"ป๋า พอเถอะ" วันรบบอก
"กลับไปก่อนนะคะป๋า" มัทรีขอร้องอีกคน
รชานนท์ไม่สนใจ ยังคงจ้องตาติรกาอยู่
"ไปเถอะคุณ ถ้าคุณติรกายิงขึ้นมาจริง ๆ จะยุ่ง" พุทราบอก
รชานนท์หันมาทางพุทรากับเตือนใจ
"กระแตไม่ยิงผมหรอก ผมรู้จักเธอดี ถ้าเธอจะยิงผมจริงๆ เธอยิงไปนาน...”
รชานนท์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงกระสุนก็ดัง ปัง ! ทุกคนสะดุ้งตกใจร้องลั่น ติรกาที่มองไปทางรชานนท์ เห็นรชานนท์ยืนนิ่งอยู่ สักพักมีเลือดไหลจากไหล่ซ้าย รชานนท์ร้องด้วยความเจ็บแขนมากจนเริ่มเซล้มลง
“โอ๊ย..”
"ป๋า"
วันรบวิ่งเข้าไปประคองรชานนท์ที่ยังไม่หมดสติ เขาส่งสายตาไปมองติรกาอย่างอึ้ง ๆ ที่ยิงเขาได้ รชานนท์เลือดไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ ติรกาเริ่มอึ้งและช็อกหน้ามืดล้มไป
"แม่”
มัทรีวิ่งเข้าไปประคองร่างติรกาที่หมดสติไปเช่นกับรชานนท์

รถของโรงงานโอ่งแม่เตือนวิ่งมาตามถนนที่มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาล
“ป๋า! ได้ยินผมมั้ย”
“แม่คะ ได้ยินมัทมั้ยคะ”
รชานนท์ที่ได้สติ ลืมตาตื่นแต่ยังเห็นภาพรอบด้านอย่างเบลอๆ รชานนท์นั่งอยู่เบาะหน้า ส่วนเบาะด้านหลังมัทรีกับพุทราช่วยกันประคองร่างติรกาไว้ รชานนท์มองไปรอบๆเห็นติรกาที่หมดสติอยู่เบาะหลัง
รชานนท์เรียกติรกาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“กระแต…”
“ทนหน่อยนะป๋า ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว”
รชานนท์ก้มลงมองตัวเอง เห็นเลือดไหลเต็มแขนซ้ายของตัวเอง รชานนท์ค่อยๆหน้ามืดหมดสติไปอีกครั้ง
“ป๋า ป๋า”

ทั้งรชานนท์และติรกานอนหมดสติอยู่บนเตียงรถเข็น บุรุษพยาบาลรีบเข็นทั้ง 2 เตียงไปในยังห้องฉุกเฉิน วันรบ มัทรี
เตือนใจและพุทราวิ่งตามไปด้วย พยาบาลรีบกันวันรบกับมัทรีไว้ไม่ให้เข้าไปในห้องฉุกเฉิน
“ญาติรอด้านนอกนะคะ”
มัทรีกับวันรบไม่ยอมจะเข้าไปในห้องฉุกเฉินให้ได้ จนเตือนใจกับพุทราต้องเข้าไปช่วยดึงตัวไว้
“อย่าเข้าไปกวนหมอทำงานเลยลูก” เตือนใจบอก
“ทั้งสองคนอยู่กับหมอแล้ว ยังไงก็ปลอดภัยค่ะ... ถ้าจะห่วง ห่วงเรื่องคุณรชานนท์จะแจ้งความเอาเรื่องคุณติรกาดีกว่าค่ะ” พุทราว่า
มัทรีกับเตือนใจหันมาหาวันรบอย่างหวั่นใจ
“รบคะ ป๋าจะเอาเรื่องแม่มั้ย”
“ติรกาไม่ได้ตั้งใจจะยิงคุณนนท์จริงๆ หรอก ปืนมันคงลั่น” เตือนใจว่า
พุทรานึกได้
“รีบสั่งให้ลุงหมายลบเทปจากกล้องวงจรปิดดีกว่า จะได้ไม่มีหลักฐาน”
พุทรารีบโทรศัพท์หาสมหมายทันที มัทรียังคงเครียดอยู่
“รบต้องช่วยพูดกับป๋านะคะ บอกป๋านะว่าแม่เค้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”
“ไม่ต้องห่วงนะมัท ผมจะคุยกับป๋าให้ แต่ผมขอโทรหาพี่ระกับพี่นีก่อนนะ ว่าถึงไหนแล้ว”

วันรบปลีกตัวออกไปมุมหนึ่งของโรงพยาบาล ขณะที่พุทราพามัทรีและเตือนใจเดินมาที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนมองหน้ากันอย่างเครียดๆ
“น้องมัท” เสียงธงฉานดังขึ้น
ทุกคนลุกจากเก้าอี้แล้วหันไปมองธงฉานอย่างอึ้งๆ
“พี่ธงมาแล้วจ้ะน้องมัทจ๋า”
มัทรีไม่แสดงอาการยินดีใดๆที่เห็นธงฉานกับสมภพ เตือนใจรีบหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วทำหน้าเบ้ แล้วบ่นลอยๆขึ้น
“ใครเชิญให้ตามมาเนี่ย”
พุทราได้ยินที่เตือนใจบ่นก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ บอกว่า
“สองคนนี้เป็นพวกเชิญตัวเองค่ะ”
เตือนใจมองหน้าพุทราชักสีหน้าอย่างเซ็งๆ
“คุณหมอเค้าว่ายังไงบ้าง” สมภพถาม
“คุณอาติไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย”
ธงฉานแกล้งทำท่าทางเป็นห่วงติรกาสุด ๆ แล้วเดินไปชะเง้อที่น้าประตูห้องฉุกเฉิน พลางหันมาทางมัทรี
“น้องมัทไม่ต้องห่วงนะครับ พี่ธงรู้จักคุณหมอที่นี่ พี่ธงจะเข้าไปบอกให้เค้ารักษาคุณแม่ของน้องมัทให้ดีที่สุด”
ทันใดนั้น... พยาบาลในห้องฉุกเฉินก็เปิดประตูออกมาพอดี ประตูตีเข้ากลางหน้าธงฉานอย่างจัง
“โอ๊ย”
พยาบาลตกใจ
“ขอโทษค่ะคุณ เป็นอะไรมั้ยคะ”
ธงฉานเจ็บหน้าผากมากแต่ทำฟอร์มส่ายหน้า
“สบายมากครับ”
มัทรี เตือนใจและพุทราขำธงฉานแต่พยายามเก็บอาการไว้ พยาบาลเห็นธงฉานไม่เป็นอะไรก็เดินไปหามัทรี
“ญาติช่วยช่วยกรอกประวัติคนไข้ด้วยนะคะ”
พยาบาลส่งเอกสารให้มัทรี 2 ชุด
“พุทราจัดการของคุณติรกาเองค่ะ”
พุทรารับเอกสารหนึ่งชุดจากมัทรีมากรอกทันที
“ยายมัท ตามตารบให้มากรอกประวัติคุณนนท์ก่อน” เตือนใจบอก
“ไม่เห็นต้องสนใจของผู้ชายคนนั้นเลย” สมภพว่า
“ใช่ครับ! ให้คุณหมอรักษาส่ง ๆ ไปก็ได้”
ธงฉานดึงเอกสารมาจากมือมัทรีแล้วเหวี่ยงเอกสารทิ้งไปทันที เอกสารที่หมุนลอยไปในอากาศ วันรบเดินเข้ามาในแล้วยกมือขึ้นรับเอกสารไว้อย่างหล่อสุด ๆ
“ไร้น้ำใจแบบนี้... ผู้หญิงถึงไม่เคยมอง”
เตือนใจกับพุทราพยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ
“รบกรอกประวัติของป๋าก่อนเถอะค่ะ” มัทรีบอกวันรบ
“ให้พี่นีจัดการดีกว่าครับ ใกล้จะมาถึงกันแล้ว” วันรบบอก

นลินีกับพชรวิ่งเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์โรงพยาบาลเพื่อถามหารชานนท์อย่างเป็นห่วง แต่วันรบกับมัทรีเดินเข้ามาก่อน
“วันรบ.. รชานนท์อยู่ไหน แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมเค้าถึงยิงนนท์” นลินีถามขึ้นทันที
นลินีเห็นมัทรียืนอยู่ใกล้ ๆ ก็ตรงเข้าไปหาทันที
“แม่น้องเกลียดอะไรนนท์นักหนา ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ พูดกันดี ๆ ไม่ได้เหรอ”
“มัทเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงมัทของโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ”
“ของพรรค์นี้...แค่ขอโทษได้เหรอ”
“พี่นีใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ กรอกประวัติของป๋าให้พยาบาลก่อนดีกว่า” วันรบบอก
วันรบส่งเอกสารให้นลินี นลินีรับเอกสารมาแล้วส่งให้พชรไปจัดการกรอกทันที
“จะใจเย็นได้ไงรบ ถึงขั้นจะฆ่าจะแกงกันแบบนี้”
นลินีหันกลับมาหามัทรีอีกครั้ง
“ยังไงพี่ต้องเอาเรื่องคุณแม่ของน้องมัท พี่จะแจ้งความกับตำรวจ”
มัทรีสีหน้าไม่ค่อยดี หันไปทางวันรบเป็นเชิงหาทางแก้ปัญหา

นลินีเดินนำพชรมายังบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน มัทรีเดินสีหน้าไม่ค่อยดีตามมากับวันรบ ผ่านผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้โฮ
“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ คุณต้องไม่เป็นอะไร” ว่าแล้วก็เป็นลมล้มพับไป
“ใจเย็นๆ นะคะแม่ คุณพยาบาลคะ ช่วยด้วยค่ะ”
พยาบาลที่อยู่ไม่ห่างรีบเข้ามาช่วยประคองหญิงคนที่เป็นลมออกไปพยาบาลทันที
กลุ่มของนลินีมองตามไปด้วยรู้สึกหดหู่ นลินีใจไม่ดี
มัทรียกมือไหว้ขอโทษนลินี
“พี่นีอย่าเอาเรื่องคุณแม่เลยนะคะ มัทขอโทษแทนคุณแม่ด้วย”
“ปล่อยให้เค้าเอาเรื่องคุณติรกาไปเลยมัทรี” สมภพสอดขึ้น
เตือนใจกับพุทราได้ยินที่สมภพพูดถึงกับอึ้งและเหวอกันๆไป
เตือนใจกับพุทราร้อง“อ้าว” ขึ้นพร้อมกัน
“ทางเราจะได้แจ้งความกลับ..ข้อหาบุกรุก” สมภพพูดต่อ
“จริงด้วย น้องมัทจ๋าเอาเรื่องผู้ชายคนนั้นให้ถึงที่สุดเลยนะ ข้อหาบุกรุกเข้ามาในบ้านของเรา” ธงฉานบอก
ทุกคนที่ได้ยินธงฉานพูดคำว่าบ้านของเรา ก็ชะงักแล้วหันมามองธงฉานอย่างไม่พอใจ
เตือนใจกับพุทรารีบเข้ามาสมทบกับมัทรีทันที แล้วพูดขึ้นพร้อมกันทั้งสามคน
“บ้านของใคร”
“อุ๊ย! บ้านของน้องมัทครับ”
“ก็เอาสิ จะได้เห็นกันว่าบุกรุกกับทำเกินกว่าเหตุ ความผิดใครมันร้ายแรงกว่ากัน แล้วถ้าน้องชายฉันเป็นอะไรไปนะ ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นลินีว่า
ทันใดนั้นหมอเปิดประตูห้องฉุกเฉินออกมา
“ญาติคุณนนท่านไหนคะ”
“ฉันเป็นพี่สาวค่ะ น้องชายฉันปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะหมอ”
สีหน้าของหมอหนักใจ
“ผมเสียใจด้วยนะครับ”
ทุกคนตกใจ ผงะไปตามๆกัน
“หมอ..อย่าบอกนะคะว่า”
“น้องชายของคุณเสียชีวิตแล้วครับ”
“ไม่จริง” นลินีร้องลั่น
นลินีรีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที วันรบ พชร มัทรี เตือนใจ พุทรารีบตามเข้าไป สมภพกับธงฉานยืนยิ้มพอใจ

ในห้องฉุกเฉิน ที่เตียงหลังที่หนึ่ง ร่างที่นอนถูกห่อคลุมศีรษะไว้ นลินีวิ่งเข้าไป
“ไม่จริง..นนท์ต้องไม่ตาย น้องฉันต้องไม่ตาย” นลินีร้องไห้สะอึกสะอื้น พชรพยายามเข้าจับไหล่ปลอบโยน
“ตื่นสินนท์..ตื่น”
วันรบ มัทรี เตือนใจ พุทรายืนมองนลินีด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ
เตียงหลังที่สอง ติรกาเริ่มขยับรู้สึกตัวตื่น เพราะได้ยินเสียงร้องไห้ของนลินี
“นนท์จะตายไม่ได้นะ นนท์” เสียงนลินียังคงพูดประโยคนั้นอยู่ซ้ำซาก
ติรกาอี้งที่เห็นพชร นลินีกอดร่างไร้ชีวิตที่นอนอยู่บนเตียง แต่ที่อึ้งกว่าคือเห็นมัทรี วันรบ เตือนใจ ยืนอยู่ด้วย ติรการ้องเรียก
“ยัยมัท”
มัทรีหันไปหาติรกา
“แม่.”
มัทรีหันมาหาตริกาด้วยน้ำตานองหน้า
“แกร้องไห้ทำไม” ตริกาถาม
“แม่..ป๋านนท์เขา”
ติรกามองทางเตียงหลังที่หนึ่ง แล้วว่า
“แกอย่าบอกนะว่าที่นอนอยู่นั่น”
มัทรีพยักหน้ารับ
“ป๋านนท์ตายแล้วค่ะแม่”
“ไม่จริง..แกหลอกแม่ใช่ไหม”
ตริกาเห็นมัทรีไม่ตอบจึงมองไปที่เตือนใจ
“แม่คะ”
เตือนใจเบือนหน้า
“ไม่จริง..นนท์ต้องไม่ตาย”
ติรกาลุกพรวดเข้าไปยืนอีกด้านของเตียง มองร่างบนเตียงอย่างไม่อยากเชื่อ

สมภพกับธงฉานยืนรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน
“ทำไมเราต้องเสียเวลากับเรื่องศพไอ้หน้าหล่อนั่นด้วยล่ะคุณอา”
“ฉันกำลังรอคุณติออกมาต่างหาก ส่วนแกควรแสดงน้ำใจต่อหน้าหนูมัทสักหน่อย เขาจะได้รู้สึกเหม็นหน้าแกน้อยลงมั่ง โง่ไม่บันยะบันยังจริงๆ”
“นี่ถ้าไม่เห็นแก่โรงงาน ที่ดิน กิจการน่ะผมไม่มาเสียเวลาแบบนี้หรอก รอให้อยู่ในกำมือก่อนเถอะ จะฟาด ๆๆ ให้พี่ฉานคะ พี่ฉานขาวันละสามเวลาเล้ย”
“แกถามแม่เขาเถอะว่าจะยอมหรือเปล่า”
“ผมมีอาเจ้าเสน่ห์อยู่ทั้งคน คุณติน่ะลูกไก่ในกำมืออาไม่ใช่เหรอครับ”
สมภพยิ้มรับอย่างมั่นใจมาก
ติรกาเสียงดังพลางเขย่าศพ
“คุณจะตายไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมให้คุณตาย ได้ยินไหม ฉันไม่ยอมให้คุณตาย ตื่นขึ้นมาสินนท์ ตื่น”
พุทรากระซิบคุยกับเตือนใจ
“คุณติฟั่นเฟือนหรือเปล่าคะ เดี๋ยวจะฆ่าเขา เดี๋ยวไม่อยากให้ตาย”
“ที่พูดถึงน่ะลูกฉัน”
“อุ้ย..ที่นี่ที่หนายคะเนี่ย” พุทราทำเอ๋อใส่ตัวเองทันที
เตือนใจค้อนใส่
“ฉันบอกให้ตื่นไง”
รชานนท์ค่อยๆก้าวลุกจากเตียงหลังที่สาม เข้ามายืนด้านหลังที่ทุกคนมองไม่เห็น ที่แท้... เตียงหลังแรก ผู้ตายชื่อนนทศักดิ์
“คร้าบ ผมตื่นแล้วครับ” เสียงรชานนท์ดังขึ้นที่ด้านหลัง
ทุกคนชะงักหันมองตามเสียง รชานนท์มีผ้าพันแผลที่ต้นแขนยืนยิ้มอยู่
ทุกคน “เฮ้ย” ด้วยความตกใจขึ้นพร้อมกัน
พชรกระโดดเข้ากอดวันรบด้วยความตกใจ
“ผี ผีไอ้นนท์”
รชานนท์ข้าไปจับแขนพชร
“พี่ระ”
“ไอ้นนท์ ไปที่ชอบๆ อย่ามาหลอกกันเลย”
พชรโวยวาย แต่วันรบ มัทรี ติรกาและนลินียืนอึ้งอยู่ด้วยคาดคิดไม่ถึง
“เฮ้ย พี่ระ ผมยังไม่ตาย” รชานนท์พูดขึ้น
พชรยังคงโวยวายไม่ยอมเชื่ออยู่ดี จนรชานนท์โมโหต้องลากพชรมาใกล้ที่เตียงนนทศักดิ์
“ดูซะ พี่ระ”
รชานนท์เปิดผ้าคลุมศพ แล้วจับพชรให้ก้มลงไปดูที่หน้าศพ
“ว๊าก! เมียจ๋าช่วยด้วย”
พชรเด้งตัวขึ้นมาโผจะไปกอดมัทรี วันรบรีบดึงมัทรีหลบ
“คุณระ” นลินีเรียก
“อุ๊ย เมียอยู่นี่”
พชรเข้ากอดนลินีแก้เก้อ นลินีผลักพชรให้พ้นทางแล้วเข้ากอดรชานนท์
“นนท์ยังไม่ตาย”
รชานนท์กอดตอบนลินี
“ถ้าผมตายต้องมีคนเสียใจตั้งหลายคน ผมไม่ยอมตายง่าย ๆหรอก”
รชานนท์หันมองติรกาอย่างจงใจสื่อความหมาย
“นนท์.” ติรกาเรียกรชานนท์เบาๆ
รชานนท์ยิ้ม คิดว่าติรกาจะซึ้งใส
“กระแต”
นลินีกับพชรได้ยินชื่อกระแตก็หันไปจ้องมองติรกาด้วยความตกใจ ติรกาค่อยๆ ก้าวเข้าไปหารชานนท์เหมือนเคลิ้มๆ รชานนท์คลายมือจากนลินีก้าวเข้าหาติรกาเหมือนกัน
“ผมดีใจที่คุณไม่อยากให้ผมตาย”
ติรกายิ้ม
“ฉันไม่อยากให้คุณตายด้วยลูกปืน...เพราะคุณต้องตายด้วยมือฉัน”
ติรกาพุ่งเข้าบีบคอรชานนท์
“จอมโกหก โกหกว่าตายใช่ไหม งั้นก็ตายซะเถอะ”
รชานนท์ตาเหลือก นลินี วันรบ พชร มัทรี เตือนใจ และพุทรารีบเข้าช่วยกันแยกติรกาออกมา แต่ติรกาแรงโมโหเยอะกว่าไม่ยอมปล่อยรชานนท์
“ปล่อยน้องฉันนะ”
“อย่าทำป๋าค่ะแม่”
“พี่ระช่วยแกะหน่อยเร็ว” วันรบบอก
“โอ้ย! ทำไมมือเหนียวอย่างนี้วะ ปล่อยสิคุณ” พชรบอก

พยาบาลและหมอที่อยู่ใกล้ๆ พยายามเข้ามาช่วย จนภายในห้องฉุกเฉินโกลาหลกันไปหมด







Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 1:36:29 น.
Counter : 106 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 1 (ต่อ)




เช้าวันใหม่ภายในห้องทำงานของติรกา พุทรากำลังวุ่นวายกับการรื้อตู้เก็บของเพื่อหาเอกสารที่ติรกาต้องการ เสียงนาฬิกาจับเวลาดังตลอดเวลา

“เอกสารสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ อยู่ไหนว้า” พุทราบ่นพลางค้นหาอย่างร้อนรน
บนมือของติรกามีนาฬิกาจับเวลาที่กำลังนับถอยหลังจะหมดเวลา
“เจ็ด...หก..ห้า..สี่” ติรกาเริ่มนับ
พุทรายิ่งร้อนรน รีบค้นหาอย่างหน้าตาตื่น
“ใกล้แล้วค่ะ ใกล้แล้ว”
“สาม..สอง..หมดเวลา” ติรกากดหยุดนาฬิกาจับเวลา
พุทราเป่านกหวีดปรี๊ด!แล้วบอก
“เจอแล้วค่ะ”
พุทราส่งเอกสารให้ ติรการับมาแล้วมองหน้าพุทรา
“ช้าไปหนึ่งวินาที ตัดสองร้อย”
พุทราตาโต เป่านกหวีดปรี๊ดๆๆ
“ขอค้านค่ะ พุทราหาเจอทันเวลา”
ติรกาพูดหน้านิ่ง
“ช้าไปหนึ่งวินาที”
พุทราโอดครวญทันที
“คุณติคะ เดือนนี้พุทราโดนไปเกือบพันแล้วนะคะ”
“สามพันต่างหาก เงินเดือนหมื่นแปด บวกโอทีสองพัน แต่เธอทำงานช้า พลาด จากนี้จนถึงสิ้นเดือนก็คงจะพลาดอีกสัก สามพันสิ้นเดือนนี้ก็คงจะเหลือหมื่นสี่ หักภาษีห้าเปอร์เซ็นต์ ก็เหลือหนึ่งหมื่นสามพันสามร้อยบาทถ้วน”
พุทราเป่านกหวีดถี่ยิบประท้วงด้วยความตกใจ ติรกายกมือขึ้นชี้เตือน
“สองร้อย! และถ้ายังไม่หยุดเป่าจะโดนอีกปรี๊ดละร้อย”
พุทราหน้าจ๋อยลงทันที แต่ไม่วายลืมตัวตอบรับด้วยนกหวีด ปรี๊ด!!
“อีกหนึ่งร้อย จัดการเก็บเอกสารที่เธอรื้อออกมาให้เรียบร้อย”
พุทราจะรับคำด้วยการเป่านกหวีดอีกตามความเคยชิน ติรกาชี้ ส่งสายตาเตือน พุทรารีบเอานกหวีดออกจากปาก แล้วหันไปเก็บเอกสาร พุทราชะงักเมื่อเห็นอัลบั้มรูปเก่าๆ ที่กองอยู่บนพื้น พุทราเผลอหยิบขึ้นมาเปิดดูอย่างไม่ตั้งใจ
"ว้าว ... อัลบั้มรูปงานแต่งของคุณติรกานี่คะ"
“แล้วไง" ติรกาถามเสียงเฉย ไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ
"คุณติรกาใส่ชุดไทยสวยมากค่ะ แต่หน้าเจ้าสาวเศร้าไปหน่อยนะคะ"
พุทราโชว์รูปคู่ของติรกากับเจ้าบ่าวขณะรอรดน้ำสังข์ให้ติรกาดู ติรกามองรูปนั้น ราวกับตกอยู่ในภวังค์ เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง

บรรยากาศงานแต่งงานแบบไทย ๆ เรียบง่ายจัดขึ้นภายในบ้าน มีแขกเหรื่อมาร่วมงานพอสมควร พ่อแม่ของหมอนพ รดน้ำสังข์และอวยพรให้ติรกากับหมอนพผู้เป็นเจ้าบ่าว
"ขอให้ลูกทั้งสองครองรักกันตลอดไป" พ่อหมอนพกล่าวอวยพร
"ขอบคุณครับพ่อ"
หมอนพก้มกราบขอบคุณด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสุดๆแสนจะชื่นมื่น ติรกาก้มกราบพ่อแม่สามี แอบสะอื้นน้ำตาคลอ เหมือนชอกช้ำจำใจต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก และแค้นรชานนท์ที่ทอดทิ้งเธอกับลูกในท้อง หมอนพเอื้อมมือมากุมติรกา ยิ้มด้วยความเข้าใจและให้กำลังใจ
"ผมอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะ... ติรกา"
ติรกามองตอบหมอนพด้วยสายตาเศร้าและรู้สึกผิด
ติรกาหลบมาร้องไห้อยู่มุมหนึ่งซึ่งลับสายตาแขกในงาน เพราะไม่สามารถฝืนความรู้สึกอัดอั้นไว้ได้อีกต่อไป
"ทำไมต้องเป็นแบบนี้...ทำไม"
เตือนใจ เดินเข้ามาเห็นพอดี จึงปลอบใจลูกสาวด้วยการร้องเพลงและวางท่วงท่าลีลาศเต้นไปรอบ ๆ โจ๊ะ ๆ
"สุขกันเถอะเรา เศร้าไปทำไม อย่ามัวอาลัย คิดร้อนใจไปเปล่า...เกิดมาเป็นคน อดทนเถอะเรา อย่ามัวซมเซา ทุกคนเราทนมัน"
ขณะเตือนใจร้องเพลง เตือนใจจ้องติรกาตลอดเวลา เตือนใจต้องการทำทุกอย่างให้ติรกาลุกจากความทุกข์ ทำใจกับเรื่องราวต่างๆให้ได้ เตือนใจหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าจะเข้าไปซับน้ำตาให้ลูก ติรกาดึงผ้าเช็ดหน้าไปจากมือแม่ ด้วยความไม่พอใจ
"ไม่ใช่เวลาตลกนะแม่"
“มันก็ไม่ใช่เวลาร้องไห้ในงานมงคลเหมือนกัน"
"หนูสงสารพี่หมอ หนูไม่สมควรแต่งงานกับเค้า"
เตือนใจ พูดเสียงจริงจัง
“อดีตมันจบไปแล้ว วันนี้มีชีวิตใหม่อยู่ในตัวลูก ทำให้ดีที่สุดเพื่อเค้าสิ"
เตือนใจพูดพลางชำเลืองสายตาไปที่ท้องติรกา ติรกาได้แต่ลูบท้องตัวเอง เศร้า และเจ็บปวดใจมาก

ติรกาปาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาขณะมองรูปในงานแต่งงานของตัวเองโดยไม่รู้ตัว พุทราร้องไห้กระซิก ๆ และสั่งน้ำมูกใส่ผ้าเช็ดหน้าดังปื้ด
“แง๊!!” พุทราแหกปากร้องลั่น
ติรกาหันขวับไปถาม
“ร้องไห้ทำไม"
"เห็นคุณติร้อง พุทราก็อดร้องด้วยไม่ได้"
"รู้เหรอว่าเรื่องอะไร"
"ดราม่าไว้ก่อน แม่สอนไว้ค่ะ"
พุทราสั่งน้ำมูกอีกหลายปื้ดใหญ่ จนติรกาเอือมระอา
“อะไรดลใจนะ”
“ดลใจให้คุณติแต่งงานเหรอคะ”
“ดลใจให้รับเธอเข้าทำงานต่างหาก ปวดหัว!”
ทันใดนั้น เสียงสตาร์ทรถตามด้วยเสียงปัง! ดังขึ้นพอดี ติรกากับพุทราตกใจและรีบวิ่งออกไปทันที

บริเวณหน้าบ้านติรกา เตือนใจพยายามขับรถเต่าคันเก่ามากออกไปหน้าประตูบ้าน แต่รถกลับกระตุกอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงปังๆๆ ราวกับรถจะพัง เตือนใจยังเหยียบคันเร่งจะตรงไปที่ประตู แต่พอรถกระตุก เตือนใจก็ตกใจหักพวงมาลัย ทั้งที่ยังเหยียบคันเร่ง รถเต่าคันแก่กำลังจะพุ่งเข้าหาเสาประตูรั้ว
ติรกากับพุทราออกมาเห็นพอดี พุทราคว้านกหวีดขึ้นเป่าหวังให้หยุด เสียงดังปิ๊ด ปิ๊ด ปรี๊ดด!!
ติรกาตกใจตะโกน
“เหยียบเบรก แม่! เบรก!”
เตือนใจเหยียบเบรกสุดตัว รถเบรกเอี๊ยดหยุดห่างจากเสาประตูรั้วไม่เกินสองนิ้ว ติรกากับพุทรารีบวิ่งไปหาเตือนใจทันที ติรกาพยายามเปิดประตูรถ แต่ติดล็อค
“แม่ เป็นอะไรหรือเปล่า แม่!”
เตือนใจ เปิดประตูลงมาท่าทางยังตกใจแต่ยังยิ้มร้องเพลงซะอย่างนั้น
“ไม่เป็นไร..บอกเลยไม่เป็นไร”
ติรกาจ้องเตือนใจเขม็ง
“ติไม่ขำด้วยนะคะแม่”
เตือนใจถึงกับหน้าจ๋อยทันที
“คือ..แม่ว่าจะไปตลาดจะไปซื้อขิงมาทำน้ำขิงให้ติน่ะ”
“ก็ให้คนขับรถพาไปสิคะ ทำไมแม่ต้องขับไอ้เศษเหล็กนี่ออกไปเอง”
“แม่ยังแข็งแรงอยู่นะติ”
เผื่อคุณท่านจะลืม ล่าสุดความดันร้อยแปดสิบ เบาหวานน้ำตาลขึ้นเกือบสองร้อยนะคะ”
พุทราเตือนติดตลก
“แม่พุทรา!”
เตือนใจทำตาเขียวใส่พุทราที่สะดุ้งหลบหลังติรกา
“แม่อายุเยอะแล้วนะคะ เกิดเป็นลมไปไม่มีใครช่วยทันจะทำยังไง” ติรกาบอก
“แม่อยากทำน้ำขิงให้แก”
“ขิงมันยังไม่สูญพันธุ์หรอกค่ะแม่ จะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แม่น่ะมีคนเดียวในโลก ติหาไม่ได้อีกแล้วนะคะ แม่คิดถึงใจติบ้างไหม ว่าติจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีแม่”
“ติ..แม่ขอโทษ”
“พุทรา..เอาไอ้เศษเหล็กนี่ไปขายซะ”
“ไม่นะติ..นี่มันรถที่แม่เก็บเงินซื้อเองคันแรกในชีวิตแม่นะ”
“แต่ถ้าเอามันไว้แม่ก็ต้องแอบขับอีกอยู่ดี”
ติรกาพูดยังไม่ทันจบ เห็นเตือนใจหน้าเศร้าก็ใจอ่อนบอก
“ก็ได้ค่ะ แม่อยากจะขับอยากจะทำอะไรเองก็ได้ แต่ถ้าแม่จะขับต้องมีคนไปด้วยตลอด ติถึงจะยอม ตกลงไหมคะ”
“ยอม..ฉันยอมเจ็บปวด ยอม..ร้าวรวดอุรา” เตือนใจฮัมเพลงอีก
“แม่คะ ติ..”
เตือนใจรู้ทันชิงบอก
“ติไม่ขำ....ก็ได้ ๆ แม่จะไม่ไปไหนมาไหนคนเดียว พอใจหรือยังจ๊ะลูกสาวบังเกิดเกล้า”
ติรกาเห็นเตือนใจเริ่มงอนจึงยิ้มเข้ากอด
“แม่ติน่ารักที่สุดในโลกเลย”
“แต่ติเป็นลูกสาวเผด็จการที่สุดในโลกเลย”
“เพื่อแม่...ติยอม”
“ยอมแม่ได้ ยอมหลานบ้างดีไหม”
“เพื่อลูกนี่ล่ะคะ ติถึงไม่ยอม”
เตือนใจกับพุทรามองติรกาด้วยความหนักใจว่า ศึกระหว่างแม่ลูกคู่นี้คงไม่สงบลงง่าย ๆ เป็นแน่

รชานนท์ลุกขึ้นโวยใส่วันรบในห้องทำงาน
“ไม่ๆๆ ฉันไม่ยอมตกไหน้ำปลาปีศาจแน่ ๆ” รชานนท์บอก
“ป๋าก็เห็นตัวจริงว่าที่แม่ยายผมแล้วป๋าจะตะลึง” วันรบบอก
“เหี่ยวจนตะลึง ย้วย หย่อน ยาน บรื๋อออ ฉันไม่ยอมไปจีบแม่ยายแกเด็ดขาด เกิดจับแล้วเนื้อหลุดติดมือมา โอ้ย ไม่เอา ไม่เอา!”
“ป๋า เราเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันนะ ป๋าต้องช่วยน้องสิ”
“งั้นฉันเจี๋ยนแกทิ้งจากชีวิตฉันตั้งแต่ตอนนี้เลย”
“ป๋า...”
“หยุดเลย ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน” รชานนท์พูดโวยตัดบท
จังหวะนั้น เสียงพชรดังเข้ามาพอดี
“เฮฮาอะไรกัน เสียงดังไปทั้งบริษัทเลยวะ”
พชรเดินจิบกาแฟเข้ามาพร้อมกับกาแฟอีกแก้ววางตรงหน้ารชานนท์
“ไอ้รบมันกวนใจผมน่ะพี่ระ แล้วแม่บ้านไปไหน ทำไมพี่ระต้องบริการผมเองขนาดนี้” รชานนท์มองแก้วกาแฟที่พชรยื่นให้
“ล้างส้วมอยู่ แต่ถ้าอยากกินฝีมือแม่บ้านพี่จะไปตามให้”
“งั้นก็ไม่ต้องหรอกครับพี่ ผมยอมกินกาแฟของพี่ระดีกว่า”
รชานนท์ยกกาแฟขึ้นดื่ม วันรบสบตากับพชร พชรยิ้ม วันรบมองสงสัยว่ายิ้มอะไร รชานนท์ดิ่มกาแฟจนหมดแก้ว
“พี่ระ ผมออกแบบโปรเจ็คท์ของคุณ...เอ๊ะ!”
รชานนท์จะลุกขึ้นแต่แค่ก้าวเดียวก็มึนเห็นบรรยากาศรอบๆเบลอไปหมด รชานนท์ทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ตัวเดิมหลับผลอยไปเลย
“ป๋า” วันรบร้องเรียก
พชรมองนาฬิกาแล้วพูดขึ้น
“หลับตามเวลาเป๊ะ”
“พี่ระ..ทำไม”
พชรยิ้มใส่วันรบ
“ตอนนี้ถึงมันไม่อยากไปมันก็ปฏิเสธไม่ได้แล้ว”
วันรบยิ้มเข้าใจทันที
“ขอบคุณมากครับพี่ระ”
จับคู่เสร็จแล้วแกก็เลิกบ้า รีบกลับมาจัดการโปรเจ็กท์คุณแก้วให้เรียบร้อยด้วย ก่อนฉันจะเจ๊ง” พชรบอก
“นึกว่าทำเพื่อน้องที่แท้ก็ห่วงงาน” วันรบบอก
พชรเหล่วันรบแล้วเขย่ารชานนท์
“ไอ้นนท์ ตื่น”
อย่าครับพี่ รบมันปากเสีย รบผิดไปแล้ว อย่าปลุกป๋านะพี่ระ” วันรบบอก
วันรบรีบเข้าไปประคองรชานนท์ก่อนที่พชรจะเปลี่ยนใจ
“ไอ้รบ..เพื่อความปลอดภัย”
พชรยิ้มเจ้าเล่ห์ ชูเชือกขึ้นตรงหน้า วันรบยิ้มรับอย่างเข้าใจ

มัทรีคุยโทรศัพท์กับวันรบผ่านสมอล์ทอล์ค ขณะที่กำลังจะขับรถแล่นเข้ามาบนถนนที่จะเข้าบ้าน
"มัทใกล้ถึงแล้วค่ะ รบแน่ใจหรือว่าจะพาป๋านนท์มาเจอมัทกับแม่ที่นี่"
"แน่ยิ่งกว่าแช่ไวน์ในไหน้ำปลาของว่าที่แม่ยายอีกครับ"
วันรบขับรถอีกคันหนึ่ง โดยมีรชานนท์นอนหลับอยู่
“อีกสักห้านาทีผมก็ถึงหน้าบ้านแล้วจ๊ะ”
รชานนท์เริ่มขยับรู้สึกตัว แต่เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นป้ายบนทางหลวง “ขอต้อนรับสู่จังหวัดราชบุร” ครั้นรชานนท์จะขยับตัวกลับพบว่า ตัวเองถูกมัดเอามือไพล่หลัง ทั้งถูกมัดปากอยู่ด้วย รชานนท์หันไปทางคนขับเห็นว่า วันรบกำลังขับรถ รชานนท์ดิ้นขยับ
“ตื่นแล้วเหรอป๋า แป๊บเดียวก็จะได้เจอเนื้อคู่แล้ว...รับรองป๋าเห็นแม่ยายผมแล้วจะต้องจู้ฮุกกรู้!”
รชานนท์ยิ่งดิ้นขลุกขลักจะยกเท้ามายันวันรบ วันรบต้องจับรชานนท์ไปด้วย มือก็ขับรถไปด้วย วุ่นวายมากเพราะรชานนท์ดิ้นไม่หยุด มัทรีที่ยังไม่ได้วางสายไป ฟังเสียงที่ลอดผ่านเข้ามาทางสายอย่างสงสัย
“รบคะ”
วันรบตวาดราชนนท์
"อยู่เฉย ๆ"
“มัทยังไม่ได้ขยับตัวเลยค่ะ" มัทรีพูดอย่างงงๆ
"เอ่อ ผมไม่ได้หมายถึงมัท" วันรบบอกมัทรีและตวาดรชานนท์อีก
"อย่าดิ้น!”
"อะไรกันคะรบ มัทงงไปหมดแล้ว"
"เอาเป็นว่า อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันครับทูนหัว" วันรบด่วนสรุปและวางสายไปดื้อๆ
"เดี๋ยวสิคะรบ"
มัทรีขับรถมาจอดหน้าบ้าน และเริ่มวิตกกังวล

-รชานนท์ยังคงดิ้นและพยายามจะพูดผ่านผ้ามัดปาก
“อ่อย...ไอ้อ๊บ” รชานนท์ดิ้นรุนแรงหนักขึ้น
วันรบจำใจดึงผ้าที่ปิดปากรชานนท์ลง ยังไม่ทันถามอะไร รชานนท์ก็โวยวายทันที
"ไอ้น้องตัวแสบ แกมัดมือชกฉันเลยเหรอวะ”
“เอาน่า เดี๋ยวจะพาไปดูนมสาวดีมะ”
"ไม่เอา! ฉันไม่อยากดูนมสาวเหลือน้อยของว่าที่แม่ยายแก"
รชานนท์ดิ้นรนขัดขืน ทั้งศอก ทั้งเตะประตูรถ จนวันรบเริ่มไม่มีสมาธิขับรถ
"อยู่นิ่ง ๆ สิป๋า"
"ฉัน - จะ - กลับ - บ้าน" รชานนท์ย้ำ
รชานนท์เตะประตูรถตึงๆๆ สุดป่วนจนวันรบตัดสินใจหักพวงมาลัยเข้าไปจอดรถข้างทาง เบรคจนหัวทิ่มไปทั้งคู่
"หยุดนะ! ไม่งั้นผมเอานมอัดหน้าพี่แน่”
"นมเหี่ยวๆ แม่ยายแกฉันไม่กลัวหรอกเว้ย”
“ผมหมายถึงนมนี่ต่างหาก”
วันรบคว้าแกลลอนใส่นมสดขึ้นมาขู่รชานนท์ รชานนท์ชะงัก ตาเหลือกไปทันที
"อย่าเล่นบ้า ๆ นะไอ้รบ แกก็รู้ว่าฉันแพ้นมวัว ถึงตายนะเว้ย”
"ถ้าป๋าไม่นิ่ง ผมเอาจริงแน่"
รชานนท์เริ่มหวาดหวั่น เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของวันรบ

ภายในบ้าน มัทรีลงนั่งโซฟาโดยมีเตือนใจนั่งอยู่ด้วย เตือนใจหันไปสั่งเด็กรับใช้
“จัน...เอาช็อกโกแลตเย็นมาให้คุณมัทเร็วยายมัท ทำไมกลับมาบ้านไม่โทรบอกยายก่อน”
เด็กรับใช้วิ่งเอาช็อคโกแลตเย็นมาวางให้
มัทรีหยิบมาดื่ม
“วันนี้อารมณ์แม่เป็นไงบ้างจ๊ะยาย"
"ก็จุกจิกตามประสาเค้านั่นแหละ"
มัทรีถอนหายใจเฮือก เริ่มวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"มีอะไรหรือยายมัท ท่าทางล่อกแล่กชอบกล"
มัทรีเริ่มคันตามเนื้อตัว เกาทั้งคอ ทั้งแขน
“ก็... ทำไมมันคันนะ”
เตือนใจมองมัทรีที่เริ่มมีผื่นแดงแล้วตกใจ เตือนใจตะโกนเรียกเด็กรับใช้
“จัน! ยัยจัน”
จันวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน
“ขา คุณท่าน”
“ช็อคโกแลตนี่แกใส่นมหรือเปล่า”
“ใส่สิคะ ก็..” จันบอก
“นังบ้า คุณมัทเขาแพ้นม”
“ตายแล้ว จันลืมค่ะ”
มัทรียิ่งเกาคัน
“ยาแก้แพ้ล่ะยัยมัท ยาอยู่ไหน”
“ในกระเป๋าค่ะ”
เตือนใจโวยคนรับใช้ด้วยความห่วงหลาน
“ไปเอาน้ำมาให้คุณมัทเร็วสิ!”
จันลนลานวิ่งออกไป เตือนใจหยิบกระเป๋ามาให้มัทรีหยิบยา

วันรบเอาขวดพลาสติกใส่ใหญ่ ตัดกลางเป็นแก้วใส่นมไว้เกือบเต็ม แล้วเจาะรูห้อยเชือกโยงมาจากที่จับด้านบนข้างในประตูรถ ปากแก้วมีเชือกมัดเป็นห่วงคล้องไว้แล้วโยงมาที่ตัวของรชานนท์ รชานนท์มองแก้วนมที่ห้อยอยู่อย่างสยอง ๆ วันรบจะออกไป
"แกจะทิ้งฉันไว้อย่างนี้น่ะเหรอไอ้รบ"
"รอแป๊บเดียว เดี๋ยวผมมารับ"
"แก้มัดฉันก่อนสิวะ"
“ผมไม่ปล่อยให้ว่าที่พ่อตาผมลอยนวลหรอกป๋า..เลิกหวังได้เลย”
"โธ่... ไอ้" รชานนท์ทำท่าจะลุก
“อ๊ะ ๆ ถ้าป๋าขยับ มันเทโครมลงมา ผมไม่รู้ด้วยนะ เนี่ยนมจากเต้านมโคสดแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์” วันรบขู่
รชานนท์ถึงกับชะงัก แค้นวันรบเต็มที่
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ตัวแสบ"
"ฝากได้ แต่ไม่ให้เอาคืน เตรียมเป็นพ่อตาผมได้เลย..ป๋า..ฮ่ๆๆ”
วันรบหัวเราะเยาะเย้ย แล้วรีบผละไป
"เดี๋ยวไอ้รบ กลับมาก่อน ! โธ่เว้ย!” รชานนท์ร้องตาม
รชานนท์หัวเสีย ขณะกวาดสายตามองรอบตัวอย่างไม่ยอมแพ้
"ฉันยอมตาย แต่ไม่ยอมเอาแม่ยายแกเป็นเมียแน่"
รชานนท์พยายามจะแก้มัดข้อมือตัวเองอย่างระมัดระวังที่สุดแต่ก็เผลอกระชากสุดแรง จนเชือกที่คล้องปากแก้วนมเอียงแล้วเทลงหน้ารชานนท์
“เฮ้ยๆๆ” รชานนท์ร้องขึ้น
รชานนท์กัดกรามแน่นด้วยความแค้น
“ไอ้รบ! แกเละแน่!”

ติรกาโยนดินเหลวลงกับพื้นของโรงงานโอ่งติรกาด้วยความโมโห พุทรายืนอยู่ข้าง ๆ
"ผสมดินเละเป็นโจ๊กแบบนี้ โอ่งแม่เตือนก็ไม่ได้มาตรฐาน เอาดินชุดนี้ไปเข้าเครื่องนวดผสมใหม่ทั้งหมด"
พุทราเป่านกหวีดชี้สั่งการ คนงานสองคน กุลีกุจอทำตามคำสั่งทันที
ติรกาหันไปมองบรรยากาศภายในโรงงานโอ่งที่กว้างขวางและใหญ่โต แบ่งเป็นโซนใหญ่ในการทำงานปั้นโอ่ง ที่เก็บและพักดินสำหรับการปั้น แผนกลงสี และแผนกเตาเผางาน ก่อนย้ำคนงานทุกคน
"ขอให้ทุกคนรักษาคุณภาพงานทุกชิ้นให้ดีที่สุด โอ่งของเราจะต้องแข็งแรง ทนทานใช้ได้นานหลายชั่วอายุคน ภายใต้คอนเซ็ปท์...”
"โอ่งแม่เตือน...กว้างไกล เก็บน้ำ..ทั่วโลก" พุทราต่อประโยคของติรกาด้วยเสียงดังฟังชัด
พุทราเป่านกหวีดรับกและนำตบมือ คนงานต่างปรบมือภาคภูมิใจในสโลแกนของโอ่งแม่เตือน

รชานนท์เดินหลงเข้ามาในโรงงานโอ่ง ใบหน้ารชานนท์เต็มไปด้วยผื่นแดง และเกายุกยิกด้วยความคัน
"ฮึ่ม... ไอ้น้องบังเกิดเกล้าตัวแสบ แค้นนี้ต้องเอาคืน"
รชานนท์สังเกตเห็นโอ่งขนาดน้อยใหญ่หลากหลายรูปแบบ รู้สึกชื่นชม และเดินดูเพลินไปเรื่อย ๆ

ติรกาปรี่เข้าไปบ่นคนงานปั้นโอ่งขนาดเล็กบนแป้นหมุน ตรงโซนปั้นทันที
"กดดินบนแป้นให้บานออก หนาประมาณข้อนิ้วก็พอ ประคองดินด้านข้างให้ขึ้นสูงอีกหน่อย แล้วค่อยแต่งให้เรียบ"
คนงานคนหนึ่งปั้นโอ่งอย่างเงอะงะเหมือนยังไม่คล่อง ติรกาจึงแทรกตัวเข้าไปปั้นดินบนแป้นหมุนให้ดู ด้วยความคล่องแคล่ว ชำนาญมาก
"กดดินเส้นให้บรรจบกับผนังโอ่งแบบนี้ เห็นมั้ย... แล้วค่อย ๆ รีดด้วยสันมือ กับผ้าชุบน้ำ"
พุทราเห็นแล้วทึ่งในตัวติรกาทันที
“คุณติรกาเก่งสมเป็นเจ้าแม่วงการโอ่งไทยจริง ๆ"
คนงานพยายามปั้นตาม แต่ไม่สำเร็จ สายตาของติรกาเริ่มฉุนเฉียวขึ้น พุทรารู้สึกได้ถึงสายตาอำมหิตของเจ้านาย รีบหันไปเป่านกหวีดเรียกคนงานอย่างรู้งานทันที
“เธอเป็นคนงานใหม่ใช่มั้ย ไปฝึกปั้นดินอีกรอบดีกว่า ตามฉันมาทางนี้"
พุทรากวักมือกระซิบบอกคนงานคนอื่นด้วย พุทราขยิบตาส่งสัญญาณอันตราย คนงานคนอื่นๆ รีบเลี่ยงตามพุทราไปทันที ติรกาพยายามสงบอารมณ์สักพัก แล้วค่อยๆนั่งลงบรรจงปั้นโอ่งบนแป้นหมุนอย่างมีสมาธิ รชานนท์เดินเข้ามาในบริเวณด้านข้างติรกา ทันทีที่เห็นหน้าติรกาได้อย่างชัดเจนถึงกับอึ้งไปในทันที
“พุทราเอาฟองน้ำเปียกมาสิ"
ติรกาออกปากสั่งโดยไม่หันมามอง คิดว่ารชานนท์คือพุทรา รชานนท์เดินเข้าไปหยิบฟองน้ำเปียกส่งให้ติรกา เหมือนคนเพ้อ ๆ ที่ตกอยู่ในภวังค์ที่ได้เห็นหน้าคนรักเก่าอีกครั้งอย่างไม่คาดคิด อารมณ์ของรชานนท์ตอนนี้เหมือนกับคนที่เพิ่งจะเจอรักแรกพบ ติรการับฟองน้ำไปรีดดินปั้น โดยไม่หันไปใส่ใจรชานนท์

วันรบรีบเข้ามาบอกมัทรีและเตือนใจที่หน้าโรงงานด้วยความแปลกใจ
"ป๋านนท์ไม่ได้อยู่ที่รถ หรือจะหนีกลับไปแล้ว"
"ก็ดีค่ะ จะได้ไม่มีปัญหา"
"โธ่มัท ผมอุตส่าห์หลอกล่อป๋ามาถึงราชบุรี ถ้าปล่อยให้กลับไปง่าย ๆ ก็ผิดแผนหมดสิ"
"แผนจีบว่าที่แม่ยายให้พี่ชายคนละฝาของคุณ อาจทำให้แม่ฉันสติแตกมากกว่าเดิมนะคะ...รบ"
“แต่ผมเชื่อมั่นนะ...สายตาปิ๊งรักของป๋านนท์ ต้องหักเหลี่ยมแม่ยายผมได้”
"ท่าทางป๋านนท์คงจะมีอะไรดีบ้างล่ะ พ่อรบถึงได้สนับสนุนเต็มที่ขนาดนี้" เตือนใจบอก
"มีดี...สมสโลแกน รักนิรันดร์ฟันแล้วทิ้ง!”
เตือนใจกับมัทรีหันขวับมามองวันรบ วันรบสะดุ้งรู้ว่าตัวเองหลุดไปจึงรีบแก้ตัว
“แหะๆๆ ไม่ใช่ ผมพูดผิด รักนิรันดร์ ฟันเรียงกันสวย" วันรบยิ้มกว้างโชว์ฟัน
มัทรีค้อนตามองวันรบ รู้ทัน แต่ไม่อยากชวนทะเลาะ
“ป๋านนท์คนนี้ชื่อเต็ม ๆ ชื่ออะไรนะ” เตือนใจถาม
“รชานนท์ครับ”
“รชานนท์...ชื่อคุ้นๆ นะ”
พุทราเดินผ่านมา หันรีหันขวางเหมือนมองหาใครบางคน
"มองหาใครหรือแม่พุทราเชื่อม" เตือนใจถาม
"มีคนงานเห็นผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาในโรงงานเราค่ะ แต่ไม่รู้หายไปไหนแล้ว" พุทราบอก
มัทรีกับวันรบหันขวับมองกัน และพูดพร้อมกัน
"ป๋านนท์ ”
พุทรายืนด้วยอาการงง อย่างไม่เข้าใจ

รชานนท์ยังคงเฝ้ามองติรกานั่งปั้นโอ่ง ด้วยใบหน้าเปี่ยมความสุข รชานนท์มองติรกาใช้เหล็กแหลม กรีดลวดลายบนผนังโอ่ง อย่างอ่อนช้อย งดงาม จนยิ้มเพ้อและเริ่มจินตนาการกับภาพที่เห็นตรงหน้า
...ติรกานั่งปั้นโอ่งอยู่เริ่มรู้สึกว่ามีคนมานั่งซ้อน ติรกาหันมายิ้มให้รชานนท์ รชานนท์เลื่อนมือไปตามแขนติรกาช่วยกันปั้นโอ่ง นัวเนียสอดนิ้วกันสุดชีวิต...
รชานนท์กำลังยืนยิ้มเคลิ้มคนเดียว

"ลายบนหน้าใช้เหล็กกรีดไม่ได้ ต้องใช้หวีหัก" ติรกาพึมพำกับตัวเอง
ติรกาหันมาบอกพุทราเพื่อขออุปกรณ์ แต่กลับเจอรชานนท์ ติรกาตะลึง เธอตกใจจนหยุดแป้นหมุนกะทันหัน ทำให้โอ่งปั้นกลิ้งตกลงพื้น ดังตุ้บ !
ติรกาลุกขึ้นมามองอย่างอึ้งคิดไม่ถึง
“คุณ...”
"สวัสดีครับ...”
“คุณ..” ติรกาเหมือนเคลิ้มในความหล่อของรชานนท์
สองคนต่างเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ติรกาวิ่งเข้าไปหารชานนท์ รชานนท์อ้าแขนเตรียมกอด ติรกาโผเข้าเหวี่ยงหมัดชกเข้าหน้ารชานนท์ผัวะ! รชานนท์ผงะไปและรีบตั้งสติแล้วพูดออกไป
“กระแต คุณจำผมไม่ได้เหรอ”
“ผู้ชายสารเลวอย่างคุณ ฉันจำไม่มีวันลืม”
รชานนท์แสดงความดีใจเข้าไปจับมือ “กระแต”
ติรกาสะบัดมือแล้วเดินหนีไป

“กระแต เดี๋ยวสิครับ กระแต!”
รชานนท์วิ่งตามติรกาออกมาเจอวันรบ มัทรี พุทรา และเตือนใจเข้าพอดี

"ป๋าไปไหนมา ผมตามหาตั้งนาน" วันรบถาม
รชานนท์หันไปไหว้เตือนใจ พร้อมกับยิ้มให้มัทรี แล้วหันขวับมาถามวันรบอย่างร้อนรน
"เห็นกระแตมั้ย"
"กระแตไหน?” วันรบถามอย่างงงๆ
"เอากระรอกแทนได้มั้ย สวนแถวนี้มีเยอะ" เตือนใจบอก
"ผมหมายถึงกระแตจริง ๆ ครับ"
ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นนัดหนึ่ง วันรบ มัทรี รชานนท์ เตือนใจ พุทราต่างผวาด้วยความตกใจ
"ว้าย... เกิดอะไรขึ้นคะ" มัทรีร้องขึ้น
"ใครจุดประทัดเช็งเม้งรึเปล่า" พุทราถาม
เตือนใจพูดประชดทันที
"พลุลอยกระทงมั้ง"
ขณะที่ทุกคนมองกันเลิ่กลั่กเพื่อหาที่มาของเสียงปืน ติรกาก็ก้าวออกมาพร้อมปืนยาวในมือ
"ตายเสียเถอะ ไอ้สารเลว!”
ทุกคนหันมองมามองหน้ากัน เพราะไม่รู้ว่า คนที่ติรกาด่าเป็นใครกันแน่ ติรกาจ่อปืนเล็งไปที่รชานนท์ เตรียมเหนี่ยวไก
"เฮ้ย...!!” รชานนท์ร้องขึ้น
มัทรีตกใจ
"อย่าค่ะแม่!”
ช้าไปแล้ว ติรกายิงปืนเปรี้ยง! รชานนท์กระโดดหนีไปหาวันรบ ติรกายิงอีกเปรี้ยง! วันรบโผล้มไปอีกทาง รชานนท์ตามมาทับ
“โอ้ย ป๋าโดดตามมาทำไมเนี่ย แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน”
“แกทำฉันซวยแล้วไอ้รบ พาฉันมาโดนยิงด้วย”
เปรี้ยง! เสียงปืนดังขึ้นอีก วันรบกับรชานนท์กระโดดแยกกันออกไป ติรกายกเล็งไปทางรชานนท์ วันรบมองตาม
“แม่เขาจะยิงป๋าไม่ใช่ผม!”
เปรี้ยง! รชานนท์เห็นว่าตัวเองเป็นเป้าแน่ก็ออกวิ่งทันที
“ไอ้รบ จับตัวมันไว้!” ติรกาสั่ง
วันรบบ้าจี้วิ่งตาม รีบตะครุบตัวรชานนท์ทันควัน
"ไอ้รบปล่อย!” รชานนท์บอก
วันรบปล่อยตามคำสั่งรชานนท์
"ฉันบอกให้จับ"
"ป๋าบอกให้ปล่อย"
"จับมัน!” ติรกายืนยัน
"ปล่อยฉัน!” รชานนท์บอก
วันรบหมดความอดทนและเริ่มโวย
"โว้ย... จะเอายังไงกันครับ"
ติรกากับรชานนท์ ยังคงยืนยันในคำพูดของตัวเอง ทั้งจับและปล่อย
มัทรีตะโกนขึ้นทันที
“รีบหนีทั้งคู่เลยค่ะ เดี๋ยวแม่ก็ยิงม้ามทะลุหรอก"
ติรกาเหนี่ยวไกปืนยิงอีกเปรี้ยง... คราวนี้กระสุนพุ่งผ่านตัวรชานนท์ไปอย่างเฉียดฉิว รชานนท์กับวันรบวิ่งกระเจิงหนีไปด้วยกัน

วันรบ รชานนท์วิ่งหนีมาทางข้างบ้านที่มีโอ่งใบใหญ่ตั้งเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งสองวิ่งหาทางรอดให้ควั่ก ติรกาวิ่งตามมา จ่อปืนตามยิงรชานนท์
รชานนท์กับวันรบกระโดดหนีลงโอ่งใบใหญ่ไปด้วยกัน ติรกาตามเอาปืนไปจ่อในโอ่งไปที่รชานนท์กับวันรบกระโดดลงไป ชะงัก เมื่อไม่เจอใคร
วันรบกับรชานนท์โผล่หัวขึ้นมาจากโอ่งคนละใบ ข้าง ๆ กัน ยิ้มเย้ย...หุหุ ติรกาตามไปยิงก็ไม่เจออีก
วันรบกับรชานนท์ผลุบ ๆ โผล่ ๆ จากโอ่งใบใหญ่บริเวณใกล้เคียง ติรกาวิ่งตามจนเวียนหัว ก่อนเปลี่ยนมานั่งเฉย ๆ ปล่อยให้วันรบกับรชานนท์ผลุบโผล่กันเองสองคน โดยไม่รู้ตัวว่าติรกาเข้ามาข้างโอ่งที่วันรบโผล่ขึ้นมา ติรกายกปืนขู่วันรบชะงัก
“มัน อยู่ไหน!” ติรกาถาม
วันรบเหลือบมองโอ่งข้างๆ เห็นรชานนท์กำลังจะโผล่แล้วก็ชะงัก รชานนท์ส่งซิกให้วันรบว่าอย่าบอก อย่าบอก!
“ไอ้วันรบ”
วันรบจนหนทางเอามือหนึ่งขึ้นปิดตาแล้วชี้ไปที่โอ่งรชานนท์
“ไอ้น้องทรยศ!”
รชานนท์ลุกขึ้นจะปีนออกแต่ไม่ทัน ติรกาหันมายกปืนขู่รชานนท์
วันรบ มัทรี เตือนใจ พุทรามองเหตุการณ์ลุ้นระทึก
“กระแตจ๋า..นนท์ว่าเราค่อยพูดค่อยจา”
ติรกายังจ้องอยู่ รชานนท์ค่อยๆก้าวยืนขึ้นจากโอ่งกลืนน้ำลายมองติรกา รชานนท์หลับตาแล้วลืมตายิ้ม ปิ๊ง!
“มาแล้ว..ยิ้มพิฆาตของป๋า”
ติรกาเหมือนโดนออร่าเข้าตาไปชั่วขณะ สะบัดหน้าพยายามองรชานนท์ รชานนท์ยิ้มอ้อนน่าดู
“กระแตคุณไม่ยิงผมหรอก...ใช่ไหม ส่งปืนให้ผมนะ”
รชานนท์ยื่นมือมาจะรับปืน พุทรากับเตือนใจดูจะเคลิ้มในรอยยิ้มพิฆาตของรชานนท์ยิ่งกว่า
“ยิ้มเค้าแน่จริง ๆ” วันรบพูดเบาๆกับตัวเอง
“ส่งปืนให้ผมนะ...คนดี” รชานนท์กล่อม
ติรกาทำท่าเคลิ้มเหมือนจะส่งปืนให้
“ได้สิ...แต่เป็นลูกปืนนะที่ส่งให้”
ติรกาเตรียมขึ้นลำกล้องดัง ครึ่กๆ รชานนท์ตัดสินใจชั่วเสี้ยววินาทีพุ่งออกจากโอ่ง เสียงเปรี้ยง! ดังสนั่น รชานนท์กลิ้งตัวไปตั้งหลัก วันรบรีบเข้ามาดึงรชานนท์ให้ลุก
"นิมนต์หลวงพ่อโกย วัดหน้าตั้งเลยป๋า" วันรบบอก
“รบ ระวัง!” มัทรีร้องเตือน
รชานนท์กับวันรบหันไปเห็นติรกากำลังยกปืนเล็ง
“พวกแกตาย!”
"เหวอ...” วันรบกับรชานนท์ร้องขึ้นพร้อมกัน
ติรกายิงเปรี้ยงๆๆ วันรบและรชานนท์วิ่งแจ้นเตลิดเปิดเปิง ล้มลุกคลุกคลาน จนต้องฉุดกันหนีออกไป
มัทรี เตือนใจ พุทรามองตาม ลุ้นระทึก
ติรกายังคงวิ่งไล่ยิงวันรบกับรชานนท์ ทั้งวันรบและรชานนท์วิ่งหนีออกมาด้วยความโกลาหล รชานนท์วิ่งไปขึ้นด้านคนขับ วันรบขึ้นด้านที่นั่งข้างคนขับแล้วนึกได้
“ขึ้นผิดข้างเว้ย!” รชานนท์บอก
วันรบกับรชานนท์ลงจากรถสลับกันมาขึ้นที่นั่งตัวเอง วันรบรีบสตาร์ทเครื่องออกไปทันที ติรกายังไล่ยิงตามหลังมาด้วยสีหน้าเคียดแค้นรชานนท์เป็นอย่างยิ่ง

ภายในบ้านพชร รชานนท์เดินดุ่มๆ เข้าบ้าน แล้วตรงไปยังห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว วันรบเดินตามไปถามรชานนท์อย่างไม่ยอมแพ้
"ป๋ายังไม่บอกผมว่ารู้จักแม่ของมัทได้ยังไง"
รชานนท์น้ำเสียงนิ่ง เครียด
"ฉันเหนื่อย อยากพัก"
"อ้าปากก็เห็นลิ้นจระเข้ อย่ามาเฉเปลี่ยนเรื่อง"วันรบบอก
รชานนท์ไม่ตอบ รีบเดินไปห้องอย่างรวดเร็ว แต่สวนกับพชรเข้าพอดี จึงเดินตามทั้งสองไปด้วยความอยากรู้
"เป็นไง แผนกิ๊กว่าที่แม่ยายราบรื่นดีมั้ย"พชรถาม
"วิ่งป่าราบน่ะสิพี่ระ อาราธนาหลวงพ่อโกยกันแทบไม่ทัน"
"ห๊า ว่าที่แม่ยายไอ้รบขี้เหร่เนะจนทนไม่ได้เลยหรือวะไอ้นนท์"
วันรบพูดย้ำกับพชร
"มัทสวยเหมือนแม่ บอกแล้วไม่เคยจำ"
"ถ้างั้นคงเจอสวยสยองทุกสองนาทีเข้าละสิ ฮ่าๆๆ ขำว่ะ"
"แทนที่จะห่วงน้อง" วันรบพูดด้วยความเซ็ง
"กะล่อนท่อนฮุกอย่างพวกแกเอาตัวรอดสบายมาก แม่ยายโอ่งน้ำปลาน่าห่วงกว่า สมควรจัดบุรุษไปหยอด เรื่อย ๆ ฟันเฟืองจะได้ไม่ฝืด" พชรบอก
วันรบกับพชรหัวเราะกันอย่างสนุกปาก
"และบุรุษโสด ฟ้อ หล่อ เฟี้ยว เพียงหนึ่งเดียวคนนั้นคือไอ้นนท์"
“ไหน้ำปลาปีศาจกับปลาไหลตัวพ่อ...อื้อหือ..คงไม่จืด”
รชานนท์ฉุนกึกขึ้นมาทันที เหมือนมีอะไรบางอย่างเสียดแทงหัวใจ ทำให้ต้องหันไประเบิดอารมณ์ใส่ทั้งคู่
"สนุกกันพอรึยัง!”
ทั้งวันรบ พชร ชะงัก อ้าปากค้างไปตามกันเพราะไม่เคยเห็นอารมณ์ของขึ้นของรชานนท์มาก่อน
"เอ่อ ... ก็"
"ฉันอยากอยู่คนเดียว ขอตัว!”
รชานนท์รีบเข้าห้อง ก่อนปิดประตูใส่หน้าวันรบกับพชรที่ยังยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่หน้าห้อง
"มันไปกินนมบูดที่ไหนมาวะ" พชรถาม
วันรบส่ายหน้า ไม่รู้ว่ารชานนท์เป็นอะไรกันแน่

ภายในห้องนอน ชานนท์ทิ้งตัวนอนบนเตียงด้วยความเครียด พยายามข่มตาหลับ สุดท้ายก็ต้องพลิกตัวขึ้นมาครุ่นคิดด้วยความสับสน
"กระแต ... กระแตเป็นแม่แฟนไอ้รบ ฟ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับฉัน"
รชานนท์ทอดถอนใจ คิดถึงเรื่องในอดีต

สวนสาธารณะในวันนั้น รชานนท์ยิ้มให้ติรกา เช่นเดียวกับที่ติรกายิ้มตอบรชานนท์ ใบหน้าทั้งสองคนเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อกัน
"กระแต"
รชานนท์ดึงตัวติรกามาจุมพิตที่หน้าผาก ติรกาหลับตาพริ้ม มีความสุข
"คุณเป็นแฟนที่น่ารักของผมเสมอ"
"คุณก็เป็นคนที่ฉันรักที่สุดค่ะนนท์"
รชานนท์โอบประคองติรกาเข้ามาสวมกอดด้วยความรัก ติรกาซบหน้าลงบนอกอุ่นของรชานนท์ และเลื่อนมือไปกุมมือชายหนุ่มไว้ความเสน่หา

ติรกากระแทกปืนลงกับพื้นภายในบ้านเสียงดัง ปึง ! ด้วยความเจ็บใจ
"ฉันอยากจะฆ่ามัน!”
ติรกาหันไปหามัทรี สองแม่ลูกจะอ้าปากพูดพร้อมกัน แต่ติรกาไวกว่าชิงพูดก่อน
"แกต้องเลิกคบกับไอ้วันรบ"
"รบเคยทำอะไรให้แม่เกลียดนักหนา ถึงได้ไล่ยิงเค้าแบบนั้น"
"มันคบคนเลวเป็นเพื่อน นิสัยมันก็ต้องเลวเหมือนกัน"
"แม่รู้จักป๋านนท์มาก่อนหรือคะ"
"ไม่อยากรู้จัก และแกก็ห้ามเจอพวกมันอีก"
"มัทโตพอที่จะมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้วนะคะ"
"ชีวิตที่เดินหลงผิด รักคนผิด เพราะไม่เชื่อฟังแม่"
พุทราสะกิดเตือนใจให้เข้าไปห้ามทัพรบของคู่แม่ลูก ทว่าเตือนใจยังนิ่งดูท่าที
"มัทกับรบรักกัน เราสองคนจะแต่งงานกันค่ะแม่"
"ไม่มีทาง! ตราบใดที่ฉันยังเป็นแม่ แกจะไม่มีวันได้แต่งงานกับไอ้รบ ฉันจะให้แกย้ายกลับมาอยู่ที่ราชบุรีนี่ จะได้อยู่ในสายตาฉันทุกฝีก้าว"
มัทรีทำท่าจะค้าน แต่ติรกาชิงพูดตัดหน้าขึ้นอีก
"พรุ่งนี้ฉันจะพาไปเก็บของออกจากคอนโด และถ้าแกยึกยักไม่ยอมกลับฉันจะจับแกแต่งงานกับธงฉาน"
"อะไรนะคะ"
เตือนใจกับพุทราสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าติรกาจะให้มัทรีแต่งงานกับธงฉาน ติรกาจ้องมัทรี ด้วยสีหน้าเอาจริง มัทรีโกรธ ผลุนผลันออกจากห้องไปทันที
"ยายมัท" เตือนใจร้องเรียก
"คุณติรกาไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนยุ่งกับคุณมัท แล้วทำไมยอมให้คุณมัทแต่งงานกับนายธงฉานคะ" พุทราถามติรกา
"ขู่ไปอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้มันจะยอมเลิกกันเหรอ"
เตือนใจมองติรกาด้วยความหนักใจ

คืนนั้นมัทรีนอนค้างที่บ้านราชบุรีและโทรศัพท์ไปคุยกับวันรบที่คอนโดฯ วันรบพูดปลอบมัทรีทางโทรศัพท์ไอโฟนผ่านเฟซไทม์
"แม่คุณพูดแบบนั้น คงเป็นเพราะกำลังโกรธ ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับมัท"
มัทรีปาดน้ำตาเสียใจที่ถูกแม่บังคับ
"แม่เผด็จการ คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์บังคับชีวิตใครก็ได้"
วันรบพยายามอธิบายให้มัทรีเข้าใจแม่
"อย่าว่าแม่แบบนี้สิครับทูนหัว แม่คุณทำเพราะรักและเป็นห่วงคุณมากเท่านั้น"
"แม่ทำเพราะรัก แต่ไม่เคยถามมัทสักคำว่าต้องการรักแบบนี้มั้ย"
วันรบนิ่งครุ่นคิด ก่อนออกความเห็น
"ผมคิดว่ามัทควรจะย้ายกลับไปอยู่บ้านอย่างที่แม่ต้องการ ทำให้ท่านสบายใจแล้วเราค่อยหาทางออกกันอีกที"
มัทรีไม่พอใจ เริ่มหาเรื่องวันรบ
"อยู่ใกล้กันยังทำอะไรไม่ได้ แล้วไกลกันขนาดนี้จะมีวิธีเอาชนะใจแม่ได้ยังไงรบไม่เข้าใจ"
“อยากผลักไสให้มัทแต่งงานกับคนอื่น รบเบื่อที่จะต่อสู้เพื่อความรักของเราแล้วใช่มั้ย"
"ไม่ใช่นะมัท คิดมากไปใหญ่แล้ว"
"ใช่ค่ะมัทคิดมาก เรื่องมาก ไม่มีอะไรดีสักอย่าง งั้นแค่นี้นะคะ"
มัทรีงอนและวางสายไปดื้อๆ ทันที
"อ้าว งอนไปซะแล้ว"
วันรบถอนหายใจ คิดไม่ตกกับเรื่องของเขากับมัทรีเช่นกัน

ภายในบ้าน เตือนใจนั่งดูโทรทัศน์และลุ้นและส่งเสียงเชียร์อย่างใส่อารมณ์ ราวกับกำลังดูมวยคู่สำคัญ
"รุกเข้าไป! เอส... อย่างนั้น เข้าไปอีก! อีกนิดเดียว...เยส !! มันต้องอย่างนี้สิวะ"
ที่แท้หาใช่มวยคู่เอก ทว่าเตือนใจกำลังดูละครเกาหลีในฉากที่พระเอกนางเอกกำลังจูบกัน เตือนใจจ้องฉากเลิฟซีนตาค้าง ขณะเอื้อมมือไปหยิบข้าวเกรียบเข้าปากเคี้ยวกร๊วบ ๆ
"รักจริงต้องจูบจริง ไม่ใช้สลิงและตัวแสดงแทนเว้ย"
มัทรีเดินหน้างอเข้ามาหาเตือนใจ ก่อนนั่งลงข้าง ๆ ด้วยท่าทางหงุดหงิด เตือนใจชำเลืองมองสีหน้ามัทรีก็พอเดาออกว่าเรื่องอะไร
"งอนพ่อรบมาอีกละสิไ
"ก็เค้าหาเรื่องมัทก่อน"
"ยามศึกเราช่วยกันรบ ยามสงบทำไมรบกันเองล่ะลูก มาดูซีรี่ส์เกาหลีกับยายให้สบายใจดีกว่า กำลังถึงฉากพระเอกจะวางยานางเอกแล้ว"
มัทรีจำใจหันไปดูละครเกาหลีที่ยายแนะนำอย่างเสียไม่ได้
“วางยา”
บนจอโทรทัศน์ พระเอกในละครแอบใส่ยานอนหลับในแก้วน้ำของนางเอก ก่อนเอาแก้วน้ำนั้นมาให้นางเอกดื่ม ฉากนั้น พระเอกพูดว่า”Bon sro lahn oon --บอง สรัล โอล" ซึ่งแปลว่า ผมรักคุณ
"มันเป็นละครเกาหลีจริงเหรอยาย ภาษาคุ้น ๆ เหมือนคนบ้านใกล้เรือนเคียง" มัทรีถาม เพราะมัทรีเห็นว่าละครพูดภาษาเขมีและมีซับไตเติ้งภาษาไทยอยู่ข้างล่าง
"เทปผีซีดีเถื่อนยังมีเกลื่อนเมือง ละครเกาหลีเค้าก็ก๊อปกันได้"
เตือนใจพูดทั้งที่ตายังจดจ้องอยู่กับฉากสำคัญในละคร
"น่าเห็นใจพระเอกนางเอกคู่นี้ ถูกพ่อตากีดกันไม่ให้แต่งงาน พระเอกเลยวางยาปล้ำนางเอก เพื่อให้พ่อตายอมรับ"
มัทรีเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วเริ่มเก็บรายละเอียดจากทุกช็อตอย่างตั้งใจ

ภายในบ้านของติรกาวันรุ่งขึ้น ติรกาไม่พอใจเมื่อรู้เรื่องจากพุทราว่า มัทรีกลับกรุงเทพฯไปตั้แต่เมื่อเช้ามืด
"ฉันบอกไว้แล้วว่าธงฉานจะมารับไปขนของที่คอนโด แล้วยายมัทจะรีบเข้ากรุงเทพไปก่อนทำไม"
"คงรีบไปเก็บของรอ ไม่ให้แกเสียเวลามั้ง" เตือนใจแกล้งพูดประชดแบบขำๆ
"มีคนมาให้ใช้จะไปเองทำไมให้เหนื่อย"
ติรกาหันมาเจอธงฉานที่ยืนยิ้มโง่ ๆ อยู่
"ผมยินดีทำทุกอย่าง...เพื่อน้องมัทสุดที่รักของพี่ธงฉาน"
ติรกาตาขวางทันที
“ของใคร”
ธงฉานชะงักไปทันที เมื่อเห็นสายตาดุของติรกาจึงรีบแก้ตัวพัลวัน
“เอ่อ หมายถึงน้องมัทสุดที่รักของคุณน้าติรกาน่ะครับ ใกล้ไกลแค่ไหนธงฉานพร้อมรับใช้เสมอ"
"รู้เค้าหลอก แต่เต็มใจให้หลอกเนอะ" พุทราพึมพำธงฉานได้ยินแว่ว ๆ หันกลับไปมองมองพุทราที่ทำหน้าเป็น ไม่รู้ไม่ชี้ ติรกาหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกมัทรีขัดใจ

ภายในโถงคอนโดในเวลาต่อมา มัทรีกับวันรบนั่งทานอาหารเลี้ยงอำลาร่วมกันที่โต๊ะอาหาร ทั้งสองนั่งนิ่ง เขี่ยอาหารในจาน ต่างคนต่างทานไม่ลง วันรบและมัทรีถอนใจยาวพร้อมกัน ทั้งสองชะงักมองกัน เหมือนมีเรื่องในใจจะพูด
มัทรีกับวันรบพร้อมกัน
"ฉัน / ผม"
มัทรีและวันรบต่างชะงักอีกครั้ง วันรบเอ่ยปากก่อน
"ผมขอโทษ.. ที่ทำให้มัทไม่พอใจเมื่อวาน"
"ไม่ต้องขอโทษค่ะ มัทผิดเองที่คิดเล็กคิดน้อย ทำให้เราไม่เข้าใจกัน ฉันรักคุณมากค่ะรบ รักจนทนไม่ได้ถ้าแม่บังคับให้ฉันแต่งงานกับธงฉาน"
"ผมไม่มีวันยอมให้คุณแต่งงานกับคนอื่นหรอกมัท แต่ตอนนี้คุณต้องกลับไปทำหน้าที่ของลูกกตัญญู ทำให้แม่คุณสบายใจก่อน แล้วผมจะหาทางพิสูจน์ตัวเองให้แม่คุณยอมรับผมให้ได้"
"ขอบคุณนะคะรบ ขอบคุณที่เป็นแฟนที่แสนดีของฉันเสมอ"
"สำหรับนางฟ้าคนเดียวของผม มากกว่านี้ผมก็ทำให้ได้ครับ"
มัทรียิ้มเศร้า วันรบใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของมัทรีอย่างเอาใจ
"ไม่เครียดนะครับนางฟ้า เดี๋ยวคุณกาบินมาประทับตรานะ”
"ถ้าฉันแก่ คุณยังจะรักฉันมั้ย"
"ผมไม่ได้รักคุณแค่หน้าตานะมัท แต่ผมรักคุณที่ตรงนี้"
วันรบจับมือมัทรีมาแตะหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง
"ผมรักคุณด้วยหัวใจ ... เราจะได้แต่งงานกัน และแก่เฒ่าไปด้วยกันครับ"
มัทรีซาบซึ้งในตัววันรบ
"ฉันเลือกรักคนไม่ผิดจริงๆ"
ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความรัก

ทางด้านตริกาก็ให้ธงฉานขับรถพาเธฮและพุทรามาที่คอนโดฯของมัทรี ระหว่างทางรถแวะที่ปั๊มน้ำมัน ติรกาบ่นกับธงฉานที่ข้างรถด้วยอารมณ์แสนจะหงุดหงิด
"อีกนิดเดียวก็จะถึงคอนโดยายมัทแล้ว เรื่องมากจริง ๆ เลยยายคนนี้"
"ใจร่ม ๆ ครับคุณน้า เรื่องปวดชิ้งฉ่องมันอั้นกันไม่ได้"
พุทราแอบมองติรกาจากในห้องน้ำ แล้วรีบกดโทรศัพท์หามัทรีทันที แต่โทรไม่ติดเพราะไม่มีสัญญาณ
"เอ๊า...แกไร้สัญญาณตอนนี้เดี๋ยวฉันก็ไร้ชีวิตกันพอดี มาสิคลื่นเอ๋ยจงมา” พุทราบ่นอุบ
พุทรารีบเอามือถือโบกไปมา เพื่อหาสัญญาณอย่างเร่งรีบ ก่อนสะดุ้งตกใจ เมื่อหันมาเจอติรกายืนจ้องเขม็งอยู่ข้างหลัง พุทราจึงทำทีเป็นตบยุงกลบเกลื่อน
"ห้องน้ำในปั๊มเนี่ย ยุงเยอะนะคะ"
"ฉันให้มาเข้าห้องน้ำ ไม่ได้ให้มาไล่ตบยุงในนี้" ติรกาพูดพลางยกเครื่องจับเวลาขึ้นมากดต่อหน้าพุทรา
“อย่าเพิ่งจับเวลาสิคะ คุณติ...คุณติ๊!”
ติรกาเดินสะบัดไปอย่างหงุดหงิด
“ถ้าแกไม่รีบมีสัญญาณ ฉันปลดระวางแกแน่”
เสียงมือถือดังขึ้น เตือนว่าโทรศัพท์มีสัญญาณแล้ว พุทราดีใจจนออกนอกหน้า
“ให้มันได้อย่างนี้ลูกแม่..”
พุทรารีบกดโทรหามัทรีทันที

ภายในคอนโดฯ มัทรีกำลังชนแก้วน้ำหวานกับวันรบ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะยกแก้วขึ้นดื่ม มือถือของมัทรีสั่นจนมัทรีสะดุ้ง ชำเลืองมองโทรศัพท์ที่วางข้างตัว วันรบเงยหน้ามองท่าทางมัทรีด้วยความแปลกใจ มัทรีรีบออกตัวก่อนวันรบจะทันถาม
"มัทเพิ่งนึกได้ว่าลืมปิดเครื่องทำน้ำอุ่น รบเข้าไปปิดให้มัททีสิคะ"
"โก๊ะขี้ลืมเหมือนเดิมนะคุณ"
วันรบลุกจากเก้าอี้เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ มัทรีรีบกดรับสายพุทราทันที
"ว่าไงคะพี่พุทรา ใกล้ถึงแล้วเหรอคะ ค่ะ ๆ ขอบคุณที่โทรมาบอก"
"ใครโทรมาครับ"
มัทรีตกใจ
"อุ๊ย... รบออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"
"ก็ตั้งแต่ทักคุณนั่นแหละ"
วันรบกำลังจะถามเรื่องโทรศัพท์เมื่อกี้ต่อ แต่มัทรีชิงตัดบท
"เดี๋ยวคุณแม่จะมารับแล้ว รีบดื่มให้กับวันอำลาของเราเถอะค่ะ"
มัทรียกแก้วน้ำส่งให้วันรบรับไป ทั้งสองชูแก้วให้กัน ต่างคนต่างจิบน้ำหวานในแก้วตัวเอง
"น้ำหวานแก้วนี้ยังหวานไม่ได้ครึ่งความรักของเรา เอ๊ะ!” วันรบบอก
วันรบวางแก้วน้ำหวานสักพัก ก็เริ่มมีอาการมึน งง
"เป็นอะไรคะ"
"แปลก... จู่ ๆ ก็มึนหัว"
"เครียดเพราะจะไม่ค่อยได้เจอมัทรึเปล่า"
"สงสัยจะใช่"
ร่างวันรบเริ่มโอนเอน จู่ ๆ วันรบก็หน้าวูบฟุบสลบคาโต๊ะอาหาร มัทรียกแก้วน้ำหวานของวันรบมาดู ยิ้มเข้าแผน
"ยานอนหลับรุ่นนี้ออกฤทธิ์เร็วดีแฮะ ขออนุญาต จัดฉากหลอกคุณแม่.. เพื่อความรักของเราหน่อยนะคะรบ”
มัทรีพยายามดึงตัววันรบออกจากโต๊ะอาหาร แต่ไม่สำเร็จ จึงออกแรงกระชากตัววันรบสุดแรงจนจาน ชามบนโต๊ะ ถูกมือวันรบปัดตรงลงมากระจัดกระจาย ราดบนตัววันรบที่นอนสลบไม่สติอยู่กับพื้น มัทรีเห็นสภาพวันรบ ยิ้มเจื่อนอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ติรกานั่งอยู่เบาะหลังดูนาฬิกาจับเวลา พุทราเดินมาขึ้นที่นั่งข้างคนขับจำเป็นอย่างธงฉาน
"สาม..สอง..หมดเวลา..ช้าไปหนึ่งวิหักสองร้อย เงินเดือนเหลือหนึ่งหมื่นสามพันแปดร้อย หักภาษีเหลือหนึ่งหมื่นสามพันหนึ่งร้อยสิบบาท”
“คุณติ”
“นี่เมตตาแล้วนะ ถ้าเป็นนัดลูกค้านะสองพัน ฐานทำให้กิจการฉันเสียชื่อ"
"ขอโทษค่ะ ไปเก็บโอทีจากคุณมัทก็ได้” พุทราบ่นเบาๆ
“พี่พุทราเห่า...เอ้ย..บ่นอะไรน้องมัทครับ” ธงฉานถาม
“พี่..พี่คิดถึงน้องมัทน่ะค่ะ คุณธงฉานขับให้มันเร็วๆ นะคะ” พุทราเฉไฉทันที
“ผมก็คิดถึงน้องมัทของผมเหมือนกัน”
ธงฉานหันไปปรับกระจกก่อนออกรถ ไม่ทันขาดคำ มีมีดพกปลิวมาเสียบที่ขอบกระจกมองหลัง ฉึก! เฉียดนิ้วธงฉานไปนิดเดียว ธงฉานหันขวับไปด้านหลัง ติรกามองตาขวางอยู่
“น้องมัทของใครนะ”
“น้องมัทของคุณน้าไงครับ ของคุณน้า”
“ออกรถได้แล้ว” ติรกาสั่ง
พุทราแอบเหล่มองติรกาแล้วแอบกดมือถือส่งข้อความไปหามัทรี

ห้องข้างๆของมัทรีที่ได้ยินเสียงดังโครมครามข้าวของตก จานแตก ดังมาจากในห้องก็เปิดประตูออกมามองไปยังห้องมัทรีด้วยความสงสัย ภายในห้อง มัทรีพยายามลากตัววันรบไปตามพื้นอย่างทุลักทุเล เห็นข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้นทั่วห้อง
"ตัวหนักชะมัด ว้าย...”มัทรีบ่นอุบ
มือถือของมัทรีสั่นอีกครั้ง จนมัทรีสะดุ้ง ปล่อยมือจากวันรบจนหัวโขกกับพื้นดังโป๊ก! วันรบก็ยังคงสลบไม่รู้เรื่อง
"เอ่อ... รบ มัทขอโทษ"
มัทรีหันมาอ่านข้อความมือถือก็ตกใจอีกครั้ง
"แม่มาถึงแล้ว แย่แล้ว!”
มัทรีเลิ่กลั่กลากตัววันรบไปที่ห้องรูมเมทสีชมพู โดยไม่เวลาสนใจว่าตัววันรบจะถูไถ กวาดข้าวของบนพื้นจนเสียงดังโครมครามยังไง
ติรกา ธงฉาน พุทราเดินมาหยุดหน้าลิฟต์ ใต้ตึกคอนโดฯ ธงฉานทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นหอมบางอย่าง หันขวับ เมื่อเห็นสองสาวสวยเดินมารอลิฟต์ด้วยกัน
"หอมกลิ่นสาว ว้าว... สเป๊ก!”
ทั้งติรกาและพุทราและสองสาวหันขวับมองธงฉานพร้อมกัน ธงฉานสะดุ้งเพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดดังไป รีบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการถลาไปเกาะเสาต้นหนึ่งในคอนโด ลูบไล้ด้วยความชื่นชม
"ช่างเป็นเสาที่ได้มาตรฐาน ตรงตามสเปคของวิศวกรมืออาชีพอย่างผม เห็นแล้วอดชื่นชมไม่ได้จริงๆ"
ธงฉานกอดเสา เอาแก้มลูบไล้เสาอย่างหลงใหล
"ยังอยากได้ตานี่เป็นว่าที่ลูกเขยมั้ยคะ"
พุทราถามขึ้น ติรกาเมินหน้าหนีไม่ใส่ใจ เพราะร้อนใจอยากขึ้นไปเจอมัทรีมากกว่า

ภายในห้อง มัทรีพยายามลากตัววันรบมาถึงบนเตียง แขนวันรบปัดไปโดนไม้ช็อตยุง ร่างวันรบกระตุกสั่นเหมือนถูกไฟช็อต จนทำให้มัทรีสั่นไปด้วย
"อ๊าย...”
มัทรีสะบัดแขนหลุดจากวันรบ มีอาการกระตุกค้างสักพัก ไม่นานนัก ร่างวันรบก็กระเด้งตัวฟื้นขึ้นมาด้วยความงุนงง
"ผมมานอนอยู่ในห้องได้ยังไงครับ"
"ว้าย ฟื้นขึ้นมาทำไม"
มัทรีตกใจ คว้าโคมไฟคิตตี้ฟาดหัววันรบ จนวันรบสลบไปอีก
"ขอโทษนะรบ มัทจำเป็นต้องทำ"

มัทรีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้วันรบอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำคิตตี้สีชมพู คว้าเสื้อเชิ้ตมาใส่แทน แล้วยืนหยุดหอบแฮ่กด้วยความเหน็ดเหนื่อย
"โอย... อ่อนเพลียไม่อยากจะเซ้ด"
มัทรีเริ่มรู้สึกคอแห้ง จึงวิ่งออกไปจากห้อง แล้วกลับเข้ามานั่งข้างวันรบที่ยังคงสลบอยู่บนเตียง ในมือมัทรีถือแก้วน้ำหวานติดมาด้วย
"หวังว่าแม่จะเข้าใจความรักของเรานะคะรบ"
มัทรีดื่มน้ำหวานจนหมดแก้ว แล้วชะงัก ยกแก้วที่ว่างเปล่ามาดูอีกครั้ง
"เฮ้ย... นี่มันแก้วน้ำของรบ"

ไม่ทันขาดคำ มัทรีก็หน้าคว่ำทับไปบนตัววันรบ สลบไปด้วยกัน







Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 1:35:04 น.
Counter : 366 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 1




ภายในห้องจัดเลี้ยงของสวนผึ้งรีสอร์ท VTRในจอสไลด์กำลังขึ้นภาพกราฟฟิคแผนที่ประเทศไทยพร้อมๆ กับเสียงบรรยาย

“ด้วยคุณภาพของดินชั้นดี ลวดลายที่ละเอียดอ่อน ภายในระยะเวลาแค่ห้าปี สินค้าของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาดต่างชาติ”
VTR ภาพประเทศไทยค่อยๆ ซูมออกจนกลายเป็นภาพทวีปเอเชีย ลูกศรโยงจากประเทศไทยไป ญี่ปุ่น จีน อินเดียและหลายๆ ประเทศทั่วเอเชีย พร้อมเสียงบรรยายต่อ
“ทั้งใน เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย และอีกหลายประเทศทั่วเอเชีย”
แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงต่างสนใจกับภาพVTR นั้น เตือนใจ แม่ของติรกา ซึ่งอยู่ในชุดสบาย ๆ ตามวัย แต่งหน้าอ่อน ๆ ใส ๆ มองไปที่ภาพ VTR อย่างตื่นเต้นและภูมิใจ
ภาพ VTR ยังคงฉายต่อไป จอภาพที่เคยเป็นทวีปเอเชียถูกซูมออกจนเห็นทุกทวีปในแผนที่โลก มีลูกศรกราฟิกโยงจากประเทศไทยไปในหลายๆ ประเทศทั่วโลก
“หนึ่งในสินค้าภูมิปัญญาไทยก้าวไกลสู่การยอมรับจากทุกทวีปทั่วโลก ทั้ง ยุโรป อเมริกา และแอฟริกา”
ภาพ VTR แผนที่โลกค่อยๆกลายเป็นภาพลูกโลกแล้วหมุนรอบตัว แล้วลูกโลกนั้นก็หมุนกลายเป็นรูปโลโก้ทีมฟุตบอลไทย
“เรา...ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ฟุตบอลทีมชาติไทย”
แขกที่มาร่วมงานต่างก็ตื่นเต้นดีใจกับข่าวที่ได้ยิน
“จากนี้ไป ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ คุณจะได้เห็นภาคภูมิใจของพวกเรา”
VTR จากแผนที่โลกกลายเป็นภาพ โอ่งมังกรใบใหญ่ พร้อมโลโก้
“โอ่งแม่เตือน”
สอดรับกับบริเวณเวที ซึ่งพลุกระดาษปะทุขึ้นจากด้านข้างของเวที เสียงดังปัง ปัง! เศษพลุกระดาษปลิวว่อนตกกระจายไปทั่วเวที และที่กลางเวทีมีโลโก้โอ่งแม่เตือนติดอยู่ แขกที่มาร่วมงานตื่นเต้นไปกับเสียงพลุกระดาษ
บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงวันนี้ถูกตกแต่งไปด้วยโอ่งมังกรขนาดต่างๆ และแขกที่มาร่วมงานนี้ ทางเจ้าของงานได้แจกโอ่งมังกรไซส์เล็กเป็นของชำร่วย

พุทรา เลขาคนเก่งของติรกามองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วสั่งการบางอย่างผ่านทางสายหูฟังของวอล์คกี้ทอล์คกี้อยู่ข้างเวที
“ได้เวลาปล่อยอินทรีขึ้นฟ้าแล้ว”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มยังคงบรรยายต่อไป
“แขกผู้มีเกียรติครับ... โอ่งแม่เตือนภูมิใจนำเสนอผลงานล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปท์ โอ่งแม่ เตือน..กว้างไกล เก็บน้ำ..ทั่วโลก”
ทันทีที่เสียงบรรยายจบลง ดนตรีประกอบก็ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมๆกับดรายไอซ์ที่ปล่อยมาเต็มเวที เสียงปรบมือจากแขกในงานดังเกรียวกราว ไฟสปอตท์ไลท์จับไปที่กลางเวที ขณะที่โอ่งมังกรต้นแบบใบใหญ่ค่อยๆเลือนออกมาที่กลางเวที โดยมีโอ่งไซส์เล็กที่ถูกจัดวางประกอบเพิ่มลูกเล่นทางด้านหน้าเพื่อประดับให้โอ่งมังกรดูโดดเด่นยิ่งขึ้น โอ่งมังกรค่อยๆหมุนรอบตัวเองเพื่อให้เห็นลวดลายของโอ่งมังกรทั้งใบ
โอ่งมังกรต้นแบบใบใหญ่นั้นมีลวดลายสมัยใหม่ พื้นลายเป็นรูปแผนที่โลก โดยมีตัวมังกรห้าเล็บโอบล้อมรอบทับแผนที่โลก ที่มุมหนึ่งมีโลโก้โอ่งแม่เตือนอยู่ด้วย
“และขอเสียงปรบมือต้อนรับคนสำคัญที่ทำให้โอ่งแม่เตือนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก...คุณติรกา
หาญการไกล” สคริ๊ปคำบรรยายเปิดงานเมื่อดำเนินมาถึงตรงนี้ โอ่งหยุดหมุน ดราย์ไอซ์ยิงเข้ามาที่กลางเวทีอีกครั้ง โอ่งมังกรต้นแบบค่อยๆเปิดออก โดยเห็นติรกายืนโพสท่าสวยเชิดกับโอ่งมังกรของจริงขนาดมาตรฐาน นักข่าวต่างกรูเข้าไปรุมถ่ายรูปติรการาวกับเป็นนางงาม
พุทรายืนมองตริกาอย่างปลาบปลื้ม รปภ.แจ่มที่พุทราพามาด้วยเดินเข้ามายืนด้านหลังพูดวิทยุสื่อสารว๊อกกี้ - ท็อกกี้
“กะลาเรียกหมา..กะลาเรียกหมา”
พุทรามือแตะที่หูฟัง แล้ววอ.ตอบ
“หมาทราบแล้วเปลี่ยน...เฮ้ย”
พุทรานึกได้หันมาเจอรปภ.แจ่มแล้วทำหน้าเหวี่ยงใส่ทันที
“ไอ้แจ่ม! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่ารหัสฉันคือญาญ่าไม่ใช่หมา” พุทราบอก
“ก็คุณพุทราเหมือนหมามากกว่าญาญ่านี่ครับ”
พุทราบิดหูรปภ.แจ่มทันที
“ไอ้แจ่ม!ฉันให้แกเฝ้าหน้างานเข้ามากวนฉันทำไมหะ”
“สายที่ถนนหลวงแจ้งว่าแกะดำกำลังมาครับ” รปภ.แจ่มรายงาน
พุทราตกใจเวอร์ทันที พร้อมกับใช้วิทยุสื่อสารสั่งการ
“แย่แล้ว! รปภ.ทุกคนมารวมที่หน้าทางเข้าด่วน”
พุทรามองติรกาอย่างหวั่น ๆ แล้ววิ่งออกไปทันที

เตือนใจยิ้มภาคภูมิใจในตัวลูกสาวอยู่ที่ข้างเวทีแล้วหยิบไอโฟน 4 ซึ่งถ่ายรูปได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เตือนใจนึกลังเลกับระบบของไอโฟน 4 อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถ่ายรูปติรกา
“กดปุ่มนี้”
เสียงดังแชะ! เตือนใจมองภาพที่จอแต่กลายเป็นภาพเตือนใจซะเอง
“อ้าว”
เตือนใจกดถ่ายอีกครั้งก็ดันถ่ายตัวเองอีก
“นี่ ฉันจะถ่ายรูปลูกฉัน ไม่ใช่ถ่ายตัวเอง” เตือนใจพูดกับไอโฟนตรงหน้า เตือนใจกดอีกสองสามครั้งยังคงเป็นรูปตัวเองจนโมโหและเริ่มทะเลาะกับไอโฟนเครื่องใหม่
พูดไม่รู้เรื่องหรือไง..ฉันจะถ่ายรูปลูกฉัน”
“หนูช่วยถ่ายรูปให้มั้ยคะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลัง
เตือนใจหันไปทางต้นเสียง มัทรียืนยิ้มหวานให้เตือนใจอยู่ เตือนใจดีใจที่เห็นหลานสาว ลูกสาวของติรกา
“ยายมัท”
มัทรีรับไอโฟนจากเตือนใจมากดๆ ดู แล้วกดถ่ายรูปติรกาแล้วส่งให้เตือนใจ เตือนใจเห็นภาพติรกาแล้วก็หันไปทะเลาะกับไอโฟนต่อทันที
“ทีกับยัยมัทล่ะเชื่อฟังจังนะ”
มัทรียิ้มขำๆ
“คุณยายไปตั้งค่าไว้ใช้กล้องด้านหน้าโทรศัพท์น่ะค่ะ ก็เลยถ่ายคุณแม่ไม่ได้”
“เฮ้อ..ใช้ยากใช้เย็นปวดหัว.. ว่าแต่มาทันเห็นแม่เราออกจากโอ่งไหม”
“ทันจ๊ะ โอ่งยักษ์สวยดีนะจ๊ะยาย”
“ลองพูดว่าไม่สวยสิ คนออกแบบมันจะได้งอนให้เราง้อตายเลย” เตือนใจยิ้มแซว
“ยายอ่ะ”
จู่ๆมัทรีก็รู้สึกขนลุก พลางมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง จนเตือนใจผิดสังเกตและถามขึ้น
“มองหาอะไรยัยมัท”
“จู่ ๆมัทก็ขนลุก คิ้วกระตุกด้วยจ๊ะยาย” มัทรีเอานิ้วแตะที่คิ้วขวา
เตือนใจตกใจแล้วพูดขึ้น
“ลางร้ายรุมหลานยายขนาดนี้ แสดงว่า...”
ยังไม่ทันที่เตือนใจพูดจบประโยค เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“น้องมัท”
มัทรีกับเตือนใจหันไปตามเสียง
ธงฉานใส่สูทผูกเนคไทกำลังสไลด์ตัวเข้ามาคุกเข่าเงยหน้ามองมัทรี
“ว้าว ว้าว ว้าว สวย...กระแทกใจพี่” ธงฉานเอามือขึ้นแตะอก อกกระตุกขึ้นลงราวกับจะเป็น “บี้เดอะสตาร์” เลยทีเดียว
มัทรีกับเตือนใจถอยกรูดทันทีเมื่อเห็นทุกคนจ้องมองกันมาเป็นทางเดียว มัทรีอาย แต่ธงฉานกลับไม่สะทกสะท้านกลับยกมือขึ้นมาปาดผมให้เข้าทรงด้วยคิดว่าหล่อแล้วตรงเข้าไปดึงตัวมัทรี
“น้องมัท..ไปครับ ไปหาเครื่องดื่มกัน”
มัทรีขืนตัวทันที
“นี่ ๆ หลานฉันไม่ใช่ไก่สดนะ เอะอะลากลงน้ำ” เตือนใจโพล่งขึ้น
“ธงฉานไม่ใช่กระต่ายนะครับคุณยาย”
“กระต่ายที่ไหนกินไก่ ไอ้ที่กินน่ะมัน..หะ”
มัทรีรีบยกมือห้ามเตือนใจทันที เตือนใจทำหน้าเซ็งจนมัทรีต้องยิ้มปลอบ
“หยุดแค่นั้นค่ะคุณยาย เด็กชมเยอะนะคะ”
“พี่ธงฉานขอยืนด้วยคนนะครับ ถ้าน้องมัทไม่รังเกียจ”
“รังเกียจ” มัทรีวางหน้าตาเฉยแล้วบอกน้ำเสียงนิ่ง
ธงฉานผงะนิดหนึ่งแล้วป้อต่อ
“ไม่เป็นไรครับ แรก ๆ ก็รังเกียจ เดี๋ยวก็รักเองครับ”
เตือนใจ ถลึงตามอง แล้วโพล่งขึ้น
“สุดๆ จริงๆ”
“หล่อใช่ไหมครับ”
“หน้าด้านน่ะ” เตือนใจว่า
ธงฉานไม่สะดุ้งสะเทือนกับคำเปรียบเปรยของเตือนใจแม้สักนิดกลับทำหน้าระรื่นพูดต่อ
“ขอบคุณครับที่ชม”
เตือนใจกับมัทรีมองธงฉานที่ยืนกระดี๊กระด๊าอย่างเซ็งๆ เตือนใจหันไปพูดเบา ๆ กับมัทรี
“ยัยมัท..แล้วเด็กเราจะมาหรือเปล่า”
“มัทขอไม่ให้มาน่ะค่ะ..กลัวโอ่งแตก” มัทรีบอก
มัทรีพูดแล้วยิ้มอย่างปลง ๆ พลางมองไปทางติรกา เตือนใจมองมัทรีอย่างเข้าใจ

ติรกามองจากบนเวทีเห็นมัทรีเข้ามาที่งานเลี้ยงพอดี จึงรีบคว้าไมค์แล้วประกาศทันที
“เมื่อสักครู่ทุกท่านได้เห็นลวดลายโอ่งแบบใหม่ล่าสุดไปแล้ว คนที่ออกแบบลวดลายนี้ก็ไม่ใช่ใคร ลูกสาวคนเดียวของดิฉันเองค่ะ”
ด้านล่างทั้งมัทรีกับเตือนใจต่างก็ทำหน้าเหวอ ไม่คาดคิดว่าติรกาจะจู่โจมแบบที่ทุกคนคาดคิดไม่ถึง
“น้องมัทครับ คุณแม่ให้น้องมัทขึ้นไปบนเวทีน่ะครับ” ธงฉานบอก
“คุณยาย ไหนตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่พูดเรื่องคนออกแบบ” มัทรีพูดกับเตือนใจ
“แม่เขาคงอยากให้แขกในงานเห็นความสามารถของมัทน่ะลูก” เตือนใจพูดอย่างเสียไม่ได้ทั้งที่รู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ
“แต่มัทไม่ได้...”
มัทรียังไม่ทันได้พูดอะไร จู่ๆก็โดนธงฉานลากตัวไปแล้ว

ภายในรถของวันรบดูสะอาดสะอ้าน รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนด้วยความเร็ว วันรบวางนิ้วแตะที่พวงมาลัยเคาะตามจังหวะเพลงสนุก ที่มุมปากระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี วันรบมองไปที่ช่อดอกไม้สองช่อที่วางอยู่ข้างเบาะ แล้วเท้ารีบเหยียบคันเร่ง รถพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็วบนท้องถนนยามกลางวัน

ลานถนนด้านหน้าของสวนผึ้งรีสอร์ต พุทรากับ รปภ.แจ่มวิ่งออกมา รปภ.คนอื่นๆวิ่งมาจากมุมต่าง ๆ มายืนตั้งแถวเรียงหน้ากระดานเตรียมพร้อม รถของวันรบเข้ามาจอดเทียบ วันรบก้าวลงมาจากรถด้วยรองเท้าเท่ห์กริ๊บ ทันทีที่พุทราเห็นวันรบยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม ถึงกับหยิบนกหวีดที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ โดยมีสายคล้องคออยู่เป่าปรี๊ด
“เตรียมตั้งค่าย!” พุทราออกคำสั่ง
รปภ.มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่า ตั้งค่ายอะไรและทำไม !? รปภ.แจ่มหันไปพูดกับพุทรา
“ตั้งไม่ได้หรอกครับ ไม่ได้พกเต๊นท์มา”
“เหรอ” พุทรานึกได้จึงหันมาโวยกับกลุ่มรปภ.
“เว้ย ไอ้บ้า ไม่ใช่ค่ายพักแรม ฉันหมายถึงกั้นอย่าให้นายแกะดำนั่นเข้ามาเร็ว”
“ไม่ทันแล้วล่ะครับ”
“ทำไม”
พุทราหันไปเจอวันรบในระยะประชิดกำลังจะเดินเข้า พุทราตกใจรีบดึงชายเสื้อวันรบ
“ไม่ได้นะ”
วันรบหันกลับมา พุทราชะงัก เมื่อวันรบใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของพุทรา พุทราอึ้ง วันรบดึงนิ้วกลับมาแตะที่ปากตัวเองให้พุทราเงียบ พุทราถึงกับเคลิ้มไปทันที วันรบยิ้มแล้วเดินเข้าไปในบริเวณห้องจัดงานทันที
พุทรายังอยู่ในอาการเคลิ้มราวต้องมนตร์ เชิดหน้าห่อปากปากจุ๊บ พริ้มสายตา รปภ.แจ่มมองพุทราอย่างเซ็ง ๆ

ติรกาบนเวทียังประกาศกับแขกในงานต่อ
“ขอเสียงปรบมือให้กับบัณฑิตป้ายแดง เกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากคณะสถาปัตยกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์... มัทรี หาญการไกล”
แขกในงานปรบมือกันเกรียวกราว มัทรีจำใจเดินขึ้นมาบนเวทีแล้วพนมมือไหว้แขกในงานอย่างนอบน้อม
“ลูกสาวฉันเองค่ะ” ติรกาบอกกับแขกอีกครั้ง
ติรกาเดินเข้าไปยืนข้าง ๆ มัทรีเพื่อให้ช่างภาพถ่ายรูป มัทรีได้จังหวะกระซิบกับติรกา
“ตกลงกันแล้วนี่คะว่าจะไม่พูดเรื่องการออกแบบ”
ติรกายังยิ้มหวานให้ช่างภาพถ่ายรูปอยู่ แต่ก็แอบกระซิบคุยกับมัทรีไปด้วย
“ก็แม่อยากให้ทุกคนเห็นว่าแกเก่ง”
“แม่ไม่รักษาสัญญา”
“ไม่ใช่เวลาที่แกจะมาดื้อกับแม่นะยายมัท”
ติรกาเห็นมัทรีกำลังจะเถียงจึงรีบประกาศกับแขกในงานต่อ
“พูดถึงผลงานการออกแบบชิ้นนี้ของลูกหน่อยสิจ้ะมัทรี”
ติรกาจ้องหน้ามัทรีนิ่ง ถึงติรกาจะยิ้มให้มัทรี แต่แววตาที่จ้องไปยังมัทรีหมายจะสั่งให้มัทรีทำตาม มัทรีจำใจรีบไมโครโฟนมาจากมือติรกา
“สำหรับผลงานชิ้นนี้... มัทคงพูดอะไรไม่ได้ค่ะ เพราะมัทไม่ได้เป็นคนออกแบบ”
ทุกคนในงานได้ยินถึงกับอึ้งไป
“อะไรของแกยายมัท!! แกพูดอะไร แกจะไม่ใช่คนออกแบบได้ยังไง”
“มัทพูดความจริงค่ะแม่ มัทไม่ได้เป็นคนออกแบบ คนที่ออกแบบโอ่งใบนี้คือ...”
“ผมเองครับ” เสียงของวันรบดังขึ้น
ทั้งติรกากับมัทรีถึงกับชะงัก ทุกคนหันไปมองต้นตอของเสียง
วันรบยืนอยู่ในชุดสุดเท่ห์ที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงพร้อมช่อดอกไม้ 2 ช่อใหญ่ วันรบเดินเข้าผ่านแขกในงานเพื่อเข้าไปหามัทรี ในช่วงที่วันรบเดินผ่านแขกในงาน ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างอึ้งทึ่งหลงใหลในความหล่อของวันรบ วันรบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ามัทรี
“ช่อนี้สำหรับนางฟ้าของผมครับ”
มัทรียิ้มเขินแล้วรับช่อดอกไม้มาจากวันรบ
“ขอบคุณค่ะวันรบ”
แขกในงานกรี๊ดกร๊าดกับวันรบกับมัทรีจนมัทรีเขินมากขึ้น ติรกามองนิ่งตาขวาง พูดพลางกระซิบกับติรกา
“ส่วนช่อนี้.. แขกมองอยู่นะครับ รับนะครับ..คุณแม่”
“ใครเป็นแม่แก”
ธงฉานเดินไปหาวันรบและร้องเรียกรปภ.
“รปภ...มาเอาตัวไอ้คนนี้โยนออกไปเดี๋ยวนี้เลย”
“ใครก็โยนผมออกไปไม่ได้หรอกครับ เพราะผมมาแสดงความยินดีกับผู้หญิงที่ผมรัก”
คนในงานมองกันอย่างฮือฮา
ธงฉานหันไปพูดกับติรกา
“นี่แฟนน้องมัทเหรอครับ”
“ไม่ใช่ ...พุทรา โยนมันออกไป” ติรกาสั่ง
พุทราวิ่งเข้ามาประจำที่รับคำสั่ง เป่านกหวีดพลางชี้ไปที่วันรบ รปภ.จะเข้ามาหาวันรบ แต่มัทรีเข้าขวางไว้
“ห้ามยุ่งกับรบนะคะ เพราะรบเป็นแฟนมัท”
“ยัยมัท” ติรการ้องเสียงหลง
วันรบ มองที่โอ่ง แล้วบอกกับติรกา
“คุณแม่ครับ..ผลงานชิ้นนี้ ผมทำสุดฝีมือเพื่อคุณแม่เลยนะครับ”
ติรกาจ้องมองวันรบด้วยแววตาโกรธเกลียดเคียดแค้น
“แกออกแบบโอ่งใบนี้ใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
วันรบหันไปพูดกับแขกในงาน
“ผม วันรบ แคล้วคลาดภัย เป็นคนออกแบบโอ่งยักษ์ใบนี้เองครับ”
ทุกคนปรบมือให้วันรบ ยกเว้นธงฉานที่ส่ายหน้าไม่ชอบใจ
“แกตาย”
ติรกาคว้าโอ่งเล็กที่อยู่ข้างมือขว้างใส่วันรบทันที วันรบรับไว้อย่างแม่นยำแล้ววางข้างตัวราวกับแสดงโชว์ ติรกาไม่ยอมแพ้หยิบโอ่งเล็กที่ใกล้มือทั้งหมดเขวี้ยง ๆ ๆ ๆ วันรบก็รับ ๆ ๆ ๆ แถมวางเรียงไว้ข้างตัวอย่างสวยงาม
คนในงานตบมือกันอย่างทึ่งๆ วันรบโค้งรับเสียงตบมือหันมาหาติรกา ติรกาแค้นมากมือจับที่ปากโอ่ง
“อ๊ะ คุณแม่..มันหนักนะครับ คุณแม่ยกไม่ไหวหรอก”
ติรการาวกับมีพลังมหาศาลยกโอ่งขึ้น
“เหวอ” วันรบตกใจร้องลั่นพร้อมกับรีบหลบให้พ้นทางโอ่ง
โอ่งมังกรถูกติรกาเหวี่ยงเฉียดร่างวันรบกระแทกพื้นแตกเพล้ง!จนแขกในงานตกใจกรี๊ดลั่น

ทุกคนในงานเลี้ยงวิ่งหนีตายกันออกมาด้านนอก พุทรากับรปภ.แจ่ม วิ่งตามเก็บโอ่งเล็กด้วยความเสียดาย พุทราเป่านกหวีดปรี๊ดๆแล้วบอก
“อย่าเหยียบโอ่งค่า แจ่มแกเก็บเร็วๆ สิ ไม่งั้นคุณติหักตังค์หมดตัวแน่แก”
วันรบวิ่งหนีออกมาจากงานด้วย โอ่งไซส์เล็ก ไซส์กลางกลิ้งไล่ตามหลังมา ธงฉานวิ่งตามมาเกาะวันรบออกมาด้วย ขณะเดียวกันเสียงคึ่ก ๆ ๆก็ดังไล่มาจากด้านหลัง วันรบกับธงฉานหันกลับไปมองมองเห็นโอ่งยักษ์กำลังกลิ้งเข้ามา
“เหวอ” วันรบและธงฉาน ร้องขึ้นพร้อมกัน
วันรบหันกลับและวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ธงฉานจะวิ่งตามแต่สะดุดขาตัวเองล้มไปนอนกับพื้น ธงฉานเงยหน้าขึ้นมองเห็นโอ่งกลิ้งเข้ามาด้วยความเร็ว
“ม่าย” ธงฉานร้องเสียงดัง
โอ่งกลิ้งผ่านตัวธงฉานไป ธงฉานนอนแบนเป็นอึ่งอ่างโดนรถเหยียบนอนแนบไปกับพื้น ขณะที่คนในงานต่างวิ่งกันวุ่นวายอลหม่านไปทั้งงาน

คุณแก้วที่กำลังท้องและสามีนั่งอยูในห้องประชุมของบริษัทพชรอาคิเทค ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศของการพรีเซ้นต์งานสถาปัตย์ มีโมเดลของรีสอร์ทวางอยู่ด้านข้าง พชรเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มต้อนรับแก้วกับสามี
“พชรอาคิเทค.. ภูมิใจนำเสนอสุดยอดโครงการออกแบบประจำปีนี้ครับ” พชรกล่าวนำ
พชรผายมือแล้วเดินออกไป ไฟในห้องแสงหรี่ลงเล็กน้อย แสงฟอลโล่ขนาดเล็กส่องไปยังโมเดลขนาดเล็กของรีสอร์ทด้านหน้า เสียงเพลงดนตรีอินโทรใส ๆ เย็น ๆ สบาย ๆ เสียงรชานนท์ดังขึ้น
“วันนี้ผมขอเสนอรีสอร์ทพักตากอากาศสำหรับคนรุ่นใหม่ เพียง 3 ห้องในโฮมรีสอร์ทส่วนตัว .. Happy Home Pool Villa เพียบพร้อม.. หลากหลาย..สมบูรณ์ เติมเต็มความสุข.. อย่างที่คุณฝันไว้”
จอวิดีโอมอนิเตอร์สว่างขึ้น ภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิคตัวอย่างห้องพักPool Villa ขนาด 3 ห้องนอนสวยงามและทันสมัย เสียงเพลงดนตรีอินโทรหยุดลง รชานนท์เดินเข้ามาที่ข้างจอ ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเสน่ห์.. คุณแก้วยิ้มรับ ถึงกับหลงไปกับรอยยิ้มนี้ของรชานนท์ รชานนท์ผายมือออกด้านข้าง พชรส่งกีต้าร์อูคูเลเลให้
รชานนท์เริ่มเล่นอูคูเลเล่เพลง Home ของ ธีร์ ไชยเดช พร้อมกับเดินเข้าไปหาเจ้าของโครงการทั้งสองคน รชานนท์ร้องเพลง ...ดอกไม้ ประตู แจกัน ดินทรายต้นไม้ใหญ่ ...
ภาพสไลด์เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามเพลงที่รชานนท์ร้องเพื่อให้เห็นทุกๆส่วนในห้องPool Villa รชานนท์นั่งบนโต๊ะประชุมและร้องเพลงไปด้วย
...แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม...
...ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม...
ภาพสไลด์เปลี่ยนไปเป็นภาพสวนส่วนตัวของห้องพัก
...บ้านนี้จะมีความงามได้ มีเธอ... ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้าน... ของฉัน
รชานนท์เห็นอาการของทั้งสองคนก็ยิ้ม
“เราเซ็นสัญญาจ้างงานกันวันไหนดีครับ” รชานนท์ ถามขึ้น
“วันนี้!!” คุณแก้วและสามีพูดขึ้นพร้อมกัน
พชรซึ่งยืนอยู่มุหนึ่งกำหมัดอย่างดีใจ
“เยส!”
พชรชูนิ้วโป้งให้รชานนท์ ดีใจที่ขายงานได้สำเร็จ รชานนท์ยิ้มภูมิใจในความเก่งกาจของตัวเอง

เวลาเย็นต่อมา ภายในมุมหนึ่งของบริษัทพชรอาคิเทค พชรเดินกอดคอรชานนท์ด้วยความชอบใจที่ชนะใจลูกค้าได้
“สุดยอดจริง ๆ ฉันยอมรับในตัวแกจริง ๆ รชานนท์”
“ถ้ารชานนท์ตั้งใจซะอย่าง ไม่มีคำว่าพลาด โปรเจ็คท์นี้ผมขอพิเศษค่าพรีเซ้นต์ด้วยนะพี่”
“ฝันไปเถอะ”
“งั้นผมเข้าไปบอกคุณแก้วว่างานนี้ผมบายดีกว่า”
“ไอ้นนท์” พชรร้องเรียก รชนานนท์ยังไม่หยุดเดิน
“เออ..ก็ได้”
แต่รชานนท์ยังไม่หยุดเดิน
“แถมโบนัสอีก”
“สิบเปอร์เซ็นต์ด้วย..พอใจยัง” พชรบอก
รชานนท์หันกลับมายิ้มและกลับมาหาพชร
“ค่อยน่าฟังหน่อย แล้วจู่ ๆ วันนี้ไอ้รบตัวแสบไปไหนล่ะครับ”
“ทำไมมันเบี้ยวไม่มาพรีเซ้นต์ซะอย่างนั้น”
“มันลาไปทำภารกิจของหัวใจ พยายามเอาใจว่าที่แม่ยายในอนาคต” พชรบอก
“ฮ่า ๆ อย่างไอ้รบ.. ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาใจเลย บอกตามตรงนะครับ ผมยังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนไม่ชอบมันสักคน สาวเอ๊าะ สาวแก่ เห็นหน้ามันทีไร หลงใหลในเสน่ห์ไอ้รบทุกราย” รชานนท์พูด

เย็นวันเดียวกัน ติรกากับมัทรีหันหน้าเข้าหากันด้วยความฉุนเฉียวและระเบิดอารมณ์ใส่กันทันทีภายในห้องนั่งเล่นของบ้านติรกา โดยมีเตือนใจนั่งอยู่กับพุทรา ส่วนวันรบยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง ติรกามองวันรบอย่างเหม็นขี้หน้า มัทรีเข้าขวางปกป้องไว้ ติรกาชี้หน้าวันรบและพูดขึ้น
“มันทำให้งานวันนี้พัง”
“ผมแค่ไปแสดงความยินดี ไม่คิดว่าคุณแม่จะวัยทองนี่ครับ” วันรบเอ่ยขึ้นอย่างหน้าระรื่น
“ไอ้รบ”
“คร้าบ...คุณแม่”
ติรกาโกรธจัดจนอยากจะร้องกรี๊ดเสียงดัง
“ยัยมัท แกต้องเลิกกับไอ้บ้านี่ ไม่งั้นแม่ไม่ยอม”
“แม่คะ..รบเขาทำอะไรแม่ถึงได้เกลียดเขานักหนา” มัทรีถามติรกา
“นั่นสิครับคุณแม่...ผมก็สงสัย”
ติรกาจ้องมองวันรบ วันรบมองกลับทำหน้าซื่อ
“มหาวิทยาลัยปีสอง เทอมหนึ่ง แกคบกับยัยมัทแล้วแกยังคบกับลีดเดอร์วิทยาลัยทีเดียวสองคนใช่ไหม”
วันรบอ้าปากจะตอบแต่มัทรีชิงตอบแทนเสียก่อน
“สองคนนั้นมาตามตื้อรบต่างหาก มัทเป็นคนไปเคลียร์กับผู้หญิงสองคนนั้นเอง”
“ปีสองเทอมสอง อาจารย์สาวย้ายมาใหม่แกก็ไปกิ๊กเขา เอาดอกไม้ไปให้”
“ดอกไม้นั่นรบซื้อให้มัท อาจารย์เขาเข้าใจผิดคิดว่ารบให้เขา รบไม่อยากให้อาจารย์เสียหน้า มัทก็เลยให้เลยตามเลย”
ติรกาท่าทางฮึดฮัดแต่ไม่ยอมแพ้
“เด็ก..ใช่...ปีสามเทอมสอง เด็กม.4 แกก็ไม่เว้น หลอกจนเด็กมาหาแกทุกวัน”
“น้องเขามาเรียนพิเศษต่างหาก”
“แต่มันอยู่กันสองต่อสอง”
“สามค่ะ เพราะมัทอยู่ด้วยทุกครั้ง ไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน”
ติรกาอึ้งกับการแก้ต่างของมัทรี
“ตีตกทุกข้อกล่าวหา..ท่าเราจะแพ้นะคะคุณ”
ติรกาหันขวับ พุทราก้มหน้างุดทันที วันรบพูดเบา ๆ กับเตือนใจ
“ผมพ้นทุกข้อกล่าวหานะครับคุณยาย”
ติรกาหันขวับมองไปที่วันรบ วันรบปัด แขนเสื้อตัวเองแล้วยิ้ม
“เอ่อ..ขาวสะอาดจริง ๆ”
ติรกาตั้งท่าจะจับหนังสือใกล้มือ เตือนใจรีบตัดบททันที
“พ่อรบ..กลับไปก่อนไป”
“แต่...มัท”
“มัทกลับเองได้ค่ะ” มัทรีบอก
วันรบอึกอัก แต่เตือนใจส่งสายตาขอร้องแกมบังคับ
“งั้น..สวัสดีครับคุณยาย คุณแม่”
วันรบยังไม่ทันลดมือลงจากการไหว้ก็ต้องวิ่งหนีไปโดยมีหนังสือปลิวตามหลังไป ติรกาหันมาทางมัทรี สองคนมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เตือนใจมองด้วยความเป็นห่วง ขณะที่พุทรารู้สึกหวั่นๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วันรบเดินออกมาหยุดที่หน้าบ้านของติรกาแล้วหันไปมองห่วง ๆ มัทรี จังหวะนั้นเสียงมือถือวันรบดัง วันรบหยิบมาดู
“ว่าไงครับป๋านนท์...ฉลอง?”

ภายในบ้าน มัทรีพยายามจะเจรจากับติรกาเกี่ยวกับวันรบ
“ตั้งแต่มัทคบกับรบ รบไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้มัทเสียใจ”
“มันเป็นพวกกะล่อน ถ้าแกไว้ใจมันแกจะต้องเสียใจ”
“เขาอาจจะเคยเจ้าชู้ แต่ตอนนี้เค้ามีมัทคนเดียว”
“แม่ไม่มีวันเชื่อใจผู้ชายอย่างไอ้รบ”
“มัทสงสัยมานานแล้ว ทำไมแม่ถึงเกลียดผู้ชายเจ้าชู้นัก แม่บอกมัทได้ไหมคะว่าทำไม”
ติรกาถึงกับอึ้งและเงียบไปในทันที มัทรีพูดต่อ
“ถ้าแม่มีเหตุผลเพียงพอ มัทจะฟังแม่ แต่แม่ต้องอธิบายให้มัทเข้าใจว่าเหตุผลคืออะไร บอกมัทสิคะแม่...แม่คะ”
ติรกาได้แต่น้ำตาคลอ อึดอัดไม่สามารถบอกเหตุผลกับมัทรีได้ว่าเพราะอะไร เตือนใจเห็นอาการติรกาก็ให้เกิดความรู้สึกสงสารจับใจ เพราะรู้ว่าติรกากำลังเจ็บปวดกับอดีต
“แม่คะ...”
“ไม่มีเหตุผล แม่ไม่ชอบไอ้รบ มัทต้องเลิกกับมัน”
“งั้นมัทก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกัน รบคือคนที่มัทรักค่ะแม่”
“แต่แม่ไม่อนุญาต แม่จะขัดขวางแกให้ถึงที่สุด”
“แม่ไม่คิดถึงใจมัทบ้างเลย แม่ไม่อยากให้มัทมีความสุขเหรอคะ”
ติรการู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาทันที
“ยัยมัท แกเตรียมตัวย้ายกลับราชบุรี แกเรียนจบแล้วต้องกลับมาทำงานที่บ้าน แม่ไม่ยอมให้แกอยู่กรุงเทพฯ ได้ใกล้ชิดกับไอ้กะล่อนวันรบอีกเด็ดขาด”
มัทรีถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินคำสั่งเด็ดขาดของแม้ ติรกาถึงกับอึ้งที่เห็นความผูกพันของมัทที่มีต่อวันรบ
“มัทกลับก่อนนะคะ...สวัสดีค่ะยาย..สวัสดีค่ะแม่”
มัทรีก้าวเดินออกไป ติรกาเดินออกไปอีกทาง เตือนใจสั่งพุทรา
“พุทรา ตามไปส่งคุณมัทด้วย”

พุทรารับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไป เตือนใจมองตามติรกาด้วยความเห็นใจทั้งคู่
ตะวันคล้อยต่ำ บอกเวลาเย็นย่ำแล้ว ภายในมุมหนึ่งของบ้าน ติรกากำลังทอดสายตาเหม่อล่องลอยออกไปนอกบ้าน คิดถึงคำพูดของมัทรี

“แม่ไม่คิดถึงใจมัทบ้างเลย แม่ไม่อยากให้มัทมีความสุขเหรอคะ”
สีหน้าของติรกาเครียดขึ้นมาทันที และเมื่อหวนคิดถึงเรื่องของตัวเองที่เคยเกิดขึ้นในอดีต สีหน้านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความเศร้าขึ้นมาทันที

ภาพแห่งความหลังเมื่อ 20 ปีก่อนเข้ามาก่อกวนความรู้สึกของติรกาอีกครั้ง วันนั้น ติรกาไปฟังผลการตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล ติรกานั่งอยู่หน้าหมอหนุ่มที่ยิ้มแย้มด้วยความยินดีกับคนไข้
“หมอขอแสดงความยินดีด้วย…คุณกำลังจะมีลูก”
ติรกาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ
“อะไรนะคะ”
“คุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้วครับ”
ติรกาหน้าเสียขึ้นมาทันทีเพราะ เธอยังไม่พร้อมจะมีท้องในเวลานี้ หมอเห็นอาการของติรกาแล้วก็อดนึกสงสัย
“มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ”
“ปละ..เปล่าค่ะ”
“ต่อไปนี้คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี ทานยากับวิตามินตามที่หมอสั่งและจะให้ดี.. พาแฟนมาหาหมอด้วย หมอจะได้แนะนำเค้าว่าควรจะดูแลคุณยังไง”
“เอ้อ..ค่ะๆ”
สีหน้าติรกาเต็มไปด้วยความกังวล ไม่สบายใจที่ท้องก่อนวัยอันควร


สายตาของติรกายังคงเหม่อลอย และรำพึงเสียงเบาๆว่า
“มัทรีต้องไม่พลาดเหมือน...แม่”

มัทรีออกรถจากราชบุรีเข้ากรุงเทพฯโดยมีพุทรานั่งรถตามมาด้วย ห้องพักของมัทรีเป็นคอนโดมิเนียมห้องชุดขนาดใหญ่ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ตรงกลางเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น โดยมีห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนอยู่อีกด้านหนึ่ง
มัทรีเปิดประตูเข้ามาเปิดสวิทช์ไฟและเดินไปยังห้องรับแขก โดยมีพุทราตามเข้ามาติดๆ
“ขอบคุณนะคะพี่พุทราที่ตามมาส่ง”
“น้องมัทหายโกรธคุณแม่หรือยังคะ”
“มัทไม่โกรธคุณแม่ค่ะ มัทแค่ไม่เข้าใจ จริงๆ เมื่อกี้มัทก็รู้ว่าพูดแรงไป แต่แม่ไม่เคยฟังมัทเลย”
“คุณติรักน้องมัทมาก ไม่อยากให้น้องมัทเสียใจ”
“พี่พุทราคิดว่ารบจะทำให้มัทเสียใจเหรอคะ”
“พี่ก็ไม่รู้หรอกค่ะ อยู่มาจะสามสิบปีแล้ว ยังไม่เคยมีผู้ชายตกถึงท้องเลยค่ะ แต่พี่เชื่อว่า พวกผู้ชายไว้ใจไม่ได้หรอกค่ะ ตอนโปรโมชั่นก็เห็นเราเป็นนางฟ้า หมดโปรกลายเป็นนางมารซะงั้น คุณติพูดให้พี่ฟังน่ะค่ะ”
“แต่รบไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“อะไรทำให้น้องมัทมั่นใจขนาดนั้นคะ”
มัทรีถึงกับอึกอักเมื่อเจอคำถามนี้จากพุทรา
“เอ่อ...มัดเชื่อใจคนที่มัทรักค่ะ”
พุทราพยักหน้ารับอย่างไม่ติดใจอะไร พุทรามองไปที่ประตูห้องเห็นลูกบิดมีผ้าหุ้มเป็นลายคิตตี้ หน้าประตูติดป้ายห้ามรบกวนแต่หวานแหววน่ารักมาก
“ว่าแต่...รูมเมทน้องมัทยังไม่กลับเหรอคะ เขาทำงานอะไรคะ...ทำไมมาทีไรพี่ไม่เคยเจอสักที”
“เขาก็ทำงานออกแบบเหมือนมัทนี่แหล่ะค่ะ แต่ช่วงนี้เขาไปดูงานที่ภูเก็ต”
“อ๋อ..”
“มัทว่าพี่พุทรารีบกลับเถอะค่ะ กว่าจะถึงราชบุรีจะดึกเกิน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“ไปเถอะค่ะ...ไปเถอะ”
พุทราจำต้องออกไปอย่างเสียไม่ได้ หลังจากที่มัทรีปิดประตูแล้วก็เดินไปนั่งเครียดที่โซฟา มัทรีใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง

รชานนท์ใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วตัวเอง ด้วยท่าทางเดียวกันกับมัทรีไม่มีผิดเพี้ยน ! ที่ศาลาริมสระว่ายน้ำในบ้านของพชร ในช่วงเย็นวันเดียวกันแล้วพูดกับตัวเอง
“อย่าเครียด ๆ ไอ้นนท์ อย่าเครียด”
รชานนท์ วันรบและพชรนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ที่ศาลาริมสระว่ายน้ำ วันรบมองท่าทางของรชานนท์อย่างแปลกใจ
“ป๋าจะเครียดทำไม ผมสิต้องเครียด” วันรบเอ่ยขึ้น
รชานท์มองวันรบแล้วส่ายหน้า
“ฉันว่ายากแบบนี้ เปลี่ยนแฟนง่ายกว่า” รชานนท์บอก
“ป๋านนท์พูดแบบนี้ได้ไง คนนี้ผมรักจริงนะ”
“รักจริงก็เอาไว้บนหิ้ง หาแบบกุ๊งกิ๊งงุ๊งงิ๊งไว้ขำ ๆ ก็ได้” พชรบอก
“ใช่เลยพี่ระ หาวันไปกันมั้ย เดี๋ยวป๋าจัดเต็ม ฮ่าๆๆ” รชานนท์เห็นด้วย
วันรบส่ายหน้าไม่ไป
“ไม่เอาพี่ ผมเลิกเที่ยวแล้วจริงๆ”
“อะไรวะไอ้รบ ตั้งแต่คบแฟนคนนี้มาทำไมแกเปลี่ยนไปขนาดนี้วะ” รชานนท์ถาม
“ผมอธิบายยังไงป๋าก็ไม่เข้าใจหรอก ถ้าป๋ายังไม่เจอคน ๆ นั้น” วันรบบอก
“คนไหนวะไอ้รบ?” พชรถาม
“ก็คนที่ใช่ไงพี่... อย่างพี่ก็พี่นี ของผมคือมัท” วันรบตอบ
วันรบหันไปพูดกับรชานน์อย่างจริงจัง
“จริง ๆ นะป๋านนท์... วันนึงถ้าป๋าเจอคนที่ใช่ ป๋าจะเข้าใจผม”
“คนที่ใช่...อยากเจอจริงๆ” รชานนท์บอก

ฟ้ามืดแล้ว ติรกาลงมาจากชั้นบนพร้อมกับเอกสารเพื่อจะมานั่งทำงานในห้องรับแขก จังหวะที่กำลังจะนั่งนั้น บังเอิญมือไปปัดโดนกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตกลงที่พื้น ติรกาก้มลงหยิบขึ้นมาดู ภาพของมัทรีวัยเด็กที่กำลังกอดคอและหอมแก้มติรกา สองแม่ลูกยิ้มร่าให้กันอย่างมีความสุข
ติรกาหยิบกรอบรูปบานนั้นวางไว้ที่เดิมแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง ที่รายล้อมไปด้วยถ่ายคู่ระหว่างเธอกับมัทรีในวัยต่าง ๆ ตั้งแต่ทารกแรกเกิด, เด็กเล็ก, วัยมัธยมฯ จนเข้ามหาวิทยาลัย ทุกภาพมีแต่สองแม่ลูกและเตือนใจที่ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี
เตือนใจยื่นมือวางแก้วน้ำส้มตรงหน้าติรกา ติรกาเงยหน้าขึ้นมองเตือนใจ
“น้ำส้มหน่อยไหมจะได้สดชื่น” เตือนใจพูดพลางยิ้มกับติรกา
ติรกาไม่รับน้ำส้มแก้วนั้นขึ้นดื่ม กลับเสียงแข็งขึ้นทันที
“ถ้าแม่จะมาเจรจาแทนยัยมัท ติบอกเลยว่าไม่ได้ผลหรอกแม่”
เตือนใจ ร้องเพลงขึ้นมาซะอย่างนั้น
“เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น...หะ ยัยติ มาเหวี่ยงใส่แม่ทำไมเนี่ย”
“หนูปวดหัวจังแม่ ทำไมลูกไม่ฟังหนูเลย”
“เป็นไงล่ะ ทำกับแม่ไว้เยอะ..ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ คิดซะว่าชดใช้ให้แม่ดีไหม”
“แม่..ซ้ำเติมหนูเหรอ”
“แค่เตือน แกก็เคยมีความรักมาก่อน น้ำเชี่ยวเอาเรือขวางได้ที่ไหน ติแรงใส่ยัยมัท ยัยมัทก็แรงกลับแบบนี้แหล่ะ”
“แม่ไม่ได้ยินที่ยัยมัทพูดเหรอ ยัยมัทหาว่าหนูไม่อยากให้แกมีความสุข หนูฟังแล้ว..” ติรกายังพูดไม่ทันจบ
“แม่ทุกคนอยากเห็นลูกตัวเองมีความสุขทั้งนั้น แม่รู้ว่าติห่วงลูก แต่ติน่าจะลองเชื่อสายตายัยมัท ให้โอกาสวันรบบ้าง เฮ้อ..”
เตือนใจหยิบน้ำส้มแก้วนั้นมาดื่มเอง ติรกามองเตือนใจตาปริบๆ
“แม่ นั่นน้ำส้มหนูไม่ใช่เหรอ”
เตือนใจ มองแก้ว น้ำส้มหมดแล้ว
“เออ...ลืม ก็ติให้แม่พูดยาว แม่ก็คอแห้งน่ะสิ”
ติรกาขำ
“ซะงั้น...แม่..วันรบเหมือนเขา เหมือนมาก..ถ้ายายมัทยังขืนคบกับผู้ชายแบบนั้นต่อไปจะต้องโดนมันทำร้ายจิตใจจนต้องเจ็บปวดไปตลอดชีวิตแน่ ๆ”
“ติกับมัท..มันคนละคนกันนะลูก ชีวิตใครก็ปล่อยให้เขาจัดการเองเถอะ”
“ยัยมัทเป็นแก้วตาดวงใจของหนูจะให้หนูปล่อยให้ลูกเดินทางผิด หนูทำไม่ได้หรอกแม่”
“อนาคตมันยังมาไม่ถึงไม่มีใครรู้ปลายทางหรอก ยัยมัทอาจจะเดินทางถูก แต่เป็นติที่เดินทางผิดก็ได้ จริงไหม”
“หนูเหนื่อย...หนูไปนอนก่อนนะแม่”
ติรกากอดเตือนใจ เตือนใจกอดตอบ
“ฝันดีนะลูก”
“แม่ด้วยนะ”
ติรกาหอมแก้มเตือนใจแล้วเดินขึ้นห้องไป
“เมื่อไหร่จะลืมซะทีนะลูกเอ้ย”

รชานนท์นั่งดื่มเหม่อ ๆ อยู่ที่เดิมคนเดียวจนพชรเข้ามาตบบ่าไหล่ รชานนท์เงยหน้ามองทันที
“ไอ้รบล่ะ”
“กลับไปตั้งนานแล้ว เห็นแกเงียบคิดว่าหลับมันก็เลยไม่กวน แล้วแกเป็นอะไรเงียบเชียว” พชรถาม
“แค่..คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
พชรมองอาการรชานนท์อย่างมีข้อสงสัยในใจ
“คุยอะไรกันอยู่คะ” เสียงของนลินีดังขึ้น
ทั้งสองคนหันไปทางต้นตอเสียง เห็นนลินีกำลังเดินมาพอดี

“ผมกำลังสงสัยจ๊ะเมียจ๋า ว่านนท์มันกำลังคิดถึงใครอยู่” พชรเอ่ยขึ้น
“ต้องถามว่าคนไหนมากกว่า นนท์น่าจะหาแฟนตัวจริงได้แล้วนะ อายุก็ไม่น้อยแล้ว” นลินีบอก
“พี่นีครับ น้องพี่ยังหน้าอ่อนขนาดนี้ยังลั้นลาได้อีกนานน่ะพี่” รชานนท์เฉไฉเกลื่อนเรื่องในใจ
นลินีมองอย่างรู้ทัน
“ยังคิดถึงแม่กระแตอะไรนั่นอยู่ล่ะสิ”
รชานนท์ถึงกับชะงักไปทันที
“เมียจ๋า” พชรเรียกนลินี
“พี่ล่ะอยากเห็นหน้าจริงๆ ผู้หญิงที่หักอกน้องพี่จนเสียศูนย์ หน้าตาเป็นยังไง ถ้าเจอนะฮึ่ม” นลินีว่า
พชรเห็นรชานนท์สะเทือนใจจึงสะกิดนลินีและเรียกอีกครั้ง
“เมียจ๋า”
“นนท์ต้องทำตัวเป็นเพลย์บอยไม่กล้ามีใครเพราะกลัวจะเจ็บอีกใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ใช่แบบนั้น น้องนีคงแต่งงานไปตั้งนานแล้ว” นลินีพูด
“ผมไม่ได้กลัวที่จะเจ็บ..แต่ไม่มีใครมาแทนที่กระแตได้” รชานนท์ว่า
พชรกับนลินีมองหน้ากันด้วยความเห็นใจรชานนท์ที่ลืมรักแรกไม่ได้สักที
รชานนท์ทอดสายตาเหม่อลอยคิดถึงความหลัง

รชานนท์นั่งอ่านกระดาษโน้ตที่อยู่ในมือ “เจอกันที่เดิม เวลาเดิมนะคะ” ขณะที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง รชานนท์มองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วมองซ้ายมองขวาแต่ยังไม่เห็นใคร !? ติรกาแอบมองรชานนท์จากมุมหนึ่งทางด้านหลัง จากนั้นจึงค่อยๆเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังรชานนท์แล้วปิดตารชานนท์ไว้
“แฮปปี้เบิร์ทเดย์ค่ะนนท์”
รชานนท์รู้ได้ทันทีว่า มือคู่ที่ปิดตาอยู่คือมือของติรกาจึงยิ้มดีใจ
“วันเกิดปีนี้ ขอให้นนท์มีแฟนที่น่ารักแบบแตไปตลอดชีวิตนะ”
รชานนท์ค่อยๆแกะมือของอีกฝ่ายแล้วหันมามองหน้าติรกา
“ขอบคุณครับที่รัก”
รชานนท์ยิ้มให้ติรกา

รชานนท์แววตาเศร้าสีหน้าอมทุกข์ ทอดถอนใจกับเรื่องในอดีตอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวพลางบอกกับตัวเองว่า
“เลิกคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ได้แล้วไอ้นนท์ ผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตแกนานเกินกว่าจะคิดถึงแล้ว...”
ว่าแล้วรชานนท์ก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน นอนหลับตาโดยพยายามไม่นึกถึงเรื่องในอดีต

ภายในคอนโดของมัทรีในช่วงเวลาเดียวกัน มัทรีกำลังหอบผ้าที่ใส่แล้วมากองไว้ที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตูห้องนอนอีกห้องหนึ่ง ภายในห้องมีแต่ตุ๊กตาคิตตี้ ตุ๊กตาหมีน่ารักๆและข้าวของเครื่องใช้เป็นสีชมพู มัทรีมองข้าวของภายในห้องแล้วยิ้ม ๆ มัทรีหยิบเสื้อผ้าในตะกร้าที่จะซักออกมาจากห้องเอามากองรวมกันไว้ มัทรีลงนั่งที่โซฟา เห็นกองผ้าที่พับแล้ววางอยู่ 2กอง กองหนึ่งเป็นของมัทรี ส่วนอีกกองหนึ่งมีผ้าเช็ดตัวลายคิตตี้ เสื้อยืดลายการ์ตูน2-3ตัว และกางเกงชาวเลสีชมพู
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น มัทรีมองไปทางประตูห้องแล้วแปลกใจ
“ปกติก็มีกุญแจห้องนี่... หรือว่าเป็นคนอื่น”
มัทรีรีบเอาผ้ากองรวมกันไว้แล้วรีบเดินไปที่ประตูห้อง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก
“ใครคะ?”
“ผมเอง”
มัทรีจำได้ว่าเป็นเสียงวันรบก็รีบเปิดประตูให้
วันรบถือถุงกับข้าวอาหารสดเข้ามาด้วย
“นึกว่าจะคุยกับป๋านนท์จนเช้าซะแล้ว”
“ผมจะปล่อยให้นางฟ้าอยู่คนเดียวได้ยังไง แล้วคุณทานอะไรหรือยัง”
“ทานนมแล้วค่ะ”
“ทานแค่นั้นไม่พอหรอก เดี๋ยวผมทำข้าวต้มให้ทานนะ”
วันรบจะเดินเข้าไปที่ครัวแต่มัทรีห้ามไว้
“รบ เดี๋ยวมัททำเองดีกว่า รบกลับมาเหนื่อยๆ”
“แต่ผมไม่อยากให้ทำ บอกแล้วไงว่าผมจะดูแลเทคแคร์มัทเอง”
วันรบเหลือบไปเห็นกองผ้าที่มัทรีพับค้างไว้
“มัท บอกแล้วไงว่าไม่ต้องพับผ้าให้ผม เดี๋ยวผมจัดการเอง”
วันรบรีบหยิบกองผ้าที่มีลายคิตตี้ขึ้นมาถือไว้ แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวลายคิตตี้พาดบ่าตัวเอง มัทรีมองวันรบที่รวบรวมหยิบเสื้อผ้าของตัวเองแล้วอดขำไม่ได้
“บอกตามตรงนะรบ มัทไม่ชินจริง ๆ ที่เห็นคุณใช้ของพวกนี้”
“แล้วกัน... ถ้าผมไม่ใช้ของแบบนี้ แม่คุณก็จับได้สิว่าเราอยู่ห้องเดียวกัน”
วันรบเดินไปเปิดประตูห้องแล้วเอาของเข้าไปเก็บในห้องตัวเอง มัทรีเดินตามวันรบเข้าไปในห้องนอนวันรบ แต่วันรบหันมาเบรกไว้โดยใช้มือตีที่หน้าผากมัทรีเบา ๆ
“ห้องผู้ชาย... ผู้หญิงห้ามเข้าครับ (คำพูดติดปาก) เรารักกันด้วยใจ...ไม่ล่วงเกินทางกาย ชิงสุกก่อนห่าม”
มัทรียิ้มๆ แล้วก้าวถอยหลังออกมาจากห้องวันรบ
“ความจริงมัทอยากให้แม่รู้เหมือนกันนะ บางทีแม่อาจจะเลิกวุ่นวายกับมัทไปเลยก็ได้”
“ไม่มีทางหรอกมัท... ถ้าแม่คุณรู้ว่าเราอยู่ด้วยกัน ท่านลากคุณกลับไปราชบุรีแน่นอน ผมคงไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองแน่ๆ”
วันรบยิ้มแย้มเดินออกมาจากห้องตัวเองแล้วเดินหลบเข้าไปทางห้องครัว มัทรีมองตามด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักผู้ชายคนนี้
จังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือมัทรีที่วางอยู่มุมหนึ่งของห้องดัง มัทรีเดินไปหยิบขึ้นมามองเห็นชื่อตริกาจึงรีบรับทันที
“คะคุณแม่...มีอะไรเหรอคะ”
“มัทอยู่ไหน...ทำไมโทรไปแล้วไม่รับสาย”
มัทรีเดินอยู่ในห้องนั่งเล่น พยายามทำเสียงเป็นปกติเหมือนไม่ได้ทะเลาะกับแม่มาเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมา
“อยู่คอนโดฯ นี่แหละค่ะ หนูขึ้นไปนั่งเล่นบนดาดฟ้าแต่ไม่ได้เอามือถือขึ้นไปค่ะ โธ่...หนูจะโกหกคุณแม่ทำไมคะ”
มัทรีเดินต่อไปได้ยินเสียงสับหมูในห้องครัว เพราะวันรบกำลังทำกับข้าวให้
ติรกาไม่เชื่อยังจับผิดมัทรีต่อไป
“ขึ้นไปบนดาดฟ้าทำไมตั้งชั่วโมงกว่า ออกไปหาไอ้วันรบใช่มั้ย
มัทรีสะดุ้งนิดหนึ่ง แล้วรีบบอกเนียนๆ
“ปละ...เปล่าค่ะ หนูจะออกไปทำไมหารบทำไมคะแม่ แหม..เพิ่งเจอกันในงานเมื่อตอนกลางวันนี้เอง”
มัทรีเดินไปจนลับเหลี่ยมมุมห้อง เมื่อมองเข้าไปในห้องครัวแล้วสะดุ้งตกใจร้อง ลืมไปว่าคุยโทรศัพท์กับติรกาอยู่
“ว้าย”
วันรบแกล้งยืนโพสท่าเป็นเทพีสันติภาพ แต่ถือทัพพีแทนคบเพลิง และถือกระทะแทนแผ่นจารึกคำประกาศอิสรภาพ สวมผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนคิตตี้ และมีหมวกกุ๊กใบเล็ก ๆ ใส่อยู่บนหัว
“ยายมัทเป็นอะไรลูก” ติรการ้องถาม
วันรบแกล้งหรี่ตาทำหน้าตาเซ็กซี่แกล้งมัทรี มัทรีจากที่อึ้งเหวออยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที
“มีอะไรยายมัท”
มัทรีพยายามกลั้นหัวเราะไว้
มัทรีหันกลับมาคุยกับโทรศัพท์ต่อไป
“ไม่มีอะไรค่ะ เอาอย่างนี้... เพื่อเป็นการยืนยันว่ามัทอยู่ที่ห้องจริง ๆ มัทจะเอาโทรศัพท์คอนโดโทรไปหาแม่ รอแป๊บนะคะ”
ทันทีที่มัทรีวางสาย ทั้งมัทรีและวันรบก็หัวเราะกันลั่น
“รบอ่ะ เล่นอะไรบ้า ๆ ก็ไม่รู้ เดี๋ยวมัทต้องโดนคุณแม่ซักแน่ ๆ ว่าขำอะไร”
“ผมไม่อยากให้มัททำหน้างอเวลาคุยกับแม่”
“ก็มัทเบื่อ ไม่รู้แม่จะโทรมาเช็คอะไรกันนักกันหนา”
มัทรีทำหน้ามุ่ยไม่พอใจกับการกระทำของแม่
“ไม่เอา... ไม่เครียดนะ”
วันรบใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของมัทรี
“ไม่เครียดๆ”
มัทรีเริ่มยิ้มออก
“คนสวยของผมยิ้มออกแล้ว...งั้นไปโทรหาว่าที่แม่ยายผมได้แล้ว ท่านจะได้ไม่ห่วง”

มัทรีหนีบโทรศัพท์คอนโดฯ ไว้ที่คอเพื่อคุยกับติรกา ขณะที่มือกำลังจัดโต๊ะอาหาร ในมือมัทรีถือทั้งผ้ารอง จานและช้อนส้อม
“ถ้าดึก ๆ มัทหลับไปแล้ว ก็ต้องตื่นมารับสายแม่อีกเหรอคะ”
มัทรีเอาของทั้งหมดวางลงบนโต๊ะ วันรบรีบเข้ามาหามัทรี ทำท่าให้รู้เป็นทำนองว่าจะจัดโต๊ะให้เอง มัทรีทำท่าจะไม่ยอมแต่วันรบดันตัวมัทรีให้พ้นไปจากโต๊ะอาหาร
วันรบจัดโต๊ะอาหารเสร็จก็รีบเข้าครัวเขเไปทำอาหารต่อ มัทรีมองวันรบยิ้มๆ แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าด้วยความเซ็งพูดโทรศัพท์กับติรกาต่อ
“มัทไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ ที่จะโกหกแม่เพื่อแอบหนีไปเที่ยว”
เสียงมือถือมัทรีดังขึ้น มัทรีหยิบมือถือมากดดู เห็นว่าธงฉานส่งข้อความมาหา
“นี่แม่ใช้คุณธงฉานส่งข้อความมาหามัทเหรอ”
วันรบได้ยินชื่อธงฉานก็หันมามองมัทรีทันที มัทรียื่นมือถือให้วันรบดู ธงฉานส่งมาว่า
“คืนนี้อากาศดี ไปหาที่นั่งชิล ๆ มั้ย พี่ธงจะไปรับ”
วันรบเห็นข้อความก็ทำหน้าทำตาไม่พอใจขึ้นมาทันที
“ถ้าแม่ไม่ได้ใช้คุณธงฉานก็ไม่เป็นไรค่ะ...มัทขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ วันนี้มัทเหนื่อยมาก อยากพักแล้วค่ะ บ๊ายบายค่ะ”
มัทรีกดวางสายพร้อมกับถอนใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ... มัทมีแม่หรือผู้คุมกันแน่”
“แม่คุณไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้คุณธงฉานเนี่ยสิ เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับมัทซะที”
วันรบขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ยไม่ชอบใจที่ธงฉานมาตามติดมัทรี มัทรียิ้มดีใจที่เห็นว่าวันรบหวงตัวเอง
“ไม่เอาไม่เครียดนะคะรบ” มัทรีพูดเลียนแบบวันรบบ้าง
มัทรีใช้นิ้วโป้งคลึงที่หว่างคิ้วของวันรบ แต่วันรบยังยิ้มไม่ออก
“คุณยายมัทเคยบอกน๊า เวลาทำกับข้าวถ้าพ่อครัวอารมณ์เสีย กับข้าวจะไม่อร่อย”
“ตกลงห่วงผมหรือห่วงกับข้าว”
“ทั้งสองอย่างค่ะ แต่อย่างหลังห่วงมากกว่านิดนึง... วันนี้ให้มัทช่วยทำกับข้าวนะคะ”
ทั้งสองคนต่างยิ้มแย้มให้กันอย่างมีความสุขแล้วเดินเข้าครัวไปทำกับข้าวด้วยกัน

มัทรีสะดุ้งสะบัดมือทันทีเมื่อจับหูหม้อที่กำลังร้อน วันรบจับมือมัทรีมาจับที่หูตัวเอง ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างหวานๆ วันรบตักข้าวต้มใส่ชาม มัทรีเอาพริกไทยโรย วันรบเจอละอองพริกไทยจะจาม
“ฮะ...ฮะ..ฮะ...ฮัด..อุ๊บ”
มัทรีเอามือปิดปากวันรบ วันรบมองชะงักแล้วทำปากจูบกลางมือมัทรี มัทรีเอามือปาดปากวันรบซะเลย
“เค็มอ่ะ มัท”
“สม อยากฉวยโอกาสนัก”
วันรบกับมัทรีนั่งทานอาหารกันยิ้มมีความสุข
หลังทานอาหาร วันรบล้างจานทำความสะอาดที่ครัวจนเสร็จเรียบร้อย วันรบหันมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นมัทรีนอนหลับอยู่ที่โซฟา
“มัท... มัท...เข้าไปนอนในห้องมั้ย”
มัทรียังหลับสนิทอยู่ วันรบมองมัทรียิ้ม ๆ ก่อนจะอุ้มมัทรีขึ้นแล้วพาไปที่ห้องนอนมัทรี
“วันนี้ขอผิดกฎ “ห้องผู้หญิงผู้ชายห้ามเข้า” หนึ่งวันนะครับ”
วันรบค่อย ๆ วางมัทรีลงบนเตียง มัทรียังหลับอยู่ไม่ยอมตื่น วันรับมองมัทรีที่หลับสนิทอย่างมีความสุขเพราะรู้สึกโชคดีที่ได้ดูแลมัทรี วันรบจัดการห่มผ้าให้มัทรีแล้วลงนั่งที่ข้างเตียง วันรบลูบแก้มมัทรีอย่างแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ โน้มตัวไปจะจูบมัทรี มัทรีเอามือขึ้นมากันหน้าวันรบไว้ วันรบจะจูบกลางมืออีก แต่มัทรีรู้ทันเอามือบีบปากวันรบไว้แน่น
“อื้อ...อื้อ...อัท..มัทอ่ะ”
“เรารักกันด้วยใจ...ไม่ล่วงเกินทางกาย ชิงสุกก่อนห่าม” มัทรีบอกยิ้มๆและดันตัวเองให้ลุกขึ้น
“ขอบคุณนะคะที่มาส่งมัท ไปนอนเถอะค่ะ”
“มัท...คือ...แค่จุ๊บได้ไหม”
“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวเลยเถิด”
“มัท..คือมัทน่ารักผมก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ”
มัทรีส่งตาอ้อน
“รักมัทไหม”
“รักสิ”
“มัทไว้ใจคุณ อย่าให้มัทผิดหวังเลยนะคะ กลับไปนอนนะคนดี...”
“ครับ” วันรบแพ้ทาง
วันรบหยิบตุ๊กตาหมีที่อยู่ข้าง ๆ มัทรีมาจุ๊บแรงๆ มัทรีมองงง
“ผมไม่ได้ผิดกติกานะ นี่ๆๆ น่ารักดีนัก”
มัทรียืนมองวันรบขำ ๆ
วันรบจูบตุ๊กตาหมีจนสาแก่ใจจึงวางหมีไว้ที่เดิม หันมาหามัทรี
“ฝันดีนะครับคนสวย”
“ฝันดีค่ะ สุดหล่อ”
วันรบเดินออกไปนอกห้องปิดประตูให้ มัทรีหยิบหมีมาจุ๊บแบบไม่ยั้ง
“น่ารักนักเหรอเราน่ะ นี่ๆๆ”
จู่ๆ มีเสียงปึง! ดังมาจากข้างห้อง มัทรีเดินไปแนบหูฟังกำแพงด้านตัวเอง กำแพงอีกด้านในห้องนอนของวันรบกำลังตะกายกำแพงด้วยความอัดอั้น มือวันรบแทบจะขูดกำแพงแล้วพูดเบาๆ
“จะน่ารักไปถึงหนาย” ว่าแล้ววันรบก็ตะกายกำแพงใหญ่
มัทรีได้ยินยิ้มขำแล้วเดินกลับไปล้มตัวคว่ำลงบนเตียงนอนยิ้มมีความสุข
“อดทนนะคะคนดี...มัทไว้ใจคุณนะ”
อีกด้านวันรบทิ้งตัวลงบนหงายบนเตียง
“ทรมานชะมัด..ขืนเป็นแบบนี้ไปนานๆ เราตายแน่”

เช้าวันใหม่ที่ห้องทำงานพชร พชรเลื่อนข้อมูลรีสอร์ทให้กับรชานนท์กับวันรบ
“งานตกแต่งรีสอร์ท”
สองมือของวันรบตบโต๊ะดังปัง! พชรกับรชานนท์ถึงกับชะงัก
“ผมไม่ไหวแล้วครับพี่”
“ไม่ไหวก็ไปห้องน้ำสิวะ” รชานนท์บอก วันรบทำท่าจะลุกแต่นึกได้
“ครับพี่ ไม่ใช่ปวดท้อง ที่ว่าไม่ไหวคือรักผมมันจะจุกอกตายแล้วพี่ ผมอยากแต่งงานกับมัท”
“อยากฟันอย่างเป็นทางการว่างั้น” พชรว่า
วันรบหน้าตึงขึ้นทันที
“พี่ระ...แฟนผมน่ะอยู่บนหิ้ง”
“ขอโทษ ๆ ลืมไปว่าแกกราบไหว้สามเวลา ทุกวันนี้แกก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้วนี่”
“สิ้นลายแล้วเหรอไอ้รบ ถึงกับคร่ำครวญจะแต่งงานเนี่ย” รชานนท์ถาม
“ผมยอมสิ้นลายถ้าไม่สิ้นรัก”
“ไอ้เน่า” พชรกับรชานนท์พูดขึ้นพร้อมกัน
“แหยว่ะไอ้รบ ผู้หญิงคนเดียวต้องคุมให้ได้สิวะ บอกว่าจะแต่งก็ต้องแต่ง เป็นแฟนต้องหงิม ๆ ถึงจะน่ารัก” รชานนท์บอก
“ไอ้นนท์ เป็นแกไม่ยอมทิ้งเขี้ยวเล็บล่ะสิเป็นแกไม่ยอม” พชรว่า
“แน่นอนพี่” รชานนท์บอก
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมหรอกพี่ สมัยนี้จะอยู่ด้วยกันมันต้องครึ่งๆ ขืนพี่ห้าว โดนทิ้งแน่” วันรบบอก
“ไม่สนหรอกเว้ย ระดับรชานนท์มีแต่ทิ้งหญิงไม่เคยหญิงทิ้ง”
“เหรอ” พชรหยอก
“ทำเสียงตุ๊ดไปป่ะพี่ระ ไม่เชื่อก็คอยดู” รชานนท์บอก
“เลิกนอกเรื่องเถอะพี่ ผมอยากได้รับการยอมรับ อยากแต่งงานได้ใช้ชีวิตคู่กับมัทจริงๆ”
“เออ!..เข้าใจแล้วบอกพวกฉันทำไม” รชานนท์ถาม
“พวกพี่ช่วยผมหน่อยสิ ช่วยให้แม่ยายผมยอมรับผมน่ะ พี่นีมีวิธีเอาใจว่าที่แม่ยายบ้างมั้ย ผมจนปัญญาแล้วจริงๆ”
“เข้าทางแม่ยายไม่ได้...ก็เข้าทางพ่อตาสิ” รชานนท์แนะ
“พ่อตาผมชิ่งไปเฝ้าเทวดาตั้งแต่มัทยังอยู่ในท้องแม่แล้วครับ”
พชรทำท่าคิดนิดหนึ่งแล้วดีดนิ้วคิดออก
“อ๋อ...ฉันรู้แล้ว อาการหวงลูกสาวเกินกว่าเหตุ มันมาจากชีวิตที่ขาดสีสัน ขาดสิ่งเร้าให้เกิดความกระชุ่มกระชวย แม่อินเลิฟ แกก็โลด” พชรออกความเห็น
“จริงด้วยพี่ระ... อาการแบบนี้ต้องจัดบุรุษไปจีบ” รชานนท์คุยสำทับทันที
สีหน้าวันรบเหมือนเจอทางสว่างแต่ก็กลับมาหน้าเหี่ยว
“พูดง่ายนะป๋านนท์ ใครจะกล้าจีบปีศาจโอ่งน้ำปลา ทั้งดุ ทั้งโหด ทั้งเขี้ยว”
ทั้งรชานนท์ พชรและวันรบต่างก็นึกไม่ออกว่าจะให้ใครไปจีบติรกา พชรเริ่มยิ้มอย่างมีพิรุธ
“มีคนนึง.. โสด... หน้าตาดี... มาเร็ว.. เคลมเร็ว.. รวบรัดเข้ากันง่าย” พชรบอก
“ใครพี่?”
พชรพยักเพยิดไปทางรชานนท์ รชานนท์สะดุ้งโหยง ปฏิเสธเสียงหลง โวยลั่น
“เฮ้ย !!! จะบ้าเหรอพี่ ผมไม่เอา”
“แกก็โสดอยู่นี่ ขำๆ ถือว่าช่วยน้องมัน”
“ไม่เอา...ไม่เด็ดขาด” รชานนท์ยืนยัน
“อนาคตผมนะพี่”
“ไม่มีทาง” รชานนท์ยืนยันอย่างหนักแน่น

วันรบมองรชานนท์ ตัดสินใจแล้วว่าต้องเป็นรชานนท์เท่านั้นที่จะจัดใส่พานไปให้ติรกา







Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 12 มีนาคม 2555 1:33:29 น.
Counter : 386 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]