Group Blog
 
All blogs
 

Review : เซรั่มวิตามินซีเข้มข้นราคาน่าคบ >>>Oriental Princess Natural Power C Power Boosting Serum


สวัสดีค่าบล็อคนี้มาตามสัญญา อิอิ
บอกเอาไว้ใน IG ว่าจะมารีวิวเซรั่มวิตามินซีเข้มข้นให้ชมกัน
กับแบรนด์ที่เราคุ้นเคยกันดีว่าเป็นแบรนด์ไทยคุณภาพเริ่ด
Oriental Princess
Natural Power C Miracle Brightening Complex
Power Boosting Serum 
นั่นเองค่า
เชื่อว่าเป็นไลน์ที่หลายคนรู้จักกันดีเพราะโด่งดังมาก
ขึ้นชื่อว่ามีส่วนผสมของวิตามินซีเข้มข้นสูสีแบรนด์นอกเลย แต่มาในราคาที่น่าคบสุดๆ
ไปชมรีวิวกันเลยเลยจ้าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าวิตามินซีช่วยอะไรผิวเราได้บ้าง
Smiley



Oriental Princess
Natural Power C Miracle Brightening Complex
Power Boosting Serum

----------------------------------------------------------------
พาวเวอร์บูสติ้งเซรั่ม : เซรั่มเข้มข้นเพื่อฟื้นฟูผิว

ขนาด 60 ml. ราคา 475 บาท
มีขายที่ช็อป Oriental Princess ทุกสาขาค่ะ



Oriental Princess Natural Power C
Miracle Brightening Complex  Power Boosting Serum

เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในไลน์ Natural Power C Miracle Brightening Complex
ที่เน้นคุณสมบัติในเรื่องให้ผิวดูกระจ่างใส ดูสดใสเปล่งปลั่งในทุกระดับสีผิว
ซึ่งส่วนผสมหลักของเค้าคือ"วิตามินซี" เรียกได้ว่าเป็นราชินีแห่งวิตามิน
เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวให้ผิวกระจ่างใส
ช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจน ป้องกันปัญหาการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
แต่ปัญหาที่มักพบคือวิตามินซีมักจะก่อให้เกิดการระคายเคืองและเสื่อมสภาพได้ง่าย
เค้าจึงมีการพัฒนาออกมาเป็น Prime C ComplexTM
ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Oriental Princess
ที่มี Niosome Technology คือเทคโนโลยีที่ช่วยกักเก็บประจุวิตามินซี
มีลักษณะเป็นถุงทรงกลมขนาดเล็กสร้างขึ้นจากไขมันเลียนแบบผิวหนังธรรมชาติ
ทำหน้าที่กักเก็บสารต่างๆและช่วยนำพาสารบำรุงเข้าสู่ผิว ลดการระคายเคือง
โดยจะค่อยๆปล่อยประจุวิตามินซีเข้าบำรุงผิว ทำให้ได้วิตามินซีที่มีความคงตัวไม่สลายง่ายๆ
และสามารถรีไซเคิลประจุวิตามินซีและกระตุ้นวิตามินซีที่เสื่อมสภาพแล้ว
ให้กลับมาบำรุงผิวได้อย่างต่อเนื่องทำให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ



สำหรับบูสติ้งเซรั่มส่วนผสมหลักตัวนี้เป็น Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 นะฮะ
เป็นวิตามินสารพัดประโยชน์อีกหนึ่งตัวที่มักพบในสกินแคร์ทั่วไป
เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่ราคาไม่สูงแต่ให้ประสิทธิภาพที่ดีมีความเสถียรมาก
ช่วยทั้งเรื่องเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ให้ความชุ่มชื่น ช่วยลดการอักเสบของผิว
รวมถึงเป็นสารที่มีความเสี่ยงในการระคายเคืองต่ำมากฮะ

ตัวที่น่าสนใจใส่มาเป็นอันดับสี่เลยคือ Medicago Sativa (Alfalfa Extract)
เป็นสารสกัดจากพืชที่มีฤทธิ์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระใส่มาให้จัดเต็มจริงๆ

ส่วนผสมวิตามินซีที่เป็นนางเอกก็ใส่มาเป็นอันดับต้นๆเลย ได้แก่
Ascorbyl Tetraisopalmitate เป็นอนุพันธุ์วิตามินซีชนิดที่ละลายในน้ำมัน
ที่เสถียรกว่าวิตามินซีในรูปฟอร์มอื่นๆรวมถึงก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ำ
ถ้าเทียบจากสูตรเก่าจะเห็นว่าเค้าเพิ่มปริมาณของวิตามินซึขึ้นมาเยอะเลยหล่ะ
ทำให้สามารถคาดหวังเรื่องผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น
รวมถึงใส่ วิตามินอี  เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพด้วย
เพราะวิตามินอีจะช่วยรีไซเคิลวิตามินซีที่ใช้งานไปแล้วให้กลับมาทำงานได้ใหม่
อย่างที่เค้าบอกว่าเป็น
Niosome Technology นั่นเองฮะ
นอกจากนี้ยังใส่ Magnesium Ascorbyl Phosphate อนุพันธุ์วิตามินซีเข้ามาเสริมทัพอีกตัวด้วย

--------------------------------------------------------------------

สำหรับส่วนผสมที่เป็น Key Hilight ที่ใส่มาในทุกผลิตภัณฑ์
ไลน์
Natural Power C Miracle Brightening Complex คือ

- Jujube Extract : เป็นสารสกัดจาก Chinese Apple ที่มีความเข้มข้นของวิตามินซี
มากกว่าแอปเปิ้ลปกติถึง 100 เท่า!!! ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความหมองคล้ำ ให้ผิวเรียบเนียน

- Bitter Orange Extratct : สารสกัดจากดอกส้มมีวิตามินบำรุงมากมาย
มีสรรพคุณในการให้ความเนียนนุ่มชุ่มชื่นผิว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

- Chamomile Extract : สารสกัดจากดอกคาร์โมมายด์ดีงามมากที่ใส่มาด้วย
เพราะช่วยลดอาการแพ้หรืออาการระคายเคืองของผิว


--------------------------------------------------------------------

ส่วนผสมอื่นๆเน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพวกสารสกัดจากพืช
ส่วนผสมโดยรวมดีงามมากแม้จะมีแอลกอฮอล์แต่มาอันดับหลังๆ
ซึ่งไม่มีผลอะไรนะปกติแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวเราแห้งลง
แต่เค้าใส่สารให้ความชุ่มชื่นมาแบบจัดเต็มจึงมิต้องกังวลอะไร
ส่วนท้ายสุดคือน้ำหอมอันนี้ใส่มาจริงแต่น้อยมากเป็นแค่กลิ่นอ่อนๆ
ใครกังวลเรื่องการระคายเคืองก็ป้ายเทสหลังใบหูซัก 24 ชม.ก่อนได้ฮะ

***เป็นแบรนด์ไทยที่ดีงามน่าสนับสนุนมาก
ทุกผลิตภัณฑ์ของเค้าไม่ทดลองในสัตว์นะเออ!!!




บรรจุภัณฑ์ดีงามเป็นขวดแก้วหนาทึบแสงและเป็นหัวปั๊ม
ไม่เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพจากแสงแดดและอากาศได้ดี
แต่ขวดแบบนี้มันหนักอาจจะพกพาลำบากนิดนึง
ซึ่งเค้าก็มีแบบ “Travel Set “ ไซส์พกพา
เป็นทางเลือกสำหรับสาวๆที่ต้องเดินทางบ่อยๆด้วยฮะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น


เนื้อเซรั่มสีครีมขุ่นๆ เนื้อเข้มข้นแต่ลื่นปรื้ดเกลี่ยลงบนผิวง่าย
และขอบอกว่าซึมไวมาก กลิ่นหอมอ่อนๆแนวซิตรัส
เค้าว่าเป็นฟิลของกลิ่นแบบวิตามินซีไม่ใช่กลิ่นแนวน้ำหอมเท่าไหร่
ทาแล้วให้ฟิลที่สดชื่นดีนะ หลังทาให้เท็กซ์เจอร์ที่แห้งสนิทสบายผิว
ไม่มันไม่เงาเลย แต่จับแล้วสัมผัสได้ว่าผิวจะนุ่มๆชุ่มๆ



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้

เค้าลองใช้ต่อเนื่องเองมาประมาณสองสัปดาห์
ขั้นตอนการใช้เหมือนเซรั่มทั่วไป คือทาก่อนทาครีมใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน
สามารถใช้ควบคู่กับสกินแคร์อื่นๆที่เราใช้อยู่ได้เลยฮะ
สำหรับใครที่มีขั้นตอนบำรุงผิวมากมายแบบเค้าเรียงการใช้ง่ายๆ
ด้วยการดูความเข้มข้น ตัวไหนเนื้อเหลวกว่าทาก่อนโลดจะไม่งง อิอิ

ในเรื่องของความกระจ่างใสนั้นตอบให้ยากเพราะเค้าบำรุงผิวมาตลอดจริงๆ
ไม่เคยปล่อยให้ผิวเยินอ่านะ แต่ตัวนี้เค้าชอบมากคือเรื่องของเท็กซ์เจอร์และกลิ่น
ทาแล้วให้ฟิลที่ดีเป็นเซรั่มในกลุ่มไบร์ทเทนนิ่งที่ให้ความชุ่มชื่นได้ดีเลย
หลังทาผิวจะนุ่มๆหยุ่นๆขึ้นแต่ไม่เหนอะหนะสามารถทาครีมตามแล้วซึมได้ดี
สิ่งที่เค้าสังเกตได้คือผิวแน่นเรียบเนียนขึ้นนิดนึง หน้าดูอิ่มๆฟูๆดีแม้นอนน้อย(มาก)

ส่วนตัวผิวหน้าเค้าค่อนข้างถูกกับวิตามินซีอยู่แล้วไม่เคยแพ้ใดๆฮะ
ด้วยส่วนผสมที่จัดเต็มทั้งวิตามิน B3 , C , E พร้อมสารต้านอนุมูลอิสระ
แถมยังมีเท็กซ์เจอร์ที่ทาแล้วสบายผิว พูดเลยว่าเป็นแบรนด์ไทยที่เริ่ดอ้ะ!
ส่วนผสมดีงามในราคาไม่ถึง 500 บาท ควรค่าแก่การทดลองจริงๆ
แต่ถ้าใครที่มีสีผิวไม่ได้ขาวอยู่แล้วแบบเค้าก็สามารถใช้ได้นะฮะ
เหมาะกับทุกสีผิวเพราะว่ามันช่วยเรื่องความกระจ่างใสให้หน้าดูไบร์ทดูเฟรชนะ
ไม่ใช่ขาวเว่อร์วัง คือทำให้หน้าเนียน ดูกระจ่างใสแบบผิวสุขภาพดีมากกว่า
บอกเลยว่าถ้าอยากให้หน้าดูใสจริง ต้องเริ่มที่ผิวกระจ่างใส ดูสุขภาพดี
และถ้าอยากจะใช้แบบคาดหวังเรื่องกระจ่างใสแบบชัดๆ ห้ามลืมทากันแดดเด็ดขาดฮะ
มัวแต่บำรุงแต่ไม่ป้องกัน บำรุงแทบตายแต่ถูกแดดทำร้ายทุกวัน
ไม่เห็นผลเพราะตัวเองโทษว่าสกินแคร์ไม่ดีไม่ได้นะจ๊ะ

----------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Oriental Princess ที่ส่ง
Natural Power C
Miracle Brightening Complex
มาให้ลองทั้งไลน์เลยนะค้า
เป็นแบรนด์ของไทยที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ของดีราคาไม่แพงยังมีในโลก!

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชม
และสอบถามเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่า

http://www.orientalprincesssociety.com


https://www.facebook.com/orientalprincesssociety

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าคร้าบ Smiley




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2557    
Last Update : 20 ตุลาคม 2557 15:33:31 น.  

Review : Ginn Melone อาหารเสริมสารต้านอนุมูลอิสระจากเมล่อนฝรั่งเศส

อนุมูลอิสระ........คำนี้ได้ยินกันบ่อยมากกก
ส่วนใหญ่เรามักจะรู้แค่ว่าเป็นสิ่งไม่ดีที่ควรกำจัดออกไป
แต่แท้จริงแล้วคืออะไร? มีผลต่อร่างกายเราอย่างไร?
มาทำความรู้จักและหาวิธีแก้ไขหรือป้องกันไปพร้อมๆกันดีกว่าจ้า  Smiley

-----------------------------------------------------------------------

อนุมูลอิสระคืออะไร?

อนุมูลอิสระ (free radicals)
เป็นผลพลอยได้
ที่เกิดจากขบวนการเผาผลาญในร่างกาย
ที่ใช้ออกซิเจน(Oxidation) การหายใจก็ใช่นะ
คิดง่ายๆเหมือนการเผาไหม้ต้องใช้ออกซิเจนจะทำให้เกิดควัน
เจ้าอนุมูลอิสระก็เปรียบเสมือนควันเป็นสิ่งที่เกิดจากการเผาไหม้แต่เราไม่ได้ต้องการ

โดยเจ้าตัวนี้จะอยู่ในรูปของออกซิเจนที่มีประจุลบ
แต่โดยปกติแล้วพวกสารต่างๆมันจะอยู่เป็นลบเดี่ยวๆไม่ได้เพราะจะไม่เสถียร
จึงต้องพยายามหาคู่ เอ๊ะเหมือนคนเลยเนอะไม่อยากขึ้นคาน 555
เจ้าสารอนุมูลอิสระก็เลยพยายามไปจับคู่กับสารต่างๆในร่างกาย
ด้วยการแย่งชิงอิเล็กตรอน เมื่อแย่งมาได้ตัวที่โดนแย่งก็จะไปแย่งตัวอื่นมาเป็นทอดๆ
กลายเป็นปฎิกิริยาลูกโซ่ซะงั้น เลยเกิดความเสียหายแบบขยายตัวออกไปเป็นวงกว้างนั่นเองค่ะ

ซึ่งถ้าเจ้าอนุมูลอิสระไปรวมตัวกับสารบางชนิดในร่างกายเรา
สามารถก่อให้เกิดเป็นสารพิษที่ทำลายเนื้อเยื่อ
เช่นรวมตัวกับไขมัน ทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
ต้นเหตุปัญหาของโรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน ฯลฯ
หรืออาจไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางพันธุกรรม(DNA)
ทำให้เซลล์ที่ปกติแปรสภาพไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ด้วย น่ากลัวแท้!
สรุปคือสารอนุมูลอิสระเองไม่ได้อันตรายแต่ถ้ามันไปจับกับสารต่างๆในร่างกาย
จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาเพราะมันไปทำให้เซลล์เกิดความเสื่อมสภาพ
ซึ่งจะแสดงออกมาให้เห็นเป็นปัญหาทางสุขภาพ รวมถึงปัญหาผิวต่างๆ ร้ายกาจจริงๆ

-----------------------------------------------------------------------

อนุมูลอิสระเกิดจากอะไรได้บ้าง?

1. อนุมูลอิสระที่เกิดเองภายในร่างกาย


จากที่เล่าไปแล้วข้างต้นคือเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากการเผาผลาญด้วยออกซิเจน
แต่ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวนะมีถึงสี่ตัวด้วยกัน ได้แก่
- ซูเปอร์ออกไซด์  (Superoxide O2-) <<< พบมากที่สุด!!!
- ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (hydrogen peroxide)
- อนุมูลไฮดรอกซิล (hydroxyl radical)
- ซิงเกิลออกไซด์ (Single Oxide)


2. อนุมูลอิสระที่ได้รับจากภายนอกร่างกาย

สาเหตุประเภทนี้อาจจะมาจากการติดเชื้อทั้งจากแบคทีเรียและไวรัส
 รวมถึงการรับกัมมันตภาพรังสีหรือมลพิษต่างๆ เช่น ควันเสียและเขม่าจากเครื่องยนต์
ควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง หรืออาจจะเกิดจากการกินอาหารพวก ปิ้ง ย่าง เผา
พวกเนื้อกรอบ เกรียมไหม้ การทานเหล้า ก็พวกอาหารในแบบที่เราๆชอบกินกันนี่แหละ แหะๆ

-----------------------------------------------------------------------

อยากกำจัดเจ้าอนุมูลอิสระต้องทำอย่างไร?


โดยปกติในร่างกายของคนเรามีสารช่วยทำลายหรือยับยั้งการเกิดอนุมูลอิสระอยู่แล้ว
ที่เราเรียกกันว่า "สารต้านอนุมูลอิสระ" หรือ Antioxidant
แต่พออายุมากขึ้นร่างกายเราก็สร้างสารต้านได้น้อยลงทำให้กำจัดอนุมูลอิสระไม่ทัน
จึงก่อให้เกิดเป็นปัญหาสุขภาพต่างๆที่ตามมานั่นเอง
แต่นอกจากจะพึ่งแค่ให้ร่างกายสร้างเองแล้วเราสามารถเลือกทานอาหาร
ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มเข้าไปได้เพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

จากที่เล่าไปด้านบนจะเห็นว่าสารอนุมูลอิสระเองก็มีมากมายหลายประเภท
เราจึงต้องการสารต้านอนุมูลอิสระที่แตกต่างกันในการกำจัดสารอนุมูลอิสระแต่ละตัว
ตัวอย่างของอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถหาทานได้ทั่วไป เช่น

อาหารที่มีเบต้าคาโรทีนสูง ได้แก่ ผักใบเขียว (เช่น ตำลึง และ ผักบุ้ง)
อาหารที่มีสีเหลือง (เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก มะเขือเทศ ฟักทอง)

อาหารที่ให้วิตามินซีสูง คือ พืชและผักสีเขียว และผลไม้รสเปรี้ยว
เช่นตำลึง ผักบุ้ง พริกหยวก ส้ม มะนาว สัปปะรด เป็นต้น

วิตามินอี มีในน้ำมันพืชต่างๆ เช่นน้ำมันจากจมูกข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน
น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกคำฝอย เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น

 ซีลีเนียม มีในอาหารทะเล ปลาทูน่า เนื้อสัตว์และตับ บะหมี่ ไก่ ปลา ขนมปังโฮลวีต

วิตามินเอ ตับหมู ตับไก่ ไข่โดยเฉพาะไข่แดง น้ำนม พืชผักที่มีสีเขียวเข้ม
ผลไม้ที่มีมสีเหลืองส้ม เช่น ผักตำลึง ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ

แคโรทีนอยด์ (บีตาแคโรทีน ลูทีน และไลโคฟีน) มีในผักที่มีสีเขียวเข้ม ผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม
เช่น ผักตำลึง ผักกว้างตุ้ง ผักบุ้ง ฟักทอง มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศ

-----------------------------------------------------------------------

ได้ทำความรู้จักเจ้าอนุมูลอิสระตัวร้ายไปแล้วทีนี้มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
บล็อคนี้เค้าจะมารีวิวอาหารเสริมตัวหนึ่งที่เน้นความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
โดยมีคอนเซปต์น่าสนใจที่เค้าเน้นส่วนผสมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลาย
ที่จะสามารถช่วยต้านสารอนุมูลอิสระได้หลายประเภท จะน่าสนใจอย่างไรไปชมกันค่ะ



Ginn MELONE
กินน์ เมโลเน่

-------------------------------------------------------------------------------
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเปปไทด์จากปลา,
โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง, แอล-กลูตาไธโอน, แอล-ซิสเทอีน และไกลซีน

ขนาดบรรจุขวดละ 40 เม็ด ราคา 1,280 บาท
สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไปค่ะ




ส่วนผสมหลักที่ใส่มาในปริมาณมากสุดคือคอลลาเจนเปปไทด์จากปลา
ซึ่งมีโมเลกุลเล็กสุดร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้
เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง เอ็น และข้อต่อ
ช่วยในเรื่องความยืดหยุ่น กระชับ เรียบเนียน
(การดูดซึมของคอลลาเจนร่างกายจะรับไปในรูปของโปรตีน
ซึ่งเราไม่สามารถระบุได้ว่าจะเข้าไปที่ผิวโดยตรงหรือไม่นะฮะ
เพราะร่างกายเราจะดึงโปรตีนไปบำรุงซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอก่อน)


-------------------------------------------------------------------------------

สารอื่นๆที่ใส่มาคือ สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) หลากหลายประเภท
ที่เข้าไปช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระแต่ละกลุ่มในร่างกายได้ตามนี้ค่ะ.......

ซุปเปอร์ออกไซด์ < สารสกัดจากเมล่อนฝรั่งเศส

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ < แอล-กลูต้าไธโอน, แอล-ซิสเทอีน,
แอล-ไกลซีน, ซิลิเนี่ยม, วิตามิน อี

อนุมูลไฮดรอกซิล < สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส,
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น, วิตามิน ซี

ซิงเกิลออกไซด์ < ไลโคปีน, เบต้า แคโรทีน

-------------------------------------------------------------------------------

ตัวที่เป็นจุดขายหลักของเค้าคือ
สารสกัดจากเมล่อนฝรั่งเศส
มีปริมาณของสาร SOD (Super Oxide Dismutase) จำนวนมาก
ซึ่งคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม
ซูเปอร์ออกไซด์ ที่พบมากที่สุดในร่างกาย
โดยสารอนุมูลอิสระกลุ่มนี้มักจะเข้าไปทำร้ายผนังเซลล์ทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ
การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มนี้จึงช่วยให้ผิวซ่อมแซมตัวเองและฟื้นฟูได้ดีขึ้น
ความพิเศษของสาร SOD จากเมล่อน คือ ร่างกายสามารถนำมารีไซเคิล
นำสารนี้กลับมายับยั้งอนุมูลอิสระได้อีกอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงยังมีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องผิวจากการทำร้าย
ของรังสี UVA และ UVB จากแสงแดดอีกด้วย

-------------------------------------------------------------------------------

สรุปง่ายๆจากส่วนผสมของเน้นความหลากหลายของส่วนผสม
ที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระหลายประเภทที่ครอบคลุม
รวมถึงเป็นสารที่มีผลในเรื่องของการให้บำรุงผิวด้วย
จึงเน้นกลุ่มของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพกายและผิวจากภายในค่ะ



ถ้าใครยังงงๆในเรื่องของคุณสมบัติของส่วนผสมในการต้านอนุมูลอิสระอยู่
ลองดูในคลิปของทางแบรนด์น่าจะเข้าใจง่ายขึ้น เค้าทำเป็นภาพการ์ตูนเข้าใจง่ายดีฮะ



คำเตือน : เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน!!!

และผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรระวังเพราะมีส่วนผสมของคอลลาเจนจากปลา


บนฉลากมีรายละเอียด เลขจดทะเบียนอย.
สถานที่ผลิต วันผลิตและวันหมดอายุชัดเจน

ซึ่งจะมีอายุอยู่ได้ 2 ปีหลังวันที่ผลิตฮะ



บรรจุภัณฑ์เป็นขวดพลาสติกสีชาทึบแสง
ป้องกันการเสื่อมจากแสงแดดได้โอเค
ฝาเป็นแบบล็อคเกลียวที่ต้องกดก่อนถึงจะหมุนเปิดได้
ขวดใหม่จะมีซีลพลาสติกอีกหนึ่งชั้น ด้านในมีซองกันชื้น
ตัวขวดน้ำหนักเบาพกพาง่ายกว่าขวดแก้วเยอะเลย



หนึ่งขวดบรรจุ 40 เม็ด ลักษณะจะเป็นเม็ดทรงสามเหลี่ยม
ขนาดประมาณลูกอมสมิทธ์ ถือเป็นอาหารเสริมที่เม็ดเล็กเลยหล่ะ
มีกลิ่นแนวสมุนไพรนิดๆ แตะๆที่ลิ้นจะมีรสเปรี้ยวหน่อยๆ



ปริมาณในการทานคือ วันละ 4 เม็ด
สำหรับช่วงเวลาในการทาน เนื่องจากอาหารเสริมตัวนี้จะมีสารสำคัญทั้งหมด 14 ชนิด
ซึ่งจะมีวิตามินอีเป็นส่วนประกอบด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นสารหลัก
ทำให้สามารถทานตอนไหนก็ได้ที่ท้องว่างไม่ได้ Fix เรื่องเวลามาก
แต่ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ทานก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง 
เค้าเองเป็นคนทานยาเม็ดง่าย สามารถซัด 4 เม็ดในคราเดียวได้เลย
ใครทานยาเม็ดไม่ค่อยเก่งแบ่งทานไปทีละเม็ดจะง่ายกว่าจ้า



บอกก่อนเลยว่าโดยปกติเค้าเองดูแลตัวเองค่อนข้างมากอยู่แล้ว
เป็นคนออกกำลังกาย ชอบทานผักผลไม้ ทานน้ำเยอะ
รวมถึงการทาครีมบำรุงผิวและการทากันแดด ทำทุกวันสม่ำเสมอไม่เคยขาด
ดังนั้นทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพผิวถือว่าโอเคปกติมากไม่มีปัญหาอะไร
เพราะการดูแลจากภายในมันส่งผลได้มากที่สุดแถมเป็นผลที่ถาวรด้วย

ในเรื่องการทานอาหารเสริมสำหรับเค้าจึงเป็นการบำรุงร่างกายเพิ่มเติม
เรียกว่าเป็นออพชั่นเสริมที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ
ซึ่งอาหารเสริมในกลุ่มต่อต้านอนุมูลอิสระก็เป็นกลุ่มที่ช่วยให้ร่างกายทำงานเป็นปกติมากขึ้น
ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพช้าลง แม้จะไม่เห็นผลแบบชัดเจนได้ทันที
แต่ก็เป็นความสบายใจในเรื่องของการคงสภาพร่างกายให้ดีแบบนี้ไปนานๆ

ในเรื่องของผิวก็เช่นกันสำหรับการคาดหวังว่าจะทานแต่อาหารเสริม
แล้วผิวจะสวยได้เลยมันเป็นไปไม่ได้ ต้องรู้จักบำรุงและป้องกันผิวจากมลภาวะภายนอกด้วย
ซึ่งถ้าทำควบคู่กันไปทั้งภายในและภายนอกย่อมเห็นผลที่ชัดเจนกว่าแน่นอนค่ะ

สรุปการทานอาหารเสริมคือความพอใจส่วนบุคคล
ไม่มีปัญหาและสบายใจที่จะจ่ายก็สามารถเลือกทานได้
แต่อยากให้เลือกทานแบบมีสติ เลือกอาหารเสริมที่มีมาตรฐานปลอดภัย
ทานในปริมาณที่พอดีอะไรที่มากเกินไปย่อมก่อให้เกิดผลเสียทั้งนั้น
และไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองด้วยวิธีการแบบเบสิกควบคู่ไปด้วย
ไม่มีวิธีไหนที่เราจะมีสุขภาพดีได้แบบจีรังและยั่งยืน
เท่ากับการเลือกทานอาหาร ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ
รักตัวเองให้มากๆและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองกันนะคะ Smiley

--------------------------------------------------------------------------------

หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์ได้ทำความรู้จักกับสารอนุมูลอิสระกันมากขึ้น
ขอขอบคุณ
Ginn MELONE ที่ส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมาให้ทดลองค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปชมได้ที่

http://www.ginn4health.com


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า

Smiley XOXO Smiley




 

Create Date : 07 ตุลาคม 2557    
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 14:14:08 น.  

Review : ไม่มีบัตรเครดิตก็ช้อปได้กับ WeCard by Truemoney อยากช้อปเท่าไหร่เติมเงินเท่านั้น!

 สวัสดีค่าขาช้อปทั้งหลายบล็อคนี้ขอเอาใจขาช้อปกันแบบเต็มที่
เพราะจะมารีวิวอัพเดทการช้อปปิ้งแบบใหม่ให้ได้รู้จักกัน
เหมาะมากสำหรับคนที่ยังไม่สามารถขอบัตรเครดิตได้ เช่นน้องๆนักเรียนนักศึกษา
หรือใครที่คุมตัวเองไม่ได้อยากช้อปแบบคุมวงเงิน

กับ  WeCard by Truemoney

จะแตกต่างกับบัตรเครดิตทั่วไปอย่างไร? 
สะดวกกว่าเพราะอะไร? ไปชมกันเลยจ้า



ขั้นแรกอยากมี WeCard ไม่ต้องไปธนาคารนะฮะ
เข้าไปดาวน์โหลดแอพ Wallet by Truemoney โลดรองรับทั้ง IOS และ Android
โหลดมาแล้วทำการลงทะเบียนโลดโดยใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือและอีเมล ในการลงทะเบียน




ล็อกอินเข้าไปปุ๊บหน้าแรกจะโชว์ยอดเงินให้เราดูเลย
ซึ่งนี่แหละคือความต่างระหว่าง WeCard by Truemoney  กับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต
เพราะ WeCard จะต้องทำการเติมเงินเข้าไปในบัตร
ให้เพียงพอกับยอดของที่จะซื้อก่อนจึงจะสามารถนำไปใช้จ่ายได้
ดังนั้นจึงเป็นข้อดีที่ว่าเราสามารถควบคุมการใช้จ่ายของเราได้ไม่ให้จ่ายเงินตัว
คือไม่มีเงินเติมเข้าไปก็ช้อปปิ้งไม่ได้นั่นเองจ้า

วิธีการเติมเงินมีให้เลือกหลายช่องทางมาก
ไม่ว่าจะเป็นการเติมผ่านธนาคารแบบระบบ Internet Banking
เติมผ่านร้านสะดวกซื้อ หรือจะเติมผ่านตู้เติมเงินก็ยังได้
รวมถึงการโอนเงินให้กันระหว่างบัญชี Wallet
เพียงแค่กรอกเบอร์ของคนที่เราจะโอนให้




ในตัวแอพ Wallet เองก็มีบริการที่แสนสะดวกสบาย
อย่าง Pay Bill แสกนบาร์โค้ดปุ๊บจ่ายบิลปั๊บ
อันนี้ดีอ้ะไม่ต้องวิ่งวุ่นไปจ่ายพวกบิลค่าไฟนอนอยู่ห้องก็เคลียร์บิลได้
หรือจะเติมเงินโทรศัพท์ ซื้อสติกเกอร์ไลน์ ก็ทำได้เลย

มาถึงประโยชน์หลักๆของเจ้า WeCard by Truemoney กัน! ซึ่งมีสองรูปแบบได้แก่
1. ซื้อเป็นบัตร WeCard ที่สามารถใช้รูดปรื้ดๆ
คล้ายบัตรเดบิตที่ต้องเติมเงินเข้าไปก่อนถึงจะรูดได้นะจ๊ะ
สามารถซื้อบัตรได้ที่ 7-11 และ True Shop ราคาบัตรใบละ 50 บาท
ได้บัตรมาปุ๊บลงทะเบียนในแอพ Wallet จบค่ะใช้งานได้เลย

2. ใช้ชอปปิ้งออนไลน์ด้วย Virtual WeCard
แค่โหลดแอพ Wallet มาก็ช้อปปิ้งออนไลน์ได้เลย
ด้วยการ สร้างเลขบัตรเครดิตเสมือน ขึ้นมาในแอพ
มีเลขให้ครบถ้วนกรอกรายละเอียดช้อปปิ้งได้เหมือนบัตรเครดิตเป๊ะ!
(แต่ตอนนี้ยังใช้ได้เฉพาะร้านค้าในประเทศไทยเท่านั้นนะจ๊ะ)



ว่าแล้วก็จัดไปลองทำ Virtual WeCard เลย
ขั้นตอนง๊าย ง่าย แค่กรอกชื่อ-นามสกุลแบบที่จะให้ปรากฎบนบัตร
เค้าก็จะครีเอทเลขบัตรขึ้นมาให้เรา แต่ไม่ต้องกลัวเค้ามีระบบรักษาความปลอดภัย
ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะสามารถเข้าไปดูเลขบัตรเราได้ 
เพราะถ้าจะเข้าไปดูหมายเลขบัตรจะต้องกรอกรหัส OTP หกหลัก
โดยเค้าจะส่งไปให้ทางเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้
แต่ส่วนใหญ่แอพ Wallet by Truemoney ก็มักจะอยู่ในโทรศัพท์เบอร์ที่ลงทะเบียนชิมิ
ดังนั้นอย่าไปเผลอเมมอีเมลกะพาสเวิร์ดเอาไว้ในเครื่องนะฮะ

พอกรอกรหัส OTP เรียบร้อยเราก็สามารถเข้าไปดู
รายละเอียด Virtual WeCard ของเราได้
เป็นบัตร MasterCard ฮะ มีข้อมูลทุกอย่างแบบบัตรเครดิต

ข้อดีอีกอย่างที่อยากนำเสนอคือระบบเปิด/ปิด การใช้งานบัตร
อย่างเวลาบัตรเครดิตหายทีนี่อายัดกันให้วุ่นวาย
แต่ถ้าเป็นบัตร WeCard เราสามารถสั่งปิดการใช้งานได้ด้วยตัวเองเลยฮะ

โอเคเมื่อบัตรพร้อมคนพร้อมก็ได้เวลาไปช้อปปิ้งกัน ฮี่ๆSmiley



เรื่องช้อปขอให้บอกนั่งคลิกๆเพลินๆแป๊บเดียวก็เสียตังได้ละ แหม่เว้ย!
เดี๋ยวปลายปีมีทริปเลยไปสอยกระเป๋าเพิ่มซักกะหน่อย
เป็นกระเป๋าที่ช่่วยจัดระเบียบสัมภาระในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
ขอบอกฮะว่ามันเวิร์คมากนะที่เวลาเปิดกระเป๋ามาแล้วทุกอย่างอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่ไม่เละเทะ
ช่วยให้เรารื้อหาจัดเจ็ดเสื้อผ้าเครื่องใช้ได้ดีมาก ไม่อยากเวลาโดนตม.ขอเปิดเป๋า 555

วิธีการช้อปปิ้งออนไลน์ก็เหมือนปกติที่เราทำเลย
กรอกข้อมูลทุกอย่างเหมือนบัตรเครดิตโดยใช้เลขของ Virtual WeCard ที่เราสร้างไว้
เสียดายตอนนี้ยังช้อปได้เฉพาะร้านค้าในไทยแต่อนาคตเดี๋ยวพอใช้กับเมืองนอกได้จะมันส์กว่านี้



เย้ๆเรียบร้อยนะฮร้าบัตรอนุมัติผ่านทุกอย่าง
คอนเฟิร์มการสั่งซื้อ สิ้นสุดการช้อป!



เมื่อทำการจ่ายเงินเรียบร้อยก็เปิดเช็คยอดในแอพ Wallet by Truemoney ได้เลย
เค้าจะแจ้งให้ว่าเราเพิ่งซื้ออะไรไปในเว็ปไหนและยอดเงินคงเหลือมีเท่าไหร่
สมัครง่าย รวดเร็ว เช็ครายละเอียดได้ทันทีทันใจ!

สรุปในมุมมองเค้านะ WeCard ทำออกมาเพื่ออำนวยความสะดวก
ให้กับคนที่ยังไม่สามารถขอบัตรเครดิตได้ แต่มีความจำเป็นต้องใช้
คือทุกวันนี้ถ้าอยากช้อปออนไลน์ยังไงบัตรก็ค่อนข้างจำเป็น
เพราะสินค้าบางอย่างก็ต้องใช้บัตรเครดิตในการยืนยันการซื้อ
เช่น ตั๋วเครื่องบิน อยากจะบอกว่าเค้าเองเป็นคนนึงที่เคยแอนตี้การใช้บัตรมากกกก
รู้สึกว่ามันไม่จำเป็นอ้ะก็มีเงินสดก็ซื้อได้เหมือนกัน แต่พอชอบเที่ยวต้องจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก
พึ่งมาสำนึกได้ไงว่าอ้าวแล้วชั้นไม่มีบัตรทำไงดี เป็นฟรีแลนซ์จะทำเรื่องขอบัตรเครดิตก็ไม่ค่อยรอด
WeCard จึงเป็นอีกทางออกนึงที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้น แค่มีมือถือโหลดแอพได้ก็จบ

ข้อดีของ WeCard คือแม้จะใช้จ่ายทุกอย่างได้แต่ก็ต้องเติมเงินเข้าไปก่อน
ดังนั้นใครที่คุมตัวเองไม่ค่อยได้ใช้บัตรเครดิตแล้วรูดเพลินเกินตัว
ลองหันมามองบัตรแบบนี้ดูก็ดีนะฮะ วินัยในการใช้จ่ายจะช่วยให้เราสบายในอนาคต
และ WeCard by Truemoney เค้าก็มีจัดโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ 
ไม่ต่างกับบัตรเครดิตเลยหล่ะ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.truemoney.com/wecard/

หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆนะค้า
ทุกอย่างมีประโยชน์ถ้ารู้จักเลือกใช้ให้ถูกทาง
ช้อปปิ้งกันแล้วห้ามลืมเก็บเงินออกอย่างเด็ดขาด
อนาคตเป็นสิ่งที่เราไม่รู้หัดออมเงินไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยกันนะจ๊ะ จุ๊บๆ Smiley




 

Create Date : 06 ตุลาคม 2557    
Last Update : 6 ตุลาคม 2557 15:27:21 น.  

Preview : Garnier Sakura White Sleeping Essence ไนท์ครีมเนื้อเจลสูตรเข้มข้นชุ่มชื่นเหมือนมาส์ก



สวัสดีค่ามีไนท์ครีมสูตรใหม่จาก Garnier มาอัพเดทให้ชมกัน
เป็นไลน์ที่สาวไทยชื่นชอบกันมากนั่นก็คือไลน์ไวท์เทนนิ่ง Sakura White นั่นเอง
ซึ่งตอนนี้เค้ามีทั้งเซรั่ม เดย์ครีม และไนท์ครีม รวมถึงโฟมล้างหน้ากับมาส์กอีกด้วย

จุดเด่นของไลน์
Sakura White แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆตรงที่ไม่ใช่เน้นแค่ความขาว
แต่เน้นช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใสอมชมพู ซึ่งจะดูเป็นผิวที่มีสุขภาพดี
ไม่ว่าสาวๆโทนสีผิวไหนก็อยากมีผิวที่ดูสดใสมีเลือดฝาดไม่ใช่ซีดๆเซียวๆเนอะ
ซึ่งส่วนผสมหลักของเค้าก็ตามชื่อเลยคือ สารสกัดจากซากุระ (Sakura Extract)
ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงและฟื้นฟูผิวหนัง ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ความน่าสนใจของไนท์ครีมก็คือเค้าเพิ่มสารสกัดจากซากุระมาเป็นสองเท่าของเดย์ครีม
ไปชมรายละเอียดของไนท์ครีมตัวนี้พร้อมๆกันเลยจ้า



Garnier Sakura White
Pinkish Radiance Sleeping Essence

การ์นิเย่ ซากุระ ไวท์ พิงคิช เรเดียนซ์ สลีปปิ้ง เอสเซนส์


ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางคืนสูตรเข้มข้น

-----------------------------------------------------------------------

ขนาดและราคา

18 มล. ราคา 119 บาท
50 มล. ราคา 279 บาท

หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วไปจ้า



บรรจุภัณฑ์เป็นกระปุกแก้วทึบแสงป้องกันการเสื่อมจากแสงได้ดี
แต่ต้องระวังในเรื่องของการเสื่อมจากอากาศและสิ่งสกปรก
ที่จะลงไปเจือปนเวลาปาดเนื้อครีมออกมาใช้
ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้ไม้พายในการปาดเนื้อครีม

กระปุกของเดย์ครีมและไนท์ครีมจะคล้ายกันมากกกกระวังหยิบใช้ผิดนะฮะ
ถ้าดูด้านหน้ากระปุกจากภาพบน ไนท์ครีมจะมีแถบเส้นสีน้ำเงินเล็กๆ
แต่สังเกตง่ายสุดคือด้านหลังกระปุก
เดย์ครีมเป็นแถบสีชมพู ส่วนไนท์ครีมจะเป็นแถบสีน้ำเงิน
นอกจากดูแถบสีแล้วสังเกตจากเนื้อครีมก็ได้ฮะเป็นเนื้อคนละแบบเลย
เดย์ครีมจะเป็นเนื้อครีมทึบแสงสีขาวอมชมพู ไนท์จะเป็นเนื้อเจลสีชมพูเข้มกว่าเล็กน้อย

***สกินแคร์ทุกชนิดไม่มีความจำเป็นต้องแช่ตู้เย็นนะคะ
โดยเฉพาะครีมแบบกระปุกเนื่องจากจะทำให้ครีมเสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วกว่าปกติอีกด้วย
เนื่องจากมีการเปลี่ยนอุณหภูมิไปมาถ้าไม่แช่ต่อเนื่อง
และในตู้เย็นที่มีการแช่อาหารจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่มากมาย
ครีมแบบกระปุกที่ต้องเปิดปิดในการตักครีมจะเสี่ยงต่อการเจือปนของแบคทีเรียได้ง่าย
ดังนั้นการเก็บครีมที่ดีที่สุดคือไว้ในห้องอุณหภูมิปกติโดยเลี่ยงแค่ความร้อนกับแสงแดดก็เพียงพอค่ะ




เนื้อและกลิ่นของผลิตภัณฑ์

ปาดเทียบกันจะสังเกตเห็นได้เลยว่าเดย์กับไนท์เนื้อเป็นคนละแบบ
เดย์ครีมจะเป็นเนื้อครีมสีขาวอมชมพูทึบแสง หลังทาสีผิวจะดูขาวขึ้นทันที
เนื่องจากเดย์ครีมมีส่วนผสมของสารกันแดด Titanium Dioxide นั่นเอง

ส่วนไนท์ครีมมีลักษณะเป็นเนื้อเจลมีเท็กซ์เจอร์นุ่มลื่นเกลี่ยง่าย
ทาแล้วไม่ทำให้สีผิวเปลี่ยน เนื้อชุ่มชื่นทาแล้วสัมผัสได้ว่าผิวดูนุ่มๆขึ้น

เค้าว่าเนื้อครีมให้ฟิลเหมือนพวกสลีปปิ้งมาส์กเลยหล่ะ
หลังทาไม่มันหรือเหนอะหนะแต่จะให้ความรู้สึกเป็นฟิลม์บางๆเคลือบบนผิว

กลิ่นของเดย์กับไนท์เป็นกลิ่นแนวดอกไม้สดชื่นๆสดชื่นๆ
กลิ่นดอกซากุระแบบเดียวกัน แต่กลิ่นของไนท์จะอ่อนกว่าเดย์ครีมนิดนึงค่ะ





ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากทางแบรนด์

ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางคืนสูตรเข้มข้น ด้วยเนื้อครีมที่เนียนนุ่มพิเศษ
แต่ซึมซาบเร็วดุจเอสเซนส์ อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดจากซากุระเอสเซนส์ที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า
ผสานสารสกัดธรรมชาติจากผลไม้และวิตามินซีจี ตรงเข้าปรนนิบัติและฟื้นบำรุงผิว
ในระหว่างการนอนหลับ ให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกดุจมาส์ก
ชุ่มชื่นยาวนานถึง12 ชม. ให้จุดด่างดำดูลดเลือน ผิวแลดูเรียบเนียน
เผยผิวอมชมพูสะพรั่ง นุ่มเด้ง เปล่งปลั่งทุกเช้า และเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
ผิวดูกระจ่างใสเปล่งประกายอมชมพูขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 2   สัปดาห์


ส่วนผสมตัวชูโรง
สารสกัดจากซากุระ (Sakura Extract)
ตามในส่วนผสมจะใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Prunus Yedoensis Leaf Extract
จากงานวิจัยพบกว่าสารสกัดจากซากุระมีคุณสมบัติในการบำรุงและฟื้นฟูผิวได้ดี
มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) ช่วยให้ผิวดูเต่งตึงสดใด
จุดเด่นหลักที่ทางการ์นิเย่นำมาเป็นคุณสมบัติหลักคือช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
ให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วยคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีเมลานิน (Tyrosinase)

นอกจากสารสกัดจากซากุระแล้วยังเน้นส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติอีกหลายตัว
ไม่ว่าจะเป็น Citrus Limon Fruit Extract , Lemon Fruit Extract ,
Jasmine Flower Extract , Nymphaea Alba Flower , Sugar Cane Extract
ฯลฯ
ซึ่งส่วนใหญ่มักมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินที่เค้ายกมาเป็นตัวเด่นอีกหนึ่งตัวอาจจะเป็นชื่อที่เรายังไม่คุ้นมากนัก
นั่นก็คือ "วิตามินซีจี : Vitamin CG : Ascorbyl Glucoside"
ปกติเรามักพบว่าสกินแคร์ในไลน์ไวท์เทนนิ่งมักจะมีส่วนผสมของวิตามินซี
เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
ช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนังที่ถูกทำลายโดยแสงแดด ช่วยลดจุดด่างดำ
แต่เนื่องจากวิตามินซีนั่นสลายตัวได้ง่าย จึงได้มีการนำไปเกาะกับน้ำตาลกลูโคส
เพื่อให้มีความคงตัวมากขึ้นสลายได้ยากขึ้นจึงกลายเป็น Ascorbyl Glucoside
Vitamin C+G (Glucose) เมื่อร่างกายรับวิตามินซีจีเข้าไปแล้ว
เอนไซม์ในผิวหนังเราสามารถย่อยพันธะกลูโคสออกได้
ทำให้ร่างกายสามารถดึงวิตามินซีไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

***ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมค่ะ



สรุปเค้าว่าไนท์ครีมตัวนี้น่าสนใจตรงที่ให้ความชุ่มชื่นได้ดีแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง
ขอบอกว่าความชุ่มชื่นจำเป็นมากๆในการบำรุงยามค่ำคืน เนื่องจากส่วนใหญ่เรามักจะนอนห้องแอร์
ซึ่งจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่นได้มาก ผิวที่ขาดความชุ่มชื่นจะดูแห้งกร้าน
ทำให้ตื่นมาผิวดูไม่สดใส ซึ่งเดย์ครีมมักจะทำเนื้อที่บางเบากว่าเพื่อไม่ให้รู้สึกเหนอะหนะ
ถ้านำมาใช้แทนไนท์ครีมก็อาจจะให้ความชุ่มชื่นได้ไม่เพียงพอค่ะ
ซึ่ง Day Cream มีค่า SPF ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเหมาะกับการใช้ตอนกลางวันจ้า

แต่ถามว่าไนท์ครีมใช้แทนเดย์ครีมได้ไหม ตอบให้ว่าได้แต่จะเหมาะกับคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง
เพราะไนท์ครีมจะเน้นให้ความชุ่มชื่นแบบยาวนานเนื้อจึงค่อนข้างข้นกว่าเดย์นั่นเองค่ะ
แถมทริกให้สำหรับคนที่มีผิวมันและผิวผสมเค้าไม่แนะนำให้แต้มครีมแบบ 5 จุด
เพราะ 3 จุด หน้าผาก จมูก คาง คือจุดที่มีต่อมไขมันมาก ผลิตน้ำมันเยอะ
การทาครีมในจุดทีโซนมากเกินไปทำให้หน้าเยิ้มได้ไว
จึงแนะนำให้แต้มบริเวณแก้มมากหน่อยแล้วส่วนที่เหลือค่อยทาทีโซน
ก็จะช่วยให้ผิวในจุดที่แห้งได้รับความชุ่มชื่นเพียงพอและไม่เพิ่มภาระความมันให้ทีโซนจ้า

ข้อดีของการใช้ไนท์ครีมอีกหนึ่งอย่างก็คือช่วยให้ความมันระหว่างวันลดลง
อ๊ะอย่าเพิ่งงงเพราะผิวเราผลิตน้ำมันออกมาเพื่อทำการเคลือบผิวกันความชุ่มชื่นระเหยออก
ผิวที่ขาดการบำรุงและมีความชุ่มชื่นน้อยก็จะยิ่งผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวมากขึ้น
ทำให้หน้ามันเยิ้มแต่ผิวกลับดูแห้งกร้าน ดังนั้นการบำรุงให้ผิวชุ่มชื่นมีน้ำหล่อเลี้ยงพอดี
ก็จะทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาน้อยลงนั่นเอง

ฝากทิ้งท้ายไว้ใครที่ต้องการใช้สกินแคร์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่งให้เห็นผล
ต้องควบคู่กับการทากันแดดและเลี่ยงแดดนะฮะ
เพราะแดดคือสาเหตุของปัญหาผิวหมองคล้ำถ้าบำรุงแต่ไม่ป้องกันมันก็ไม่ค่อยช่วยอะไรเน่อ

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Garnier ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ทดลองนะคะ
รายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมเข้าไปชมหรือสอบถามได้ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ

www.garnierthailand.com/sakura-white-night

www.facebook.com/GarnierThailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า Smiley




 

Create Date : 24 กันยายน 2557    
Last Update : 1 ตุลาคม 2557 19:26:48 น.  

Review : NIVEA MEN Extra White Quick Water Break serum ตบแตกทาซึมเลย!

สวัสดีค่าบล็อคนี้จัดมาเอาใจคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงที่มีคู่ชู้ชื่น อิอิ
เพราะจะมารีวิวสกินแคร์สำหรับคุณผู้ชายให้ชมกัน
เชื่อว่าทุกคนต้องได้เห็นโฆษณากันมาแล้ว ดูครั้งเดียวจำได้แน่นอน
กับ NIVEA MEN Extra White Quick Water Break serum
สโลแกนเค้าจี๊ดมากฟังทีเดียวรู้เรื่อง...ตบ แตก ทา ซึม เลย !!!
คิดว่าหลายคนคงเรียกกันสั้นๆเหมือนเค้าแน่ อิอิ >>> ครีมน้ำแตก 555 Smiley
ไปชมกันดีกว่าว่ามันแตกจริงไหม....คือทาแล้วแตกตัวเป็นน้ำจริงไหมอย่าคิดไกลนะคะคุณขา



NIVEA MEN
Extra White Quick Water Break serum
นีเวีย เมน เอ็กซ์ตร้า ไวท์ ควิก วอเตอร์ เบรค เซรั่ม

---------------------------------------------------------------

ขนาด 15 มล. ราคา 99 บาท
ขนาด 50 มล. ราคา 319 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เซรั่มสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ ด้วยพลังโมเลกุลเซรั่มขนาดเล็ก
ที่แตกตัวเป็นน้าทันทีเมื่อสัมผัสผิว จึงซึมซาบได้อย่างรวดเร็ว
ลึกถึงเซลล์ผิวชั้นอิพิเดอร์มิส ไม่เหนียวเหนอะหนะ
เข้าจัดการจุดด่างดาจากสิวและแสงแดด ด้วยส่วนผสมของ...

Super Whitinat ที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ว่าให้ประสิทธิภาพความกระจ่างใส เหนือกว่าวิตามินซีถึง 10 เท่า 

Super Hyalulon ที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ว่าสามารถคงความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวจึงเนียนเรียบ รูขุมขนแลดูกระชับ 

จัดการ 10 ปัญหาผิวของผู้ชายใน 1 เดียว
1.จุดด่างดาและรอยคล้ำจากสิว 
2.จุดด่างดาจากแดด 
3.ผิวคล้ำเสียสะสม
4.สีผิวไม่สม่าเสมอ 
5.หลุมสิว 
6.ผิวมันระหว่างวัน 
7.คราบขาวจากเหงื่อ
8.ร่องรูขุมขนดูกว้าง 
9.ผิวไม่เรียบเนียน 
10.ผิวแห้งกร้าน 



บรรจุภัณฑ์ทำออกมาได้ดีมากฮะเป็นขวดพลาสติกทึบแสงหัวปั๊ม
ป้องกันการเสื่อมของเซรั่มจากอากาศและแสงได้ดี น้ำหนักเบาพกพาง่ายด้วย



ว่ากันด้วยเรื่องของส่วนผสมสักนิด......

สารหลักๆที่ใส่มาเพื่อให้ความชุ่มชื่นคือพวก Glycol , Glycerin , Trehalose 
รวมถึง Sodium Hyaluronate ที่เป็นจุดขายของเค้าว่าเป็น Super Hyalulon
แต่ส่วนผสมนี้กลับอยู่ในอันดับท้ายๆ ดังนั้นสารหลักจริงๆที่ให้ความชุ่มชื่น
ก็คือสารกลุ่มแรกที่กล่าวไปนะฮะ ไฮยาลูลอนแค่ดึงมาเป็นจุดขายมากกว่า
ส่วนผสมหลักอื่นๆก็จะเป็นสารในกลุ่มซิลิโคนอย่างพวก Dimethicone ที่ให้สัมผัสเรียบลื่น

ส่วนสารในกลุ่มที่ให้ผลลัพธ์ในเชิงไวท์เทนนิ่ง
ตัวหลักที่เป็นจุดขายของเค้า Super Whitinat 
ในส่วนผสมก็คือ 4-Butylresorcinol  ใส่มาในอันดับต้นๆ
ช่วยในการยับยั้งเอนไซม์  Tyrosinase ในกระบวนการสร้างเม็ดสี 
จากคำเคลมเค้าบอกว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซีถึง 10 เท่านั้น
เค้าเคลมจากผลการทดลองประสิทธิภาพเปรียบเทียบจากในหลอดทดลอง
โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไบเออร์สด๊อรฟ เอจี ประเทศเยอรมนี 2553 เท่านั้นนะฮะ
แต่ก็มีใส่อนุพันธ์วิตามินซี Sodium Ascorbyl Phosphate เข้ามาด้วยในส่วนผสมท้ายๆ
นอกจากนี้ก็มีสารสะกัดจากชะเอมเทศ Glycyrrhiza Glabra (Licorice) Root Extract
ที่มีประสิทธิภาพในเชิงไวท์เทนนิ่งด้วยเช่นกัน

***จุดเด่นคือไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
***มีส่วนผสมของน้ำหอม และสารกันเสียในกลุ่มพาราเบน



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

และนี่คือสิ่งที่เราจะมาพิสูจน์กันว่าตบแตกทาซึมเลยจริงไหม.....
เนื้อปกติกดออกมาจากขวดจะเป็นสีขาวขุ่นและเข้มข้น
แต่พอวอร์มเนื้อตบๆเข้าด้วยกันที่ฝ่ามือจะพบกว่าครีมแตกตัวเป็นน้ำจริง!
แบบเห็นจะๆเลยว่ากลายเป็นหยดน้ำ ทาลงบนผิวปั๊มซึมวาบหายหมด
ไม่เหนะหนะเลยแม้แต่น้อย ลูบไปบนผิวจะรู้สึกเรียบลื่นขึ้น
ให้ความรู้สึกมีฟิลม์บางๆเคลือบผิวอยู่แต่ไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้า
สรุปว่าเท็กซ์เจอร์ทำออกมาได้ดีเอาใจคุณผู้ชายมาก
เพราะเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณผู้ชายไม่ชอบทาครีมก็ตรงความเหนอะหนะนี่แหละ
ส่วนกลิ่นก็เป็นกลิ่นน้ำหอมตามสไตล์นีเวียเมนเลยกลิ่นแนวสปอร์ตๆ
แต่เค้าว่าใส่น้ำหอมมาค่อนข้างเยอะนะคือกลิ่นชัดและกลิ่นติดผิวมากเลยหล่ะ



ทีนี้มาลองกับหนูทดลอง เอ้ย! กับผิวหน้าคุณแฟนกัน
ตรงตามเป้าหมายเป๊ะเป็นผู้ชายสไตล์ไม่ดูแลตัวเองเล้ยยยย
ไม่ชอบทาครีมเพราะไม่ชอบให้หน้าเหนอะหนะ
ไหนขอมาลอง ตบ แตก ทา ซึม เลย  หน่อยซิ 555



วิธีใช้คือทาทั่วหน้าเช้า-เย็น ด้วยการกดออกมาซักสองปั๊ม
ตบๆวอร์มครีมด้วยฝ่ามือให้แตกตัวเป็นน้ำแล้วตบ เอ้ย! ทาเข้าที่หน้า อิอิ
สัมภาษณ์คุณผู้ชายเรียบร้อยถึงความรู้สึกว่าตอนทาจะรู้สึกเย็นๆผิว
เหมือนเอาน้ำมาแปะๆที่หน้า เนื้อเซรั่มซึมไวทันใจดี ที่โดนคือไม่เหนอะเลย
จับผิวหลังทาจะรู้สึกนุ่มขึ้นแม้หน้าจะค่อนข้าง(ดื้อ)ด้านทนแดดทนฝนมามาก555

แต่ติดนิดนึงเรื่องกลิ่น คือคุณผู้ชายอิชั้นเป็นภูมิแพ้แต่เด็ก
จมูกจะไวมีความเซนซิทีฟต่อกลิ่นค่อนข้างมาก เป็นคนไม่ใช้น้ำหอมใดๆ
เลยไม่ค่อยชินกับการทาครีมที่มีกลิ่นเหลือติดผิว คือถ้ากลิ่นน้อยกว่านี้จะโอเคกว่ามาก
เรื่องกลิ่นมันอยู่ที่ความชอบ แต่ถ้าทำแบบไม่ใส่น้ำหอมมาได้ก็จะดีฮะ



สรุปจุดเด่นของ NIVEA MEN Extra White Quick Water Break serum 
คือเท็กซ์เจอร์ที่ทำออกมาได้ดีมาก สมคอนเซปต์ ตบ แตก ทา ซึม เลย
เอาว่าถ้าคุณผู้ชายที่บ้านไม่ชอบทาครีมลองบังคับใช้ตัวนี้ดูเค้าว่าน่าจะโอ
เนื้อบางเบาสบายผิวไม่เหนอะแม้แต่น้อย ทาตัวเดียวจบไม่วุ่นวายหลายขั้นตอน
ได้ทั้งความชุ่มชื่นและช่วยเรื่องกระจ่างใสในขวดเดียว



ส่วนผสมโดยรวมน่าสนใจตรงที่ไม่มีแอลกอฮอล์
คือจริงๆแอลกอฮอล์มันทำร้ายผิวตรงที่ยิ่งใช้ไปนานๆผิวจะยิ่งแห้งลง
ถ้าเราไม่ได้บำรุงให้ชุ่มชื่นเพียงพอ ซึ่งมั่นใจว่าคุณผู้ชายคงไม่บำรุงอยู่ละ
ดังนั้นการเลือกสกินแคร์ให้คุณผู้ชายเลี่ยงแอลกอฮอล์ได้ก็จะดีกว่าค่ะ
แต่ก็มีส่วนผสมของน้ำหอมและพาราเบนใครระคายเคืองง่ายเทสก่อนก็ดีค่ะ
ลองป้ายไว้หลังใบหูซักวันนึงแล้วสังเกตอาการดูเนอะ
แต่เอาจริงๆผิวคุณผู้ชายส่วนใหญ่แลจะโชคดีไม่เห็นจะแพ้อะไรเล้ยยย อิจฉาโนะ Smiley
แถมท้ายถ้าเป็นไปได้บังคับให้ทาเซรั่มได้ตัวนึงแล้ว
อยากจะให้บังคับเพิ่มอีกนิดกับการทากันแดดจะทำให้เห็นผล
ในเรื่องของความกระจ่างใสได้ชัดเจนกว่าใช้เซรั่มเดี่ยวๆจ้า

------------------------------------------------------------------------------------

กราบขอบพระคุณคุณแฟนที่รับหน้าที่มาเป็นผู้ทดลองให้ในครั้งนี้นะฮร้า
และขอบคุณทาง Nivea MEN ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองด้วยค่ะ Smiley
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.NIVEAforMEN.co.th นะค้า

Smiley XOXO Smiley




 

Create Date : 20 กันยายน 2557    
Last Update : 22 กันยายน 2557 16:03:34 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  
BlogGang Popular Award#10


 
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 383 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.