Group Blog
 
All blogs
 

Review : Eucerin Sun CC Cream Acne Oil Control ซีซีกันแดดคุมมันลดปัญหาสิวและปกปิดแบบเป็นธรรมชาติ







Eucerin Sun CC Cream Acne Oil Control

ซันซีซี 0%ซิลิโคน ปกป้องผิวจากรังสี UVA , UVB และอินฟราเรด
ปกปิดแบบธรรมชาติ แต่ไม่อุดตัน ไม่ทำให้เกิดสิว

ขนาด 50ml. ราคา 1,350 บาท
มีจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า , Watsons , Boots และร้านขายยาชั้นนำทั่วไป
ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถคลิกเข้าไปที่ http://bit.ly/1Se0gmL ค่า




 

Create Date : 04 เมษายน 2559    
Last Update : 7 เมษายน 2559 14:45:13 น.
Counter : 5704 Pageviews.  

Review : YVES ROCHER Waterproof Eye Pencil ไลน์เนอร์สีแซ่บกันน้ำขั้นเทพ...สงกรานต์นี้สาดมาเลยค่ะ!

ใกล้เข้าเมษาเชื่อว่าสาวๆกำลังตระเวนหาเมคอัพกันน้ำกันอยู่ชิมิล่า
สงกรานต์ทั้งทีจะเล่นน้ำหน้าโล้นก็เกรงใจสังคมอ่าเนอะ Smiley

บล็อคนี้จัดให้สมใจกันไปเลยกับไลน์เนอร์ที่ติดทนกันน้ำขั้นเทพ
แถมยังเป็นอายแชโดวในตัวมาพร้อมโทนสีสันให้ฟิลซัมเมอร์สุดๆ
นอกจากรีวิวแล้วยังมีมินิฮาวทูวิธีการแต่งตาให้สองลุคด้วย
เกริ่นมาซะขนาดนี้อยากรู้กันแล้วก็เชิญรับชมได้เลยค่า  Smiley




ไลน์เนอร์ที่จะพูดถึงในบล็อคนี้คือแบรนด์ "อีฟ โรเช"
เป็นแบรนด์เก่าแก่จากประเทศฝรั่งเศสที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1959
ณ หมู่บ้าน ลา กาซิลี่ แคว้นบริตานี โดย มร.อีฟ โรเช ผู้มีความหลงใหลในพืชพันธุ์ต่างๆ
จึงเกิดมาเป็นผลิตภัณฑ์ความงามที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ

ปัจจุบันมีสาขามากถึง 4,000++ สาขาทั่วโลก
ในบ้านเราก็ปาเข้าไป 70 กว่าสาขาละ เปิดเป็นช็อปเลยอยู่ในห้างใหญ่ๆ
สามารถเข้าเช็คสาขาใกล้บ้านได้ที่ >>>CLICK<<<



YVES ROCHER
WATERPROOF EYE PENCIL


---------------------------------------------------------------

ราคาแท่งละ 250 บาท

***เป็นหนึ่งใน 10 Ten เมคอัพขายดี
ที่ปีนี้เค้าได้ทำการปรับลดราคาลงมา
จากเดิมแท่งละ 290 บาท เซฟตังไปได้ตั้ง 40 บาท!

รายละเอียดผลิตภัณฑ์

ดินสอเขียนขอบตาสีคมชัด
สามารถใช้เป็นอายแชโดวได้เมื่อเกลี่ยให้กระจายด้วยแปรง
พร้อมคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ กันความชื้นต่างๆ
และมีส่วนผสมของสารสกัดจากดอกคาร์โมมายด์
ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค ลดอาการอักเสบระคายเคือง
และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ



ลักษณะเป็นแบบแท่งหมุนๆไม่ต้องเสียเวลาเหลา
บ้านเรานำเข้าทั้งหมด 8 เฉดสี
มีทั้งสีเบสิกอย่างสีดำและสีโทนสดใส



เฉดสีจะมีวางขายบ้านเราจะมีเบอร์
01-05 และ 08-10



ซูมๆสวอทช์สีให้ชมกันชัดๆ
เบอร์ 01 , 02 , 04 และ 09 จะเป็นเนื้อแมทท์
เบอร์ 03 , 05 , 08 และ 10 เป็นเนื้อชิมเมอร์

สีที่เป็นแมทท์จะเห็นว่าเนื้อดินสอจะดูแห้งกว่า
เนื้อของไส้ดินสอจะแข็งกว่าทำให้ติดทนไม่เยิ้ม
แต่อาจจะทำเขียนยากนิดนึงเน่อ

ส่วนสีที่เป็นชิมเมอร์จะเห็นว่าสีเนียนชัดดูเสมอกัน
เพราะเนื้อดินสอจะนิ่มและมีความลื่นเขียนได้ง่ายกว่า



เทสคุณสมบัติที่เค้าบอกว่ากันน้ำ
จะกันได้จริงไหมเล่นใหญ่ไปเลยเปิดก๊อกค่ะขอแรงสุด!
ผลที่ได้คือไม่ว่าจะราดไปเท่าไหร่ คือไม่มีเลือนไม่มีหลุด

แต่ๆๆๆ...เค้ามือซนลองถูๆดู ถ้าตอนที่ไลน์เนอร์ยังเปียกเอานิ้วไปถูขยี้
ไลน์เนอร์จะหลุดออกมาเป็นก้อนๆแบบขี้ไคลนะฮะ
คือไม่ละลายไปกับน้ำไม่ต้องกลัวว่าจะเยิ้มแล้วไหลเข้าตา
แต่หลุดในลักษณะก้อนในกรณีที่เผลอไปขยี้แรงๆ
ดังนั้นถ้าเขียนกับตาโดนน้ำเท่าไหร่ก็โดนไปห้ามเอามือไปขยี้เป็นพอ



อันนี้เทสกะออยเค้ามิได้เคลมแต่อยากรู้ว่า
ถ้าเอาคลีนซิ่งออยที่ไม่ใช่อายรีมูฟเวอร์มานวดวนจะเอาออกไหม
ตามภาพเลยนะฮะ....เอาออก แต่ออกได้ไม่หมด!
สีเบอร์ 01 , 02 , 03 , 05 , 08 ยังเหลืออยู่
โดยเฉพาะ 05 Turquoise ติดทนม้ากกกก

---------------------------------------------------------------------

ทราบคุณสมบัติไปละทีนี้มาแต่งบนตาจริงๆกันบ้าง
เค้าทำเป็นมินิฮาวทูมาฝากกัน 2 ลุค

สำหรับลุคแรกคือ Signature Look ของเค้าเลย
เป็นลุคที่แต่งประจำเพราะแต่งง่ายได้ทุกวันเหมาะกับทุกโอกาส
โดยจะใช้
YVES ROCHER WATERPROOF EYE PENCIL เพียงอย่างเดียว
ใช้เป็นทั้งอายแชโดวและอายไลน์เนอร์ไปเลย



1. ใช้สีบรอนซ์เนื้อชิมเมอร์เบอร์ 08 Cuivre ทาให้ทั่วแนวชั้นตา

2. ใช้แปรงค่อยๆเบลนให้ฟุ้งขึ้นไป เทคนิคคือควรรีบเบลน
อย่าปล่อยจนไลน์เนอร์แห้งจะเกลี่ยยาก และแนะนำให้ใช้แปรงขนสังเคราะห์
จะเบลนได้ดีกว่าแปรงขนสัตว์เพราะขนแปรงจะมีการสปริงตัวไม่นิ่มจนเกินไป

3. เขียนหัวตาด้วยสีทองเนื้อชิมเมอร์เบอร์ 10 Dore

4. เขียนขอบตาด้วยสีดำแมทท์เบอร์ 01 Noir โดยลากให้ชิดขอบตา
ตรงหางตาไม่ตวัดเค้าจะลากไปตามแนวรูปตาแต่ยาวกว่าตาจริงเล็กน้อย
โดยจะไม่ลากต่ำไปกว่าแนวโค้งของขอบตาล่างเพราะจะทำให้หางตาดูตกได้

5. เขียนขอบตาด้านในด้วยสีดำแมทท์ ตัวนี้เค้าว่าเขียนขอบตาด้านในติดทนดีนะ
เพราะว่าเนื้อมันแห้งไม่ต้องกลัวเยิ้มแต่เนื้อมันจะแข็งหน่อยต้องเขียนใจเย็นๆ

6. เขียนขอบตาล่างแบบเต็มเส้นด้วยสีบรอนซ์ชิมเมอร์

7. เขียนหัวตาล่างด้วยสีทองชิมเมอร์

8. ดัดขนตาปัดมาสคาร่า ใครขนตามีจำกัดแบบเค้าก็ติดขนตาปลอมเข้าไปโลด
เดี๋ยวนี้ขนตาเค้าชอบแบบบางเบาเน้นแค่ดูฟุ้งๆ
ลุคนี้ใช้ BohkTohOne เบอร์ BT01 รุ่นที่หยิบประจำให้ลุคเป็นธรรมชาติดี

9. ถ้าปัดขนตาบนเยอะหรือติดขนตาปลอมห้ามลืมปัดขนตาล่างเด็ดขาด
มีแต่ขนตาบนมันดูไม่บาลานซ์เหมือนยังแต่งหน้าไม่เสร็จดีอ่านะ



เรียบร้อยค่านี่หล่ะลุคประจำตัวของเค้า
นึกไรไม่ออกก็แต่งแต่แบบนี้ โทนสีประมาณนี้
ไม่ต้องคิดเยอะเข้าได้กับทุกลุคทุกสีผิวไม่เชื่อลองดู Smiley

***คอนแทคเลนส์ DreamColor1 รุ่น Mini Stella Brown จ้า



ตาเป๊ะด้วยดินสอสามแท่งจบ!



แมทช์กับสีลิปประจำตัวโทนพีชตามเคย
เค้าไม่ชอบทาสีเดียวเดี่ยวๆ โทนนี้จะทาเป็นสีส้มหรือคอรัลด้านใน
แล้วทาทับด้วยสีนู้ดๆที่ด้านนอก สีที่ได้จะออกโทนพีชๆตามภาพ

ลุคนี้ใช้ It's Skin รุ่น It's Top by Italy Satin Lip Pencil
สีคอรัลเบอร์ 05 ผสมกับสีเบจนู้ดเบอร์ 06 จ้า



แต่งตาแบบนี้จะช่วยให้ตาดูกลมโตขึ้น
ใครชอบให้ตาดูเฉี่ยวๆก็ลากเส้นให้บางมากๆเอาให้ชิดขอบตา
แล้วลากหางตาให้ยาวเลยรูปตาจริงออกมาหน่อยตาจะดูเรียวเป็นทรงอัลมอลด์ฮะ



สีแก้มเบาๆไม่เน้นไม่ต้องคิดเยอะปัดโทนพีชโลด



สดใสป่ะล่ะเค้าแต่งประมาณนี้ตลอด
คือแต่งเต็มขั้นพร้อมขนตาปลอมแต่คนจะทักกันว่าเป็นลุคใสๆ555
นี่แหละแต่งเต็มยังไงให้ดูไม่เยอะ.....คีย์หลักก็คืออย่าใช้สีจัดจ้านแค่นั้นเอ๊ง!

-----------------------------------------------------------------------------------

มาต่อกันด้วยลุคที่สองเป็นการประยุกต์จากลุคแรก
ให้ดูแซ่บขึ้นดูมีอะไรมากขึ้นสำหรับการไปลั้นลาปาร์ตี้ต่อโดยไม่ต้องแต่งหน้าใหม่



- ใช้สีฟ้าอมเขียวเนื้อชิมเมอร์เบอร์ 05 Turquoise เขียนทับเข้าไปที่กลางขอบตาล่าง
สีนี้เค้าชอบนะเนื้อนุ่มลื่นที่สุดในบรรดาทุกสี ให้สีชัดได้ใจมากเขียนทับสีอื่นได้เลย

- เติมหางตาด้วยสีน้ำเงินแมทท์เบอร์ 02 Bleu โดยลากให้เชิดขึ้นกว่ารูปตาจริง
จะลากหางยาวไปมากน้อยแค่ไหนอันนี้ตามความชอบและความมั่นใจ

- ลากเส้นสีน้ำเงินต่อเชื่อมจากหางตาบนมาเชื่อมกับสีเทอร์ควอยซ์ที่ชอบตาล่างเบลนให้เข้ากัน

- ใครยังไม่คล่องใช้ดินสอลากหางตาแล้วไม่คมหลังเขียนเอาคัดตอนบัดปาดเก็บขอบโลด
ถ้าทิ้งไว้นานจะไลน์เนอร์แห้งสนิทแล้วอยากปาดเก็บขอบ
ให้เอาคัทตอนบัดแตะรีมูฟเวอร์เล็กน้อยแค่พอหมาดๆเวลาปาดจะเก็บขอบได้คมกริบเลยฮะ



แปลงร่างเรียบร้อยใส่สีสันเข้าไปเมคอัพตาดูแซ่บขึ้นทันที

***คอนแทคเลนส์ DreamColor1 รุ่น Mini Stella Brown จ้า



ดินสอ 5 แท่งสำหรับเมคอัพสองลุค!
ใสๆเซฟๆ หรือจะเป็นเปรี้ยวซ่าสายแซ่บก็ได้อยู่



ลิปเค้าเปลี่ยนเป็นเฉดแดงอมน้ำตาล
โทนสียอดฮิตแห่งปี แต่ลิปนี่ผสมหลายสีเกิ๊น
จำบ่ได้จริงๆว่าทาอะไรลงไปบ้าง แหะๆ ขอโทษค่า



ใครอยากลองสายสีสันแต่ไม่สามารถกับการทาอายแชโดว
ลองมาเล่นกับไลน์เนอร์แบบนี้ดูก็เก๋ดีนะ



ขอบอกว่า 2016 นี้โทนฟ้าเขียวมาแรงสุดๆ ส่องจากเมคอัพบนรันเวย์ได้เลย
ไม่อยากเอาท์ต้องจัดตาโทนนี้ตามกระแสกะเค้าดูบ้าง



ตาเยอะปากสีเข้มเข้ากันได้แต่แก้มต้องเบาๆเน่อ



แต่งหน้าเต็มละเทสกะน้ำ.....ได้เผื่อใครอยากรู้ว่าสงกรานต์ใช้ตัวนี้จะรอดไหม
สาดเข้าไปเลยจ้ะเต็มๆเอาให้ชุ่มฉ่ำ กว่าน้ำกับชัทเตอร์จะประสานกัน
บอกเลยว่ากดไปหลายช็อต เปียกตั้งกะเสื้อยันกางเกง555



หยดติ๋งๆละเปียกพอมิเคอะ
จะเห็นว่าน้ำมิสามารถทำอะไรไลน์เนอร์เราได้จริงๆ
แต่ขนตาล่างพี่นี่เริ่มไปละ ลืมใช้ตัวที่กันน้ำ แหะๆ



เวลาโดนน้ำสาดมาถ้าอยากให้เมคอัพติดทน
แนะนำว่าห้ามเอามือไปปาดน้ำออก
ให้เอาทิชชู่พับให้เรียบแล้วซับน้ำออกแบบเบามือ
จะไม่ทำให้เมคอัพที่เราบรรจงแต่งนั้นหลุดเป็นคราบ



สภาพหลังซับน้ำออกแล้วด้วยทิชชู่
เห็นมะเมคอัพยังอยู่นะฮร้าาาา

ดังนั้นสงกรานต์นี้อยากแต่งแต่ให้อยู่ทน
ไปเล่นน้ำสาดน้ำได้เต็มที่.....แต่ห้ามปะแป้งฮร่ะเข้าใจตรงกันนะ!



สรุปความรู้สึกหลังได้ทดลองใช้

YVES ROCHER WATERPROOF EYE PENCIL
จัดว่าเป็นไลน์เนอร์ที่กันน้ำสมคำเคลม
โดนน้ำได้เต็มที่ไม่มีเลือนแต่ห้ามเอามือไปถูแค่นั้นเอง

เนื้อดินสอมีความนิ่มแข็งต่างกันไปตามโทนสี
แต่ด้วยรวมจัดว่าเนื้อค่อนข้างแห้งแข็งและฝืดหน่อย
โดยเฉพาะเวลาปาดที่ท้องแขนแต่เวลาปาดที่ตาเค้าว่าปาดง่ายกว่านะ

ข้อดีของเนื้อแบบนี้คือมันจะไม่เยิ้มง่ายใครเปลือกตามันไปลองกันดูเค้าว่าน่าจะรอด
แต่ข้อเสียคือต้องเขียนใจเย็นหน่อยอย่าเขียนแรงเกินไป
เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บตาได้แล้วยังทำให้ไส้ดินสอหักอีกด้วย

เทคนิคของเค้าคือถ้ารู้สึกว่าเขียนไปแล้วเนื้อเริ่มแห้งๆฝืดๆ
บางทีมันเกิดจากปลายดินสอไปเจอกับพวกรองพื้นหรือแป้งที่เราลงไปก่อนหน้า
ให้ทำการฝนปลายดินสอที่หลังมือเอาพวกคราบเบสเมคอัพออกไปก่อน
และการฝนจะทำให้เกิดอุณหภูมิที่สูงขึ้นเล็กน้อยจะช่วยให้เนื้อนิ่มเขียนง่ายขึ้นจ้า

เอาว่าใครต้องการความทนตัวนี้เค้าให้ผ่านนะ สงกรานต์นี้นางได้ไปต่อ
สีที่โดนใจที่สุดคือ
05 Turquoise เป็นสีที่ควรมีในกรุจริงๆฮะ!

--------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Yves Rocher
***All opinions are my own
Information : https://web.facebook.com/yvesrocherthailand

http://www.yvesrocher.co.th/




 

Create Date : 23 มีนาคม 2559    
Last Update : 25 มีนาคม 2559 22:08:13 น.
Counter : 1700 Pageviews.  

Preview : No7 Protect & Perfect Intense ADVANCED ลดเลือนริ้วรอยแบบครบไลน์กับ Day,NightและEye Cream









เมื่อปลายปี 57 เค้าเคยเขียนบล็อครีวิวผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยแบรนด์หนึ่ง
ที่เรียกได้ว่าเป็นประวัติการณ์ทางด้านยอดขายเลยว่าขายดีถล่มทลายมากๆ
ในร้าน Boots ที่ประเทศอังกฤษ เพราะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและราคาสมเหตุสมผล
นั่นก็คือ 
No7 Protect & Perfect  ADVANCED Serum <<< คลิกเพื่ออ่านรีวิวได้ฮะ



ซึ่งในปี 59 นี้เค้าได้พัฒนาต่อยอดจากเดิมที่มีแค่เซรั่มออกมาเป็นสกินแคร์ครบไลน์
ที่มีทั้ง Day Cream , Night Cream และ Eye Cream
สำหรับคนที่ชอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้และอยากได้การดูแลผิวในเรื่องริ้วรอยแบบจัดเต็ม
 3 ไอเท็มใหม่นี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบล็อคนี้จะมาอัพเดทให้ชมกันค่า Smiley



ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพิ่มเติม ได้แก่

 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Day Cream

ขนาด 50 ml ราคา 1,250 บาท

 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Night Cream

ขนาด 50 ml ราคา 1,250 บาท


 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Eye Cream

ขนาด 15 ml ราคา 950 บาท


[เซรั่มยังราคาเดิม ขนาด 30 ml ราคา 1,350 บาทค่า]

---------------------------------------------------------------------------


No7 เป็นแบรนด์จากอังกฤษภายใต้บริษัท Boots 
จึงสามารถหาซื้อได้ที่ ร้าน Boots ทุกสาขา 
เช็คโปรโมชั่นหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆได้ตามลิงค์ด้านล่างจ้า




 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Day Cream and Night Cream


ขนาด 50 ml ราคา 1,250 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ปกป้องผิวด้วย
Matrixyl 3000 Plus สุดยอดเทคโนโลยี
เพื่อการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยที่ดีที่สุดจาก No7
และพิเศษด้วย Double Defence Technology
ช่วยเสริมประสิทธิภาพการปกป้องผิว และลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก
พร้อมชะลอริ้วรอยใหม่ที่จะเกิดขึ้น
โดยเดย์ครีมจะมีค่า SPF 15 และ 5*UVA
ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย



รายละเอียดส่วนผสม

ด้วยความที่อยู่ในไลน์เดียวกันส่วนผสมหลักที่ชูมาเป็นจุดขาย
จึงเหมือนกับตัวเซรั่มที่เคยออกมาก่อนหน้า



นั่นก็คือเทคโนโลยี
Matrixyl 3000 Plus (เมทริซิล 3000 พลัส)

 เป็นส่วนผสมที่ได้รับการพัฒนาจากสารเดิมคือเมทริซิล 3000
ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์สองชนิด
Palmitoyl Oligopeptide และ Palmitoyl Tetrapeptide-7 )
ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมความเสียหายในผิว ด้วยการฟื้นฟูโปรตีนหลัก
เช่น ไฟบริลลิน ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความยืดหยุ่นของผิว

แต่ต่อมามีการพัฒนาให้เป็นเมทริซิล 3000 พลัส 
ด้วยการผสมอะซิทิล-ได-เปปไดท์ (Acetyl dipeptide-1 cetyl ester
ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยได้มากขึ้น
โดยอยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้าของ Sederma

อีกหนึ่งตัวที่เป็นจุดขายเช่นเดียวกันกับเซรั่มก็คือสารให้ความชุ่มชื่นและช่วยให้ผิวอุ้มน้ำ
เป็นสารที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ กรดไฮยารูลอนิก (Sodium Hyaluronate)

แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ
Double Defence Technology
ที่ช่วยในเรื่องการลดภาวะความเครียดของผิวจากสภาวะแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นรังสี UV ในแสงแดด หรือ ฝุ่น ควัน มลภาวะต่างๆ ที่เราต้องเจอทุกวัน
ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาริ้วรอยก่อนวัยเลย
โดยเทคโนโลยีที่ใช้คือการผสมผสานส่วนผสม
ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ในปริมาณสูงหลายๆตัวเข้าด้วยกัน
เพื่อลดการถูกทำร้ายของผิวจากอนุมูลอิสระทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม



เทียบ Day Cream และ Night Cream
มาในกระปุกแบบเดียวกันแต่กระปุกจะคนละสี
เนื้อครีมด้านในสีขาวเช่นเดียวกันแต่ Night จะมีความข้นกว่าจ้า



ลักษณะเนื้อและกลิ่น


เนื้อ Day Cream ด้วยความที่มีส่วนผสมของสารกันแดด
จึงมีเนื้อที่ค่อนข้างขาวและทึบแสงกว่าเวลาที่ปาดลงไปบนผิว
ส่วน Night Cream จะมีความข้นหนืดกว่าแต่เนื้อครีมดูใสนะ
ถึงเป็นเนื้อครีมที่ค่อนข้างข้นแต่มีความลื่นเกลี่ยให้ซึมผิวได้ดีทั้งคู่
กลิ่นน้ำหอมค่อนข้างชัดหลังทามีกลิ่นติดผิวพอควร



Day Cream : แม้สีจะดูทึบแสงแต่เกลี่ยบนผิวได้ง่าย
ซึมผิวได้หมดไม่เหนอะหนะนะ เท็กซ์เจอร์ผิวหลังทาจะขึ้นเงาเล็กน้อย
แต่ไม่ได้ทำให้ดูหน้ามัน และแม้จะมีสารกันแดดแต่ไม่ทำให้หน้าดูวอก
เพราะใช้สารกันแดดในกลุ่ม Chemical Sunscreen ฮะ
หลังทาผิวนุ่มชุ่มชื่นดี ให้ฟิลในการเคลือบผิวบางๆ



Night Cream : เนื้อครีมเข้มข้นเหมาะแก่การโบกก่อนนอนมาก
เพราะส่วนผสมหลักนี่เน้นชุ่มชื่นจัดเต็มเลยคือ Glycerin กับ Shea Butter
แม้ตัวนี้เนื้อดูข้นแต่ก็ซึมผิวได้ไวนะเทียบกับผิวแห้งแบบเค้าก็ยังไม่จัดว่าเนื้อข้นมาก
หลังทาจะให้ความรู้สึกในการเคลือบผิวได้ดี เนื้อหนักกว่าตัว Day พอควร
แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกมันหรือเหนอะหนะผิว ยิ่งทากลางคืนแล้วนอนแอร์เค้าว่าโอเคเลย



จัดว่าเป็นครีมที่ทำเนื้ออกมาให้เข้มข้นและชุ่มชื่นดีผิวแห้งแบบเค้าน่าจะชอบ
ยิ่งอยู่ในไลน์ลดเลือนริ้วรอยด้วยแล้วตอบโจทย์ผิวแห้งเลยหล่ะ
เพราะผิวที่ขาดความชุ่มชื่นนี่แหละเป็นผิวที่จะเกิดริ้วรอยได้ง่ายสุด

หลายคนอาจรู้สึกว่าครีมเป็นขั้นตอนที่ไม่ค่อยสำคัญ
มักไปเน้นกันที่พวกเซรั่มที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์เข้มข้นมากกว่า
แต่อยากบอกว่าการทาครีมเสต็ปสุดท้ายนั้น
จะช่วยเก็บล็อคความชุ่มชื่นของผิวให้คงอยู่ได้ตลอดวันนะฮะ
ดังนั้นจึงเป็นเสต็ปที่มิควรมองข้ามเลย



 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Eye Cream


ขนาด 15 ml ราคา 950 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เพื่อบำรุงผิวบริเวณรอบตาซึ่งบอบบางและต้องการบำรุงเป็นพิเศษ
ด้วยส่วนผสม เมทริซิล 3000 พลัส ช่วยลดเลือนริ้วรอย
ลดอาการตาบวมและรอยหมองคล้ำรอบดวงตา ให้กลับมาแลดูเปล่งประกายสดใส
พร้อม Double Defence Technology
ที่ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน



รายละเอียดส่วนผสม

ส่วนผสมจุดขายก็เหมือนกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่น
คือ
Matrixyl 3000 Plus และ Double Defence Technology
แต่สำหรับอายครีมจะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมจ้า

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

***แถมให้นิดนึงกับเรื่องแอลกอฮอล์คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองแพ้
แต่จริงๆแอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้แพ้เน่อ ผลต่ผิวจริงๆคือทำให้ผิวแห้งลง
เพราะแอลกอฮอล์เป็นสารระเหยไวเวลาระเหยจึงดึงความชุ่มชื่นไปด้วย
แต่ถ้าดูในส่วนผสมแล้วพบว่าสารให้ความชุ่มชื่นมีปริมาณเยอะกว่ามาก
ส่วนผสมอย่างแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้น่ากังวลอะไรฮะ
เพราะเค้าเองที่มีผิวแห้งก็ใช้สกินแคร์ที่มีแอลกอฮอล์ได้
แค่ดูก่อนว่าในส่วนผสมมีสารให้ความชุ่มชื่นมาเพียงพอไหม
อย่างอายครีมตัวนี้สารให้ความชุ่มชื่นจัดมาแน่นมากจึงไม่มีผลเรื่องทำให้ผิวแห้งจ้า




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้ออายครีมเป็นสีเบจอ่อนๆ
เกลี่ยดูจะรู้สึกเนื้อคล้ายครีมมูสนุ่มๆ
เนื้อลื่นซึมผิวได้ง่าย ไม่มีกลิ่นเพราะไม่มีน้ำหอม



วิธีการใช้อายครีมในแบบของเค้าจะบีบอายครีมไว้ที่นิ้วนาง
เพราะเป็นนิ้วที่มีน้ำหนักเบาๆสุดเหมาะแก่การทาบริเวณรอบดวงตา
ซึ่งเป็นจุดที่มีผิวหนังบางกว่าจุดอื่นและเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่าย
แต้มครีมลงไปรอบดวงตาโดยไม่ลืมที่เปลือกตาบนด้วย
ค่อยๆใช้นิ้วนางเกลี่ยเบาๆจากหัวตาไปหางตา
บริเวณหางตาลากแล้วยกขึ้นเล็กน้อย



เปรียบเทียบสองด้านจะเห็นว่า
ด้านที่ทาสีผิวบริเวณใต้ตาจะดูเสมอกันขึ้นเล็กน้อยเนอะ
เพราะว่าเนื้อครีมเป็นสีเบจจึงช่วยในการปรับสีผิวได้นิดนึง
แต่ก็ไม่ได้มากขนาดคอนซีลเลอร์นะ แค่ช่วยให้ตาดูเฟรชขึ้น
เท็กซ์เจอร์ครีมดีลื่นเกลี่ยง่ายให้ความชุ่มชื่นได้โอเค

ส่วนเรื่องลดอาการบวมเค้ายังไม่ค่อยรู้สึกเน่อ
คือเป็นคนตาบวมมากเป็นปกติ ซึ่งอาการตาบวมมันเกิดจากหลายปัจจัย
หลักๆเลยคือเรื่องการพักผ่อนซึ่งต้องปรับจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
จะพึ่งอายครีมให้อาการบวมยุบตั้งแต่ทาครั้งแรกคงมิได้ แหะๆ



ส่วนตัวเค้าว่าเป็นอายครีมที่ช่วยให้รอบดวงตาดูสดใสขึ้น
เพราะมีสีเบจอ่อนๆเลยช่วยปรับสภาพสีผิวและช่วยในการกระจายแสง
แต่ในเรื่องอาการบวมอะไรพวกนี้คงต้องลองแต่เนื่อง
แต่บล็อคนี้เป็นการพรีวิวคือลองใช้ให้ชมเป็นข้อมูลเบื้องต้น
เลยไม่ขอสรุปในเรื่องผลลัพธ์ให้ฟังนะฮะ

เอาว่าถ้าใครสนใจหรือเคยใช้เซรั่มในไลน์นี้
อยากจะใช้ให้ครบไลน์ เค้าก็ทำออกมาให้ครบเซ็ตแล้วเน่อ
มีตั้งแต่เซรั่ม เดย์ครีม ไนท์ครีม และอายครีม
ซึ่งโดยรวมก็จัดว่าเป็นไลน์ลดเลือนริ้วรอยที่ราคาเอื้อมถึง
และมีส่วนผสมที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของเค้า
ก็สามารถไปลองดูและเทสเนื้อกันได้ที่ร้าน Boots ทุกสาขาค่า

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ Smiley

---------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by No7
***All opinions are my own
Information :




 

Create Date : 22 มีนาคม 2559    
Last Update : 4 เมษายน 2559 12:16:12 น.
Counter : 407 Pageviews.  

Review : Philosophy Ultimate Miracle Worker Night นวัตกรรมเซรั่มอินครีมช่วยลดเลือนริ้วรอย



สวัสดีค่าบล็อคนี้มีสกินแคร์ตัวใหม่จาก
Philosophy มาอัพเดทให้ชมกัน
จัดว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เค้าใช้แล้วโดนใจใช้ต่อหลายตัว
ซึ่งตัวใหม่นี้เข้ากับวัยย่างเข้าสามสิบเสียเหลือเกิน
นั่นก็คือไลน์ฟื้นบำรุงและลดเลือนริ้วรอยนั่นเอง แหะๆ ปวดใจเนาะ
สำหรับความพิเศษขอบอกเลยว่ามีกิมมิกที่น่าสนใจตั้งแต่วิธีการผสมครีมก่อนใช้!
กับลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น "2-in-1 เซรั่มอินครีม"
จะมีความน่าสนใจอย่างไหร่ตามไปชมกันค่า



Philosophy
Ultimate Miracle Worker Night

ฟิโลโซฟี อัลติเมท มิราเคิล เวิร์คเกอร์ ไนท์

---------------------------------------------------------

ขนาด 60 มล ราคา 3,300 บาท
(ครีม 50 ml และเซรั่ม 10 ml)

มีจำหน่ายที่เคาท์เตอร์ Philosophy ทุกสาขา
[ สาขาพารากอน ชั้น M,  เอ็มโพเรียม ชั้น M, เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1,
เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 1 และร้าน Sephora จ้า ]


หรือช้อปปิ้งออนไลน์ได้ที่ http://www.sephora.co.th


รายละเอียดผลิตภัณฑ์

 มอยซ์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าสำหรับช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวในยามค่ำคืน
ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือระดับถึง 2 เท่า ช่วยเสริมสร้างกระบวนการ
ต่อต้านและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย มอบผิวที่เรียบเนียน ดูกระชับขึ้น รูขุมขนแลดูเล็กลง
ด้วยคุณค่าของดอกไอริส (Iris flower) ที่ช่วยปกป้องโมเลกุลในชั้นผิว
และเสริมสร้างกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ
และ hpr+ (Hight- Performance Retinoid) เรตินอยด์ประสิทธิภาพสูง
 ที่ช่วยเร่งกระบวนการหมุนเวียนและปกป้องคอลลาเจนให้กับเซลล์ผิว
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นและฟื้นฟูผิวแบบชั้นต่อชั้น เติมคอลลาเจนและอิลาสตินให้กับผิว
รวมถึงช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดการกระคายเคือง



สิ่งที่ทำให้ไนท์ครีมตัวนี้น่าสนใจที่สุดสำหรับเค้าคือวิธีการผสมครีมก่อนใช้
ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของแบรนด์ Philosophy เลยนะ
กับการแยกส่วนผสมมาให้เราได้ผสมสดเอง
ทำให้รู้สึกว่าได้ครีมที่เฟรชดีเนอะผสมเองกับมือ Smiley

สำหรับ Philosophy Ultimate Miracle Worker Night
เปิดกล่องมาจะต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่งด้วยกัน คือ

1. กระปุกครีมขนาด 50 ml

2. เซรั่มในรูปแบบของเพิร์ลสีชมพู
ที่มาในถาดพลาสติกขนาด 10 ml

3. ไม้พายพลาสติกสีดำ




ที่ด้านข้างกล่องจะมีวิธีการผสมครีม
สำหรับการใช้ครั้งแรกบอกไว้ชัดเจน



1. เปิดฝาถาดเซรั่มจะพบเซรั่มในรูปแบบของเพิร์ลสีชมพูแช่อยู่ในเจลใสๆดูเลอค่ามากมาย
ค่อยๆเททั้งตัวเม็ดเพิร์ลและเนื้อเจลลงในกระปุกครีมจนหมด
เค้าใช้ไม้พายช่วยกวาดทั้งเนื้อเพิร์ลและเนื้อเจลเอาลงไปในกระปุกให้เรียบ

2. ทิ้งเนื้อเซรั่มไว้ในกระปุกครีมประมาณ 5 นาทีโดยเค้าจะปิดฝาไว้
ให้ตัวเซรั่มทำปฎิกิริยากับเนื้อครีม เม็ดเพิร์ลในเซรั่มจะค่อยๆละลายตัว

3. เปิดฝาออกแล้วใช้ไม้พายค่อยๆคนให้เนื้อเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
ตอนแรกไม่คิดว่าเม็ดเพิร์ลจะละลายไปในครีมได้หมด
แต่คนเบาๆแว้บเดียวเม็ดเพิร์ลสีชมพูค่อยๆเปื่อยแล้วสลายตัวลงในครีมได้เอง
จัดว่าเป็นขั้นตอนที่เพลินเพลินมากกกกกอ้ะ 555 Smiley



นี่คือครีมที่ผสมเซรั่มเข้ากันเรียบร้อยแล้ว
สีจะดูนวลๆอมชมพูขึ้นกว่าตอนก่อนผสมเล็กน้อย
เท็กซ์เจอร์ก็จะดูเหลวกว่าตอนแรกนิดหน่อยเช่นกัน



รายละเอียดส่วนผสม


ส่วนผสม 2 อย่างที่แบรนด์ดึงมาเป็นจุดขายของไนท์ครีมตัวนี้
คือ



Smiley สารสกัดจากดอกไอริส (Iris flower) Smiley

ในส่วนผสมคือ Iris Pallida Root Extract
คือสารสกัดจากรากของดอกไอริสสายพันธุ์ Pallida หรือ Sweet Iris
ที่อุดมไปด้วยสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)
ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยลดปริมาณของเอนไซม์ Collagenase (MMP-1)
ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายคอลลาเจน ทำให้ปริมาณคอลลาเจนในผิวไม่ลดลงมากไป
รวมถึงไปกระตุ้นให้เกิดการสร้าง gags (
glycosaminoglycans)
และ proteoglycans ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเซลล์ผิว
ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความชุ่มชื่นทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดี
ผลที่ได้คือทำให้โครงสร้างของผิวแข็งแรง ผิวมีความยืดหยุ่นสูง ปัญหาริ้วรอยจึงลดลง
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง, ให้ผิวกระชับขึ้น
และฟื้นฟูผิวใหม่ให้สีผิวสม่ำเสมอดูมีชีวิตชีวาโดยไม่เกิดการระคายเคืองผิว



Smiley hpr+ (Hight- Performance Retinoid) Smiley

ในส่วนผสมคือ Retinol หรือ วิตามินเอ
ส่วนผสมยอดฮิตที่มักพบในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเลือนริ้วรอย
เนื่องจากมีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนอีลาสตินในชั้นผิว
ทำให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น

และช่วยให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้เป็นปกติ
จึงทำให้ริ้วรอยลดเลือนลง เท็กซ์เจอร์ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้น

ความพิเศษของส่วนผสมนี้คือแบรนด์เคลมว่าตัว Retinol ที่ใช้
เป็นเรตินอยด์ประสิทธิภาพสูงที่ได้ทำการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว
กับเทคโนโลยีที่เค้าใช้ชื่อว่า Bi-Retinoid

ที่เกิดจากเรตินอลเวคเตอร์ 2 ชนิด ที่ให้ผลลัพท์ 2 อย่าง คือ

Retinol Microcapsules
คือนวัตกรรมการนำส่งเรตินอล
ให้ซึมเข้าสู่ผิวโดยตรงด้วยคุณสมบัติของไมโครแคปซูลที่มีขนาดเล็ก
จึงเพิ่มการแทรกซึมของเรตินอลให้เข้าสู่ผิวได้ลึกขึ้น

อย่าง
ที่สองก็คือ Retinol Vector
เป็นเรตินอลที่มีสภาวะเป็นประจุบวก
ซึ่งดึงดูดกับผนังเซลล์ของเราที่เป็นประจุลบได้ดี
ดังนั้นจึงสามารถซึมผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวได้ 100% และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สามารถเข้าไปทำงานในการฟื้นฟูเซลล์ผิวเราได้โดยตรง

------------------------------------------------------------------------------------

จากรายละเอียดส่วนผสมที่เป็นจุดขายทั้งสองจะเห็นว่า
ในครีมกระปุกนั้นมีส่วนผสมทั้ง
Iris Pallida Root Extract
และ 
Retinol อยู่ครบถ้วน แต่ในเซรั่มที่เป็นเม็ดเพิร์ล
จะมีเฉพาะ
Iris Pallida Root Extract เมื่อทำการผสมกัน
เค้าจึงเคลมว่าเราจะได้สารสกัดจากรากดอกไอริสเป็น Double Dose
จริงๆอาจจะใส่มาทีเดียวเลยก็ได้แต่มันก็เป็นกิมมิกจุดขายในวิธีการใช้
ที่ให้เราได้ผสมสดอ่าเนอะ ซึ่งก็ได้ผลนะเพราะเค้าเองก็เอนจอยกับการผสมสดมาก555

***ในเนื้อครีมมีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำหอมค่ะ




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวนวล สีอมชมพูเล็กน้อยหลังจากการผสมเซรั่มที่เป็นเม็ดเพิร์ล
ลักษณะเนื้อจะไม่ใช่ครีมข้นๆ แต่มีความเหลวคล้ายเนื้อเจลมากกว่า
กลิ่นน้ำหอมที่ผสมมาเป็นกลิ่นหอมเบาๆไม่ชัดมาก
เมื่อทาลงบนผิวเหลือกลิ่นติดผิวจางๆเป็นกลิ่นแนวฟลอรัล



ความรู้สึกเมื่อได้ทดลองใช้

เนื้อครีมลื่นปรื้ดเกลี่ยลงบนผิวได้ง่ายมาก ซึมผิวค่อนไว
ส่วนตัวเค้าผิวแห้งชอบทาหลายเสต็ป
ถ้าทาบำรุงก่อนหน้ามาหลายเสต็ปแล้วใช้ตัวนี้ตบท้าย
เนื้อครีมก็ซึมได้โอเคนะแต่จะเหลือความหนึบบนผิวเล็กน้อย
แต่ถ้าทาตัวเดี่ยวๆเลยจะซึมผิวได้ไวกว่าและไม่หนึบผิว
ซึ่งอันนี้แบรนด์เคลมว่าเป็นแบบ 2-in-1 = Serum + Moisturizer
ดังนั้นใครขี้เกียจบำรุงหลายเสต็ปจะใช้ตัวนี้ทาเป็นไนท์ครีมเดี่ยวๆเลยก็ได้ฮะ

จุดเด่นที่สุดของที่สุดคือเท็กซ์เจอร์เนื้อครีมที่ทาง่าย
และเมื่อซึมผิวแล้วสัมผัสได้เลยว่าผิวชุ่มชื่นและนุ่มขึ้นแบบเห็นได้ชัด
อย่างเค้าที่ผิวแห้งและนอนห้องแอร์ลองใช้ตัวนี้เดี่ยวๆทาก่อนนอน
ตื่นมาผิวยังชุ่มชื่นดีอยู่นะ ความหนึบที่หน้าหายไปแต่ความนุ่มยังคงอยู่

ส่วนตัวเค้าว่า Philosophy เค้าทำในจุดนี้ได้โดดเด่นดีเลยนะ
กับการเน้นเนื้อสัมผัสตอนทาที่ให้ฟิลลิ่งของเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น
และทาปุ๊บจะสัมผัสถึงความนุ่มของผิวได้เลย
ครีมกระปุกของแบรด์นี้ที่ลองมาให้ฟิลแบบนี้เกือบทุกตัวหล่ะ
ซึ่งเป็นการจับจุดขายที่ดีทำให้เรารู้สึกอยากขยันทาไปทุกวันเนอะ Smiley



สรุปความรู้สึกหลังจากการทดลองใช้ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์


เค้าผิวแห้งเลยบำรุงผิวด้วยสเต็ปอื่นๆตามปกติแล้วใช้ไนท์ครีมตัวนี้ตบท้าย
สิ่งที่ตอบได้คือเป็นไนท์ครีมที่กักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีจริง
ตื่นเช้ามาผิวหน้ายังชุ่มชื่นอยู่จับผิวแล้วจะรู้สึกนุ่มๆเด้งๆ

แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยอันนี้ตอบให้มิได้เน่อ
เพราะเค้ายังไม่มีปัญหาริ้วรอยที่ชัดเจน แต่เอาว่าถ้าบำรุงให้ชุ่มชื่นดี
มันก็เป็นวิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยที่ดีที่สุดหล่ะ
ริ้วร้อยควรป้องกันไม่ให้เกิด มิใช่เกิดแล้วค่อยมาหาทางรักษา
ดังนั้นการเริ่มใช้สกินแคร์ในกลุ่มนี้สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆเน่อ
เพราะคอลลาเจนในผิวเราจะลดลงเรื่อยๆเมื่ออายุเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหลัง 25ปี++

สรุปโดยรวมสำหรับ
Philosophy Ultimate Miracle Worker Night
เป็นไนท์ครีมที่มีกิมมิกน่าใช้ตรงให้ผสมส่วนผสมเอง
มีนวัตกรรมของส่วนผสมที่น่าสนใจ
เท็กซ์เจอร์เนื้อครีมโดดเด่น เนื้อลื่น ทาง่าย ซึมผิวดี
เคลือบผิวให้ความชุ่มชื่นได้ดีมาก สัมผัสความนุ่มของผิวได้ทันทีหลังทา
เป็นเซรั่มและมอยส์เจอร์ในตัวสำหรับคนที่ไม่ชอบบำรุงหลายขั้นตอน
สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะผิวแห้งหรือผิวมัน
เหมาะกับหลายกลุ่มอายุตั้งแต่ 20ปี++ ที่เริ่มกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยก่อนวัย
และวัย 30-50 ปี ที่มีปัญหาริ้วรอยแล้วและต้องการการฟื้นฟู

แต่ไม่ได้เคลมมาว่าเหมาะกับผิวบอบบางระคายเคืองง่ายนะฮะ
เพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม ถ้าใครผิวเซนซิทีฟ
ก็แนะนำให้เทสป้ายที่หลังใบหูแล้วสังเกตอาการดูก่อนซัก 24-48 ชั่วโมง
ถ้าไม่มีอาการผิดปกติใดๆค่อยทาที่หน้าเนอะ

แต่ในเรื่องส่วนผสมแอลกอฮอล์ที่อาจจะมีผลทำให้ผิวแห้งลง
อันนี้เค้าผิวแห้งใช้มาก็ไม่รู้สึกนะเพราะดูจากส่วนผสมแล้วใส่สารให้ความชุ่มชื่นมามากกว่า
แค่ตอนดมตรงๆจากกระปุกครีมอาจจะได้กลิ่นความเป็นแอลกอฮอล์นิดนึงฮะ

และข้อด้อยอีกอย่างคือมาในรูปแบบของกระปุก
แม้ส่วนผสมเค้าจะใช้เทคโนโลยีทำให้มีความเสถียรดีแล้ว

แต่ก็จัดมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเวลาควักเนื้อครีมใช้
เพื่ออนามัยใช้ไม้พายที่ให้มาในการตักครีมก็ดี
แต่อย่าลืมเช็ดไม้พายให้สะอาดทุกครั้งด้วยนะจ๊ะ Smiley

--------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Philosophy
***All opinions are my own
Information : https://www.facebook.com/philosophyThailand




 

Create Date : 22 มีนาคม 2559    
Last Update : 22 มีนาคม 2559 21:31:51 น.
Counter : 665 Pageviews.  

Review : POND’S MY SKIN ADVISOR อยากรู้ไหมเรามีปัญหาผิวอะไร...มาตรวจวิเคราะห์สภาพผิวกัน!

....ตอนมีเรามีปัญหาผิวอะไรบ้าง?

เชื่อว่าถ้าผู้หญิงอยู่หน้ากระจก
สามารถร่ายปัญหาได้ยาวไปสามหน้าเอสี่แน่ๆ555
นี่แหละผู้หญิงเราสามารถหาข้อเสียให้ตัวเองได้เสมอๆ
แต่แท้จริงแล้วเรามีปัญหาผิวแบบนั้นหรือเปล่า?
และเราควรเลือกใช้สกินแคร์กลุ่มไหน? บางทีก็ยังงงๆกันเนอะ

บล็อคนี้เลยขอนำเสนอนวัตกรรมใหม่กับการตรวจสภาพผิวแบบง๊าย ง่าย
แค่เพียงมีหน้าจอมือถือ/Tablet/คอมพิวเตอร์ และมีอินเตอร์เน็ต
ก็สามารถนั่งตรวจผิวเองได้ที่บ้านเลย ไม่ต้องเกรงใจไปง้อบีเอตามเคาท์เตอร์

กับโปรแกรม POND’S MY SKIN ADVISOR

ซึ่งโปรแกรมนี้ คิดค้นโดยสถาบันพอนด์ ทำให้ผู้หญิงสามารถเข้าใจสภาพผิวและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้เอง ง่ายๆแค่ 3 ขั้นตอน
โดยโปรแกรมนี้ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่ตรงจุดมากที่สุด

พร้อมแล้วไปตรวจผิวด้วยกันเลย
CLICK >>> http://www.ponds.co.th/article/media/1050882/



หน้าแรกต้องคลิกเลือกทั้งสองข้อก่อนนะฮะถึงจะกดเริ่มได้



จากนั้นเลือกลักษณะของ "ผิวหน้าในอุดมคติ"

แต่ละคนก็มีปัญหาผิวและความชอบของผิวที่อยากได้ต่างกันเนอะ
อย่างเค้าพื้นฐานผิวเป็นผิวแห้ง ปัญหาที่จะเกิดง่ายสุดก็คือ....ริ้วรอย
เพราะผิวแห้งจะขาดความชุ่มชื่นได้ง่าย ผิวที่ขาดความชุ่มชื่นความยืดหยุ่นผิวก็จะไม่ได้
เวลามีการขยับหน้าแสดงอารมณ์พวกร่องผิวมันก็จะยุบแล้วไม่ค่อยคืนตัว
ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นผิวก็ยิ่งแห้งลง หูยยยริ้วรอยนี่มาไวแบบติดจรวจ
ดังนั้นผิวหน้าในอุดมคติ ณ จุดนี้ของความอ่อนเยาว์ไว้ก่อน Smiley



ขั้นต่อมาคือการอัพโหลดรูปเข้าไป
จะถ่ายใหม่หรือใช้รูปที่มีอยู่แล้วก็ได้ แต่ขอหน้าแบบ No Makeup นะจ๊ะ
อ๊ะๆ....อย่าเพิ่งว่าเค้า ในภาพนี้คือถ่ายตอนก่อนรีวิวรองพื้น
คิ้วตามาเต็มแต่ผิวเปลือยนะฮร้า ดังนั้นสามารถตรวจผิวได้ Smiley

สิ่งสำคัญคือขอภาพแบบชัดๆไม่ต้องใส่แอพปรับภาพฟริ้งฟริ้ง
ไม่งั้นจะตรวจผิวกันไปทำไมจริงมะ
และตอนถ่ายควรหันหน้าหาแสงตรงๆให้แสงตกบนหน้าเสมอกัน
เพราะเดี๋ยวจะมีการตรวจความสม่ำเสมอของสีผิว
ถ้าแสงไม่เท่ากันผลออกมาจะคลาดเคลือนได้นะจ๊ะ



จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว พิกัดพื้นที่ที่อยู่อาศัย
เพื่อดูค่าอุณหภูมิ ความชื้น ความรุนแรงของรังสี UV มลพิษ
และข้อมูลชีวิตประจำวัน กรอกตามจริงนะจ๊ะ
เพราะปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ส่งผลต่อผิวเราทั้งนั้น



และแล้วความจริงก็เปิดเผยยยยย Smiley
ปัญหาใหญ่สุดของเค้าคือ "จุดด่างดำจากอายุที่เพิ่มขึ้น"
ก็นะเป็นกระจากกรรมพันธุ์ ยิ่งอายุเพิ่มจำนวนก็ยิ่งเพิ่มสีก็ยิ่งชัด

ใครเจอสภาวะเดียวกันบอกเลยว่ามันไม่มีวิธีไหนทำให้หายไปหมดได้เน่อ
ช่วยให้เพิ่มช้าลงสีไม่เข้มขึ้นได้ด้วยการทากันแดดและเลี่ยงแดด
หรือใครกังวลมากๆก็ต้องใช้พวกสกินแคร์ในไลน์ไวท์เทนนิ่งช่วยเอาอ่านะ
แต่ส่วนตัวเค้าโอเคมีกระประปรายแบบว่าเทรนด์ผิวฝรั่งอ่าค่ะ 555

ส่วนปัญหาผิวอื่นๆก็โอเคนะถ้าอยู่ในเกณฑ์สีเขียวจัดว่าไม่เป็นปัญหา
ลุ้นริ้วรอยและเส้นริ้วแทบแย่มีนิดๆหน่อยๆโล่งอกดีกว่าที่คิด Smiley



สุดท้ายหลังจากวิเคราะห์สภาพผิวเรียบร้อยแล้ว
ก็จะมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวเราให้
เพื่อแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุดและตอบโจทย์ผิวในอุดมคติที่เราต้องการ
ของเค้าได้เป็น POND'S Age Miracle ไลน์ลดเลือนริ้วรอยสีแดงนั่นเอง

เรียบร้อยแล้วค่ากับการตรวจวิเคราะห์ผิวแบบง่ายๆ
ผ่านโปรแกรม POND’S MY SKIN ADVISOR
อยากรู้ผิวตัวเองเป็นอย่างไรก็เข้าไปลองตรวจกันได้น้า

ไว้มีโปรแกรมอะไรสนุกๆอีกจะมาเขียนแชร์ให้ชมกัน
สำหรับบล็อคนี้ขอลาไปก่อนขอบคุณค่า Smiley

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 22 มีนาคม 2559    
Last Update : 30 มีนาคม 2559 8:47:58 น.
Counter : 732 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 518 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.