Group Blog
 
All blogs
 

Review : Thursday Plantation Tea Tree Daily Face Wash เคลียร์ปัญหาสิวด้วย Tea Tree Oil


Thursday Plantation Tea Tree Daily Face Wash ขนาด 150 ml ราคา 480 บาท
Thursday Plantation Tea Tree Daily Face Cleanser ขนาด 75 ml ราคา 280 บาท
Thursday Plantation Tea Tree Acne Gel ขนาด 10 g ราคา 190 บาท
Thursday Plantation Tea Tree Oil ขนาด 10 ml ราคา 360 บาท
-------------------------------------------------------------------------------------------
หาซื้อได้ที่ Boots, ร้านขายยา P&F, ร้านขายยา LAB,
ร้านขายยาใน Lotus, และร้านขายยา Tsuruha







 

Create Date : 27 สิงหาคม 2557    
Last Update : 27 สิงหาคม 2557 2:15:57 น.  

Review : Amsel Collagen Plus คอลลาเจนจากญี่ปุ่น 10,000 mg ที่มีสารให้ความชุ่มชื่น Hyaluronic Acid


กระแสอาหารผิวที่ฮิตมาหลายปีและยังคงมีกระแสต่อเนื่องยังคงไม่พ้น "คอลลาเจน"
ซึ่งอาหารเสริมกลุ่มนี้ก็มีการพัฒนาส่วนผสมที่น่าสนใจออกมาให้ชมกันเรื่อยๆ
บล็อคนี้จึงจะมารีวิวอีกหนึ่งแบรนด์ที่เค้าได้ลองทานให้ชมกัน
แต่ก่อนรับชมแน่นอนว่าจะต้องไปทำความรู้จักกันก่อนเนอะว่าคอลลาเจนคืออะไร? Smiley


--------------------------------------------------------------

+++ คอลลาเจนคืออะไร? +++

คอลลาเจน คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า
คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสายเกลียว
ที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน 3 ชนิด
คือ Glycine , Proline และ Hydroxyproline
โดยปกติทั่วไปผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก

จึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย
คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น

อวัยวะภายในร่างกายเอง ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก
ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage),
เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons),กระดูก (bone)
โดยคอลลาเจนจะทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อและเชื่อมเซลล์ไว้ด้วยกัน

สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน (Keratin)

ซึ่งเคราตินมีหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น เมื่อสารเคราตินในชั้นผิวลดลง
จึงเกิดริ้วรอยแห่งวัยขึ้นบนชั้นผิว, นอกจากนี้ เคราตินมีหน้าที่สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังหลอดเลือด
มีส่วนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ รวมทั้งยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อกระจกตาและเลนส์ตาอีกด้วย
เมื่ออายุเรามากขึ้นมีอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น การผลิตคอลลาเจนของร่ายกายก็จะลดลงค่ะ
นอกจากวัยแล้วปัจจัยภายนอกอย่างความเครียด แสงแดด มลภาวะ ฯลฯ
ก็มีผลต่อการเร่งให้คอลลาเจนที่มีอยู่เสื่อมสภาพไวขึ้นเช่นกัน

--------------------------------------------------------------

+++ ชี้แจงเรื่องการทานคอลลาเจนแบบตามหลักวิทยาศาสตร์ให้ฟังกันก่อน +++

ทรายขอบอกกันแบบตรงๆก่อนที่จะรีวิวนะคะ ตามหลักแล้วคอลลาเจนก็คือโปรตีนประเภทหนึ่ง
ในการรับประทานเข้าไปร่างกายจะต้องทำการย่อยโปรตีนให้กลายเป็นกรดอะมิโนก่อน
จึงจะสามารถดึงไปใช้งานได้ ซึ่งร่างกายก็จะดึงกรดอะมิโนเหล่านั้นไปใช้ตามความจำเป็นจ้า
ดังนั้นในการทานคอลลาเจนไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับคอลลาเจนวิ่งเข้าสู่ผิวโดยตรงนะคะ
ในกรณีคนที่ทานอาหารได้รับโปรตีนในแต่ละมื้อครบถ้วนร่างกายก็สามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง
แต่การทานเพิ่มเข้าไปก็ช่วยได้ในแง่การให้เกิดสารตั้งต้นในการนำไปสร้างคอลลาเจนได้
แต่ก็ตอบไม่ได้จริงๆว่าร่างกายเราจะนำไปสร้างหรือไม่ แต่หลายแหล่งก็ให้ข้อมูลว่า
ยิ่งคอลลาเจนมีขนาดโมเลกุลเล็ก จะให้การดูดซึมที่ดีกว่าค่ะ

นอกจากอาหารเสริมเราสามารถพบคอลลาเจนได้ในอาหารทั่วไป
พบมากในเนื้อสัตว์ที่มีสีขาวอย่างเนื้อไก่ และในอาหารทะเลโดยเฉพาะปลา
รวมถึงในพวกกระดูกอ่อนทั้งหมูและไก่ สังเกตคอลลาเจนง่ายๆ
เมื่อนำกระดูกอ่อนมาต้มเป็นซุปพอทิ้งให้เย็นน้ำซุปจะมีลักษณะคล้ายวุ้น
ส่วนในพืชจะพบได้มากในสาหร่าย เห็ดทุกชนิด หัวบุก ฯลฯ
แต่ในเนื้อสัตว์จะมีประปริมาณสูงกว่าในพืชผักค่ะ
ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้ดีเมื่อทานคู่กับวิตามินซี
เมนูเด็ดที่ให้คอลลาเจนและวิตามินซีได้เริ่ดก็เช่น ต้มซุปเปอร์ขาไก่ เป็นต้น

--------------------------------------------------------------

+++ วิตามินซีกับการสร้างคอลลาเจน +++

คอลลาเจนนอกจากร่างกายจะสร้างขึ้นด้วยการดึงกรดอะมิโนมาใช้สร้างแล้ว
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ "วิตามินซี" ที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน
ถ้าช่วงที่ร่างกายเราขาดวิตามินซีแล้วร่างกายก็จะสร้างคอลลาเจนลดลงจ้า
ดังนั้นในช่วงที่ทานคอลลาเจนเป็นอาหารเสริม ถ้าต้องการให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี
จึงควรทานอาหารที่มีวิตามินซีสูง หรือทานวิตามินซีในรูปของอาหารเสริมร่วมด้วยค่ะ

--------------------------------------------------------------



คอลลาเจนที่จะมารีวิวให้ชมกันในบล็อคนี้คือ

Amsel Collagen Plus
คอลลาเจน 10,000 mg ที่มีส่วนผสมของสารไฮยาลูรอนิค



ขนาดบรรจุซองละ 12g จำนวน 10 ซอง
ราคากล่องละ 900 บาท
มีวางขายตามร้านในรูปรายละเอียดด้านบน
และตามร้านค้าหรือยาชั้นนำทั่วไปจ้า



จุดเด่นของ
Amsel Collagen Plus
คือมีเป็นคอลลาเจนแบบซองที่มีคอลลาเจนถึง 10,000 มิลลิกรัม
เรียกได้ว่ามีปริมาณคอลลาเจนสูงสุดต่อปริมาณหนึ่งซองเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆในท้องตลาดเนอะ
และยังมีส่วนผสมของสารที่ให้ความชุ่มชื่นได้แก่ สารไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid)
ได้ทราบไปแล้วว่าคอลลาเจนคืออะไร ทีนี้มาทำความรู้จักกันกับสารไฮยากันอีกสักนิด

--------------------------------------------------------------

+++ สารไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) คืออะไร +++

กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid /
hyaluronate)
เรียกย่อๆว่า HA หรือ ไฮย่า คือ เป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในร่างกาย
ซึ่งร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองเช่นเดียวกับคอลลาเจน
มีคุณสมบัติหลักในการอุ้มน้ำได้มากกว่าน้ำหนักตัวมันเองถึง 1,000 เท่า
โดยทั่วไปจะพบอยู่มากที่บริเวณจุดเชื่อมต่อ ข้อต่อ ข้อเข่า เนื้อเยี่อ เซลล์ผิวหนัง
โดยมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสีโดยเฉพาะตามข้อต่อ
และเพิ่มความยืดหยุ่นความชุ่มชื่นให้แก่เซลล์ผิวหนัง
ทำให้ผิวเต่งตึง เรียบเนียน ลดการสร้างอนุมูลอิสระ และช่วยกรองรังสี UV

--------------------------------------------------------------

ซึ่ง
Amsel Collagen Plus ประกอบไปด้วยคอลลาเจนทั้งหมด 3 ชนิด คือ

Smiley Hydrolyses Collagen Peptide : HCP เป็นคอลลาเจนจากญี่ปุ่น
ที่มีโมเลกุลเล็กมากเพียง 300-500 ดาลตันที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย
และเป็นคอลลาเจนที่มีสาร Hyaluronic Acid อยู่ด้วย
จึงช่วยในเรื่องการเพิ่มความชุ่มชื่นได้ดีโดยการเพิ่มการกักเก็บน้ำไว้ใต้ผิวค่ะ

Smiley Colla : Fish Collagen เป็นคอลลาเจนจากยุโรป
ที่มีขนาดโลเลกุล 1,000 ดาลตัน

Smiley Nippi Peptide คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึก
ที่สะอาดและบริสุทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของอาหารผิวอื่นๆอีกมากมายได้แก่



Smiley แอล-กลูต้าไธโอน (L-Glutathione)
ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และช่วยต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวกระจ่างใส

Smiley แอล-ไกลซีน (L-Glycine)
เป็นสารตั้งต้นในการสร้างคอลลาเจน และกลูต้าไธโอน

Smiley แอลซิสเทอีน (L-Cysteine) และ แอล-กลูตามีน (L-Glutamine)
สารตั้งต้นในการสร้างกลูต้าไธโอน

Smiley วิตามินซี (Vitamin C)
ทำงานร่วมกับคอลลาเจนและกลูต้าไธโอน
ช่วยป้องกันเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ เพิ่มความแข็งแรงให้เส้นเลือดฝอย
กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ให้ผิวมีสุขภาพดี

Smiley โคเอนไซม์คิวเท็น (Co-Enzyme Q10)
เสริมการทำงานของคอลลาเจนช่วยป้องกันและลดเลือนริ้วรอย

Smiley วิตามินอี (Vitamin E)
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวทนต่อรังสี UV ได้มากขึ้น

Smiley อิโนซิทอล (Inositol)
อยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวมที่ช่วยบำรุงประสาท
และช่วยป้องกันผื่นผิวหนังอักเสบ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว
รวมถึงช่วยบำรุงให้เส้นผมมีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

Smiley ไนอะซินาไมด์ หรือ วิตามินบี 3 (Niacinamide)
ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต
ลดการส่งเม็ดสีผิวขึ้นมาที่ผิวหนังชั้นบน

***ใช้ชูคราโลสเป็นวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลแต่ไม่มีวัตถุกันเสีย
ใครเคยมีอาการแพ้สารให้ความหวาน และแพ้อาหารทะเลไม่ควรรับประทานนะคะ!!!




มีให้เลือกสองรสชาติ Berry & Strawberry Mix และ Melon Mix



หนึ่งกล่องมี 10 ซอง ซองละ 12 g
ที่ซองมีรายละเอียดอย. วันที่ผลิตและวันหมดอายุชัดเจน



คอลลาเจนมีลักษณะเป็นผงสีขาว ทานวันละ 1 ซอง
ใช้วิธีการชงละลายในน้ำ 1 แก้ว ประมาณ 250 ml
ซึ่งผสมได้ทั้งในธรรมดา และน้ำเย็น
เค้าลองกับน้ำธรรมดาและน้ำเย็น ละลายง่ายพอกัน
แต่น้ำธรรมดาจะละลายเร็วกว่านิดนึงฮะ
เรื่องความสามารถในการละลายบอกเลยว่าเริ่ดนะ
คือแค่เทลงไปในน้ำคอลลาเจนจะค่อยๆละลายตัวเองตั้งแต่ยังไม่ได้คน
เมื่อเอาช้อนคนๆแป๊บเดียวก็ละลายเข้ากันน้ำ ไม่มีการจับตัวเป็นก้อนเลย!!!



ตอนใช้ช้อนคนๆจะเห็นสีเป็นขุ่นๆออกสีนมๆ
แต่พอละลายหมดแล้วจะกลายเป็นสีใสๆ
เห็นชัดเจนเลยว่าละลายได้เกลี้ยงหมด
ซึ่งว่าเป็นจุดเด่นเลยเพราะคอลลาเจนเป็นโปรตีน
เมื่อก่อนจึงมักพบว่าคอลลาเจนจะจับตัวเป็นก้อนๆ
ไม่สามารถละลายได้หมด แต่ของ Amsel ไม่มีปัญหานี้เลยจ้า



Berry & Strawberry Mix
หอมเบอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่นดี
ส่วนใหญ่คอลลาเจนมักจะเห็นเป็นรสประมาณนี้เนอะ



Melon Mix
เพิ่งเคยเห็นคอลลาเจนรสเมลอนแบรนด์นี้แบรนด์แรกเลย
กลิ่นหอมๆออกไปทางแอปเปิ้ล + เมลอน
รสจะออกหวานมากกว่าไม่ค่อยมีรสเปรี้ยวทานง่ายฮะ



เทียบสองรสเค้าเองจริงๆชอบทานอะไรที่ติดรสเปรี้ยวมากกว่า
แต่ดันชอบกลิ่นเมลอนก็เลยกินแบบสลับๆวันกัน 555



ตามคำแนะนำข้างกล่องคือทานวันละหนึ่งซอง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทานคือสิ่งที่ทุกคนสงสัยกันเนอะ
เอาว่าถ้ามองตามหลักว่าคอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่ง
การทานหลังมื้ออาหารที่ร่างกายมีการขับน้ำย่อยออกมาแล้ว
ก็น่าจะทำให้ดูดซึมได้ง่ายกว่า และมื้อที่ร่างกายดูดซึมได้ดีสุดคือหลังอาหารเช้าค่ะ



สรุป......ถ้าใครหวังผลการทานคอลลาเจนให้เห็นผลในเรื่องของผิว
แต่ไม่ดูแลตัวเองไม่บำรุง ไม่ทาครีมเลย บอกเลยค่ะว่ายาก
วินัยการบำรุงจากภายนอกพูดเลยว่าจำเป็นมากกกกกถึงมากที่สุด

ตามหลักแล้วการทานคอลลาเจนเข้าไปร่างกายจะดูดซึมเข้าไปในรูปแบบของกรดอะมิโน
ซึ่งเป็นโปรตีน ร่างกายเราต้องใช้โปรตีนในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
อาจจะเข้าไปบำรุงผิวและเข้าไปซ่อมแซมจุดอื่นด้วย
เราไม่สามารถบังคับให้มันพุ่งเข้าไปบำรุงที่ผิวอย่างเดียวได้
คือถ้าอยากให้ผิวได้อาหารโดยตรงการทาครีมมันก็บำรุงให้ผิวภายนอกชุ่มชื่นได้ทันที
แต่ถ้าใครดูแลผิวจากภายนอกครบแล้วรู้สึกว่าต้องการการบำรุงเพิ่ม
จะเลือกอาหารเสริมมาเป็นตัวช่วยเพื่อบำรุงประกอบกัน
ทั้งภายนอกและภายในเพื่อให้เห็นผลไวขึ้นก็เป็นความพอใจส่วนบุคคลค่า

สำหรับเค้าเป็นดูแลตัวเองภายนอกดีมากนะพูดเลย
ทาครีมบำรุงหลายเสต็ปมาก ทากันแดดทุกวันแม้ไม่ได้ออกไปไหน
แต่ตอนนี้อายุยี่สิบปลายๆร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลงไปเรื่อยๆ
รวมทั้งนอนดึกตีสาม-ตีห้าเป็นปกติ (เรียกว่านอนเช้าดีกว่า Smiley)
การทานอาหารเสริมจึงไม่ได้เน้นหวังผลเรื่องผิวเพราะผิวไม่มีปัญหาอะไร
แต่ก็ถือว่าทานคอลลาเจนเพื่อบำรุงเพิ่มเติมอย่างน้อยโปรตีนที่ได้
ก็จะช่วยซ่อมแซมร่างกาย แม้จะเข้าไปซ่อมส่วนไหนก็จัดว่าดีทั้งนั้นอ่านะ
บำรุงอย่างสม่ำเสมอทั้งสองด้านก็จะช่วยให้ผิวเราดูดียิ่งขึ้นจ้า

ท้ายนี้อยากแนะนำให้ใส่ใจในการดูแลตัวเองให้ดีก่อนทั้งภายนอกและภายใน
ทาครีมบำรุงและกันแดดทุกวัน เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ออกกำลังกาย ทานน้ำเยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ
สุดท้ายถ้าเราไม่เดือดร้อนที่จะจ่ายเงินสำหรับอาหารเสริมก็สามารถทานได้
สารอาหารในอาหารเสริมให้ประโยชน์ทั้งนั้นถ้าทานในปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไป
โดยควรที่จะเลือกแบบที่มีส่วนผสมที่ปลอดภัย ผ่านการรับรองของอย.
มีสถานที่ผลิตและมีแหล่งจำหน่ายที่ชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ค่ะ

---------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Amsel ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองนะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ที่

www.AmselNutraceutical.com

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยเน้อ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า Smiley




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 11 สิงหาคม 2557 16:27:46 น.  

Review : เมนูเฮลท์ตี้แบบง่ายเว่อร์ๆ กับ "สลัดหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่นแบบไม่ใช้น้ำมัน" by Philips Airfryer

สวัสดีค่ามาพบกับบล็อคทำอาหารกันอีกแล้ว
นานๆมาทีแต่เมนูรอบนี้เริ่ดนะฮร้า บอกเลยว่าเฮลท์ตี้สุดๆ
กับเมนู "สลัดหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่นแบบไม่ใช้น้ำมัน"
แค่ชื่อก็ดูดีแล้วชิมิ อิอิ แต่ก่อนจะเริ่มทำขอแนะนำอุปกรณ์หลักก่อนนะจ๊ะ
สาเหตุที่ชื่อเมนูบอกว่าเป็นหมูทอดแบบไม่ใช้น้ำมันนั้น
เนื่องด้วยเมนูนี้เราต้องใช้หม้อทอดพิเศษ นั่นก็คื๊ออออ.....



PHILIPS AIRFRYER
ฟิลิปส์แอร์ฟรายเออร์

-----------------------------------------------

หม้อทอดอากาศเอนกประสงค์ไขมันต่ำ
รุ่นที่เค้าใช้ในภาพคือ
Viva Collection airfryer ระบบดิจิตอล HD9230/20

ราคา 11,990 บาท
มีขายตามโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า/อุปกรณ์ครัวในห้างสรรพสินค้าทั่วไปจ้า

***นอกจากรุ่นที่เป็นระบบดิจิตอลแล้วยังมีรุ่นปกติ
ซึ่งราคาจะย่อมเยาว์กว่าอยู่ที่ 7,990 บาทฮับ




คุณสมบัติของ Philips Airfryer

สามารถใช้ในการทอดอาหารได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน
แถมยังช่วยรีดไขมันส่วนเกินออกจากอาหารได้อีกด้วยนะจ๊ะ
ตามข้อมูลของทางแบรนด์บอกเลยว่าลดไขมันได้ถึง 80%
เมื่อเทียบกับการทอดอาหารแบบใช้น้ำมันปกติ

ด้วย เทคโนโลยี Rapid Air ที่ใช้อากาศในการทอด
เป็นระบบŒลมร้อนควบคู่‹กับการย่‹าง ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Philips Airfryer
จุดเด่นอีกอย่างคือใช้งานง่ายเพียงตั้งเวลาและปรับอุณหภูมิ
และด้านในไม่มีชิ้นส่วนพลาสติกสัมผัสอาหาร
ตะแกรงด้านในทำจาก Stainless steel  และ Aluminium
จึงสบายใจได้เรื่องความปลอดภัยจ้า



ในกล่องจะมีใบรับประกันสินค้าเป็นระยะเวลา 2 ปี คู่มือการใช้งาน
รวมถึงหนังสือคู่มือสอนทำอาหารด้วย
Philips Airfryer ฮะ



Philips Airfryer รุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบดิจิตอล
แต่ไม่ต้องกลัวจ้ามันใช้งานง่ายเว่อร์จริงๆมีแค่สี่ปุ่ม
เริ่มใช้งานด้วยการกดปุ่มขวาล่างเพื่อเปิดเครื่อง
ความร้อนมาตรฐานที่เครื่องเซ็ตไว้คือ 180
°C
โดยปุ่มซ้ายล่างจะเป็นปุ่มที่ใช้ตั้งทั้งอุณหภูมิและตั้งเวลา
เริ่มใช้ด้วยการวอร์มหม้อทอด 3 นาที
แล้วกดปุ่มกลางเพื่อ Start จ้า เค้าชอบปุ่มน้อยๆไม่สับสนดีเนอะ Smiley
แค่ 3 นาทีเครื่องจะอุ่นจากระดับอุณหภูมิห้องขึ้นไปถึง 200
°C ได้เลยไวแท้



มาดูความง่ายเว่อร์ทึ่เค้าบอกกัน
นอกจากหม้อทอดที่ช่วยอำนวยความสะดวกแล้ว
หมูที่ใช้ยังง่ายอีกด้วย เค้าใช้เนื้อเสต็กหมูดำ
หรือหมูคุโรบูตะแบบหมักแล้วของ CP เลย
ฉีกซองปุ๊บพร้อมทอดปั๊บ 555 ทำอาหารไม่เป็นงานนี้ก็อร่อยได้นะเออ!



จับหมูลงหม้อแล้วตั้งอุณหภูมิ
180°C เซ็ตเวลา 6 นาที จบ!
คือแค่นี้จริงๆไม่ได้ใช้ฝีมือเลยแม่บ้านมือใหม่รวมถึงคุณผู้ชายก็ทำได้ อิอิ
ตะแกรงหม้อทอดเค้าใหญ่ดี วางหมูชิ้นบะเริ่มลงไปได้พอดีเลย

***หม้อทอดเค้าเซ็ตอุณหภูมิได้ตั้งแต่
80°C-200°C
เลือกปรับเอาตามลักษณะของเนื้อสัตว์ที่ใช้ดูนะจ๊ะ




หกนาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก
เปิดหม้อออกมาแล้วพลิกหมูกลับด้านทอดต่อไปอีก 6 นาที
แต่เอาจริงๆคือไม่ต้องพลิกก็ได้นะฮะ เพราะระบบของเค้าจะทำให้สุกทั่วถึงได้เลย
ด้วยลมที่หมุนเวียนได้ทั่วถึงด้วยระบบ Rapid air
แต่ก็นะคือเปิดออกมาดูแล้วอยากเห็นว่าอีกด้านเป็นไงเลยพลิกไปพอเป็นพิธี555

คือดีงามอ้ะเป็นการทอดที่สวยๆเก๋ๆไม่ต้องกลัวน้ำมันกระเด็น
ไม่ต้องกังวลว่าจะไหม้เลยถ้าเซ็ตความร้อนและเวลาไว้พอดีๆ
รวมถึงควันและกลิ่นที่รบกวนผมและเสื้อผ้าของสาวๆ
จริงๆกลิ่นมันก็มีบ้างแต่ไม่รุนแรงและติดเสื้อผ้า
เท่ากับเวลาที่เราทอดปกติอ่าฮับ เอาว่ามีกลิ่นหอม
ในระดับที่ยั่วน้ำลายให้แตกฟองได้ นี่ขนาดกินเข้าไปแล้วนะ
มานั่งปั่นบล็อคยังรู้สึกว่ากลิ่นตามมาหลอน โอ่ยยยยหมูหิ๊ววววววว!



กลิ่นมันยั่วชิมิล่ะลองกอง เสียใจนะจ๊ะดมได้แต่กลิ่น
เมนูนี้ของคนมิใช่ของแมว หม้อมิดชิดแบบนี้ดีทาสแมวไม่ต้องระวัง 555



ระหว่างรอทอดหมูเราก็เอาเวลามาใช้ในการเตรียมน้ำสลัดงาสไตล์ญี่ปุ่นกัน

ส่วนผสมดังนี้จ้า Smiley
- งาขาว
- มายองเนส
- โชยุ
- น้ำมันงา
- น้ำส้มสายชู
- น้ำตาล (เค้าใช้แบบแคลอรี่ต่ำแหละ)



- คั่วงาในกระทะเปิดไฟอ่อนๆเอาแค่พอเหลืองๆนวลๆนะฮะ
คือพอเราปิดไฟแล้วความร้อนที่งาสะสมอยู่จะทำให้งาสุกขึ้นอีก
ถ้าเราคั่วสีพอดีไว้แต่แรกพอเอาขึ้นพักไว้สีงาจะเข้มขึ้นอีกเยอะเลย

- พักงาไว้จนหายร้อนค่อยแบ่งออกมาครึ่งนึงโขลกเบาๆในครกเอาแค่พอหยาบๆ
โขลกละเอียดไปเค้าว่ามันไร้ซึ่งเท็กซ์เจอร์แต่ก็แล้วแต่คนชอบน้า
ที่ต้องทิ้งงาไว้ให้เย็นก่อนเพราะถ้าโขลกตอนร้อนๆงาจะแฉะๆติดครกฮับ

- ผสมโชยุ น้ำส้มสายชู และน้ำตาลใน อัตราส่วน 1:1:1
ทำปริมาณเท่าไหร่ก็ได้แล้วแต่เราเลยตามอัตราส่วนที่บอกไป
แต่สามารถลดเพิ่มได้เอารสที่เราชอบน้า บ้านเค้าชอบเปรี้ยวนำ Smiley



- นำส่วนผสมที่ได้ไปตั้งไฟอ่อนๆคนๆแค่พอให้น้ำตาลละลาย
ชิมรสเอาตามชอบชอบรสประมาณไหนก็ปรุงเพิ่มเอานะจ๊ะ

- ตักมายองเนสออกมาเป็นอัตราส่วน 2 เท่าของส่วนผสมอื่นๆ
สรุปอัตราส่วนคือ โชยุ : น้ำส้มสายชู : น้ำตาล : มายองเนส = 1:1:1:2
ถ้าอยากได้แคลอรีต่ำจริงๆลดปริมาณมายองเนสเหลือส่วนเดียวก็ได้นะฮร้า
ไม่ก็เลือกมายองเนสแบบไขมันต่ำ แต่ขอบอกผสมแบบเค้ามันเข้มข้นอาหย่อยกว่านะ อิอิ

- ค่อยๆตักน้ำสลัดที่ผสมไว้ราดลงในมายองเนสแล้วค่อยๆคนจนละลายหมด

- คนเข้ากันดีก็ใส่น้ำมันงาอันนี้กะเอาตามชอบบ้านเค้าใส่ไม่เยอะแค่พอให้มีกลิ่นช้อนเดียวพอ

- เติมงาที่โขลกไว้ลงไปคนๆให้เข้ากันเสร็จแล้วปิดท้ายด้วยงาเม็ดๆที่คั่วไว้
จะเห็นเป็นเม็ดงาลอยๆอยู่บนน้ำสลัดสวยงาม ปริมาณงานนี่ก็ใส่ตามชอบโลด
เสร็จแล้วจ้าน้ำสลัดงาสไตล์ญี่ปุ่นง่ายแท้สัดส่วนเป๊ะทำไงก็อร่อย Smiley



ท๊าดา....ครบเวลาหมูหนึ่งชิ้นใหญ่ใช้เวลาทอดแค่ 12 นาที
สุกกำลังดีสีสวยงามหน้าตาออกมาแบบหมูทอดที่เราทอดในน้ำมันเลยเริ่ดอ้ะ!
เคยเจอบางทีมันเป็นหม้อทอดแต่ทำออกมาแล้วหน้าตามันกลายเป็นอาหารอบ
เสียฟิลลิ่งหมดอาหารทอดมันต้องมีความเกรียมด้านนอกนิดๆด้านในนุ่มๆถึงจะฟินเน้อ Smiley

***เวลาจะหยิบหม้อทอดออกอย่าเผลอไปกดปุ่มตรงนิ้วโป้งด้านในนะจ๊ะ
มันเป็นปุ่มที่ไว้ปลดตัวตะแกรงออก เดี๋ยวตัวหม้อจะหล่นใส่เอาได้!!!




และมาดูอะไรนี่กัน เค้าเอาหมูใส่เพียวๆไม่ได้ใส่น้ำมันเลยนะ
แต่พอทอดเสร็จยกตะแกรงขึ้น เฮ้ยยยด้านล่างมีน้ำมันจากหมูออกมาเยิ้มเลย Smiley

***ส่วนของตะแกรงและที่รองน้ำมันสามารถล้างได้
โดยเทคนิคเค้าจะเทน้ำมันออกให้หมดแล้วนำไปแช่น้ำไว้
ทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงพวกคราบบนตะแกรงจะขัดออกง่ายขึ้นมากฮะ




เอิ่มมมม....นี่ขนาดไม่ได้ทอดในน้ำมันรีดน้ำมันจากหมูเองยังออกมาขนาดเน้
ถ้าทอดในน้ำมันด้วยผสมกะน้ำมันจากหมูด้วยเราฟาดไขมันกันไปเท่าไหร่เนี่ย ขนลุก Smiley
สิ่งนี้เลยที่ทำให้เค้าประทับใจเพราะปกติเห็นเค้ากินเก่งแบบนี้ไม่ชอบกินอะไรที่ติดมันนะฮร้า



ได้หมูทอดแบบเฮลท์ตี้ฝุดๆไม่ใช้น้ำมันแถมยังรีดน้ำมันออกด้วย
จัดแจงหั่นหมูให้เรียบร้อยเอาชิ้นพอคำตามขนาดปากของเรา
นี่ถ้าไม่ถ่ายรูปจะหั่นใหญ่กว่านี้แบบว่าปากกว้างกินไวชิ้นเล็กไปมันไม่สะใจเจ้ 555



ได้หมูทอดเนื้อนุ่มแบบแบบแสนจะง่ายดาย ยั่วน้ำลายป่ะล่า Smiley



แม่บ้านมือใหม่แอ๊บว่าทำอาหารเก่งได้เลยอ้ะหน้าตาสวยงาม ฮี่ๆ



หมูมาผักต้องมาจัดผักสลัดตามอัธยาศัย
บ้านเค้าเน้นผักครบทุกสีเพื่อสีสันและคุณค่าทางโภชนาการนะฮร้า



เรียงหมูทอดลงไปบนผักให้สวยงาม
น่ากินขนาดไหนกรุณาดูพรีเซ็นเตอร์ด้านหลัง
นี่เฝ้ามาตั้งแต่เริ่มทอดหมู เฝ้าดูไม่ห่างเลย
เสียใจอีกครั้งนี่ของเค้ามิใช่ของแมว!



ตักน้ำสลัดงาที่ผสมไว้ราดให้ชุ่ม กรี้ดดดดดหิวเอง ณ ตอนนี้ Smiley



สลัดหมูทอดแบบไม่ใช้น้ำมันราดด้วยน้ำสลัดงาสไตล์ญี่ปุ่นแบบทำเอง
ที่สุดค่ะที่สุดพูดเลย นี่ไม่ได้โม้นะอร่อยจริงๆทำง่ายด้วย
อยากชวนให้ไปลองทำกันดูแล้วมารายงานผลเค้าด้วยน้า Smiley



ซูมชัดๆให้อีกรูป ขอบอกว่าหมูนุ่มมว๊ากกกกด้านนอกเกรียมนิดๆ
กินกะผักกรอบๆ เคล้ากะน้ำสลัดที่มีกลิ่นงาหอมๆ ให้สั้นๆคำเดียว "ฟิน" Smiley



สรุป.........
Philips Airfryer เค้าว่ามันเริ่ดนะเป็นการทอดแบบที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกดี
คือชีวิตมันก็ต้องเอนจอยกับการกินบ้างไม่กินของทอดเลยก็กระไร
แต่ถ้าได้กินของทอดแบบที่ลดปริมาณน้ำมันได้มันก็ดีต่อสุขภาพมากกว่าอ่าน้า
แถมยังใช้งานง่ายเพราะมีให้เซ็ตแค่อุณหภูมิกะเวลา เหมาะกับแม่บ้านมือใหม่สุดๆ
เข้าครัวสวยๆทำอาหารสวยๆแบบไม่ต้องระวังน้ำมันกระเด็นให้เสียโฉม
แต่เค้าว่าขนาดตัวเครื่องมันใหญ่ไปนิดต้องใช้พื้นที่วางในครัวเยอะหน่อยฮะ
ซึ่งจริงๆที่เค้าดีไซน์มาไซส์พี่บิ๊กแบบนี้เพื่อให้สามารถทำอาหารชิ้นใหญ่ๆได้เลย
แบบทอดปลาได้ทั้งตัว ทอดหมูทอดไก่ได้ทีชิ้นใหญ่ๆจะได้ออกมาและน่าหม่ำนั่นเอง

นอกจากทอดเนื้อสัตว์หม่อมแม่ก็ลองเอาไปทอดเฟรนช์ฟรายแล้วดีงามกรอบทั่วถึง
โดยอาหารที่ได้ยังคงลักษณะของความทอดเอาไว้ แถมๆเค้าแนะนำนิดนึง
ว่าควรทานตอนร้อนๆเพราะการรีดน้ำมันออกจะทำให้เนื้อแห้งแข็งได้ง่าย
แต่ข้อดีคือจะคงความกรอบได้นานกว่าเพราะอาหารที่ทอดปกติจะอมน้ำมัน
ทำให้อ่อนตัวความกรอบหายไปไวกว่าจ้า อย่างไรก็ตามอาหารประเภททอด
มันก็ต้องหม่ำตอนเพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆนี่แหละเนอะถึงจะแหล่มสุด อิอิ
เอ้อเห็นในคู่มือว่าสามารถอบเค้กได้ด้วยอ้ะ ไว้ได้ลองแล้วจะมารายงานผลนะคร้าบ Smiley

-----------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณทาง Philips มากนะค้าที่ส่ง
Philips Airfryer มาให้
โดนใจมากอร่อยด้วย ได้สุขภาพด้วย เลิฟเลย Smiley
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้นะค้า

Airfryer Webpage
http://www.philips.co.th/e/airfryer/home.html

หลากหลายเมนูที่สามารถทำจาก Airfryer โดย Fanpage ชาวใต้หวัน
https://www.facebook.com/pages/I-Love-Philips-Airfryer/163566940375180

Tips ในการทำความสะอาด
http://www.youtube.com/watch?v=7q93To0kDQw

ใครลองทำแล้วได้ผลอย่างไรมาส่งการบ้านให้ชมกันบ้างน้า
หวังว่าเมนูนี้จะถูกใจกันคร้าบ จุ๊บๆ Smiley




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2557 23:33:17 น.  

Review : Jabs Clear Oil Film ฟิลม์ซับมันกลิ่นแอปเปิ้ลจากญี่ปุ่น [มีกิจกรรมชิงกระเป๋าหลุยส์ด้วยฮะ!]

กระดาษซับมัน......ไอเท็มติดกระเป๋าสาวๆหลายๆคน
บล็อคนี้เค้าจะมารีวิวซับมันยี่ห้อนึงจากประเทศญี่ปุ่นให้ชมกัน
แต่เค้าไม่ใช่กระดาษนะฮะเป็นแผ่นฟิลม์ซึ่งขึ้นชื่อว่าซับความมันได้ดีกว่า
จะน่าสนใจอย่างไรไปชมกันเลยจ้า Smiley



Jabs Oil Clear Film

แจ๊บส์ แผ่นฟิลม์ซับความมันสูตรออริจินัล (สีฟ้า)

30 แผ่น ราคา 54 บาท
50 แผ่น ราคา 82 บาท

----------------------------------------------------------

Jabs Oil Clear Film Apple
และกลิ่นแอปเปิ้ล(สีชมพู)

 23 แผ่น ราคา 54 บาท

สถานที่ซื้อ : 7-11, วัตสัน, บูทส์, โลตัส,
ท็อปส์, โฮม เฟรช มาร์ท และร้านค้าทั่วไปจ้า




ข้อมูลผลิตภัณฑ์

- แผ่นฟิล์มซับความมันคุณภาพดี อ่อนนุ่ม ไม่ขาด ยุ่ยง่าย
ผลิตจากบริษัท 3M ประเทศญี่ปุ่น

 - ซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ดีกว่ากระดาษซับมันทั่วไป ถึง 3 เท่า

- ซับได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้า โดย
ไม่ลบเลือนเครื่องสำอาง

- คงความชุ่มชื้นของผิวหน้า ให้กระจ่างใส หมดจดทันที



ลักษณะเป็นซองกระดาษมีแถบกาวสำหรับดึงแผ่นฟิลม์แบบอัตโนมัติ
เวลาใช้เอามือกดด้านหลังซอง แผ่นฟิลม์จะติดแถบกาวขึ้นมาฮะ



แผ่นฟิลม์เนื้อนุ่มแต่เนื้อเหนียว ดึงแล้วยืดได้ไม่ขาดออก
สองสีแผ่นฟิลม์เนื้อเดียวกันต่างกันที่กลิ่น
สีฟ้าเป็นสูตรออริจินัลคือไม่มีกลิ่น
ส่วนสีชมพูเป็นกลิ่นแอปเปิ้ลกลิ่นหอมน่ากินมากกกก
กลิ่นสดชื่น เฟรชๆดี ชอบแอบเปิดดม 555 Smiley



เทสรอบนี้ขอพกแจ๊บส์ออกไปตะลุยเยาวราชด้วยกัน Smiley



ปล่อยอาหมวยกะอาตี๋คืนถิ่นหน้ากลมกลืนกับบรรยากาศมากพูดเลย 555



มาเยาวราชแน่นอนฮร่ะมาตระเวนกิน 555
ขอแอบแนะนำเลยร้านเยาวราชโภชนาป้ายแดงๆหาไม่ยาก
เห็นร้านห้องแอร์เล็กๆแต่อาหารอร่อยกลมกล่อมมาก
ที่สำคัญคือราคาน่ารักน่าคบ 50-90 บาท
เค้าหม่ำไปสองคนสั่งสามอย่างน้ำสองแก้ว 176 บาทเท่าน้านนน



กลับมาเข้าเรื่องกันต่อพูดถึงเรื่องกินแล้วยาววว 555
เดินตะลอนๆกันมาพักใหญ่ไหนลองซับดูซิ



คุณแฟนเพิ่งเคยใช้ซับมันครั้งแรกเก้อๆกังๆ
กดๆไปตามแรงประสาผู้ชาย แผ่นฟิลม์แบบนี้เหนียวทนมือดีแฮะ



สีชมพูกลิ่นแอปเปิ้ลของเค้า สีฟ้าของคุณแฟน
ของคุณแฟนหน้าค่อนข้างมัน ตรงไหนมันซับแล้วจะสีเข้มขึ้น
ส่วนเค้าหน้าแห้ง นี่ขนาดโบกสกินแคร์เจ็ดเสต็บตามกันแดดต่อด้วยเมคอัพนะ
อยู่มาหลายชั่วโมงซับๆแทบไม่มีอะไรออกมาเลย ถ้าอากาศร้อนๆก็มีแค่เหงื่อ
ซึ่งฟิลม์ซับมันไม่ได้ช่วยซับเหงื่อนะฮะ ใครเหงื่อเยอะเค้าแนะนำว่า
เอาทิชชูซับเบาๆก่อนเน่อ แล้วค่อยเอาฟิลม์ซับมันกดซับเบาๆจ้า Smiley



เทสกะคนหน้าไม่ค่อยมันเดี๋ยวจะเห็นคุณสมบัติไม่ชัด
ลองเอามาเทสกับกันแดดและรองพื้นให้ชมกัน
หยดลงไปอย่างละนิดแล้วทิ้งไว้ชัดเลยว่าน้ำมันค่อยๆซึมออกมา
เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยเทสว่าตัวไหนน้ำมันเยอะกว่ากัน
คนผิวมันจะได้เลี่ยง เพื่อไม่เป็นการไปเพิ่มความมันให้ผิวเนอะ



โดยปกติเค้าไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ซับมันเท่าไหร่เวลาแต่งหน้า
เพราะซับมันบางชนิดมันไปดึงเอาเมคอัพให้หลุดออกไปด้วย
ยิ่งซับยิ่งทำให้หน้าด่างพอเติมเข้าไปสีก็ไม่เสมอดูหนาอีกต่างหาก
แต่อันนี้ลองเองแล้วเออสมคำเคลมนะว่าไม่ทำให้เครื่องสำอางลบเลือน
เมคอัพหลังซับยังอยู่ครบ แต่เวลาซับต้องซับอย่างเบามือ
ใช้การกดลงไปเบาๆ อย่าถูอย่าปาดนะจ๊ะ ไม่งั้นฟิลม์ดีแค่ไหนก็หลุด
ส่วนการเติมแป้งแนะนำให้ใช้แป้งที่ติดอยู่บนพัฟซับนิดหน่อยพอ
เพราะส่วนใหญ่ถ้าปาดแป้งใหม่แป้งติดพัฟมากไปมันจะไปกองๆบนหน้า
ทำให้หน้าดูหนาและเป็นคราบได้ เติมแต่น้อยไม่พอค่อยซับเพิ่มจ้า

สรุปว่าเป็นฟิลม์ที่เนื้อนุ่มแต่เหนียวดีไม่ขาดง่าย
ซับน้ำมันได้ดีโดยที่ไม่ทำให้เครื่องสำอางหลุด
หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ราคาเฉลี่ยต่อแผ่น 1.50 - 2.50 บาท ก็ไม่ได้แพงมาก
จัดว่าเป็นไอเท็มนึงที่น่าสนใจสำหรับใครที่เสพย์ติดซับมันฮะ Smiley



เดี๋ยวก่อน!!! ก่อนจบรีวิวอย่าพลาดไปร่วมลุ้นชิงกระเป๋าหลุยส์กันนะฮะ
อันนี้สำหรับลูกค้า 7-11 โดยเฉพาะเลยเพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์แจ๊บส์รุ่นใดก็ได้
ที่ 7-11 ครบ 50 บาทขึ้นไป
สามารถส่งเลขที่ใบเสร็จ พิมพ์ R#
ตามด้วยเลขที่ใบเสร็จ 10 หลัก ไปที่ SMS 4712700 (ครั้งละ 3 บาท)
ตั้งแต่ วันนี้ – 25 ส.ค. 2557  นะค้า Smiley

***สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร 7-11 Value card ได้สิทธิ์เพิ่มอีก 3 ต่อ
ต่อที่ 1.  เพิ่มสิทธิ์ลุ้นรางวัลกระเป๋าหลุยส์วิตตองอีก 10 สิทธิ์
ต่อที่ 2.  รับแต้มเพิ่มทันที 500 แต้ม เมื่อซื้อสินค้าแจ๊บส์ฟิล์มซับมัน 1 ชิ้น
ต่อที่ 3.  ผู้ถือบัตร 7-11 Value card มีสิทธิ์ลุ้นรับแต้มเพิ่ม
อีก 50,000 คะแนน จำนวน 20 รางวัล (แจกเดือนละ 10 รางวัล)




ภาพของรางวัลช่างยั่วยวนยิ่งนักอยากได้สปีดี้ๆ Smiley
จับรางวัลครั้งที่ 1:  วันที่ 31 ก.ค. 2557 และประกาศรางวัลวันที่ 5 ส.ค. 2557
จับรางวัลครั้งที่ 2:  วันที่ 31 ส.ค. 2557 และประกาศรางวัลวันที่ 5 ก.ย. 2557
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และประกาศผลรางวัลทาง
www.facebook.com/jabsbeauty และ www.cpconsumer.com จ้า




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2557 20:39:45 น.  

Review : แอล-คาร์นิทีน คืออะไร? ช่วยควบคุมน้ำหนักได้จริงหรือ? by Verena L-Carnitine Apple Plus

แอล-คาร์นิทีน.......คุ้นชื่อนี้กันใช่ไหมคะ?
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
แต่น้อยคนเนอะที่จะมานั่งศึกษาว่าสารตัวนี้คืออะไร
ทำงานอย่างไร ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
ต้องทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์ รวมถึง
มีผลข้างเคียงไหม

บล็อคนี้เลยอยากให้ใครที่กำลังสนใจจะเลือกทานอยู่ได้อ่านกัน
เค้าพยายามหาข้อมูลจากหลายๆแหล่งมาสรุปให้อ่านกันแบบง่ายๆ
และจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่องความรู้สึกในการทดลองทานเอง
ให้ชมกันค่ะ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนเลยว่าเจ้า
แอลคาร์นิทีนนี้คืออะไร?

--------------------------------------------------------------


Credit : www.lovefit.com

+++ L-Carnitine [แอล-คาร์นิทีน] คืออะไร? +++

แอลคาร์นิทีน คือ สารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้เอง
ที่ตับและไตของเรา โดยสังเคราะห์จากกรดอะมิโนสองชนิด
คือ L-Lysine และ L-Methionine โดยต้องอาศัยตัวเร่งในการสังเคราะห์
ได้แก่ วิตามิน บี-3, วิตามิน บี-6, วิตามิน ซี, และธาตุเหล็ก

เมื่อสร้างแล้วจะสะสมในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) เป็นหลัก
นอกจากนี้ยังสะสมในหัวใจ สมอง อสุจิ และเนื้อเยื่ออื่นๆ
ที่สามารถใช้พลังงานจากกรดไขมัน (fatty acid oxidation) ได้
แอล-คาร์นิทีนส่วนเกินจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ และน้ำดี

--------------------------------------------------------------

+++ L-Carnitine สามารถพบได้ในอาหารประเภทใดบ้าง? +++

แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) มาจากภาษาละติน แปลว่า เนื้อสด
เนื่องจากครั้งแรกสกัดได้จากกล้ามเนื้อของหมู
ดังนั้นจึงพบได้มากในอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ เนื้อแดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม
ส่วนในพืชก็เช่นถั่วและเมล็ดพืช >>> ฟักทอง , ทานตะวัน , งา ,
ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วแขก, ถั่วลิสง
ผัก >>> อาร์ติโชค, หน่อไม้ฝรั่ง, หัวผักกาดเขียว, บร็อคโคลี่, กะหล่ำดาว,
กระเทียม, ผักกาดเขียวปลี, กระเจี๊ยบมอญ, พาสลี่ย์, คะน้า
ผลไม้ >>>แอปปริคอท, กล้วย ธัญพืช  ข้าวโพด, ลูกเดือย, ข้าวโอ๊ต,
รำข้าว, ข้าวไรย์, ข้าวสาลี, รำข้าวสาลี, จมูกข้าวสาลี

โดยทั่วไปร่างกายได้รับแอลคาร์นิทีนจากอาหารประมาณร้อยละ 75
ที่เหลือจึงได้จากการสังเคราะห์ภายในร่างกาย
ปริมาณที่แนะนำต่อวันโดยนับจากทั้งในอาหารปกติ
รวมกับในอาหารเสริมคือไม่ควรเกิน 5,000 มิลลิกรัม!!!

--------------------------------------------------------------

+++ L-Carnitine ทำงานอย่างไรในร่างกายของเรา? +++

หน้าที่หลักของ แอลคาร์นิทีน คือ ขนส่งกรดไขมันผ่านไมโตรคอนเดรีย
หรือเรียกไมโตรคอนเดรียง่ายๆว่าเป็นโรงงานผลิตพลังงานระดับเซลล์ของเรา

ก็คือทำให้เซลล์ดึงไขมันเข้ามาเผาผลาญ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน
สรุปจึง
แอลคาร์นิทีน ช่วยลดปริมาณไขมันสะสมในร่างกายนั่นเอง!

--------------------------------------------------------------

+++ L-Carnitine ช่วยคุมน้ำหนักได้อย่างไร? +++


ได้ทราบหน้าที่ของ
แอลคาร์นิทีน กันไปแล้วว่าช่วยดึงไขมันใช้
แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งดีใจไปว่างี้เราก็ซื้อ
มากินไขมันก็ลดได้เลยซิ
คิดผิดถนัดเพราะร่างกายจะสร้างพลังงานเมื่อเราต้องใช้พลังงาน
ดังนั้นถ้าเราใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไปไม่ได้ออกกำลังกาย
ร่างกายก็ไม่จำเป็นต้องสร้างพลังงานอะไรมากมาย
กินแอลคาร์นิทีนเข้าไปมันก็ไม่ได้ไปช่วยอะไรเลยนะฮะ!!!

แต่
แอลคาร์นิทีน จะเห็นผลในกลุ่มของคนที่ "ออกกำลังกาย"
เพราะเมื่อออกกำลังกายร่างกายมีการใช้กล้ามเนื้อจึงต้องการพลังงานสูง
แอลคาร์นิทีนก็จะไปดึงกรดไขมัน เข้าสู่โรงงานผลิตเพื่อสร้างพลังงานออกมานั่นเอง

ชัดเจนนะคะขั้นแรกต้องทำให้ร่างกายต้องการใช้พลังงานก่อน
แอลคาร์นิทีนถึงจะทำงานในการดึงไขมันสะสมมาใช้
จึงขอสรุปผลในเรื่องการคุมน้ำหนักว่าไม่ได้มีผลเรื่องคุมหรือลดน้ำหนักโดยตรง
แต่มีผลในการลดไขมันสะสมถ้าทานร่วมกับการออกกำลังกายเท่านั้นค่ะ!!!


--------------------------------------------------------------

+++ ทาน L-Carnitine แล้วควรออกกำลังกายแบบใด? +++


เหมาะกับการออกกำลังกายในแบบเมแทบอลิซึมที่ต้องการออกซิเจน (aerobic metabolism)
ได้แก่ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิก (Aerobic exercise) 

ก็คือการออกกำลังกายที่ไม่เน้นการใช้พลังจากมัดกล้ามเนื้อในระดับรุนแรง
แต่มุ่งเน้นไปที่การขยับเขยื้อนร่างกายซึ่งมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น
ซึ่งเมื่อออกกำลังกายแบบนี้จนถึงระดับคาร์ดิโอการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น 60% -85%
ทำให้ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สังเกตจากการหายใจที่จะถี่ขึ้น
ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เต้นแอโรบิก , วิ่ง , ปั่นจักรยาน , ว่ายน้ำ เป็นต้น
โดยจะให้ได้ประโยชน์ ต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที ค่ะ

นอกจากประโยชน์ในการช่วยดึงไขมันมาใช้แล้ว
แอลคาร์นิทีนยังช่วยเพิ่มสมรรถนะของการออกกำลังกายอีกด้วย
โดยยืดระยะเวลาที่จะเริ่มรู้สึกเหนื่อย เนื่องจากแอลคาร์นิทีนมีส่วนช่วย
ในการลดปริมาณ Lactate ที่จะสะสมเป็นกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อล้า ปวดเมื่อย หรือเป็นตะคริวค่ะ

--------------------------------------------------------------

+++ ทาน L-Carnitine ช่วงเวลาใดดีที่สุด ? +++


ทานก่อนออกกำลังกาย ประมาณ 20-30 นาที
ไม่ควรทานต่อเนื่องติดต่อกันนานเกิน 6 เดือน
อาจจะทำให้ร่างกายขาดกรดอะมิโนตัวอื่นได้

--------------------------------------------------------------

+++ ใครบ้างไม่ควรทาน L-Carnitine ? +++


ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารประเภทโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี
ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริมแอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด!!!
รวมไปถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กและสตรีมีครรภ์

ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่จำเป็น หรือต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

--------------------------------------------------------------



ได้ทำความรู้จักกับแอลคาร์นิทีนกันไปแล้วทีนี้มาชมรีวิวกันบ้างเนอะ
กับยี่ห้อที่เราค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมีวางจำหน่ายทั่วไป ก็คือ....

Verena L-Carnitine Apple Plus
เวอรีน่า แอล-คาร์นิทีน แอปเปิ้ล พลัส



ตามชื่อผลิตภัณฑ์ว่าเป็นแอปเปิ้ลพลัส
ส่วนผสมหลักจึงเป็น ผงแอปเปิ้ลสายพันธุ์พิเศษจากญี่ปุ่น 8,150 มก.
ซึ่งข้อดีของแอปเปิ้ลคือมีน้ำตาลฟรุกโตสที่จะค่อยๆเป็นรูปเป็นพลังงานอย่างช้าๆ
ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มนานขึ้น รวมถึงมีวิตามิน A , B1 , B2 , B6
และกรดอินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย
อย่างที่เรารู้ๆกันเนอะว่าแอปเปิ้ลนี่จัดเป็นผลไม้นางเอกของคนที่ต้องการคุมน้ำหนักเลย

อินนูลิน (Inulin) 3,350 มก. คือ ใยอาหารที่มีรสหวานคล้ายน้ำตาล
แต่ไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารจึงไม่เพิ่มพลังงานและน้ำตาลให้ร่างกาย

แอล-คาร์นิทีน แอล ทาร์เทรต (L-Carnitine L-Tartrate)
ปริมาณ 500 มก. เป็นสารประกอบที่ให้ปริมาณแอลคาร์นิทีน 68.2%
ข้อมูลผลิตภัณฑ์แจ้งว่าตัวนี้เป็นสารที่นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสค่ะ

วิตามินซี (Vitamin C) 60 มก. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
และเป็นหนึ่งในสารตัวเร่งที่ร่างกายใช้ในการสังเคราะห์แอลคาร์นิทีน

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10)
30 มก.ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

โครเมี่ยม พิโคลิเนต (Cromium picolinate)
ปริมาณ 1 มก. ให้โครเมี่ยม (Cr) 12.43%
ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกาย



ขนาดบรรจุ 1 กล่อง มี 10 ซอง (ซองละ 15 กรัม)
ราคากล่องละ 450 บาท



สถานที่จำหน่ายคือมีเยอะมากกกกตามภาพเลยฮะรวมถึงร้านขายยาชั้นนำทั่วไป
ทางออนไลน์ก็ที่ www.1607easyshopping.com หรือ Call Center 1607



ลักษณะจะเป็นผงให้ชงละลายในน้ำหนึ่งแก้ว
จะเป็นน้ำร้อน น้ำธรรมดา หรือน้ำเย็นได้หมด
คนๆแป๊บเดียวละลายง่ายมากไม่จับตัวเป็นก้อน
ตัวผงเป็นสีขาวแต่คนให้ละลายแล้วจะกลายเป็นสีเขียวอ่อนๆ
รสชาติบอกเลยว่าอร่อยดี ชอบกลิ่นแอปเปิ้ลอยู่แล้ว
พอมีรสหวานอมเปรี้ยวเลยรู้สึกสดชื่น เค้าชอบชงกะน้ำเย็นรู้สึกเฟรชดี



วิธีการทานตามคำแนะนำข้างกล่องคือ
ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอนทุกวันแล้วดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
แต่จากข้อมูลด้านบนถ้าจะทานเพื่อหวังผลให้แอลคาร์นิทีนทำงานได้ดี
เค้าเองแนะนำให้ทาน ก่อนการออกกำลังกายซัก 20-30 นาที

แต่จากส่วนผสมหลักแล้วถ้าจะเน้นที่ประโยชน์จากผงแอปเปิ้ลและอินนูลิน
ที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักด้วยลักษณะการเป็นไฟเบอร์ที่ช่วยให้อิ่มท้อง
ก็สามารถทานได้ทุกวันวันละ 1 ซองก่อนมื้ออาหาร
เพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่มไวขึ้นจะได้ลดปริมาณในการทานอาหารลงค่ะ

***ย้ำๆๆๆอีกครั้งคนที่มีอาการแพ้โปรตีนพวกไข่หรือเนื้อสัตว์
และผู้มีปัญหาเรื่องตับ/ไต ไม่ควรรับประทานนะคะ!!!




โดยส่วนตัวเค้าเป็นคนออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว
จึงเลือกที่จะทานก่อนการออกกำลังกายสัก 30 นาที
ด้วยความที่เป็นแบบชงแล้วต้องทานน้ำตามอีกแก้วนึง
ยังไงดื่มเสร็จก็ลงไปออกกำลังกายไม่รอดอยู่ดีมันจุกค่ะ 555

นั่งพักยืดเส้นยืดสายไปเบาๆก่อนแล้วค่อยลงไปออกกำลังกายจริงจัง
การออกกำลังกายที่เค้าชอบสุดคือเล่นเครื่อง Elliptical ซึ่งเป็นคาร์ดิโอแบบนึง
ซึ่งจะเล่นต่อเนื่อง 30-60 นาทีเป็นปกติ ไม่มีการหยุดพัก

วันที่ทดลองทาน
Verena L-Carnitine Apple Plus ก่อนลงไปออกกำลังกาย
สิ่งที่สังเกตได้คือเหงื่อไวและออกค่อนข้างมากกว่าวันปกติ
วันนั้นที่เทสคือ
Elliptical ต่อเนื่อง 40 นาที แล้วปั่นจักรยานต่ออีก 60 นาที
เรื่องทำให้เล่นได้ทนขึ้นไหมเค้าเองก็ไม่แน่ใจเพราะปกติก็ค่อนข้างถึกอยู่แล้ว 555
คือถ้าเราออกกำลังกายประจำจนกล้ามเนื้ออยู่ตัว
มันจะไม่ค่อยรู้สึกล้าหรือมีอาการปวดเมื่อยอยู่แล้วอ่าฮะ
เอาว่าเค้าไม่รู้สึกเรื่องอื่นเท่าไหร่ยกเว้นเรื่องเหงื่อที่ค่อนข้างสังเกตได้เนอะ



สรุปสำหรับ
Verena L-Carnitine Apple Plus
ด้วยส่วนผสมสามารถทานได้ทุกวันเพราะเค้าเน้นสารบำรุงตัวอื่นๆ
คือผงแอปเปิ้ลและอินนูลินซึ่งจัดว่ามีมากกว่าปริมาณของแอลคาร์นิทีน
เมื่อเทียบอัตราส่วนแล้วต่อหนึ่งซองจะมี
แอลคาร์นิทีนอยู่ที่ 341 มก.
จัดว่าไม่ได้มากเลยเมื่อเทียบกับปริมาณที่ร่างกายสามารถรับได้ต่อวัน (5,000 มก.)
ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายจะทานเพื่อเน้นประโยชน์จากสารตัวอื่นก็ไม่เสียหายอะไร

แต่ไหนๆถ้าเค้ามีใส่แอลคาร์นิทีนมาให้แล้ว
เค้าว่าก็กินแล้วไปออกกำลังกายจะคุ้มกว่าได้ประโยชน์ครบถ้วน
ยิ่งถ้าอยากกินเพื่อหวังในเรื่องการควบคุมน้ำหนักหรือดูแลรูปร่างด้วยแล้ว
การทานอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวนี่ไม่ช่วยอะไรนะคะ
ต้องจำกัดอาหาร เลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
ถึงจะทำให้มีหุ่นดีแบบมีสุขภาพดีได้อย่างถาวร
ทางลัดไม่มีจริงชีวิตต้องมีการลงทุนกว่าจะอ้วนนี่ก็กินเข้าไปตั้งหลายปี
ดังนั้นกว่าจะผอมก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน วินัยในตัวเองคือสิ่งที่สำคัญสุด สู้ๆจ้า

อาหารเสริมก็คืออาหารเสริมไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะยึดเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง
แต่ถ้าไม่มีปัญหาที่จะจ่ายและอยากลองทานจริงๆแนะนำให้เลือกแบบที่ปลอดภัยจริงๆ
มีแหล่งผลิต มีอย.ชัดเจน โดยเฉพาะแอลคาร์นิทีนเป็นตัวที่โดนยั่วยวนให้ซื้อได้ง่าย
แต่มีความอันตรายอยู่มากตรงที่ถ้าเป็นอาหารเสริมแอลคาร์นิทีนแบบไม่มีมาตรฐาน
เค้าอาจจะใส่สารในกลุ่มที่เป็นยาลดความอ้วนมาด้วย
เพื่อให้เราเห็นผลชัดเจน
สังเกตคร่าวๆได้ว่าถ้าหลังทานโดยยังไม่ได้ออกกำลังกาย
แต่กลับมีอาการร้อนวูบวาบ ชีพจรเต้นเร็ว มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น
พึงระวังไว้ได้เลยค่ะว่าอาหารเสริมนั้นๆอาจจะไม่ปลอดภัย!!!

--------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Verena ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองนะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมหรือสอบถามได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า

http://verena.co.th

https://www.facebook.com/VerenaInternational





ท้ายนี้ฝากเอาไว้ขอเป็นกำลังใจให้สาวๆทุกคน
หันมาดูแลสุขภาพกันด้วยการออกกำลังกายกันนะค้า
อยากให้เน้นเรื่องสุขภาพเป็นอันดับแรกก่อน ส่วนหุ่นดีที่ได้คือของแถม

ใครที่ยังไม่เคยเริ่มออกกำลังกายแนะนำเลยว่าอย่าคิดเยอะ
คนไม่เคยออกและอยากผอมไวๆชอบนั่งคิดนั่งคำณวน
ต้องเล่นอะไร ใช้เวลาแค่ไหน อะไรเบิร์นได้มากสุด
ต้องเบิร์นให้ได้วันละเท่าไหร่ กี่วันน้ำหนักถึงจะลด กี่เดือนจะผอม
คือมัวแต่คิดเลยไม่ได้เริ่มเสียทีนี่จิ พอคิดมากไปตั้งเป้าไว้เยอะ
ลองทำแล้วทำไม่ได้ก็เลยเกิดเป็นความท้อขึ้นมาสรุปก็เลยเลิกออกกำลังกายซะงั้น

ดังนั้นใครเพิ่งเริ่มไม่ต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยเลย
เอาแค่ว่าเข็นตัวเองมาออกกำลังกายให้ได้บ่อยและสม่ำเสมอที่สุดเป็นพอ
และทำไปเท่าที่ทำได้อย่าฝืนร่างกาย คนไม่เคยออกพอปวดเมื่อยก็จะไม่อยากเล่น
ค่อยๆเริ่มไปค่ะทำไปทีละนิดแล้วค่อยๆเพิ่มระยะเวลาวันละ 5-10 นาที
พอร่างกายอยู่ตัวเดี๋ยวก็ชิลเล่นได้ 45 นาทีแบบไม่รู้สึกอะไรไปเอง
ทุกครั้งที่เอาชนะใจตัวเองได้เล่นได้นานขึ้นแม้แค่ 5 นาที
มันจะมีความฟินแบบบอกไม่ถูกนะพูดเลย ของแบบไม่เชื่อต้องลองๆ Smiley

ส่วนเรื่องต้องเล่นแค่ไหนถึงจะผอม ถึงจะเฟิร์ม
ไม่มีใครตอบให้เราได้เพราะระบบเผาผลาญเราต่างกัน
อยากหุ่นดีถาวรต้องปรับสมดุลของระบบร่างกายให้ได้ค่ะ
เลือกทานอาหารและออกกำลังกายให้ร่างกายค่อยๆเพิ่มระดับการเบิร์น
รวมถึงอย่างลืมปรับการใช้ชีวิตประจำวันด้วยพยายาม
แอคทีฟเข้าไว้
ลุกเดินขยับเยอะๆแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายนะจ๊ะ สสส.เค้าบอกมา อิอิ

--------------------------------------------------------------

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กันตั้งใจเขียนจริงๆยาวไปนิดแต่อยากให้ได้อ่านกันน้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยคร้าบ

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2557 1:57:24 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 331 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.