All Blog
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 11 (ต่อ)



ในห้องพักติรกาในบ้านวันรบ ติรกาดึงพุทราเข้ามาในห้องแล้วถาม
“ทำไมเธอต้องให้ฉันเหวี่ยงใส่นนท์ด้วย”
“อ๊ะ..แล้วคุณติทำตามทำไมล่ะคะ”
“ก็...”
“ไม่อยากเสียฟอร์มเหมือนกันใช่ม๊า ผู้หญิงอย่างเราต้องเล่นตัวหน่อยนะคะจะได้ทดสอบความอดทนผู้ชาย ถ้ารักจริงต้องทนได้ เชื่อพุทราสิคะ”
“แสดงว่าเธอทดสอบความอดทนผู้ชายบ่อยล่ะสิ”
“แน่นอนค่ะ สวย ๆ อย่างพุทรา”
“มิน่า..ถึงขายไม่ออกสักที”
“อุ๊ก..เจ็บอ่ะค่ะ..คุณติ”
ติรกาไปยืนที่หน้าต่างแล้วยิ้มให้กับตัวเอง
“ดีใจใช่ไหมคะที่เห็นคุณนนท์มาง้อ”
“ฉันเพื่อนเล่นเธอเหรอ”
“ค่ะ” พุทราตอบด้วยความเคลิ้มจนลืมตัว
“สองพัน ฐานลามปาม”
“อ๊าย..คุณติขาอย่าตัดเงินเดือนพุทราเลยนะคะ คุณติ”
ติรกาเดินหนี แต่พุทราเดินตาม

ในร้านอาหารเรือนแพ เวลากลางคืน มัทรี วันรบ พชร วันทนีย์ กระถิน กำนันเรืองนั่งทานอาหารร่วมกัน วันรบตักอาหารใส่จานให้มัทรีอย่างเอาใจ มัทรียอมทาน แต่ยังวางฟอร์มอยู่ กระถินชำเลืองมองทั้งคู่แล้วถอนหายใจอย่างเจียมตัว
“อยากกินสั่งอะไรสั่งเต็มที่” กำนันเรืองพูดขึ้น
“พ่อจ๋าเลี้ยงไม่อั้น” อาไทพูดเสริม
“แม่จ๋าจ่ายต่างหาก ใช่มั้ยจ๊ะแม่จ๋า” กำนันเรืองบอก
กำนันเรืองมองวันทนีย์ตาปริบ ๆ วันทนีย์ค้อนขวับ พชรขำ วันทนีย์เห็นสีหน้าของมัทรีแล้วสองจิตสองใจก่อนทัก
“กับข้าวไม่อร่อยเหรอ”
วงอาหารหยุดชะงัก แปลกใจที่วันทนีย์ทักมัทรี
“ทำไม ข้าจะทักว่าที่ลูกสะใภ้ไม่ได้รึไง” วันทนีย์พูดขึ้น
“ไม่มีใครว่าอะไรเลยครับ เชิญว่าที่แม่สามีกับว่าที่ลูกสะใภ้ตามสบาย” วันรบบอก
วันทนีย์หันไปหามัทรี ทุกคนยื่นหน้าฟังกันหน้าสลอนด้วยความอยากรู้
“มัทเป็นห่วงแม่น่ะค่ะ”
“พ่อนนท์กับแม่พุทราเค้าก็อยู่ด้วย คงไม่มีอะไรหรอก” วันทนีย์บอก
“ทานให้สบายใจเถอะหลานมัท ราตรีนี้ยังอีกยาว” พชรพูดขึ้น
“ทำไมเหรอคะ”
วันรบเห็นมัทรีเริ่มสงสัยก็เปลี่ยนเรื่องทันที
“ทานปลาแม่น้ำสิครับมัท อร่อยนะ สดมาก”
“จริงครับ ต้มยำเห็ดก็กร๊อบๆ นะครับพี่นางฟ้า” อาไทพูดเสริม
“นั่นสิ กินเถอะ กินๆๆ” กำนันเรืองว่า
ทุกคนพากันเอาใจตักอาหารให้มัทรีอีก

พุทราเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง ติรกานั่งมองด้วยความหงุดหงิด
“พุทราจะเดินสวนสนามอีกนานมั้ย ฉันเวียนหัว”
“พุทราจะออกไปนั่งข้างนอกคุณติก็ไม่ยอม”
ติรกาถอนหายใจแรงด้วยความรำคาญ เสียงเอะอะของรชานนท์ดังขึ้น ทันใดนั้น เสียงของรชานนท์ก็ดังขึ้น
“พวกแกกล้าปล้นบ้านกำนันเรืองเหรอ”
ติรกา พุทราได้ยินสียงต่อสู้ของคนหลายคนดังขึ้นนอกห้อง พุทรากับติรกาหันมองกันด้วยความตกใจ
“เสียงอะไรคะ” พุทราว่า
“โอ๊ย” เสียงรชานนท์ดังลั่นขึ้น
“นนท์” ติรการ้องขึ้นด้วยความตกใจ
ติรกาไม่รอช้า รีบเปิดประตูออกไปจากห้องทันที

ติรกา พุทราวิ่งออกมาจากห้องโถงบ้านวันรบ เห็นรชานนท์ถูกจับมัดเอาไว้ ติรกาตกใจร้องถาม
“เกิดอะไรขึ้น”
รชานนท์หันมาเห็นติรกาและสั่งทันที
“บ้านกำนันถูกปล้น กระแตรีบหนีไป”
โจรไอ้โม่งสามคนโผล่เข้ามาล็อกตัวติรกากับพุทราไว้
“ว้าย... โจร”
“เออ ก็โจรน่ะสิ เห็นเป็นโดมรึไง” โจรคนที่หนึ่งพูดขึ้น
“อย่าร้องอย่าดิ้น ไม่งั้นจะใช้ลิ้นเลียแผล่บ ๆ” โจรคนที่สามบอก
ติรกากับพุทราร้อง “อี๋” ขึ้นพร้อมกัน
คำขู่เล่นเอาติรกากับพุทราตัวแข็งทื่อ ไม่กล้ากระดุกกระดิก
“ค้นทั้งบ้านไม่เห็นเจอของมีค่าอะไร จับไอ้อีสามคนนี้ไปเรียกค่าไถ่ดีกว่า” โจรคนที่สองบอก
“อย่าทำอะไรคุณติรกา เจ้าของธุรกิจโอ่งแม่เตือนชื่อดังในจังหวัดราชบุรี แม่ยายคุณวันรบนะคะ”
“แกไม่บอกพวกมันไปล่ะ...เลยว่าแม่ฉันชื่ออะไร”
“ต้องบอกด้วยเหรอคะ”
“รู้จักคำว่าประชดมั้ย”
“เออ.. รวยดี เอาตัวนังหน้าสวยนี่ไปเลย ...เอ็งสองคนบอกไอ้วันรบเตรียมเงินไถ่ตัวแม่ยายด้วย” โจรคนที่หนึ่งบอก
“เฮ้ย อย่าเอาเมียฉันไป” รนชานนท์บอก
“ใครเป็นเมียคุณ” ติรกาถาม
รชานนท์ส่งซิกทางสายตาให้ติรการับ ๆ ไปก่อน
โจรคนที่หนึ่งถามพุทรา
“สองคนนี้เป็นผัวเมียกันเหรอ”
“มีลูกโตเป็นคน ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงค่ะ”
“นังพุท”
พุทรายิ้มแหย แหะๆ
“เอาไปทั้งพ่อตาแม่ยายนี่แหละ จะได้เรียกเงินเยอะๆ” โจรคนที่สามบอก
“อยู่คนเดียวมันเหงา เอาพุทราไปด้วยสิ”
“ไม่เอาเมียน้อย ผู้หญิงไม่ดี จับไปก็หมดราศีโจร” โจรคนที่สองพูดขึ้น
ติรกาเห็นว่าไม่รอดแน่ จึงตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย โจรปล้นบ้าน ช่วยด้วยค่ะ”
โจรคนที่หนึ่งออกคำสั่งทันที
“จัดการมันเร็ว”
โจรคนที่สามเอาผ้าผืนหนึ่งโปะลงบริเวณจมูกติรกา ติรกาตาปิดลง ทุกอย่างดับวูบมืดสนิท

เมื่อมัทรี วันรบ พชร วัทนีย์ กำนันเรือง พุทรา กระถินกลับมาบ้าน ทุกคนกวาดสายตามองทั่วบ้านด้วยความตกใจที่เห็นภายในบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย
“ใครมาทำอะไรในบ้านข้า” วันทนีย์พูดเสียงดังขึ้น
เสียงดิ้นกุกกักดังมาจากข้างตู้ พุทราถูกมัดมือ เท้า ปาก คลานกระดึ๊บเป็นหนอนออกมา
“พุทรา”
วันรบ พชร รีบช่วยแก้มัดให้พุทรา
วันทนีย์ มัทรี กระถิน รุมเข้าไปถามพุทราด้วยความตื่นตระหนก
“เกิดอะไรขึ้น” วันทนีย์ถาม
“แม่มัทหายไปไหนคะ”
“ตายแล้ว... หรือว่าโจรขึ้นบ้านลุงกำนันแล้วจับตัวสองคนนั้นไป” กระถินพูดขึ้น
พุทราได้แต่ร้องไห้ฮือ ๆ อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก
“จริงเหรอพี่พุทรา”
“อย่าอ้ำอึ้งได้มั้ย พูดออกมา พูดๆๆ” วันทนีย์เสียงคาดคั้น
พุทราร้อง “ อ๊าย” อย่างสุดกลั้น
“วอลุ่มเสียงขนาดนี้ ต้องมีเหตุการณ์น่ากลัวม๊าก” กระถินบอก
พุทราชี้ให้ดูเท้าตัวเอง
“เจ็บม๊าก.... ต่างหากล่ะค๊า”
วันทนีย์กับกระถินร้อง “ว๊าย”
วันทนีย์ กระถินก้มลงเห็นว่า เท้าทั้งคู่เหยียบเท้าพุทราอยู่ จึงรีบยกเท้าหลบอย่างรู้สึกผิด พุทราลูบเท้าด้วยความเจ็บ
“เหยียบซะตาปลาเกือบแตก อูย...”
“แหะ... ก็ว่าทำไมพื้นเป็นคลื่นๆ” กระถินว่า
“ตกลงแม่อยู่ที่ไหนคะ” มัทรีเสียงจริงจัง

เมื่อติรการู้สึกตัวตื่นก็พบว่า ตัวเองนอนอยู่บนที่นอนในบ้านชนบทแคบ ๆ โดยมีรชานนท์งัวเงียตื่นขึ้นข้างกาย
“พวกโจรมันเอาเรามาขังที่ไหน”
“ผมโดนพวกมันโปะยาสลบมาพร้อมกับคุณ”
เสียงไขกุญแจดังขึ้น สักพักโจรไอ้โม่งสองคนก็ผลักประตูเดินกร่างเข้ามาหาติรกากับรชานนท์ ติรกาตวาดขู่ด้วยความกลัว
“หยุดนะ”
โจรทั้งสองหยุดพร้อมกัน โจรคนที่หนึ่งหันไปว่าเพื่อนโจร
“พวกเราเป็นโจร กลัวมันทำไมวะ”
“เออ ใช่ เสียงดังใส่พวกข้า อยากโดนลงแขกเหรอ” โจรคนที่สองขู่เสียงดัง
“กรี๊ด...... ไอ้โจรบ้า ไอ้โจรห้าร้อย ไอ้พวกเหลือบไรสังคมรังแกผู้หญิงเพศแม่ที่ไม่มีทางสู้ ไอ้...”
โจรทั้งสองคนพร้อมใจกันพูดตวาด
“เฮ้ย! หยุด”
ติรกาชะงัก รชานนท์สะกิดเตือน
“พวกมันยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลย”
ติรกากล้าๆ กลัวๆบอก
“ไม่รู้ล่ะ ร้องให้มันตายด้านไปก่อน”
โจรคนหนึ่งพูดต่อ
“เสียงดีขนาดนี้ น่าพาไปฟิชเชอริ่งกับลูกพี่สองต่อสองว่ะ”
ติรกากลืนน้ำลายฝืดคอ ขยับตัวเข้าไปชิดรชานนนท์ด้วยความกลัว
“อย่ายุ่งกับเมียผม” รชานนท์พูดปกป้องติรกา
ติรกาพอใจในคำพูดของรชานนท์ แต่ยังต้องรักษาฟอร์มอยู่
“ฉันไม่ใช่เมียคุณ”
รชานนท์ขยิบตาส่งซิก
“ใช่”
“ไม่ใช่”
“ถ้านังหน้าสวยไม่ใช่เมียไอ้หน้าอ่อน ข้าจะเอาไปให้ลูกพี่ทำเมีย” โจรคนที่หนี่งบอก
ติรกาได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนคำพูดทันที
“ใช่ ๆ ๆ ฉันเป็นเมียไอ้หน้าอ่อนไม่มีความรับผิดชอบคนนี้”
ติรการีบตอบทันทีด้วยความกลัว รชานนท์ถึงกับอึ้งมองหน้าติรกาที่ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
“ดีนะ ที่ลูกพี่ข้าไม่ชอบยุ่งกับเมียชาวบ้าน” โจรคนที่หนึ่งบอก
“ผัวเมียอะไรไม่เคยเห็นกอดกัน” โจรคนที่สองพูดขึ้น
รชานนท์กระซิบ
“ถ้าโจรมันรู้ว่าเราโกหก มันต้องเอาคุณไปสังเวยลูกพี่โจรแน่”
“จริงเหรอ”
ติรกาหันไปพูดกับโจร
“เปลี่ยนจากกอดเป็นตบกบาลได้มั้ย”
รชานนท์กระซิบอีก
“ใครที่ไหนสวีทกันด้วยวิธีตบกบาล”
ติรกาโวยลั่น
“ก็ฉันนี่ไง... ฉันชอบแสดงความรักด้วยกำลัง”
โจรคนที่หนึ่งบอก
“ฉันว่ามันชักจะไงๆ นังนี่ไม่ใช่เมียไอ้หน้าอ่อนแหงๆ”
“ใครว่า.. ฉันเป็นเมีย เป็นเมียจริงๆ นะ”
ติรกาหน้าตื่น ผวาเข้าไปนั่งตักและกอดรชานนท์อย่างไม่รอช้า
“นี่ไง.. กอดแล้ว กอดแล้วเห็นมั้ย “
“อ้อนผัวเก่งอย่างนี้ ลองจูบผัวโชว์สักทีสิวะ” โจรคนที่หนึ่งบอก
“เฮ้ย.. เยอะไปเปล่า”
“ไม่เยอะ เป็นผัวเมียกันจริง ก็ต้องจุ๊บกันได้สิ” โจรคนเดิมบอก
โจรคนที่สองขู่อีก
“ รักจริงไม่จุ๊บจริง เดี๋ยวพี่วิ่งไปจุ๊บน้องเอง มามะจุ๊บๆ”
“ว้าย... อย่านะ จุ๊บแล้ว จุ๊บๆๆ”
ติรกาหลับตาปี๋ ระดมจูบรชานนท์แบบไม่ยั้ง เพราะกลัวจะถูกโจรลวนลาม รชานนท์หลับตาพริ้ม ครางในลำคอด้วยความเคลิ้ม ติรกาลืมตาอีกที เห็นพวกโจรออกไปแล้ว จึงผลักรชานนท์ออกห่างจากตัว
“ไอ้คนฉวยโอกาส พวกมันไปแล้วก็ไม่บอก”
“ใครจะพลาดจุ๊บฟรีไม่มีชาร์จ”
ติรกาอยากจะหยิกรชานนท์ด้วยความหมั่นไส้ รชานนท์รีบขู่ พูดเสียงเบา
“อ๊ะ อยากให้พวกมันรู้เหรอว่าคุณไม่ใช่เมียผม”
ติรกาหมั่นไส้ที่ทำอะไรไม่ได้ รชานนท์อมยิ้ม ขำติรกา

ภายในบ้านของวันรบ มัทรีบอกทุกคนด้วยความร้อนรน
“มัทจะไปแจ้งความ”
วันรบ พชร ตาลีตาเหลือก รีบลุกขึ้นห้ามทันที
“ใจเย็นก่อนหลานมัท เราต้องคิดให้รอบคอบ ถ้าเราไปแจ้งความแล้ว” พชรบอก
“แล้วมันเกิดโกรธพวกเราล่ะครับ” อาไทถามขึ้น
วันรบรีบรับลูกทันที
“ใช่ ถ้าพวกโจรมันโกรธที่เราแจ้งความ จนทำร้ายพ่อแม่มัทล่ะครับ”
“แม่มัทถูกจับตัวไป รบจะให้มัทอยู่เฉยๆ เหรอคะ”
“พวกโจรคงกบดานอยู่ในสุพรรณนี่แหละ ให้กำนันเอาลูกน้องไปสืบหาที่ซ่อนตัวมันก็ได้” พชรบอก
“ไม่ได้” เสียงกำนันเรืองดังขึ้น
ทุกคนหันมองหน้ากำนันเรืองพร้อมกัน
“ฝีมือเยี่ยม ไร้ตำหนิ ปล่อยให้คนอื่นเช่าไม่ได้”
กำนันเรืองมัวแต่ส่องพระเครื่องที่ห้อยคอ พชรรีบสะกิดเตือน จนกำนันเรืองเงยหน้าขึ้นมาเจอทุกคน
“เออ ๆ เดี๋ยวข้าไปสั่งลูกน้องตามด่วนเลย”
“ผมกับพี่ระขอตามไปช่วยอีกแรงครับ”
“เจอตัวไอ้พวกโจรต้องตื้บให้หนัก โทษฐานที่กล้าลูบคมกำนันแหนบทอง” วันทนีย์บอก
“โอ๊ย” พชรร้องลั่นจนทุกคนตกใจ
“เป็นอะไรคะ” กระถินถามขึ้น
“คมแขนกำนันบาด”
“เวลาหน้าเป็นสิว” พุทราว่า
“หน้าสิ่วหน้าขวาน” พชรพูดขึ้น
“นั่นแหละค่ะ เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะเล่นอยู่ได้”
“คุณพุทราก็ปล่อยมุกดาวกระจาย.... เต็มหน้าผมเหมือนกัน”
วันทนีย์มองพุทรากับพชรอย่างอ่อนใจ
“หวังว่าสองคนนั้นคงปลอดภัยนะ”
มัทรีสีหน้าเครียดแววตากังวล วันรบกุมมือมัทรีอย่างปลอบใจ

ในบ้านกลางสวน ติรกาปรึกษารชานนท์ด้วยความไม่สบายใจ
“พวกโจรมันจะทำอะไรกับเรา”
“เลี้ยงไว้ดูเล่นมั้ง”
ติรกาหันมาถลึงตาเข้าใส่รชานนท์ รชานนท์แพ้ทาง.. ทำท่าจ๋อยสนิท
“นี่มันความเป็นความตายนะ คุณเลิกเล่นซะทีได้ไหม”
“แหม.. ก็ต้องเรียกค่าไถ่สิครับกระแต”
“อยากเห็นหน้าไอ้ลูกพี่โจรนัก” ติรกาพูดด้วยความเจ็บใจ

“เฮ้ย! สองคนนั้นเป็นไงวะ” เสียงกำนันเรืองดังขึ้น
ติรกา รชานนท์รีบไปแอบฟังเสียงตรงประตูด้วยความอยากรู้

กำนันเรือง วันรบ พชร ใช้ที่หนีบผ้าหนีบจมูกเพื่อดัดเสียงพูด กำนันเรืองทนไม่ไหวดึงที่หนีบผ้าออกคนแรกแล้วบ่นเบา ๆ
“ไม่ไหวว่ะ เล่นจริงเจ็บจริงเกินไป”
วันรบดึงไม้หนีบผ้าออกและบ่นเบาๆ
“ความคิดพี่ระ”
พชรดึงไม้หนีบตามอีกคน
“คิดก็ว่า ไม่คิดก็ด่า”
โจรคนที่หนึ่งเปิดหมวกไหมพรมไอ้โม่งออก ทำมือจุ๊ปากให้ทั้งสามเบาเสียงก่อนพูดเสียงดุ
“เมื่อกี้มันกอดจูบกันครับ”
“เบสิก ! คนไม่รู้จักกันก็ทำได้” พชรว่า
“เฝ้าไว้เลย ถ้าไม่แน่ใจว่ามันเป็นผัวเมียกันเมื่อไหร่ จับตัวนังนั่นมาให้ลูกพี่ทำเมีย” วันรบบอก
วันรบถองศอกสะกิดว่าถึงคิวกำนันเรืองพูดได้แล้ว กำนันเรืองเอ๋อๆอยู่สักพัก ก่อนลูบหัว คำรามเสียงดังเหมือนผู้ร้ายหนังไทยสมัยก่อน
“ฮ่าๆๆ ข้าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้กับมัน”

เสียงหัวเราะของวันรบ พชร กำนันเรือง และโจรปลอมทั้งสามดังน่ากลัว ติรกาถึงกับเครียดกับเรื่องที่ได้ยิน รชานนท์รีบพูดเสริมยิ้มๆ เชิงยั่วเย้า
“ผมยอมเสียสละตัวเอง เพื่อไม่ให้กระแตเป็นเมียโจร”
ติรกายิ้มแต่ต้องทำเป็นผลักรชานนท์
“แต่ฉันไม่ยอมเป็นเมียคุณ”
เสียงวันรบดังจากด้านนอก
“ฉลองต้อนรับเมียใหม่ลูกพี่เว้ย”
โจรทั้งสามพร้อมใจกัน “เฮ...”
“ไปดูสองคนนั่นสิว่ามันเป็นผัวเมียกันจริงรึเปล่า อย่าให้มันแอบหนีไปได้นะ” พชรว่า
ติรกาตกใจ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าพวกโจรเดินใกล้เข้ามา และเสียงก๊อกแก๊กเหมือนจะเปิดประตูเข้ามา ติรกาจึงตัดสินใจเป่าไฟตะเกียงพายุดับวูบทันที
“ดับไฟทำไม” รชานนท์ถามเบาๆ
“เราต้องทำให้พวกมันเชื่อว่าเราเป็นอะไรกันเร็วๆ”
“มายความว่า...”
ติรกาทำเสียงดุแบบเบาๆ
“เงียบก่อนได้ไหม”
“ครับ”
ติรกาดึงตัวรชานนท์เข้ามากอด รชานนท์ชะงักไปทันที
ติรกากระซิบบอกรชานนท์
“แค่กอดอย่างเดียวนะ... ห้ามทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้เด็ดขาด”
รชานนท์ยิ้มๆ ยอมกอดติรกาเพียงอย่างเดียวตามต้องการ
ประตูเปิดออก กำนันเรืองในมาดโจรเห็นทั้งคู่กอดกันกลม ก็รีบปิดไปทันที
“ชะอุ๊ย.. ปิดๆๆ เดี๋ยวตาเป็นกุ้งยิง”
กำนันเรืองรีบปิดประตูไปทันที

บริเวณด้านนอก วันรบ พชร เบียดกันฟังเสียงจากภายในห้องอย่างลุ้นระทึกไปด้วย
“โอว... ถ่านไฟเก่ามันร้อนรอวันรื้อฟื้นจริงๆ”
กำนันเรืองเริ่มไม่สบายใจ
“อำกันขนาดนี้ ข้าจะเสียผู้ใหญ่รึเปล่าวะ”
“กาเมมรณังทุกขังโลเก กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก ...ช่วยให้ไอ้นนท์หมดทุกข์ ถือเป็นบุญยิ่งใหญ่”
“จะอยู่ฟังเค้าติ๊ดชึ่งกันทั้งคืนรึไง เดี๋ยวแม่กับมัทก็สงสัยหรอก” วันรบบอก
วันรบกับกำนันเรืองหันหลังเดินออกไป แต่พชรยังเงี่ยหูฟังไม่เลิกจนวันรบต้องเดินกลับมาดึงตัวตัวพชรไปด้วยกัน

ภายในห้อง ติรกาเคลิ้มๆ แต่พอเงยหน้าเห็นสายตารชานนท์ก็รู้สึกตัวทำเหวี่ยงผลักรชานนท์ออก
“พอได้แล้ว.. โจรมันไปแล้ว”
“ขอต่อโปรโมชั่นหน่อยไม่ได้เหรอ”
“อย่ามาฉวยโอกาสกับฉันนะ... เดี๋ยวเถอะ”
“ผมไม่มีวันฝืนใจคุณได้หรอกกระแต คุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก.. มาก เกินกว่าจะทำร้ายคุณได้”
ติรกาถึงกับชะงักเมื่อได้ยินคำพูดและได้เห็นสายตาจริงใจของรชานนท์
ติรกาทำเป็นบ่นมองไปรอบ ๆ แต่ความจริงไม่กล้าสบตารชานนท์
“นี่ฉันต้องอยู่กับคุณแบบนี้ทั้งคืนเหรอเนี่ย เฮ้อ...”
รชานนท์มองติรกาอย่างรู้ทัน ยิ้มๆแล้วค่อยๆแกล้งขยับออกไป
“คุณนอนไปเถอะ ไม่ต้องกลัวหรอก .. ผมจะนอนขวางประตูไว้เอง”
ติรกามองรชานนท์อย่างไม่ค่อยไว้ใจ
“นอนไปเถอะน่า.. เชื่อใจผมบ้างสิ”
ในที่สุดติรกาก็ยอมทิ้งตัวลงนอน รชานนท์มองอย่างเอ็นดู

ทางด้านมัทรียืนรอวันรบกลับมาด้วยความไม่สบายใจ และเป็นห่วงติรกา วันทนีย์เดินผ่านมาเห็น ครุ่นคิด ก่อนเดินเข้าไปหามัทรี
“นอนไม่หลับเหรอ”
มัทรีหันไปเห็นวันทนีย์ยิ้มเศร้า ๆ
“พ่อกำนันพาคนไปสืบแล้ว อีกไม่นานต้องเจอแม่กับพ่อเราแน่”
“มัทกลัวแม่จะเป็นอันตราย”
“สันดานโจรบ้านนอก มันไม่ฆ่าใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก ...ได้เงินเดี๋ยวก็ปล่อยเอ็งเข้าไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงคิดหาทางช่วยพ่อแม่”
“ค่ะ” มัทรีรับคำด้วยน้ำเสียงเศร้า
มัทรีกำลังจะเดินไปก็หันกลับมาหาไหว้วันทนีย์
“ขอบคุณที่ช่วยพูดให้มัทสบายใจขึ้นนะคะ”
มัทรียิ้มให้วันทนีย์ด้วยความดีใจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เริ่มดีขึ้น วันทนีย์ยิ้มเก้อเขินไม่รู้จะวางตัวกับมัทรีอย่างไร

ติรกาลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นตัวเองนอนซุกอยู่ในอ้อมแขนของรชานนท์ ก็ยิ้มละมุน ซึมซาบ..ปลาบปลื้ม.. ติรกายิ้มๆ เงยหน้าเจอรชานนท์ที่ลืมตามองอยู่ รู้สึกตัวรีบทำเป็นขยับตัวออก แต่รชานนท์ตื่นขึ้นมากอดรัดตัวติรกาไว้
“อรุณสวัสดิ์ครับเมียรัก”
“ฉันไม่ใช่เมียคุณ ปล่อยฉันนะ”
“ผมไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย”
“ไม่ได้ทำอะไรแล้วจู่ ๆ มากอดฉันได้ยังไง”
“เมื่อคืนตอนดึก จู่ๆ คุณก็ถลามากอดผมเอง”
ติรกาอ่อนลง พยายามคิดลำดับเหตุการณ์
รชานนท์ยิ้มๆอย่างเอ็นดู
“เป็นโรคติดหมอนข้างมาตั้งแต่สาวน้อย.. จนสาวมากก็ยังไม่เลิกเลยนะ”
ติรกาเขินแล้วทำไก๋
“ฉัน..ฉันก็แค่อยากให้มันเนียน โจรจะได้จับไม่ได้ต่างหาก”
ติรกาพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนรชานนท์ แต่รชานนท์ไม่ยอมปล่อย
“อยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงวันงานเลี้ยงชมรม คืนที่เรา...”
ติรกาชะงัก นึกถึงเรื่องราวในวันนั้น ก่อนผลักตัวรชานนท์สุดแรง ด้วยความโกรธ
“เพราะความใจง่ายของฉัน ทำให้ต้องเจ็บปวดมาถึงทุกวันนี้”
“คุณพูดเหมือนตัวเองไม่ผิดที่ทิ้งผมไปหาพี่หมอนพ”
“พี่หมอมีบุญคุณกับฉันและลูก เพราะคุณทิ้งเรา ฉันไปหาคุณที่บ้าน..พ่อของคุณบอกว่าจะให้คุณติดต่อมา แต่คุณก็ไม่เคยติดต่อกลับมาสักครั้ง”
รชานนท์จับมือติรกาด้วยความเสียใจ
“ผมไม่รู้จริงๆว่าคุณมาหาผม ผมไม่รู้ว่าคุณท้อง หลังจากเรียนจบพ่อให้ผมไปเรียนต่อ แต่ผมขอเวลาเพราะอยากจะหาเงินสักก้อนเพื่อพาคุณไปด้วย”
ติรกามองรชานนท์อย่างไม่อยากเชื่อ
“ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ แต่จู่ๆ พ่อกับแม่ก็เอาตั๋วเครื่องบินมาให้ผม”
ความหลังในวันนั้น ... รชานนท์ถามพ่อด้วยความแปลกใจ
“ทำไมพ่อรีบเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินให้ผมเดินทางพรุ่งนี้”
“ไปถึงเร็ว จะได้ปรับตัวเร็วขึ้น”
“แต่ผมยังไม่ได้บอกกระแตเรื่องเปลี่ยนไฟล์เดินทาง ผมจะพากระแตไปด้วย”
“แกต้องเดินทางไปก่อน ส่วนเรื่องกระแตฉันจะส่งเขาตามไปหาแกเอง”
“จริงเหรอครับพ่อ”
“ถ้าแกสัญญาว่าจะเรียนให้จบ”
“ครับ ผมจะเรียนให้จบตามเวลาที่พ่อต้องการ ให้ผมกับกระแตไปพร้อมกันได้ไหมครับ”
“ถ้าแกไม่รีบไปรายงานตัว แกอาจจะเสียโอกาสที่จะได้เรียนในมหาวิทยาลัยที่ดี แกเดินทางไปก่อน พ่อสัญญาว่าจะให้กระแตตามแกไป”
“แต่...”
พ่อยื่นตั๋วเครื่องบินอีกใบให้รชานนท์
“ตั๋วของกระแตเดินทางอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เห็นไหมว่าระบุชื่อแฟนแกไว้”
รชานนท์มองแล้วยิ้มอย่างยินดี
“ขอบคุณครับพ่อ”
รชานนท์ยอมไปเก็บของ
แม่ของรชานนท์ไม่สบายใจ
“คุณจะไม่บอกเรื่องหนูกระแตท้องเหรอคะ”
“แน่ใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องเป็นลูกตานนท์ ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ลูกชายทิ้งอนาคตเพื่อผู้หญิงที่เราไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า”
พ่อรชานนท์ตัดสินใจไม่บอกเรื่องติรกาท้องให้รชานนท์รู้

รชานนท์ยืนยันกับติรกา
“พอถึงอเมริกา... ผมเตรียมทุกอย่างทั้งที่พักที่เรียนคอร์สสั้น ๆ สำหรับคุณ แต่คุณก็ไม่มา ผมพยายามส่งจดหมายมาหาคุณ แต่คุณย้ายที่อยู่ผมเลยฝากจดหมายให้คุณพ่อเอามาให้คุณ ผมเขียนหาจดหมายหาคุณเยอะมาก...แต่คุณไม่เคยตอบ จนพ่อผมบอกผมว่าคุณแต่งงานและมีลูกไปแล้ว ผมเสียใจมากที่รู้ว่าคุณไม่รักผมแล้ว”
“ฉันไม่เคยได้รับจดหมายของคุณ ! พ่อคุณบอกว่า คุณอยากมีอนาคตที่ดีและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกา”
รชานนท์อึ้งไป
“ไม่จริง... ผมไม่เคยพูดแบบนั้น”
สีหน้าของรชานนท์ครุ่นคิด ก่อนนึกขึ้นได้
“เราเข้าใจผิดกันมาตลอด เพราะพ่อผมเป็นต้นเหตุทั้งหมด”
ติรกาเสียใจ และรู้สึกผิดต่อรชานนท์
“ฉันเจ็บแค้นคุณมาตลอดยี่สิบปี..เพราะความเข้าใจผิด ฉันทำอะไรลงไป”
“ยี่สิบปี.. มันทำให้ผมรู้ว่าคุณรักผมมากแค่ไหน”
“หมายความว่า.. ที่คุณอยู่เป็นโสดไม่แต่งงานมาตลอดยี่สิบปีเป็นเพราะ”
รชานนท์ตอบทันที
“ผมไม่เคยลืมคุณเลยกระแต เคยรักยังไง..ก็ยังคงรักอยู่อย่างนั้น ผมยังนึกโกรธคุณด้วยซ้ำ.. ที่แต่งงานกับหมอนพ”
“พี่นพเป็นคนดี.. เค้ารักฉันอย่างจริงใจ ยอมรับมัทรีเป็นลูก แม้จะไม่เคยล่วงเกินฉันแม้แต่ปลายเล็บ หลังจากแต่งงานไม่นานพี่หมอก็เสียชีวิตเพราะโรคประจำตัว”
“ผมขอโทษแทนคุณพ่อสำหรับเรื่องราวทั้งหมด เรากลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนตอนที่คุณความจำเสื่อมเถอะนะ”
รชานนท์ดึงตัวติรกาเข้ามากอดด้วยความรัก
“แต่ว่า...”
“ไม่มีคำว่าแต่.. บอกผมสิว่าพอรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว คุณจะยังคงโกรธ ยังเกลียดผมอยู่”
ติรกาอ้ำอึ้ง รชานนท์จับหน้าติรกามาจ้องตรงเข้าไปยังดวงตาของเธอ
“บอกผมสิว่าคุณลืมว่าผู้ชายคนนี้ได้.. ทั้งๆ ที่เค้ายังรักคุณอยู่เต็มหัวใจ”
ติรกามองหน้ารชานนท์ตัดสินใจ
“ถ้าเรารอดชีวิตออกไปได้ ฉันจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะนนท์”
“เราต้องรอดชีวิตสิ.. ผมไม่มีวันให้ใครทำร้ายคุณเป็นอันขาด”
รชานนท์และติรกากอดกันด้วยความรักและความเข้าใจกัน

วันรบกำลังขะมักเขม้นกับการเล่นเกม Angry bird ในมือถือไอโฟน โดยมีพชรกับอาไทนั่งลุ้นและอินไปด้วย
“ฟิ้ว..... นัดเดียว เรียบ” วันรบพูดขึ้น
“นั่นชนเข้าไป ตู้มๆๆ” อาไทบรรยายอย่างเมามันส์
“ไอ้นกตัวนี้มันเคยอารมณ์ดีมั่งมั้ยวะ ฮ่าๆๆ” พชรว่า
“หน้าบูดเป็นตูดเหมือนลุงระเลย ฮ่าๆๆ” อาไทเปรียบเปรย
พชรเขกหัวอาไท
“หน้าบูดไม่เท่าไหร่ แต่เรียกลุงยอมไม่ได้”
อาไทเงยหน้ามองพชรแล้วชะงัก
“อะไร ตะลึงความหล่อฉันล่ะสิ”
อาไทพยักหน้าให้หันไปมองข้างหลัง
“อะไร...เอิ๊ก”
มัทรียืนจ้องวันรบที่ยังก้มหน้าก้มตาเล่นเกมอย่างเมามัน พชรกับอาไทพร้อมใจกันสะกิดวันรบ วันรบสะบัดทันที
“อย่าดิ จะชนะแล้ว”
พชรกับอาไทสะกิดหนักขึ้น
“กวนอยู่ได้เห็นไหมว่าเล่นเกมส์”
วันรบเงยหน้ามาเห็นมัทรีก็ชะงักในทันที
“Angry มัทรี” พชรพูดขึ้น
“น่ากลัวกว่า Angry bird หลายเท่า” อาไทบอก
วันรบยิ้มเจื่อน เห็นสีหน้าขุ่นของมัทรี จึงรีบแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าทันที
“สายตรงถึงพ่อกำนันด่วนจ้ะ” วันรบรีบเอามือโทรหากำนันเรือง
“ได้เรื่องมั้ยพ่อ”
กำนันเรืองเดินคุยโทรศัพท์มือถือเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“รู้ที่ซ่อนตัวคุณนายติรกาแล้ว ข้ากำลังจะออกไป”
วันรบกับกำนันหันหน้ามาเจอกัน ต่างคนต่างชะงัก
“อ้าว อยู่บ้านก็ไม่บอก”
“ก็เอ็งไม่ถาม”
“เมื่อกี้กำนันบอกว่ารู้ที่ซ่อนแม่ยายไอ้รบแล้ว” พชร บอก
“ขอมัทตามไปช่วยแม่ด้วยนะคะ”
“โอ๊ย... นั่นเป็นหน้าที่ของลูกเขยที่แสนดีอย่างผม มัทอยู่บ้านทำใจนิ่ง ๆ รอแม่ดีกว่านะครับ” วันรบบอก
พชร กำนันเรืองพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยกันวันรบ มัทรีถอนใจยอมทำตาม
“ก็ได้ค่ะ”
วันรบ พชร กำนันเรืองยิ้มเข้าแผน

มุมซุ่มตัวนอกบ้านในบ้านกลางสวน วันรบ พชร กำนันเรืองกำลังมองโจรปลอมที่ขนเอาปะทัด และหม้อ ตะหลิว ครกสาก มาเป็นอุปกรณ์เสริม ทั้งหมดพยักหน้าส่งสัญญาณนัดแนะกัน กำนันเรืองจึงตะโกนลั่น
“ไอ้เสือบุก”
พชรรีบท้วง
“ผิดซีนครับ”
กำนันเรืองตะโกนใหม่
“เออ ๆ หยุดนะ ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมให้ปล้ำ”
วันรบกับพชรตกใจแล้วพูดพร้อมกัน “จับ”
“เออ ยอมให้จับปล้ำ เอ๊ย จับเฉยๆ ซะดีๆ”
โจรทั้งสามรีบจุดปะทัดและเอาตะหลิวมาคนหม้อ เอาสากตำครกโปก ๆ เป็นซาวด์เสียงต่อสู้ ให้ดูวุ่นวายเข้าไว้

ภายในบ้าน ติรกาผวาเข้าไปหารชานนท์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงดังข้างนอก
“เสียงปืน”
รชานนท์แกล้งพูดให้ติรกากลัว
“เกิดการยิงปะทะกันแน่ ๆ”
หลังเสียงปะทะข้างนอกเงียบไปไม่นาน ประตูดังขึ้นก๊อกแก๊กเหมือนกำลังถูกเปิด ติรกาตกใจรีบปรี่เข้าไปดันประตูไว้
“อย่าเข้ามานะ”
“เปิดประตู” วันรบพูดขึ้น
วันรบพยายามดันประตูเข้ามา แต่ติรกาหลับหูหลับตาดันประตูไม่ยอมให้เปิด
“ไม่เปิด”
“ถ้าไม่เปิดแล้วผมจะเข้าไปยังไง”
“ไม่ให้เข้า”
“ตกลงคุณแม่ยายจะอยู่ที่นี่ ไม่กลับบ้านใช่มั้ยครับ” วันรบถาม
ติรกาชะงัก เงยหน้ามองอีกที จึงเห็นวันรบยื่นเสนอหน้ามา
“ผมกำลังจะบอกว่าเป็นไอ้รบ แต่กระแตไม่ฟัง”
ติรกาได้แต่ยิ้มแหยๆ

ติรกาเดินตามวันรบและรชานนท์ออกมาหน้าบ้าน ใจเสียเมื่อเห็นคราบเลือดเป็นรอยตามพื้น พชรรีบพูดเสียงดังเพื่อเบนความสนใจ
“พวกโจรมันถูกตำรวจยิงตายหมดแล้ว”
ติรกาพูดกับกำนันเรือง
“ไม่เห็นตำรวจสักคน”
กำนันเรืองพูดขึ้นอย่างลืมตัว
“จะเห็นได้ไง ก็มันไม่มี”
วันรบรีบแก้ตัวแทนทันที
“มีหน่วยสวาทจู่โจมและเก็บหลักฐานไปอย่างรวดเร็วครับ”
“ทำไมคราบเลือดมันแปลกๆ”
ทุกคนหันมองคราบเลือดที่เป็นรูปหัวใจสองดวงบนพื้น ทุกคนเหวอไป
“เอ่อ... กระแตจ๋า รีบกลับไปหาลูกมัทดีกว่า ป่านนี้หิวนมแย่แล้ว”
“บ้า ลูกโตเป็นสาวแล้วนะ”
วันรบยิ้มกลบเกลื่อนในขณะที่ติรกายังคงจ้องเขม็งไม่ยิ้มตอบ พชร กำนันเรืองอมยิ้ม อดขำทั้งสามไม่ได้

ภายในบ้านของวันรบ ในเวลาต่อมา มัทรีกอดติรกาด้วยความดีใจ
“มัทดีใจที่แม่ปลอดภัย”
“ต้องขอบคุณกำนันที่พาคนไปช่วยฉันกับสามีออกมา”
พุทรางงเป็นไก่ตาแตก ย้ำคำของติรกาอย่างไม่ค่อยแน่ใจ “สามี”
ติรกาคล้องแขนรชานนท์ประกาศกับทุกคน
“ฉันกับคุณนนท์ปรับความเข้าใจกันแล้ว”
วันทนีย์หันไปถามวันรบ
“ผัวเมียคู่นี้เค้าไม่ถูกกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
พุทราหันไปเล่า
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... โอ๊ย”
ติรกาหยิกพุทราจนร้องลั่น แล้วตัดบท
“มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยค่ะ”
รชานนท์แอบยิ้มให้วันรบ พชร กำนันเรืองที่แผนสำเร็จ
“เข้าใจกันแล้ว” มัทรีพูดขึ้นลอยๆ
“พ่อไม่ได้ทิ้งเราไปนะลูก มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
มัทรี,วันรบ,พุทรา,พชรพูดขึ้นพร้อมกัน
“เข้าใจผิด”
“อาจมีคนนึงที่รู้ข้อมูลในอดีต” รชานนท์พูดขึ้น
ติรกามองรชานนท์ด้วยความสงสัย

นลินีมาที่บ้านพักของพชรในรีสอร์ตคุณแก้ว แล้ววางกล่องไม้เก่าใบหนึ่งไว้บนโต๊ะต่อหน้าทุกคน
“พ่อฝากกล่องของใช้ส่วนตัวไว้กับพี่ก่อนตาย แต่พี่ไม่ได้สนใจเปิดดูว่าในนี้มันมีอะไร”
“อายุเยอะก็ต้องหลงลืมเป็นธรรมดา” พชรว่า
นลินีค้อนควับ พชรรีบพูดต่อ
“แต่เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เมียจ๋าก็ยังสวยใสเสมอ”
นลินียื่นกุญแจให้ รชานนท์รับไปไขกล่องปริศนาออกดู กล่องไม้เก่าถูกเปิดออก รชานนท์ถึงกับตกใจที่เห็นจดหมายมากมายของเขาถูกเก็บไว้ในกล่องไม้นั้น
“จดหมายที่ผมฝากพ่อส่งให้กระแต อยู่ครบทุกฉบับ”
ทุกคนตกใจทำหน้าเลิกลั่ก ติรกาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาอ่าน
“กระแตยอดรัก... อากาศหนาวของที่นี่ ไม่ได้ทำให้ร่างกายผมเหน็บหนาว เท่าหัวใจที่อ้างว้างเมื่อไม่มีคุณ ผมคิดถึงแม่กระแตแต้แว๊ดของผมเหลือเกิน
พุทราปล่อยโฮ
ติรกาหันไปถามพุทรา
“จดหมายรัก ร้องไห้ทำไมยะ”
“ก็มันอินนี่คะ”
นลินียื่นทิชชู่ส่งให้ พุทรารับไปสั่งน้ำมูกปื๊ดๆ จนทุกคนสะดุ้งเป็นทีๆไปฝ
“พ่อไม่เคยส่งจดหมายให้กระแตเลยสักฉบับ แต่กลับส่งข่าวไปบอกผมว่ากระแตแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว”
“แสดงว่าพ่อเป็นต้นเหตุให้นนท์กับติรกาเข้าใจผิดกัน” นลินีพูดขึ้น
“รักแท้ แพ้พ่อผัว ฮือ...” ติรกาปล่อยโฮแล้วสั่งน้ำมูกปื๊ดๆ
ติรกาเบือนหน้าหนีอย่างเอือมระอา รชานนท์กอดติรกา ให้กำลังใจ
“อดีตที่เจ็บปวด จะทำให้เรารักกันมากกว่าเดิมในปัจจุบัน”
มัทรีรู้สึกผิดที่เคยอคติกับรชานนท์ เครียดจนลุกต้องลุกออกไป
“ยายมัท”

รชานนท์เดินตามหามัทรี จนมาเจอมัทรียืนเครียดอยู่มุมหนึ่ง มัทรีหันไปเห็นรชานนท์เดินเข้ามา สับสนจนทำตัวไม่ถูก
“มัท”
“ป๋า”
ทั้งสองพูดพร้อมกัน และชะงักพร้อมกัน ทั้งสองคนจะพูดพร้อมกันอีกครั้ง ...เอ่อ...
รชานนท์กับมัทรีเครียดและกดดันคล้ายกัน จนเอานิ้วโป้งคลึงกลางหว่างคิ้วพร้อมกัน ทั้งสองเห็นท่าทางของอีกฝ่าย ก็ชะงักอีกรอบ ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ
“ขอโทษค่ะ”
“ความเหมือนช่วยย้ำเตือนความสัมพันธ์ทางสายเลือด มัทไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ”
“มัทเคยล่วงเกินป๋าหลายครั้ง แต่ป๋าก็ไม่เคยโกรธ มัทไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีกว่าคำว่าขอโทษ”
“ไม่ต้องขอโทษ.. เพราะผู้ชายคนนี้ไม่เคยโกรธหนูเลย ตรงกันข้ามกลับรู้สึกผิดด้วยซ้ำ...ที่ปล่อยให้หนูลำบากอยู่กับแม่คนเดียวตั้งแต่เล็ก ผู้ชายคนนี้ไม่เคยได้มีโอกาสทำหน้าที่สำคัญที่สุด.. เพื่อลูก”
มัทรีนิ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจ
“พ่อ...” มัทรีเรียกรชานนท์เบาๆ
มัทรีปรี่เข้าไปกราบแทบอกรชานนท์
“ยกโทษให้กับมัทเถอะนะคะพ่อ”
“พ่อบอกแล้วไงว่าไม่โกรธ แค่ได้ยินมัทเรียกว่า “พ่อ” พ่อก็ชื่นใจแล้ว”
รชานนท์ลูบหัวมัทรีอย่างอ่อนโยน ยิ้มอย่างอบอุ่น มัทรียิ้มรับด้วยความดีใจและซาบซึ้ง มัทรีกอดรชานนท์ด้วยความตื้นตัน
“พ่อขา..มัทฝันมาตลอดว่าวันนึงมัทจะได้กอดพ่อ พ่อของมัท”
“มัท..ลูกพ่อ”
มัทรีมองไปด้านหลังเห็นติรกายืนมองและยิ้มอยู่
“แม่”
รชานนท์หันไปยื่นมือให้ติรกา ติรกามองมือรชานนท์ที่ยื่นมา มองมัทรีที่อยู่ในอ้อมกอดรชานนท์ ติรกาน้ำตาคลอวางมือบนมือรชานนท์ รชานนท์ดึงติรกาเข้ามากอด
“ผมดีใจนะที่ผมได้กอดคนที่ผมรัก ขอบคุณนะกระแต ขอบคุณ”
“ฉันก็ดีใจค่ะที่พวกเราอยู่พร้อมหน้ากันเป็นครอบครัว”
สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันด้วยความรัก

รชานนท์ ติรกาเดินจูงมือมัทรีมาด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพชร มัทรีพูดขึ้น
“คุณยายต้องดีใจแน่ๆ ที่แม่ง้อ...”
ติรกาขึงตาใส่เป็นเชิงปราม มัทรีเปลี่ยนรูปประโยคสนทนาทันที
“เอ๊ย..พ่อง้อแม่สำเร็จ อย่างนี้มันต้องปาร์ตี้”
“โนแอลกอฮอลล์นะ” ติรกาว่า
มัทรีมองหน้าติรกา
“ไม่มีอยู่แล้วค่ะ.. แม่คะ มัทอยากทานฝีมือแม่จังเลย”
“ถ้ามัทคิดว่ากินไข่เจียวปนเปลือกไข่ฝีมือแม่ได้ก็ลองดู”
“ต่อให้ผัดผักบุ้งใส่น้ำปลาหมดขวด ให้เป็นฝีมือแม่ มัทยอมตาย”
“เดี๋ยวนะสาว ๆ ฟังจากรายการอาหารแล้ว ผมแสดงฝีมือเองดีกว่า ผมไม่อยากไตพังก่อนวัยอันควรน่ะ” รชานนท์แซวติรกา
“แต่มัทก็ไม่อยากจู๊ด ๆ นะ”
รชานนท์ขยี้หัวมัทรีอย่างหมั่นเขี้ยว
“อ่ะ...อ่ะ คุณผู้หญิง..ผมเนี่ยอดีตสุดยอดเชฟเลยนะ”
“ให้จริงเถอะค่า..มัทจะกินให้พุงแตกเลย”
สามคนพ่อแม่ลูกหัวเราะเสียงใส มัทรีหันมาแล้วชะงัก วันรบเดินเข้ามาพอดี
“มัท..”
ติรกากับรชานนท์มองหน้ากัน
“เดี๋ยวแม่ไปคุยกับคุณป้านีก่อนนะ ไปเถอะค่ะนนท์”
รชานนท์รู้งานรีบจูงมือติรกาเดินไปปล่อยให้วันรบกับมัทรียืนมองหน้ากัน

ทรงสุดาเดินมาที่หลังบ้านของสมภพ เห็นรุจีนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ฮือๆๆ คุณนนท์ รุจีขอโทษ”
ทรงสุดาเข้ามาแตะที่ไหล่รุจี
“รุจี...”
รุจีสะดุ้งหันมาเห็นเป็นทรงสุดา
“ปี้ดา โฮ..” รุจีกอดทรงสุดาแน่น
“ใจ๋เย็นๆ ตั๋วเป็นหยังอู้มาเต๊อะ”
“เปิ้น..เปิ้นยะฮื้อคุณนนท์ต้องเสียใจ๋ เปิ้น...”
“อ้ายสมภพใช่ก่อ อ้ายหื้อน้องยะอันหยัง อู้มาเต๊อะ”
รุจีมองทรงสุดอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเล่าให้ฟังดีไหม

ในเวลาเดียวกัน บริเวณสวนสวยในรีสอร์ตคุณแก้ว วันรบขยับเข้ามาหามัทรี
“มัท...เรื่องภาพนั่น”
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครคะ”
“เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของผม เขาเดือดร้อน..ผมก็เลยต้องช่วย”
“บอกมัทได้ไหมคะว่าเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร”
วันรบคิดหนักว่าจะเล่าดีไหมแล้วตัดสินใจเล่าเพียงบางส่วน
เขาเดือดร้อนเรื่องเงิน ที่บ้านเขาค่อนข้างลำบากก็เลยไปทำอาชีพ...บริการ ตอนนี้ที่บ้านเขารู้ เขากลุ้มใจก็เลยมาขอให้ผมช่วย จริง ๆ นะมัท”
“พี่รบไม่ได้โกหกมัทใช่ไหมคะ”
“พี่ไม่ได้โกหกมัทแม้แต่คำเดียว”
“มัทเชื่อค่ะ”
วันรบดีใจจนออกนอกหน้า
“จริงเหรอ มัทเชื่อผมจริงๆ นะ”
“มัทเคยบอกว่ามัทจะเชื่อใจพี่รบ มัทจำคำสัญญานั้นได้ค่ะ”
วันรบจับมือมัทรีอย่างดีใจ
“ขอบคุณมัท..ขอบคุณ”
วันรบกอดมัทรีอย่างตื้นตัน
รชานนท์กับติรกาที่แอบดูอยู่ ติรกายิ้มๆ แต่รชานนท์ออกอาการหวงลูกสาว กระแอมเสียงดังมากหลายครั้ง
“ฮะแฮ่ม.. แอ่มมม...เกรงใจหน่อย”
วันรบรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงรชานนท์รีบผละจากมัทรีทันที วันรบยิ้มดีใจ
“คุณพ่อ..คุณแม่ครับ ผมขอใช้สิทธิ์จับมือคู่หมั้นนะครับ”
รชานนท์มองด้วยสายตาเหล่ๆ แล้วพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ วันรบคว้ามือมัทรีมาจูงไว้
“คืนนี้เลี้ยงใหญ่ดีมั้ยครับ ผมเป็นเจ้ามือเอง”
“จะโชว์ป๋าเหรอวะ ถ้าเงินไม่ถึง ฉันให้ลูกฉันทิ้งแกแน่” รชานนท์บอก
“อย่าเอาเรื่องนี้มาขู่สิคะ เพราะถ้านนท์ทำแบบนั้น ลูกเราร้องไห้ตาบวมปูดแน่” ติรกาบอก
วันรบ เข้าไปไหว้ติรกาใกล้ๆ รชานนท์เข้ากันติรกาทันที
“ขอบคุณมากครับคุณแม่ยายที่เข้าข้างผม”
“เฮ้ยๆ นี่เมียฉัน ห้ามเข้าใกล้เกินสองเมตร”
“ป๋า..หวงคุณแม่ยายอย่างกับเป็นกรมศิลปากรเลย”
“ทำไมกรมศิลปากรต้องหวงคุณแม่มัทด้วยคะพี่รบ”
“ก็กระแตเป็นวัตถุโบราณ” รชานนท์ปากไวพูดไม่ทันคิด
วันรบถึงกับตกใจร้องเรียกรชานนท์
“ป๋า”
“อุ๊บ” รชานนท์ปิดปากทันทีเมื่อนึกได้
วันรบกับรชานนท์หันไปมองติรกา ติรกาหน้านิ่งจนวันรบกับรชานนท์สะดุ้ง
“ผมล้อเล่นนะครับคุณแม่”
ติรกายิ้มแล้วบอก
“เล่นกันแรงขนาดนี้ฉันก็สบายใจ เวลาเล่นกลับจะได้ไม่ต้องเกรงใจกัน”
ติรกาแกล้งทำหน้าเหี้ยมใส่ วันรบสยองขึ้นมาทันที
“อุ้ย ผมขอโทษครับคุณแม่”
“ปากไม่ดีไม่เป็นไร แต่ไม่รักไม่ให้เกียรติลูกสาวฉัน ตาย”
“ผมให้เกียรติมัทเสมอ ไม่เคยทำอะไรให้มัทต้องเสื่อมเสียแม้แต่นิดเดียว”
รชานนท์พูดประชดขึ้นทันควัน
“อ๋อ..ที่แกอยู่กับลูกฉันที่คอนโดนั่น ลูกฉันไม่เสื่อมเสียเลย นั่นไม่ได้เรียกว่าให้เกียรติกัน.....แกยังไม่ได้เคลียร์กับฉันเลยนะเว้ย...”
รชานนท์แกล้งทำท่าจะต่อย
“ขอสักทีเถอะวะ”
“พ่อคะ แม่คะ มัทมีความจริงจะสารภาพ”
ทุกคนชะงักหันมามองว่า มัทรีจะพูดอะไร มัทรีตัดสินใจจะพูดทุกอย่าง

ทุกคนพร้อมหน้ากันกลับมาที่บ้านของติรกา วันรบมองมัทรีว่าจะพูดเรื่องอะไร
“ที่มัทบอกว่ามัทกับพี่รบเป็นสามีภรรยากันแล้ว ไม่เป็นความจริงค่ะ ถึงจะอยู่คอนโดเดียวกันก็จริง แต่พี่รบไม่เคยล่วงเกินมัทเลยค่ะ”
มัทรีกราบแทบตักติรกาด้วยความรู้สึกผิด
“มัทกราบขอโทษที่โกหกค่ะ แต่ตอนนั้นมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้มัทกับพี่รบได้คบกัน”
“ปฏิภาณดีเหมือนพ่อ” รชานนท์บอก
ติรกาทำตาเขียวใส่รชานนท์ รชานนท์สลดไปทันที
เตือนใจ กับพุทราแบบขำๆ
“หลานเขยฉันอยู่ในโอวาทดีซะด้วย”
“พี่รบไม่เคยรังแกมัทจริง ๆ ค่ะ”
วันรบคลานเข้าไปกราบขอโทษติรกาอีกคน
“ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริง และล่วงเกินคุณแม่มาตลอด”
“ไม่ต้อง” ติรกาน้ำเสียงเด็ดขาด
“แม่คะ” มัทรีเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเสียใจ
“วันรบไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่จำเป็นต้องขอโทษ”
ติรกาพูดกับวันรบ ด้วยสายตาและความรู้สึกที่ดีขึ้น
“ฉันต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเธอมากกว่าที่ช่วยปกป้องศักดิ์ศรีของยายมัท”
“แม่ไม่โกรธพี่รบแล้ว”
วันรบกับมัทรียิ้มและกุมมือกันและกันด้วยความดีใจ ติรกาหันไปทางรชานนท์
“ฉันแค้นที่คุณทิ้งฉันก็เลยตาบอด หูดับ ไม่ยอมให้โอกาสวันรบ ไม่ฟังลูก ฉันเอาตัวเองเป็นที่ตั้งจนเกือบต้องเสียลูกกับนนท์ไป ฉันจะไม่แก้ตัวแต่ฉันจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดแก้ไขทั้งกับนนท์กับมัท”
“โอว.... มาย นิว บอส”
พุทราพูดแล้วปรี่เข้าไปจะโอบกอดติรกาด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า ติรกาจ้องพุทราด้วยสายตาดุและนิ่งมาก พุทรายิ้มเจื่อนๆแล้วก้มลงมองพื้นเหมือนเดิม
“แหะๆ มันอดอินไม่ได้”
ติรกามองค้อนพุทราอย่างเอือมระอา ทุกคนหัวเราะขำในท่าทางพุทรา และยิ้มให้กันอย่างมีความสุข รชานนท์มองติรกาด้วยความรักเต็มเปี่ยม

ทางด้านทรงสุดาถึงกับตกใจที่ได้รู้ความจริงจากรุจี
“อ้ายสมภพหื้อน้องไปหลอกคุณนนท์”
“ตอนนี้คุณนนท์ เปิ้นคงฮู้แล้ว ว่าน้องทำให้เปิ้นต้องเดือดฮ้อน น้องบ่ฮู้ว่าจะยะจะใด น้องฮักคุณนนท์แต่น้องจะไม่เห็นแก่ตัวแย่งคุณนนท์มา น้องอยากหื้อคนที่น้องฮักมีความสุข”
“ต่อไป น้องบ่ต้องยะตามที่อ้ายสมภพสั่งอีก”
“แต่อ้ายสมภพขู่ว่าถ้าน้องบ่ยะตามที่เขาสั่ง เขาจะทำร้ายปี้ น้องยอมบ่ได้ ปี้ดา..ไปจากตี้นี่เต๊อะ น้องจะยะการยะงานเลี้ยงดูปี้กับหลานเอง นะปี้นะ”
ทรงสุดาได้แต่น้ำตาริน พูดไม่ออก
“น้องจะไม่ยอมให้เปิ้นทำร้ายปี้ตลอดไป สักวันน้องต้องพาปี้ออกไปจากตี้นี่ให้ได้”
รุจีพูดด้วยสายตามุ่งมั่น

เช้าวันใหม่ รชานนท์ยืนหันหลังอยู่ในบ้านพักของพชร วันรบ มัทรี พุทราเข้าบ้านมาด้วยท่าทางแตกตื่น
“มีเรื่องอะไรครับป๋า” วันรบถาม
“นั่นสิคะ ทำไมต้องเรียกมัทกับพี่รบมาคุยที่นี่ด้วย”
“ว่าแต่พุทราเกี่ยวอะไรด้วยเหรอค้า” พุทราถามด้วยความอยากรู้
“ผมมีเรื่องอยากให้ทุกคนช่วย”
ทุกคนมองสีหน้าเครียดของรชานนท์อย่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ค่ำคืนนั้น... ในวันเดียวกัน ภายในบ้านของติรกา ติรกาออกมายืนกอดอกที่ระเบียงริมน้ำมองพระจันทร์ รชานนท์ขยับเข้าโอบติรกาจากด้านหลัง ติรกาพิงตัวไปกับรชานนท์อย่างผ่อนคลาย
“ผมเคยรอ..รอจนเลิกหวังที่จะได้คุณกลับมา ผมอยากอยู่กับคุณตลอดไป คุณล่ะกระแต”
ติรกาวางมือทับบนมือรชานนท์แล้วบอก
“ฉันไม่เคยกล้าคิดว่าเราจะมีวันนี้ด้วยกัน”
“วันนี้ท้องฟ้ามืดจังนะ”
“ฉันเคยเกลียดกลางคืนมากเพราะมันมืด..จนฉันกลัวว่าจะไม่มีวันที่สว่างสำหรับฉันอีกต่อไป คืนนี้ท้องฟ้าก็มืดอีก” ติรกาพูดแล้วก็จับมือรชานนท์แน่น
“แต่ในความมืดก็ยังมีแสงดาวแม้ว่ามันจะริบหรี่ก็ตาม” รชานนท์กระซิบบอกติรกา
ติรกามองหาไม่เห็นดาวสักดวง
“ดาวที่ไหนค่ะ ไม่เห็นมีเลย”
รชานนท์กระซิบข้างหูติรกาเบาๆ
“มีสิครับ ดูดีๆ สิ”
ติรกามองออกไปที่บริเวณฝั่งตรงข้ามของบ่อน้ำมีประกายไฟถูกจุดขึ้น และไฟก็วิ่งอย่างรวดเร็วเป็นคำว่าMarry me... ติรกาถึงกับอึ้งหันมามองรชานนท์
รชานนท์จับมือติรกาแล้วบอก
“ตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอด”
รชานนท์คุกเข่าตรงหน้าติรกาแล้วหยิบกล่องแหวนออกมาเปิดตรงหน้าติรกา
“แต่งงานกับผมนะครับ...กระแต”
ติรกายังคงยืนมองรชานนท์อย่างอึ้งๆและคิดไม่ถึง
“ผมจะไม่ปล่อยคุณไปจากชีวิตผมอีก แต่งงานกับผมนะ”
“ค่ะ” ติรกายิ้มทั้งน้ำตา
รชานนท์ยิ้มสวมแหวนให้ติรกา เสียงไชโยดังลั่นมาจากฝั่งตรงข้าม ติรกาหันไปมองเห็นมัทรี วันรบ เตือนใจ พุทราตบมือดีใจ
“นี่ร่วมมือกันหมดเลยเหรอคะ” ติรกาถาม
“ก็มีมัทกับวันรบ แล้วก็คุณแม่ยายอยากให้เราสองคนมีความสุขนี่ครับ”
ติรกากับรชานนท์ต่างกอดกันด้วยความรัก รชานนท์ยกนิ้วให้ทุกคนที่มองอยู่
“แบบนี้ต้องส่งท้าย” พุทราพูดขึ้นแล้วจุดพลุจนสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้าที่ราชบุรี










Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:30:47 น.
Counter : 222 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 11



ทางด้านวริษราได้พาสมภพกับธงฉานมาในมุมสวนสวยที่ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา

“พี่รบเป็นญาติฉันและเราก็สนิทกันมาก” วริษราบอก
สมภพดูอาการของวริษราแล้วพอสรุปเรื่องราวได้ สมภพพูดเยาะเย้ย
“แต่ก็ไม่มากพอที่จะเปลี่ยนจากญาติเป็นคนรัก”
วริษราถึงกับอึ้งไปที่โดนพูดแทงใจดำ
“นังหน้าจืดมันแย่งพี่รบไป”
“ไม่จริง ไอ้หน้าจืดต่างหากที่แย่งน้องมัทไป” ธงฉานบอก
วริษรากำลังจะเถียงอีก แต่สมภพรีบขัดไว้ก่อน
“พอได้แล้ว ใครจะหน้าจืด ใครจะแย่งใครฉันไม่สน แต่ตอนนี้ฉันต้องการให้เธอแย่งวันรบกลับไปให้ได้ อย่าให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้นเด็ดขาด”
วริษรานิ่งและเริ่มใช้ความคิด
“พวกคุณมีจ่ายให้ฉันเท่าไหร่”
“ทำไมต้องจ่าย ริซซี่ก็อยากได้ไอ้วันรบ ส่วนผมก็อยากได้น้องมัท” ธงฉานพูดขึ้น
“ค่าปิดปากไง ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาแผนชั่วของพวกคุณไปบอกคนอื่น”
“แล้วเธอไม่กลัวฉันไปบอกคนอื่น.. เรื่องงานเสริมของเธอบ้างเหรอ” สมภพพูดเบรก
วริษราถึงกับอึ้งไปที่โดนสวนกลับ สมภพพูดกล่อมต่อ
“คิดดูดี ๆ ว่าจะร่วมมือกัน ต่างคนต่างได้ประโยชน์ หรืออยากจะให้ฉันแฉ”
วริษรามองสมภพกับธงฉานอย่างลังเลใจแล้วตัดสินใจ
“จะเอายังไงก็ว่ามา”
สมภพยิ้มร้าย
“หน้าอย่างอามีแผนเด็ดๆ กับเขาด้วยเหรอ” ธงฉานว่า
สมภพเบิ๊ดหัวธงฉาน
“ไปตามรุจีมา งานนี้ยิงนัดเดียวต้องกินรวบ”
ธงฉานกับวริษรามองสมภพด้วยความอยากรู้ว่าแผนของสมภพคืออะไร

ชานนท์กับวันรบเข้ามาในห้องพักที่ตกแต่งเรียบร้อยสวยงามในรีสอร์ตคุณแก้วในคืนนั้น เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย
“พรุ่งนี้ห้องที่ตกแต่งก็เรียบร้อยทั้งหมด ก็คงส่งมอบแล้วก็ปิดจ็อบ”
“เสร็จเรื่องรบก็เหลือแต่เรื่องรักนะป๋า ที่ป๋ามาตื้อ ๆ แม่ยายผมนี่ ป๋าวางแผนไว้ว่ายังไง”
“ฉันเหรอ...ฉันก็อยากจะกลับมาอยู่กับครอบครัวฉัน ดูแลลูกเมียชดเชยกับที่ฉันทอดทิ้งเขาไป”
“แต่วันไหนถ้าแม่ยายความจำกลับมา เราจะตายหมู่นะป๋านะ”
“ฉันไม่กลัวหรอกว่ะ แกไม่เคยได้ยินเหรอ ความรักชนะทุกอย่าง”
“หืม..ไม่คิดนะว่าป๋าจะเลี่ยนขนาดนี้”
“รักเปลี่ยนคนได้เว้ย เมื่อกลางวันตอนที่คุณแก้วเจ็บท้องจะคลอด ฉันเห็นสามีคุณแก้วตื่นเต้นฉันยิ่งเสียดาย เมื่อวันที่มัทเกิด ฉันไม่ได้จับมือกระแต ไม่ได้อุ้มมัท ฉันทำให้ลูกต้องเสียใจ ขาดความอบอุ่น ทำให้เมียต้องลำบาก”
“เป็นผู้ชายที่แย่จริงๆ”
“ใช่..” รชานนท์รับคำแล้วนึกได้
“เฮ้ย ไอ้รบ ฉันพ่อตาแกนะ”
“ก็ล้อเล่น..แต่ป๋ายอมรับว่าเป็นพ่อตาผมแล้ว ยกมัทให้ผมแล้วใช่ไหม เย้ๆ”
“ฉันเชื่อใจแก แต่ฉันก็ห่วงลูก มัทเคยเสียใจเพราะฉันมาแล้ว ฉันไม่อยากให้ลูกต้องเสียใจเพราะแก มัทรักแกมากนะ”
“ป๋าก็รู้ว่าผมรักมัทมาก ผมจะไม่ทำให้มัทเสียใจแน่นอน ถ้างั้นเราก็ต้องสู้ต่อไปนะป๋าเพื่อผู้หญิงที่เรารัก”
วันรบยื่นมือ รชานนท์มองแล้วชกเบาๆ อย่างลูกผู้ชาย รชานนท์ยิ้ม
“แน่นอน”
พนักงานเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา
“คุณวันรบคะ มีคนมาขอพบค่ะ”
วันรบมองหน้ารชานนท์

วันรบเดินออกมาที่สวนสวย บริเวณนั้นไฟสลัว วันรบมองหาไม่เห็นใคร
“ไหนว่ามีคนมาพบ”
“พี่รบ”
วันรบหันไปยังไม่ทันตั้งตัว วริษราก็โผเข้ากอดวันรบทันที วันรบตกใจพยายามจะผลักวริษราออก แต่วริษราร้องไห้บีบน้ำตา วันรบถึงกับชะงัก
“ริษร้องไห้ทำไม”
“แม่รู้ว่าริษทำงานกับเจ๊กุ๊ก แม่โกรธริษมาก”
“ริษ...”
วริษรายังกอดวันรบแน่นแล้วร้องไห้หนักขึ้น
“ขอริษอยู่แบบนี้สักพักนะคะพี่รบ”
วันรบใจอ่อนโอบปลอบวริษราไว้หลวม ๆ แชะ แชะ แชะ ภาพถูกบันทึกไว้แล้ว

รชานนท์กำลังหันหลังให้ประตูตรวจความเรียบร้อยภายในห้องพักเดิม มีเสียงประตูเปิดเข้ามา รชานนท์พูดขึ้นขณะที่ยังไม่ได้หันหลังกลับไปมอง
“ใครมาหาแกล่ะ”
รชานนท์หันมาก็ชะงักที่เห็นเป็นรุจีในชุดไทยเซ็กซี่
“รุจี...คุณมาที่นี่ทำไม”
รุจีปิดประตูเดินเข้าหารชานนท์ รชานนท์ถอยทันที
“คุณนนท์เจ้า รุจี...”
“รุจี ออกไปดีกว่านะ”
รุจีตัดสินใจโผเข้าหารชานนท์แล้วดันให้ล้มไปบนเตียง
“คุณนนท์..รุจีฮักคุณนะเจ้า..ฮักมาก”
รชานนท์พยายามจะผลักรุจีออกไป แต่รุจีไม่ยอมกอดรชานนท์แน่น รชานนท์ดันพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างรุจี รชานนท์ใช้สองมือยึดมือรุจีไว้ … แชะ แชะ แชะ ภาพนี้ถูกบันทึกไว้แล้ว
“เลิกทำบ้าๆซะที”
รชานนท์ลุกขึ้นไปเปิดประตูจะออกจากห้อง แต่รุจีรีบวิ่งเข้าไปกอดด้านหลังรชานนท์
“คุณนนท์”
บริเวณหน้าห้อง รชานนท์ปลดมือรุจีออกแล้วดันรุจีให้ออกห่าง
“ผมจะไม่ทรยศคนที่ผมรัก ผมไม่เคยรักคุณนะรุจี ผมรักกระแตคนเดียวเท่านั้น อย่าทำแบบนี้อีก ไม่งั้นระหว่างเราจะไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน”
รชานนท์พูดแล้วเดินไป
“คุณนนท์..คุณนนท์ รุจีขอโทษ”
รุจียืนร้องไห้น้ำตาไหลพรั่งพรูอย่างอึดอัด

เช่นเดียวกับวันรบที่พยายามดันวริษราออกไปให้ห่าง
“เรื่องคุณน้าไว้พี่จะคุยให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษแค่กลุ้มใจอยากระบาย ตอนนี้ริษสบายใจแล้ว ขอบคุณนะคะพี่รบริษ..กลับก่อนนะคะ”
“แล้วมีเงินหรือเปล่า”
วริษราทำเป็นนิ่ง หน้าเสีย วันรบหยิบกระเป๋าเงินดึงเงินออกมาให้วริษรา
“ติดตัวไว้ใช้นะ”
“ขอบคุณค่ะ ริษไปนะคะ”
วริษราเดินออกไปขณะที่วันรบมองตามด้วยความหนักใจ
วันรบจะกลับไปที่ห้องพักก็เห็นรชานนท์เดินตามมาติดๆ
“อ้าว..ป๋า เช็คงานเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อืม...คิดถึงเมีย กลับบ้านดีกว่า”
“คิดถึง...ไม่ได้เกลียมัวใช่ไหม”
“ระดับป๋าไม่กลัวเมียเว้ย..แต่เกรงใจมาก”
วันรบกับรชานนท์หัวเราะแล้วเดินออกไปด้วยกัน

เสียงไก่ขันยามเช้าดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงโทรศัพท์มือถือของมัทรีและติรกาที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน ติรกา รชานนท์ มัทรี วันรบ และเตือนใจ นั่งทานข้าวเช้ากันอยู่ พุทราหยิบมือถือมาส่งให้มัทรีกับติรกา
“ไม่โชว์เบอร์ทั้งสองเครื่องเลยค่ะ” พุทรารายงาน
ติรกากับมัทรีรับมือถือมาแล้วกดรับสาย
“สวัสดีค่ะ...”
“เช็กอีเมลซะจะได้ตาสว่างซะที” เสียงผู้หญิงดังขึ้นบอกกับติรกาและมัทรี
พูดแล้ว … ปลายสายวางหูทันที
ติรกากับมัทรียัง “ฮัลโหลๆ” อยู่ ก่อนจะหันหน้ามามองกันอย่างงงๆ
“มีอะไรเหรอกระแต” รชานนท์ถาม
“มัทใครโทรมาเหรอ” วันรบถาม
ติรกากับมัทรีไม่ตอบแล้วมองหน้ากันนิ่งๆแล้วลุกเดินออกไปเช็กอีเมลทันที

ติรกาและมัทรีเปิดอีเมล์จากโน้ตบุ๊คของตัวเอง รชานนท์กับวันรบแปลกใจกับท่าทีของคนรัก
“ตกลงมีอะไรกัน” รชานนท์พูดขึ้น
“เกี่ยวกับคนที่โทรมาเมื่อกี้ใช่มั้ย”
ติรกาและมัทรีหันมามองหน้ารชานนท์กับวันรบนิ่งๆแล้วไม่พูดอะไร
“นิ่งขนาดนี้ อย่าเพิ่งถามอะไรเลย” เตือนใจบอก
“เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ” พุทราต่อข้อความให้สมบูรณ์
อีเมลเป็นไฟล์ภาพนิ่งถูกส่งมาจากบุคคลนิรนาม เมื่อเปิดเมล์โหลดไฟล์จนเสร็จ ทั้งติรกาและมัทรีคลิ๊กเปิดไฟล์ทันที ติรกาและมัทรีอึ้งช็อกไปเมื่อเห็นภาพ
รชานนท์ วันรบ เตือนใจและพุทราถึงกับอึ้งและช็อกไปเช่นกัน
รชานนท์และวันรบถึงกับร้อง “เฮ้ย”
ติรกาและมัทรีหันมามองรชานนท์กับวันรบทั้งโกรธทั้งตกใจกับสิ่งที่เห็น วันรบกอดกับผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะที่รชานนท์คล่อมอยู่บนร่างของรุจี

รชานนท์ดึงตัวติรกามาคุยทันที
“กระแตผมอธิบายได้นะ”
“คุณนอกใจฉัน”
มัทรีเดินเข้าไปหาวันรบด้วยอารมณ์โกรธไม่แพ้ติรกา
“พี่รบ มัทไม่คิดเลยว่าพี่จะทำกับมัทแบบนี้”
“มัท ฟังผมก่อนนะ ผมกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีอะไรกัน”
“กอดกันขนาดนี้ยังจะโกหกมัทอีกเหรอ”
“พุทรา” ติรกาเรียกเสียงแข็ง พุทรารู้หน้าที่ส่งปืนให้ติรกาทันที
“วิ่ง” เตือนใจเสียงดังสวนทันที
รชานนท์กับวันรบใส่เกียร์ออกวิ่ง ติรกายิงปืนตามไป ปังๆๆ! รชานนท์กับวันรบหลบอยู่ที่หน้าบ้าน
“กระแต ฟังผมก่อนสิครับ”
“ภาพมันฟ้องขนาดนี้ยังจะให้ฟังอีกเหรอ ฉันให้โอกาสคุณ ยอมให้คุณเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะคิดว่าคุณจะกลับตัวได้ แต่คุณมันเป็นจอมโกหก หลอกลวงไม่ต่างจากยี่สิบปีก่อน คนเลว”
วันรบได้ยินดังนั้นก็ชะงักทันที
“ป๋า คุณแม่ยายเขา”
“กระแต..นี่คุณจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้วเหรอ” รชานนท์ถาม
“ใช่”
พุทรารีบเสนอหน้าทันที
“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณติ”
“นั่นสิ แม่จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
ติรกาอึ้งหันไปมองเตือนใจ เตือนใจเบือนหน้าหนีไม่ช่วยซะอย่างนั้น
ติรกาทำอะไรไม่ถูกได้แต่กลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงอันดัง
“ฉันจะจำได้ตอนไหนไม่ต้องสนใจ แต่ตอนนี้ฉันรู้เช่นเห็นชาติพวกคุณหมดแล้ว ออกไปให้พ้นจากชีวิตฉัน ไป”
ติรกายังคงยิงปืนใส่เป็นระยะแบบไม่ยั้ง
วันรบดึงรชานนท์ แต่รชานนท์จะไม่ยอมไป
“ไปหาที่ตั้งหลักก่อนเถอะป๋า”
“แต่...”
“เอาชีวิตรอดก่อนเถอะ”
ติรกาหระหน่ำยิงซ้ำอีก วันรบลากรชานนท์ออกไปจนได้
“พุทรา ต่อไปนี้อย่าให้สองคนนั้นเข้ามาในบ้านได้อีก”
ติรกาสั่งด้วยเสียงกร้าวแต่น้ำตาร่วงด้วยความเสียใจ
สองแม่ลูกกอดกันด้วยความผิดหวัง เตือนใจกับพุทรามองติรกากับมัทรีด้วยความสงสาร

ในห้องทำงานภายในรีสอร์ตของสมภพ เขาพับหน้าจอโน๊ตบุ๊คลงแล้วยิ้มสะใจ โดยมีธงฉานและวริษรานั่งอยู่ใกล้ๆ
“ป่านนี้คนบ้านนั้นคงดูภาพเรียบร้อยแล้ว”
“แน่ใจเหรออาว่าภาพพวกนั้นได้ผลชัวร์” ธงฉานถามขึ้น
“ภาพมันมัดตัวขนาดนี้ ไม่มีใครจับได้แน่”
“แล้วถ้าไอ้รบมันบอกว่าริซซี่เป็นใคร”
“ในรูปไม่เห็นหน้าฉันนี่ ฉันไม่รับไม่พูด พี่รบก็ทำอะไรไม่ได้” วริษราบอก
“งั้นอีกไม่นานพวกเราคงได้ข่าวดีจากโรงงานโอ่งแม่เตือนแน่ ๆ”
สมภพกับวริษรายิ้มร้ายมั่นใจในแผนการ
ภายในบ้าน ติรกาและมัทรีนั่งเศร้า ๆ มุมหนึ่ง เตือนใจยืนมองลูกหลานอย่างสงสารแล้วตบมือเรียกสติ
“เอาล่ะ..เศร้าสะเทือนใจกันพอแล้ว ถึงเวลาใช้สติแล้ว ยายถามหน่อย มัทเชื่อเหรอลูกว่าตารบจะทรยศมัทจริงๆมัทรี ภาพมันฟ้องนะคะคุณยาย”
“อ่ะ..พูดถึงภาพที่ไม่รู้ว่าส่งมาจากใคร ขนาดเจ้าของภาพยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง แสดงว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า”
“คุณยายคะ”
“เพิ่งจบบทเรียนเรื่องกระถินไปหยก ๆ จำได้ไหมลูก”
มัทรีชะงักคิด
“แม่จะให้ยัยมัทใจอ่อนอีกเหรอคะ หนูไม่ยอมนะคะ”
“ยัยติ..ตลอดเวลาที่ตานนท์อยู่ที่นี่ กับสิ่งที่ตานนท์พยายามทำเพื่อลูกเพื่อยัยมัท มันยังพิสูจน์ตัวตานนท์ไม่ได้อีกเหรอ”
ติรกาอึ้งไป
“เอาล่ะ..เรื่องของคนสองคนแม่ไม่ชี้นำ แต่เรื่องที่ใครเป็นคนส่งมานี่มากกว่าที่น่าสนใจ เพราะส่งรูปแบบนี้มา”
“หมายความว่าจะตีเราให้บ้านแตกแน่ค่ะคุณติ” พุทราบอก
“ไม่ว่าลูกเขย หลานเขยฉันจะทรยศจริงหรือไม่จริง ฉันก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่ารูปพวกนี้ฝีมือใคร”
เตือนใจบอกแล้วเดินไปนั่งที่หน้าโน้ตบุ๊กมองรูปอย่างพินิจ ติรกากับมัทรีมองหน้ากัน
“ก็จริงนะคะแม่ มัทก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครส่งมา แล้วพี่รบทรยศมัทจริงหรือเปล่า”
ติรกาคิด ๆ แล้วเดินไปนั่งข้างๆเตือนใจ มัทรีรีบตามไป พุทราตามประกบ
“แม่พุทรา รู้ไหมว่าที่นี่มันที่ไหน” เตือนใจถาม
“ไม่คุ้นเลยค่ะคุณเตือน”
“นี่มันที่รีสอร์ทคุณแก้วนี่คะ” มัทรีบอก
เตือนใจลุกพรวดขึ้นทันที แล้วสั่ง
“แม่พุทรา เอารถออก”
“คุณแม่จะไปไหนคะ”
เตือนใจ ยิ้มแล้วบอก
“สืบจากสถานที่น่ะสิ”

ภายในบ้านของพชร รชานนท์กับวันรบยิ่งเครียดจัดเมื่อมองภาพในโน้ตบุ๊ค
“อันนี้ที่ผมโหลดจากเมล์ของมัทกับของคุณแม่ยาย” วันรบบอก
“คาหนังคาเขา พวกแกมันไม่ได้เรื่อง หลบแฟนหลบเมียยังไงทำให้จับได้” พชรพูดขึ้น
“ผมไม่ได้นอกใจมัทนะพี่ระ”
“ผมก็ไม่ได้ทำ” รชานนท์บอก
“ไม่ได้ทำแล้วมันจะมีหน้าพวกแกในรูปได้ยังไง”
วันรบหันมองรูปอีกทีแล้วชะงัก
“รูปนี้มันเพิ่งถ่ายเมื่อคืนนี่ ที่รีสอร์ทคุณแก้ว”
รชานนท์ชะงัก ตั้งสติมานั่งมองอย่างพินิจ
“ ใช่ รูปของฉันก็ในห้องเมื่อคืนที่รุจีมาหา”
วันรบหันขวับแล้วถามทันที
“รุจีมาหาป๋าเหรอ”
รชานนท์หันไปมองวันรบแล้วถามเช่นกัน
“แล้วคนที่มาหาแกล่ะ”
“ลูกพี่ลูกน้องผมที่มีปัญหากับผมอยู่”
“เอ..มันบังเอิญไปหรือเปล่า ผู้หญิงมาหาทั้งคู่ แล้วก็มีรูป” พชรตั้งข้อสังเกต
“มันต้องเป็นแผนของใครสักคนแน่ๆ ผมต้องไปอธิบายกับกระแต”
พชรรีบลากตัวรชานนท์ไว้
“เดี๋ยว เรารู้ว่าเป็นแผนแต่พวกผู้หญิงจะยอมฟังเหรอ ถ้าไม่มีพยาน หลักฐานยืนยันน่ะ”
รชานนท์ชะงักมองหน้าวันรบ ทั้งสองคนสีหน้ากลับมาเครียดเหมือนเดิม
“ถ้างั้นผมจะไปหารุจีว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร”
“งั้นผมจะไปหาฝั่งของผมเหมือนกัน”
“ลุยเพื่อเมียเว้ย” พชรพูดส่งสัญญาณ
รชานนท์กับวันรบรีบออกไปทันที

รชานนท์กับวันรบเดินออกมาที่หน้าบ้านพักของพชร มีพชรวิ่งตามมาติดๆ
“ออกศึกมันต้องมีขุนศึกคู่กาย พี่ชายคนนี้จะพาไปลุยเองทั้งคู่เลย ไป” พชรบอก
“ก็ดีเหมือนกัน” รชานนท์ว่า
“อืม..ไม่เลวนะพี่ระ เกิดมีบีบน้ำตาผมจะได้ไม่ใจอ่อนง่ายๆ” วันรบบอก
พชรเปิดประตูรถแล้วถาม
“ว่าแต่จะไปหาของใครก่อน”
“ป๋าก่อนก็ได้ คุณรุจีอยู่ที่ไหนล่ะป๋า” วันรบถาม
รชานนท์คิดแล้วก็ชะงัก
“เออว่ะ..รุจีอยู่ที่ไหนเนี่ย”
“อ้าว” พชรร้องขึ้น
“ก็ผมไม่เคยไปหาเขาก็เลยไม่ได้ใส่ใจว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“งั้นไปหาคนของไอ้รบก่อน” พชรสรุป
“ขึ้นรถเลยพี่”

บริเวณหน้าคอนโดของวริษรา วันรบขึ้นไปหาวริษรา รชานนท์ยังยืนรออยู่อย่างกระวนกระวาย เดินกลับไปกลับมาจนพชรทนไม่ได้
“ไอ้นนท์ อยู่เฉยๆ ได้ไหมวะพี่เวียนหัว”
“จะให้อยู่เฉยได้ยังไงพี่ ผมไม่รู้ว่ารุจีอยู่ที่ไหนแล้วจะตามมาอธิบายกับกระแตได้ยังไง ทุกอย่างกำลังจะดีแท้ๆ”
“คนจะดีมารมักผจญแบบนี้แหล่ะไอ้น้อง”
วันรบเดินหน้าหงิกออกมา
“ว่าไงไอ้รบ” รชานนท์ถาม
“ริษไม่อยู่”
“ก็โทรหาสิวะ” พชรแนะนำ
“ผมโทรแล้วแต่เขาไม่รับ”
“ไม่มีพยาน มีแต่หลักฐานหาต้นตอก็ไม่ได้ นี่เราจนมุมแล้วจริงๆ เหรอวะไอ้รบ” รชานนท์ว่า
“เพิ่งเคลียร์เรื่องกระถินได้มาเจอเรื่องนี้อีก มีแต่เรื่องขนาดนี้ เมื่อไหร่ผมกับมัทจะได้จู๋จี๋กันซะที”
รชานนท์ร้อง “เฮ้ย”
“ผมหมายถึงหวานใส่กัน ป๋า..ผมไม่พูดถึงคนที่ผมรักให้เสียหายแบบพี่ระหรอก”
“อ้าวไอ้รบ” พชรพูดขึ้น
“อย่าเพิ่งตีกันเลยพี่ ช่วยกันคิดก่อนเถอะว่าจะเคลียร์กับเมียผมยังไงดี” รชานนท์ว่า
“คู่หมั้นผมด้วย”
“ยากว่ะ ผู้หญิงน่ะนะ เชื่อภาพที่เห็นมากกว่าคำพูดอดีตเสืออย่างพวกแกอยู่แล้ว”
ได้ยินอย่างนั้น รชานนท์กับวันรบถึงกับเครียดขึ้นมาอีก

เตือนใจเดินนำติรกา มัทรี พุทราเข้ามาที่หน้าห้องเกิดเหตุ ภายในรีสอร์ตคุณแก้ว
“ห้องนี้ใช่ไหม” เตือนใจถามขึ้น
พุทราหยิบรูปที่ปริ๊นท์ออกมาเปรียบเทียบแล้วบอก
“ห้องนี้ไม่ผิดแน่ค่ะ เลขห้องตรงกันเด๊ะ”
“แม่คะ มาที่นี่มันจะสืบอะไรได้คะ” ติรกาถามเตือนใจ
เตือนใจกวาดสายตาไปทั่วห้องทั้งบนและล่าง
“จุ๊ ๆ ยัยติ ความมุ่งมั่นและละเอียดรอบคอบ จะทำให้เราเจอ..”
สายตาเตือนใจสแกนไปเรื่อย ๆ จนชะงักที่เห็นกล้องวงจรปิดติดอยู่แถวหน้าห้องอย่างเนียนโดยแฝงอยู่กับต้นไม้ เตือนใจชะงักเล็กน้อยแล้วยิ้ม
“หนทางแห่งความจริงเสมอ อยากรู้ความจริงไหมล่ะ” เตือนใจพูดต่อ
เตือนใจหันไปมองที่กล้อง ติรกากับมัทรีมองตาม
“พุทราจะจัดการให้ด่วนเลยค่ะ” พุทราบอก
“มัทไปช่วยคุยให้ค่ะ”
พุทรากับมัทรีรีบเดินออกไป
“แล้วถ้าความจริงมันเจ็บปวดล่ะคะแม่” ติรกาถาม
“ก็ให้มันรู้ไปว่าจริง ดีกว่ารู้ทีหลังว่าเสียโง่ให้กับเรื่องไม่จริง เจ็บกว่านี้ก็เคย..เสี่ยงไหมล่ะลูก”
ติรกาตัดสินใจ
“ค่ะ”
เตือนใจยิ้ม ฮัมเพลง “ขออีกที” ของ แจ้...ดนุพลอย่างอารมณ์ดี
“ยังเจ็บไม่พอจะขออีกสักที จะชั่วจะดีมันก็ต้องรอผล...”
ติรกามองที่กล้องด้วยสีหน้าเครียดเพราะกลัวจะรับไม่ได้กับความจริงที่เกิดขึ้น

ภายในห้องมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิด จอมอนิเตอร์เป็นภาพรุจีเข้ามาที่หน้าห้องแล้วเดินเข้าห้อง ติรกามองด้วยสีหน้าเครียด พุทรา เตือนใจ มัทรีมองติรกาอย่างหวั่นๆ
“หายใจลึกๆ นะลูก” เตือนใจบอกกับติรกา
“จะหายใจไม่ออกน่ะสิคะ เดินเข้าไปในห้องคาตาขนาดนี้” พุทราพูดแทรกขึ้น
เตือนใจหันมาขมึงตาดุใส่พุทรา สียงจากมอนิเตอร์ดัง
“คุณนนท์”
ทุกคนหันไปดูเป็นภาพรุจีรีบวิ่งเข้ามากอดด้านหลังรชานนท์ที่เปิดประตูออกมา รชานนท์ปลดมือรุจีออก แล้วดันรุจีออกห่าง
“ผมจะไม่ทรยศคนที่ผมรัก ผมไม่เคยรักคุณนะรุจี ผมรักกระแตคนเดียวเท่านั้น อย่าทำแบบนี้อีก ไม่งั้นระหว่างเราจะไม่เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อน”
รชานนท์เดินไป
“คุณนนท์..คุณนนท์! รุจีขอโทษ”
รุจียืนร้องไห้อย่างอึดอัด
ติรกาอึ้งไป มัทรี เตือนใจ พุทรามองติรกามองด้วยความอึ้งพอกัน
“ของยัยติ เคลียร์ ทีนี้ของยัยมัทบ้างนะ พุทรา”
“มุมนั้นมีกล้องวงจรปิดเหมือนกันค่ะ”
มอนิเตอร์เป็นภาพวันรบโดนวริษรากอด แต่ภาพในกล้องกลับเห็นแต่ด้านหลังและผมของวริษราเท่านั้น
“อึ๊ย..เต็มๆ” พุทราโพล่งขึ้น
ในมอนิเตอร์ วันรบดันวริษราออก
“เรื่องคุณน้าไว้พี่จะคุยให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ริษแค่กลุ้มใจอยากระบาย ตอนนี้ริษสบายใจแล้ว ขอบคุณนะคะพี่รบ ริษ..กลับก่อนนะคะ”
“แล้วมีเงินหรือเปล่า”
วริษราทำเป็นนิ่งหน้า วันรบหยิบกระเป๋าเงินดึงเงินออกมาให้วริษรา
“ติดตัวไว้ใช้นะ”
“ขอบคุณค่ะ ริษไปนะคะ”
วริษราเดินออกไป วันรบมองตามอย่างหนักใจ
วันรบจะกลับไปที่ห้อง รชานนท์เดินเข้ามา
“อ้าว..ป๋า เช็คงานเรียบร้อยแล้วเหรอ”
“อืม...คิดถึงเมีย กลับบ้านดีกว่า”
“คิดถึง...ไม่ได้เกลียมัวใช่ไหม”
“ระดับป๋าไม่กลัวเมียเว้ย..แต่เกรงใจมาก”
วันรบกับรชานนท์หัวเราะแล้วเดินออกไป
พุทราตั้งข้อสังเกตขึ้นทันที
“คุณรบให้เงินผู้หญิงด้วย ต้องกิ๊กกันแน่ ๆ เลยค่ะ”
เตือนใจ ตบปากพุทราเบาๆ
“เงียบ! จะพูดอะไรคิดถึงใจหลานฉันมั่ง”
ติรกา เตือนใจ และพุทราหันมองมัทรี มัทรีอึ้งถึงกับน้ำตาร่วง
“ยัยมัท”
“แบบนี้หมายความว่ายังไงคะแม่ เขาเลี้ยงดูผู้หญิงคนอื่น”
“ตั้งสติก่อนลูก หายใจเข้าลึก ๆ เมื่อกี้ที่ยายได้ยิน ผู้หญิงมาขอความช่วยเหลือตารบนะลูก” เตือนใจบอก

ติรกาสงสารมัทรีพยายามจะช่วยปลอบใจ
“นั่นสิ แม่ว่ามัทให้ตารบอธิบายก่อนดีไหม แม่ดูท่าทีตารบแล้วไม่ได้สวีทหวานอะไรนะ”
พุทราหันไปพูดกับเตือนใจ
“ไม่น่าเชื่อ คุณติเข้าข้างว่าที่ลูกเขยล่ะค่าคุณเตือน”
“ฉันได้ยินนะ”
“อุ้ย”
“มัท..มัทรักวันรบไม่ใช่เหรอลูก ตอนกระถินก็ครั้งนึงแล้ว มัทเคยบอกวันรบว่าจะเชื่อใจก็ลองอีกสักตั้งไหมลูก...เพื่อความรัก..ยังเจ็บไม่พอจะขออีกสักที”
เตือนใจ ได้ทีร้องเพลงท่อนต่อที่ข้างๆ มัทรี
“จะชั่วจะดีมันก็ต้องรอผล”
พุทราแทรกร้องอย่างจริงจัง
ไม่แน่หรอกนะถ้าเจอะใครสักคน ไม่ต้องทนช้ำซ้ำซากอยู่กับเธอ”
ติรกา เตือนใจ มัทรีมองพุทราอย่างตำหนิที่ไม่รูกาละเทศะ พุทรารู้สึกตัวหน้าสลดลงทันที

รถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านติรกา ในเวลาต่อมา มัทรี เตือนใจลงจากรถ ติรกาเดินลงจากรถไปตรงที่คนขับซึ่งพุทรานั่งอยู่
“พุทรา ลงมา”
พุทราลงมาอย่างตกใจ ติรกาจะขึ้นนั่งตรงที่คนขับแทน เตือนใจหันมาดึงติรกาและขวางรถไว้
“ยัยติ จะไปไหน”
“หนูจะไปตามนนท์กลับมา หนูต้องขอโทษเขา”
“แต่แกบอกเขาไปแล้วนะว่าแกจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้ว ถ้าแกไปเขาก็รู้สิว่าแกแกล้งความจำเสื่อมมาเป็นเดือนแล้ว”
“หา” มัทรีกับพุทราร้องขึ้น
เตือนใจตกใจที่หลุดปากไปแล้ว
“แสดงว่าตั้งแต่คุณติกลับมาจากโรงพยาบาลก็จำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้วเหรอคะ” พุทราถาม
“เอ่อ..” ติรกาอ้ำอึ้งพูดไม่ออก
“แม่คะ...”
“แม่ขอโทษนะมัท ที่แม่ปิดลูกมาตลอด”
“แม่เขาอยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของตานนท์กับตารบน่ะลูก แม่เขาห่วงมัท” เตือนใจบอก
“แล้วแม่ก็ยังรักป๋ามากใช่ไหมคะ แม่ถึงยอมให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านนี้” มัทรี ถาม
มัทรีเงียบ นิ่งไป ทุกคนเริ่มใจไม่ดี ติรกาลงมาจากรถเดินเข้าหามัทรีอย่างรู้สึกผิด
“มัท...แม่ทำผิดต่อมัท..แม่ขอโทษ”
มัทรีหันเข้าหาติรกาจับมือของติรกายิ้มอย่างอ่อนโยน
“แม่ไม่ผิดหรอกค่ะที่อยากจะอยู่กับคนที่แม่รัก เพราะมัทก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าแม่เต็มใจจะอยู่กับป๋า มัทจะไม่ห้ามแม่อีก มัทรู้ว่าแม่อยากให้เราสามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว มัทอยากให้แม่มีความสุขค่ะ”
ติรกาดีใจกอดมัทรี
“มัท...ว่าแต่ลูกหายโกรธพ่อเขาแล้วใช่ไหม”
“ที่เกาะนั่นทำให้มัทรู้ว่ามัทมีพ่อที่รักมัทจนยอมเจ็บแทนมัทได้ ความน้อยใจ เจ็บปวดมันหายไปตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ”
“แล้วทำไมมัทถึงขวางพ่อเราตลอดเลย” เตือนใจถามขึ้น
“ก็มัทอยากแน่ใจก่อนนี่คะว่าป๋ารักแม่ แล้วแม่ก็รักป๋าอย่างเต็มใจ”
“ตอนนี้ก็แน่ใจแล้วว่าตานนท์ดีจริง ก็รีบไปปรับความเข้าใจกับแฟนทั้งแม่ทั้งลูกดีไหม”
ติรกากับมัทรีจะไป พุทราดันพูดแทรกขึ้นมา
“คราวนี้คุณนายติรกาคงได้เสียฟอร์มกันจริงๆ ตามไปง้อแถมยังต้องสารภาพว่าแกล้งความจำเสื่อมด้วย เฮ้อ...”
ติรกาชะงัก จนมัทรีกับเตือนใจแปลกใจ
“เป็นอะไรล่ะยัยติ”
“ก็หนูพูดไปซะเยอะ ถ้าไปก็คงเสียฟอร์มแย่”
“นั่นไง” เตือนใจหันไปดึงปากพุทรา
“หล่อนจะพูดทำไมเนี่ย”
“แต่ถ้าเป็นคนที่เรารัก ง้อกี่ครั้งก็ไม่มีคำว่าเสียฟอร์มหรอกค่ะแม่”
“จริงสินะ”
ติรกากับมัทรีกำลังจะขึ้นรถ
“คุณติ”
เสียงกระถินดังขึ้น ทุกคนหันไปมอง กระถินเดินหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามา อีกมือถือชะลอมผลไม้ มัดเปียสองข้างราวกับเป็นพจมาน สว่างวงศ์ แห่งบ้านทรายทอง... เสียงเพลง “ นี่คือสถาน แห่งบ้านทรายทอง...” ดังแทรกเข้ามา กระถินวางกระเป๋าและชะลอม โผเข้ามากอดติรกาพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
“คุณติรกา.. กระถินมาแล้วค่ะ ฮือ”
พุทรากับเตือนใจ มัทรีถึงกับอ้าปากค้าง ติรกาอึ้ง พูดไม่ออก

ภายในบ้านของติรกา กระถินร้องไห้ไป สั่งน้ำมูกไป โดยที่ติรกานั่งนิ่งฟังอยู่
“หลังจากกลับไปที่บ้าน แม่จ๋าก็ไล่กระถินให้กลับไปอยู่บ้านกับแม่แท้ๆ ของกระถิน แต่พอแม่แท้ๆ ของกระถินรู้ว่ากระถินหลอกทุกคนว่าท้อง แม่ก็...” กระถินปล่อยโฮ สะอื้นด้วยความเสียใจมาก พุทรานั่งฟังอยูถึงกับอินจัดต่อประโยคให้กระถินเสร็จสรรพ
“ ตบ ต่อย เข่า ศอก กระทืบ”
เตือนใจต้องเบรกพุทราแล้วถามกระถิน
“พอๆ แม่พุท เยอะไป ...แม่เค้าทำอะไร”
“แม่ก็ไม่พูดกับกระถินอีกเลย”
“แค่เนี้ย” พุทรา เตือนใจ ติรกาพูดขึ้นพร้อมกัน
“กระถินเสียใจจนต้องหอบเสื้อผ้าออกมาจากบ้าน แต่กระถินไม่รู้จะไปไหน ในใจของกระถินนึกได้ถึงผู้มีเมตตากับกระถินที่มีเพียงคนเดียวในตอนนี้คือคุณติรกา”
กระถินคลานเข่าเข้ากราบแทบตักติรกาด้วยความซาบซึ้ง ทุกคนหน้าเหวอไปทันที
“กระถินขอบคุณที่คุณติรกาเมตตาเลี้ยงดูกระถิน กระถินจะอยู่รับใช้คุณติรกากับคุณมัทอย่างถวายชีวิต”
“ไม่ได้” ทุกคนพูดขึ้น
“ถ้าทุกคนระแวงว่ากระถินจะแย่งพี่รบอีกล่ะก็ กระถินสาบานได้เลยค่ะว่า กระถินไม่คิดจะแย่งพี่รบไปจากคุณมัทอีกแล้ว จิตใจที่ดีของคุณติรกาทำให้กระถินยอม ยอมยกพี่รบให้คุณมัท”
“เป็นคนดีแล้วจะดีให้ตลอดไหมแม่ติ..”
“ม่ได้ ฉันให้หล่อนอยู่ที่นี่ไม่ได้” ติรกาว่า
“แล้วกระถินจะไปอยู่ไหนคะ กระถินไม่มีที่ไปแล้ว”
กระถินร้องโฮด้วยความเสียใจ ติรกาสีหน้าเด็ดขาดและรู้ว่าจะพากระถินไปที่ไหน
-จบภาพที่สีหน้าเด็ดขาดของติรกา รู้ว่าจะพากระถินไปที่ไหน

รชานนท์ขับรถอย่างเร่งรีบ ขณะที่วันรบนั่งข้างๆ คุยโทรศัพท์อยู่กับเตือนใจ โดยมีพชรนั่งลุ้นอยู่เบาะหลัง
“ผมคงถึงสุพรรณช้ากว่ามัทประมาณสิบนาที ขอบคุณคุณยายที่โทรมาบอกนะครับ”
“ไม่เป็นไร ปรับความเข้าใจกันให้ดีแล้วกันนะ” เตือนใจวางสายไปแล้วก็ยังยิ้มชอบอกชอบใจอยู่คนเดียว
“พวกตานนท์ไม่รู้ความจริง ให้ตามไปง้อยัยติซะ ยัยติก็ไม่เสียฟอร์ม แถมได้ลูกเขยกลับมาบ้านด้วย”

ภายในรถ พชรถามวันรบด้วยความสงสัย
“กระถินยอมให้แม่ยายแกส่งตัวกลับสุพรรณเหรอ”
“คาดว่าคงมีการใช้กำลัง แต่ไม่อยากคาดว่าถ้าแม่ผมเจอกับแม่ยาย เวอร์ชั่นบู๊ล้างผลาญ สภาพจะเป็นยังไง” วันรบบอก
พชรครุ่นคิด ก่อนตะโกนเสียงดัง
“นึกออกแล้ว”
รชานนท์ตกใจ เบรครถเอี๊ยดกะทันหันเข้าข้างทาง จนทั้งสามหัวทิ่ม หน้าคะมำ วันรบหันไปโวย
“ป๋า.. ขับรถดี ๆ ผมยังไม่ได้แต่งเมีย ผมยังไม่อยากตาย”
“ก็ไอ้พี่ระมันเสียงดังซะตกอกตกใจ” รชานนท์บอก
“ฉันมีแผนพิชิตแม่ยายที่รักของไอ้รบแล้วโว้ย” พชรบอก
วันรบกับรชานนท์หันขวับด้วยความตื่นเต้น พชรยิ้มกริ่มอย่าางเจ้าเล่ห์

กระถินก้มหน้าสะอึกสะอื้นเบาๆ ไม่กล้าสู้หน้าวันทนีย์กับกำนันเรือง
“กระถินไม่ใช่ลูกฟุตบอลนะคะ จะได้โดนเตะไปทางโน้นที ทางนี้ทีไม่มีใครต้องการ ฮือๆ”
“แล้วทำไมไม่รับมันไว้ล่ะคุณนาย” วันทนีย์ถามติรกา
ติรกาอ้ำอึ้งสบตากับพุทราและมัทรี มัทรีรีบออกตัวแทนติรกา
“กระถินไปหาคุณแม่มัทเพราะไม่มีที่ไป แต่บ้านมัทไม่ใช่บ้านของกระถิน คุณแม่เลี้ยงกระถินมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย มัทเชื่อว่ากระถินอยู่ที่นี่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ที่นี่คือบ้านของกระถิน และกระถินอยากกลับบ้านมาอยู่ที่สุพรรรณมากว่าบ้านมัทแน่นอนค่ะ”
กระถินได้ฟังก็ยิ่งน้ำตาร่วงร้องไห้ปล่อยโฮ
กำนันเรืองมองกระถินที่ร้องไห้อย่างน่าสงสารก็นึกสมเพชเวทนา กำนันเรืองกระซิบกับวันทนีย์
“อภัยให้นังกระถินมันเถอะแม่จ๋า สมเพชมัน”
“นั่นสิจ๊ะแม่จ๋า ถือว่าสงสารลูกหมาซักตัวนะจ๊ะ” อาไทช่วยกำนันเรืองกล่อมวันทนีย์
กระถินหันขวับหาอาไท จนอาไทสะดุ้งเฮือก
“นี่อาช่วยพี่กระถินอยู่นะ”
วันทนีย์นิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ
“ฉันรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน ที่จู่ๆ จะผลักไสเด็กในบ้านให้ไปรบกวนคุณ”
วันทนีย์เมินกระถิน ยื่นมือไปแตะแขนติรกาเบาๆ อย่างผูกมิตร หลังจากที่ติรกาดีด้วยคราวก่อน ติรกาสะดุ้งเล็กน้อยอย่างถือตัว จนวันทนีย์ก็สะดุ้งไปด้วย
“ไม่เป็นไร” ติรกาพูดเสียงนิ่ง
“มาเหนื่อย ๆ พักดื่มน้ำ ทานข้าวที่บ้านฉันสักมื้อนะ”
วันทนีย์แตะแขนติรกาอีก ติรกาสะดุ้งอีกครั้ง
“ฉันไม่หิว”
“ฉันมาคิดๆ ดู สงสารนังกระถินมันอยู่เหมือนกัน ให้มันกลับมาอยู่ที่นี่อย่างเดิมก็ได้ ฉันขอบคุณก็แล้วกัน..ที่พาเด็กมาส่ง”
วันทนีย์แตะแขนติรกาอีก ติรกาก็สะดุ้งอีก อาไทที่อยู่ข้างๆ พลอยสะดุ้งไปด้วย
“ไม่เป็นไร”
กำนันเรืองเห็นวันทนีย์แตะติรกาจนสะดุ้งกันมาหลายหนก็ทนไม่ได้ เลยสะกิดวันทนีย์
“เลิกสะกิดเค้าสักทีได้มั้ย พ่อจ๋าสะดุ้งแทน”
“หมดธุระแล้วฉันขอตัวกลับ” ติรกาพูดตัดบท
ติรกาหันไปพยักหน้าสั่งมัทรีกับพุทราให้ลุกตามกันไป มัทรียกมือไหว้ลากำนันเรืองกับวันทนีย์อย่างล่ก ๆ จนกำนันเรืองกับวันทนีย์ได้แต่รับไหว้อย่างงง ๆ

ติรกาเดินฉับ ๆ มาที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านวันรบโดยมีมัทรี พุทราตามมาติด ๆ
“รีบกลับราชบุรีให้เร็วที่สุด” ติรกาสั่ง
“ว้าย” พุทราร้องขึ้น
“พุทรา หล่อนตะโกนใส่หูฉันทำไม”
“รถยางแบนค่ะแม่” มัทรีบอก
ติรกาหันมองตามมือมัทรี ตกใจที่เห็นยางรถตัวเองแบน
“มียางอะไหล่ก็เปลี่ยนได้”
“แต่มันแบนทั้งสี่เส้นเลยนะคะ”
วันรบ รชานนท์ พชรเดินเข้าทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แบบกะล่อน
“รถยางแบนทั้งคันแบบนี้ จะมียางอะไหล่พอเหรอครับ” รชานนท์พูดขึ้น
ติรกากับมัทรีมองอย่างอึ้งๆ ติรกาดีใจทำท่าจะยิ้มแต่พุทรากระแอมดักคอซะก่อน ติรกาวางฟอร์มทำโกรธขึ้นมาทันที
“พวกคุณมาได้ยังไง”
วันรบมองติรกาอย่างหวั่น ๆ แต่รชานนท์สู้ตาย
“มาแบบเบลอๆ”
“เบลอว่ารักแถบ แบบว่ารักเธอ” วันรบบอก
“เลี่ยน คิดอย่างอื่นไม่เป็นแล้วหรือไง” ติรกาบอก
“ก็สมองผมมันมีไว้คิดถึงกระแต”
พชรร้อง “ฮิ้ว” รับเป็นลูกคู่ทันที
ติรกาจะหลุดยิ้ม แต่พุทราสะกิดไว้อีก พุทรากัดฟันบอก
“เขามาง้อเล่นตัวหน่อยสิคะ”
“เออ..จริง” ติรกานึกขึ้นได้
ติรกาพยายามสูดลมหายใจเพื่อสงบสติ แล้วทำเหวี่ยงทันที
“พวกคุณเจาะยางรถฉันใช่มั้ย”
พชรแอบทิ้งตะปูไปข้างหลัง ติรกาไม่ทันเห็น
“อ๊ะ ๆ ไม่มีหลักฐานกล่าวหากันไม่ได้นะครับ ศาลไม่รับฟ้อง แต่ถ้าน้องท้องพี่รับผิดชอบ”
ติรกาอึ้งกับท่าทีกวนประสาทของแก๊งค์รชานนท์
“มัทครับ”
พุทรากระแอมส่งสัญญาณอีก มัทรีทำเป็นไม่สนใจทันที
“จะมืดแล้วนะคะแม่ เราช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะกลับราชบุรียังไง”
“ไม่ยากครับ” วันรบบอก

เย็นมากแล้ว เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องยางรถได้ ทั้งหมดจึงกลับขึ้นมาที่บ้านของวันรบ มัทรีกับพุทรายกมือไหว้ขอบคุณกำนันเรืองกับวันทนีย์
“ขอบคุณนะคะ ที่ให้มัทกับแม่พักค้างคืนที่บ้าน”
“บ้านพ่อมีห้องหับเยอะแยะ ไม่ต้องเกรงใจ” กำนันเรืองบอก
ติรกาพูดอย่างเกรงใจ
“หาคนมาช่วยปะยางรถก็พอ ไม่เห็นต้องรบกวน”
“ป่านนี้ตาอ๊อดช่างปะยางคงเมาแอ๋ไปแล้วครับ พรุ่งนี้เช้าถึงจะสร่างตอกบัตรทำงาน”
“ให้ผมขับรถไปส่งก็ไม่เอา” รชานนท์พูดขึ้น
ติรกาเสียงอ่อนลง
“ที่จริง...”
“อะแฮ่ม ๆ” พุทราส่งสัญญาณอีก
ติรกาเปลี่ยนเป็นเสียงแข็งขึ้นมาทันที
“ฉันจะอดทนรอจนถึงพรุ่งนี้เช้า ดีกว่าไปกับคนอย่างคุณ”
ติรกาจ้องรชานนท์ด้วยความไม่พอใจ กำนันเรืองจึงพูดแทรกขึ้น
“นาน ๆ ทุกคนจะอยู่กันพร้อมหน้า วันนี้จะพาไปหม่ำของดีเมืองสุพรรณ”
“ลาภปากอีกแล้วครับ” พชรบอก
ติรกาเกรงใจรีบบอก
“ฉันขอตัวนะคะ”
“มัทก็...”
“ไปทานข้าวกับพ่อเถอะนะหนูมัท” กำนันเรืองพูดขึ้น
“ค่ะ” มัทรีไม่กล้าขัด
วันรบ รชานนท์ พชร สบตากันอย่างมีแผน











Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:28:50 น.
Counter : 209 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)



ภายในห้องพักในโรงแรม เสียงเพลงและจังหวะดนตรีเร้าใจดังขึ้นยั่วยวน วริษราเต้นยั่วธงฉานสุดชีวิต ธงฉานนั่งมองด้วยสีหน้าเฉยเมย วริษรายังไม่ยอมแพ้เดินเข้าประชิดเต้นตรงหน้าธงฉาน ทว่าธงฉานก็ยังเฉย จนวริษราชักฉุนยิ่งเต้นด้วยลีลาหนักขึ้นอย่างเอาตาย
“ไม่คึกให้มันรู้ไป” วริษราบ่นกับตัวเองระหว่างที่เต้นอยู่
วริษราหันมาเห็นธงฉานนั่งแคะจมูกอย่างเซ็งๆ

วริษราที่ใช้กำลังหักโหมกับการเต้นยั่วยวนถึงกับนั่งหมดแรงอยู่ที่เตียง
“อ้าว..ไม่เต้นแล้วเหรอ”
“ริซซี่เต้นจนเอวจะหัก ไม่ถูกใจคุณเลยเหรอ”
ธงฉานพยักหน้ารับ
“ไม่ไหวๆ งั้นคืนนี้ผมแคนเซิลก็แล้วกัน”
ธงฉานจะเดินออกไปแต่วริษรารีบคว้ามือธงฉานไว้
“เดี๋ยวสิคะ ถ้าที่ริซซี่จัดให้ไม่ถูกใจ คุณก็บอกสิคะว่าอยากได้แบบไหน ริซซี่ทำให้ได้”
“ได้หมดเลย”
“ทุกอย่างค่ะ”
ธงฉานสายตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

วริษราร้องลั่น เนื้อกระตุก
“โอ้ย เจ็บค่ะ เจ็บ พอแล้ว คุณธง”
“เรียกผมว่าท่านเจ้าคุณ” ธงฉานเสียงเข้ม
“หะ”
สีหน้าธงฉานหื่นมาก
“เรียกสิ”
“ท่านเจ้าคุณเจ้าขา”
ธงฉานหัวเราะเสียงดังก้องไปทั้งห้องด้วยความสะใจ
“ดีมาก นังทาสริซซี่ เอ็งต้องตามใจข้า”
ธงฉานหยิบไม้หนีบขึ้นมาอีกอันหนึ่งแล้วมองไล่ไปตามเนื้อตัวของวริษรา ธงฉานยื่นหน้าเข้าไปใกล้วริษราแล้วเอาไม้หนีบ หนีบลงที่แขน วริษราร้องลั่น
“โอ้ย ไม่เอาแล้ว ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ริซซี่เจ็บเจ้าค่ะ”
วริษรากำลังจะลุกขึ้น ธงฉานไม่พอใจ
“ไหนบอกจะทำให้ข้าทุกอย่างไง แค่หนีบนิดหน่อยเอง”
“นิดหน่อยบ้าอะไร”
วริษราโดนไม้หนีบ หนีบตามเนื้อตัวเต็มไปหมด
“เต็มตัวขนาดนี้”
“ก็เห็นแล้วมันซี้ด มันชอบอ่ะ จะทำไม่ทำ ไม่ทำจะได้แคนเซิล” ธงฉานทำท่าจะยกเลิก
วริษราพูดกับตัวเอง แล้วคว้าแขนของธงฉานไว้
“แคนเซิลก็อดตังค์สิ … ก็ได้ค่ะ ริซซี่ยอมก็ได้ แต่ขออีกแค่สองสามตัวได้ไหม”
ธงฉานหันมายิ้มแล้วบอก
“ได้สิจ๊ะ ข้ามีไซส์สำหรับไฮไลท์ไว้สามตัวพอดี”
ธงฉานหยิบไม้หนีบตัวใหญ่ยักษ์ออกมาสามตัว
“พร้อมหรือยังจ๊ะ”
วริษรามองไม้หนีบ เห็นว่าถ้ายอมถึงตายแน่ วริษราเริ่มคิดหาทางเอาตัวรอด
“เร็วสิจ๊ะ ข้าจะไม่ไหวแล้วนะ เนื้อแดงๆ เป็นรอย โอ้ย ขนลุกซู่” ธงฉายเร่งเร้า
“ถ้าท่านเจ้าคุณชอบทางนี้จริงๆ ริซซี่ก็จะจัดให้”
ธงฉานมองอย่างสนใจว่า วริษราจะจัดอะไรให้ วริษราคว้าเชือกมาแล้วฟาดๆๆ ลงที่ธงฉานอย่างเต็มแรง
“โอ้ยๆ ๆ” ธงฉานร้องลั่น
“ชอบใช่ไหม ชอบๆๆ” วริษราฟาดด้วยความแค้น ธงฉานเจ็บจนต้องคลานหนี วริษราเสียงดังขย่มขวัญ
“จะไปไหน”
“พอเถอะจ๊ะ เจ็บแล้ว” ธงฉานร้อง
“เห็นแล้วมันซี้ดไม่ใช่เหรอ ซี้ด ๆๆ” วริษราพูดแล้วฟาดๆๆ ใส่ธงฉานอีก
“ปล่อยผมเถอะ”
“เรียกฉันว่าท่านผู้หญิงเดี๋ยวนี้” วริษราย้อนรอย ย้อนคำของธงฉาน
“หะ”
“ไม่เรียกใช่ไหม” วริษราฟาดๆๆ ไปที่ธงฉานอีก
“โอ้ย ท่านผู้หญิง กระผมยอมแล้วขอรับ พอเถอะขอรับ”
“ข้าบอกแล้วว่าจะจัดให้ จัดเต็ม”
ธงฉานกลัวสุดขีด โคมไฟหัวเตียง สะท้อนเห็นเงาของวริษราฟาดเชือดลงบนร่างของธงฉานอย่างเมามันส์ด้วยความแค้นจัด

เช้าวันรุ่งขึ้น วริษราเดินเชิดๆ ออกมาจากโรงแรมที่พัก โดยมีธงฉานเดินนำหน้าด้วยสภาพย่ำแย่ เนื้อตัวเป็นรอยเชือก ขาเดินโขยกเขยกเสียศูนย์ วริษราหันมายิ้มหวานให้ธงฉานแล้วบอก
“ถ้าติดใจ ริซซี่ยินดีบริการนะคะ”
ธงฉานสะดุ้ง วริษราเดินเชิดๆ จากไป ทันทีที่หันหลัง วริษราก็บ่นพึมพำกับตัวเอง
“ไอ้โรคจิต เล่นกับใครไม่เล่น”
ขณะที่ธงฉานเดินไปที่รถ พยายามจะยกขาขึ้นรถอย่างยากเย็น
“อูย...”

ยามเช้าในเวลาต่อมา ภายในบ้านสมภพ สมภพปัดเอกสารทวงหนี้จนกระจายไปเต็มพื้น ทรงสุดาถือแก้วกาแฟเข้ามาเจอพอดี
“จะทวงกันทำไมนักหนาวะ ไม่มีจ่ายเว้ย”
“ใจ๋เย็นนะเจ้า ค่อยๆ กึ๊ดนะเจ้า” ทรงสุดาตรงเข้ามาจับไหล่จะบีบนวดอย่างเอาใจ
สมภพสะบัดด้วยความรำคาญ
“โว้ย อย่ามาเซ้าซี้ น่ารำคาญ แล้วนี่น้องเธอทำอะไรอยู่”
“นั่งสมาธิเจ้า”
“จะไม่มีที่ซุกหัวนอนยังจะมีอารมณ์นั่งสมาธิอีกเหรอ ไปเรียกรุจีมาเดี๋ยวนี้ ฉันมีงานจะให้ทำ”
“ยะอันหยังเจ้า”
“จะยะการยะงาน ยะบ้ายะบอก็ไม่ต้องรู้ ไปตามมา”
ทรงสุดาถึงกับหน้าจ๋อยไปทันทีแล้วรีบเดินออกไป
“เจ้า...”
ธงฉานเดินโขยกเขยกเข้ามาพอดี เข้ามานั่งลงอย่างยากลำบาก
“หายหัวไปไหนมาทั้งคืน เที่ยวผู้หญิงอีกล่ะสิ สะบักสะบอมขนาดนี้”
“ผ่อนคลายน่ะอา แต่หนักไปหน่อย แล้วนี่แม่ลูกเจ้าของคลังสมบัติของเรากลับมาหรือยังล่ะอา”
สมภพสีหน้าเครียดคิดแล้วหยิบมือถือมากดโทรออก
“ไอ้แจ่ม ติรกากลับมาหรือยัง”
สมภพฟังรปภ. แจ่มแล้วยิ้มอย่างพอใจ

ภายในบ้านติรกา รชานนท์จูงมือติรกาลงมาจากชั้นบน เตือนใจกับพุทราอยู่รอที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว
“จูงมือกันมาทานข้าวเช้าเย็น ไม่เบื่อบ้างเหรอค้าคุณนนท์” พุทราถามขึ้นอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าผมเบื่อที่จะจูงหัวใจตัวเอง แล้วผมจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะครับ” รชานนท์พูดแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มให้ติรกา
เตือนใจกับพุทรา ร้อง “ฮิ้ว” ขึ้นพร้อมกัน
ติรกาหยิกรชานนท์
“เลี่ยนให้น้อยๆ หน่อย อายคนอื่นเขา”
“ผมรักเมียผม บอกให้คนอื่นรู้ไม่ใช่เรื่องผิดสักหน่อย จริงไหม”
ติรกายิ้มแล้วมองไปทางอื่นอย่างเขินๆ ยิ่งเห็นเตือนใจยิ้มแซวยิ่งเขิน พุทรากระซิบกับเตือนใจ
“ไอ้การหนีไปเที่ยวนี่ช่วยได้เยอะเลยนะคะคุณเตือน ตั้งแต่กลับมาพุทรายังไม่เห็นคุณติหยุดยิ้มเลยนะคะ”
“ก็ลูกฉันมีความสุข มีปัญหาหรือไง”
“เอ้า..ชวนคุยดีๆ เหวี่ยงใส่พุทราทำไมคะเนี่ย”
แล้วจู่ๆ เสียงบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาก็เข้ามาในจังหวะต๊อนยอน ต๊ะ ต่อนยอน...รุจียิ้มกว้าง
“ สวัสดีเจ้า”
เตือนใจกับพุทรามองหน้ากันแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“มันมาอีกแล้ว”
“คุณนนท์ ทุกคนปิ๊กมาแล้ว รุจีดีใจ๋ที่จะได้ปรนนิบัติคนที่รุจีฮักอีกครั้ง”
“ยัยต่อนยอนนี่ยิงเข้าเป้าตลอดจริงๆ” พุทราว่า
รุจีเข้ามาจับมือรชานนท์จะดึงไปนั่งที่เก้าอี้
“เช้านี้ รุจีต้มโจ๊กมาเจ้า คุณนนท์ลองชิมนะเจ้า”
รชานนท์หันมองติรกา ติรกาหน้ายังนิ่ง รชานนท์หวั่นใจ ติรกาคว้าหมับแขนรชานนท์ข้างที่รุจีจับอยู่
“นนท์คะ”
ทุกคนสะดุ้งเพราะไม่แน่ใจว่าติรกาจะทำอะไร
“ยัยต๊อนยอน..ตายแน่” เตือนใจพูดขึ้น
แต่ทุกคนก็ต้องแปลกใจยิ่งขึ้น เพราะติรกายิ้มสวยและดึงรชานนท์ไปนั่งแทน
“รีบมานั่งสิคะ รุจีเขาจะได้ปรนนิบัติสะดวกหน่อย”
“รุจีจ๊ะ เทโจ๊กมาสิจ๊ะ”
รุจีเหวอไป แต่ก็จำต้องไปเทโจ๊กให้ จะเอาไปวางหน้ารชานนท์แต่ติรการับชามโจ๊กมาแล้วก็จัดแจงป้อนให้รชานนท์ ติรกาตักโจ๊กขึ้นเป่าแล้วยื่นช้อนป้อนให้รชานนท์
“ค่อย ๆ ทานนะคะมันร้อน”
รชานนท์ถึงกับงงๆ แต่ก็รับการป้อนจากติรกา รุจีสะเทือนใจ
“รุจีจ๊ะ แล้วโจ๊กของฉันล่ะ ก็รุจีบอกว่าจะปรนนิบัติคุณนนท์กับฉันไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
“อ๋อ..ค่ะ”
รุจีลนลานไปเอาโจ๊กมาให้ติรกา ติรกายิ้ม
“ขอบใจนะจ๊ะ ช่วยเอากาแฟให้คุณนนท์แล้วก็น้ำเย็นของฉันนะจ๊ะ”
“ค่ะ”
รุจีวิ่งวุ่นทำตามที่ติรกาสั่ง เตือนใจกับพุทรายืนมองอย่างอึ้ง ๆ
“อื้อหือ...ลูกสาวยังร้ายขนาดนี้แล้วแม่จะร้ายขนาดไหน”
“ก็ขนาดไล่เธอออกไม่จ่ายล่วงหน้าให้ล่ะย่ะ”
“แหม...แม่คุณติต้องเป็นผู้หญิงที่สวยงาม จิตใจดีมากๆ”
“ไม่ทันแล้วย่ะ”
พุทราหน้าจ๋อยไปทันที เตือนใจมองติรกาแล้วแอบยกนิ้วให้ ติรกายิ้มรับอย่างพอใจ

วันรบขับรถเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตคุณแก้วในช่วงกลางวัน วันรบลงจากรถและเดินเข้าไปภายในรีสอร์ต วริษราในมือถือซองเอกสารการสมัครงานยืนแอบมองวันรบอยู่
“ถ้าคิดว่าจะหนีริษได้ พี่รบคิดผิด”
ขณะนั้น สมภพกับธงฉานเดินเข้ามาที่หน้ารีสอร์ตพอดี
“อาจะมาพักรีสอร์ตคนอื่นทำไม รีสอร์ตเราก็มีบ้าหรือเปล่าเนี่ย”
“โธ่ ไอ้โง่ รีสอร์ทเนี่ยมันคู่แข่งเราพวกไอ้รชานนท์ มันออกแบบ ฉันก็ต้องมาดูลาดเลาหน่อย”
“แน่ใจนะอาว่าดูเฉยๆ”
สมภพกับธงฉาน เดินมองบรรยากาศและการตกแต่งในรีสอร์ตจนเข้ามาถึงโซนต้อนรับแขก ธงฉานเอากล้องโทรศัพท์ถ่ายรูปไปรอบ ๆ
“รีสอร์ตนี้ตกแต่งสวยทันสมัยกว่ารีสอร์ตเราอีกนะอา”
“ไม่ต้องชื่นชม ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไปเราจะต้องตกแต่งให้เหมือนเปี๊ยบโดยไม่ต้องเสียเงินค่าออกแบบสักบาท ฮึๆ”
“โห.. ลอกกันหน้าด้านๆ ไม่มีความละอาย”
สมภพใช้ศอกถองใส่ธงฉานให้หยุดพูด ด้วยความไม่พอใจ วริษราเดินเข้ามายื่นเอกสารให้พนักงาน
“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วจะทราบผลการสมัครงานเมื่อไหร่คะ”
ธงฉานหันมาเห็นวริษรา ต่างคนต่างมองหน้ากันอย่างตกใจ
“คุณ..”
“ริซซี่”
วันรบเดินมาถึงมุมหนึ่งและทันได้ยินธงฉานเรียกวริษราว่า “ริซซี่” พอดี วริษราอึ้งด้วยความตกใจ กลัวธงฉานจะเผยความลับงานไซด์ไลน์ของตนจึงเดินหนีไปทันที
“เดี๋ยวก่อนสิริซซี่ ริซซี่จะรีบไปไหน”
ธงฉานมองตามอย่างเหลียวหลัง จนสมภพเอะใจ
“รู้จักผู้หญิงคนนี้เหรอ “
ธงฉานยังไม่ทันตอบแต่เห็นวันรบเดินมาดึงแขนวริษราไปทางหนึ่ง สมภพหันไปเห็นเข้าพอดี จึงสะกิดธงฉานให้เดินตามกันไป

บริเวณสวนสวยของรีสอร์ตคุณแก้ว วันรบดึงแขนวริษรามาคุยกันตามลำพัง
“ริษเจ็บนะคะพี่รบ”
วันรบปล่อยมือจากวริษรา ก่อนหันมาถาม
“ยังไม่เลิกทำงานกับเจ๊กุ๊กอีกเหรอ”
วริษราถึงกับตกใจแต่แอ๊บทำเนียน
“พี่รบพูดเรื่องอะไร”
“พี่ได้ยินนายธงฉานเรียกริษว่า “ริซซี่” ...ชื่อที่ริษใช้กับเจ๊กุ๊ก”
สมภพ ธงฉาน แอบฟังวันรบกับวริษราอยู่ที่มุมหนึ่ง
“ริษไม่ได้ทำแล้วนะคะ”
วันรบนิ่งมองวริษราอย่างจับผิด วริษราบีบน้ำตา ออดอ้อนทันที
“แล้วริษมาทำอะไรที่นี่”
“ริษอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็เลยอยากหางานสุจริตทำน่ะค่ะ”
“แน่ใจนะว่าเรื่องงาน”
“ริษพูดอะไรพี่รบก็คงไม่เชื่อ เพราะในสายตาพี่รบไม่เคยมีริษเลย”
“ถ้าพี่ไม่ห่วง ก็คงไม่สนใจแบบนี้”
“ริษจะดีใจมากกว่า ถ้าพี่รบมองริษมากเกินกว่าน้องสาว”
สมภพกับธงฉานเมื่อได้ยินความลับของวริษรากับวันรบก็หันมายิ้มให้กันทันที

สมภพกับธงฉานเดินคุยกับมาด้วยความดีใจ
“ที่แท้... ยายเด็กไซด์ไลน์นั่น ก็เป็นกิ๊กเก่าไอ้วันรบ” สมภพพูดขึ้น
“ท่าทางจะหลงไอ้รบมาก” ธงฉานเห็นคล้อย
“ฉันจะใช้แม่ริซซี่ล้มงานแต่งงานระหว่างมัทรีกับไอ้วันรบ”
“งานนี้น้องมัทต้องโกรธจนไม่เผาผีไอ้รบแน่”
“พูดถึงก็มาพอดี ตายยากจริงๆ”
มัทรีเดินเข้ามองหาใครบางคนอยู่พอดี สมภพกับธงฉานรีบปรี่เข้าไปหาทันที ธงฉานรีบโบกมือให้
“น้องมัทมองหาพี่ธงอยู่เหรอ ยู้ฮู...พี่ธงอยู่นี่”
“มุขแป็ก! ไม่ขำค่ะ เห็นพี่รบมั้ยคะ”
“เห็นไปทางนี้”
ธงฉานกับสมภพชี้บอกทางมัทรีไปคนละทาง
“สรุปทางไหนคะ”
“เดินตรงไปเรื่อย ๆ ทางนี้เลยครับ เดี๋ยวก็เจอ” สมภพบอก
“ขอบคุณค่ะ” มัทรีเดินไปหาวันรบทันที
“เสร็จแน่ไอ้รบ” ธงฉานว่า
ทั้งสมภพกับธงฉานยิ้มอย่างสะใจ

วันรบตกใจ เมื่อจู่ๆ วริษราก็โผเข้ามากอดเขาทั้งตัว
“เมื่อไหร่พี่รบจะเข้าใจความรู้สึกของริษบ้าง”
“ปล่อยพี่เถอะริษ ใครมาเห็นเข้ามันไม่ดี”
“กลัวคุณมัทเห็นใช่มั้ยคะ ริษไม่สน... ริษไม่แคร์... ริษเจอพี่รบก่อน พี่รบต้องเป็นของริษคนเดียว”
“อย่าทำแบบนี้สิริษ”
มัทรีเดินมาตามทางที่สมภพบอกเพื่อตามหาวันรบ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าจะเจอ
“พี่รบคะ “ มัทรีร้องเรียก

วันรบพยายามแกะมือวริษราออกเพราะกลัวคนมาเห็นเข้า
“สิ่งที่ริษเป็นมันคือความหลง ไม่ใช่ความรัก ถ้าริษโตกว่านี้คงจะเข้าใจ”
“ริษไม่เข้าใจ ริษรักพี่รบคนเดียว ริษรักพี่รบ”
มัทรีเดินเข้ามาใกล้มุมที่วันรบกับวริษราคุยกัน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ร้องลั่นรีสอร์ต
“กรี๊ด......... คุณรบคุณนนท์อยู่ที่ไหน ช่วยแก้วด้วย”
วันรบอาศัยจังหวะนั้น รีบผละออกจากวริษราทันที
“เสียงคุณแก้ว”
มัทรีวิ่งไปตามเสียงคุณแก้วไปด้วยความตกใจ วันรบกับวริษรารีบไปหาคุณแก้วอีกทางทำให้คลาดกันกับมัทรีไปอย่างเฉียดฉิว

คุณแก้วร้องลั่นด้วยความปวดท้องใกล้คลอด โดยมีพชรและรชานนท์ช่วยกันประคอง
“โอย... ปวดท้อง แก้วไม่ไหวแล้ว คุณนนท์อยู่ที่ไหน”
“ผมอยู่นี่แล้วครับคุณแก้ว” รชานนท์บอก
“คุณแก้วหายใจช้า ๆ ลึก ๆ ไว้นะครับ”
คุณแก้วหายใจลึกๆ ช้าๆตามที่พชรบอก
“แล้วคุณรบมารึยัง คุณรบ”
วันรบกับมัทรีวิ่งเข้ามาคนละทาง เหตุการณ์ฉุกละหุกจนไม่ทันได้ถามไถ่กัน
“มาแล้วครับ มีเรื่องอะไรกัน”
“ท่าทางคุณแก้วจะคลอดน้องนะคะพี่รบ”
“คุณรบกับคุณนนท์อย่าทิ้งแก้วนะคะ ต้องอยู่ข้าง ๆ แก้ว เป็นกำลังใจให้แก้วด้วย โอย”
“จะคลอดลูกทั้งที ทำไมไม่เรียกหาสามีตัวเองวะ” พชรแอบบ่นท่ามกลางเสียงโอดโอย
“กรี๊ด ไม่ไหวแล้ว”
“รีบพาคุณแก้วส่งโรงพยาบาลเร็วค่ะ” มัทรีบอก
วันรบ รชานนท์ พชร ช่วยกันประคองคุณแก้วไปขึ้นรถอย่างเร่งรีบ เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมาก เพราะคุณแก้วไม่ยอมปล่อยมือจากรชานนท์และวันรบ วริษรามองตามทั้งหมดไปอย่างงงๆ สมภพกับธงฉานเจ็บใจที่มัทรีไม่ทันได้เห็นวันรบกับวริษราอยู่ด้วยกัน
มุมหนึ่งในรีสอร์ตคุณแก้ว วริษราเดินมาตามทางอย่างเซ็งๆอย่างหงุดหงิด
“จะมาเจ็บท้องอะไรตอนนี้ ! คนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม” วริษราบ่นขึ้นอย่างหัวเสีย
“ริซซี่” เสียงธงฉานเรียกขึ้น
วริษราชะงักไปแล้วหันกลับไปมองเห็นธงฉานยืนมองจ้องมองอยู่ วริษราถึงกับเหวอไปแล้วก่อนจะเหลือบมองไป
รอบ ๆว่ามีคนอยู่แถวนั้นรึเปล่า บริเวณนั้นมีเพียงพนักงานของรีสอร์ตอยู่สองสามคน วริษรารีบพูดปัดทันที
“ฉันชื่อวริษรา”
“ชื่อริซซี่เก็บไว้ใช้ตอนทำงานพิเศษสินะ” เสียงสมภพดังขึ้นอีกคน
“คุณพูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง”
“ผมยังมีรูปถ่ายของเราอยู่เลยนะ รูปคืนนั้นน่ะ”
ธงฉานหยิบมือถือขึ้นมาแล้วจะเปิดรูปให้วริษราดู
“อย่านะ”
วริษรารีบเข้าไปแย่งมือถือมาจากธงฉาน แต่สมภพแย่งมาไว้ได้ก่อน
“ถ้าไม่อยากให้ใครเห็นรูป บอกมาว่าเธอรู้จักวันรบได้ยังไง”
วริษรานิ่งไป ไม่รู้จะตอบหรือไม่ตอบคำถามของสมภพดี

มัทรี วันรบ รชานนท์และพชรยืนลุ้น ๆ อยู่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ในเวลาต่อมา สามีของคุณแก้ววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ในมือถือทั้งกล้องถ่ายรูปและกล้องวีดีโอ
“เมียผมคลอดรึยัง”
“คือว่า...”
สามีของคุณแก้วถามต่อโดยไม่สนใจว่ารชานนท์จะพูดอะไร รัวถี่ยิบแบบไม่มีช่องไฟ
“ลูกผมเป็นไงบ้าง แฝดชายหรือแฝดหญิง หรือได้แฝดทั้งชายทั้งหญิง แล้วใครคลอดก่อน คลอดห่างกันกี่นาที คุณได้เข้าไปดูตอนแก้วคลอดรึเปล่า ได้ถ่ายวีดีโอไว้มั้ย แล้วลูกผมอยู่ไหน”
พชรถึงกับร้อง “โว้ย” ขึ้นทันที
สามีของคุณแก้วตกใจที่พชรโวยลั่นเลยเงียบไปทันที
“ถามเป็นพรืดขนาดนี้จะตอบยังไงล่ะครับ”
สามีกำลังจะอ้าปากถาม แต่ทุกคนห้ามไว้
“ฟัง” ทุกคนพูดขึ้น
สามีคุณแก้วอ้าปากค้างแล้วพยักหน้ายอมรับฟังแต่โดยดี
“ลูกชายและลูกสาวของคุณปลอดภัยดี” มัทรีพูดขึ้น
“เยส คลอดทีเดียวได้ทั้งหญิงทั้งชายเลย เยสๆๆ”
“ยังไม่จบ” ทุกคนบอก
สามีอ้าปากค้างไปอีกแล้วพยักหน้ารอฟังต่อ
“ลูกปลอดภัยและแม่ก็ปลอดภัยครับ เพราะคุณแก้วยังไม่คลอด” วันรบบอก
“แค่เจ็บท้องใกล้คลอดเฉยๆ” พชรบอก
“ไว้เจ็บท้องถี่ๆ ทุกครึ่งชั่วโมง คุณค่อยพาคุณแก้วมาโรงพยาบาลอีกรอบ ตอนนี้พาว่าที่คุณแม่กลับบ้านได้ครับ” รชานนท์บอก
สามีของคุณแก้วพยักหน้าแบบงงๆเหวอๆ











Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:27:46 น.
Counter : 142 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10 (ต่อ)



เตือนใจคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้านพักชายทะเลด้วยสีหน้าตกใจ พุทรามองตามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“แล้วตอนนี้ตารบเป็นยังไงบ้าง ได้ๆ แม่จะให้พุทราจัดการให้เดี๋ยวนี้”
เตือนใจวางสาย พุทรายิงคำถามทันที
“เจอคุณมัทแล้วใช่ไหมคะ แล้วคุณมัทกับคุณนนท์เป็นยังไงบ้าง แล้วคุณรบเป็นอะไรเหรอคะ ว่ายังไงคะคุณเตือน”
“แม่พุทรา หล่อนเว้นช่องว่างให้ฉันพูดหน่อยได้ไหม รัวขนาดนี้ฉันตอบไม่ทัน”
“ก็พุทราใจร้อนนี่คะ”
“ตอนนี้เจอตานนท์กับยัยมัทแล้ว แต่ตารบโดนงูกัด หล่อนรีบโทรเรียกรถพยาบาลมารอที่ท่าเรือเดี๋ยวนี้” เตือนใจสั่ง

เวลาต่อมา... ติรกา รชานนท์ มัทรี เตือนใจ และพุทรารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวาย ทันทีที่หมอเปิดประตูออกมา ทุกคนขยับเข้าหาหมอทันที
“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”
มัทรีเข้ากอดเตือนใจด้วยความโล่งใจ ติรกากอดรชานนท์ด้วยความดีใจ พุทราจะเข้ากอดรชานนท์ด้วย แต่เตือนใจที่อยู่ใกล้เอานิ้วดันหน้าพุทราไว้ เตือนใจชักสีหน้าขู่สุดฤทธิ์ พุทราชะงักหน้าจ๋อยไปด้วยความเสียดาย

บนเตียงคนไข้ ในเวลากลางวัน วันรบเริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นมัทรี ติรกา รชานนท์ เตือนใจ พุทราล้อมเตียงมองอย่างห่วงใย
“พี่รบตื่นแล้ว พี่รบไม่เป็นไรแล้วนะคะ”
“มัทล่ะ มัทเป็นอะไรหรือเปล่า”
มัทรีจับมือวันรบ
“มัทไม่เป็นอะไรค่ะ มัทขอโทษนะคะที่ทำให้พี่รบต้องเจ็บตัว”
“แค่มัทไม่เป็นอะไร ผมก็ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว” วันรบยิ้มนิดๆ
วันรบมองไปทางรชานนท์กับติรกา
“ป๋าเป็นไงมั่ง”
“ก่อนห่วงคนอื่น เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมไอ้รบ ฉันหัวแข็งไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอกน่า”
“ขอบใจนะวันรบ ที่ช่วยปกป้องยัยมัท” ติรกาว่า
“ผมบอกคุณแม่ยายแล้วนี่ครับ ว่าผมจะดูแลคนที่ผมรักให้ดีที่สุด”
ติรกายิ้มรับ เตือนใจมองติรการู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป ติรกาเห็นสายตาเตือนใจก็ยิ้มให้แล้วเดินออกไป เตือนใจเดินตามไป

ติรกาเดินเข้ามาที่สวนภายในโรงพยาบาล เตือนใจเดินตามมา ติรกาหยุดนิ่ง
“แม่กำลังสงสัยใช่ไหมคะว่าทำไมหนูถึงดีกับวันรบนัก”
“นั่นสิ แม่รู้ว่าแกยอมให้ยัยมัทหมั้นกับตารบเพราะเห็นแก่ความสุขยัยมัท แต่ลึก ๆ ติก็ยังระแวงตารบไม่ใช่เหรอลูก”
“เมื่อก่อนหนูต่อต้านปิดหูปิดตาไม่เคยมองหรือคุยกับวันรบจริงจัง แต่หนูก็ยังไม่เชื่อคิดว่า วันรบคงเก่งแต่ปากหวานไปวันๆ แต่วันนี้หนูเห็นแล้วว่าวันรบรักยัยมัทมาก”
“มากจนตายแทนกันได้ใช่ไหม”
“ค่ะ”
“ติจะอนุญาตให้เขาแต่งงานกันอย่างเต็มใจแล้วใช่ไหม”
“เรายังมีเวลาดูความประพฤติว่าที่ลูกเขยอีกตั้งเดือนนึง ถึงตอนนั้นหนูก็คงตัดสินใจได้ล่ะค่ะแม่ หนูจะไปซื้อของกินให้แก๊งค์เฝ้าไข้ คุณแม่จะกลับขึ้นไปก่อนก็ได้นะคะ”
“จ๊ะ.. เจ้าประคู้ณ ทุกอย่างกำลังดีแล้ว ขอให้ดีตลอดไปเถอะ เพี้ยง” เตือนใจมองตามติรกาไป

ติรกาซื้อขนมเสร็จแล้วเดินกลับเข้ามายังบริเวณทางเดินตรงเข้าตึกโรงพยาบาล รชานนท์เดินเข้ามาหา
“กระแต”
“นนท์..ลงมาทำไมล่ะคะ”
“ผม..คิดถึงน่ะ”
“กระแตลงมาซื้อขนมให้น่ะค่ะ หิวไหม คุณยังไม่ได้ทานอะไรเลยนี่คะ”
ติรกาหยิบขนมปังขึ้นมาบิยื่นให้
รชานนท์จับมือติรกาดึงเข้ามาแล้วใช้ปากกินขนมปังจากมือติรกา รชานนท์งับเลยมาที่นิ้วติรกาเล็กน้อยอย่างไม่ได้ตั้งใจ ติรกาหน้าแดงจนรชานนท์มองแปลกใจ
“ทำไมกระแตหน้าแดงล่ะ ไม่สบายเหรอครับ”
ติรการีบเก็บอาการแล้วดึงมือออกอย่างเขินๆ
“เปล่าค่ะ”
ติรกาเห็นผ้าที่พันศีรษะของรชานนท์เริ่มลุ่ย
“จริงสิ ทำไมคุณถึงพันผ้าล่ะคะ”
“อ๋อ..ก็มัน”
ติรกาไม่รอคำตอบเพ่งมองที่ผ้าเห็นรอยคราบเลือด
“เลือด..คุณหัวแตกเหรอ”
“ก็อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ”
“งั้นไปเลยค่ะ”
“ไปไหน”
“ไปหาหมอสิคะ”
ติรกาดึงมือรชานนท์ออกไปทันที

ภายในห้องฉุกเฉิน รชานนท์นั่งให้พยาบาลปิดแผลที่ศีรษะให้ ติรกาดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด
“รบกวนทำความสะอาดสักสองครั้งนะคะ กลัวแผลจะติดเชื้อน่ะค่ะ ทิ้งไว้ทั้งคืน”
รชานนท์ยิ้ม พยาบาลทำแผลเสร็จก็เดินออกไป ติรกาเห็นรชานนท์ส่งสายตาแปลกๆก็สงสัย รชานนท์จับมือติรกา
“ผมดีใจน่ะครับ ที่ภรรยาดูแลอย่างใกล้ชิด”
ติรกาอึ้งไปเล็กน้อยแล้วยิ้มปลื้ม ติรกาจับแก้มรชานนท์อย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะคะที่คุณดูแลลูก”
“ก็ผมรักลูกของผมนี่ครับ...แล้วก็รักเมียของผมด้วย
รชานนท์จับมือของติรกามาจูบเบาๆ ติรกายิ้มปลื้ม รชานนท์ยิ้มอย่างมีความสุขไม่ต่างกัน

ในห้องพักคนไข้ วันรบหลับอยู่คนเดียวในห้อง มัทรีเข้ามานั่งข้างวันรบแล้วพูดเบาๆ
“มัทขอโทษนะคะ”
วันรบพูดทั้งๆ ที่ไม่ยังหลับตา
“ผมก็ขอโทษมัทเหมือนกัน”
วันรบลืมตาขึ้น
“มัททำให้พี่รบต้องเจ็บ”
วันรบจับมือมัทรีมากุมไว้
“ผมดีใจนะที่มัทไม่เป็นอะไร รู้ไหมว่าผมห่วงมัทมาก”
“มัทขอโทษ”
“ถ้ามัทอยากจะบอกความจริงกับคุณแม่ ผมก็จะไม่ขวางมัทอีกแล้วนะ”
“มัทบอกแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ไว้หลังเราแต่งงานก่อนดีกว่า”
วันรบแปลกใจ
“ทำไมล่ะครับ”
“ก็ถ้าเกิดแม่จำได้แล้วไม่ยอมให้มัทแต่งงานกับผู้ชายแสนดีอย่างพี่รบ มัทก็ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะสิคะ เพื่อเรามัทจะสู้จนตัวตาย”
วันรบหยอกด้วยการดึงจมูกมัทรีเบาๆ
“เบรกหน่อย เบรก...แค่รู้ว่ามัทรักผม ผมก็จะสู้เพื่อบ้านเมือง แม้เลือดหยดสุดท้าย”
มัทรีดึงจมูกวันรบบ้าง
“เบรกหน่อยค่าเบรกหน่อย”
“ผิดแล้ว ผิดๆ ถ้ามัทจะเบรกผมต้องแบบนี้”
วันรบรั้งศีรษะให้มัทรีเข้ามาใกล้ วันรบใช้จมูกตัวเองชนกับจมูกของมัทรีเบาๆ สายตาประสานกันในระยะประชิด
วันรบเหมือนมีแรงดึงดูดจะเข้าใกล้ มัทรีก็เหมือนจะเคลิ้ม แต่วันรบเอามือตัวเองขึ้นปิดปากมัทรีไว้ จูบโดยมีมือวันรบคั่น วันรบผละออกจากมัทรีอย่างยากเย็น
“ผมว่า..มัทห่างหน่อยดีกว่า เดี๋ยวเกิดพ่อตาแม่ยายเข้ามาเห็น ผมอาจจะโดน...”
วันรบทำนิ้วปาดคอ
มัทรียิ้มแล้วหอมแก้มวันรบ
“รางวัลค่ะ”
วันรบยิ้มหายใจเข้าออกลึก ๆ
“ที่โซฟาเลยมัท ผมขอร้อง”
มัทรีขำแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาแต่โดยดี วันรบยิ้มดีใจ

เช้าวันใหม่หนึ่งอาทิตย์ต่อมา กระถินนั่งกลุ้มใจ หน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ภายในห้องนั่งเล่นบ้านวันทนีย์ ข้างๆตัวของกระถินมีดีวีดีหลายแผ่นวางอยู่ใกล้ ๆ
“แผนนี้จะได้ผลมั้ยเนี่ย... แต่ถ้าไม่ทำก็ชวดพี่รบ แต่ถ้าแผนแตก ตายสถานเดียว”
กระถินตัดสินใจเด็ดขาด
“เอาวะ! ท่องไว้กระถิน ด้านได้อายอด ด้านหมดอดได้พี่รบ”
กระถินพูดจบแล้วหยิบแผ่นดีวีดีละครเรื่อง “อุ้มรัก” มาใส่ในเครื่องเล่น กดรีโมท แผ่นเริ่มเล่นแล้ว หยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาเตรียมจดจดรายละเอียดบางอย่างลงสมุดโน้ตอย่างตั้งใจ

วันทนีย์กำลังทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว กระถินเข้ามาพอดี แต่พอได้กลิ่นอาหารก็เกิดอาการพะอืดพะอมแต่กระถินพยายามเก็บอาการไว้
“เป็นไรนังกระถิน”
“เหม็นเปรี้ยวตัวเองล่ะสิ ฉันรู้นะว่าเมื่อคืนพี่กระถินไม่ยอมอาบน้ำ” อาไทบอก
“ไอ้อาไท” กระถินร้องขึ้นแล้วมองหน้าวันทนีย์
“ไม่จริงนะจ๊ะแม่ กระถินอาบน้ำทุกคืน”
กระถินยิ้มทำฝืนยกกับข้าวใส่ถาดแล้วจะยกออกไป แต่ทนไม่ไหวรีบวางถาดลงแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างอาเจียนทันที
วันทนีย์กับอาไทมองกระถินอย่างอึ้งๆ งงๆ กับอาการของกระถิน กระถินแอบมองไปทางวันทนีย์แล้วแกล้งอาเจียนต่อ
กำนันเรืองเดินเข้ามา เห็นกระถินอาเจียนโอ้กอ้ากอยู่นานก็เข้าไปทักอย่างเป็นห่วง

“นังกระถิน เอ็งเป็นอะไร”
“ไม่รู้จ้ะ... อยู่ๆมันก็คลื่นไส้ขึ้นมา นี่ก็มึนหัวด้วย สงสัยจะนอนน้อย” กระถินบอก
“นอนน้อยมันทำให้อ้วกด้วยเหรอวะ” วันทนีย์พูดขึ้น
กระถินแกล้งยิ้มเจื่อนๆ ให้วันทนีย์ แล้วหันไปอาเจียนต่อ
“คนอะไรอ้วกได้อ้วกดี ยังกะแพ้ท้อง” วันทนีย์ว่า
วันทนีย์พูดแล้วก็นิ่งไป หันไปมองกับกำนันเรือง กับอาไทที่พูดขึ้นพร้อมกัน
“แพ้ท้อง”
วันทนีย์เข้าไปดึงแขนกระถินอย่างร้อนใจ
“กระถิน เอ็งท้องใช่มั้ย”
กระถินหลบสายตาวันทนีย์ แล้วแกล้งแสดงท่าทางเหมือนโดนจับได้ว่าโกหก
“เปล่าจ้ะแม่”
“แล้วเอ็งหลบตาข้าทำไม”
กระถินร้องไห้ด้วยอาการกลัวๆ พูดไม่ออก เพราะมัวแต่อาเจียน
“กระถิน.. กระถิน..” อ้วกก...
“จะบอกความจริง หรือจะให้ข้าลากเอ็งไปตรวจที่โรงพยาบาล”
กระถินแกล้งหลุดปาก
“ไม่!! กระถินไม่ตรวจ กระถินไม่อยากให้คนเอาไปเม้าท์ว่ากระถินท้องไม่มีพ่อ”
วันทนีย์กับกำนันเรือง อาไทได้ยินเต็มสองหูก็อึ้งไป กระถินแกล้งทำเป็นรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากบอกความจริงก็ร้องไห้โฮทันที

บรรยากาศในร้านWedding Studio วันรบนั่งลุ้น ๆ อยู่ที่หน้าห้องลองชุดแต่งงาน โดยมีพชรกับนลินีนั่งอยู่ด้วย มุมใกล้นั้น มีหุ่นสวมชุดเจ้าสาวตั้งเรียงรายอยู่หลายตัว อีกทั้งบนราวก็ยังมีชุดเจ้าสาวมากมายแขวนอยู่ ไม่ห่างกันมากนัก ตู้โชว์มีการ์ดและของชำร่วยหลายรูปแบบวางอยู่

“แกนี่มันคนเหล็กจริงๆ งูกัดจังๆ ยังรอดมาได้” พชรพูดขึ้น
“คนดีน่ะพี่ระ ฟ้าต้องให้ผมรอดเพื่อมาแต่งงานกับคนที่ผมรักอยู่แล้ว ว่าแต่..ทำไมมัทลองชุดนานจัง”
“ชุดพวกนี้ไม่ได้ใส่กันง่ายๆ นะจ๊ะ มีซับในซับนอกเยอะอย่างมากๆ” นลินีว่า
พชรอมยิ้มแล้วว่า
“ไอ้รบเชื่อฉัน.. เลือกชุดที่ถอดง่ายๆ จะได้ไม่เสียเวลา”
นลินีบิดหูของพชรเต็มแรง พชรร้องจ๊ากลั่น...
นลินีพูดกับวันรบ
“จำไว้นะรบ ผู้หญิงให้ความสำคัญกับชุดแต่งงานมาก เพราะผู้หญิงทุกคนฝันที่จะมีงานแต่งงานแค่ครั้งเดียวในชีวิต และวันนั้นเค้าอยากจะเป็นคนที่สวยที่สุด..เพื่อเจ้าบ่าวของเค้า”
พนักงานในร้านเดินออกมาหาพวกวันรบที่นั่งอยู่
“เจ้าสาวพร้อมแล้วค่ะ” พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้น

มัทรีในชุดเจ้าสาว เรียบหรู ดูดี ก้าวเดินมาด้วยรองเท้าส้นสูง วันรบถึงกับตะลึงในความงามของว่าที่เจ้าสาว มัทรีเดินมาหยุดตรงหน้าวันรบ นลินีทำมือให้มัทรีหมุนตัวโชว์ มัทรีจับชายกระโปรงขึ้นแล้วหมุนตัวช้า ๆ เพื่อให้วันรบเห็นชุด วันรบมองมัทรีในชุดเจ้าสาวอย่างตื่นเต้นและประทับใจจนพูดไม่ออก
“ชุดนี้เป็นยังไงคะ”
มัทรีเห็นวันรบเอาแต่ยืนเงียบก็หวั่นใจ
“ม่สวยเหรอคะ”
นลินีกับพชรพร้อมใจกันตบไหล่วันรบเรียกสติ
“อึ้งตะลึงอยู่ได้” พชรว่า
วันรบ ว่าที่เจ้าบ่าวถึงกับเขิน
“ก็...สวยจนพูดไม่ออก... มัทสวยจัง”
มัทรีเขินเช่นกัน
“จริงเหรอ... ไม่ดูอ้วนใช่มั้ย”
วันรบส่ายหน้ายิ้มอย่างประทับใจในความสวยของมัทรี
“เห็นแล้วอยากจัดงานแต่งพรุ่งนี้เลย”
วันรบเดินเข้าไปกุมมือมัทรี แต่นลินีเข้ามาตีมือวันรบดังเพี๊ยะ!
“ไม่ได้ หลานพี่ พี่หวง.. ไม่ยกให้ง่ายๆ หรอกนะ”
“อยากแต่ง.. ต้องสาบานตนก่อน แบบฝรั่งไง” พชรว่า
พชรให้วันรบยืนประจันหน้ากับมัทรี แล้วเก็กหน้าขรึม
“นายวันรบ แคล้วคลาดภัย ท่านสัญญาว่าจะรัก ดูแลและอยู่เคียงข้างนางสาวมัทรี หาญการไกล ทั้งยามสุขและยามทุกข์ตลอดไปหรือไม่”
วันรบยิ้มถือโอกาสเล่นด้วยกับพชร
“ผมสัญญา”
“ไม่สัญญาโว้ย”
เสียงของวันทนีย์ดังขึ้น ทุกคนอึ้งไปแล้วหันไปมอง วันทนีย์ยืนเท้าสะเอวท่าทางเอาเรื่อง
“แม่” วันรบร้องทัก

บริเวณมุมหนึ่งของร้าน อาไทมองไปยังวันทนีย์และกำนันเรืองที่ยืดกอดอกด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“แกไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับใคร”
“ผมกับมัทหมั้นกันแล้ว แม่จะห้ามผมได้ยังไง”
“เพราะแกต้องรับผิดชอบการกระทำของแก” กำนันเรืองบอก
“เข้ามานังกระถิน” วันทนีย์เรียก
กระถินเดินเข้ามาในชุดคลุมท้อง แถมท้องโตเหมือนคนใกล้คลอด เดินสะอึกสะอื้นเข้ามาในร้าน
“พี่รบ”
ทุกคนเห้นแล้วร้อง “เฮ้ย”
กระถินเห็นอาการตกใจของทุกคนก็ร้องไห้ปล่อยโฮทันที
กำนันเรืองกับวันทนีย์ส่ายหน้าเซ็งๆ อาไทเอามือตีหน้าผากตัวเองอย่างหน่ายๆ
“นังกระถิน”
วันทนีย์เดินเข้าไปล้วงใต้กระโปรงของกระถิน
“กรี๊ด! แม่จะทำอะไรจ๊ะ”
กระถินถอยหนีแล้วรวบกระโปรงไว้ไม่ให้วันทนีย์ล้วง
“ข้าทนไม่ได้โว้ย พ่อ อาไทจับตัวกระถินไว้”
กำนันเรืองเข้ามาล็อคตัวกระถินไว้ กระถินกรี๊ดลั่น
“อย่านะจ้ะแม่ อย่า”
กระถินร้องวี๊ดว้ายไม่ยอม แต่วันทนีย์ไม่สนใจล้วงไปใต้กระโปรงแล้วดึงหมอนใบใหญ่ออกมา
พชรกับนลินีพูดขึ้นพร้อมกัน
“หมอน”
กระถินกรี๊ดลั่นพร้อมกับเอามือปิดหน้าท้องแบนราบของตัวเองอย่างอายๆ
“อยู่ดี ๆ เอาหมอนมายัดซะท้องโตขนาดนี้ ใครจะเชื่อเอ็งวะ”
“แม่เล่นอะไร จะมาหลอกว่ากระถินท้องงั้นเหรอ”
“ไม่ได้หลอกโว้ย”
“ถ้าท้องจริง ๆ แล้วยัดหมอนมาแบบนี้ทำไมล่ะค่ะ” มัทรีถาม
“อย่ายุ่ง ข้าไม่ได้มาคุยกับเอ็ง”
วันทนีย์พูดกับวันรบต่อ
“เรื่องหมอน กระถินมันทำเกินไป แต่ข้ายืนยันว่านังกระถินมันท้องจริงๆ”
วันทนีย์พูดจบ กระถินก็แกล้งทำอาการคลื่นไส้แล้ววิ่งไปอาเจียนที่ถังขยะ
“เห็นมั้ย อาการแพ้ท้อง” กำนันเรืองบอก
มัทรีหันไปมองหน้าวันรบอย่างแปลกใจ วันรบส่ายหน้าปฏิเสธ
“เอ็งต้องยกเลิกการหมั้นกับมัทรี แต่งงานกับนังกระถินให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการรับผิดชอบ”
กระถินหยุดอาเจียนแล้วหันมายิ้มอย่างมีความหวัง
“ไม่ ผมไม่แต่งงานกับกระถิน”
“เอ็งเป็นลูกผู้ชาย ทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ” กำนันเรืองบอก
“แต่ผมไม่ได้ทำ ผมไม่เคยมีอะไรกับกระถิน”
“นั่นสิแม่ พี่รบเขาไม่โง่ทิ้งพี่นางฟ้า มาคว้าพี่กระถินหรอก จริงไหมพ่อ” อาไทบอก
“เออ..ฟังดูมีเหตุผล”
“พ่อจ๋า..อาไทอย่านอกเรื่อง” วันทนีย์บอก
กระถินรีบวิ่งเข้ามาหาวันทนีย์ทันที
“เห็นมั้ยแม่ กระถินบอกแล้วว่าพี่รบต้องพูดแบบนี้”
“ไม่คลื่นไส้แพ้ท้องแล้วเหรอ” วันรบถาม
กระถินเอามือปิดปาก แล้วเริ่มแสดงอาการคลื่นไส้และอ้วกอีกครั้ง
“นังกระถินเล่าให้แม่ฟังหมดแล้วว่าเอ็งทำอะไรนังกระถินที่ไหน..ยังไง”
มัทรีหันขวับหาวันรบทันที
“ไม่จริง ผมไม่เคยทำ ไม่เคยอยู่กันสองต่อสองด้วยซ้ำ”
“เคยค่ะ” กระถินพูดแทรกขึ้น
กระถินเริ่มต้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต …
“เดือนก่อน..พี่รบกลับมาเที่ยวบ้าน อยู่ ๆพี่รบก็แอบสะกิดกระถิน”
เหตุเกิดที่บริเวณโต๊ะทานข้าวในบ้านของวันทนีย์ในเย็นวันหนึ่ง วันรบกับกำนันเรืองนั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ส่วนวันทนีย์กับกระถินนั่งฝั่งตรงข้าม... กระถินยิ้มอายๆแล้วเหลือบมองวันรบ วันรบกำลังก้มหน้าก้มตาใช้มือแกะเนื้อปลาทูอยู่ โดนไม่สนใจกระถินเลย
เท้าของกระถินสะกิดเท้าของผู้ชายคนหนึ่งอยู่
“ตอนแรกกระถินก็ไม่เข้าใจว่าพี่รบสะกิดกระถินทำไม”
เท้าผู้ชายขยับหนีเท้ากระถิน
“แต่กระถินเคยดูหนังดูละครมา ก็พอจะเข้าใจ”
กระถินขยับเท้าตามไปสะกิดเท้าผู้ชายคนนั้นต่อ
บนโต๊ะทานข้าว กระถินเขินอายมากกว่าเดิม วันรบเงยหน้าจากการแกะปลาทูแล้วเห็นอาการของกระถินก็แปลกใจ
“กระถินรู้ว่าความต้องการของพี่รบ มันผิดต่อพี่มัทรี”
กระถินสบตาวันรบแล้วยิ้มหวานให้พร้อมกับพยักหน้า วันรบมองกระถินงง ๆ
เท้าของกระถินยังสะกิดเท้าของผู้ชายอยู่ที่ใต้โต๊ะอยู่เหมือนเดิม
“แต่กระถินก็ไม่กล้าขัดใจพี่รบ”
วันรบไม่สนใจกลับเดินลุกออกจากโต๊ะอาหารไป กระถินมองตามวันรบแล้วก็อึ้งไป เมื่อกระถินหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งตกใจเห็นหน้าอาไททำท่าขนลุกใส่
“พี่กระถินเขี่ยตีนฉันทำไมเนี่ย”
กระถินมองตามวันรบไปอย่างเซ็งๆ

คืนนั้น... จันทร์แจ่มฟ้า พระจันทร์เต็มดวง
ภายในห้องนอนของวันรบในบ้านวันทนีย์ที่สุพรรณบุรี วันรบกำลังนั่งพิมพ์ข้อความในมือถืออยู่
“ตกดึกคืนนั้น วันพระจันทร์เต็มดวง”
หน้าจอมือถือของวันรบส่งข้อความ “ไม่คิดมากนะนางฟ้าของผม เดี๋ยวผมโทรไป แล้วเราจะได้มองพระจันทร์ด้วยกัน”
วันรบเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเดินไปส่องกระจกสำรวจหน้าผมของตัวเอง
“พี่รบเรียกให้กระถินไปหาที่ห้อง อ้างว่าหาของไม่เจอ ต้องให้กระถินไปช่วย”
วันรบเดินมาล็อคประตูห้องนอนแล้วปิดไฟในห้อง วันรบเดินไปที่หน้าต่าง มองซ้ายมองขวา แล้วค่อย ๆ ปีนหน้าต่างห้องนอนตัวเอง ออกไปนอกบ้าน
ครู่ต่อมา ประตูห้องนอนวันรบค่อย ๆเปิดออก กระถินแอบยื่นหน้าเข้ามามองในห้อง เมื่อเห็นว่าห้องมืดก็ยิ้มกริ่มเพราะคิดว่าวันรบนอนหลับไปแล้ว กระถินค่อย ๆ ย่องมาที่เตียงนอนแล้วกระโดดขึ้นไปบนเตียงทันที
“พอกระถินเข้าไปในห้อง...พี่รบก็เข้ามากอดจูบลูบคลำกระถินไม่ยั้ง” กระถินเล่าด้วยเสียงสะอื้น
กระถินหลับตาปี๋กอดหมอนข้าง แล้วกระหน่ำจูจุ๊บหมอนข้างทันทีเพราะเข้าใจว่าเป็นวันรบ
“จนในที่สุด คืนนั้นกระถินก็ตกเป็นของพี่รบอย่างไม่มีทางสู้”
หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ครู่หนึ่ง กระถินก็ชะงักเมื่อลืมตาดูก็เห็นว่าเป็นหมอนข้าง กระถินมองไปรอบๆห้องด้วยความเซ็งที่วันรบไม่อยู่

บริเวณมุมเดิมของ Wedding Studio กระถินยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น
“กระถินรักพี่รบ แต่ไม่คิดเลยว่าพี่รบจะรวบรัดกระถินแบบนี้”
วันทนีย์กับกำนันเรืองถึงกับส่ายหน้าระอากับการกระทำของวันรบ
“ไม่จริง เดือนที่แล้วที่พี่กลับบ้าน พี่ปีนออกจากห้องไปนอนคุยกับมัททั้งคืน จนหลับไปกลางสวนแล้วพี่จะไปกอดจูบลูบคลำกระถินได้ยังไง” วันรบแย้งขึ้น
“ฉันเห็นด้วยนะแม่ พุดเดิ้ลต่อขาอย่างพี่กระถินน่ากอดตรงไหน” อาไทบอก
กระถินได้ยินวันรบปฏิเสธก็ยิ่งร้องไห้ดังขึ้น
“พี่รบทำร้ายกระถินทางร่างกายไม่พอ พี่รบทำร้ายจิตใจกระถินด้วย”
กระถินหลับหูหลับตาร้องไห้แล้วจะโผเข้ากอดวันทนีย์ แต่ดันกอดผิดไปกอดนลินีแทนจนพชรต้องสะกิดกระถิน พอกระถินลืมตาเห็นว่าเป็นนลินีก็ตกใจรีบผละออกมาทันที
“นังกระถินแพ้ท้องหนักมาก ทั้งเหม็นอาหาร หน้ามืด เป็นลม อยากกินแต่ของเปรี้ยว” กำนันเรืองยืนยัน
“ของแปลกด้วยจ้ะพ่อกำนัน” กระถินพูดแทรกขึ้นทันที
“ใช่ นังกระถินอยากกินดอกไม้ คนบ้าอะไรกินดอกไม้ มีแต่คนท้องเท่านั้นแหละ” วันทนีย์ว่า
นลินีได้ยินเรื่องที่กระถินเล่าก็นิ่งคิดตามไป
“อาการเหมือนนางเอกในเรื่อง “อุ้มรัก” เลย เพิ่งดูใน Youtube มา”
กระถินถึงกับชะงักไปทันที แล้วกลบเกลื่อนด้วยการร้องไห้โฮขึ้นมาอีก วันรบเข้าไปจับมือมัทรี
“เชื่อผมนะมัท ผมไม่เคยทำอะไรกระถินจริงๆ”
กระถินไม่ยอมเข้าไปจับมือมัทรีบ้าง
“เชื่อกระถินนะคะพี่มัท กระถินท้องจริงๆ”
มัทรีมองกระถินสลับกับมองวันรบอย่างชั่งใจ วันรบกำลังจะพูด แต่มัทรีชักมือกลับแล้วยกมือขึ้นห้าม มัทรีหันไปหากระถิน
“พอแล้วค่ะรบ... กระถิน พี่เห็นใจกระถิน ถ้ากระถินท้องจริงๆพี่จะถอนหมั้นกับรบ”
“มัท” วันรบร้องขึ้น
วันทนีย์กับกำนันเรืองถึงกับเฮลั่น กระถินยิ้มทั้งน้ำตา
“แต่..พี่ก็รักวันรบมากเหมือนกัน... ดังนั้นพี่คงต้องขอให้กระถินไปตรวจที่โรงพยาบาล ให้หมอยืนยันว่ากระถินท้องจริงๆ”
กระถินอึ้งช็อกที่ได้ยินมัทรีพูดเช่นนั้น เพราะตัวเองไม่ได้ท้องจริงๆ
“มะ...ไม่ ! กระถินไม่ตรวจ... กระถินกลัวหมอ” กระถินรีบแถทันที
“ถ้าไม่มีผลตรวจจากหมอ พี่ก็ไม่ถอนหมั้นกับรบ”
กระถินนิ่งไปไม่รู้จะทำยังไงดี วันทนีย์เข้ามาจับมือกระถิน ก่อนจะหันไปพูดกับมัทรี
“ไม่ต้องกลัวนังกระถิน ข้าพาเอ็งไปโรงพยาบาลเอง ส่วนเอ็งเตรียมถอดแหวนหมั้นได้เลย”
วันทนีย์พูดจบก็ลากตัวกระถินออกไปทันที

พยาบาลสาวสวยจากแผนกสูติฯส่งขวดพลาสติก ให้กระถิน หน้าขวดมีฉลากเขียนชื่อ “น.ส.กระถิน ยิ้มนำพา” ติดอยู่ เพื่อให้กระถินเก็บตัวอย่างปัสสาวะ
“เริ่มปัสสาวะไปเล็กน้อยแล้วค่อยเริ่มเก็บนะคะ”
กระถินรับขวดพลาสติกมาด้วยอาการจ๋อย ๆ
“เป็นอะไรของเอ็ง” วันทนีย์ถาม
“ไม่ตรวจไม่ได้เหรอ”
ทุกคนที่มายังโรงพยาบาลพร้อมใจกันตอบ จนกระถินสะดุ้งเฮือก
“ไม่ได้”
“ชักช้าทำไม ถ้าอยากแต่งงานกับลูกข้า ก็เข้าไปเอาฉี่มาตรวจได้แล้ว”
วันทนีย์ไม่สนใจดันตัวกระถินให้เดินไปที่ห้องน้ำทันที

ในห้องน้ำซึ่งใช้งานได้เพียงห้องเดียว ห้องอื่นๆมีป้ายแขวนว่าเสีย กระถินยืนอยู่ที่อ่างล้างมืออย่างกลุ้มใจ ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
“ทำยังไงล่ะทีนี้... จะเอาฉี่คนท้องที่ไหนไปตรวจ”

บริเวณทางเดินหน้าห้องตรวจ แผนกสูติฯ ในเวลาต่อมา วันรบกับพชรเดินเข้ามาอย่างเครียด ๆ วันทนีย์กับกำนันเรืองนั่งยิ้มอย่างสบายใจ อาไทนั่งนวดขาให้กำนันเรืองอย่างประจบเอาใจ มัทรีนั่งนิ่งเงียบไม่แสดงอาการใดๆอยู่กับนลินี
“ไอ้รบ.. ถามจริง.. แกกับกระถินยังไงกันวะ” พชรกระซิบถามเพราะอยากรู้
“ผมไม่เคยมีอะไรกับกระถิน” วันรบบอกน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้ามั่นใจแล้วแกเครียดทำไม”
“ผมกลัวว่ากระถินจะทำทุกทาง เพื่อให้ผลตรวจออกมาว่าท้องน่ะสิ”
ติรกากับรชานนท์เดินเข้ามาอย่างร้อนใจ
“ยายมัท”
“แม่”
“นี่มันอะไรวะไอ้รบ แกทำกระถินท้องจริงๆเหรอ” รชานนท์ถาม
“ไม่จริงป๋า”
“จริง! ข้ายืนยันว่านังกระถินท้องจริงๆ” วันทนีย์บอก
“รอผลตรวจก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวได้รู้แน่ว่าจริงหรือไม่จริง “ ติรกาว่า
วันรบกลุ้มใจแล้วหันไปมองมัทรี มัทรีสบตาวันรบครู่เดียวก็หลบตาไป

เป็นจังหวะเดียวกับผู้หญิงอุ้มท้องเข้ามาในห้องน้ำอย่างรีบๆ ด้วยอาการปวดฉี่ กระถินยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ แต่ยังไม่ยอมเข้าไป
“จะเข้ามั้ยคะ” ผู้หญิงท้องถามกระถิน
“เข้าก่อนก็ได้ค่ะ”
กระถินหลบทางให้ผู้หญิงท้องเดินไป ในจังหวะที่ผู้หญิงท้องเดินผ่านกระถินก็นึกบางอย่างได้แล้วพึมพำกับตัวเอง
“ผู้หญิงท้อง”
กระถินวิ่งไปล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำ แล้ววิ่งกลับมาที่ห้องน้ำที่ผู้หญิงท้องกำลังจะปิดประตูห้องน้ำ
“คุณคะ”
ผู้หญิงท้องหันมามองกระถินอย่างแปลกใจ
“คะ”
กระถินยืนขวางไว้แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์เข้าใส่ผู้หญิงท้อง แล้วหัวเราะฮึๆ จนผู้หญิงท้องเอะใจ
“คุณจะทำอะไร ถ้าจะไม่เข้าห้องน้ำก็ออกไปนะ”
กระถินดันตัวผู้หญิงท้องให้ลงนั่งที่โถส้วม ประตูห้องน้ำถูกปิดดังปัง ตามมาด้วยเสียงกรี๊ดของผู้หญิงท้อง
“คุณจะทำอะไร ช่วยด้วย”
สักครู่เสียงผู้หญิงก็เงียบไป ตามมาด้วยเสียงปึงปั้งๆ
“อยู่เฉย ๆสิ อยู่เฉยๆ” กระถินบอก
เสียงปึงปั้งยังดังอยู่ จนห้องน้ำข้าง ๆ สั่นสะเทือนตามแรงต่อสู้ของกระถินกับผู้หญิงในห้องน้ำ ป้าย “เสีย” ที่แขวนหน้าห้องน้ำอื่น ๆ ตกลงมาที่พื้น

กระถินนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ที่เก้าอี้หน้าห้องตรวจ วันทนีย์ กำนันเรืองและติรกานั่งเรียงกันอยู่ ส่วนที่เหลือยืนอยู่ใกล้ๆ หมอเปิดประตูออกมาจากห้องตรวจ
“ผลเป็นยังไงบ้างครับหมอ” วันรบถามขึ้น
“ญาติคนไข้เข้าฟังผลในห้องดีมั้ยครับ”
“ไม่ได้” ทุกคนพร้อมเพรียงกันตอบ เล่นเอาหมออึ้งไป
“แต่เรื่องของคนไข้ถือเป็นความลับนะครับ”
“คุณหมอเชื่อเถอะค่ะ เรื่องนี้เป็นความลับไม่ได้” ติรกาบอก
“ใช่ค่ะ... กระถินยอมเผยความลับส่วนตัวให้ทุกคนได้รู้ค่ะ”
“อย่าเสียเวลาน่ะหมอ บอกมาเลย ให้รู้กันไปว่านังกระถินมันท้องกับลูกชายข้าจริง ๆ” วันทนีย์รบเร้า
หมอพยักหน้าตกลงแล้วเปิดแฟ้มดูผลตรวจ ทุกคนรอลุ้นผลตรวจจากหมอ หมอเงยหน้าขึ้นมองหน้ากระถินนิ่ง ๆ วันรบมองหน้ามัทรีให้ความมั่นใจ หมอยิ้ม
“ดีใจด้วยครับ คุณกระถินตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าๆแล้วครับ”
กระถิน วันทนีย์และกำนันเรืองเฮลั่นโรงพยาบาล ส่วนพวกวันรบถึงกับอึ้งและเหวอไป
พชรพูดกับกับรชานนท์ทันที
“เฮ้ย! ทำไมพลิกล็อกแบบนี้วะ”
“ผู้ชายดีๆจะมีแต่ในนิยายจริงๆเหรอเนี่ย” นลินีว่า
“เป็นไปไม่ได้ หมอดูผลผิดรึเปล่าครับ”
“ไม่ผิดหรอกครับ... ภรรยาคุณท้องจริง ๆ คุณอาจจะยังไม่พร้อมมีลูก แต่ตอนนี้คุณต้องพร้อมแล้วนะครับ ว่าที่คุณพ่อมือใหม่”
มัทรีมองวันรบอย่างผิดหวัง วันทนีย์เห็นอาการของมัทรีแล้วยิ่งสะใจ
“ข้าได้ลูกชายคืน ได้สะใภ้คนโปรด แถมยังได้หลานอีก โชค3ชั้นจริงโว้ย”
วันทนีย์กับกำนันเรืองหัวเราะลั่น
มัทรีจะเดินออกไป แต่วันรบรั้งตัวมัทรีไว้ มัทรีสะบัดมือวันรบออก
“พอได้แล้ว... มัทไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวอะไรอีกแล้ว”
“แต่ผมไม่ได้ทำจริง ๆ ถ้ากระถินท้องก็ไม่ได้ท้องกับผม”
วันรบยังพูดไม่ทันจบ มัทรีก็ตบหน้าวันรบ
“ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำก็แย่พอแล้ว นี่รบยังดูถูกกระถินอีกเหรอ”
วันรบอยู่ในอาการอึ้งที่โดนมัทรีตบหน้า
“มัทผิดหวังในตัวพี่รบมากนะคะ”
ติรกาเข้ามาหามัทรี
“ยายมัท..แม่ว่าให้ค่อยๆพูดกันก่อนดีกว่านะลูก”
“มัทไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะแม่ ในเมื่อกระถินท้องจริงๆ มัทจะถอนหมั้นกับรบ”
ทุกคนอึ้งที่ได้ยินประโยคนั้น กระถินแอบยิ้มอย่างพอใจ
กระถินดีใจมากจนนอกหน้าอย่างลืมตัว
“คุณมัทถอนหมั้นกับพี่รบแล้ว พี่รบต้องแต่งงานกับกระถินนะจ๊ะแม่จ๋า”
“แน่นอน ผู้หญิงดีๆอย่างเอ็งแม่ไม่ปล่อยให้เจ้ารบพลาดไปแน่ๆ”
ทุกคนหันมามองมัทรีที่กำลังหน้าเสียกับเหตุการณ์ดังกล่าว
“ขอทางหน่อยค่ะ ขอทางหน่อย”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทุกคนชะงักหันไปทางต้นเสียง หญิงท้องเดินพา รปภ. 2 คนเดินเข้าเข้ามา
“นั่นไง.. มันยืนอยู่ตรงนั้นไง” ผู้หญิงท้องชี้บอกรปภ. และเดินมายังกลุ่มที่กระถินยืนอยู่ แล้วหันไปสั่งรปภ.ของโรงพยาบาล
“ไปจับมันเลย นังผู้หญิงโรคจิต จับมันไปเลยค่ะ นังผู้หญิงโรคจิต ขโมยฉิ้งฉ่องของฉันไป”
- “ว่าไงนะ” ทุกคนอึ้งและเหวอไปทันที
“ผู้หญิงคนนี้กักขัง หน่วงเหนี่ยว ข่มขู่ ไม่ยอมให้ฉันทำธุระส่วนตัว จนฉันราด แล้วเค้าก็เก็บฉิ้งฉ่องฉันกรอกใส่ขวด”
ทุกคนหันไปมองที่กระถินทันทีแล้วร้องขึ้นพร้อมกัน
“กระถิน”
กระถินเห็นท่าไม่ดีจะวิ่งหนี แต่รปภ.เข้าไปจับตัวไว้ได้ทัน กระถินร้องลั่น
“ปล่อยกระถินนะ ปล่อย”
มัทรีได้ยินดังนันก็ชักสีหน้าโมโห ถามกระถินทันที
“ที่ผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงหรือเปล่า กระถินโกหกว่าพี่รบทำให้กระถินท้อง โกหกใช่ไหม”
กระถินเข้าตาจนต้องยอมรับ
“ใช่ ก็กระถินรักพี่รบ กระถินอยากแต่งงานกับพี่รบ”
วันทนีย์ก็รู้สึกโกรธเช่นกัน
“นังกระถิน เอ็ง”
ทันใดนั้น มัทรีต่อยหน้ากระถิน ผัวะ! วันทนีย์สะดุ้ง ทุกคนร้อง “เฮ้ย” ด้วยความตกใจคาดไม่ถึง
แรงต่อยแบบจัดเต็มของมัทรี ทำให้กระถินเลือดกำเดาไหล กระถินเอามือแตะเห็นเลือดยิ่งตกใจ
“เลือด เธอต่อยหน้าฉัน”
“ นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ โทษฐานที่เธอใส่ร้ายพี่รบ ทำให้คนที่ฉันรักต้องกลายเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น เธอทำได้ยังไงกระถิน ไหนเธอบอกว่ารักพี่รบ แล้วเธอทำกับคนที่เธอรักแบบนี้เหรอ จำไว้นะกระถิน ทำร้ายฉันฉันไม่ว่า แต่ถ้าเธอทำร้ายพี่รบอีก ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”
วันทนีย์มองมัทรีอย่างประทับใจกระถินได้แต่มองมัทรีอย่างกลัวๆแล้วรับคำ
“จ๊ะ”
อาไทปรบมือขึ้นแล้วพูดขึ้น
“สุดยอด..พี่นางฟ้า แบบนี้เขาเรียกว่าคนรักจริง แบบนี้ถึงจะสมเป็นสะใภ้พ่อกำนันจริงไหมจ๊ะ”
“จริงของอาไทมันใช่ไหมจ๊ะ แม่จ๋า” กำนันเรืองถามวันทนีย์
วันทนีย์มองมัทรีอย่างยิ้มๆ กำนันเรืองหันไป กระซิบกับอาไท
“แม่จ๋า..แม่จ๋า สงสัยจะปลื้มว่าที่ลูกใภ้ซะแล้ว”
กระถินรู้ตัวเองว่ากลายเป็นหมาหัวเน่าก็รีบเข้าไปยกมือไหว้วันทนีย์
“แม่จ๋า กระถินขอโทษ แม่จ๋า...กระถินไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะจ๊ะ”
“เลิกตอแหลได้แล้ว วางแผนมาดิบดีจะบอกว่าไม่ตั้งใจได้ยังไง ต่อไปนี้เอ็งมาอย่ามาเรียกข้าว่าแม่ ข้าไม่นับญาติกับคนโกหกตอแหลอย่างเอ็ง”
วันทนีย์โกรธไม่ยอมรับคำขอโทษจากกระถิน วันทนีย์รีบเดินออกไป กระถินรีบตามไป ทุกคนรีบเดินตามไปเพราะกลัวมีเรื่อง

กระถินตามวันทนีย์มาถึงหน้าโรงพยาบาล กระถินฉุดวันทนีย์ไว้แล้วพยายามอ้อนวอน
“กระถินขอโทษ กระถินรักพี่รบ กระถินทนไม่ได้ที่พี่รบจะแต่งงาน”
กำนันเรือง อาไท และแก๊งค์ติรกาตามมายืนมองอย่างกังวล
“ถ้าเอ็งรักไอ้รบจริง เอ็งไม่ทำแบบนี้หรอก เอ็งทำให้ไอ้รบกลายเป็นคนไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบ” วันทนีย์บอก
กระถินหันมาขอความเห็นใจจากกำนันเรือง
“พ่อกำนันจ๋า”
“ความสุขของครอบครัวสำคัญสุด ถ้าเมียข้าโกรธเอ็ง ข้าก็โกรธด้วย” กำนันเรืองบอก
กระถินหันมาหาอาไท อาไทถึงกับสะดุ้งแล้วพูดขึ้น
“อาเห็นใจพี่นะ แต่อายืนอยู่ข้างความถูกต้องจ๊ะ”
กระถินยืนหน้าจ๋อยที่ไม่มีใครเข้าข้าง
“กระถินทำไปเพราะกระถินรักพี่รบจริงๆนะคะ โฮๆ”
กระถินร้องไห้โฮหนักขึ้น
ติรกามองกระถินที่โดนทุกคนมองด้วยสายตาประฌามแล้วพูดขึ้น
“คุณวันทนีย์คะ ในเมื่อความจริงก็เปิดเผย กระถินก็ยอมรับผิดแล้ว อภัยให้แกเถอะค่ะ”
ทุกคนหันมามองติรกาอย่างแปลกใจ
“ฉันเห็นว่ากระถินยังเด็ก ทำอะไรวู่วามไม่ทันคิดเพราะไม่อยากเสียคนที่ตัวเองรัก เด็กทำผิดก็ให้อภัยเด็กเถอะนะคะ”
กระถินอึ้งไปที่อยู่ ๆ ติรกาหันมาเข้าข้างตัวเอง
“แต่ต่อไปข้าจะไว้ใจมันได้ยังไง” วันทนีย์พูดขึ้น
“กระถินก็อยู่กับคุณมานาน ผิดครั้งเดียวคุณจะไล่กระถินออกจากบ้าน คุณทำได้ลงคอเหรอคะ” ติรกาถาม
วันทนีย์มองกระถินที่ร้องไห้คร่ำครวญ
“พ่อจ๋า..กลับบ้าน”
“แล้วพี่กระถินล่ะจ๊ะแม่จ๋า” อาไทถาม
“มันไม่อยากกลับก็ช่างมัน”
กระถินตาโตดีใจจะเข้าหาวันทนีย์ แต่วันทนีย์ชิงเดินหนีออกไปก่อน กำนันเรืองกับอาไทเดินตามไป
“เขาให้โอกาสแล้วก็รีบตามไปสิ” ติรกาบอก
กระถินร้องไห้โฮด้วยความตื้นตันแล้วโผเข้ากอดติรกา
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณที่อภัยให้กระถิน”
ติรกายิ้มให้อย่างจริงใจ
“ไม่เป็นไร....แต่ถ้าต่อไปเธอพยายามจะทำลายความรักระหว่างมัทรีกับวันรบอีก อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอด”
กระถินได้ยินถึงกับอึ้งเหวอไป ติรกาหันไปยิ้มสวยๆให้กับทุกคน

กลางวันในเวลาต่อมา ภายในร้านเสื้อผ้าหรูในตัวเมืองราชบุรี แคชเชียร์ส่งบัตรเครดิตคืนให้วริษราที่รออยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน พนักงานขายถือถุงกระดาษใส่เสื้อผ้าที่วริษราซื้อรออยู่
“บัตรไม่ผ่าน ขอเปลี่ยนเป็นเงินสดได้มั้ยคะ”
“ไอ้เสี่ยบ้า ไหนบอกจะเคลียร์บัตรให้” วริษราบ่นคนเดียวอย่างหงุดหงิด
วริษราเปิดกระเป๋าเงินที่เหลือแบงก์พันใบเดียวอย่างหงุดหงิด
“ทั้งหมดสองพันห้าร้อยบาทค่ะ” แคชเชียร์พูดทวนราคา
“ทำไมเสียมารยาทกับลูกค้าแบบนี้ ไม่ซ้งไม่ซื้อแล้ว น่ารำคาญ”
วริษราแกล้งทำเป็นอารมณ์เสีย เดินสะบัดออกจากร้านหน้าตาเฉย พนักงานขายและแคชเชียร์หันหน้ามามองกันอย่างงง ๆ

บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาลในเวลาเย็น วันรบเดินนำมาที่รถ มัทรีเดินตามมาเงียบๆ
“ไม่โกรธที่มัทไม่เชื่อใจพี่รบเหรอคะ”
วันรบยิ้มแล้วตอบ
“ไม่ ถ้ามัทไม่รักผมมาก..คุณก็คงไม่โกรธผมขนาดนั้นหรอก”
“มัทขอโทษที่ไม่เชื่อพี่รบตั้งแต่แรก”
“ไม่เป็นไรครับ ก็ผลตรวจออกมาแบบนั้น”
มัทรีก้มหน้าจ๋อยๆ รู้สึกผิดที่ไม่เชื่อใจวันรบ วันรบเชยคางมัทรีขึ้น
“มัทจำไว้นะ... ผมไม่มีวันทำให้มัทเสียใจ”
มัทรียิ้มทั้งน้ำตาแล้วโผเข้ากอดวันรบ
“มัทขอโทษ...แต่มัทโกรธคิดว่าพี่รบโกหกมัท มัทคงทนไม่ได้ถ้าคนที่รักมัทโกหก สัญญากับมัทนะคะว่าพี่รบจะไม่โกหกมัทไม่ว่ายังไงก็ตาม”
“สัญญาครับ แต่มัทต้องสัญญาว่าต่อไปมัทจะหนักแน่น เชื่อใจผม ตกลงไหม”
“ต่อไปมัทจะเข้มแข็ง จะไม่หวั่นไหว จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายความรักของเราเด็ดขาด”
“แต่ที่สำคัญที่สุด มัทต้องไม่ทำกับผมเหมือนที่ทำกับกระถินนะ”
มัทรียิ้มทะเล้น
“ก็ไม่แน่ ถ้าความประพฤติไม่ดี โดนแน่”
วันรบยกสามนิ้วแบบลูกเสือบอกมัทรีว่า
“นายวันรบ แคล้วคลาดภัยสัญญาว่าจะเป็นคนรักที่ดีของมัทรีคนเดียวครับผม”
มัทรียิ้มขำ วันรบกอดมัทรีอย่างมีความสุข
“แล้วพี่รบจะไม่โทรไปคุยกับคุณแม่ของพี่รบหน่อยเหรอคะ ท่านอาจจะรู้สึกเสียหน้าเพราะเรื่องกระถิน พี่รบน่าจะง้อคุณแม่หน่อยนะคะ”
วันรบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะเปิดเครื่องกด แต่ก็ชะงักไว้ คิดๆแล้วเปลี่ยนใจ
“โทรศัพท์ผมแบตฯหมดน่ะ ผมขอใช้โทรศัพท์มัทแล้วกันนะ”
วันรบเก็บโทรศัพท์ตัวเองลงในกระเป๋า

คืนนั้น วริษราพยายามกดโทรศัพท์หาวันรบ แต่สายถูกตัดเข้าระบบอัตโนมัติทุกครั้ง
“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
วริษราวางสายอย่างหงุดหงิด
“พี่รบไม่เปิดมือถือ จะหนีริษใช่ไหม”
วริษราโมโห มองกระเป๋าเงินกับเงินแค่พันบาทที่วางอยู่บนเตียงอย่างหัวเสีย วริษรามองโทรศัพท์อย่างใช้ความคิด ก่อนตัดสินใจกดสายโทรหาเจ๊กุ๊ก
“มีลูกไก่หลงแถวราชบุรีให้ริซซี่มั่งมั้ยเจ๊กุ๊ก”
เมื่อได้รับคำตอบจากปลายสาย วริษราถึงกับยิ้มกริ่ม

ธงฉานเดินคุยโทรศัพท์มาด้วยท่าทางตื่นเต้นมากภายในโรงแรมหรูจังหวัดราชบุรีในเวลากลางคืน
“แน่ใจนะว่ารายนี้ ปิ๊งๆ เป๊กๆ จัดเต็มนะเจ๊กุ๊ก”
“อุ๊ย... รับประกันความพึงพอใจ คืนเงินได้ภายใน 30 ปีค่า” เจ๊กุ๊กพูดขำๆมาทางสาย
ธงฉานเหน็บทันที
“เคลมกันยันแก่เลยนะเจ๊”
ธงฉานวางสาย เดินมาหยุดที่หน้าห้องพักห้องหนึ่งในโรงแรม
ธงฉานเคาะประตูเรียก
“กุ๊กๆ กู๋ ลูกไก่มาอยู่ในกำมือแล้วคร้าบ”
ประตูเปิดห้องออก วริษราก้าวเข้ามายืนอยู่ในชุดนุ่งสั้น เซ็กซี่ส่งสายตายั่วยวนธงฉาน ธงฉานอึ้งมองวริษราตาโต หัวจรดเท้า วริษรายิ้มสวยต้อนรับลูกค้า
“ริซซี่ค่ะ”
“ไม่เอา ไม่เป๊กอ่ะ”
วริษราถึงกับชะงักแต่ไม่ยอมแพ้
“ ริซซี่ไม่เป๊ก แต่บริการถึงใจนะคะ”
สรรพคุณของวริษราทำให้ธงฉานสนใจอย่างตาโต










Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:26:55 น.
Counter : 135 Pageviews.

0 comment
แม่ยายที่รัก ตอนที่ 10



บนเกาะ มัทรีเดินนำรชานนท์เข้ามาที่ช่องหิน รชานนท์เห็นว่า รอบๆบริเวณช่องหินค่อนข้างมืด
“มัทรออยู่นี่นะอย่าไปไหน พ่อจะไปหาฟืนมาให้”
รชานนท์เดินออกไป มัทรีนั่งมองฝนที่เริ่มตกหนักด้วยสีหน้าเครียด
“แม่ มัทขอโทษ แม่ขา”

บริเวณบ้านพักริมทะเล ติรกาที่นั่งมองฟ้าอย่างใจจดจ่อ เสียงฟ้าร้องดังจนติรกาสะดุ้งด้วยความตกใจ ติรกาสีหน้าเครียด
“มัทต้องไม่เป็นอะไรนะลูก”
วันรบมองติรกาและรู้สึกผิดกับที่เกิดขึ้น

ฟ้ามืดแล้ว บนเกาะก็เช่นเดียวกับบนฝั่งที่ฝนยังตกอยู่ มัทรีที่เผลอนั่งหลับอยู่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องที่ดังโครมครืน มัทรีมองไปรอบๆ เห็นกองไฟติดอยู่แต่ไม่เห็นรชานนท์ มัทรีตกใจผุดลุกขึ้นอย่างร้อนรนร้องเรียก
“ป๋า ป๋า ป๋า”
รชานนท์ถือมะพร้าวเข้ามา
“มัท”
มัทรีเห็นรชานนท์มาเดินตรงเข้าไปต่อว่าทันที
“ป๋าหายไปไหนมา มัทตกใจแทบแย่”
“พ่อก่อไฟเสร็จ กลัวมัทหิวเลยออกไปหาอะไรมาให้มัทกินน่ะลูก”
“แล้วทำไมไม่ปลุกมัท ถ้าป๋าเป็นอะไรไปจะทำยังไง”
รชานนท์ยิ้มจนมัทรีสงสัย
“ป๋ายิ้มอะไร”
“พ่อดีใจที่มัทห่วงพ่อน่ะสิ”
มัทรีกลัวเสียฟอร์มจึงรีบเปลี่ยนท่าทีทันที
“มัทห่วงตัวเองต่างหาก ถ้าคุณเป็นอะไรไป มัทก็ต้องอยู่คนเดียวน่ะสิ เพราะคุณทำให้มัทต้องมาติดเกาะแบบนี้”
รชานนท์ยอมอ่อนให้
“พ่อขอโทษนะ พ่อได้มะพร้าวมาสองลูก พ่อเปิดให้แล้ว มัทกินก่อนสิ หิวแล้วใช่ไหม”
มัทรียังวางฟอร์มเหมือนเดิม
“มัทไม่หิว”
เสียงท้องของมัทรีร้องดังมาก รชานนท์ยิ้มเก็บอาการแล้วพูด
“ไม่หิวก็ต้องกินสักหน่อย กว่าจะมีใครมาช่วยเราได้คงนาน ฝนมันก็แรงซะด้วย”
มัทรียังวางฟอร์มไม่ยอมกิน เดินออกไปนั่งห่าง ๆ ที่มุมหนึ่ง รชานนท์มองอย่างขำ ๆ แล้วเดินไปวางมะพร้าวทั้งสองลูกที่ข้างๆตัวมัทรี มัทรีเหลือบมอง เสียงท้องของมัทรีร้องดังขึ้นอีกจนมัทรีเริ่มไม่ไหว เหลือบมองรชานนท์ที่นั่งมองไปทางอื่น
“แล้วป๋าไม่กินเหรอ”
“ถ้ามัทไม่กิน พ่อก็ไม่กิน”
“อ๋อ..ถ้ามัทกิน ป๋าจะกินใช่ไหม”
“จ๊ะ”
มัทรีได้ทีทำเนียนทันที
“ถ้างั้นมัทกินก็ได้ ป๋าจะได้กินด้วย”
รชานนท์ยิ้มรู้ทันว่ามัทรีวางฟอร์มเอาเป็นข้ออ้าง
“ก็ดีจ๊ะ เพราะพ่อหิวมาก”
คืนนั้น … มัทรียืนอยู่ที่ระเบียงห้องนอนตัวเองด้วยสีหน้าหงุดหงิดขัดใจ เตือนใจเข้ามายืนอยู่ข้างๆ แล้วพูดเบาๆ ยาน ๆเหมือนเสียงผีหลอกมัทรีว่
“มัทรี...”
มัทรีตกใจหันมาเห็นเป็นเตือนใจ
“คุณยาย มัทใจหายหมดเลย คิดว่า..”
เตือนใจยังทำเสียงเย็นๆ ใส่
“เป็นผีเหรอจ๊ะ”
มัทรีกอดเตือนใจ
“คุณยาย...อย่าเล่นแบบนี้สิคะ”
“เรานี่ขี้กลัวตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะ”
“มัทกลัวทีไรก็เดือดร้อนคุณยายทุกที ต้องมีมัทเกาะติดเอวคุณยายเสมอ ดีนะคะที่มัทมีทั้งคุณแม่...คุณยาย”
“พ่อนพไม่น่าอายุสั้นนะ เสียไปตั้งแต่มัทยังเล็ก”
“มัทไม่เคยได้เอามะลิไปไหว้พ่อเหมือนคนอื่นเขา ไม่เคยได้จูงมือพ่อ มัทไม่มีพ่อ”
“แต่ตอนนี้มัทก็มีพ่อนนท์แล้วนะ”
“เขาไม่ใช่พ่อของมัท” มัทรียังดื้ออยู่
“ยายถามหน่อย มัทโกรธที่พ่อนนท์ทิ้งมัทไปใช่ไหม”
“แม่ต้องเสียใจ มัทต้องกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อพราะเขา”
“แล้ว..ถ้าเกิดว่าแม่เขาความจำไม่ได้เสื่อม แต่เขายอมรับว่าเขารักพ่อนนท์จริงๆ มัทจะทำยังไง”
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะยาย แม่ไม่มีทางอภัยให้เขา”
“ก็ไม่แน่”
มัทรีมองเตือนใจอย่างสังเกต
“ยายพูดแปลก ๆ เหมือนว่าแม่”
“ยายแค่ลองพูดให้คิดหลายๆ ด้าน หมอก็บอกอยู่ว่าแม่เขาเลือกจะจำว่าแต่งงานกับพ่อนนท์ แสดงว่าลึก ๆ แม่เขารักพ่อนนท์มาก คนรักกันก็ต้องให้อภัยกันได้ จริงไหม”
มัทรีคิดตามแล้วตัดสินใจบอกเตือนใจว่า
“ก็ให้แม่จำได้และยืนยันอย่างนั้นซะก่อน มัทถึงจะคิดดูอีกทีค่ะ”
มัทรียังคงมุ่งมั่นที่จะบอกติรกาให้ได้ เตือนใจเหลือบมองที่ระเบียงอีกด้านเห็นวันรบยืนมองด้วยสีหน้าหนักใจ

เช้าวันใหม่ ติรกาออกมาจากห้อง มัทรีรีบเข้ามาประกบทันที
“แม่คะ วันนี้มัทจะพาแม่ไปเที่ยวเกาะใกล้ๆ ไปด้วยกันนะคะ”
“แต่แม่รู้สึกเพลียๆ นะ”
“แม่นอนบนเรือสิคะ มัทขับเรือเอง ไว้ใจมัทได้ค่า”
“อืม..งั้นเดี๋ยวแม่ทำแซนวิชไปด้วยดีไหม”
“เดี๋ยวมัททำให้เองค่ะ เดี๋ยวคุณแม่ไปนอนรอที่สปีดโบ๊ทที่ท่าเรือเลยนะคะ มัทจะรีบตามไป”
“จ๊ะ แล้วใครไปบ้างล่ะลูก” ติรกาจะถามต่อ แต่มัทรีเดินออกไปแล้ว รชานนท์ออกมาจากห้อง เห็นติรกายังยืนอยู่
“ยังไม่ลงไปเหรอครับ กระแต”
“นนท์คะ ยัยมัทชวนไปเที่ยวเกาะใกล้ ๆนี่ ไปด้วยกันไหมคะ”
“ปเล่นน้ำที่เกาะก็ดีนะ แล้วจะไปตอนไหนจ๊ะ”
“ยัยมัทให้ไปรอที่เรือตอนนี้เลยค่ะ เดี๋ยวกระแตจะไปถามคุณแม่ที่ชายหาดว่าท่านจะไปด้วยไหม”
“งั้นเดี๋ยวผมเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไปไว้ที่เรือก่อนแล้วคุณรีบตามไปนะ”
“ค่ะ”
รชานนท์จะเข้าห้องแต่ไม่วายหันกลับมาหอมแก้มติรกาฟอดใหญ่ ติรกาหันมอง
“ชื่นใจ”
ติรกายิ้มอย่างปลื้มในตัวรชานนท์

ภายในห้องครัว มัทรีทำแซนวิชอย่างรีบร้อนเพราะเห็นติรกากำลังเดินไปทางชายหาด
บริเวณท่าเรือ รชานนท์หอบกระเป๋าใบเล็ก กับเอาผ้าขนหนูคลุมหัวไว้แล้วเดินไปที่สปีดโบ๊ท รชานนท์ปีนลงไปที่เรือแต่ก้าวพลาดจนเท้าเสียหลัก รชานนท์ล้มลงหัวกระแทกขอบเรือจนมึนสลบไป

วันรบเดินเข้ามายืนด้านหลังมัทรีที่กำลังวุ่นกับการทำแซนวิส
“มัททำอะไรครับ”
มัทรีสะดุ้งทันที
“ก็...แซนวิชน่ะค่ะ”
“วันนี้คุณยายจะเผาอาหารทะเลตอนกลางวันไม่ใช่เหรอ”
“มัท..มัทหิวก็เลยทำกินรองท้อง”
“รองท้อง แล้วทำไมต้องใส่ตะกร้าด้วยล่ะ ทำยังกับจะไปปิคนิก”
“ก็แค่สร้างบรรยากาศ แพ็กเกจมันช่วยได้”
“งั้นผมกินด้วยนะ”
วันรบทำท่าจะหยิบแซนวิส
มัทรีรีบดึงกล่องออกทันที
“ไม่ได้นะคะ”
“ทำไมถึงกินไม่ได้ล่ะ หรือว่ามัททำให้ใคร”
“ก็ทำเผื่อคุณยาย คุณแม่ พี่พุทราไงคะ”
มัทรีรีบเอากล่องใส่ตะกร้า จะคว้าเดินออกไป
“มัทจะไปไหน”
“มัทจะไปหาคุณยายค่ะ”
มัทรีรีบเดินออกไป วันรบรีบตามประกบทันที

มัทรีจะเดินไปที่ท่าเรือ วันรบตาม
“มัท คุณยายอยู่ที่ชายหาด” วันรบบอก
มัทรีเห็นว่า วันรบไม่เลิกตามแน่ จึงตัดสินใจวิ่ง
“มัท” วันรบร้องตาม
“พี่รบจะขวางมัทไม่ได้”
มัทรีรีบวิ่งไปที่ท่าเรือ วันรบวิ่งตามจนคว้ามือมัทรีไว้ได้
“มัทจะไปไหน”
“มัทจะบอกความจริงกับแม่”
มัทรีตัดสินใจเอานิ้วจิ้มที่ตาวันรบเพื่อถ่วงเวลา
“ขอโทษนะคะพี่รบ”
วันรบเจ็บตาใช้มือกุมไว้แน่น มัทรีรีบวิ่งไปที่เรือสปีดโบ๊ท วันรบพยายามจะมอง เห็นลางๆว่า มัทรีกำลังวิ่งไปที่เรือ วันรบพยายามจะตามไป แต่ตาก็ไม่เปอื้ออำนวย มัทรีกระโดดลงมาที่เรือ เห็นร่างรชานนท์มีผ้าขนหนูคลุมปิดหัวอยู่จะเข้าไปดู
“มัท”
มัทรีตัดสินใจรีบไปสตาร์ทเรือแล้วขับออกไปทันที วันรบวิ่งมาถึง เรือของมัทรีก็แล่นออกไปแล้ว
“มัท”
วันรบยืนมองอย่างทำอะไรไม่ได้
เตือนใจวิ่งมาด้วยความตกใจ
“ตารบ เกิดอะไรขึ้น”
“มัทพาคุณแม่ยายไปไหนไม่รู้ครับ”
“มัทพาใครไปไหนนะ” ติรกาเดินเข้ามาพอดี
วันรบเห็นติรกาก็ตกใจ
“คุณแม่ยาย...แล้วมัทไปกับใคร”

มัทรีทำฟอร์มหยิบมะพร้าวขึ้นมาเหมือนไม่สนใจแต่พอเปิดได้ก็ดื่มน้ำมะพร้าวอั๊ก ๆ ๆ ๆ และควักเนื้อมะพร้าวขึ้นมากินด้วยความหิวโหย รชานนท์มองขำ ๆ มัทรีเงยหน้าขึ้นมาเห็นรชานนท์กำลังมองอยู่ มัทรีถึงกับเขินแต่ก็ยังทำฟอร์ม
“เอ้า...มัทกินแล้วไง”
มัทรีเอามะพร้าวอีกลูกมาวางคืนให้รชานนท์ รชานนท์รับมากิน มัทรีมองรชานนท์แล้วชะงัก เห็นขมับของรชานนท์มีคราบเลือดไหลลงมาจากขมับยาวมาถึงลำคอ มัทรีตกใจ
“ป๋า ทำไมมีเลือด”
รชานนท์เอามือแตะที่ศีรษะ
“อ้อ..ตอนล้ม มันไปโขกโดนหิน”
มัทรีพูดเสียงดัง
“อย่าเอามือแตะ มือป๋าไม่สะอาด”
มัทรีลืมความโกรธเข้ามาแตะดูที่แผล
“เลือดออกตั้งเยอะ”
“พ่อไม่เป็นไร”
“แผลขนาดนี้ยังไม่เป็นอะไรอีกเหรอคะ”
มัทรีตัดสินใจฉีกแขนเสื้อทั้งสองข้างออก มัทรีใช้ข้างหนึ่งออกไปรองน้ำฝนด้านนอกให้หมาดๆ แล้วเอามาเช็ดแผลทำความสะอาด เสร็จแล้วใช้อีกข้างพันปิดแผลให้ที่ศีรษะของรชานนท์ มัทรีมองอย่างพอใจในผลงาน
“จะได้กันแผลสกปรกด้วย”
“ขอบใจนะลูก”
“ก็ป๋าช่วยมัท ถือว่าเราไม่ติดค้างกัน”
มัทรีกลับมาทำมึนตึงใส่รชานนท์แล้วเดินกลับไปนั่งที่มุมตัวเอง รชานนท์ยิ้มๆ แตะผ้าที่พันอยู่บนศีรษะ

มัทรีนั่งทอดน้ำตาคลอ มองน้ำฝนที่ยังหลั่งไหลอยู่ด้านนอก รชานนท์นั่งมองมัทรีอย่างสังเกต เห็นมัทรีแอบปาดน้ำตา
“คิดถึงแม่เหรอ”
“ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงมัทแย่แล้ว คุณยายบอกว่าเวลามัทไม่ได้อยู่บ้าน แม่จะไม่หลับจนกว่ามัทจะกลับหรือว่าได้ยินเสียงรถของมัท ถ้าแม่รู้ว่ามัทก่อเรื่อง แม่ต้องโกรธมัทแน่ๆ”
“ไม่มีใครโกรธมัทหรอกเพราะทุกคนรักมัท..พ่อก็รักมัทนะลูก”
คำพูดของรชานนท์แทงใจดำมัทรีจนเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที
“ถ้ารัก..คงไม่ปล่อยให้มัทต้องเป็นลูกไม่มีพ่อ...ไม่ปล่อยให้แม่ต้องเสียใจ คุณไม่รู้หรอกว่าเด็กที่ไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นเค้ามันเจ็บปวดแค่ไหน ให้มัทคิดว่าพ่อตายจากมัทไปยังไม่เสียใจเท่าที่รู้ว่ามัทโดนพ่อตัวเองทอดทิ้ง”
“พ่อไม่เคยทิ้งมัท มัทเข้าใจผิดนะลูก”
“ป๋าจะบอกว่าที่แม่เล่าให้มัทฟังเป็นเรื่องโกหกงั้นเหรอ”
“พ่อไม่ได้ว่าอย่างนั้น มัทบอกพ่อได้ไหมว่าแม่เขาเล่าว่ายังไง”
มัทรีคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเล่า
“พอแม่รู้ตัวว่ามีมัทก็ไปหาพ่อ แม่บอกคุณปู่ว่ามีมัท คุณปู่บอกว่าจะบอกให้พ่อติดต่อมา แต่พ่อก็ไม่เคยติดต่อมาเลย ทิ้งให้แม่เลี้ยงมัทคนเดียว”
“แม่เขาไปเจอคุณปู่ด้วยเหรอ พ่อไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ”
“ตอนนี้ ป๋าจะพูดอะไรก็พูดได้”
“มัทรู้ไหมว่าจากตรงนี้ถึงปลายทางที่ดวงจันทร์ ทางมันไกลแค่ไหน”
“มัทจะไปรู้ได้ยังไง”
“พ่อก็ไม่รู้หรอกว่ามันไกลแค่ไหน แต่พ่อรู้แค่ว่าปลายทางของพ่อคือการได้แต่งงานกับแม่ของหนู แต่คุณปู่อยากให้พ่อไปเรียนต่อ พ่อก็คิดจะพาแม่ของหนูไปด้วย แต่คุณปู่ให้พ่อเดินทางกระทันหันด้วยเหตุผลว่าที่มหาวิทยาลัยทางโน้นให้พ่อไปรายงานตัวด่วน”
“แล้วแม่ล่ะ พ่อไม่คิดถึงแม่เหรอว่าแม่จะทำยังไงที่มีมัท”
“พ่อไม่รู้จริงๆว่ามีหนู พ่อยอมไปเพราะคุณปู่บอกว่าจะออกทุนให้แม่ตามพ่อไป พ่อเฝ้ารอ..แต่แม่หนูก็ไม่มา สองเดือนที่พ่อรอแต่ได้รับข่าวจากคุณปู่ว่าแม่ของหนูแต่งงานกับหมอนพไปแล้ว พ่อเสียใจมากจนไม่มีกระจิตกระใจจะเรียนหรือทำอะไรได้อีก ถ้าไม่ได้ป้านีมาดูแล พ่อคงเร่ร่อนอยู่ที่โน่นไม่ได้กลับมาเมืองไทย”
มัทรีฟังแล้วถึงกับอึ้งไป
“มัทอาจจะไม่เชื่อ แต่พ่อเสียใจเสมอที่รู้ว่าพ่อไม่เคยได้ดูแลแม่ ดูแลลูก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ พ่อจะไม่ยอมเสียโอกาสที่จะได้ดูแลแม่กับมัท”
มัทรีเห็นสีหน้าเสียใจของรชานนท์ มัทรีเริ่มสับสน ได้แต่มองเหม่อมองออกไปด้านนอก รชานนท์มองมัทรีเงียบๆ รู้สึกถึงความผิดของตัวเองที่ทะลักเข้ามาเต็มหัวใจ

ฟ้ามืดสนิทแล้ว วันรบกับติรกานั่งเครียดไม่แพ้กัน วันรบใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างติรกา ติรกามองวันรบอย่างไม่เข้าใจว่า วันรบจะมาไม้ไหน
“คุณแม่ยายครับ ที่มัททำแบบนี้มันเป็นความผิดของผมเอง ถ้าผมยอมให้มัททำอย่างที่เขาต้องการ มัทก็คงไม่ขับเรือออกไปแบบนี้ ผมขอโทษครับ” วันรบยกมือไหว้ติรกา
ติรกาเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของวันรบก็รู้สึกได้ทันทีว่า วันรบไม่ได้แสแสร้ง
“นายขัดใจยัยมัทเรื่องอะไร”
วันรบมองติรกาอย่างตัดสินใจ
“เรื่องอาการป่วยของคุณแม่ยายน่ะครับ ผมห้ามมัทไม่ให้บอกความจริงเพราะ...”
“เพราะอะไร”
“เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณแม่ยายรู้ความจริงแล้วทุกอย่างจะไม่เป็นเหมือนเดิม ผมกลัวทั้งที่ผมรู้ว่า สักวันคุณแม่ยายก็ต้องรู้ความจริงทุกอย่างอยู่ดี ถ้ามัทกลับมาคราวนี้ แล้วเขาอยากจะบอกอะไรก็ตามผมก็จะไม่ขวางอีกต่อไป”
“แล้วนายไม่กลัวเหรอว่าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม”
“กลัวครับ...แต่ผมเชื่อว่าความรักที่ผมมีต่อมัทจะทำให้คุณแม่ยายเข้าใจ”
“แล้วถ้าฉันไม่เข้าใจล่ะ”
“ผมก็จะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมจะอดทนเพื่อความรักของผม ผมอยากดูแลคนที่ผมรักและคนๆนั้นคือมัทเพียงคนเดียว”
ติรกามองวันรบอย่างพินิจ
“ฉันจะคอยดู”
“ขอบคุณครับ”
ติรกากับวันรบหันมองไปในทะเลด้วยความหวัง อยากให้ฝนหยุดตกโดยเร็ว

ฟ้ามืดสนิทแล้ว มัทรีนั่งหาวโยที่สายตายังมองฝ่าความมืดออกไปข้างนอก
“มัท..ถ้าง่วงก็นอนเถอะลูก เดี๋ยวพ่อนั่งเฝ้าเองนะ”
มัทรีทำเป็นไม่ได้ยินมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ รชานนท์ร้องเพลงกล่อมเบาๆ
“ดึกแล้วหนา หลับเถิดหนอ พ่อจะร้อง เพลงกล่อม กล่อมเบาเบา เจ้าตัวน้อย ค่อยค่อยนอน ฝันดีทำตาพริ้ม ง่วงนอนแล้วอย่างนี้นอนเถอะหนา เจ้าตัวดี จะให้พ่อร้อง ทั้งคืนหรือไร”
มัทรีฟัง ๆ เริ่มสัปหงกจนจนทนไม่ไหวลงไปนอนกับพื้นอย่างยอมแพ้ มัทรีนอนขดตัวใช้แขนตัวเองต่างหมอน รชานนท์มองแล้วตัดสินใจลุกไปนั่งข้างๆ แล้วจับให้มัทรีนอนบนตักอย่างเบามือ รชานนท์ลูบหัวมัทรีอย่างอ่อนโยน
“พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว อยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว หนึ่งและสอง หนึ่งและสอง สามสี่...แปดสิบสอง แปดสิบสาม แปดสิบสี่ ..”
มัทรีหลับตายิ้มอย่างมีความสุข แล้วมัทรีค่อยๆลืมตา น้ำตาคลออย่างปลาบปลื้ม รชานนท์ยังร้องเพลงกล่อมต่อไป
“พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาวอยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว หนึ่งและสอง หนึ่งและสอง สามสี่ พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาวอยู่บนฟ้า สุกสดใส คือแสงดาว พ่อจะสอน เจ้าเอาไหม ให้นับดาว”
รชานนท์ค่อยๆเอามือเปิดผมที่สยายปิดหน้าตาของมัทรีอยู่แล้วเอามือวางมือบนศีรษะมัทรี ลูบอย่างเอ็นดูด้วยความรักรชานนท์สีหน้ายิ้มละมุนอย่างมีความสุข
“แปดหมื่นสอง แปดหมื่นสาม...แปดหมื่นสี่”
ขณะที่สายใยของพ่อกับลูกกำลังจะเชื่อมหากัน ที่บริเวณช่องหินด้านบนมีงูตัวหนึ่งกำลังเลื้อยผ่านเข้ามา

เช้าวันใหม่ ที่บ้านพักริมทะเล ติรกาผล็อยหลับอยู่ที่เก้าอี้ แต่วันรบมองผ่านออกไปด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ ฝนขาดเม็ดแล้ว วันรบลุกขึ้น พุทรากับเตือนใจรีบเข้ามา
“ฝนหยุดแล้วค่ะ” พุทราพูดขึ้น
ติรกาสะดุ้งตื่นทันที วันรบหันมาพูดกับทุกคน
“ผมจะไปรับมัทเดี๋ยวนี้”
วันรบรีบเดินออกไปทันที
“ฉันไปด้วย” ติรกาพูดขึ้นแล้วหันไปบอกกับพุทรา
“พุทราดูแลคุณแม่ด้วยนะ” -
“ยัยติ แม่ไปด้วย” เตือนใจร้องบอก
“คุณแม่เตรียมของอร่อยไว้ให้ยัยมัทดีกว่าคะ ยัยมัทกลับมาคงหิวมาก”
ติรการีบวิ่งตามวันรบไป
“ขอให้หลานฉันปลอดภัยด้วยเถอะ” เตือนใจพูดขึ้น

เวลาต่อมา วันรบขับเรือมาจอดที่หน้าเกาะแล้วกระโดดลงทันที วันรบหันมารับมือติรกา ติรกากระโดดลงมาลุยทะเลขึ้นไปบนเกาะ ติรกามองหามัทรีและรชานนท์ด้วยความเป็นห่วง
“สองคนนั้นหายไปไหน”
วันรบสังเกตไปรอบๆ พบช่องหินด้านบน
“ข้างบนมีช่องหินอยู่ เขาอาจไปหลบฝนตรงนั้นก็ได้ครับ”

บริเวณช่องหินด้านบน รชานนท์นั่งหลับโดยมีมัทรีนอนหนุนตักอยู่
“ยัยมัท,มัทครับ” เสียงร้องเรียกของติรกาและวันรบดังขึ้น รชานนท์กับมัทรีได้ยินเสียงก็ค่อยๆ รู้สึกตัว ติรกากับวันรบเข้ามาจนถึงช่องหิน ติรกาเห็นรชานนท์กับมัทรีปลอดภัยก็ดีใจมาก ติรกากับมัทรีโผเข้ากอดกันแน่น
“ยัยมัท”
“แม่”
“ลูกเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เรือมันลอยกลับไป แม่ไม่เห็นลูก แม่ใจหายหมดเลย”
“มัทไม่เป็นไรค่ะแม่ แต่ป๋า...”
มัทรีหันไปมองรชานนท์ ติรกากับวันรบหันมองตามไป
“ป๋า...หัวไปโดนอะไรมา”
“ลมมันแรงมาก มันพัดกิ่งไม้มาทางมัท แต่ป๋าเขามาบังมัทไว้ค่ะ”
ติรกาขยับเข้าไปหารชานนท์ แตะที่แผลอย่างเจ็บปวดแทน
“นนท์...เจ็บมากไหม”
รชานนท์ยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอกกระแต เพื่อลูกผมทนได้”
ติรกากอดรชานนท์ มัทรีมองติรกากับรชานนท์อย่างสับสน แต่มัทรีก็ตัดสินใจ
“แม่คะ มัทมีเรื่องจะบอกแม่”
“มัท” เสียงวันรบร้องขึ้นตกใจ มัทรีเข้าใจว่า วันรบจะปรามเรื่องที่มัทรีจะพูด
“พี่รบอย่าขวางมัทเลยค่ะ”
“พี่ไม่คิดจะขวางมัทนะ แต่รอให้เรากลับไปที่ฝั่งก่อนได้ไหม มัทไม่เห็นใจผมก็น่าจะเห็นใจป๋าบ้าง”
“คนที่มัทจะเห็นใจมีเพียงคนเดียวคือแม่ของมัท มัทจะไม่ยอมให้แม่เสียใจ ถ้าแม่จำทุกอย่างได้แล้วรู้ว่าถูกหลอก ถูกสวมรอย แม่จะต้องเป็นทุกข์ไปตลอดชีวิต มัทยอมไม่ได้ค่ะ”
“ มัท แม่ว่า” ติรกาพยายามจะปรามอีกคน
มัทรีดึงติรกาให้มาใกล้กับตัวเอง มัทรีกับติรกายืนหันหน้าออกไปหาวันรบกับรชานนท์
“แม่คะ..ความจริงคือ”
สายตาของวันรบกับรชานนท์เห็นงูอยู่ด้านหลังมัทรี วันรบกับรชานนท์พูดขึ้น
“มัท อย่าขยับนะ”
“ไม่ อย่าคิดจะห้ามมัทซะให้ยาก”
“กระแต พาลูกออกมา” รชานนท์ ร้องบอกติรกา
ติรกามองตามสายตารชานนท์กับวันรบเห็นงูที่กำลังเลื้อยอยู่ก็ตกใจ รีบตั้งสติบอก
“ยัยมัท ออกไปกับแม่ ช้าๆ นะ”
“แม่...ทำไมแม่ไม่ฟังมัท พวกเขากำลังหลอกแม่นะ”
“มัท...ออกไปกับแม่” ติรกาย้ำเสียงหนักแน่น
“ไม่! จนกว่าแม่จะฟังมัท”
วันรบค่อยๆ ขยับเข้ามาจับมือมัทรี
“มัท..ไปจากที่นี่ ผมขอร้อง”
มัทรีสะบัดกลับหลังหันอย่างงอน
“ไม่”
พอมัทรีหันกลับมาเงยหน้าเห็นงูอยู่ด้านบนก็ตกใจกรี๊ดลั่น งูพุ่งตัวเข้าหามัทรี วันรบตัดสินใจกระโดดพุ่งเข้าชาร์ทมัทรีให้พ้นวิถี งูฉกเข้าที่ต้นแขนของวันรบเต็ม ๆ
“โอ้ย”
“พี่รบ” มัทรีร้องขึ้น
งูเลื้อยหนีไปแล้ว รชานนท์ ติรกา รีบเข้าไปดูวันรบ
“พี่รบ...อย่าเป็นอะไรนะ พี่รบ แม่คะ..ป๋า..ช่วยพี่รบด้วย”
ติรกาเห็นแผลถูกงูกัดก็ตัดสินใจก้มดูดเอาพิษงูออก
“นนท์คะ หาอะไรมารัดแขนด้วยค่ะ”
รชานนท์เอาเศษเสื้อที่เหลือของมัทรีมามัดเหนือต้นแขนวันรบไว้
“ไอ้รบ ไหวมั้ย” รชานนท์ถาม
“ไหวครับพี่” วันรบตอบแต่ตาปรือมาก
“ต้องรีบพาเจ้ารบเข้าฝั่งให้เร็วที่สุด”
รชานนท์ประคองวันรบ ติรกาเข้าช่วย มัทรีรีบตามไปลงเรือทันที










Create Date : 02 เมษายน 2555
Last Update : 2 เมษายน 2555 23:25:25 น.
Counter : 109 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  

มิกัง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]