Group Blog
 
All blogs
 

Review : Jabs Clear Oil Film ฟิลม์ซับมันกลิ่นแอปเปิ้ลจากญี่ปุ่น [มีกิจกรรมชิงกระเป๋าหลุยส์ด้วยฮะ!]

กระดาษซับมัน......ไอเท็มติดกระเป๋าสาวๆหลายๆคน
บล็อคนี้เค้าจะมารีวิวซับมันยี่ห้อนึงจากประเทศญี่ปุ่นให้ชมกัน
แต่เค้าไม่ใช่กระดาษนะฮะเป็นแผ่นฟิลม์ซึ่งขึ้นชื่อว่าซับความมันได้ดีกว่า
จะน่าสนใจอย่างไรไปชมกันเลยจ้า Smiley



Jabs Oil Clear Film

แจ๊บส์ แผ่นฟิลม์ซับความมันสูตรออริจินัล (สีฟ้า)

30 แผ่น ราคา 54 บาท
50 แผ่น ราคา 82 บาท

----------------------------------------------------------

Jabs Oil Clear Film Apple
และกลิ่นแอปเปิ้ล(สีชมพู)

 23 แผ่น ราคา 54 บาท

สถานที่ซื้อ : 7-11, วัตสัน, บูทส์, โลตัส,
ท็อปส์, โฮม เฟรช มาร์ท และร้านค้าทั่วไปจ้า




ข้อมูลผลิตภัณฑ์

- แผ่นฟิล์มซับความมันคุณภาพดี อ่อนนุ่ม ไม่ขาด ยุ่ยง่าย
ผลิตจากบริษัท 3M ประเทศญี่ปุ่น

 - ซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ดีกว่ากระดาษซับมันทั่วไป ถึง 3 เท่า

- ซับได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้า โดย
ไม่ลบเลือนเครื่องสำอาง

- คงความชุ่มชื้นของผิวหน้า ให้กระจ่างใส หมดจดทันที



ลักษณะเป็นซองกระดาษมีแถบกาวสำหรับดึงแผ่นฟิลม์แบบอัตโนมัติ
เวลาใช้เอามือกดด้านหลังซอง แผ่นฟิลม์จะติดแถบกาวขึ้นมาฮะ



แผ่นฟิลม์เนื้อนุ่มแต่เนื้อเหนียว ดึงแล้วยืดได้ไม่ขาดออก
สองสีแผ่นฟิลม์เนื้อเดียวกันต่างกันที่กลิ่น
สีฟ้าเป็นสูตรออริจินัลคือไม่มีกลิ่น
ส่วนสีชมพูเป็นกลิ่นแอปเปิ้ลกลิ่นหอมน่ากินมากกกก
กลิ่นสดชื่น เฟรชๆดี ชอบแอบเปิดดม 555 Smiley



เทสรอบนี้ขอพกแจ๊บส์ออกไปตะลุยเยาวราชด้วยกัน Smiley



ปล่อยอาหมวยกะอาตี๋คืนถิ่นหน้ากลมกลืนกับบรรยากาศมากพูดเลย 555



มาเยาวราชแน่นอนฮร่ะมาตระเวนกิน 555
ขอแอบแนะนำเลยร้านเยาวราชโภชนาป้ายแดงๆหาไม่ยาก
เห็นร้านห้องแอร์เล็กๆแต่อาหารอร่อยกลมกล่อมมาก
ที่สำคัญคือราคาน่ารักน่าคบ 50-90 บาท
เค้าหม่ำไปสองคนสั่งสามอย่างน้ำสองแก้ว 176 บาทเท่าน้านนน



กลับมาเข้าเรื่องกันต่อพูดถึงเรื่องกินแล้วยาววว 555
เดินตะลอนๆกันมาพักใหญ่ไหนลองซับดูซิ



คุณแฟนเพิ่งเคยใช้ซับมันครั้งแรกเก้อๆกังๆ
กดๆไปตามแรงประสาผู้ชาย แผ่นฟิลม์แบบนี้เหนียวทนมือดีแฮะ



สีชมพูกลิ่นแอปเปิ้ลของเค้า สีฟ้าของคุณแฟน
ของคุณแฟนหน้าค่อนข้างมัน ตรงไหนมันซับแล้วจะสีเข้มขึ้น
ส่วนเค้าหน้าแห้ง นี่ขนาดโบกสกินแคร์เจ็ดเสต็บตามกันแดดต่อด้วยเมคอัพนะ
อยู่มาหลายชั่วโมงซับๆแทบไม่มีอะไรออกมาเลย ถ้าอากาศร้อนๆก็มีแค่เหงื่อ
ซึ่งฟิลม์ซับมันไม่ได้ช่วยซับเหงื่อนะฮะ ใครเหงื่อเยอะเค้าแนะนำว่า
เอาทิชชูซับเบาๆก่อนเน่อ แล้วค่อยเอาฟิลม์ซับมันกดซับเบาๆจ้า Smiley



เทสกะคนหน้าไม่ค่อยมันเดี๋ยวจะเห็นคุณสมบัติไม่ชัด
ลองเอามาเทสกับกันแดดและรองพื้นให้ชมกัน
หยดลงไปอย่างละนิดแล้วทิ้งไว้ชัดเลยว่าน้ำมันค่อยๆซึมออกมา
เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยเทสว่าตัวไหนน้ำมันเยอะกว่ากัน
คนผิวมันจะได้เลี่ยง เพื่อไม่เป็นการไปเพิ่มความมันให้ผิวเนอะ



โดยปกติเค้าไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ซับมันเท่าไหร่เวลาแต่งหน้า
เพราะซับมันบางชนิดมันไปดึงเอาเมคอัพให้หลุดออกไปด้วย
ยิ่งซับยิ่งทำให้หน้าด่างพอเติมเข้าไปสีก็ไม่เสมอดูหนาอีกต่างหาก
แต่อันนี้ลองเองแล้วเออสมคำเคลมนะว่าไม่ทำให้เครื่องสำอางลบเลือน
เมคอัพหลังซับยังอยู่ครบ แต่เวลาซับต้องซับอย่างเบามือ
ใช้การกดลงไปเบาๆ อย่าถูอย่าปาดนะจ๊ะ ไม่งั้นฟิลม์ดีแค่ไหนก็หลุด
ส่วนการเติมแป้งแนะนำให้ใช้แป้งที่ติดอยู่บนพัฟซับนิดหน่อยพอ
เพราะส่วนใหญ่ถ้าปาดแป้งใหม่แป้งติดพัฟมากไปมันจะไปกองๆบนหน้า
ทำให้หน้าดูหนาและเป็นคราบได้ เติมแต่น้อยไม่พอค่อยซับเพิ่มจ้า

สรุปว่าเป็นฟิลม์ที่เนื้อนุ่มแต่เหนียวดีไม่ขาดง่าย
ซับน้ำมันได้ดีโดยที่ไม่ทำให้เครื่องสำอางหลุด
หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
ราคาเฉลี่ยต่อแผ่น 1.50 - 2.50 บาท ก็ไม่ได้แพงมาก
จัดว่าเป็นไอเท็มนึงที่น่าสนใจสำหรับใครที่เสพย์ติดซับมันฮะ Smiley



เดี๋ยวก่อน!!! ก่อนจบรีวิวอย่าพลาดไปร่วมลุ้นชิงกระเป๋าหลุยส์กันนะฮะ
อันนี้สำหรับลูกค้า 7-11 โดยเฉพาะเลยเพียงแค่ซื้อผลิตภัณฑ์แจ๊บส์รุ่นใดก็ได้
ที่ 7-11 ครบ 50 บาทขึ้นไป
สามารถส่งเลขที่ใบเสร็จ พิมพ์ R#
ตามด้วยเลขที่ใบเสร็จ 10 หลัก ไปที่ SMS 4712700 (ครั้งละ 3 บาท)
ตั้งแต่ วันนี้ – 25 ส.ค. 2557  นะค้า Smiley

***สิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร 7-11 Value card ได้สิทธิ์เพิ่มอีก 3 ต่อ
ต่อที่ 1.  เพิ่มสิทธิ์ลุ้นรางวัลกระเป๋าหลุยส์วิตตองอีก 10 สิทธิ์
ต่อที่ 2.  รับแต้มเพิ่มทันที 500 แต้ม เมื่อซื้อสินค้าแจ๊บส์ฟิล์มซับมัน 1 ชิ้น
ต่อที่ 3.  ผู้ถือบัตร 7-11 Value card มีสิทธิ์ลุ้นรับแต้มเพิ่ม
อีก 50,000 คะแนน จำนวน 20 รางวัล (แจกเดือนละ 10 รางวัล)




ภาพของรางวัลช่างยั่วยวนยิ่งนักอยากได้สปีดี้ๆ Smiley
จับรางวัลครั้งที่ 1:  วันที่ 31 ก.ค. 2557 และประกาศรางวัลวันที่ 5 ส.ค. 2557
จับรางวัลครั้งที่ 2:  วันที่ 31 ส.ค. 2557 และประกาศรางวัลวันที่ 5 ก.ย. 2557
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และประกาศผลรางวัลทาง
www.facebook.com/jabsbeauty และ www.cpconsumer.com จ้า




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 28 กรกฎาคม 2557 20:39:45 น.  

Review : แอล-คาร์นิทีน คืออะไร? ช่วยควบคุมน้ำหนักได้จริงหรือ? by Verena L-Carnitine Apple Plus

แอล-คาร์นิทีน.......คุ้นชื่อนี้กันใช่ไหมคะ?
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
แต่น้อยคนเนอะที่จะมานั่งศึกษาว่าสารตัวนี้คืออะไร
ทำงานอย่างไร ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร
ต้องทานอย่างไรให้ได้ประโยชน์ รวมถึง
มีผลข้างเคียงไหม

บล็อคนี้เลยอยากให้ใครที่กำลังสนใจจะเลือกทานอยู่ได้อ่านกัน
เค้าพยายามหาข้อมูลจากหลายๆแหล่งมาสรุปให้อ่านกันแบบง่ายๆ
และจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่องความรู้สึกในการทดลองทานเอง
ให้ชมกันค่ะ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนเลยว่าเจ้า
แอลคาร์นิทีนนี้คืออะไร?

--------------------------------------------------------------


Credit : www.lovefit.com

+++ L-Carnitine [แอล-คาร์นิทีน] คืออะไร? +++

แอลคาร์นิทีน คือ สารชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้เอง
ที่ตับและไตของเรา โดยสังเคราะห์จากกรดอะมิโนสองชนิด
คือ L-Lysine และ L-Methionine โดยต้องอาศัยตัวเร่งในการสังเคราะห์
ได้แก่ วิตามิน บี-3, วิตามิน บี-6, วิตามิน ซี, และธาตุเหล็ก

เมื่อสร้างแล้วจะสะสมในกล้ามเนื้อลาย (skeletal muscle) เป็นหลัก
นอกจากนี้ยังสะสมในหัวใจ สมอง อสุจิ และเนื้อเยื่ออื่นๆ
ที่สามารถใช้พลังงานจากกรดไขมัน (fatty acid oxidation) ได้
แอล-คาร์นิทีนส่วนเกินจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ และน้ำดี

--------------------------------------------------------------

+++ L-Carnitine สามารถพบได้ในอาหารประเภทใดบ้าง? +++

แอลคาร์นิทีน (L-carnitine) มาจากภาษาละติน แปลว่า เนื้อสด
เนื่องจากครั้งแรกสกัดได้จากกล้ามเนื้อของหมู
ดังนั้นจึงพบได้มากในอาหารจำพวก เนื้อสัตว์ เนื้อแดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม
ส่วนในพืชก็เช่นถั่วและเมล็ดพืช >>> ฟักทอง , ทานตะวัน , งา ,
ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วแขก, ถั่วลิสง
ผัก >>> อาร์ติโชค, หน่อไม้ฝรั่ง, หัวผักกาดเขียว, บร็อคโคลี่, กะหล่ำดาว,
กระเทียม, ผักกาดเขียวปลี, กระเจี๊ยบมอญ, พาสลี่ย์, คะน้า
ผลไม้ >>>แอปปริคอท, กล้วย ธัญพืช  ข้าวโพด, ลูกเดือย, ข้าวโอ๊ต,
รำข้าว, ข้าวไรย์, ข้าวสาลี, รำข้าวสาลี, จมูกข้าวสาลี

โดยทั่วไปร่างกายได้รับแอลคาร์นิทีนจากอาหารประมาณร้อยละ 75
ที่เหลือจึงได้จากการสังเคราะห์ภายในร่างกาย
ปริมาณที่แนะนำต่อวันโดยนับจากทั้งในอาหารปกติ
รวมกับในอาหารเสริมคือไม่ควรเกิน 5,000 มิลลิกรัม!!!

--------------------------------------------------------------

+++ L-Carnitine ทำงานอย่างไรในร่างกายของเรา? +++

หน้าที่หลักของ แอลคาร์นิทีน คือ ขนส่งกรดไขมันผ่านไมโตรคอนเดรีย
หรือเรียกไมโตรคอนเดรียง่ายๆว่าเป็นโรงงานผลิตพลังงานระดับเซลล์ของเรา

ก็คือทำให้เซลล์ดึงไขมันเข้ามาเผาผลาญ เพื่อสร้างเป็นพลังงาน
สรุปจึง
แอลคาร์นิทีน ช่วยลดปริมาณไขมันสะสมในร่างกายนั่นเอง!

--------------------------------------------------------------

+++ L-Carnitine ช่วยคุมน้ำหนักได้อย่างไร? +++


ได้ทราบหน้าที่ของ
แอลคาร์นิทีน กันไปแล้วว่าช่วยดึงไขมันใช้
แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งดีใจไปว่างี้เราก็ซื้อ
มากินไขมันก็ลดได้เลยซิ
คิดผิดถนัดเพราะร่างกายจะสร้างพลังงานเมื่อเราต้องใช้พลังงาน
ดังนั้นถ้าเราใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไปไม่ได้ออกกำลังกาย
ร่างกายก็ไม่จำเป็นต้องสร้างพลังงานอะไรมากมาย
กินแอลคาร์นิทีนเข้าไปมันก็ไม่ได้ไปช่วยอะไรเลยนะฮะ!!!

แต่
แอลคาร์นิทีน จะเห็นผลในกลุ่มของคนที่ "ออกกำลังกาย"
เพราะเมื่อออกกำลังกายร่างกายมีการใช้กล้ามเนื้อจึงต้องการพลังงานสูง
แอลคาร์นิทีนก็จะไปดึงกรดไขมัน เข้าสู่โรงงานผลิตเพื่อสร้างพลังงานออกมานั่นเอง

ชัดเจนนะคะขั้นแรกต้องทำให้ร่างกายต้องการใช้พลังงานก่อน
แอลคาร์นิทีนถึงจะทำงานในการดึงไขมันสะสมมาใช้
จึงขอสรุปผลในเรื่องการคุมน้ำหนักว่าไม่ได้มีผลเรื่องคุมหรือลดน้ำหนักโดยตรง
แต่มีผลในการลดไขมันสะสมถ้าทานร่วมกับการออกกำลังกายเท่านั้นค่ะ!!!


--------------------------------------------------------------

+++ ทาน L-Carnitine แล้วควรออกกำลังกายแบบใด? +++


เหมาะกับการออกกำลังกายในแบบเมแทบอลิซึมที่ต้องการออกซิเจน (aerobic metabolism)
ได้แก่ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอหรือแอโรบิก (Aerobic exercise) 

ก็คือการออกกำลังกายที่ไม่เน้นการใช้พลังจากมัดกล้ามเนื้อในระดับรุนแรง
แต่มุ่งเน้นไปที่การขยับเขยื้อนร่างกายซึ่งมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้น
ซึ่งเมื่อออกกำลังกายแบบนี้จนถึงระดับคาร์ดิโอการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น 60% -85%
ทำให้ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สังเกตจากการหายใจที่จะถี่ขึ้น
ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เต้นแอโรบิก , วิ่ง , ปั่นจักรยาน , ว่ายน้ำ เป็นต้น
โดยจะให้ได้ประโยชน์ ต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที ค่ะ

นอกจากประโยชน์ในการช่วยดึงไขมันมาใช้แล้ว
แอลคาร์นิทีนยังช่วยเพิ่มสมรรถนะของการออกกำลังกายอีกด้วย
โดยยืดระยะเวลาที่จะเริ่มรู้สึกเหนื่อย เนื่องจากแอลคาร์นิทีนมีส่วนช่วย
ในการลดปริมาณ Lactate ที่จะสะสมเป็นกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อล้า ปวดเมื่อย หรือเป็นตะคริวค่ะ

--------------------------------------------------------------

+++ ทาน L-Carnitine ช่วงเวลาใดดีที่สุด ? +++


ทานก่อนออกกำลังกาย ประมาณ 20-30 นาที
ไม่ควรทานต่อเนื่องติดต่อกันนานเกิน 6 เดือน
อาจจะทำให้ร่างกายขาดกรดอะมิโนตัวอื่นได้

--------------------------------------------------------------

+++ ใครบ้างไม่ควรทาน L-Carnitine ? +++


ผู้ที่มีอาการแพ้อาหารประเภทโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี
ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริมแอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด!!!
รวมไปถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กและสตรีมีครรภ์

ควรหลีกเลี่ยงถ้าไม่จำเป็น หรือต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์

--------------------------------------------------------------



ได้ทำความรู้จักกับแอลคาร์นิทีนกันไปแล้วทีนี้มาชมรีวิวกันบ้างเนอะ
กับยี่ห้อที่เราค่อนข้างคุ้นเคยเพราะมีวางจำหน่ายทั่วไป ก็คือ....

Verena L-Carnitine Apple Plus
เวอรีน่า แอล-คาร์นิทีน แอปเปิ้ล พลัส



ตามชื่อผลิตภัณฑ์ว่าเป็นแอปเปิ้ลพลัส
ส่วนผสมหลักจึงเป็น ผงแอปเปิ้ลสายพันธุ์พิเศษจากญี่ปุ่น 8,150 มก.
ซึ่งข้อดีของแอปเปิ้ลคือมีน้ำตาลฟรุกโตสที่จะค่อยๆเป็นรูปเป็นพลังงานอย่างช้าๆ
ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มนานขึ้น รวมถึงมีวิตามิน A , B1 , B2 , B6
และกรดอินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลายไขมันในร่างกาย
อย่างที่เรารู้ๆกันเนอะว่าแอปเปิ้ลนี่จัดเป็นผลไม้นางเอกของคนที่ต้องการคุมน้ำหนักเลย

อินนูลิน (Inulin) 3,350 มก. คือ ใยอาหารที่มีรสหวานคล้ายน้ำตาล
แต่ไม่ถูกย่อยในระบบทางเดินอาหารจึงไม่เพิ่มพลังงานและน้ำตาลให้ร่างกาย

แอล-คาร์นิทีน แอล ทาร์เทรต (L-Carnitine L-Tartrate)
ปริมาณ 500 มก. เป็นสารประกอบที่ให้ปริมาณแอลคาร์นิทีน 68.2%
ข้อมูลผลิตภัณฑ์แจ้งว่าตัวนี้เป็นสารที่นำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสค่ะ

วิตามินซี (Vitamin C) 60 มก. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
และเป็นหนึ่งในสารตัวเร่งที่ร่างกายใช้ในการสังเคราะห์แอลคาร์นิทีน

โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10)
30 มก.ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์

โครเมี่ยม พิโคลิเนต (Cromium picolinate)
ปริมาณ 1 มก. ให้โครเมี่ยม (Cr) 12.43%
ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกาย



ขนาดบรรจุ 1 กล่อง มี 10 ซอง (ซองละ 15 กรัม)
ราคากล่องละ 450 บาท



สถานที่จำหน่ายคือมีเยอะมากกกกตามภาพเลยฮะรวมถึงร้านขายยาชั้นนำทั่วไป
ทางออนไลน์ก็ที่ www.1607easyshopping.com หรือ Call Center 1607



ลักษณะจะเป็นผงให้ชงละลายในน้ำหนึ่งแก้ว
จะเป็นน้ำร้อน น้ำธรรมดา หรือน้ำเย็นได้หมด
คนๆแป๊บเดียวละลายง่ายมากไม่จับตัวเป็นก้อน
ตัวผงเป็นสีขาวแต่คนให้ละลายแล้วจะกลายเป็นสีเขียวอ่อนๆ
รสชาติบอกเลยว่าอร่อยดี ชอบกลิ่นแอปเปิ้ลอยู่แล้ว
พอมีรสหวานอมเปรี้ยวเลยรู้สึกสดชื่น เค้าชอบชงกะน้ำเย็นรู้สึกเฟรชดี



วิธีการทานตามคำแนะนำข้างกล่องคือ
ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอนทุกวันแล้วดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
แต่จากข้อมูลด้านบนถ้าจะทานเพื่อหวังผลให้แอลคาร์นิทีนทำงานได้ดี
เค้าเองแนะนำให้ทาน ก่อนการออกกำลังกายซัก 20-30 นาที

แต่จากส่วนผสมหลักแล้วถ้าจะเน้นที่ประโยชน์จากผงแอปเปิ้ลและอินนูลิน
ที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักด้วยลักษณะการเป็นไฟเบอร์ที่ช่วยให้อิ่มท้อง
ก็สามารถทานได้ทุกวันวันละ 1 ซองก่อนมื้ออาหาร
เพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่มไวขึ้นจะได้ลดปริมาณในการทานอาหารลงค่ะ

***ย้ำๆๆๆอีกครั้งคนที่มีอาการแพ้โปรตีนพวกไข่หรือเนื้อสัตว์
และผู้มีปัญหาเรื่องตับ/ไต ไม่ควรรับประทานนะคะ!!!




โดยส่วนตัวเค้าเป็นคนออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว
จึงเลือกที่จะทานก่อนการออกกำลังกายสัก 30 นาที
ด้วยความที่เป็นแบบชงแล้วต้องทานน้ำตามอีกแก้วนึง
ยังไงดื่มเสร็จก็ลงไปออกกำลังกายไม่รอดอยู่ดีมันจุกค่ะ 555

นั่งพักยืดเส้นยืดสายไปเบาๆก่อนแล้วค่อยลงไปออกกำลังกายจริงจัง
การออกกำลังกายที่เค้าชอบสุดคือเล่นเครื่อง Elliptical ซึ่งเป็นคาร์ดิโอแบบนึง
ซึ่งจะเล่นต่อเนื่อง 30-60 นาทีเป็นปกติ ไม่มีการหยุดพัก

วันที่ทดลองทาน
Verena L-Carnitine Apple Plus ก่อนลงไปออกกำลังกาย
สิ่งที่สังเกตได้คือเหงื่อไวและออกค่อนข้างมากกว่าวันปกติ
วันนั้นที่เทสคือ
Elliptical ต่อเนื่อง 40 นาที แล้วปั่นจักรยานต่ออีก 60 นาที
เรื่องทำให้เล่นได้ทนขึ้นไหมเค้าเองก็ไม่แน่ใจเพราะปกติก็ค่อนข้างถึกอยู่แล้ว 555
คือถ้าเราออกกำลังกายประจำจนกล้ามเนื้ออยู่ตัว
มันจะไม่ค่อยรู้สึกล้าหรือมีอาการปวดเมื่อยอยู่แล้วอ่าฮะ
เอาว่าเค้าไม่รู้สึกเรื่องอื่นเท่าไหร่ยกเว้นเรื่องเหงื่อที่ค่อนข้างสังเกตได้เนอะ



สรุปสำหรับ
Verena L-Carnitine Apple Plus
ด้วยส่วนผสมสามารถทานได้ทุกวันเพราะเค้าเน้นสารบำรุงตัวอื่นๆ
คือผงแอปเปิ้ลและอินนูลินซึ่งจัดว่ามีมากกว่าปริมาณของแอลคาร์นิทีน
เมื่อเทียบอัตราส่วนแล้วต่อหนึ่งซองจะมี
แอลคาร์นิทีนอยู่ที่ 341 มก.
จัดว่าไม่ได้มากเลยเมื่อเทียบกับปริมาณที่ร่างกายสามารถรับได้ต่อวัน (5,000 มก.)
ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายจะทานเพื่อเน้นประโยชน์จากสารตัวอื่นก็ไม่เสียหายอะไร

แต่ไหนๆถ้าเค้ามีใส่แอลคาร์นิทีนมาให้แล้ว
เค้าว่าก็กินแล้วไปออกกำลังกายจะคุ้มกว่าได้ประโยชน์ครบถ้วน
ยิ่งถ้าอยากกินเพื่อหวังในเรื่องการควบคุมน้ำหนักหรือดูแลรูปร่างด้วยแล้ว
การทานอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวนี่ไม่ช่วยอะไรนะคะ
ต้องจำกัดอาหาร เลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย
ถึงจะทำให้มีหุ่นดีแบบมีสุขภาพดีได้อย่างถาวร
ทางลัดไม่มีจริงชีวิตต้องมีการลงทุนกว่าจะอ้วนนี่ก็กินเข้าไปตั้งหลายปี
ดังนั้นกว่าจะผอมก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน วินัยในตัวเองคือสิ่งที่สำคัญสุด สู้ๆจ้า

อาหารเสริมก็คืออาหารเสริมไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะยึดเป็นแนวทางในการดูแลตัวเอง
แต่ถ้าไม่มีปัญหาที่จะจ่ายและอยากลองทานจริงๆแนะนำให้เลือกแบบที่ปลอดภัยจริงๆ
มีแหล่งผลิต มีอย.ชัดเจน โดยเฉพาะแอลคาร์นิทีนเป็นตัวที่โดนยั่วยวนให้ซื้อได้ง่าย
แต่มีความอันตรายอยู่มากตรงที่ถ้าเป็นอาหารเสริมแอลคาร์นิทีนแบบไม่มีมาตรฐาน
เค้าอาจจะใส่สารในกลุ่มที่เป็นยาลดความอ้วนมาด้วย
เพื่อให้เราเห็นผลชัดเจน
สังเกตคร่าวๆได้ว่าถ้าหลังทานโดยยังไม่ได้ออกกำลังกาย
แต่กลับมีอาการร้อนวูบวาบ ชีพจรเต้นเร็ว มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น
พึงระวังไว้ได้เลยค่ะว่าอาหารเสริมนั้นๆอาจจะไม่ปลอดภัย!!!

--------------------------------------------------------------

ขอบคุณ Verena ที่ส่งผลิตภัณฑ์มาให้ทดลองนะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปชมหรือสอบถามได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยจ้า

http://verena.co.th

https://www.facebook.com/VerenaInternational





ท้ายนี้ฝากเอาไว้ขอเป็นกำลังใจให้สาวๆทุกคน
หันมาดูแลสุขภาพกันด้วยการออกกำลังกายกันนะค้า
อยากให้เน้นเรื่องสุขภาพเป็นอันดับแรกก่อน ส่วนหุ่นดีที่ได้คือของแถม

ใครที่ยังไม่เคยเริ่มออกกำลังกายแนะนำเลยว่าอย่าคิดเยอะ
คนไม่เคยออกและอยากผอมไวๆชอบนั่งคิดนั่งคำณวน
ต้องเล่นอะไร ใช้เวลาแค่ไหน อะไรเบิร์นได้มากสุด
ต้องเบิร์นให้ได้วันละเท่าไหร่ กี่วันน้ำหนักถึงจะลด กี่เดือนจะผอม
คือมัวแต่คิดเลยไม่ได้เริ่มเสียทีนี่จิ พอคิดมากไปตั้งเป้าไว้เยอะ
ลองทำแล้วทำไม่ได้ก็เลยเกิดเป็นความท้อขึ้นมาสรุปก็เลยเลิกออกกำลังกายซะงั้น

ดังนั้นใครเพิ่งเริ่มไม่ต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยเลย
เอาแค่ว่าเข็นตัวเองมาออกกำลังกายให้ได้บ่อยและสม่ำเสมอที่สุดเป็นพอ
และทำไปเท่าที่ทำได้อย่าฝืนร่างกาย คนไม่เคยออกพอปวดเมื่อยก็จะไม่อยากเล่น
ค่อยๆเริ่มไปค่ะทำไปทีละนิดแล้วค่อยๆเพิ่มระยะเวลาวันละ 5-10 นาที
พอร่างกายอยู่ตัวเดี๋ยวก็ชิลเล่นได้ 45 นาทีแบบไม่รู้สึกอะไรไปเอง
ทุกครั้งที่เอาชนะใจตัวเองได้เล่นได้นานขึ้นแม้แค่ 5 นาที
มันจะมีความฟินแบบบอกไม่ถูกนะพูดเลย ของแบบไม่เชื่อต้องลองๆ Smiley

ส่วนเรื่องต้องเล่นแค่ไหนถึงจะผอม ถึงจะเฟิร์ม
ไม่มีใครตอบให้เราได้เพราะระบบเผาผลาญเราต่างกัน
อยากหุ่นดีถาวรต้องปรับสมดุลของระบบร่างกายให้ได้ค่ะ
เลือกทานอาหารและออกกำลังกายให้ร่างกายค่อยๆเพิ่มระดับการเบิร์น
รวมถึงอย่างลืมปรับการใช้ชีวิตประจำวันด้วยพยายาม
แอคทีฟเข้าไว้
ลุกเดินขยับเยอะๆแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกายนะจ๊ะ สสส.เค้าบอกมา อิอิ

--------------------------------------------------------------

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กันตั้งใจเขียนจริงๆยาวไปนิดแต่อยากให้ได้อ่านกันน้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยคร้าบ

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2557 1:57:24 น.  

Review : มาส์กหน้าอย่างไรให้ผิวได้รับการบำรุงสูงสุด by My Beauty Diary Mask







 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2557    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2557 22:15:49 น.  

Review : Eucerin DermatoCLEAN คลีนซิ่งสูตรน้ำแบบอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย

การดูแลผิวให้สะอาดเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีผิวสุขภาพดี
โดยเฉพาะสาวๆที่มีการแต่งหน้าถ้าคลีนผิวไม่ดีนี่จบกันเลยนะจ๊ะ
บล็อคนี้เลยมีตัวช่วยทำความสะอาดผิวที่น่าสนใจมารีวิวให้ชมกัน
เป็นคลีนซิ่งสูตรน้ำที่แสนจะอ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่าย
สนใจกันแล้วใช่ม้า ไปชมกันเลยค่ะว่าเป็นแบรนด์อะไร มีคุณสมบัติเริ่ดอย่างไร....Smiley



แบรนด์นั้นก็คืออออออ.....Eucerin ที่เราคุ้นเคยนั่นเอง!!!



Eucerin DermatoCLEAN
3 in 1 Micellar Cleansing Fluid

ยูเซอริน เดอร์มาโทคลีน ทรี อิน วัน ไมเซลาร์ คลีนซิ่ง ฟลูอิด

----------------------------------------------------------------

ขนาดและราคา :
200 ml 800 บาท
สถานที่ซื้อ : เคาน์เตอร์ยูเซอรินตามห้างสรรพสินค้า
ร้านขายยาชั้นนำ โรงพยาบาทและคลินิกทั่วประเทศ

***ช่วงนี้มีโปรลด 10% อยู่ด้วยนะจ๊ะ




รายละเอียดผลิตภัณฑ์

ทำความสะอาดได้ล้ำลึก.....ด้วยนวัตกรรม Micelle ที่มีสองขั้ว
ส่วนหางดึงคราบเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรก
และทำละลายออกได้ดีในน้ำด้วยส่วนหัว
จึงช่วยดักจับและขจัดเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกได้อย่างหมดจด
รวมถึงมีสาร APGComplex ที่ช่วยส่งเสริมการทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก
ซึ่งเป็นส่วนผสมที่มีเฉพาะในยูเซอรินตัวนี้เท่านั้นจ้า

อ่อนโยนด้วยค่า pH 7.4 ........เป็นค่าที่เทียบเท่ากับค่า pH ของน้ำตา
จึงใช้ทำความสะอาดรอบดวงตาได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง

ให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น .........ด้วย "กลูโค-กลีเซอรอล" สารลิขสิทธิ์เฉพาะของยูเซอริน
ที่ช่วยส่งผ่านเติมออกซิเจนสู่ผิวไปเพิ่มความชุ่มชื่นได้ถึง 178%

***ข้อมูลเพิ่มเพิมเข้าไปชมได้ที่
http://www.eucerin-club.com/sensitive-skin/
products/87/3-in-1-micellar-cleansing-fluid
ค่า




รายละเอียดส่วนผสม วันที่ผลิตและวันหมดอายุมีบอกไว้ชัดเจน
ส่วนผสมเหมาะมากสำหรับผิวแพ้หรือระคายเคืองง่าย
เพราะ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี และพาราเบน จ้า
นอกจากสารทำความสะอาดแล้วยังมีสารในกลุุ่มที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิว
ไม่ว่าจะเป็นสารกลุ่ม Glycerin หรือ Sodium Hyaluronate



ลักษณะบรรจุภัณฑ์

เป็นขวดพลาสติกสีขาวใส ฝาแบบฝาเกลียวปิดได้สนิทพกพาได้ไม่ต้องกลัวหก
แต่ด้วยความที่เป็นขวดใสแนะนำว่าไม่ควรวางไว้จุดที่โดนแสงแดดค่ะ



ลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์


เนื้อคลีนซิ่งใสกริ๊งสมชื่อสูตรน้ำค่ะ
เป็นของเหลวใสเหมือนน้ำปกติเลย
ไม่มีสี ไม่กลิ่นเพราะไม่มีน้ำหอม



วิธีการใช้

สามารถใช้เป็นคลีนซิ่งในการทำความสะอาดเครื่องสำอาง
และเป็นโทนเนอร์ไปในตัวได้เลย เช็ดแล้วไม่จำเป็นต้องล้างน้ำออก
โดยใช้ควบคู่กับสำลี หยดให้ชุ่ม แล้วเช็ดไปบนผิว
ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและบริเวณรอบดวงตาค่ะ



ลองเทสกับเมคอัพทุกประเภทโดยปาดที่แขนกันดูก่อน
มีทั้ง รองพื้น คอนซีลเลอร์ ลิปสติก
อายไลน์เนอร์แบบดินสอ แบบปากกา บรัชออน

เค้าหยดคลีนซิ่งลงสำลีชุ่มๆแล้วโปะทิ้งไว้แป๊บนึง
ปาดออกหนึ่งครั้งได้ผลลัพธ์แบบภาพซ้ายล่าง
ถือว่าจางออกไปเยอะเลย นี่คือลูบแบบปาดทีเดียวไม่ถูนะฮะ
หลังจากนั้นเช็ดซ้ำด้วยสำลีเดิมสัก 3-4 ครั้ง
ก็ได้ผลลัพธ์แบบภาพขวาล่างสะอาดเกลี้ยงเกลา



ทีนี้มาเทสกับเมคอัพที่ตาจริงๆกัน
ตามวิธีการใช้ของเค้าแนะว่าให้หยดคลีนซิ่งใส่สำลีให้ชุ่ม
แล้วแปะสำลีลงบนเปลือกตาทิ้งไว้ประมาณ 15 วินาที
เทคนิคของเค้าคือเวลาแปะให้วางสำลีช้อนเส้นขนตาขึ้นไปด้วย
เพื่อให้ขนตาด้านล่างที่เราทำการปัดมาสคาร่าได้สัมผัสกับคลีนซิ่ง

เพราะหลายคนจะประสบปัญหาในการเช็ดมาสคาร่าไม่ออก
เนื่องจากเวลาปัดปัดด้านล่าง แต่เวลาเช็ดมัวแต่ไปลูบที่ด้านบนเสียนี่!



หลังจากแปะทิ้งไว้เค้าจะเอานิ้วกดเบาๆให้ตัวคลีนซิ่งค่อยๆเข้าไปละลายเมคอัพ
ไม่ต้องกังวลจะเข้าตาเพราะเราต้องหลับตาไว้อยู่แล้ว
แต่แม้จะเข้าตาบอกเลยว่าตัวนี้ไม่ทำให้แสบตาค่ะเค้าเทสมาละ 555
เนื่องด้วยค่า pH ของคลีนซิ่งมีค่าเท่ากับ pH ของน้ำตาเราเป๊ะ

ถ้าจะแสบก็เกิดจากพวกเศษฝุ่นเครื่องสำอางมันละลายเข้าไปในตานั่นแล
จากนั้นลูบออกเบาๆ ปรื้ดดด.....เปลือกตาสะอาดปิ๊งแล้วจ้า เฮ้ยเริ่ด!
อายไลน์เนอร์แบบกันน้ำเส้นดำปี๋เช็ดออกได้ด้วยสำลีเพียงแผ่นเดียว วู๊ววว Smiley



เอิ่มคิ้วหายตาหายไปหนึ่งด้านไหวไหม 555
คิ้วกับเปลือกตาสามารถเช็ดออกได้กริบจริง
แต่สำหรับมาสคาร่าขนตาล่างกับอายไลน์เนอร์
แบบโค่ดจะกันน้ำของเค้า คลีนซิ่งตัวนี้เอาออกได้ไม่หมดนะค้า



สรุปสำหรับการเช็ดรอบดวงตาคลีนซิ่งตัวนี้เช็ดได้ค่อนข้างดีเลยเหมาะสำหรับคนที่ไม่แต่งตาหนัก
เพราะถ้าเป็นอายไลน์เนอร์หรือมาสคาร่าที่กันน้ำมากๆแบบที่เค้าชอบใช้
จะเช็ดออกได้ไม่หมดจดเท่ากับการใช้ Eye & Lip Remover
เช็ดแบบในภาพด้านขวานะฮะ
แต่ข้อดีคือคลีนซิ่งตัวนี้อ่อนโยนมาก ด้วยความที่เป็นสูตรน้ำจึงไม่เหลือคราบมันให้รำคาญใจ
ระดับค่า pH ที่เหมาะสมทำให้ไม่แสบตา และไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง
ถ้าให้เค้าแนะนำคือวันที่แต่งตาหนักๆให้เช็ดรอบดวงตาด้วย
Eye & Lip Remover
จากนั้นเช็ดซ้ำอีกครั้งด้วยคลีนซิ่งตัวนี้ ก็จะช่วยขจัดคราบความันจากรีมูฟเวอร์ได้
ทำให้ไม่ต้องล้างหน้าซ้ำในวันที่ต้องการความเร่งด่วน
หรือสถานการณ์ไม่อำนวยเช่น เวลานั่งเครื่องบินไปเที่ยว เป็นต้นจ้า

***การคลีนบนท้องแขนสามารถเช็ดเครื่องสำอางทุกประเภทได้เกลี้ยงหมดโดยง่ายดาย
เนื่องจากมีสภาพผิวที่เรียบ แต่บริเวณตามีร่องขนตา มีร่องขอบตา
ทำให้ไม่สามารถเช็ดพวกเมคอัพกันน้ำได้เกลี้ยงเท่าการเช็ดในผิวที่เป็นพื้นเรียบจ้า




ส่วนสำหรับการเช็ดลิปอันนี้คอนเฟิร์มให้ว่าเกลี้ยงมากค่ะ
ไม่จำเป็นต้องใช้รีมูฟเวอร์เช็ดซ้ำตัวนี้เอาอยู่
แนะทริกการเช็ดริมฝีปากให้นิดนึงว่า ให้ดึงที่มุมปากเบาๆ
เพื่อให้ริมฝีปากเรียบตึงจะเช็ดได้เกลี้ยงเกลาแบบสบายๆเลย

อย่าใช้วิธีการขยี้สำลีไปมาเพราะจะทำให้ปากเหี่ยวก่อนวัยอันควรจ้า



สำหรับการคลีนผิวหน้าคอนเฟิร์มให้อีกเช่นกันว่าเกลี้ยงจริงไม่ต้องล้างน้ำซ้ำก็ได้ค่ะ
แต่อยู่บ้านไม่ชินจะล้างโฟมล้างหน้าซ้ำอีกก็ได้อันนี้แล้วแต่ความชอบเนอะ
เค้าพื้นฐานเป็นผิวค่อนข้างแห้งแต่หลังเช็ดด้วยคลีนซิ่งจับผิวดูไม่แห้งตึงนะ
ผิวยังรู้สึกนุ่มๆชุ่มๆ สามารถทาครีมบำรุงต่อได้เลย
คลีนซิ่งแบบน้ำที่ไม่ต้องล้างออกนี้ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าจะมีน้ำมันที่ไปก่อให้เกิดการอุดตัน
ซึ่งเค้าเองจะชอบพกคลีนซิ่งประเภทนี้เวลาเดินทางไปเที่ยวมันสะดวกกว่ามากจริงๆ
ยิ่งคนที่ระคายเคืองง่ายความเสี่ยงที่จะแพ้น้ำมีสูงมากโดยเฉพาะการไปต่างประเทศ
ถ้าไม่สามารถหาน้ำที่มั่นใจว่าไม่แพ้ชัวร์มาล้างได้เค้าว่าคลีนผิวแบบนี้แล้วทาครีมเลยเซฟกว่าฮะ

แถมทริกสำหรับการคลีนผิวหน้าบอกเลยว่า "ห้ามงก"
เวลาหยดคลีนซิ่งลงสำลีให้หยดให้ชุ่ม เพราะการเอาสำลีที่ยังแห้งถูไปบนหน้า
นอกจากจะไม่สะอาดแล้วเส้นใยในสำลีนี่แหละจะขูดไปบนผิวทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้นะจ๊ะ



สุดท้ายฝากไว้การคลีนหน้าให้สะอาดห้ามกลัวเปลืองโดยเด็ดขาด
จ่ายเงินไปแล้วต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนะจ๊ะ
คำว่าสะอาดแล้วของเค้าคือเช็ดไปจนกว่าสำลีจะไม่มีสีของเมคอัพใดๆติดออกมา
ถ้ายังเช็ดแล้วเจอสี จะหยดคลีนซิ่งใส่สำลีแผ่นใหม่เรื่อยๆ
แต่ถ้าคลีนซิ่งที่มีคุณภาพบอกเลยว่าไม่กี่แผ่นสำลีก็เกลี้ยงแล้วจ้า



สรุปผลการทดลองใช้

Eucerin DermatoCLEAN
3 in 1 Micellar Cleansing Fluid


ในความเห็นของเค้าจัดว่าเป็นคลีนซิ่งสูตรน้ำที่ทำออกมาได้น่าสนใจ
มีความโดดเด่นตรงค่า pH ที่ใกล้เคียงกับน้ำตาทำให้อ่อนโยนมาก
เหมาะสำหรับการนำมาใช้เช็ดรอบดวงตาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการระคายเคือง
อีกหนึ่งจุดเด่นคือความรู้สึกชุ่มชื่นสบายผิวหลังการเช็ดทำออกมาได้ดี
ผิวแห้งอย่างเค้าใช้ยังไม่รู้สึกแห้งตึง ผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมันใช้ได้สบายๆจ้า
ส่วนความสามารถในการทำความสะอาดทำได้ดีมากสำหรับการคลีนผิวและริมฝีปาก
แต่สำหรับรอบดวงตาถ้าเมคอัพแบบเบาๆตัวนี้ก็เอาอยู่หล่ะ แต่ถ้าเจอเมคอัพกันน้ำขั้นเทพ
ก็ต้องยอมรับว่าต้องใช้รีมูฟเวอร์ร่วมด้วยถึงจะคลีนได้หมดนะฮะ
คลีนซิ่งตัวนี้จึงเหมาะกับคนที่แต่งตาไม่หนักมาก มีผิวที่ค่อนข้างระคายเคืองหรือแพ้ง่าย
และต้องการความรวดเร็วเช็ดจบสะอาดในขั้นตอนเดียวนั่นเอง

----------------------------------------------------------------------------------

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชสำหรับเพื่อนๆในการเลือกซื้อคลีนซิ่งนะคะ
อย่าลืมน้าว่าความสะอาดคือพื้นฐานการมีสุขภาพดี
ยิ่งใช้เวลาในการแต่งหน้านานเท่าไหร่ อยากให้ทำความสะอาดผิวนานเท่านั้นค่ะ
ขอบคุณผลิตภัณฑ์ดีๆที่ทาง Eucerin ส่งมาให้ทดลองใช้โดยตลอดนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติมของทางแบรนด์สามารถเข้าไปชมได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่า

http://www.eucerin-club.com/hydration-moisturizer
/01/ทำความสะอาดล้ำลึกเสริมเกราะคุ้มกันผิวเผยผิวใหม่ชุ่มชื่น-dermato-clean


http://www.eucerin-club.com

https://www.facebook.com/EucerinClub


***แถมๆๆตอนนี้ Eucerin มีกิจกรรมให้ร่วมสนุก
บน Fanpage  ของ Eucerin Club
ใครอยากสินค้าตัวนี้ไปใช้ฟรี ๆ ที่บ้าน
สามารถมาร่วมสนุกกันได้ตามลิงค์นี้นะคร้าบ
https://www.facebook.com/#!/EucerinClub/app_150314021715312


ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้านะค๊า

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2557    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2557 4:01:21 น.  

Review : Papulex UV High Protection Cream SPF47 การทากันแดดกับคนที่มีปัญหาเป็นสิว?!!?




 Papulex UV High Protection Cream SPF47 UVA/UVB

ขนาด 50 ml ราคา 1,200 บาท
หาซื้อได้ที่ Watsons และตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไปจ้า
---------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2557 15:02:31 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 317 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.