ลองทำดูหน่อยซิ


อีกทริปหนึ่งที่ประทับใจ นอร์เวย์2009 ยังไม่ได้เขียนเพียงแต่เอารูปมาลองทำวิดีโอเล่นๆ

เดินเขาที่ Preikestolen, Norway เค้าบอกว่าโหดแต่ในที่สุดก็พิชิตมันได้ ที่สำคัญพา มชล ไปด้วย ทั้งปีน ทั้งคลาน บางช่วงตั้งฉาก มีทางเรียบอยู่แค่สามร้อยเมตร นอกนั้นโหดหมด ทั้งหนาวแถมฝนตกเป็นระยะๆ เกือบถอดใจหันกลับแต่ก็ฮึดจนถึงจุดหมาย ช่วงสุดท้ายเหนื่อยแทบขาดใจ เพราะเป็นทางลาดเอียง ต้องสู้กับแรงโน้มถ่วงมากมาย อาจล้มกลิ้งได้...ถ้าไม่ระวัง ก่อนถึงยอดต้องเกาะเขาเหยียบแง่งหินที่น้อยนิด ด้านล่างเป็นเหว ตกลงไปก็หมดกัน แล้วก็พาลโกรธตัวเองที่พาลูกมาด้วย มชล ทำได้ไม่กลัวเพราะเค้ายังไม่รู้ว่าอันตรายเป็นอย่างไร เราต้องหันหน้าหนีไม่กล้ามอง



ปล.ให้หนูแอ๊กค่า จริงๆภาพที่เห็นนี่ดูไม่น่าหวาดเสียว แถมดูไม่เห็นยากเย็นอะไรเลย เพราะส่วนที่ต้องปีนต้องคลานเนี่ยมันเหนื่อยมั่ก กล้องก็ต้องเก็บไว้ก่อน ถ้าคล้องคอไว้ก็กลัวมันส่ายไปโดนหินพัง ลำพังเอาตัวเองขึ้นไปก็เหนื่อยสุดๆแล้วล่ะ ก็เลยได้ภาพระหว่างปีนมาแค่นี้เองอ่ะ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2553 3:03:57 น.
Counter : 246 Pageviews.  

สวัสดีปีใหม่ 2553


สวัสดีปีใหม่ 2553 ค่ะ ปีใหม่นี้ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ เงินทองไหลมาเทมาค่ะ

กลับไปเมืองไทยเมื่อธันวาที่ผ่านมานี้เอง ไม่ได้กลับมาสองปีแล้ว คิดถึงมาก ที่จริงก็มีแผนแล้วว่าจะกลับซัมเมอร์ปีนี้ แต่มันนานเหลือเกิน เลยขอแว่บกลับไปคนเดียวก่อน ก็ได้แค่ 3 อาทิตย์เท่านั้นเอง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กลับเนอะ

กลับไปคราวนี้ มีความสุขมากๆ พาแม่ไปเที่ยวเชียงใหม่กันสองคน ขาไปนั่งรถไฟด่วนพิเศษตอนกลางวันไป สบายมากเลย คล้ายๆนั่งรถทัวร์ มีเสริฟอาหารแบบเดียวกันเลย ขากลับ กลับรถยนต์กับครอบครัวน้องที่ตามไปทีหลัง

หนนี้ได้เจอเพื่อนๆหลายกลุ่ม แน่นอนลงเอยด้วยการกินและกิน กลับมาก็เอาน้ำหนักมาด้วยอีก 3 กิโล แต่ไม่เป็นไร กลับมาแล้วเราก็ไม่มีอะไรกินก็จะผอมได้แน่นอน อิอิ Smiley และที่ลืมไม่ลง ปลื้มใจมาก ก็คือ หลายๆคนที่เคยมาเที่ยวกับเรา พอรู้ว่าเราจะกลับเมืองไทย ก็ขอนัดพบ ขอเลี้ยงข้าวกันจนอิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า ส่วนคนที่ไม่ได้เจอก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ อยากไปให้ครบเลย แต่ด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลา ก็เลยไม่สามารถทำได้ หลายๆคนได้กลายมาเป็นเพื่อนกันโดยปริยาย รวมถึงให้การช่วยเหลือในเรื่องต่างๆอย่างดียิ่ง ต้องขอขอบคุณมากๆเลยค่ะ

สำหรับเพื่อนๆที่ยังไม่มีโอกาสได้พบนั้น หวังไว้ว่าสักวันหนึ่งเราคงได้มีโอกาสพบกันนะคะ

สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ






 

Create Date : 01 มกราคม 2553    
Last Update : 1 มกราคม 2553 22:02:20 น.
Counter : 123 Pageviews.  

สวัสดีปีใหม่ 2552



ปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ ขอให้ร่ำรวยเงินทอง สุขภาพแข็งแรงค่ะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ




 

Create Date : 01 มกราคม 2552    
Last Update : 1 มกราคม 2553 21:35:29 น.
Counter : 259 Pageviews.  

และมันก็เป็นไปแล้ว



หลังจากที่หายไปนานถึงนานมาก ก็แว่บมาซะทีนึงเนอะ แล้วก็ไม่รู้จะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรด้วย คิดไปคิดมาก็ได้แบบที่ว่านี่แหละ มันเป็นไปแล้วจริงๆ ไม่นึกว่ามันจะเป็นไปได้ ก็..ครือ ครือว่า เรา..มีหนังสือเป็นของตัวเองกับเค้าด้วย เออ ใครๆเค้าก็มีได้เหมือนกัน ถ้ามีตังซื้อ คริๆ แต่นี่เราป่าวซื้อ แต่ว่าเป็นหนังสือที่เราเขียนขึ้นมาเองเชียวน้า

โอโห น่าภูมิใจซะไม่มีอ่ะ ก็ในชีวิตนี้เคยคิดซะทีไหนล่ะ ว่าจะเขียนหนังสือกับเค้าได้อ่ะ ตอนเป็นนักเรียน ครูให้เขียนเรียงความ 10 บรรทัด ก็.. โห แย่แล้ว ทำไงดีวะ ตั้ง 10 บรรทัดแน่ะ เลยเขียนมันตัวเท่าหม้อแกงเลยแล้วกัน จะได้ครบ 10 บรรทัดไวๆ แล้วอย่างนี้น่ะ จะมาเขียนหนังสือกับเค้าได้ไง แต่ด้วยชะตาฟ้าลิขิต กรี๊ดดดด ลิเกเลยเรา อิอิ

แล้วมันออกมาเป็นเล่มได้ไง ก็นี่แหละค่ะ เขียนเล่นๆอยู่ในบล๊อคดีๆนี่แหละ แล้วก็ด้วยความหลงระเริงว่า เออ เดี๋ยวนี้เราก็เขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวกะเค้าได้แล้วเหมือนกันนี่หว่า ประกอบกับมีแรงยุจากเพื่อนในบล๊อคแกงค์นี่แหละ ก็คุณน้องจันทร์สวย ที่มีลูกสาวน่ารักๆสองคนนั่นแหละ มายุเราดีนัก พี่เจี๊ยบ เขียนเลยๆ หนักๆเค้าชักเคลิ้ม เอ เอาดีมั๊ยวะ เออ น่า ลองดู หักห้ามความอาย ถามเค้าไปว่า สนมั๊ยคะ (เรื่องนะคะ ไม่ใช่ตัวอิฉัน) เออ เค้าดันสนอ่ะ เลยต้องตกกระไดพลอยโจน ก้มหน้าก้มตาเขียนให้เค้าไป เขียนไปก็อายไป อายคนอ่านต้นฉบับ เค้าจะทำหน้าไงว้า ขำ หัวเราะเยาะ หรือสมเพชเราดี แต่ก็เอาวะ ถือว่าเราไม่เห็นนี่หว่า ช่างมัน

ใช้เวลานานโขอยู่ ด้วยว่าเราก็มีโน่นนี่ทำอยู่ (บวกขี้เกียจนิดหน่อย) ในที่สุดมันก็เสร็จออกมาเป็นเล่มจนได้ โห ภูมิใจนะ อ่ะ พล่ามมาตั้งนาน ชื่อหนังสงหนังสือก็ยังไม่บอกเลย ก็ถือโอกาสแนะนำเลยแล้วกันว่า หนังสือเล่มแรกในชีวิตเนี่ย ก็คือ

"เที่ยวยกครัว ตะลอนทัวร์อิตาลี"

เห็นชื่อก็รู้แล้วว่าต้องเป็นแนวท่องเที่ยวแน่นอน ก็แหงล่ะ ให้เขียนแบบอื่นก็คงไม่ได้แน่ๆ ตอนแรกเห็นชื่อ เที่ยวยกครัว ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่พอนึกไปนึกมา เออ ก็จริงนี่หว่า ไปเที่ยวทีไร เราก็ขนครัวไปจริงๆ ก็เลย เออ เข้ากั๊น เข้ากัน แถมเป็นการปูทางเล่มต่อไปได้อีกแน่ะ เรียกว่า ถ้ายกครัวไปแบบนี้ เค้าต้องให้เราเขียนแน่ๆ อิอิ

อ่ะ โฆษณาเสร็จแระ ก็มาดูหน้าตากันซะเลย เผื่อใครหลงคารมจะได้ไปซื้อกันถูก ฮ่าๆ



ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์นี่เลยค่ะ http://www.tibbook.com/product/p-026/p-026.htm#top








 

Create Date : 21 สิงหาคม 2551    
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 14:39:48 น.
Counter : 108 Pageviews.  

คืนวงการ



โอ้โห ตั้งชื่อให้มันโก้เก๋ไปอย่างนั้นแหละ ฮ่าๆๆ หายไปนานมั่กๆ หลายเหตุผลด้วยกัน แรกสุดก็ป่วย ป่วยเอาจริงเอาจังเลย ไม่เคยป่วยหนักแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย คิดว่าหนนี้ตูตายแน่แล้ว แต่โชคดีรอดมาได้ ค่อยยังชั่วหน่อย

ก็กลับจากเมืองไทยได้ 2 อาทิตย์ ก็ป่วยเลย เริ่มแรกก็เดิมๆเป็นหวัด คือมันเป็นเรื้อรังตั้งแต่ก่อนกลับเมืองไทยแล้วไง เป็นนานมาก แล้วหมอที่นี่แม่งก็ไม่มียาให้หรอก ก็ปล่อยให้มันหายเอง ทีนี้เชื้อมันคงสะสมไว้นาน อาการก็เลยกำเริบอีก แต่คราวนี้มันแรงกว่าที่คิด ก็ถึงขั้นปอดอักเสบไปโน่นเลย แต่เพราะกว่าจะได้หาหมอ กว่าหมอจะรู้ว่าที่เป็นน่ะ ตูเป็นหนักนะ ไม่ใช่จิ๊บๆ ก็ปาเข้าไปหลายอาทิตย์ ก็เลยต้องซมซานอยู่เป็นเดือน ทรมานสุดๆ

เริ่มแรกก็ไอๆๆๆๆ ปวดหัว อาเจียน เป็นไข้ และต่อด้วยไข้ทับระดู โอย เพิ่งเคยเป็นนี่แหละ มันไม่มีแรงเอาเลย เหมือนตัวจะขาดเป็นเสี่ยงๆ แถมอาการไอก็ทำให้นอนไม่ได้ ไม่ได้นอนเอาจริงๆสามวันสามคืน ต้องแบบครึ่งนั่งครึ่งนอน เพราะถ้านอนลงไป อาการไอจะกำเริบอีก แล้วทำไมไม่ไปหาหมอ โห อยากไปมากเลย แต่โทรไปนัด แม่ง เจ้าหน้าที่บอกให้รอไปก่อน คือมันคิดว่าเรานะเป็นไข้ธรรมดา กรูบอกไม่ใช่โว๊ย กรูจะตายอยู่แล้ว ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเนี่ย มันถึงยอมให้ไปวันรุ่งขึ้น

เวร ไปถึงดันไม่ให้เราเจอหมอประจำตัว แต่ให้ไปเจอหมอเฉพาะที่ดูแลเกี่ยวกับอาการไข้ อาการหวัดนี่ล่ะ พอเธอเป็นหน้าเรา ก็บอก โห นี่เธอดูแย่มากเลยนิ่ เออสิ ก็กรูบอกแล้วว่ากรูป่วยจริงโว๊ย

อ่ะ ก็ฟังเสียงปอด ได้ความว่า น่าจะปอดอักเสบ เจาะเลือดแล้วกันจะได้ให้ยาตรงกับเชื้อแบคทีเรีย ก็ได้ยามา 1 แผง ให้กิน 6 วัน เสร็จแล้วมาตรวจใหม่ กลับบ้านไปได้

กินแม่งไป 6 วันอาการแค่ทุเลา ไม่รู้สึกดีขึ้น แถมไข้ก็ไม่ลด มันแบบพอหมดฤทธิ์ยาพาราไข้มันก็กลับมาอีก (พาราเซตตามอลนี่หมอไม่ได้ให้หรอก อันนี้มีกินเอง เพราะหมอบอกว่าถ้าไช้ขึ้นก็กินพาราไป ก็ถามบอกหมอว่านี่ชั้นกินเยอะแล้วนะมากไปแล้วนะ หมอบอกไม่เป็นไร เออ แล้วจะเชื่อใคร เพราะข้างกล่องมันบอกห้ามกินติดต่อกัน 5 วันอ่ะ) ถึงเวลาไปตรวจอีกที ก็บอกว่า นี่ฉันยังรู้สึกแย่อยู่เลยนะ แถมยังไออยู่ ไอจนเหนื่อยไปหมดแล้ว เธอก็ฟังปอดอีก แล้วบอกว่า อืม ดีขึ้นนะ เราก็บอกว่า แต่ชั้นว่ายังนะ อุ๊ย หมอทำหน้ารำคาญแต่พยายามเก็บไว้ไม่แสดงออก แล้วบอกว่า นี่เธอ เธอเป็นปอดอักเสบนะ จะมาดีขึ้นแบบรวดเร็วได้ไงจ๊ะ ประมาณว่า มาเถียงกรูเรอะ เออๆ ดีก็ดีวะ จากวันที่มาหาหมอจนถึงวันนี้ใช้เวลาไปแล้วสองอาทิตย์

กลับมาบ้านได้สองวัน ไข้ขึ้นอีก กินพาราจนไปจนจะหมดกระปุกแล้ว แถมคราวนี้เสียงเริ่มหาย เวลาพูดเหนื่อยแทบขาดใจ แถมไอไม่หยุด น้ำมูกก็เยอะ ออกมาก็มีแต่เลือด หมดกระดาษทิชชู่ไปเป็นโหลๆ ต้องโทรไปนัดหาหมออีก
"เอ น่าจะหายแล้วนะ ทำไมมาเป็นได้อีก" เสียงหมอรำพึง
"เวร ก็กรูบอกแล้ว่ากรูยังไม่หาย" อันนี้นึกในใจไม่ได้พูด
"อ่ะ ขอฟังเสียงปอดใหม่ อืม ก็ดีนี่นา เอ้าไปเจาะเลือดซิ" พอผลเลือดมา "เอ ก็ไม่มีเชื้อแล้วนี่ งั้นก็ไปเอ็กซเรย์แล้วกัน"

แล้วเธอก็เขียนใบสั่งให้ไปเอ็กซเรย์ที่ศูนย์ ขอโทษ ต้องโทรไปนัดนะคะ ไม่ใช่ไปได้เดี๋ยวนั้น ตกลงต้องไปวันรุ่งขึ้น และช่วงนี้กรูก็ไม่ได้กินยาอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากหมอบอกให้รอผล อ้อ แต่ก็ได้ยาพ่นเข้าปอดมา 1 ชิ้น เพื่อบรรเทาอาการไออะไรนี่ล่ะ ก็แค่ค่อยยังชั่วในตอนแรกเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น

หลังจากไปเอ็กซเรย์แล้ว ต้องรออีกสามวันกว่าผลจะมาถึงมือหมอ ช่วงนี้ก็เสียเวลาไปอีกหนึ่งอาทิตย์ แล้วเสียงที่เคยมีก็หายไปในบัดนั้น

ก็นอนแหมบรออยู่บ้าน จนในที่สุด หมอประจำตัวตัวจริงก็โทรมารายงานผล
เออ นี่เธอป่วยหนักกว่าที่คิดอีกนะ ปอดอักเสบขนาดหนักเลยนะเธอ แล้วหมอก็จะพูดๆต่อ พอเราพูดมั่งหมอก็ฟังไม่รู้เรื่อง เนื่องจากว่าเสียงเราไม่มี ต้องเค้นสุดๆ จนหอบ เลยต้องโยนโทรศัพท์ให้บาร์ทไป ก็ได้ความว่า เดี่ยวหมอจะมาตรวจที่บ้าน

ครึ่งชั่วโมงหมอก็มาถึง โห เร็วมาก นี่แสดงว่าหนักจริงว่ะ หมอก็มาฟังปอด แล้วก็ตรวจตามธรรมเนียม แล้วหมอก็สั่งยามาให้อีก 2 แผง ให้กินสิบวัน แต่ย้ำว่าถ้าภายในสองวันไม่ดีขึ้น เธอต้องเข้าโณงพยาบาลแล้วล่ะ งานนี้

โห นี่ถ้าแม่งเอ็กซเรย์ปอดซะตอนแรก ก็รู้ไปนานแล้ว ปล่อยให้กรูทรมานเกือบเดือน แล้วป่วยอยู่เมืองนอกอ่ะ ไม่มีใครดูแล ข้าวปลาก็ทำกินเองไม่ได้ คิดถึงแม่มากเลย โทรไปร้องไห้ไป แม่บอกว่าถ้าหมอที่นี่มันไม่รักษาก็กลับมาบ้านเรานี่ โห ร้องไห้เลย คุยกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะเราพูดไปแม่ก็ไม่ได้ยิน ก็เสียงมันไม่มี ต้องเค้นเสียงอย่างหนัก แล้วก็เหนื่อยสุดๆ แม่บอกถ้าอยู่นี่แม่ก็ดูแลได้ แต่อยู่ห่างกันอย่างนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไง เราอยากให้แม่บาร์ทมาอยู่นี่ช่วยดูลูกให้หน่อย เค้าก็ไม่มา มาได้แค่อาทิตย์ละวัน แม่ฝรั่งกับแม่ไทยต่างกันตรงนี้ไง

สรุปว่า หลังจากได้ยา อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทรุด โน่นจนเกือบอาทิตย์แหละที่รู้สึกว่าดีขึ้น แต่ไอและน้ำมูกที่ออกมาก็มีแต่เลือด บางทีมาเป็นลิ่มๆ ใครวะจะไม่ตกใจ แต่หมอมิได้ตกใจ หมอบอกว่าแล้วมันจะค่อยทุเลาไปเอง เออ เวรจริงๆ ส่วนเสียงนั้นก็ยังไม่กลับมา เหนื่อยโคตรๆ เวลาต้องพูดเนี่ย

และแล้วอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ และเสียงที่รักของเราก็ยังไม่มา เราก็กังวลมาก แต่หมอบอกแล้วมันจะมาเอง โห กรูอึ้งเลย ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว หมอเมืองนอก โฮ๊ะๆ หมอบอกว่ามันต้องใช้เวลา เธอป่วยหนักจะให้ดีขึ้นทันทีก็ไม่ได้ ต้องใช้เวลาเป็นเดือนโน่นแหละ ช่วงนี้ห้ามทำอะไรหักโหมนะ ค่อยเป็นค่อยไป

ก็ใช้เวลาพักฟื้นเป็นเดือนจริงๆ ช่วงนั้นก็เครียดเหมือนกัน กลัวว่าจะหายไม่ทัน เพราะมีจองทัวร์เข้ามา 3 กรุ๊ป จะทำไงดี จะยกเลิกดีมั๊ย คือรับไว้แล้วตั้งแต่ก่อนป่วยนิดหน่อยไง แล้วช่วงป่วยก็เดือนกุมภาน่ะ ก็ต้องมีการติดต่อกันเป็นระยะ ตอนนี้ก็ทรมาน เพราะแค่ลุกมาเขียนอีเมลเนี่ยก็จะตายแล้ว เขียนไปได้หน่อยยังไม่เสร็จดี ก็ต้องไปนอนแหมบ แล้วก็กลับมาเขียนต่อ เป็นอยู่อย่างนี้อ่ะ ไอ้บาร์ทก็เขียนแทนไม่ได้อีก อยากบอกเลิก แต่บาร์ทก็บอกเธอหายทันอยู่แล้ว เพราะ
ทริปเริ่มเดือนเมษา เธอยังมีเวลาอีกตั้งเดือน ที่มันพูดตอนนั้นน่ะ อาการยังหนักอยู่เลยนะ แบบว่ากรูตายแน่ไง ก็ลังเลนะ กลัวหายไม่ทัน แล้วก็เสียดายด้วยที่จะบอกเลิก ไม่ได้เสียดายตัง แต่เสียดายว่านี่เป็นปีแรกนะ มีโอกาสได้ทำแล้วแต่จะต้องมาทิ้งไปอย่างนี้หรือ ก็เลย เอาวะ หายก็หาย ก็ระวังตัวเต็มที่ พักผ่อนเต็มที่ แล้วก็หายทันจนได้ เรียกว่าใช้เวลาพักฟื้นหนึ่งเดือนเต็มๆ

พอหายปุ๊บก็ทำทัวร์ต่อปั๊บ เรียกว่าครั้งแรกประบผลสำเร็จดี ได้ลูกทัวร์น่ารักมากๆทั้งสองทริปเลย คิอจากสามแล้วมียกเลิกไปหนึ่ง แต่ก็ไม่เสียดายนะ คิดว่าก็ดีเหมือนกัน เราจะเพิ่งจะหาย จะได้ไม่หนักเกินไป เรียกว่าประสบผลสำเร็จนะ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณลูกทัวร์ทั้งสองชุดนี้มากๆ น่ารักมากๆเลยค่ะ ประทับใจจริงๆ

เสร็จจากทัวร์ ก็ต้องพักอีกหน่อย เพราะร่างกายเรายังไม่แข็งแรงดี เพราะว่ามีแผนไปเที่ยวเดือนพฤษภากันต่ออีก 3 อาทิตย์ เอ๊ะ ป่วยแล้วยังไม่เจียมตัว ยังจะไปเที่ยวอีก เอ้อ คืออันนี้มันยกเลิกไม่ได้ เพราะมันวางแผนเตรียมการณ์ไว้แล้วตั้งแต่ก่อนป่วย เงินก็จ่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง ก็เลยต้องไปด้วยประการฉะนี้

กลับมาจากเที่ยว ต้นมิถุนาก็ต้องมาทำงานที่ค้างไว้เป็นชาติต่ออีก เกรงใจเค้ามากๆ แต่ก็ไม่เสร็จอย่างที่ใจคิด เพราะมาติดช่วงปิดเทอมอีกหกอาทิตย์ ช่วงนี้ลูกไม่ได้ไปโรงเรียน เราก็ทำงานไม่ได้ ต้องให้เวลากับเค้า เพราะงานนี้มันต้องใช้สมาธิ ไม่งั้นมันทำไม่ได้ ส่วนมันจะเป็นงานอะไร ขออุบไว้ก่อน อิอิ กลางสิงหาโรงเรียนเปิด ก็เลยมีเวลามาปั่นงานต่อจนเสร็จ และตอนนี้ในส่วนของเรานั้นเสร็จแล้ว เหลือแต่ส่วนของเค้าว่าจะเอายังไง ไว้เสร็จแล้วค่อยพูด กลัวพูดไปแล้วไม่สำเร็จจะหน้าแตกกันพอดี

นั่นล่ะ ถึงไม่ได้เข้าเวปเลย ไม่กล้าเข้ามาเท่าไหร่ กลัวอดใจไม่ได้ แต่ก็มีบางครั้งที่แว่บๆเข้ามา แต่ก็รีบปิดอย่างรวดเร็ว เพราะเข้ามาแล้วมันจะติดลม ฮ่าๆๆๆ

ถึงตอนนี้ต้องขอโทษเพื่อนๆที่เข้ามาฝากข้อความไว้ด้วยนะ ตอนนี้กลับมาประจำการตามเดิมแล้วล่ะ แล้วจะไปทักทายน้า




 

Create Date : 05 กันยายน 2550    
Last Update : 5 กันยายน 2550 20:54:10 น.
Counter : 138 Pageviews.  

1  2  3  

jeab&michelle
Location :
ตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ Netherlands

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






บล๊อคของคนชอบเที่ยวค่ะ พาลูกตระเวนเที่ยวไปทั่ว จนเดี๋ยวนี้ลูกก็ติดเที่ยวด้วยแล้วเหมือนกัน
หนังสือเราเองค่ะ

เที่ยวเนเธอร์แลนด์บายเจี๊ยบ

Promoot jouw pagina ook

web page hit counter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jeab&michelle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.