Group Blog
 
All blogs
 
Romeo and Juliet (1968) เมื่อรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน








ณ เมืองเวโรนาอันเป็นฉากแห่งเรื่องนี้ 2 ตระกูลใหญ่ซึ่งมีเกียรติยศเสมอกัน แต่ด้วยความแค้นแต่หนหลัง ก่อให้เกิดโทสะใหม่ จนญาติวงศาพากันนองเลือดทั้งสิ้น จากอุทาหรณ์ของ 2 ตระกูลคู่อริ บุตรของทั้งสองตระกูลต้องร่ำไห้เพราะ ความรัก ไม่สมหวัง จึงสังเวยรักด้วยชีวิต เรื่องขุ่นเคืองของ 2 ตระกูลจึงยุติ ..





ในเมืองเวโรน่า มีตระกูลขุนนางสองตระกูล คาปูเล็ต และ มอนตาคิว สองตระกูลนี้ไม่ถูกกันอย่างยิ่งยวดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เจอกันเป็นไม่ได้ต้องมีเรื่อง





ทั้ง 2 ตระกูลมักจะดวลดาบตัวต่อตัว ใครไม่มีอาวุธก็ใช้มือเปล่าชกชุลมุน บ้างก็เรียกคนในปราสาทมาสมทบ ไล่ต้อนชนข้าวของกระจัดกระจาย แผงขายของล้มเกลื่อน เป็นที่ระอาของชาวเมือง ....มีเรื่องทีไร ส่วนใหญ่ถึงขั้นฆ่าแกง ความแค้นลงไปถึงบ่าวรับใช้ทั้งสองบ้านด้วยเหมือนกัน



แล้วก็มีหนุ่มน้อยนาม โรมิโอ บุตรชายแห่งตระกูลมอนตาคิว กำลังหลงหัวปักหัวปำกับหญิงงามนาม โรซาลีน แต่โรซาลีนไม่ไม่เคยเลยที่จะหันมาเหลียวมอง

" ถูกแล้ว ทุกข์ใดทำให้ โรมิโอ ทอดเวลาเศร้าระทม "

" ไร้สิ่ง หากแม้นได้ จะทำให้โมงยามสั้นโข "

" เพราะรักหรือ? "

" ไร้รัก ไร้เมตตา รักคือควันเกิดมีจากไอแห่งความถอนใจพัดขึ้น เหมือนอัคคีที่แววตาผู้รักไซร้ข้อง เหมือนสมุทรใหญ่เต็มน้ำตาแห่งผู้รัก และเป็นอะไรอีก? เป็นความบ้าอันดีหนักหนา รสขมที่ขื่นนัก และรสหวานสมานใจ.. "




แล้ววันหนึ่ง ท่านเคาท์คาปูเล็ตจัดงานเต้นรำขึ้นมา โดยเชิญหญิงสาวสวยทุกคนในเมืองมางาน ใครจะมาร่วมงานด้วยก็ได้ ยกเว้นคนในตระกูลมอนตาคิว แล้วเมอร์คูติโอเพื่อนของโรมิโอกับเบนโวลิโอก็ยุให้โรมิโอไปร่วมงานด้วยเพราะว่าโรซาลีนก็ได้รับเชิญเหมือนกัน





เพื่อนๆเบื่อโรมิโอที่ไปรักผู้หญิงที่ไม่เคยสนใจตัวเอง เลยอยากให้ไปเปิดหูเปิดตาว่าในโลกนี้ก็ยังมีผู้หญิงสวยอีกเยอะ เพราะถ้าไปงานนี้โรซาลีนจะกลายเป็นกาในฝูงหงส์ไปเลย แล้วทั้งสามคนก็ใส่หน้ากากแฝงกายซ่อนเร้นเข้าไปงานปาร์ตี้ประจำตระกูลคาปูเล็ต








โรมิโอและสหายเดินปะปนกับแขกรับเชิญคนอื่น สอดส่ายสายตาผ่านคนโน้นทีคนนี้ทียังไม่ถูกใจใคร ครั้นเหลือบมองกลุ่มชายหญิงที่จับมือล้อมวงเต้นรำก็ประสบพบเจอ ..





" นางผู้เป็นประดุจแสงโคมเจิดจ้า ราวกับดวงดาวกะพริบยามค่ำคืน หรือ อัญมณีหาค่ามิได้ ช่างงามเหนือคำบรรยาย พระเจ้าส่งนางผู้สวยเด่นฟ้าลงมายังโลกา นางทำให้หัวใจข้าเต้นแรงระส่ำ จบเพลงระบำพลันจะคอยดูหล่อนอยู่ไหน แล้วต้องมือน้อยๆ เคยรักแน่หรือใจข้า .. ตาเอ๋ยข้าไม่เคยเห็นใครงามจริงเท่าคืนนี้ "



กลุ่มนักร้อง,นักดนตรีขยับมากลางฟลอร์ เสียงเพลงบรรเลง A Time For Us





A time for us, some day there'll be

When chains are torn by courage born of a love that's free

A time when dreams so long denied can flourish

As we unveil the love we now must hide

A time for us, at last to see

A life worthwhile for you and me

And with our love, through tears and thorns

We will endure as we pass surely through every storm

A time for us, some day there'll be a new world

A world of shining hope for you and me

For you and me



โรมิโอได้ตกหลุมรักกับจูเลียต บุตรสาวแห่งตระกูล คาปูเล็ตเข้าให้แล้วก็ลั่นวาจาเกี้ยวพาแบบหวานๆ แฝงอะไรที่คนมีปัญญาเท่านั้นเข้าใจ




" ข้าล่วงล้ำมาในสถานวโรดมด้วยหัตถ์ไร้ค่า ปากหาร้ายไม่ ริมฝีปากข้านั้นเหมือน ผู้แสวงบุญ ขอแก้กิจกาลีด้วยรอยจุมพิต "
แล้วโรมิโอก็แอบดึงมือน้อยๆของจูเลียตมาจูบ


แล้วสาวน้อยก็โต้ตอบด้วย witty words …..ฉลาดเท่าเทียมกัน....


" ท่านอุบาสกสิแสนผิด ทำกิจธุระถูกจึ่งดี หัตถ์ของผู้แสวงบุญจับต้องควรที่ พึงประนมมือนมัสการโดยแท้ " จูเลียตประสานมือโรมิโอ " มือข้าจะสู้รอยจุมพิตมิได้หรือ "



" อุบาสกโปรดจงไหว้วอนเทวา "

" อนุญาตให้โอษฐ์ข้าได้สนอง ขอให้ ศรัทธา จงบังเกิดอย่าได้ สิ้นหวัง เลย "

" ข้าไม่ได้หวั่นไหว จงประสาทพรมา "

" จงอย่าบีบ ข้าจะประทานพรด้วยริมฝีปากข้า ขอโอษฐ์นางให้ข้าล้างบาป(จุมพิต) "

" ปากนั้นย้อนรับบาปที่ติดมา "

" บาปจากโอษฐ์ข้าหวานดื่มด่ำชื่นอุรา ขอบาปข้านั้นคืนอีก(จุมพิต) "






แต่แล้ว ทิบอลต์ หลานฝ่ายคาปูเล็ตจำเสียงโรมิโอได้ แล้วเคืองว่าเป็นมอนตาคิวกล้ามางานนี้ได้ยังไง…..แต่ท่านเคาท์คาปูเล็ตยกให้เพราะเป็นงานรื่นเริงและโรมิโอก็ทำตัวเยี่ยงสุภาพบุรุษมาตลอด


โรมิโอมารู้ทีหลังว่าผู้หญิงที่ตัวเองตกหลุมรักเป็นทายาทตระกูลคาปูเล็ตนาม จูเลียต

" เธอเป็น คาปุเล็ต พระเป็นเจ้า ชีวิตข้าถูกขวางกั้นด้วยความแค้น "


จูเลียตเองพอมารู้ว่าชายที่ตัวเองคุยด้วยเป็นมอนตาคิวก็ตกใจเพราะตัวเองได้หลงรักเขาเข้าแล้ว



" เสห่นาเกิดขึ้นจากความรัก แรกพบไม่เฉลียว บัดนี้สายไปแล้ว โอ้ความรักทำให้ทุกข์ตรมมหันต์ เราไม่สมัครใจสักนิด "


ความรักทำให้คืนนั้นไม่มีใครนอนหลับ




จูเลียตไปรำพึงรำพันอยู่ที่ระเบียงถึงโรมิโอว่าตัวเองหลงรักชายคนนี้เพียงใดโดยที่ไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวแอบฟังอยู่

" โอ้ โรมิโอ โรมิโอ ๆ ใยท่านเป็นโรมิโอ ตัดขาดจากบิดา เปลี่ยนนามท่านเถิด หรือถ้าทำไม่ได้เพียงปฏิญญารัก ข้าจะเลิกเป็นคาปุเล็ต "

" นามท่านผู้นั้นซึ่งเป็นคู่อริ ท่านเป็นตัวท่านหาใช่ปรปักษ์ไม่ ส่วนใดล่ะเป็นมอนตะคิว ไม่ว่าหัตถ์,บาท แขน,ใบหน้า,ฟันหรืออวัยวะใดที่เป็นของบุรุษ โอ ใช้นามอื่นเป็นไร นามนั้นสำคัญไฉนที่เราเรียกกุหลาบนี้ แม้เรียกว่าอย่างอื่นก็หอมระรื่นอยู่เหมือนกัน โรมิโอก็ฉันนั้น แม้นามท่านมิใช่โรมิโอท่านก็งดงามสมชาย โดยไม่ใช้นามนั้น โรมิโอ ทิ้งนามนั้นเถิด ทิ้งเหลือเพียงตัวท่านแล้วรับข้าไปทั้งกายา "






แล้วโรมิโอก็ทนไม่ไหวแสดงตัวออกมาโต้ตอบราวกับว่าคำพูดนั้นพูดกับตัวเองแทนที่จะเป็นการรำพึงรำพันคนเดียว

" หา ! ข้าตอบรับตามวาที (โรมิโอโผล่พรวด จูเลียตตะลึงจ้อง) เรียกข้ายอดชู้แล้วข้าจะทิ้งนามทั้งปวง ข้าจะไม่เป็นโรมิโออีกต่อไป "

" โดยนามนั้นข้าหาได้อยากบอกกล่าวไม่ พระเจ้าทราบว่าข้าเกลียดชื่อข้า ด้วยนามนี้คือ ศัตรู นาง แม้เขียนอักษรข้าจะถอนถ้อย "



แล้วสองคนก็คุยกัน



" ท่านมานี่ได้อย่างไร กำแพงแห่งสวนขวัญก็แสนสูงข้ามลำเค็ญ หากญาติข้ามาพบเห็นจะเป็นซึ่งที่ตาย "

" ด้วยปีกของรักหอบข้าข้ามกำแพงมา โค้งศิลาหากั้นรักได้ไม่ สิ่งใดรักอาจทำ,รักทนงลองทำได้ แม้ญาติคนใดของเจ้าหรือจะห้ามข้า "

" ชู่ว์วว ข้าไม่อยากเห็นท่านถึงฆาต "

" ราตรีอำพรางข้าจากตาเค้า ถ้านางรักข้า แม้ใครมาพบข้าก็ไม่หวั่น ชีวิตม้วยเพราะชังดีกว่าไร้รักจากยาใย "

" ท่านรักข้าเหรอ ข้ารู้เจ้าจะตอบรับและข้าก็จะเชื่อ หากแม้นสาบานอาจจะผิดคำ เป็นคู่รักร้างให้ใครเห็นขัน โรมิโอยอดชายถ้าท่านรักข้าจงแถลงอย่างซื่อสัตย์ แม้ท่านตรึกว่าข้าใจเร็วจงหนีหน้าไปแล้วข้าจะไม่กล่าวอันใด โลกาย่อมรู้ดีข้าต้องเสน่ห์มอนตะคิว ท่านอาจคิดว่าข้าประพฤติมิชอบ เชื่อข้าเถิดยอดชาย ข้าจะพิสูจน์ว่าเป็นจริงยิ่งกว่าจริงแท้ ฮึ มันดูแปลกไป ข้ายอมสารภาพสิ่งที่วูบไหวในใจ ข้าต้องขออภัยที่ข้าเปิดเผย ความรัก อย่างโจ่งแจ้งดุจความมืดไร้หน้ากากบังหน้า "

" ข้าขอสาบานรักต่อจันทรา "

" อย่าสาบานแบบนั้น จันทราบ่เที่ยงตรง ทุกเดือนจันทราย้ายวงโคจรดังเช่นรักท่านอาจ โลเล "

" งั้นให้ข้าสาบานต่อสิ่งใด "

" มิต้องสาบาน ท่านกล้าสาบานก็แล้วแต่ท่านเถิด เพราะข้าถือว่าท่านเป็นเทวะ ข้าเชื่อท่าน "

" ข้ารักเจ้าสุดสวาท ข้าสาบาน โอ .. จูเลียต " โรมิโอโอบแขนกระชับร่างสาวน้อย พรมจูบทั่วใบหน้า

" ข้าขอลา รักดุจดอกไม้แย้มบานในคิมหันต์ จะเบิกบานขึ้นคราหน้าที่เราเจอกัน ลาก่อน ลาก่อน จงซ่อนความหวานนี้ไว้ในหัวใจท่านเช่นในทรวงอกของข้า "

" จะด่วนไปใย ข้ายังหวังเคลียคลอ "

" คลอเคลีย เท่าไหร่ จะสมฤดีในราตรีนี้ "

" แลกความรักข้าด้วยความรักเจ้าสิ "

" ข้าให้ก่อนท่านจะขอเสียอีก .. แต่ยินดีถนอมรักไว้ให้อีกครา "

" ตั้งแต่นี้ไปด้วยเหตุผลคือรักเดียว "

" ก่อนจากกันข้าขอมอบให้ท่านอีกครั้ง สิ่งที่ข้ามอบให้คือสิ่งที่ข้ามี หัวใจข้ากว้างใหญ่ดั่งทะเลลึก ความรักข้าลึกซึ้ง ยิ่งมอบให้ท่านเท่าไหร่รักนั้นยิ่งยาวนานชั่วกาล "




สองคนรักกัน





แต่สองตระกูลเป็นศัตรูกัน



" 3 คำล่ำลา โรมิโอ แล้วต้องลาไปล่ะ ถ้าความรักของเจ้าเป็นจริง ข้าตั้งใจวิวาห์พรุ่งนี้จะส่งข่าวมา ข้าจะส่งบ่าวข้าออกไปหา,นัดที่เหมาะทำการวิวาห์ ชีวิตวางแทบบาท ข้าจะตามสามีข้าไปทุกหน อย่าเพียงแต่พร่ำพรอดแล้วทิ้งให้ข้าโศกศัลย์ "

" ข้าจะไม่จากท่านไป "

" ราตรีสวัสดิ์พันหน พรุ่งนี้เวลาใดจะส่งคนไป "

" ลาก่อน คำนี้ช่างแสนหวาน ข้าอยากรำพันจนอุสาสาง .. "




เช้าวันต่อมาทั้งสองก็แอบแต่งงานกันด้วยความร่วมมือของบาทหลวงที่ซี้กับโรมิโอ แล้วโรมิโอก็สัญญาว่าจะมาหาอีกทีคืนนี้





แต่แล้วตอนกลางวัน โรมิโอกับเพื่อนๆมีเรื่องกับทิบอลท์ แล้วทิบอลท์ฆ่าเพื่อนคนนึงของโรมิโอ





แล้วโรมิโอก็ฆ่าทิบอลท์ตาย

" ลางแห่งหายนะเริ่มขึ้น ประเดิมความแค้นที่ไม่มีวันจบสิ้น เมอร์คิวชิโอ สิ้นชีพไปอยู่สรวงสวรรค์ชั่วนิรันดร์ ความแค้นนั้นข้าขอรับเองตั้งแต่บัดนี้ " โรมิโอสติแตก






ผลทำให้โรมิโอโดนสำเร็จโทษให้ออกไปจากเวโรน่าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถ้าถูกเจอหลังจากนั้นจะโดนประหาร


คู่รักก็ใจสลาย เพิ่งแต่งงานกันเดี๋ยวนั้นแล้วก็เหมือนจะโดนพรากเดี๋ยวนั้น คืนนั้นโรมิโอไปหาจูเลียตตามสัญญา




ณ ห้องนอนของจูเลียต

" จะไปแล้วเหรอ ยังไม่รุ่งอรุณเลย เสียงนกไนติงเกลหาใช่นกล๊าร์กไม่ เสียงนกไนติงเกลขับขานเสียดแทงในยามราตรีเหนือคบต้นไม้ เชื่อข้ายอดรัก นั่นเสียงนกไนติงเกล " จูเลียต

" เสียงนกล๊าร์กขับขานยามเช้า มิใช่ไนติงเกลเป็นแม่นมั่น เปลวเทียนดับโรยแสงแล้ว ทิวาร่าเริงขึ้นเหนือยอดผาในพยับหมอกบูรพา ข้าต้องจำลาขืนอยู่ก็บรรลัย " โรมิโอ

" แสงนั้นไม่ใช่แสงทิวาดอก ข้ารู้ ดังนั้นจงอยู่ต่อเถิด ยังไม่ต้องรีบจรลี "

" ข้ายอมให้เค้าจับ ยอมให้เค้าผลาญชีวี ข้ายอมพลีชีพให้เจ้าหายใจ นั่นมิใช่แสงเงินแสงทองแห่งทิวา มิใช่นกล๊าร์กส่งเสียงลั่น สวรรค์รำไรอยู่เบื้องบน มาเถอะพญามัจจุราช จูเลียต ยินดีต้อนรับ "

" อา เช้าแล้ว ท่านจงไปเถิด โรมิโอ เช้าแล้ว นั่น นกล๊าร์ก ที่ส่งเสียงโหวกเหวก เสียงดนตรีแสนเพี้ยนนัก หาเสนาะหูไม่ ใครว่านกล๊าร์กร้องเพลงหวาน โอ ข้าว่าไม่จริง น้ำเสียงมันจะพรากเรา จงรีบไปเถิด แสงทองเริ่มจับขอบฟ้าทุกที "




โรมิโอ ออกจากเมืองตอนรุ่งสาง สัญญาว่าจะเขียนถึงจูเลียตทุกชั่วโมงไม่ว่างเว้น

" โอ ท่านต้องไปแล้วหรือสามีข้า ข้าอยากเห็น ได้ยินท่านทุกโมงทุกยาม เราจะจากกันแสนนานทั้งทิวาราตรี จงไปเถิดข้าจะไม่รั้งท่าน "

" ลาก่อนแม่ยอดหญิง ข้าจะส่งความรักถึงดวงใจ "

" โอ เราจะได้พบกันอีกหรือไม่ "

" แน่นอนยอดรัก จนกว่าจะสิ้นลมปราณ ชั่วดินฟ้าสลาย ลาก่อน ลาก่อน .. ข้ารักเจ้า "






แต่จากนั้นไม่กี่วันพ่อจูเลียตก็บังคับให้จูเลียตแต่งงาน บาทหลวงช่วยให้จูเลียตไม่ต้องแต่งงานซ้ำซ้อนโดยให้ยานอนหลับไปกิน โดยจูเลียตจะถูกพบในห้องเหมือนศพ แต่จะตื่นขึ้นมาในอีก42ชั่วโมง

" ความรักมอบพลังแด่ข้า " จูเลียตพึมพำ แล้วดื่มยาจนหมด



ระหว่างนั้นบาทหลวงจะส่งจดหมายบอกให้โรมิโอรู้แผน แล้วมาช่วยจูเลียตจากหลุมตอนที่ยาหมดฤทธิ์ แต่ข่าวว่าจูเลียตตายแพร่ไปไวมาก ไวกว่าจดหมายจากบาทหลวง ข่าวเดียวที่โรมิโอได้รับจึงเป็นข่าวการตายของจูเลียต



โรมิโอใจสลาย คงอยู่ไม่ได้หากปราศจากจูเลียต จึงซื้อยาพิษจากระหว่างทางไปเวโรน่า และตอนกลางคืนก็ไปถึงหลุมศพของจูเลียต แต่ไปจ๊ะเอ๋กับคนที่จะแต่งงานกับจูเลียตหลุมศพจูเลียตซะก่อน สองคนจึงทะเลาะกัน.....แล้วโรมิโอก็ฆ่าเค้าตาย



โรมิโอไปเจอร่างจูเลียตเย็นชืดนอนอยู่





แต่ทุกอย่างเหมือนเดิม จูเลียตยังคงสวยเหมือนที่ผ่านมา ราวกับว่ากำลังหลับเฉยๆ

" โอ้ ยอดรัก เมียข้า มัจจุราชปลิดลมปราณเจ้า มิอาจกระหายกลืนกินความงามของเจ้าได้ ความโสภายังปรากฏด้วยเลือดฝาดที่แก้มและริมฝีปาก ธงแห่งความตายยังมิได้ปักลง "



โรมิโอตั้งใจว่าจะฝังตัวเองข้างๆหญิงที่ตนเองรัก จึงดื่มยาพิษ

" จูเลียต ใบหน้าเจ้าช่างงดงามยิ่งนัก หรือว่า พญายม หลงเสน่ห์ในตัวเจ้า ทรงปราณีต่อโฉมตรูหวังถนอมเจ้าเป็นคู่ใจ ในที่นี้ข้าขอแนบกายเจ้ามิให้ใครล่วงล้ำ ข้าจะไม่หลีกหนีไปไหน ข้าจะอยู่กับเจ้า กับหนอนชอนไชกายา แขนข้าจะตระกองกอดร่างเจ้าไว้ ดวงตาสองคู่ สองปากจะแนบชิด สองเราจะอยู่เคียงคู่กันสุขสราญจวบกัลปาวสาน .. แด่ยอดรัก (ดื่มยาพิษจากขวดที่พกติดตัวมา) ด้วยจูบ ข้าขอลา "



จูเลียตตื่นจากยานอนหลับมาเห็นโรมิโอตาย มีขวดยาพิษในมือ........ยังคงงง สับสน


" นี่สิ่งใด ยาพิษฤทธิ์แรง คนใจดำ ดื่มไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว แล้วด่วนจากข้าไป ขอลมหายใจให้ข้าถอดถอน ริมฝีปากยังอุ่น ไม่ .. โอ ไม่ ฮือๆ "



แล้วพอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เอามีดของโรมิโอปักท้องตัวเองตายข้างๆชายที่ตนรัก





"เสียงคนมา? ต้องไม่รอช้า กริช เจ้าเอย อกของข้าคืออกของเจ้า จงรับข้าไปอยู่ด้วยเถิด .. " จูเลียตแทงตนเอง, ล้มทับศพโรมิโอ





แล้วคนก็แห่กันมาเพราะได้ยินเสียงทะเลาะกันของโรมิโอกับปารีสคู่แต่งงานของจูเลียต พอเห็นศพสามคนก็งง พอทั้งสองตระกูลรู้เรื่องจากบาทหลวงกับจดหมายลาตาย แล้วก็คืนดีกันหลังจากสงครามที่มีมาหลายชั่วอายุคน โดยกว่าจะคืนดีได้ต้องแลกมาด้วยความตายของลูกที่ตัวเองรัก



คำปราศรัยต่อหน้านายบ่าวในพิธีศพที่จัดร่วมกันสองตระกูล

" ไหนล่ะ ศัตรู ของเจ้า คาปุเล็ต มอนตะคิว ดูเถิดว่าเกิดสิ่งใดบ้างจากความเกลียดชัง สวรรค์ทรงพรากความสุขของเจ้าด้วยความตาย และเค้าผู้เมินเฉยต่อการวิวาทก็สูญเสียญาติที่รักไปด้วย ทุกคนถูกลงทัณฑ์ สูเจ้าถูกลงทัณฑ์..!"






ทิวานี้นำมาซึ่งสันติ สุริยามิยอมฉายแสงส่อง ด้วยมิมีเรื่องใดที่โศกศัลย์เท่าเรื่องราวของ โรมิโอ และ จูเลียต ..












Romeo and Juliet หนังปี 1968 กำกับโดย Franco Zeffirelli เป็นหนังโรมิโอ และ จูเลียต ที่ ฉากสวย เพลงเพราะ ชุดสมจริง โดยเฉพาะ Olivia Hussey ที่สวย สวยมาก สวยที่สุด โดยเฉพาะหน้าสวยเหมือนตุ๊กตาพอเซเลน กะผมยาวสลวยที่ใครเห็นต้องอิจฉา....เสียดายที่หลังจากเรื่องนี้ เธอไม่ค่อยมีหนังอีกสักเท่าไร.....


Create Date : 16 ตุลาคม 2550
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 15:50:16 น. 13 comments
Counter : 9565 Pageviews.

 
ชอบโอลิเวีย ฮัทซี่ จังเลย น่ารักนะ ขอบคุณที่ฟื้นฟูความทรงจำ หรือเช็คอายุละเนียย


โดย: ธิดาดอง วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:7:29:25 น.  

 
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ช๊อบม๊ากกกก เดี๊ยวเข้ามาแจม

ตอนนี้เยี่ยมก่อง

เดี๊ยวมาน๊ะจ๊ะ


โดย: Bernadette วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:11:07:17 น.  

 
ชอบหนังเรื่องนี้ที่สุดเลยค่ะ
ทำบล็อคได้น่ารักจังเลย สงสัยว่าหนูมิชิรุ จะชอบหนังเก่า
เพลงเก่าได้งัย เพราะส่วนใหญ่ต้องอายุใกล้ห้าสิบทั้งนั้น
ใครชอบหนังเรื่องนี้
เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของพี่นะคะ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=lapomme&group=3
มีรูปตอนไปเที่ยวที่บ้านจูเลียตที่เวโรน่าด้วยค่ะ


โดย: thedude (thedude ) วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:12:10:12 น.  

 
เป็นหนังอีกเรื่องที่คุ้นหู คนทั่วโลกอะนะ
อ่อ เคยอ่าน เคยเห้นในบล็อกคุณ เเบร์ มาแล้วด้วย
พอมาบล็อกนี้ ผมว่าข้อมูลเเน่น และเจ๋งไปอีกเเบบ
ได้รู้ ได้ทราบประวัติ หรือปรีกย่อย เล็กๆ น้อยๆ
ได้เยอะเลยเทียว

ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่พอได้อ่านแล้วมันก็ซึมซับ หลายๆ อย่าง
ที่เป็นสมัยใหม่ได้ อะ


***หนังมันเยอะจริงๆ ตามไม่ค่อยทัน เลย ต้องพิจารณา
ดูดีๆ ว่าจะดู จะซื้อเรื่องไหนอะ


โดย: haro_haro วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:12:59:28 น.  

 
เวอร์ชั่นนี้ยังไม่มีโอกาสได้ดูเลยค่ะ
เคยดูแต่เวอร์ชั่น บาส เลอร์มานน์ จี๊ดจ๊าดมาก ^_^


โดย: renton_renton วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:15:35:12 น.  

 
ROMEO
Lady, by yonder blessed moon I swear That tips with
silver all these fruit-tree tops--

JULIET
O, swear not by the moon, the inconstant moon, That
monthly changes in her circled orb, Lest that thy
love prove likewise variable.

ROMEO
Well what shall I swear by?

JULIET
Do not swear at all; Or, if thou wilt, swear by thy
gracious self, Which is the god of my idolatry, And
I'll believe thee.

ROMEO
If my heart's dear love--

Source : http://www.scifiscripts.com/msol/romeo_juliet.html


โดย: Bernadette วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:18:26:14 น.  

 
อ่านแว๊วววววววววววววววววววววว

เขียนดีจังเลย

ซึ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง เวอร์ชั่นนี้



โดย: Bernadette วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:18:31:56 น.  

 
มาดูความคลาสิคของเชสเปียร์

ทำไมหนอคนทั้งโลกถึงรักหนังเรื่องนี้


โดย: Bernadette วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:34:57 น.  

 
มาดูความคลาสิคของเชสเปียร์

ทำไมหนอคนทั้งโลกถึงรักหนังเรื่องนี้

โดย: Bernadette วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:34:57 น.


แหม ที่คนรักหนังสือเรื่องนี้ เพราะใช้คำพูดได้หวาน สะกดใจคนดูน่ะสิจ๊ะ....





โดย: Michiru วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:44:30 น.  

 
มาดูความคลาสิคของเชสเปียร์

ทำไมหนอคนทั้งโลกถึงรักหนังเรื่องนี้

โดย: Bernadette วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:34:57 น.




แหม ที่คนรักหนังสือเรื่องนี้ เพราะใช้คำพูดได้หวาน สะกดใจคนดูน่ะสิจ๊ะ....







โดย: Michiru วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:10:44:30 น.


ตอบ หนังที่บทละครหวานเป็นน้ำตาลลลลลลล จบลงด้วยความโศกเศร้า

เป็นการทิ้งบทละคร ให้คลาสิค และตรึงใจคนอ่านคนดูเอาไว้ช่ายอะปะงะ


โดย: Bernadette วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:11:19:26 น.  

 
หนังที่บทละครหวานเป็นน้ำตาลลลลลลล จบลงด้วยความโศกเศร้า
เป็นการทิ้งบทละคร ให้คลาสิค และตรึงใจคนอ่านคนดูเอาไว้ช่ายอะปะงะ

โดย: Bernadette วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:11:19:26 น.


ก็น่าจะใช่นะ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ใช้พลอตแบบนี้ แต่ก็ดับ ไม่ดังเหมือนเรื่องนี้



โดย: Michiru วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:13:16:29 น.  

 
หนังที่บทละครหวานเป็นน้ำตาลลลลลลล จบลงด้วยความโศกเศร้า
เป็นการทิ้งบทละคร ให้คลาสิค และตรึงใจคนอ่านคนดูเอาไว้ช่ายอะปะงะ

โดย: Bernadette วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:11:19:26 น.




ก็น่าจะใช่นะ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ใช้พลอตแบบนี้ แต่ก็ดับ ไม่ดังเหมือนเรื่องนี้




โดย: Michiru วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:13:16:29 น.


ตอบบ เจงด้วยยยยย


โดย: Bernadette วันที่: 19 ตุลาคม 2550 เวลา:10:16:43 น.  

 
ผมมีร้องเพลง What Is A Youth? ที่ประกอบหนังเรื่องนี้ฉบับ 1968 เอาไว้ในบล็อคของผมครับ ว่างๆ เรียนเชิญไปฟังเล่นๆ นะครับ เป็นเพลงออริจินัลก่อนที่ A Time For Us จะเกิดครับ


โดย: doo_wop_boy วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:14:31:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.