Group Blog
 
All blogs
 

Preview : No7 Protect & Perfect Intense ADVANCED ลดเลือนริ้วรอยแบบครบไลน์กับ Day,NightและEye Cream









เมื่อปลายปี 57 เค้าเคยเขียนบล็อครีวิวผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยแบรนด์หนึ่ง
ที่เรียกได้ว่าเป็นประวัติการณ์ทางด้านยอดขายเลยว่าขายดีถล่มทลายมากๆ
ในร้าน Boots ที่ประเทศอังกฤษ เพราะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและราคาสมเหตุสมผล
นั่นก็คือ 
No7 Protect & Perfect  ADVANCED Serum <<< คลิกเพื่ออ่านรีวิวได้ฮะ



ซึ่งในปี 59 นี้เค้าได้พัฒนาต่อยอดจากเดิมที่มีแค่เซรั่มออกมาเป็นสกินแคร์ครบไลน์
ที่มีทั้ง Day Cream , Night Cream และ Eye Cream
สำหรับคนที่ชอบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้และอยากได้การดูแลผิวในเรื่องริ้วรอยแบบจัดเต็ม
 3 ไอเท็มใหม่นี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบล็อคนี้จะมาอัพเดทให้ชมกันค่า Smiley



ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพิ่มเติม ได้แก่

 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Day Cream

ขนาด 50 ml ราคา 1,250 บาท

 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Night Cream

ขนาด 50 ml ราคา 1,250 บาท


 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Eye Cream

ขนาด 15 ml ราคา 950 บาท


[เซรั่มยังราคาเดิม ขนาด 30 ml ราคา 1,350 บาทค่า]

---------------------------------------------------------------------------


No7 เป็นแบรนด์จากอังกฤษภายใต้บริษัท Boots 
จึงสามารถหาซื้อได้ที่ ร้าน Boots ทุกสาขา 
เช็คโปรโมชั่นหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆได้ตามลิงค์ด้านล่างจ้า




 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Day Cream and Night Cream


ขนาด 50 ml ราคา 1,250 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ปกป้องผิวด้วย
Matrixyl 3000 Plus สุดยอดเทคโนโลยี
เพื่อการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยที่ดีที่สุดจาก No7
และพิเศษด้วย Double Defence Technology
ช่วยเสริมประสิทธิภาพการปกป้องผิว และลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก
พร้อมชะลอริ้วรอยใหม่ที่จะเกิดขึ้น
โดยเดย์ครีมจะมีค่า SPF 15 และ 5*UVA
ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย



รายละเอียดส่วนผสม

ด้วยความที่อยู่ในไลน์เดียวกันส่วนผสมหลักที่ชูมาเป็นจุดขาย
จึงเหมือนกับตัวเซรั่มที่เคยออกมาก่อนหน้า



นั่นก็คือเทคโนโลยี
Matrixyl 3000 Plus (เมทริซิล 3000 พลัส)

 เป็นส่วนผสมที่ได้รับการพัฒนาจากสารเดิมคือเมทริซิล 3000
ที่มีส่วนผสมของเปปไทด์สองชนิด
Palmitoyl Oligopeptide และ Palmitoyl Tetrapeptide-7 )
ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมความเสียหายในผิว ด้วยการฟื้นฟูโปรตีนหลัก
เช่น ไฟบริลลิน ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความยืดหยุ่นของผิว

แต่ต่อมามีการพัฒนาให้เป็นเมทริซิล 3000 พลัส 
ด้วยการผสมอะซิทิล-ได-เปปไดท์ (Acetyl dipeptide-1 cetyl ester
ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยได้มากขึ้น
โดยอยู่ภายใต้เครื่องหมายการค้าของ Sederma

อีกหนึ่งตัวที่เป็นจุดขายเช่นเดียวกันกับเซรั่มก็คือสารให้ความชุ่มชื่นและช่วยให้ผิวอุ้มน้ำ
เป็นสารที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ กรดไฮยารูลอนิก (Sodium Hyaluronate)

แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ
Double Defence Technology
ที่ช่วยในเรื่องการลดภาวะความเครียดของผิวจากสภาวะแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นรังสี UV ในแสงแดด หรือ ฝุ่น ควัน มลภาวะต่างๆ ที่เราต้องเจอทุกวัน
ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาริ้วรอยก่อนวัยเลย
โดยเทคโนโลยีที่ใช้คือการผสมผสานส่วนผสม
ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ในปริมาณสูงหลายๆตัวเข้าด้วยกัน
เพื่อลดการถูกทำร้ายของผิวจากอนุมูลอิสระทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม



เทียบ Day Cream และ Night Cream
มาในกระปุกแบบเดียวกันแต่กระปุกจะคนละสี
เนื้อครีมด้านในสีขาวเช่นเดียวกันแต่ Night จะมีความข้นกว่าจ้า



ลักษณะเนื้อและกลิ่น


เนื้อ Day Cream ด้วยความที่มีส่วนผสมของสารกันแดด
จึงมีเนื้อที่ค่อนข้างขาวและทึบแสงกว่าเวลาที่ปาดลงไปบนผิว
ส่วน Night Cream จะมีความข้นหนืดกว่าแต่เนื้อครีมดูใสนะ
ถึงเป็นเนื้อครีมที่ค่อนข้างข้นแต่มีความลื่นเกลี่ยให้ซึมผิวได้ดีทั้งคู่
กลิ่นน้ำหอมค่อนข้างชัดหลังทามีกลิ่นติดผิวพอควร



Day Cream : แม้สีจะดูทึบแสงแต่เกลี่ยบนผิวได้ง่าย
ซึมผิวได้หมดไม่เหนอะหนะนะ เท็กซ์เจอร์ผิวหลังทาจะขึ้นเงาเล็กน้อย
แต่ไม่ได้ทำให้ดูหน้ามัน และแม้จะมีสารกันแดดแต่ไม่ทำให้หน้าดูวอก
เพราะใช้สารกันแดดในกลุ่ม Chemical Sunscreen ฮะ
หลังทาผิวนุ่มชุ่มชื่นดี ให้ฟิลในการเคลือบผิวบางๆ



Night Cream : เนื้อครีมเข้มข้นเหมาะแก่การโบกก่อนนอนมาก
เพราะส่วนผสมหลักนี่เน้นชุ่มชื่นจัดเต็มเลยคือ Glycerin กับ Shea Butter
แม้ตัวนี้เนื้อดูข้นแต่ก็ซึมผิวได้ไวนะเทียบกับผิวแห้งแบบเค้าก็ยังไม่จัดว่าเนื้อข้นมาก
หลังทาจะให้ความรู้สึกในการเคลือบผิวได้ดี เนื้อหนักกว่าตัว Day พอควร
แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกมันหรือเหนอะหนะผิว ยิ่งทากลางคืนแล้วนอนแอร์เค้าว่าโอเคเลย



จัดว่าเป็นครีมที่ทำเนื้ออกมาให้เข้มข้นและชุ่มชื่นดีผิวแห้งแบบเค้าน่าจะชอบ
ยิ่งอยู่ในไลน์ลดเลือนริ้วรอยด้วยแล้วตอบโจทย์ผิวแห้งเลยหล่ะ
เพราะผิวที่ขาดความชุ่มชื่นนี่แหละเป็นผิวที่จะเกิดริ้วรอยได้ง่ายสุด

หลายคนอาจรู้สึกว่าครีมเป็นขั้นตอนที่ไม่ค่อยสำคัญ
มักไปเน้นกันที่พวกเซรั่มที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์เข้มข้นมากกว่า
แต่อยากบอกว่าการทาครีมเสต็ปสุดท้ายนั้น
จะช่วยเก็บล็อคความชุ่มชื่นของผิวให้คงอยู่ได้ตลอดวันนะฮะ
ดังนั้นจึงเป็นเสต็ปที่มิควรมองข้ามเลย



 No7 Protect & Perfect Intense
ADVANCED Eye Cream


ขนาด 15 ml ราคา 950 บาท

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

เพื่อบำรุงผิวบริเวณรอบตาซึ่งบอบบางและต้องการบำรุงเป็นพิเศษ
ด้วยส่วนผสม เมทริซิล 3000 พลัส ช่วยลดเลือนริ้วรอย
ลดอาการตาบวมและรอยหมองคล้ำรอบดวงตา ให้กลับมาแลดูเปล่งประกายสดใส
พร้อม Double Defence Technology
ที่ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน



รายละเอียดส่วนผสม

ส่วนผสมจุดขายก็เหมือนกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่น
คือ
Matrixyl 3000 Plus และ Double Defence Technology
แต่สำหรับอายครีมจะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมจ้า

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

***แถมให้นิดนึงกับเรื่องแอลกอฮอล์คนส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองแพ้
แต่จริงๆแอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้แพ้เน่อ ผลต่ผิวจริงๆคือทำให้ผิวแห้งลง
เพราะแอลกอฮอล์เป็นสารระเหยไวเวลาระเหยจึงดึงความชุ่มชื่นไปด้วย
แต่ถ้าดูในส่วนผสมแล้วพบว่าสารให้ความชุ่มชื่นมีปริมาณเยอะกว่ามาก
ส่วนผสมอย่างแอลกอฮอล์ก็ไม่ได้น่ากังวลอะไรฮะ
เพราะเค้าเองที่มีผิวแห้งก็ใช้สกินแคร์ที่มีแอลกอฮอล์ได้
แค่ดูก่อนว่าในส่วนผสมมีสารให้ความชุ่มชื่นมาเพียงพอไหม
อย่างอายครีมตัวนี้สารให้ความชุ่มชื่นจัดมาแน่นมากจึงไม่มีผลเรื่องทำให้ผิวแห้งจ้า




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้ออายครีมเป็นสีเบจอ่อนๆ
เกลี่ยดูจะรู้สึกเนื้อคล้ายครีมมูสนุ่มๆ
เนื้อลื่นซึมผิวได้ง่าย ไม่มีกลิ่นเพราะไม่มีน้ำหอม



วิธีการใช้อายครีมในแบบของเค้าจะบีบอายครีมไว้ที่นิ้วนาง
เพราะเป็นนิ้วที่มีน้ำหนักเบาๆสุดเหมาะแก่การทาบริเวณรอบดวงตา
ซึ่งเป็นจุดที่มีผิวหนังบางกว่าจุดอื่นและเกิดเป็นริ้วรอยได้ง่าย
แต้มครีมลงไปรอบดวงตาโดยไม่ลืมที่เปลือกตาบนด้วย
ค่อยๆใช้นิ้วนางเกลี่ยเบาๆจากหัวตาไปหางตา
บริเวณหางตาลากแล้วยกขึ้นเล็กน้อย



เปรียบเทียบสองด้านจะเห็นว่า
ด้านที่ทาสีผิวบริเวณใต้ตาจะดูเสมอกันขึ้นเล็กน้อยเนอะ
เพราะว่าเนื้อครีมเป็นสีเบจจึงช่วยในการปรับสีผิวได้นิดนึง
แต่ก็ไม่ได้มากขนาดคอนซีลเลอร์นะ แค่ช่วยให้ตาดูเฟรชขึ้น
เท็กซ์เจอร์ครีมดีลื่นเกลี่ยง่ายให้ความชุ่มชื่นได้โอเค

ส่วนเรื่องลดอาการบวมเค้ายังไม่ค่อยรู้สึกเน่อ
คือเป็นคนตาบวมมากเป็นปกติ ซึ่งอาการตาบวมมันเกิดจากหลายปัจจัย
หลักๆเลยคือเรื่องการพักผ่อนซึ่งต้องปรับจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
จะพึ่งอายครีมให้อาการบวมยุบตั้งแต่ทาครั้งแรกคงมิได้ แหะๆ



ส่วนตัวเค้าว่าเป็นอายครีมที่ช่วยให้รอบดวงตาดูสดใสขึ้น
เพราะมีสีเบจอ่อนๆเลยช่วยปรับสภาพสีผิวและช่วยในการกระจายแสง
แต่ในเรื่องอาการบวมอะไรพวกนี้คงต้องลองแต่เนื่อง
แต่บล็อคนี้เป็นการพรีวิวคือลองใช้ให้ชมเป็นข้อมูลเบื้องต้น
เลยไม่ขอสรุปในเรื่องผลลัพธ์ให้ฟังนะฮะ

เอาว่าถ้าใครสนใจหรือเคยใช้เซรั่มในไลน์นี้
อยากจะใช้ให้ครบไลน์ เค้าก็ทำออกมาให้ครบเซ็ตแล้วเน่อ
มีตั้งแต่เซรั่ม เดย์ครีม ไนท์ครีม และอายครีม
ซึ่งโดยรวมก็จัดว่าเป็นไลน์ลดเลือนริ้วรอยที่ราคาเอื้อมถึง
และมีส่วนผสมที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของเค้า
ก็สามารถไปลองดูและเทสเนื้อกันได้ที่ร้าน Boots ทุกสาขาค่า

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมค่ะ Smiley

---------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by No7
***All opinions are my own
Information :




 

Create Date : 22 มีนาคม 2559    
Last Update : 4 เมษายน 2559 12:16:12 น.
Counter : 336 Pageviews.  

Review : Philosophy Ultimate Miracle Worker Night นวัตกรรมเซรั่มอินครีมช่วยลดเลือนริ้วรอย



สวัสดีค่าบล็อคนี้มีสกินแคร์ตัวใหม่จาก
Philosophy มาอัพเดทให้ชมกัน
จัดว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เค้าใช้แล้วโดนใจใช้ต่อหลายตัว
ซึ่งตัวใหม่นี้เข้ากับวัยย่างเข้าสามสิบเสียเหลือเกิน
นั่นก็คือไลน์ฟื้นบำรุงและลดเลือนริ้วรอยนั่นเอง แหะๆ ปวดใจเนาะ
สำหรับความพิเศษขอบอกเลยว่ามีกิมมิกที่น่าสนใจตั้งแต่วิธีการผสมครีมก่อนใช้!
กับลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น "2-in-1 เซรั่มอินครีม"
จะมีความน่าสนใจอย่างไหร่ตามไปชมกันค่า



Philosophy
Ultimate Miracle Worker Night

ฟิโลโซฟี อัลติเมท มิราเคิล เวิร์คเกอร์ ไนท์

---------------------------------------------------------

ขนาด 60 มล ราคา 3,300 บาท
(ครีม 50 ml และเซรั่ม 10 ml)

มีจำหน่ายที่เคาท์เตอร์ Philosophy ทุกสาขา
[ สาขาพารากอน ชั้น M,  เอ็มโพเรียม ชั้น M, เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1,
เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 1 และร้าน Sephora จ้า ]


หรือช้อปปิ้งออนไลน์ได้ที่ http://www.sephora.co.th


รายละเอียดผลิตภัณฑ์

 มอยซ์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าสำหรับช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวในยามค่ำคืน
ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือระดับถึง 2 เท่า ช่วยเสริมสร้างกระบวนการ
ต่อต้านและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย มอบผิวที่เรียบเนียน ดูกระชับขึ้น รูขุมขนแลดูเล็กลง
ด้วยคุณค่าของดอกไอริส (Iris flower) ที่ช่วยปกป้องโมเลกุลในชั้นผิว
และเสริมสร้างกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ
และ hpr+ (Hight- Performance Retinoid) เรตินอยด์ประสิทธิภาพสูง
 ที่ช่วยเร่งกระบวนการหมุนเวียนและปกป้องคอลลาเจนให้กับเซลล์ผิว
ช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นและฟื้นฟูผิวแบบชั้นต่อชั้น เติมคอลลาเจนและอิลาสตินให้กับผิว
รวมถึงช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ โดยไม่ก่อให้เกิดการกระคายเคือง



สิ่งที่ทำให้ไนท์ครีมตัวนี้น่าสนใจที่สุดสำหรับเค้าคือวิธีการผสมครีมก่อนใช้
ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของแบรนด์ Philosophy เลยนะ
กับการแยกส่วนผสมมาให้เราได้ผสมสดเอง
ทำให้รู้สึกว่าได้ครีมที่เฟรชดีเนอะผสมเองกับมือ Smiley

สำหรับ Philosophy Ultimate Miracle Worker Night
เปิดกล่องมาจะต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่งด้วยกัน คือ

1. กระปุกครีมขนาด 50 ml

2. เซรั่มในรูปแบบของเพิร์ลสีชมพู
ที่มาในถาดพลาสติกขนาด 10 ml

3. ไม้พายพลาสติกสีดำ




ที่ด้านข้างกล่องจะมีวิธีการผสมครีม
สำหรับการใช้ครั้งแรกบอกไว้ชัดเจน



1. เปิดฝาถาดเซรั่มจะพบเซรั่มในรูปแบบของเพิร์ลสีชมพูแช่อยู่ในเจลใสๆดูเลอค่ามากมาย
ค่อยๆเททั้งตัวเม็ดเพิร์ลและเนื้อเจลลงในกระปุกครีมจนหมด
เค้าใช้ไม้พายช่วยกวาดทั้งเนื้อเพิร์ลและเนื้อเจลเอาลงไปในกระปุกให้เรียบ

2. ทิ้งเนื้อเซรั่มไว้ในกระปุกครีมประมาณ 5 นาทีโดยเค้าจะปิดฝาไว้
ให้ตัวเซรั่มทำปฎิกิริยากับเนื้อครีม เม็ดเพิร์ลในเซรั่มจะค่อยๆละลายตัว

3. เปิดฝาออกแล้วใช้ไม้พายค่อยๆคนให้เนื้อเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
ตอนแรกไม่คิดว่าเม็ดเพิร์ลจะละลายไปในครีมได้หมด
แต่คนเบาๆแว้บเดียวเม็ดเพิร์ลสีชมพูค่อยๆเปื่อยแล้วสลายตัวลงในครีมได้เอง
จัดว่าเป็นขั้นตอนที่เพลินเพลินมากกกกกอ้ะ 555 Smiley



นี่คือครีมที่ผสมเซรั่มเข้ากันเรียบร้อยแล้ว
สีจะดูนวลๆอมชมพูขึ้นกว่าตอนก่อนผสมเล็กน้อย
เท็กซ์เจอร์ก็จะดูเหลวกว่าตอนแรกนิดหน่อยเช่นกัน



รายละเอียดส่วนผสม


ส่วนผสม 2 อย่างที่แบรนด์ดึงมาเป็นจุดขายของไนท์ครีมตัวนี้
คือ



Smiley สารสกัดจากดอกไอริส (Iris flower) Smiley

ในส่วนผสมคือ Iris Pallida Root Extract
คือสารสกัดจากรากของดอกไอริสสายพันธุ์ Pallida หรือ Sweet Iris
ที่อุดมไปด้วยสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)
ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยลดปริมาณของเอนไซม์ Collagenase (MMP-1)
ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายคอลลาเจน ทำให้ปริมาณคอลลาเจนในผิวไม่ลดลงมากไป
รวมถึงไปกระตุ้นให้เกิดการสร้าง gags (
glycosaminoglycans)
และ proteoglycans ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเซลล์ผิว
ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความชุ่มชื่นทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดี
ผลที่ได้คือทำให้โครงสร้างของผิวแข็งแรง ผิวมีความยืดหยุ่นสูง ปัญหาริ้วรอยจึงลดลง
ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง, ให้ผิวกระชับขึ้น
และฟื้นฟูผิวใหม่ให้สีผิวสม่ำเสมอดูมีชีวิตชีวาโดยไม่เกิดการระคายเคืองผิว



Smiley hpr+ (Hight- Performance Retinoid) Smiley

ในส่วนผสมคือ Retinol หรือ วิตามินเอ
ส่วนผสมยอดฮิตที่มักพบในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเลือนริ้วรอย
เนื่องจากมีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนอีลาสตินในชั้นผิว
ทำให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น และยังช่วยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น

และช่วยให้วงจรการผลัดเซลล์ผิวทำงานได้เป็นปกติ
จึงทำให้ริ้วรอยลดเลือนลง เท็กซ์เจอร์ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอขึ้น

ความพิเศษของส่วนผสมนี้คือแบรนด์เคลมว่าตัว Retinol ที่ใช้
เป็นเรตินอยด์ประสิทธิภาพสูงที่ได้ทำการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว
กับเทคโนโลยีที่เค้าใช้ชื่อว่า Bi-Retinoid

ที่เกิดจากเรตินอลเวคเตอร์ 2 ชนิด ที่ให้ผลลัพท์ 2 อย่าง คือ

Retinol Microcapsules
คือนวัตกรรมการนำส่งเรตินอล
ให้ซึมเข้าสู่ผิวโดยตรงด้วยคุณสมบัติของไมโครแคปซูลที่มีขนาดเล็ก
จึงเพิ่มการแทรกซึมของเรตินอลให้เข้าสู่ผิวได้ลึกขึ้น

อย่าง
ที่สองก็คือ Retinol Vector
เป็นเรตินอลที่มีสภาวะเป็นประจุบวก
ซึ่งดึงดูดกับผนังเซลล์ของเราที่เป็นประจุลบได้ดี
ดังนั้นจึงสามารถซึมผ่านเข้าสู่เซลล์ผิวได้ 100% และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
สามารถเข้าไปทำงานในการฟื้นฟูเซลล์ผิวเราได้โดยตรง

------------------------------------------------------------------------------------

จากรายละเอียดส่วนผสมที่เป็นจุดขายทั้งสองจะเห็นว่า
ในครีมกระปุกนั้นมีส่วนผสมทั้ง
Iris Pallida Root Extract
และ 
Retinol อยู่ครบถ้วน แต่ในเซรั่มที่เป็นเม็ดเพิร์ล
จะมีเฉพาะ
Iris Pallida Root Extract เมื่อทำการผสมกัน
เค้าจึงเคลมว่าเราจะได้สารสกัดจากรากดอกไอริสเป็น Double Dose
จริงๆอาจจะใส่มาทีเดียวเลยก็ได้แต่มันก็เป็นกิมมิกจุดขายในวิธีการใช้
ที่ให้เราได้ผสมสดอ่าเนอะ ซึ่งก็ได้ผลนะเพราะเค้าเองก็เอนจอยกับการผสมสดมาก555

***ในเนื้อครีมมีส่วนผสมของ Alcohol และน้ำหอมค่ะ




ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวนวล สีอมชมพูเล็กน้อยหลังจากการผสมเซรั่มที่เป็นเม็ดเพิร์ล
ลักษณะเนื้อจะไม่ใช่ครีมข้นๆ แต่มีความเหลวคล้ายเนื้อเจลมากกว่า
กลิ่นน้ำหอมที่ผสมมาเป็นกลิ่นหอมเบาๆไม่ชัดมาก
เมื่อทาลงบนผิวเหลือกลิ่นติดผิวจางๆเป็นกลิ่นแนวฟลอรัล



ความรู้สึกเมื่อได้ทดลองใช้

เนื้อครีมลื่นปรื้ดเกลี่ยลงบนผิวได้ง่ายมาก ซึมผิวค่อนไว
ส่วนตัวเค้าผิวแห้งชอบทาหลายเสต็ป
ถ้าทาบำรุงก่อนหน้ามาหลายเสต็ปแล้วใช้ตัวนี้ตบท้าย
เนื้อครีมก็ซึมได้โอเคนะแต่จะเหลือความหนึบบนผิวเล็กน้อย
แต่ถ้าทาตัวเดี่ยวๆเลยจะซึมผิวได้ไวกว่าและไม่หนึบผิว
ซึ่งอันนี้แบรนด์เคลมว่าเป็นแบบ 2-in-1 = Serum + Moisturizer
ดังนั้นใครขี้เกียจบำรุงหลายเสต็ปจะใช้ตัวนี้ทาเป็นไนท์ครีมเดี่ยวๆเลยก็ได้ฮะ

จุดเด่นที่สุดของที่สุดคือเท็กซ์เจอร์เนื้อครีมที่ทาง่าย
และเมื่อซึมผิวแล้วสัมผัสได้เลยว่าผิวชุ่มชื่นและนุ่มขึ้นแบบเห็นได้ชัด
อย่างเค้าที่ผิวแห้งและนอนห้องแอร์ลองใช้ตัวนี้เดี่ยวๆทาก่อนนอน
ตื่นมาผิวยังชุ่มชื่นดีอยู่นะ ความหนึบที่หน้าหายไปแต่ความนุ่มยังคงอยู่

ส่วนตัวเค้าว่า Philosophy เค้าทำในจุดนี้ได้โดดเด่นดีเลยนะ
กับการเน้นเนื้อสัมผัสตอนทาที่ให้ฟิลลิ่งของเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น
และทาปุ๊บจะสัมผัสถึงความนุ่มของผิวได้เลย
ครีมกระปุกของแบรด์นี้ที่ลองมาให้ฟิลแบบนี้เกือบทุกตัวหล่ะ
ซึ่งเป็นการจับจุดขายที่ดีทำให้เรารู้สึกอยากขยันทาไปทุกวันเนอะ Smiley



สรุปความรู้สึกหลังจากการทดลองใช้ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์


เค้าผิวแห้งเลยบำรุงผิวด้วยสเต็ปอื่นๆตามปกติแล้วใช้ไนท์ครีมตัวนี้ตบท้าย
สิ่งที่ตอบได้คือเป็นไนท์ครีมที่กักเก็บความชุ่มชื่นได้ดีจริง
ตื่นเช้ามาผิวหน้ายังชุ่มชื่นอยู่จับผิวแล้วจะรู้สึกนุ่มๆเด้งๆ

แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอยอันนี้ตอบให้มิได้เน่อ
เพราะเค้ายังไม่มีปัญหาริ้วรอยที่ชัดเจน แต่เอาว่าถ้าบำรุงให้ชุ่มชื่นดี
มันก็เป็นวิธีป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยที่ดีที่สุดหล่ะ
ริ้วร้อยควรป้องกันไม่ให้เกิด มิใช่เกิดแล้วค่อยมาหาทางรักษา
ดังนั้นการเริ่มใช้สกินแคร์ในกลุ่มนี้สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่อายุยี่สิบต้นๆเน่อ
เพราะคอลลาเจนในผิวเราจะลดลงเรื่อยๆเมื่ออายุเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหลัง 25ปี++

สรุปโดยรวมสำหรับ
Philosophy Ultimate Miracle Worker Night
เป็นไนท์ครีมที่มีกิมมิกน่าใช้ตรงให้ผสมส่วนผสมเอง
มีนวัตกรรมของส่วนผสมที่น่าสนใจ
เท็กซ์เจอร์เนื้อครีมโดดเด่น เนื้อลื่น ทาง่าย ซึมผิวดี
เคลือบผิวให้ความชุ่มชื่นได้ดีมาก สัมผัสความนุ่มของผิวได้ทันทีหลังทา
เป็นเซรั่มและมอยส์เจอร์ในตัวสำหรับคนที่ไม่ชอบบำรุงหลายขั้นตอน
สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะผิวแห้งหรือผิวมัน
เหมาะกับหลายกลุ่มอายุตั้งแต่ 20ปี++ ที่เริ่มกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยก่อนวัย
และวัย 30-50 ปี ที่มีปัญหาริ้วรอยแล้วและต้องการการฟื้นฟู

แต่ไม่ได้เคลมมาว่าเหมาะกับผิวบอบบางระคายเคืองง่ายนะฮะ
เพราะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอม ถ้าใครผิวเซนซิทีฟ
ก็แนะนำให้เทสป้ายที่หลังใบหูแล้วสังเกตอาการดูก่อนซัก 24-48 ชั่วโมง
ถ้าไม่มีอาการผิดปกติใดๆค่อยทาที่หน้าเนอะ

แต่ในเรื่องส่วนผสมแอลกอฮอล์ที่อาจจะมีผลทำให้ผิวแห้งลง
อันนี้เค้าผิวแห้งใช้มาก็ไม่รู้สึกนะเพราะดูจากส่วนผสมแล้วใส่สารให้ความชุ่มชื่นมามากกว่า
แค่ตอนดมตรงๆจากกระปุกครีมอาจจะได้กลิ่นความเป็นแอลกอฮอล์นิดนึงฮะ

และข้อด้อยอีกอย่างคือมาในรูปแบบของกระปุก
แม้ส่วนผสมเค้าจะใช้เทคโนโลยีทำให้มีความเสถียรดีแล้ว

แต่ก็จัดมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเวลาควักเนื้อครีมใช้
เพื่ออนามัยใช้ไม้พายที่ให้มาในการตักครีมก็ดี
แต่อย่าลืมเช็ดไม้พายให้สะอาดทุกครั้งด้วยนะจ๊ะ Smiley

--------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Philosophy
***All opinions are my own
Information : https://www.facebook.com/philosophyThailand




 

Create Date : 22 มีนาคม 2559    
Last Update : 22 มีนาคม 2559 21:31:51 น.
Counter : 553 Pageviews.  

Review : POND’S MY SKIN ADVISOR อยากรู้ไหมเรามีปัญหาผิวอะไร...มาตรวจวิเคราะห์สภาพผิวกัน!

....ตอนมีเรามีปัญหาผิวอะไรบ้าง?

เชื่อว่าถ้าผู้หญิงอยู่หน้ากระจก
สามารถร่ายปัญหาได้ยาวไปสามหน้าเอสี่แน่ๆ555
นี่แหละผู้หญิงเราสามารถหาข้อเสียให้ตัวเองได้เสมอๆ
แต่แท้จริงแล้วเรามีปัญหาผิวแบบนั้นหรือเปล่า?
และเราควรเลือกใช้สกินแคร์กลุ่มไหน? บางทีก็ยังงงๆกันเนอะ

บล็อคนี้เลยขอนำเสนอนวัตกรรมใหม่กับการตรวจสภาพผิวแบบง๊าย ง่าย
แค่เพียงมีหน้าจอมือถือ/Tablet/คอมพิวเตอร์ และมีอินเตอร์เน็ต
ก็สามารถนั่งตรวจผิวเองได้ที่บ้านเลย ไม่ต้องเกรงใจไปง้อบีเอตามเคาท์เตอร์

กับโปรแกรม POND’S MY SKIN ADVISOR

ซึ่งโปรแกรมนี้ คิดค้นโดยสถาบันพอนด์ ทำให้ผู้หญิงสามารถเข้าใจสภาพผิวและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้เอง ง่ายๆแค่ 3 ขั้นตอน
โดยโปรแกรมนี้ใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเฉพาะบุคคลเพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่ตรงจุดมากที่สุด

พร้อมแล้วไปตรวจผิวด้วยกันเลย
CLICK >>> http://www.ponds.co.th/article/media/1050882/



หน้าแรกต้องคลิกเลือกทั้งสองข้อก่อนนะฮะถึงจะกดเริ่มได้



จากนั้นเลือกลักษณะของ "ผิวหน้าในอุดมคติ"

แต่ละคนก็มีปัญหาผิวและความชอบของผิวที่อยากได้ต่างกันเนอะ
อย่างเค้าพื้นฐานผิวเป็นผิวแห้ง ปัญหาที่จะเกิดง่ายสุดก็คือ....ริ้วรอย
เพราะผิวแห้งจะขาดความชุ่มชื่นได้ง่าย ผิวที่ขาดความชุ่มชื่นความยืดหยุ่นผิวก็จะไม่ได้
เวลามีการขยับหน้าแสดงอารมณ์พวกร่องผิวมันก็จะยุบแล้วไม่ค่อยคืนตัว
ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นผิวก็ยิ่งแห้งลง หูยยยริ้วรอยนี่มาไวแบบติดจรวจ
ดังนั้นผิวหน้าในอุดมคติ ณ จุดนี้ของความอ่อนเยาว์ไว้ก่อน Smiley



ขั้นต่อมาคือการอัพโหลดรูปเข้าไป
จะถ่ายใหม่หรือใช้รูปที่มีอยู่แล้วก็ได้ แต่ขอหน้าแบบ No Makeup นะจ๊ะ
อ๊ะๆ....อย่าเพิ่งว่าเค้า ในภาพนี้คือถ่ายตอนก่อนรีวิวรองพื้น
คิ้วตามาเต็มแต่ผิวเปลือยนะฮร้า ดังนั้นสามารถตรวจผิวได้ Smiley

สิ่งสำคัญคือขอภาพแบบชัดๆไม่ต้องใส่แอพปรับภาพฟริ้งฟริ้ง
ไม่งั้นจะตรวจผิวกันไปทำไมจริงมะ
และตอนถ่ายควรหันหน้าหาแสงตรงๆให้แสงตกบนหน้าเสมอกัน
เพราะเดี๋ยวจะมีการตรวจความสม่ำเสมอของสีผิว
ถ้าแสงไม่เท่ากันผลออกมาจะคลาดเคลือนได้นะจ๊ะ



จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว พิกัดพื้นที่ที่อยู่อาศัย
เพื่อดูค่าอุณหภูมิ ความชื้น ความรุนแรงของรังสี UV มลพิษ
และข้อมูลชีวิตประจำวัน กรอกตามจริงนะจ๊ะ
เพราะปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ส่งผลต่อผิวเราทั้งนั้น



และแล้วความจริงก็เปิดเผยยยยย Smiley
ปัญหาใหญ่สุดของเค้าคือ "จุดด่างดำจากอายุที่เพิ่มขึ้น"
ก็นะเป็นกระจากกรรมพันธุ์ ยิ่งอายุเพิ่มจำนวนก็ยิ่งเพิ่มสีก็ยิ่งชัด

ใครเจอสภาวะเดียวกันบอกเลยว่ามันไม่มีวิธีไหนทำให้หายไปหมดได้เน่อ
ช่วยให้เพิ่มช้าลงสีไม่เข้มขึ้นได้ด้วยการทากันแดดและเลี่ยงแดด
หรือใครกังวลมากๆก็ต้องใช้พวกสกินแคร์ในไลน์ไวท์เทนนิ่งช่วยเอาอ่านะ
แต่ส่วนตัวเค้าโอเคมีกระประปรายแบบว่าเทรนด์ผิวฝรั่งอ่าค่ะ 555

ส่วนปัญหาผิวอื่นๆก็โอเคนะถ้าอยู่ในเกณฑ์สีเขียวจัดว่าไม่เป็นปัญหา
ลุ้นริ้วรอยและเส้นริ้วแทบแย่มีนิดๆหน่อยๆโล่งอกดีกว่าที่คิด Smiley



สุดท้ายหลังจากวิเคราะห์สภาพผิวเรียบร้อยแล้ว
ก็จะมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวเราให้
เพื่อแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุดและตอบโจทย์ผิวในอุดมคติที่เราต้องการ
ของเค้าได้เป็น POND'S Age Miracle ไลน์ลดเลือนริ้วรอยสีแดงนั่นเอง

เรียบร้อยแล้วค่ากับการตรวจวิเคราะห์ผิวแบบง่ายๆ
ผ่านโปรแกรม POND’S MY SKIN ADVISOR
อยากรู้ผิวตัวเองเป็นอย่างไรก็เข้าไปลองตรวจกันได้น้า

ไว้มีโปรแกรมอะไรสนุกๆอีกจะมาเขียนแชร์ให้ชมกัน
สำหรับบล็อคนี้ขอลาไปก่อนขอบคุณค่า Smiley

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 22 มีนาคม 2559    
Last Update : 30 มีนาคม 2559 8:47:58 น.
Counter : 649 Pageviews.  

Review : Illamasqua Primer "Hydra Veil & Matte Veil" ช่วยให้เมคอัพติดทนตลอดวันจริงมั้ยมาพิสูจน์กัน!

สวัสดีซัมเมอออออร์.....จะเข้าเมษาแล้วอากาศสุดยอดมากจริงๆ
พอเจออากาศร้อนตับแล่บแบบนี้สิ่งที่ทำให้ท้อใจคือปัญหาเมคอัพละลายนี่หล่ะเนอะ
บล็อคนี้เลยมีรีวิวตัวช่วยที่เค้าเคลมว่าเป็นไพรเมอร์ขั้นเทพที่ช่วยให้เมคอัพติดทนมาฝากกัน
เผื่อใครกำลังหาตัวช่วยสำหรับสงกรานต์นี้ บอกเลยว่าบล็อคนี้มิควรพลาด!



Illamasqua

"The Veil Collection"

Hydra Veil & Matte Veil


ขนาด 30 ml ราคา 1,590 บาท
(สองสูตรราคาเดียวกันฮะ)

หาซื้อได้ที่เคาท์เตอร์ Illamasqua ทุกสาขา
[ เช็คสาขาใกล้บ้าน CLICK ]

-----------------------------------------------------------------

ไพรเมอร์ 2 สูตร ที่เป็นกระแสโด่งดังในโลกโซเชียลจากอิหล้าแบรนด์ดังจากอังกฤษ
เรียกได้ว่าเป็นไพรเมอร์ที่มีคนพูดถึงเยอะมากทั้งในไทยและต่างประเทศ
เค้าเองเคยลองแค่แว้บๆรู้ว่าช่วยให้เมคอัพติดทนแต่ยังไม่เคยลองแบบเต็มๆ
บล็อคนี้หล่ะจะมาเทสความทนให้ชมกันแบบจะๆ

ก่อนจะทำการเทสก็ไปทำความรู้จักกันก่อน
ว่า 2 สูตรของเค้าต่างกันอย่างไร?




Illamasqua
Hydra Veil


-----------------------------------------------------------------

คำอธิบายผลิตภัณฑ์


ที่สุดของไพรเมอร์ที่ช่วยฟรีซผิวและเครื่องสำอาง
ให้สดใหม่ยาวนานถึง 8 ช.ม. เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว
ด้วยเทคโนโลยี Anti-Oxidant Astaxantin
ซึ่งจะทำให้ผิวคงสภาพสดฉ่ำน้ำจนถึงขีดสุด!
ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและความตึงกระชับเรียบเนียนในทันทีที่ใช้



รายละเอียดส่วนผสม

จากส่วนผสมทำให้พบว่านี่คือแรร์ไอเท็มในตระกูลไพรเมอร์เลย
สำหรับใครที่กังวลเรื่องสิวอุดตันจากซิลิโคน....Hydra Veil ไม่มีซิลิโคนนะฮร้า!!!
ส่วนผสมหลักๆนี่เน้นเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวเลย
ไม่ว่าจะเป็น Glycerin , Glycol , Sodium Hyaluronate

และยังเน้นเรื่องการบำรุงผิวด้วย มีทั้ง Niacinamide(วิตามินบี 3) ,
Sodium Ascorbyl Phosphate(อนุพันธุ์วิตามินซี) , Tocopherol(วิตามินอี)
,
และ
Haematococcus Pluvialis Extract
(สารสกัดจากสาหร่ายที่มี Astaxantin ปริมาณสูง)

ซึ่งทุกตัวที่กล่าวมาจัดว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชั้นเยี่ยม

จากคำเคลมของเค้าอ่านะว่าสารในกลุ่มนี้จะช่วยให้คสอ.ติดทนสีไม่ดรอป
เพราะการที่เมคอัพสีดรอปส่วนนึงมาจากส่วนผสมของคสอ.
เกิดปฎิกิริยาออกซิไดซ์กับอากาศ ตามหลักการทางวิทยาศาสต์แล้ว
สารในกลุ่มต้านอนุมูลอิสระจัดเป็นตัวรีดิวซ์ซึ่งจะไปช่วยยุติปฏิกิริยาออกซิไดซ์นั่นเอง

และส่วนผสมอีกตัวที่เค้าเอาไปเป็นจุดขายในคำเคลม
เรื่องความตึงกระชับทันทีหลังใช้ ก็คือ Acmella Oleracea Extract
เป็นสารสกัดจากพืชขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดในเปรูและบราซิล
ที่มีส่วนประกอบของสาร Spilantol ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์
ที่มีผลไปจำกัดการหดตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงออกทางสีหน้า
ดูตื้นขึ้น และ ทำให้รู้สึกว่าผิวเรียบเนียนทันทีหลังใช้นั่นเอง

***ไม่มีซิลิโคน แต่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอ




แพ็คเกจจิ้งเป็นเอกลักษณ์มากมาเป็นตลับพลาสติกทึบแสงสีดำ
ที่ด้านในมีฝาปิดอีกหนึ่งชั้นและที่ฝามาไม้พายสำหรับตักมาให้
แอบเล่าความโก๊ะตอนใช้ครั้งแรกพยายามดึงไม้พายออก
งัดแล้วงัดอีกไม่ออก จนใจเย็นลงเพิ่งถึงบางอ้อว่าไม่ต้องงัด
เค้าดีไซน์มาให้ดึงออกตรงๆในแนวนอนเอา แหะๆ
สำหรับรุ่น Hydra Veil ตัวกระปุกจะเป็นแบบดำเงานะฮะ

ลักษณะเนื้อและกลิ่น


ดูในกระปุกจะเป็นเนื้อใสๆคงตัวเหมือนเจลลี่
แต่พอเอาพายลงไปตังจะมีความหนืดอยู่ เป็นเนื้อไพรเมอร์ที่เก๋ไก๋เว่อร์
กลิ่นมีน้ำหอมผสมเล็กน้อยให้กลิ่นแค่หอมอ่อนๆ หลังทากลิ่นไม่ติดผิว



ความเก๋ของเนื้อยังไม่จบแค่นั้นใครใช้ครั้งแรกน่าจะสนุกแบบเค้า
คือเนื้อไพรเมอร์ตัวนี้ถ้าเอาไม้พายลงไปคนๆมันจะกลายเป็นเนื้อเจลลี่แบบนี้ได้เลยอ้ะ
ยิ่งคนๆไปจะมีฟองอากาศเกิดขึ้นด้านใน แต่พอตั้งทิ้งไว้แป๊บเดียว
เนื้อไพรเมอร์จะค่อยๆเซ็ตตัวแล้วคืนรูปได้เอง
ฟองอากาศจะค่อยๆหายไปจนกลายเป็นเนื้อใสๆแบบที่เห็นรูปบน
ได้มาทีแรกพี่นี่คนมันส์เลย คนๆรอให้เซ็ตตัวคนใหม่ 555 Smiley



ความรู้สึกเมื่อทดลองใช้


เมื่อเนื้อเจลสัมผัสผิวจากที่เป็นเหมือนก้อนเจลลี่เมื่อลูบจะแตกตัวเป็นน้ำ
ซึมผิวได้รวดเร็ว หลังทาให้ฟิลเป็นเนื้อฟิลม์เคลือบผิวไว้
แม้จะเน้นให้ความชุ่มชื่นแต่เท็กซ์เจอร์ผิวหลังทาไม่ได้ดูฉ่ำวาวนะฮะ
ผิวจะดูเฟรชขึ้นแต่จะให้ลุคผิวที่ค่อนข้างแมทท์
ถ้าทาบางๆหลังทาจะแห้งสนิทสบายผิว แต่ถ้าทาหนาจะมีความหนึบผิวเล็กน้อย




Illamasqua
Matte Veil


-----------------------------------------------------------------

คำอธิบายผลิตภัณฑ์


เจลครีมที่ให้ผลลัพธ์แมตต์ ช่วยควบคุมความมันระหว่างวัน

เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันโดยเฉพาะ
 แต่ในขณะเดียวกันยังคงให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า
ช่วยเตรียมผิวให้ดูเรียบเนียนก่อนแต่งหน้า
คงความสดของสีสันเมคอัพบนใบหน้านาน 8 ชั่วโมง



รายละเอียดส่วนผสม

ไพรเมอร์ตัวนี้ออกมาทีหลัง Hydra Veil โดยเน้นจับกลุ่มคนที่มีผิวมันโดยเฉพาะ
ส่วนผสมหลักคือ Aluminium Starch Octenylsuccinate
เป็นอนุพันธ์ของคาร์โบไฮเดรต เป็นผงแป้งที่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มร่องผิว
ช่วยดูดซับความมัน และช่วยลดการจัดตัวกันของเม็ดสี Pigment ต่างๆจึงช่วยลดการเป็นคราบ

นอกจากคุมมันก็ยังให้ความชุ่มชื่นผิว
ด้วยสารในกลุ่ม Glycol , Glycerin และ
Sodium Hyaluronate
แต่ว่าตัวนี้จะไม่ได้เน้นสารในกลุ่มบำรุงผิวเหมือนกับตัว
Hydra Veil ฮะ

***ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน แต่มีแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสี




บรรจุภัณฑ์แบบเดียวกับ Hydra Veil เป๊ะ
แต่ต่างกันตรงที่ Matte Veil กระปุกจะเป็นดำด้าน

ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อเจลสีออกโทนพีช ลักษณะเป็นเจลเหลวๆ
กลิ่นเป็นกลิ่นออกนมๆหอมอ่อนๆ ทาแล้วมีกลิ่นติดผิวจางๆ



ความรู้สึกเมื่อทดลองใช้

สัมผัสแรกบนผิวให้ความรู้สึกเย็นเหมือนตัว Hydra Veil
เนื้อเจลเหลวๆเหมือนเนื้อโลชั่น ลื่นปรื้ดเกลี่ยบนผิวง่ายมากกกก
ซึมผิวไว ให้ความรู้สึกเป็นฟิลม์บางๆเคลือบผิวแต่ไม่มีความเหนอะหนะ
เท็กซ์เจอร์ผิวที่ได้หลังทาคือแมทท์แห้งสนิทไปเลยสมชื่อ Matte Veil อ่านะ



Hydra Veil & Matte Veil
ต่างกันอย่างไร? รุ่นไหนเหมาะกับใคร?


สรุปว่าไพรเมอร์สองตัวนี้มีความเหมือนกันตรงที่
ช่วยฟรีชเมคอัพให้ติดทนยาวนาน 8 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน
แต่ต่างกันตรงที่สูตร Hydra Veil ทำออกมาให้ใช้ได้ทุกสภาพผิว
เน้นส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื่นและช่วยบำรุงผิวไปในตัว
แต่ Matte Veil ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์ผิวมันโดยเฉพาะ
เน้นช่วยในเรื่องควบคุมความมันให้ผิวดูแมทท์ได้ยาวนานขึ้น



ได้รู้จักกันไปแล้วว่าไพรเมอร์สองตัวต่างกันอย่างไร
ทีนี้ถึงเวลาพิสูจน์ โดยเค้าจะใช้ทั้งสองสูตรร่วมกัน

หลังจากการเตรียมผิวด้วยสกินแคร์และกันแดดเรียบร้อยแล้ว
เค้าจะลงไพรเมอร์ Matte Veil บริเวณทีโซน ที่ผิวมันง่าย
และลง Hydra Veil ที่ยูโซนหรือบริเวณข้างแก้ม ที่ผิวแห้งง่าย

ไพรเมอร์เป็นขั้นตอนของการแต่งหน้าที่เราจะลงเป็นสเต็ปแรกก่อนการลงเบสเมคอัพ
เพื่อช่วยให้การปรับสภาพผิวเราให้เรียบเนียนและทำให้เมคอัพติดทนขึ้น
สองตัวนี้คือไพรเมอร์จัดเป็นเครื่องสำอางมิใช่สกินแคร์ดังนั้น ลงหลังกันแดด นะจ๊ะ

วิธีการทาส่วนตัวเค้าแนะนำว่าใช้นิ้วเกลี่ยแหล่มสุด
อุณหภูมิจากมือเราจะช่วยให้ไพรเมอร์ซึมผิวได้ไวและเซ็ตตัวได้ดี
ส่วนตัวเค้าผิวค่อนข้างแห้งใช้ Hydra Veil ปริมาณเยอะได้ไม่มีปัญหาทาละชุ่มชื่นดี
แต่ว่าตัว Matte Veil ต้องทาแต่น้อยเลยเพราะเค้าโบกสกินแคร์และกันแดดเยอะ
ถ้าทาตัวนี้มากไปมันจะไปจับกับสิ่งที่ลงก่อนหน้ามีความเสี่ยงที่จะจับตัวขึ้นเป็นขุยได้



ความแตกต่างของเท็กซ์เจอร์ผิวหลังทา
บริเวณหน้าผากที่ใช้ Matte Veil เหยดูแมทท์แบบจริงจังขนาดทานี้ดดดเดียวนะ
ส่วนแก้มที่ลง Hydra Veil เค้าลงแบบจัดเต็มผิวจะดูชุ่มฉ่ำขึ้น
แต่พอเกลี่ยให้ซึมผิวจนหมดก็ไม่ได้ดูฉ่ำวาวนะ จะค่อนข้างแมทท์เลยหล่ะ

เอาจริงๆตัว Hydra Veil ส่วนผสมมันเป็น Water Base ไม่ใช่ Oil Base
เค้าเลยเคลมมาว่าเหมาะกับทุกสภาพผิว ผิวมันก็ใช้ได้นะ
แม้ไม่ได้มีส่วนผสมที่ไปควบคุมความมันโดยตรง
แต่ว่าการเติมความชุ่มชื่นเข้าไปจะไปช่วยลดปริมาณน้ำมันผิวลงได้นะฮะ
เพราะผิวเราผลิตน้ำมันออกมาเพื่อเคลือบผิวกันความชุ่มชื่นระเหยออก
ยิ่งความชุ่มชื่นน้อยหน้าจะยิ่งผลิตน้ำมันเพื่อให้ความชุ่มชื่นที่มีน้อยไม่ระเหยออก
ดังนั้นคนผิวมันที่ไม่ค่อยบำรุงผิวจะพบปัญหาว่าผิวขาดน้ำดูกร้านแต่หน้ามันเยิ้ม
ตัว Hydra Veil ที่เข้าไปเติมความชุ่มชื่นผิวเลยส่งผลให้น้ำมันผิวลดลงได้นั่นเอง



หลังจากใช้ไพรเมอร์เค้าก็ลงเบสเมคอัพตามปกติ
โดยลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ใต้ตา และปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่น
แต่ซับเฉพาะทีโซนเล็กน้อยบริเวณแก้มไม่ได้ลงแป้งฝุ่นฮะ

สิ่งที่สังเกตได้คือบริเวณแก้มที่ลง Hydra Veil
รองพื้นสัมผัสผิวจะรู้สึกว่าลื่นขึ้นเกลี่ยให้กลืนผิวได้ง่ายมากก
แต่สำหรับเค้าที่ผิวแห้งตรงหน้าผากที่ใช้ Matte Veil
เนื้อรองพื้นจะฝืดผิวกว่าตรงแก้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกะเกลี่ยยากฮะ



งานผิวเสร็จแล้วก็ลงเมคอัพกลุ่มสีสันตามปกติ
สำหรับคิ้วและรอบดวงตาจะเน้นเครื่องสำอางที่เป็นแบบกันน้ำ
คือต่อให้ไม่ได้แต่งหน้าไปเล่นสงกรานต์
แต่อากาศบ้านเรามันร้อนตลอดปีทำให้หน้ามีทั้งน้ำมันและเหงื่อ
ดังนั้นการใช้เมคอัพที่กันน้ำก็จะช่วยให้สภาพเราดูเป็นผู้เป็นคนได้ทั้งวันมากกว่าอ่านะ
จุดอื่นพวกแก้มปากเค้าไม่ซีเรียสมันเติมระหว่างวันได้ แต่คิ้วตานี่ต้องเอาให้ทนที่สุด!



เมคอัพพร้อมแล้ว....ก็ได้เวลามาพิสูจน์กัน
ว่าที่เค้าเคลมเรื่องติดทน 8 ชั่วโมงจะจริงดังว่าไหม!



สิบโมงเช้าเริ่มแบบเบาๆกันก่อนด้วยการนั่งปั่นงานในห้องแอร์
อันนี้ชิลๆเพิ่งเริ่มวันอากาศไม่ร้อนเมคอัพยังไงก็ทนอยู่ละ



ตกบ่ายหน้ายังเป๊ะดีงามอยู่ แต่ได้เวลาออกมาพิสูจน์ความทนในอากาศจริงละ
อิแคมป์ชวนออกมาเข้าสวนข่า.....นางมาตัดแต่งต้นกล้วย Smiley



ไม่สามารถช่วยอะไรนางได้ก็วอแววิ่งเล่นดูกล้วยไปเรื่อย
อ้ะหืมเครือบะเริ่มกินวันผลไม้ไปได้สามเดือน555



ต่อด้วยสวนมังคุด....ลูกเริ่มออกแล้วของโปรดเลย >,,<



ในสวนมังคุดเริ่มทำตัวมีประโยชน์ได้ละ
กวาดใบไม้ใต้ต้นเตรียมพื้นที่โคนต้นสำหรับลงปุ๋ย Smiley



นั่งพักรับแดดบนกองฟืน ณ จุดนี้เหงื่อเริ่มมาละต้นคอนี่ชุ่มฉ่ำมาก



เหงื่อออกยังไม่สะใจออกมาฟัดกะปังย่าต่อ
หน้าตาเหมือนจะมาทะเลาะกะหมา 555



บ่ายสามแล้วหมดแรงทั้งคนทั้งหมา
ทิ้งตัวบนหญ้าไปเล้ยยย....แต่ๆๆๆสังเกตที่เมคอัพเหยยังดีงามมม!



ซูมผิว ณ เวลาบ่ายสาม
ตามภาพเลยมีเหงื่อที่กรอบหน้าแต่ว่าเมคอัพไม่ละลาย
ทั้งแก้มทั้งจมูกยังเป๊ะอยู่ สีบรัชออนยังชัดแจ๋วเลย



เหงื่อที่ฉ่ำกรอบหน้าก็มิสามารถทำอะไรบรอนเซอร์ที่เฉดลงไปได้
ณ เวลาบ่ายสามจัดว่าผ่าน!



ทำงานใช้แรงออกมาฟาดก๋วยเตี๋ยวเติมพลัง
ร้านไม่ติดแอร์ไม่พอกินต้มยำอย่างแซ่บอี๊ก
กินไปเหงื่อผุดไป อูยยยยเมคอัพจะรอดถึงเย็นมะเนี่ยนี่ก็ลุ้นนะ



ของคาวจบต่อของหวานกินขนมไข่ไปเดินเล่นริมน้ำไป
สี่โมงแดดดี๊ดี วันนี้คือใช้ชีวิตเอาท์ดอร์จริงๆ



เช็คสภาพเมคอัพตอนสี่โมงเออดีงามนะยังอยู่ดีเกือบครบ

ยกเว้นลิป.....แหม่ก็เล่นกินซะขนาดนั้น Smiley

จุดอื่นมีรองพื้นหลุดบ้างเล็กน้อยตรงเหนือปาก
เพราะเป็นจุดที่เค้าเหงื่อออกเยอะมากเป็นปกติ
แต่ก็ช่างมันหลุดก็หลุดไปไม่ซับไม่เติมหน้าใดๆมันจะไม่ขึ้นเป็นคราบฮะ



กินเสร็จกลับไปอืดอยู่บ้านสักพักก็ได้เวลาโดนลากไปออกกำลังกาย
ช่วงนี้อิแคมป์พยายามบิวท์ให้ลองปั่นจักรยานด้วยกันอยู่เผื่อชอบนางจะได้มีเพื่อนปั่น
แต่นี่ก็ออกมาปั่นแบบไม่เกรงใจชุดที่ใส่อยู่เล้ยยยย....ชุดไม่ได้เข้าแม้แต่น้อย Smiley



ณ เวลาห้าโมงครึ่งหลังจากปั่นไปได้เกือบครึ่งชั่วโมง
สภาพเมคอัพบนหน้ายังโอเคอยู่นะสีสันครบถ้วน



อิแคมป์ยังคงลากไปปั่นต่ออย่างไม่ลดละ
ทางก็ปั่นสวยๆชิลๆ......หราาาาา
ดูทางที่มันชวนไปปั่นดิแหม่เนาะ! คว่ำมานี่ถลอกทั้งตัวแน่ๆ



ปั่นกันยันแสงสุดท้ายของวัน โชคดีมากมายวันนี้ไม่ค่อยมีเมฆ
ได้เห็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆลับขอบฟ้าแบบเต็มๆตาสวยเนอะ



แชะสุดท้ายถ่ายเช็คเมคอัพก่อนแสงจะลับ
ตั้งแต่สิบโมงถึงหกโมงเย็นสิริรวม 8 ชั่วโมงพอดีมาสรุปผลกัน

สรุปผลความรู้สึกหลังทดลองใช้ไพรเมอร์
ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงแบบไม่ซับและไม่เติมหน้า


บอกก่อนว่าปกติเค้าเป็นคนผิวแห้งแต่งหน้าติดค่อนข้างทนอยู่แล้วนะ
แต่จะมีหลุดบ้างตรงเหนือปากที่มีเหงื่อ และตรงปลายจมูกที่มีน้ำมันบ้าง
แต่จะมีปัญหาคือเมคอัพเซ็ตตัวช้ามันจะดูเป็นแป้งๆบนผิว
จะต้องใช้เวลากว่าค่อนวันเมคอัพถึงสวยเข้าที่
ซึ่งหลังใช้ไพรเมอร์คือโอเคเลยโดยเฉพาะจุดที่ลง Hydra Veil

สำหรับผลลัพธ์แบบตลอดวันก็ตามภาพสุดท้ายเลย
สีสันเมคอัพอยู่ครบดี สีตา สีแก้มยังเด้ง
ตรงจมูกก็ยังเป๊ะมีหลุดแค่ตรงร่องจมูกนิดหน่อยแบบว่าหน่อยจริงๆ
ไม่สังเกตก็ไม่ได้ดูหลุดหรือเป็นคราบในระดับที่ต้องเติม
จุดที่เลือนจะมีเหนือปากที่เหงื่อเยอะอย่างที่บอกไป
และสำหรับตอนเย็นที่ละลายเล็กน้อยคือบรอนเซอร์ที่กรอบหน้า
เพราะเค้าออกกำลังกายเหงื่อมันไหลไม่หยุด
บรอนเซอร์ที่ใช้เป็นเนื้อแบบฝุ่นมันก็จะค่อยๆละลายไปกะเหงื่ออ่านะ

เอาว่าสรุปโดยรวมทั้งหมดทั้งปวงในเรื่องความติดทนสำหรับผิวแห้งแบบเค้า
ไม่ต่างมากแต่ชอบตรงมันทำให้เมคอัพเซ็ตตัวได้ไวขึ้น
แต่ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องสีสันของเมคอัพมันไม่ดรอปลงนะ
สีดูเฟรชเหมือนตอนหลังแต่งเลยเริ่ดตรงนี้
ถือว่าคุณสมบัติที่เค้าเคลมมาก็จัดว่าทำได้จริง
ส่วนที่เหลือจะเวิร์คมากน้อยก็ต้องอยู่ที่เบสเมคอัพที่ใช้คู่ด้วยละ

 ส่วนตัวเค้าเลิฟตัว Hydra Veil มากกว่าเพราะเค้าผิวแห้ง
ซึ่งนอกจากการช่วยเตรียมผิวให้ชุ่มชื่นดีแล้วยังช่วยบำรุงผิวไปในตัวอีกตัว
เหมาะกับวันที่ผิวต้องเจอแสงแดดความร้อนฝุ่นควันเยอะๆ
เพราะการเตรียมผิวที่ดีจะช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากมลภาวะได้นะฮะ

สุดท้ายสำหรับสงกรานต์ที่จะถึงนี้หนุ่มสาวใดต้องการความทนแบบขั้นเทพ
นอกจากรองพื้นที่กันน้ำแล้วไพรเมอร์ก็เป็นอีกเสต็ปที่ช่วยได้เน่อ
ลองเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวดู ก็จะช่วยให้เมคอัพดูสวยได้ยาวนานได้มากขึ้นจ้า
แต่หลังหมดวันอย่าลืมคลีนผิวให้ดีด้วยนะฮะ เช็ดให้ละเอียดกว่าปกติหน่อย
พวกที่กันน้ำนี่ตัวดีล้างไม่สะอาดสิวมาเยือนแล้วจะหาว่าเจ้ไม่เตือนไม่ได้น้า Smiley

Smiley XOXO Smiley

---------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Illamasqua Thailand
***All opinions are my own




 

Create Date : 19 มีนาคม 2559    
Last Update : 19 มีนาคม 2559 22:06:01 น.
Counter : 1892 Pageviews.  

Review : cute press UV Expert Protection White and Matte SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อรองพื้นปกปิดคุมมัน

สวัสดีค่าใกล้จะเข้าหน้าร้อนแล้วงานกันแดดต้องมา
แต่ว่าเอาจริงๆเค้าว่าบ้านเรามันก็มีหน้าร้อนหน้าเดียวนี่หล่ะเนอะ Smiley
แค่ช่วงหน้าร้อนจะมีกันแดดน่าสนใจออกมาให้ลองมากกว่าช่วงอื่นแค่นั้นเอง

บล็อคนี้เลยขอนำมาฝากกันก่อนเลยรับประกันว่าสาวไทยเลิฟแน่นอน
เพราะคุณสมบัติกันแดดตัวนี้คือค่าการกันแดดจัดเต็ม
ติดทน กันน้ำ ที่สำคัญเป็นเมคอัพในตัวใช้แทนรองพื้นได้เลย
ให้การปกปิดได้ดี และที่น่าจะโดนใจสุดคือควบคุมความมันได้ตลอดวัน!
อยากรู้กันแล้วก็ตามไปชมกันเล้ยยย.....



cute press
UV Expert Protection
White and Matte SPF 50+ PA++++


-----------------------------------------------------------------

ขนาด 30 ml. ราคา 379 บาท

มีจำหน่ายที่ช็อป cute press ทุกสาขา

หรือช้อปปิ้งออนไลน์ได้ที่ http://cutepress.com จ้า
***ตอนนี้ในหน้าเว็ปลดเหลือ 309 บาทด้วย!!!
[เช็คสาขาช็อปที่ใกล้ๆบ้านได้ในเว็ปเช่นกันฮะที่ Store Location มุมขวาบน]

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

ครั้งแรกของโลชั่นกันแดดที่ให้คุณค่าถึง 4 ประการใน 1 เดียว ได้แก่
ปกป้องผิวจากรังสี UV ได้เต็มประสิทธิภาพและยาวนาน ,
ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น , ควบคุมความมันได้ยาวนานถึง 8 ชม.
และให้ผิวเรียบเนียนเสมือนใช้ครีมรองพื้น


พร้อมนวัตกรรมสารกันแดดในรูปแบบแคปซูลอณูเล็ก ช่วยปกป้องผิวจากรังสี
อย่างเต็มประสิทธิภาพ และครอบคลุมที่สุด (Broad Spectrum Protection)
ทั้ง UVA1 , UVA2 และ UVB ด้วยค่า SPF 50+ PA++++

อุดมด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาลและวิตามินซี
ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใสจุดด่างดำแลดูจางลง
และเทคโนโลยีควบคุมความมันใหม่ Oil-Trapping Film ที่ดูดซับความมันบนใบหน้า
พร้อมประสิทธิภาพกันเหงื่อ กันน้ำ ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์
เหมาะสำหรับผิวธรรมดา-ผิวมัน



รายละเอียดส่วนผสม

เป็นกันแดดที่เคลมว่าปกป้องผิวจาก
รังสี
UVA1 , UVA2 และ UVB ได้ครบถ้วน
ซึ่งจากส่วนผสมก็จริงสมคำเคลม โดยมีส่วนผสมหลัก
เป็นสารกันแดดกลุ่ม Physical ที่ทำหน้าที่สะท้อนรังสี UV ได้ทุกช่วงคลื่น
และมีความเสถียรดี ได้แก่
Zinc oxide และ Titanium Dioxide

ประกอบกับมีทัพเสริมของสารกันแดดในกลุ่ม Chemical

ที่ช่วยกรองรังสี UV ด้วยการดูดซับใส่มาด้วยในการช่วยเพิ่มค่า SPF
ได้แก่ Ethylhexyl Methoxycinnamate (ป้องกัน UVB)
และ
Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine หรือ Tinosorb® S
(ป้องกัน UVA1 ,UVA2 และ UVB) ซึ่งตัวนี้จัดเป็นสารกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูง
และยังช่วยในการเพิ่มความเสถียรของสารกันแดดตัวก่อนหน้าด้วย


ส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องคุณสมบัติควบคุณความมัน
คือ Zinc PCA ที่
ช่วยลดการสร้างน้ำมันส่วนเกินของต่อมไขมัน
และ Silica ช่วยในการดูดซับความมันทำให้ได้เท็กซ์เจอร์ที่แมทท์

ส่วนผสมที่เคลมว่าช่วยเรื่องกระจ่างใสลดเลือนจุดด่างดำ
คือ
Dictyopteris membranacea extract [ 3M3 Whiteris G ]
หรือสารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล มีคุณสมบัติในการยับยังเอนไซม์ไทโรสิเนส
ที่มีผลต่อการสร้างเม็ดสีเมลานิน และลดการส่งผ่านของเม็ดสีสู่ผิวชั้นบน
จึงช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้นและจุดด่างดำแลดูจางลง
ซึ่งเค้าก็ใส่มาในส่วนผสมอันดับต้นๆนะก็น่าจะคาดหวังผลได้ในระดับนึงเลย

และอีกตัวที่ยกมาเป็นจุดขายคือ Vitamin C หรือ
Ascorbyl Palmitate / Ascorbic Acid /Citric Acid
อย่างที่เราทราบๆกันว่าช่วยในเรื่องกระจ่างใส
แต่ว่าเค้าใส่มาอันดับท้ายๆมาพร้อมวิตามินอื่นๆ
เช่น Provitamin B5 (Panthenol) , Vitamin E (Tocopherol)
ไม่น่าจะมีปริมาณในส่วนผสมไม่เยอะมากจนน่าคาดหวังผลเท่าไหร่ฮะ

ข้อดีที่ควรยกมาพูดเลยคือไม่มีส่วนผสม
ของแอลกอฮอล์ระเหยไว
ที่จะทำให้ผิวแห้งลง
และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม



บรรจุภัณฑ์เป็นขวดพลาสติกสีขาวทึบแสงฝาเกลียว
ปลายขวดเรียวเล็กทำให้บีบกะปริมาณได้ง่าย
กันแดดเป็นแบบเนื้อลิควิดด้านในขวดจึงมีลูกเหล็ก
ก่อนใช้ต้องทำการเขย่าขวดให้เนื้อเข้ากันดีเสียก่อน



ลักษณะเฉดสีและ
เนื้อผลิตภัณฑ์

ด้วยความที่เค้าทำเป็นกันแดดเนื้อรองพื้นจึงมีเฉดสีให้เลือก
โดยมี 2 เฉดสี คือ Light Beige และ Natural Beige

ดูจากสีเนื้อผลิตภัณฑที่บีบออกจากขวดจะออกอันเดอร์โทนเหลืองทั้งคู่
ส่วนตัวเค้าเองใช้สี
Light Beige รู้สึกว่าตอนที่เกลี่ยผลิตภัณฑ์บนผิวแล้ว
โทนสีที่ได้บนผิวเค้าเหมือนจะออกอมชมพูเล็กน้อยฮะไม่ได้เหลืองเท่ากับที่เห็นตอนแรก

ลักษณะเนื้อคล้ายกับรองพื้นแบบลิควิด มีความเข้มข้นพอประมาณ
แต่เนื้อลื่นเกลี่ยไปบนผิวได้ง่าย หลังทาแห้งสนิท
ไม่เหลือความเหนอะหนะแม้แต่น้อย ให้ลุคผิวที่ดูแมทท์

ไม่มีกลิ่นใดๆเพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมจ้า



เทสคุณสมบัติกันน้ำตามคำเคลมด้วยการทากันแดดทิ้งไว้สักแป๊บ
แล้วเปิดน้ำใส่พร้อมกับเอามือถูๆ.....ผลคือหลุดไม่ลอกไม่ละลายแม้แต่น้อย
จะเห็นว่าน้ำกลิ้งบนหลังมือเป็นใบบัวเลย ดังนั้นตัวนี้กันน้ำได้จริงจังนะฮะ
ดังนั้นตอนล้างออกจึงควรใช้รีมูฟเวอร์หรือคลีนซิ่งแบบที่ใช้คลีนเมคอัพนะฮะ



เทสคุณสมบัติควบคุมความมันเค้าเทสกับกระดาษซับมันให้นะ
เพราะส่วนตัวผิวแห้งตอบให้มิได้ว่าคุมมันแค่ไหน
แต่ผลการเทสกับกระดาษซับมันก็ตามภาพเค้าหยดตัวกันแดดทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงเลย
จะเห็นว่ามีน้ำมันออกมาจากเนื้อกันแดดจัดว่าน้อยมาก
ดังนั้นตัวนี้ก็ตามที่เค้าเคลมหล่ะว่าเหมาะกับคนผิวธรรมดา-ผิวมัน (ผิวผสมก็ใช้ได้ฮะ)



ทาให้ดูแบบครึ่งหน้า....จะเห็นว่าด้านที่ทาสีผิวจะสม่ำเสมอขึ้น
รอยกระที่โหนกแก้มและรอยคล้ำได้ตาดูดีขึ้นกว่าอีกด้านชัดเจน
เค้าว่าระดับการปกปิดคือปานกลางนะ ไม่ได้ปิดมากเท่ารองพื้น
แต่ถ้าเทียบในความเป็นกันแดดก็จัดว่าปกปิดดีเลย



วิธีการใช้และปริมาณการทา

ด้วยลักษณะของกันแดดที่มีพิกเมนต์ของสีจึงต้องเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง

ปริมาณในการทากันแดดโดยปกติสำหรับใบหน้าไม่รวมลำคอ ถ้าเป็นกันแดดเนื้อเหลว
ควรใช้ประมาณ 1 เหรียญห้าบาท
และทาคอต่างหางในปริมาณเดียวกัน
ถึงจะให้ประสิทธิภาพในการทากันแดดได้เท่ากับค่า SPF และ PA ที่แสดงบนฉลาก

แต่ด้วยความที่เนื้อตัวนี้เป็นแบบรองพื้นทำให้ทาเยอะขนาดนั้นไม่ไหว
เค้าก็ปรับลดมาให้อยู่ที่ ประมาณ 1 เหรียญสองบาท
หรือ 1 เหรียญห้าบาทแต่ทาทั้งหน้าและคอ

เพราะทาเยอะกว่านี้ไม่ค่อยไหวจะทำให้รู้สึกหนักผิวเกินไป
ดังนั้นด้วยปริมาณที่ทาน้อยลงจึงส่งผลให้ระยะเวลาในการกันแดดลดลงไปนิดหน่อย

ในภาพคือเค้าทาตามปริมาณที่บอกไปข้างต้นหลายคนอาจรู้สึกว่าเยอะ
แต่ส่วนตัวก็ตามภาพเนอะเค้าว่าดูโอเคนะไม่ได้ทำให้ดูหนาแต่อย่างใด
เพราะเนื้อกันแดดเค้าทำมาค่อนข้างบางเบาอยู่แล้ว
ใครไม่ชินในการทาครั้งเดียวแบ่งทาสองรอบก็ได้
หรือคนที่มีปัญหาฝ้ากระแนะนำให้ทาเพิ่มในบริเวณที่มีปัญหา
ก็จะช่วยในการปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ดีขึ้นทำให้ฝ้ากระจางลง
และด้วยลักษณะเนื้อที่เป็นแบบรองพื้นยังช่วยในการปกปิดจุดที่ไม่มันใจได้เพิ่มขึ้นด้วย

ในภาพคือเค้าทากันแดดเพียวๆนะไม่ได้ทาแป้งฝุ่นตามแต่อย่างใด
จะเห็นได้เลยว่าผิวหลังทาแมทท์มากกกก
แต่หลังแต่งหน้าเค้าใช้พวกไฮไลท์และบลัชออนที่มีชิมเมอร์
หน้าเลยดูโกลว์ขึ้นมาหน่อย ใครชอบแมทท์ขั้นสุดก็เลือกใช้เป็นเมคอัพแมทท์ๆเอาเนอะ



ซูมๆผิวหลังทากันแดดและแต่งหน้าให้ดูชัดๆนี่ไม่ได้ใช้แป้งฝุ่นเลยนะ
ตรงที่ไม่ได้ปัดบลัชหรือไฮไลท์จะเห็นว่าแมทท์แบบสนิทดีจริงๆ
เนื้อกันแดดแนบไปกับผิวดีดูไม่มีความหนา รู้สึกสบายหน้า
การปกปิดอยู่ในระดับกลางที่โอเคเลยกระที่โหนกแก้มเค้าดูจางลงพอควร



เค้าทาตั้งแต่เช้าลากยาวถึงเย็นแบบอยู่เอาท์ดอร์ซะเป็นส่วนใหญ่
วันที่เทสนี่คือไปขี่ม้าเลยมีทั้งแดด ทั้งเหงื่อ ทั้งฝุ่น เรียกได้ว่าครบ
ผ่านไป 9 ชั่วโมง ผลลัพธ์ที่ได้ตามภาพเลย.....เหยมันดีงามมมม
ไม่เลือน ไม่หลุด ไม่มัน ไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบ
และไม่ตกร่อง เออนางแจ่มจริงไรจริง! Smiley



สรุปความรู้สึกหลังทดลองใช้

เค้าลองใช้มาได้อาทิตย์กว่าๆ เรื่องประสิทธิภาพการกันแดดจัดว่าผ่าน
ผิวไม่ไหม้ไม่แสบแดดหรือคล้ำลงแต่อย่างใด
แต่ในเรื่องกระจ่างใสอันนี้พูดยากเพราะไม่ได้อยู่ในช่วงที่คล้ำอ่านะ
อย่างคนเป็นกระจากกรรมพันธุ์แบบเค้าจะสังเกตได้หน่อย
คือถ้ากันแดดที่ดีช่วงที่ใช้จะเห็นว่ารอยกระจะไม่เข้มขึ้น
สีจะไม่ชัดขนาดจะไม่ใหญ่ เอาว่าตัวนี้ก็โอเคนะรู้สึกกระไม่ได้ชัดขึ้น

คุณสมบัติที่เค้าเคลมมาว่าคุมมันได้ 8 ชั่วโมง
ข้อนี้เค้าผิวแห้งหน้าไม่มันอยู่แล้วตอบด้วยความรู้สึกให้ไม่ได้
ดูจากที่เทสด้วยกระดาษซับมันเอาเนอะ
แต่ถ้าเรื่องกันน้ำ กันเหงื่อและติดทน อันนี้คอนเฟิร์มให้ได้
เพราะทาทั้งวันแล้วสภาพหน้ายังดีงามมาก เอ้อที่สำคัญเค้าเทสเองสีไม่ดรอปนะ

แม้กันแดดตัวนี้เค้าจะเน้นว่าเหมาะกับผิวธรรมดา-ผิวมัน
แต่เค้าผิวแห้งก็ใช้ได้นะ ลองใช้ต่อเนื่องผิวไม่ได้แห้งลง
เพราะตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่หน้าจะดูค่อนข้างแมทท์มากอยู่
เพราะในส่วนผสมมีสารที่ช่วยลดการผลิตและดูดซับความมัน
ดังนั้นถ้าผิวแห้งอยากใช้สามารถใช้ได้นะแต่มีข้อแม้ว่าต้องบำรุงให้ชุ่มๆก่อน
เค้าโบกสกินแคร์หนาเป็นปกติอยู่แล้วใช้กันแดดตัวนี้ได้
ไม่มีปัญหาว่าผิวแห้งหรือเกิดอาการแคร็กระหว่างวันฮะ

สุดท้ายคุณสมบัติในการเป็นรองพื้นข้อนี้เค้าว่าโอเคเลย
ถ้าเทียบเป็นรองพื้นก็จัดเป็นรองพื้นที่ เนื้อบางเบา เกลี่ยง๊ายง่าย
ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้ดี ปกปิดได้ในระดับกลางๆ
เหมาะกับคนที่ไม่มีปัญหาผิวมากนักและชอบผิวที่ดูแมทท์

ถ้าอนาคตจะทำเนื้อแบบนี้แต่ให้ลุคที่ดูโกลว์ๆก็จะดีฮะ
เพราะเค้าผิวแห้งไม่ค่อยชอบให้หน้าแมทท์มาก
เวลาใช้กันแดดตัวนี้เลยต้องปัดไฮไลท์ช่วยเอา

ที่ชอบสุดคือเวิร์คมากสำหรับวันเร่งรีบทาตัวนี้จบไม่ต้องลงรองพื้น
แต่ในความคิดเค้ามีจุดอ่อนนิดนึงคือด้วยความที่เป็นรองพื้นในตัว
ทำให้เรามักจะเผลือใช้ในปริมาณที่เป็นรองพื้น ทำให้ทาในปริมาณที่ไม่มากพอ
ดังนั้นถ้าต้องการประสิทธิภาพในการกันแดดแบบครบถ้วนจริงๆ
จึงแนะนำให้ทาในปริมาณที่เพียงพอจ้า Smiley



คะแนนความพอใจ Mhunoiii’s Score [5/5]

คุณสมบัติในการกันแดด 5/5
เนื้อบางเบา 4.5/5
คุณสมบัติการเป็นรองพื้น 4/5
ควบคุมความมัน 4.5/5 (เทียบจากกระดาษซับมัน)
คุ้มค่าคุ้มราคา 5/5
เฉดสี 3/5 (มีสีน้อยไปหน่อย)

คะแนนความพอใจโดยรวม 4.5

------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by cute press
Information : http://cutepress.com
https://www.facebook.com/cutepress




 

Create Date : 10 มีนาคม 2559    
Last Update : 15 มีนาคม 2559 5:11:42 น.
Counter : 1744 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 513 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.