All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 5 (ต่อ)


โอ่งใบใหญ่สำหรับใส่น้ำอาบใบนั้น ตั้งตระหง่านอยู่นอกชานอาบน้ำที่เปิดโล่ง มัทรียืนมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ก่อนจะลองตักน้ำขึ้นมาราดมือตัวเอง

“โอย เย็น..” มัทรีสั่น
มัทรีลังเลอยู่พักหนึ่งว่าจะอาบไม่อาบ แล้วเธอก็ฮึดขึ้นมา “สู้ๆ น่ามัทรี”
มัทรีวางขันลงแล้วมองซ้ายมองขวาก่อนจะเริ่มผลัดผ้า เธอพยายามผลัดผ้าถุงอย่างแก้ๆกังๆ เพราะไม่รู้จะเริ่มถอดจากเสื้อหรือกางเกงก่อน ทันใดนั้นก็มีมือผู้ชายยื่นผ้าถุงอีกผืนให้เธอ
“ผืนนี้มียางยืด ใช้ง่ายกว่า” เสียงผู้ชายที่มัทรีคุ้นเคยพูดกับเธอ
มัทรีรับมาดูแล้วเห็นว่าเป็นผ้าถุงที่เย็บยางยืดไว้แล้ว
“ขอบคุณค่ะพี่รบ”
มัทรีตอบโดยอัตโนมัติก่อนจะหันไปหาวันรบแล้วก็เหวอ เพราะเธอเห็นวันรบอยู่ในผ้าถุงกระโจมอกและมีผ้าเช็ดตัวโพกหัวอยู่
มัทรีถามไปขำไป “พี่รบทำอะไร?”
วันรบดัดเสียงเป็นผู้หญิง “กลัวแม่จับได้ว่ามาช่วยมัท เลยทำเนียนเป็นผู้หญิงมาอาบน้ำด้วย”

กระถินแอบดูมัทรี พอเห็นมัทรียืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งก็ตกใจ
“แม่ นั่นใครมาอาบน้ำกับยัยนั่น?”
วันทนีย์มองไปแต่ก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง
“คนงานมาอาบน้ำล่ะมั้ง? ดีๆ มันจะได้อายคนอื่นที่แม่ไม่ยอมรับมัน”
วันทนีย์กับกระถินหัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินออกไปพร้อมกัน

มัทรียังขำสภาพของวันรบอยู่
“นุ่งผ้าเช็ดตัวคิตตี้.. ยังไม่น่ารักเท่านุ่งผ้าถุงเลย” มัทรีขำ
“ไม่ต้องมาแซวเลยมัท ไปเปลี่ยนผ้าถุงได้แล้ว หรือจะให้ผมเปลี่ยนให้”
มัทรียื่นมือไปหยิกแก้มวันรบ
“ปากดี มัทบอกให้เปลี่ยนให้ก็ไม่กล้าหรอก”
มัทรีเดินยิ้ม ๆ เลี่ยงไปที่มุมหนึ่งแล้วหันมามองวันรบ เธอเห็นวันรบวิ่งไปหยิบถังน้ำกับกาต้มน้ำร้อนใบใหญ่มา
วันรบเทน้ำร้อนลงในถังแล้วตักน้ำจากโอ่งมาผสมให้ มัทรีมองภาพตรงหน้าอย่างอบอุ่นใจที่วันรบคอยช่วยเหลือเธอเสมอ

เวลาผ่านไป มัทรีอาบน้ำสระผมเสร็จแล้วเปลี่ยนมาใส่เสื้อยืดกางเกงเล เธอนั่งเช็ดผมอยู่ที่แคร่ในบ้าน วันรบเข้ามานั่งข้างๆ
“ผมเช็ดให้นะ” วันรบบอก
“ไม่เป็นไรค่ะ... วันนี้พี่รบทำให้มัทมาทั้งวันแล้ว ช่วยมัททำกับข้าว แอบช่วยมัทล้างจาน แล้วยังผสมน้ำร้อนให้อาบอีก”
วันรบมองหน้ามัทรีแล้วยิ้ม
“เพื่อมัท แค่นี้เล็กน้อย”
วันรบหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมให้มัทรี
“แม่พี่รบคงไม่ชอบมัทจริงๆ” มัทรถอนใจ
“แม่ผมทำเกินไป... อย่างอาบน้ำ อาบในบ้านก็ได้ นี่จงใจแกล้งให้มัทมาอาบตรงนี้”
วันรบเช็ดผมให้มัทรีพร้อมกับคุยไปด้วย
“แล้วเรื่องเงินล่ะคะ? พี่รบจะหลอกแม่แบบนี้จริงๆเหรอ?” มัทรีถาม
“ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ผมจะเอาเงินที่ไหนเป็นค่าสินสอดล่ะ... ที่จริงมันก็เป็นเงินมรดกที่ผมต้องได้อยู่แล้ว ผมก็แค่เบิกมาใช้ล่วงหน้า”
มัทรีนิ่งไปเพราะหวั่นใจว่าเรื่องจะวุ่นวายมากไปกว่านี้ วันรบเห็นท่าทีของแฟนสาวก็รีบพูดให้คลายกังวล
“มัทอย่าคิดมากเลยนะ... ผมทำเพื่อเราสองคน”
“ค่ะ... เพื่อเราสองคน”
มัทรียิ้มรับ วันรบเช็ดผมให้มัทรีต่อ
มัทรีมองบรรยากาศรอบๆแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะยิ้มออกมา
“ได้มาอยู่กลางธรรมชาติแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“งั้น... ย้ายมาอยู่ที่นี่กับผมมั้ย?” วันรบชวน
“ที่ไหนที่มีพี่รบ มัทก็อยู่ได้ทั้งนั้น”
มัทรีพูดจบก็ยิ้มหวานให้วันรบ วันรบยิ้มแล้วโอบกอดมัทรีไว้ด้วยความรัก มัทรีนั่งยิ้มอยู่ในอ้อมกอดของวันรบ

เช้าวันใหม่ เตือนใจเอามือปิดหูแล้วส่ายหน้าทำไม่รู้ไม่ชี้
“แม่ไม่ได้ยิน แม่ไม่รู้ แม่ไม่พูด”
ติรกา พุทราและธงฉานยืนล้อมเตือนใจที่นั่งอยู่กลางวง
“เลิกโกหกหนูได้แล้ว ยายมัทหายไปไหน” ติรกาถามเสียงเข้ม
“บอกแล้วไงว่าไม่รู้... ยายมัทอาจจะไปทำงานก็ได้” เตือนใจบอก
“คุณมัทไม่ได้ไปทำงานหรอกค่ะ” พุทราแย้ง
“รู้ได้ยังไง หลานฉันเป็นคนขยันนะ”
ธงฉานรีบยื่นหน้ามาพูดอย่างภูมิใจ
“ผมไปเช็คที่ทำงานน้องมัทมาแล้ว น้องมัทไม่ได้เข้าออฟฟิศตั้งแต่เมื่อวาน แถมพวกของนายวันรบหน้าจืดก็หายไปกันหมด”
เตือนใจอ้าปากค้างเพราะพูดไม่ออก
ติรกาคาดคั้น “ยายมัทไปไหนคะแม่!”
“แม่ไม่รู้”
“ถ้าแม่ไม่พูด หนูก็ต้องใช้วิธีรุนแรง พุทรา! เอาแหวนมา”
พุทราเลิ่กลั่กมองมือตัวเองก็เห็นว่าไม่มีแหวน เธอหันไปมองมือธงฉานเห็นมีแหวนจึงจับมือธงฉานมารูดแหวนออกแล้วส่งให้ติรกา “นี่ค่ะ”
ติรกาแบมือรับ “ดี” ติรกาเห็นแหวนในมือก็ตกใจ “เย้ย...ไม่ใช่แหวนใส่นิ้ว แหวนที่ใช้ถอดน็อตน่ะ แล้วเอาประแจเลื่อนมาด้วย”
“เอามาทำไมคะ” พุทราถาม
“สามร้อย !ให้ไปหยิบไม่ได้ให้ถาม”
“ค่า!” พุทรารีบวิ่งออกไปทันที
สักพักพุทราก็กลับมาพร้อมกับส่งประแจเลื่อนและแหวนให้ติรกา ติรกาถือประแจเลื่อนกับแหวนสองมือด้วยใบหน้าเหี้ยมโหด เตือนใจมองลูกสาวอย่างหวั่นใจแล้วร้องลั่น
“อย่า!”
พชรกับรชานนท์หัวเราะลั่นกลางบ้านของวันรบ วันรบยืนคุยอยู่กับทั้งสองก็หัวเราะไปด้วย
“ไอ้นนท์ ต้องหัวเราะอีกนานไหม เหนื่อยแล้วนะเว้ย” พชรถาม
“หัวเราะไปเรื่อย ๆ พี่ให้ดูอารมณ์ดีเข้าไว้” รชานนท์บอก
วันทนีย์ กระถิน กำนันเรืองและมัทรียืนมองทั้งสามคนอยู่
“ไอ้ลูกหมามันไปพูดอะไร ถึงได้ขำกันขนาดนั้น” วันทนีย์งง
กำนันเรืองรีบเนียน “มันคุยกันถูกคอขนาดนี้ ท่าจะสำเร็จ”
“ถูกคอหรือเมายาจ๊ะพ่อกำนัน” อาไทงง “หัวเราะไม่มีเบรกขนาดนั้น ดูติงต๊องนะพ่อ”
รชานนท์กับพชรที่หัวเราะอยู่ได้ยินก็หยุดกึก รชานนท์โบกมือให้วันรบจัดการสักที วันรบจึงเดินมาหาพวกวันทนีย์
“ตกลงไอ้นักร้องกิมจิมันว่ายังไงบ้าง ยอมยกที่ให้เรามั้ย?”วันทนีย์ถาม
“โหแม่ ที่ราคาร้อยล้านแบบนั้นใครจะยกให้ฟรีๆ” วันรบบอก
“ถ้าเค้าไม่ยกที่ดินให้ แล้วเอ็งขำอะไรกันวะ?” กำนันเรืองข้องใจ
“คุณคันจึงเกากับคุณเบนยางเอือมเค้าตกลงลดราคาที่ดินให้เราจากร้อยล้าน เหลือสิบล้านครับ!” วันรบบอก
“สิบล้าน!?” ทุกคนตกใจ
“ใช่ครับ เหลือแค่สิบล้าน แม่ว่ายังไงครับ”
วันทนีย์ตื่นเต้น “เหลือสิบล้านก็ต้องซื้อสิวะ”
วันทนีย์ กระถินและอาไทเฮลั่นที่รู้ว่าราคาที่ดินถูกลง
“แต่ว่า..”วันรบพูดต่อ
ทุกคนได้ยินก็ชะงักแล้วหันมามองวันรบอย่างลุ้นๆ
“เค้าต้องขึ้นเครื่องกลับเกาหลีตอนเย็น เลยขอให้จ่ายเป็นเงินสดภายวันนี้” วันรบบอก
“เงินสดภายในวันนี้” วันทนีย์ตกใจ “จะบ้าเหรอตารบ ใครจะไปจัดการทัน!”
วันทนีย์มองหน้ากำนันเรืองด้วยความกลุ้มใจ

เงินสดจำนวนสิบล้านบาทอยู่ในกระเป๋า วันทนีย์ยืนกอดอกมองเงินเหล่านั้นด้วยความภาคภูมิใจ
“ถ้าข้าไม่มีบุญคุณกับผู้จัดการแบงค์ ไม่มีทางที่จะถอนเงินสดสิบล้านมาได้ง่ายๆแบบนี้” วันทนีย์คุย
กระถินกับกำนันเรืองนั่งมองเงินสดตรงหน้าอย่างอึ้งๆ
“เกิดมาเพิ่งจะเคยเห็นเงินสิบล้าน” กระถินอึ้ง
กำนันเรืองขยับไปกระซิบกับวันรบ
“เอ็งใช้สามล้าน อย่าลืมนะที่เหลือของพ่อ”
“ตามสบายเลยครับพ่อ”
กำนันเรืองหัวเราะคึกคัก “เสียสิบล้าน ได้คืนเป็นพันล้าน”
พชรแกล้งพูดไม่ชัด “โนๆ หมื่นล้านต่างหาก”
พชร รชานนท์ และกำนันเรืองหัวเราะลั่นที่แผนการใกล้สำเร็จเข้าไปทุกที
มัทรีแอบกระซิบกับวันรบ
“ทำไมมัทรู้สึกแปลกๆ รู้สึกไม่ค่อยดีเลยที่หลอกเอาเงินแม่แบบนี้”
วันรบกระซิบกลับ “ท่องไว้มัท เงินมรดกล่วงหน้าของผม”
แต่มัทรีก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่
พชรเข้ามาจับมือกับวันรบ “ดีใจมากที่ได้เงินสิบล้านจากแม่คุณ ดีใจจริงๆ ฮ่าๆ”
วันรบหันไปหาวันทนีย์ วันทนีย์มองหน้าลูกชายแล้วถามขึ้น
“สัญญาซื้อขายล่ะ? จะเอาเงินไปก็เอาสัญญาคืนมาสิ”
พชร รชานนท์และวันรบชะงักไป
พชรพูดกับรชานนท์เบาๆ “ขืนให้เห็นก็รู้สิว่ามันเป็นสัญญาเก๊น่ะ”
รชานนท์แกล้งพูดไม่ชัด “ผมลืมหนังสือสัญญาไว้ที่โรงแรม... เดี๋ยวให้คุณวันรบตามไปเอาที่โรงแรมแล้วกัน”
วันทนีย์เริ่มเอะใจ รีบเอากระเป๋าเงินกลับมาถือไว้ทันที
“เฮ้ย เอ็งสองคนไม่ได้จะโกงข้านะ”
“เดี๋ยวผมตามพวกเค้าไปเอง ถ้าเค้าโกงผมก็ไม่ให้เงินเค้า... นะแม่” วันรบต่อรอง
วันทนีย์ยังลังเลใจ กำนันเรืองช่วยพูดทันที
“ให้ไอ้หมามันจัดการเถอะแม่ ลูกเราฉลาดไม่โดนหลอกง่ายๆ หรอกน่า”
วันทนีย์ตัดสินใจยอมส่งกระเป๋าเงินให้วันรบ วันรบกำลังจะรับกระเป๋าเงินมา แต่อยู่ๆก็มีมือมาแย่งกระเป๋าไป ทุกคนหันไปเห็นติรกาถือกระเป๋าเงินอยู่ก็ถึงกับอึ้ง
“แม่ แม่มาทำอะไร” มัทรีตกใจ
“มาแฉความเลวของนายวันรบ” ติรกาบอก
“เฮ้ย ๆ เอ็งอยู่ในถิ่นข้านะเว้ย พูดให้มันดีๆหน่อย” วันทนีย์ฉุนที่ลูกชายถูกว่า
“ทำไมต้องพูดดี ในเมื่อลูกชายคุณมันหลอกคุณ เพื่อจะเอาเงินมาเป็นค่าสินสอด”
ติรกาหันมาหาวันรบแล้วมองอย่างดูถูก
“หาเงินจากไหนไม่ได้แล้วใช่มั้ย ถึงต้องมาหลอกเอาเงินแม่ตัวเอง”
“ไม่จริง พี่รบไม่มีทางทำแบบนั้น” กระถินไม่เชื่อ
“พุทรา! ธงฉาน!” ติรกาเรียกเสียงดัง
พุทรากับธงฉานวิ่งเข้ามาล็อคตัวพชรกับรชานนท์เอาไว้แล้วดึงหมวก ดึงหนวด ดึงแว่นออก
ติรกาล้วงไปหยิบปืนพกออกมาจากกระเป๋า ทุกคนเห็นปืนก็ตกใจรีบผงะถอยออกมา ติรกาเล็งปืนไปที่รชานนท์กับวันรบแล้วทำท่าจะยิง
รชานนท์ตกใจจึงพูดไทยคล่องปร๋อออกมา “กระแต คุณจะทำอะไร!”
พชรก็ตกใจจึงหลุดพูดไทยชัดออกมาเช่นกัน “อย่ายิงผมกับไอ้นนท์เลยนะคุณติ!! ผมกลัวแล้ว”
ติรกาฉีดสายน้ำที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนใส่ทั้งสามคน

วันทนีย์หันไปจ้องหน้าวันรบแล้วพูดอย่างฉุนๆ
“หมายความว่าไงไอ้รบ เอ็งให้สองคนนี้ปลอมตัวมาหลอกข้าเหรอ ?”
วันรบหน้าเสียและพูดอะไรไม่ออก วันทนีย์พูดต่อ
“บอกมาว่าเอ็งไม่ได้ทำ บอกมาว่าเอ็งไม่ได้หลอกแม่! เรื่องน้ำมันเอ็งก็หลอกแม่ใช่ไหม” วันทนีย์หันมาหากำนันเรือง “พ่อก็เข้าไปดูด้วยไม่ใช่เหรอ หรือว่าพ่อก็หลอกแม่”
กำนันเรืองสะดุ้ง “เฮ้ย พ่อไม่รู้เรื่อง ไอ้หมาเอ็งหลอกแม่กับพ่อได้ยังไงวะ ทำแบบนี้พ่อเสียใจ”
รชานนท์ พชร และวันรบมองกำนันเรืองที่เอาตัวรอดด้วยสีหน้าเหวอ
พชรหันมาพูดกับรชานนท์ “ทิ้งกันซะงั้น ไม่มีสัจจะในหมู่คนกลัวเมียจริงๆ”
“เป็นพี่ ๆ ไม่ทำ” รชานนท์ถามกลับ
“ก็ทำแบบนี้แหล่ะ” พชรตอบ
รชานนท์เซ็ง
วันรบนิ่งอย่างรู้สึกผิดแล้วจึงเหลือบมองมัทรี มัทรีพยักหน้าให้วันรบพูดความจริง วันรบมองหน้าแม่ของตัวเองแล้วยกมือขึ้นไหว้ก่อนจะสารภาพ
“ผมขอโทษครับแม่”
วันทนีย์อึ้งเพราะไม่คิดว่าวันรบจะตั้งใจหลอกจริงๆ
“ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่ผม...”
วันทนีย์ไม่ฟังต่อ เธอตบหน้าวันรบดังฉาดทันที ทุกคนอึ้ง
“ตั้งแต่เล็กจนโตเอ็งไม่เคยโกหกแม่ !! แต่เพื่อผู้หญิงคนนั้นเอ็งกลับหลอกแม่ได้ลงคอ! นี่เหรอผู้หญิงที่เอ็งบอกว่าดี ผู้หญิงที่ควรจะมาเป็นแม่ของหลานข้า”
วันทนีย์หันไปชี้หน้ามัทรี
“คนที่คิดจะเป็นแม่คน เค้าไม่สอนให้ลูกโกหกแม่ตัวเองแบบนี้!”
“มัทไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ” วันรบแก้ต่าง
วันทนีย์ไม่สนใจลูกชาย เธอเดินไปหาติรกาทันที
“เอาเงินข้าคืนมา แล้วเอาตัวลูกสาวเอ็งไป”
ติรกาส่งเงินให้วันทนีย์แต่โดยดี
ติรกาหันมาพูดกับวันรบ “เสียใจด้วยนะวันรบ.. ในที่สุดเธอก็หาเงินสินสอดไม่ได้”
“ไม่ใช่แค่ชวดเงินสินสอดนะครับคุณน้า แต่ชวดเจ้าสาวด้วย” ธงฉายเยาะเย้ย “เพราะพรุ่งนี้ครบกำหนด ห้าวันสิบล้าน แล้ว”
มัทรีกับวันรบหน้าเสีย
“ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอกระแต เด็กเค้ารักกัน” รชานนท์ถาม
“คุณไม่เกี่ยว!” ติรกาตะคอกกลับ
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ในเมื่อมัทเป็น..” รชานนท์จะพูดแต่ติรการีบพูดแทรก
“คนนอกไม่เกี่ยว”
รชานนท์ชะงักไป
“ลูกฉัน ฉันเลี้ยงมาคนเดียว ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นต้องออกความเห็น” ติรกาบอก
รชานนท์ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสะเทือนใจ
ติรกาไม่สนใจรชานนท์ เธอเข้ามาคว้ามือลากมัทรีออกไปทันที
“กลับบ้านกับแม่”
ธงฉานรีบเดินตามออกไป
“คุณรบมีเวลาถึงพรุ่งนี้ตอนเที่ยงคืน ถ้าอยากแต่งจริง ๆ หาเงินมาให้ได้นะคะคุณรบ” พุทราบอก
“พี่รบ! มัทไม่ไป..พี่รบ” มัทรีขัดขืน
“มัท!” วันรบร้องเรียกด้วยความเสียใจ

ติรกานั่งคุยกับมัทรีในรถของเธอ
“เงินแค่นี้ยังหามาไม่ได้ แล้วต่อไปจะเลี้ยงดูลูกยังไง” ติรกาถาม
“เงินสิบล้านนะคะแม่ ให้เวลาแค่ห้าวัน เป็นใครก็ทำไม่ได้หรอกค่ะ” มัทรีบอก
พุทราได้ยินก็รีบเสริมอย่างลืมตัว “ใช่”
“ถึงเราจะรู้ว่าข้อแม้ของแม่ทำเพื่อขัดขวางเรา แต่พี่รบก็พยายามจะพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าพี่รบจริงใจกับมัทแค่ไหน” มัทรีย้ำ
“พระเอกคนดีจริงๆ เอ..อย่างนี้คุณติก็เป็นแม่ยายตัวร้ายอยู่น่ะสิคะ” พุทรารีบเสริม
ติรกาพูดนิ่งๆ “ห้าร้อย!”
พุทรารีบเปลี่ยนข้างทันที “แต่ที่คุณติพูดก็จริงนะคะ แค่นี้ทำไม่ได้อนาคตคุณมัทต้องลำบากแน่”
มัทรีหันมาหาพุทรา “พี่พุทรามีหลายคดีที่คุณแม่ไม่รู้นะคะ มัทไม่อยาก..หลุดปาก”
พุทรารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที ธงฉานที่กำลังขับรถหันหน้ามาคุยด้วย
“คนที่โกหกพ่อแม่เป็นคนใช้ไม่ได้นะครับน้องมัท ทำตัวแบบนั้นแย่มาก”
“ถ้างั้น..” มัทรีพูด ธงฉานได้ยินก็แอบหวังว่ามัทรีจะเห็นด้วยแต่มัทรีพูดต่อ “มัทก็แย่ไม่ต่างจากพี่รบหรอกค่ะ เพราะมัทโกหกแม่บ่อยกว่าพี่รบ”
ธงฉานถึงกับเซ็ง “อ้าว..”
พุทราเป่านกหวีดใส่หูธงฉานดังปรี๊ดแล้วเธอก็กระซิบ “ใครใช้ให้พูด... ขับรถไปเลย”
ติรกายังไม่ยอมแพ้
“แม่ให้เวลา..ให้โอกาสวันรบหาเงินแล้ว... ถ้าคว้าไว้ไม่ได้ก็ไม่ใช่ความผิดของแม่ !”
“แล้วแม่รู้ได้ยังไงว่ามัทมาที่สุพรรณ” มัทรีถาม
ติรกาอึกอักแล้วรีบพูดตัดบท “พุทราบอกแม่”
มัทรีหันไปมองพุทรา แต่พุทราหลบตา “ไม่จริง เรื่องนี้มีแค่คุณยายกับมัทรู้กันสองคน” มัทรีพูดแล้วก็นึกได้ “หรือว่าแม่...”
ติรกาไม่ตอบทำเป็นมองไปทางอื่น มัทรีหันไปหาพุทรา พุทราเห็นสายตาของมัทรีก็ทิ้งตัวพิงเบาะแล้วทำเป็นหลับเพื่อเอาตัวรอดทันที มัทรีเริ่มรู้สึกร้อนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเตือนใจ

วันทนีย์นั่งแสร้งทำเป็นร้องไห้อยู่ที่บันไดบ้านของตัวเอง “ฮือ ๆ ๆ ”
วันรบ รชานนท์ และพชรได้แต่ยืนมองอยู่ห่าง ๆ ที่ด้านล่าง
“ไอ้รบ แม่แกนั่งร้องไห้มาสามชั่วโมงแล้วนะเว้ย เอาไงดีวะ” พชรถาม
วันรบถึงกับหน้าเครียด
สักพักกระถินถือถาดข้าวกับแก้วน้ำเปล่ามาให้วันทนีย์
“แม่จ๋า ทานข้าวหน่อยนะจ๊ะ”
เสียงท้องของวันทนีย์ร้องขึ้น วันทนีย์มองกับข้าวแล้วพูดเบาๆ กับกระถิน “ตารบล่ะ”
กระถินตอบเสียงเบา “ยืนมองอยู่จ๊ะแม่”
วันทนีย์พยักหน้าแล้วแอ็คติ้งค่อทันที “โฮๆ ๆ ข้าไม่กิน”
“ตั้งแต่เมื่อกลางวันแม่ยังไม่ได้ทานอะไรเลย เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปนะจ๊ะ” กระถินบอก
“ก็ให้มันตายไปเลย ลูกชายตัวเองยังเห็นคนอื่นดีกว่า อยู่ไปก็ไม่มีความหมายลูกมันก็ไม่รัก!”
วันรบได้ยินถึงกับสะดุ้ง
“เจอข้อหาอกตัญญูแล้วไอ้รบ” รชานนท์ว่า

วันรบมองแม่ตัวเองอย่างลังเลแล้วเขาก็ตัดสินใจจะเดินเข้าไปหา กระถินเห็นก็ตื่นเต้นรีบกระซิบวันทนีย์ “แม่จ๋า...พี่รบมาแล้ว”
วันทนีย์รู้ก็แกล้งร้องไห้หนักขึ้นแล้วโผเข้ากอดกระถิน
“มีแค่กระถินคนเดียวที่รักแม่ กตัญญูกับแม่”
วันทนีย์พูดไปมือก็จิ้มน้ำในแก้วขึ้นมาป้ายหน้าป้ายตาให้เปียกไปด้วย
วันรบเดินมาถึงแล้วนั่งลงที่บันไดขั้นที่ต่ำกว่า เขายกมือไหว้วันทนีย์
“แม่จ๋า..ผมขอโทษ ที่ทำให้แม่เสียใจ ผมสำนึกผิดแล้ว แม่ยกโทษให้ผมนะ” วันรบกล่าว
วันทนีย์สบตากับกระถินแล้วแอบยิ้มให้กัน “ถ้าเอ็งสำนึกผิดจริง ก็ต้องแต่งงานกับนังกระถิน”
“แม่..” วันรบตกใจ
“แม่จะไม่ยอมรับผู้หญิงที่เสี้ยมสอนให้ลูกโกหกแม่!” วันทนีย์บอก
“แม่จ๋า...เรื่องนี้มัทไม่เกี่ยวเลย เป็นความผิดของผมคนเดียว”
“ก็ถ้าเอ็งไม่คิดแต่งงานกับมัน เอ็งก็คงไม่โกหกแม่”
“แม่จ๋า..ถ้าแม่ยอมช่วยผม ผมก็ไม่ต้องโกหกแม่เหมือนกันนะ”
ได้ยินวันรบตอบกลับมาวันทนีย์ก็ยิ่งทำเป็นร้องไห้โฮ
“เห็นไหม กระถิน ลูกข้ามันเถียงข้าเพราะผู้หญิง มันทำร้ายจิตใจแม่!”
วันรบหันไปทางรชานนท์กับพชรอย่างไม่รู้จะทำยังไง วันทนีย์อาศัยจังหวะรีบเอานิ้วจุ่มลงในแก้วน้ำขึ้นมาแปะหน้า ส่วนกระถินก็ช่วยบิ้วท์เต็มที่ “แม่จ๋า อย่าร้องไห้เลยจ๊ะ น้ำตาหนึ่งหยดของแม่จะทำให้พี่รบต้องตกนรกนะจ๊ะ”
วันรบมองวันทนีย์อย่างรู้สึกผิด แล้วก็ก้มหน้าเพราะพูดอะไรไม่ออก วันทนีย์รีบเอานิ้วจุ่มน้ำแล้วเอามาแปะหน้าอีก
“ไม่คิดเลยว่าต้องมาเสียใจเพราะลูกตัวเองแบบนี้ ฮือ ๆ ๆ ๆ”
วันรบเห็นท่าทางของแม่ก็ยิ่งรู้สึกกดดัน
“แม่จ๋า...” วันรบเรียก
ระหว่างนั้นอาไทเดินลงมานั่งบนบันไดขั้นที่อยู่สูงกว่าวันทนีย์ เขามองวันทนีย์เอามือจุ่มแก้วน้ำแล้วมาทาหน้าตัวเองก็งงๆ เลยถามขึ้น
“แม่จ๋า จะล้างหน้าทำไมไม่ไปล้างในห้องน้ำล่ะจ๊ะ”
“อาไท พูดบ้าอะไรของเอ็ง” กระถินท้วง
“ก็อาเห็นแม่จ๋าเอามือจุ่มแก้วน้ำมาล้างหน้าอยู่เนี่ย”
พูดจบอาไทก็ยกแก้วน้ำที่วันทนีย์ยังจุ่มนิ้วคาอยู่ขึ้นมาให้ดู
“ดูสิ แม่จ๋าหน้าเปียกไปหมดแล้ว” อาทไบอก
“เงียบไปเลยอาไท!” กระถินดุ
“กระถินต่างหากที่ต้องเงียบ” วันรบพูด
กระถินอึ้งที่ถูกวันรบตำหนิ
“ไม่ว่ายังไงแม่ก็จะไม่ยอมรับมัทใช่ไหมครับ” วันรบถาม
“ใช่! แล้วอย่าพามันมาเหยียบที่บ้านนี้อีก” วันทนีย์ย้ำ
กระถินเข้าไปจับมือวันรบแล้วพูดด้วยเสียงเศร้า “ฉันรู้ว่าพี่ไม่รักฉัน แต่ฉันไม่อยากเห็นพี่กับแม่ทะเลาะกันเลย... ฉันแต่งงานกับพี่ได้นะจ้ะ... ฉันยอม”
วันรบดึงมือกระถินออก
“พี่ขอโทษนะกระถิน แต่ยังไงพี่ก็จะแต่งงานกับผู้หญิงที่พี่รัก”
“เอ็งจะทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงก็ลองดู” วันทนีย์ขู่
“แล้วแม่จะตัดแม่ตัดลูกกับพี่รบ เพราะพี่รบอยากอยู่กับคนที่เขารักเหรอจ๊ะ ร้ายเหมือนแม่ผัวในละครเปี๊ยบ เอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล” อาไทใส่เป็นชุด
“ไอ้อาไท!” วันทนีย์ดุแล้วกันไปพูดกับวันรบ “ยังไม่ทันแต่งมันก็เสี้ยมสอนให้เอ็งหลอกเอาเงินข้า ผู้หญิงเจ้าเล่ห์แบบนั้นข้าไม่เอามาเป็นสะใภ้ให้เสียสกุลหรอกเว้ย”
พูดจบวันทนีย์ก็ลากกระถินออกไปทันที วันรบมองตามด้วยความกลุ้มใจ
“พี่ทำให้แม่เข้าใจมัทผิดไปใหญ่แล้ว” วันรบปรับทุกข์กับน้องชาย
อาไทตบไหล่ปลอบใจ “รู้ว่าไม่ดีวันหลังก็อย่าทำ”
วันรบหันมามอง อาไทยังไม่รู้ตัวยังคงจับไหล่วันรบอยู่ วันรบจึงกระแอม
“ไม่ต้องคิดมากนะพี่รบ” อาไทปลอบ
วันรบกระแอม “มากไป มากไป!”
อาไทรู้สึกตัวจึงรีบปล่อยมือแล้วยิ้มประจบ

มัทรีเดินเข้ามาในบ้านเตือนใจ เธอเห็นเตือนใจนั่งอยู่กับชิ้นส่วนของหมอนทองก็ตกใจ
“คุณยาย! ทำไมเจ้าหมอนทองถึงโดนถอดเป็นชิ้นๆ แบบนี้”
เตือนใจกอดมัทรีด้วยน้ำตาคลอ

“ยัยมัท ยายขอโทษนะลูก ยายพยายามจะไม่บอกแม่เค้าแล้ว แต่ยาย..”
เหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาในหัวของเตือนใจ ตอนนั้นติรกาถอดชิ้นส่วนของมอเตอร์ไซค์ออกทีละชิ้น ทีละชิ้นแล้ววางไว้ที่พื้น เตือนใจเห็นก็ร้องห้าม

“อย่านะติ อย่าทำหมอนทอง”
ติรกาถอดน็อตมือจับที่ชิ้นส่วนเตรียมยกออกแล้วหันมาถาม “ยัยมัทอยู่ไหน”
“แม่..แม่ไม่รู้”
ติรกายกชิ้นส่วนแล้วถอดออก
“ไม่! หมอนทองของแม่!” เตือนใจตกใจ
พุทรารู้สึกสงสารจึงเรียกติรกา “คุณติคะ”
“ถอดอีกเลยครับ ถอด ถอด!” ธงฉานเชียร์
พุทราหมั่นไส้กระทืบเท้าธงฉานเต็มแรง “โอ๊ก”
ติรกาเริ่มขันน็อตอีก
“อย่านะยัยติ เดี๋ยวประกอบคืนไม่ได้” เตือนใจเตือน
ติรกาถามด้วยเสียงโหด “ยัยมัทอยู่ไหน” เธอบิดน็อตไปเรื่อยๆ จนน็อตหลุด
เตือนใจรู้สึกเจ็บจนต้องยอมบอก “อย่า แม่บอกแล้ว..แม่ยอมแล้ว!”

มัทรีทราบเรื่องจากเตือนใจก็ผละออกจากยายของตัวเองก่อนจะเหลือบมองชิ้นส่วนสกายแล็ป มัทรีเห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสารเตือนใจขึ้นมา
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะยาย เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของยาย”
ทันใดนั้นติรกาก็เดินเข้ามา
“ใช่ ความผิดทั้งหมดมันเป็นของวันรบต่างหาก” ติรกาโพล่งขึ้น “วันรบทำให้แม่ตัวเองเสียใจ วันรบทำลายตัวเอง!”
“ที่รบต้องทำแบบนี้ก็เพราะว่าแม่ แม่แกล้งพวกเรา แล้วแม่ยังทำร้ายจิตใจคุณยายอีก” มัทรีว่า
“ที่แม่ทำ...ก็เพื่อความสุขของลูกเหมือนกัน” ติรกาบอก
“ถ้าแม่ทำเพื่อความสุขของมัทจริง ๆ เราคงไม่ต้องทะเลาะกันแบบนี้หรอกค่ะ”
“มัท..แม่กำลังเลือกทางที่ดีที่สุดให้ลูกนะ”
“ทำไมชีวิตของมัท มัทถึงไม่ได้เลือกเอง! แม่ไม่ใช่มัท แม่จะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหนมัทถึงจะมีความสุข”
พูดจบมัทรีก็วิ่งขึ้นบ้านไป
“มีความสุขไหม ที่ทำให้ลูกร้องไห้ได้ทุกครั้งที่เจอกัน” เตือนใจถามลูกสาว
“แม่..” ติรกาพูดไม่ออก เธอนั่งลงร้องไห้ด้วยความกลุ้มใจ เตือนใจลูบหัวติรกาเพื่อปลอบใจ
“หนูกลัว..หนูไม่อยากให้ลูกเจ็บเหมือนหนู” ติรกาคร่ำครวญ
“ลูกเคยเจ็บ ไม่ได้หมายความว่าหลานจะเจ็บเหมือนกัน ติเอาอดีตมาทำร้ายตัวเองแม่ไม่ว่าแต่อย่าเอาอดีตของติมาทำร้ายยัยมัท” เตือนใจสอน
ติรกากอดเตือนใจแล้วร้องไห้ด้วยความอัดอั้นใจ

มัทรียืนอยู่ในห้องนอนของเตือนใจ สักพักเธอก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงของเตือนใจอย่างเซ็ง ๆ เตือนใจเดินเข้ามา มัทรีเห็นเตือนใจก็รีบเอามือปิดหูตัวเองทันที
“ถ้ายายจะเข้าข้างแม่ มัทไม่คุยด้วยนะคะ” มัทรีบอก
“ยายไม่เข้าข้างใครทั้งนั้น แต่ยายเข้าข้างความถูกต้อง”
มัทรียังเอามือปิดหูอยู่ เตือนใจแกล้งเอามือปิดหูตัวเองบ้าง
“นี่มันท่าคุยกันของวัยรุ่นสมัยนี้เหรอ?” เตือนใจแซว
มัทรีทำหน้างอนแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากหู
“อ้อเข้าใจแล้ว ทำแบบนี้ก็จะได้ยินแต่เสียงตัวเอง... มิน่าล่ะ วัยรุ่นสมัยนี้ถึงได้ไม่ฟังเสียงของคนอื่นเลย” เตือนใจพูด
มัทรีได้ยินคำสอนทางอ้อมของยายก็เอามือออกจากหูทันที
“ยายว่ามัทเหรอคะ” มัทรีถาม
เตือนใจปล่อยมือจากหูตัวเองแล้วยิ้มให้หลานสาว
“มัทว่าอะไรนะ ยายไม่ได้ยิน” เตือนใจพูดยิ้มๆ
“ยายอ่ะ ไม่เข้าข้างมัทแล้วยังจะแกล้งมัทอีก”
มัทรีลุกหนีไปนั่งอีกมุม เตือนใจเดินตามไป
“ยายบอกแล้วว่า ยายเข้าข้างความถูกต้อง... วันรบผิดที่ไปหลอกเอาเงินแม่ตัวเอง... แม่เราก็ผิดที่ใจแคบและทิฐิเกินไป... ส่วนมัทก็ผิดที่คิดไม่ดีกับแม่เค้าแบบนั้น” เตือนใจบอก
“แต่มัทกับรบรักกันนะคะยาย... การที่เรารักกันอย่างบริสุทธ์ใจ มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอคะ”
เตือนใจลูบหัวมัทรีด้วยความสงสาร
“ยายรู้...ความรักของหนูมันบริสุทธ์... แต่มัทอย่าลืมว่าหนูเป็นคนเอาสีไปปรุงแต่งความรักเพื่อหลอกให้คนอื่นเข้าใจว่าหนูกับวันรบมีอะไรกันแล้ว”
มัทรีรู้สึกเศร้าเมื่อนึกถึงเรื่องที่วางแผนให้ทุกคนเข้าใจว่าเธอมีอะไรกับวันรบแล้ว
“เรื่องนั้นมัท...” มัทรีเริ่มพูดไม่ออก
มัทรีน้ำตาคลอเพราะเสียใจที่เรื่องทุกอย่างดูเหมือนไม่มีทางดีขึ้น
เตือนใจเห็นหลานเสียใจก็เข้าไปกอดให้กำลังใจ
“ถ้าหนูกับวันรบเป็นคู่กันจริง ๆ ยายเชื่อว่าวันรบจะต้องหาเงิน 10 ล้านมาได้ก่อนเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ มันต้องมีปาฏิหาริย์ เชื่อยายสิ”

พชรพูดกับก๊วนที่อยู่ในห้องครัวด้วยท่าทีจริงจัง
“ไม่มีหรอกเว้ยปาฏิหาริย์!”
รชานนท์รีบยื่นหน้าเข้ามาสมทบ
“ใช่! โดยเฉพาะกับชายชั่วอย่างพวกเรา คนบนฟ้าไม่มีทางเมตตา”
วันรบยื่นหน้าเข้ามาอีกคน
“คนเคยชั่วครับป๋า... ผมเลิกชั่วมาหลายปีแล้ว”
วันรบ รชานนท์และพชรพูดจบก็นั่งล้างจานกองพะเนินกันต่อ สักพักรชานนท์ก็พูดขึ้นมาอีก
“จะเลิกไม่เลิกก็เหมือนกัน แกมารอปาฏิหาริย์แบบนี้ไม่ได้”
“รอได้ แต่ได้แต่งกับคนอื่น” พชรเสริม
“อ้าวพี่ระ ทำไมพูดงี้ล่ะครับ” วันรบเซ็ง
“อ้าว ถ้าแกหาเงินสิบล้านได้ไม่ทันพรุ่งนี้ รับรองว่าน้องธงฉานน่าสงสารคนนั้นหอบเงินสินสอดมาขอมัทรีแน่นอน” พชรบอก
“แต่ฉันไม่ยอมให้ลูก..เอ่อ..ลูกน้องฉันแต่งงานกับผู้ชายหน้าจืดแต่ใจหื่นอย่างนั้นหรอก” รชานนท์ว่า
“น้องครับ ให้แม่น้องมัทเลิกส่องปืนใส่แกก่อนแล้วค่อยอวดเก่งดีกว่ามั้ย” พชรพูด
รชานนท์เซ็งที่โดนขัดคอเลยยกฟองน้ำล้างจานขึ้นแล้วยื่นไปทางพชร
“ผมล้างปากให้มั้ยพี่ระ”
“ป๋ากับพี่ระอย่าเพิ่งแตกคอกันครับ ช่วยผมก่อน” วันรบอ้อนวอน
“อยากช่วยนะไอ้คุณน้องรบ แต่พี่ไม่มีเงินจะให้ยืมจริงๆ” พชรบอกปัด
“พี่ก็โดนพี่นีคุมเงินจนหมด” รชานนท์บอก
“ทีหลังรู้จักซ่อนเงินเก็บไว้ยากฉุกเฉินเหมือนพี่สิวะไอ้น้อง” พชรคุย
“ซ่อนเงิน...” วันรบงง
แล้ววันรบก็ฉุกคิดกับคำว่า “ซ่อนเงิน”
“พ่อ!!” วันรบปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที

เช้าวันใหม่ที่บ้านวันทนีย์ คนงานหญิงก้มๆเงยๆเก็บอุปกรณ์ทำสวนอยู่ กำนันเรืองก้มๆเงยๆ มองตามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ทันใดนั้นวันรบก็โผล่มาที่ด้านหลัง
“ก้ม ๆ เงย ๆ ดูอะไรอยู่พ่อ” วันรบทัก
“ก็ดูสาว ๆ ไง...” กำนันเรืองตอบ
กำนันเรืองหันมาเห็นวันรบก็ตกใจแล้วก็รู้ตัวว่าหลุดปากไป
“เอ้อ... พ่อดูสาวๆมันเก็บของน่ะ กลัวมันเก็บไม่ครบ” กำนันเรืองรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอ็งมาหาข้ามีอะไร?”
“ผมจะถามพ่อ...”
“ว่า..”
“พ่อคิดเหมือนแม่รึเปล่า ที่ไม่อยากได้มัทรีเป็นลูกสะใภ้” วันรบถาม
“เอ็งก็รู้ว่าข้าเห็นความสุขของคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”
กำนันเรืองพูดจบแล้วก็มองไปทางคนงานหญิงคนเดิมก่อนจะทำหน้าเหวออ้าปากค้าง วันรบหันมองตาม เขาเห็นคนงานหญิงกำลังนั่งรวบผ้าถุงขึ้นเหนือเข่าแล้วลงนั่งยองๆกับพื้นเพื่อดื่มน้ำ
กำนันเรืองตาลุกวาวมองคนงานอย่างเคลิบเคลิ้ม วันรบเห็นอาการของพ่อก็ได้ทีจึงรีบฉวยโอกาสถาม
“แสดงว่าพ่อโอเคที่ผมจะแต่งงานกับมัท”
“ฮื่อ” กำนันเรืองตอบส่งๆ
“ถ้าผมหาเงินค่าสินสอดได้ พ่อจะไปสู่ขอมัทให้ผม”
“ฮื่อ” กำนันเรืองตอบส่งๆ
“งั้น... ผมขอยืมเงินพ่อ ไปเป็นค่าสินสอดได้มั้ยครับ”
“ฮื่อ...” กำนันเรืองตอบส่งๆ อีกเพราะยังคงมองคนงานหญิงไม่วางตา
วันรบดีใจ “เยส!”
กำนันเรืองเริ่มรู้สึกตัวจึงรีบปฏิเสธ
“เฮ้ย ๆ ไม่ได้เว้ย ไม่ได้”
“ลูกผู้ชายพูดแล้วคืนคำไม่ได้นะพ่อ แล้วมันก็เป็นความสุขของผม ซึ่งเป็นคนในครอบครัวพ่อเหมือนกัน” วันรบบอก
“รู้ว่าความสุขเอ็ง แต่ที่ไม่ได้เพราะข้าไม่มีเงิน ! เอ็งก็รู้แม่เอ็งให้เงินข้าใช้วันละร้อย เงินเก็บก็เข้าบัญชีร่วมหมด จะเอาเงินที่ไหนให้เอ็งยืมวะ”
“เงินที่พ่อเคยเม้มแม่ไว้ไง”
กำนันเรืองเห็นลูกชายรู้ทันก็ถึงกับอึ้งก่อนจะรีบปฏิเสธ
“ไม่มี”
“มี!!” วันรบยืนยัน
“ไม่มี”
“มี!!... ตอนนั้นผม 7 ขวบ” วันรบบอกแล้วเหตุการณ์ในอดีตก็แวบขึ้นมาทันที

วันรบในวัย7ขวบเห็นวันทนีย์กำลังด่ากำนันเรืองอยู่ในบ้าน
“ออกไปตั้งแต่สี่โมงเช้ากลับมาสี่ทุ่มเนี่ยนะ เอาเงินเข้าธนาคาร โกหกแบบนี้อยากตายใช่ไหม” วันทนีย์กระชากไหล่สามี “หันมาคุยกับฉันนี่”
กำนันเรืองหันมาพร้อมกับรอยฟกช้ำบนใบหน้าและสภาพที่สะบักสะบอม
“ว้าย! พ่อจ๋า หน้าไปโดนอะไรมา” วันทนีย์ตกใจ
“เย็นไว้แม่ เรื่องราวนั้นใหญ่หลวง เมื่อเช้าพ่อโดนโจรสองคนดักชิงกระเป๋า” กำนันเรืองบอก
“ต๊าย จับได้ไหมพ่อ”
“ตามถึงดึกได้คืนแค่กระเป๋า”
“สามหมื่นที่เอาไป”
“ไม่เหลือเลยจ๊ะ พ่อขอโทษนะแม่ พ่อไม่กล้ากลับมากลัวแม่โกรธ พ่อสู้กับมันสุดตัว พวกมันรุมต่อย ๆ ๆ จนพ่อเจ็บไปทั้งตัว” กำนันเรืองทำหน้าเศร้า
“ตายแล้ว ไม่เป็นไรหรอกพ่อ ถือว่าฟาดเคราะห์ไป หิวหรือเปล่า แม่จะทำต้มจืดให้ทาน”
“ดีสิจ๊ะ”
“อดใจอีกไม่นาน”
พูดจบวันทนีย์ก็เดินออกไปที่ครัว
กำนันเรืองมองตามพอภรรยาเดินลับไปเขาก็ยิ้มออกมา “รอดตัวไปที..ฮะ ๆ ๆ”
กำนันเรืองมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังแล้วเขาก็หยิบซองเงินออกมาจากตัวก่อนจะขยับเงินออกมากรีดนิด ๆ อย่างพอใจ แล้วก็หันไปที่เขาควายที่แขวนอยู่ที่ผนัง กำนันเรืองรีบปีนขึ้นไปยัดซองเงินในกะโหลกเขาควายที่แขวนไว้ทันที วันรบในวัย 7 ขวบยืนแอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ

กำนันเรืองอึ้งที่รู้ว่าลูกชายรู้เรื่องทั้งหมด แต่เขาก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง
“เอ็งมั่วแล้ว ข้าไม่เคยเม้มเงินแม่เอ็ง”
“หลังจากนั้น พ่อยังบอกแม่ว่าโดนปล้นอีกหลายครั้งครั้งละไม่ต่ำกว่าหมื่น จนแม่ตัดสินใจไปฝากเงินที่ธนาคารเอง” วันรบเล่าฉะฉาน
“ถ้าข้าซ่อนเงินจริง แม่เอ็งต้องเจอแล้ว” กำนันเรืองบอก
“ก็พ่อหลอกผมกับแม่ไม่ให้ไปยุ่ง เพราะมีวิญญาณควายสิงอยู่!”
กำนันเรืองแถ “ข้าโกหกส่ง ๆ ไป ไม่ให้แม่เอ็งเอากะโหลกควายของข้าไปทิ้งต่างหาก ... ข้ายืนยันว่าไม่เคยเม้มเงินแม่เอ็ง”
“งั้นเรื่องที่พ่อแอบเอาเงินไปปล่อยกู้กินดอก แม่จะรู้ไหมน้า” วันรบเริ่มพูดขู่ แล้วเหตุการณ์ในอดีตอีกช่วงก็ผุดขึ้นมาอีก

วันรบในวัยเด็กเห็นกำนันเรืองกำลังรับเงินจากลูกหนี้ที่หน้าบ้าน
“ผมรู้ว่าพ่อปล่อยกู้ไปหลายแสน” วันรบในปัจจุบันพูด
เหตุการณ์ในอดีต วันรับยังเห็นกำนันเรืองเอาเงินขึ้นไปซ่อนไว้ที่หลังเขาควายอีกหลายครั้ง
“แล้วเก็บดอกเบี้ยซ่อนไว้ในบ้านไม่ให้แม่รู้” วันรบในปัจจุบันพูดต่อ “ผ่านไปเป็นสิบปีพ่อก็ต้องมี..” วันรบมองพ่ออย่างจับไต๋ได้ “หลายล้านแน่!”

พูดจบวันรบก็มองพ่อด้วยหน้าเจ้าเล่ห์ กำนันเรืองอ้าปากค้างที่รู้ว่าลูกชายรู้เรื่องปล่อยเงินกู้ของตัวเอง
กำนันเรืองเหงื่อแตกพลั่ก จนต้องหยิบผ้าขาวม้าขึ้นมาเช็ดแล้วบิดจนน้ำไหลจ็อก “เอ็งมั่วแล้วไอ้รบ”
“ถ้าพ่อยังไม่ยอมรับ ผมจะบอกเรื่องทั้งหมดกับแม่” วันรบขู่
กำนันเรืองหน้าเหวอเพราะกลัวจะถูกวันทนีย์เอาเรื่องแต่เขาก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ
“เอาเลย! ข้าไม่กลัวหรอก อย่างมากข้าก็แค่โดนแม่เอ็งด่า แต่ถ้าแม่เอ็งยึดเงินไป เอ็งจะไม่ได้เงินซักแดง!”
วันรบเห็นท่าทีของพ่อก็ถึงกับหน้าเสีย ส่วนกำนันเรืองยิ้มดีใจที่สามารถข่มลูกชายได้

กระถินหอบของมีค่าเดินมาที่รถซึ่งจอดอยู่ที่หน้าบ้านวันทนีย์ วันทนีย์ถือซองโฉนดที่ดินทั้งหมดที่มี โดยมีกำนันเรืองและอาไทเดินตามมา
“แม่จ๋า เราไปเป็นเพื่อนพ่อจ๋าประชุมกับจังหวัดข้าง ๆ ต้องเอาโฉนดที่ดินไปด้วยเหรอจ๊ะ” กระถินถาม
“ตอนนี้ข้าทิ้งอะไรไว้ไม่ได้หรอก ขโมยมันชุม!” วันทนีย์บอก
วันทนีย์เหลือบมองไปด้วยความโกรธ
“เจ้ารบ” วันทนีย์แบมือมาตรงหน้า
วันรบยืนอยู่หน้าวันทนีย์ เขาค่อยๆ ควักซองโฉนดออกมาส่งให้แม่ของตัวเอง “แต่แม่ให้ผมแล้วนะ”
“ให้ได้ก็ยึดคืนได้ มีอะไรไหม!” วันทนีย์เสียงแข็ง
“ไม่มีครับ”
วันรบตอบเสียงอ่อยแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับรชานนท์และพชรที่นั่งจ๋อยอยู่ที่มุมหนึ่งบริเวณหน้าบ้าน
“ไปได้แล้วพ่อจ๋า สายแล้วจะร้อน อาไท ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล โทรบอกแม่ทันที” วันทนีย์สั่ง
“ครับผม!” อาไทรับปาก
วันทนีย์กับกระถินขึ้นรถ กำนันเรืองขึ้นไปนั่งประจำที่แล้วก็ขับรถออกไป
วันรบ พชร และรชานนท์ซึ่งกำลังนั่งหงอยเปลี่ยนท่าทีเป็นครึกครื้นขึ้นมาทันที
“ทางสะดวก” วันรบลิงโลด
“ลงมือ!!” รชานนท์กับพชรประสานเสียง
“หยุดก่อน! พวกพี่จะทำอะไรกัน” อาไทเข้ามาถาม
วันรบมองพชรกับรชานนท์แล้วส่งสายตาว่าเดี๋ยวจัดการเอง “ทำอะไรไม่สำคัญ แต่” วันรบควักแบงค์พันออกมาโบกล่อตรงหน้าอาไท อาไทมองตาไม่กระพริบ “สำคัญที่อาไทจะร่วมมือกับพี่ไหม”
“อาจะไม่เห็นแก่เงินทรยศแม่จ๋าเด็ดขาด” อาไทพูด
“แน่ใจ!” วันรบถามย้ำ
“แน่ใจ แล้วถ้าพี่ฝืนคำสั่งแม่อาจะฟ้องแม่จ๋า” อาไทบอก
วันรบมองอย่างเจ้าเล่ห์ “แน่ใจ”
“ชัวร์!” อาไทตอบ
วันรบหันมายิ้มกับรชานนท์และพชรอย่างรู้กัน

เวลาผ่านไป อาไทถูกมัดมือและถูกผ้าเทปปิดปากก่อนจะโดนพชรกับรชานนท์ลากเข้ามาในบ้าน
รชานนท์ชี้ไปที่เสาต้นหนึ่งแล้วถาม “ผูกกับต้นโน้นเลยพี่”
“ป๋า..ต้นนั้นไม่ได้ เห็นผ้าที่ผูกไว้ไหม นั่นน่ะเสาตกน้ำมัน” วันรบบอก
“งั้นเสาโน้นก็ได้” พชรชี้ไป
“พี่ระ เสาโน้นก็ไม่ได้ บนนั้นที่มีหิ้งน่ะ มีโกศของปู่ผม” วันรบบอก
อาไทพยายามจะดิ้นให้หลุด
“แรงอย่างกับช้าง จะเอาไงกับมันดีไอ้รบ” พชรถาม
วันรบมองน้องชายอย่างเซ็ง ๆ แล้วเดินไปนั่งตรงหน้าอาไท “อาไท และถ้าแกให้ความร่วมมือกับพี่ ตั๋วสวนสนุกเล่นแบบไม่จำกัดพร้อมบุฟเฟ่ต์โรงแรมห้าดาวจะเป็นของอาทันที”
อาไทได้ยินก็มีสีหน้าคิดหนัก
“ไม่เอาก็ตามใจ” วันรบตัดบท
“อื้อ..อื้อ..อื้อ..” อาไทส่งเสียง
“มันพูดอะไรนะ” พชรถาม
“ก็เปิดปากสิ” รชานนท์ดึงผ้าเทปออกครึ่งนึง
“โอ้ย ลุงมันเจ็บนะ” อาไทโวย
รชานนท์เคือง จึงออกแรงดึงจนสุดทันที
“โอ้ย นี่!” อาไทร้อง
“ถ้าเรียกลุงอีกคำ ฉันจะจับแกปิ้งเป็นหมูหันเลย” รชานนท์ขู่
“เบาๆ ครับพี่ น้องเจ็บ...” อาไทพูดเสียงนุ่มขึ้น
“ตกลงว่ายังไง” วันรบถาม
อาไททำเป็นคิดหนักก่อนพูด “บุฟเฟ่ต์ห้าดาวขอเพิ่มเป็นสองมื้อได้ไหมพี่”
“ถ้างานพี่สำเร็จ พี่แถมให้เป็นสามมื้อเลย” รชานนท์บอก
อาไทมีท่าทางกระตือรือร้นขึ้นทันที “งั้นจะให้ช่วยอะไรรีบบอกเลยพี่ ชักช้าเสียเวลา”
พชรพูดกับวันรบ “บ้านแกแต่ละคนดีๆ ทั้งนั้น”
วันรบขำ “ รีบเถอะน่าพี่ เดี๋ยวแม่กลับมาจะยุ่ง!”
ทั้งสี่แยกย้ายกันปีนแกะเทปกาวที่ปิดไว้ตามกำแพงบ้านเพื่อหาสร้อยทองแต่ก็ไม่มีใครเจอ

เวลาผ่านไป ทั้งสี่มานั่งเหนื่อยหอบอยู่กลางบ้าน
“ไหนแกว่าพ่อแกซ่อนเงินกับสร้อยทองไว้ในบ้านไง ทำไมหาไม่เจอวะ” พชรถามพร้อมกับหอบไปด้วย
“พ่อเก็บกดมากเพราะแม่คุมทุกบาททุกบัญชี” วันรบบอก “แล้วอยู่ด้วยกันตลอดแบบนี้ พ่อไม่เอาเงินออกมาใช้ให้แม่สงสัยแน่”
“ถ้าไม่เอาออกมาใช้..ก็ต้องเปลี่ยนที่ซ่อน” รชานนท์บอก
“เป็นไปได้..เมื่อปีก่อนแม่จ๋าให้พี่กระถินขึ้นไปปัดฝุ่นเขาควายแล้วไอ้เขาควายเนี่ยมันตกลงมา มีเงินอยู่ในเขาควายตั้งหลายพัน พ่อกำนันบอกว่าเป็นเงินพี่รบ แม่จ๋าก็เลยยึดไปหมดเลย” อาไทบอก
“ที่ๆ ปลอดภัยที่สุดกลายเป็นที่ ๆ อันตรายที่สุดซะแล้ว พี่ระ..ถ้าเป็นพี่ พี่จะซ่อนที่ไหน” วันรบถาม
พชรนิ่งคิด “ก็ต้องซ่อนที่ๆ เมียจะไม่ไปยุ่ง มุมส่วนตัว หรือ...”
วันรบกับรชานนท์นึกได้พร้อมกัน “เสาตกน้ำมัน!”

ทั้งสี่มายืนล้อมเสาตกน้ำมันที่มีหยดน้ำมันติดแน่นเหมือนมีน้ำมันซึมออกมาจากเสาจริงๆ
อาไทมองอย่างกลัวๆ “พี่รบ..แล้วถ้ามันเป็นเสาตกน้ำมันจริงๆ ล่ะ มืดแล้วด้วย..ฉันกลัว”
รชานนท์มองรอบๆ เสา “ไอ้รบ น้ำมันที่มันผุดขึ้นมานี่ มีมดไต่อยู่เต็มเลยว่ะ”
“น้ำมันอะไรวะ หวานจนมดขึ้น” พชรสงสัย
วันรบตัดสินใจยกมือไหว้ “ขอพิสูจน์หน่อยนะครับ” เขาปาดน้ำมันที่อยู่ที่เสามาดม “ผมว่ากลิ่นมันเหมือนกาแฟนะพี่”
รชานนท์รับคราบที่วันรบปาดมาดมแล้วตัดสินใจส่งให้พชร “พี่ระ ต้องชิมแล้วล่ะ”
“เฮ้ย! ถ้ามันเป็นของจริงฉันไม่ตายเหรอ” พชรไม่เล่นด้วย
“พี่ระไม่ชิมก็ได้ ถ้าอยากให้รายชื่ออดีตกิ๊กพี่ทั้งในและนอกบริษัทถึงมือพี่นี” วันรบขู่
“ไอ้รบ ไอ้น้องทรพี!” พชรด่าแล้วรับมาชิม “เฮ้ย! มันเป็นกาแฟว่ะ แต่เหนียว ๆ เหมือนทำให้ข้น”
วันรบกับรชานนท์มองหน้ากัน แล้วรีบลูบคลำที่เสาอย่างตั้งอกตั้งใจ วันรบลูบไปเรื่อยๆ จนสะดุดอะไรบางอย่างที่โคนเสา “ป๋า..ตรงนี้มันไม่เรียบ”
รชานนท์คลำโคนเสาแล้วมองหน้าทุกคนก่อนจะพูดขึ้น
“เราเจอขุมทรัพย์แล้ว”
รชานนท์ใช้ไขควงปากแบนค่อยๆ งัดขอบไม้ออกมา ด้านในของเสาโดนตัดกลวงจนเป็นช่องโดยมีแผ่นไม้ปิดไว้จนแทบดูไม่ออก
วันรบดึงฝาไม้ออกทำให้ทุกคนเห็นว่าข้างในมีแบงค์ร้อย แบงค์ห้าร้อย และแบงค์พันม้วนอัดเรียงกันอยู่ในเสา วันรบดึงออกมา พชรกับอาไทรับไปกางเพื่อนับ
วันรบหยิบแบงค์ร้อยออกมาแล้วบอกทุกคน “สุดท้ายแล้ว”
“เป็นการซ่อนแบบภูมิปัญญาจริงๆ หลอกด้วยสิ่งลี้ลับ ไม่มีใครกล้ามายุ่งแน่นอน” พชรชม
วันรบหันมาหาอาไท “มีตรงไหนในบ้านที่มีวิญญาณสิงอีกไหม”
อาไทคิดก่อนตอบ “รังตุ๊กแกผี บนโน้น” อาไทชี้ไปที่มุมหนึ่งบนเพดานบ้าน ที่มีตุ๊กแกหนึ่งตัวเกาะอยู่ วันรบ พชร รชานนท์เงยหน้ามองตาม
เวลาผ่านไป วันรบปีนบันไดขึ้นไปมามองแล้วหยิบตุ๊กแกโยนลงมา พชร อาไท และรชานนท์กระโดดหลบกันไปคนละทาง
วันรบขำแล้วบอก “ของปลอม!”
วันรบคลำบริเวณมุมที่ตุ๊กแกเกาะอยู่ก่อนจะเจอเชือกเล็ก ๆ ที่ถูกเจาะร้อยไว้กับผนัง วันรบลองเกี่ยวแล้วดึงออกมาก็พบว่าเป็นลิ้นชักเล็ก ๆ ที่ข้างในมีสร้อยทอง เลททองวางเรียงเป็นเส้นยาว
ต่อมา อาไทก็ชี้ไปที่อีกมุมในบ้าน “รักยม คะนองเดช”
รชานนท์อยู่ที่ด้านหลังรักยมซึ่งมีแผ่นไม้ขนาดใหญ่ติดไว้ในลักษณะเหมือนประตู เขาออกแรงเปิดออกจึงพบว่าด้านหลังมีทองกับเงินแปะติดไว้เรียงรายเหลืองอร่าม
ต่อมา อาไทก็พยายามครุ่นคิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อไปของบ้าน “เฮี้ยนสุด ๆ ดงตานี!” อาไทตอบเสียงดัง
รชานนท์กับพชรมองมาที่วันรบ วันรบบอกทุกคน “ดงกล้วยหลังบ้าน”
ทุกคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ไปค้นทันที

วันรบ รชานนท์ และพชรช่วยกันขุดดินในสวนข้างบ้าน ทั้งสามออกแรงขุดไปรอบๆ แต่ก็ไม่เจออะไร
“ขุดจนทั่วแล้วไม่เห็นเจออะไรเลย” พชรบอก
“มันต้องขุดลึกๆสิพี่ ขุดต่อๆ” วันรบสั่ง
ทั้งสามคนออกแรงขุดต่อ
สักพักรชานนท์ก็ขุดไปกระแทกอะไรบางอย่างเข้า
“ไอ้รบ! ฉันเจออะไรก็ไม่รู้ว่ะ”
วันรบกับพชรรีบวิ่งมาหารชานนท์แล้วช่วยกันขุดดินบริเวณนั้นทันที

เวลาผ่านไป หีบไม้ใบใหญ่ซึ่งอยู่ที่กลางหลุมขนาดย่อมเริ่มเผยโฉม วันรบ รชานนท์ และพชรตื่นเต้นที่ขุดจนเจอหีบขนาดใหญ่
“เฮ้ยไอ้รบ พ่อแกขโมยเงินเยอะจนต้องใส่หีบใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอวะ” พชรตื่นเต้น
“อย่ามัวแต่นิ่งไอ้รบ เปิดดูเลย” รชานนท์สั่ง
วันรบพยักหน้าแล้วค่อย ๆ เปิดหีบออก
เมื่อหีบเปิดออก ทั้งสามคนก็ตาโตและอ้าปากค้าง “เฮ้ย!!”
ภายในหีบมีหนังสือวาบหวิวในอดีตและโปสเตอร์วาบหวิบยุคก่อนอยู่เต็ม วันรบยังคงอึ้ง ส่วนรชานนท์กับพชรหัวเราะลั่น
“เนี่ยเหรอของมีค่าที่พ่อแกเอามาซ่อน หนังสือโป๊เก่า ๆ เนี่ยะ” รชานนท์ขำ
“เฮ้ย เก่าแต่คลาสสิค” พชรพูดพร้อมกับหัวเราะ
วันรบกลุ้มใจที่ไม่ได้เงินค่าสินสอด พชรกับรชานนท์รีบหยิบหนังสือวาบหวิวขึ้นมาเปิดดู ทันใดนั้นก็มีของบางอย่างร่วงลงมาจากหนังสือ
วันรบมองตามไปที่พื้นก็เห็นเป็นลูกกุญแจดอกเล็กๆ ตกอยู่ เขารีบก้มไปหยิบขึ้นมา รชานนท์กับพชรเห็นลูกกุญแจก็นิ่งไป
สักพักรชานนท์นึกได้ “นี่มันกุญแจตัวล็อค... แสดงว่าต้องมีของให้ล็อค”
“กล่องสมบัติ !” พชรพูดอย่างตื่นเต้น
ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วลุกไปขุดดินต่อทันที

มัทรีเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายอยู่ภายในห้อง แล้วเธอก็ไปนั่งที่เตียงก่อนจะหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นเวลา 20.00 น. แล้ว
“เป็นยังไงบ้างนะ รบ ทำไมเงียบไปแบบนี้” มัทรีพึมพำ
มัทรีมองมือถือที่วางอยู่ เธอหยิบขึ้นมาจะกดโทรออก
“เฮ้!” เสียงธงฉานดังขึ้นมา

มัทรีชะงักมองไปทางหน้าต่างด้วยความสงสัย แล้วก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องไป








Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 13:57:48 น.
Counter : 275 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 5


ดำจังมึงเดินกลับออกมาหารชานนท์ พชร วันรบ มัทรี กระถิน วันทนีย์ กำนันเรือง และอาไท

“เรียบร้อย รู้ผลไม่เกินเช้าพรุ่งนี้” ดำจังมึงบอก
“งั้นโผมขอตัวก่อนนะครับ” รชานนท์บอก
“เดี๋ยวสิ ไอ้ที่ว่ามีของน่ะ ของที่ว่ามันคืออะไร” วันทนีย์ถามขึ้น
พชรอึกอักแล้วบอก
“เอ่อ...ต้องรอให้ผมเช็คให้แน่ใจก่อนครับ”
“บอกมาก่อนเถอะ ล่อให้อยากแล้วจากไปมันไม่ดีนะลุง” อาไทพูดขึ้น
“พี่ไม่ใช่ลุง” รชานนท์,พชรพูดขึ้นพร้อมกัน
อาไทสะดุ้งทันที
“พี่ก็พี่...พี่สุดหล่อบอกน้องหน่อยเถอะน่าว่าของที่ว่าน่ะมันอะไร”
“นั่นสิ ข้าก็อยากรู้” กำนันเรืองพูดขึ้น
รชานนท์กับพชรโดนต้อนจนเริ่มมองหน้ากันแล้วหันไปทางวันรบให้ช่วยที
“พ่อ แม่ เขาบอกว่าตอนเช้าค่อยรู้ก็ตอนเช้าเถอะน่า”
“ไม่” กำนันเรืองยืนยัน
อาไทแทรกเสียงดัง
“ไม่ได้ แถวนี้ถิ่นใครให้มันรู้ซะมั่ง ใช่ไหมพ่อกำนัน ไม่กล้าบอกแบบนี้ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ จริงไหมจ๊ะพ่อกำนัน” อาไทว่า
ดำจังมึง ทนไม่ไหวพูดขึ้น
“อยากรู้มากใช่ไหม”
“ใช่” อาไทยืนยัน
ดำจังมึงดีดนิ้ว บอดี้การ์ดนักกล้ามสองคนเดินมาขนาบข้าง เปิดเสื้อสูท เบ่งกล้าม
“นึกว่าฉันจะกลัวเหรอ ก็แค่ล่ำ กล้ามใหญ่”
ดำจังมึงส่งไม้หน้าสาม ให้ บอดี้การ์ดหักไม้หน้าสามแถมคำรามจนอาไทสะดุ้ง
“กลัวล่ะสิ ไอ้อ้วน” ดำจังมึงถาม
“ระดับอาไทไม่มีกลัวอยู่แล้ว แค่ตัวใหญ่จะสู้ปืนลูกซองได้ยังไง จริงไหมพ่อกำนัน”
“ปืนลูกซอง..จะลองกับปืนสั้น”
ดำจังมึงพูดขึ้น บอดี้การ์ดที่เหลือชักปืนออกมาอาไทกับกลุ่มกำนันถึงกับสะดุ้ง อาไทรีบปิดตาชี้ไปที่กำนันเรืองกับวันทนีย์ทันที
“น้องไม่ได้อยากรู้ค๊าบ คนอยากรู้อยู่โน่น”
ดำจังมึงหันปืนไปกำนันเรือง
“ไอ้อาไท” กำนันเรืองกับวันทนีย์ร้องขึ้นพร้อมกัน
“รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี พ่อกำนันบอกฉันเองนะจ๊ะ” อาไทบอก
“พี่รบ..มัทว่าจะไปกันใหญ่แล้วนะคะ” มัทรีพูดขึ้น
“เอ่อ..ใจเย็นๆ นะครับ” วันรบบอก
ดำจังมึง เสริมทันที
“พวกกำนันใช่มะ”
พชรกับวันรบหันไปทางดำจังมึง
“แกนั่นแหล่ะ”
ดำจังมึง โวยวาย
“อ้าว..นี่ฉันช่วยนะเนี่ย ไม่งั้นก็ถามอยู่นั่นแหล่ะ เดี๋ยวแผนก็..อุ๊บ”
รชานนท์กระโดดปิดปากดำจังมึง
“เมื่อกี้ตาหนำเลี๊ยบมันพูดแผน ๆ อะไรนะพ่อ” อาไทถามขึ้น
วันทนีย์เห็นทุกคนอึ้งไป
“ว่าไงล่ะ พวกคุณมีแผนอะไรกัน”
รชานนท์ พชร วันรบแอบสบตากัน มัทรีลุ้นๆ ขณะที่กำนันเรือง วันทนีย์ กระถิน อาไทมองอย่างสงสัย

ภายในบ้านของเตือนใจ ติรกาเดินเข้ามา โดยพุทราถือหม้อแกงส้มตามเข้ามา ขณะนั้นเตือนใจกำลังร้องคาราโอเกะเพลงเทพธิดาดอยอย่างเมามันส์คนเดียว
“..มวลเถาวัลย์ป่าใบเขียว คดลดเลี้ยวพันเกี่ยวคบไม้ใหญ่ ฝูงมัจฉาว่ายแหวกน้ำใส เวียนวนไปภายในสายวารี"
พุทราอดรนทนไม่ได้รีบวางหม้อเข้าไปร่วมแจมทันที
“มวลบุปผชาติ ดาษเนินเขางาม แลสะพรั่งแทรกตาม หินทุกก้อนมี สาวแม้วแฉล้ม แก้มสดสีกายใจพลีให้ชายเชื้อชาติไทย"
ติรกามองหามัทรี
“แม่คะ ยัยมัทล่ะค่ะ”
เตือนใจได้ยินติรกาถามก็ร้อนตัวร้องเพลงเสียงดังขึ้นทำเป็นไม่ได้ยิน

“แม่คะ ทานข้าวพร้อมหน้ากันนะคะ” ติรกาเสียงดังขึ้น
เตือนใจพยายามจะทำเป็นไม่ได้ยินอีก ติรกาทนไม่ไหวลุกขึ้นไปหยิบรีโมทกด pause
“โหย...คุณติกดหยุดทำไมอ่ะคะ กำลังมันส์เลย” พุทราบอก
ติรกามองมาที่ติรกาด้วยสายตาพิฆาต พุทรารีบปิดปากตัวเอง
“อุ้ย”
“ยัยติ..แม่กำลังสนุกอยู่นะ เอารีโมทมานี่” เตือนใจพูดแล้วจะดึงรีโมทจากติรกา
“หนูเอาแกงส้มของโปรดยัยมัทมา จะได้ทานข้าวเย็นด้วยกัน ยัยมัทอยู่ไหนคะ”
เตือนใจทำเนียนบอก
“ก็อยู่บนห้องนะสิ”
“งั้นพุทราจะไปตามนะคะ”
“ไม่ต้อง,ไม่ต้อง” ติรกากับเตือนใจ พูดขึ้นพร้อมกัน
ทั้งติรกากับพุทราต่างชะงักมองหน้ากัน
“คือ..ไม่ต้องไปตามหรอก เดี๋ยวหิวก็ลงมาเอง” เตือนใจบอก
“พุทราจัดโต๊ะ..” ติรกาสั่ง เตือนใจโล่งใจ
“เดี๋ยวฉันไปตามยัยมัทเอง”
เตือนใจรีบคว้ามือติรกาไว้
“ ไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะแม่”
“ก็..ยัยมัทเครียดเรื่องตาวันรบอยู่ อย่าไปกวนลูกเลย”
ติรกามองเตือนใจอย่างวิเคราะห์
“แม่...ปิดบังอะไรอยู่หรือเปล่า”
“เปล๊า....ติอย่าเพิ่งไปกวนหลานเลยนะเชื่อแม่” เตือนใจพูดด้วยเสียงสูงมาก
ติรกาจ้องเตือนใจอย่างคาดคั้นจนเตือนใจเหงื่อแตก แล้วติรกาก็ … ยิ้ม
“ก็ได้ค่ะแม่ งั้นเดี๋ยวหนูจัดโต๊ะแล้วเราทานข้าวกันนะ”
“จ๊ะ ๆ” เตือนใจกดรีโมทร้องคาราโอเกะกลบเกลื่อนต่อ
ติรกาเดินไปที่โต๊ะอาหารซึ่งพุทราจัดโต๊ะอยู่ แล้วมองไปทางเตือนใจอย่างสงสัย เตือนใจร้องเพลงแต่เมื่อหันมาเจอกับสายตาติรกาก็เบือนหน้าไปร้องทางอื่น ติรกานั่งมองเตือนใจด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“พุทรา”
พุทราเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ที่ติรกามองเตือนใจ
“ขา... ถ้าพุทราเดาไม่ผิด คุณติมีแผนร้ายให้พุทราทำใช่ไหมคะ”
“หึๆๆ”

ในเวลาเดียวกัน บ้านวันรบที่สุพรรณบุรี รชานนท์ พชร วันรบยังสบตากันไปมา
“พูดมาสิว่าแผนอะไร” กำนันเรืองเริ่มจับปืนสองมือเตรียมพร้อม
“ตายแน่ไอ้นนท์ ฝั่งเราน่ะปืนปลอมแต่ทางโน้นลูกซองของจริงนะเว้ย ศพไม่สวยแน่” พชรพูดกับรชานนท์
วันรบเห็นท่าไม่ดีพยายามแก้สถาการณ์ทันที
“แผน! แผนสำรวจที่ดินพรุ่งนี้ใช่ไหมครับ” วันรบพยักเพยิดกับรชานนท์ให้รับมุกสุดฤทธิ์
“ใช่ เราต้องรีบกลับไปปรึกษาวางแผนอย่างละเอียดใช่ไหมดำจังมึง” รชานนท์รับลูกจากวันรบทันที
พชรศอกใส่ลำตัวจนดำจังมึงตัวงอ
“ช่าย ๆ เรารีบกลับกันเถอะ” พชร บอก
รชานนท์ลากดำจังมึงไปที่รถ พชรจะตาม วันทนีย์หันมาหาวันรบ
“งั้น..ตารบคืนนี้ค้างที่บ้านนะลูก”
รชานนท์ได้ยินตกใจรีบหันมา พชรทำเป็นพูดเสียงดังกับดำจังมึงแต่สายตามองไปที่วันรบ
“ไม่ได้! เราต้องรีบไปวางแผนงานกัน เถลไถลไม่ได้คุณเข้าใจไหม”
“รีบกลับไปเจอกันที่โรงแรม ไป”
พวกรชานนนท์รีบขึ้นรถตู้และขับออกไป
“ขึ้นบ้านกันเถอะตารบ” วันทนีย์บอก
“แม่ครับ คืนนี้ผมต้องไปพักที่โรงแรม”
“ปกติกลับมาก็นอนบ้าน ทำไมต้องไปพักโรงแรมด้วย”
“เอ่อ...”
มัทรีรีบช่วยแก้สถานการณ์ทันที
“คือมัทไม่ได้เตรียมตัวมาต้องไปหาซื้อของใช้ด้วยค่ะ เข้าเมืองแล้วพักโรงแรม พี่รบจะได้ไม่ต้องขับรถไปๆ มาๆ ไงคะ”
“ใช่ครับ! พรุ่งนี้ผมค่อยมานะครับแม่”
วันทนีย์ไม่พอใจขึ้นทันที
“นี่ขนาดไม่แต่งยังจูงจมูกขนาดนี้”
“แม่บอกว่าพี่รบเป็นกระต่ายเหรอคะ”
“ควายต่างหาก” อาไทแทรกขึ้นทันที
กำนันเรือง,วันทนีย์,วันรบ มองหน้าอาไท
“อยู่ดี ๆ ก็ง่วง อาไปนอนก่อนนะ”
อาไทหาวใส่แล้วทำเนียนเดินออกไป

“งั้นเราไปเถอะครับมัท”
วันรบรีบพามัทรีไปขึ้นรถทันที
“ตารบ..เดี๋ยวก่อนไ วันทนีย์เรียกขึ้น
“พี่รบ” กระถินเรียกสำทับ
วันรบรีบขับรถออกไปทันที กระถินกับวันทนีย์มองหน้ากันอย่างหงุดหงิด กำนันเรืองส่ายหน้าระอา

ทุกคนกลับมาพักกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี มัทรียืนเครียด วันรบเข้ามาทางด้านหลังมัทรี
“มัท..ผมขอโทษนะที่ทำให้แม่เข้าใจมัทผิด”
“ก็มันจำเป็นนี่คะ อย่าคิดมากเลยค่ะพี่รบ คุณแม่ไม่ชอบมัทอยู่แล้ว เข้าใจผิดเพิ่มนิดหน่อย มัทไม่เป็นไร เพื่อพี่รบ มัทจะต้านจนสุดแรง เพื่อความรักมัทจะสู้จนตัวตาย”
“เอ่อ..มัทจ๊ะ แม่ผมไม่ใช่ทัพข้าศึกประชิดเมือง ไม่ต้องฮึกเหิมขนาดนั้นก็ได้”
มัทรียิ้มขำ
“มัทอุตส่าห์ปลุกใจ พี่รบขัดคอซะนี่ มัทไม่เป็นไรหรอกค่ะไม่ต้องห่วงนะ”
วันรบใช้นิ้วโป้งคลึงหัวคิ้วมัทรี
“ถ้าไม่เป็นไรจริงๆ ก็อย่าทำคิ้วย่นสิครับ ผมไม่อยากเห็นมัทเครียดอยากให้มัทยิ้มแบบนี้”
วันรบใช้มือดึงแก้มมัทรีให้ยิ้ม
“โอ้ย! พี่รบแกล้งมัทนี่” มัทรีตีวันรบแบบหยอกๆ
รชานนท์เข้ามาเห็นวันรบกำลังรวบมือมัทรีพอดี
“เฮ้ยๆๆ ไอ้รบ! จับมือถือแขนน้องมัทได้ไงวะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะป๋า ก็ผมกับมัทเป็นแฟนกัน จริงไหมจ๊ะ” วันรบโอบโชว์รชานนท์
รชานนท์ไม่พอใจตะหงิด ๆ เดินเข้าไปล็อคคอวันรบออกมา
“เฮ้ย..อะไรวะป๋า”
“พี่ระให้มาตามไปประชุม ไป”
รชานนท์ไม่ฟังคำตอบลากวันรบไปทันที มัทรีมองตามอย่างงง ๆ แล้วรีบเดินตามไป

ภายในห้องพักของพชร รชานนท์ลากวันรบเข้ามา มัทรีตามเข้ามา พชรกับดำจังมึงสีหน้าจริงจังมาก
“มากันครบทุกคนแล้วนะ ตอนนี้แผนปั่นพ่อหลอกแม่ของเราก็สำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว” พชรพูดขึ้น
"ทุกอย่างผ่านได้ด้วยดี นับว่าเป็นฤกษ์งามยามดีจริงๆ” รชานนท์บอก
วันรบนับเงินส่งให้ดำจังมึง
“คิวงานหกชั่วโมงสามพันนะ ของนายกับเพื่อน ๆ นี่ค่าเหนื่อยของวันนี้”
ดำจังมึง รับเงินมา
“พูดตรงๆ นะ แผนนี้สุดยอดมากๆ ช่างเป็นแผนที่แย่ โฉด ชั่วได้ใจจริงๆ”
วันรบสะดุ้งเป็นระยะที่โดนกระแทกเสียงใส่
“สร้างเรื่องหลอกกระทั่งพ่อแม่ตัวเองได้ เลวที่สุด”
“เอ่อ..ด่าคนคิดแผนใช่ไหม” วันรบถาม
“ด่ามึงเนี่ยแหล่ะ”
วันรบทำท่าจะดึงเงินกลับจากมือดำจังมึง
“งั้นอย่าเอาเลยเงินน่ะ”
ดำจังมึง ได้สติแสดงท่าทางนบนอบทันที
“แต่พี่คงทำเพราะความจำเป็นใช่ไหม ผมเข้าใจได้ คนไทยด้วยกันเห็นใจกันอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องพูด ผมเห็นใจพี่จริงๆ”
วันรบมองดำจังมึงแบบนึกว่าจะแน่ !! พชรพูดขึ้นกับรชานนท์
“แล้วไอ้ของที่แกบอกว่าเรามาตามหานี่อะไรวะ ฉันเกือบรับมุขไม่ทันเลยนะ”
รชานนท์ยิ้มอย่างมีแผนทุกคนมองอย่างรอฟังรชานนท์ลงนั่ง

หลังมื้ออาหารเย็น เตือนใจนั่งกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้พักผ่อน พุทราจับเตือนใจให้เอนตัวลงนอน
“มาส์กหน้าสักหน่อยนะคะ พุทรารับรองค่ะว่าเต่งตึงแน่นอน” พุทรา ว่า
พุทรามองไปทางมุมหนึ่งเห็นติรกายื่นหน้ามาอย่างรอจังหวะ พุทราจะวางแผ่นมาส์กบนหน้าเตือนใจ ติรกากำลังจะก้าว เตือนใจขืนตัวจะลุกขึ้น
“ฉันว่าไม่ดีกว่า”
ติรกาที่ถอยหลังแทบไม่ทัน
“ฉันแก่แล้วจะมาเสริมสวยอะไรกันตอนนี้ ฉันว่า..”
พุทราจับเตือนใจเอาไว้ พุทรากำลังจะวางแผ่นมาสก์ที่ใบหน้าของเตือนใจและ รีบขยิบตาให้ติรกา “ทำเถอะค่า คุณเตือนจะได้สดชื่นไงคะ”
ติรการีบย่องอย่างรวดเร็วจะขึ้นบันได
“แต่ฉันว่า” เตือนใจจะลุกขึ้นอีก
ติรกาหลบไม่ทันหยิบแจกันดอกไม้มาบังหน้า หลับตาปี๋ มาส์กจะหลุดจากใบหน้าของเตือนใจ พุทราคว้าตัวเตือนใจ ให้ลงนอนอย่างเฉียดฉิว
“แม่พุทรา ทำอะไรเนี่ย”
พุทราจับแผ่นมาส์กหน้าให้เข้าที่ เอาแตงกวามาวางอย่างรวดเร็ว
“พุทราทำเพื่อคุณเตือนนะคะ นอนนิ่งๆ นะคะคุณเตือน ขยับตอนนี้หน้าจะแก่เป็นร้อยเท่า”
“แม่พุทรา”
“ยิ่งพูดเยอะปากจะยิ่งยับย่นนะคะคุณเตือน”
พุทรารีบโบกมือให้ติรการีบๆขึ้นไป ติรกาวางแจกันลงแต่มือดันปัดแจกันตกแตก เตือนใจทำท่าจะลุก
“เสียงอะไร”
“เอ่อ..แจกันมันหล่นน่ะค่ะไ
“มันหล่นได้ยังไง” เตือนใจพูดพลางจะหยิบแตงกวาออก พุทรากับเตือนใจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วติรกาก็...
“เมี้ยว....”
“แมวนี่เอง” เตือนใจชะงัก
“ค่ะ แมวมันซนน่ะค่ะ” พุทราว่า
พุทราส่งซิกให้ติรกาขึ้นไปเร็ว ๆ ติรการีบก้าวขึ้นไปตามบันได
เตือนใจ นึกได้ทันที
“เอ๊ะ..บ้านฉันไม่มีแมวนี่”
เตือนใจพูดแล้วหยิบมาส์กหน้าออก เห็นหลังติรกาเลี้ยวหายไปตรงบันไดพอดี
“ยัยติ” เตือนใจเรียกติรกาและส่งสายตามามองพุทราอย่างอาฆาต
“พุทรา”
“อุ้ย! ...หนูโดนบังคับน่ะค่ะ”
เตือนใจ รีบวิ่งตามติรกาขึ้นบันไดไป พุทรารีบตาม
“ยัยติ”

ติรกาวิ่งมาที่หน้าห้องมัทรี เตือนใจวิ่งตามมาติด ๆ
“ยัยติ อย่า”
เตือนใจจะเข้ามาคว้าแขนติรกา แต่ติรกาไวกว่ารีบคว้าลูกบิดเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที ภายในห้อง ติรกายืนมองเห็นแต่ห้องว่างเปล่า
“ยัยมัท”
เตือนใจเข้ามาในห้อง ติรกาหันมามองเตือนใจอย่างคาดคั้น
“ยัยมัทไปไหนคะแม่”
เตือนใจสะดุ้งแล้วทำตกใจยิ่งกว่า
ยัยมัทหายเหรอ อ้าว เมื่อเย็นยังเห็นอยู่เลย ไปไหนเนี่ย”
เตือนใจทำเป็นเดินไปดูที่ห้องน้ำ
“ยัยมัท..ยัยมัท ไปไหนเนี่ย..”
“แม่ไม่รู้เหรอคะว่ายัยมัทไปไหน”
“ไม่รู้...มืดค่ำป่านนี้ไปไหนนะ หลานคนนี้น่าตีจริงๆ”
เตือนใจทำบ่น ๆ แล้วเดินเนียนออกไป ติรกามองตามอย่างมั่นใจว่าเตือนใจต้องรู้แน่
“คุณติขา...พุทราว่าคุณเตือน...”
“พุทรา”
“ขา”
“ตาวิเศษยังทำงานอยู่ไหม”
“ตลอดเวลาค่ะ”
“ไปเอามาให้ฉันดูซิ”
“จัดให้ด่วนเลยค่ะ ตาวิเศษ..ตาวิเศษ เห็นนะ อ๊ะๆ สอดรู้งานหลัก” พุทราหันมาชี้ไปที่ติรกา
“เพื่อนเล่นเหรอ”
พุทราหันนิ้ววกมาชี้ตัวเอง
“ตาวิเศษเห็นนะ คิดลามปามให้ดูที่ดูทาง”
พุทรารีบลั้นลาออกไป
“ไอ้รบต้องมีแผนอะไรแน่” ติรกา

ภายในห้องพักของโรงแรมที่สุพรรณบุรี พชรลุกขึ้นอย่างตกใจแล้วพูดขึ้น
“หลอกว่าที่ดินของไอ้รบเนี่ยนะมีบ่อน้ำมัน”
รชานนท์ ใช่ ตอนนี้แม่ไอ้รบเข้าใจว่าเราซื้อที่ดินมาแล้ว เราต้องสร้างมูลค่าที่ดินล่อให้แม่ไอ้รบซื้อที่
คืนไป
พชร บ่อน้ำมันเนี่ยนะ ทำไมตอนแกวางแผนแกไม่บอกให้หมดก่อนวะ
วันรบ มาบอกตอนนี้จะไปสรรหาบ่อน้ำมันที่ไหนมาโชว์ให้แม่ผมดูได้ล่ะเนี่ย
รชานนท์ ไม่ต้องมีบ่อน้ำมันหรอก แต่เราต้องมีคนยืนยันว่าบ่อน้ำมันมีจริง และคนนั้นคือ ...
รชานนท์หันมองไปที่ดำจังมึง ทุกคนค่อยๆมองไปทางดำจังมึงเป็นตาเดียว

เช้าวันใหม่ เตือนใจกำลังเช็ดถูสกายแล็ป ติรกาเดินหน้าตึงเข้ามา
“แม่บอกหนูมานะว่ายายมัทหายไปไหน”
“ไม่รู้ แม่ไม่ได้นั่งเฝ้ายัยมัทไว้นี่”
“หนูไม่เชื่อ”
ติรกาเดินมาจ้องหน้าเตือนใจนิ่ง
“ยายมัทไปไหน”
เตือนใจเปลี่ยนด้านเช็ดเบาะรถหันหลังให้กับติรกา
“แกจะมาคาดคั้นแม่ทำไม มีหลักฐานมั้ยว่าแม่รู้ว่ายายมัทไปไหน”
“พุทรา” ติรการ้องเรียก พุทราวิ่งเข้ามาจากห้องนอนพร้อมไอแพดแล้วเปิดคลิปวีดีโอให้เตือนใจดู
“เดี๋ยว ถอยไป”
พุทราถอยออกไป
“ไปอีก”
พุทราถอยออกไปจนห่างมาก
อีก..หยุด..ไหน ให้แม่ดูอะไร”
กล้องวงจรปิด เห็นมัทรีปีนหน้าต่างห้องนอนเตือนใจลงมา เตือนใจชะโงกหน้ามาโบกมือบ๊ายบายกับมัทรี
“ตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่น ๆ คุณติรกาให้พุทราตั้งกล้องวงจรปิดรอบโรงงาน อันนี้ถ่ายไว้ได้ตอนกลางวันเมื่อวานค่ะ”
เตือนใจนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก
“จะบอกได้รึยังคะว่ายายมัทหนีไปไหน”
สีหน้าของเตือนใจดื้อดึงไม่แพ้กัน
“แม่บอกว่า แม่ไม่รู้ก็คือไม่รู้”
เตือนใจเดินหนีเข้าไปในบ้าน
“แม่”
“ถ้ามาแนวนี้ คงจะไม่ยอมบอกง่าย ๆ แน่ค่ะ” พุทราบอก
ติรกาเดือดขึ้นทันที
“ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่ายัยมัทหายไปไหน”

วันทนีย์ กำนันเรือง อาไทนั่งรออยู่ กระถินยกหม้อข้าวต้มหมูออกมาวาง วันรบพามัทรีขึ้นมาบนบ้านพอดี
“คุณพ่อคุณแม่สวัสดีค่ะ”
กำนันเรืองจะรับไหว้แต่วันทนีย์ดึงมือไว้
“ฉันมีลูกแค่คนเดียวคือตารบ”
มัทรีชะงักเห็นกระถินยักคิ้วยิ้มเย้ยอย่างสะใจ มัทรีหน้าตึงแต่เก็บอาการสุดชีวิต
“คุณแม่มีลูกสองคนนะคะ ก็ลูกชายกับลูกสะใภ้อีกคน คนนั้นก็คือ...”
“พี่มัทรีขอบคุณน้องกระถินนะคะที่สนับสนุนให้พี่เป็นลูกของคุณแม่อีกคน”
“อย่ามาขี้ตู่ ฉันจะบอกว่าลูกสะใภ้คนนั้นคือ..”
มัทรีโผเข้ากอดกระถิน
“ขอบคุณนะจ๊ะ ขอบคุณ พี่ซาบซึ้งจริง ๆ”
พูดจบมัทรีก็ผละออกแล้วกุลีกุจอตักข้าวต้มให้ทุกคน
“ข้าวต้มค่ะ คุณแม่ คุณพ่อ นี่ของน้องกระถินกับอาไทนะคะ”
อาไทรับชามข้าวต้ม มือรวบมือมัทรีที่จับชามข้าวต้มอยู่แล้วบอก
“ต้องเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดในโลกเลยครับ”
“เฮ้ย” วันรบกระแอมกัดฟันพูดตบไหล่อาไทลงน้ำหนักอย่างแรง
“อาไท ปล่อย”
อาไทรีบปล่อยมือ แต่เอามือขึ้นมาดมชื่นใจ วันรบแอบมะเหงกเขกหัวอาไท
“ตารบ แล้วนี่รู้หรือยังว่าพวกกิมจิมันหาอะไรกันอยู่”
“โอเค” วันรบเสียงดัง
“เฮ้ย! โอเคอะไรไอ้หมา ตกใจหมด” กำนันเรืองพูดขึ้น
“โอเคว่าเราลองไปถามเขาดีไหมว่าเขาหาอะไรน่ะพ่อ” วันรบเสียงยิ่งดังใหญ่
“ดี งั้นเอ็งไปกับข้า”
“แม่ไปด้วย”
“ไม่ต้อง” วันรบกับกำนันเรืองพูดขึ้นพร้อมกัน
วันรบหันไปมองกำนันเรืองอย่างแปลกใจ
วันทนีย์ชะงักแล้วถามขึ้น
“ทำไมล่ะพ่อจ๋า”
“เรื่องสืบกับเจรจาให้พ่อจ๋ากับไอ้หมาก็พอ แม่รอฟังข่าวที่นี่เถอะ มากคนก็มากความนะ”
“แม่กับกระถินอยู่นี่เถอะครับ ให้ผมกับพ่อไปสืบดีกว่า”
วันรบหันไปสบตากับมัทรี มัทรีเห็นสายตาวันทนีย์มองมพอดี
“ไปเถอะค่ะพี่รบ มัทจะอยู่ทานข้าวเป็นเพื่อนคุณแม่กับน้องกระถินค่ะ ไปเถอะค่ะ”
“ไปสิ ไอ้หมา”
กำนันเรืองลุกเดินนำไป วันรบชักตะหงิด ๆ กับท่าทีของกำนันเรืองจึงรีบเดินตามไป วันทนีย์เห็นอาไทยังนั่งอยู่ จึงพูดขึ้น
“ไม่ตามไปล่ะ ตัวติดพ่อจ๋าตลอดไม่ใช่เหรอแก”
“อยากไปจ๊ะแม่ แต่..หัวใจมันสั่งว่าให้นั่งอยู่ตรงนี้”

มัทรียิ้มกับอาไทแต่หันมาเจอวันทนีย์กับกระถินมองมาเหมือนมีแผนร้าย มัทรียิ้มสู้
วันรบดึงกำนันเรืองลงมาบริเวณหน้าบ้าน รชานนท์กับพชรทำเป็นสุมหัวดูไอแพด ด้านหลังมีบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่งยืนคุ้มกันอยู่ด้วย วันรบเดินตามกำนันเรืองลงมาจากบนบ้าน

“เฮลโล่” วันรบทักทายอาคันตุกะชาวเกาหลี
รชานนท์,พชรหันมาแล้วพูดขึ้น
“อันยองฮาเซโย”
กำนันเรืองยิ้ม
“ สวัสดี เจอของที่คุณหากันหรือยัง”
“ใกล้แล้ว จากการคำนวนเวลาของเรา ไม่น่าจะเกินภายในครึ่งชั่วโมงนี้” รชานนท์บอก
“เอๆ ดีๆ ว่าแต่เป็นสถาปนิกมันไม่พอกินเหรอ ถึงผันตัวเองเป็นนักธุรกิจ สัญชาติเกาหลีซะด้วย”
รชานนท์ พชร วันรบชะงักหันมองหน้ากันอัตโนมัติ
วันรบรีบทำเนียน
“สถาปนิกอะไรกัน พ่อรู้จักคุณคันจึงเกากับเบนยางเอือมด้วยเหรอ”
“นั่นสิ ฮ่าๆ ๆ ” รชานนท์,พชรหัวเราะกลบเกลื่อน
“ก็ชื่อไทยเขาน่ะ ชื่อ...รชานนท์กับพชรใช่ไหมล่ะ”
รชานนท์,พชรเผลอรับทันที
“ครับ”
“เฮ้ย” วันรบ,รชานนท์,พชรร้องขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้
“พ่อ” วันรบตกใจ
ดำจังมึงวิ่งเข้ามา
“เฮ้ บอส วี ฟาวด์ ออย"
ทุกคนหันไปเห็นดำจังมึงวิ่งตัวเปียกมาเชียว ดำจังมึงวิ่งมาถึงเห็นทุกคนยืนอึ้งอยู่
“เฮ้! บอสวี ฟาวด์ ออย บอส เฮ้ย! เจอน้ำมันแล้วไง ยืนงงอะไรกันเนี่ย”
“สองคนนี้รุ่นพี่ แล้วไอ้หนำเลี๊ยบนี่เป็นใคร เพื่อนที่ทำงานแกด้วยเหรอไงไอ้หมา” กำนันเรืองถามขึ้น
“พูดแบบนี้ อึ้งแบบนี้ แสดงว่า”
ดำจังมึงรีบทำแต๋วใส่แล้วพูด
“สวยแล้ว”
“ซวย” รชานนท์กับพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
"ว่าไงไอ้หมา จะบอกพ่อดีๆ หรือจะบอกทั้งน้ำตา”
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเอาไงวะ แล้วหันมามองวันรบที่ต้องตัดสินใจ กำนันเรืองมองอย่างกดดันเพื่อรอคำตอบ
“พวกเราเล่นไม่เนียนเหรอครับคุณพ่อ” พชรบอก
“เนียน... ข้าไม่ได้ตำแหน่งกำนันมาเพราะจับสลากนะเว้ย ความเก่งล้วนๆ คนเป็นพ่อถ้าดูลูกไม่ออกก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าพ่อแล้ว”
“แล้วคุณพ่อบอกคุณแม่หรือเปล่าครับ” รชานนท์ถาม
“เปล่า ข้าอยากรู้ว่าเอ็งจะโกหกแม่เอ็งนานแค่ไหน”
วันรบรู้สึกผิด ตัดสินใจไหว้กำนันเรือง
“ผมขอโทษครับพ่อ แต่ผมจำเป็นจริงๆ ผมต้องหาสินสอดไปขอมัทพ่อพูดกับแม่ให้ช่วยผมเรื่องสินสอดได้ไหม”
“โอ้ย..แม่เอ็งน่ะ เสียทองเท่าหัวเสียผัวดีกว่า แล้วยิ่งค้านเรื่องหนูมัทหัวชนฝา ไม่มีทางยอมให้หรอก เงินทุกบาทแม่ไอ้หมามันเก็บหมด ข้าไม่เคยได้เห็นหรอก”
“พ่อ..”
กำนันเรืองมองแบ้วตัดสินใจ
“แผนแกเป็นยังไงว่ามาสิ”
วันรบมองกำนันเรืองอย่างมีความหวัง

มัทรีนั่งทานข้าวต้มเงียบ ๆ อยู่บนบ้านวันรบ วันทนีย์กับกระถินซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลไม่ตักข้าวกินแต่กลับมองมัทรีด้วยสายตาเหมือนจะเตรียมเชือด อาไทมองท่าทีของแม่ตัวเองกับกระถิน และเหลือบมองมัทรี จู่ๆ วันทนีย์ก็วางช้อนอย่างแรง
“นี่เธอ..” วันทนีย์เรียก
มัทรีเงยหน้าขึ้นยิ้มสู้ “มัทรีค่ะ เรียกมัทก็ได้ค่ะคุณแม่”
“ฉันไม่ได้อยากรู้จักสนิทสนมกับเธอ ฉันจะบอกเธอว่าเลิกกับตารบซะ”
มัทรีพยายามยิ้ม “ไม่เลิกค่ะ”
“เอ๊ะ! นี่คิดจะท้าทายฉันเหรอ” วันทนีย์ฉุนกึก
“คิดว่าพี่รบรักมากเลยไม่เห็นหัวแม่จ๋าล่ะสิ” กระถินเสริม
“มัทไม่ได้คิดจะท้าทายคุณแม่ค่ะ มัทขอถามคุณแม่ว่าถ้ามีคนสั่งให้คุณแม่เลิกกับคุณพ่อ คุณแม่จะเลิกไหมคะ”
“ไม่!” วันทนีย์ตอบเด็ดขาด
“ทำไมล่ะคะ” มัทรีถามต่อ
“ก็ฉันรักของฉัน !” วันทนีย์บอก
“มัทถึงบอกว่าไม่เลิกไงคะ เพราะมัทรักพี่รบมาก มัทอยากใช้ชีวิตอยู่กับพี่รบตลอดไป”
“นั่นไง สวยแล้วยังมั่นคง นางฟ้าของอาไท” อาไทพูดยิ้มๆ
“แต่เธอไม่เหมาะสมกับตารบ กระถินของฉันเหมาะสมกับตารบมากกว่าเธอ” วันทนีย์บอก
“มัทจบปริญญาตรี เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน เงินเดือนสองหมื่นขึ้น ที่บ้านมีโรงงานโอ่ง ที่บ้านหนึ่งหลัง ที่ดินอีกสิบไร่” มัทรีร่ายยาว
“พี่กระถินสู้เลย” อาไทยุ
กระถินเหลือบเห็นวันทนีย์ส่งสายตาให้เธอสู้ “กระถินไม่จบอะไร ทำงานบ้านขัดดอกให้คุณแม่ คุณแม่ให้เงินเดือน ๆ ละห้าพัน บ้านไม่มีโรงงาน แต่ถ้าหนี้ล่ะบานเลย”
วันทนีย์อึ้งเพราะสาวที่เธอเชียร์ต่างจากสาวคนรักของลูกชายอย่างเทียบไม่ได้
“พี่สาวคนสวยชนะขาด” อาไทสรุป
กระถินขอความเห็นใจ “คุณแม่”
“คนที่เหมาะกับตารบไม่จำเป็นต้องร่ำรวยแต่ต้องดูแลตารบได้ไม่ขาดตกบกพร่อง” วันทนีย์บอก
กระถินได้ฟังก็ยืดทันที “ทำงานบ้านสะอาดเอี่ยมตั้งแต่หัวบันไดยันหลังคา ทำกับข้าวชนะการประกวดระดับอำเภอ” กระถินหันไปทางมัทรีคล้ายจะท้าให้สู้กับเธอ
“ทำงานบ้านได้บ้างค่ะ” มัทรีบอก “ทำกับข้าวเรื่องสารพัดไข่มัทไม่เป็นรองใครค่ะ”
“นั่นไง คุณสมบัติแม่บ้านแม่เรือนไม่มีสักนิด เป็นผู้หญิงแต่ไม่มีเสน่ห์ปลายจวัก ก็อย่าคิดจะมีสามีกับใครเขาเลย” วันทนีย์ตัดบท
“โหย..แรงอ่ะแม่ พี่คนสวยต้องทำงานนอกบ้าน จะมีเวลาทำงานบ้านตอนไหน” อาไทช่วยพูด
“ตารบก็ทำงาน ผัวทำงาน เมียทำงานแล้วใครจะดูแลบ้าน ดูพ่อจ๋าสิแสนจะสบายไปทำงานกลับมาก็บ้านสะอาด ข้าวปลาสมบูรณ์ เพราะมีเมียดี” วันทนีย์พูดเข้าตัว
“แต่ที่อาเห็นน่ะ แม่ใช้พี่กระถินทำนะ” อาไทแย้ง
“อาไท!” วันทนีย์ดุ อาไทรีบปิดปากตัวเองทันที “รู้ตัวว่าไม่เหมาะสมก็ถอยไปซะ ฉันจะไม่ยอมรับสะใภ้หยิบโหย่งอย่างเธอหรอก”
มัทรีรู้สึกหนักใจ อาไทมองมัทรีอย่างเห็นใจ
“แม่จ๋า! แม่จ๋า!” เสียงกำนันเรืองดังเข้ามา
“เสียงพ่อจ๋านี่”
พูดจบวันทนีย์ก็รีบเดินออกไป โดยมีกระถิน อาไท มัทรีเดินตามไปด้วย

ดำจังมึงยืนอยู่กลางวงล้อมของคนที่บ้านวันรบ โดยมีบอดี้การ์ดยืนอยู่รอบนอก รชานนท์กับพชรตีมือกันด้วยท่าทางดีใจ สักพักวันทนีย์ กระถิน อาไท และมัทรีก็เข้ามาสมทบ
“แม่จ๋าพวกนี้ขุดเจอน้ำมัน” กำนันเรืองบอก
“หลังบ้านเราเนี่ยนะมีน้ำมัน! รู้ได้ไง” วันทนีย์ข้องใจ
“มิสเตอร์ดำจังมึงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการขุดหาน้ำมัน หลักฐานคือน้ำมันบนตัวเขา” วันรบบอก
กระถินเข้ามาดม “มันคือน้ำมันจริงเหรอแม่”
วันทนีย์ดมบ้าง “กลิ่นเหมือนที่ได้กลิ่นตามปั๊มเลยนะพ่อจ๋า”
“อยากรู้ว่าใช่หรือเปล่าก็ไม่ยากนี่พ่อกำนัน”
อาไทพูดจบก็ล้วงไฟแช็กออกจากกระเป๋ากำนันเรืองแล้วเดินมาที่ดำจังมึงก่อนจะจุดไฟแช็กพรึ่บ!
ดำจังมึง รชานนท์และพชรร้องด้วยความตกใจ “เฮ้ย!”
บอดี้การ์ดที่อยู่ไม่ไกลคว้าถังน้ำสาดใส่ดำจังมึงทันทีก่อนจะหยิบผ้ามาฟาดใส่หลายครั้งแล้วก็กระทืบเพื่อดับไฟ
ดำจังมึง ถีบพวกบอดี้การ์ดออกไป “เว้ย ! ไฟมันดับตั้งนานแล้ว” ดำจังมึงค่อยๆ ลุกขึ้น “เชื่อแล้วใช่ไหมว่าเป็นน้ำมัน”
กระถินจิ้มแขนดำจังมึง “นี่มันถ่านหรือคนเนี่ย”
“พี่กระถินอย่าเข้าไปใกล้เดี๋ยวสีตกใส่” อาไทแซว
ดำจังมึงเริ่มหมั่นไส้ “ตบเด็ก เตะหญิงสักทีท่าจะดี”
รชานนท์กับพชรกระโดดล็อคคอดำจังมึงแล้วดึงออกมาทันที
“ช่างเถอะ เราเจอน้ำมันก็โอเคแล้วนะ ต่อไปนี้เราจะรวยเป็นร้อยล้าน” รชานนท์พูดกับดำจังมึง
“หมื่นล้านต่างหาก” พชรรีบแย้ง
“ข้าอยากเห็นกับตาว่าเรามีบ่อน้ำมันจริง ๆ ไปพ่อจ๋าไปดูกัน”
พูดจบวันทนีย์ก็จะลากกำนันเรืองไป แต่กำนันเรืองรีบขยิบตาให้รชานนท์
รชานนท์ร้องบอกทันที “เข้าไม่ได้!”
พวกบอดี้การ์ดเข้ามายืนขวางทันที ดำจังมึงกระเผลกมาขวางพร้อมกับเอามือจับปืนปลอมที่อยู่ตรงเอว
“ตอนนี้ที่เป็นของเราแล้วห้ามใครบุกรุก ไม่งั้น..” พชรขู่
แล้วทุกคนก็ชักปืนออกมา กำนันเรือง วันทนีย์ อาไท และกระถินลากวันรบถอยกรูดออกมาทันที
“ถ้าเป็นผมกับพ่อเข้าไปได้ไหม” วันรบถาม
พชรมองรชานนท์ รชานนท์เห็นสายตาของพี่เขยก็พูดออกมา
“โอเค คุณเข้าไปได้ มิสเตอร์ดำจังมึงนำไปที”
ดำจังมึงเดินนำวันรบกับกำนันเรืองเข้าไป

วันรบกับกำนันเรืองเดินมาที่หลังต้นไม้ใหญ่ พอเห็นว่าพ้นสายตาวันทนีย์แล้วทั้งสองก็ตีมือกัน
“สุดยอดเลยพ่อ แม่ดูจะเชื่อสนิทเลย” วันรบดีใจ
“เอ้า ๆ นี่กำนันเรือง ตำแหน่งสุดยอดกำนันแหนบทองแห่งสุพรรณ” กำนันเรืองคุย
“ไม่อยากจะขัดจังหวะ แต่ผมอยากรู้ว่า” ดำจังมึงแทรกแล้วพูดเน้น “พ่อ..ลูกจะชื่นชมกันอีกนานไหมครับ”
“อื้อหือ..เต็มๆ” กำนันเรืองจ๋อย
“โอเค งั้นแผนต่อไปมาเลย” วันรบบอก
ดำจังมึงรีบหยิบถังแกลลอนใส่น้ำมันส่งให้วันรบทันที

รชานนท์กับพชรยืนคุยอยู่ใกล้ๆ กับวันทนีย์ที่ยืนอยู่หน้าบ้าน
“เรามีบ่อที่เมืองไทย บ่อที่คูเวต” รชานนท์บิ๊วท์ “จากรวยร้อยล้านจะรวยเป็นพันล้าน!”
“หมื่นล้านต่างหาก!” พชรแย้ง
แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน “ฮะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
วันทนีย์มองอย่างไม่สบอารมณ์ สักพักวันรบกับกำนันเรืองก็เดินกลับมาพร้อมแกลลอนน้ำมัน ทุกคนเข้าไปรุมล้อมด้วยความอยากรู้
วันรบยกแกลลอนน้ำมันให้ทุกคนดู “น้ำมันจริงๆ ครับ พวกนี้สูบออกมาหลายถังแล้วแม่”
“พ่อเห็นกับตา” กำนันเรืองเสริม
“ตารบ,พ่อจ๋า ประชุมด่วน!” วันทนีย์เรียก
พูดจบวันทนีย์ก็เดินฉีกออกไป กำนันเรือง กระถิน และอาไทรีบเดินตามไป วันรบหันมาขยิบตาให้รชานนท์กับพชรว่าเป็นไปตามแผน

มัทรียืนมองด้วยความไม่สบายใจ ก่อนจะค่อยๆ ขยับมากระซิบถามรชานนท์
“ป๋าคะ มันจะได้ผลเหรอคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก” รชานนท์เห็นมัทรียังมองด้วยความสงสัย “เอ่อ...คือไอ้รบมันเป็นลูกย่อมรู้ว่าพ่อแม่นิสัยยังไง มันจัดการได้ น้องมัทไม่ต้องห่วงนะ”
วันทนีย์ กระถิน อาไทและกำนันเรืองกำลังประชุมอย่างเคร่งเครียดอยู่กับวันรบ
“ที่จริงนี่มันที่ดินของลูกเรา จะให้คนอื่นมาชุบมือเปิบไปได้ยังไง” วันทนีย์ไม่ยอม
“แต่ผมเซ็นสัญญาซื้อขายไปแล้วนี่ครับ” วันรบบอก
“แต่มันยังไม่โอนเงินให้เรา ก็ถือเป็นโมฆะ” กำนันเรืองพูด
“โอนแล้วครับ ผมไปเช็คมาแล้วเมื่อเช้านี้” วันรบรีบบอก
กำนันเรืองเห็นวันทนีย์เริ่มร้อนใจจึงรีบแย้ง “ขายได้เราก็ซื้อคืนได้นี่”
“เออ จริง แต่ไอ้สองคนนั้นจะขายเหรอพ่อ?” วันทนีย์ถามกลับ
วันรบแอบส่งซิกบอกทุกคนที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ว่าโอเค

รชานนท์เห็นสัญญาณจากวันรบก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาคุย
“ขาย ! ถึงยังไงโผมก็ต้องกลับเกาหลี อยู่ประจำที่เมืองไทยไม่ได้หรอก ทางคุณจะให้ราคาเท่าไหร่” รชานนท์ทำเป็นนิ่งฟัง “โน ๆ ๆราคานั้นผมรับไม่ได้จริงๆ อย่าต่อเลย แค่นี้ก็ไม่เหลืออะไรแล้ว”
“มันพูดเหมือนพ่อค้าที่แม่ไปซื้อหมูที่ตลาดนัดเลยนะเนี่ย แต่ถ้ามันคิดจะขาย” วันทนีย์ได้ยินก็โพล่งออกมา
วันทนีย์รีบเดินมาพูดกับพชรและรชานนท์ทันที
“ขายให้ข้าก็ได้ ข้ายินดีซื้อที่เอ็งสองคน”
รชานนท์แกล้งพูดไม่ชัดใส่ “เวรี่กู้ด... แต่เราขายราคาเดิมไม่ได้ ขุดเจอน้ำมันแบบนี้ ที่แพงขึ้น”
วันทนีย์ชะงักด้วยความไม่พอใจ
“แหมๆๆ ได้ทีขึ้นราคาเลยนะไอ้หน้ากิมจิ ว่ามาจะขายเท่าไหร่” วันทนีย์ฉุน
“ร้อยล้าน!” รชานนท์กับพชรตอบพร้อมกัน
ทุกคนอึ้งเมื่อได้ยินราคาจากปากรชานนท์
วันทนีย์ตกใจ “จะบ้าเหรอ!! ร้อยล้านใครจะไปซื้อ”
รชานนท์แกล้งพูดไม่ชัดต่อ “ลงทุนร้อยล้าน แต่ยูจะได้กำไรเป็นพันล้านหมื่นล้าน”
กำนันเรืองกับวันรบรีบดึงตัววันทนีย์ออกไปคุย
“ซื้อเถอะแม่!” สองพ่อลูกเจรจา
“ซื้อ..แต่ลดราคาให้อีกหน่อยได้มะ” วันทนีย์หันมาถาม
“ได้” พชรตอบสั้นๆ
“เฮ้ย!” กำนันเรืองกับวันรบร้องอย่างตกใจ
วันรบเดินเข้าไปใกล้พชร “เล่นตัวหน่อยสิพี่ ลดเร็วแบบนี้เดี๋ยวแม่สงสัย”
“อ้อ” พชรเริ่มเข้าใจ “งั้นเราขอเวลาไปคิดสักหนึ่งคืนว่าจะลดให้เท่าไหร่ดี” พชรพูดเบาๆ กับวันรบ “แบบนี้โอเคมะ”
“โอเค” วันรบตอบ
วันทนีย์พยักหน้าว่าเข้าใจ สักพักวันทนีย์ก็นึกอะไรบางอย่างได้
“ถ้าคุยต่อพรุ่งนี้ คืนนี้เอ็งก็ต้องค้างที่นี่” วันทนีย์บอก
วันรบมองมัทรีแล้วตัดสินใจ “ครับ”
กระถินเฮลั่นด้วยความดีใจที่วันรบกลับมานอนบ้าน “ดีจังเลยกระถินจะได้ดูแลพี่รบ”
“นี่บ้านพี่ ไม่ต้องดูแลพี่หรอก กระถินดูแลมัทรีดีกว่า” วันรบบอก
กระถินและวันทนีย์ชะงักไปเพราะนึกขึ้นได้ว่ามัทรีอยู่ที่นี่ด้วย วันรบเดินไปหามัทรี มัทรียิ้มให้วันทนีย์กับกระถินแล้วพูด
“รบกวนด้วยนะคะ”
อาไทเห็นมัทรีก็เขินในความสวยของเธอ “ได้ครับพี่สาวคนสวย”
“อาไท!” วันทนีย์กับกระถินเสียงดังขึ้นพร้อมกัน
วันทนีย์กับกระถินรู้สึกขัดใจจนอยากจะกรี๊ดออกมา
วันทนีย์มองมัทนีอย่างมีแผนทันที “จะค้างที่นี่ จะมานั่งกินนอนกินคงไม่ได้หรอกนะ”
วันรบมองมัทรีด้วยความรู้สึกอยากจะเปลี่ยนใจ แต่มัทรีชิงพูดขึ้นมาก่อน
“คุณแม่อยากให้มัททำอะไรมัทก็ยินดีค่ะ”
วันทนีย์หันมายิ้มร้ายให้กระถิน กระถินมองออกจึงยิ้มรับอย่างพอใจ

เวลาผ่านไป ดำจังมึงเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วจึงเดินเข้ามาทวงเงินพวกพชรเมื่อทั้งหมดกลับมาอยู่ที่ห้องพักของพชรแล้ว
“ค่าจ้างวันนี้ล่ะ” ดำจังมึงแบมือ
“นี่” รชานนท์ส่งซองเงินให้ “ขอบใจมาก”
ดำจังมึงรับไปนับ “จะได้กลับรัชซะที”
“โอ้โห นี่จะกลับสหรัฐเลยเหรอ” พชรถาม
“รัชดาเนี่ยแหล่ะ รับงานวันล่ะไม่กี่พัน จะเอาที่ไหนไปสหรัฐ ถามโง่ ๆ นะเนี่ย” ดำจังมึงสวน
รชานนท์กับพชรยกหมัดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย “ว่ายังไงนะ!”
ดำจังมึง เห็นทั้งคู่เงื้อหมัดก็สะดุ้ง “ผมก็แค่ล้อเล่นน่ะพี่ เสร็จงานแล้ว ผมกลับก่อนนะพี่ สวัสดีคร๊าบ”
ดำจังมึงรีบเดินออกไปทันที รชานนท์กับพชรมองตามอย่างหน่ายๆ
“วันหลังจะจ้างใครเอาที่มันกวนรองเท้าน้อยกว่านี้หน่อยนะ” พชรบอก
“มันก็ไม่เลวหรอกพี่ แผนก็สำเร็จเกินครึ่งแล้ว” รชานนท์พูด
“แล้วทำไมแกหน้าเครียดนักวะ” พชรถาม
“ผมห่วงน้องมัทน่ะ ไปค้างบ้านไอ้รบจะเจอฤทธิ์แม่ไอ้รบขนาดไหนก็ไม่รู้”
“จริง..ดงเสือหวงลูกชัดๆ” พชรเห็นด้วย
รชานนท์สีหน้าไม่สบายใจ

มัทรีพยายามเป่าลมเพื่อจุดไฟที่เตาถ่านอยู่ในครัวบ้านวันรบ
“ทำไมจุดยากแบบนี้เนี่ย !”
มัทรีถอนหายใจด้วยความเครียด
“ไม่ได้มัทรี ท้อไม่ได้ !”
วันทนีย์กับกระถินแอบมองมัทรีอย่างหงุดหงิดก่อนจะกระซิบกระซาบกันอยู่สองคน
“อีกเดี๋ยวต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่แม่จ๋า” กระถินพูดอย่างมั่นใจ
“ข้าจะเล่นให้มันเข็ดวิ่งหนีกลับราชบุรีไม่ทันเลย”
สักพักวันรบก็เดินเข้ามาทางด้านหลังของวันทนีย์กับกระถิน
“แอบดูอะไรกันครับ”
“ก็รอดูยัยมัทรีร้องไห้ขี้มูกโป่งเพราะทำกับข้าวไม่ได้ ใช่ไหมจ๊ะแม่จ๋า” กระถินตอบ
“ใช่จ๊ะ” วันทนีย์ตอบแล้วก็นึกได้จึงหันไป “ตารบ!”
มัทรีหันไปตามเสียงของวันทนีย์ เธอเห็นวันทนีย์กับกระถินยืนอึ้งๆ อยู่กับวันรบที่หันมายิ้มให้ แล้ววันรบก็เดินเข้ามาในครัว
“ผู้ช่วยมาแล้วครับมัท ผมช่วยนะ”
“ไม่ได้นะตารบ นี่เป็นหน้าที่ของแฟนแก” วันทนีย์รีบห้าม
“คุณแม่ เรียกมัทรีว่าแฟน กระถินเสียใจ” กระถินซับน้ำตา
“คุณแม่ยอมรับว่ามัทเป็นแฟนผม ผมก็ช่วยแฟนผมได้ใช่ไหมครับ” วันรบหันไปพูดกับมัทรี “ผมติดเตาให้นะ”
มัทรีไม่ยอม “ไม่เป็นไรค่ะ มัททำได้ มัทอยากทำกับข้าวให้คุณแม่ทานค่ะ” มัทรีหันมายิ้ม “มัทจะพยายามนะคะคุณแม่”
วันทนีย์เห็นมัทรียิ้มให้ก็อึ้งไป “ให้มันได้เรื่องจริงเหอะ จะคอยดู”
มัทรียิ้ม “ค่ะ คุณแม่”
“ไม่คิดจะเถียงหรือสลดสักหน่อยหรือไง” วันทนีย์ถาม
“พี่รบรักคุณแม่ มัทก็รักคุณแม่ด้วยเหมือนกัน เราไม่ทำไม่ดีกับคนที่เรารักหรอกค่ะ ที่มัทไม่สลด เพราะมัทรู้ว่าคุณแม่ห่วงพี่รบอยากให้มัทดูแลพี่รบได้ถึงคอยบอกให้มัทรู้ข้อบกพร่องของตัวเอง คุณแม่เอ็นดูมัทขนาดนี้ มัทต้องยินดีจริงไหมคะ” มัทรีพูดพร้อมกับยิ้มให้
วันทนีย์ได้ยินก็ยิ่งอึ้ง
“ในครัวมันร้อนจริง ๆ ไปรอข้างนอกดีกว่า” วันทนีย์พูดจบก็เดินออกไปทันที
“คุณแม่...รอกระถินด้วย” กระถินวิ่งตามไป
วันรบบีบจมูกมัทรีเบาๆ “อ้อนเก่งเหมือนกันนะ”
“มัทไม่ได้อ้อนนะคะ มัทพูดความจริง” มัทรีมองตาแป๋ว
วันรบขยับจะเข้าไปหอมแก้มแต่แล้วก็นึกได้จึงรีบผละออกห่าง “ผมว่าทำกับข้าวเถอะเนอะไหนมัทจะทำอะไรบ้าง”
“ก็ไข่เจียวชะอม ผัดผักแล้วก็น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอดค่ะ แต่พี่รบเป็นลูกมือมัทก็พอนะคะ เพราะมัทอยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้ชิมฝีมือของมัท”
วันรบตะเบ๊ะ “ครับผม!”

วันรบกับมัทรีช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในครัว มัทรีพยายามเป่าให้ประกายไฟจากเศษไม้ติดอีกครั้ง แต่เธอเป่าแรงเกินไปจนขี้เถ้ากระจายใส่หน้า มัทรีไอค่อกแค่ก วันรบหันมาเห็นหน้ามัทรีมีขี้เถ้าตืดอยู่เต็ม มัทรีพยายามปัดออกแต่มือที่เปื้อนถ่านของเธอกลับป้ายหน้าตัวเองจนเป็นรอยดำเต็มหน้า วันรบเห็นก็ยิ้มขำ
วันรบเด็ดพริก มัทรีปอกกระเทียมอย่างตั้งใจ วันรบลืมตัวเอามือไปคลึงที่คิ้วของแฟนสาว มัทรีแสบตาจึงร้องลั่น วันรบรีบเอาน้ำมาให้มัทรีล้างตาทันที
วันทนีย์เดินมาแอบดูแล้วมองอย่างสนใจ เธอเห็นมัทรีตำน้ำพริกกะปิ วันรบหันมาทำมือบอกรักใส่มัทรี มัทรียิ้มชอบใจยิ่งตำเร็วขึ้น วันรบหยิบถ้วยกับช้อนมาจะตักน้ำพริกจากครกแต่เขากลับเห็นว่าในครกไม่มีน้ำพริกเลย เพราะน้ำพริกกระจายออกนอกครกและเลอะบริเวณพื้นเต็มไปหมด มัทรีมองวันรบหน้าเสีย วันรบยิ้มให้
วันทนีย์แอบมองอยู่แล้วก็รู้สึกเอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว เธอเห็นน้ำมันในกะทะร้อนจนควันขึ้น มัทรีตีไข่ที่อยู่ในชาม เธอหันมามองวันรบ วันรบพยักหน้าให้ มัทรีจึงเทไข่ลงในกระทะ

จานไข่เจียวชะอมทั้งไหม้ทั้งแข็งถูกวางลงตรงหน้าวันทนีย์ โดยที่กระถิน กำนันเรือง อาไท และวันรบนั่งล้อมวงอยู่
“ไอ้ก้อนดำ ๆ นี่มันอะไรเนี่ย” วันทนีย์ถามด้วยสีหน้ารังเกียจ
“อาว่าสเต็กหมูแน่ๆ แต่แบบเกรียมๆหน่อยใช่ไหม” อาไทเดา
“ไข่เจียวชะอมค่ะ” มัทรีตอบ
ทุกคนตกใจ “ไข่เจียว!”
“ไข่เจียว..อาว่า” อาไทลองเอาช้อนเคาะจนเกิดเสียงดังปึ้กๆ
“มันอาจจะแก่ไฟไปหน่อย” วันรบพูดแล้วตักมาใส่ปากเคี้ยวดังกรึบ ๆ “แต่อร่อยนะครับ”
มัทรีตักให้วันทนีย์ กำนันเรือง และอาไท “ลองชิมดูสิคะ”
วันทนีย์ อาไท และกำนันเรืองสบตากันแล้วก็ตัดสินใจกิน
“เป็นไงค่ะคุณพ่อ” มัทรีถาม
“กรอบดีจ๊ะ” กำนันเรืองตอบ
วันทนีย์กับอาไทเคี้ยวไข่เจียวเสียงดังด้วยสีหน้ากล้ำกลืนมาก กระถินมองอย่างสยอง
“งั้นลองอันนี้ไหมคะ น้ำพริกกะปิค่ะ” มัทรีเสนอแล้วใช้ช้อนกลางตักใส่ช้อนวันทนีย์ กระถิน และกำนันเรือง
วันทนีย์ กระถิน และกำนันเรืองชิมแล้วก็รู้สึกว่าเผ็ดมาก
“เผ็ด ๆ ๆ” วันทนีย์ซี๊ดปาก
“น้ำ ๆ ๆ” กระถินร้องหาน้ำ
วันรบกับอาไทรีบส่งน้ำให้วันทนีย์กับกระถิน กำนันเรืองยื่นมือมาแย่งน้ำไปดื่ม
“โอ้ย น้ำพริกอะไรไม่มีรสอื่นเลยนอกจากรสเผ็ด” วันทนีย์บ่น
“ก็พี่รบบอกว่าคุณแม่ชอบทานรสจัด มัทก็เลยใส่พริกไปทั้งถุงเลยค่ะ” มัทรีบอก
“ตอนทำไม่ได้ชิมเหรอ” วันทนีย์ถาม
“มัทไม่ทานเผ็ดน่ะค่ะ เลยไม่ได้ชิม”
“ตาย ๆ ๆ ทำกับข้าวไม่รู้จักชั่งวัดตวงให้รสชาติมันพอดีหรือไง เนี่ยนะจะมาเป็นลูกสะใภ้ฉันไม่ได้เรื่อง!”
“วันนี้มัททำได้เท่านี้จริง ๆค่ะ แต่มัทจะพยายามนะคะคุณแม่ ขอให้คุณแม่ให้โอกาสมัท สอนมัท มัทจะตั้งใจเรียนรู้เพื่อเป็นคนที่เหมาะสมกับพี่รบให้ได้ค่ะ” มัทรีพูดอย่างหนักแน่น
วันทนีย์อึ้งที่เห็นสายตามุ่งมั่นของมัทรี
อาไทหันมาพูดกับกำนันเรือง “โดน...แม่จ๋ายิ่งแพ้ทางคนขยันด้วย ถ้าพี่สาวคนสวยตั้งใจนะชนะโลด”
“ทานข้าวต่อเถอะครับ ผมหิว” วันรบตัดบท
วันรบรีบตักกับข้าวกินต่อทันที
ทุกคนจำใจกินกับข้าวฝีมือมัทรีไปอย่างหงุดหงิด กระถินพยายามบิ๊วท์วันทนีย์ด้วยการกระซิบบอก
“อย่าเพิ่งท้อค่ะแม่ ยังเหลือด่านสุดท้าย ทนไม่ได้แน่ๆค่ะ”
กำนันเรืองได้ยินก็รีบขัดขึ้น “นึกว่าตัวอิจฉามีแต่ในละครซะอีก”
“จริงด้วยจ๊ะพ่อกำนัน” อาไทเห็นด้วย “วัน ๆ คิดแต่จะแยกคนรักกัน ไร้สาระจริงๆ “ อาไทหันมาทางกระถินกับวันทนีย์ “เนอะ..เอิ้ก”
“พ่อจ๋า” วันทนีย์เสียงเข้ม “อาไท” กระถินเสียงเข้มด้วย
กำนันเรืองกับอาไทรีบก้มหน้าก้มตากินต่อ
มัทรีมองวันรบ วันรบยิ้มให้กำลังใจแฟนสาว มัทรีมองเลยไปเห็นกระถินมองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ มัทรีจึงยักคิ้วให้ กระถินมองอย่างแค้นๆ แล้วตักข้าวเคี้ยวอย่างเจ็บใจ

สบู่ก้อนกับแปรงสีฟันอยู่ในขันสังกะสีเก่าๆใบหนึ่งที่วันทนีย์ยื่นส่งให้มัทรี
“ของสำหรับอาบน้ำ”
กระถินส่งผ้าถุงผืนหนึ่งให้มัทรี
“ส่วนนี้ผ้าผลัดอาบน้ำ”
มัทรีมองของในมืออย่างอึ้งๆ แล้วก็จะเดินไปห้องน้ำ
“เอ็งจะไปไหน” วันทนีย์เอ่ยถาม
“ไปห้องน้ำค่ะ” มัทรีตอบ
“ห้ามใช้ห้องน้ำบนบ้าน! ของเอ็งต้องไปอาบรวมกันคนงานข้างหลังโน่น!” วันทนีย์พูดแล้วสะบัดหน้าเดินออกไปทันที
กระถินจ้องหน้ามัทรีอย่างท้าทาย “พี่รบเป็นของฉัน..เธอไม่มีสิทธิ์”
“อย่าใช้น้ำเสียงจิกกันแบบนั้นสิคะ เพราะถ้าพี่จิกบ้าง” มัทรีกำมือตรงหน้ากระถิน “พี่อาจไม่ใช้แค่เสียงนะจ๊ะ” มัทรียิ้มร้ายใส่
“แก!” กระถินแค้น
มัทรีกำหมัดแน่นแล้วพูดนิ่มๆ “หรือจะลอง”
กระถินเสียงอ่อนลงทันที “ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้ว กระถินขอตัวนะจ๊ะ”

พูดจบกระถินก็รีบเผ่นอ้าวไปทันที มัทรีมองของในมืออย่างเหนื่อยใจ








Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 13:56:18 น.
Counter : 151 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 4 (ต่อ)


เตือนใจหน้าเครียดอยู่ในห้องรับแขกภายในบ้านติรกาในช่วงเวลาต่อมา

“ติ ครั้งนี้แม่ว่าลูกทำเกินไป ยัยมัทมีสิทธิ์จะเลือกชีวิตของตัวเอง”
“แต่หนูเป็นแม่ หนูต้องการให้ลูกแต่งงานกับคนดีที่จะไม่มีวันทำให้ยัยมัทเสียใจ”
“แล้วก็เลือกนายธงฉานเนี่ยนะ”
“ธงฉานเป็นคนหัวอ่อน ไม่ว่าหนูจะพูดอะไรจะต้องยอมทำตาม ยัยมัทจะไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจใคร”
พุทราแทรกขึ้น
“นอกจากอำนาจคุณติ นี่ถ้าคุณมัทยอมแต่งก็เท่ากับติดคุกโดยมีคุณธงฉานเป็นผู้คุม มีคุณติเป็นหัวหน้าผู้คุมอีกทีน่ะสิคะ บ้าอำนาจชัดๆ”
“พุทรา” ติรกาเสียงดังชัดเจน
“ติ..ดูปากแม่นะ” เตือนใจขยับปากให้ติรกาเห็นอย่างชัดเจน
“ยัยมัทไม่มีวันยอมแต่งงานกับธงฉานแน่นอน”
“หนูก็จะไม่ยอมให้ยัยมัทแต่งงานกับผู้ชายห่วยๆ อย่างไอ้วันรบแน่นอน”
“แม่ขอเตือนนะ...ถ้าติยังคิดจะเอาชนะลูก ติจะต้องเสียใจเพราะการกระทำของตัวเอง “
สีหน้าของติรกายังแสดงความดื้อดึง
“หนูเหนื่อย..อยากพัก” ติรกาลุกเดินขึ้นไปที่ข้างบน
“ห้าวันสิบล้าน..คุณรบจะไหวเหรอคะเนี่ย” พุทราพูดขึ้น
สีหน้าของเตือนใจแสดงความหนักใจมาก

ช่วงเวลากลางวันทั้งวันรบ มัทรี รชานนท์ พชร นลินีกำลังประชุมกันอย่างคร่ำเคร่งอยู่ในห้องพักของวันรบในรีสอร์ตของสมภพ วันรบสีหน้ามุ่งมั่นมาก
“ไหวสิครับ..เพื่อมัท ผมทุ่มสุดตัว”
บริเวณหน้าห้องพัก กระถินพยายามเอาหูแนบประตูแอบฟังสุดชีวิต
“ไอ้ที่ว่าสุดตัว แบกระเป๋ามาให้ชมหน่อยสิว่ามีอยู่เท่าไหร่” พชรว่า
วันรบควักสมุดบัญชีออกมาวาง
“ผมมีเงินเก็บในบัญชี”
พชรหยิบมาเปิดดู
“สี่ล้าน”
กระถินตื่นเต้นตาลุกวาวทันทีที่ได้ยิน
“พี่รบมีตั้งสี่ล้าน..อ๊ายย ผู้ชายในฝันของกระถิน” กระถินยิ่งแนบหูเข้าไปใกล้อีก
“วันที่ผมแต่งงาน ผมอยากมีบ้านสักหลังเป็นของขวัญให้กับมัท บ้านของเรา”
วันรบหันไปทำตาเยิ้มใส่มัทรี มัทรียิ้มอย่างประทับใจ ขณะที่กระถินที่แอบฟังอยู่เหยียดปากด้วยความหมั่นไส้
“บ้านของเรา..แหวะ”
รชานนท์มองท่าทีของมัทรีกับวันรบที่ดูรักกันมาก
“นี่ท่าจะเก็บนานนะเนี่ย ได้ขนาดนี้”
“ผมก็เก็บเล็กผสมน้อยมาสี่ห้าปีแล้วครับ”
“อ่ะ..ตอนนี้มีสี่ล้านตั้งต้นแล้ว ขาดอีกหกล้าน รบจะเอามาจากไหน” นลินีถามขึ้น
“จากพี่ระครับ”
“เฮ้ย” พชรร้องขึ้นทันที
“รีสอร์ทคุณแก้วผมเป็นทั้งสถาปนิกกับอินทิเรีย รีสอร์ทมูลค่าการสร้างทั้งหมดยี่สิบล้าน ผมได้สิบห้าเปอร์เซนต์ทั้งหมดเสร็จงานก็สามล้าน”
“แต่นั่นมันต้องรอจนงานเสร็จ ก็อีกสองเดือน แต่นี่อีกห้าวันแกต้องจ่ายแล้วนะ” รชานนท์บอก
วันรบหันไปมองพชร
“ผมเชื่อว่าพี่ระช่วยผมได้”
“บ้า นี่มันเงินบริษัท” พชรบอก
วันรบกระซิบกับพชรเสียงเบา
“ผมรู้นะว่าพี่แอบยักยอกกำไรไว้ส่วนตัวไม่ให้พี่นีรู้ แค่สามล้านพี่มีอยู่แล้ว”
“ไม่ๆๆ”
“งั้นพี่นีคงต้องรู้เรื่องที่พี่ทำบุญแด่น้องๆ ผู้ขาดแคลนทั้งน้องตาล น้องออม น้องกิ๊ก” วันรบขู่เบาๆ
พชรยังส่ายหัว วันรบหันไปหานลินีทันที
“พี่นีครับ..พี่ระเขา”
พชรตกใจทันทีรีบรับปาก
“เออๆๆ ฉันจะให้แกเบิกก่อน”
“เขาใจดีอย่างนี้ล่ะครับ ผมถึงรัก..ผมให้ใจพี่เลย”
พชรแอบส่งสายตาอาฆาตให้กับวันรบ
“รวมเป็นเจ็ดล้านแล้ว ขาดอีกแค่สามล้าน” นลินีบวกตัวเลขให้เบ็ดเสร็จ
วันรบหันมาหารชานนท์
“ป๋า”
รชานนท์รู้ทัน หยิบกระเป๋าเงินส่งให้วันรบทันที
“ได้..ทั้งหมดที่มีเลย”
วันรบเปิดออกมาเห็นในกระเป๋ามีเงินอยู่สามพันบาท
“สามพัน! ผมขาดสามล้านนะป๋า อ๋อ..ป๋าจะเขียนเช็คให้ผมใช่ป่ะ”
วันรบรีบรื้อค้นกระเป๋าสะพายของรชานนท์ เอาทุกอย่างเทออกมา
“ไหนล่ะป๋า สมุดเช็ค” วันรบตามมาตบตามกระเป๋าและล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“เฮ้ยๆๆ นั่นมันท่อดับเพลิง” รชานนท์รีบยันวันรบออกไปแล้วบอก
“เช็คอะไรฉันไม่มีเว้ย เงินฉันอยู่กับคนโน้น” รชานนท์ชี้ไปที่นลินี
วันรบหันไปทำตาละห้อยใส่นลินี
“พี่นีครับ”
“เงินตานนท์ พี่เอาไปลงทุนหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจ ไม่มีเงินสดหรอก”
“อีกแค่สามล้านเอง.. มีงานไหนตกหล่นไม่ได้ทวงค่าจ้างบ้างเนี่ย” วันรบถามขึ้น
“ค่าจ้าง! ใช่..มัทพอมีทางแล้วค่ะ มัทจะไปทวงเงินกับแม่ให้พี่รบนะคะ” มัทรีพูดขึ้น
“เงินอะไร มัทเดี๋ยวก่อน..มัท”
มัทรีวิ่งออกไปโดยไม่ฟังเสียงวันรบ มัทรีเปิดประตูเข้ากระแทกหน้ากระถินแบบเต็ม ๆ พลั่ก!

“โอ้ย ! จะเปิดก็ส่งเสียงก่อนสิยะ”
มัทรีพอหายตกใจก็หันมามองกระถินอย่างจับผิด
“แล้วเธอมายืนทำอะไรอยู่หน้าห้อง”
“ฉัน..ฉัน”
“แอบฟัง”
“ใช่ เอ๊ย ไม่ใช่ ฉันกำลังจะกลับห้องก็แค่เดินผ่าน”
“ไม่เนียนเลยนะ”
“อะไร พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”
กระถินทำหน้ามึนๆ แล้วเดินไป มัทรีส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ แล้วรีบเดินออกไป

วันรบยังละล้าละลังกับการตกลงกับพชรแต่ใจก็ห่วงมัทรีที่วิ่งไปแล้ว
“ผมรบกวนพี่ระช่วยจัดการเบิกเงินมาให้ผมพรุ่งนี้นะครับพี่”
พชรสีหน้าเซ็งมาก เพราะไม่ค่อยเต็มใจนัก
“เออ”
วันรบหันไปหานลินีทันที
“พี่นีครับ”
“เฮ้ย”
“ผมจะบอกว่า...”
“ไอ้รบ”
“พี่ระเป็นคนดีมากครับ เหมาะกับคนสวยจิตใจงามอย่างพี่นีจริงๆ”
พชรโล่งอกทันที คำชมของวันรบเล่นเอานลินีเขิน
“ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะรบ พี่ช่วยสุดตัว”
“ขอบคุณครับ งั้นผมไปหามัทก่อนนะครับ ฝากด้วยนะพี่” วัชระว่าแล้วก็ออกไป
“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าชู้อย่างไอ้รบจะยอมสยบให้กับน้องมัทจริงๆ” พชรว่า
“ก็เหมือนคุณไงคะ ที่ถอดเขี้ยวเล็บเพื่อนี”
พชรกับรชานนท์สบตากัน นลินีมองเห็นและจับผิดทันที
“เอ๊ะ..หรือว่ายังไม่ถอด”
“โอ้ย..ถอดแล้วคร๊าบ มีเมียดุ..เอ๊ย..มีเมียดีขนาดนี้ ผมไม่กล้าหรอกครับ”
“พี่ระ พี่นี..คิดว่าเจ้ารบมันรักน้องมัทจริงๆ ใช่ไหมครับ”
“ชัวร์,ใช่จ๊ะ” พชรกับนลินีพูดขึ้นพร้อมกัน
“ว่าแต่ปล่อยไอ้รบกับน้องมัทไปเจอว่าที่แม่ยาย มันจะตายก่อนได้ตังค์ไหมวะ”
“เดี๋ยวผมไปดูเอง” รชานนท์ว่า
รชานนท์เดินออกไป พชรกับนลินีมองตามและพูดขึ้นพร้อมกัน
“ห่วงหนักกว่าเดิมอีก..เฮ้อ”

บริเวณสวนภายในรีสอร์ตของสมภพ วัทนีย์หูผึ่งเมื่อรู้เรื่องราวจากกระถินที่แอบได้ยินมา
“ตารบจะเอาเงินเก็บให้ยัยจิตแตกนั่นเหรอ”
“ทั้งเงินเก็บ เงินยืม นี่ก็ขาดแค่สามล้านเองค่ะคุณแม่..คุณแม่ขากระถินเสียดายเงินถ้าต้องเอาไปให้ยัยคุณนายจิตแตกนั่น”
“นั่นสิ ตารบอุตส่าห์เก็บมาจะไปให้ยัยจิตแตกนั่นเอาไปใช้สบายๆ ได้ยังไง”
“ให้กระถินใช้ยังดีซะกว่า”
“หือ”
กระถินนึกได้จึงรีบบอกว่า
“กระถินหมายถึง ถ้าเป็นกระถินจะเอาไปใช้จัดสรรเพื่อดูแลคุณแม่กับพ่อกำนันให้สุขสบายจ๊ะ”
“โถ..ลูกกระถินมีใจกตัญญู แบบนี้สมบัติของแม่หลายสิบล้าน แม่ก็คงวางใจ”
กระถินดีใจมากแต่ยังเก็บอาการอยู่
“เพื่อคุณแม่เหนื่อยแค่ไหน กระถินก็ยอมค่ะ..”
“หน้าที่ของเราตอนนี้ต้องขัดขวางตารบไม่ให้หาเงินได้ตามกำหนด”
“เรานี่...คุณแม่กับกระถินใช่ไหมคะ”
“ใช่สิจ๊ะ เราสองคน”
“สู้” กระถินกับวันทนีย์พูดขึ้นพร้อมกัน
จังหวะนั้น เสียงมือถือวันทนีย์ดังขึ้น วันทนีย์กดรับ
“พ่อกำนัน มีอะไรเหรอพ่อ แม่กำลังยุ่ง”

กำนันเรืองนั่งอยู่ที่ชานบ้านที่สุพรรณบุรี หน้าเซียวดูแห้งเหี่ยว
“แม่จ๋า พ่อคิดถึงจะขาดใจอยู่แล้ว”
วันทนีย์ยังเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องที่กระถินมาเล่าให้ฟัง จึงไม่ได้พูดอะไรมาก
“อดทนไว้นะพ่อ” วันทนีย์พูดแล้ววางสายกำนันเรืองไปทันที
วันทนีย์คว้ากระเป๋าเดินทางขึ้นมากวาดของใส่ปิดปึ้ก!
“แม่จะไปไหนจ๊ะ” กระถินถาม
“ภารกิจด่วน แม่ต้องไปกู้หัวใจพ่อจ๋าที่สุพรรณ”
“แล้วเรื่องพี่รบล่ะแม่”
“กระถินลุยไปก่อนเลยลูก แม่เชื่อมือกระถิน แม่ไปนะ พ่อจ๋า...แม่มาแล้วววว”
วันทนีย์ลากกระเป๋าอออกจากห้อง กระถินสายตามุ่งมั่นกับภารกิจปฏิบัติการล่าผู้ชายสุด ๆ
“อ้าว..ทิ้งกันเลยเหรอแม่...กระถินตัวน๊อย..น้อยจะรับมือกับยัยมัทรียังไงล่ะเนี่ย...แต่คนอย่างกระถินเพื่อให้ได้ผู้ชายแล้ว...สู้โว้ย”

บริเวณโรงงานทำโอ่ง ภายในบ้านติรกา คนงานกำลังดูโอ่งใบที่วันรบประทับหน้าไว้ นึกไม่ออกว่าจะเอายังไงดีกับโอ่งใบนี้ ขณะที่โอ่งใบรอบๆนั้นเป็นโอ่งใบที่ออกแบบลายโดยวันรบ คนงานคนหนึ่งพูดขึ้น
“ถามคุณพุทราแล้วกันจะเอาไง”
ติรกาเดินเช็คงานที่ขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว แล้วตรวจดูงานที่กำลังจะเข้าเตาเผา มีพุทราคอยตามจดรายละเอียดอยู่ยิกๆ คนงานเดินมาหาพุทรา
“คุณพุทราครับ” คนงานเรียกพุทรา
“พุทรา งานที่ลูกค้าสั่งล็อตนี้ขึ้นรูปลงลายหมดหรือยัง” ติรกาถาม
พุทราหันมาหาคนงานแล้วถาม
“ขึ้นรูปหมดหรือยัง”
“ขึ้นหมดแล้วครับ..แต่ว่า” คนงานตอบ
“ขึ้นหมดแล้วค่าคุณติ” พุทราบอกกับติรกา
“ถ้างั้นก็จัดการเอาเข้าเตาเผาเลย ให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้นะ จะได้มีเวลาเช็คสินค้าก่อนส่ง” ติรกาว่า
“ได้ยินแล้วใช่ไหม” พุทราหันไปย้ำกับคนงาน
“ครับ..แล้วเอาเข้าเตาเผาทุกชิ้นเลยเหรอครับ” คนงานถามย้ำอีกครั้ง
“ก็งั้นสิ รีบไปจัดการให้เรียบร้อยเลย อย่าให้คุณติสั่งซ้ำ ไม่งั้นคอขาดแน่” พุทราบอก
คนงานทยอยเข็นงาน รวมทั้งโอ่งที่มีใบหน้าของวันรบแปะเป็นลายอยู่ด้วย มัทรีเดินเข้ามาโดยมีเตือนใจเดินตามหลังมา
“ยัยมัท..บอกยายก่อนว่ามีเรื่องอะไร” เตือนใจถาม
วันรบวิ่งตามเข้ามาแทรกข้างมัทรีทันที
“มัท ผมว่าอย่าดีกว่านะ”
“เดี๋ยวมัทจัดการเอง พี่รบอยู่เฉยๆ ทุกอย่างจะเรียบร้อยค่ะ” มัทรีบอก
มัทรีเข้ามาตรงหน้าติรกา วันรบถึงกับรำพึง
“ตายแน่”
“มัทมาเป็นตัวแทนพี่รบค่ะ โอ่งลายใหม่ที่กำลังจะผลิตทั้งหมดนี้เป็นผลงานการออกแบบของพี่รบและทุกคนก็รับรู้” มัทรีบอกติรกา
“มัทจะเรียกร้องค่าออกแบบกับค่าลิขสิทธิ์ของลายโอ่งครั้งนี้สามล้านบาท”
มัทรี ทวงเงินค่าออกแบบลายโอ่งแทนวันรบ
“สามล้านก็ครบสิบพอดีสิ ผมได้ค่าสินสอดครบแล้ว เราได้แต่งงานกันแล้วมัท”
วันรบอุ้มมัทรีด้วยความดีใจ ติรกาปรี๊ดแตกทนไม่ได้ รีบเข้าไปแย่งตัวมัทรีออกจากวันรบทันที
“ยังไม่ได้ ปล่อยลูกฉันนะ ปล่อยๆๆ แกมันไอ้ขี้โกง ไอ้คนฉวยโอกาส”
มัทรี แบมือทวงเงินจากติรกา
“แม่ต่างหากที่เบี้ยวรบก่อน จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อทวงค่ะ”
“ฉันไม่ให้” ติรกาเสียงแข็ง
“ไม่เป็นไรครับ ผมยกให้เป็นของขวัญแม่ยาย” วันรบบอก
“ฉันไม่เอา” ติรกาบอก
“แต่ยายเอา” เตือนใจโพล่งขึ้น ทุกคนหันขวับมองเตือนใจ
“เพราะยายอยากได้หลานเขย แม่พุทราเชื่อมเตรียมนัดช่างตัดชุดไปงานแต่งงานให้ฉันด่วน หลานฉันจะได้แต่งงานแล้ว มงๆๆ มง ติ้ง มง อ่ะ มง ติ้ง มง” เตือนใจกับพุทรารำป้อด้วยความดีใจ
ติรกาเครียดกลัจะเสียท่าจึงรีบเดินหนีไปดื้อ ๆ
“แม่คะ”
มัทรีจะตามไปทวงเงินจากติรกา แต่วันรบรั้งไว้

รชานนท์เข้ามาในบ้านติรการะหว่างที่กำลังจะเดินผ่านสวนเข้าไปในตัวบ้านก็ชะงักที่ได้ยินเสียงวันรบกับมัทรีคุยกันอยู่ในสวนทั้งมัทรีกับวันรบไม่เห็นรชานนท์เพราะมีพุ่มไม้บังอยู่
“มัทกลัวจังเลยค่ะพี่รบ เวลาแค่ห้าวันเราจะไปหาเงินจากที่ไหนตั้งสามล้าน มัทไม่น่าเอาเงินเก็บไปไว้กับแม่เลย ไม่งั้นก็ยังพอเอามาสมทบได้บ้าง”
“ผมไม่รับเงินของมัทหรอกครับ”
มัทรีมองวันรบอย่างไม่เข้าใจ
“ผมเป็นผู้ชายนะมัทต้องเป็นผู้นำครอบครัว ผมรู้ว่าเรื่องที่แม่มัทให้หาสินสอดสิบล้านเพื่อพิสูจน์ว่าผมรักมัทจริงหรือเปล่าที่ผมยอมรับเงื่อนไขเพราะอยากให้แม่มัทเห็นว่าผมรักมัทจริง ผมไม่อยากให้มัททำอะไรแต่ขอให้มัทเป็นกำลังใจให้ผมต่อสู้เพื่อความรักของเรา” วันรบพูดและจับมือของมัทรีมากุมไว้
“มัทไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องตั้งแง่กับพี่รบขนาดนี้ ทั้งที่แม่กับพ่อก็รักกัน”
รชานนท์ฟังด้วยความสะเทือนใจ
“มัทอยากจะมีครอบครัวอบอุ่นกับพี่รบ พ่อแม่ลูก มัทขอแค่นี้แต่ทำไมแม่ไม่ยอมให้มัท”
“คิดในแง่ดี เรากำลังจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสนะถ้าผมทำสำเร็จแม่มัทก็จะขัดขวางเราไม่ได้แล้ว”
มัทรีนึกขึ้นมาได้
“จริงด้วย เพราะท่านเป็นคนตั้งเงื่อนไขเอง ผิดคำพูดไม่ได้ ดีจังเลยค่ะ”
มัทรีกอดวันรบ วันรบได้แต่ยืนตัวแข็ง
“เอ่อ...มัทผมว่าเราใกล้กันไปแล้วนะ..สงสารผมบ้าง”
“ก็ได้ค่ะ”
มัทรีคลายมือแต่เขย่งตัวหอมแก้มวันรบแทน
“รางวัลสำหรับคนเก่งค่ะ เฮ้อ..ถ้าพ่อยังอยู่ พ่อจะต้องช่วยมัทคานอำนาจแม่แน่ๆ น่าเสียดาย”
มัทรีมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วบอก
“พ่อขา..ช่วยมัทด้วยนะคะ”
ทั้งวันรบและมัทรีจับมือกันอย่างให้กำลังใจ แววตาของรชานนท์มุ่งมั่นและตัดสินใจจะช่วยมัทรีให้ได้

วันรบกลับมาที่ห้องพักในรีสอร์ตช่วงเวลากลางคืน ระหว่างที่วันรบเดินมาตามทางเดิน รู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามอยู่ วันรบรู้สึกแปลก ๆ จึงหันกลับมา ธงฉานหลบวูบ วันรบหันมาไม่เจอใคร วันรบก้าวเดินต่ออีกสองสามก้าว ธงฉานออกมา วันรบหันกลับมา ธงฉานชะงักค้างอึ้งเห็นสายตาของวันรบที่จ้องมาสุดโหด ธงฉานค่อย ๆ ก้าวถอยก่อนจะรีบหลบฉากไปทันที วันรบสุดเซ็งจึงเดินเข้าห้องไปทันที

วันรบเปิดประตูห้องพักเข้ามาในห้องเห็นรชานนท์ พชร นลินีกำลังนั่งเครียด
“ประชุมเครียดเรื่องอะไรเหรอครับ” วันรบถามขึ้น
“เรื่องแกกับลูกมัท เอ๊ย! น้องมัทน่ะ” รชานนท์บอก
“นนท์มันบอกว่าจะช่วยแกกับน้องมัทให้แต่งงานกันให้ได้น่ะ” พชรพูดขึ้น
“จริงเหรอครับพี่”
“ใช่..และฉันลองคิดอย่างละเอียดแล้ว หนทางที่จะได้เงินก้อนที่เร็วที่สุดตอนนี้ก็จากแม่ของแก” รชานนท์บอก
“แม่ผมไม่มีทางยอมหรอกป๋า คัดค้านสุดตัวขนาดนั้น”
“แกก็อย่าขอตรง ๆสิวะ” รชานนท์แนะนำ
“แล้วจะให้ทำไงล่ะพี่”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น วันรบมองอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง กระถินซึ่งตั้งท่าอยู่แล้วพุ่งเข้าหาวันรบอย่างเร็วทันที
“พี่รบ”
วันรบเบี่ยงตัวหลบซ้าย กระถินพุ่งไปทางรชานนท์ที่หลบขวา กระถินโผไปทางพชร ซึ่งนั่งอยู่บริเวณที่เป็นทางตัน พชรร้องตกใจทันทีเพราหลบไม่ทัน กระถินกำลังพุ่งตัวไปหา เสี้ยววินาทีนั้นเองนลินีรีบกระชากพชรหลบได้หวุดหวิด กระถินอัดเข้ากำแพงเต็มๆ กระถินมึนหงายตึง! กระถินถึงกับตาเหล่ ปากเบี้ยวไปชั่วขณะ พชร รชานนท์ วันรบ นลินีเข้ามายืนมุง
“ตายไหมพี่” วันรบถามขึ้น
“สภาพหน้าเสียศูนย์ขนาดนี้ ไม่น่ารอด” นลินีบอก
“ลองเอาไม้เขี่ยดูไหมพี่” รชานนท์ว่า
“พี่ว่าเอากระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไปทิ้งดีกว่า” พชรบอก
กระถินสุดทนลุกขึ้นมา
“กระถินเป็นคนนะไม่ใช่...ขี้ พี่รบขา..คุณแม่กลับสุพรรณไปแล้ว กระถินเหง๊า..เหงา”
“กระถินกลับห้องไปก่อนนะ พี่มีเรื่องต้องประชุมกัน”
“ค่า”
“ ถ้างั้นผม” วันรบทำท่าจะพูดต่อ แต่เมื่อหันไปก็พบว่ากระถินยังนั่งเสนอหน้าอยู่ในห้อง
“เย่ย..กระถิน ทำไมยังไม่กลับห้องไปอีก”
“คุณแม่สั่งให้กระถินคอยดูแลพี่รบอย่าให้คลาดสายตา กระถินขัดคำสั่งคุณแม่ไม่ได้ค่า อยากคุยอะไรคุยกันตามสบายเลยค่า”
รชานนท์ พชร วันรบ นลินีมองหน้ากันอย่างงๆ

ขณะนั้นประตูที่เชื่อมระหว่างห้องธงฉานกับวันรบโดนกระแทกจนมีเสียงตึ้ก! ทุกคนชะงัก วันรบส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบแล้วเดินไปที่ประตูเชื่อมหยุดฟัง
“ทำไมเงียบจังวะ” เสียงธงธานพูดขึ้นเบาๆอีกด้านหนึ่งของประตู
วันรบตัดสินใจเปิดประตูกระแทกออกไปทันที
“โอ๊กก!”
ธงฉานล้มลงและร้องขึ้นทันที ใบหน้าธงฉานเป็นรอยขอบประตูยาวคาดกลางหน้าตามแรงกระแทกของวันรบ
“คุณมาตะกายประตูห้องทำไม แอบฟังพวกผมเหรอ”
“เปล่า เหรียญผมมันกลิ้งมาที่ประตู ผมจะหยิบเหรียญแล้วคุณก็เปิดประตูเข้ามา แล้วนี่มันห้องผม ผมจะทำอะไรตรงไหนก็ได้”
“นั่ง” วันรบสั่งเสียงดัง
ธงฉานตกใจไม่ทันคิดนั่งลงทันที
“ขอมือ”
ธงฉานส่งมือให้
“นอน กลิ้ง กลิ้งไป กลิ้งๆๆ” วันรบสั่ง
ธงฉานทำตามกลิ้งจนไปชนเตียงแล้วขึ้นมานั่งงง
“เว้ย คนนะไม่ใช่หมา”
“แล้วทำตามทำไมไ วันรบถาม
“เออว่ะ..ทำทำไมวะเนี่ย” ธงฉานงงกับตัวเองเหมือนกัน
วันรบปิดประตูปัง! ธงฉานตามมาแปะแหมะที่ประตูอีก วันรบที่หันมาหาพวกรชานนท์ด้วยสีหน้าเซ็งสุดขีด
“ผมว่าอยู่ที่นี่มันไม่เวิร์คแล้วล่ะ พวกสอด”
วันรบทุบประตูอย่างแรงดังปัง! อีกด้านหนึ่งธงฉานเจอแรงทุบของวันรบถึงกับผงะ ถอยห่างทันที รชานนท์มองหน้าทุกคนอย่างตัดสินใจ
“งั้นก็ย้าย” รชานนท์บอก
“ย้าย! ย้ายไปไหนกันคะ” กระถินถามขึ้น

เช้าวันใหม่ ทุกคนย้ายจากรีสอร์ตของสมภพไปที่รีสอร์ตของคุณแก้วและสามี คุณแก้วกับสามี เดินนำวันรบ รชานนท์ พชร นลินี และกระถินเข้ามา
“ผมเตรียมไว้สำหรับคุณรบกับทีมงานที่จะมาทำงาน มันอาจจะเล็กไปหน่อยนะคะ” สามีคุณแก้วบอก
ทุกคนเมื่อเห็นบ้านสองชั้นดูดี มีบริเวณที่คุณแก้วจัดไว้รับรองต่างก็มองหน้ากันในอารมณ์ประมาณว่าเล็กแล้วเหรอเนี่ย คุณแก้วยิ้มหวานแล้วบอกว่า
“แก้วอยากให้คุณรบทำงานอย่างสะดวกสบายที่สุดน่ะค่ะ”
กระถินแถเข้ามาหาวันรบทันที
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ว่าที่เจ้าสาวอย่างกระถินจะดูแลพี่รบตั้งแต่ภายนอก จนถึงภายใน..เลยค่ะ” กระถินพูดพลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณจนมาหยุดที่เป้าของวันรบ
วันรบกุมเป้าด้วยความตกใจ ทุกคนสะดุ้ง
“ผมว่าเราย้ายของเข้าไปข้างในดีกว่านะครับ” รชานนท์บอก
กระถินกระวีกระวาดหยิบของเดินนำหน้าเข้าไปทันที พชรมองตามเดินแล้วเดินเข้ามาคุยกับวันรบ
“หนีจากไอ้อ้วนธงฉานมาได้ ก็มีพุดเดิลทอยกระถินเกาะติดแกเป็นตังเม แล้วจะคุยกันเรื่องหาสินสอดแกเป็นเรื่องเป็นราวตอนไหนวะ”
“ป๋า...แล้วไอ้แผนของป๋าที่จะขอเงินจากแม่ผมมันเป็นยังไง” วันรบพูดกับรชานนท์
รชานนท์มองซ้ายมองขวาแล้วก็อ้าปากจะบอก
“แผนมันก็..”
กระถินวิ่งเข้ามาเกาะแกะวันรบทันทีเล่นเอารชานนท์ วันรบ พชร วงแตกทันที
“พี่รบ”
“บ่ายนี้อยากกินอะไรจ๊ะ กระถินจะทำให้กิน”
“อะไรก็ได้จ๊ะ กระถิน..เอ่อ..ช่วยยกกระเป๋าเข้าไปข้างในทีนะจ๊ะ” วันรบบอก
กระถินยกเข้ากระเป๋าเข้าไป
“ไอ้รบ แผนของเราต้องไม่ให้กระถินรู้เด็ดขาดนะ เพราะกระถินรู้ แม่แกต้องรู้ด้วยแน่ๆ” รชานนท์บอก
“ถ้างั้นผมจะกำจัดกระถินออกไปเอง” วันรบพูดพลางส่งสายตาเด็ดขาด

บริเวณหน้าบ้านหลังที่คุณแก้วจัดให้ วันรบกำลังออดอ้อนขอร้องกระถินอยู่ วันรบจับตรงบริเวณไหล่กระถินแล้วจ้องหน้ากระถินด้วยแววตาอ้อนวอนสุดๆ
“พี่ไม่รู้จะพึ่งใครจริงๆนอกจากกระถิน กระถินเป็นคนเดียวที่พี่ไว้ใจ”
กระถินแปลกใจในท่าทีของวันรบที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน พชร นลินีและรชานนท์มองท่าทีของวันรบอย่างอึ้งๆเหวอๆและแปลกใจเช่นกัน
“แล้วตกลงพี่รบจะให้กระถินทำอะไรเหรอจ้ะ”
“พี่อยากให้กระถิน... กลับบ้าน”
กระถินนิ่งไปและตกใจที่วันรบไล่กลับบ้านหน้าตาเฉย
“ไม่นะจ้ะพี่รบ! กระถินไม่กลับจนกว่าจะได้ตัวพี่” กระถินหลุดปากพูดออกไป
“อะไรนะ” ทุกคน พูดขึ้นพร้อมกัน
กระถินเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากออกไปจึงรีบแถไปตามเรื่อง
“กระถินบอกว่ากระถินไม่กลับจนกว่าจะได้...ตั๋วฟรี”
“ห๊ะ” ทุกคนร้องขึ้นอีก
“ตั๋วรถทัวร์ไงจ้ะ... คือกระถินไม่มีเงิน กระถินจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อตั๋วรถทัวร์กลับบ้าน” กระถินแถไปอีกดอก
นลินีรีบยื่นตั๋วรถทัวร์ชั้นหนึ่งให้กระถินทันที
“เตรียมให้แล้วจ้ะ ชั้นหนึ่งด้วย นั่งสบายไม่เมื่อยแน่นอน” พชรบอก
กระถินรับตั๋วมาแล้ว ทำท่าแล้วหันไปหาข้ออ้างกับวันรบต่อ
“แต่แม่พี่รบสั่งไว้ให้กระถินอยู่ดูแลพี่รบ อยู่ๆกลับไปกระถินโดนว่าแน่ๆ”
พชร รชานนท์และนลินีหันมามองหน้าวันรบ อยากรู้ว่า วันรบจะพูดอะไรต่อ
“แต่พี่.. เอ้อ..พวกพี่.. ต้องไปทำงานที่เมืองนอก”
“พวกพี่”
วันรบพยักหน้าแล้วพูดไปชี้ไปที่แต่ละคน
“พี่... ป๋า... พี่ระ... พี่นี”
กระถินหันไปมองพวกรชานนท์ ทั้ง4 คนรีบพยักหน้ายอมรับว่า ใช่
วันรบเห็นกระถินกำลังจะพูดก็รีบคว้ามือกระถินมากุมไว้แล้วพูดอ้อนวอน
“อย่าปฏิเสธพี่เลยนะกระถิน”
ทุกคนมองวันรบอึ้งๆที่จับมือกระถิน โดยเฉพาะกระถินถึงกับอ้าปากค้าง
“พะ...พะ...พี่รบจับมือกระถิน”
วันรบเห็นหน้ากระถินเริ่มหวั่นไหวก็ได้ที รีบอ้อนวอนขอความเห็นใจทันที
“ช่วยพี่เถอะนะกระถิน... กลับบ้านไปซะ แล้วไปดูแลแม่ของพี่ให้ดี พี่เป็นห่วงแม่... ท่านต้องเสียใจมากที่พี่ต้องจากบ้านไปอยู่ต่างแดนแถมยังไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่”

วันรบพูดพลางตีหน้าเศร้า
วันรบแกล้งทำเป็นสะอื้นเสียใจอยู่อย่างนั้น

“พี่มองไม่เห็นใครที่จะดูแลแม่ได้ดีไปกว่ากระถินอีกแล้ว... เชื่อพี่นะกระถิน พี่ไม่ไว้ใจใครจริงๆ นอกจากกระถิน”
พชร รชานนท์และนลินีทำหน้าเบ้กับท่าทางของวันรบ รชานนท์กระซิบถามนลินี
“ไอ้รบมันทำบ้าอะไร”
“ก็หาทางหลอกให้กระถินกลับบ้าน” นลินีกระซิบตอบ
“ใครเชื่อมันก็บ้าแล้ว” พชรกระซิบบอก
วันรบยังแกล้งสะอึกสะอื้นเศร้าใจอยู่ กระถินมองวันรบอย่างอึ้งๆแต่พยักหน้าเห็นใจ
“แต่พี่รบต้องสัญญานะคะว่าจะกลับมา ไม่ว่านานแค่ไหนกระถินก็รอพี่ได้ค่ะ”
กระถินพูดจบก็โผเข้ากอดวันรบทันที วันรบหันมายกนิ้วให้พวกรชานนท์ว่าสำเร็จ รชานนท์ พชรและนลินีอึ้งไปที่กระถินเชื่อในคำโกหกของวันรบ

ภายในโรงงานงานโอ่งแม่เตือน ตอนกลางวันในวันเดียวกัน ติรกา พุทรา พาสมภพและทองเอก ฮึกเหิมเดินเข้าเยี่ยมชมโรงงานโอ่งแม่เตือน โดยมีเตือนใจกับพุทราตามหลัง
“สองคนนี่เป็นใคร” เตือนใจพูดกับพุทรา
“คุณทองเอกเป็นคนที่จะผลักดันโอ่งแม่เตือนไปโชว์ระดับนานาชาติ อีกคนคืออาจารย์ฮึกเหิมเป็นศิลปินวาดภาพค่ะ” พุทราบอก
“โอ่งแม่เตือนของเรา รับประกันความแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นานนับสิบปี” ติรกาบอก
“ผมทราบเรื่องคุณภาพของโอ่งแม่เตือนดี แต่เมื่อเราต้องนำไปจัดแสดงในระดับนานาชาติ สินค้าจากประเทศไทยนอกจากจะขายคุณภาพต้องมีความสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจตั้งแต่แรกเห็น” ทองเอกบอก
ฮึกเหิมซึ่งอยู่ข้างๆติรกาเสียงดังโพล่งขึ้นมา
“มันคือจิตวิญญาณ”
“ต้องทำให้คนที่พบเห็นผลิตภัณฑ์สัมผัสได้” ทองเอกบอก
“มันคือพลัง” ฮึกเหิมเสียงดังขึ้นมาอีก
“มาตราฐานของงาน อาจารย์ฮึกเหิมจะช่วยผมตัดสิน” ทองเอกบอก
สมภพกระซิบบอกติรกา
“ถ้าอาจารย์ฮึกเหิมไม่โอเค เรื่องจะไปโชว์ระดับชาติผมก็คงช่วยไม่ได้”
ติรกาได้ยินดังนั้นก็รีบนำเสนอขึ้นทันที
“เรามีโอ่งลายใหม่ที่เพิ่งผลิตออกมาไม่นาน ลายมังกรเหยียบดวงอาทิตย์”
ฮึกเหิมเข้าไปพินิจใช้มือแตะแล้วหลับตา
“ไม่มีพลัง! เป็นแค่ผลงานแต่ยังไม่สื่อความหมาย มันไม่ใช่ศิลปะ”
ติรกาหน้าเสียทันที สมภพกระซิบติรกา
“ถ้าอาจารย์ฮึกเหิมไม่ชอบ ก็คงหมดหวังแล้วล่ะครับ”
ติรกาไม่ยอมแพ้
“ถ้าไม่ชอบลายนี้ เรายังมีลายอื่น ๆ ให้เลือกอีกนะคะ”
“ว่ายังไงครับอาจารย์” ทองเอกถาม
ฮึกเหิมมองไปรอบๆเพื่อพิจารณา
“เท่าที่เห็นผมไม่..” แล้วฮึกเฮิมก็ชะงักทันที
“โอ๊วววว..นั่น ๆ”
ฮึกเหิมหันไปเจอโอ่งใบหนึ่งที่รูปทรงยวบลงไป มีลายรูปหน้ากับสองมือของวันรบประทับอยู่เป็นลายของโอ่งซึ่ง วางรวมอยู่กับโอ่งไปอื่น ๆ ก่อนวิ่งเข้าไปยืนมองความตื่นตะลึงมาก
“โอ้วว! ไม่ ไม่”
ทุกคนขยับตามเข้าไป
“โรงงานเรามีโอ่งแบบพิลึก ๆ ด้วยเหรอคะ” พุทราบอก
“คุณอาติโดนตัดสิทธิ์แน่ๆครับ” ธงฉานพูดขึ้น
ติรกาตกใจจนต้องรีบชี้แจง
“คือโอ่งใบนี้มันไม่ใช่..”
“ไม่ธรรมดา..มันคือศิลปะ”
“ศิลปะ” ทุกคนร้องขึ้น ยกเว้นทองเอก
“ไอ้โอ่งพิการเนี่ยนะ ศิลปะ” ธงฉานพูดขึ้น
“มีตาแต่ไร้ปัญญา ไร้บุญบารมีที่จะเห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ โอ่งใบนี้มันกำลังสื่อถึงโลก รูปร่างที่ไม่สมประกอบมันคือโลกแห่งความเป็นจริง โลกที่ไม่สมบูรณ์แบบในยุคพุทธกาล ลวดลายสองมือขนาบข้างกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก มันกำลังสื่อถึงพลัง” ฮึกเหิมพูดขึ้น
“รูปมือกับหน้ายับ ๆ เนี่ยนะ” พุทราโพล่งขึ้น
ฮึกเหิมเสียงดังกว่าเดิม
“มันคือพลังแห่งธรรมะที่ชนะอธรรม แรงกดรูปมือทั้งสองลึกได้ระดับบ่งบอกถึงการยอมศิโรราบของพญามารที่มีต่อองค์พระพุทธเจ้า ใบหน้าด้านซ้ายมีรอยยับที่ดวงตาบ่งบอกถึงความอาดูรของพญามารที่ได้วนเวียนอยู่ในวัฎจักรของกิเลส มันคือการสร้างสรรค์”
ทองเอกปรบมืออย่างชื่นชม
“ยอดเยี่ยมมากครับ เป็นผลงานนอกกรอบที่จะช่วยเผยแพร่ทั้งฝีมือและความเชื่อของชาวไทยได้เป็นอย่างดี ผมยินดีสนับสนุนผลงานของโอ่งเตือนใจเต็มที่”
ติรกาหันมองเตือนใจกับพุทราด้วยสีหน้าดีใจมาก ฮึกเหิมพูดกับติรกา
“มันเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม มันเปี่ยมด้วยพลัง”
ติรกาดีใจจนลืมตัว
“เพราะมันเป็นศิลปะ! ที่เราควรจะช่วยสร้างสรรค์เพื่อโลกน่ะค่ะ”
ทุกคนหันมามองติรกา
“ผลงานยอดเยี่ยมแบบนี้ ผมอยากจะซื้อไปจัดแสดงในแกลลอรี่เดียวกับงานของอาจารย์ฮึกเหิม คุณขายเท่าไหร่ผมยินดีจ่ายไม่อั้น” ทองเอกพูดขึ้น
“ไอ้โอ่งพิลึกใบนี้ใครเป็นคนทำเนี่ย” ติรกาพูดกับพุทรา
เตือนใจมองฮึกเหิมแล้วลูบคลำโอ่งใบดังกล่าว ด้วยความรู้สึกคุ้น ๆ ภาพของวันรบที่เสียหลักล้มเข้าหาโอ่งโดยเอาสองมือยันไว้ผ่านเข้ามาในความทรงจำของเตือนใจ
“นี่มันโอ่งที่ตารบล้มใส่วันก่อน” เตือนใจพูดขึ้น
“ของไอ้วันรบเหรอ งั้นฉันไม่” ติรกากำลังจะบอกว่าไม่ขาย แต่ทองเอกแทรกขึ้น
“สำหรับศิลปะ!ห้าล้านบาทขาดตัว ผมเซ็นเช็คให้เดี๋ยวนี้เลย”
ทุกคนตกใจคาดไม่ถึงกับเงินจำนวนมากขนาดนั้น พุทราเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
“สะดุดหน้ากระแทกโอ่งเนี่ยนะ ศิลปะตรงไหนวะ” พุทรานึกบางได้จึงหันไปทางเตือนใจ
“แต่ห้าล้านนี่พอค่าสินสอดแถมเหลือกำไรให้คุณวันรบด้วยนะคะ”
สมภพหูผึ่งทันทีและรีบห้าม
“คุณทองเอกครับ ผมว่ายังมีโอ่งให้คุณเลือกอีกเยอะ”
“แต่ผมต้องการใบนี้ โอ่งหนึ่งเดียวในโลกที่มีความหมายลึกซึ้งขนาดนี้” ทองเอกย้ำ
“มันมีพลัง มันคือสุดยอดศิลปะ” ฮึกเหิมย้ำขึ้นอีก
เตือนใจรีบขัดทันที
“ตกลงที่ห้าล้านบาทค่ะ ขอบคุณมาก”
เตือนใจยิ้มเย้ยติรกา ติรกาพูดไม่ออก ไม่คิดว่าจะถูกเตือนใจตัดหน้าขายให้ลูกค้าแบบนี้ สมภพกับธงฉานสบตากันด้วยความเครียด ขณะที่ฮึกเหิมกับทองเอกกำลังชื่นชมกับโอ่งศิลปะใบนั้นอยู่ แต่ติรกาแอบคุยกับพุทราด้วยความเครียด
“ฉันต้องขายโอ่งใบนั้น โดยที่ไอ้วันรบต้องไม่รู้เรื่อง”
“พุทราว่าไม่ทันแล้วล่ะค่ะ” พุทราบุ้ยใบ้ไปทางเตือนใจที่กำลังกดมือถือด้วยสีหน้าดีใจ

ในช่วงเวลาเดียวกัน รชานนท์ขับรถออกจากจากบ้านพักในรีสอร์ตของคุณแก้ว โดยมีพชรและวันรบหัวเราะลั่นกันอยู่ในรถ
“ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆเว้ย แถมหูบอดด้วย” พชรว่า
“หูหนวก” รชานนท์กับวันรบพูดขึ้นพร้อมกัน
“นั่นแหละ แค่ไอ้คุณน้องรบทำเสียงออดอ้อนหน่อยเดียว” พชรบอก
“ไม่ใช่แค่เสียงนะพี่... จังหวะนั้นมันต้องใช้แววตาด้วย”
วันรบจ้องตาพชรและแสดงออกทางแววตาว่าหลงใหลในตัวพชรมาก แล้วตามด้วยเสียงสะอื้น
“แบบนี้”
รชานนท์มองด้วยความหมั่นไส้ แล้วเขกหัววันรบไปเต็มแรง
“ไอ้กะล่อน ถ้าฉันรู้ว่าแกหลอกลูกสาวฉันแบบนี้ แกตาย” รชานนท์พูดขึ้น
“ลูกสาว” วันรบกับพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
รชานนท์รู้สึกตัวทันที
“ก็ฉันเอ็นดูน้องมัทเหมือนลูกสาวน่ะ น้องมัทเป็นคนดีห้ามแกหลอกน้องมัทเด็ดขาด”
จังหวะนั้น เสียงมือถือวันรบดัง วันรบกดรับ
“ครับคุณยาย...มีคนมาขอซื้อโอ่งที่ผมปั้นตั้งห้าล้าน”
รชานนท์กับพชรมองวันรบที่กำลังยิ้มอย่างดีใจมาก เตือนใจบอกกับวันรบว่า
“ใช่จ๊ะ ยายจัดการขายให้เรียบร้อยแล้ว เสร็จงานแล้วรบเตรียมมารับเงินได้เลยนะ”
เตือนใจวางสายแล้วเดินไปหาฮึกเหิมกับทองเอกอย่างยิ้มแย้ม ติรกาสีหน้าเครียดทันที
“แม่นะแม่..ไปบอกมันทำไม”
“ไม่อยากขายก็บอกเขาว่าไม่ขายสิคะ” พุทราว่า
“ทำได้ไงล่ะ คุณทองเอกไม่พอใจขึ้นมาเรื่องที่จะดันโอ่งเตือนใจไประดับโลกก็อดหมดน่ะสิ”
“ขายก็ไม่ได้ ไม่ขายก็ไม่ดี แล้วจะทำไงล่ะค่ะ”
ติรกาเครียด คิดอะไรไม่ออก ขณะที่ธงฉานกับสมภพ แอบคุยกันอยู่อีกมุม
“หาทางทำลายโอ่งใบนั้นซะ”
“จะดีเหรอครับ”
“หรือแกจะปล่อยให้ไอ้รบได้เงินมาสู่ขอมัทรี แล้วเราสองคนก็ตกกระป๋อง”
“อันหลังนี้ไม่ดีกว่ามาก ๆ ผมไม่มีวันยอมให้ไอ้วันรบได้ตัวน้องมัทแน่”
ทั้งสมภพและธงฉานยิ้มร้ายอย่างมีแผน

บริเวณหน้าบ้านเตือนใจ ทองเอกกำลังจะเซ็นเช็คให้ติรกา สมภพนั่งลุ้นระทึกใจคอไม่ดี
“ทางเราจะจัดส่งให้ถึงบ้านภายในวันนี้เลยนะคะ” เตือนใจพูดขึ้น
มัทรีเดินกลับเข้ามาที่บ้านพอดี รู้สึกแปลกใจที่เห็นทุกคนอยู่เต็มบ้าน
“ยายมัทมาพอดี ยายมีข่าวดีจะบอก” เตือนใจพูดกับมัทรี
จังหวะนั้น พุทราวิ่งหน้าตื่นเข้า หอบแฮ่กและเสียงดังเข้ามา
“แย่แล้วค่ะ”
“เสียงดังโวยวายไม่เกรงใจลูกค้ามั่ง” ติรกาดุใส่ทันที
“มีอะไรเหรอพี่พุทรา” มัทรีถาม
“โอ่งราคาห้าล้านของคุณวันรบ กลายเป็นเศษดินไม่ถึงสิบบาทไปแล้วค่ะ”
“หา” เตือนใจร้องขึ้น
มัทรีที่เพิ่งเข้ามายังงุนงง จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเรื่องอะไร

ทุกคนเดินกลับไปยังโรงงานโอ่งแม่เตือนอีกครั้ง เห็นเศษโอ่งกระจัดกระจายกองอยู่ที่พื้น ทุกคนมองเศษโอ่งด้วยความตกใจ อาจารย์ฮึกเหิมถึงกับทรุดคร่ำครวญ ราวกับเสียของรักมาก
“โอ้ววว ไม่จริง ไม่ ใครทำลายความงามของโลก ไม่”
ธงฉานเดินกลับเข้ามาทำเนียนๆสบตากับสมภพ ยิ้มร้ายอย่างรู้กัน เตือนใจถอนใจ
“เกือบได้ค่าสินสอดพ่อรบแล้วแท้ๆ”
“ต้องเป็นฝีมือของคนที่ไม่อยากให้มัทแต่งงาน” มัทรีพูดขึ้น
ธงฉานสะดุ้งเฮือก สมภพรีบดึงธงฉานให้ทำตัวปรกติ ไม่มีพิรุธ
“อย่ามาโทษแม่อย่างนี้นะยายมัท”
“แม่คะ..มัทไม่ได้คิดว่าแม่เป็นคนทำนะคะ” มัทรีพูดแล้วเหล่ไปทางธงฉานกับสมภพ
“แม่ไม่ได้ทำนะ” ติรการ้อนตัวไปเองเพราะไม่ได้สังเกตแววตาที่มัทรีมองไปที่สมภพกับธงฉาน
“ค่ะ..มัทขอตัวก่อนนะคะ”
มัทรีเดินออกไปอย่างผิดหวัง สมภพ ธงฉานยิ้มร้ายกับความสำเร็จของตัวเอง

พชรกับรชานนท์หลังจากดูความเรียบร้อยในรีสอร์ตคุณแก้วก็เดินออกมาเห็นวันรบถือมือถือยืนอึ้งอยู่
“ไอ้รบ! ยืนฝันหวานอยู่ได้ ไป พวกพี่เช็คงานเรียบร้อยแล้วไปรับเงินสินสอดแกกัน” พชรพูดขึ้น
วันรบหันมาทำหน้าเซ็ง
“ไม่ต้องไปแล้วพี่ระ มัทโทรมาบอกว่าโอ่งผมโดนใครไม่รู้ทุบเละ อดเลย”
“โห..นี่เขาเรียกบุญมีแต่กรรมบังเลยนะเนี่ย
“หรือว่าแกจะไม่มีวาสนากับน้องมัท สงสัยจะอดนะไอ้รบงานนี้” รชานนท์ว่า
วันรบฮึดแล้วหันมาหารชานนท์
ผมไม่ยอมแพ้หรอก ว่าแต่ป๋าจะบอกแผนของป๋าได้หรือยังว่าจะไปขอเงินจากแม่ผมด้วยวิธีไหน”
รชานนท์ยิ้มกริ่ม

คืนนั้น มัทรีพูดกับเตือนใจอยู่ที่บริเวณระเบียงบ้านเตือนใจ เตือนใจตกใจที่มัทรีมาขอร้องให้ช่วย
“จะให้ยายช่วยปิดเรื่องที่มัทไปบ้านที่สุพรรณกับพ่อรบเนี่ยนะ ตายๆๆ งานนี้แม่ติได้แหกอกเหี่ยว ๆ ยายแน่”
“เดี๋ยวมัทออกเงินอัพอึ๋มให้ยายเอง”
“เออดี” เตือนใจพูดไม่ทันคิด แต่เมื่อคิดได้ก็สะดุ้ง
“เอ๊ย บ้าเหรอ ... แก่ปูนนี้แล้ว ยายไม่เอาด้วยหรอก”
“ยายยังไม่แก่สักหน่อย ยังสาวสวยสมวัยอยู่เลย”
“วัยชราน่ะสิ”
เตือนใจแกล้งมองค้อน มัทรีตามตื๊อทันที
“โธ่ยายจ๋า... แค่ช่วยมัทปิดแม่ ยายไม่บอกแม่ก็ไม่รู้”
“คิดเหรอว่าจะมีอะไรลอดหูตาสับปะรดของคุณนายติรกาไปได้”
“มัทถึงมาขอให้เซียนปราบสับปะรดอย่างยายช่วยไงจ๊ะ”
“เฮ้อ... หาเรื่องให้ยายเดือดร้อนทุกที”
มัทรีกอดเตือนใจอย่างอ้อน ๆ
“แต่ทุกครั้งยายก็เต็มใจช่วยหลานรักไม่ใช่เหรอ”
“ก็ยายมีหลานรักคนเดียว ไม่ช่วยมัทแล้วจะช่วยแมวที่ไหน”
มัทรียิ้มเศร้าแล้วว่า
“โชคดีที่มัทมียายที่รักและหวังดีกับมัทเสมอ”
“ถ้ามัทไม่มองด้วยอคติ ก็จะเห็นว่ายังมีแม่ที่รักและห่วงใยมัทเหมือนกัน”
มัทรีชะงัก เตือนใจเตือนสติมัทรี
“แต่แม่...”
“ไม่มีใครทำอะไรบนโลกนี้โดยไม่มีเหตุผล แต่เหตุผลของคน ๆ นั้น อาจไม่ถูกใจเรา.. มันก็เท่านั้น”
มัทรีเงียบ ไม่ตอบอะไร เตือนใจได้แต่มองมัทรี หวังว่าข้อคิดนี้จะทำให้มัทรีคิดได้บ้างเท่านั้นเอง

ภายในครัวบ้านเตือนใจ ในวันรุ่งขึ้น มัทรีกับเตือนใจมองไปที่ถังข้าวสาร มัทรีล้วงมือลงไปในถังข้าวสารแล้วหยิบไอโฟนของเตือนใจขึ้นมาแล้วลองเปิดเครื่อง หน้าจอไอโฟนเปิดใช้ได้ปกติ
“โว้ๆๆ ใช้ได้จริง ๆ ด้วยยายมัท”
“เห็นมั้ยหนูบอกแล้วว่าได้ผล... แต่ยายก็อย่าทำมือถือตกน้ำอีกนะจ้ะ”
เสียงมือถือมัทรีดังขึ้น มัทรีหยิบมาดู เตือนใจชะโงกหน้ามาดูด้วย ข้อความที่เครื่องมัทรีขึ้นว่า “ผมพร้อมเดินทางแล้วนะครับ” มัทรีกับเตือนใจมองหน้ากัน
“แผนจะสำเร็จจริงๆหรือยายมัท”
“ไม่ลองไม่รู้จ้ะยาย”
“งั้นทานข้าวกับยายก่อน แล้วค่อยไปนะ”

มัทรีกับเตือนใจเดินออกมาที่โต๊ะทานข้าวแล้วก็ชะงัก เพราะติรกายืนอยู่ พร้อมแก้วน้ำส้มคั้นในมือ
“จะออกไปข้างนอกเหรอยายมัท แม่ไปส่งมั้ย”
มัทรีนิ่งไม่ตอบติรกาแล้วหันหน้าหนี เตือนใจเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเข้าไปคุยกับติรกาแทน
“มาหาแม่แต่เช้าเลย มีอะไรรึเปล่า”
“หนูมาทานข้าวเช้ากับแม่กับยายมัทค่ะ”
มัทรีหันมามองติรกาอย่างไม่เชื่อสายตา
“วันนี้เหรอคะ”
“เมื่อก่อนแม่ไม่มีเวลาให้มัทกับยาย... แต่ต่อไปนี้แม่จะพยายามมาทานข้าวกับลูกกับยายให้ได้ทุกมื้อ ดีมั้ยคะแม่” ติรกาพูดแล้วหันมาหาเตือนใจ
“จริงเหรอยายติ งั้นคืนนี้ทานอะไรดี แกงเลียงของโปรดลูกดีมั้ย”
มัทรีหันมาพูดเบาๆกับเตือนใจ
“ยายคะ คืนนี้มัทต้องไปนะคะ”
เตือนใจนึกได้ว่าเตรียมแผนกับมัทรีไว้ก็เหวอไป ติรกานึกว่ามัทรีไม่อยากทานข้าวด้วย
“อะไรกันยายมัท แม่จะขอมาทานข้าวด้วยไม่ได้เลยหรือไง”
“เปล่านะคะ แต่...” ติรกามองมาที่มัทรีที่ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้น
“...แต่...แต่มัททานไม่ลงค่ะ เพราะมัทกำลังเศร้าที่พี่รบไม่ได้เงินค่าแบบจากแม่ ไม่ได้ค่าโอ่ง อุปสรรคความรักมัทเยอะเหลือเกิน มัท..”
มัทรีสบตามาที่เตือนใจแล้วขยิบตาให้ เตือนใจขยิบตาตามอย่างงงๆ แล้วนึกได้ปล่อยโฮ
“น่าสงสารหลานยายจริงๆ ยัยมัทเห็นกันอยู่หลัดๆ แท้ๆ”
มัทรีเหวอไปทันที
“มัทยังไม่ตายค่ะคุณยาย แค่เศร้าที่ไม่ได้เงินค่ะ”
เตือนใจได้สติแล้วว่า
“เหรอ ๆ...โธ่หลานยายคิดมากจนทานข้าวไม่ลงเลยเหรอลูก”
มัทรีเห็นท่าไม่ดีรีบตัดบท
“มัทขอไปพักก่อนนะคะ หัวใจมัทเหมือนจะสลาย โฮๆๆ”
มัทรีรีบชิ่งออกไปทันที
“ยัยมัท” ติรกาพูดแล้วจะตามไป เตือนใจตกใจรีบดึงไว้
“ลูกกำลังเศร้าอย่าตามไปกดดัน บีบคั้นอีกเลยนะยัยติ”
“แต่หนูห่วงลูกนะคะแม่”
“ปล่อยให้อยู่คนเดียวซักวันสองวันก็คงดีขึ้น”
เตือนใจพยาบยามกล่อม ติรกานิ่งไม่ตาม เตือนใจแอบถอนใจโล่งอก

มัทรียืนแอบฟังเตือนใจกับติรกาอยู่ที่ตีนบันไดบ้านแล้วถอนใจอย่างเครียดๆ
“เกือบไปแล้ว” มัทรีพูดขึ้นเบาๆ
มัทรีชะโงกหน้าแอบมองดูเตือนใจคุยกับติรกาต่อ มัทรีเห็นติรกาส่ายหน้ากลุ้มใจ
“งั้นหนูฝากแม่ดูยายมัทด้วยนะคะ... ห้ามติดต่อกับวันรบเด็ดขาด”
เตือนใจยิ้มเจื่อนๆแล้วพยักหน้าตกลง มัทรีรีบหยิบมือถือมาส่งข้อความหาวันรบทันที
“ทางสะดวกแล้ว คืนนี้เจอกัน”

บรรยากาศยามค่ำที่บ้านวันรบ ในจังหวัดสุพรรณบุรี วันทนีย์ปะแป้งหน้าผ่องเดินออกมาที่ชานบ้านพยายามกดโทรศัพท์โทรหาวันรบ
“ตารบนะ ทำไมไม่เปิดมือถือ”
กระถินคลานเข่าเข้ามาเสนอหน้าทันที
“ติดต่อพี่รบได้หรือยังจ๊ะแม่”
“ยังน่ะสิ”
“โธ่พี่รบ ป่านนี้จะไปลำบากที่ต่างบ้านต่างเมืองแค่ไหนก็ไม่รู้”
“กระถินก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาบ้านทำไม แม่บอกแล้วให้เฝ้าตารบไว้”
“คุณแม่คะ สายตาอ้อนวอนของพี่รบ น้ำเสียงที่ห่วงใยคุณแม่อย่างจริงใจ น้ำตาคลอเบ้าขนาดนั้นกระถินต้องยอมค่ะคุณแม่ ถึงแม้ว่ากระถินจะต้องเจ็บปวดที่ต้องจากพี่รบแค่ไหน กระถินก็ยอม” กระถินเข้าไปกอดวันทนีย์ วันทนีย์ลูบหัวกระถินอย่างเอ็นดู
“รักเขาไปแล้วนี่นะ”
วันทนีย์พูดพลางร้องเพลงปลอบ - - “สี่ในสี่ ห้องหัวใจฉันให้คุณหมดหมด ไม่มีเหลืออยู่ คุณ ไม่รักแล้วไม่เอ็นดูพอหัวใจคุณเปิดประตูไม่มีฉันอยู่ ในนั้นเลย...”
เสียงปรบมือดังจากด้านล่างทั้งวันทนีย์และกระถินประสานตากัน
“สวดยอด...เพราะสวดยอดจิงๆ” เสียงของพชรดังขึ้นที่ด้านล่าง
วันทนีย์ตกใจทันที ร้องถาม
“นั่นใครน่ะ”
“โจรแน่ๆ เลยคุณแม่” กระถินบอก
“โจร พ่อจ๋า..โจร” วันทนีย์ร้องโวยเรียกกำนันเรือง
กำนันเรืองถลาออกมาจากห้องพร้อมปืน อาไทวิ่งมาจากอีกทาง
“ใครมันกล้ากระตุกหนวดเสือวะ ตาย” กำนันเรืองว่า
“ลุยเลยพ่อกำนัน” อาไทบอก
กำนันเรืองรีบวิ่งลงไปข้างล่างพร้อมกับปืน อาไท กระถินกับวันทนีย์รีบวิ่งตามลงไปเป็นพรวน กำนันเรืองวิ่งลงมาข้างล่างหันปืนไปทางเงาดำที่ยืนอยู่หกคน
“ตาย”
กำนันเรืองจะยกปืนเล็ง แต่สี่คนที่ล้อมพชรกับรชานนท์ชักปืนออกมาเล็งมาทางกำนันเรือง ทั้งกำนันเรือง อาไท วันทนีย์ กระถินตกใจยกมือยอมแพ้ทันที
“ยอม” กำนันเรืองบอก
“โอ้ย พ่อกำนันจะยอมทำไมก็ยิงสู้มันไปสิพ่อ” อาไทบอก
กำนันเรืองเบิ๊ดหัวอาไทย
“พูดไม่คิด สี่ต่อหนึ่ง สู้ก็ตายสิวะ”
“ไม่สู้ก็ตาย ก็สู้สิพ่อ”
“เออ..จริง ตายเป็นตาย” กำนันเรืองทำท่าจะเล็งปืน
“สต๊อปๆๆ! พุทเดอะกัน ดาวน์”
กำนันเรืองชะงักแต่ยังเล็งปืนไว้ อาไท วันทนีย์กับกระถินชะงักมองตาม
“ ใครน่ะ พวกเอ็งเป็นใคร” วันทนีย์ถามขึ้น
พชรกับรชานนท์ในมาดนักธุรกิจเกาหลี มีมิสเตอร์ดำจังมึงใส่แว่นดำยืนอยู่ด้วยอีกคน บรรดาบอดี้การ์ดอีกสามอยู่ด้านหลังสองคน ด้านหน้าอีกหนึ่งคน
“เฮลโล่ไทยแลนด์ ไอแอมโกเรียน” พชรในมาดของนักธุรกิจพูดขึ้น
“โกร้านไหนวะ” กำนันเรืองถาม
“เอ่อ..โน ๆ โกเรียน..เอ่อ..” รชานนท์มองทางพชรเลิ่กลั่ก
ดำจังมึง เห็นพวกกำนันเรืองยังนิ่งจึง ทำมือเป็นรูปหัวใจ
“วีอาร์อันยองฮาเซโย.. เอ่อ..ซารางเฮโย ยูโน”
“อ๋อ..พ่อกำนันจ๋าไม่ใช่โกขายกาแฟจ๊ะ พวกนี้เขาเป็นโกเรียน คนเกาหลีจ๊ะ”
“เยสๆๆ เกาหลี ไอแอม คันจึงเกา” รชานนท์แนะนำตัวเอง
พชรแนะนำตัวและชี้ไปที่ดำจังมึง
“ไอ แอม เบน ยาง เอือม แอนด์ มิสเตอร์ดำจังมึงและคณะ มายบอดี้การ์ด”
อาไทมองไปที่ดำจังมึงแล้วถาม
“นี่ก็เกาหลีด้วยเหรอ”
“เออ..มีปัญหาหรือไง” ดำจังมึงพูดเป็นภาษาไทยแต่ไม่ชัด
รชานนท์ในมาดนักธุรกิจพูดไม่ชัดเหมือนกันบอก
“เอ่อ.. เขาเป็นครึ่งลูก..เอ๊ย..ลูกครึ่งน่ะครับ”
“ครึ่งคนครึ่งหนำเลี๊ยบป่ะเนี่ย” กระถินถามขึ้น
“เกิดมาไม่เคยเตะผู้หญิงเลย คงต้องลองสักที” ดำจังมึงบอก
“เฮ้ยๆๆเขาแค่ล้อเล่ง ก็บอกเขาไปดีๆ” รชานนท์กับพชรพูดขึ้นพร้อมกัน
ดำจังมึง พูดเร็วๆ รัว
“ลูกครึ่งไทยกาหลี”
“ไทยอะไรนะ” กำนันเรือง ถามขึ้นเพราะฟังไม่ชัด
“ฉันบอกว่า ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-กาน่า-เกาหลี เป็นไทยกาหลี เข้าใจยัง” ดำจังมึงบอก
“อ๋อ” กำนันเรือง,วันทนีย์,กระถิน,อาไทพูดขึ้นพร้อมกัน
“แล้วพวกแกมาทำลับๆ ล่อๆ แถวบ้านข้าทำไม” กำนันเรือง ถาม
“พวกลาวจามาติดต่อขอซื้อที่ดินแถวนี้ ผ่านมาได้ยินเสียงเพลงดังจากบ้านนี้ เป็นเพลงที่เพราะมากจนอดใจไม่ไหวที่จายืนฟัง เสียงคนร้องดีจริงๆ” รชานนท์พูดไม่ชัดอีกตามเคย
“แม่ฉันเป็นแม่เพลงพื้นบ้านของจังหวัดจ๊ะ” กระถินบอก
“มิน่าถึงได้ร้องเพราะม๊ากมาก” พชรบอก
รชานนท์ยังไม่ได้เข้าเรื่องสักที จนดำจังมึงชักรำคาญ
“เอ้ย..ก็บอกเขาไปสิว่าจะมาซื้อที่ด้านหลังบ้านนี้ อ้อมโลกกันอยู่ได้ ถามเขาไปว่าที่ด้านหลังน่ะของใคร ฮ่วย”
“แบบนี้มีลูกเสี้ยวอีสานผสมด้วยแน่” อาไท บอก
“แบบนี้อย่าถามนะว่าพ่อชาติไหน ตอบไม่ถูกหรอก” กำนันเรืองบอก
“นินทาพ่อได้ยินนะเว้ย เดี๋ยวปั๊ด” ดำจังมึงโวยวาย
รชานนท์กระซิบกับพชรเบาๆว่า
“ไปจ้างพวกมันมาจากไหนเนี่ยพี่ แผนเราจะแตกไหมเนี่ย”
“เอาน่า...เดี๋ยวพี่จัดการเอง โผมอยากถามว่าที่ดินที่อยู่ด้านหลังบ้านพวกคุณเป็นของใครครับ” พชรเริ่มเข้าเรื่อง
“ของลูกชายฉัน ถามทำไม” กำนันเรืองบอก
“คือโผมสนใจจะซื้อที่ดินที่อยู่ด้านหลังทั้งหมดนี่ โผมอยากคุยกับเจ้าของที่” รชานนท์ว่า
“ตอนนี้ลูกฉันไม่อยู่” วันทนีย์ตอบ
“น่าเสี๊ยดายจริง ๆ โผมกะจะเสนอราคาให้เขาสักยี่สิบล้าน” พชรบอก
วันทนีย์กับกำนันเรืองตาโตขึ้นทันที
“ยี่สิบล้าน”
“พ่อจ๋า..โทรเรียกไอ้หมากลับบ้านด่วนเลย..เร็ว”
“นังกระถินรีบขึ้นไปโทรศัพท์เร็ว” กำนันเรืองสั่ง
ทันใดนั้น รถวันรบวิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เอี๊ยดด! วันรบกับมัทรีลงมาจากรถ
“ตารบ” วันทนีย์ร้องเรียก
“คิดถึงผมอยู่หรือเปล่าครับแม่”
“มาทันเวลาพอดีเลยลูก สองคนนี้เขาจะซื้อที่ของลูกจะให้ตั้งยี่สิบล้านเลยนะ”
วันรบทำท่าตกใจมาก
“ยี่สิบล้าน ตกลงเลยครับ”
พชรควักสัญญาขึ้นมา
“งั้นเซ็น”
วันรบเซ็นทันที
“เฮ้ย ไอ้รบไม่ดูสัญญาก่อนเหรอ” กำนันเรืองถาม
“โอ้ย พ่อราคานี้ไม่ต้องคิดแล้ว เดี๋ยวอด”
“ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมจะโอนเงินให้ทันทีหลังจากโผมสำรวจที่ดินของคุณเรียบร้อยแล้วว่ามีของที่เราต้องการ” รชานนท์ว่า
“ที่ดินลูกมีของอะไรอยู่เหรอ”
วันรบตีหน้าซื่อใส่วันทนีย์
“ไม่รู้เหมือนกันครับแม่ “
วันรบหันไปพูดกับกับรชานนท์
“ที่ดินของผมมีของอะไรเหรอ”

รชานนท์กับพชรยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา








Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 13:50:40 น.
Counter : 328 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 4


วันรบประคองตัวกระถินผ่านทางเดินไปยังหน้าห้องพักตัวเอง ระหว่างนั้นกระถินปล่อยกุญแจทิ้งที่พื้น พอเดินไปอีกสองสามก้าว กระถินทำเป็นล้วงกระเป๋า

“พี่รบขา..กุญแจห้องกระถินหายไปไหนไม่รู้ค่ะ”
“หายเหรอ..พี่ช่วยดูให้เอาไหม”
กระถินทำเป็นหันไปมองที่พื้นเห็นกุญแจตกอยู่
“หล่นอยู่ตรงโน้นค่ะพี่รบ”
“เดี๋ยวพี่เก็บให้นะ”
วันรบหันหลังจะเดินกลับไปเก็บ ทันทีที่วันรบหันหลัง กระถินก็ทิ้งตัวลงพื้นทำเป็นสลบไสลไม่ได้สติทันที วันรบเก็บกุญแจเดินกลับมาเห็นกระถินนอนอยู่ที่พื้นก็ตกใจรีบวิ่งเข้าไปประคองและร้องเรียก
“กระถิน กระถิน”
วันรบยืนอยู่หน้าห้องตัวเอง เห็นว่าไม่ได้การจึงรีบไขกุญแจแล้วอุ้มกระถินเข้าห้องทันที กระถินหลับตาแต่แอบยิ้มสมใจ

ภายในห้องอาหาร มัทรีมองหาวันรบอย่างไม่สบายใจ พชรกระซิบกับนลินี
“ไอ้รบทำไมไปนานจังนะจ๊ะ เมียจ๋า”
มัทรีทนไม่ไหว
“มัทขอตัวไปห้องน้ำนะคะ”
มัทรีลุกไปทันที ธงฉานที่แอบดูอยู่มุมหนึ่ง ยิ้มขึ้นทันที
“เสร็จล่ะ”
วันทนีย์มองตามมัทรีก็รู้ว่า มัทรีจะไปตามวันรบไปแน่ วันทนีย์จึงลุกตาม
“คุณแม่..”
“แม่เป็นห่วงกระถิน จะไปดูสักหน่อยจ๊ะ จะได้ตามตารบมาด้วย”
วันทนีย์เดินออกไป พชรกับนลินีมองหน้ากัน
“ไปกันทีละคนแบบนี้ ไอ้รบจะกระชับมิตรแม่สามีกับว่าที่สะใภ้ยังไงล่ะเนี่ย” พชรบอก
“นั่นสิ”

มัทรีรีบเดินพลางกดโทรศัพท์หาวันรบ ธงฉานเดินปราดเข้ามา ชนเข้ากับมัทรีเข้าอย่างจัง
"อุ๊ย ขอโทษค่ะ"
"โอ๊ย"
ธงฉานร้องลั่นแล้วทรุดลงกับพื้น มัทรีตกใจรีบเข้าไปดู
"คุณธงฉาน เป็นอะไรคะ"
"เจ็บข้อเท้าขวาครับ สงสัยข้อเท้าพลิก โอ๊ย.... เจ็บเหลือเกิน กำลังจะกลับห้องไปเมลงานให้ลูกค้า คงเดินไม่ไหว ส่งงานไม่ทัน ลูกค้าแคนเซิ่ลงานแน่ ตายๆๆ เสียหายหลายล้าน"
ธงฉานร้องคร่ำครวญเรียกคะแนนสงสาร มัทรีไม่เห็นใครผ่านมา ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือใคร
"เดี๋ยวมัทพาไปส่งที่ห้องก็ได้ค่ะ"
"โอ... น้องมัทใจดีที่สุดเลยครับ สมเป็นนางฟ้าประจำใจผมจริงๆ"
ธงฉานเนียนโอบตัวมัทรีไว้แน่น มัทรีจะขยับหนี แต่ธงฉานทำหน้าละห้อยให้รู้ว่าเจ็บมาก
"รีบไปวิมานฉิมพลีกันเลยครับ"
มัทรีได้ยินไม่ชัดจึงถามธงฉาน
“อะไรนะคะ"
"เอ่อ... ผมหมายถึงรีบพาผมไปส่งงานเลยครับ"
มัทรีจำใจให้ธงฉานโอบเดินไป เพราะเข้าใจว่าธงฉานเจ็บเท้าจนเดินไม่ถนัด วันทนีย์เดินมาอีกทาง ชะงักมองตามมัทรีกับธงฉานด้วยความสนใจ

ในห้องพัก วันรบวางกระถินลงบนเตียง กระถินยังคงนอนสลบไม่ได้สติ
วันรบเขย่าเรียก
“กระถิน..กระถิน”
กระถินยังนอนนิ่ง วันรบคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ และทันทีที่วันรบวิ่งออกมาก็ต้องชะงัก ตกใจ ร้อง “เฮ้ย” กระถินจากที่แต่งตัวมิดชิด กลับเปิดเผยเต็มที่
“อะไรวะ”
วันรบเดินเข้าใกล้กระถิน ตัดสินใจเอาผ้าแนบหน้ากระถิน เพื่อหวังจะให้กระถินตื่น
“กระถิน”
กระถินปรือตามองเห็นวันรบยืนห่างเชียว จึงบิดตัวขยับเสื้อเปิดมากขึ้น
“ร้อน..หายใจไม่ออก พี่รบ..หายใจไม่ออก”
วันรบเห็นกระถินดูอึดอัดสมจริงก็เข้าไปนั่งใกล้กระถิน
“พี่ว่าไปหาหมอดีกว่านะ ลุกไหวหรือเปล่า”
กระถินส่ายหน้า วันรบตัดสินใจจะอุ้มทันทีที่วันรบช้อนตัวกระถิน กระถินก็ใช้สองมือคว้าคอวันรบ หมับ!
“พี่รบขา"
"กระถิน อย่ารัดคอพี่จะพาไปหาหมอ”
“ไม่ต้องไปหาหมอหรอกค่ะ พี่รบฉีดยาให้กระถินก็หายแล้ว”
“อะไรนะ”
กระถินโถมตัวใส่วันรบจนวันรบหงายหลังลงไปนอนกับเตียง กระถินอยู่บนร่างของวันรบ
"ปล่อยพี่นะกระถิน"
วันรบพยายามดิ้น แต่แรงหื่นทำให้กระถินเกิดแรงฮึด วันรบอยากจะผลักออกไปแต่ไม่กล้ารุนแรง
"อ้อยเข้าปากกระถินแล้ว ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ หรอก ขอกระถินชื่นใจหน่อยนะคะคู่หมั้นขา"
“กระถินเป็นน้องพี่นะ”
“พี่มีเยอะแล้วค่ะ กระถินอยากมีผอ สระ อัว มากกว่า”
กระถินยื่นหน้าจะจูบวันรบ วันรบสยองเบี่ยงหนีสุดชีวิต
"อย๊า....”

ธงฉานกระแทกตัวลงบนเตียง แล้วร้องขึ้นมาอีก
"อูย...”
"เจ็บเหรอคะ"
"ม๊าก...ครับ สงสัยข้อเท้าบวมเพราะแรงชนเมื่อกี้"
มัทรีรู้สึกผิดคิดว่า ตัวเองเป็นคนทำให้ธงฉานเจ็บ กวาดสายตาทั่วห้องอย่างครุ่นคิด ก่อนลุกไปที่ตู้เย็น เอาน้ำแข็งในช่องฟรีซออกมาห่อผ้าเช็ดมือที่วางอยู่ใกล้ ๆ
"ประคบเย็นน่าจะช่วยให้ดีขึ้น ยื่นเท้ามาค่ะ"
ธงฉานยื่นเท้าซ้ายออกมาให้มัทรี มัทรีชะงัก มองเท้าซ้ายของธงฉาน ทั้งที่ธงฉานบอกเมื่อครู่นี้ว่า เจ็บข้อเท้าขวา
"ข้อเท้าซ้ายบวมขนาดนี้ คงเจ็บมากเลยนะคะ"
ธงฉานยังไม่รู้ตัวว่าพูดผิด
"มากถึงมากที่สุดเลยครับ"
มัทรีหน้านิ่ง เอาห่อน้ำแข็งฟาดเข้าที่ตาตุ่มธงฉานสุดแรง จนธงฉานร้องลั่น
"โอ๊ย"

เสียงร้องของธงฉานดังแว่วเข้ามาในห้องของวันรบ จนกระถินชะงัก วันรบอาศัยจังหวะนั้นผลักกระถินจนกระเด็นไปอีกทาง วันรบพุ่งหนีไปหลบอยู่มุมห้อง กระถินตามไปไล่จับวันรบ เอาเถิดเจ้าล่อกันไปมา
"อย่านะกระถิน พี่ไม่เคยคิดอะไรกับกระถินแบบนี้"
"พี่รบไม่คิด แต่กระถินคิดนี่คะ"
กระถินพุ่งเข้าตะปบวันรบพัลวัน

ธงฉานร้องด้วยความเจ็บปวด
"พอแล้ว ยอมแล้ว โอย"
"โตแล้วต้องอดทนค่ะ"
"พี่ธงเจ็บนี่ครับ เนี่ย... เส้นวิ่งมาถึงแขน ปวดร้าวระบมจนหัวใจชาไปหมด"
ธงฉานโน้มหน้าเข้าหามัทรี ตั้งใจจะโอบมาหอมแก้ม มัทรีรู้ทันแกล้งขยับตัว แล้วฟาดศอกเข้าหน้าธงฉานเต็ม ๆ
"อั่ก!”

กระถินกอดรัดฟัดวันรบจนวันรบต้องร้องห้ามกระถินเสียงดัง
"เฮ้ย!เดี๋ยว ๆ หยุด... หยุด พี่ยอมแล้ว พี่ยอมทุกอย่าง"
กระถินชะงัก วันรบหยุดหอบก่อนบอกกระถิน
"แต่..กระถินจ๊ะ..พี่ชอบกลิ่นหอมๆ ยิ่งหลังอาบน้ำใหม่ๆพี่จะรู้สึกว่ามันเซ็กซี่มาก” วันรบพูดแล้วทำขนลุกใส่
"เรื่องกล้วยฉาบมาก รอแป๊บ... เดี๋ยวกระถินจัดให้หลายซี่เลยจ้ะ"
กระถินวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว วันรบโล่งใจกำลังจะเดินไปที่ประตูห้องเพื่อออกไปข้างนอกก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินสียงมัทรีดังลอดห้องของธงฉานออกมา พร้อมเสียงปึ่ก ปั่ก พลั่ก ผัวะ
“ตรงนี้ หรือตรงนี้คะ”

มัทรีแกล้งถามธงฉานด้วยความเป็นห่วง
"เจ็บมากมั้ยคะ”
"น้องมัทมาดูใกล้ ๆ สิ"
แม้ธงฉานจะเจ็บ แต่ยังไม่ละความพยายามที่จะคว้าตัวมัทรีเข้ามาหาตัว มัทรีตกใจ
"คุณธงฉาน ปล่อยมัทนะคะ"
"ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ครับ"
มัทรีพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ก็แพ้แรงธงฉาน วันรบเปิดประตูที่เชื่อมห้องแฝดเข้ามา ตกใจที่เห็นธงฉานกำลังรังแกมัทรี
"ไอ้สารเลว"
ธงฉานจะหันแต่ไม่ทันวันรบที่คว้าแจกันไม้ฟาดเต็ม ๆกลางหัว ธงฉานหน้าคว่ำล้มลงสลบไป วันรบจะตามเข้าไปซ้ำแต่มัทรีห้ามไว้
"พอแล้วค่ะรบ อย่าไปทำเค้า"
"มันกล้ารังแกมัท ผมจะฆ่ามัน"
"ความจริง"
มัทรีพลิกตัวธงฉานขึ้นมาเห็นหน้าธงฉานโชกเลือดหน้ายับอยู่ วันรบตกใจ
“เฮ้ย! อย่าบอกนะครับว่านี่”
“ฝีมือมัทเองค่ะ”
วันรบสีหน้าทึ่งมาก และจับมือมัทรีมากุมแล้วพยักเพยิดไปทางธงฉาน
“มัท...สัญญากับผมนะว่าจะไม่ทำกับผม แบบนั้น”
มัทรีเขินๆ ที่วันรบเห็นภาคความรุนแรงของตัวเอง
"พี่รบขา... ยู้ฮู....”
มัทรีจะอ้าปากทักแต่วันรบรีบปิดปากมัทรีไม่ให้ส่งเสียง แล้วรีบดึงตัวมัทรีออกไปจากห้องโดยเร็ว กระถินเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยชุดผ้าขนหนูผืนเดียว
"พี่รบอยู่ไหน กระถินอยู่นี่... ที่ร๊ากจ๋า"
กระถินมองเห็นธงฉานนอนคว่ำหน้าอยู่ นึกว่าวันรบ ยิ้มกริ่มปรี่เข้าไปลูบแผ่นหลังธงฉานยั่วยวน
"นอนรอกระถินอยู่นี่เอง มีห้องลับเซอร์ไพรส์ก็ไม่บอก น่ารักอย่างนี้ต้องจัดรางวัลให้หนัก
ธงฉานเริ่มรู้สึกตัว กระถินยิ้มหวานดึงตัวธงฉานให้หันมาหน้ามา ธงฉานเข้าใจว่าเป็นมัทรี หันมากอดหมับ จะจับจูบ กระถินตกใจ กรี๊ดลั่น
"ว้าย... ไอ้บ้า ไอ้ลามก ตายๆๆ”
กระถินคว้าแจกันไม้อันเดิมมาตีเข้าที่หัวธงฉาน จนหัวธงฉานผงกตามแรงตี พอกระถินหยุดตี ธงฉานก็ยังผงกหัวไม่หยุดอีกหลายครั้ง แล้วหงายท้องตึงลงไปเองดื้อ ๆ
"กรี๊ด"
กระถินตกใจ โยนแจกันไม้ทิ้ง วิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกนอกห้องไป

วันทนีย์เดินมากับพชร นลินี วันทนีย์แสร้งทำเป็นห่วงเป็นใยกระถินมาก
“ไม่รู้ว่ากระถินเป็นอะไรมากหรือเปล่า ตารบถึงไม่กลับไปที่โต๊ะเลย”
วันทนีย์มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องวันรบแล้วเคาะประตู
“กระถิน..กระถินเป็นอะไรหรือเปล่าลูก”
พชรเอะใจขึ้นทันที
“คุณแม่ครับ นี่มันห้องพักเจ้ารบนี่ครับ จะดูกระถินไม่ไปที่ห้องพักกระถินล่ะครับ”
“ก็จะได้มีพยานไง”
“หา” พชร,นลินีร้องขึ้นพร้อมกัน
วันทนีย์นึกขึ้นได้จึงรีบแถไปทันที
“ก็ห้องแม่กับกระถินเดินไปอีกไกล เดินนาน... อาการกระถินแย่ขนาดนั้น ตารบคงจะให้น้องพักห้องนี้แหล่ะ”
พชรกับนลินีมองวันทนีย์อย่างแปลกใจ วันทนีย์หันไปเคาะเสียงดังยิ่งขึ้น
“ตารบ,กระถิน เปิดประตูสิลูก”
“ทำไมไม่รีบมาเปิดเล่า” วันทนีย์บ่นกับตัวเอง
รชานนท์เดินเข้ามาพอดีจึงถามว่า
“มีอะไรกันหรือครับ”
“นนท์ ทำไมเปียกเป็นลูกหมาแบบนี้ล่ะ” นลินีถาม
รชานนท์หน้าเศร้าขึ้นทันที
“ผมร้อนน่ะครับ ก็เลยเล่นน้ำ”
“ทั้งชุดนี้เนี่ยนะ” นลินีถาม
วันทนีย์ที่เคาะประตูจนเหนื่อย แล้วหันมาพูดกับตัวเอง
“นี่หักโหมจนเรียกไม่ตื่นเลยเหรอเนี่ย”
วันทนีย์หันมาพูดกับรชานนท์
“ตานนท์พักห้องเดียวกับตารบใช่ไหม เปิดประตูให้แม่ทีจะได้เห็นๆกันไป”
“เห็นอะไรครับคุณแม่” รชานนท์ถาม ทุกคนมองไปที่วันทนีย์
“ก็เห็นว่าตารบกับยัยกระถินน่ะ ทำอะไรกันอยู่ถึงไม่เปิดประตูสักที เร็วสิจ๊ะ”
รชานนท์ไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้าไป

ทุกคนตกใจกับสภาพห้อง ผ้าปูที่นอนยับเยินราวกับผ่านศึกมาอย่างหนัก ข้าวของในห้องไม่เป็นที่ไม่เป็นทาง วันทนีย์ แอบยิ้มพอใจ
“รุนแรงใช้ได้ สะใภ้ของแม่”
“นี่มันมีสงครามอะไรในห้องเนี่ย” พชรถามขึ้นด้วยความสงสัย
“สภาพห้องยับเยินแบบนี้ อย่าบอกนะว่าตารบกับกระถิน”
วันทนีย์ว่าพลางรีบเดินไปเปิดประตูห้องน้ำ
“ตารบ กระถิน” อยู่ไหนลูก”
วันทนีย์เดินไปเปิดหลังม่านบริเวณหน้าต่าง มองค้นหาที่ใต้เตียง
“ไม่ต้องเขินหรอกลูก ออกมาเถอะ”
“คุณแม่ขา” เสียงของกระถินดังขึ้นทุกคนหันตามเสียง กระถินที่ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินร้องไห้กระชิกออกมา
“กระถิน...ทำไมแต่งตัวเรียบร้อยแบบนี้ แล้วตารบล่ะ”
“โฮ....”
“ไม่ต้องร้องนะ ยังไงตารบก็ต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับกระถิน”
“ไม่ได้แต่งหรอกค่ะคุณแม่”
วันทนีย์ตกใจโพล่งออกมา
“นี่หมายความว่า..ปล้ำไม่สำเร็จเหรอ”
“หา” พชรกับนลินีร้องขึ้นพร้อมกัน
“แล้วนี่ตารบไปไหน”
“กระถินเข้าไปอาบน้ำตามที่พี่รบบอก ออกมาก็ไม่เห็นแล้วค่ะ กระถินคงไม่ได้แต่งงานกับพี่รบแล้ว”
รชานนท์ นลินี พชรมองวันทนีย์กับกระถินอย่างอึ้งๆ
พชรพูดเบาๆ กับรชานนท์
“น้องมัทคงเจอแม่ผัวตัวแสบเข้าแล้วล่ะงานนี้”
รชานนท์มองวันทนีย์อย่างหนักใจแทนมัทรี

ติรกากลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าดุพุทราด้วยความโมโห
"ฉันบอกให้เธอไปช่วย แล้วหายหัวไปไหน"
"ก็คุณนนท์บอกจะจัดการเอง"
“แล้วใครเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอ”
พุทรายิ้มเจื่อน ไม่กล้าต่อปากต่อคำ ติรกามองหามัทรี
“แล้วยัยมัทล่ะ”
พุทราหน้าเจื่อนลงทันที
“เอ่อ..”
ติรการู้สึกได้ทันทีว่าผิดปกติ
“พุทรา..ยัยมัทไปไหน”
“เอ่อ..คุณมัทบอกว่าไปทานข้าวกับครอบครัวคุณรบค่ะ”
ติรกาโมโหขึ้นทันที
“ฉันบอกให้เธอเฝ้ายัยมัทไว้ไง สองพัน”
“หา.. รับจากคุณมัทหนึ่งพัน โดนหักสองพัน..ก็เข้าเนื้อพันนึงอ่ะดิ” พุทราพูดกับตัวเอง
“อะไรนะ”
พุทราสะดุ้งแล้วแสดงบทบาทต่อไป
“ เอ่อ.. โอ้ย..กลุ้มใจ คือ..พุทรากำลังวุ่นวายใจทำไมคุณมัทไม่กลับมาสักทีน่ะค่ะ”
“ยัยมัทนะ”
ติรกาดินออกไปด้วยความแค้น พุทราโล่งอกที่เบี่ยงความสนใจได้แล้วจึงรีบตามติรกาไป

สมภพเดินนำ ติรกา พุทรามาที่หน้าห้องวันรบ
“นายวันรบพักที่ห้องนี้ครับ”
ติรกาเดินไปที่ห้องฟาดมือจะทุบประตู แต่บังเอิญประตูเปิดออกซะก่อน ติรกายั้งไม่ทันฟาดเข้าเต็มหน้าวันทนีย์เต็มๆ ป๊าบ!
“ยัยจิตแตก”
“โทษที..ฉันตั้งใจจะทุบประตูน่ะ เจอก็ดีแล้ว ไอ้หื่นลูกเธอมันเอาลูกสาวฉันไปไว้ไหน”
รชานนท์ กระถิน พชร นลินีตามออกมาจากห้องพอดี วันทนีย์หน้าเชิดแล้วบอกว่า
“มาถามผิดคนแล้ว ลูกชายฉันไม่ได้ไปกับลูกสาวเธอ ยัยจิตแตก”
พุทราเห็นติรกาหันมาเอาเรื่อง
“แต่คุณมัทบอกว่าจะไปทานข้าวกับครอบครัวคุณรบจริงๆ นะคะ”
“น้องมัทมาจริงครับ แต่พอลุกไปห้องน้ำ น้องมัทก็ไม่กลับมาที่โต๊ะอีกเลย” พชรบอกติรกา
วันทนีย์เย้ยติรกา
“ก็ลูกสาวไวไฟของเธอเดินตามหลานชายตานี่ ไปน่ะสิ” วันทนีย์พูดพลางชี้ที่สมภพ
“ไม่จริง” รชานนท์กับติรกาพูดขึ้นพร้อมกัน
พชร นลินี พุทรามองรชานนท์ว่าทำไมต้องออกโรงปฏิเสธพร้อมติรกาด้วย
“จริง! ฉันเห็นกับตาเลยว่าลูกสาวเธอเดินตามผู้ชายไป ป่านนี้คงได้เสียเป็นเมียผัวไปแล้ว”
สมภพแอบยิ้มนิด ๆ อย่างพอใจ
พุทราถึงกับหน้าเสียแล้วพูดขึ้น
“ไม่จริง คุณมัทเกลียดคุณธงฉานยิ่งกว่าอึไม่มีทางตามไปแน่ๆ”
กระถินพยายามจะสะกิดวันทนีย์ว่าไม่ใช่ แต่วันทนีย์กำลังมันส์ปากเลยไม่สนใจ สมภพยิ้มกระหยิ่ม
“งั้นเราก็พิสูจน์ให้แม่คุณวันรบเห็นเลยสิครับว่ามัทรีไม่ได้อยู่กับหลานผม”
“ดี...ดูให้มันเห็นจะ ๆเลย ว่า ลูกสาวยัยจิตแตกใจง่ายขนาดไหน ทุกคนเป็นพยานนะ แล้วช่วยบอกตารบด้วยว่าความจริงมันเป็นยังไง”
สมภพเดินไปเปิดประตูห้องธงฉาน กระถินเดินหลบหลังวันทนีย์อย่างหวาด ๆ
สมภพเปิดประตูเข้าไป
“ธงฉาน”
ทันทีที่ประตูห้องเปิด รชานนท์กับติรกาก็เดินแทรกเข้าไปอย่างร้อนใจ สภาพภายในห้องยิ่งกว่าห้องของวันรบ แถมธงฉานนั่งหน้าโชกเลือดอยู่ด้วย ติรกาสั่งพุทราทันที
“พุทรา หายัยมัท”
ติรกาและรชานนท์ค้นจนทั่วห้องก็ไม่พบมัทรี นลินีกับพชรแปลกใจในปฏิกิริยาของรชานนท์
พชรกระซิบกับนลินี
“เมียจ๋า ไอ้นนท์มันห่วงน้องมัทมากไปไหม”
นลินีมองอย่างสงสัย
“ไม่เจอเลยค่ะคุณติ” พุทราบอก
ติรกามองธงฉานที่สลบอยู่ รชานนท์ลงไปนั่งตรงหน้าธงฉานแล้วร้องเรียก
“ธงฉาน ธงฉาน”
ติรกาเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมกับถังใส่น้ำสาดเข้าใส่ธงฉานกับรชานนท์ โครม!
“นนท์! ยัยไหน้ำปลาปีศาจ เธอแกล้งน้องฉัน” นลินีพูดขึ้น
“ถอยไป” ติรกาเสียงดังอย่างโหด
นลินีสะดุ้งแต่ไม่ถอย จนพชรต้องรีบดึงนลินีถอยออกมา
ติรกากระชากคอเสื้อธงฉานที่เริ่มได้สติ เขย่าถาม
“ธงฉาน ยัยมัทอยู่ไหน”
ธงฉานอาการสะลืมสะลือบอก
“น้องมัท..ไอ้วันรบ..ไอ้วันรบ..ไป...คร่อก”
ติรกาปล่อยมือจากธงฉานทิ้งให้กองกับพื้น แล้วหันมาทางพุทรา
ไอ้วันรบ! พุทราค้นทั้งรีสอร์ตหายัยมัทให้เจอ”
“คุณติครับ..ตอนนี้มันดึกแล้ว”
สมภพพูดขึ้น ติรกาหันมาด้วยสายตาดุดัน สมภพพลิกลิ้นทันที
“อุ้ย..ค้นเต็มที่เลยครับ เดี๋ยวผมช่วย”
ติรกากับพุทราออกไป รชานนท์ พชร นลินีเดินตาม
“กระถิน ไป! ก่อนที่ตารบจะโดนปู้ยี่ปู้ยำ” วันทนีย์บอกกระถิน สมภพหันกลับมามองธงฉานแล้วพึมพำว่า
“แกนี่มันไม่ได้เรื่อง”
ธงฉานนอนหมดสภาพอยู่อย่างนั้น

วันรบพามัทรีออกจากรีสอร์ต มัทรีโทร.หาเตือนใจและเล่าเรื่องวุ่นวายที่รีสอร์ตสมภพให้ฟัง
"ท่าทางน่าสนุก เสียดายที่ยายไม่ได้ไปด้วย"
"น่าเบื่อต่างหากค่ะ แม่ชอบก็ให้นอนที่นั่นไปคนเดียวเถอะ"
"แล้วตอนนี้มัทอยู่ที่ไหน"

มัทรีพาวันรบมาแหงนมองบ้านต้นไม้ ดูจากภายนอกเห็นสภาพของความทรุดโทรมอย่างชัดเจน มัทรีหันไปบอกวันรบขณะที่ยังถือโทรศัพท์คุยกับเตือนใจอยู่
"มัทชอบหนีแม่มาที่นี่เวลาไม่สบายใจ"
เสียงเตือนใจดังแว่วเข้ามาในโทรศัพท์ของมัทรี
"มัทพาพ่อรบไปที่บ้านต้นไม้หลังโรงงานใช่มั้ย"
"ยายรู้ใจมัทเสมอ" มัทรีพูดกับเตือนใจ
วันรบแหงนมองบ้านต้นไม้อย่างชั่งใจ
"สภาพดูเหมือนอยู่ไม่ได้แล้วนะครับ" วันรบบอก
"อย่าตัดสินอะไรแค่ภายนอกสิคะ"
มัทรีส่งโทรศัพท์ให้วันรบแล้วปีนขึ้นบ้านต้นไม้ล่วงหน้าไปก่อน วันรบรีบคุยสายกับเตือนใจ โดยไม่ให้มัทรีรู้
"คุณยายให้คนมารับมัทที่นี่ด้วยนะครับ ผมไม่อยากให้คุณแม่มัทไม่สบายใจ"

เตือนใจมือหนึ่งถือและคุยโทรศัพท์ไปพลาง อีกมือหนึ่งถือกล้องส่องทางไกลครั้นเมื่อแนบสายตาไปที่ตัวกล้องก็เห็นมัทรีกำลังปีนขึ้นไปบนบ้านต้นไม้ โดยมีวันรบยืนคุยโทรศัพท์อยู่ด้านล่าง วัยรบพูดต่อ
“ถ้าคุณแม่มัทรู้ว่าเราหายมาด้วยกัน ต้องเป็นเรื่องแน่"
เตือนใจแกล้งหาว แสร้งทำเป็นง่วงพูดไม่รู้เรื่อง
"คุณยายได้ยินผมมั้ยครับ"
"เมื่อกี้พ่อรบพูดว่าไงนะ" เตือนใจแกล้งทำเสียงมึนๆใส่วันรบ
วันรบเงยหน้าขึ้นมองมัทรีก่อนคุยกับเตือนใจ
"ผมบอกให้คุณยายตามคนมารับมัทครับ"
เตือนใจทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง
"พ่อรบบ่นอะไร ยายฟังไม่รู้เรื่อง"
เตือนใจกดสายโทรศัพท์ทิ่งไปอย่างหน้าตาเฉย แล้วหัวเราะคิกชอบใจ
"เป็นเด็กดีที่ยายไว้ใจทั้งคู่ ก็อยู่ตรงนั้นให้สบายใจก่อนกลับไปเจออิทธิฤทธิ์แม่ยายเถอะ
เตือนใจส่องกล้องทางไกลมองวันรบ เห็นวันรบกดโทรศัพท์อีกครั้ง มือถือของเตือนใจดังขึ้นอีกครั้ง
"แน่ะ ยังจะโทรมาอีก ไอ้ว่าที่หลานเขยหน้าโง่"
เตือนใจไม่ยอมรับสาย โทรศัพท์ยังคงดังไม่หยุด เตือนใจหันรีหันขวางคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างกับโทรศัพท์ เตือนใจหันไปเห็นตู้เลี้ยงปลาที่อยู่ใกล้ ๆ สองจิตสองใจลังเลอยู่สักครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจโยนโทรศัพท์ใส่ข้างตู้ปลา จนโทรศัพท์ดับไปเอง
"เฮ้อ....ค่อยยังชั่ว"
เตือนใจถอนใจโล่งอกได้เฮือกเดียว โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก จนเตือนใจสะดุ้งโหยง
"มาอีกแล้ว"
สุดท้ายเตือนใจตัดสินใจหยิบและปล่อยโทรศัพท์ลงน้ำ เสียงดังจ๋อม...
"อุ๊บ! เครื่องที่สาม หุหุ"

เตือนใจหันไปส่องกล้องมองวันรบกับมัทรีอีกครั้งอย่างอารมณ์ดี
วันรบปีนตามมัทรีขึ้นมาบนบ้านต้นไม้ด้วยความแปลกใจ

"เบอร์คุณยายของมัทติดต่อไม่ได้แล้ว" วันรบบอก
วันรบสังเกตเห็นว่า ภายในบ้านต้นไม้ดูดีกว่าสภาพที่เห็นข้างนอกมาก มีที่นอนหมอนผ้าห่มเตรียมพร้อมไว้เสร็จสรรพจนวันรบอึ้งอย่างไม่คาดคิด
"โอ้โห... บ้านต้นไม้ของมัทน่าอยู่มากครับ"
"มัทบอกแล้วไงคะ ว่าอย่าตัดสินแค่ภายนอก”
มัทรีหาว วันรบเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่ม
"รบจะไปไหนคะ”
"ผมลงไปเฝ้ามัทข้างล่างดีกว่า”
มัทรีอมยิ้ม
"มัทรู้ว่ารบไม่ทำอะไรมัทหรอกค่ะ มีแต่มัทนี่แหละจะทำอะไรรบ"
"แก่นเซี้ยวจังนะแฟนผม รักมัทก็ตรงเนี้ย”
"แต่แม่มัทร้ายกับรบมากนะ รบไม่โกรธเหรอ”
"โกรธ...ไม่ลง ก็ผมเลือกมัทแล้ว ไม่ว่ามัทและครอบครัวจะเป็นยังไง ผมก็รักครับ"
มัทรียิ้มหวานสบสายตากับวันรบด้วยแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีล้นหัวใจ
“นอนบนนี้เถอะรบ มัทเชื่อใจรบนะ”
วันรบตัดสินใจเอาหมอนข้างมากั้นกลาง
“มัทนอนเถอะครับ ผมจะเฝ้าจนกว่ามัทหลับ"
มัทรีค่อยๆเอนหัวหนุนหมอน ยื่นมือมาประสานมือวันรบไว้
"ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งมัทนะคะ"
มัทรีพูดเสียงเบาลง และเริ่มผล็อยหลับไปพร้อมรอยยิ้ม วันรบยิ้มมองมัทรี เอาผ้าห่มห่มให้มัทรี
"หลับฝันดีนะครับ"
วันรบยิ้มมองมัทรีที่นอนหลับเหมือนเด็กมีความสุข

ภายในรีสอร์ตของสมภพ ในเวลาต่อมา พุทรากับติรกาเปิดประตูทุกห้องพักเพื่อตามหามัทรีกับวันรบ แต่พอเห็นวันทนีย์กับกระถินตามมาก็พุ่งจะเข้าเอาเรื่อง แต่พุทราคอยดึงตัวติรกาไว้ ติรกากับวันทนีย์แย่งกันค้นในห้อง ด้านนอกแขกที่มาพักยืนด่าสมภพ สมภพได้แต่ทำหน้าจ๋อยแต่ทำอะไรไม่ได้

เช้ามืดที่รีสอร์ต ธงฉานนั่งหมดสภาพอยู่ที่เก้าอี้รับรองในบริเวณล็อบบี้หลังจากทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ติรกากับวันทนีย์เข้ามาทรุดลงนั่งอย่างหมดสภาพ กระถิน พุทรา พชร นลินี พลอยทรุดนั่งหมดแรงกันไปตามๆกัน สมภพเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้ายุ่งยากใจมาก
“เจอน้องมัทไหมครับ” ธงฉานถามขึ้น
“พลิกรีสอร์ตหาแล้วยังไม่เจอเลย”
“คุณติครับ ผมสอบถามพนักงานแล้ว มีคนเห็นมัทรีกับวันรบเรียกรถรับจ้างออกไปด้วยกันเมื่อคืนครับ” สมภพว่า
“หายไปด้วยกันทั้งคืนแบบนี้ ไอ้วันรบต้องทำไม่ดีกับน้องมัทอีกแน่ๆ โธ่..น้องมัทของพี่”
พุทราลืมตัวรีบเอามือปิดปากธงฉาน
“จะบิ๊วทำไม”
“พุทรา” ติรกาเรียกขึ้น
“อโทษค่ะ ลืมตัวไปหน่อย”
“วันรบทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติมัทรีกับคุณติเลยนะครับ” สมภพว่า
รชานนท์มองสมภพแล้วพูดขึ้น
“แล้วหลานคุณให้เกียรติน้องมัทตรงไหน พาเข้ามาในห้องสองต่อสอง ส่อเจตนาไม่ดีชัดๆ”
ติรกานึกได้หันมาหาธงฉาน
“ธงฉาน ทำไมยัยมัทถึงเข้าไปอยู่ในห้องเธอ”
รชานนท์คาดคั้นอย่างเอาเรื่อง
“แกล่อลวงมัทรีไปใช่ไหม”
ธงฉานกลัวจึงรีบโกหกเอาตัวรอด
“ไม่ใช่นะครับ ผมเจ็บข้อเท้า น้องมัทก็เลยไปส่งผมที่ห้อง แต่ไอ้วันรบ มันไม่พอใจเข้ามาก็ทำร้ายผมแล้วชิงตัวน้องมัทไป”
“ผมไม่คิดว่ารบจะต้องทำร้ายหลานคุณเพื่อชิงตัวน้องมัท เพราะถ้าให้น้องมัทเลือก น้องมัทต้องเลือกเจ้ารบอยู่แล้ว” รชานนท์ว่า
“ไอ้รบมันมักง่าย คิดจะมัดมือชกยัยมัทแน่ๆ เลวที่สุด” ติรกาบอก
“พูดจาให้เกียรติลูกชายฉันหน่อย...ลูกฉันเป็นสุภาพบุรุษ ถ้าไม่มีผู้หญิงไวไฟมาล่อเป้า” วันทนีย์พูดขึ้น
“ลูกเธอน่ะมันไอ้หื่น ถ้าเจอมันทำไม่ดีกับลูกสาวฉัน ฉันจะลากคอมันเข้าคุก” ติรกาว่า
“ลองดูสิ ฉันจะแจ้งความจับลูกสาวเธอฐานล่อลวงลูกชายฉัน” วันทนีย์พูดอย่างไม่ยอมเหมือนกัน
ติรกากำลังจะเถียงอีก นลินีทนไม่ไหวรีบคว้าดึงนกหวีดจากคอพุทราขึ้นมาเป่าห้ามทัพ
“หยุดค่ะ!! พูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้คนเค้าถึงได้หนี! เอาเวลาเถียงกันมาช่วยกันคิดไม่ดีกว่าเหรอคะว่าตอนนี้ลูกคุณสองคนหายไปไหน” นลินีพูดขึ้น
ติรกากับวันทนีย์นิ่งไป พชรกับพุทราแอบปรบมือให้นลินีที่สามารถทำให้สถานการณ์สงบลงได้
“มีใครที่วันรบกับมัทรีจะหนีไปอยู่ด้วยได้หรือเปล่า” นลินีว่า
ทุกคนนิ่งคิดไปซักครู่ แล้วอยู่ๆทุกคนก็นึกถึงเตือนใจขึ้นมา
“คุณแม่”
ทุกคนมองหน้ากันอึ้งๆ

บ้านต้นไม้เวลาเช้ามืด วันรบนอนตะแคงโดยมีมัทรีนอนข้างๆ ระหว่างกลางมีหมอนข้างคั่นอยู่ วันรบพลิกตัวนอนหงายแล้วกรนสนั่น มัทรีสะดุ้งลืมตาตื่นมองซ้ายมองขวาอย่างตกใจ วันรบยังคงกรนซ้ำ มัทรียิ้มขำ
“อื้อหือ..ท่าจะเหนื่อยมากนะเนี่ย กรนซะหูสะเทือนเลย”
มัทรีขยับหมอนข้างที่คั่นออกไปแล้วเอื้อมมือไปลูบแก้มวันรบเบาๆ
“ตื่นได้แล้วค่ะคุณวันรบ”
วันรบสะลึมสะลือไม่ตื่นแถมขยับตัวนอนขดเหมือนเด็กๆ
“อื้อ...”
มัทรียิ้มแล้วเข้าไปกระซิบข้างหูวันรบ
“ไม่ตื่นมัทหอมแก้มนะ”
วันรบยังสะลึมสะลือเหมือนเดิม
“อื้อ”
มัทรียิ้มแล้วหอมแก้มวันรบไปหนึ่งฟอดใหญ่ วันรบยิ้มทั้งที่ยังหลับตาอยู่ แล้วค่อยๆได้สติลืมตาขึ้นเห็นหน้ามัทรีอยู่ใกล้กับตัวเองมากจนน่าตกใจ
“มัท”
วันรบรีบผละออกมาให้ห่างจากมัทรีแล้วลุกขึ้นทันทีโดยไม่ทันระวังศีรษะเลยกระแทกกับเพดานบ้านต้นไม้ดังลั่น
“โอ๊ย”
วันรบทรุดลงนั่งแล้วใช้มือข้างหนึ่งลูบศีรษะตัวเอง
“รบเป็นอะไรรึเปล่า”
มัทรีขยับตัวจะเข้ามาดูหัวให้วันรบ แต่วันรบถอยหนีด้วยความกลัว
“ผมไม่เป็นไร... มัทเป็นอะไรมั้ย ผมเผลอไปจับ ไปโดนอะไรคุณรึเปล่า”
วันรบก้มมองสำรวจตัวเองว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีรึเปล่า
“ไม่เป็นไรนะคะรบ..มัทจะรับผิดชอบคุณเอง”
มัทรีมองยิ้มๆ
“มัท ผมซีเรียสนะครับ”
“คุณไม่ได้แตะต้องมัทเลยแม้แต่นิดเดียว จริงๆ นะคะ เชื่อมัทสิ ไม่เอา..ไม่เครียดนะคะ”
“ผมไม่อยากทำให้ความรักของเรายากไปกว่านี้... ถ้าแม่คุณรู้ว่าผมนอนอยู่ที่นี่ทั้งคืน ผมคงหมดโอกาสแต่งงานกับคุณแน่ๆ”
มัทรีถึงกับเครียด
“รบโดนแม่เกลียด ทั้งๆที่มัทเป็นคนก่อเรื่อง”
“ไม่ใช่ความผิดมัทหรอก... ผิดที่ผมเคยทำตัวแย่ๆมาก่อนต่างหาก”
“แม่นะแม่ ทำไมแยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ได้ ตอนนี้รบไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนแล้ว”
มัทรีขมวดคิ้วกลุ้มใจกับเรื่องความรักของตัวเอง
“ไม่เอาครับคนสวย... ยิ้มนะ”
วันรบหยิกแก้มมัทรีทั้งสองข้างเพื่อให้มัทรียิ้ม
“โอ๊ย! แกล้งมัทเหรอ”
มัทรีใช้สองมือหยิกแก้มวันรบเหมือนกัน สองคนต่างแกล้งหยิกแก้มอีกฝ่าย แต่มัทรีหมั่นเขี้ยวจริงจังมาก
“โอ้ย ๆ พอเถอะครับ ผมยอมแล้ว..เจ็บ”
มัทรียิ้มชอบใจ
“ถ้าคิดจะยอมต้องยอมตลอดไปนะ”
“ด้วยความเต็มใจครับผม”
มัทรียิ้มหอมแก้มวันรบ วันรบชะงักหันมองมัทรี มัทรียิ้ม วันรบสะบัดหัวเรียกสติแล้วรีบลุก
“เป็นอะไรคะรบ”
“ผม..ไม่ไหวอ่ะครับ”
วันรบรีบปีนลงไปข้างล่างทันที มัทรีมองตามแล้วยิ้มขำปีนตามวันรบลงไป

วันรบปีนลงมาจากบ้านต้นไม้ โดยมีมัทรีปีนตามลงมา ขณะนั้น เตือนใจถือขันน้ำ สบู่ แปรงสีฟันอยู่ มีผ้าขาวม้า เสื้อยืดและกางเกงเลพาดไว้ที่แขน
“อ้าวยาย ตื่นแล้วเหรอจ้ะ”
“ยังจ้ะ... นี่ละเมอเดินมา”
เตือนใจพูดกับวันรบ
“ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนแล้วมากินข้าว เสร็จแล้วยายจะให้ทองเงินไปส่ง”
“ทองเงิน... ใครครับ”
มัทรีกับเตือนใจชี้ไปทางหน้าบ้านเตือนใจพร้อมกัน วันรบมองตามไปอย่างงงๆ เห็นรถสกายแล็บของเตือนใจที่จอดอยู่
“ยายเพิ่งคิดชื่อให้มันได้ ฟังแล้วหล่อเนอะ! ฮ่าๆ”
เตือนใจหัวเราะลั่นภูมิใจชื่นทองเงินที่ตัวเองตั้ง

ภายในบ้านเตือนใจ มัทรีกำลังตีไข่อย่างคล่องมือแล้วเทไข่ลงกระทะ ไข่เจียวบนกระทะฟูสวยงามน่ากิน เตือนใจยื่นหน้าเข้ามาดู
“ใช้ได้ๆ เดี๋ยวนี้ฝีมือดีขึ้นนะเรา”
“ได้ยายคุมขนาดนี้ ถ้ามัทยังทำไม่ได้เรื่องก็แย่แล้วล่ะค่ะ”
มัทรีพูดไปเจียวไข่ไปอย่างคล่องแคล่ว
“การทำอาหารให้คนที่เรารักทานนี่มีความสุขจังเลยนะคะ”
“มัทรักรบที่ตรงไหน”
“อืม..รบเขาเจ้าชู้นะคะ แต่พอคบกับมัทเขาก็เปลี่ยนตัวเอง เขาพิสูจน์ให้มัทมั่นใจว่าเขารักและทำเพื่อมัทจริงๆ ความเสมอต้นเสมอปลายของเขาทำให้มัทรักเขา มัทอยากให้แม่เห็นความดีของรบเหมือนที่มัทเห็น”

บนถนนรถติรกาแล่นมาด้วยความเร็ว แซงและปาดหน้ารถสิบล้อจนสิบล้อกดแตรใส่ พุทรานั่งสวดมนต์อยู่ในรถ
“พุทโธ..ธรรมโม..สังโฆ..”
พุทรามองๆ ติรกาแล้วตัดสินใจกดเบอร์มัทรี

เสียงมือถือดังขึ้นในเวลาเดียวกับมัทรีเอาจานไข่เจียววางบนโต๊ะ มัทรีหันไปหยิบมาดูและกดรับ
“พี่พุทรา ฮัลโหล”

พุทราเห็นว่ามือถือเชื่อมต่อแล้วก็ใจดีสู้เสือหันไปหาติรกา
“คุณติขา ขับช้าหน่อยเถอะค่ะ พุทราไม่อยากตายก่อนแต่งงาน”
มัทรีงง แทนที่พุทราจะพูดกลับไปยินเสียงสนทนาของพุทรากับติรกา พุทราทำเป็นเสียงดังแจ้งข่าวสุดฤทธิ์
“พี่พุทราพูดอะไรคะ มัทไม่เข้าใจ”
“เราตามไปที่บ้านคุณเตือนยังไงก็เจอค่ะ ขับช้าหน่อยนะคะ”
“ช้ากว่านี้ไอ้วันรบมันก็จัดการยัยมัทสิ” ติรกาพูดเสียงดัง
มัทรีตกใจ เตือนใจถาม
“ยัยมัท มีอะไร”
มัทรีไม่ตอบเตือนใจแต่ตั้งใจฟังต่อ
“เขาหายไปตั้งแต่เมื่อคืน..คงไม่รอถึงป่านนี้หรอกค่ะ นี่ก็ใกล้จะถึงบ้านแล้วด้วย ... จะถึงแล้ว”
ติรกายิ่งโกรธ
“ไอ้รบ! มันต้องตาย”
ติรกาเหยียบคันเร่งมิด พุทราหลังติดเบาะ
“อ๊ายย”
มัทรีตกใจ
“คุณยายขา แม่กำลังกลับมา แม่รู้ว่ามัทกับรบอยู่ที่นี่”
“ต้องให้ตารบรีบหนี รีบไปเตือนตารบเดี๋ยวนี้เลย”
มัทรีกับเตือนใจมองหน้ากันแล้วพากันรีบวิ่งไปหาวันรบทันที
ภายในบ้านเตือนใจ มัทรีกับเตือนใจเดินออกมาจากคนละห้อง
“รบไม่อยู่ค่ะคุณยาย”
“ห้องยายก็ไม่มี ไปไหนน้า”
มัทรีร้อนใจรีบเดินออกไป เตือนใจรีบตามไปติดๆทันที

รถของติรกาขับเข้ามาจอดเอี๊ยด!ถของพชรกับรถสมภพตามเข้ามาจอดติด ๆ ที่หน้าโรงงาน รปภ.แจ่มกำลังนั่งหลับบนเก้าอี้ไม้ กรนเป็นจังหวะ พุทรารีบลงมาเห็นสายตาพิฆาตมองมาพอดี พุทราสะดุ้งควักนกหวีดมาเป่าปรี๊ดรปภ.แจ่มสะดุ้งเสียหลักหงายหลังตึงลงจากเก้าอี้
“ใครวะ เสียงดัง คนกำลังนอน ...คุณติ” รปภ.แจ่มเสียงเบาลงทันทีที่เห็นติรกา
“ห้าร้อย หลับในเวลางาน..ยัยมัทอยู่ไหน”
รปภ.แจ่มมองเห็นพุทราเห็นขยิบตาถี่ยิบมาก
“คุณมัท ผมไม่เห็นคุณมัทเลยครับ”
“ถ้าโกหก..อีกห้าร้อย”
รปภ.แจ่มเปลี่ยนคำพูดทันที
“อยู่ที่บ้านคุณเตือนใจครับ”
ติรกาสีหน้าโหดรีบเดินไปทันที รชานนท์ นลินี พชร วันทนีย์ สมภพ ธงฉานรีบตามไปสมทบทันที
“ไอ้แจ่ม” พุทราเรียกเสียงดัง
“สู้เพื่อเจ้านายทำได้ แต่ถ้าเค้าต้องอดตาย..เค้าทำไม่ได้”
พุทราขัดใจเป่านกหวีดใส่หน้ารปภ.แจ่มแล้วรีบวิ่งตามติรกาไป... โรงงานระเบิดแน่

มัทรีกับเตือนใจเข้ามาในโรงงาน เห็นวันรบกำลังเล็งๆ โอ่งที่ขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว
“รบคะ
วันรบยิ้ม
“มัท ผมคิดลายใหม่ได้แล้วนะ”
“แต่ตอนนี้หนีก่อนที่เราจะสิ้นลายนะ”
มัทรีกับเตือนใจพยายามจะลากวันรบออกไป
“เดี๋ยวครับ คุณยาย มัท มีเรื่องอะไรกันครับ”
“คุณแม่กำลังมา”
“หะ”
วันรบตกใจกำลังจะชักเท้าวิ่ง ติรกาเข้ามาพอดี
“ไอ้รบ”
วันรบชะงักค้างอยู่กับที่ แล้วยิ้มแหยๆให้ติรกา
“คุณแม่”
“ใครแม่แก”
วันทนีย์ กระถินเดินเข้ามาตามด้วยรชานนท์ พชร นลินี สมภพ ธงฉานตามเข้ามาติด ๆ โดยมีพุทรารั้งท้าย
“หยุดเลยนะตารบ ห้ามเรียกยัยจิตแตกนี่ว่าแม่”
“โอ้โห...มางานแซยิดฉันกันหรือจ๊ะ ฮะๆๆ” เตือนใจทำเป็นอารมณ์ดีเพื่อหวังคลี่คลายบรรยากาศ
ติรกาน้ำเสียงนิ่ง
“ไม่ตลกค่ะแม่”
เตือนใจพูดเบาๆ กับมัทรี
“อุ้ย..ยายพยายามแล้วนะ”
“พี่รบ..พี่รบมาอยู่กับผู้หญิงอื่นทั้งคืน กระถินไม่ยอมนะคะคุณแม่” กระถินพูดขึ้น
ธงฉานได้ที จึงพูดบ้าง
“น้องมัท..ทำไมทำกับพี่แบบนี้ ทำไม”
“เรื่องเมื่อคืน ยังไม่เข็ดใช่ไหมคะ”
“อุ้ย” ธงฉาน รีบปิดปาก สงบเสงี่ยมทันที
“ไอ้วันรบ แกเลวมาก แกทำลายลูกฉัน” ติรกาด่วนสรุป
“คุณอาครับ ฟังก่อนนะครับ ผมกับมัท..เรา”
วันรบจะเดินเข้าไปหามัทรีแต่ธงฉานจงใจขัดขาวันรบด้วยความหมั่นไส้ วันรบเสียหลักล้มเข้าหาโอ่งที่ดินยังนิ่มโดยเอาสองมือยันไว้ วันทนีย์กับกระถินร้องขึ้นพร้อมกัน
“ตารบ,พี่รบ”
มัทรีรีบเข้าไปประคองวันรบขึ้นมา ดินโอ่งยวบลงไป บนผิวโอ่งเป็นรอยประทับหน้าของวันรบพร้อมสองมือที่ยันอยู่
ธงฉานหัวเราะขึ้นอย่างลืมตัว
“ฮะๆๆ”
รชานนท์เดือดดาล โพล่งขึ้นทันที
“เฮ้ย..แกล้งกันนี่หว่า”
“อะไรๆๆ ยืนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
รชานนท์แค้นจะเดินไปต่อยธงฉาน ติรกาเสียงดังขึ้น
“หยุดนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายใครในบ้านของฉัน”
ติรกาหันมาพูดกับวันรบ
“ในที่สุดฉันก็เห็นธาตุแท้ว่าแกมันก็เป็นผู้ชายเลวๆ ที่ทำลายชื่อเสียงลูกสาวฉันเพราะความมักง่าย”
“แม่คะ..รบเขาไม่ผิด มัทผิดเอง”
“ผมจะแต่งงานกับมัทครับ เพื่อไม่ให้มัทต้องเสียหายไปมากกว่านี้”
“ไม่มีทาง”
“ถ้าเด็กสองคนเขารักกัน” รชานนท์จะออกความเห็น
“ม่เกี่ยวกับคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของมัทรี”
สมภพมองซ้ายมองขวาแล้วปิ๊งไอเดียขึ้นทันที
“เพื่อช่วยให้ชื่อเสียงของหนูมัทรีไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ ธงฉานยินดีจะแต่งงานกับหนูมัทรี”
ธงฉานร้องขึ้นด้วยความงง
“หะ”
สมภพใช้ศอกกระแทกธงฉาน ทุกคนหันมามอง
“โอ๊ก!.. โอเคเลยครับ ผมยินดีจะแต่งงานกับน้องมัทเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงน้องมัท”
“ผมไม่ยอม มัทจะต้องแต่งงานกับผม”
“ฉันจะให้แกแต่งงานกับยัยมัทก็ได้”
ทุกคนมองอย่างประหลาดใจ
“ถ้าแกหาสินสอดสิบล้านมาให้ฉันได้”
“สิบล้าน” ทุกคนร้องขึ้น
“ภายในห้าวัน ถ้าไม่มีสินสอดสิบล้านมากองตรงหน้าฉัน ยัยมัทจะต้องแต่งงานกับธงฉาน” ติรกาพูดต่อ
“แม่” มัทรีร้องขึ้น
ธงฉานดีใจสุดตัว
“เย้!”
ติรกาไม่รอฟังใครอีก เดินออกไปทันที ทุกคนตะลึงและอึ้งไป ยกเว้นธงฉานกับสมภพ กระถิน วันทนีย์ที่ยิ้มอย่างพอใจ

ติรกากำลังจะเดินขึ้นข้างบน มัทรีรีบวิ่งเข้ามาดักหน้าไม่ยอมให้ขึ้น
“แม่จะไปพัก ถอยไปยัยมัท” ติรกาบอก
“ไม่ค่ะ มัทจะไม่ให้แม่ไปไหนจนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง”
“แม่พูดไปหมดทุกอย่างแล้ว ตกลงตามนั้น”
“แต่มัทไม่ตกลง เรื่องแม่ไม่ให้มัทแต่งกับรบ มัทพอเข้าใจได้ แต่เรื่องที่แม่จะจับให้มัทแต่งงานกับนายธงฉาน มัทยอมไม่ได้”
“ธงฉานเป็นคนที่แม่เห็นว่าเหมาะสมกับลูก”
“ตรงไหน” มัทรี เตือนใจและพุทราพูดขึ้นพร้อมกัน
“ผู้ชายติงต๊อง เดินตามอาตัวเองไปวันๆ ไม่ได้มีความเป็นผู้นำสักนิด ผู้ชายแบบนี้จะมาดูแลคุณมัทได้ยังไงคะ” พุทราพูดขึ้น
“ดูแลยัยมัทไม่ได้ แต่เราควบคุมได้ ผู้ชายอย่างธงฉานจะอยู่ในโอวาท ไม่กล้านอกลู่นอกทาง นอกใจยัยมัทแน่นอน”
“มัทต้องการคนที่มัทรัก ไม่ได้ต้องการคนอยู่ในโอวาท มัทจะแต่งงานกับพี่รบคนเดียวเท่านั้น”
“วันรบเป็นคนรับเงื่อนไขเรื่องสินสอดเอง แม่ไม่ได้บังคับ ถ้าวันรบทำไม่ได้ตามข้อตกลง มัทก็ต้องยอมรับ แต่ถ้ามัทจะไม่ทำตาม แม่ถามหน่อยนะว่านายวันรบมันจะยังมีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายอยู่ไหม”
มัทรีอึ้ง
“แม่คอยดูนะคะ รบจะต้องหาสินสอดมาได้ทันเวลาแน่ๆ”
ติรกายักคิ้วอย่างเย้ยๆ
“แม่จะรอ”
มัทรีวิ่งออกไป ติรกายิ้มอย่างมีชัยแต่หันมาเห็นพุทรากับเตือนใจที่มองติรกาด้วยสายตาตำหนิ ติรกาจะหันหนีทันที
“ยัยติ”
ติรกาหน้าเซ็งสุดขีดแต่ก็หันกลับมาหาเตือนใจ

ธงฉานทิ้งตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิดภายในห้องรับแขกในบ้านของสมภพในเวลาต่อมา
“อานะอา ทำไมต้องให้ผมไปรับเดนไอ้วันรบด้วย น้องมัทหายไปอยู่กับมันทั้งคืนแบบนั้น คงโดนเจาะจนพรุนไปหมดแล้ว จะมีเมียทั้งทีแทนที่จะได้ของใหม่ดันต้องมารับของมือสอง”
สมภพเบิ๊ดกระโหลกธงฉานทันที
“หน้าอย่างแกมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือไง เตี้ย อ้วน โง่อย่างแกมีดีก็แค่มรดกพ่อแกที่เหลืออยู่แค่ไม่กี่ล้าน ไม่ทำงานอย่างแกถ้าไม่เกาะเมียกิน ไม่นานก็อดตาย”
“โหย..อาพูดแบบนี้ต่อยผมดีกว่า”
สมภพต่อยเข้าหน้าธงฉาน พลั่ก! ธงฉานชักโกรธ
“โอ้ย! เอาจริงเหรออา ด่าๆๆ อาก็ไม่ได้ดีกว่าผมหรอกน่า รับช่วงธุรกิจจากพ่อผมนับวันมีแต่ขาดทุน หนี้บริษัทบานจะเหยียบร้อยล้านอยู่แล้ว”
“ถ้าแกไม่แอบยักยอกไปเดือนละสองสามล้าน บริษัทมันก็ไม่ย่ำแย่ขนาดนี้หรอก ดังนั้นหนี้ที่มันเกิดแกกับฉันต้องรับผิดชอบร่วมกัน”
ทรงสุดากำลังจะเดินเข้ามาชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดสมภพ
“และทางเดียวที่จะปลดหนี้ได้ก็ต้องรวบหัวรวบหางบ้านติรกา”
“ผมกับน้องมัท อากับอาติฟาดตั้งแต่แม่ยันลูกเล้ย”
ทรงสุดาหน้าเสียด้วยความสะเทือนใจ
“แต่งสองคู่ สูบเงินมาใช้ รวบกิจการมาเป็นของเรา”
“ฮ่าๆๆ มีเมียรวยก็เกาะเมียกิน”
“ฮ่าๆๆ .เลวจริงๆ ..ฮ่าๆๆ”
“ยอมรับ..ฮ่าๆๆ”
บังเอิญธงฉานหัวเราะแล้วสายตาเหลือบไปเห็นทรงสุดาที่ยืนอยู่ที่ประตู
“ฮ่า...เอิ้กกกก..คุณอาสุดา”
สมภพหันไปตวาดใส่ทันที
“มายืนแอบฟังฉันคุยเหรอ”
“ปล่านะคะ ดา..ดาจะมาบอกว่าให้เด็กตั้งโต๊ะเสร็จแล้วค่ะ”
“รู้แล้ว” สมภพยังเห็นทรงสุดายืนอยู่จึงตวาด
“ก็ไปเซ่ ไปให้พ้นหน้าฉันไป”
ทรงสุดาสะดุ้งและรีบหลบไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่วายได้ยินเสียงสมภพกับธงฉานดังตามไป
“ยังไงพวกมันก็หาสินสอดไม่ทันแน่ แกเตรียมตัวเป็นสามีมัทรีได้เลย”
“คุณอาก็เตรียมเป็นสามีอาติเหมือนกัน”

สองอาหลานหัวเราะพอใจ ทรงสุดาชะงักยืนฟังด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจ







Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 12:50:02 น.
Counter : 277 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 3 (ต่อ)



บ่ายวันนั้น พุทรากำลังเล่นJENGA กับเตือนใจอยู่ที่บ้านติรกา ทั้งคู่ผลัดกันวางไม้อย่างระมัดระวัง ติรกาหันไปบ่นกับพุทรา เมื่อต้องรอมัทรีนานเกินไป

“ป่านนี้ยายมัทยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกเหรอ”
มัทรีกำลังเดินมาในชุดเสื้อแขนกุด กระโปรงสั้น จนเตือนใจ ต้องเตือน
“ตายแล้ว ยัยมัท ทำไมมันเว้าบน สั้นล่างขนาดนี้ล่ะลูก ยายว่าไปเปลี่ยน”
“แต่งแบบนี้แหล่ะดีแล้ว” ติรกาพูดแล้วยิ้มอย่างพอใจ
“ไปรีสอร์ทคุณสมภพทำไมต้องแต่งแบบนี้ด้วยล่ะแม่ มัทว่ามันดูไม่เหมาะสม”
“นั่นสิ..แม่ว่า” เตือนใจว่า ติรกาไม่ฟังเสียงทัดทานของใครบอกพุทราทันที
“ไปกันได้แล้ว พุทรา”
พุทรายกกระเป๋าเสื้อผ้าสองกระเป๋า
“พร้อมค่า....”
“แม่คะ แค่คุยธุรกิจทำไมเราต้องค้างที่นั่นด้วย”
ติรกาขยิบตาสั่งให้พุทราตอบแทน
“คุณสมภพเพิ่งปรับปรุงรีสอร์ตใหม่ ก็เลยอยากให้เราลองไปใช้บริการเผื่อมีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข จะได้แนะนำกัน”
“มัทไม่อยากเจอสองคนนั่น”
“ทีผู้ชายเลว ๆ อย่างไอ้วันรบยังอยากเจอตลอดเวลา”
มัทรีไม่ยอมแพ้
“รบเป็นคนดี และเราสองคนรักกัน”
ติรกาได้ฟังแล้วหงุดหงิดขึ้นมาทันที
“พอทีฉันไม่อยากฟัง รีบไปกันได้แล้ว”
มัทรีถอนใจอย่างอึดอัด จำใจเดินตามพุทราออกไปที่รถ เตือนใจวางไม้บนชั้นไม้ที่วางสูงขึ้นมากจนใกล้จะล้มแล้ว
“ติไปก่อนนะคะแม่”
“ยัยติ..มานี่สิ”
“อะไรเหรอแม่”
เตือนใจหยิบแท่งไม้ขึ้นมา
“ติเห็นไหมว่าแม่กับพุทราต่อไม้กันได้หลายชั้นแล้วนะ ติวางให้แม่หน่อยสิ”
ติรกาวางไม้ลงที่ตำแหน่งแต่ปรากฎว่าศูนย์ถ่วงไม่ดี ไม้ล้มมาทั้งชั้นร่วงกราวเต็มพื้น เตือนใจจงใจกล่าวขึ้น
“น่าเสียดายนะ อุตส่าห์สร้างกันมาอย่างดี ถ้าติรู้จักวางอย่างใจเย็นสักนิด มันก็จะได้สมดุลย์ ไม่พังลงมาแบบนี้”
ติรกานิ่งงัน
“กี่ปีที่ติเลี้ยงยัยมัทมา ไม่รู้เหรอว่าเราเลี้ยงเขาได้แต่ตัว แต่บังคับหัวใจเขาไม่ได้ ลูกน่าจะรู้ดี แม่ก็ไม่เคยบังคับติได้เหมือนกัน”
ติรกาเจ็บปวดขึ้นมาทันที
“เพราะหนูรู้ไงคะว่ามันเลวร้ายแค่ไหน ที่ไปหลงเชื่อผู้ชายเลว ๆ จน...หนูจะไม่ยอมให้ยัยมัทต้องเจ็บเหมือนที่หนูเจ็บ”
“ติ”
“แม่คะ..หนูรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันอาจไม่ถูกใจแม่..แต่หนูทำเพื่อลูก”
ติรกาเดินผละไป เตือนใจมองตามอย่างเหนื่อยใจ

หน้ารีสอร์ตสมภพยามบ่าย รปภ.แจ่มขับรถเข้ามาจอด เทียบทางเข้าที่พัก วันทนีย์ กระถินก้าวลงจากรถ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
“โอ้โห รีสอร์ตหรูจริง ๆ ด้วย” วันทนีย์พูดขึ้น
สมภพ ธงฉาน พนักงานรีสอร์ท ตรงเข้ามาต้อนรับทั้งสอง
“สวนผึ้งวิลเลจ ยินดีต้อนรับครับ”
“พวกเรามา...” กระถินยังพูดไม่ทันจบ
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับสุภาพสตรีทั้งสอง ขอให้มีความสุข และสนุกกับการพักผ่อนในรีสอร์ทของเรานะครับ”
“แล้วลูกชายฉัน” วันทนีย์จะพูดต่อ แต่ธงฉานบอก
“พนักงานจะพาท่านไปรับประทานของว่าง และเวลคัมดริ๊งก์ ก่อนพาแขกวีไอพีทั้งสองท่านไปยังห้องพักครับ”
วันทนีย์ยังไม่ทันถามอะไรให้รู้เรื่องก็ถูกพนักงานรุมเข้ามาช่วยถือกระเป๋า และพาเข้าไปในรีสอร์ทอย่างนอบน้อม เอาใจมาก จนวันทนีย์กับกระถินได้แต่เดินตามไปอย่างอึ้ง ๆ
“สองคนนี้เป็นใคร คุณอาติรกาไม่บอกอาเหรอ”
“ะสนใจทำไม หน้าที่เราคือเอาใจติรกากับมัทรีให้อยู่ในกำมือเราก็พอ”
สายตาร้ายลึกเจ้าเล่ห์ของสมภพฉายแววขึ้นอย่างชัดเจน

เวลาต่อมา วันรบ รชานนท์ พชร นลินีมาถึงรีสอร์ต รชานนท์ท่าทางอึดอัด หงุดหงิดใจจนพชรสะกิดแซว
“มาเหยียบถิ่นกิ๊กใหม่ของแฟนเก่า ถึงกับกร่อยเลยเหรอวะ”
“ผมไม่เห็นจะรู้สึกอะไร”
“ดีแล้วที่ไม่รู้สึก ผู้หญิงที่ทิ้งแฟนไปแต่งงานกับคนอื่นไม่ควรจะสนใจด้วยซ้ำ” นลินีบอก
“เมียจ๋า อย่าเพิ่งไปฟันธงขนาดนั้นเลย เขาอาจมีเหตุจำเป็นก็ได้”
“จำเป็นมาก พอผัวตายแทนที่จะคิดกลับมาหาเจ้านนท์ กลับหาแฟนใหม่ซะงั้น แค่นี้ก็รู้แล้ว
ว่ายัยไหน้ำปลาปีศาจไม่ได้รักน้องนีเลย” นลินีว่า
รชานนท์ฟังด้วยความเจ็บปวด หันไปหงุดหงิดใส่วันรบ
“ไอ้รบ มาถึงแล้วก็โทรหาเขาสิ”
“ครับป๋า”
พชรบาๆ กับนลินี
“เมียจ๋าไปสะกิดแผลเก่าเจ้านนท์ทำไม มันเริ่มเหวี่ยงแล้วนะนั่น”
“นนท์ยังรักยัยไหน้ำปลาปีศาจนั่นจริงๆ เหรอเนี่ย”
นลินีมองอาการรชานนท์อย่างไม่สบายใจนัก

สักพักหนึ่งสมภพ ธงฉาน เดินห้อมล้อมต้อนรับติรกากับมัทรีอย่างเอาอกเอาใจ ธงฉานมองการแต่งตัวของมัทรีด้วยสายตาหื่น โดยมีพุทราเดินตามด้วยความรำคาญคู่อาหลาน
“น้องมัทวันนี้เซ็กซี่มากนะครับ” ธงฉานว่า
มัทรีมองอย่างรำคาญ พุทรารู้หน้าที่เอาตัวเข้าแทรกกลางตลอดเวลา
“ขอบคุณคุณสมภพมากนะคะ ที่ช่วยต้อนรับแขกของฉันเป็นอย่างดี” ติรกาบอก
“แขกคุณติรกาก็เหมือนแขกของผม ผมยินดีและเต็มใจครับ”
มัทรีแกล้งตั้งใจกระแอมเสียงดังขัดจังหวะสมภพ
“น้องมัทเป็นอะไร ไม่สบาย เป็นไข้ ปวดหัวตัวร้อนตรงไหน ให้พี่ธงฉานตรวจอุณหภูมิความร้อนให้ร่างกายหน่อยนะครับ” ธงฉานบอก
ธงฉานหลับหูหลับตายื่นมือออกไป หวังแตะหน้าผากมัทรี พุทราเป่านกหวีด ปรี๊ดถลาเอาหน้าเข้ามารับแทน ธงฉานชะงัก ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย”
“พุทราไม่สบายนิดหน่อยน่ะค่ะ ปวดหัวตัวร้อน”
“ผมส่งห้องดับจิตให้ไหมครับ วัดก็อยู่ไม่ไกลนะครับ” ธงฉานว่า
พุทราหมั่นไส้
“แรงนะไอ้อ้วน”
ทุกคนหันมามองที่พุทรา
“แอร์แร๊งแรงนะคะ คงใช้ยี่ห้อดีม๊ากมากน่ะค่ะ”
ธงฉานยังจะหันมาหามัทรี
“น้องมัทครับ พี่ฉาน..”
มัทรีฮัดเช้ยใส่เต็มหน้าธงฉานเต็มๆ
“ขอโทษค่ะ”
พนักงานรีสอร์ทกำลังใช้ผ้าเช็ดผนัง มัทรีทำเนียนตกใจคว้าผ้าจากพนักงานมาเช็ดที่หน้าธงฉานและขยี้ลงอย่างหนัก
“มัทไม่ได้ตั้งใจ มัทแพ้อากาศน่ะค่ะ มัทขอโทษนะคะ”
“ถ้ารู้สึกผิดจริงก็เอาผ้าขี้ริ้วออกจากหน้าพี่ธงฉานเถอะครับน้องมัท พี่ซึ้งแล้วว่าน้องมัทรู้สึกผิดจริงๆ”
มัทรีแอ๊บตกใจทันทีแล้วรีบคืนผ้าให้พนักงาน
“อุ๊ย มัทขอโทษนะคะ”
ติรกาจิกสายตาดุมัทรี แต่มัทรีไม่สนใจ
พุทรารับสายโทรศัพท์ก่อนหันมากระซิบบอกติรกา
“มากันแล้วค่ะ”
“จัดการตามนั้น”
พุทรารับคำ แล้วกดสายโทรหาใครบางคน

ภายในห้องพักของวันทนีย์ในรีสอร์ต กระถินนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงด้วยความตื่นเต้น วันทนีย์ยังคงนั่งปลื้มใจอยู่
“เพราะลูกกตัญญูอย่างตารบแท้ ๆ ทำให้เราได้มาพักผ่อนนอนสบายแบบนี้”
“กระถินยังไม่ได้โทรบอกพี่รบว่าเรามาราชบุรีเลยค่ะ”
กระถินนึกขึ้นได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาวันรบ แต่ยังไม่ทันได้โทร. เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น กระถินจึงละความสนใจจากมือถือ ลุกไปเปิดประตูห้อง เจอพนักงานยิ้มแย้มรออยู่
“มีแขกมารอคุณสองคนอยู่ที่ล็อบบี้ค่ะ”
วันทนีย์ แทรกเข้ามาถาม
“ชื่อวันรบรึเปล่า”
กระถินยิ้มระรื่น ตื่นเต้นที่จะได้เจอวันรบ

พวกวันรบนั่งอยู่ตรงล็อบบี้ที่ไม่ไกลจากบริเวณที่พวกมัทรีกำลังเดินมา ทั้งติรกา มัทรี พุทราเดินโดยมีสมภพกับธงฉานตามไม่ห่าง พุทราเห็นวันรบและรชานนท์ นั่งเก้าอี้ยาวด้วยกัน พชร นลินีนั่งที่โซฟาชุดใหญ่รออยู่แล้ว
พุทราพูดกับติรกา
“มากันแล้วค่ะ คุณติพร้อมไหมคะ”
ติรกามองวันรบด้วยสายตาร้ายกาจ
“พร้อม”
ติรกาหันไปบอกกับมัทรี
“แม่อยากหาอะไรดื่มสักหน่อย”
“เชิญทางนี้ครับ” สมภพเชื้อเชิญเดินนำทุกคนไปทางที่วันรบนั่งรออยู่ ซี่งเป็นหน้าโซนร้านอาหาร มัทรีเห็นวันรบนั่งอยู่ก็ดีใจจะเรียก
“วันรบ มาแล้วเหรอ” ติรกาพูดจาน้ำเสียงเป็นมิตร จนทุกคนคิดไม่ถึง
“แม่ เรียกรบมาเหรอคะ” มัทรีถาม
ติรกายิ้ม และนั่งลงที่เก้าอี้เดี่ยว
“ใช่ ...นั่งสิมัท”
ติรกาดึงมัทรีลงนั่งเบียดกับวันรบที่นั่งคู่กับรชานนท์อยู่แล้ว ทำให้มัทรีดูนั่งเบียดกับวันรบมาก ๆ
พชรกระซิบกับนลินี
“สงสัยผีจะเข้า พูดกับไอ้รบดีเชียว”
วันรบกับรชานนท์มองติรกาอย่างระแวง
“แม่นัดรบมาที่นี่ทำไมคะ”
“พี่รบขา....”
กระถินวิ่งถลาเข้ามากลางวงก็ชะงักที่เห็นมัทรีนั่งเบียดอยู่กับวันรบ กระถินพยายามจะดึงมัทรีให้ลุกออกไป
“เธอเป็นใครมานั่งเบียดแฟนฉันทำไม”
รชานนท์ พชรและนลินี อึ้งไปตามๆกัน พชรพูดพลางชี้ไปหาคู่กรณีทีละคน
“อ้าวเฮ้ย เธอกับเขาและเราสามคน...คงต้องมีใครเป็นฝ่ายซวยละสิ”
วันรบจับมัทรีไว้ไม่ให้ลุกไป
“กระถิน อย่าเสียมารยามกับแฟนพี่”
กระถินหน้าเบ้หันไปฟ้องวันทนีย์ทันที
“คุณแม่ขา..”
วันทนีย์ปรี่เข้ามาทันที
“ตารบ”
“แม่! แม่มาที่นี่ได้ยังไง”
วันทนีย์มองมัทรีที่แต่งตัวไม่สุภาพ
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่งตัวอย่างกับพวกผู้หญิงราคาถูก”
“นี่มัทรี แฟนผมครับ”
มัทรีจะยกมือไหว้แต่..
“งั้นเธอควรจะรู้จักผู้หญิงคนนี้เอาไว้”
วันทนีย์ดึงกระถินเข้ามา
“๒กระถิน คู่หมั้นของวันรบ” วันทนีย์น้ำเสียงจริงจัง
พชร นลินี ตกใจอย่างนึกไม่ถึงและพูดขึ้นพร้อมกัน
“คู่หมั้น “
รชานนท์โกรธแทนมัทรีทันที
“หมายความว่ายังไงไอ้รบ”
ติรกาได้โอกาสเข้ามารุมยำวันรบทันที
“ก็หมายความว่าน้องชายสายพันธุ์ชั่วของคุณ แอบคบผู้หญิงสองคนพร้อมกันมาตลอดน่ะสิ”
“ไม่ใช่นะครับ” วันรบบอก
“ใช่ค่ะ คุณแม่พี่รบอยากได้กระถินเป็นสะใภ้ กระถินยอมค่ะ” กระถินเสียงอ่อนระทดระทวยที่คำขวัญประจำตัว
“ถ้างั้นน้องมัทของผมก็ต้องเป็นหม้ายขันหมากสิครับ” ธงฉานแทรกเข้ามาอย่างได้ที
ธงฉานยิ้มระรื่น อย่างดีใจ ทุกคนหันขวับมองธงฉานเป็นตาเดียว ธงฉานชะงัก ค่อย ๆ หุบยิ้ม มัทรีทนเห็นกระถินกอดวันรบไม่ได้ จึงเดินหนีไป
“มัทครับ เดี๋ยวก่อน”
วันรบดันตัวกระถินออกแล้วรีบตามมัทรีไปทันที พชรกับนลินีหันมองกันไม่รู้จะช่วยยังไง ติรกาหันไปสบตาพุทราแล้วยิ้มกริ่ม รชานนท์นิ่งมองติรกา

อีกมุมหนึ่งของล็อบบี้ ติรกาแอบมาชื่นชมพุทราด้วยความดีใจ
“ทำงานดีมาก คราวนี้ยายมัทกับไอ้วันรบต้องเลิกกันแน่”
“คุณติดีใจก็ดีค่ะ แต่อีกคนคงไม่ดีด้วย”
พุทรายิ้มเจื่อนเมื่อเห็นรชานนท์ยืนถมึงทึงอยู่ข้างหลังติรกา ติรกาหันกลับไป ตกใจแต่ยังคงปั้นหน้านิ่ง ไม่ให้รชานนท์จับพิรุธได้ นกรู้อย่างพุทรารีบเดินเลี่ยงไปก่อนงานเข้า
“คุณเป็นคนวางแผนให้ไอ้รบกับแม่มาที่นี่”
“ธุระอะไรของคุณ”
“สิทธิ์ในความเป็นพ่อ”
ติรกาอึ้ง ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนโวยวายไม่ยอมรับ และรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เลิกเพ้อเจ้อคิดอะไรไปเองสักที ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เมื่อไหร่ลูกฉันจะตาสว่างจากผู้ชายชั่ว ๆ อย่างพวกคุณ”
“แต่คุณทำเกินไปนะกระแต”
“ติรกา... กรุณาเรียกฉันอย่างเป็นทางการ คนเป็นแม่อย่างฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกหนักกว่านี้ฉันก็ทำได้”
ติรกาเดินสะบัดหนีรชานนท์ออกไป รชานนท์มองตามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

วันรบตามมาเจอมัทรีนั่งอยู่มุมหนึ่ง วัยรบรีบคว้าแขนมัทรีไว้
“ฟังผมอธิบายก่อนสิมัท”
“ปล่อยค่ะ มัทไม่อยากฟัง”
“ผมเคยเล่าให้มัทฟังแล้ว เรื่องที่แม่อยากให้ผมแต่งงานกับกระถิน แต่ผมเห็นกระถินเป็นน้องสาวคนนึงเท่านั้น”
“มัทไม่ได้สนใจเรื่องนี้”
“อ้าว แล้วมัทโกรธผมเรื่องอะไร”
“รบเคยบอกว่ากระถินเป็นเด็กอ้วน เตี้ย ตัวดำ ผมหยิกกรัง ไม่สวย ไม่เหมือนกับกระถินสาวสะพรั่งคนที่มัทเห็นวันนี้”
“ผมไม่ได้โกหกนะมัท เมื่อก่อนกระถินตัวอ้วนขนาดนี้”
วันรบทำมือเป็นทรงหน้าอกขนาดใหญ่ มัทรีมองตามด้วยสายตาเคือง วันรบเห็นว่าตัวเองทำขนาดมือผิด รีบขยายมือให้กว้างออกและยิ้มแหย
“เอ่อ อ้วนขนาดนี้ต่างหาก แหะ ๆ อ้วนจนต้องใส่เสื้อตัวใหญ่กับกางเกงเตะบอลจนโดนเด็กผู้ชายในหมู่บ้านแซวทุกวัน ผมก็ไม่รู้ว่ากระถินอ้วนดำคนนั้น กลายเป็นกระถินอวบอึ๋มคนนี้ได้ยังไง”
“เด็กสาวก็สวยตามวัยมั้งคะ”
มัทรีเมินหน้าหนีเพราะยังงอนอยู่ วันรบเข้าไปอ้อนเอาใจ ใช้นิ้วโป้งคลึงหว่างคิ้วให้มัทรี
“อย่างอนเลยนะครับมัท เดี๋ยวคุณกาก็พากันมาเปิดเฟสบ้านใหม่บนหน้าคุณหรอก”
“ว่าแต่..ทำไมแม่ของรบกับกระถินถึงมาที่นี่ได้ล่ะคะ”
“นั่นสิ มาชุมนุมกันพร้อมหน้าจนผมก็มึนเหมือนกัน”
“แม่เรียกรบมา แล้วคุณแม่ของรบก็มา มัทว่ามันชักจะยังไงแล้วนะคะ” มัทรีเริ่มกังวล
“ไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่มีคุณ ผมจะต้องผ่านมันไปได้แน่นอน”
มัทรีจับมือวันรบยกขึ้นมาประสานกันไว้
“ไม่ใช่แค่คุณนะคะ แต่เป็น “เรา”ที่จะผ่านมันไปด้วยกัน”
วันรบกุมมือมัทรีจูบที่มือมัทรีเบาๆ
“ผมสัญญา...ว่าผมจะรักมัทรีคนนี้ไปชั่วชีวิต You are my just one ครับที่รัก”
มัทรียิ้ม สบตาวันรบ
“Just one for us ค่ะ”
ทั้งวันรบกับมัทรียิ้มเข้าใจซึ่งกันและกัน

หลังจากที่ทำความเข้าใจกันแล้ว วันรบกับมัทรีเดินจูงมือกันกลับเข้ามายังรีสอร์ต วันทนีย์กับกระถินตามหาวันรบไปจนทั่ว และที่สุดก็เดินตามมาจนเจอทั้งคู่
วันทีย์เห็นมือที่มัทรีกุมวันรบอยู่ก็รับปัดออก
“ตารบทำไมอยู่ ๆ วิ่งหนีแม่ออกมาอย่างนี้ ปล่อยๆ”
ติรกากับพุทราเข้ามาพอดี ติรกาชักสีหน้าขึ้นทันที
“แม่ไอ้รบนี่ชักจะระรานยัยมัทมากไปแล้ว”
พุทราเห็นอาการติรกาแล้วชักใจไม่ดี
“เย็นไว้ค่ะคุณติ เดี๋ยวเสียแผนนะคะ”

วันรบเข้าขวางวันทนีย์ไม่ให้ยุ่งกับมัทรี
“แม่ครับ มัทรีเป็นแฟนผมนะครับ”
“ผู้หญิงง่าย ๆ แบบนี้แกไปคว้ามาได้ยังไง”
“แม่!”
“แอบมาคุยกับผู้ชายสองต่อสอง ไม่เป็นกุลสตรี”
ติรกาสุดทนก้าวเข้าไปฉะกับวันทนีย์ทันที
“แล้วลูกชายชั่วที่วางยาปล้ำลูกสาวฉัน มันเป็นสุภาพบุรุษมากนักเหรอ ฉันไม่เอาไอ้วันรบเข้าตะราง ก็บุญแค่ไหนแล้ว”
“ไม่จริง ลูกชายฉันไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น”
“อ้างว่าพี่รบทำ ที่จริงเป็นแผนผู้หญิงจะจับผู้ชายหรือเปล่าคะ” กระถินพูดแทรกขึ้น
“อย่ามาว่าลูกสาวฉันนะ”
วันทนีย์พูดแทรกทันที
“ทำไมจะว่าไม่ได้ ขนาดยอมให้ผู้ชายจับมือถือแขนง่าย ๆ เรื่องอื่นก็คง”
“คงอะไร พูดให้มันดีๆ นะ”
“พอเถอะครับคุณแม่ทั้งสอง อย่าทะเลาะกันเลยครับ”
วันรบรีบเข้ามาห้ามก่อนจะเกิดเรื่อง ติรกากับวันทนีย์หันไปตวาดใส่วันรบ
“ฉันไม่ใช่แม่แก” ติรกาว่า
“แกห้ามเรียกยัยคนนี้ว่าแม่”
“ไม่เรียกแม่ไม่ได้ครับ เพราะผมจะแต่งงานกับมัทรี ในเมื่อคุณแม่สองคนเจอกันแล้ว”
วันรบหันไปพูดกับวันทนีย์
“ผมขอเบิกมรดกล่วงหน้าเป็นค่าสินสอดให้มัทรีด้วยครับ”
“ถ้าพี่รบแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ แล้วกระถินจะทำยังไง”
กระถินพูดแล้วปล่อยโฮ วันทนีย์เข้ากอดปลอบกระถินทันที
“โอ๋ ๆ ไม่ต้องกลัวลูก แม่ไม่มีวันรับคนอื่นเป็นสะใภ้ นอกจากกระถินคนเดียว”
มัทรีอึ้งรู้ว่าวันทนีย์ไม่ชอบตนเอง วันรบสบตาเป็นห่วงไปยังมัทรี

สมภพ ธงฉาน แอบดูเหตุการณ์อยู่มุมหนึ่ง เริ่มเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
“คุณนายติรกาวางแผนเล่นงานไอ้วันรบ” ธงฉานว่า
“ดี ... ปล่อยให้คนพวกนี้ตีกันไป เราแค่อยู่นิ่ง ๆ รอโอกาสเรียกคะแนนจากติรกาก็พอ”
“เรื่องความคิดชั่วนี่ต้องยกนิ้วให้อาจริงๆ”
ธงฉานหันไปชูนิ้วโป้งให้สมภพ สมภพจ้องเขม็งทำหน้าดุใส่ธงฉาน

ติรกาหันไปคว้าข้อมือมัทรี จะดึงออกไป
“ได้ยินแล้วใช่มั้ยว่าแม่ผู้ชายเค้าไม่ต้อนรับ ทีนี้แกก็เลิกยุ่งกับคนที่มีเจ้าของสักที”
“ใครเป็นคนพาแม่มาที่นี่ครับ”
“ก็พี่รบได้รางวัล และให้คนไปรับกระถินกับคุณแม่มาพักรีสอร์ทนี้นี่คะ” กระถินบอก
“รางวัลอะไร”
พุทรามีทำท่าสะดุ้ง กลัวถูกจับได้ มัทรีเห็นใบหน้าพุทราก็รู้ได้ในทันที
“แม่หลอกแม่ของรบมาที่นี่ เพราะอยากให้หนูเลิกกับรบใช่มั้ยคะ” มัทรีถามตริกา
“ทั้งหมดเป็นแผนของยายคุณนายจิตแตกนี่เหรอ” วันทนีย์ถาม
“ว่าใครจิตแตก ฉันก็แค่ไม่อยากให้ลูกฉันไปเกลือกกลั้วกับผู้ชายชั่วๆ”
“หนอย... คำก็ชั่ว สองคำก็ชั่ว ดูสารรูปลูกสาวตัวเองสิ ดูวิเศษนักรึไง”
“พอเถอะครับแม่”
วันรบหันไปพูดกับติรกา
“เรื่องหมั้นหมายกระถิน เป็นความต้องการของแม่ผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับผม”
กระถินร้องอ้อนวันทนีย์
“คุณแม่”
“ตารบ”
“ฉันไม่สนว่าเป็นความต้องการของใคร ถ้าแกหาเงินค่าสินสอดสิบล้านมาให้ฉันภายในสิบวันไม่ได้ ก็จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างแกกับมัทรี”
ติรกาคว้าแขนมัทรีเดินหนีไป พุทรารีบวิ่งตาม วันรบมองตามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

วันรบนั่งอยู่ที่ล็อบบี้ปรึกษารชานนท์ พชร นลินีด้วยความเครียด
“เบิกมรดกแม่มาก่อนก็ไม่ได้ เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ผมคงหาสินสอดครบสิบล้านไม่ทัน”
“งั้นก็กลับบ้านพัก ไปตั้งหลักก่อน” พชรบอก
“กลับไม่ได้” รชานนท์พูดขึ้น
รชานนท์พูดเร็วกว่าวันรบ ทั้งวันรบ พชร นลินี มองหน้ารชานนท์อย่างงงๆ
“อะไรของป๋า เมื่อเช้าเร่งให้กลับยิก ๆ ตอนนี้อยากให้อยู่อีกแล้ววัยรุ่นมึนนะเนี่ย”
“อาการวัยทองของคนหมดใจรึเปล่าวะ” พชรพูดติดตลก
“ปล่อยให้แม่เจ้ารบกับหนูมัทอยู่ในถิ่นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อย่างนายสมภพกับธงฉานตามลำพัง มันอันตรายเกินไป” รชานนท์ว่า
นลินีรู้ทัน
“ที่พูดเนี่ย รวมถึงน้องกระแตแต้แว๊ดนั่นด้วยรึเปล่า”
“ตกลงป๋าจะอยู่เป็นเพื่อนน้องเลิฟใช่มั้ย”
รชานนท์หันมองวันรบหน้านิ่ง วันรบยิ้มรอคำตอบ จู่ๆ รชานนท์ก็กระชากคอวันรบมาถาม ท่ามกลางความตกใจของพชร นลินี
“เด็กกระถินเป็นคู่หมั้นแกรึเปล่า”
“อ้าวป๋า เปลี่ยนโหมดซะงั้น”
รชานนท์พูดเสียงแรงขึ้น
“ตอบฉันเดี๋ยวนี้”
“กระถินเป็นเด็กที่พ่อแม่ส่งมาทำงานใช้หนี้ที่บ้าน แม่ผมเอ็นดู ก็เลยอยากได้เป็นสะใภ้ แต่ผมเห็นกระถินเหมือนน้องสาวเท่านั้นป๋าจะปล่อยได้รึยัง ผมจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”
“จำไว้นะ ถ้าวันไหนแกทำให้มัทรีเสียใจ ฉันเล่นงานแกแน่”

รชานนท์ผลักวันรบออก แล้วลุกเดินหนีไปดื้อๆ ทั้งสามมองตาม แปลกใจกับท่าทีของรชานนท์
ในสวนสวยของรีสอร์ต รชานนท์เดินมาด้วยหน้าตาว้าวุ่นใจมาก รชานนท์นึกถึงคำพูดของติรกา

“คืนนั้น...มันเป็นความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน”
“แสดงว่าคืนนั้นคุณท้องกับผมจริงๆ”
“ไม่ใช่ ยายมัทไม่ใช่ลูกของคุณ”
รชานนท์ยังคงสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่ติรกาทำ
“กระแต... ทำไมคุณไม่ยอมรับความจริงกับผม ทำไม”
รชานนท์ถอนหายใจ

ภายในห้องพักของติรกาในรีสอร์ต ติรกากำลังเคาะประตูห้องน้ำ เรียกให้มัทรีเปิดประตู
“ยายมัท ออกมาคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง”
“แม่หลอกแม่รบมาถึงที่นี่ มัทก็ไม่รู้จะขอโทษรบยังไง เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วค่ะ”
“ฉันอยากให้แกตาสว่างสักที ไม่เห็นเหรอว่ามันมีคู่หมั้นแล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะยายมัท แม่บอกให้เปิดประตู!”
มัทรีเงียบไม่ตอบ ไม่เปิดประตู ติรกาหงุดหงิดที่ลูกไม่ได้ดั่งใจ พุทรารีบเข้าห้องมา กำลังจะบอก แต่ติรกาขัดขึ้น
“ออกไปคุยข้างนอก”
พุทราพยักหน้ารับรู้ แล้วตามติรกาออกไป มัทรีแง้มประตู ออกมาจากห้องน้ำ เมื่อแน่ใจว่าติรกาออกไปจากห้องแล้ว

พุทรารายงานติรกาที่ยังหน้าเคร่งเครียด อารมณ์เสียกับมัทรี
“คุณสมภพฝากเตือนคุณติรกาว่าอย่าลืมนัดดินเนอร์ค่ำนี้ค่ะ”
ติรกาพยักหน้ารับแบบขอไปที
“ฉันจำได้”
“นัดเดทสองต่อสองนะคะ”
ติรกามีท่าทางอึดอัด ไม่อยากไป อย่างเห็นได้ชัด พุทรารู้ใจเจ้านายจึงบอกว่า
“เดี๋ยวพุทราแคนเซิ่ลด่วนให้ค่ะ”
“ไม่ต้อง”
“อ้าว ก็คุณติรกาไม่อยากไปนี่คะ”
“คุณสมภพอยากคุยเรื่องผลักดันโอ่งแม่เตือนไปจัดแสดงในงานโอท็อปแห่งชาติ ฉันต้องพึ่งเขาเพราะเหตุผลทางธุรกิจ”
“แต่เค้าจะเอาธุรกิจมาบังหน้าหวังจะเคลมคุณน่ะสิคะ”
ติรกาถอนใจปลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฉันจะระวังตัวแล้วกัน”
ติรกานึกขึ้นได้
“ครอบครัวไอ้วันรบกลับสุพรรณรึยัง”
“ยังค่ะ เค้าแจ้งพนักงานไว้ว่าจะอยู่พักที่นี่ไปเรื่อย ๆ ให้คุณติรการับผิดชอบค่าใช้จ่ายและค่าเสียเวลาทั้งหมดค่ะ”
“หนอย... เจ้าเล่ห์เหมือนไอ้ตัวลูกไม่มีผิด”
“เราไปทำเค้าก่อน เค้าเอาคืนแบบนี้ก็สมควรแล้วนะคะ”
ติรกาจ้องพุทราเขม็ง พุทรายิ้มแหย เพิ่งรู้ตัวว่าออกความเห็นมากไป
“แต่มาคิดดูอีกที ให้สองคนนั้นอยู่ตำตาตำใจยายมัทต่อไปก็ดี เผื่อลูกฉันจะคิดได้”
ติรกายิ้มกริ่ม เจ้าเล่ห์อีกแล้ว

วันทนีย์ กับกระถิน กำลังเดินตามหาวันรบในรีสอร์ทก่อนหยุดคุยกันอย่างหงุดหงิด
“หาจนทั่วไม่เห็นเงาตารบเลย”
“หรือว่าพี่รบจะถูกยัยคุณมัทล่อลวงไปปู้ยี่ปู้ยำ”
กระถินทำตาแดงๆ จะร้องไห้อีก วันทนีย์ยิ่งไม่สบอารมณ์
“ผู้หญิงไม่มียางอาย เราต้องหาทางทำให้ตารบกับยายมัทรีเลิกกันสักที”
กระถินเสนอความคิดอย่างรวดเร็ว
“จับพี่รบปล้ำมั่งเลยค่ะ”
วันทนีย์มองกระถินอย่างไม่อยากเชื่อหู กระถินรีบแก้ตัว สร้างภาพนางเอกดราม่าทันที
“เอ่อ หนามยอกก็เอาหนามบ่งไงคะ ยายคุณมัทปล้ำพี่รบได้ กระถินก็ต้องทำเพื่อดึงใจพี่รบกลับมา ทั้ง ๆ ที่กระถินไม่อยากท้ำไม่อยากทำ เพราะไม่อยากให้ยายคุณมัทดูถูก”
“แม่อนุญาตให้กระถินปล้ำตารบเอง ใครจะคิดยังไงก็ช่างมัน”
กระถินกรี๊ดอย่างลืมตัวแล้วก็ชะงักแสแสร้งแกล้งสลดลง
“จะดีเหรอคะคุณแม่”
“แม่ไม่ยอมดองกับนังติรกาแน่ ตำแหน่งสะใภ้กำนันแหนบทองต้องเป็นของกระถินคนเดียว”
“ถ้าคุณแม่เรียกร้อง กระถินก็ยอมค่ะ”
กระถินแอบยิ้มอย่างดีใจ บังเอิญธงฉาน สมภพ ได้ยินที่วันทนีย์กับกระถินคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่งพอดี
“สองคนนี้จะช่วยทำให้งานเราง่ายขึ้น แกต้องรีบหาวิธีรวบรัดมัทรีตอนที่มีโอกาส”
สมภพ ธงฉานสบตากันด้วยเล่ห์ยิ้มร้าย

ภายในห้องพักวันรบกับรชานนท์ที่รีสอร์ตช่วงเวลากลางคืน วันรบเปิดผ้าม่านหน้าต่างห้องพัก และมองเหม่อออกไปอย่างหงุดหงิด
"ไม่น่าได้ห้องพักแฝดติดกับห้องไอ้ธงฉานเลย"
"เหลือห้องสวีทห้องเดียวก็ให้พี่ระกับพี่นีไปเถอะ ยังดีที่อาหลานคู่นั้นไม่แกล้งบอกเราว่าห้องพักเต็มหมด" รชานนท์บอก
"เค้าคงไม่กล้าออกตัวแรงกับเราต่อหน้าว่าที่แม่ยายผมหรอก"
"กระแตนั่นแหละจะคอยให้ท้าย เพราะไม่อยากให้ใครอยู่ขวางหูขวางตาแฟนใหม่"
วันรบสังเกตท่าทางรชานนท์แล้วจึงแกล้งสำทับ
"คนรักกันชอบกัน เค้าก็อยากอยู่ด้วยกันเป็นธรรมดา"
"อายุปูนนี้แล้ว ไม่รู้จักอายลูก"
"ป๋าหึงเหรอ"
รชานนท์หลุดแล้วคิดได้
"ก็หึงสิวะ เฮ้ย ! ไม่ได้หึงโว้ย"
"งั้นก็หวง"
"เออ หวง เอ๊ย ไม่ๆๆ ฉันแค่ห่วงมัทรี"
"แฟนผม ผมห่วงเองได้ ทำไมป๋าต้องมาช่วยห่วง"
วันรบจ้องรชานนท์อย่างจับผิด รชานนท์อึกอักแล้วทำเนียนจับไหล่ของวันรบ
“รบเป็นน้อง ถ้าพี่ไม่ห่วงน้องแล้วจะให้พี่ห่วง..หมา ที่ไหนล่ะน้อง หรือแกคิดว่าฉันจะตีท้ายครัวแก”
“เปลี่ยนสัญชาติผมจากคนลงคลานสี่เท้าเลยนะป๋า..ผมไม่ได้คิดว่าป๋าจะตีท้ายครัวผมหรอก แต่ท่าทางป๋าแปลกๆ แบบที่ผมหาคำตอบเองไม่ได้ว่าทำไมป๋าถึงห่วงมัทมากราวกับญาติผู้ใหญ่หวงลูกหวงหลานน่ะ”
รชานนท์อึกอักแล้วรีบแถ
“ฉัน..รู้นิสัยกระแตดีน่ะสิ ว่าถ้าแกไม่ให้เกียรติลูกเขา ต่อให้แกหาสินสอดมาได้ กระแตก็จะไม่มีวันยกมัทรีให้แกแน่นอน ดังนั้นแกไม่ควรทำให้กระแตเกลียดหน้าแกไปมากกว่านี้ เพราะแค่เรื่องแม่แกไม่ยอมรับมัทรีแกก็แย่แล้ว”
วันรบมองนาฬิกาแล้วว่า
“จริงด้วย...ยังพอมีเวลา”
วันรบทำท่าจะลุกไป
“จะไปไหนวะ”
วันรบยิ้มแล้วบอก
“จัดมีตติ้งกระชับสัมพันธ์คนรักกับแม่บังเกิดเกล้าสิครับ”
วันรบพูดจบก็ออกไปทันที รชานนท์คิดถึงคำพูดของนลินีขึ้นมา
“พอผัวตายแทนที่จะคิดกลับมาหาเจ้านนท์ กลับหาแฟนใหม่ซะงั้น แค่นี้ก็รู้แล้วว่ายัยไหน้ำปลาปีศาจไม่ได้รักน้องนีเลย"
รชานนท์คิดแล้วก็เดินออกไปจากห้องไป

ภายในห้องพักของมัทรีในรีสอร์ตในช่วงเวลาเดียวกัน พุทราพยายามเกลี้ยกล่อมมัทรีที่กำลังแต่งตัวเตรียมจะออกจากห้อง
"คุณมัทอย่าไปเลยนะคะ ถ้าคุณติรการู้พุทราหัวหลุดจากบ่าแน่"
มัทรีไม่สนใจ
"พี่พุทราเป็นกระสือเหรอคะ"
"ก็ดีค่ะ พุทราจะได้ถอดหัวกับไส้หนีคุณติรกาเวลาโดนเหวี่ยง เย่ย...ไม่ใช่กระสือค่ะ แต่เป็นผีหัวขาดแน่ ถ้าเจ้านายรู้ว่าพุทราปล่อยให้ลูกสาวสุดหวง ไปทานข้าวกับหนุ่มที่แม่ไม่โปรด"
"มัทไม่ได้ไปกันสองคน ถ้าพี่พุทราไม่บอกแม่ก็ไม่รู้"
"แต่...”
มัทรีดึงแบงก์พันใบหนึ่งออกมาหมุน ๆ ตรงหน้าพุทรา พุทราชะงักกึกนิ่งงันเหมือนโดนสะกดจิต
"จงเงียบ... จงเงียบ... จงเงียบ" มัทรีพูดช้าๆ
พุทรารีบรับเงินมาเก็บอย่างเร็ว
"คุณมัทเนี่ย ชอบทำให้พี่ลำบากใจอยู่เรื่อย เฮ้อ...”
มัทรียิ้มกริ่มดีใจที่ปิดปากพุทราได้

ภายในห้องอาหารของรีสอร์ต วันทนีย์วางแผนอยู่กับกระถิน
"ได้จังหวะอยู่กันสองต่อสองเมื่อไหร่ รีบจัดการทันที"
"กระถินยอมค่ะ" กระถินพูดเสียงหวาน
วันรบ มัทรี พชร นลินี กำลังเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ ทุกคนยกเว้นวันรบยกมือไหว้วันทนีย์อย่างนอบน้อม วันทนีย์รับไหว้แค่พชร นลินี ก่อนเมินสายตาไปถามวันรบ โปร่งใสใส่มัทรีเหมือนไม่มีตัวตน
"มากันแค่สามคนเหรอ แล้วอีกคนล่ะ" วัทนีย์ถามขึ้น
"ออกไปเดินเล่นครับ ปล่อยป๋าไปเถอะ"
"สามขาไม่ครบคน สี่คนก็ครบขาแล้วไงครับคุณแม่ วงนี้ผมเป็นเจ้ามือเอง" พชรพูดอย่างอารมณ์ดี
"มา ๆ แจกรอบวง" วันทนีย์บอก
"ไม่ใช่วงไพ่คร้าบ" วันรบว่า
"อุ๊ยลืมตัว ปกติขูดเลขเป็นงานหลัก พักคำนวณเลขเป็นงานอดิเรกจ๊ะ”
"รบเป็นคนอารมณ์ดีเหมือนคุณแม่นี่เอง" นลินีว่า
"แม่หนูนีก็ยังสวยยังสาว ไม่เหมือนคนมีลูกแล้วสักนิด อย่างนี้มีอีกสักโหลก็ยังไหว"
"โอย... มีลูกเป็นโหล ก็กินแกลบแทนข้าวสิครับ" พชรบอก
"ผัวเมียอารมณ์ดี ชีวิตคู่ก็อยู่รอด มองพี่สองคนเค้าเป็นตัวอย่างนะกระถิน แต่งงานกับตารบเมื่อไหร่จะได้ไม่มีปัญหา"
มัทรีอึ้ง รู้สึกถึงการไม่ยอมรับจากวันทนีย์ วันรบเห็นสีหน้าของมัทรี จึงหันไปปรามวันทนีย์
"แม่ครับ"
วันทนีย์ลอยหน้าไม่สนใจหันไปคุยจุ๊กจิ๊กกับกระถินกันสองคน พชรกับนลินีสบตาให้รู้กันว่า บรรยากาศไม่ค่อยแจ่มใสนักสำหรับอาหารมื้อนี้
"อากาศอึมครึมวันละสามฤดูเลยเนอะ ผมว่าเราสั่งอาหารเลยดีกว่า" พชรว่า
"จัดมาด่วนเลยค่ะสามี"
วันรบแอบจับมือมัทรีใต้โต๊ะอย่างให้กำลังใจ มัทรีหันไปสบตาวันรบรู้สึกดีที่ได้กำลังใจจากคนรัก

พนักงานรีสอร์ตเดินนำรชานนท์เข้ามาที่หน้าห้องพักติรกา
“คุณติรกาพักห้องนี้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
พนักงานเดินออกไปแล้ว รชานนท์ยืนมองประตูห้องติรกาอย่างลังเล

ในเวลาเดียวกันกับที่รชานนท์ยืนอยู่หน้าห้องพักของติรกา ทว่าติรกากลับนั่งอยู่ตรงโต๊ะอาหารใต้แสงเทียนตามคำเชื้อเชิญของสมภพ ห้องอาหารส่วนตัวที่จัดไว้สุดหรู โรแมนติก ใกล้ริมสระน้ำของรีสอร์ต สมภพเลื่อนเก้าอี้ให้ติรกาอย่างสุภาพบุรุษ ติรกานั่งลงและแปลกใจกับดินเนอร์มื้อพิเศษนี้
"แค่ทานอาหารและคุยงานธรรมดา ไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองจัดสวยหรูขนาดนี้"
"สำหรับคุณติรกา ไม่มีคำว่าธรรมดาครับ"
สมภพโบกมือเรียกพนักงาน พนักงานนำแชมเปญเข้ามาเสิร์ฟให้สมภพและติรกา
"ผมอยากให้ดินเนอร์มื้อนี้ เป็นมื้อพิเศษสุดสำหรับเราสองคน เลยสั่งปิดโซนนี้ชั่วคราวสำหรับคุณกับผมเท่านั้น"
ติรกายิ้มรับตามมารยาท แต่เริ่มรู้สึกอึดอัดกับสายตาหวาน และคำพูดเจาะจงของสมภพที่ว่า ติรกาเป็นคนพิเศษ ที่ไม่ใช่แค่เพื่อนคุยทางธุรกิจ เด็กเสิร์ฟเอาอาหารหรู หลากเมนูเข้ามาเสิร์ฟ ติรกาเริ่มเกรงใจ
"เยอะขนาดนี้ ทานสองคนจะหมดเหรอคะ"
"อาหารไม่สำคัญเท่ากับผมได้อยู่คุณติรกาตามลำพัง"
ติรกาแสร้งเปลี่ยนเรื่องทันที
“ เรื่องงานจัดแสดงโอ่งแม่เตือน"
สมภพ ตักอาหารใส่จานให้ติรกา
"ผมไม่ค่อยคุยงานเวลาหิว ทานเยอะๆ ผมเตรียมเมนูโปรดไว้ให้คุณติรกาโดยเฉพาะ"
"ขอบคุณค่ะ"
ติรกาพยายามสงวนท่าที พอสมภพหันไปคุยกับเด็กเสิร์ฟ จึงแอบเอามือถือมาส่งข้อความหาพุทราทันที

สัญญาณเตือนดังขึ้นที่มือถือของพุทรา พุทราเปิดอ่านข้อความ หน้าถอดสีด้วยความตกใจมาก
“911 รหัสฉุกเฉิน ! คุณติรกากำลังต้องการความช่วยเหลือ คุณมัท...คุณมัทอยู่ที่ไหน"
พุทราผลุนผลันเปิดประตูออกไปจนเกือบชนกับรชานนท์ที่ยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้อง ต่างคนต่างชะงักงันด้วยความตกใจ
"คุณมาทำอะไรแถวนี้"
"แล้วเธอเป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับผีหลอก"
"เจ้านายฉันกำลังจะโดนหลอกน่ะสิคะ"
"ใครหลอกกระแต”
รชานนท์ถามด้วยความเป็นห่วง พุทราอึกอัก ลังเลใจที่จะบอกกับรชานนท์

รชานนท์กับพุทราเดินมาที่ริมสระน้ำ และซุ่มหลบอยู่มุมหนึ่งเพื่อดูสถานการณ์ รชานนท์เห็นติรกานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับสมภพ สีหน้าติรกาดูอึดอัด สมภพยกชูแก้วไวน์ขึ้น
“ดื่มสักหน่อยสิครับ”
“ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างคุยงาน”
“ผมว่าถ้าคุณติดื่มสักนิด มันจะทำให้งานของเราลื่นขึ้นนะครับ”
“แต่ฉัน...”
“ผมไปคุยกับทางจังหวัดเรื่องโอ่งแม่เตือนมาแล้ว ถ้ามีผมรับรองทางจังหวัดก็ยินดีผลักดันให้โอ่งแม่เตือนก้าวสู่ระดับอินเตอร์..ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับ”
ติรการู้สึกหนักใจ มือจับที่แก้วไวน์ทรงสูงอย่างเสียไม่ได้
“โว้วๆ ๆ ดูดีจังนะครับ”
เสียงรชานนท์ดังเข้ามา พร้อมๆกับลากเก้าอี้ลงนั่งที่โต๊ะเดียวกับติรกาและสมภพหน้าตาเฉย
“ดินเนอร์ริมสระน้ำ ผมชอบจริงๆ”
รชานนท์จับส้อมติรกาจ้วงกินอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย
“รสชาติใช้ได้นะครับ กำลังหิวเลย”
นอกจากกินอาหารมื้อที่ไม่ได้รับเชิญแล้ว รชานน์ยัง ดึงไวน์มาจากมือติรกามากลั้วก่อนดื่ม
“ไวน์อะไรครับเนี่ย อืม..หอมดีนะครับ ผมชอบ”
รชานนท์ซดจนหมดแก้วแล้วหยิบขวดไวน์ข้างๆมาเทดื่มต่ออย่างมันส์มือ
“นี่ๆๆคุณ นี่เป็นโต๊ะส่วนตัวของผมกับคุณติรกา เชิญคุณออกไปด้านนอกเลย” สมภพว่า
รชานนท์ชี้ไปหาสมภพ
“ผมเป็นแขกแล้วคุณเป็นใคร”
“เจ้าของรีสอร์ต”
“นั่นไง เป็นเจ้าของมันต้องดูแลต้อนรับแขกสิครับ ถ้าแขกอยากทานอาหาร”
“วันนี้ บริเวณนี้เราปิดไม่รับแขก เชิญออกไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
“ไม่รับแขก..ทานอะไรไม่ได้งั้นสิ”
“ใช่ เชิญลุกออกไปเลย”
“ผมมาเป็นเพื่อนคุณติเขา”
“ฉันไม่รู้จักคุณ อย่ามาทำสนิท” ติรกาบอก
รชานนท์มองไปสมภพก่อนพูดกับติรกาต่อ
“คุณอยากอยู่กับ..งั้นเหรอ”
ติรกาไม่ยอมเสียฟอร์ม
“มันเรื่องของฉัน”
รชานนท์หน้าตึงที่ติรกาเข้าข้างสมภพ สมภพยิ้มเยาะ
“ได้ยินแล้วใช่ไหมครับ ถ้าคุณอยากทานอาหารผมจะสั่งเด็กให้จัดไปให้ที่ห้อง”
“ทานที่นี่ไม่ได้” รชานนท์ถาม
“ครับ”
รชานนท์ลุกขึ้นหน้ามึนๆใส่แล้วเดินไป สมภพหันมายิ้มให้ติรกา สมภพดีดนิ้ว พนักงานเอาแก้วใบใหม่มาเทไวน์ให้ติรกาอีก
“แด่อนาคตของเราครับ”
ติรกาไม่อยากดื่มแต่จำใจต้องยกแก้วไวน์ขึ้นจะชน
ตูม!
ติรกากับสมภพหันตามเสียง เห็นรชานนท์ลงไปอยู่ในสระทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าอยู่
สมภพโมโห
“นี่!คุณลงไปทำไมวะ”
“ ก็ผมอยากเล่นน้ำ ผมก็โดดลงมาน่ะสิ น้ำเย็นดีนะคุณ มาเล่นด้วยกันสิ”
รชานนท์พูดไปก็วักน้ำสาดใส่จนสมภพเปียกปอนไปทั้งตัว
“เฮ้ยๆๆ นี่ เล่นบ้าอะไรวะ”
รชานนท์ยังคงวักน้ำเข้าใส่สมภพอย่างสนุกสนาน สมภพพยายบามจะกระโดดหลบอย่างไรก็ไม่พ้น
"เฮ้ย... หยุดนะ ฉันบอกให้หยุด"
“หยุดก็ได้ครับ คุณสมภพ”
รชานนท์กระดิกนิ้วเรียกสมภพเหมือนมีเรื่องพูด
“อะไร..”
รชานนท์กระดิกนิ้วเรียกให้เข้ามาใกล้อีก
“ตรงนี้ครับ”
สมภพเดินเข้าไปใกล้รชานนท์และก้มลงไปใกล้เพื่อฟัง
“ผมจะบอกว่า..”
มือรชานนท์จับคอเสื้อสมภพแล้วกระตุกจนสมภพหน้าทิ่มลงสระทันที เสียงดัง ตูม!
สมภพโผล่หัวขึ้นมาจากน้ำได้
“แก”
“เล่นน้ำแล้วชื่นใจนะครับ”
รชานนท์ซัดน้ำใส่สมภพไม่จนสมภพจนน้ำเข้าปากไม่มีจังหวะพูด
“เฮ้ย..อุ๊บ”

พุทราซุ่มดูสถานการณ์อยู่มุมหนึ่ง หัวเราะคิกด้วยความชอบใจ
"แผนคุณรชานนท์ได้ผลแฮะ"

ติรกาเห็นแล้วถึงกับทนไม่ไหว ลุกเข้าไปช่วยห้าม
"หยุดเดี๋ยวนี้นะรชานนท์ เลิกเล่นเป็นเด็ก ๆ สักที"
รชานนท์หยุดสาดน้ำใส่สมภพ แต่สีหน้ามองติรกาอย่างไม่แคร์ ไม่สนใจ สมภพได้โอกาสกำหมัดจะชก แต่รชานนท์อาศัยความเร็วสวนเข้าที่หน้าสมภพ พลั่ก!
“เฮ้ย! ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย” สมภพโวยวาย
“คุณง้างหมัดก่อนนะ ผมต้องป้องกันตัว”
สมภพแค้นจะง้างหมัดอีก รชานนท์จึงกำหมัดชูขึ้นตรงหน้า สมภพชะงักยังไม่กล้าลดมือลงเพราะกลัวรชานนท์จะสวนเข้ามาอีก
“ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าสิคุณสมภพ จะแช่น้ำทั้งคืนหรือไงคะ”
สมภพจำเป็นต้องขึ้นจากน้ำ และพูดกับติรกา
“ผมไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะครับ เดี๋ยวมา"
สมภพรีบเดินไปเปลี่ยนเสื้อ ติรกาตรงเข้าไปจะต่อว่ารชานนท์ด้วยความโกรธ
"คุณจงใจแกล้งคุณสมภพ คุณมัน”
ขณะที่ติรกาเข้าไปใกล้สระน้ำเพื่อต่อว่ารชานนท์ ปรากฏว่าติรกาลื่น เสียหลัก และถลาไปยังสระน้ำ
"ว้าย...”
"กระแต"
รชานนท์พุ่งเข้าไปรับติรกาที่ไถลตกลงสระน้ำ ตูม!

พุทราที่แอบดูอยู่ถึงกับปิดตาทนดูไม่ได้ทันที
"ตัวใครตัวมันนะคะคุณนนท์"
พุทรารีบชิ่งหลบไปทันที

ในสระน้ำ รชานนท์กับติรกาโผล่ขึ้นมาจากน้ำพร้อมกัน โดยที่รชานนท์กอดติรกาไว้ ทั้งสองประจันหน้ากันในระยะที่ใกล้มาก และชะงักกันไปชั่วครู่ราวกับตกอยู่ในภวังค์ รชานนท์มองติรกาด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยรักไม่เสื่อมคลาย ติรกามองรชานนท์จนเกือบจะเคลิ้มใจอ่อน เมื่อรู้สึกตัวจึงผลักรชานนท์ออกไป
"คนฉวยโอกาส"
"ถ้าอย่างผมเรียกฉวยโอกาส นายสมภพก็คงตั้งใจเต็มๆ"
ติรกาเงียบไปเพราะเถียงไม่ออก
"ลูกรู้รึเปล่าว่าคุณแอบมาจู๋จี๋กับว่าที่พ่อใหม่"
"ฉันกับคุณสมภพเป็นแค่เพื่อนทางธุรกิจ และคุณไม่มีสิทธิ์เรียกมัทรีว่าลูก"
"ผมมีสิทธิ์ของความเป็นพ่อ"
"หยุดนะ คุณไม่มีสิทธิ์พูดคำๆ นี้ ไม่มีสิทธิ์" ติรกาตวาดเสียงดัง
“ผมจะทำให้คุณยอมรับให้ได้ว่ามัทรีเป็นลูกผม ลูกที่เกิดจากความรักของคุณกับผม”
ติรกาพลั้งมือตบรชานนท์สุดแรงจนหน้าหัน รชานนท์หันมองติรกาด้วยความเจ็บ แต่ก็ยังอยากรู้ความจริง
“ไม่มีวัน” ติรกาพูดอย่างเจ็บปวด
"ทำไมคุณไม่ยอมพูดความจริง"
"ความจริงมันตายไปตั้งแต่วันที่ยายมัทเกิด มัทรีลูกสาวฉันมีพ่อคนเดียวคือพี่นพเท่านั้น"
ติรกาผละจากรชานนท์ขึ้นจากสระเดินหนีไป รชานนท์ยืนนิ่ง มองเงาตัวเองสะท้อนในน้ำด้วยความรวดร้าวใจ

ห้องอาหารในรีสอร์ต วันรบตักอาหารใส่จานให้มัทรีอย่างเอาใจ วันทนีย์จึงส่งซิกทางสายตาให้กระถินทำตามแผน จู่ๆ กระถินก็ปล่อยช้อน ทำเหมือนคนเวียนหัว
"กระถิน... เป็นอะไรลูก"
"หน้ามืดจะปล้ำคน เอ๊ย หน้ามืดจะเป็นลมค่ะแม่"
"ตายแล้ว สงสัยกระถินเมารถเมื่อกลางวัน"
"มันดีเลย์มากเลยนะครับ" พชรว่า
นลินีเตือนพชร
"ใครก็เป็นกันได้นะคุณ"
"มัทมียาดมค่ะ"
มัทรีกำลังจะหยิบยาดมในกระเป๋าให้ แต่วันทนีย์ร้องห้าม
"ไม่ต้อง"
"รบพากระถินไปนอนพักที่ห้องหน่อยสิลูก เผื่อน้องจะดีขึ้น" วันทนีย์บอกกับวันรบ
"หนักขนาดนั้นเลยเหรอครับ" วันรบถาม
"ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ กระถินยังไหว”
วันทนีย์หันมองไปยังกระถินขยิบตาให้ กระถินหยิบแก้วลุกขึ้นไปจะเทน้ำ
“กระถินเทน้ำให้นะคะคุณแม่”
กระถินเดินถือเหยือกน้ำกลับมาแล้วหน้ามืดทำเหยือกจะหลุดจากมือน้ำในเหยือกเทลงบนตัววันทนีย์เต็มๆ
“ว้าย”
กระถินทำเป็นตกใจ
“ตายล่ะ”
กระถินทำอ่อนระโหยจะล้มลงไป วันรบเข้าไปรับกระถินไว้
“เฮ้ย”
“ขอโทษค่ะ คุณแม่..กระถินไม่ได้ตั้งใจ”
วันทนีย์เห็นมัทรีกำลังมองมาที่กระถินพอดี
“ไม่เป็นไร ...นี่กระถินคงไม่สบายจริงๆ”
มัทรีมองท่าทีกระถินอย่างสงสัยแล้วเอามือไปแตะหน้าผากกระถิน
“ขอโทษนะคะ ตัวก็ไม่ร้อน หน้าก็ไม่ซีดดูไม่เหมือนคนป่วยเลยนะคะ”
กระถินลืมตัวแหวขึ้นทันที
“ฉันปวดหัวอยู่ข้างในเนี่ยะ อย่ามาทำอวดรู้”
ทุกคนมองท่าทีกระถินที่โวยวายอย่างอึ้งๆ
“กระถิน” วันทนีย์ส่งเสียงเตือนขึ้น
กระถินมองรอบๆเห็นสายตาที่มองอยู่ จึงกลับไปเล่นบทคนป่วยต่อทันที
“โอย..เสียงดังแล้วยิ่งหน้ามืด”
“แปลกดีนะคะ หน้ามืดเป็นช่วงๆ ซะด้วย” มัทรีบอก
กระถินเห็นทุกคนเริ่มมองสงสัยกลัวจะถูกจึงทำเป็นเซไปซบวันรบ
“พี่รบคะ กระถินปวดหัว ไม่ไหวแล้ว”
วันรบมองกระถินอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก วันทนีย์รีบสำทับ
“ตารบพาน้องกลับไปที่ห้องทีลูก”
“มัทพาไปดีกว่านะคะ”
“ฉันสั่งให้ตารบพาไป เรื่องในครอบครัวฉัน อย่ามาก้าวก่าย”
วันรบห้ามทัพทันที
“ มัทครับ เดี๋ยวผมไปเอง แป๊บเดียวเดี๋ยวผมมานะ"
วันรบหันไปบอกมัทรี แล้วประคองตัวกระถินที่ดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงออกไป วันทนีย์กับกระถินแอบยิ้มให้กัน สายตามีแผน

มัทรีทันได้เห็นสายตานั้นเข้าพอดี และรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล







Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 12:48:32 น.
Counter : 210 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]