Group Blog
 
All blogs
 

Preview : Garnier Sakura White Sleeping Essence ไนท์ครีมเนื้อเจลสูตรเข้มข้นชุ่มชื่นเหมือนมาส์ก



สวัสดีค่ามีไนท์ครีมสูตรใหม่จาก Garnier มาอัพเดทให้ชมกัน
เป็นไลน์ที่สาวไทยชื่นชอบกันมากนั่นก็คือไลน์ไวท์เทนนิ่ง Sakura White นั่นเอง
ซึ่งตอนนี้เค้ามีทั้งเซรั่ม เดย์ครีม และไนท์ครีม รวมถึงโฟมล้างหน้ากับมาส์กอีกด้วย

จุดเด่นของไลน์
Sakura White แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆตรงที่ไม่ใช่เน้นแค่ความขาว
แต่เน้นช่วยบำรุงให้ผิวกระจ่างใสอมชมพู ซึ่งจะดูเป็นผิวที่มีสุขภาพดี
ไม่ว่าสาวๆโทนสีผิวไหนก็อยากมีผิวที่ดูสดใสมีเลือดฝาดไม่ใช่ซีดๆเซียวๆเนอะ
ซึ่งส่วนผสมหลักของเค้าก็ตามชื่อเลยคือ สารสกัดจากซากุระ (Sakura Extract)
ที่มีคุณสมบัติในการบำรุงและฟื้นฟูผิวหนัง ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
ความน่าสนใจของไนท์ครีมก็คือเค้าเพิ่มสารสกัดจากซากุระมาเป็นสองเท่าของเดย์ครีม
ไปชมรายละเอียดของไนท์ครีมตัวนี้พร้อมๆกันเลยจ้า



Garnier Sakura White
Pinkish Radiance Sleeping Essence

การ์นิเย่ ซากุระ ไวท์ พิงคิช เรเดียนซ์ สลีปปิ้ง เอสเซนส์


ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางคืนสูตรเข้มข้น

-----------------------------------------------------------------------

ขนาดและราคา

18 มล. ราคา 119 บาท
50 มล. ราคา 279 บาท

หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วไปจ้า



บรรจุภัณฑ์เป็นกระปุกแก้วทึบแสงป้องกันการเสื่อมจากแสงได้ดี
แต่ต้องระวังในเรื่องของการเสื่อมจากอากาศและสิ่งสกปรก
ที่จะลงไปเจือปนเวลาปาดเนื้อครีมออกมาใช้
ควรล้างมือให้สะอาดหรือใช้ไม้พายในการปาดเนื้อครีม

กระปุกของเดย์ครีมและไนท์ครีมจะคล้ายกันมากกกกระวังหยิบใช้ผิดนะฮะ
ถ้าดูด้านหน้ากระปุกจากภาพบน ไนท์ครีมจะมีแถบเส้นสีน้ำเงินเล็กๆ
แต่สังเกตง่ายสุดคือด้านหลังกระปุก
เดย์ครีมเป็นแถบสีชมพู ส่วนไนท์ครีมจะเป็นแถบสีน้ำเงิน
นอกจากดูแถบสีแล้วสังเกตจากเนื้อครีมก็ได้ฮะเป็นเนื้อคนละแบบเลย
เดย์ครีมจะเป็นเนื้อครีมทึบแสงสีขาวอมชมพู ไนท์จะเป็นเนื้อเจลสีชมพูเข้มกว่าเล็กน้อย

***สกินแคร์ทุกชนิดไม่มีความจำเป็นต้องแช่ตู้เย็นนะคะ
โดยเฉพาะครีมแบบกระปุกเนื่องจากจะทำให้ครีมเสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วกว่าปกติอีกด้วย
เนื่องจากมีการเปลี่ยนอุณหภูมิไปมาถ้าไม่แช่ต่อเนื่อง
และในตู้เย็นที่มีการแช่อาหารจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่มากมาย
ครีมแบบกระปุกที่ต้องเปิดปิดในการตักครีมจะเสี่ยงต่อการเจือปนของแบคทีเรียได้ง่าย
ดังนั้นการเก็บครีมที่ดีที่สุดคือไว้ในห้องอุณหภูมิปกติโดยเลี่ยงแค่ความร้อนกับแสงแดดก็เพียงพอค่ะ




เนื้อและกลิ่นของผลิตภัณฑ์

ปาดเทียบกันจะสังเกตเห็นได้เลยว่าเดย์กับไนท์เนื้อเป็นคนละแบบ
เดย์ครีมจะเป็นเนื้อครีมสีขาวอมชมพูทึบแสง หลังทาสีผิวจะดูขาวขึ้นทันที
เนื่องจากเดย์ครีมมีส่วนผสมของสารกันแดด Titanium Dioxide นั่นเอง

ส่วนไนท์ครีมมีลักษณะเป็นเนื้อเจลมีเท็กซ์เจอร์นุ่มลื่นเกลี่ยง่าย
ทาแล้วไม่ทำให้สีผิวเปลี่ยน เนื้อชุ่มชื่นทาแล้วสัมผัสได้ว่าผิวดูนุ่มๆขึ้น

เค้าว่าเนื้อครีมให้ฟิลเหมือนพวกสลีปปิ้งมาส์กเลยหล่ะ
หลังทาไม่มันหรือเหนอะหนะแต่จะให้ความรู้สึกเป็นฟิลม์บางๆเคลือบบนผิว

กลิ่นของเดย์กับไนท์เป็นกลิ่นแนวดอกไม้สดชื่นๆสดชื่นๆ
กลิ่นดอกซากุระแบบเดียวกัน แต่กลิ่นของไนท์จะอ่อนกว่าเดย์ครีมนิดนึงค่ะ





ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากทางแบรนด์

ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางคืนสูตรเข้มข้น ด้วยเนื้อครีมที่เนียนนุ่มพิเศษ
แต่ซึมซาบเร็วดุจเอสเซนส์ อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดจากซากุระเอสเซนส์ที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า
ผสานสารสกัดธรรมชาติจากผลไม้และวิตามินซีจี ตรงเข้าปรนนิบัติและฟื้นบำรุงผิว
ในระหว่างการนอนหลับ ให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกดุจมาส์ก
ชุ่มชื่นยาวนานถึง12 ชม. ให้จุดด่างดำดูลดเลือน ผิวแลดูเรียบเนียน
เผยผิวอมชมพูสะพรั่ง นุ่มเด้ง เปล่งปลั่งทุกเช้า และเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
ผิวดูกระจ่างใสเปล่งประกายอมชมพูขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 2   สัปดาห์


ส่วนผสมตัวชูโรง
สารสกัดจากซากุระ (Sakura Extract)
ตามในส่วนผสมจะใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Prunus Yedoensis Leaf Extract
จากงานวิจัยพบกว่าสารสกัดจากซากุระมีคุณสมบัติในการบำรุงและฟื้นฟูผิวได้ดี
มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) ช่วยให้ผิวดูเต่งตึงสดใด
จุดเด่นหลักที่ทางการ์นิเย่นำมาเป็นคุณสมบัติหลักคือช่วยลดเลือนจุดด่างดำ
ให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วยคุณสมบัติในการยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีเมลานิน (Tyrosinase)

นอกจากสารสกัดจากซากุระแล้วยังเน้นส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติอีกหลายตัว
ไม่ว่าจะเป็น Citrus Limon Fruit Extract , Lemon Fruit Extract ,
Jasmine Flower Extract , Nymphaea Alba Flower , Sugar Cane Extract
ฯลฯ
ซึ่งส่วนใหญ่มักมีฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินที่เค้ายกมาเป็นตัวเด่นอีกหนึ่งตัวอาจจะเป็นชื่อที่เรายังไม่คุ้นมากนัก
นั่นก็คือ "วิตามินซีจี : Vitamin CG : Ascorbyl Glucoside"
ปกติเรามักพบว่าสกินแคร์ในไลน์ไวท์เทนนิ่งมักจะมีส่วนผสมของวิตามินซี
เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
ช่วยป้องกันเซลล์ผิวหนังที่ถูกทำลายโดยแสงแดด ช่วยลดจุดด่างดำ
แต่เนื่องจากวิตามินซีนั่นสลายตัวได้ง่าย จึงได้มีการนำไปเกาะกับน้ำตาลกลูโคส
เพื่อให้มีความคงตัวมากขึ้นสลายได้ยากขึ้นจึงกลายเป็น Ascorbyl Glucoside
Vitamin C+G (Glucose) เมื่อร่างกายรับวิตามินซีจีเข้าไปแล้ว
เอนไซม์ในผิวหนังเราสามารถย่อยพันธะกลูโคสออกได้
ทำให้ร่างกายสามารถดึงวิตามินซีไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

***ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แต่มีส่วนผสมของน้ำหอมค่ะ



สรุปเค้าว่าไนท์ครีมตัวนี้น่าสนใจตรงที่ให้ความชุ่มชื่นได้ดีแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง
ขอบอกว่าความชุ่มชื่นจำเป็นมากๆในการบำรุงยามค่ำคืน เนื่องจากส่วนใหญ่เรามักจะนอนห้องแอร์
ซึ่งจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่นได้มาก ผิวที่ขาดความชุ่มชื่นจะดูแห้งกร้าน
ทำให้ตื่นมาผิวดูไม่สดใส ซึ่งเดย์ครีมมักจะทำเนื้อที่บางเบากว่าเพื่อไม่ให้รู้สึกเหนอะหนะ
ถ้านำมาใช้แทนไนท์ครีมก็อาจจะให้ความชุ่มชื่นได้ไม่เพียงพอค่ะ
ซึ่ง Day Cream มีค่า SPF ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเหมาะกับการใช้ตอนกลางวันจ้า

แต่ถามว่าไนท์ครีมใช้แทนเดย์ครีมได้ไหม ตอบให้ว่าได้แต่จะเหมาะกับคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง
เพราะไนท์ครีมจะเน้นให้ความชุ่มชื่นแบบยาวนานเนื้อจึงค่อนข้างข้นกว่าเดย์นั่นเองค่ะ
แถมทริกให้สำหรับคนที่มีผิวมันและผิวผสมเค้าไม่แนะนำให้แต้มครีมแบบ 5 จุด
เพราะ 3 จุด หน้าผาก จมูก คาง คือจุดที่มีต่อมไขมันมาก ผลิตน้ำมันเยอะ
การทาครีมในจุดทีโซนมากเกินไปทำให้หน้าเยิ้มได้ไว
จึงแนะนำให้แต้มบริเวณแก้มมากหน่อยแล้วส่วนที่เหลือค่อยทาทีโซน
ก็จะช่วยให้ผิวในจุดที่แห้งได้รับความชุ่มชื่นเพียงพอและไม่เพิ่มภาระความมันให้ทีโซนจ้า

ข้อดีของการใช้ไนท์ครีมอีกหนึ่งอย่างก็คือช่วยให้ความมันระหว่างวันลดลง
อ๊ะอย่าเพิ่งงงเพราะผิวเราผลิตน้ำมันออกมาเพื่อทำการเคลือบผิวกันความชุ่มชื่นระเหยออก
ผิวที่ขาดการบำรุงและมีความชุ่มชื่นน้อยก็จะยิ่งผลิตน้ำมันมาเคลือบผิวมากขึ้น
ทำให้หน้ามันเยิ้มแต่ผิวกลับดูแห้งกร้าน ดังนั้นการบำรุงให้ผิวชุ่มชื่นมีน้ำหล่อเลี้ยงพอดี
ก็จะทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาน้อยลงนั่นเอง

ฝากทิ้งท้ายไว้ใครที่ต้องการใช้สกินแคร์ในกลุ่มไวท์เทนนิ่งให้เห็นผล
ต้องควบคู่กับการทากันแดดและเลี่ยงแดดนะฮะ
เพราะแดดคือสาเหตุของปัญหาผิวหมองคล้ำถ้าบำรุงแต่ไม่ป้องกันมันก็ไม่ค่อยช่วยอะไรเน่อ

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Garnier ที่ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ทดลองนะคะ
รายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมเข้าไปชมหรือสอบถามได้ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ

www.garnierthailand.com/sakura-white-night

www.facebook.com/GarnierThailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า Smiley




 

Create Date : 24 กันยายน 2557    
Last Update : 1 ตุลาคม 2557 19:26:48 น.  

Review : NIVEA MEN Extra White Quick Water Break serum ตบแตกทาซึมเลย!

สวัสดีค่าบล็อคนี้จัดมาเอาใจคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงที่มีคู่ชู้ชื่น อิอิ
เพราะจะมารีวิวสกินแคร์สำหรับคุณผู้ชายให้ชมกัน
เชื่อว่าทุกคนต้องได้เห็นโฆษณากันมาแล้ว ดูครั้งเดียวจำได้แน่นอน
กับ NIVEA MEN Extra White Quick Water Break serum
สโลแกนเค้าจี๊ดมากฟังทีเดียวรู้เรื่อง...ตบ แตก ทา ซึม เลย !!!
คิดว่าหลายคนคงเรียกกันสั้นๆเหมือนเค้าแน่ อิอิ >>> ครีมน้ำแตก 555 Smiley
ไปชมกันดีกว่าว่ามันแตกจริงไหม....คือทาแล้วแตกตัวเป็นน้ำจริงไหมอย่าคิดไกลนะคะคุณขา



NIVEA MEN
Extra White Quick Water Break serum
นีเวีย เมน เอ็กซ์ตร้า ไวท์ ควิก วอเตอร์ เบรค เซรั่ม

---------------------------------------------------------------

ขนาด 15 มล. ราคา 99 บาท
ขนาด 50 มล. ราคา 319 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เซรั่มสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ ด้วยพลังโมเลกุลเซรั่มขนาดเล็ก
ที่แตกตัวเป็นน้าทันทีเมื่อสัมผัสผิว จึงซึมซาบได้อย่างรวดเร็ว
ลึกถึงเซลล์ผิวชั้นอิพิเดอร์มิส ไม่เหนียวเหนอะหนะ
เข้าจัดการจุดด่างดาจากสิวและแสงแดด ด้วยส่วนผสมของ...

Super Whitinat ที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ว่าให้ประสิทธิภาพความกระจ่างใส เหนือกว่าวิตามินซีถึง 10 เท่า 

Super Hyalulon ที่พิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว
ว่าสามารถคงความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวจึงเนียนเรียบ รูขุมขนแลดูกระชับ 

จัดการ 10 ปัญหาผิวของผู้ชายใน 1 เดียว
1.จุดด่างดาและรอยคล้ำจากสิว 
2.จุดด่างดาจากแดด 
3.ผิวคล้ำเสียสะสม
4.สีผิวไม่สม่าเสมอ 
5.หลุมสิว 
6.ผิวมันระหว่างวัน 
7.คราบขาวจากเหงื่อ
8.ร่องรูขุมขนดูกว้าง 
9.ผิวไม่เรียบเนียน 
10.ผิวแห้งกร้าน 



บรรจุภัณฑ์ทำออกมาได้ดีมากฮะเป็นขวดพลาสติกทึบแสงหัวปั๊ม
ป้องกันการเสื่อมของเซรั่มจากอากาศและแสงได้ดี น้ำหนักเบาพกพาง่ายด้วย



ว่ากันด้วยเรื่องของส่วนผสมสักนิด......

สารหลักๆที่ใส่มาเพื่อให้ความชุ่มชื่นคือพวก Glycol , Glycerin , Trehalose 
รวมถึง Sodium Hyaluronate ที่เป็นจุดขายของเค้าว่าเป็น Super Hyalulon
แต่ส่วนผสมนี้กลับอยู่ในอันดับท้ายๆ ดังนั้นสารหลักจริงๆที่ให้ความชุ่มชื่น
ก็คือสารกลุ่มแรกที่กล่าวไปนะฮะ ไฮยาลูลอนแค่ดึงมาเป็นจุดขายมากกว่า
ส่วนผสมหลักอื่นๆก็จะเป็นสารในกลุ่มซิลิโคนอย่างพวก Dimethicone ที่ให้สัมผัสเรียบลื่น

ส่วนสารในกลุ่มที่ให้ผลลัพธ์ในเชิงไวท์เทนนิ่ง
ตัวหลักที่เป็นจุดขายของเค้า Super Whitinat 
ในส่วนผสมก็คือ 4-Butylresorcinol  ใส่มาในอันดับต้นๆ
ช่วยในการยับยั้งเอนไซม์  Tyrosinase ในกระบวนการสร้างเม็ดสี 
จากคำเคลมเค้าบอกว่ามีประสิทธิภาพมากกว่าวิตามินซีถึง 10 เท่านั้น
เค้าเคลมจากผลการทดลองประสิทธิภาพเปรียบเทียบจากในหลอดทดลอง
โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไบเออร์สด๊อรฟ เอจี ประเทศเยอรมนี 2553 เท่านั้นนะฮะ
แต่ก็มีใส่อนุพันธ์วิตามินซี Sodium Ascorbyl Phosphate เข้ามาด้วยในส่วนผสมท้ายๆ
นอกจากนี้ก็มีสารสะกัดจากชะเอมเทศ Glycyrrhiza Glabra (Licorice) Root Extract
ที่มีประสิทธิภาพในเชิงไวท์เทนนิ่งด้วยเช่นกัน

***จุดเด่นคือไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
***มีส่วนผสมของน้ำหอม และสารกันเสียในกลุ่มพาราเบน



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

และนี่คือสิ่งที่เราจะมาพิสูจน์กันว่าตบแตกทาซึมเลยจริงไหม.....
เนื้อปกติกดออกมาจากขวดจะเป็นสีขาวขุ่นและเข้มข้น
แต่พอวอร์มเนื้อตบๆเข้าด้วยกันที่ฝ่ามือจะพบกว่าครีมแตกตัวเป็นน้ำจริง!
แบบเห็นจะๆเลยว่ากลายเป็นหยดน้ำ ทาลงบนผิวปั๊มซึมวาบหายหมด
ไม่เหนะหนะเลยแม้แต่น้อย ลูบไปบนผิวจะรู้สึกเรียบลื่นขึ้น
ให้ความรู้สึกมีฟิลม์บางๆเคลือบผิวอยู่แต่ไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้า
สรุปว่าเท็กซ์เจอร์ทำออกมาได้ดีเอาใจคุณผู้ชายมาก
เพราะเชื่อว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณผู้ชายไม่ชอบทาครีมก็ตรงความเหนอะหนะนี่แหละ
ส่วนกลิ่นก็เป็นกลิ่นน้ำหอมตามสไตล์นีเวียเมนเลยกลิ่นแนวสปอร์ตๆ
แต่เค้าว่าใส่น้ำหอมมาค่อนข้างเยอะนะคือกลิ่นชัดและกลิ่นติดผิวมากเลยหล่ะ



ทีนี้มาลองกับหนูทดลอง เอ้ย! กับผิวหน้าคุณแฟนกัน
ตรงตามเป้าหมายเป๊ะเป็นผู้ชายสไตล์ไม่ดูแลตัวเองเล้ยยยย
ไม่ชอบทาครีมเพราะไม่ชอบให้หน้าเหนอะหนะ
ไหนขอมาลอง ตบ แตก ทา ซึม เลย  หน่อยซิ 555



วิธีใช้คือทาทั่วหน้าเช้า-เย็น ด้วยการกดออกมาซักสองปั๊ม
ตบๆวอร์มครีมด้วยฝ่ามือให้แตกตัวเป็นน้ำแล้วตบ เอ้ย! ทาเข้าที่หน้า อิอิ
สัมภาษณ์คุณผู้ชายเรียบร้อยถึงความรู้สึกว่าตอนทาจะรู้สึกเย็นๆผิว
เหมือนเอาน้ำมาแปะๆที่หน้า เนื้อเซรั่มซึมไวทันใจดี ที่โดนคือไม่เหนอะเลย
จับผิวหลังทาจะรู้สึกนุ่มขึ้นแม้หน้าจะค่อนข้าง(ดื้อ)ด้านทนแดดทนฝนมามาก555

แต่ติดนิดนึงเรื่องกลิ่น คือคุณผู้ชายอิชั้นเป็นภูมิแพ้แต่เด็ก
จมูกจะไวมีความเซนซิทีฟต่อกลิ่นค่อนข้างมาก เป็นคนไม่ใช้น้ำหอมใดๆ
เลยไม่ค่อยชินกับการทาครีมที่มีกลิ่นเหลือติดผิว คือถ้ากลิ่นน้อยกว่านี้จะโอเคกว่ามาก
เรื่องกลิ่นมันอยู่ที่ความชอบ แต่ถ้าทำแบบไม่ใส่น้ำหอมมาได้ก็จะดีฮะ



สรุปจุดเด่นของ NIVEA MEN Extra White Quick Water Break serum 
คือเท็กซ์เจอร์ที่ทำออกมาได้ดีมาก สมคอนเซปต์ ตบ แตก ทา ซึม เลย
เอาว่าถ้าคุณผู้ชายที่บ้านไม่ชอบทาครีมลองบังคับใช้ตัวนี้ดูเค้าว่าน่าจะโอ
เนื้อบางเบาสบายผิวไม่เหนอะแม้แต่น้อย ทาตัวเดียวจบไม่วุ่นวายหลายขั้นตอน
ได้ทั้งความชุ่มชื่นและช่วยเรื่องกระจ่างใสในขวดเดียว



ส่วนผสมโดยรวมน่าสนใจตรงที่ไม่มีแอลกอฮอล์
คือจริงๆแอลกอฮอล์มันทำร้ายผิวตรงที่ยิ่งใช้ไปนานๆผิวจะยิ่งแห้งลง
ถ้าเราไม่ได้บำรุงให้ชุ่มชื่นเพียงพอ ซึ่งมั่นใจว่าคุณผู้ชายคงไม่บำรุงอยู่ละ
ดังนั้นการเลือกสกินแคร์ให้คุณผู้ชายเลี่ยงแอลกอฮอล์ได้ก็จะดีกว่าค่ะ
แต่ก็มีส่วนผสมของน้ำหอมและพาราเบนใครระคายเคืองง่ายเทสก่อนก็ดีค่ะ
ลองป้ายไว้หลังใบหูซักวันนึงแล้วสังเกตอาการดูเนอะ
แต่เอาจริงๆผิวคุณผู้ชายส่วนใหญ่แลจะโชคดีไม่เห็นจะแพ้อะไรเล้ยยย อิจฉาโนะ Smiley
แถมท้ายถ้าเป็นไปได้บังคับให้ทาเซรั่มได้ตัวนึงแล้ว
อยากจะให้บังคับเพิ่มอีกนิดกับการทากันแดดจะทำให้เห็นผล
ในเรื่องของความกระจ่างใสได้ชัดเจนกว่าใช้เซรั่มเดี่ยวๆจ้า

------------------------------------------------------------------------------------

กราบขอบพระคุณคุณแฟนที่รับหน้าที่มาเป็นผู้ทดลองให้ในครั้งนี้นะฮร้า
และขอบคุณทาง Nivea MEN ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองด้วยค่ะ Smiley
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.NIVEAforMEN.co.th นะค้า

Smiley XOXO Smiley




 

Create Date : 20 กันยายน 2557    
Last Update : 22 กันยายน 2557 16:03:34 น.  

Review : รักสุดใจเซรั่มปั๊มผิวให้อิ่มเด้งฟู Hydro-Plumping Re-Texturizing Serum Concentrate

พูดถึงการเลือกสกินแคร์คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงประเภทของการแก้ปัญหาผิว
ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มลดเลือนริ้วรอย กลุ่มไวท์เทนนิ่งเพื่อความกระจ่างใส
กลุ่มลดปัญหาการเกิดสิว กลุ่มสำหรับผิวแพ้ง่าย

แต่น้อยคนที่จะมองหา "กลุ่มที่ช่วยเติมความชุ่มชื่น"
เพราะส่วนนึงเค้าว่าเราคาดหวังที่ผลลัพธ์จากชื่อประเภทของสกินแคร์มากไป
เลยรู้สึกอ่าเนอะว่าก็แค่เติมความชุ่มชื่นมันดูไม่น่าลงทุนเท่าไหร่

ซึ่งสิ่งที่เค้าพยายามเน้นย้ำมาให้ตล๊อด ตลอด ในเวลาหลายปีนี้
ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ผิวเราต้องการมีแค่ 3 อย่างเท่านั้นเอง คือ
1. การรักษาความสะอาด
2. การเติมความชุ่มชื่น
3. การปกป้องจากแสงแดด

การรักษาความสะอาดก็รู้กันอยู่แล้วว่าปัญหาการอุดตัน ปัญหาสิว
ล้วนเกิดจากมีสิ่งสกปรกลงไปอุดตันอยู่แล้ว ถ้าเคลียร์สิ่งอุดตันได้สิวก็ลดลด
ส่วนการปกป้องจากแสงแดดแน่นอนว่าช่วยป้องกันไม่ให้ผิวหมองคล้ำ
ไม่ให้มีฝ้ากระ รวมถึงช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยจากการทำลายของรังสียูวีด้วย



ทีนี้มาว่ากันเรื่อง ความชุ่มชื่นว่าสำคัญอย่างไร?

อยากจะบอกว่าปัญหาที่ทุกคนกังวลคือ "ริ้วรอย" แก้ได้ง่ายสุดที่ต้นเหตุ
นั่นก็คือการเติมความชุ่มชื่นให้กับผิว! เพราะผิวที่เหี่ยวย่นเกิดจากการที่ผิวขาดความยืดหยุ่น
ซึ่งความยืดหยุ่นในผิวนั้นเกิดจากเซลล์มีความชุ่มชื่นจึงเต่งตึงสวยงาม
แม้จะมีการแสดงอารมณ์หรือสีหน้าแต่ผิวก็ยังสามารถฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้
แต่ถ้าผิวที่ไม่ชุ่มชื่นขาดความยืดหยุ่นพอย่นแล้วมันย่นเลยกู้คืนไม่รอดนะฮะ

ลองจินตนาการกันง่ายๆสมมติว่าผิวเราเป็นลูกโป่ง
ถ้าใส่น้ำจนเต็มลูกโป่งก็จะเต่งตึงดูสวยงาม แต่ถ้าเอาน้ำออกผิวที่เคยเต่งก็จะเหี่ยว
เห็นภาพชัดเจนเนอะ ดังนั้นเลยบอกว่าความชุ่มชื่นเนี่ยสำคัญที่สุดดดดด!!!
ถ้าดูแลผิวให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอผิวก็จะเกิดริ้วรอยก่อนวัยช้ากว่าคนอื่นค่ะ
บอกเลยนะว่าริ้วรอยเป็นสิ่งที่ควรป้องกันไม่ใช่มาแก้ไข
เพราะริ้วรอยที่เกิดแล้วมันจัดการยากมากและกลับไปเนียนเรียบเท่าเดิมไม่ได้ 100%
คิดดูสิฉีดฟิลเลอร์เอายังไม่รอดเลยอยู่ได้แค่ปีเดียวแล้วครีมอะไรจะทาเพื่อเติมร่องได้ถาวร
ยืนยันคำเดิมว่าสำหรับริ้วรอยแล้ว กันไว้ดีกว่าแก้ นะจ๊ะ

แต่เค้ารู้สึกดีนะว่าช่วงหลังๆคนเริ่มหันมาสนใจเรื่องความชุ่มชื่นมากขึ้น
เราจะคุ้นคำว่า "เติมน้ำให้ผิว" กันบ่อยขึ้น เพราะกระแสโลกกำลังเปลี่ยน
โอ้วดูยิ่งใหญ่เนอะ555 แต่นี่คือเรื่องจริงจากหลายการวิจัย
ไม่ว่าเชื้อชาติไหน เพศไหน ก็อยากมี ผิวเต่งตึง อิ่มเอิบ กระจ่างใสแบบผิวเด็ก (Baby Skin)
ซึ่งสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดก็คือการบำรุงโดยเน้นในเรื่องการให้ความชุ่มชื่นผิวนั่นเอง

แถมให้อีกนิดใครที่มีปัญหาผิวมันมากบอกเลยว่าความชุ่มชื่นก็ช่วยคุณได้
กลไกร่างกายเราสร้างน้ำมันออกมาเคลือบผิวเพื่อกันความชุ่มชื่นระเหยออก
เมื่อผิวขาดความชุ่มชื่นน้ำในผิวน้อย ร่างกายก็จะยิ่งผลิตน้ำมันเยอะขึ้นๆๆๆ
เพื่อเคลือบผิวป้องกันความชุ่มชื่นที่เหลือน้อยนั้นไม่ให้ระเหยออกไป
ซึ่งจะสังเกตได้ว่าผิวมันเยิ้มแบบทอดไข่ได้ แต่ผิวจะดูกร้านๆไม่เต่งตึงไม่สดใส
ดังนั้นถ้าเราบาลานซ์ระดับความชุ่มชื่นผิวได้ดี ปริมาณน้ำมันส่วนเกินก็จะลดลดนั่นเอง
และสุดท้ายสำหรับใครที่มีปัญหาผิวอ่อนแอ แพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย
บอกเลยความชุ่มชื่นนี่ห้ามลืมเด็ดขาด เพราะผิวเราจะไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้นเมื่อผิวขาดความชุ่มชื่น!

----------------------------------------------------------------------------------------------

ร่ายมาซะยาวเพราะอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกลไกง่ายๆของผิวกันก่อน
จะได้หันมาเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวได้มากขึ้นเนอะ
ซึ่งในบล็อคนี้จะมารีวิวสกินแคร์ตัวนึงที่เป็นกลุ่มเติมความชุ่มชื่นนี่แหละ
ขอบอกเลยว่าเค้าปลาบปลื้มมาก เป็นคนอินเลิฟกับอะไรที่เติมน้ำให้ผิวอยู่แล้ว
เพราะเป็นคนผิวแห้ง สกินแคร์ที่ใช้จะต้องมีตัวที่เน้นเรื่องความชุ่มชื่นอย่างน้อยหนึ่งตัว
พอเจอตัวที่ตอบโจทย์มันก็ฟินนะ เกริ่นซะอลังเอาว่าดียังไงไปดูกัน!



KIEHL'S
Hydro-Plumping
Re-Texturizing Serum Concentrate

---------------------------------------------------------

ขนาด 50 มล. ราคา 2,500 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Dermatologist Solutions ของคีลส์ที่มุ่งตรงเข้าแก้ไข
*ปัญหาผิวแห้งขาดน้ำสาเหตุหนึ่งจากอายุที่มากขึ้น (Age-Related Dehydration)
หนึ่งในสาเหตุประการสำคัญที่ทำให้ผิวดูร่วงโรย เมื่อใช้ต่อเนื่องเพียง 7 วัน
จะเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถึง 7 ประการ
ทั้งผิว “Plump” ฟู ดูอิ่มเอิบ, ริ้วรอยดูลดเลือนลง, ผิวดูเรียบเนียน,
ผิวแลดูอ่อนเยาว์, ผิวดูชุ่มชื่น, ผิวดูเปล่งปลั่ง และผิวรู้สึกนุ่ม
และเมื่อใช้ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์จะให้ผิวที่ “Plump” อิ่มเอิบ เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ราว baby face
โดยผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเสริมความชุ่มชื้นที่คงอยู่ต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
และการทดสอบ **การซึมผ่านผิวสูงสุด 10 ระดับ ในผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum) 

*เมื่ออายุมากขึ้น ความเข้มข้นของโมเลกุลยึดเหนี่ยวความชุ่มชื้นภายในผิวลดลงเรื่อยๆ
เปิดโอกาสให้ความชุ่มชื้นที่จำเป็นเล็ดลอดจากผิว ผิวจึงมีแนวโน้ม
แสดงสัญญาณของภาวะผิวขาดน้ำเนื่องจากอายุที่มากขึ้นให้เห็น

**ผิวชั้นนอกระดับบนสุด (stratum corneum) ที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพ
ควรอุ้มน้ำไว้ร้อยละ 10-15 หากต่ำกว่าร้อยละ 10 ผิวจะแห้ง
เมื่อผิวชั้นนอกระดับบนสุดแห้งขาดน้ำ น้ำในผิวที่อยู่ลึกลงไป
จะเคลื่อนตัวขึ้นไปทดแทนส่งผลให้ความชุ่มชื้นภายในผิวเสียสมดุล
ภาวะเสียสมดุลนี้ทำให้ผิวดูหยาบ อิดโรย หมองคล้ำ
มองเห็นริ้วรอยชัดขึ้น ไวต่อความร่วงโรย และดูแก่กว่าอายุผิวจริง




ลักษณะเป็นขวดพลาสติกสีขาวทึบแสงมีหัวปั๊ม
เป็นบรรจุภัณฑ์ในอุดมคติเลย คือป้องกันการเสื่อม
จากแสง อากาศ และจากมือในการควักป้ายได้ดี
ขวดน้ำหนักเบาด้วยพกพาง่าย แต่ข้อเสียอย่างนึง
คือขวดเป็นแบบเปิดไม่ได้น่าเป็นขวดหัวปั๊มแบบสุญญากาศ
ทำให้มองไม่เห็นว่าใช้หมดแบบเกลี้ยงจริงรึเปล่า
แม้หัวปั๊มจะทำมาในลักษณะที่ปั๊มได้หมดขวด
แต่มันเป็นความรู้สึกทางใจอ่านะ ว่าอยากปาดในขวดให้เกลี้ยงจริง555



ว่ากันด้วยเรื่องของส่วนผสม.....

จากข้อมูลเพิ่มเติมของผลิตภัณฑ์กล่าวว่ามีส่วนผสมของ
โมเลกุลน้ำอยู่มากที่สุดถึง 85%
ของเนื้อผลิตภัณฑ์ทั้งหมด
ซึ่งส่วนผสมต่อมาที่มีมากเป็นอันดับสองคือ Glycerin โดยเค้าเคลมว่า
เป็น กลีเซอรินจากพืช (Plant-based glycerin)
ที่สกัดจาก ผลปาล์ม เรปซีด (rapeseed) และมะพร้าว ที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น
เสมือนเป็น“แม่เหล็กดูดความชุ่มชื้น”  คือนอกจากจะให้ความชุ่มชื่นและกักเก็บได้ดีแล้ว
ยังมีคุณสมบัติในการช่วยดึงน้ำเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีความยืดหยุ่นผิวจึงมีมากขึ้น
รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการลำเลียงน้ำให้กระจายไปยังยังเซลล์ผิวชั้นนอกได้ดีขึ้น

สารอื่นๆที่ใส่มาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นก็มี
Propanediol
ที่สกัดจากข้าวโพด, Butylene Glycol

ส่วนผสมอื่นๆที่ตามมาก็มีกลุ่มซิลิโคน Dimethicone
ที่ใช้เป็นเบสของสกินแคร์เกือบทุกตัว ไม่มีอันตรายใดๆค่าการอุดตันต่ำมาก
รวมถึง Polymethylsilsesquioxane เป็นซิลิโคนเกรดสูง
ช่วยให้ผิวเรียบเนียนลื่นเป็นฟิลม์เคลือบผิวกักเก็บความชุ่มชื่นไว้

อีกหนึ่งตัวชูโรงคือ สารสกัดจากใบชิโสะ (Shiso Leaf Extract)
ชื่อในส่วนผสมคือ
Perilla Ocymoides Extract / Perilla Ocymoides Leaf Extract
ทำหน้าที่ช่วยตรึงความชุ่มชื้นไว้กับผิว เปรียบง่ายๆเหมือนเป็นสมอเรือ
ที่ช่วยยึดความชุ่มชื่นให้อยู่กับผิวได้นานขึ้น ซึ่งความชุ่มชื่นหลักที่มีในผิวอย่าที่เรารู้กันคือ
ไฮยาลูรอนึกแอซิด โดยเมื่ออายุมากขึ้นสารนี้ในผิวจะน้อยลง
สารสกัดจากใบชิโสะจึงไปช่วยยึดเจ้าไฮย่านี้ให้ตรึงอยู่กับผิวเราได้มากขึ้น
นอกจากนี้หลายงานวิจัยยังพบว่าสารสกัดจากใบชิโสะ
ช่วยต้านการระคายเคือง ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระได้ด้วย
และส่วนผสมใกล้ๆกันคือ Adenosine ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยลดเลือนริ้วรอย
แต่ทั้งสองเป็นส่วนผสมที่ใส่มาในอันดับท้ายๆ จึงจัดว่ามีปริมาณน้อยมาก
อาจจะคาดหวังผลในเชิงของผลลัพธ์ต่างๆที่กล่าวมากไม่ได้เท่าใดนัก

สารกันเสียคือ
Phenoxyethanol, Chlorphenesin
และมี Disodium EDTA ที่ช่วยจับโลหะหนักเพื่อไม่ให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมเร็ว
เป็นการช่วยเสริมการทำงานของสารกันเสีย   

***ข้อดีข้อเด่นมากๆคือ ไม่มี แอลกอฮอล์ , น้ำหอม , มิเนอรัลออย และพาราเบน
ใครผิวระคายเคืองง่ายสบายใจได้เลยค่ะมีความเสี่ยงที่จะแพ้ค่อนข้างต่ำมากจ้า




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

ตามส่วนผสมอย่างที่ทราบแล้วว่าไม่มีน้ำหอมดังนั้นจึงไม่มีกลิ่นนะฮะ
ส่วนเนื้อเป็นสีขาวขุ่น กดออกมาลักษณะจะเป็นเนื้อแบบซิลิโคนเจล
แต่ พอเกลี่ยจะแตกตัวบนผิวกลายเป็นน้ำ เลย
ตอนที่เกลี่ยไปบนผิวจะรู้สึกเย็นๆสดชื่นๆ ที่สำคัญซึมไวมากกกก!!!
ใครกังวลว่าใส่กลีเซรินมาเยอะจะข้นเกินไปหรือทำให้รู้สึกเหนอะหนะไหม
ตอบให้เลยว่าไม่ พอซึมแล้วไม่มีความเหนอะเหลือแม้แต่น้อย

และรู้สึกว่าเหมือนมีฟิลม์บางๆเคลือบผิวอยู่โดยไม่รู้สึกหนักหน้า
หลังทาสัมผัสได้ว่าผิวจะนุ่มๆหยุ่นๆขึ้น รู้สึกเลยว่าผิวได้รับความชุ่มชื่นจริงๆ
แต่อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนบุคคลนะ เค้าเองผิวแห้งถ้าเนื้อมันชุ่มผิวจะดูอิ่มขึ้นทันตาเลย



ขั้นตอนการใช้


อันนี้สำคัญมากหลายคนจะงงๆว่าสกินแคร์แต่ละอันควรใช้อันไหนก่อนหลัง
ซึ่งถ้าเรียงการใช้ไม่ถูกต้องก็จะทำให้เราได้ประสิทธิภาพไม่เต็มที่ด้วยนะ!
วิธีการเรียงง่ายๆแบบกันงงของเค้าคือดูตามความเข้มข้น อันไหนเหลวกว่าทาก่อน
สำหรับตัวนี้เค้าแนะนำให้ใช้เป็น เซรั่มในขั้นตอนแรกสุด ก่อนใช้สกินแคร์อื่นๆ
ปริมาณการใช้แล้วแต่ขนาดใบหน้าและความพอใจ
เค้าเองใช้อยู่ที่ 2-3 ปั๊มทาหน้าแล้วลูบมาที่คอด้วยจ้า
ห้ามลืมเด็ดขาดนะเพราะคอเป็นจุดที่เหี่ยวไวเหี่ยวชัดยิ่งกว่าหน้าอีกนะเออ



สมมติปกติเค้าล้างหน้า ตามด้วยเอสเซนส์น้ำๆแบบตบๆ
ตัวนี้ก็จะใช้หลังเอสเซนส์โดยทาก่อนลงเซรั่มตัวอื่นนั่นเอง
ซึ่งเนื้อตัวนี้บางเบาและซึมไวมากไม่ต้องกลัวฮะ
เค้าเองใช้สกินแคร์เป็นสิบสเต็ปทาหลังตัวนี้ก็ซึมได้หมด

-------------------------------------------------------------------------------------

จะบอกว่ามันดีมันชุ่มด้วยปากเปล่าก็กระไรเลยทำการทดลองมาฝากกัน
ด้วยการวัดผิวด้วยเครื่องวัดความชุ่มชื่น โดยทดลอง 2 แบบ
ระหว่างใช้ 
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
ทาเดี่ยวๆ กับ ใช้ร่วมกับสกินแคร์อื่นๆที่ใช้อยู่
โดยจะวัดหลังทาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนเข้านอน
ซึ่งเค้านอนห้องแอร์ที่จะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื่นได้มาก
และวัดอีกครั้งนึงตอนตื่นนอน จุดที่วัดคือบริเวณแก้มที่แห้งง่าย

ค่าความชุ่มชื่นของผิวบริเวณแก้มที่มีความชุ่มชื่นดี
ควรมีค่าประมาณ 40% ขึ้นไป

ผลการทดลองจะเป็นอย่างไรไปดูชมกันค่ะ



ทา
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
เพียงอย่างเดียว

ก่อนเข้านอน 47.0%
หลังตื่นนอน 41.8%
ค่าความชุ่มชื่นลดลง 5.2%




ทา
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
ร่วมกับสกินแคร์ปกติที่ใช้อยู่


ก่อนเข้านอน 51.7%
หลังตื่นนอน 47.4%
ค่าความชุ่มชื่นลดลง 4.3%




สรุปจากผลการทดลองด้านบนจะเห็นได้ว่าเมื่อใช้
KIEHL'S Hydro-Plumping Re-Texturizing
Serum Concentrate
ควบคู่กับสกินแคร์อื่นๆ
ค่าความชุ่มชื่นจะลดลงในเปอร์เซ็นต์ที่ใช้น้อยกว่าการใช้เซรั่มตัวนี้เดี่ยวๆ

แต่ทั้งสองการทดลองแสดงให้เห็นว่าค่าความชุ่มชื่นผิว
จัดว่าลดลงน้อยมากพียง 5.2 และ 4.3 % เท่านั้น
ซึ่งค่าความชุ่มชื่นผิวในตอนเช้าพบว่า
ยังอยู่ในเปอร์เซ็นต์ของผิวที่มีความชุ่มชื่นดีอยู่
แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติตามคำเคลมว่า
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นได้ยาวนานนั้นมีประสิทธิภาพดีจริง
ซึ่งโดยปกติแล้วการอยู่ในห้องแอร์นานกว่า 8 ชั่วโมง
ผิวจะเสียความชุ่มชื่นมากถึง 10-15% จนอยู่ในสภาพผิวที่แห้งขาดน้ำ

ถ้าใครไม่ได้มีปัญหาว่าผิวแห้งมาก ไม่ชอบความเหนอะหนะจะใช้ตัวนี้อย่างเดียวก็ได้
โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ขี้เกียจหลายขั้นตอน ถือว่าตัวนี้ก็ชุ่มชื่นดี
ส่วนคนที่มีผิวผสมหรือผิวแห้งแบบเค้าแนะนำว่าใช้ควบคู่กับสกินแคร์อื่นๆ
ตัวเซรั่มจะช่วยเสริมประสิทธิภาพสกินแคร์อื่นๆทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีกว่าค่ะ

เค้าลองวัดค่าความชุ่มชื่นแบบหลังเมคอัพด้วย
คือทาสกินแคร์ครบขั้นตอน แต่งหน้าแล้วไปลั้นลาทั้งวันสิริรวมกว่าสิบชั่วโมง
มาวัดค่าความชุ่มชื่นตอนกลับบ้านเทสมาสามครั้งอยู่ที่ 50% up  ทุกครั้ง
นี่ขนาดสภาพผิวเค้าเป็นคนผิวค่อนข้างแห้งนะแต่วัดค่ามาได้ค่าดีมากแบบคนผิวธรรมดา เริ่ดอ้ะ!

เทคนิคการทาเค้าไม่แนะนำให้แต้ม 5 จุด เลย
เพราะบริเวณจุดที่ผิวแห้งคือแก้ม แต่เราดันไปแต้มเยอะในจุดทีโซนที่ผิวมัน
เลยทำให้แก้มได้รับความชุ่มชื่นไม่เพียงพอแต่จุดที่มันได้รับความชุ่มชื่นมากไป
วิธีทาของเค้าคือกดเซรั่มออกมาวอร์มให้เข้ากันแล้วทาที่แก้มก่อนส่วนที่เหลือค่อยทาทีโซนจ้า



สรุปความพอใจ.......เค้าใช้ต่อเนื่องมาเดือนกว่าๆบอกเลยว่ารักมากอ้ะ
เป็นเซรั่มเน้นความชุ่มชื่นที่ยังไม่ค่อยเจอในแบรนด์อื่นๆ
ซึ่งส่วนผสมดีงามมากไม่มีสารในกลุ่มที่จะก่อให้เกิดการระคายเคือง
ใช้ได้ทุกสภาพผิว ทุกเพศ ทุกวัย อย่างที่เล่าไปแล้วว่าความชุ่มชื่นสำคัญอย่างไร
เท็กซ์เจอร์เซรั่มทำออกมาได้ดีมาก ทาแล้วแตกตัวเป็นน้ำทำให้รู้สึกเฟรชทันทีที่ทา
หลังทาให้ผิวสัมผัสที่ดีจับแล้วผิวนุ่มๆ เอิบอิ่มขึ้นชัดเจน
อันนี้ไม่แน่ใจนะแต่เหมือนรูขุมขนจะแลดูเล็กลง
คืออย่างคนผิวแห้งถ้าหน้าแห้งเมื่อไหร่ผิวจะดูกร้านๆรูขุมขนจะชัดขึ้น
แต่พอบำรุงให้ความชุ่มชื่นแบบเต็มที่ ผิวจะฟูๆทำให้รูขุมขนจางลงค่ะ
สิ่งที่สังเกตได้ชัดคือ
ลงเบสเมคอัพแล้วเซ็ตตัวได้ง่ายขึ้น เมคอัพติดทนขึ้น

แต่ในเรื่องของความเปลี่ยนแปลงของผิวเค้าอาจจะเทียบ Before & After ให้ไม่ได้
เพราะโดยปกติเป็นคนดูแลผิวตัวเองต่อเนื่องสม่ำเสมออยู่แล้ว
ผิวก่อนใช้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นผิวแห้งค่อนไปทางธรรมดาเพราะโบกสกินแคร์จัดเต็ม
ไม่มีวันไหนที่ไม่ทาครีมบำรุงเพราะรู้ว่าตัวเองผิวแห้งถ้าไม่บำรุงนี่ริ้วรอยมาไวเลย
ก็อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น การดูแลผิวที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ใช่การแก้ไข
ดังนั้นสิ่งที่เค้าทำคือการบำรุงผิวที่ไม่มีปัญหาให้คงสภาพนี้ไปได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

ถ้าจะหักคะแนนความพอใจอาจจะเป็นตรงราคาที่จัดว่าค่อนข้างสูงนิดนึง
สำหรับคนวัยทำงานมันก็ราคาปกติอ่าเนอะ แต่ถ้าน้องๆนักศึกษาอาจจะต้องเก็บออมกันหน่อย
แต่เค้าเองใช้มาเดือนกว่าก็ยังไม่หมดนะปั๊มใช้ที 2-3 ปั๊มเช้าเย็น
จัดเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่ยกให้ขึ้นหิ้งละกันว่าใช้แล้วปลาบปลื้มควรค่าแก่การซื้อใช้ต่อ
ส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนสกินแคร์คือไม่ใช่ไม่ชอบแล้วแต่มันอยากลองของใหม่มากกว่า 555

----------------------------------------------------------------------------

บล็อคนี้ยาวมากแต่ตั้งใจเขียนจริงๆ
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะค้า Smiley

ขอบคุณ KIEHL'S ที่เชิญไปงานเปิดตัวและมอบผลิตภัณฑ์มาให้ทดลอง
ทำให้ได้เจอเซรั่มอีกหนึ่งตัวที่รู้สึกว่ามันใช่! ขอบคุณมากๆค่ะ Smiley
รายละเอียดสามารถเข้าไปชมหรือสอบถาม
เพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่า

http://www.kiehls.co.th/th/index.php/
hydro-plumping-re-texturizing-serum-concentrate.html/

https://www.facebook.com/KiehlsThailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่ะ

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 17 กันยายน 2557    
Last Update : 18 กันยายน 2557 22:21:03 น.  

Review : Eucerin Dermo PURIFYER Correct & Cover Stick ปกปิดและรักษาสิวไปพร้อมๆกัน!!!

"สิว" ปัญหาผิวที่กวนใจใครหลายๆคน เค้าเชื่อว่าเราทราบกับดีอยู่แล้ว
ว่าเวลาเป็นสิวควรดูแลอย่างไร ต้องทายา รักษาความสะอาดให้ดี เลี่ยงที่จะไปยุ่งกับมัน
แต่พอตอนเช้าจะออกจากบ้านยิ่งสาวๆแล้วมันทำใจจะเผยผิวแบบไม่กลบสิวไม่ได้
ก็เลยเป็นปัญหาว่าพยายามทายารักษาสิวตอนกลางคืนแทบตาย
เช้ามาเอาเครื่องสำอางไปโบกทับเพื่อปกปิดก็ไปก่อให้เกิดอุดตันใหม่
วนเป็นวงจรแบบนี้สิวก็เลยวนเวียนรักษาไม่หายสักที
บล็อคนี้เลยอยากมาอัพเดทไอเท็มใหม่ๆที่เค้าว่าน่าสนใจมากๆๆให้ชมกัน
เป็นไอเท็มเริ่ดๆที่เราสามารถทำการปกปิดพร้อมรักษาสิวไปได้พร้อมๆกัน!!!
อยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าเป็นไอเท็มอะไร ไปชมกันเลยจ้า..........Smiley



Eucerin Dermo PURIFYER
CORRECT & COVER STICK

----------------------------------------------------------------------------------------

Eucerin Dermo PURIFYER CORRECT & COVER STICK เรียกสั้นๆว่า Eucerin CC Stick
เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่มเดอร์โมเพียวริฟายเออร์ที่เน้นในเรื่องการแก้ปัญหาสิว
ซึ่งในกลุุ่มนี้เค้ามีผลิตภัณฑ์หลายตัวไม่ว่าจะเป็น คลีนเซอร์ โทนเนอร์ เซรั่ม ครีม ฯลฯ
โดยชิ้นนี้เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษที่ใช้แต้มหัวสิวพร้อมปกปิดรอยสิวให้ผิวแลดูเรียบเนียน
พร้อมช่วยลดปัญหาการระคายเคืองของผิว และช่วยให้สิวที่ดูบวมแดงแลดูยุบลง



ปริมาณ 2.5 g. ราคา 990 บาท

สถานที่จำหน่าย : Watsons , Boots ,
โรงพยาบาลและร้านขายยาชั้นนำทั่วไป




เค้าหมุนออกมาให้ดูว่าความยาวของหนึ่งแท่งจะประมาณนี้ใช้ได้นานอยู่นะ
มีให้เลือกสีเดียวคือ Actual Shade เป็นโทนกลางๆไม่เข้มหรือไม่ขาวมาก
อันเดอร์โทนจะออกไปทางชมพูแดงนิดๆ แต่เบลนกลืนกะผิวง่าย
สามารถใช้ได้กับหลายเฉดสีผิวโดยใช้ลงเป็นขั้นตอนแรกก่อนเบสเมคอัพ
เนื้อครีมแน่นอยู่แต่ไม่หนืดเกลี่ยไปบนผิวได้ง่ายยึดเกาะผิวได้ดีและไม่มีความมันจ้า



สารสำคัญที่ใช้ชูโรงของเค้าคือ Bisabolol (บิสซาโบลอล)
พูดชื่อนี้อาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่าเป็น สารสกัดจากดอกคาร์โมมายด์ คงคุ้นกัน
เค้าบอกว่าที่ใส่มาคือสารสกัดเข้มข้น 5 เท่าเมื่อเทียบกับสูตรเก่า
ซึ่งคุณสมบัติเด่นๆของสารนี้คือมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ ลดการระคายเคือง
ต้านแบคทีเรียสาเหตุของสิว จึงช่วยลดปัญหาสิว ผื่นแดง ฯลฯ
รวมถึงยังเป็นชั้นฟิลม์บางๆเคลือบผิวลดการระเหยของน้ำทำให้ผิวคงความชุ่มชื่นนั่นเองค่ะ



วิธีใช้สามารถทาบริเวณที่เป็นสิวได้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน
รวมถึงระหว่างวันก็สามารถแต้มเติมเข้าไปได้เลย
ไม่มีปัญหาค่ะ
สำหรับสาวๆที่แต่งหน้าเค้าแนะนำให้ทาตัวนี้ก่อนแล้วค่อยลงเบสเมคอัพ
เพื่อให้เค้าทำหน้าที่ปกปิดไปบนหัวสิวก่อนตัวยาจะได้เข้าไปทำงานได้
จากนั้นจึงค่อยลงเบสเมคอัพที่ใช้ปกติ เช่น บีบี รองพื้น ฯลฯ
ซึ่งถ้าใครมีปัญหาเรื่องเฉดสีของตัวนี้ไม่ตรงกับผิวเป๊ะ
การทาเบสเมคอัพทับก็จะช่วยเกลี่ยสีให้เนียนกลืนกันมากขึ้นค่ะ
แต่เอาจริงๆถ้ามีปัญหาสิวอยู่เค้าว่าเลี่ยงใช้ขั้นตอนเบสเมคอัพให้น้อยที่สุดจะดีกว่าจ้า
แต่ถ้าจำเป็นจริงๆก็อย่าลืมทำความสะอาดผิวให้เกลี้ยงที่สุดด้วยนะคะ



วิธีการทาอัดเป็นคลิปสั้นๆมาให้ชมกันจะได้เห็นภาพง่ายๆเนอะ Smiley
ใช้ง่ายมากมายด้วยการแต้มลงไปบนหัวสิวแล้วใช้นิ้วแท็บเบาๆ
อย่าเกลี่ยด้วยการปาดนะคะมันจะไม่ติดผิวและทำให้เป็นคราบ
ซึ่งจริงๆตรงที่เป็นสิวอักเสบเชื่อว่าปาดไม่ไหวอยู่ละมันปวด อิอิ
การกดแท็บเบาๆจะทำให้เนื้อครีมยึดติดผิวและปกปิดได้ดีสุด
ถ้ารู้สึกว่าปาดรอบแรกแล้วปิดไม่พอก็ค่อยๆแตะเพิ่มเข้าไป
ถ้าเป็นสิวแบบที่หัวแห้งแล้วอันนี้ทำใจนิดนึงว่าจะทาไม่ค่อยติดผิว
ก็ต้องใจเย็นๆค่อยๆแต้มแล้วแท็บเบาๆเอาจ้า



แอบให้คุณน้องสาวช่วยมาเป็นแบบให้เพราะเค้าผิวแห้งไม่เป็นสิว แหะๆ
Before & After ชัดเจนเนอะปกปิดได้ดีงามเลยแหละดูไม่หนาด้วย
โชคดีโทนสีค่อนข้างเข้ากับผิวน้องสาวเค้าเลยใช้ตัวนี้เพียวๆเลยไม่ได้ทาอย่างอื่น

สิวเม็ดใหญ่ที่เหนือปากจะเห็นว่าปิดได้ระดับนึงเพราะหัวสิวเริ่มแห้งแล้ว
เนื่องจากน้องเค้าใช้ตัวนี้แต้มต่อเนื่องเช้าและก่อนนอนมาแล้วสองวัน
ส่วนบริเวณคางจัดว่าปกปิดได้ดีโทนสีติดโทนแดงนิดๆแต่ถ้าไม่สังเกตดูไม่ออกจ้า



แค่กลบสิวชีวิตก็เปลี่ยน อิอิ รอยสิวหายไปผิวโดยรวมดูดีขึ้นทันที
ถ้าโทนสีพอดีกับผิวเค้าว่าใช้ตัวนี้กลบเฉพาะจุดที่เป็นสิวอย่างเดียวพอ
แล้วไม่ต้องลงเมคอัพก็ออกจากบ้านได้แล้วน้า
หลังจากกลบสิวทั่วใบหน้าแล้วเค้าแนะนำให้ลงแป้งฝุ่นทับบางๆ
จะช่วยลดความมันและทำให้ระหว่างวันติดทนได้นานขึ้นจ้า



เทสกันชัดๆเมื่อเวลาผ่านไป 9 ชั่วโมง
ออกไปตะลอนๆนอกบ้านกัน น้องเค้าไม่ได้ซับหน้าหรือเติมหน้าใดๆ
จะเห็นว่าบริเวณที่กลบสิวไว้ก็มีจางลงบ้างแต่ไม่ได้หลุดไปทั้งหมด
สรุปเรื่องความติดทนคือทนใช้ได้เลยไม่มันไม่เยิ้มจ้า



ซูมๆให้ดูชัดๆโอเคเลยหล่ะเค้าว่าเมื่อเวลาผ่านไปสีมันเซ็ตตัวกลืนกับผิวมากขึ้นด้วย
สรุปสำหรับ
Eucerin Dermo PURIFYER CORRECT & COVER STICK
เค้าว่าเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์คนที่เป็นสิวแต่ยังต้องการออกนอกบ้านแบบดูดีได้เริ่ดนะ
คือเราสามารถปกปิดแบบที่รักษาสิวไปในตัวได้ด้วย
เนื้อผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่ายไม่ต้องใช้เทคนิคให้วุ่นวาย แบบแท่งพกพาสะดวก
เสียดายนิดนึงตรงที่มีแค่เพียงสีเดียว แม้จะเป็นสีกลางๆ
แต่ถ้าคนที่ขาวมากหรือผิวเข้มมากใช้แล้วสีอาจจะโดดได้จ้า
ก็ลองไปเลือกไปเทสกันดูเนอะ น้องสาวเค้าผิวค่อนข้างขาวเลยก็ใช้ได้อยู่จ้า
และในเรื่องของคุณสมบัติของการรักษาสิวน้องเค้าใช้ต่อเนื่อง 2-3 วัน
สังเกตได้ว่าหัวสิวแห้งไวขึ้นพอๆกับการใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวค่ะ

ทิ้งท้ายอย่างไรก็ตามแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยในเรื่องการรักษาสิว
แต่ถ้าเรามีการเมคอัพอื่นๆร่วมด้วยก็ต้องใส่ใจในเรื่องการทำความสะอาดให้ดีนะคะ
เพราะส่วนใหญ่แล้วปัญหาสิวมักเกิดจากการอุดตันของสิ่งสกปรก
แล้วทำความสะอาดไม่เกลี้ยงนั่นเอง แก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือทางออกที่ดีที่สุดเนอะ

----------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Eucerin ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองนะคะ
ทรายเองไม่มีปัญหาสิวเลยส่งมอบต่อให้น้องสาวเรียบร้อย
คุณน้องติดใจมากมาย สิวแห้งไว ปกปิดดีดูไม่หนาฮะ  Smiley
รายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมหรือสอบถามได้ที่

http://www.eucerin-club.com/acne/

https://www.facebook.com/EucerinClub

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า Smiley




 

Create Date : 03 กันยายน 2557    
Last Update : 14 กันยายน 2557 2:01:54 น.  

Review : เมื่อหมูได้ลองเทส Samsung Galaxy Tab S 10.5" บางเบาแต่จอใหญ่เต็มตา!



สวัสดีค่าบล็อคนี้จะขอแปลงร่างมาเป็นสาวไอทีแบบซี-ฉัตรปวีณ์ดูบ้าง
เรื่องความสวยไม่สู้ ความรู้ไม่เท่า แต่รีวิวได้มันส์ไม่แพ้กันนะจ๊ะ ฮี่ๆ
Smiley
รีวิวนี้ทางซัมซุงให้เค้ายืม Samsung Galaxy Tab S 10.5" รุ่นใหม่ล่าสุดมาลองเล่น
ซึ่งรุ่นนี้จะมีไซส์มินิกว่านี้อีกนิดนึงคือขนาด 8.4" ด้วยฮะ
ลองเทสอยู่พักใหญ่เลย แต่ขอบอกว่ามิได้ลองคนเดียวนะฮร้า ให้ป๊ากับแม่ลองเล่นด้วย
บล็อคนี้เลยอยาก
จะเน้นคุณสมบัติแบบบ้านๆที่เราใช้กันทั่วๆไปนี่แหละ
จะได้เข้าใจกันง่ายๆในสไตล์คนติดโซเชียลแต่ค่อนข้างโลว์เทค(แบบบ้านเค้า) 555
พร้อมแล้วไปชมกันเลยว่าเจ้าแท็บเล็ตตัวนี้สำหรับเค้ามันน่าสนใจอย่างไร Smiley



Samsung Galaxy Tab S 10.5"

----------------------------------------------------

รองรับ 4G LTE ความจุตัวเครื่องมีขนาดเดียว 16GB
(แต่ใส่เมม Micro SD เพิ่มได้ฮะ)

มีให้เลือก 2 สี ขาว-ทอง และ ดำ-ทอง

สนนราคาอยู่ที่ 19,900 บาท



เรื่องดีไซน์และวัสดุตัวนี้ดูดีงามเลยให้ลุคที่ดูหรูหรา
ฝาด้านหลังเป็น Faux leather  หรือ หนังเทียม พิมพ์ลายจุดเท็กซ์เจอร์ผิวด้านดูดีงาม
แต่ตัวนี้เป็นเครื่องเทสผ่านมาหลายมือละเลยแลเยินหน่อยเน่อ แหะๆ
ส่วนวัสดุส่วนอื่นเป็นพลาสติก Polycarbonate ที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา
นึกไม่ออกมันคือวัสดุแบบที่มักพบว่าใช้ทำกระเป๋าเดินทางที่น้ำหนักเบาๆแต่ราคาแรงๆอ่าฮร่ะ Smiley


Credit : http://global.samsungtomorrow.com

เจ้าปุ่มเล็กๆสองอันด้านหลังกดเล่นมันจะยุบได้อันนี้เค้าไม่ได้ทำมาให้กด
แต่เชื่อสิว่าหลายคนต้องกดเล่นแบบเค้า 555 เห็นอะไรเป็นปุ่มๆไม่ได้
ด้วยความสงสัยเลยไปเสิร์ชหาดูว่าแท้จริงแล้วมันถือแม่เหล็กที่เอาไว้ยึดเคสหล่ะค้า
ซึ่งมีชื่อว่า Simple Clicker
เค้าบอกว่านี่เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นมา
สำหรับใช้กับเคสแบบใหม่ที่ไม่ต้องจัดตัวเครื่องยัดใส่เคสให้กลัวเครื่องจะเป็นรอย
ด้วยการใช้เป็นแม่เหล็กดูดติดเคสกับตัวเครื่องแทน เก๋ๆดีเนอะ



ถือแล้วดูหรูหราไฮโซ....อย่าเข้าใจผิดเค้าหมายถึงเครื่องหรูนะมิใช่คนถือ กร๊ากก Smiley
อ้ออีกอย่างฝาหลังแบบหนังเทียมด้านๆแบบนี้มันหยิบจับง่ายกระชับมือดีไม่ลื่น
สาวสะเพร่าซุ่มซ่ามแบบอิชั้นขอคอนเฟิร์ม! โทรศัพท์ที่ใช้ตกพื้นมุมบิ่นทุกเครื่อง แหะๆ



อีกอย่างที่ต้องพูดถึงเลยคือ "ความบาง"
ตั้งแต่ลองเล่นแท็บเล็ตมาตัวนี้หุ่นเสลนเดอร์เพรียวบางที่สุด
หนาแค่ 6.6 มิล เท่านั้น น้ำหนัก
467 กรัม <<< ไม่ถึงครึ่งโล
ถือว่าเบาเลยนะเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอพี่บิ๊กแบบนี้
เหมาะกับคนชอบจอเต็มแต่แต่พกพาใส่กระเป๋าไปได้ไม่ไหล่ทรุดเท่าไหร่



จุดขายที่เห็นในโฆษณาบ่อยๆเลยคือหน้าจอที่คมชัดสีจัดจ้าน
เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของซัมซุงที่ชื่อว่า "SUPER AMOLED"
เค้าบอกว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้หน้าจอออกมาดีที่สุด สีสวยสดใสที่สุด
คมชัดที่สุด ให้รายละเอียดภาพดีกว่า แสดงเฉดสีที่ถูกต้องได้มากกว่า
และมีฟังก์ชั่นปรับสว่างและความเข้มของสีอัตโนมัติตามการใช้งานของเราด้วย
เช่น ถ้าเราอ่านหนังสือ e-book จอก็จะปรับระดับที่อ่านแล้วสบายตา
หรือถ้าเราดูหนัง สีสันความสว่างก็จะสวยพอดีสำหรับการดูหนัง ประมาณนี้

เรื่องสีสันและความสว่างสดใสก็ต้องยอมรับว่าซัมซุงเค้าทำออกมาได้ชัดจริง
แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบเนอะ อย่างป๊าเค้าบอกอันนี้สีสวยสุด สีมันจัดจ้านสะใจวัยสะรุ่นดี อิอิ
เค้าว่าใครเป็นขาเกมส์คงชอบจอใหญ่สีชัดเวลาเล่นเกมส์คงมันส์ดี
แต่พอดีเค้ามิเล่นเกมส์เลยเทสในเรื่องนี้ให้มิได้จ้า

รุ่นนี้มีระบบปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือด้วยนะ
แปะนิ้วที่ปุ่ม Home Key ตั้งค่าแสกนได้ 8 คนเลย
แต่พอดีเค้าเอากลับไปลองที่บ้านให้ป๊ากับแม่เล่นด้วย
กลัวจะงงงวยกันเลยไม่ได้ตั้งล็อคหน้าจอไว้ฮะ



ขอบตัดด้วยสีทองดูหรูหรา ขอบมนๆจับแล้วสมูทดี
ขอบฝั่งขวาตรงกลางเป็นช่องเสียบชาร์ตแบ็ต ซ้ายเป็นช่องใส่ซิมแบบ Micro Sim
และ ขวาช่องใส่เมมแบบ Micro SD เมมใส่ได้จุมากสุด 128 GB
ขอบฝั่งซ้ายเป็นช่องเสียบหูฟังแบบแจ็คใหญ่ ช่องลำโพงมีทั้งสองฟัง



กล้องหน้าความละเอียดจัดมา 2 ล้านพิกเซล
กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลมาพร้อม LED Flash
อื้อหือ ความละเอียดพอๆกะกล้องดิจิตอล
แต่กล้องอยู่ด้านขอบบนเวลาถือแบบแนวนอนทั้งกล้องหน้าและหลัง
อย่างเวลาเซลฟี่เค้าถือแนวตั้งแอบไม่ชิน เวลาถ่ายตาชอบเผลอมองที่ขอบบน
ช่วงเลนส์กว้างไม่มากแต่ก็พอสำหรับยืดแขนสุดแล้วแชะเซลฟี่เองได้ฮะ



โหมดถ่ายรูปจัดมาให้ 5 โหมด
ถ่ายเซลฟี่ก็จัดไปที่โหมด Beauty Face ปรับผิวนัวฟรุ้งฟริ้งได้ 5 ระดับ
เค้าว่าถ่ายที่ระดับ 1-2 กำลังงาม คือยังเป็นผิวแต่ดูเนียนดูนัวขึ้น
ถ้าถ่ายวิวแนะนำ HDR (Rich Tone) โลด สีจี๊ดดีงาม



ภาพดิบๆเทียบกันระหว่างกล้องหน้าและกล้องหลัง
มุมความกว้างของเลนส์เหมือนกล้องหน้าจะกว้างกว่านิดนึง
ความคมชัดนี่สูสีเลย แต่ภาพจากกล้องหลังจะไซส์ใหญ่กว่าซูมได้มากกว่า
เพราะความละเอียดมากกว่า เรื่องสีไม่รู้เป็นด้วยแสงด้วยรึเปล่า
เค้าถ่ายจุดเดียวกันเหมือนสีกล้องหน้าดูสดกว่าเนอะ
ทั้งสองภาพใช้โหมด Beauty Face ระดับประมาณ 1-2 จ้า

สิ่งหนึ่งที่เค้าชอบระบบปฎิบัติการ Andriod คือ การโหลดกับคอม
มันง่ายกว่าระบบอื่นมาก
เสียบปุ๊บเจอปั๊บ ดึงไฟล์ออกหรือเอาไฟล์ลงง่ายสุดๆ
ราวกับแท็บเล็ตเป็นแฮนดี้ไดร์ฟอันนึง สะดวกชีวิตมากกกกก



ด้วยความที่จอแบบ SUPER AMOLED สีสันและความละเอียดมันสูงมาก
พอโหลดลงคอมหรือดูผ่านจออื่นๆสีภาพมันเลยไม่แจ่มเท่าดูในซัมซุงอ่าน้า



มาถึงผู้ใช้งานจริงที่มาจิ๊กไปใช้บ่อยสุด 555 คุณป๊านั่นเอง
แบบว่าช่วงนี้ป๊าอินกับการลงทุนในกองทุน LTF ให้เค้า
เลยชอบอัพเดทรายละเอียดกองทุนในอินเตอร์เน็ตเพราะข้อมูลมันอัพเดทสดใหม่
ตลอดเวลาที่อยู่บ้านป๊ายึด Tab S ไปใช้เลยจ้า ติดใจละเซ่ะ อิอิ
เพราะจอมันใหญ่กว่าแท็บเล็ตปกติของเค้า เวลานั่งอ่านเว็ปเต็มตาดูง่ายดี
และสิ่งที่ป๊าค้นพบเองแล้วฝากให้มาชมคือพอเอานิ้วเลื่อนไปที่แถบตัวหนังสือ
มันจะซูมขยายขึ้นมาให้เองก่อนจะคลิก ป๊าบอกแหล่มเลยจะได้ไม่คลิกมั่ว
ได้อ่านแบบตัวขยายให้ชัวร์ๆก่อนค่อยกด
เหมาะกับวัยสะรุ่น(หลัง)ที่สายตาไม่อำนวยเท่าไหร่ 555 แซวป๊าๆ



ก็ไม่รู้ซินะยึดไปทุกวันเลย ป๊าใครน๊อขยั๊น ขยัน
หาข้อมูลไปจดไป พล็อตกราฟไป เป็นคนหาข้อมูลละเอียดชนะเลิศ ลูกอายเลย แหะๆ



ส่วนหม่อมแม่รอป๊าเผลอแล้วมาจิ๊กไปเล่นมั่ง
คือแม่ไม่นิยมเข้าเว็ป แต่ขานี้ชอบท่อง YouTube ฮร่ะ
ตามสไตล์ไม่ชอบอ่านแต่ชอบภาพเคลื่อนไหว อิอิ
ช่วงนี้ฝนตกไปออกำลังกายข้างนอกไม่สะดวก
แม่อิชั้นเฟี้ยวค่ะเสิร์ชหาคลิปออกกำลังกายแล้วเปิดเต้นตามเลย
T25 ไม่ใช่แนวข้อเข่าและวัยมิอำนวย หม่อมแม่ขอแนะนำ
>>>จังหวะไทย กายบริหารภาคกลาง<<<
ท่าบริหารง่ายๆทำตามได้ไม่ยากสนุกด้วยนะเออจังหวะไทยๆ
เก๋ตรงท่าเค้าประยุกต์มาจากนาฎศิลป์ไทยนี่แหละ
เต้นคนเดียวไม่มันส์ลากป๊าลากลูกมาเต้นด้วยกัน
ท่าไหนทำตามคลิปไม่ได้งง ลูกสาวกะป๊าต้องแกะท่าให้ด้วย 555

ภาพวิดีโอชัดเจนแจ่มแจ๋ว แต่ที่แจ๋วสุดคือเรื่อง "เสียง"
ด้วยลำโพงแบบสองฟังเปิดเสียงดังสุดนี่เซอราวด์เลย
ข้อนี้ป๊าคอนเฟิร์มให้ได้ ป๊าเค้าหูเสียข้างนึงตั้งแต่หนุ่มๆ
ตอนนี้หูใช้ข้างเดียวแบบไม่ชัด 100% แต่เปิดจาก Tab S ตัวนี้
ป๊าชมเลยว่าเฮ้ยเสียงมันชัดก้องรอบทิศดีมาก
ป๊าสามารถฟังได้ยินชัดเจนแบบไม่ต้องเงี่ยหูหรือยกมาฟังใกล้ๆเลย

ปล.ขาตั้งนี่ภูมิใจนำเสนอมากป๊าอิชั้นคิดค้นเอง
ขาตั้งกรอบรูปแบบขาตั้งเฟรม วางแล้วได้องศาเป๊ะ
ดูหนังก็ได้ เปิดคลิปในยูทูปก็ได้ DIY จากของใช้ในบ้าน 555




สรุป..........สำหรับ
Samsung Galaxy Tab S 10.5"
เค้าว่าจุดเด่นคือดีไซน์เครื่องเลย สวย หรู ดูดี
ที่สำคัญคือบางและน้ำหนักเบา ได้จอใหญ่เต็มตาแบบไม่ต้องแบกหนักๆ
ส่วนฟังก์ชั่นในเครื่องโดยทั่วไปเค้าไม่รู้สึกความต่าง
เพราะยืมเครื่องมาเล่นเลยไม่ได้โหลดอะไรลงเครื่อง
เครื่องก็ลื่นปรื้ดดี สีสันความคมชัดจอก็ตามที่โฆษณาแจ่มจี๊ดเลย
แต่ถ้าใช้จอแบบอื่นเปิดภาพที่ได้จากซัมซุงก็ต้องทำใจนิดนึงว่าสีจะดรอปลงนิดนึงน้า
ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้คือถ้าเรารู้สึกว่าสีสดไป
ก็เข้าไปปรับให้เป็นธรรมชาติได้ ด้วยการปรับโหมดตรง adaptive display ฮับ
อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบอ่าเนอะว่าชอบสีสดๆรึเปล่า

เรื่องกล้องได้ลองซัมซุงมาสองรุ่นคือรุ่นนี้กับ K Zoom
เค้าว่าซัมซุงทำกล้องออกมาดีมากในเรื่องของความคมชัด
เค้าชอบกล้องชัดๆแบบนี้มากกว่ากล้องแบบฟรุ้งฟริ้ง เห็นสภาพแท้จริงดี 555

เทียบคุณภาพกับราคาประมาณสองหมื่น ใส่ซิมได้ ใส่เมมเพิ่มเองได้
ก็ถือเป็นแท็บเล็ตอีกตัวที่น่าสนใจ ไปลองเล่นกันดูได้ฮะ
ยิ่งใครใช้มือถือซัมซุงอยู่แล้วคงชอบเพราะซัมซุงด้วยกันจะซิงค์ไฟล์กันง่ายสุดๆ
อ้อลืมบอกไปตัวนี้โทรศัพท์ได้ด้วยนะเออ! ถือคุยทีเด่นเลย อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ
Samsung ที่ให้ยืม Galaxy Tab S 10.5" มาเทสนะค้า
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมได้ที่

www.samsung.com/th/

https://th-th.facebook.com/samsungmobilethailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า Smiley

Sponsored by Samsung




 

Create Date : 03 กันยายน 2557    
Last Update : 3 กันยายน 2557 0:08:37 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  
BlogGang Popular Award#10


 
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 367 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.