Group Blog
 
All blogs
 
The Motorcycle Diaries & ครบรอบ 40 ปี แห่งการเสียชีวิตของ Che Guevara




แด่ลุง Red Sun
แทนคำขอบคุณสำหรับกาแฟร้อนหอมละมุน





The Motorcycle Diaries & ครบรอบ 40 ปี แห่งการเสียชีวิตของ Che Guevara วีรบุรุษนักปฏิวัติ
9 ตุลาคม 2510(1967) - 9 ตุลาคม 2550(2007)



วันสังหารเช กูวารา คือวันนับถอยหลังความตายของจักรวรรดิทุนนิยม


Ernesto Che Guevara หรือ Che ที่ใครๆรู้จัก เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1928 (ข้อมูลหลายแห่งบอกว่า เขาเกิดในเดือนมิถุนายน แต่จริง ๆ แล้วมารดาของเขา ต้องการปกปิดว่าเธอตั้งครรภ์ก่อนแต่งราวสามเดือนจึงให้แพทย์ลงในใบเกิดว่าคลอดเดือนมิถุนายน เพราะการคลอดก่อนกำหนดเจ็ดเดือน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้) ที่เมือง Rosario อำเภอเล็ก ๆ ของกรุง บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลาง และเขาเป็นพี่คนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน

ในวัยเด็ก Che เกิดและเติบโตท่ามกลางความแตกต่างของชนชั้นทางสังคมมาตลอด สายเลือดแห่งความเป็นนักสังคม และการมีบุคลิกที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้คนยอมรับภาวะการเป็นผู้นำของเขา ก็ได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดามารดานั่นเอง


หนูน้อย Che ในวัย 5 ขวบ


หนูน้อย Che เริ่มเป็นโรคหอบหืดตอนอายุเพียงสองขวบและโรคนี้ก็กลายเป็นโรคประจำตัว ของเขาไปตลอดชีวิต ซึ่งโรคหอบหืด ทำให้เมื่อเขาโตขึ้น ได้ตั้งใจว่าจะเรียนวิชาแพทย์เพื่อหาทางรักษาโรคนี้ให้หายให้ได้

ปี 1947 Che เข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัย Universidad Nacional de Cordoba โดยเน้นวิชาการด้านโรคผิวหนัง และครอบครัวของเขา ได้ย้ายบ้านไปอยู่ที่เมือง Alta Gracia ซึ่งอยู่ใกล้กับเมือง Cordoba เมืองที่เขาเรียนอยู่ เพราะที่เมืองนี้มีอากาศที่ดีต่อสุขภาพของ Che

Che พยายามเล่นกีฬาหลายชนิด ในช่วงของการเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น รักบี้ เบสบอล ปีนเขา เพื่อที่จะเอาชนะโรคหอบหืด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ปี 1951 Che ตัดสินใจเดินทางออกท่องเที่ยวร่วมกับเพื่อนชื่อ Alberto Granadoไปทั่วอเมริกาใต้ด้วยรถมอร์เตอร์ไซด์ ซึ่งบันทึกการเดินทางของเขา ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ชื่อ The Motorcycle Diaries และการเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางที่มีผลต่อแนวคิดครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้เขาเปิดโลกทัศน์มากขึ้น จนเขากลายเป็นนักปฏิวัติ ผู้ตั้งใจอุทิศชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อคนชั้นล่างของสังคมในเวลาต่อมา

ในช่วงที่ Che เดินทางผ่าน โบลิเวีย, ชิลี, เวเนซูเอลา รวมทั้งการทำงานเป็นแพทย์อาสาในระยะเวลาสั้น ๆ ที่เปรู ทำให้ Che ได้เห็นภาพความยากจนของชาวบ้านที่โดนกดขี่จากนักการเมือง และกลุ่มนักธุรกิจ ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมของประเทศอย่างมาก หนุ่มน้อย Che จึงหันมาสนใจการเมืองในอเมริกาใต้อย่างจริงจัง และแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อเขาอย่างยิ่ง คือ ระบอบมาร์กซิสต์ (Marxismus) อย่างไรก็ตาม จริง ๆ แล้ว แนวคิดมาร์กซิสต์นี้ Che ศึกษามาก่อนหน้าที่เขาจะท่องเที่ยวแล้ว ด้วยเขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือ รวมทั้งสนใจศึกษาปรัชญา การเมืองการปกครอง มาแต่สมัยเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองการปกครองของประเทศอาร์เจนตินา บ้านเกิดของเขาเอง ภายใต้การนำของผู้นำ Juan Domingo Peron (สามีคุณ Evita Peron นั่นแหละ)ที่เขาเกลียด เพราะคอยกดขี่ประชาชน อยู่เสมอ

ภาพการถูกกดขี่ข่มเหงของประชาชนในอเมริกาใต้โดยทั่วไป ได้กลายเป็นสิ่งบ่มเพาะจิตสำนึก จนทำให้ Che ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปลดปล่อยประชาชนจากการถูกกดขี่ภายใต้ระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ให้กับประชาชนชาวอเมริกาใต้ และ Che คิดว่า การทำงานเป็นแพทย์เพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆได้ ดังนั้น ปี 1953 หลังเรียนจบ ในขณะที่ Granado เพื่อนเก่าที่เคยเดินทางทั่วอเมริกาใต้ด้วยกัน ย้ายไปทำงานที่เวเนซูเอล่า Che กลับเดินทางไปประเทศกัวเตมาลา เพื่อเข้าร่วมกับคณะรัฐประหาร ที่ต่อต้าน Jacobo Arbenz Guzmán ในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา และที่นี่เองที่เขาพบรักกับ Hilda Gadea Acosta หญิงชาวเปรูที่ลี้ภัยการเมือง

ด้วยประสบการณ์ และความทรงจำในกัวเตมาลา ผลักดันให้ Che เดินทางต่อไปยังประเทศเม็กซิโก และได้แต่งงานกับ Hilda ที่นั่น ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1956 เขาก็ได้ลูกสาวคนแรกชื่อ Hildita และที่เม็กซิโกนี่เอง คือสถานที่สำคัญในการพลิกชีวิตของเขาอีกครั้งเมื่อ Che ได้พบกับ Fidel Alejandro Castro Ruz หรือ Fidel Castro นักปฎิวัติหนุ่มชาวคิวบาเป็นครั้งแรก ในช่วงเดือนกรกฎาคมของปี 1955 ซึ่งในขณะนั้น Castro ผู้นำกลุ่ม Moncadistas ได้เดินทางไปเม็กซิโกเพื่อขอลี้ภัยทางการเมืองภายหลังที่เขาพึ่งพ้นโทษ ในข้อหาหัวหน้ากบฎจากปฏิบัติการโค่นล้มอำนาจของประธานาธิบดี Fulgencio Batista ผู้กุมอำนาจ เบ็ดเสร็จและกดขี่ชาวคิวบาอย่างแสนสาหัส เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม1953 Castro รวบรวมสมัครพรรคพวกและแอบฝึกกองกำลังติดอาวุธกับเพื่อนที่ลี้ภัยทางการเมือง ชาวคิวบา ผู้ร่วมปฎิบัติการวันที่ 26 กรกฎาคม(26th of July Movement) มาด้วยกัน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกลับไปปฏิวัติ เพื่อนำประชาธิปไตยสู่ประเทศคิวบาอีกครั้ง โดยเน้นการรบแบบสงครามกองโจรเป็นหลัก และ Che ก็ได้ เข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วยโดยทำหน้าที่เป็นหน่วยแพทย์ โดยมีชื่อสมาชิกว่า Che ซึ่งปกติแล้วเพื่อนๆมักจะเรียกเขาว่า Ernesto (Che เป็นคำเรียก เพื่อนสนิทในภาษาอาร์เจนตินา หรือ อาจใช้เป็นคำทักทายกัน ทำนองเดียวกับคำว่า Hey ก็ได้ แต่ที่เขาได้รับชื่อ Che ก็เพราะตัวเขาเองมักทักทายเพื่อน ๆ ในกลุ่มว่า Hey เสมอ ๆ)

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 1956 กลุ่มคณะปฏิวัติ 82 คน ออกเดินทางด้วยเรือยนต์ขนาดเล็ก ชื่อ Granma จาก เม็กซิโกมุ่งหน้าสู่คิวบา แต่เนื่องจากวันเดินทางเป็นคืนเดือนมืด และต้องแรมเรืออยู่ในทะเลราวเจ็ดคืน จึงขึ้นฝั่งที่คิวบาได้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1956 และเพราะโดนคลื่นลมพัดพาจนลูกเรือหลายคนเมาคลื่น รวมทั้งทำให้ขึ้นฝั่งผิดเป้าหมายจากที่วางแผนกันไว้ ส่งผลทำให้กองกำลังปฏิวัติถูกโจมตีโดยกองทัพของประธานาธิบดี Batista จนแตกพ่ายจนเหลือกำลังพลเพียง 12 คน เท่านั้น และหนึ่งใน12 คนนั้นก็คือ Che

ในปฏิบัติการรบด้วยวิธีแบบกองโจรนี้เอง ที่ทำให้ Che ต้องเปลี่ยนตำแหน่งของเขาอย่างรวดเร็ว จากการทำหน้าที่แพทย์ ก็ค่อย ๆ กลายเป็นนักรบที่ต้องจับอาวุธขึ้นต่อสู้โดยตรง และด้วยการปฏิบัติการที่เด็ดขาดแน่วแน่ รวมทั้งไหวพริบปฏิพานทำให้ Che กลายเป็นทหารที่มีความสำคัญต่อกลุ่มในไม่ช้า และหลังจากที่หน้าที่ของกองกำลังแรกซึ่งเป็นกองเริ่มต้น ภายใต้การบังคับบัญชาของ Castro สิ้นสุดลงในปลายปี 1956 Che ก็ได้ยกฐานะขึ้นทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการ กองกำลังทหารปฏิวัติช่วงที่สอง ซึ่งเป็นหนึ่ง จากทั้งหมด 9 ช่วงในการปฏิวัติครั้งนั้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 1957 นอกจากนั้นเขายังได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผู้บัญชาการของกลุ่ม II Kolonne ด้วย

หลังจากกลุ่มของเขาต่อสู้แบบกองโจรได้ราวสองปี แม้จะต้องแตกพ่ายในช่วงแรก แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1959 กองกำลังก็สามารถเข้ายึดอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จที่เมือง Santa Clara จากประธานาธิบดี Batista ที่แอบหลบหนีออกจากคิวบาไป

แม้ก่อนหน้าที่จะยึดอำนาจ ได้สำเร็จกลุ่มของ Castro จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายทุนอเมริกัน ผู้คาดหวังชัยชนะของคาสโตรจะทำให้มีช่องทางกอบโกยผลประโยชน์ในคิวบา แต่ Castro ก็ได้ขอรับการสนับสนุนการปฏิวัติจากสหภาพโซเวียตด้วยในเวลาเดียวกัน และหลังจากการปฎิวัติสำเร็จลง Castro เลือกที่จะยืนอยู่ตรงข้ามกับสหรัฐ นั่นหมายถึง เลือกอยู่ข้างค่ายโลกคอมมิวนิสต์แทน

Che ได้รับสัญชาติเป็นชาวคิวบา ในปี 1959 เพื่อเป็นการขอบคุณเขาในฐานะเป็นผู้ร่วมโค่นล้มประธานาธิบดี Batista และ Che ก็มีตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลใหม่แห่งคิวบาด้วย เพื่อร่วมกันดำเนินการปฏิรูปประเทศในส่วนสำคัญ ๆ อย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตามในรัฐบาลสังคมนิยมชุดนี้ แนวทางคอมมิวนิสต์ยังคงมีอิทธิพลต่อแนวคิดของ Che และเข้มแข็งมากกว่าแนวปฏิบัตินิยมและการเมืองนิยมของ Castro จุดสูงสุดทางตำแหน่งทาง การเมืองของ Che คือ ช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และเป็นผู้อำนวยการธนาคารแห่งชาติของคิวบานั่นเอง

ครั้งนั้นเองที่แสดงให้เห็นว่า แม้ Che Cuevara จะได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในประเทศคิวบา เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้วก็ตาม แต่ด้วยวิญญาณแห่งการปฏิวัติที่ไม่เคยมอดไหม้ ประกอบกับความตั้งใจแน่วแน่ของเขาที่จะช่วยประชาชนชาวอเมริกาใต้ให้หลุดพ้นจากการกดขี่ข่มเหงโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ สัญชาติ และยศฐาบรรดาศักดิ์ทั้งหลายก็ไม่อาจทำลายแนวคิดเหล่านั้นได้

อย่างไรก็ตาม มีผู้กล่าวว่า หนึ่งในหลายเหตุผลที่ Che ตัดสินใจกลับเข้าป่าปฏิวัติอีกครั้ง ทั้งที่อายุย่างเข้าวัยกลางคน และมีโรคหืดหอบประจำตัว ก็คือ ความไม่สมหวังในการสร้างคิวบา Che ชิงชังความเห็นแก่ตัว และการให้ความช่วยเหลืออย่างเสียไม่ได้ที่โซเวียตและประเทศยุโรปตะวันออก มอบให้แก่ประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย Che จึงหันกลับไปสู่ป่าเพื่อการปฏิวัติโดยไม่ได้หยุดหย่อนในประเทศอื่น ๆ ที่ยังตกอยู่ภายใต้ลัทธิจักวรรดินิยม และเตรียมพร้อมที่จะใช้ชีวิตและความรู้สึกเยี่ยงมนุษย์ที่ยากจน ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง

Che พร้อมเพื่อน ๆ อีกจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมสงครามปฏิวัติที่ประเทศคองโกในปี 1965 แต่ก็ล้มเหลว จากนั้นปี 1966 เขาจึงเดินทางเข้าไปยังประเทศโบลิเวีย เพื่อร่วมกับกลุ่มกบฏโบลิเวีย ทำสงครามปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการโบลิเวียในสมัยนั้น กลุ่มนักรบของ Che ราว 44 คน พยายามนำยุทธวิธีกองโจร ที่ใช้ได้ผลมาแล้วสมัยสู้รบกับ Castro ครั้งปฏิวัติคิวบา มาใช้อย่างเต็มที่ แต่ด้วยความแตกต่างกันทั้งพื้นที่ และลักษณะแนวคิดพื้นฐานของชาวโบลิเวีย ที่แตกต่าง จากชาวคิวบา ทำให้วิธีการของเขาใช้ไม่ค่อยได้ผล แม้ในด้านหนึ่งชาวบ้านโบลิเวียจะเห็นด้วยและชื่นชมกลุ่มของเขา แต่มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะหักหลังกลุ่มของพวกเขาเช่นกัน

กองกำลังปฏิวัติของ Che โดนตีแตกกระจาย หัวหน้ากลุ่มที่แตกไปถูกฆ่าตายตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 1967 ส่วน Che และพวกที่เหลืออีกเพียง 14 คน โดนยิงบาดเจ็บและถูกจับได้ในเดือนตุลาคม 1967 ที่ เขตพื้นที่เล็ก ๆ ในเทือกเขา Cordillera ทางตะวันออกของโบลิเวีย โดยกองกำลังทหารของรัฐบาลโบลิเวีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CIA ของสหรัฐอเมริกา Che ถูกจองจำไว้ที่ La Higuera โดยมีเจ้าหน้าที่ของ CIA และ Felix Rodríguez ผู้ลี้ภัยชาวคิวบา ทำหน้าที่สอบปากคำในฐานะเชลยศึก และไม่มีการพิพากษาใด ๆ ในชั้นศาล Che ถูกสั่งฆ่าด้วยการยิงเป้า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 1967 เวลา 13.10 น. จบชีวิตนักปฏิวัติที่มุ่งมั่น ด้วยวัยเพียง 39 ปี เท่านั้น





โดยคำสั่งให้สังหาร ยิง Che ที่คอ ก่อนตาย ทหารไม่กล้ายิง Che บอก ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย ยิงเลย!





ด้วยความเป็นวีรบุรุษของฝ่ายซ้ายทั่วโลกในขณะนั้น ศัตรูถึงกลับตัดมือและเท้าของเขาเพื่อ เพื่อปิดช่องทางการพิสูจน์ตัวตน และร่างของเขาถูกนำไปฝังในสถานที่ลับห่างจากเมือง Vallegrande ราว 30 กิโลเมตร เพื่อเป็นการฝังสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้เยี่ยงวีรบุรุษของเขาให้โลกลืม แต่ในที่สุดโครงกระดูกของ Che ก็ถูกค้นพบเมื่อปี 1997 โดยนักวิทยาศาสตร์ในโบลิเวียเป็นผู้พิสูจน์ ว่าโครงกระดูกนั้นเป็นของ Che จริง และกระดูกของเขาถูกส่งกลับไป ประเทศคิวบา สถานที่ที่เขาเป็นวีรบุรุษผู้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับCastro ชาวคิวบาเก็บโครงกระดูกของ Che ไว้ที่ หลุมฝังศพอันทรงเกียรติ ในเมืองซานตาครูซ และที่นั่นเอง (รวมทั้งอีกหลาย ๆ แห่งทั่วประเทศคิวบา) ชาวคิวบาได้สร้างอนุเสารีย์ Ernesto Che Guevara ในรูปที่พวกเขาคุ้นเคย คือ มือหนึ่งถือปืน ส่วนแขนข้างซ้ายเข้าเฝือกไว้ ขึ้นเป็นตัวแทนแห่งวีรบุรุษนักปฏิวัติ ที่ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นล่างของสังคมจากการกดขี่ข่มเหงของนายทุนใน ลัทธิจักวรรดินิยมและยังมีพิพิธภัณฑ์ Che Guevara ที่เปิดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติชีวิตและการต่อสู้ของ Che ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วย



มีผู้กล่าวว่า สิ่งที่ Che ทำ มันไม่เคยสำคัญเลยว่าเขาจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว จิตใจ ความมุ่งมั่น และการได้ลงมือทำจริง ๆ จัง ๆ ของเขา ที่จนทุกวันนี้ก็หาคนทำเช่นนั้นไม่ได้ต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า การกระทำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตใจที่ดีงาม อยากช่วยปลดปล่อยชนชั้นกรรมาชีพผู้ถูกกดขี่ ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม ซากความฝันของเขา อาจยังมีพลังแอบแฝงอยู่ในสังคมปัจจุบันที่มุ่งในทิศทางทุนนิยมเป็นพลังจางที่ทำให้เหลือส่วนเสี้ยวริ้วรอยของความฝันเก่า ๆ อยู่บ้างก็เป็นได้

และคงเพราะ Che Geuvara ไม่ยึดติดกับตำแหน่งใหญ่โตในคิวบา เขาจึงกลายเป็นตำนาน ในจิตใจคนหนุ่มสาวทั่วโลก แม้เวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม

ในช่วงเวลาที่เป็นผู้อำนวยการธนาคารแห่งชาตินั้น Che กำหนดนโยบายที่ชัดเจนในเรื่อง เศรษฐศาสตร์การเมือง และกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ โดยอาศัยเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นพื้นฐานเท่านั้น เขาพยายามเรียกร้องให้คิวบาเลิกพึ่งพาความช่วยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกาในทุก ๆ ด้าน แล้วหันไปขอความช่วยเหลือจากค่ายสหภาพโซเวียตแทน รวมทั้งให้ใช้ชีวิตอย่างไม่ฟุ่มเฟือย สิ้นเปลือง เขาเรียกโปรเจคชิ้นนี้ว่า “New Man” แม้แนวคิดดังกล่าว จะถูกโต้แย้ง แต่ยิ่งได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นแรงผลักให้ Che พยายามปฏิบัติให้เห็น เป็นตัวอย่างว่า สิ่งที่เขาคิดเป็นเรื่องที่ทำได้จริง ๆ

Che แยกทางกับ Hilda ซึ่งอยู่ที่เม็กซิโกแล้วแต่งงานใหม่กับหญิงชาวคิวบาชื่อ Aleida March ซึ่งทำงานเป็นหน่วยส่งเอกสารให้กับคณะปฏิวัติ ซึ่งได้รู้จักกันในระหว่างการสู้รบที่คิวบาแม้เขาจะมีบุตรกับ Aleida 4 คน แต่ลูก ๆ ของเขาได้เจอเขาน้อยมาก เพราะเขาทำงานวันละ 18 ชั่วโมง

เขาต้องเสียสละความสุขของตนเองและของครอบครัวมากมาย ช่วงที่ Che ทำงานและได้รับตำแหน่งต่างๆ เขาปฏิเสธที่จะรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนอื่น ๆ อันเนื่องมาจากการมีตำแหน่งนั้นๆ ทั้งสำหรับตัวเขาเอง และครอบครัว หากครั้งใดที่ภรรยาของเขาจำเป็นต้องใช้รถประจำตำแหน่ง เขาจะจ่ายเงินค่าน้ำมันรถเอง เขาอยากให้ใคร ๆ ได้เห็นภาพของวิธีคิดและการปฏิบัติตัวใหม่โดยเขายินดีที่จะเริ่มเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน และด้วยการทำงานหนักและการดำเนินการตามแผนเศรษฐกิจอย่างเคร่งครัด ของ Che ในช่วงนั้นเองที่ช่วยทำให้เศรษฐกิจที่เคย ล้มเหลวของคิวบากระเตื้องขึ้น รวมทั้งช่วยหยุดความขาดแคลนทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้จนถึงทุกวันนี้

Che ได้เปิดเจรจราข้อตกลงกับสหภาพโซเวียต (Union der Sozialistischen Sowjetrepubliken หรือ UdSSR ) เกี่ยวกับการขอความสนับสนุนด้านอาวุธ และด้านอื่น ๆ อย่างจริงจัง ภายหลังจากที่อเมริกาเริ่มไม่พอใจที่คิวบากระทำต่อนักธุรกิจอเมริกัน แล้วหันไปเข้ากับสหภาพโซเวียตแทน อเมริกาได้เพิ่มแรงกดดันทางการทหารกับคิวบามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชายฝั่งเมือง Havanna ที่เรือสัญชาติฝรั่งเศศ (La Coubre) ถูกลอบวางระเบิดเป็นผลให้คนบนเรือตายไป 75 คน และอีก 200 คนได้รับบาดเจ็บ และรัฐบาลคิวบาสืบทราบว่า CIA เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดครั้งนั้น และภาพการยืนไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตในครั้งนั้นเองได้ถูกบันทึกไว้ โดยช่างภาพชื่อ Alberto Diaz Korda แล้วถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ในภาพซึ่งแสดงให้เห็น ดวงตาที่ฉายแววแห่งความเศร้า ปนความโกรธ และความมุ่งมั่นของ Che ทำให้ภาพนั้นกลายเป็นภาพที่โด่งดังที่สุดในบรรดาภาพถ่ายทั้งหลาย เพราะเป็นเหมือนภาพสัญลักษณ์ของนักต่อสู้ และการปฏิวัติที่แน่วแน่ และยิ่งใหญ่


ภาพที่ถูกบันทึกไว้โดย Alberto Diaz Korda


Che เดินทางไปในหลายประเทศเพื่อเจรจาเรื่องต่าง ๆ ทั้งประเทศในทวีปเอเชีย สิงคโปร์ จีน หรือแม้แต่การเข้าประชุมกับองค์การสหประชาชาติ UN เพื่อประกาศความไม่ต้องการพึ่งพาเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป อันเป็นการกล่าวคำปราศรัยที่โด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งของเขา


Che ในที่ประชุม UN


"We would like to see this Assembly shake itself out of complacency and move forward," he says. "We would like to see the committees begin their work and not stop at the first confrontation. Imperialism wants to turn this meeting into a pointless oratorical tournament, instead of solving the serious problems of the world. We must prevent it from doing so."


"Of all the burning problems to be dealt with by this Assembly, one of special significance for us, and one whose solution we feel must be found first is that of peaceful coexistence among states with different economic and social system," he continues.


"Much progress has been made in the world in this field. But imperialism, particularly US imperialism, has attempted to make the world believe that peaceful coexistence is the exclusive right of the earth's great powers."

"It must be clearly established, however, that the government of the United States is not the champion of freedom, but rather the perpetuator of exploitation and oppression against the peoples of the world and against a large part of its own population."



TIME LINE






Create Date : 10 ตุลาคม 2550
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 15:49:54 น. 12 comments
Counter : 800 Pageviews.

 
ข้อมูลแน่นม๊ากกเลยค่ะ

ขอบพระคุณที่เจาะข้อมูล ได้ละเอียดลึกดีค่ะ

ดีจัง จะได้เห็นมุมมองหลากหลายที่เสพหนัง


ของเราเป้นผักบุ้งไปเล๊ยย


โดย: Bernadette วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:11:04 น.  

 
เคยเห็นเเผ่นที่ร้านเช่านะ
แต่ไม่กล้าเช่าดูง่ะ กลัวเสียดายตังค์
แต่พอมาอ่านได้ซักครู่ (ครึ่งเดียว)
ก็ดูจะน่าสนใตดีเเฮะ

ยังไม่อ่านดีกว่า ไปดูหนังก่อนแล้วเด๋วจะมาอ่านให้จบละกัน


โดย: haro_haro วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:11:23 น.  

 

แง๊.... รูปไม่ขึ้นเลย ไปฝากไฟล์ไว้ที่ ยาฮู ยู้ฮู
เมื่อตะกี้ยังขึ้นเลย
ตอนนี้รูปหายปายหนายหว่า....แอบงง...




ข้อมูลแน่นม๊ากกเลยค่ะ
ขอบพระคุณที่เจาะข้อมูล ได้ละเอียดลึกดีค่ะ
ดีจัง จะได้เห็นมุมมองหลากหลายที่เสพหนัง
ของเราเป้นผักบุ้งไปเล๊ยย

โดย: Bernadette วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:11:04 น.



ตอบของแบร์เนี่ ผักบุ้งทอด หรือ ผักบุ้งผัดน้ำมันหอยอ่ะ...ยังไงเอาแบบไม่ใส่เนื้อนะ ช่วงนี้กินเจจ้า จากปกติกิน จำ-เจ ทุกวัน อิอิ




โดย: Michiru วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:23:16 น.  

 

แง๊.... รูปไม่ขึ้นเลย ไปฝากไฟล์ไว้ที่ ยาฮู ยู้ฮู
เมื่อตะกี้ยังขึ้นเลย
ตอนนี้รูปหายปายหนายหว่า....แอบงง...


ตอบ รูป เราชอบยกรูปลิงค์มาเลยา มะเสียเวลาเราด้วยอ่า มะเปลืองแบนวิชบล๊อคเราด้วยยย สะบายดี เพื่อนๆๆเปิดบล๊อคเร็วด้วยยยย ง่ะ



ข้อมูลแน่นม๊ากกเลยค่ะ
ขอบพระคุณที่เจาะข้อมูล ได้ละเอียดลึกดีค่ะ
ดีจัง จะได้เห็นมุมมองหลากหลายที่เสพหนัง
ของเราเป้นผักบุ้งไปเล๊ยย

โดย: Bernadette วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:11:04 น.



ตอบของแบร์เนี่ ผักบุ้งทอด หรือ ผักบุ้งผัดน้ำมันหอยอ่ะ...ยังไงเอาแบบไม่ใส่เนื้อนะ ช่วงนี้กินเจจ้า จากปกติกิน จำ-เจ ทุกวัน อิอิ






โดย: Michiru วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:23:16 น.


ตอบ แอ๊ะ ผักบุ้งใส่กะปิ อะ อิอิ


อ่ากินเจเหรอ ขอให้มีความสุขกะกานกินเจน๊ะค่ะ
ได้บุณ ได้บุณ


โดย: Bernadette วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:15:37:05 น.  

 
มีผู้สันทัดกรณีบอกให้หามาดูเหมือนกันค่ะ หนังเรื่องนี้
ต้องรีบดูซะแล้ว สุดสัปดาห์นี้เลย


โดย: kai (Sweet evil ) วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:16:00:46 น.  

 


อารมณ์นี้ มะค่อยได้เห็นงะ



ตอนหนุ่มๆๆกะหล่อ



โดย: Bernadette วันที่: 10 ตุลาคม 2550 เวลา:17:59:49 น.  

 
เข้ามาเบิ่งงง สาวสาวปายหนายยยหมกเนี๊ยะ


โดย: Bernadette วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:12:17:11 น.  

 
โอ้ โฮ . . ทำการบ้านหนักเลยนะครับเนี่ย

เป็นการรวบรวมประวัติ เช เกว วา รา ที่แน่นปึ้ก กระชับ

ขอบคุณมากครับ สำหรับของขวัญชิ้นนี้

เดี๋ยวจะไปชวนเพื่อนๆ เข้ามาเยี่ยมชมด้วยครับ

แถมอีกนิด สำหรับเกร็ดเกี่ยวกับ เช

เคยได้ดูหนังสารคดีทาง เคเบิลทีวี

เช เมื่อตอนเป็นเด็ก แม้จะมีโรคประจำตัว แต่เขาก็ซนมาก
รักการผจญภัย ชอบเสี่ยง แล้วก็มักจะมีความคิดริเริ่ม นำเพื่อนๆ เล่นแผลงๆ เสมอ นี่ อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำ ให้ เช มีความสามารถสูง ก็ได้นะครับ



โดย: Red Sun IP: 124.121.224.66 วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:19:48:11 น.  

 
เจ๋งมาก !


โดย: P IP: 124.120.30.200 วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:21:03:48 น.  

 
The Motorcycle Diaries แม้จะเป็นจังหวะหนึ่งของชีวิตของ Che Guevara แต่ก็ทำให้เรารู้จักเขาได้มากขึ้น

หนังสนุกและมีภาพบรรยากาศสวยๆเยอะเหมือนกัน


โดย: renton_renton วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:15:39:16 น.  

 
เพลงในหนังเรื่องนี้ก็เพราะมากครับ
ตามมาอ่าน ด้วยคน
เช หล่อมากครับ Michiru ว่าไหม


โดย: Rocky IP: 125.24.242.147 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:50:29 น.  

 
แฟนเราก้อสักรูปเช แล้วก้อพิมว่า CHe ที่แขน ด้วย ชอบมาก


โดย: สายลม IP: 203.113.23.9 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:58:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.