Group Blog
 
All blogs
 

Preview : Olay White Radiance Brightening Night Cream



บล็อคก่อนหน้าเค้าได้รีวิวผลิตภัณฑ์กลุ่มเพื่อผิวกระจ่างใส 
"Olay White Radiance" ไปเกือบครบทั้งไลน์แล้ว
ใครยังไม่อ่านลองเข้าไปดูในบล็อคก่อนหน้าได้นะค้า >>>CLICK<<<
บล็อคนี้เลยขอมาปิดท้ายให้ครบเซ็ตด้วย Night Cream
ที่ใช้บำรุงผิวก่อนนอนกันว่าเท็กซ์เจอร์เนื้อครีมและส่วนผสมเป็นอย่างไร? 
เผื่อใครกำลังหาข้อมูลไลน์นี้อยู่จะได้ใช้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเน้อ ไปชมกันเลยจ้า



Olay White RadianceTM
Advanced Whitening
Brightening Night Cream
----------------------------------------------------
มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงก่อนนอน
เพื่อผิวกระจ่างใสให้ผิวนุ่มเด้ง เปล่งประกายสว่างกระจ่างใส
ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ

ขนาด 50 g ราคา 549 บาท



ส่วนผสมหลักๆจะเน้นสารให้ความชุ่มชื่นอย่าง Glycerin , Glycol
เนื่องจากเป็นครีมที่ใช้ทาตอนกลางคืนซึ่งผิวต้องการการฟื้นฟู
และต้องการความชุ่มชื่นมากที่สุดเพราะส่วนใหญ่เราก็นอนแอร์กันอ่าเนอะ

มี Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 วิตามินสารพัดประโยชน์
ซึ่งเป็นส่วนผสมตัวชูโรงของแบรนด์ Olay พบได้ในทุกไลน์
ให้ทั้งความชุ่มชื่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดอาการอักเสบ ฯลฯ

มี Tocopheryl Acetate หรือ วิตามินอี 
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวชะลอการเกิดริ้วรอย

มี Magnesium Ascorbyl Phosphate (MAP) หรือ อนุพันธ์วิตามินซี
เป็นวิตามินซีในรูปแบบที่เสถียรกว่าวิตามินซีในรูปแบบของ Ascorbic Acid
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนจุดด่างดำจากเมลานิน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

นอกจากนี้ก็มีสารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติใส่มาตู้มมากกก
แม้ มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แต่ไม่ได้อยู่อันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับสารให้ความชุ่มชื่น
สำหรับคนที่ผิวไม่ได้แห้งมากๆจึงไม่มีอะไรน่ากังวลเกี่ยวกับเรื่องทำให้ผิวแห้งลง
แต่ มีส่วนผสมของน้ำหอม ถ้าใครผิวระคายเคืองง่ายแนะนำให้เทสก่อน
ด้วยการป้ายหลังหูซัก 48 ชั่วโมงแล้วสังเกตอาการก่อนใช้บนใบหน้าจ้า



และส่วนผสมนางเอกที่มีในผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Olay ไลน์ White Radiance
คือ SepiWhiteTM , Hexyldeconal และ Inositol
เป็นส่วนผสมที่พัฒนาเพิ่มเติมจากสูตรเดิม
ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของโอเลย์ที่เน้นการเข้าไปจัดการความหมองคล้ำที่ต้นเหตุ
จึงทำให้เห็นประสิทธิภาพในเรื่องความกระจ่างใดได้ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น



บรรจุภัณฑ์เป็นกระปุกทึบแสงมีฝาสองชั้นป้องกันการเสื่อมจากแสงแดดได้ดี
แต่ต้องระวังเวลาใช้นิดนึงควรล้างมือให้สะอาดก่อนควักเนื้อครีม
เพื่อป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกตกลงไปเจือปนได้จ้า

ฝากไว้นิดมีถามมาหลายคนเรื่องการนำครีมไปแช่ตู้เย็นเป็นเรื่องที่จำเป็นไหม
บอกเลยว่ามิควรทำนะฮะ คือถ้าแช่แล้วต้องแช่ไปตลอดอย่าเอาเข้าเอาออก
เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิไปมาจะทำให้ครีมเสื่อมไวกว่าปกติ
และในตู้เย็นเราใช้แช่อาหารสดด้วยดังนั้นจะมีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียมากมาย
การแช่ครีมในตู้เวลาเปิดตู้หยิบใช้ครีมมันเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการปนเปื้อนได้ง่ายมาก
ดังนั้นครีมเค้าดีไซน์มาเพื่อเก็บในอุณหภูมิปกติอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น
เพียงเก็บไว้ในที่อุณหภูมิไม่สูงและไม่โดนแสงแดดก็เพียงพอแล้วจ้า



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อครีมสีขาวอมชมพูนิดๆ จัดว่าเป็นครีมที่เนื้อค่อนข้างเหลว
มีความเป็นเจลเล็กน้อยไม่ได้ข้นแบบครีมทั่วไป
เนื้อลื่นเกลี่ยบนผิวได้ง่ายเมื่อครีมซึมแล้วจะเป็นฟิลม์บางๆเคลือบผิว
หลังทาทันทีไม่ได้แห้งสนิทจนแมทท์แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ
ทิ้งไว้สักแป๊บลองลูบดูครีมจะค่อยๆแห้งซึมหมดผิวจะลื่นขึ้น
สัมผัสผิวหลังทาจะรู้สึกเลยว่าชุ่มชื่นและนุ่มขึ้น
แม้จะมีส่วนผสมของน้ำหอมแต่กลิ่นจัดว่าค่อนข้างน้อยแทบไม่มีกลิ่นติดผิว



สรุปในความเห็นเค้าจัดว่าเป็นไนท์ครีมที่เนื้อค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับไนท์ครีมปกติ
ทาแล้วไม่รู้สึกเหนอะหนะแต่ให้ความชุ่มชื่นดีเลยใช้ได้ทุกสภาพผิว
หลายคนกังวลเรื่องผิวมันไม่อยากใช้ครีมเพราะรู้สึกว่าเนื้อมันเข้มข้น
แต่อยากบอกว่ากลางคืนหน้าไม่มันอยู่แล้วไม่ต้องคิดมากไป
อยากให้เน้นครีมที่เนื้อชุ่มนิดนึงสำหรับทาก่อนนอนเพราะตลอดคืนที่อยู่ห้องแอร์
ผิวจะเสียความชุ่มชื่นได้มาก จึงเป็นเหตุให้ไนท์ครีมจะมีเนื้อข้นกว่าเดย์ครีมจ้า
และสำหรับการใช้ครีมบำรุงกลุ่มไวท์เทนนิ่งควรใช้ควบคู่กับครีมกันแดดและเลี่ยงแดด
เพราะเป็นการบำรุง ฟื้นฟู และปกป้องแบบครบขั้นตอน
ผิวจะฟื้นฟูตัวเองได้ไวและเห็นผลในเรื่องความกระจ่างใสได้ชัดเจนและรวดเร็วค่า Smiley

Smiley XOXO Smiley

--------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Olay Thailand




 

Create Date : 02 มีนาคม 2558    
Last Update : 9 มีนาคม 2558 20:03:54 น.  

Review : Artistry Ideal Radiance Illuminating CC Cream SPF 50 UVA/UVB PA+++



  สวัสดีค่าบล็อคนี้มีรีวิวเบสเมคอัพมาฝากกัน
เป็นกลุ่ม CC หรือ Color Corrector
จัดเป็นเบสเมคอัพที่เน้นเรื่องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอตามชื่อเค้าเลย
รวมถึงให้การบำรุงผิวไปในตัว โดยจะเน้นลุคผิวที่บางเบาเป็นธรรมชาติ
ใช้เป็นขั้นตอนเมคอัพคือทาหลังการบำรุงด้วยสกินแคร์+กันแดดเรียบร้อยแล้ว

ได้ทำความรู้จักว่า CC คืออะไรกันไปแล้ว มาชมรีวิวกันดีกว่าจ้า Smiley



Artistry Ideal Radiance
Illuminating CC Cream SPF 50 UVA/UVB PA+++

-----------------------------------------------------------------------------
มีให้เลือก 2 เฉดสี คือ
11-8207-D  สีไลท์ มีเดียม (Light Medium)
11-8208-D  สีไลท์ (Light) <<<เค้าใช้เบอร์นี้ฮะ

ขนาด 30 มิลลิลิตร
ราคาพันปลายๆถ้ามีบัตรสมาชิกก็ได้ลดเพิ่มจ้า
สามารถหาซื้อได้ที่ Amway Shop ทุกสาขาทั่วประเทศค่ะ



คุณสมบัติและจุดเด่นของส่วนผสม

ช่วยปรับสีผิวให้สว่างใสขึ้น พร้อมเตรียมผิวให้เรียบเนียน 
เนื้อครีมเนียน ให้การปกปิดแบบธรรมชาติถึงปานกลาง ติดทนนาน 
ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้เกิดสิว ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน 
และผ่านการทดสอบการแพ้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว 

Smiley บำรุงผิวสว่างใส ด้วย เทคโนโลยี 3D ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส 
ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวเรียบเนียน
ด้วยส่วนผสมสูตรพิเศษเฉพาะโปรตีนจากไข่มุก 

Smiley สวยสมบูรณ์แบบ สูตรผสม นวัตกรรมมัลติ-ไดเมนชันนัล ฟินิชชิง คอมเพล็กซ์ 
และคัลเลอร์-คอนโทรล พิกเมนต์ ช่วยปรับสีผิวให้เนียนเรียบ 
กลมกลืนกับสีผิวจริง ไม่ทำให้สีผิวเปลี่ยนระหว่างวัน
ช่วยลดความแดงของสีผิวในทันที ช่วยปกปิดอย่างเป็นธรรมชาติ

Smiley อิมัลชั่นที่สร้างสรรค์เป็นพิเศษด้วยส่วนผสม มัลติฟลอรา เบลนด์
เตรียมผิวให้รองพื้นผิวพร้อมช่วยให้ความชุ่มชื้นและทำให้ผิวเรียบเนียน
ช่วยให้เกลี่ยรองพื้นได้เรียบเนียนสม่ำเสมอมากขึ้น ช่วยให้รองพื้นติดทนนานขึ้น

Smiley ปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยลดผลกระทบ
ที่เกิดจากการทำลายของฟรีแรดดิคอลและอันตรายจากมลภาวะ
ด้วย SPF 50 UVA/UVB PA+++ 



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เค้าเทสเบอร์ 11-8208-D  สีไลท์ (Light) 

เนื้อค่อนข้างข้นแต่เกลี่ยง่ายลื่นผิว
มีกลิ่นหอมแค่จางๆน้ำหอมไม่ชัดมาก
เนื้อครีมสีออกไปทางอันเดอร์โทนแดงเล็กน้อย
สำหรับสีผิวเค้าขาวเหลืองแต่ไม่เหลืองมากทาเดี่ยวๆได้เลยไม่มีปัญหา

แต่ถ้าใครผิวออกเหลืองมากหน่อยยังรู้สึกว่าไม่พอดีกับสีผิว 
สามารถปรับใช้ได้ง่ายๆด้วยการผสมเบสเขียวเข้าไปนิดหน่อย
เพราะสีเขียวเป็นสีคู่ตรงข้ามกับสีแดงมันจะไปกดเม็ดสีแดงให้ดูเบาลง
อย่างที่เค้าชอบใช้เบสเขียวทาพวกรอยสิวแดงๆนั่นแล
ใครประสบปัญหาเบสเมคอัพโทนสีไม่ตรงผิวลองปรับเทคนิคนี้ไปใช้กันดูน้า



มาดูภาพเทียบ ก่อน-หลัง ลงผิวด้วย
Artistry Ideal Radiance Illuminating CC Cream
เค้าลง CC ตัวนี้เพียวๆครึ่งใบหน้า
ส่วนตัวสีผิวเค้าขาวเหลืองแต่ไม่เหลืองมากทาเพียวๆไม่ทำให้สีผิวเพี้ยนจ้า
เทียบผิวจะเห็นได้ชัดเนอะว่าเนียน สีผิวสม่ำเสมอขึ้น ดูไบร์ทขึ้น
รอยกระที่โหนกแก้มและรอยคล้ำใต้ตาดูจางลง
เค้าทารอบเดียวบางๆให้การปกปิดระดับน้อยถึงปานกลาง

โดยการทาแนะนำให้แต้มแล้วเกลี่ยไปทีละจุด ไม่แนะนำให้แต้มห้าจุด
เพราะสามจุดดันไปอยู่ในแนว T-Zone ที่ผิวมันง่ายและไม่ได้ต้องการการปกปิด
เค้าแนะนำให้แบ่งทาไปทีละแอเรีย ส่วนตัวชอบลงที่แก้มแต่ละข้างก่อน
เค้าจะปาดไปในทิศทางเดียวกันไม่ถูวนไปวนมาซึ่งช่วยให้เรียบเนียนและไม่อุดตัน
โดยทาจากกลางหน้าออกไปที่กรอบหน้า จะใช้มือ/แปรง/ฟองน้ำก็ได้ตามถนัด
แต่เค้าชอบใช้มือมากสุดเพราะอุณภูมิผิวทำให้เนื้อซีซีกลืนผิวได้ดี
เทคนิคเพื่อความเป็นธรรมชาติเค้าจะเว้นกรอบหน้าไว้ประมาณหนึ่งถึงหนึ่งนิ้วครึ่ง
ไม่ทาจนสุดกรอบหน้าไปถึงโคนผม ซึ่งวิธีนี้ทำให้หน้าดูไม่ลอยออกมาจากสีคอ
และเวลาเหงื่อออกที่โคนผมหรือกรอบหน้าคสอ.จะไม่ดูเยิ้มเลอะเทอะจ้า


เทียบบนแก้มด้านนี้จะเห็นได้ชัดเลยเพราะเป็นด้านที่เค้ามีกระเยอะ
จะเห็นว่าการปกปิดจัดว่าค่อนข้างบางเบา แต่ผิวโดยรวมจะดูเนียนๆนัวๆขึ้น
สามารถลดความแดงของผิวได้จริงตามคุณสมบัติที่เค้าบอกมา
ซึ่งสามารถสังเกตได้จากรอยแดงตรงร่องปีกจมูกคือดูดีขึ้นจริง
หลังทาความเงามันของผิวจะดูลดลงแต่ไม่ได้ทำให้ดูแห้งแมทท์ค่ะ



เทคนิคการใช้เพื่อเพิ่มระดับการปกปิด

ด้วยความที่ตัว CC ไม่เน้นการปกปิดมากนัก
แต่เราสามารถเพิ่มการปกปิดให้มากขึ้นได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ ดังนี้ค่า.....

Smiley ปกปิดบางเบา สำหรับผิวที่ไม่มีปัญหาอะไรหรือต้องการผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ
ง่ายๆแค่แต้มซีๆทีละนิดแล้วเกลี่ยให้กลืนผิวโดยทาแค่บางๆทั่วใบหน้า
จากนั้นตามด้วยแป้งฝุ่นหรือแป้งฝุ่นอัดแข็ง เป็นอันจบพิธี
ในระดับการปกปิดชั้นนี้จะทำให้รู้สึกเบาสบายไม่หนักหน้าค่ะ

Smiley ปกปิดปานกลาง สำหรับคนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ มีจุดด่างดำและริ้วรอยเล็กน้อย  
หลังจากทาซีซีบางๆทั่วใบหน้า สามารถใช้ซีซีทาซ้ำเฉพาะจุดในบริเวณที่ต้องการปกปิดได้
หรือถ้าอยากปิดเนี้ยบขึ้นจะใช้คู่คอนซีลเลอร์เล็กน้อยก็ได้ค่า
เทคนิคเค้าถ้าไม่อยากทาคอนฯแล้วดูหนาก็จะเอาคอนฯผสมซีซีแล้วค่อยทา
เนื้อคอนฯจะบางลงและสีจะกลืนผิวมากขึ้น เสร็จแล้วเลือกใช้แป้งฝุ่น
หรือแป้งผสมรองพื้นทาตามก็ได้ ถ้าแป้งผสมรองพื้นก็จะปิดได้มากขึ้น
แต่แนะนำให้ทาตามด้วยแปรง จะดูไม่หนาเท่ากับการใช้พัฟจ้า

Smiley ปกปิดขั้นสุด สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหรือต้องการลุคที่ดูเนี้ยบกริบ
ใช้ ซีซีเป็นขั้นตอนของเบส โดยทาซีซีบางๆทั่วหน้าเพื่อปรับสีผิว
จากนั้นทาตามด้วยรองพื้น ที่ชอบทั่วหน้าได้เลย ถ้ายังเนี้ยบไม่พอ
จะย้ำคอนซีลเลอร์ในจุดที่ไม่มั่นใจเพิ่มก็ได้แต่อยากให้ปิดท้ายด้วยแป้งฝุ่น
ไม่แนะนำให้ทาตามด้วยแป้งผสมรองพื้นเพราะเป็นการใช้รองพื้นซ้ำซ้อน
จะดูหนาและทำให้เป็นคราบระหว่างวันได้ง่ายจ้า



สำหรับลุคนี้รีวิวนี้เค้าเลือกการปกปิดแบบบางเบา
คือทาซีซีแล้วตามด้วยแป้งฝุ่นจบ จะได้เห็นประสิทธิภาพของซีซีได้ชัดๆเนอะ



ซูมๆให้ชมผิวหลังเมคอัพพอได้พอยท์เมคอัพพวกสีสันเข้าไป
มันก็ช่วยพรางผิวไปอีกระดับทำให้แค่การลงซีซี+แป้งฝุ่นก็ให้ผิวดูดูเนี้ยบได้
ตัวซีซีช่วยเรื่องกระจายแสงใช้ได้เลยซึ่งส่งผลให้เวลาออกแสง
พวกรอยกระดูจางลงแม้ไม่ได้ปกปิดจนมิด
ผิวโดยรวมดูนัวผ่องสวยมากแต่ถ้ามาเพิ่งดีๆก็จะเห็นรอยกระจางๆ

ส่วนตัวเค้าผิวแห้งใช้ซีซีเดี่ยวๆตามด้วยแป้งฝุ่นสัมผัสได้ว่าไม่ทำให้หน้าแห้ง
ไม่ไปเพิ่มความมันให้ผิวเพราะเป็นสูตรปราศจากน้ำมันแต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องคุมมัน
เพราะบริเวณ T-Zone เค้าก็มีน้ำมันออกมาเล็กน้อยตามปกติ
ส่วนเรื่องติดทนเค้าเองแต่งหน้ารอบเดียวไม่ซับไม่เติมอยู่แล้ว
ตัวนี้ก็ถือว่าติดทนในระดับดีอยู่ได้ยาวยันค่ำโดยหลุดจากผิวและสีไม่ดรอปลงระหว่างวัน
แต่ถ้าคนผิวมันอาจจะต้องซับหน้าระหว่างวันนิดหน่อยเนอะเพราะไม่ค่อยช่วยเรื่องความมันจ้า



สรุปความรู้สึกหลังลองใช้ Artistry Ideal Radiance 
Illuminating CC Cream SPF 50 UVA/UVB PA+++

เค้าว่าตัวนี้เหมาะกับคนที่ต้องการลุคผิวที่ดูบางเบาเป็นธรรมชาติ
ที่ไม่ได้เน้นการปกปิด มีข้อดีคือเนื้อซีซีที่เกลี่ยได้ง่ายไม่ต้องใช้สกิลเท่าไหร่
ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอดูไบร์ทขึ้นทันที ลดรอยแดงบนหน้าได้ดีเลย
เอาว่าวันที่อยากโชว์ผิวทาตัวนี้เดี่ยวๆตามด้วยแป้งฝุ่นจะเวิร์คมาก
แต่ก็สามารถใช้เทคนิคที่บอกไว้ด้านบนในการเพิ่มการปกปิดแต่ระดับได้เช่นกันค่ะ

อย่างไรก็ตามเบสเมคอัพเป็นอะไรที่เฉพาะคนจริงๆ
พื้นฐานสภาพผิว การใช้สกินแคร์ การทากันแดด สภาพแวดล้อม/อากาศที่อยู่
ทุกปัจจัยส่งผลต่อผลลัพธ์ของการใช้เบสเมคอัพทั้งสิ้น
ดังนั้นจึงอยากให้ได้ไปลองเองก่อนทำการตัดสินใจเลือกซื้อจ้า

แถมท้ายให้แม้ว่าซีซีตัวนี้จะมีสารกันแดดใส่มาถึง
SPF 50 UVA/UVB PA+++
แต่อย่าลืมว่าเราทาซีซีทั่วหน้าในปริมาณที่น้อยมากกกกก
ดังนั้นประสิทธิภาพในการกันแดดมันช่วยได้เพียงเล็กน้อย
จึงแนะนำให้ทากันแดดหลังทาสกินแคร์ทุกครั้งแล้วจึงลงเมคอัพ
ซึ่งต้องทากันแดดให้ได้ปริมาณที่เพียงพอที่จะกันแดดได้จริงด้วย
อย่างใบหน้าคือประมาณหนึ่งเหรียญสิบ หรือบีบออกมาสองข้อนิ้ว
อยากมีผิวกระจ่างใสต้องเริ่มจากการปกป้องผิวที่ดีนะจ๊ะ

----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by ARTISTRY THAILAND




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 6 มีนาคม 2558 20:05:08 น.  

Review : NARS All Day Luminous Weightless Foundation หยดเดียว บางเบา ปกปิด ติดทน!



 สวัสดีค่าสาวๆบล็อคนี้เตรียมกรี้ดกันเลยสำหรับชาว NARS Lover Smiley
เพราะเค้ามีรองพื้นสูตรใหม่ล่าสุดจาก NARS มารีวิวยั่วกิเลสให้ชมกัน
กับคุณสมบัติที่เค้าเคลมมาเว่อร์วังว่าแค่หยดเดียวสามารถใช้ได้ทั่วใบหน้า
เนื้อบางเบาไร้น้ำหนัก ปกปิด และติดทนนานถึง 16 ชั่วโมง แค่ฟังก็เคลิ้มละเนอะ อิอิ
อยากรู้จักรองพื้นสูตรใหม่กันแล้วใช่ไหมค้า ไปชมกันเลย! Smiley



NARS All Day Luminous 
Weightless Foundation

ขนาด 30 ml ราคา 1,850 บาท

สถานที่จำหน่าย : เคาท์เตอร์ NARS ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปเลยค่า

-----------------------------------------------------------------------

คำเคลมจากแบรนด์......

รองพื้นสูตรใหม่ปราศจากน้ำมันใช้เพียงหยดเดียวทั่วใบหน้า เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท
ติดทนนานด้วยคุณสมบัติที่ให้การปกปิดอย่างเต็มที่ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง
โดยให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ผ่านเนื้อสัมผัสบางเบาไร้น้ำหนักให้ผิวได้หายใจ
โดยมีเฉดสีให้เลือกมากถึง 12 เฉดที่คัดมาสำหรับสาวเอเชียโดยเฉพาะ!

ด้วยนวัตกรรม Weightless Long-wear Technology เป็นเม็ดสีแบบโพลีเมอร์
ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงทำให้เนื้อรองพื้นสามารถเคลื่อนไหวไปตามการขยับเขยื้อนของผิวหน้า
มีคุณสมบัติในการกันเหงื่อ กันน้ำ จึงติดทนนาน และช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นของผิวอีกด้วย

และ Even Tone Technology วิทยาการปรับแต่งโทนสีผิวให้ดูนวลเนียนสม่ำเสมอ
ช่วยลดเลือนอำพรางรอยแดง, ความหมองคล้ำ และจุดด่างดำ
ด้วยอณูเม็ดสี สีเขียวและสีทอง (Green and Gold Pigment) ที่ผสมอยู่
ช่วยสะท้อนแสงตกกระทบ และกระจายตัวออกไป โดยเป็นเม็ดสีแบบโปร่งแสง
จึงช่วยให้ผิวดูเนียนสวยขึ้นแบบเป็นธรรมชาติดูไม่หนาไม่โบ๊ะ



บรรจุภัณฑ์สวยงามเลอค่ามากกกกเจ้ปลื้ม Smiley เป็นขวดแก้วผิวขุ่น
ออกแบบโดยฟาเบียน บารอน แห่งบริษัท Baron&Baron ประจำกรุงนิวยอร์ค 
มาพร้อมหัวปั๊มใช้งานง่ายเพราะเค้าแนะนำว่ากดปั๊มเดียวเพียงหนึ่งหยดก็ทาได้ทั่วใบหน้า!



จำนวนเฉดสีในเอเชีย มีให้เลือกทั้งหมด 12 เฉดสี  ได้แก่...
(ตามภาพเรียงจากซ้าย-ขวา บน-ล่าง)

SIBERIA  ผิวขาว ขาวอมชมพู
MONT BLANC  สำหรับผิวขาว โทนชมพู
GOBI  สำหรับผิวขาว โทนเหลือง
DEAUVILLE  สำหรับผิวขาว ในโทนชมพูอมเหลือง
CEYLAND  สำหรับผิวขาวปานกลาง โทนเหลือง
PUNJAB  สำหรับผิวขาวหรือขาวปานกลาง โทนชมพูหรือชมพูส้ม
VALLAURIS  สำหรับผิวขาวปานกลาง โทนชมพู
FIJI  สำหรับผิวขาวปานกลาง โทนเหลือง สำหรับสาวเอเชีย
SANTA FE  สำหรับผิวสองสี โทนชมพูหรือชมพูส้ม
BARCELONA  สำหรับผิวสองสี ผิวแทน โทนเหลือง
STROMBOLI  สำหรับผิวสองสีถึงผิวค่อนข้างคล้ำ โทนเหลือง
SYRACUSE  สำหรับผิวค่อนข้างคล้ำ โทนเหลือง



แต่เค้านำมารีวิวให้ชมทั้งหมด 3 เฉด
เป็น โทนสีกลุ่ม LIGHT เอาใจสาวโทนผิวค่อนข้างขาวนิดนึงน้า

LIGHT 1 : SIBERIA  ผิวขาว ขาวอมชมพู 
(แต่ของจริงเค้าว่ามันออกโทนเหลืองนะ)

LIGHT 2 : MONT BLANC  สำหรับผิวขาว โทนชมพู

LIGHT 3 : GOBI  สำหรับผิวขาว โทนเหลือง



เทคนิคการเลือกโทนสีแนะนำให้เทสบนผิวหน้านะฮะ
เพราะหลายคนป้ายเทสกะท้องแขนแต่แหม่สีแขนกะหน้ามันก็ไม่เหมือนกันอ่านะ
จุดที่เวิร์คสุดในการเทสสีคือบริเวณกราม เพราะเป็นรอยต่อระหว่างหน้าและคอ
เลือกสีที่ดูกลมกลืนทั้งสีผิวหน้าและสีผิวคอที่สุดเวลาทาแล้วหน้าจะได้ไม่ลอยไม่หลอกตาฮะ

รองพื้นรุ่นนี้กดออกมาสีจะดูค่อนข้างขาวต้องเกลี่ยให้กลืนผิวแล้วทิ้งให้แห้งก่อน
ด้วยความที่เม็ดสีเป็นแบบโปร่งแสงจึงจะกลมกลืนกับสีผิวเราได้เนียนสนิท
แต่ในภาพนี้เค้าปาดหนาหน่อยให้ขึ้นเป็นแถบและไม่ได้ทิ้งให้แห้งจะได้เทียบสีได้เน่อ


ส่วนตัวเค้าใช้กล้อมแกล้มได้หมดทั้ง 3 สี แต่ LIGHT 1 จะขาวเกินผิวไปนิด
LIGHT 2 จะชมพูกว่าผิวไปหน่อย และ LIGHT 3 ก็เหลืองกว่าผิว นี่ผิวเรามีปัญหาชิมิ555
คือเค้าลองแล้วเบอร์ 1 กับ 2 ทาทั้งหน้านวลเนียนดีไม่มีปัญหา แต่ 3 จะออกเหลืองชัดไปหน่อย
เลยแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการผสมสีที่เข้ากับตัวเอง ใครมีปัญหาเรื่องสีผิวไม่ต้องคิดมาก
ลองเอารองพื้นต่างเฉดมาผสมกันดูจะได้โทนผิวที่ตรงกับตัวเองมากขึ้นจ้า



สูตรที่ใช่สำหรับเค้าที่สุดคือเอาเบอร์ LIGHT 2 : MONT BLANC กดมาเกือบหนึ่งหยด
แล้วผสมด้วย LIGHT 1 : SYBERIA ลงไปนิดนึง อัตราส่วนประมาณ 3 : 1 
จะได้โทนที่ไม่เหลืองและไม่ชมพูมากไปเป็นสีกลางๆกลืนกะผิวเป๊ะฮะ

รองพื้นไม่มีกลิ่นเนื้อเป็นแบบฟลูอิดเหลวๆแต่มีความหนืดของเท็กซ์เจอร์นิดนึง
เป็นฟิลที่แปลกดีเพราะเป็นเนื้อแบบโพลิเมอร์ที่แห้งไว
การใช้จึงแนะนำให้ค่อยๆแบ่งปาดไปทีละจุดอย่าแต้มทั่วหน้าแล้วเกลี่ย
เพราะเนื้อจะแห้งสนิทลงไปบนผิวไวมากทำให้เกลี่ยไม่ทันจ้า



ดูกันชัดๆเทียบผิวเปลือยเปล่ากับผิวที่ลงรองพื้น
NARS All Day Luminous Weightless Foundation
สี LIGHT 1 : SYBERIA ผสม LIGHT 2 : MONT BLANC
สีเนียนกลืนผิวสุดๆผิวดูเนียนเรียบเสมอกันเท็กซ์เจอร์ผิวฉ่ำนิดๆกำลังงาม
ตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันจึงสบายใจได้สาวผิวมันมิต้องกลัวเยิ้มฮะ
ระดับการปกปิดปานกลางถึงค่อนข้างมากแต่ก็ไม่ได้มิดหมดซะทีเดียว
แต่เค้าชอบปกปิดประมาณนี้มากกว่านะเพราะผิวจะดูเป็นธรรมชาติกว่า
ลองเทียบความสามารถในการปกปิดจากรอยกระและรอยเส้นเลือดข้างแก้มได้จ้า


เทคนิคการใช้ในแบบของ Mhunoiii

- เขย่าขวดก่อนใช้ เพื่อให้เนื้อรองพื้นเข้ากันเป็นเนื้อเดียวก่อน

- กดออกมาหนึ่งหยด (ปั๊มเดียว) เค้าชอบกดใส่หลังมือ
แล้ววอร์มเนื้อรองพื้นโดยถูวนเบาๆด้วยปลายนิ้ว
เพื่อให้อุณหภูมิของมือเราช่วยให้เม็ดสีในรองพื้นกลืนกันดีขึ้น

- แต้มในจุดที่ต้องการจะทาทีละจุด อย่าแต้มทั่วหน้าเพราะรองพื้นแห้งไว

- เมื่อแต้มแล้วให้รีบเกลี่ยส่วนตัวเค้าว่ารองพื้นตัวนี้ใช้มือทาเวิร์คสุดๆ
เพราะอุณภูมิผิวจะช่วยให้รองพื้นเบลนเข้ากับผิวเราง่ายสุด

- เทคนิคคือให้ใช้ปลายนิ้วปาดเป็นสโตรคสั้นๆโดยปาดเร็วๆไปในทิศทางเดียวกัน
อย่าปาดมั่วๆวนไปวนมารองพื้นจะไม่ติดผิวและติดผิวไม่เสมอกันจะดูเป็นคราบๆ
เพราะเนื้อแบบโพลีเมอร์จะมีความหนืดกว่าเนื้อลิขวิดปกติ
และเนื้อแห้งไวยึดเกาะบนผิวทันทีที่ทาจึงติดทนนานตลอดวัน

- การกดแท็บๆเหมือนที่ทาปกติจะทำให้รองพื้นไม่ค่อยติดผิว
และกระจายบนผิวไม่สม่ำเสมอจะทำให้ดูเป็นคราบได้
โดยแนะนำให้ทาเป็นเลเยอร์บางๆ ถ้าจุดไหนต้องการการปกปิดเพิ่ม
ค่อยแต้มรองพื้นเพิ่มแล้วปาดสั้นๆเช่นกัน



ทาทั่วหน้านวลเนียนสวยงามแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์
ด้วยคู่ขวัญ สี LIGHT 1 : SYBERIA ผสม LIGHT 2 : MONT BLANC



สำหรับเค้าผิวค่อนข้างแห้งแต่จะมีการใช้แป้งฝุ่นร่วมด้วยนิดหน่อย
ซึ่งเทคนี้สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวเลยโดยเฉพาะผิวมัน-ผิวผสม
คือการ ลงแป้งฝุ่นในบริเวณ T-Zone เพราะเป็นจุดที่ผิวมันมากสุด
เทคนิคคือ ลงแป้งบริเวณคิ้วและรอบคิ้วด้วยจะทำให้เขียนคิ้วติดง่ายและทนนานขึ้น
และปัดบางๆตรงกรอบหน้าบริเวณไรผม เพื่อให้ไม่รู้สึกเหนอะหนะ

แป้งฝุ่นที่เค้าใช้ในลุคนี้คือแป้งฝุ่นเนื้อบางเบารุ่นใหม่
 NARS Soft Velvet Loose Powder (ราคา 1,450 บาท) 
เป็นแป้งฝุ่นที่มีเฉดสีให้เลือกเยอะมาก 8 เฉดสี
เค้าใช้สี Flesh ที่อมชมพูนิดๆช่วยปรับผิวขาวเหลืองให้ดูผ่องขึ้น
เนื้อแป้งแน่นดีแต่ปัดแล้วบางเบาสบายผิวสีนี้ดีงามขับผิวให้ผ่องดี
คุณสมบัติคือให้ความชุ่มชื่นและคุมมันไปด้วย
แต่เค้าเองผิวแห้งไม่รู้คุมมันได้ดีแค่ไหนแต่ที่ชอบคือไม่ทำให้ผิวดูแห้งจ้า



BEFORE & AFTER
หลังจากไปแต่งหน้าลงสีสันมาเรียบร้อยแล้ว
จะเห็นว่าพอสีเซ็ตตัวจะกลมกลืนผิวมากกกก
พรางรอยกระรอยเส้นเลือดได้ดีดูไม่หนาจริงสมคำเคลม
ผิวที่ได้จะดูไม่แมทท์และไม่ฉ่ำดูนวลๆกลางๆ
แต่ในลุคหลังแต่งหน้าเค้าปัดไฮไลท์เน่อเลยดูฉ่ำวาวเชียว
ก็ผิวแห้งอ่าเนอะแต่งแมทท์มันไม่เกิดจริงๆ



FINISH LOOK
ผิวดูดีงามจริงๆแต่จะค่อนไปทางแมทท์มากว่าฉ่ำ
ถ้าใครผิวแห้งแบบเค้าอยากได้ลุคฉ่ำต้องปัดไฮไลท์ช่วยหน่อยฮะ
แต่ถ้าใครผิวมันเค้าว่ามันฉ่ำนี้ดๆๆๆกำลังดียิ่งระหว่างวัน
พอผิวเริ่มมีน้ำมันหน่อยๆจะกำลังสวย ผิวจะดูเป็นธรรมชาติมาก



ภาพนี้ถ่ายเมื่อสองวันก่อนถ่ายรีวิวคือลองเทสรองพื้นตัวนี้แบบเต็มวัน
แต่งหน้าตั้งแต่แปดโมงเช้ายันเที่ยงคืน 16 ชั่วโมงเป๊ะตามที่เค้าเคลมเรื่องติดทน
เค้าเองเป็นคนผิวไม่ได้แห้งเว่อร์และไม่มีความมันแต่งหน้ารอบเดียวจบไม่ซับไม่เติมระหว่างวัน
จะเห็นว่าครบ 16 ชั่วโมงหน้ายังเป๊ะอยู่ โดยทีโซนจะดูมันขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ได้เยิ้ม
ที่ชอบคือไม่มีจุดไหนที่รองพื้นหลุดหรือเป็นคราบ ดังนั้นในเรื่องติดทนสำหรับเค้าผ่านจ้า
อ้อที่ชอบอีกอย่างคือพอสีรองพื้นเซ็ตตัวกลืนผิวแล้วระหว่างวันสีไม่ดรอปเน่อนัวยันค่ำ



สรุปความรู้สึกเมื่อได้ทดลองใช้

จุดเด่นที่เป็นจุดขายคือเนื้อรองพื้นที่บางเบาแต่ปกปิดได้ค่อนข้างดีเลย
ไม่จำเป็นต้องทาหนาๆแต่ผิวก็ดูกริบได้โดยยังให้ผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ
คุณสมบัติเรื่องติดทนก็สมคำเคลมแต่ใครผิวมันมากอาจจะทนน้อยกว่าเค้านิด
ยืดหยุ่นตามผิวได้ดีไม่ค่อยตกตามพวกร่องแก้มหรือร่อยปีกจมูก
แต่แอบแนะนำว่าคนผิวแห้งแบบเค้าควรบำรุงผิวให้ชุ่มๆฉ่ำๆก่อนจะดีกว่า
เพราะเนื้อค่อนข้างแห้งไวมากและไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน
จึงทำให้เกลี่ยยากและระหว่างวันผิวอาจจะดูแห้งได้ถ้าบำรุงผิวมาไม่ดี

ข้อตินิดนึงคือลักษณะเนื้อที่แห้งไวจึงต้องใช้สกิลในการทาซักหน่อย
ต้องรีบปาดโดยปาดสโตรคสั้นๆไวๆไปในทิศทางเดียวกัน
ถ้าเกลี่ยแบบวนไปวนมามันจะไม่เนียนเรียบและดูเป็นคราบๆฮะ
และด้วยลักษณะเนื้อโพลีเมอร์อาจจะต้องแมทช์กับกันแดดดีๆ
กันแดดบางชนิดอาจะทำให้เมื่อทารองพื้นตามแล้วขึ้นเป็นคราบเป็นขุยได้จ้า

------------------------------------------------------------------------------------

MHUNOIII'S SCORE 
(คะแนนเต็ม 5 คะแนน)

เนียนเรียบ 4.75/5
บางเบา 5/5
ปกปิด 4/5
ติดทน 4.5/5
ชุ่มชื่น 3.5/5
คุมมัน <<< ตอบให้มิได้เค้าผิวแห้งฮะ
เกลี่ยง่าย 3/5
ยืดหยุ่นตามผิว 4/5
เฉดสีหลากหลาย 4.5/5
ราคา 3.5/5

คะแนนความพอใจโดยรวม = 4.25/5
หักคะแนนในจุดของเนื้อค่อนข้างแห้งจึงเหมาะกับคนผิวมันมากกว่าจ้า

------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by NARS Thailand




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2558 0:11:47 น.  

Review [Video] : เครื่องสำอางออแกนิคเอาใจสาวผิวแพ้ง่าย Vowda แป้งจากเม็ดบัว & บลัชออนจากสีธรรมชาติ


Vowda Lotus Compact Powder 950 บาท
Vowda Eco Blush On 450 บาท
มีจำหน่ายที่ www.vowdacosmetic.com จ้า




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2558 23:37:52 น.  

Review : แป้งผสมรองพื้น 3 รุ่น จาก Bisous Bisous [Love Blossom / Miracle White / The White Queen]



 สวัสดีค่าบล็อคนี้มีรีวิวมาฝากกันเอาใจสาวก BISOUS BISOUS
กับแป้งผสมรองพื้นสามสูตรดังของเค้า ได้แก่.............

Smiley Love Blossom Brightening Foundation Powder
Smiley Miracle White Arbutin Peptide Vitamin C
Smiley The White Queen Glutathione Powder Pact SPF27 PA++

ราคาเท่ากันทั้ง 3 รุ่น คือ ตลับละ 1,095 บาท
หาซื้อได้ที่เคาท์เตอร์ BISOUS BISOUS ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
ดูสาขาได้ที่มีเคาท์เตอร์ได้ที่ >>>CLICK<<< ค่า
หรือสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.bisousbisousthailand.com/




ตลับฟุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งมากเป็นรูปดอกไม้สไตล์หวานๆ
ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีสีและจี้ที่ห้อยต่างกัน
เค้าชอบจี้มงกุฎของรุ่น Miracle White ตลับม่วงน่ารักเน้อ



แต่ละรุ่นจะมีสีให้เลือก 2 เฉดสี คือ 
เบอร์ 1 สำหรับผิวขาว (แถวบน) และ เบอร์ 2 สำหรับผิวสองสี (แถวล่าง)
แต่ด้วยความที่เป็นแป้งจากเกาหลีสีอาจจะค่อนข้างขาวหน่อยน้า



แม้จะมีให้เลือก 2 เฉดสีเหมือนกัน
แต่แป้งแต่ละรุ่นเฉดสีจะแตกต่างกันเล็กน้อยค่ะ



ปาดเทียบเฉดสีทั้ง 3 รุ่น 6 เฉดสี
ในภาพเค้าปาดหนาเพื่อให้เห็นสีเลยดูค่อนข้างขาวโดด
แต่เวลาทาบนหน้าจริงไม่ได้ปาดหนาขนาดนี้สีจะดูกลืนกับผิว
ส่วนตัวเค้าเองใช้เบอร์ 1 ของทุกรุ่นเวลาสีเซ็ตตัวจะกลืนผิวพอดี
เทียบทั้งสามรุ่น รุ่น The White Queen (ขวาสุด) โทนสีจะสว่างกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อยจ้า

สำหรับการเลือกสีแป้งอยากแนะนำให้ไปลองเทสสีจริงจะดีที่สุด
โดยลองปาดตรงช่วงกราม โดยเลือกให้สีกลืนทั้งผิวหน้าและสีผิวคอ
เวลาใช้หน้าจะได้ดูไม่ลอยออกมาจากสีคอจ้า

---------------------------------------------------------------------------

มาดูคุณสมบัติแต่ละรุ่นกันค่ะ



BISOUS BISOUS Love Blossom 
Brightening Foundation Powder

ตลับละ 1,095 บาท

----------------------------------------------------

คุณสมบัติตามคำเคลมของแบรนด์

 แป้งผสมรองพื้นสูตรเฉพาะจากเกาหลีที่สัมผัสบางเบาแต่ปกปิด คุมความมัน 
พร้อมส่วนผสมบำรุงของวิตามินซี และคอลลาเจนช่วยให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใส
แป้งเนื้อเนียนมาในตลับดอกไม้สีโอลด์โรส ซิกเนเจอร์ของบีซู บีซู



เทียบสีเบอร์ 1 และเบอร์ 2 
รุ่นนี้สีจะอันเดอร์โทนเหลืองเข้ากับผิวสาวไทย



เทียบ BEFORE & AFTER
ก่อนและหลังลงแป้งรุ่น Love Blossom

Smiley รุ่นนี้เป็นแป้งผสมรองพื้นรุ่นแรกสุดของ BISOUS BISOUS 
ที่ขอบอกว่าเป็นรุ่นที่เค้าชอบมากที่สุด เป็นหนึ่งในแป้งไม่กี่อันที่ใช้หมดตลับ
เพราะเนื้อแป้งเนียนนุ่มมากกกให้ฟิลครีมมี่เล็กๆ ปาดแล้วกลืนไปกับผิวได้ดี
ให้ความชุ่มชื่นได้ดีเลยเพราะมีส่วนผสมของคอลลาเจน ผิวแห้งแบบเค้าเลิฟๆ Smiley

เท็กซ์เจอร์แป้งไม่แมทท์เกินไปเวลาเซ็ตตัวแล้วจะฉ่ำนิดๆ
(แต่ในภาพทาแล้วถ่ายทันทีเลยดูค่อนข้างแมทท์เน่อ)
ให้การปกปิดปานกลางค่อนไปทางมากคือแทบไม่เห็นกระแต่ยังคงดูเป็นธรรมชาติ
เค้าใช้สีเบอร์ 1 ขาวอันเดอร์โทนเหลือง สีกลมกลืนผิวเป๊ะมาก



ภาพนี้ชัดเลยดูสีผิวด้านที่ทาและไม่ทาแป้งคือใกล้เคียงกันมากกก
แต่ด้านที่ทาผิวจะดูเนียนขึ้นแทบไม่เห็นรอยกระที่โหนกแก้ม
รอยคล้ำใต้ตาก็ดูจางลงแต่ยังปิดได้ไม่มิดซะทีเดียว
อยากได้กริบๆลงคอนซีลเลอร์ก่อนบางๆแล้วค่อยทับด้วยแป้งจ้า

-------------------------------------------------------------------------------



BISOUS BISOUS Miracle White
Arbutin Peptide Vitamin C

ตลับละ 1,095 บาท

----------------------------------------------------

คุณสมบัติตามคำเคลมของแบรนด์

แป้งผสมรองพื้นที่ผสานการบำรุงผิวให้กระจ่างใส
ด้วยทรีโอ ไวท์เทนนิ่ง จากสาร Arbutin, Peptide และ Vitamin C 
ที่สกัดจากพืชผลไม้ที่ตรงเข้าเพิ่มความสดใสและความเรียบเนียนแก่ผิวทันทีที่ใช้



เทียบสีเบอร์ 1 และเบอร์ 2 
รุ่นนี้สีจะอันเดอร์โทนเหลืองเหมือนรุ่น Love Blossom
แต่โทนสีทั้งสองเบอร์จะเข้มกว่ารุ่นแรกเล็กน้อย



เทียบ BEFORE & AFTER
ก่อนและหลังลงแป้งรุ่น Miracle White

Smiley แป้งรุ่นนี้เน้นความเป็นไวท์เทนนิ่งมากขึ้นด้วยอาร์บูตินและเปปไทด์
โดยยังคงส่วนผสมของวิตามินซีไว้เหมือนเดิม
โดยส่วนตัวเค้าว่ารุ่นนี้เนื้อจะไม่ชุ่มมากเท่ารุ่นแรก
เนื้อแป้งเนียนพอกันแต่แห้งแมทท์กว่าคนผิวมันน่าจะปลื้ม

ระดับการปกปิดปานกลาง ช่วยพรางรอยกระได้แต่ยังเห็นอยู่จางๆ
ระดับการปกปิดน้อยกว่ารุ่น Love Blossom
เหมาะกับคนที่ไม่เน้นการปกปิดต้องการลุคใสๆ และผิวค่อนข้างมัน



เทียบระดับการปกปิดจะเห็นว่าปิดบางเบา
แต่ดูโดยรวมเมื่อทาทั่วหน้าผิวก็ดูเนียนใสเท่ากันดี
เค้าผิวแห้งใช้สูตรนี้จะรู้สึกถึงความแมทท์ได้ชัดเจน
คนผิวมันใช้ได้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าผิวแห้งแนะนำให้บำรุงผิวให้ชุ่มชื่นก่อน
ไม่งั้นเวลาลงแป้งแล้วจะรู้สึกว่าเป็นคราบได้จ้า

-------------------------------------------------------------------------------



BISOUS BISOUS The White Queen 
Glutathione Powder Pact SPF27 PA++

ตลับละ 1,095 บาท

----------------------------------------------------

คุณสมบัติตามคำเคลมของแบรนด์

แป้งผสมรองพื้นสูตรบางเบา แต่ให้การปกปิดถึงขีดสุด 
พร้อมควบคุมความมัน เพื่อผิวขาว กระจ่างใสตลอดวัน
ผสานประสิทธิภาพจากการบำรุงของ Licorice Extract 
ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส 
ไม่ให้ไปสร้างเม็ดสีเมลานินช่วยลดการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ดี 
และ Glutathione ที่ช่วยบำรุงให้ผิวขาวกระจ่างใส
พร้อม SPF27 ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB 



เทียบสีเบอร์ 1 และเบอร์ 2 
เทียบทั้งหมด 3 รุ่น รุ่นนี้โทนสีจะขาวสุด สว่างกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย
และเป็นอันเดอร์โทนที่ติดชมพูเล็กน้อย
เหมาะกับคนที่ชอบหน้าแบบผ่องๆเด้งๆเน้นกระจ่างใส



เทียบ BEFORE & AFTER
ก่อนและหลังลงแป้งรุ่น The White Queen

Smiley แป้งรุ่นนี้เน้นความเป็นไวท์เทนนิ่งเหมือนรุ่น Miracle White
แต่เน้นความไบร์ทมากกว่า โดยสีแป้งจะสว่างกว่ารุ่นอื่น
และเน้นเพิ่มในเรื่องของคุณสมบัติควบคุมความมัน 

ระดับการปกปิดปานกลางถึงค่อนข้างมากแทบไม่เห็นรอยกระ
เค้าว่าปกปิดได้ดีในระดับพอๆกับรุ่น Love Blossom
โดยให้ความแมทท์พอๆกับรุ่น Miracle White
แต่เค้าผิวแห้งเลยตอบให้ไม่ได้ว่าอันไหนคุมมันดีกว่ากัน
คาดว่าน่าจะพอๆกันอ่าฮะ เพราะลักษณะเนื้อแป้งเนียนคล้ายกัน



รุ่นนี้ใช้แล้วหน้าดูผ่องสุดเพราะสีค่อนข้างสว่างและติดอันเดอร์โทนชมพูเล็กน้อย
ปกปิดได้ดีแต่ดูไม่หนา ถ้าต้องการลุคใสๆใช้แปรงปัดบางๆได้จ้า

-------------------------------------------------------------------------------



แถมเทคนิคการแต่งหน้าด้วยแป้งผสมรองพื้นให้ดูเนียนเป็นธรรมชาติ
เค้าผิวแห้งถ้าใช้แป้งเดี่ยวๆแป้งจะเซ็ตตัวกับผิวค่อนข้างช้าเพราะน้ำมันผิวน้อย
ดังนั้นจึงต้องเพิ่มน้ำมันผิวด้วยการบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นก่อนการลงเมคอัพ
ซึ่งจะช่วยให้เมคอัพติดผิวได้ง่ายขึ้นและติดทนสวยยาวนานตลอดวัน

วิธีการทาแป้งให้ดูสวยคือใช้แปรงปัดบางๆทั่วหน้า
จะช่วยให้แป้งกระจายตัวบนหน้าได้สม่ำเสมอและดูไม่หนา
ถ้าต้องการการปกปิดเพิ่ม ให้ใช้พัฟแตะแป้งบางๆ
แล้วค่อยๆปาดย้ำเป็นสโตรคสั้นๆในจุดที่ต้องการปกปิด

เทคนิคสุดท้ายคือหลังลงแป้งเรียบร้อยให้พ่นน้ำแร่ทั่วใบหน้าชุ่มๆ
เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว โดยจะรอให้น้ำแร่ค่อยๆแห้งเองด้วยการเป่าพัดลม
หรือจะใช้ทิชชูวางทั้งแผ่นแล้วกดซับเบาๆก็ได้
แป้งจะเซ็ตตัว เนื้อและสีของแป้งจะกลมกลืนกับผิวได้ไวขึ้น
ผิวจะดูฉ่ำเนียนเป็นธรรมชาติขึ้น ไม่ดูแห้งแมทท์เหมือนทาแป้งผสมรองพื้นเดี่ยวๆ
ส่วนคนผิวมันสามารถทาแป้งตามขั้นตอนปกติได้เลยไม่มีปัญหาจ้า



สรุปเปรียบเทียบแป้งผสมรองพื้น 3 รุ่นในความเห็นเค้า

การปกปิด : Love Blossom > The White Queen > Miracle White
ความชุ่มชื่น : Love Blossom > The White Queen > Miracle White
ความแมทท์ : The White Queen > Miracle White > Love Blossom
ควบคุมความมัน :  The White Queen = Miracle White > Love Blossom
ความกระจ่างใส : The White Queen > Love Blossom > Miracle White 

ผิวแห้ง เหมาะกับรุ่น Love Blossom
ผิวผสม - ผิวมัน เหมาะกับรุ่น Miracle White , The White Queen



หลังจากได้ลองทั้งสามรุ่นยังขอสรุปเหมือนเดิม
ว่าเค้าเลิฟรุ่นแรกคือ Love Blossom มากที่ซู้ดดด Smiley
เคยใช้หมดไปแล้วก่อนจะมีรุ่นอื่นออกมา พอได้มาลองอีกครั้งก็คงยังรักเดียวใจเดียว
เพราะเนื้อที่ชุ่มกว่ารุ่นอื่น ปกปิดได้มากกว่าจึงเหมาะกับทุกลุค
ทาบางๆด้วยแปรงก็ดูเป็นธรรมชาติ อยากปกปิดมากก็ใช้พัฟ
และโทนสีของเบอร์ 1 ก็เข้ากับผิวเค้าพอดี จึงชนะใจเค้าไปเลย

แต่ตามคุณสมบัติที่บอกไปก็หวังว่าจะเป็นแนวทางในการตัดสินใจ
เลือกแป้งรุ่นที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละคนดูเนอะ
หวังว่าบล็อคนี้จะเป็นประโยชน์ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าค่า


Smiley XOXO Smiley

--------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by BISOUS BISOUS Thailand




 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2558 14:21:36 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 433 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.