Group Blog
 
All blogs
 
Perfume : The Story of the Murderer น้ำหอมมนุษย์

ตลอดช่วงชีวิตของเรา เราได้ดมเอากลิ่นต่างๆทั้งโดยที่ไม่ได้ตั้งใจและตั้งใจ เมื่อเราหายใจเข้า เราจะรู้สึกถึงกลิ่นหอม หรือ เหม็น แม้จะไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีคนตายเพราะการ ดมกลิ่นมากจน เกินไป แต่ “กลิ่น” ก็มีความสำคัญต่อมนุษย์ทุกผู้ทุกนามมิใช่หรือ





Perfume: The Story of the Murderer เปิดเรื่องด้วยฉากตัดสินโทษนักโทษในคดีฆาตรกรรมหญิงสาวไปหลายศพ ก่อนที่หนังจะย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวของฆาตกรผู้นี้ตั้งแต่จุดกำเนิด





ฌอง แบบติส เกรอนุยต์ ผู้ชายที่มีจมูกที่พิเศษกว่าใครในโลกนี้ จมูกที่แยกแยะกลิ่นได้ทุกชนิดและสามารถได้กลิ่นไกลเป็นหลักกิโล แต่ชายผู้นี้กลับเกิดในสถานที่สกปรกที่สุดของมหานครปารีส เกรอนุยต์ เกือบจะตายตั้งวินาทีแรกที่เกิดมา แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขาทำให้เขารอด และการรอดชีวิตของเขาครั้งนี้นำมาซึ่งชะตากรรมของความเป็นฆาตกรในอนาคตของเขา





ชีวิตของเกรอนุยต์เหมือนดั่งมีพรสวรรค์หรืออาจจะเป็นคำสาปก็ได้ที่ทำให้เขามีความสามารถในการจำแนกกลิ่นที่ไม่มีใครทำได้ การที่เขาโตมาอย่างยากลำบากในบ้านเด็กกำพร้า อาจจะทำให้เขามีขอบเขตจำกัดในการรับกลิ่น แต่เมื่อเขาได้เข้ามาในมหานครปารีส ทำให้เขาได้สัมผัสกลิ่นอีกมากมายร้อยพันที่เขาไม่เคยได้สัมผัส ทั้งกลิ่นหอมของน้ำหอมปรุงแต่งและกลิ่นหอมอันบริสุทธิ์ที่ต่างไปจากแหล่งที่เขาเคยพำนัก และเหนือสิ่งอื่นใด ที่นี่ เขาได้สัมผัสกับความรัญจวนใจของกลิ่นกายหญิงสาวคนขายลูกพลัมเป็นครั้งแรก นั่นคือจุดเริ่มต้นของความหลงไหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้นของเกรอนุยต์ที่จะเก็บรักษากลิ่นหญิงสาวให้คงทนไม่เลือนหายไป





เกรอนุยต์ได้มีโอกาสเรียนรู้การปรุงน้ำหอมอย่างถูกวิธี ได้เรียนรู้การสกัดน้ำหอม และได้รับรู้ตำนานแห่งความหอมที่ยิ่งใหญ่จาก บัลดินี่ อดีตนักปรุงน้ำหอมที่ยิ่งใหญ่ที่ปัจจุบันเป็นเพียงแค่ตาแก่ที่ล้มเหลว แต่อย่างไรก็ดีเกรอนุยต์ก็ไม่สามารถบรรลุถึงวิถีทางการเก็บความหอมได้ดังที่ใจเขาต้องการ เขาจึงออกเดินทางไปเมืองกราสส์ มหานครแห่งการผลิตน้ำหอม......และที่เมืองนี้เองที่เขาได้รู้คำตอบของคำถามที่คาใจเขาเสมอมา และเหนือสิ่งอื่นใด เขาได้ล่วงรู้ถึงความลับในน้ำหอมที่ไม่เคยใครล่วงรู้มาก่อนนั่นคือวิธีการสกัดน้ำหอมมนุษย์!





Perfume: The Story of the Murderer มีความโดดเด่นในงานถ่ายภาพ ที่นอกจะสวยแล้ว ส่วนงานการออกแบบเครื่องแต่งกายก็นำเสนอถึงฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 18 อย่างชัดเจน ดนตรีประกอบละไมไพเราะแต่เคลือบแฝงด้วยความหวาดหวั่น การออกแบบฉากที่ทำให้รู้สึกระแวงซอกเงาของปารีส ในส่วนของบทภาพยนตร์ก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี แต่ตัวบทก็ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดตัวละครประกอบ มีแต่เกรอนุยต์เท่านั้นที่มีการเขียนถึงอย่างมีมิติ ดังนั้นต้องใช้ความสามารถของนักแสดงเข้าช่วยเป็นอย่างมาก ซึ่งนักแสดงหลักๆก็ทำได้อย่างไม่น่าผิดหวัง


ที่พิเศษสำหรับเรื่องนี้คือหนังสามารถสื่อให้คนดูได้สัมผัสถึงกลิ่นที่แทบจะหลุดออกมาจากจอ การตีความและแสดงกลิ่นออกมาเป็นภาพและดนตรีนั้นเป็นเรื่องที่ยาก และท้าทายความสามารถผู้กำกับ เพราะกลิ่นเป็นเหมือนสิ่งนามธรรม สัมผัสได้ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ถ้าไม่ใช้การเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ในหนังเรื่องนี้จึงใช้ภาพและดนตรีแทนกลิ่นต่าง ๆ ทำให้คนดูสัมผัสและตีความกลิ่นนั้น ๆ ได้


Ben Whishaw นักแสดงหนุ่มที่รับบทเกรอนุยต์ ที่มีภาพลักษณ์ที่บอบบางดูอ่อนแอ ก็สามารถสื่อให้คนดูเชื่อได้ว่าเป็นคนขาดความรักเอาใจใส่ อ่อนแอ และเป็นคนแปลกแยก การแสดงของเขาสามารถทำให้คนดูรู้สึกถึงพัฒนาการของเกรอนุยต์ได้ชัดเจน จากเด็กหนุ่มอ่อนแอ ขาดความมั่นใจ ไปสู่วัยหนุ่มที่อยากแสวงหากลิ่นใหม่ๆ ตามด้วยการเข้าสู่ความหลงไหลในกลิ่นกายของหญิงสาวซึ่งนำไปสู่การฆาตรกรรมสาวขายลูกพลัม ตามติดมาที่เด็กหนุ่มอ่อนต่อโลก แต่ทะเยอทะยานเมื่อแรกพบบัลดินี่ แล้วกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่สงสัย ทดลอง ก่อนที่จะในที่สุดกลายเป็นฆาตรกรฆ่าต่อเนื่อง และจบที่ความมาดมั่นทะนงในตนเองประดุจโลกทั้งใบอยู่ใต้เท้าเขาในฉากลานประหารช่วงท้าย ทั้งหมดนี้ เขาสามารถแสดงออกมาให้คนดูรับรู้และเชื่อได้ว่าเขาผ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้มาตลอด แค่จ้องเข้าไปในแววตาของเขา ก็ทำให้เราสัมผัสได้ถึง ความว่างเปล่าอย่าง โดดเดี่ยว และมุ่งมั่นจนทำให้คนดูอดเอาใจช่วยฆาตรกรรายนี้ไม่ได้ เพราะแม้ภายนอกเขาคือฆาตร แต่ภายในเขาเป็นคนอ่อนแอ แปลกแยก และแค่ต้องการความรัก ความมีตัวตนเท่านั้น





Dustin Hoffman สามารถสร้างบัลดินี่ให้มีมิติของบุคลิก ทั้งความทะนงในความสำเร็จในอดีต ความเหนื่อยหน่ายกับความล้มเหลวในปัจจุบัน และเมื่อเขาได้พบเกรอนุยต์ เขาก็แสดงให้เห็นถึงความหวาดหวั่น ทึ่ง ประหลาดใจ เห็นอนาคตที่สดใส ความเห็นแก่ตัว และรวมทั้งความอบอุ่นที่รู้สึกได้จากการสอนเกรอนุยต์ ประดุจลูกชาย และเขายังสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนดูในในหลายฉากที่เขาปรากฎตัว

หนังเรื่องนี้สร้างมาจากนิยายชื่อดัง Das Parfum ของ นักเขียนชาวเยอรมัน Patrick Süskind และหนังถ่ายทอดออกมาได้ขนาดนี้ถือว่าน่าอัศจรรย์ แม้ว่าการดัดแปลงมาเป็นหนังจะไม่ดีเท่าฉบับนิยาย เพราะพระเอกที่แท้จริงของหนังหรือนิยายไม่ใช่ เกรอนุยต์ แต่เป็น กลิ่น ต่างหาก ซึ่งการทำให้คนดูหนังได้รับกลิ่นนั้นเข้าไปด้วย ผู้สร้างต้องมีความสามารถอยู่พอตัว นอกจากนี้ เนื้อหาในหลายส่วนของเรื่องนี้ก็มีความเหนือจริงและเป็นนามธรรมสูง คงต้องปรบมือให้กับทั้งผู้กำกับและคนเขียนบทที่บันดาล ปารีสในยุคศตวรรษที่สิบแปดให้มีกลิ่นออกมาพร้อมสร้างสรรค์ความเป็นนามธรรมให้คนดูจับต้องได้เป็นรูปธรรม ผู้กำกับหนังสามารถคุมทิศทางหนังเรื่องนี้ ชนิดที่เรียกว่าเอาคนดูอยู่หมัด หนังแทบจะไม่มีฉากเหี้ยมโหดหรือฉากโชว์เครื่องในไส้ตับ แต่ก็อวลไปด้วยบรรยากาศและกลิ่นอายของความหดหู่และเย้ายวนชวนให้คนดูติดตามเรื่องราวในหนังชนิดไม่อยากจะให้คลาดสายตา แม้ว่าในฉากนั้นจะดูเหมือนไม่มีอะไรเลยก็ตาม หนังผสมผสานสไตล์ของหนังยุโรปที่คนดูอาจจะเบื่อให้ออกมาดูสนุก


กลิ่นสื่อถึงอะไร?

1. กลิ่น - คือมารดาของเกรอนุยต์ คือสิ่งเเรกที่เกรอนุยต์รู้จักเป็นสิ่งแรก คือสิ่งที่ช่วยชีวิตเกรอนุยต์ถึงสองคราในวัยเด็ก ทั้งตอนแรกเกิด หรือตอนที่เข้ามาอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

2. กลิ่น - คือเพื่อนของเกรอนุยต์ ด้วยบุคลิกที่ไม่พูดกับใครจนอายุ 5 ขวบ ทำให้เขาเข้ากับใครไม่ได้ กลิ่นจึงเป็นเพื่อนคนเดียวที่คอยปลอบประโลมเขา

3. กลิ่น - คือความสุขที่เกรอนุยต์มี เขามักเพลิดเพลินกับการเสาะหากลิ่นใหม่ๆ เมื่อเขาไม่เคยได้รับความสุขจากการคบ คน เขาจึงหลงใหลกับการมีความสุขกับ กลิ่น ใหม่ๆนั้น

4. กลิ่น - คือความมีตัวตนของเกรอนุยต์ ฉากที่เกรอนุยต์ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นตัวของตัวเอง เป็นการสื่อถึงความไร้ตัวตนของเขา และเพราะ กลิ่น คือสิ่งที่สื่อถึงความมีตัวตน เขาจึงต้องพยายามสร้างกลิ่นที่เป็นสุดยอดของกลิ่นทั้งหมดในโลกนี้ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นกลิ่นตัวของเขา

5. กลิ่น - ยังสื่อถึงอำนาจ เเม้กระทั่งผู้นำทางศาสนา หรือชาวเมืองนับร้อย ยังต้องยอมศิโรราบให้กับกลิ่นอันทรงพลัง





กลิ่น คือทุกสิ่งของเขา คือสิ่งเดียวที่เขามี คือเพื่อน คืออำนาจ เมื่อเขาได้ครอบครองกลิ่น ก็หมายถึงเขาได้ครอบครองทุกสิ่ง แต่เกรอนุยต์ก็ไม่ได้ใช้อำนาจจากกลิ่นที่เขามี เพื่อครอบครอง เพื่อทำลายล้าง เพื่อแสวงหาอำนาจเพิ่ม แต่เขากลับใช้กลิ่นนั้นเพื่อสร้างความสุข ความอิ่มเอม และความพึงใจ ให้ผู้อื่น และเป็นครั้งแรกที่เกรอนุยต์รู้สึกว่าตนเป็นที่ต้องการสำหรับคนอื่นจริงๆ



Create Date : 19 กันยายน 2550
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 20:11:27 น. 1 comments
Counter : 710 Pageviews.

 

๙๙๙ เจิมค่ะ ๙๙๙


ดูแล้วค่ะ น่าดูดี แต่เข้าใจยากเหมือนกัน




โดย: หอมกร วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:13:17:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.