Q[-___-Q ma leaw ja
Group Blog
 
All Blogs
 

เอกสารหาย "ไม่" ต้องแจ้งความ

ต่อไปนี้ หากเอกสารสำคัญที่ทางราชการออกให้หาย ไม่ต้องไปแจ้งความอีกแล้ว แต่สามารถดำเนินการได้ง่ายๆ ดังนี้....



1 ) บัตรประชาฃน
เจ้าของบัตรสามารถนำสำเนาทะเบียนบ้านตัวจริงไปทำบัตรใหม่ได้เลย

2 ) สำเนาทะเบียนบ้าน
ให้เจ้าบ้าน หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของบ้าน ไปดำเนินการทำใหม่ได้เลย (แต่กรณีมอบอำนาจ "ต้อง" มีหนังสือมอบอำนาจ )

3 ) ใบขับขี่
นำบัตรประชาชนไปทำใหม่ได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานย่อย โดยไม่ต้องสอบใบขับขี่ใหม่ หากเป็นใบขีบขี่ตลอดชีพก็จะได้ตลอดชีพเหมือนเดิม

4 ) บัตรประกันสังคม และ ใบรับรองสิทธิรักษาพยาบาล
นำบัตรประชาชนไปขอทำมีบัตรใหม่ได้ที่สำนักประกันสังคม หรือติดต่อผ่านฝ่ายบุคคลของบริษัท

5 ) บัตรผู้เสียภาษี
นำบัตรประชาขนและสำเนาทะเบียนบ้านไปขำทำบัตรใหม่ได้ที่สำนักงานสรรพพี้นที่ของตนหรือ สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-246-1196-9...ต่อ...410..




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2551    
Last Update : 21 สิงหาคม 2551 7:59:40 น.
Counter : 124 Pageviews.  

นักข่าวสาว เตือนภัยสังคม แฉ! ประสบการณ์จริงแก๊งมิจฉาชีพอาละวาดบน BTS

นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับนักข่าวสาวของหนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ใครจะนึกว่าบนรถไฟฟ้าที่มีผู้คนอยู่มากมายจะมีภัยอันตรายแฝงอยู่!!!

เวลาประมาณเกือบบ่ายโมง ดิฉันได้ขึ้น รถไฟฟ้า BTS จากสถานีรถไฟฟ้าราชดำริเพื่อเดินทางไปหมอชิต ดังนั้นจึงต้องไปเปลี่ยนรถที่สถานีสยาม ระหว่างยืนรอรถไฟฟ้าอยู่ที่สถานีสยามก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาถามว่าไปอนุเสาวรีย์ขึ้นรถตรงนี้หรือเปล่า ดิฉันก็ตอบไปว่าใช่

ตามปกติสถานีรถไฟฟ้าสยามผู้คนพลุกพล่านมาก วิ่งขึ้นรถลงรถกันด้วยความรวดเร็วตลอดเวลา พอรถไฟฟ้ามาจอดเทียบชานชาลา ดิฉันก็รอจนคนลงหมดแล้วเดินเข้าไปในตัวรถพร้อมกับมองหาที่ยืนสำหรับตัวเอง

ช่วงเวลาปรากฏว่า มีผู้ชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 19-20 ปี ใส่กางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืด ถือกล่องกระดาษใบหนึ่งท่าทางหนักมากเดินขึ้นมาในขบวนรถแล้วชนบริเวณด้านหลังดิฉัน ซึ่งก็ไม่ได้ชนแรงอะไรแค่ทำให้รู้สึกว่ามีอะไรมาโดนที่หลัง ซึ่งดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผู้ชายคนนั้นกลับตะโกนว่า คุณชนผม ด้วยสัญชาตญาณดิฉันก็หันไปกล่าวคำขอโทษ ก็เห็นเขาถือกล่องใบใหญ่อยู่

เรื่องไม่จบแค่นั้น ผู้ชายคนนั้นทรุดตัวลงวางของแล้วลงไปนอนกับพื้น แสดงอาการเสมือนว่า บาดเจ็บสาหัส ดิฉันก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรเพราะการเดินกระทบกันแค่นั้นไม่น่าจะทำให้ได้รับบาดเจ็บอะไรได้ แต่เขาร้องโอดโอยเหมือนใกล้ตาย จนคนที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียงทนไม่ไหวลุกลงไปพยุงขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ แล้วถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็ชี้มาที่ดิฉันว่าเป็นคนชนเขาล้มจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทุกคนในรถก็คงตกใจเช่นเดียวกับดิฉันว่า ชนกันแค่นี้ถึงกับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้เลยหรือ???

สุภาพบุรุษที่ลุกขึ้นไปให้ความช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้นก็เข้าไปดูที่บริเวณหัวเข่าที่เขาบอกว่าเจ็บมาก เพื่อดูว่าเป็นอย่างไร ซึ่งก็ไม่มีรอยแผลอะไร มีเพียงรอยแดงเหมือนคนนั่งคุกเข่า แต่เขาก็บอกว่าเขาเจ็บมากเหมือนขาเขาหัก สุภาพบุรุษคนนั้นก็สงสัยจึงถามต่อว่า ขาของคุณ มีปัญหาหรือเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า ชายหนุ่มคนนั้นก็บอกว่า เขาเคยขาหัก

สุภาพบุรุษคนนั้นจึงตะโกนว่า "ในรถคันนี้มีใครเป็นหมอหรือพยาบาลบ้าง มีคนหกล้มได้รับบาดเจ็บช่วยเข้ามาดูหน่อย"

ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณประตูอีกด้านหนึ่งก็เดินเข้ามาดู

ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็พูดเสริมขึ้นว่า เขาอาจจะมีโรคประจำตัวพอเจออย่างนี้ก็อาจจะวูบลงไปได้เพราะตัวเขาเองเคยเป็นเช่นนี้ต้องนอนโรงพยาบาลตั้ง 3 วัน ผู้ชายคนนี้อาจจะมีปัญหามาก่อนแล้วต้องถือของหนักก็อาจจะได้รับบาดเจ็บได้

ผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็พูดขึ้นมา ถ้าเจ็บมากขนาดนี้ก็ไปโรงพยาบาลดีกว่า

ผู้บาดเจ็บก็พูดสวนขึ้นมาทันควันว่า ผมไม่ไปโรงพยาบาลหรอก ผมยังเป็นนักศึกษาไม่มีสตางค์ ถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ผู้หญิงคนนี้ชนผมต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ผม แล้วต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วย เพราะของๆ เขาได้รับความเสียหาย กล่องที่ถือมาเป็นจอแอลซีอี(จอคอมพิวเตอร์)ที่ต้องนำไปให้คนอื่นไม่ใช่ของตัวเขาเอง

ดิฉันไม่ได้พูดอะไร รู้สึกช็อก แต่หลายคนที่อยู่บนรถไฟฟ้า รวมถึงผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือเขาก็บอกกับเขาว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ชน คุณเดินเข้ามาแล้วล้มลงไปเอง แต่ผู้ชายคนนั้นก็ยังยืนยันว่าดิฉันเดินชนเขาจนได้รับบาดเจ็บข้าวของเสียหายและจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเขา

ผู้ชาย 2 คนที่ยืนข้างๆ ดิฉันก็กระซิบให้ดิฉันออกไปจากรถ ลงสถานีหน้า ไม่ต้องไปโต้เถียงกับคนบ้าแบบนี้ พอใกล้ถึงต่อไปสถานีเด็กหนุ่มผู้ที่บอกว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บอย่างหนักก็ตะโกนว่า มันจะหนีไปแล้ว เดินชนผม ทำของผมเสียหายแล้วหนี

พอถึงสถานีราชเทวีดิฉันจึงรีบเดินออกจากรถคันนั้นไป พร้อมกับโทรศัพท์เล่าเรื่องให้เพื่อนๆ ฟัง ทุกคนต่างตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นขบวนการมิจฉาชีพ เพราะมีข้อพิรุธมากมาย เพื่อนแนะนำว่า จริงๆ แล้ว ควรโทรศัพท์เรียกตำรวจมาจัดการ

แต่สำหรับดิฉันถือว่า เป็นวันที่โชคร้ายจริงๆ






 

Create Date : 19 สิงหาคม 2551    
Last Update : 19 สิงหาคม 2551 11:50:58 น.
Counter : 118 Pageviews.  

เตือนภัยหญิง และชายที่มีหญิงอันเป็นที่รักของคุณเอง

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิง
หมวยมีประสบการณ์ภัยใกล้ตัวที่
น่ากลัวและเมื่อนึกขึ้นทีไร ก็เป็นเรื่องน่ากลัวในจิตใจทุกที
จึงอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ได้รู้และ
ได้ระวังกัน ในความชั่วร้ายของรถ Taxi เรื่องมีอยู่ว่า

คืนวันพุธที่ 30 เม.ย. 2551 ที่ผ่านมา หมวยไปยืนรอรถ taxi
ที่หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ
(ข้าง MBK) เวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ หมวยยืนรอ taxi อยู่นานมากๆๆ แต่ก็ไม่มี
taxi คันไหน
ไปซักคัน (หมวยจะไปปิ่นเกล้า) ซักพักก็มี taxi (ยี่ห้อ toyota soluna
รุ่นเก่า สีฟ้า ถ้าจำไม่ผิด)
วิ่งมาจอดตรงหน้า และมันก็รับหมวยขึ้นรถไปโดยเส้นทางที่มันพาเราไปก็คืน
วิ่งตรงไปตรงสะพานยศ
เส แล้วก็เลี้ยวขวาผ่านตรงตลาดโบ๊เบ๊
ก็นึกในใจว่าเราเป็นผู้หญิงคนเดียวขึ้น taxi1 ดึก ๆ คน
เดียวก็อันตรายเหมือนกันนะ (นึกถึงเรื่องที่เคยอ่าน mail ว่ามีคนถูก
Taxiรมยาสลบ และล่าสุด
น้องอุ๋ม (เพื่อนที่ทำงานปัจจุบัน) นั่ง taxi ตอนกลางวันแล้วเจอ taxi
มันเร่งเครื่องยนต์ขณะรถติดก็
อาจเป็นได้ว่ามันกำลังคิดการไม่ดี น้องอุ๋มก็เลยลงรถ )
ก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาแฟน
ก็บอกแฟนว่า "ขึ้นรถ taxi แล้วนะอีกประมาณครึ่งชั่วโมงคงถึงบ้านแล้วล่ะ"
ในใจก็หันไปมอง กท รถ
ที่เคยเห็นในรถ taxi ทั่วไปมี
จะบอกแฟนว่าขึ้นรถ taxi กท อะไร ก็เห็นแค่ว่า " ทพ " แต่ไม่มีเลยทะเบียน
ก็เริ่มเอะใจ
1 อย่างแล้ว แล้วในขณะที่หมวยพูดกับแฟน ไอ้คนขับ taxi ชั่ว
มันก็เหมือนสะดุ้งตกใจ แล้วก็หันมา
มองเรา ซึ่งขณะนั้น taxi วิ่งผ่านตรงตลาดโบ๊เบ๊ พอรถเลี้ยวซ้ายเข้าตรง
ธ.กรุงไทยสะพานขาว
เพื่อที่จะมุ่งหน้าตรงไปสะพานผ่านฟ้า (ราชดำเนิน) ไอ้ taxi มันก็หันมามอง
หมวยอีกที แล้วมันก็หันกลับไป
ทันใดนั้นมือที่มันจับที่เกียร์รถยนต์ก็เหลือแค่ 3 นิ้ว (กลาง นาง ก้อย)
ส่วนอีก 2 นิ้ว (นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง)
มันไปกดอะไรบ้างอย่างที่เป็นเหมือนช่องแอร์พิเศษที่รถ taxi คันอื่น
ไม่มี (เท่าที่เคยสังเกตได้)แล้วมันก็เร่งแอร์ขึ้น
เราเห็นพฤติกรรมมันเราก็เริ่มเตรียมตัวแล้วว่าอาจจะ
เกิดอะไรขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เท่าที่จำความได้ประมาณ
1นาทีผ่านไป ก็รู้เลยว่าถูกไอ้ taxi ชั่วมันรมยาสลบแน่ๆ ความรู้แรกเลยคือ
ความชามันเริ่มมาจาก
ตรงท้อง ไล่มาตรงหน้าอก และสุดท้ายที่จำความรู้สึกได้คืนรู้สึกหน้ามืด
หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก หาย
ใจถี่ เหมือนจะหมดสติ
ในทันใดแต่ก็ตั้งสติได้ก็บอกไอ้คนขับว่าให้จอดข้างหน้าเลย (ก่อนที่จะบอกคนขับ
ให้จอด มือก็เปิดล็อกประตูแล้วก็ที่จะบอกมัน)
แล้วมันก็ชะลอรถแล้วถามว่าทำไม หมวยก็บอกว่า " จอดแล้วกัน หายใจไม่ออก
ถ้าไม่จอดจะกระโดด
ลงแล้วนะ" มันก็ไม่ถึงกับจอดสนิท แต่หมวยก็ดันประตูรถออกมาแล้วก็กึ่ง ๆ
กระโดดลงออกมาจากรถ
และจากสติที่ใกล้จะหมดแล้วได้ยินมันพูดว่า " จะลงทำไมล่ะครับ
ผมไม่ได้ทำไรคุณนะ แอร์รถผมก็เย็น"
แล้วก็เหมือนได้ยินมันทวงค่า taxi ก็เลยโยนให้
มัน จำได้ว่า 50 บาท (ทุกคนที่ฟังเราเล่าบอกว่าไปให้มันทำไม)
ในขณะที่กระโดดลงรถ ก็ลงมานั่ง
ยองๆ เพื่อตั้งสติ มองเห็นอีกทีก็เห็นตัวเองอยู่กลางสี่แยกหลานหลวง
และฝั่งตรงข้ามที่ลงมีป้อมเล็ก ๆ
ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นป้อมตำรวจ ก็แข็งใจวิ่งข้ามทางม้าลายไปตรงป้อมนั้น
ปรากฎว่าเป็นแค่ป้อมจราจรที่
ไม่ตำรวจอยู่เลย และแล้วก็มีชายคนนึงเดินผ่านหน้า
ก็ร้องให้เค้าช่วย เค้าก็เข้ามาถามว่าเป็นอะไร ก็เล่าเหตุการณ์ให้เค้าฟัง
เค้าก็นั่งเฝ้าเราซักฟักจน
เราเริ่มมีสติ หมวยก็กด 191 ก่อนเลยเป็นอันดับแรก
ไม่ต้องหวังเลยค่ะว่าจะโทรติด แต่ในขณะนั้น
ร่างกายอ่อนแรงมาก ๆ ผู้ชายคนนั้นก็เลยบอกว่าโทรหาแฟนคุณดีกว่าไม๊
ผมจะรอเป็นเพื่อน (จริง ๆ
แล้วผู้ชายคนนั้นก็หน้าตาน่ากลัวเหมือนกัน) ก็เลยโทรหาแฟน
แฟนก็บอกให้พ่อของแฟนมารับกลับบ้าน (บ้านพ่อแฟนอยู่โบ๊เบ๊)
ในระหว่างรอพ่อแฟนมารับ ผู้ชายคนนั้น
เค้าก็รอเป็นเพื่อนนะ แล้วก็บอกให้หมวยไปรอตรงที่คนเยอะ ๆ สว่าง ๆ
แต่จะบอกว่าแถวนั้นเป็น
บริเวณที่เปลี่ยวมาก ๆ เพราะเป็นย่านค้าขาย ทุกคนปิดบ้านหมดและเงียบสนิท
ดีหน่อยก็เพราะว่ายังมี
รถวิ่งพลุกพล่าน แต่ก็ไม่มีอะไรดีกว่าไปยืนริมถนน
ก็เลยไปยืนให้ใกล้ริมถนนที่สุดซึ่งมีรถวิ่งผ่านไปมา
ในใจก็แอบกลัวผู้ชายคนที่นั่งอยู่ด้วย พอมีสติก็เลยบอกเค้าว่าไม่เป็นไรค่ะ
เดี๋ยวรอพ่อมารับกลับบ้านแค่
15 นาทีพ่อก็มาถึง
แล้วผู้ชายคนที่เค้ารอเป็นเพื่อนเค้าก็เดินจากไปแล้วก็ยืนรอดูเราอยู่ไกล
(เหมือน
เค้าจะรีบไปแต่
เค้าก็ยังรอดูเราก่อนด้วยความเป็นห่วง เราคิดไปเองว่าเค้าอาจไม่ดี)
พ่อแฟนก็รับกลับบ้าน แล้วก็กะว่าจะพาไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง
(พื้นที่เกิดเหตุ)
แต่สภาพหมวยตอนนั้นก็แย่มาก เพราะเหลือแค่สติอันน้อยนิด ส่วนร่างกายหมดแรงไปเลย
และในที่สุดก็ไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะหมวยก็จำ กท.รถไม่ได้เลย

เช้าวันที่ 2 เมษายน เปิดทำงานหลังจากหยุดวันแรงงานไป 1 วัน
ก็ได้มาเล่าเหตุการณ์
ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ทำงานฟัง ทุกคนลงความเห็นว่าให้ไปแจ้งความ
เพราะอาจมีวงจรปิดบริเวณแถว
สี่แยกก็ได้ ก็กะว่าตอนเย็นจะไป พอตกเย็นก็นั่งเขียนเรื่องเตือนภัยนี้
กะว่าจะส่งให้เพื่อน ๆ พี่ๆ ที่รู้จักอ่านเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจ
นายที่อยู่ในห้องได้ฟังเรื่อง
ก็เลยอาสาพาไปแจ้งความ นายบอกว่ารู้จักกับรอง ผกก. ก็เลยไปแจ้งความในเย็นวันนั้น
ก็เล่าเหตุการณ์ให้รอง ผกก.ท่านนั้นฟัง
ท่านก็ให้ร้อยเวรทำการบันทึกประจำวันไว้ให้
แล้วในขณะนั้นท่านก็เล่าให้ฟังว่ามีคนมาแจ้งความเรื่องแบบนี้บ่อยในช่วงนี้
ซึ่งก็เป็น taxi
ที่รับผู้โดยสารจากบริเวณเดียวกัน
ท่านก็เห็นว่าเรื่องของหมวยน่าจะเป็นประโยชน์กับ
คนอื่น ท่านก็เลยต่อสายโทรศัพท์ไปยัง สถานีวิทยุรายการ สวพ.91
เพื่อที่จะให้หมวยเล่า
ประสบการณ์ออกรายการวิทยุ แต่พอดีวันนั้นฝนตกและการจราจรติดมาก ๆ เค้าไม่มีช่วง
เวลาให้ออกรายการ ก็เลยไม่ได้เล่า
ท่านก็เล่าว่าน่าเสียดายที่หมวยไม่ได้ไปแจ้งความตั้งแต่
วันที่เกิดเหตุ เพราะถ้ามาแจ้งความก็อาจจะพาไปตรวจร่างกายว่า
ยาสลบที่คนร้ายใช้ เป็น
ยาสลบประเภทไหน จะได้เป็นข้อมูลให้ตำรวจต่อไป (เพราะยาสลบที่คนร้ายใช้
หมวยรู้สึกได้เลยว่า
มันเร็วมากหลังจากที่มันเอื้อมมือไปกดยาประมาณแค่ไม่ถึง 1 นาที
หมวยก็หมดแรงแล้ว ไม่อยากคิดต่อ
เลยว่า ถ้าหมวยตัดสินใจช้ากว่านั้น ไม่ตัดสินใจที่จะกระโดดลงมา
ก็คงหมดสติไปในทันใดแน่เลย)
ก็เลยแอบเป็นห่วงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จัก และช่วยบอก ๆ ต่อๆ
เพื่อจะได้เป็น
ข้อเตือนภัยให้กับคนรู้จักต่อไป (เพราะที่หมวยรอดมาได้ก็เพราะจาก mail
ที่ได้รับมา
ในทำนองนี้ที่เคยได้อ่านเหมือนกัน)
ข้อสังเกตและข้อควรระวัง
1. ถ้าไม่จำเป็นอย่าขึ้น taxi คนเดียว
แต่ถ้าจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ก็ให้โทรหารคน
รู้จัก แล้วก็บอกเลข กท taxi ที่เราขึ้นให้เค้าได้รู้
2. จากสถิติที่ได้นั่งคุยกับตำรวจ ถ้าเป็น taxi เก่าก็ควรระวัง
และให้สังเกตป้าย
กท. บนรถ ถ้าไม่มีให้พึงระวังว่าไม่ควรขึ้น
3. จากการสังเกตเอง taxi ต้องสงสัยจะมีช่องแอร์พิเศษ อยู่บริเวณใกล้ ๆ
เกียร์
เพื่อเวลาเค้ากดยาแล้ว เราจะได้ไม่ทันสังเกต
4. ขณะนั่งรถอยู่ถ้าคนขับมีปรับเร่งแอร์ หรือเร่งเครื่องยนต์
(ขณะที่รถติด) ให้ตั้งเป็นข้อ
สังเกตไว้ว่าไม่น่าไว้วางใจ

สุดท้ายหากใครได้รับ mail นี้ช่วยส่งต่อ ๆ ให้ทุกคนที่รักและรู้จักด้วยนะคะ
เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครอีกกี่คนที่โชคไม่ดีเหมือนหมวยที่รอดชีวิตมาได้




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2551    
Last Update : 16 สิงหาคม 2551 22:13:26 น.
Counter : 101 Pageviews.  

สยองภัยหญิงวันนี้

อยากให้อ่านไว้เป็นความรู้เพื่อความไม่ประมาท

เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องจริง กรุณาส่งต่อ!! มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปเติมน้ำมัน ตอนที่รูดเครดิตการ์ดเสร็จแล้ว และกำลังจะออกจากปั๊ม ก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินมาบอกว่า การ์ดที่รูดไปมีปัญหา ให้เธอรีบลง
จากรถและเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ของปั๊มด้วย เพื่อนคนนี้ก็งงมาก เพราะคิดว่าตาม ปกติ ถ้ารูดบัตรไม่ผ่าน เครื่องจะไม่ออกสลิปให้ แต่นี่ก็ได้สลิปแล้ว จึงเอาสลิปให้ พนักงานคนนั้นดูา เพื่อยืนยันการจ่าย และบอกว่ามีธุระต้องรีบไป แต่พนักงานคนนั้นก็ยังยืนยันว่าเธอต้องไปคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่ดี (พูดประมาณว่าจะลงไปคุยดีๆ หรือเปล่า) สุดท้ายเพื่อนก็จำใจลงจากรถ เมื่อเข้าไปในสำน้กงานได้ก็โวยใหญ่เลย ว่าจ่ายตังค์แล้ว และพนักงานที่ไปเชิญ เขาลงจากรถก็พูดกับเขาไม่ดีด้วย เจ้าหน้าที่ต้องรีบบอกให้เธอใจเย็นๆ และฟังเหตุผลของทางปั๊มก่อนีด้ว ทางปั๊มบอกว่า ตอนที่เติมน้ำมันรถเธออยู่ เห็นผู้ชายคนหนึ่งแอบเปิดประตูเข้าไปนั้งอยู่ข้างหลังเบาะด้านคนขับ ทางปั๊มเห็นว่าผิดสังเกตุ ว่าไม่น่าจะเป็นคนที่มาด้วยกันจึงโทรแจ้งตำรวจูให้ และอยากให้เธอออกจากรถก่อน เพื่อความปลอดภัย

พอได้ยินแบบนั้น เพื่อนก็ตกใจมาก รีบหันกลับไปดูรถตัวเองทันที
ทรแ จังหวะนั้นก็ทันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง กำลังเปิดประตูและลงจากรถตัวเองอยู่พอดี ภายหลังทราบว่า พวกนี้เป็นหนึ่งในรูปแบบของอาชญากรรมแนวใหม่ คือเป็นพวกค้าชิ้นส่วนอวัยวะของผู้หญิง โดยจะแอบปีนเข้าไปตอนที่คนขับรถซึ่งเป็นผู้หญิง เอารถแวะเข้าเติมน้ำมัน หรือแวะจอดซึ้อของตามร้านข้างทาง หรือตามห้างสรรพสินค้า

วิธีการก็คือพวกนี้จะตัดเอ็นข้อเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้เหยื่อหนี จากนั้นจะขับรถของเหยื่อ เพื่อพาเหยื่อไปฆ่า และชำแหละอวัยวะออกเป็นส่วนๆ เมื่อได้อ่านแล้ว ขอให้ช่วยกันส่งต่อไปให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก อย่างน้อยอาจช่วยให้พวกเขารู้จักระวังตัว และไม่ตกเป็นเหยื่อรายต่อไป่ ข้อควรระวังจ ให้ล็อครถทุกครั้ง ที่ต้องลงจากรถ แม้ว่าจะเป็นการแวะลงไปทำธุระหรือซื้อของเพียงแค่ไม่กี่นาที สำรวจหาบุคคลแปลกปลอมใต้ท้องรถและเบาะด้านหลังทุกครั้งก่อนกลับขึ้นรถ หมั่นสังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างอยู่เสมอ เมื่อออกนอกบ้านโดยเฉพาะเมื่อต้องไปไหนในเวลากลางคืน หรือเดินรอบรถก่อนสักรอบเพื่อดูว่ามีการโปรยเรือใบไว้หรือไม่




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2551    
Last Update : 16 สิงหาคม 2551 22:09:42 น.
Counter : 104 Pageviews.  

เตือนภัยหญิงขับรถคนเดียว

ได้รับ e-mail จากเพื่อนรุ่นพี่ เกี่ยวกับการผจญภัยของเพื่อนร่วมงาน ก็ได้บันทึกไว้......ให้เป็นข้อเตือนใจ
.......ป้าได้รับทราบเรื่องของเธอ ยังตกใจและเสียใจกับเธอไม่หายเลยค่ะ เสียดายเพิ่งรู้เรื่องวันนี้เลยไม่ได้ไปเยี่ยม แต่ก็ได้โทร.คุยกับเธอแล้ว ฟังจากน้ำเสียงเธอตอนเล่า ยังรู้สึกตกใจไปกับเธอด้วยเลยค่ะ
จากข้อสันนิษฐาน เธอคิดว่า ผู้ชายคนนั้นน่าจะต้องการรถ และต้องการข่มขืนเธอมากกว่า เพราะทันทีที่ผู้ชายล็อคตัวเธอได้ ก็บอกให้เข้าไปนั่งในรถ พอเธอไม่ยอมก็พยายามจะผลักเธอให้เข้าไปในรถให้ได้ค่ะ
อันนี้เอามาเล่าสู่กันฟัง เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ เตือนภัยสาวๆ ที่ขับรถไปไหนมาไหนคนเดียวค่ะ
กรณีของเธอ เธอบอกว่าเธอก็เป็นคนสังเกตคนนะคะ เรื่อง FWD Mail เตือนภัยต่างๆ เธอก็อ่านเป็นประจำ
เธอบอกว่า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่ทำร้ายเธอนั้นก็คือ ผู้ชายที่แต่งตัวดีๆ เหมือนคนทำงานทั่ว ไป คนหนึ่งนี่เอง ..




 

Create Date : 16 สิงหาคม 2551    
Last Update : 16 สิงหาคม 2551 22:08:40 น.
Counter : 101 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

นากาชิม่า
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Tried to take a picture
Of love
Didn't think I'd miss her
That much
I want to fill this new frame
But it's empty

Tried to write a letter
In ink
It's been getting better
I think
I got a piece of paper
But it's empty
It's empty

Maybe we're trying
Trying too hard
Maybe we're torn apart
Maybe the timing
Is beating our hearts
We're empty

And I even wonder
If we
Should be getting under
These sheets
We could lie in this bed
But it's empty
It's empty
Friends' blogs
[Add นากาชิม่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.