Group Blog
 
All blogs
 
V for Vendetta , V for Evey และ V for Everyone

ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูญ
ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป

เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน



V for Vendetta หนังการเมืองทริลเลอร์คลาสสิค กำกับการแสดงโดย James McTeigue ที่จับงานกำกับหนังใหญ่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก หลังจากที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับของ The Matrix ทั้งสามภาค และ บทภาพยนตร์โดย สองพี่น้อง Andy และ Larry Wachowski ที่ผันจากการเขียนบท แอคชั่นไซไฟ ที่เน้นฉากต่อสู้อย่าง The Matrix มา เป็น แอคชั่นการเมือง ที่เป็นการต่อสู้ทางความคิดที่ทะลักไปด้วย บทพูดและบทสนทนาที่ยอดเยี่ยม





ช่วงที่ V เข้าฉาย ได้ยินเสียงบ่นจากเพื่อนๆหลายคนว่า หนังอะไร ดูไม่รู้เรื่อง ไม่มันเอาเลย....อาจเป็นเพราะตัวอย่างหนังที่เป็นภาพของหนังแอ๊คชั่น และภาพที่สื่อออกมาจากตัวโฆษณา ที่ทำให้คนดูหลายต่อหลายคนหลงคิดและคาดหวังว่านี่เป็นหนังบู๊ล้างผลาญเอามันส์แบบเดียวกับ The Matrix แต่ V ตัวจริง กลับไม่ใช่อย่างที่ใครๆอาจคาดคิด ...นี่คือ หนังทริลเลอร์ที่พูดถึงเรื่อง ของการเมือง ที่ต้อง ฟัง แล้วนำมา ขบ – คิด แต่หนังไม่ได้ดูยากถึงขนาดที่ต้องต้องวิเคราะห์ตีความให้วุ่นวาย ซึ่งถ้าคนดูหวังจะดูเอามันส์ ก็คงจะผิดหวังน่าดู แต่ถ้าคิดจะดูบทพูดฉลาดๆแล้ว....จขบ. ขอแนะนำว่าเรื่องนี้น่ะ ไม่ควรพลาด.....





ตัวหนังที่เกี่ยวกับอุดมการณ์ที่แรงกล้าของ Guy Fawkes ที่ต้องการวางแผนสังหาร พระเจ้าเจมส์ที่ 1 และระเบิดตึกรัฐสภาอังกฤษในปี1605 เพื่อประกาศว่า สิ่งที่เขาทำคือสัญลักษณ์ของการประท้วงต่อต้านระบอบประชาธิปไตยจอมปลอมที่สวมทับเผด็จการฟาสซิสต์ที่ครองอำนาจ แม้สุดท้ายแล้ว เขาถูกจับได้ก่อนที่แผนการณ์จะสำเร็จและถูกส่งตัวไปประหาร แต่ในที่สุด อุดมการณ์ของเขาก็นำมาสู่การก่อกำเนิด วัน Guy Fawkes Night ที่น่าจดจำดังบทกวีที่รำลึกถึงเขา

"Remember, remember, the 5th of November
Gunpowder, treason and plot;
I know of no reason, why the gunpowder treason
Should ever be forgot."

“จำเอาไว้ จงจำเอาไว้ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน
กบฏดินปืนและแผนทำลายล้าง
ฉันไม่คิดว่าจะมีเหตุผลใดที่จะทำให้เราลืมกบฏดินปืนลงได้”




เหนือไปกว่านั้น อุดมการณ์ของเขาก็นำมาสู่การก่อกำเนิดผู้ก่อการร้ายสุดอหังการ์ แห่งปี 2020 ...นามกรว่า "V"






ในหลายครา ผู้นำที่ถูกเลือกจากประชาชนให้เข้ามาเป็นกระบอกเสียงและนำพาประเทศชาติให้ก้าวหน้ากลับหลงใหลอำนาจ (เช่น 19 ล้านเสียง) ที่อยู่ในมือ จากที่ควรทำเพื่อชาติเพื่อประชาชน กลับกลายเป็นทำเพื่อตัวเอง และพวกพ้อง ส่งผลให้ประชาชนต้องอดอยากปากแห้ง และเพื่อจะลดแรงต้านจากประชาชนที่มองเห็นความไม่ชอบมาพากลต่างๆ เหล่าทรราชย์ (หน้า) เหลี่ยมจัด ก็ใช้นโยบายเอื้ออารีแจกเศษเงินให้ผลาญฟรีๆไปกับโครงการต่างๆ เมื่อมีกลุ่มคนส่วนหนึ่งได้รับผลประโยชน์ พวกเขาก็จะนิ่งดูดายเพราะไม่ได้เดือดร้อน หรืออาจกระโดดเข้าปกป้องรัฐบาลทรราชที่อยู่ในคราบประชาธิปไตย เพราะกลัวเสียประโยชน์ที่ตนเคยได้รับ และเพื่อปิดบังความโสมมที่ตนเป็นผู้กระทำ ทรเหลี่ยม เอ๊ย! ทรราชย์ ก็ปิดกั้นการรับรู้ความจริงของประชาชนด้วยการครอบงำสื่อ และ บิดเบือนปกปิดความเสื่อมเสียแห่งตนไปนำเสนอแต่ภาพพจน์ที่ดูดี เพื่อจะได้รับการยอมรับจากชนในวงกว้าง……...แต่แล้วในที่สุด ไม่ว่ายุคใด ดังคำพูดที่กล่าวว่า ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่จะเป็นยุคเผด็จการฟาสซิสต์ หรือ ยุคทักษิโณมิกส์ เมื่อประชาชนโดนกดขี่จนสุดทน ก็จะมีคนที่ลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อ ทวงคืนอำนาจ และ เสรีภาพกลับคืน ดังเช่นที่ประวัติศาสตร์ได้จารึกการปฎิวัติโค่นล้มผู้นำที่ยึดถืออำนาจเผด็จการเป็นใหญ่ในหลายวาระเวลา เช่นเดียวกันกับ V ใน V for vendetta




หนังเริ่มเดินเรื่องด้วยการบอกเล่าความเป็นมา ของ V และ Evey ทั้งสองเป็นผลพวงจากรัฐบาลเผด็จการฟาสซิสต์ ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี Adam Sutler ทั้ง V และ Evey ต่างเคยต้องสูญเสียเนื่องจากความชั่วร้ายของรัฐบาล เพียงแต่ว่า V และ Evey เลือกวิถีทางเดินที่แตกต่าง Evey เลือกที่จะอยู่เงียบนิ่ง ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ อันเนื่องมาจากความกลัวที่ถูกฝังไว้ในส่วนที่ลึกของใจที่เห็นพ่อแม่ซึ่งเป็นนักต่อสู้ถูกกำจัดทิ้งโดยการคลุมถุงดำ ในขณะที่ V เลือกที่จะลุกขึ้นสู้ แม้ว่าทางที่เขาเลือกอาจจะนำไปสู่ความตายของตน V คิดสืบทอดอุดมการณ์ของ Guy Fawkes ด้วยการวางระเบิดรัฐสภา และ ปลุกประชาชนให้ลุกขึ้นมาต่อกรอำนาจเผด็จการรัฐบาลทรราชย์ที่เหยียดเพศ ที่สาม - จำกัดเสรีภาพในการเสพงานศิลป์ และ จับมนุษย์ไปทดลองเพื่อสร้างอาวุธชีวภาพเยี่ยงกับสัตว์ก็ไม่ปาน





หนังมีการกำกับภาพ และ การเล่าเรื่องที่ฉับไว แต่การปูที่มาของอย่างละเอียดและการเล่าเรื่องโดยใช้การสนทนาแทนที่จะฉายออกมาเป็นภาพในการดำเนินเรื่อง อาจจะทำให้คอหนังแอ็กชั่นทั้งหลายอาจจะหมดสนุกไปตั้งแต่ตอนต้นๆ แต่ด้วยลีลาวาทะที่ฉับไว ทั้งโทนเสียงนุ่มหนักหน่วง และบทพูดที่เป็นวลีคมๆ มากมาย ก็สามารถสร้างแรงดึงดูดคนดูให้สนใจในตัวหนังทั้งเรื่องได้ แม้คำพูดของ V ในบางประโยคนั้นแสนยาวเหยียด แฝงด้วยปริศนาและการเย้ยหยันแดกดัน แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับแสนไพเราะและลื่นไหลดังเป็นงานวรรณกรรมฉบับมาสเตอร์พีซ เช่นประโยคแนะนำตัวของ V ที่ปรากฏตัวต่อหน้า Evey…

This visage, no mere veneer of vanity, is it vestige of the vox populi, now vacant, vanished, as the once vital voice of the verisimilitude now venerates what they once vilified. However, this valorous visitation of a by-gone vexation, stands vivified, and has vowed to vanquish these venal and virulent vermin van guarding vice and vouchsafing the violently vicious and voracious violation of volition.
The only verdict is vengeance; a vendetta, held as a votive, not in vain, for the value and veracity of such shall one day vindicate the vigilant and the virtuous. Verily, this vichyssoise of verbiage veers most verbose vis-à-vis an introduction, and so it is my very good honor to meet you and you may call me V.

อึ้งไหมล่ะคร๊าบ....พี่น้อง...แหม...ขนาดว่า จขบ. สอนภาษาอังกฤษมาหลายปี ยังต้องย้อนกลับไปฟังอีกรอบสองรอบ แต่แหมได้ใจจริงๆกะฉากร่ายกวีเปิดตัวแบบนี้





แต่ V จะเป็นคาแรกเตอร์ที่มีเสน่ห์และดูคลาสสิคไม่ได้ ถ้าไม่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Hugo Weaving อดีต Agent Smith จาก The Matrix แม้เขาต้องแสดงภายใต้หน้ากากแก้มสีชมพูตลอดเวลา แต่ก็สื่อให้เราสัมผัสได้ถึงความมีตัวตนจริงๆของ V หลังหน้ากากนั้นได้ ไม่ว่าจะฉากทำครัวใต้ผ้ากันเปื้อนสีหวาน ฉากร่ายกวีอุดมการณ์อันยาวเหยียด ฉากดวลมีดอย่างไม่เกรงความตาย หรือฉากเศร้าหน้ากระจกในยามที่ Evey จากไป (ซึ่ง จขบ. จินตนาการไปว่า V ต้องร้องไห้แน่ๆเลย)




ส่วนคนสวย Natalie Portman ในบท Evey อาจจะโดน V กลบรัศมีไปในหลายๆฉาก แต่เธอก็ดูเหมาะสมกับบท บางฉากเธออาจดูอ่อนด้อยกว่า V แต่ก็ไม่ถึงขนาดทำตัวเป็น helpless character แต่ฉากที่โดนขังที่เธอต้องโชว์เดี่ยว เธอก็สามารถทำได้ดี ซึ่ง จขบ. ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะมีใครที่จะแทนที่เธอได้ในบทนี้





ส่วนที่เจ๋งที่สุดในเรื่อง คือช่วงเวลาท้ายๆที่ฝ่ายทหารลั่นกระสุนใส่ประชาชนที่มารวมตัวกันภายใต้หน้ากากเพื่อทวงคืนซึ่งอิสรภาพ เป็นฉากที่ทำให้หวนนึกถึงภาพเหตุการณ์เดือนตุลาที่เห็นเมื่อไรก็ต้องน้ำตาซึมกับพลังประชาชน ช่างดูคลาสสิค และเป็นสากลไม่แพ้บทเพลงที่ใช้ประกอบหนังช่วงนี้..............และแม้กระสุนของฝ่ายทหารจะคร่าชีวิตคนไปได้ แต่ท้ายที่สุดความกล้าในการลุกขึ้นมาต่อกรกับอำนาจอยุติธรรมเพื่อมวลชนส่วนใหญ่ก็ไม่เคยสูญเปล่ามิใช่หรือ ซึ่งประวัติศาสตร์แห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ในหลายชาติ ในหลายยุคสมัยได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วหลายครั้งหลายคราว่า

People should not be afraid of their governments,
governments should be afraid of their people.







Create Date : 06 กันยายน 2550
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 19:58:36 น. 2 comments
Counter : 1110 Pageviews.

 
ดิฉันเองก็ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มากค่ะ เนื้อเรื่องก็เป็นอุดมการณ์เพื่อความสันติและความเท่าเทียมกัน เช่นปรัชญาคอมมิวนิม์ ส่วนเรื่องฉากต่างๆก็ดูเป็นเอกลักษณ์ของผู้สร้างดีมากเลยค่ะ ทุกอย่างเป็นระเบียบสมบูณณ์แบบมาก


โดย: Par&Par วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:17:04:08 น.  

 
ดูแล้วอารมณ์มันพลุกพล่านดีจังนะครับ

ชอบเสียงฮิวโก้ วีฟวิ่งมากๆ เสียงดูมีพลังดี


โดย: BloodyMonday วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:20:55:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Michiru
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






I am a Thai girl living in Bangkok, the colorful City of Thailand. I am in my early thirties.

My profession is as a teacher but my passion is in the arts, writing, singing, drawing, travel, and paper dolls.

I am a born-again dreamer that now believes anything is possible and that maybe in addition to changing my life for the better; I can enhance the lives of those around me and maybe even make the world a better place someday.



Friends' blogs
[Add Michiru's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.