Group Blog
 
All blogs
 
28 Days Later/ 28 Weeks Later / How about 28 Months later?

ปกติเป็นคนที่เกลียดหนังซอมบี้


ไม่ชอบผีหน้าตาน่ากลัว ชอบกัดฉีกเนื้อคนเป็นอาหาร....หยองซะ


ไม่ชอบผีซอมบี้เดินลากขา ถือขวานถือมีด และไม่ชอบไอ้เหยื่อหน้าโง่ๆที่วิ่งนำหน้าฝูงซอมบี้ไปเป็นกิโล แต่ดันวิ่งหนีไม่ทัน ทั้งๆที่ซอมบี้มันวิ่งไม่ได้


และไม่ชอบพวกซอมบี้ที่ยิงยังไงก็ไม่ตาย ทนชะมัด ตัวขาดยังลากไอ้ครึ่งตัวที่เหลือไปได้...


ถึงไม่ชอบดูหนังซอมบี้ แต่ก็ได้ดูมาหลายเรื่อง แต่เท่าที่เคยดูหนังซอมบี้มา ไม่มีเรื่องไหนทำให้รู้สึกหนุก และสะใจได้เท่า 28 Days Later และ 28 Weeks Later เพราะ ความดิบที่ไม่เหมือนใคร และ สาระเรื่องราวที่แต่งขึ้นมาเพื่อวิพากษ์สังคมปัจจุบัน ที่มีแต่การเอาตัวรอดด้วยการทำลายผู้อื่น แกมกับอารมณ์เสียดสีการเมืองและสังคม แม้ 28 Days Later จะลดทอนส่วนความดิบของความเป็น"หนังซอมบี้" ลงไปบ้าง แต่นี่แหละ หนังซอมบี้ที่ใช่เลย




28 Days Later



หนังเดินเรื่องด้วยตัวละครเอกที่ถูกแจ็กพอตด้วยการตื่นขึ้นมาจากโคม่าเพื่อพบว่ามหานครลอนดอนอันคึกคักไปด้วยสีสันนั้น กลับกลายสภาพไปเป็นลอนดอนร้าง หงอยเหงา และน่ากลัวหลังจากเผชิญกับเชื้อไวรัสที่ส่งผลให้คนกลายเป็น "ผู้ติดเชื้อ" จนหมดความสามารถในการควบคุมตนเอง กลายเป็นซอมบี้ที่ไล่ล่าฆ่าไม่เลือก







หนังกำหนดให้พระเอกเที่ยวออกตามหาสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น ระหว่างทางเขาได้พบกับตัวละครประกอบที่เป็นคนแท้ๆที่ยังมีชีวิตอยู่ และคนเทียมๆที่เป็นผู้ติดเชื้อ และในบรรดาคนแท้ๆนั้น พระเอกก็เจอทั้งคนดีที่ให้ความช่วยเหลือ และคนชั่วที่จ้องจะแสวงหาผลประโยชน์





หนังช่วงภาพลอนดอนร้างที่ดูหดหู่ เหงา วังเวง และน่ากลัวถือว่าเป็นส่วนที่เจ๋ง เมื่อรวมเข้ากับดนตรีประกอบแนว Brit Pop ก็ถือว่าเจ๋งกำลังสอง แนวคิดมุมมองการมองมนุษย์ในแง่ร้าย ตบหน้าพวกมนุษย์นิยมซะฉาดใหญ่ ที่ว่าแม้ "ผู้ติดเชื้อ" จะน่ากลัวขนาดไหน แต่ก็ยังไม่ได้ครึ่งของมนุษย์แท้ๆที่ถูกกระตุ้นด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งการเอาตัวรอด อย่างที่อาจารย์ของเราเคยสอนเอาไว้ว่า กฎของการเอาตัวรอดกฎแรกของมนุษย์คือ Kill or be killed!





28 Weeks Later



ฉากตอนต้นของ 28 Weeks Later เป็นตัวขยายความต่อจากภาคแรก เนื่องจาก "ผู้ติดเชื้อ" ทั้งหมด ได้ขาดอาหารตายภายใน 5 วัน เพราะมัวแต่วิ่งไล่กัดคนไม่ยอมกินข้าวกินปลา แต่เรื่องราวที่ว่าด้วยการเอาตัวรอด มันยังไม่จบง่ายๆเพียงแค่นั้น เพราะ Life has its own path เชื้อโรคร้ายก็ยังหาทางเอาตัวรอด ไม่สูญพันธ์ไปจากโลกง่ายๆ





ประมาณสิบกว่านาทีแรกหนังเปิดตัวด้วยฉากที่ถือว่าเป็นฉากที่ดีที่สุดของเรื่อง ด้วยฉากแฉด้านมืดของมนุษย์ที่ต้องการดิ้นรนเอาตัวรอด และ ตามด้วยการฉากการเล่าเหตุการณ์ 28 สัปดาห์หลังจากที่มีการกระจายเชื้อในภาคแรก เมื่อกลุ่มทหารอเมริกันเข้ามาช่วยต่อต้านทำลายล้างกลุ่มคนที่ติดเชื้อ และหาทางป้องกันไม่ให้เชื้อไปติดใครได้อีก เมื่อมั่นใจว่าไม่มีผู้ติดเชื้อเหลืออยู่แล้ว พวกอเมริกันก็ประกาศให้คนที่อพยพไปอยู่ที่อื่น ใด้กลับมาอยู่ในเขตกักกันที่ปลอดภัยและอยู่ในการควบคุมของทหาร แต่เหมือนกับโชคชะตาเล่นตลก หรือเป็นกรรมอันใดก็ได้ที่ตามมาสนองมนุษย์ที่เห็นแก่ตัว ที่หญิงผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเกิดมีลักษณะพิเศษคือติดเชื้อแต่ไม่แสดงออก กล่าวอีกในคือเป็นพาหะนั่นเอง ครั้งนี้จึงเกิดการแพร่กระจายเชื้ออีกครั้งในเขตควบคุม ทหารอเมริกาจึงมีคำสั่งควบคุมเชื้อโดยการเริ่มต้นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ให้สิ้นซาก แต่คนกลุ่มนึงประกอบด้วย ทหาร นักวิทยาศาสตร์ และเด็ก 2 คน กลับรอดมาได้ (ในฉากที่ดอน ต้องวิ่งสู้ฟัดหนีฝูงผู้ติดเชื้อ ก็ทำได้แทบจะเรียกว่าเพอร์เฟคซะจริง)





แม้หนังเปลี่ยนผู้กำกับเป็นเฟรสนาดิลโล่ โดยที่ แดนนี่ บอยล์ (ผู้กำกับภาคแรก) ได้ลดบทบาทลงเป็นเพียงผู้อำนวยการสร้าง แต่ 28 Weeks Later ก็มีโทนเรื่องเกี่ยวกับการเอาตัวรอดของมนุษย์ ไม่ต่างจากภาคก่อน ซึ่งหนังตระกูล 28 ภาคแรก อาจจะยังไม่ค่อยเน้นฉากเลือดตับไส้เครื่องในพุง แต่ภาค 2 นี้อัดมาให้เห็นกันจะๆ เน้นการเป็น “หนังซอมบี้” มากกว่าภาคแรก แต่ยังแอบจิกกัดอเมริกันอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ พวกทหารอเมริกันที่อ้างสิทธิ์ในการปกป้องและอ้างความชอบธรรมในการทำลาย ภาพการควบคุมสถานการณ์ ตั้งแต่ระดับเลือกยิง จนถึงระดับ ฆ่าหมู่ ก็ดูไม่ต่างจากที่อเมริกันทำในสงครามอิรัก หรือแม้แต่การเหน็บแนมพวกราชวงศ์ที่ว่า คนพวกนี้อาจตายไปหมดแล้ว หรืออาจจะหนีออกนอกประเทศไปหมดแล้วก็ได้ แต่ที่ขัดใจสุดๆคือในเรื่องภาพที่ลอนดอนร้างก็ยังดูเหงา เงียบ และน่ากลัวเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ดูหลอนฝังลึกเหมือนภาคแรก


ดาราแต่ละคนก็เล่นได้โออยู่ทั้ง โรเบิร์ต คาร์ไลล์ ในบทพ่อ และ สามี ที่เป็นต้นตอของสาเหตุจริงๆที่ว่าทำไมไวรัสจึงคงหลงเหลืออยู่, โรส เบิร์น คนสวย และสองพี่น้องที่สื่อได้ดีถึงความผูกพันของพี่น้อง และที่ลืมไม่ได้ คือทหารหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องคนที่เหลือ ....


ที่สะกิดใจนิดนึงคือ พวก "ผู้ติดเชื้อ" และหลายคนในเรื่องนี่วิ่งกันเก่งจัง ถ้าจขบ. เจอซอมบี้ ก็คงจะโดนกัด โดนกินเป็นพวกแรกๆ เพราะมัวแต่งุ่มง่าม กาดื๊บ~ กาดื๊บ~ กาดื๊บ~ อยู่ คงหนีไม่ทันเป็นแน่



ทิ้งท้ายด้วยคำถามที่น่าขบคิด


หากสถานการณ์แบบ 28 Weeks Later มีจริง ที่เราต้องเลือกทิ้งคนที่เรารักเพื่อเอาตัวรอด หรือยอมอยู่ด้วยเพื่อสู้หรือตายเป็นเพื่อนกัน เป็นเราจะเลือกแบบไหน หลายคนอาจจะตอบว่า ยอมอยู่ด้วยเพื่อสู้หรือตายเป็นเพื่อนกัน แต่ในสถานการณ์จริง สัญชาติญาณดิบมักจะพุ่งแรงกว่าปกติ คำตอบอาจจะไม่เป็นไปตามที่คิดก็ได้!




Create Date : 19 กันยายน 2550
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 20:35:39 น. 3 comments
Counter : 1544 Pageviews.

 
น่าดูจังค่ะ ได้ยินมาว่าเรื่อง 28 days later คิลเลี่ยนเล่นเปลือยแต่ก็ยังไม่เชืื่ออ่ะ พอได้เห็นกะตาก็....แบบว่าไม่มีเซ็นเซอร์เลยเหรอ


โดย: มิโช่น้อยๆ (Cecile_FCB ) วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:21:02:37 น.  

 
เป็นหนังที่น่ากลัวและเปี่ยมด้วยจินตนาการดีครับ ออกจากโรงยังหลอน ๆ เลย คิดว่าดีกว่าละครไทยครับ เพราะถ้าเป็นละครไทยคงมีซอมบี้เป็นนางดาวร้ายตบตีนางเอก ฮะฮะ


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:9:22:19 น.  

 
อยากบอกว่าดูหนังเรื่องนี้แล้ว เบลอๆตอนออกจากโรงงี้แอบจินตาการว่าคนยืนข้างเป็นซอมบี้อ่ะเหอๆ หลอนพ่ะย่ะค่ะ


โดย: บวมแบ๋ว วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:12:37:13 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.