Group Blog
 
All blogs
 

Review : Stealth to cell Power Moist Acai Berry ครีมเนื้อเจลลี่เติมน้ำให้ผิว

ปัญหาผิวขาดน้ำ........ปัญหาหลักที่ทำให้ผิวดูไม่สดใด
และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับผิวทุกประเภท ไม่ว่าจะผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม
สกินแคร์เบสิกที่เค้ามักจะแนะนำให้ใช้ก็คือกลุ่มมอยส์เจอร์ไรเซอร์
ที่เน้นเรื่องการเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ซึ่งเมื่อผิวชุ่มชื่นผิวเราก็จะดูสุขภาพดี
เห็นไหมล่ะคะว่าเบสิกการดูแลผิวนั้นแสนง่าย แต่เรามักจะมองข้าม
กับเรื่องการเติมความชุ่มชื่นเนี่ยหล่ะเนอะ บล็อคนี้เลยจะมาครีมที่ช่วยเติมความชุ่มชื่นให้ชมกัน
กับแบรนด์ Stealth to cell (สเตลธ์  ทู เซลล์) ซึ่งเค้าเพิ่งไปงานเปิดตัวมาเมื่อเดือนมกราคม
ความน่าสนใจคือเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2555 โดยทีมนายแพทย์ของไทย
และทีมผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลี เพื่อพัฒนาสกินแคร์จากนวัตกรรมใหม่ๆจากประเทศเกาหลี
แต่เหมาะกับสภาพผิวของคนไทย โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะผลิตจากประเทศเกาหลีจ้า



สำหรับตอนนี้แบรนด์
Stealth to cell เพิ่งเปิดตัวไปทั้งหมด 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่
1. Power Moist ACai Berry เติมน้ำให้ผิว บำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
2. Intelligent Whitening Cream Mask มาส์กบำรุงผิวหน้าเพื่อความกระจ่างใสใน 2 นาที
3. Enrich Youthful Multi-Plants Serum เซรั่มลดเลือนริ้วรอย



ซึ่งเค้าได้เลือกตัวที่เค้าอ่านส่วนผสมแล้วเค้ารู้สึกน่าสนใจที่สุดมารีวิวให้ชมกัน ได้แก่

---------------------------------------------------------------------
Stealth to cell Power Moist Acai Berry
สเตลธ์ ทู เซลล์ เพาเวอร์ มอยซ์ อะไซเบอร์รี่ ครีม

---------------------------------------------------------------------

ขนาด 70 ml ราคา 1,290 บาท


มีอายุการใช้งาน 3 ปีจากวันที่ผลิต
เลขที่จดแจ้ง 74-2-5600005

สามารถหาซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย
หรือตามรายละเอียดด้านล่างนี้ค่ะ

Call Center: 085-585-8885
Line ID: stealthtocell
Website: www.stealthtocell.com
Facebook : https://www.facebook.com/Stealth.to.Cell



ข้อมูลผลิตภัณฑ์จากทางแบรนด์

เน้นช่วยเรื่องการเติมน้ำให้แก่ผิว บำรุงผิวอย่างล้ำลึก
ผิวจะรู้สึกถึงความนุ่มเนียน ใส วิ้งค์ และด้วยครีมที่มีลักษณะเป็นเนื้อเจลลี่
และสกัดจากน้ำอะไซเบอรร์รี่ (ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง)
จึงช่วยในเรื่องของการผิวแสบร้อนหลังออกแดด การแก้แพ้
ไม่ว่าจะเป็นรอยผื่นแดง หรือฤทธิ์สเตียรอยด์



ลักษณะบรรจุภัณฑ์เป็นกระปุกพลาสติกเนื้อหนาสีขุ่น
ฝาเป็นแบบสองชั้นมีฝาพลาสติกด้านใน ด้านนอกเป็นฝาเกลียว
ซึ่งบรรจุภัณฑ์แบบนี้ควรระวังเรื่องการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกภายนอก
ล้างมือให้สะอาดก่อนควักป้ายเนื้อครีม หรือใช้ไม้พายที่สะอาดแทนการใช้มือ
และควรปิดฝาให้สนิทไม่เปิดฝาทิ้งไว้เพื่อลดความเสื่อมจากอากาศภายนอกจ้า



วิเคราะห์ส่วนผสมแบบง่ายๆ


ส่วนผสมหลักอันดับแรกคือ
Euterpe Oleracea Fruit Extract
หรือ สารสกัดจากอะไซเบอร์รี่ (Acai Berry) ซึ่งเป็นชื่อของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้
เจ้าอะไซเบอร์รี่นี้คือผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดและขึ้นอยู่เฉพาะที่ลุ่มแม่น้ำอะเมซอน
เป็นผลไม้ที่ได้ชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-Oxidant) สูงมากกก
ในบางผลการวิจัยบอกว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในบรรดาผักหรือผลไม้ทุกประเภท
ความแปลกใจของเค้าคือปกติการใส่สารสกัดจากธรรมชาติแม้จะเป็นตัวชูโรง
ก็มักจะใส่มาในปริมาณไม่มากสังเกตได้จากลำดับในส่วนผสมที่มักอยู่อันดับท้ายๆ
แต่อันนี้ใส่มาเป็นอันดับแรกเลย ซึ่งหมายถึงมีปริมาณมากที่สุดในบรรดาส่วนผสมทั้งหมด
และเป็นครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำ (Water) ที่ปกติมักจะมีปริมาณมากสุด
อันนี้เค้าคาดเดาเอาเองว่าสารสกัดอะไซเบอร์รี่อาจจะมาในรูปแบบน้ำอยู่แล้วหรือเปล่าไม่แน่ใจ
เค้าเลยลองสอบถามทางแบรนด์ซึ่งแบรนด์ตอบมาให้ว่า ครีมนี้ไม่มีส่วนประกอบของน้ำเลย
เพราะเค้าใช้น้ำผลไม้สกัดจากผลอะไซเบอร์รี่ 66% ของครีมมาจากน้ำผลไม้อะไซเบอร์รี่
จึงได้เรียงลำดับไว้เป็นส่วนประกอบอันดับแรกสุด เพื่อผู้ใช้ทาครีมแล้ว
จะได้ประโยชน์จากผลอะไซเบอร์รี่ไปเต็มๆแบบไม่มีเจือจางจ้า
ส่วนผสมต่อมาคือสารกลุ่มให้ความชุ่มชื่นได้แก่ Glycol , Glycerin , Hyaluronic Acid
ตามมาด้วย Niacinamide หรือ Vitamin B3 ซึ่งเป็นวิตามินสารพัดประโยชน์
ช่วยทั้งในเรื่่องความชุ่มชื่น ริ้วรอย รวมถึงให้ผิวกระจ่างใส โดยใส่มาในอันดับต้นๆ
มีส่วนผสมของสารกลุ่มซิลิโคนได้แก่ Cyclopentasiloxane , Cyclohexasiloxane ,
Dimethicone
ซึ่งให้เนื้อครีมมีสัมผัสนุ่มลื่นสบายผิวไม่เหนียวเหนอะหนะ
สารกันเสียที่ใส่มาแทนพาราเบนคือ Ethylhexylglycerin ,  Phenoxyethanol
ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดการระคายเคืองน้อยกว่าพาราเบน
มี Allantoin เป็นสารที่ช่วยลดการระคายเคือง ลดการอักเสบและต่อต้านอาการแพ้ต่างๆ
และมีส่วนผสมของสารสกัดจากพืชหลากชนิด โดยมีน้ำหอมและสีเป็นส่วนผสมท้ายสุด

***ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และไม่มีพาราเบนค่ะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมเป็นลักษณะเจลลี่สีม่วงใสๆ มีความหนืดแต่ลื่นเกลี่ยง่าย
กลิ่นหอมให้ความรู้สึกสดชื่น กลิ่นชัดพอควรแต่ทาแล้วมีกลิ่นติดผิวจางๆไม่ฉุนจ้า



ความรู้สึกเมื่อทดลองใช้

เนื้อเจลหยุ่นๆดีๆทาไปบนผิวแล้วให้สัมผัสที่ลื่นปรื้ดเกลี่ยง่าย
เค้าชอบที่ซึมผิวได้ไวโดยไม่มีแอลกอฮอล์ เมื่อซึมผิวหมด
ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ ไม่ทำให้ผิวมันเงา ทาแล้วมีกลิ่นติดผิวจางๆ
หลังทาสัมผัสได้เลยว่าผิวชุ่มๆและนุ่มขึ้นให้ความรู้สึกว่ามีฟิลม์บางๆเคลือบบนผิว
สำหรับเค้าที่ผิวแห้งก็ชุ่มโอเคแต่จะชอบครีมเนื้อหนักๆมากกว่าอ่าจ้าไม่ค่อยชินแหะๆ
ฟิลเนื้อเจลเบาๆแบบนี้เค้าว่าคนผิวมันหรือผิวผสมใช้จะรู้สึกสบายผิวกว่า
ซึ่งเค้าว่าเนื้อเจลลี่นี่หล่ะคือจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เลยเหมาะกับผิวและอากาศบ้านเรา
และจากส่วนผสมที่วิเคราะห์ไว้คร่าวๆจะเห็นว่าส่วนผสมน่าสนใจ ไม่มีแอลกอฮอล์และพาราเบน
คนผิวระคายเคืองง่ายน่าจะใช้ได้ ซึ่งทางแบรนด์เค้าเคลมว่าผิวที่แพ้สเตียรอยด์มาก็ใช้ได้
แต่ยังมีน้ำหอมและสีใส่มานิดนึงอยู่ปริมาณท้ายสุด ดังนั้นก่อนใช้เทสก่อนก็ดีจ้า
โดยเทสตรงข้อพับหรือหลังใบหูป้ายไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ถ้าไม่เกิดอาการใดๆก็โอเคค่ะ

***แถมเทคนิกสำหรับคนผิวมันหรือผิวผสมไว้ว่าวิธีการทาครีมไม่ควรแต้ม 5 จุด
เพราะบริเวณ T-Zone จะมีต่อมไขมันมากทำให้เป็นจุดที่มันกว่าบริเวณอื่น
ดังนั้นการแต้มครีมเข้าไปเต็มๆที่หน้าผาก จมูก และคางจะทำให้หน้าเยิ้มง่ายระหว่างวัน
เค้าแนะนำว่าลองป้ายครีมวอร์มใส่ฝ่ามือแล้วทาลงไปที่แก้มก่อนซึ่งเป็นจุดที่แห้งสุด
จากนั้นใช้ครีมที่เหลือติดมือนิดหน่อยนี่หล่ะทาตรง
T-Zone หน้าก็จะไม่ค่อยเยิ้มจ้า

----------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณแบรนด์
Stealth to cell ที่เชิญไปงานเปิดตัว
และมอบผลิตภัณฑ์ใหม่มาให้ทดลองใช้นะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปสอบถามได้ที่

Instagram : @stealthtocell
www.facebook.com/Stealth.to.Cell
www.stealthtocell.com
Call Center : 085-585-8885
Line ID : Stealthtocell


หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2557 1:07:37 น.  

Review : อัพเดทๆ Cris's Collection III by Sabina ชุดชั้นในโทนพาสเทลหวานฟรุ้งฟริ้งสุดพลัง

สวัสดีค่าบล็อคนี้สำหรับสาวๆโดยเฉพาะ หรือหนุ่มๆจะมาแอบดู
เผื่อเป็นไอเดียน่ารักๆหาของขวัญให้สาวๆก็ได้แต่ติดเรทนิดนึงน้า 555
เพราะจะมารีวิวชุดชั้นในให้ชมกัน ขอบอกว่าเห็นแล้วกรี้ดดดมากกกน่ารักสุดพลัง
กับ Cris's Collection III by Sabina



เป็นผลงานการออกแบบชุดชั้นในคอลเลคชั่นที่สามของสาว คริส หอวัง
ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Dancing on the Rainbow”

ซึ่งใช้โทนสีพาสเทล เน้นผ้าบางเบา พริ้วไหว



เป็นโทนพาสเทลที่โดดเด่นในสไตล์ของสาวคริสมากกกกก
คือไม่ได้หวานเว่อร์ มีความเก๋ ความชิค ดูเป็นสาวสดใสแก่นๆซนๆเซะซี่นิดๆ
โดยใช้แมททีเรียลหวานๆฟรุ้งฟริ้งๆอย่างผ้าลูกไม้ โบว์ ขนนก
ซึ่งเค้าว่าทำออกมาได้ลงตัวมว๊ากกก เอาว่าสาวๆเห็นแล้วกรี้ดกันแทบทุกรายกับคอลเลคชั่นนี้!
นอกจากบราและกางเกงในเข้าชุดแล้ว ยังมีชุดนอนแบบเดรส ชุดนอนแบบบอดี้สูท
รวมถึงเสื้อในตัวยาวแบบคอร์เซ็ท ที่สามารถนำมาใส่เป็นเสื้อครอปตัวสั้นได้ด้วย Smiley
สำหรับบราจะมีไซส์ตั้งแต่ 30-36A / 32-38B / 32-36C
คัพ A กับ B มีทุกแบบ แต่คัพ C มีเฉพาะบางแบบจ้า




คอลเลคชั่นนี้วางจำหน่ายแล้วจ้าที่เคาท์เตอร์ซาบีน่าทุกสาขาตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
และมีขายออนไลน์ในเว็ปไซต์ http://www.sabina.co.th
สามารถเข้าไปดูแบบดูราคากันได้ ราคาในคอลเลคชั่นนี้จะอยู่ที่ 420-1,790 บาท จ้า
สำหรับสั่งซื้อออนไลน์ถ้าซื้อครบ 500 บาทบริการส่งฟรีในประเทศ ด้วยเน่อ
พิเศษสำหรับ Cris's Collection III ซื้อครบ 2,000 บาท ฟรี
Cris's Diary มูลค่า 350 บาท
(ถ้าซื้อหน้าเคาท์เตอร์จะต้องซื้อ 2,500 บาทถึงจะได้สมุดไดอารี่ฮะ)
และถ้าซื้อครบ 1,200 บาท ฟรี  PANTY POP PANT มูลค่า 190 บาทด้วยคร้าบโปรมากมายเลย

***สำหรับ
Cris's Collection III ยังไม่ขายออนไลน์ไม่ครบทุกแบบนะจ๊ะ
แนะนำไปส่องดูที่เคาท์เตอร์ดีกว่าได้ลองด้วยอยากจะบอกว่าของจริงน่ารักกว่าในรูปเยอะ ฮี่ๆ




ตัวที่เค้าจะมารีวิวให้ชมกันคือรุ่นนี้ดูคริสใส่ละกันเนอะ
เค้าไม่สามารถใส่รีวิวให้ชมได้เกรงจะเสียสายตากัน 555



“Dancing on the Rainbow” แค่ป้ายก็หวานละ



บราและกางเกงในเข้าเซ็ตกันในโทนสีส้มพาสเทลตัดขอบด้วยสีเขียวมินต์
รหัสชื่อรุ่นตามในเว็ปเค้าคือ SBV966 (บรา) ราคา 1,090 บาท
และ  SUV966 (กางเกงใน)
ราคา 550 บาท เซ็ตนี้ไม่มีขายออนไลน์ต้องซื้อที่เคาท์เตอร์นะจ๊ะ



เป็นรุ่นที่หวานเว่อร์ด้วยผ้าลูกไม้บางเบา ตรงบราเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์
เค้าว่าตัวนี้ดีไซน์เริ่ดตรงมีสายแขนระบายลูกไม้มาให้นี่หล่ะ โดนใจ Smiley



ซูมๆสายแขนระบายลูกไม้อะไรจะหวานขนาดนี้



ซึ่งเจ้าสายแขนนี้สามารถใส่หรือถอดออกก็ได้นะคะ
ล็อคกับตัวเสื้อในไว้ด้วยกระดุมด้านหน้า-หลัง



ตัวนี้เสริมฟองน้ำด้านในแบบ Modern V จะเป็นฟองน้ำรูปตัว V แบบนี้
ช่วยกระชับให้รูปอกดูชิดกันมีร่องอกใน 6 วิ นั่นเอง!
ซึ่งเค้าเองพอมีหน้าอกอยู่บ้าง (แม้จะมองไม่ออกก็ตาม กร๊ากกก)
ใส่รุ่นนี้แล้วชิดจริงอะไรจริง แต่ปกติไม่ค่อยใส่แบบมีฟองน้ำเลยไม่ค่อยชิน แหะๆ
แต่ถ้าใครชอบใส่เสื้อคอลึกหน่อยใส่เสื้อในที่ช่วยสร้างร่องอกมันก็ดูสวยกว่าอ่าเนอะ
เนื้อผ้าตรงฟองน้ำเสริมลื่นๆสบายผิวดี รุ่นนี้มีถึงคัพ C เย้ๆ



ตะขอด้านหลังปรับได้สามระดับเค้ารอบตัวเล็กใส่ตะขอในสุดตลอดๆ



กางเกงในเข้าเซ็ตโล่ง โปร่ง สบาย ระบายอากาศ ลดปัญหาความอับชื้น 555
คือเป็นแบบลูกไม้บางเบาทั้งตัว โอ๊ยยยเซะซี่ไปม๊ายย เห็นแล้วเขินอ้ะ Smiley



แถมอีกหนึ่งตัวเป็นตัวที่เค้าเลือกมาเองตอนงานวันเปิดตัวเพราะเห็นแล้วกรี้ด Smiley
เป็นเสื้อครอปแบบมีทรงบราในตัว กรี้ดตรงแถมขนนกสีม่วงมาให้ด้วยนี่แหละฮี่ๆ
ตัวขนนกเอาไว้ติดตรงขอบแขนเสื้อ แปะติดด้วยกระดุมแป๊กใสๆจ้า
ด้านบนเป็นผ้าโปร่งเนื้อผ้ายืดได้ ตกแต่งด้วยเพชรสวาลอบสกี้ไฮโซป่ะหล่า
ตัวนี้รหัสชื่อรุ่นคือ SLV959 ราคา 1,790 บาท มีขายออนไลน์จ้าแต่มีถึงแค่คัพ B เน่อ



ดูคริสใส่แล้วอืมมมมสวยอ้ะ อยากได้กระโปรงด้วยแลเข้าเซ็ตสวยงาม
แต่กระโปรงแบบนี้เค้าไม่มีขายนี่จิต้องไปหาแมทช์เอาเอง



ลืมภาพคริสไปแล้วมาดูหมูใส่บ้าง สวยไม่เท่าแต่ก็โอเคอยู่นะ
ขนนกสีม่วงใส่แล้วหวานฟรุ้งฟริ้งจริงๆ อยากจะบอกว่าไม่มีมีเสื้อผ้าแต่งขนนกเลยอ้ะ
ไม่กล้าใส่กลัวเว่อร์ไป แต่ตัวนี้ใส่แล้วโอเคเนอะเพราะตัวเสื้อมันเรียบๆหวานๆ



ตัวเสื้อเป็นบราแบบมีโครงในตัวใส่เดี่ยวๆได้เลยมีสายใสๆคาดด้านหลัง
บราเป็นทรงฟองโมลครึ่งเต้ามีฟองน้ำเสริมแบบถอดออกได้ เสียดายรุ่นนี้ทำแค่คัพ B
โชคดีเค้ารอบตัวเล็กใส่ไซส์ 32B ได้พอดี เพราะปกติจะใส่บราคัพ C ตัวนี้ยังพอยัดร่างได้จ้า
ช่วงตัวหลวมไปนิดเพราะรอบตัวจริงๆเค้าใส่ไซส์ 30 จะพอดีกว่าแต่มันไม่ค่อยทำคัพ C นี่จิ



ด้านหลังก็เป็นผ้าโปร่งเรียบๆแนบพอดีตัว
ด้านในบริเวณด้านหลังอย่างที่บอกว่าจะมีสายรัดแบบเส้นใสๆ
สามารถปรับระดับได้ว่าจะเอาแน่นแค่ไหน
แต่แนะนำว่ารัดแค่พอดี เพราะตัวเสื้อมันแนบตัว
รัดแน่นไปจะปลิ้นเป็นปล้องๆได้ไม่งามนะจ๊ะ



ถ้าอยากได้ลุคหวานแบบสุดทางก็แมทช์ท่อนล่างกับกระโปรงทรงพองๆ
แต่ถ้าจะได้ลุคสาวเปรี้ยวๆแมทช์กะกางเกงยีนส์เค้าว่าก็เริ่ดนะเออ



ถือเป็นคอลลเลคชั่นที่ทำให้ผู้หญิงที่ชอบชุดชั้นในแบบเรียบๆอย่างเค้ากรี้ดได้
ไม่ธรรมดาจริงๆพูดเลย สาวคริสออกแบบคอลเลคชั่นนี้มาได้ลงตัวมากอยากให้ไปลองกันดูฮะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณซาบีน่าที่เชิญไปงานเปิดตัวและส่งชุดชั้นในคอลเลคชั่นนี้มาให้ลองนะค้า
ประทับใจมากมาย ไม่ชอบจริงไม่เม้ามอยเยอะขนาดนี้บอกเลย 555
รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปชมกันได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้นะค้า


http://www.sabina.co.th
https://www.facebook.com/sabina.click2

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าแล้วเจอกันบล็อคหน้าค่า

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2557 1:04:08 น.  

Review : Purevivi Cleansing Lotion คลีนซิ่งสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำมัน สี แอลกอฮอล์ พาราเบน!!!


สวัสดีค่ามีคลีนซิ่งใหม่มารีวิวให้ชมกัน
เป็นคลีนซิ่งจากญี่ปุ่นที่เค้าว่าน่าสนใจมาก
ทั้งในด้านของส่วนผสม คุณสมบัติ ปริมาณและราคา
กับแบรนด์ Purevivi Cleansing Lotion



Purevivi Cleansing Lotion
เพียววีวี่ คลีนซิ่ง โลชั่น
โลชั่นเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าและรอบดวงตา

------------------------------------------------------------------------

ขนาดและราคา : 500 ml 590 บาท
ตอนนี้มีโปรโมชั่นลดเหลือ 490 บาท จ้า

สถานที่ซื้อ : ร้าน Tsuruha ทุกสาขา ดูสาขา >>>CLICK<<<



เป็นคลีนซิ่งสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย [Sensitive Skin]
เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองดังนี้....
- no-cationic surface-active agent : ไม่ใส่สารลดแรงตึงผิว
- no-perfume : ไม่ใส่น้ำหอม
- no-colorant : ไม่ใส่สี
- no paraben : ไม่มีพาราเบน
- no-alcohol : ไม่มีแอลกอฮอล์
-oil-free : ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน




ส่วนผสมหลัก 80% คือน้ำ ส่วนผสมหลักที่ใช้สำหรับทำความสะอาด
คือ
PEG-6 Caprylic/Capric Glycerides
ซึ่งทำหน้าที่เป็น
Emulsifier เหมือนในไบโอเดอมา
โดยตัวมันเองจะมีสองขั้วด้านนึงสามารถจับกับน้ำได้ อีกด้านจะจับกับน้ำมัน
จึงสามารถดึงเมคอัพหรือสิ่งสกปรกออกจากผิวและละลายออกไปกับน้ำได้จ้า
ตามมาด้วยส่วนผสมในกลุ่มที่ให้ความชุ่มชื่น ไม่ว่าจะเป็น
Butylene glycol ,
Glycosyl Trehalose ,
Hydrogenated Starch Hydrolysate ,
sodium hyaluronate (กรดไฮยาลูรอนิก)

มีส่วนผสมของ Citric Acid และ Lactic Acid หรือกรดอินทรีย์จากธรรมชาติ
ที่เรารู้จักกันในชื่อ AHA ซึ่งช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดการอุดตัน
ช่วยผลัดเซลล์ผิว แต่ถ้าอยู่ในช่วงผิวอ่อนแออาจจะระคายเคืองได้
ที่เหลือส่วนใหญ่คือสารสกัดจากพืชหรือผลไม้ที่ช่วยในเรื่องการบำรุงผิว
ตัวที่เราคุ้นเคยกันดีคือสารสกัดจากว่านหางจระเข้ Aloe Arborescens Leaf Extract
สารกันเสียที่ใช้แทนพาราเบนคือ Phenoxyethanol และ
Ethylhexylglycerin
คือสารกันเสียที่มีความปลอดภัยสูง มีความเสี่ยงในการระคายเคืองน้อย



ฝาแบบเปิดปิดใช้ง่าย ขวดพลาสติกใสเนื้อแข็ง
ขวดทนใช้ได้เลยเพราะเค้าเผลอทำหลุดมือยังไม่แตก 555
แต่ด้วยความที่เป็นขวดใสก็อย่าเอาไปตั้งไว้ตรงที่โดนแดดนะจ๊ะ
จริงๆขวดจะเป็นแบบไหนสกินแคร์ทุกสิ่งก็ไม่ควรโดนแดดอยู่แล้วอ่านะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เป็นคลีนซิ่งแบบโลชั่น แต่เนื้อเป็นน้ำใสๆเหมือนน้ำเปล่าเป๊ะเลย
ตอนที่เช็ดไปบนผิวเหมือนเอาน้ำเปล่าเช็ดหน้า
แต่หลังเช็ดจะเหลือความหนึบไว้บนผิวนิดนึง
ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม กลิ่นจะเป็นกลิ่นสารเคมีอ่อนๆ
แต่แทบจะไม่ได้กลิ่นจ้าไม่สูดดมผิวใกล้ๆจ้า



วิธีการใช้คือหยดใส่สำลีให้ชุ่มๆแล้วใช้เช็ดเมคอัพได้เลยจ้า
รายละเอียดของแบรนด์บอกว่าหนึ่งขวดประมาณ 500 ml ใช้ได้ถึงสองเดือน
และสามารถใช้เช็ดเมคอัพรอบดวงตาได้ด้วย
ที่ขวดจะเขียนว่าเช็ดเสร็จแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
แต่สำหรับเค้าใช้เองหลังเช็ดเสร็จจะล้างด้วยโฟมล้างหน้าซ้ำจ้า
เค้าลองเทสเช็ดเครื่องสำอางแบบต่างๆมาให้ชม ลองมาดูผลลัพธ์กัน Smiley

***ทางบริษัทนำเข้าสอบถามทางแบรนด์ที่ญี่ปุ่นซึ่งเค้าแจ้ง
"
หลังเช็ดแล้วไม่จำเป็นต้องล้างน้ำตาม"
อย่างเค้าถ้าอยู่บ้านปกติก็ล้างโฟมล้างหน้าตามปกติ
แต่ถ้าชั่วโมงเร่งด่วน หรือเวลาไปเที่ยวก็เช็ดเพียวๆได้จ้า




เทสกับเบสเมคอัพ บรัชออน และบรอนเซอร์

ปาดเครื่องสำอางกลุ่มเบสเมคอัพหลากชนิดเลย
ผลการปาดเช็ดด้วย Purevivi ที่หยดใส่สำลีชุ่มๆเพียงหนึ่งครั้ง
ผลปรากฎตามภาพ สิ่งที่ออกเกลี้ยงในปาดแรกคือ
แป้งผสมรองพื้น แป้งไฮไลท์ บรัชออน และบรอนเซอร์
ก็คือกลุ่มที่มีลักษณะเป็นเนื้อแป้งหรือเนื้อแบบฝุ่น
ส่วนรองพื้น คอนซีลเลอร์ และบรัชครีม ที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม
ปาดเดียวเช็ดออกประมาณ 60% จ้า



เมื่อเช็ดซ้ำ 4 รอบ ใช้สำลีหยด
Purevivi ชุ่มๆไปสองแผ่น
ผลสรุปสำหรับเบสเมคอัพ บรัช และไฮไลท์&บรอนเซอร์
คือเช็ดได้เกลี้ยงจริงไม่เหลือคราบอะไรเลยจ้า



เทสกับอายแชโดวและอายไลน์เนอร์

ปาดหนึ่งรอบอายแชโดวเนื้อฝุ่นและอายไลน์เนอร์กลิตเตอร์หลุดเกือบหมดเลย
แต่อายแชโดวแบบเนื้อครีม อายไลน์เนอร์แบบดินสอและแบบปากกาออกประมาณ 30-50%



เมื่อเช็ดซ้ำ 4-6 รอบ ใช้สำลีหยด Purevivi ชุ่มๆไปสองแผ่น
ถูซ้ำๆแล้วบอกเลยว่าเอาอายไลน์เนอร์ออกได้ไม่เกลี้ยงนะค้า
จะเหลือคราบจางๆ ยิ่งถ้าเป็นการเช็ดที่ตาโดยตรงจะมีความโค้ง
มีร่องระหว่างขนตาเข้ามาเป็นปัจจัยจะยิ่งเช็ดยากยิ่งขึ้น
ดังนั้นสำหรับการใช้เช็ดเปลือกตาถ้าเป็นคนแต่งตาน้อยๆ
ทาแค่อายแชโดวหรือเขียนขอบตาด้วยไลน์เนอร์แบบไม่กันน้ำ
ตัวนี้ก็พอเอาไหวแต่ถ้าแต่งตาจัดเต็มสไตล์เค้าไม่แนะนำให้เอามาเช็ดตาฮะ
ควรใช้เป็น Lip & Eye Remover เช็ดต่างหากจะเกลี้ยงกว่า
ส่วนมาสคาร่าซึ่งทางแบรนด์บอกไว้ว่าเช็ดออก
เค้าลองแล้ว บังเอิญว่าเค้าใช้แต่มาสคาร่าแบบกันน้ำ
ก็เลยเช็ดออกไม่มากยังคงเหลือคราบอยู่ต้องเช็ดซ้ำ
ด้วย
Lip & Eye Remover อยู่ดีจ้า
อ้อตัวนี้ที่ฉลากเขียนเลยว่า ระวังอย่าให้เข้าตา! แสบตาอยู่น้า
ถ้าเข้าตาต้องรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ



เทสกับลิปสติกและลิปกรอส

ลิปสติกและลิปกรอสปาดรอบเดียวก็จางไปเกือบหมดละเหลือแค่คราบจางๆ



เมื่อเช็ดซ้ำ 4-6 รอบ ใช้สำลีหยด Purevivi ชุ่มๆไปสองแผ่น
ลิปกรอสเช็ดออกได้เกลี้ยงหมด แต่ลิปสติกเช็ดซ้ำไปซ้ำมา
ผลคือเอาออกได้ไม่ 100% จ้า เหลือเป็นสีจากๆอยู่ในผิว
แนะนำว่าใช้
Lip & Eye Remover เช็ดเอาจะดีกว่าค่า



ความรู้สึกหลังการทดลองใช้

วิธีการใช้ของเค้าคือใช้
Lip & Eye Remover เช็ดเมคอัพที่ตาและปากก่อน
แล้วค่อยใช้
Purevivi Cleansing Lotion เช็ดรอบใบหน้า
โดยเช็ดรอบตาและปากที่เช็ดไปแล้วซ้ำอีกรอบ
จะช่วยคลีนความมันจาก
Lip & Eye Remover ให้น้อยลง
เสร็จแล้วล้างหนึ่งรอบด้วยน้ำเปล่า จากนั้นใช้โฟมล้างหน้าล้างซ้ำอีกครั้ง
ค่อยลงสกินแคร์ตามปกติ ซึ่งเค้าผิวแห้งไม่ชอบใช้โทนเนอร์
จะใช้เป็นเฟิร์สเซรั่มลงปรับสภาพผิว แล้วตามด้วยมอยส์เจอร์
เช็ดแบบนี้มาเกือบเดือนแต่งหน้าจัดเต็มตามสไตล์
สำหรับเค้าสะอาดเกลี้ยงเกลาไม่มีปัญหาสิวหรือผิวอุดตันใดๆ
แต่เค้ามีเคล็ดลับคือไม่ว่าจะทำอะไรกับผิวหน้าก็ตาม
เค้าจะเช็ด ลูบ ทา หรือล้าง ไปตามแนวทิศทางของโพรงขน
คือจมูกและคางจะลูบลง หัวคิ้วลูบขึ้น หน้าผากแหวกออกซ้าย-ขวา
บริเวณแก้มลูบเฉียง 45 องศาลงไปที่บริเวณกราม
ซึ่งการลูบแบบนี้จะไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ทำให้ไม่เป็นสิวและรูขุมขนดูเล็กลงจ้า
แนะนำให้ลองทำกันดูตั้งแต่ขั้นตอนการแต่งหน้า ล้างหน้าและทาครีมเลย

--------------------------------------------------------------------------

สรุป
Purevivi Cleansing Lotion เวิร์คมากสำหรับการใช้เช็ดเมคอัพบนผิว
ถ้าเป็นคนแต่งหน้าน้อยหรือไม่ได้ใช้คสอ.แบบกันน้ำสามารถเช็ดทั้งหน้าได้เลย
ถ้าแต่งหน้าจัดควรใช้
Lip & Eye Remover เช็ดตาและปากก่อน
สำหรับเค้าที่ผิวแห้งหลังเช็ดจะรู้สึกตึงนิดๆ แต่ไม่ได้ทำให้ผิวแห้งค่ะ
จุดเด่นคือส่วนผสมที่เหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย
และราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับปริมาณจ้า แต่อาจจะหาซื้อยากนิดนึง
เพราะมีขายแต่ที่ร้าน Tsuruha แต่ในอนาคตทางแบรนด์
มีแพลนจะวางขายในวัตสันซึ่งจะทำให้หาซื้อได้ง่ายขึ้นจ้า

***ช่วงนี้ของเค้าขาดหลายสาขาถ้าไงลองเช็ค
กับทางเพจของแบรนด์ดูก่อนจะได้ไม่เสียเที่ยวเนอะ


--------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณแบรนด์ Purevivi ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้เป็นของขวัญปีใหม่นะค้า
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมหรือสอบถามทางแบรนด์โดยตรงได้ที่

Fanpage : www.facebook.com/AloviviThailand

Instagram :
AloviviThailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า Smiley




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2557 14:59:26 น.  

Review : สีผมใหม่ชมพูพีชม่วงสีโทนหวานๆแต่ได้ลุคแซ่บ! by Schwarzkopf



 อัพเดทๆมาเห่อสีผมใหม่ให้ชมกันอีกแล้วจ้า
เอา Before & After แปะให้ชมกันก่อนเลย
เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกแล้ว ข้ามเฉดกันไปเล้ย!
สีบีฟอร์อย่าได้ถามเลยว่าสีอะไรมันเกิดจากการทำสีซ้ำซ้อนไปมาหลายรอบ
เริ่มจากแดง พอแดงเฟดแล้วต่อด้วยบลอนด์สองรอบ ต่อด้วยแอช
ท้ายสุดนั่นคือเทาๆดำๆ ซึ่งเป็นโทนเข้มแล้วหลายเสียงทักมาว่าไม่เหมาะ
ทำสีเข้มแล้วหน้าแก่ นอยไปพักใหญ่เลยพยายามสระผมบ่อยๆ
เพื่อให้สีเข้มเฟดออกไวๆพอสีเฟดแล้วก็ได้สีที่เห็นในภาพอ่าจ้า
แลเหมือนจะสวยแต่ของจริงคือเน่ามากโคนดำด้านนอกบลอนด์ๆทองๆ
ด้านในและปลายออกเทาๆเขียวๆเพราะเคยฟอกสีมา
สรุปคือด่างทั้งหัวนั่นเองแหะๆ เมื่อสภาพเกินจะรับได้จึงพึ่งช่างผม
ขอกลับไปซบอก
Schwarzkopf Professional อีกครั้ง
ซึ่งเมื่อครั้งก่อนโน้นที่ทำสีแดงราสป์เบอร์รี่กับทาง
Schwarzkopf Professional
ก็ได้สีที่ชัดอิ่มสวยอยู่ได้น๊าน นาน และมีแต่คนทักว่าผมสวยมาก
โดยเค้าทำที่ 
Schwarzkopf Professional ASK Academy
ไม่ใช่ร้านทำผมและไม่ได้รับทำผมสำหรับลูกค้าทั่วไป แต่เป็นสถานสำหรับเทรนด์ช่างผม
เพื่ออัพเดทเทรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
ให้กับช่างผมจากร้านทำผม
ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของทาง
Schwarzkopf Professional โดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรงค่ะ
ถ้าใครอยากทำสีผมแบบเค้าสามารถ
ทำได้ที่ ร้านซาลอนในเครือชวาร์สคอฟ
เช่น
ร้านชลาชล, คัตโตะ, ทูบีวัน, ลาโมน, แฮร์เทค, อาร์ทแฮร์,
วีนัส, เค2002, แฮร์บิวด์ ฯลฯ
สังเกตจากป้ายชวาร์สคอฟที่ติดหน้าร้านได้ค่ะ
ร้านในเครือของเค้าจะได้รับการเทรนวิธีทำสีผมมาจากที่
ASK Academy เช่นเดียวกันจ้า



จากสีผมเดิมที่ไม่มีความเสมอกันเลยซักจุด แหะๆ
"พี่ทิน" ช่างผมวันนี้เลยเจองานหนักเพราะต้องทำการปรับพื้นสีผมใหม่หมดเลย
เริ่มขั้นแรกด้วย การล้างสีแบบ Gentle คือการล้างสีผมแบบอ่อนโยน
โดยใช้ผงฟอกสีผมผสมกับ
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9% และแชมพู!
อ่านไม่ผิดค่ะผสมแชมพูเข้าไปด้วยเพื่อเจือจางและทำให้สีถูกฟอกออกอย่างอ่อนโยน
เป็นเทคนิกของช่างผมที่ทำให้ตัวฟอกค่อยๆทำปฏิกิริยากับเส้นผม
ซึ่งอัตราส่วนในการผมเค้าเองก็มิทราบ แต่ไม่แนะนำให้ไปทดลองทำกันเอง
การฟอกสีผมถ้าไม่ใช่ช่างผมผู้ชำนาญจะเกิดปัญหาสีด่างและผมพังได้ง่ายมากกกค่ะ



ทำการล้างสีผมโดยทาทิ้งไว้แล้วห่อแร็พ 35 นาที
จากนั้นล้างออกโดยสระแชมพูหนึ่งครั้ง เสร็จแล้วมาดูสีผมที่ได้
นี่แหละผลของการทำสีมากมายหลายรอบเกิดปัญหาว่าล้างสีผมเก่าไม่ออก!
สีที่ได้จึงไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวจะต้องล้างสีซ้ำอีกหนึ่งครั้ง
แต่ด้วยสภาพปลายผมที่ค่อนข้างแห้งเค้าเลยตัดสินใจบอกพี่ทินว่าตัดทิ้งโลด
ผมไม่รักดีตัดออกไปซะ ไม่คิดมากทำลืมๆเดี๋ยวผมใหม่ก็ยาวออกมา อิอิ

***พี่ทินฝากเตือนการทำสีผมด้วยแว็กซ์หรือทรีทเมนต์แบบที่หมักแล้วสระออก
เป็นสีผมในกลุ่มที่ใช้ซิลิโคนแบบคุณภาพไม่ดีซึ่งจะยึดเกาะที่เกร็ดผม
ทำให้การทำสีผมในครั้งต่อๆไปทำไม่ค่อยติด และล้างสีผมก็ไม่ค่อยออก
จะประสบปัญหาผมด่างได้ง่าย ดังนั้นถ้าอยากทำสีขอให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพดีๆด้วยนะจ๊ะ




มาชำระกรรมเก่ากันต่อด้วยการฟอกสีผมแบบเต็มขั้น
โดยพี่ทินแบ่งผมเค้าออกเป็นสองเลเยอร์ช่อบนกับช่อล่าง เริ่มทำที่ช่อล่างก่อน
โดยใช้ผงฟอกสีผมผสมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 9%ลงแบบเว้นโคนผมจนทั่ว



เมื่อลงช่อล่างทั่วแล้วก็ลงบริเวณช่อบนโดยเว้นโคนเช่นกัน
เสร็จแล้วค่อยทำการลงโคนให้ทั่วอีกหนึ่งครั้ง
เนื่องจากโคนผมคือผมที่งอกใหม่ยังไม่ผ่านเคมี
จึงจะฟอกสีออกได้ง่ายและทำสีได้ติดดีกว่าบริเวณที่เคยทำสีผมจ้า



หมักทิ้งไว้แบบนี้ 40 นาที จนสีเริ่มเฟดออกในระดับที่ต้องการ
พี่ทินเตือนเลยว่าแสบหนังหัว ซึ่งแสบจริงอะไรจริงแต่เพื่อความสวยเราต้องทน!
หลังการฟอกสีผมติดๆกันแบบนี้หนังศีรษะจะแห้งและลอกได้
จึงต้องบำรุงหนังศีรษะด้วยหลังทำสี และควรให้ช่างดูและวิะเคราะห์
สภาพผมและหนังศีรษะเราก่อนว่าฟอกไหวไหม ไม่ควรลองเองนะคะ



สี่สิบนาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่ตอนรอจริงนี่ช่างนานนักแสบหนังหัวยิบๆ
พอล้างตัวฟอกสีออกจะสะอาด พี่ทินรีบบำรุงหนังศีรษะให้ทันทีเลย
ด้วย BC Bonacure Sensitive Soothe Scalp Serum
เป็นเซรั่มที่มีส่วนผสมหลักสกัดจากว่านหางจระเข้ที่ช่วยละอาการระคายเคือง
ขอบอกว่าเค้ากรี้ดมากเพราะพอใส่ลงไปปุ๊บจากหนังศีรษะแสบๆยิบๆ
มันดีขึ้นแบบทันตา อาการแสบหายไปเกือบหมดปลาบปลื้มอ้ะ
ซึ่งเค้าบอกตัวนี้สามารถใช้ในคนที่มีอาการหนังศีรษะแห้งคันเป็นรังแคได้ด้วย
แนะนำมากสำหรับใครที่ทำเคมีมากๆสบายหนังศีรษะขึ้นจริงจัง
ตัวนี้มีขายตามซาลอนในเครือชวาร์สคอร์ฟกล่องนึงมี 8 หลอด หลอดละ 7ml
ราคาหน้ากล่อง 1,260 บาท แต่ส่วนใหญ่ตามร้านเค้าจะมีส่วนลดพิเศษราคาจะถูกกว่าหน้ากล่องฮะ



อื้อหือสีผมที่ได้หลังฟอกสีแซ่บลื้มมมมม Smiley
จะสังเกตได้ว่าโคนผมจะสว่างกว่าปลายนิดนึง
อย่างที่บอกไว้ว่าโคนผมคือผมที่ไม่เคยผ่านเคมีเวลาฟอกหรือทำสีก็จะง่ายกว่านั่นเอง
ใจจริงเค้าก็ชอบสีนี้นะแต่คิดว่าไม่สามารถใช้ชีวิตด้วยผมสีนี้ได้ขอลงสีต่อดีกว่า 555
ก่อนจะทำสีต่อพี่ทินก็ทำการตัดผมให้เข้าทรงก่อน เพราะตอนแรกแค่ตัดเอาความยาวออกไป
ยังไม่ได้ตัดให้เข้าทรง ซึ่งทรงที่เค้ารีเควสก็คือตัดตรงธรรมดานี่หล่ะอยากให้ผมดูหนาหน่อย
แต่มีการสไลด์ปลายนิดๆเพื่อให้ปลายผมดูพลิ้วๆเวลาม้วนผมออกมาแล้วดูไม่เป็นก้อนๆจ้า
แอบจับผมตัวเองแล้วโล่งใจ ผมเค้าค่อนข้างแข็งแรงแม้ผ่านการทำสีอย่างโชกโชน
หลังฟอกสีผมแน่นอนว่าผมต้องแห้งลงแต่ก็ไม่ได้แห้งมากจนผมขาด จับแล้วยังลื่นใช้ได้ เย้ๆ



มาถึงขั้นตอนลงสีเนื่องจากโคนสว่างกว่าพี่ทินเลยผสมสีให้โคนสีผมเข้มกว่าปลาย
เพื่อให้เวลาสีเฟดแล้วได้สีไล่เฉดที่ดูกลมกลืนกัน โดยบริเวณโคนจะออกโทนม่วง
ใช้สี
Igora Royal ผสมทั้งหมด 3 เบอร์ได้แก่
เบอร์ 0-22 Concentre anti-orange

เบอร์ 9.5-22 Pale Blue
เบอร์ 5-99 Light Brown Violet Extra

ถ้าเค้าจำไม่ผิดคือผสมกับ
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6%



ส่วนของปลายผมใช้สีชมพูพาสเทลผสมม่วงนิดๆโดยผสมสองเบอร์คือ
เบอร์ 0-89 Concentre rouge violet
เบอร์ 9.5-18 Pastel Rose
ผสมกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6%
โดยวิธีการลงพี่ทินจะนวดๆตรงรอยต่อระหว่างสีตรงโคน
ให้ค่อยๆเบลนเข้ากับสีที่ปลายด้วย เพื่อสีที่ได้จะไล่เฉดกลมกลืนกัน
สำหรับเทคนิกการทำสีโทนพาสเทลคือจะผสมสีทิ้งไว้พักนึงก่อนแล้วค่อยลงบนเส้นผม
สีที่ผสมไว้จะทำปฏิกิริยาไปพักนึงทำให้สีที่ได้ไม่เข้มมากนักจะได้สีในโทนเบาๆแบบพาสเทล



หลังลงสีทั่วศีรษะทิ้งไว้แป๊บเดียวไม่เกิน 15 นาทีก็ล้างออก
ด้วยการสระผมสองรอบแล้วลงทรีทเมนต์ สีที่ได้จะซอฟต์ๆเบาๆ
คือตอนนี้จิตใจว้าวุ่นแอบลุ้นมากว่าสีที่ได้จะเป็นสีอะไร Smiley



ท๊า ดา........มาแล้วสีผมของเค้า อร๊ายยยยยยแซ่บเว่อร์ๆๆๆ
โคนผมจะเข้มกว่านิดนึงพอสระๆแล้วสีเฟดจะกลมกลืนกับตรงปลายกรี้ดๆๆ



เทียบสี Before & After งามสุดพลัง!
สีก่อนหน้านี่วินเทอร์สุดๆ ส่วนสีใหม่ก็เข้ากับซัมเมอร์ที่จะถึง อิอิ



ทำสีให้ไม่พอเซ็ตม้วนลอนให้สวยงาม
ขอบคุณ
Schwarzkopf Professional
และขอบคุณพี่ทินมากๆค่ะที่ดูแลสีผมให้วันนี้
สวยคุ้มค่าการรอคอยมากๆกับการทำสีผม 7 ชั่วโมงเต็ม  Smiley



สีผมกับแสงธรรมชาติ ฟรุ้งฟริ้งมุ๊งมิ๊งมาก



ตรงโคนจะออกโทนม่วงๆไล่เฉดปลายจะออกชมพูพีชๆ



เป็นสีที่เหมาะแก่การม้วนลอนจริงๆ



แอบคล้ายสายไหมอยู่นะ 555
เดี๋ยวสระแล้วเฟดสีจะอ่อนลงเรื่อยๆ



หลังทำสีผมถ้าอยากให้สีติดทนต้องงดสระผมอย่างน้อย 2 วันนะคะ
ให้สีได้มีเวลาทำปฏิกิริยากับเส้นผมก่อน ทำสีปุ๊บสระปั๊บไม่เหลืออะไรแน่นอนจ้า



ปิดท้ายเทียบให้ดูระหว่างสีผมเวลาอยู่ในร่มกับสีผมตอนออกแดดสวยแซ่บไปคนละแบบเนอะ
ขอบอกว่าตั้งแต่ทำผมสีนี้ไปไหนจะมีคนมองแล้วยิ้มให้เสมอ 555
สำหรับเพื่อนๆที่นิยมทำสีผมแบบเค้าแนะนำว่าให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผมทำสีโดยตรง
จะช่วยยืดระยะเวลาของสีผมสวยๆให้อยู่ทนนานขึ้น โดยเฉพาะแชมพูควรใช้แบบ Sulfate-Free
ในช่วงเดือนแรกที่ทำสี เพราะซัลเฟตเป็นตัวที่ชะสีผมให้หลุดออกไวมาก
ของชวาร์สคอฟแบบไม่มีซัลเฟตจะเป็นรุ่น BC Bonacure Color Freeze Sufate-Free จ้า

------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Schwarzkopf Professional สำหรับการเมคโอเวอร์สีผมในครั้งนี้
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมหรือสอบถามได้ที่

https://www.facebook.com/SchwarzkopfProfessionalThailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2557 19:57:00 น.  

Reivew : อัพเดทๆ Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care ปรับสูตรใหม่รับปีใหม่

สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ามีข่าวมาอัพเดทๆ
กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับผมทำสีและผมดัด
Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care
ซึ่งเค้าเคยรีวิวแบบละเอียดไปเมื่อกลางปีที่แล้วหล่ะ
เข้าไปอ่านได้ตามลิงค์เลยฮับ

Review : Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care
แฮร์แคร์สำหรับผมทำสีและผมดัดสั้นๆคำเดียวว่า "เริ่ด"


แต่พอดีเค้าได้ทำการปรับสูตรใหม่รับปีใหม่
เลยเอาข้อมูลและหน้าตาโฉมใหม่มาอัพเดทให้ชมกันจ้า



Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care
แพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ แอนด์ เพิร์ม ลาสติ้ง แคร์
ผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีและผมดัด

----------------------------------------------------------------------------

การปรับหน้าตาแพ็คเก็จใหม่หมดของแพนทีนเนื่องมาจาก
เค้าได้มีการเพิ่มการบำรุงด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในผลิตภัณฑ์แชมพูทุกไลน์ได้แก่

“เคราติน แดมเมจ บล็อกเกอร์
(Keratin Damage Blocker Technology)”

ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องผมจากการสูญเสียโปรตีนธรรมชาติ (เคราติน) ที่จำเป็น
จากการศึกษาด้านโครงสร้างการทำงานของโปรตีนของผู้เชี่ยวชาญทางด้านการดูแลเส้นผม
พบว่า สารทองแดง (Copper) ที่มีอยู่ในน้ำทั่วไป รวมถึงน้ำประปาที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน
จะทำปฏิกิริยาต่อเส้นผมโดยกระตุ้นให้เคราตินในเส้นผมกร่อนลงและทำลายเซลล์ผมชั้นนอก
รวมถึงทำลายโปรตีนและโครงสร้างที่ซับซ้อนภายในของเส้นผม
อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมแห้งเสียและกลายเป็นวงจรของปัญหาผมเสียไปเรื่อยๆ ไม่ที่สิ้นสุด
จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ แพนทีน โปร-วี คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
 “เคราติน แดมเมจ บล็อกเกอร์” ที่ประกอบด้วย สารคีแลนต์ (Chelant) หรือ EDDS 
ในรูปแบบของโมเลกุลที่ทำหน้าที่เสมือนแม่เหล็กคอยดูดจับแร่ธาตุทองแดง
ป้องกันเส้นผมจากการขาดเคราตินและลดการทำลายโปรตีนสำคัญในเส้นผม
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เส้นผมจากภายในถึงภายนอก
พร้อมการบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยโปรวี ผมจึงดูมีสุขภาพที่ดีขึ้นทุกครั้งหลังสระ



ลายบนขวดจะเปลี่ยนใหม่ต่างจากแบบเก่าเล็กน้อย
และมีการเพิ่มการดูแลเส้นผม up to 10X Damage Protection
คือช่วยลดปัญหาผมเสีย 10ประการได้แก่ ผมพันกัน ผมไม่เงางาม
ผมเปราะขาด ผมแตกปลาย ผมแห้ง ผมหยาบ ผมอ่อนแอ
ผมชี้ฟู ผมขาดร่วงเนื่องจากผมเสีย  และผมจัดทรงยาก



ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในไลน์นี้มีทั้งหมด 5 ชิ้น ได้แก่
Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Shampoo
Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Conditioner
Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Intensive Hair Mask
**Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Daily Intensive Conditioner
Pantene Pro-V 6 Week Color Protect Treatment Program




Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Shampoo
แพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ แอนด์ เพิร์ม ลาสติ้ง แคร์ แชมพู
ขนาด 170 มล. ราคา 69 บาท
ขนาด 320 มล. ราคา 129 บาท
ขนาด 460 มล. ราคา 159 บาท

Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Conditioner
แพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ แอนด์ เพิร์ม ลาสติ้ง แคร์ คอนดิชันเนอร์ ครีมบำรุงผม

ขนาด 165 มล. ราคา 69 บาท
ขนาด 320 มล. ราคา 129 บาท
ขนาด 460 มล. ราคา 159 บาท

--------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ช่วยดูแลปัญหาผมเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการทำงานของ
ลิควิด คริสตัลแชมพู ซิสเต็ม (Liquid Crystal Shampoo System) สูตรใหม่
ที่จะเข้ามาเคลือบเส้นผมเหมือนแผ่นฟิล์มบาง ๆ ทำหน้าที่คล้าย เอฟ-เลเยอร์
เสมือนสร้างเกราะชั้นใหม่ให้ผม พร้อมผสมผสานสารบำรุงอันเป็นเอกลักษณ์
ของแพนทีนโปร-วี เสริมประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำเข้าสู่ผมชั้นใน
ซึ่งจะเป็นการป้องกันการหลุดออกของเม็ดสีและป้องกันลอนผมดัดจากการทำลายภายนอก
ช่วยปกป้องสีผมสวย และลอนผมดัดได้ยาวนานยิ่งขึ้น เมื่อใช้ทันทีหลังการทำสี หรือดัดผม
เพื่อช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพเส้นผมที่แห้งเสียจากการใช้สารเคมี




Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Daily Intensive Conditioner

แพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ แอนด์ เพิร์ม ลาสติ้ง แคร์
เดลี่ อินเทนซีฟ  คอนดิชันเนอร์ ครีมบำรุงผม

ขนาด 180 มล. ราคา 129 บาท

***ครีมบำรุงแบบหลอดตัวนี้ต่างจากแบบขวดคือเป็นครีมบำรุงแบบเข้มข้น
 ที่หลอดจะเขียนว่า 10% More Concentrated Repair Essence
คือมีการเพิ่มสารฟื้นบำรุงเข้มข้นขึ้นอีก 10% เมื่อเทียบกับครีมนวดแบบขวด
เหมาะสำหรับสาวผมแห้ง และตัวนี้ยังได้รางวัลผลิตภัณฑ์
ปกป้องสีผมที่ดีที่สุดจากนิตยสาร Harper’s Bazaar ประเทศสิงคโปร์ ด้วยนะ   

--------------------------------------------------------------------------------

Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care Intensive Hair Mask
แพนทีน โปร-วี คัลเลอร์ แอนด์ เพิร์ม ลาสติ้ง แคร์ อินเทนซีพ แฮร์ มาส์ก มาส์กบารุงผม

ขนาด 250 มล. ราคา 162 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

การฟื้นบำรุงอย่างเข้มข้นด้วยสูตรโปร-วิตามิน พร้อมลิควิดคริสตัล ซิสเต็ม
สูตรคุณภาพระดับมืออาชีพเพิ่มสารฟื้นบำรุงเข้มข้นขึ้นอีก 40%
เสมือนสร้างเกราะป้องกันชั้นใหม่ให้เส้นผม จึงช่วยปกป้องสีผมจากการซีดจาง
และการคลายตัวของลอนผมดัดจากการสระผม สีผมสวยสดใส
และลอนผมดัดอยู่ตัวได้ยาวนานยิ่งขึ้น



Pantene Pro-V 6 Week Color Protect Treatment Program
แพนทีน โปร-วี 6 วีค คัลเลอร์ โพรเทค ทรีทเมนท์ โปรแกรม

ขนาด 60 มล. ราคา 179 บาท



ข้อมูลผลิตภัณฑ์

สูตรโปร-วิตามิน พร้อม ลิควิด คริสตัล แชมพู ซิสเต็ม
- เสมือนสร้างเกราะป้องกันชั้นใหม่ให้ผม จึงช่วยปกป้องสีผม
จากการซีดจางและการคลายตัวของลอนผมดัดอยู่ตัวได้ยาวนานยิ่งขึ้น
- โปรแกรมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการปกป้องยาวนานถึง 6 สัปดาห์
- ใช้ทันทีหลังการทำสี หรือดัดผมเพื่อช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพเส้นผมที่แห้งเสียจากการใช้สารเคมี



ลักษณะเนื้อของผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมือนครีมนวดปกติแต่เค้าว่าข้นกว่านิดนึง
วิธีการใช้ตัวนี้ให้ได้ประสิทธิภาพคือใช้ทันทีหลังการทำสีหรือการดัดผม
เพื่อช่วยให้ผมไม่แห้งเสียจากการทำเคมีและล็อคสีผม ล็อคผมดัดให้อยู่ได้นานขึ้น
และตามโปรแกรมควรใช้ต่อเนื่องไป อาทิตย์ละครั้ง จนครบ 6 อาทิตย์

-------------------------------------------------------------------------------

สรุปเค้าใช้ตั้งแต่รุ่นเก่าหมดไปยกเซ็ตละประทับใจจริงจัง Smiley
แม้ตอนนั้นจะไม่ได้ใช้หลังการทำสีใหม่ๆแต่ที่สัมผัสได้คือผมนุ่มและลื่นขึ้น
แต่บอกเลยว่าปลายผมที่พังมากๆยังไงก็ต้องค่อยๆเล็มทิ้งไปนะจ๊ะ
ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาได้ดีช่วยฟื้นฟูผมผ่านเคมีได้จริง
และหาซื้อได้ง่ายในราคาที่ไม่สูง ไหนๆก็ลงทุนกับการทำเคมีแล้ว
อย่าลืมลงทุนกับการหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับสภาพเส้นผมมาใช้ด้วย
ผมสวยๆจะได้อยู่กับเราไปนานๆจ้า Smiley

ผลิตภัณฑ์ไลน์นี้เค้ามีหลายตัวกันสับสนจะเรียงวิธีการใช้ไว้ให้ตามนี้ฮับ
1. Shampoo
2. Conditioner หรือ Daily Intensive Conditioner
เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งถ้าผมเสียมากแนะนำใช้เป็น Daily Intensive จ้า
หลังสระผมนวดครีมบำรุงลงบนเส้นผมให้ทั่วแล้วล้างออก
3.
Intensive Hair Mask
ใช้หลังครีมบำรุง ชโลมให้ทั่วหมักไว้ 3 นาทีแล้วล้างออก
แนะนำให้ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียค่ะ
4. 6 Week Color Protect Treatment Program
ใช้แบบเดียวกับมาส์กคือใช้หลังครีมบำรุง หมักไว้ 3 นาทีแล้วล้างออก
ใช้สัปดาห์ละ 1 ครั้งไปจนครบ 6 สัปดาห์จะช่วยล็อคสีผมและผมดัดให้อยู่ทน

***เทคนิคการบำรุงผมในแบบของเค้าคือหลังการทำสีใหม่ๆผมจะค่อนข้างแห้งมาก
เค้าจะใช้แฮร์มาส์กแทนการใช้ครีมบำรุงทุกครั้งที่สระผมไปเลย
จะช่วยให้ผมฟื้นตัวเร็วขึ้น นุ่มลื่นขึ้น และจะลงเฉพาะบริเวณกลางถึงปลายผม
เว้นบริเวณโคนไว้เพราะการใส่ครีมบำรุงบริเวณโคนทำให้หนังศีรษะมันไว
ถ้าดูแลรักษาความสะอาดไม่ดีอาจจะเกิดเป็นรังแคเปียกได้จ้า



ปิดท้ายขอแอบเม้าท์นอกจากเค้าจะได้ลอง

Pantene Pro-V Color & Perm Lasting Care
สูตรใหม่ก่อนคนอื่นแล้ว
ยังได้แอบไปถ่ายแชร์ความประทับใจ
นิตยสาร Madame Figaro ด้วย
อย่าลืมติดตามชมกันนะคร๊าบ Smiley



ภาพหมู่รวมดาวสาวสยาม 555 หรือรวมดาวตลกไทยก็ไม่รู้
หญิงแย้ , แอนนี่ , เมอา และหมูน้อย ฮากระจายทั้งวัน
ช่างน่าประทับใจยิ่งนักเป็นการถ่ายงานที่อิชั้นแก่สุด กรั่กๆ
แอบกระซิบอีกเรื่องนึงเดี๋ยวจะมีกิจกรรมดีๆจากแพนทีนให้ร่วมสนุกกัน
เข้าไปติดตามได้ที่เพจของแพนทีนตามลิงค์ด้านล่างนี้นะฮร้า

www.facebook.com/Pantenethailand

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยคร้าบ

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2557    
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2557 0:53:03 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 233 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.