Group Blog
 
All blogs
 

Review [Text + Video] : ทำไวท์เทนนิ่งมาส์กเองง่ายๆด้วย Olay White Raciance Essence Water + Serum!






สวัสดีค่าบล็อคนี้ขอกลับมารีวิวอัพเดทไอเท็มที่เคยรีวิวไปแล้วอีกครั้ง
กับสกินแคร์ในไลน์เพื่อผิวกระจ่างใสที่เราคุ้นเคยกันดี

Olay White Radiance Advanced Whitening

ใครยังไม่เคยดูรีวิวเก่าเข้าไปชมกันได้ที่ >>>CLICK<<<
คลิปนั้นเค้าอธิบายเรื่องสาเหตุของผิวหมองคล้ำไว้ด้วยเผื่อจะเป็นประโยชน์เนอะ
แม้เคยรีวิวแบบละเอียดยิบไปแล้วแต่ที่เขียนบล็อคและอัพคลิปใหม่รอบนี้
เนื่องด้วยว่าเค้ามีการปรับสูตรเพิ่มเติมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และเค้ามีเทคนิคการใช้แบบใหม่มาแชร์ให้ด้วย
นั่นก็คือการทำ DIY Face Mask จะน่าสนใจอย่างไรต้องตามไปชมจ้า
ใครชอบอ่านจัดไป ใครชอบคลิปคลิกรับชมที่ด้านบนเลยฮับ Smiley



ส่วนผสมที่เพิ่มเข้ามาในผลิตภัณฑ์ White Radiance ทั้งไลน์ตามตารางด้านบน
ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโอเลย์ที่เน้นการเข้าไปจัดการความหมองคล้ำที่ต้นเหตุ
จึงทำให้เห็นประสิทธิภาพในเรื่องความกระจ่างใดได้ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ
โดยส่วนผสมหลักอื่นๆก็ยังคงเป็นสารให้ความชุ่มชื่นและ Niacinamide
หรือวิตามินบี 3 วิตามินสารพัดประโยชน์ซึ่งเป็นส่วนผสมตัวชูโรงของแบรนด์ Olay
ที่ให้ทั้งความชุ่มชื่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ฯลฯ

ผลิตภัณฑ์เด่นที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันมี 3 ชิ้น 
ได้แก่ Essence Water Hydrating Toner , 
Essence Serum และ White Cream Moisturiser



Olay White Radiance Advanced Whitening
CellucentTM Essence Water Hydrating Toner
------------------------------------------------------------------------
เอสเซนส์สูตรน้ำ เพิ่มความชุ่มชื่น ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว
ขจัดความหมองคล้ำและเซลล์ผิวที่ตายแล้วอย่างหมดจด
ปรับผิวให้ดูสดชื่นสว่างใส เตรียมพร้อมกับการบำรุงขั้นตอนต่อไป

ลักษณะเนื้อและกลิ่น
เนื้อเอสเซนส์เหลวใสแบบน้ำเปล่า มีกลิ่นหอมในสไตล์ของโอเลย์
สามารถใช้เป็นเอสเซนส์ตบๆให้ซึมลงผิว หรือใช้หยดใส่สำลีเช็ดแบบโทนเนอร์ก็ได้
โดยใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังล้างหน้าเพื่อเป็นการเตรียมผิวในการลงสกินแคร์ขั้นถัดไป
เนื้อเอสเซนส์ซึมลงผิวได้รวดเร็ว เหลือความหนึบบนผิวเพียงเล็กน้อยมีกลิ่นติดผิว
หลังใช้เอสเซนส์จะสัมผัสได้ว่าผิวมีความชุ่มชื่นเพิ่มขึ้นจับแล้วจะนุ่มๆขึ้น



รายละเอียดส่วนผสม Essence Water Hydrating Toner
มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ แต่แอลกอฮอล์อยู่ในลำดับหลังๆ
ซึ่งมีสารให้ความชุ่มชื่นใส่มาทดแทนมากอยู่จึงไม่ค่อยน่ากังวลเรื่องทำให้ผิวแห้งค่ะ
แต่ถ้าใครมีปัญหาผิวระคายเคืองง่ายแนะนำให้ป้ายเทสหลังใบหู 
ทิ้งไว้ 24-48 ช.ม.แล้วสังเกตอาการก่อนก็ดีค่ะ



Olay White Radiance Advanced Whitening
CellucentTM Essence Serum
------------------------------------------------------------------------
เซรั่มเข้มข้นเพื่อลดเลือนจุดด่างดำ
เนื้อบางเบา ตรงเข้าฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก เห็นถึงผลลัพธ์ใน 14 วัน
ลดเลือนจุดด่างดำที่สะสมมานานอย่างเห็นได้ชัด
เพิ่มความกระจ่างใสเปล่งประกายให้ผิว

ลักษณะเนื้อและกลิ่น
เซรั่มเนื้อสีขาวขุ่นมีกลิ่นหอมค่อนข้างชัดหลังทามีกลิ่นติดผิว
เนื้อเข้มข้นแต่มีความลื่นเกลี่ยบนผิวได้ง่ายซึมผิวได้ไวมากไม่เหนอะหนะ
ให้ความรู้สึกเป็นฟิลม์บางๆเคลือบบนผิวให้ความชุ่มชื่นได้ดี รู้สึกผิวเรียบลื่นขึ้น
สำหรับตอนกลางวันถ้าใครผิวมันจะใช้เลือกใช้เซรั่มตัวนี้เดี่ยวๆ
แทนมอยส์เจอร์แล้วทาตามด้วยกันแดดไปเลยก็ได้ค่ะ

เซรั่มใช้เป็นขั้นตอนที่สองหลังการใช้เอสเซนส์
ใครสับสนการเรียงลำดับการใช้สกินแคร์ ทริกง่ายๆคือเรียงตามความเข้มข้น 
อะไรเหลวกว่าให้ลงก่อนแค่นี้ก็ไม่งงแล้วจ้า



รายละเอียดส่วนผสม Essence Serum
มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์
แต่มีสารให้ความชุ่มชื่นใส่มามากกว่าจึงไม่น่ากังวลเรื่องทำให้ผิวแห้งค่ะ



Olay White Radiance Advanced Whitening
CellucentTM White Cream Moisturiser
------------------------------------------------------------------------
มอยเจอร์ไรเซอร์เพื่อผิวขาวกระจ่างใส
ให้ผิวนุ่มเด้ง เปล่งประกายสว่างกระจ่างใส
ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

ลักษณะเนื้อและกลิ่น
เนื้อครีมเป็นเท็กซ์เจอร์ที่แปลกคือเนื้อเป็นสีขาวขุ่น
มีความข้นแบบครีมแต่มีความหยุ่นแบบเจล
เนื้อลื่นเกลี่ยไปบนผิวได้ง่าย ให้ฟิลเหมือนเป็นฟิลม์บางๆเคลือบผิว
หลังทาผิวจะเรียบลื่นขึ้น มีความหนึบผิวเล็กน้อย
กลิ่นค่อนข้างชัดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นและหลังทากลิ่นจะติดบนผิว
ครีมใช้ได้ทั้งตอนเช้าและเย็นโดยลงหลังเซรั่ม
สำหรับตอนกลางวันทาครีมเป็นขั้นตอนรองสุดท้ายก่อนการทากันแดดค่ะ



รายละเอียดส่วนผสม White Cream Moisturiser
มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม แต่มีสารให้ความชุ่มชื่นใส่มาจัดเต็มค่ะ

----------------------------------------------------------------------------------------------

ได้ทำความรู้จักไอเท็มตัวเด็ดสามตัวไปแล้ว
ทีนี้มาดูเทคนิคการใช้ในแบบของเค้ากัน
โดยปกติเราใช้เอสเซนส์มาทำเป็นมาส์กหน้าอยู่แล้ว
แต่เทคนิคการทำ DIY Face Mask ที่เค้าจะแชร์เริ่ดกว่า
ด้วยการผสมเซรั่มลงไปด้วยเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการมาส์กเพิ่มขึ้น
เพราะในเซรั่มจะมีส่วนผสมที่เข้มข้นกว่า การผสมเซรั่มร่วมกับเอสเซนส์
จึงเป็นการเพิ่มทั้งความชุ่มชื่นและช่วยในเรื่องกระจ่างใสมากขึ้นด้วยนั่นจ้า
ลองเอาเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้กันดูเน่อ วิธีการทำง่ายมากตามนี้เลยฮับ



เทเอสเซนส์ใส่ภาชนะเค้าแนะนำว่าเป็นฝาทรงสูงหน่อย
เทเอสเซนส์ลงไปพอประมาณต้องห้ามงกไม่งั้นตอนมาส์กจะไม่ชุ่ม
จากนั้นหยดเซรั่มตามลงไป 3-5 หยดตามฐานะ 555 หยดมากชุ่มมาก
จากนั้นใช้ก้านคัตตอนบัตคนๆให้ส่วนผสมเบลนเข้าหากันเป็นเนื้อเดียว



สำหรับการมาส์กเค้าชอบใช้เป็นเม็ดมาส์กแบบในภาพ
สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป Watsons , Boots , Tsuruha ฯลฯ
ราคาไม่แพงมากแพ็คนึงมี 6-10 เม็ดราคาร้อยกว่าบาท
เป็นมาส์กเม็ดกลมๆที่พอแช่ลงไปในน้ำจะขยายตัวกลายเป็นแผ่นชีทมาส์ก
แต่ถ้าใครไม่มีจะทำแบบทิชชู่มาส์กโดยใช้สำลีลอกออกเป็นแผ่นบางๆแล้วมาส์กหน้าก็ได้

หย่อนเม็ดมาส์กลงในเอสเซนส์ผสมเซรั่มที่เราเตรียมเอาไว้
เม็ดมาส์กจะค่อยๆดูดซึมเอสเซนส์เข้าไปแล้วพองตัวขึ้น
แช่ทิ้งไว้จนกว่าเม็ดมาส์กจะพองขยายตัวขึ้นเต็มที่เอาให้ชุ่มๆฉ่ำๆ



เมื่อมาส์กพองเต็มที่จะสามารถกางออกได้เป็นแผ่นชีทมาส์ก
ทำการแปะลงไปบนหน้าเลย น้ำเอสเซนส์ที่ผสมไว้ถ้าเหลือก็เทใส่มือ
เอามาโบะๆลงไปบนแผ่นมาส์ก ยิ่งชุ่มยิ่งดี อยากมาส์กให้ได้ผลต้องมาส์กชุ่มๆ
มาส์กหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที หรือจนกว่าแผ่นมาส์กจะแห้งหมาดๆ
อย่าทิ้งไว้จนแห้งเกินไป เพราะแผ่นมาส์กจะดูดความชุ่มชื่นจากผิวคืนสู่แผ่นมาส์กนะจ๊ะ!!!



พอแผ่นมาส์กแห้งหมาดก็ทำการลอกออก
แล้วนวดๆเนื้อเอสเซนส์ที่เหลือบนหน้าให้ค่อยๆซึมลงผิว
ข้อนี้สำคัญมากอยากบอกทุกคน การใช้ชีทมาส์กไม่ต้องล้างออกนะคะ!!!
หลายคนเข้าใจผิดมาส์กเสร็จล้างออก โห่ววววหมดกันเลยเสียดายที่อุตส่าห์มาส์ก
หลังมาส์กแค่นวดๆเอสเซนส์ที่เหลือให้ซึม ถ้าใครหน้ามันมากจะใช้ทิชชูซับออกหน่อยก็ได้
จากนั้นทาครีมตามได้เลย ผิวจะชุ่มชื่นอิ่มฟูแบบดูเต่งตึงแบบขั้นสุดฮะ

ความรู้สึกหลังการใช้มาส์ก

หลังมาส์กด้วย Essence Water Hydrating Toner + Essence Serum
ส่วนตัวเค้าผิวแห้งสัมผัสได้เลยว่าถ้าผสมเซรั่มลงไปหลังมาส์กผิวจะชุ่มชื่นกว่าแบบสังเกตได้
เรื่องความกระจ่างใสหน้าดูไบร์ทขึ้นนิดนึงแบบดูผ่องๆ เค้าว่าส่วนนึงเกิดจากผิวที่อิ่มฟูด้วยหล่ะ
เค้าชอบมาส์กก่อนแต่งหน้า หลังมาส์กก็โบกครีมตามต่อด้วยกันแดด
ผิวแห้งเมื่อได้รับความชุ่มชื่นอัดแน่นจะรู้สึกเลยว่าแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นติดทนขึ้น
สำหรับคนผิวมันแนะนำให้มาส์กก่อนนอนแล้วทาครีมตามได้เลยจะดีกว่าจ้า

ความถี่ในการมาส์กหน้าอันนี้แล้วแต่ความชอบเพราะเป็นขั้นตอนบำรุงเพิ่มเติมเท่านั้น
การทาบำรุงเป็นประจำสม่ำเสมอทุกวันสำคัญกว่ากันมาก
เค้าเองไม่ได้มาส์กถี่มากส่วนใหญ่จะมาส์กเวลาไปเที่ยว ที่ผิวต้องตากแดด
หรือเจออากาศที่เปลี่ยนแปลงมากกว่าปกติ เนื่องจากจะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

ข้อดีของการใช้เอสเซนส์หรือเซรั่มที่เราใช้อยู่แล้วมาทำมาส์ก
คือไม่ต้องระวังในเรื่องอาการระคายเคืองเพราะเป็นสกินแคร์ที่ใช้ประจำ
ไม่ต้องเสี่ยงไปลองซื้อมาส์กที่ไม่เคยคุ้นเคยมาใช้อ่าเนอะ
แชร์เคล็ดลับไปแบบหมดเปลือกหวังว่าจะถูกใจกันนะค้า
ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้ามากๆค่า

Smiley XOXO Smiley

--------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Olay Thailand


















 

Create Date : 25 มกราคม 2558    
Last Update : 28 มกราคม 2558 13:01:27 น.  

Review [Video] : AVEDA Botanical Kinetics & บำรุงผิวตามลักษณะธาตุเจ้าเรือน



รีวิวผลิตภัณฑ์ AVEDA Botanical Kinetics ครีมบำรุงผิวหน้าในกลุ่มให้ความชุ่มชื่น
พร้อมวิธีการบำรุงผิวตามลักษณะของธาตุเจ้าเรือนในสไตล์ของ AVEDA จ้า




 

Create Date : 21 มกราคม 2558    
Last Update : 21 มกราคม 2558 23:26:19 น.  

Review [Text + Video] : Olay Natural White Pinkish Fairness SPF15 / PA++



.....แค่ผิวขาวอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่คำตอบของสาวๆยุคนี้
เพราะผิวกระจ่างใสอมชมพูดูคือผิวที่ใครๆก็อยากมีเนอะ
เรียกได้ว่าไม่ต้องขาวเป็นหลอดไฟแต่ดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีนั้นน่ามองกว่าเยอะ
บล็อคนี้จะมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สาวๆในราคาที่เอื้อมถึงกันกับแบรนด์ที่คุ้นเคย
ได้แก่ "Olay Natural White Pinkish Fairness" จ้า
มีให้เลือกรับชมทั้งแบบวิดีโอและภาพนิ่งเลือกเอาตามชอบได้เลยฮะ



Olay Natural White Pinkish Fairness 7 in One
Day SPF15 / PA++ , Fairness Cream + Serum Swirl
------------------------------------------------------------------------------------
ขนาด 40 g ราคา 259 บาท
มีจำหน่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปค่ะ



ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ครีมบำรุงผิวผสมสารป้องกันแสงแดด (SPF15 PA++) สูตรเนื้อเบาบางชุ่มชื้นพิเศษ
ซึมซาบล้ำลึก ด้วยนวัตกรรมล่าสุดที่ผสานเซรั่มเข้มข้นเข้ากับมอยส์เจอร์ไรเซอร์
อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดจากน้ำนมบริสุทธิ์และสารสกัดกุหลาบฝรั่งเศส
ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ พร้อมมอบผิวขาวกระจ่างใส
เปล่งประกายอมชมพูได้ถึง 7 มิติ เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

- ผิวกระจ่างใส อมชมพู
- ผิวเปล่งประกาย ดุจมีออร่าจากภายใน
- ผิวเรียบเนียน รูขุมขนดูเล็กลง
- สีผิวดูสม่ำเสมอ
- จุดด่างดำดูลดเลือน
- ผิวนุ่มชุ่มชื่น
- ผิวดูเปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี



ส่วนผสมที่แบรนด์ยกมาเป็นตัวชูโรงมีสองตัวได้แก่
- Milk Essence : สารสกัดจากน้ำนมบริสุทธิ์ (Milk Lipid)
คุณสมบัติช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก เพียงครั้งแรกที่ใช้ รู้สึกได้ว่าผิวนุ่มเด้ง เปล่งปลั่ง

- French Rose Extract : สารสกัดจากกุหลาบฝรั่งเศส (Rosa Gallica Flower Extract)
คุณสมบัติตรงเข้าฟื้นฟูความหมองคล้ำ จุดด่างดำ สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
พร้อมช่วยเพิ่มความเปล่งประกายอมชมพูให้กับผิวอย่างอ่อนโยน

----------------------------------------------------------------------------------

โดยส่วนผสมทั่วไปก็คือสารให้ความชุ่มชื่น 
มีวิตามินสารพัดประโยชน์อย่าง B3 (Niacinamide)
เป็นส่วนผสมหลักๆตามสไตล์ของ Olay 
แต่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และ น้ำหอม (Fragrance)
ใครผิวระคายเคืองง่ายควรทำการเทสก่อนใช้บนใบหน้านะคะ
ด้วยการป้ายเทสหลังใบหูไว้ 24-48 ชั่วโมงแล้วสังเกตอาการ
ส่วนเรื่องแอลกอฮอล์มีผลแค่ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น
ด้วยสารให้ความชุ่มชื่นที่ใส่มาก็คาดว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องความแห้งเท่าใด
แต่ถ้าใครพื้นผิวค่อนข้างแห้งแบบทรายแนะนำให้ทาตัวบำรุงอย่างอื่นก่อน
ไม่ว่าจะเป็นเอสเซนส์ อิมัลชั่น เซรั่ม ฯลฯ แล้วจึงทาตัวนี้เป็นตัวสุดท้ายก่อนกันแดดค่ะ
และมีส่วนผสมของวิตามินซี ในรูปอนุพันธุ์ Sodium Ascorbyl Phosphate
ซึ่งโดยปกติไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองแต่ถ้าใครเคยแพ้วิตามินซีเทสก่อนก็ดีจ้า



ลักษณะขวดเป็นพลาสติกขุ่นหัวปั๊มใช้งานง่าย
แต่ต้องระวังไม่วางในจุดที่โดนแดดส่องนะคะเพราะขวดมันโปร่งแสง
เนื้อครีมในขวดจะเป็นสเวิร์ลสองสีชมพูขาวพันเป็นเกลียว
แบรนด์เคลมมาว่าเป็นเซรั่มผสานอยู่กับมอยส์เจอร์ไรเซอร์
แต่เวลากดออกมาใช้จะผสมกันเป็นเนื้อเดียวไม่แยกสีค่ะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวอมชมพูนิดๆมีความเข้มข้นแต่ลื่นเกลี่ยไปบนผิวได้ง่าย
ซึมผิวได้หมดแทบไม่เหลือความเหนอะบนผิว
ไม่มีความมันไม่ทำให้ผิวขึ้นวาวหรือเยิ้มระหว่างวัน
ซึ่งในคลิปมาการเทสกับกระดาษซับมันแทบไม่มีน้ำมันซึมออกมาจากตัวครีมเลยจ้า
กลิ่นหอมสไตล์ฟลอรัลอ่อนๆทาแล้วมีกลิ่นติดที่ผิวจางๆ



หลังทาทันทีจะสังเกตได้ว่าผิวดูกระจ่างใส
และอมชมพูขึ้นนิดนึงเนื่องด้วยลักษณะสีของเนื้อครีม
แต่จะเห็นผลเรื่องผิวกระจ่างใสขึ้นแบบชัดเจนต้องใช้ต่อเนื่อง
ควบคู่กับการทากันแดดและเลี่ยงแดดค่ะ
ถึงแม้ครีมตัวนี้จะมีส่วนผสมของสารกันแดดอยู่แล้ว
แต่ค่าสารกันแดดมีเพียง SPF 15/ PA++ ไม่เพียงพอแน่นอนสำหรับแดดบ้านเรา
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทากันแดดตามอีกหนึ่งชั้นเพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV สาเหตุความหมองคล้ำ
โดยค่าสารกันแดดแนะนำ SPF 30-50 และค่า PA+++ ถึง ++++ ค่ะ



สรุปความรู้สึกเมื่อได้ทดลองใช้

ข้อดีคือเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูไบรท์ขึ้นทันทีหลังใช้
เหมาะกับวันสบายๆที่ไม่ได้แต่งหน้า ลงครีมตัวนี้ผิวจะดูดีขึ้นทันตา
สำหรับวันที่แต่งหน้าครีมตัวนี้ก็ช่วยเตรียมผิวให้คุณสมบัติกึ่งเบสเมคอัพนิดๆ
ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้นพร้อมให้ความชุ่มชื่นจึงทำให้ลงเมคอัพได้ง่ายขึ้นค่ะ
โดยเค้าทาครีมตัวนี้ตามด้วยกันแดดจึงตามด้วยขั้นตอนเมคอัพเน่อ

โดยส่วนตัวเค้าไม่ได้มีปัญหาผิวหมองคล้ำจึงตอบผลลัพธ์ให้ไม่ได้ฮะ
อย่างไรก็ตามถ้าต้องการมีผิวที่ดูเปล่งปลั่งอมชมพูบอกเลยว่าต้องดูแลทั้งภายในและภายนอก
การบำรุงด้วยครีมเป็นปัจจัยเพียงด้านเดียว ต้องประกอบกับการเลือกรับประทานอาหาร
ทานน้ำเยอะๆและออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานได้ดี
ผิวพรรณก็จะดูสวยเปล่งปลั่งแบบมีเลือดฝาด ดูอมชมพูระเรื่อได้จากภายในค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Olay Thailand




 

Create Date : 18 มกราคม 2558    
Last Update : 20 มกราคม 2558 10:38:15 น.  

Review : Sola BB Primer และ Sola Foundation Powder ผ่องเด้งขั้นเทพเจ้ปลื้ม!



........อากาศร้อนๆแบบบ้านเราสาวๆย่อมต้องการเบสเมคอัพที่มีคุณสมบัติที่ติดทนนาน
ท้าแดดท้าเหงื่อช่วยควบคุมความมัน แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์จากเกาหลี
เรามักจะกังวลในเรื่องความฉ่ำ มัน เยิ้ม แหมก็บ้านเค้าอากาศเย็นนี่เนอะ
มาเจอกาศบ้านเราเข้าไปเยิ้มเป็นคัสตาร์ดเลยจ้า 
 แต่ตอนนี้มีแบรนด์เกาหลีน้องใหม่ที่เค้าทำเบสเมคอัพที่ตอบโจทย์สาวไทยแบบสุดๆ
ด้วยคุณสมบัติคุมมันติดทนเป็นตัวชูโรง ไปชมกันค่ะว่าเป็นแบรนด์อะไร
และคุณสมบัติเริ่ดตามคำเคลมเค้าหรือไม่ Smiley



Sola BB Primer SPF 37 PA++ (550 บาท)

บีบีผสมไพรเมอร์ที่ให้คุณสมบัติครบในหนึ่งเดียว
ตามคำเคลมเค้าบอกว่าช่วยปกปิดรอยดำรอยแดง ช่วยพรางรูขุมขนให้ผิวเรียบเนียน
ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูกระจ่างใส ให้เมคอัพติดทนนาน
ที่สำคัญคือกันน้ำกันเหงื่อและช่วยควบคุมความมัน! 

 บีบีรุ่นนี้มีโทนสีเดียวเป็นโทนกลางๆค่อนข้างขาวเฉดเหลืองอมชมพูนิดๆใช้ได้ทุกสีผิว
แต่ส่วนตัวเค้าว่าเหมาะกับสาวผิวค่อนข้างขาวนิดนึง ถ้าผิวสองสีอาจต้องลงแค่บางๆ
เพื่อป้องกันปัญหาหน้าลอย ตอนทาทีแรกสีจะลอยจากผิวนิดๆแต่พอทิ้งไว้ให้เซ็ตตัว
สีจะค่อยๆกลืนไปกับผิวเรา เนื้อบีบีค่อนข้างหนืดต้องใช้ฝีมือในการเกลี่ยสักนิด 
แนะนำให้ค่อยๆเกลี่ยไปทีระแอเรียไม่ควรแต้มห้าจุดทั่วหน้านะจ๊ะเดี๋ยวมันแห้งหมด
แล้วจะเกลี่ยยาก หลังทาสังเกตได้ชัดเจนเลยว่าผิวหน้าจะดูนวลเนียนขึ้นมาก
แม้จะให้การปกปิดไม่มากแต่ให้เอฟเฟ็กต์ในการกระจายแสงได้ดี
พวกรูขุมขนจะแลดูเล็กลงผิวจะเรียบขึ้นแบบใช้ไพร์เมอร์เลย อันนี้สมคำเคลมมาก
สำหรับสาวผิวมันสบายใจได้ตัวนี้เนื้อค่อนข้างแห้งไม่มันเลยจริงๆ
แต่สำหรับสาวผิวแห้งแบบเค้าก็สามารถใช้ได้แต่ก่อนจะลงบีบี
ควรทาครีมบำรุงผิวให้ชุ่มเต็มพิกัดก่อนนะจ๊ะ!



Sola Foundation Powder SPF50 PA+++ (760 บาท) 

แป้งผสมรองพื้น ตามคำเคลมเค้าว่าคุณสมบัติคุมมัน เนียน ปกปิด 
กระจายแสงให้ผิวกระจ่างใส สีไม่ดรอป มีให้เลือก 2 เฉดสี
เบอร์ 1 สำหรับผิวขาว และเบอร์ 2 สำหรับผิวขาวเหลือง-สองสี 



 เนื้อแป้งปาดมาแล้วสัมผัสได้ว่านุ่มนวลเนียนมากกก ทาแล้วกลืนไปกับผิวเลย 
เค้าใช้พัฟที่ให้มาในตลับทาตัวพัฟนุ๊มนุ่มปาดแล้วติดเนื้อแป้งกำลังดี
ทำให้ปริมาณแป้งที่ติดบนหน้าไม่มากเกินไป แต่อย่าปาดหลายรอบมากนะคะ
เนื้อแป้งทับกันมากไปก็ดูหนาได้ ถ้าใครไม่เน้นปกปิดแนะนำให้ใช้แปรงปัดเอา
จะดูบางเบาเป็นธรรมชาติกว่าค่ะ 

เค้าเองใช้เบอร์ 1 สำหรับผิวขาวซึ่งออกไปทางโทนเหลือง
เข้ากับผิวคนไทย สำหรับเบอร์ 2 สีเข้มกว่ากันไม่มากแต่จะติดโทนแดงมากว่าค่ะ
เท็กซ์เจอร์ที่ได้ค่อนข้างแมทท์เลยถูกใจสาวผิวมันแน่นอน 
แต่สำหรับสาวผิวแห้งมันก็ไม่ได้ดูแห้งเกินไปเทคนิคเค้าคือหลังทาแป้ง
หรือหลังแต่งหน้าจะพ่นน้ำแร่ลงไปชุ่มๆแล้วรอให้แห้ง
แป้งจะเซ็ตตัวเนียนกลืนผิวได้สวยมากกก 



               เค้าใช้คู่กัน BB Primer และ Foundation Powder SPF50 PA+++
ขอบอกเลยว่า”ดีงาม” หน้าดูเนียนผ่องเด้งจริงจัง แต่ส่วนตัวเค้าผิวแห้ง
ไม่ชอบเรื่องความแมทท์มากเลยปัดพวกไฮไลท์ช่วยให้ดูผิวฉ่ำดูมีมิติขึ้น 
พิสูจน์ตั้งแต่บ่ายโมงออกเผชิญสภาพอากาศสุดแสนร้อนมาทั้งวันไม่ซับไม่เติมหน้า 
กลับมาเช็คสภาพผิวตอนสี่ทุ่มถึงกับตะลึงหน้าดูฉ่ำมากขึ้นผิวดูเนียนสวย
สีดูกลมกลืนกับผิวมากกว่าช่วงแต่งหน้าแรกๆแต่สีไม่ดรอปไม่หมองสมคำเคลม 

สรุปเลยว่าประทับใจในความผ่องเด้งติดทนนาน 
เป็นสูตรคุมมันที่ไม่ทำให้ผิวแห้งเกิดอาการแป้งแคร็กแตกเป็นร่องๆ เริ่ดค่ะ!

---------------------------------------------



Mhunoiii’s Score เต็ม 5 คะแนน
=====================

Sola BB Primer SPF 37 PA++

การปกปิด 3/5
ควบคุมความมัน/ติดทน 4/5
ความเนียน 4.5/5
ความผ่องเด้ง 4.5/5
---------------------------------------------

Sola Foundation Powder SPF50 PA+++

การปกปิด 3.75/5
ควบคุมความมัน/ติดทน 4/5
ความเนียน 4.75/5
ความผ่องเด้ง 5/5

หวังว่าบล็อคนี้จะถูกใจกันขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้านะค้า Smiley

------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Sola




 

Create Date : 10 มกราคม 2558    
Last Update : 10 มกราคม 2558 23:18:59 น.  

Review : L’Oreal Paris False Lash Architect 4D Mascara งอนหนายาวเรียงเส้นกันน้ำเป๊ะครบจบในแท่งเดียว!

 สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่า แป๊บๆครบปีอีกแล้วเน้อ
ขอให้สาวๆทุกคนมีความสุขมากๆสวยๆรวยๆเฮงๆกันนะคร้าบ Smiley



รีวิวแรกรับปีใหม่มีมาสคาร่ามากฝากกับแบรนด์ที่เราคุ้นเคย
นั่นก็คือมาสคาร่ารุ่นใหม่ล่าสุดจากลอรีอัลปารีส 

L'Oreal Paris False Lash Architect 
4 Dimentions Effect Fibers Waterproof Mascara

ราคาแท่งละ 399 บาท
หาซื้อได้ที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต 
และที่เคาน์เตอร์ของลอรีอัล ปารีส ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

-------------------------------------------------------------------------



ทางลอรีอัลส่งมาให้ลองพร้อมคำเคลมสุดอลังการ
ว่าคุณสมบัติครบเป๊ะในแท่งเดียวแบบ 4 มิติ งอน หนา ยาว สวยเด้ง กันน้ำ!
ด้วยนวัตกรรมไฟเบอร์สูตรพิเศษ ซึ่งมีความอ่อนนุ่มและหนาเพียง 4 มิลลิเมตร
ที่จะแนบสนิทไปกับทุกเส้นขนตาทำให้เส้นขนตาเรียบหนาเนียนลื่นเป็นธรรมชาติและกันน้ำ



หัวแปรงเป็นแบบพิเศษที่ทำให้ไฟเบอร์แนบไปกับขนตาได้ดี
ขนาดกำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่ไป ทำให้ปัดได้ทั่วถึงกว่าอย่างหัวตาหรือหางตาฮะ



ฝากไว้นิดกับอายุการใช้งานของมาสคาร่าหลังเปิดใช้จะมีอายุประมาณ 3 เดือน
เมื่อครบเวลาควรเปลี่ยนแท่งใหม่อย่าเสียดายนะฮะ!
มาสคาร่าอยู่ใกล้ดวงตาเสี่ยงต่อการสะสมเชื้อโรคทำให้ติดเชื้อได้ง่ายระวังกันมากๆเน่อ



ก่อนจะไปชมรีวิวมาสคาร่าแบบจัดเต็มเค้ามีฮาวทูแต่งตามาฝากกันด้วย
สำหรับคนที่มีขนตาแบบเอเชียนสไตล์แบบเค้าคือไม่หนาไม่ยาวและไม่งอน555
เทคนิคง่ายๆเลยที่จะปัดขนตาแล้วทำให้ได้เห็นขนตาชัดๆก็คือ "ไม่กรีดอายไลน์เนอร์"
เพราะไลน์เนอร์เส้นหนาๆจะบดบังขนตาที่มีไม่มากของเราทำให้ยิ่งดูขนตาน้อย
การแต่งตาแบบนัวๆไม่เน้นเส้นขอบตาจะทำให้ขนตาดูเป๊ะยิ่งกว่าจ้า วิธีการตามนี้โลด

1. เขียนขอบตาด้วยดินสอแบบขอบตาสีดำโดยเขียนให้ชิดขอบตามากที่สุด
2. ทาอายแชโดวสีน้ำตาลแดงทับเส้นไลน์เนอร์ที่เขียนทาให้เต็มชั้นขอบตาแล้วเบลนให้ฟุ้งขึ้นไป
3. เบลนสีด้วยอายแชโดวสีอ่อนโทนสีครีมเพื่อให้เปลือกตาดูสว่างขึ้นตาจะไม่ดูโทรม
4. เขียนขอบตาล่างด้วยดินสอสีดำโดยเขียนแค่ 1 ใน 3 ของความยาวเส้นขอบตาล่าง
5. ทาทับด้วยอายแชโดวสีน้ำตาลแดงเกลี่ยเส้นให้ฟุ้งๆจะไม่ทำให้ตาดูดุ
6. เขียนหัวตาถึงกลางตาล่างด้วยดินสอเขียนขอบตาสีขาวมุก ทำให้ตาดูสดใส
7. เบลนเส้นที่เขียนด้วยอายแชโดวสีครีมเกลี่ยให้ฟุ้งลงมาเล็กน้อย
8. ดัดขนตาให้งอนที่สุดเท่าที่จะทำได้ เทคนิคคือค่อยๆกดย้ำเบาๆเพราะถ้ากดแรงเกินไป
ขนตาจะหัก ค่อยๆเลื่อนที่ดัดออกทีละนิดจะทำให้ขนตาดูงอนเป็นรูปตัว C 
9. ขนตาที่ดัดเรียบร้อยแล้วงอนเด้งสวยงาม



พยายามถ่ายให้ชัดที่สุดจะได้เห็นดีเทลกันเนอะ
เทคนิคการปัดของเค้าคือถ้าอยากให้ขนตางอนเด้ง
อย่างแรกต้องดัดขนตาให้งอนที่สุด เท่าที่จะทำได้ก่อน ถ้าดัดไม่งอน
ต่อให้มาสคาร่าเทพขนาดไหนก็ไม่สามารถขุดขนตาที่เทเป็นกันสาดแบบเราขึ้นมาได้นะจ๊ะ

เทคนิคที่สองคือปัดครั้งแรกให้ปัดบางๆก่อนแล้วรอให้มาสคาร่าแห้งสนิทจึงทำการปัดซ้ำ
เพื่อเป็นการเพิ่มความหนาและความยาว ถ้าปัดเยอะๆแฉะๆตั้งแต่ทีแรก
น้ำหนักของไฟเบอร์ในมาสคาร่าจะทำให้ความงอนที่อุตส่าห์ดัดไว้เหี่ยวลง

การปัดซ้ำเพื่อเพิ่มความหนาให้เน้นหนาที่โคนโดยปัดแบบซิกแซ็ก
ส่วนความยาวที่ปลายให้ปัดแบบสะบัดแปรงออกเบาๆ ไฟเบอร์จะค่อยๆต่อให้ขนตายาวขึ้น
สำหรับขนตาล่างถ้ายังไม่คล่องแนะนำให้ถือแปรงในแนวตั้งจะปัดง่ายขึ้น
แต่ส่วนตัวเค้าถนัดถือแปรงแนวนอนเหมือนเวลาปัดขนตาบนมากกว่าฮะ




สำหรับ L'Oreal Paris False Lash Architect 4D Mascara
ผลลัพธ์หลังการปัดประมาณสามครั้งตามในรูปเลย
จะเห็นว่ามันดีงามมากกกกในเรื่องของความงอนและการช่วยให้ขนตาเรียงเส้น
ปัญหาใหญ่ที่ทำให้เค้าไม่ชอบปัดมาสคาร่าคือไม่ค่อยมีมาสคาร่าที่งัดขนตาเค้าให้งอนได้
แต่ตัวนี้จัดว่าเริ่ดนะตอบโจทย์ได้ดีเลย ส่วนความหนาไฟเบอร์เคลือบให้เส้นหนาขึ้นได้พอควร
แต่ให้เรื่องความยาวสำหรับเค้าตัวนี้ต่อความยาวได้ระดับนึงแต่ไม่มากนัก
ถ้าปัดย้ำที่ปลายขนตามากๆมันจะเป็นก้อนไม่ใช่ไฟเบอร์แบบที่ต่อออกไปเป็นเส้นๆฮะ



BEFORE & AFTER

ท๊าดา....มีขนตาชีวิตดี๊ ดี ช่วยให้ตาโตขึ้นอีกเยอะเรียกได้ว่าเป็นการเบิกเนตร 555
ด้วยลักษณะรูปตาและขนตาแบบสาวเอเชียจะเห็นว่าการแต่งตาแบบนี้ไม่ไปบดบังขนตา
ถ้ากรีดตาด้วยไลน์เนอร์เส้นหนาๆเส้นไลน์เนอร์สีดำจะไปบังความงามของเส้นขนตาหมด
ลองใช้วิธีนี้กันดูนะฮะบอกเลยว่าเวิร์คที่สุดละหลังจากที่เค้าลองมาหลายแบบ Smiley



เทสทั้งวันพบว่าขนตางอนยันดึกแต่ด้วยอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราก็มีเหี่ยวลงเพียงเล็กน้อย
แต่ไม่เจอปัญหาแพนด้าหรือไฟเบอร์ร่วงหล่นลงมาให้เคืองตาแม้แต่น้อย
ส่วนความสามารถในการกันน้ำเค้าลองเอาน้ำสาดแบบแฉะๆเลยแล้วซับด้วยสำลี
ซับแล้วไม่มีคราบมาสคาร่าใดๆหลุดติดออกมาเลย จัดว่ากันน้ำได้เริ่ด! 



เห็นกันน้ำได้สุดพลังหลายคนต้องกลัวว่าจะล้างออกยากแน่นอน
แต่เค้าพิสูจน์ให้แล้วว่าล้างออกง่ายดายด้วย Eye & Lip Remover นะฮร้า
แค่มีทริกในการล้างนิดหน่อยที่หลายคนมักคาดไม่ค่อยถึง
ก็คือเวลาที่เราปัดเราปัดขนตาจากด้านล่างแต่เวลาเช็ดชอบหลับตาแล้วเอาสำลีโปะ
ซึ่งมันเป็นคนละด้านกับด้านที่ปัดจริงมะ? แล้วอย่างนั้นรีมูฟเวอร์จะโดนมาสคาร่าได้ไง
ทริกของเค้าคือปัดด้านไหนเช็ดด้านนั้น เวลาจะโปะสำลีให้ช้อนเส้นขนตาบนจากด้านล่าง
แล้วค่อยโปะขึ้นไปเพื่อให้รีมูฟเวอร์สัมผัสกับด้านที่ปัดมาสคาร่าโดยตรง
รีมูฟเวอร์จะไปทำละลายมาสคาร่าเองโดยไม่ต้องเช็ดถูแรงๆให้ขนตาหลุดร่วง
โปะทิ้งไว้แป๊บนึงแล้วลูบออกเบาๆแค่นี้มาสคาร่ากันน้ำขั้นเทพก็หลุดออกมาได้ง่ายดายแล้วจ้า



สรุปความพอใจของเค้ากับ
L'Oreal Paris False Lash Architect 4D Mascara
จากคะแนนเต็ม 5 ขอให้คะแนนแต่ละด้านตามนี้ฮะ

ความงอน 4.5/5
ความหนา 4/5
ความยาว 3.5/5
แยกเส้น 4.5/5
กันน้ำ 5/5
ล้างออกง่าย 4.5/5

สรุปความพอใจโดยรวม 4.25/5



เมคอัพเบากับมาสคาร่าสักแท่งก็ปรับลุคให้ดูเป็นสาวสดใสได้แล้ว Smiley



หวังว่ารีวิวนี้จะถูกใจกันลองนำเทคนิคของเค้าไปปรับใช้กันดูน้า
ได้ผลอย่างไรมาแชร์ให้ฟังกันด้วยน้า ขอบคุณทุกคนมากๆที่เข้ามาเยี่ยมชมค่า Smiley

------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by L'Oreal Paris Thailand




 

Create Date : 08 มกราคม 2558    
Last Update : 10 มกราคม 2558 9:27:34 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 421 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.