Group Blog
 
All blogs
 

Preview : ยาสีฟันลดคราบเหลืองและกลิ่นปากจากชากาแฟ Sparkle Coffee&Tea Drinkers’ Whitening Toothpaste


คอชาคอกาแฟทั้งหลายโปรดฟังทางนี้มีรีวิวไอเท็มเด็ดมาฝากกันจ้า
......นั่นคือยาสีฟันที่เกิดมาเพื่อคนรักชาและกาแฟอย่างแท้จริง!
กับ Sparkle Coffee & Tea Drinkers’ Whitening Toothpaste

-------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนจะไปชมรีวิวขอเม้าถึงปัญหาเรื่องฟันกันสักนิดนะฮะ
ปัญหาหลักของคนที่รักการดื่มชาและกาแฟนั่นคือคราบเหลืองที่ฟันเนอะ
เนื่องจากในชาและกาแฟมีความเป็นกรดอ่อนๆ รวมถึงมีสารแทนนิน
ที่ส่งผลทำให้ผิวฟันของเราผุกร่อนได้ง่ายขึ้น
ทำให้สีของชาและกาแฟเข้าไปจับกลายเป็นคราบเหลืองฝังแน่นที่ผิวฟัน
อีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือเรื่องของกลิ่นปากโดยเฉพาะกาแฟนี่ตัวดีเลย
แต่จะให้เลือกทานก็คงมิไหวเนอะ มาดูตัวช่วยของเราดีกว่า Smiley



Sparkle Coffee & Tea Drinkers’ 
Whitening Toothpaste
ยาสีฟันที่ช่วยลดคราบเหลืองและกลิ่นปาก จากการดื่มชา กาแฟ

 มีให้เลือก 2 ขนาด คือ

50 g. ราคา  85 บาท
90 g. ราคา 135 บาท

หาซื้อได้ที่ : Tesco, Big C, Watson’s, 
Home fresh Mart, Boots, Top’s
และห้างสรรพสินค้าและคลีนิคทันตกรรมทั่วไป



รายละเอียดผลิตภัณฑ์ตามคำเคลม

เป็นยาสีฟันสำหรับผู้ที่รักการดื่มชากาแฟโดยเฉพาะ 
เพราะช่วยขจัดและลดการสะสมของคราบเหลือง, คราบพลัค
และคราบต่างๆ ที่ฝังแน่นบนผิวฟันด้วยอนุภาคของ 
Micro White Silica ที่มีขนาดเล็ก และ PVP
ที่ช่วยสลายคราบเหลืองโดยไม่ทำลายเคลือบฟันและเหงือก 
และส่วนผสมของ CDX ที่ช่วยลดกลิ่นปาก
ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น มั่นใจได้ตลอดวัน

ซึ่งเค้ามีข้อมูลอ้างอิงว่าผ่านการทดสอบโดยทันตแพทย์
จากสถาบันวิจัย Dermscan Asia ประเทศฝรั่งเศส 
ว่าทำให้ฟันขาวจริง ช่วยขจัดคราบชา กาแฟ 
ซึ่งทดสอบกับผู้ชาย และผู้หญิงเอเชีย ที่มีการดื่มชา กาแฟ เป็นประจำ 
จำนวน 20 คน อายุ 18-37 ปี พบว่า 
- หลังการใช้ 2 สัปดาห์ 90%  ฟันขาวขึ้น
-19 คนจาก 20 คน  พบว่ามีความพึงพอใจว่าช่วยลดกลิ่นปากได้



รายละเอียดของส่วนผสมจะเห็นว่าไม่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
ซึ่งอันนี้เค้าชอบนะเพราะเค้าเป็นหนึ่งคนที่แพ้ฟลูออไรด์ใช้แล้วปากเบิร์น
ริมฝีปากจะลอกไม่จบไม่สิ้นช่วงที่ใช้ต่อเนื่องนี่ถึงขั้นเป็นตุ่มใสๆเรียกว่าพังขั้นสุด
ถ้าใครมีอาการปากลอกไม่หายลองปรับเปลี่ยนยาสีฟันแล้วสังเกตอาการดูนะฮะ

เพิ่มเติม......ลองหาบทความหลายๆอันอ่านดูระยะหลังๆการวิจัยมักพบว่า
ฟลูออไรด์ในยาสีฟันมักจะใช้เป็นโซเดียมฟลูออไรด์ซึ่งต้นทุนการผลิตค่อนข้างถูก
แต่ว่าเป็นฟลูออไรด์คนละตัวกับแคลเซียมฟลูออไรด์ที่อยู่ในผิวฟัน
ถ้าเผลอกลืนกินเข้าไปจะเกิดการสะสมและเกิดเป็นพิษต่อร่างกายได้
แถมการสะสมในระยะยาวจะทำให้เกิดภาวะฟันตกกระเป็นรอยกระดำกระด่างบนผิวฟันอีกด้วย
เอาว่าเป็นความสบายใจส่วนบุคคลเนอะเนอะเค้าเองใช้แล้วเยินเลยเลี่ยงอยู่แล้ว
ทำให้สามารถใช้ยาสีฟันของ Sparkle ได้ทุกสูตรฮะ

มาต่อกันด้วยเรื่องส่วนผสมที่เค้าเคลมมาคือ 
Micro White Silica , PVP และ CDX
ลองเทียบในส่วนผสมเค้าคาดเอาเองว่า 
Micro White Silica คือ Hydrated Silica
ส่วน PVP อันนี้มาตรงตัวเขียนในส่วนผสมว่าคือ PVP
น่าจะเป็นสารในกลุ่มที่ช่วยขัดฟันทำให้คราบเหลืองคราบพลัคหลุดออก
โดยจุดเด่นคือเป็นอนุภาคขนาดเล็กจึงเป็นการขัดอย่างอ่อนโยน
ไม่ทำลายเคลือบฟันและเหงือก
สุดท้ายสาร CDX ในส่วนผสมก็คือ Cyclodextrin
เป็นสารที่ช่วยลดการระเหยของกลิ่นและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
จึงสมคำเคลมว่าใส่มาเพื่อช่วยลดกลิ่นปาก ประกอบกับสารกลุ่ม Menthol 
ที่ช่วยให้รู้สึกว่าลมหายใจเย็นสดชื่นหลังใช้ทันทีค่ะ



หลอดเป็นพลาสติกเนื้อนิ่มสีขาวสามารถตัดหลอดเวลาใกล้จะหมดได้
ข้อดีอีกอย่างของแพ็คเกจจิ้งที่เค้าชอบคือฝาเป็นแบบปิด-เปิด
ทั้งหลอดไซส์เล็กและใหญ่ คือแบบใช้ง่ายกว่าฝาแบบหมุนมากกกกกอ้ะ 



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

ยาสีฟันเนื้อสีขาวเนียนละเอียด มีส่วนผสมของเม็ดบีทส์สีฟ้าเม็ดเล็กๆกระจายตัวอยู่
แต่เม็ดสีฟ้านี้เค้าลองถูวนๆมันจะละลายแล้วกลายเป็นเนื้อเดียวกับยาสีฟัน
ไม่ได้เป็นเม็ดแข็งๆที่จะไปขูดขีดผิวฟันแต่อย่างไรเน่อ มีกลิ่นหอมเมนทอลจางๆ 

เวลาแปรงบนฟันขึ้นฟองละเอียดปริมาณฟองปานกลางไม่เยอะมาก
รสชาติหวานนิดๆ ขณะที่แปรงจะรู้สึกถึงความเย็น
จากเมนทอลเพียงเล็กน้อยไม่เผ็ดไม่รู้สึกแสบปาก
ซึ่งเค้าชอบฟิลนี้นะไม่ชอบแบบเย็นรุนแรงเพราะใช้พวกเย็นมากๆทีไร
อาการปากเบิร์นตามมารังควานเรื่อยเลย แอบกระซิบให้อีกอย่าง
ใครมีปัญหาสิวที่คางไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใตก็ตาม
พวกเมนทอลในยาสีฟันนี่ตัวดีนะจ๊ะมันจะไปกระตุ้นให้สิวเห่อและระคายเคืองมากขึ้น
ถ้ายังติดฟิลแปรงแล้วเย็นๆก็ลองเลือกแบบที่เมนทอลไม่สูงมากดูเนอะสิวจะได้ดีขึ้น



ตามคำแนะนำของคุณหมอฟัน เราควรแปรงฟันขั้นต่ำครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
ค่อยๆแปรงไปให้ละเอียดทุกซี่โดยอย่าลืมแปรงที่คอฟันด้วยเพื่อให้เหงือกสะอาด
ไม่เป็นแหล่งสะสมของคราบอาหารที่เป็นสาเหตุของคราบพลัค
ใครที่มีปัญหาเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบยิ่งต้องแปรงนะจ๊ะ
เพราะเหงือกไม่แข็งแรงมีพวกจุลลินทรีย์สะสมอยู่มากจึงเกิดการอักเสบ
การแปรงไปถึงคอฟันจะช่วยให้เหงือกสะอาดลดการอักเสบ
แต่ก็ควรเลือกแปรงที่ขนไม่แข็งมากเกินไปจ้า

ส่วนตัวเค้าเคยฟอกสีฟันหนึ่งครั้งฟันจึงค่อนข้างขาว
ไม่ติดชานานๆกินทีกินแต่พวกชานม และไม่กินกาแฟเลยแม้แต่น้อย
เพราะเป็นคนเมากาแฟกินแล้วมึนๆง่วงๆประหลาดแท้555 น้ำอัดลมก็ทานน้อยมาก
ดังนั้นในเรื่องคราบบนผิวฟันจึงน้อยอยู่แล้วไม่สามารถเทียบบีฟอร์อาฟเตอร์ให้ได้เนอะ

เล่าแต่ได้ฟิลหลังแปรงว่าให้ความรู้สึกปากสะอาดดี
ผิวฟันหลังแปรงจะเกลี้ยงแบบลื่นๆ เหลือความเย็นสดชื่นเล็กน้อย
 ในเรื่องของกลิ่นปากแปรงก่อนนอนเช้ามากลิ่นก็ยังโอเคอยู่ฮะ



สรุป......เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของยาสีฟันที่ทำออกมาเพื่อคนรักชาและกาแฟโดยเฉพาะ
ซึ่งเค้าว่ามันก็เน้นการแก้ปัญหาตรงจุดดี แต่จะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน
ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดูแลตัวเองและพื้นสีฟันของแต่ละคนด้วยเนอะ

ถ้าใครเสพย์ติดต้องดื่มชา/กาแฟทุกวัน ทริกง่ายๆถ้าไม่สามารถแปรงฟันได้ทุกครั้ง
ก็คือควรบ้วนปากทุกครั้งหลังดื่มเพื่อลดการจับตัวของคราบเหลืองบนผิวฟัน
รวมถึงลดปัญหากลิ่นปากที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าทำได้แปรงฟันทุกครั้งก็จะดีสุดจ้า

เอาว่าโดยรวมราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบปริมาณ หาซื้อได้ง่าย
และฟิลหลังแปรงคือดี สะอาด สดชื่น ไม่แสบปาก ช่วยลดปัญหากลิ่นปากด้วย
ใครกำลังหาตัวช่วยในเครื่องลดคราบเหลืองก็จัดว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจจ้า

----------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Sparkle




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2558    
Last Update : 8 มิถุนายน 2558 3:15:09 น.  

Review : แป้งดินน้ำมัน Sola Bounce Shiny Pact SPF50 PA+++



เบสเมคอัพฮ็อตฮิตที่เป็นกระแสมาแรงสุดๆในช่วงนี้
คงหนีไม่พ้น "แป้งดินน้ำมัน" ที่มีเท็กซ์เจอร์ที่แปลกใหม่
เป็นแป้งแต่มีความยืดหยุ่นคล้ายดินน้ำมันจึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกกันนั่นเอง

บล็อคนี้เลยขออิงกระแสนำแป้งดินน้ำมันจากหนึ่งแบรนด์ดังของเกาหลี
มารีวิวให้ชมกันกับ Sola Bounce Shiny Pact SPF50 PA+++
จะน่าสนใจอย่างไรตามไปชมกันเลยจ้า



Sola Bounce Shiny Pact
SPF50 PA+++

-----------------------------------------------------------------------

แป้งทาหน้าผสมรองพื้นและมีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดด
ซึ่งช่วยให้การแต่งหน้าง่ายขึ้นจบครบในขั้นตอนเดียว
คือสามารถใช้แทนรองพื้นได้เลยเนื่องจากเค้าเคลมว่าให้การปกปิดด้วย

ขนาด 12 g ราคา 720 บาท
(เห็นมีโปรลดเหลือ 570 บาท อยู่เรื่อยๆลองเข้าไปเช็คดูนะฮะ)

หาซื้อได้ที่ : ร้าน Eve adnd Boy , ร้าน stardust shop
ตัวแทนจำหน่ายในอินเตอร์เน็ตและร้านเครื่องสำอางทั่วไป 
ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายที่ Tsuruha , Watsons และ Boots เร็วๆนี้จ้า

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปชมหรือสอบถามได้ที่




ตัวตลับที่มีวางจำหน่ายตอนนี้เป็นแบบรีฟิลนะฮะ
ลักษณะเป็นตลับพลาสติกอ่อนๆมาพร้อมกับพัฟ
ยังไม่มีไซส์ที่เป็นตลับจริงออกมา
แต่ถ้าใครใช้แป้งของ Sola รุ่น Primer Pressed Primer อยู่แล้ว
ตัวรีฟิลอันนี้สามารถนำไปใส่กับตลับแป้งได้ฮะ



พัฟที่ให้มาเป็นพัฟฟองน้ำสีขาวเนื้อแน่นมีความยืดหยุ่นดี
ฟองน้ำสองด้านเป็นเนื้อแบบเดียวกัน



คุณสมบัติตามคำเคลมด้านหลังกล่อง

เค้าบอกว่าเป็นแป้งที่ใช้เทคโนโลยี MCMC
(Moisture Consevation Membrane Coating)
ที่ช่วยให้ทั้งการปกปิดและทำให้ผิวดูโกลว์
มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติช่วยบำรุงผิวให้ผิวดูมีมิติ
ลุคผิวที่ได้หลังใช้จะเป็นได้ลุคซาตินโกลว์โดยที่ไม่แมทท์และไม่ฉ่ำจนเกินไป
เนื้อแป้งสามารถหลอมรวมเข้ากับผิวทำให้รู้สึกสบายไม่หนักหน้า
ไม่ดรอปไม่หมองและช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50 PA+++

***ผลิตในประเทศเกาหลีค่ะ

---------------------------------------------------------------------------

คุณสมบัติเพิ่มเติมจากคำเคลมของแบรนด์

- เนื้อแป้งมีความยืดหยุ่น ช่วยให้ปกปิดได้ดียิ่งขึ้น
- สวยในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องง้อรองพื้น 
- ควบคุมความมันได้นานกว่า 10 ชั่วโมง
- กันน้ำ กันเหงื่อ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเป็นคราบ
- ปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
- มีกันแดดสูงถึง SPF50 PA+++
- ปลอดภัย เพราะได้รับการรับรองจาก อย.



รายละเอียดส่วนผสม

สารกันแดดที่ใส่มาคือ Titanium Dioxide และ Zinc Oxide
นอกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นสารให้ความชุ่มชื่น และซิลิโคน 

***ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แต่มีพาราเบน



แป้งรุ่นนี้มีทั้งหมด 2 เฉดสีด้วยกันคือ 
#21 สำหรับผิวขาว
#23 สำหรับผิวสองสี
ในภาพที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันคือเบอร์ #21
เป็นเฉดที่เหมาะกับผิวขาว โทนสีกลางๆไม่เหลืองไม่ชมพู
สีในตลับอาจดูไม่ขาวมากแต่ปาดออกมาเค้าว่าแอบขาวมากเลยหล่ะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อแป้งคือจุดขายเลย....คือเนื้อที่มีความยืดหยุ่น
เหมือนเป็นแป้งที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์
กดแล้วยุบตัวได้หยุ่นๆเหมือนเรากดลงไปบนดินน้ำมัน
แต่เท็กซ์เจอร์ที่ติดมาจะเป็นแป้งแห้งๆที่ให้ความลื่นผิว
เค้าว่าเนื้ออยู่ตรงกลางระหว่างแป้งและครีมรองพื้นแบบตลับหล่ะ
กลิ่นเฉยๆแนวเครื่องสำอางทั่วไป ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมฮะ



วิธีการใช้คือใช้ร่วมกับพัฟที่เค้าให้มา
โดยปาดลงไปบนเนื้อแป้งเบาๆแค่พอให้แป้งติดหน้าพัฟ
ไม่ต้องกดแรงมากไม่งั้นพัฟจะขูดแป้งขึ้นมาเป็นก้อนๆ
ทำให้เกลี่ยบนหน้าได้ยากและเป็นคราบ



วิธีการทาในแบบของ Mhunoiii

อันนี้เป็นเทคนิคของเค้านะคือให้ใช้พัฟปาดแป้งขึ้นมาทีละน้อยๆ
แล้วเวลาปาดไปบนผิวให้ปาดลงไปเป็นสโตรคสั้นๆ
ใช้พัฟค่อยๆเบลนเนื้อแป้งให้ซึมเข้าไปกับผิว
ทาด้วยวิธีนี้บางๆให้ทั่วใบหน้า
แล้วค่อยมาปาดย้ำเพิ่มในจุดที่ต้องการปกปิด

ความรู้สึกเวลาทาจะก้ำกึ่งตอนสัมผัสผิวจะคล้ายทารองพื้น
แต่พอเกลี่ยแล้วจะแห้งแบบแป้งไม่เหลือความเหนอะบนผิว
ทำให้สามารถใช้ตัวนี้เดี่ยวๆเป็นขั้นตอนเดียวได้เลยไม่ต้องทาแป้งทับ



เปรียบเทียบผิวแบบชัดๆก่อนและหลังทา
โดยภาพ Before เค้าทาเค้าแค่ทาบำรุงตามด้วยกันแดด
ส่วน After คือลงด้วย Sola Bounce Shiny Pact อย่างเดียวเลย
ลุคผิวที่ได้ก็ตามคำเคลมอยู่นะคือเป็นแบบซาตินโกลว์
ดูนัวๆเนียนๆไม่ฉ่ำถึงขั้นดิวอี้และไม่ได้ดูแมทท์



เทียบแบบสองด้านซ้าย-ขวา
เรื่องเฉดสีที่เค้าใช้ #21 สำหรับผิวขาว
ตอนที่ปาดลงไปรู้สึกว่าขาวกว่าผิวไปสักนิด
แต่พอเริ่มเซ็ตตัวก็ดูกลมกลืนเข้ากะผิวใช้ได้



เทียบชัดๆในเรื่องของการปกปิดโดยสังเกตจากรอยกระ
จะเห็นได้ว่าปิดได้กลางๆช่วยให้ดูจางลงแต่ไม่ได้มิดจนไม่เห็นรอย
โดยเค้าทาสองรอบ รอบแรกบางๆทั่วหน้าแล้วทาย้ำเฉพาะตรงที่มีกระ
ผิวเค้าจัดเป็นผิวแห้งบริเวณที่ทาย้ำโดยเฉพาะที่เป็นกระเนื้อที่มีความนูน
จะเกิดการตกร่องเล็กน้อยต้องใช้พัฟค่อยๆเกลี่ยเบลน
ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ทาหนาเพื่อเน้นปกปิดมากเกินไป
เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นคราบระหว่างวันได้จ้า



จัดการปาดให้ทั่วหน้า แถมอีกเทคนิคนึงของเค้าให้
คือจะไม่ทาจนสุดกรอบหน้าเค้าจะเว้นกรอบหน้าไว้ประมาณหนึ่งนิ้ว
แล้วใช้พัฟเบลนเอา เพราะกรอบหน้าส่วนใหญ่ผิวจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องทาเพื่อปกปิดอะไร เบลนให้ฟุ้งๆออกไปจะดีกว่า
ทำให้ไม่เปลืองแป้งเพราะไม่ต้องทาลงมาถึงคอ
และได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติด้วย บริเวณกรอบหน้าจะไม่ขึ้นไปขอบ

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือเลือกสีให้ใกล้เคียงกับผิวเราให้มากที่สุดก่อนนะจ๊ะ
สีของหน้าและคอจะได้ดูกลมกลืนไปในทิศทางเดียวกันเนอะ



เทคนิคสุดท้ายสำหรับสาวผิวแห้ง
แม้ว่าแป้งดินน้ำมันตัวนี้จะมีส่วนผสมของมอยส์เจอร์แล้วก็ตาม
แต่ก็ยังมิเพียงพอสำหรับผิวแห้งๆแบบอิชั้น
ดังนั้นหลังทาจะรู้สึกว่าหน้าดูขาวๆลอยๆยังดูเป็นแป้งๆไปสักนิด
จะนั่งรอให้น้ำมันผิวผลิตแล้วค่อยไปเบลนให้เกิดการเซ็ตตัวก็นานเกิ๊น
ต้องรอให้ตกเย็นนู่นผิวเพิ่งจะสวย ดังนั้นเราจึงต้องการตัวช่วย
นั่นก็คือ "สเปร์ยน้ำแร่" นั่นเอง ฉีดๆพ่นๆลงไปชุ่มโชกตามชอบเลย
เค้าพ่นเสร็จแล้วทิ้งให้แห้งเองเลยไม่ต้องใช้ทิชชู่ซับออก 



ท๊าดา....และนี่คือผิวหลังฉ่ำไปด้วยน้ำแร่
ความดีงามคือหลังพ่นน้ำแร่พวกคราบแป้ง
ที่เหมือนจะตกร่องนิดๆในตอนแรกเนื่องจากการทาทับเพื่อเพิ่มการปกปิด
ถูกละลายและกลืนหายไปกับผิวเลย
ทำให้ได้ผิวที่ดูเนียนและฉ่ำเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ใครผิวแห้งลองใช้เทคนิคนี้กันดูนะฮะ เวิร์คจริงอะไรจริง! 



ความพอใจ

- เรื่องเนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นเนื้อที่ค่อนข้างแปลกใหม่ใช้แรกๆไม่ค่อยชิน
ถ้าปาดมากไปมันจะไม่ปกปิดแต่ทำให้เป็นคราบแทบ ดังนั้นอาจต้องหัดใช้สักนิด
แต่ถ้าเริ่มคล่องก็ใช้เวลาในการทาไม่มากนัก เหมาะกับวันเร่งด่วน
เพราะสามารถใช้ตัวนี้เดี่ยวๆแทบเบส รองพื้น แป้งฝุ่น ได้เลย
ถึงตัวนี้จะมีสารป้องกันแสงแดดผสมอยู่แต่ๆๆๆไม่สามารถใช้แทนกันแดดได้นะจ๊ะ
เพราะเราทาในปริมาณไม่ได้เยอะมากดังนั้นคุณสมบัติในการกันแดด
จึงไม่สามารถเทียบเท่าการทากันแดดเพียวๆได้ดังนั้นไม่อยากดำทากันแดดก่อนเน่อ

- เรื่องเฉดสี : อาจจะมีเฉดน้อยสักนิดแค่สองเฉดตามประสาแบรนด์เกาหลี
แต่เฉดที่เค้าลองเบอร์ 21 สำหรับผิวขาวก็เป็นโทนขาวที่ไปรอดกะคนไทยอยู่
ไม่ได้ติดอันเดอร์โทนชมพูมากเหมือนส่วนใหญ่ที่เจอ ส่วนตัวใช้สีนี้ได้ไม่มีปัญหาฮะ
หลังทาอาจจะดูขาวไปสักนิดแต่พอเซ็ตตัวสีจะค่อยๆกลืนกับผิว
คือไม่ทำให้หน้าดูลอยและไม่ได้ดรอปเพิ่มระหว่างวัน
แต่เรื่องการดรอปของสีมันอยู่ที่หลายปัจจัย พวกสกินแคร์หรือกันแดดที่ใช้ก็มีผล
ดังนั้นต้องลองสังเกตแล้วปรับเปลี่ยนลดปริมาณสกินแคร์กันแดดที่ใช้ดูเนอะ

- เรื่องคุณสมบัติ : ตามคำเคลมที่ว่าช่วยเรื่องปกปิดส่วนตัวเค้าว่าปิดได้ปานกลาง
จัดว่าปิดดีในระดับของแป้ง แต่ยังน้อยกว่ารองพื้น แต่ก็โอเคคือให้ลุคผิวที่ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่
ส่วนเรื่องคุมความมันอันนี้เค้าผิวแห้งตอบให้ไม่ได้เน่อว่าคุมดีไหม
แต่ถ้าคนผิวแห้งใช้ก็จัดว่าทำให้รู้สึกแห้งตอนทาเล็กน้อยต้องพ่นน้ำแร่ช่วย
กันน้ำกันเหงื่อไหมอันนี้ก็ไม่แน่ใจเพราะปกติแต่งหน้ารอบเดียวก็อยู่ทนได้ยันเย็น
แต่ข้อดีคือเนื้อแบบนี้ถ้าคนผิวมันระหว่างวันเอามาปาดเติมได้
เพราะสามารถเบลนให้เข้ากับเมคอัพเดิมง่ายๆได้ด้วยพัฟ
แต่ฝากไว้นิดว่าต้องเลือกสีให้เข้ากะผิวนะจ๊ะถ้าขาวกว่าผิวเวลาเติมหน้าจะลอยง่ายมาก

- เรื่องลุคผิวที่ได้ : จัดว่าสมคำเคลมอยู่นะเป็นลุคซาตินโกลว์
ผิวหลังทาดูเงานิดๆทำให้หน้าดูมีมิติดีและไม่ได้ฉ่ำเว่อร์คนผิวมันน่าจะรอดอยู่

สรุป......เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็วแบบทาตัวเดียวจบ!
ไม่เน้นการปกปิดมากนัก เน้นผิวที่ดูธรรมชาติ 
สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวโดยการปรับวิธีการตามผิวแต่ละแบบ
เช่นผิวมัน-ผิวผสมอาจใช้คู่กับไพร์เมอร์คุมมันเล็กน้อยตรงทีโซน
ผิวแห้งก็สามารถใช้คู่กับน้ำแร่แบบเค้าได้ฮะ



คะแนนความพอใจ Mhunoiii's Score
(เต็ม 5 คะแนน)

การปกปิด 3.5/5

ควบคุมความมัน/ติดทน 4/5
(ให้เรื่องติดทนเรื่องคุมมันไม่ทราบเพราะผิวแห้งจ้า)

ความเนียน 4/5

ความผ่องเด้ง 4.5/5

ความคุ้มค้าเมื่อเทียบกับราคา 4/5

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ
ที่กำลังหาข้อมูลในการตัดสินใจซื้ออยู่นะค้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า Smiley

---------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Sola




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2558    
Last Update : 3 มิถุนายน 2558 22:57:47 น.  

Review : L'Oreal UV PERFECT ADVANCED AQUA ESSENCE LONG UVA SPF 50+/ PA++++ บางเบา ไม่เหนอะ ไม่ว่อก

 สวัสดีค่าบล็อกนี้มีรีวิวไอเท็มเด็ดรับร้อนจาก ลอรีอัล ปารีส มาฝากกัน
กับกันแดดสูตรใหม่ล่าสุด ที่ขอบอกว่าคุณสมบัติและเท็กซ์เจอร์ดีงามมากกก
ในราคาที่จับต้องได้และหาซื้อง่ายสุดๆ ไปชมกันเลยจ้า Smiley



L'Oreal Paris UV Perfect Advanced Aqua Essence [HA]
Long UVA SPF 50+/ PA++++

----------------------------------------------------------------------------------

กันแดดเนื้อเอสเซนส์ บางเบาแบบน้ำ
ปกป้องผิวจากรังสียูวียาวนาน 12 ชั่วโมง

ขนาด 30 ml. ราคา 339 บาท

มีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วไปจ้า



คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ตามคำเคลม

ที่สุดของครีมกันแดดต้องปกป้อง LONG UVA
ปกป้องเหนือกว่าครีมกันแดดทั่วไป 15X บางเบาแบบน้ำ 
แต่เปี่ยมประสิทธิภาพล้ำหน้าไปอีกขั้นกับแอดวานซ์ แอนตี้-ยูวี 
ด้วย MexorylTM SX/XL สารกรองรังสียูวีลิขสิทธิ์เฉพาะของลอรีอัล ปารีส 
เพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยสารกรองแสงรังสี LONG UVA

ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีในแสงแดดต้นเหตุของจุดด่างดำ 
และริ้วรอยก่อนวัยอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสัมผัสที่บางเบาดุจน้ำ

อุดมด้วยสารในการลดเลือนริ้วรอยที่มีประสิทธิภาพ
ด้วยคุณค่าของ Adenosine และ Micronized [HA] ให้ความชุ่มชื้น 
ช่วยลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูเต่งตึง
ผสานแอนตี้ออกซิเดนท์ด้วย วิตามิน E และ Detoxyl 
ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะและฝุ่นควัน



รายละเอียดส่วนผสมแบบคร่าวๆ

ส่วนผสมในเชิงกันแดดสามารถปกป้องรังสี UV ได้เริ่ด
ปกป้องผิวได้ทั้งจากรังสี UVA และ UVB ครบถ้วน ด้วย....

Ethylhexyl Triazone <<< ป้องกัน UVB

Bis-Ethylhexyloxyphenol Methoxyphenyl Triazine 
(Tinosorb S) <<< ป้องกัน UVA & UVB

Diethylamino Hydroxybenzoyl Hexyl Benzoate <<< ป้องกัน Long UVA 

Titanium Dioxide <<< ป้องกัน UVA , Long UVA & UVB

Drometrizole TriSiloxane (Mexoryl® XL) <<< ป้องกัน UVA , Long UVA & UVB

สารกันแดดใส่มาแบบจัดเต็มแถมยังเป็นสารที่เสถียร
จึงสบายใจได้ในเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดดจ้า

นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวและให้ความชุ่มชื่น
อย่าง Adenosine ช่วยลดเลือนริ้วรอย 
Hydrolyzed Hyaluronic Acid [Micornize HA] ให้ความชุ่มชื่น
Tocopheryl Acetate หรือ Vitamin E ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
แต่พวกสารบำรุงอาจจะไม่ได้มีมาเยอะมากเพราะเค้าเน้นความเป็นกันแดดอ่าเนอะ

***มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และมีน้ำหอมจ้า



ขวดพลาสติกสีฟ้าทึบแสงปกป้องการเสื่อมได้ดี
และปลายหลอดขนาดเล็กทำให้กำหนดปริมาณในการใช้ได้ง่ายดีค่ะ



เนื้อและกลิ่น

เนื้อกันแดดสีขาวมีกลิ่นหอมอ่อนๆในสไตล์ ลอรีอัล ปารีส
ตามคำเคลมคือเป็นเนื้อเอสเซนส์แบบน้ำ
ซึ่งเวลาบีบมาจะมีความเหลว แต่พอเกลี่ยแล้วจะแตกตัวไปบนผิวง่ายมาก
เนื้อลื่นปรื้ด เกลี่ยง่ายสุดๆ ซึมผิวได้ดี ไม่มีสีเหลือบนผิวไม่ลอยไม่ว่อก
หลังทาไม่เหนียวเหนอะหนะแต่มีความหนึบผิวหลังทาเล็กน้อย 
เมื่อทาบนผิวจะรู้สึกเย็นๆผิวเล็กน้อย




ปริมาณในการทากันแดดที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ
ว่าเป็นปริมาณที่สามารถให้ประสิทธิภาพในการกันแดด
เท่ากับค่า SPF และ PA ที่แสดงอยู่บนผลิตภัณฑ์
คือ สำหรับใบหน้าไม่รวมคอใช้ประมาณ 1 ช้อนชา นะจ๊ะ!!!

หลายคนถึงขั้นอื้อหือเพราะคนไทยส่วนใหญ่ทากันแดดน้อยมว๊ากกก
ทำให้ได้ประสิทธิภาพในการกันแดดเพียงเล็กน้อย
เลยรู้สึกว่าทากันแดดทุกวันแต่ทำไมยังดำอยู่ ประเด็นคือปริมาณนี่หล่ะจ้า
ใครไม่ชินเค้าแนะนำแบ่งทา 2 รอบได้น้า ทาไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ชิน



บอกเลยว่าเค้าทาปริมาณเท่านี้มาหลายปี คอก็บีบไปอีก 1 ช้อนชา
ถ้าเป็นตอนทาตัวนี่บีบออกมาทวีคูณเลย ไหนๆก็เสียตังซื้อกันแดดมาแล้ว
ถ้าทาน้อยไปเพราะกลัวเปลืองครีมแต่กันแดดได้นิดเดียวก็เหมือนเสียตังฟรีๆเลยน้า
ดังนั้นถ้าจะซื้อครีมกันแดดทั้งที เราต้องเลือกสิ่งที่คุ้มค่าทั้งเรื่องราคา 
และคุณสมบัติในการปกป้องแสงแดด  แบบ ลอรีอัล ปารีส ตัวนี้
แล้วใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะได้ประโยชน์มากกว่าจ้า

ที่ขยันโบกขนาดนี้เพราะรังสียูวีในแสงแดดเป็นสาเหตุของปัญหาผิวทุกประการ
ไม่ว่าจะเป็นความหมองคล้ำ จุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ จาก UVB
รวมถึงริ้วรอยก่อนวัย จาก UVA , Long UVA
การปกป้องผิวจากแสงแดดจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการดูแลผิวนะจ๊ะ

เทคนิคของเค้าคือจะ ไม่แต้ม 5 จุด เค้าจะทาตรงแก้มที่มีพื้นที่มากกว่าก่อน
แล้วค่อยทาตรงทีโซน ก็จะช่วยให้บริเวณทีโซนไม่โดนครีมมากเกินไป
จะไม่ทำให้หน้ามันง่ายระหว่างวันค่ะ



เท็กซ์เจอร์ของกันแดดบนผิวหลังทาในปริมาณ 1 เหรียญสิบทั่วหน้า
สังเกตได้เลยว่าสีไม่ว่อก ไม่เป็นคราบ ให้ลุคกลางๆไม่มันแต่ไม่แมทท์

แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
เค้าแนะนำว่าควรลงสกินแคร์ให้ผิวชุ่มชื่นก่อน
แล้วค่อยตามด้วยครีมกันแดดก็จะไม่มีผลไปทำให้ผิวเราแห้งลงจ้า



สรุปผลตามความรู้สึกของเค้าจัดให้เป็นหนึ่งในกันแดด
ที่ส่วนผสมเริ่ดดดดด....ในราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้และหาซื้อง่าย
เท็กซ์เจอร์ดี๊ดี บางเบาสมคำเคลมจริงๆ
ไม่ว่อกด้วย ทำให้เราสามารถทาในปริมาณเยอะหน่อยได้

ลุคที่ได้ไม่ถึงขั้นแห้งแมทท์แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าดูมัน
สำหรับผิวแห้งแบบเค้าก็สามารถใช้ได้
ขอแค่โบกสกินแคร์บำรุงให้ชุ่มก่อน
แต่ไม่ว่าผิวแบบใดไม่จำเป็นเฉพาะผิวแห้ง
ก็ควรทาสกินแคร์ก่อนลงกันแดดทุกครั้งนะจ๊ะ

แต่ด้วยความที่มีส่วนผสมที่ทำให้รู้สึกเย็นผิวตอนที่ทา
และมีน้ำหอม สำหรับคนที่ผิวระคายเคืองง่ายเค้าแนะนำว่า
ควรป้ายเทสหลังใบหูทิ้งไว้ซัก 24-48 ชั่วโมงเพื่อดูอาการก่อน
เพื่อความสบายใจ ถ้าไม่มีอาการใดๆค่อยทาทั่วหน้าจ้า

----------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by L'Oreal Paris
Information : https://www.facebook.com/lorealparisthailand
http://www.lorealparisthailand.com/




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2558 18:10:50 น.  

Preview : Beauticool.com เว็ปช้อปปิ้งออนไลน์สุดคูล & Mini How To แปลงร่างย้ายเพิ้งเป็นนางซินสุดแซ่บ!

สวัสดีค่าขาช้อปทั้งหลาย Smiley
ปฎิเสธไม่ได้เนอะว่าช้อปปิ้งออนไลน์มาแรงแซงโค้ง
ทั้งราคาที่ถูกกว่า มีแบรนด์ให้เลือกหลากหลาย ไม่ต้องหอบหิ้ว
ยิ่งอากาศร้อน(เว่อร์ๆ)แบบนี้ นั่งคลิกอยู่บ้านสวยๆ
ดีกว่าออกไปฝ่าอากาศร้อนและรถติดเป็นไหนๆ
บล็อคนี้เลยมีเว็ปช้อปคูลๆมาฝากกัน

กับเว็ป >>> www.beauticool.com <<<

 จะคูลอย่างไร? แตกต่างจากเว็ปอื่นๆอย่างไร? ไปชมกันเลยจ้า



หน้าเว็ปโทนชมพู-ขาว-ดำ 
เปิดหน้าแรกมาปุ๊บเจอแรงกระตุ้นในการช้อปอย่างแรกเลย

ได้แก่โปร "Beauti Deals"

เป็นดีลที่ลดราคาแบบจัดเต็ม กับสินค้าที่มีจำนวนจำกัด 
และเวลาจำกัด โดยทางเว็ปจะอัพเดทดีลใหม่ๆให้ทุกวันจันทร์
รอบนี้ที่เค้าเปิดดูลดสูงสุดถึง 80% เลยนะเออ! 
ดีลนี้เน้นไวเพราะช้าหมดอดนะจ๊ะ



แต่ถ้าตามดีลไม่ทันทางเว็บก็มีส่วนลดที่สุดคูลไว้ให้อยู่แล้วในทุกรายการสินค้าจ้า



ด้านซ้ายของเว็ปที่เห็นจากภาพบนอันนี้เก๋ 

คือ "Beauti Bid"

จุดนี้เลยที่เค้าว่าทำให้ Beauticool แตกต่างจากเว็ปอื่นๆ
เพราะเป็น Beauty Mall Online แห่งแรกในประเทศไทย
ที่จัดกิจกรรมการประมูลขึ้นในหน้าเว็ป
โดยใช้ชื่อกิจกรรมว่ำ " Bid มันๆเริ่มวันพฤหัส "

ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูประวัติการประมูลย้อนหลังได้ด้วย
ว่าเริ่มประมูลด้วยราคาเท่าไหร่ ปิดประมูลด้วยราคาเท่าไหร่
เทียบกับราคาจริงแล้วคุ้มเว่อร์ ใครชอบว่าตื่นเต้นนี่บิดเพลินแน่นอน
เพราะไอเท็มที่เค้านำมาประมูลมีแต่ตัวจี๊ดๆที่สาวๆกรี้ดทั้งนั้น



แบรนด์ในเว็ปมีให้เลือกหลากหลายเลยทั้งเคาท์เตอร์แบรนด์ดังๆ
จากฝั่งยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงแบรนด์ฮ็อตฮิตตามกระแส
และแบรนด์ไทยคุณภาพดี ซึ่งมีกว่า 300 แบรนด์ มากกว่า 5,000 รายกาย
เอาว่าถ้าไม่ได้คิดมาก่อนจะช้อปอะไร ได้ส่องกันตาแฉะทั้งคืนแน่นอน Smiley



วิธีการสั่งซื้อก็เหมือนปกติ แต่อำนวยความสะดวกให้ขาช้อป
ด้วยการที่เราสามารถเลือกจ่ายเงินได้หลายช่องทาง
ไม่ว่าจะเป็นจ่ายผ่านบัตรเครดิต โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
จ่ายผ่าน 7-11 , Tesco Lotus , FamilyMart

และพิเศษสุดตรงสามารถเลือกจ่ายเงินปลายทาง ได้ด้วย
สำหรับยอดซื้อที่ตั้งแต่ 2,500 บาท แต่เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ นะจ๊ะ

กับบริการ "1 DAY RUSH"

บริการจัดส่งด่วนพิเศษพร้อมชำระเงินปลายทาง
ที่ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ 9.30-18.30 น. 
(ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ซึ่งของจะบึ่งมาจัดส่งถึงมือเราภายใน 3-24 ชั่วโมง หลังทำการสั่งซื้อจ้า

บริการนี้เริ่ดจริงอะไรจริงสำหรับสาวๆที่อยู่กรุงเทพ
ได้ของทันใจไม่ต้องโอนเงินไปก่อนด้วย
แถมราคายังถูกกว่าไปซื้อที่ห้างซึ่งถ้ารวมค่ารถค่าเสียเวลา
ออกไปช้องเองไม่คุ้มอย่างแรงยิ่งเป็นของที่ใช้ประจำไม่ต้องลองก่อน
เค้าว่าสั่งผ่านเว็ปที่ไว้ใจได้เรื่องของแท้มันคุ้มกว่ากันเยอะจริงๆเนอะ



พิเศษๆก่อนจะไปเปิดถุงช้อปที่ทาง Beauticool จัดเต็มมาให้พร้อมมินิฮาวทู
เค้ามี CODE สิทธิพิเศษ สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามาชมบล็อคนี้กันด้วย


โดยหลังจากช้อปปิ้งเรียบร้อยในขั้นตอนการชำระเงินตรงช่องข้อความถึงผู้ขาย

ให้ใส่โค้ดว่า "Beauticool@MN"

ก็จะได้รับ Laura Mercier Mascara ขนาด 5.7g ไปฟรีๆเลยจ้า
สิทธิ์นี้สำหรับ 100 ท่านแรก ที่ใช้โค้ดนี้เท่านั้นน้า
อย่าลืมไปใช้โค้ดเพื่อรับของขวัญพิเศษจากทาง Beauticool กันน้า



ท๊าดา......เปิดถุง Shopping Bag
ที่ทาง Beauticool จัดมาให้เค้าได้ลอง



มีแต่แบรนด์คุ้นเคยทั้งนั้นเลย อย่างเคาท์เตอร์แบรนด์ก็มี Lancome , Laneige
แบรนด์ไทยคุณภาพเริ่ดที่เค้าก็ใช้อยู่แล้วอย่าง Cosluxe , Passion Ville
และไอเท็มฮอตฮิตที่ไม่มีวางขายในบ้านเราอย่างแป้งดินน้ำมันอันโด่งดัง Ver.22

-------------------------------------------------------------------------------------------

เปิดถุงอย่างเดียวก็ไม่สนุกเลยมี Mini How To มาฝากกันด้วย กับคอนเซ็ปต์เก๋ๆ 

How To : "Beauticool เปลี่ยนหมูน้อยเป็นซินเดอเรล่า" 

ซึ่งเค้าจะคัดไอเท็มไม่กี่ชิ้นจากในถุงช้อปปิ้งแบ็ค
มาครีเอทลุคง๊าย ง่าย ที่จะแปลงร่างจากหมูน้อยสภาพยายเพิ้ง
ให้ดูสวยสดให้ขึ้นเหมือนนางซินที่ได้พรจากนางฟ้า! 
หูยปูไว้ซะเว่อร์555 ไปชมกันดีโลด



เตรียมผิวง่ายๆด้วยการลงเบสเมคอัพเสต็ปเดียว

[ ราคาเต็ม  2,190 ประหยัด 1,371฿ เหลือ  819 ฿ ]

แป้งดินน้ำมันจากเกาหลี ที่เห็นฮิตม๊ากมากจากกระแสรีวิวในเน็ต
ได้ลองเองเสียที เนื้อแป้งมีความยืดหยุ่นกดแล้วยุบได้เหมือนเนื้อดินน้ำมัน
ตัวนี้จัดว่าปกปิดดีเลยแต่อาจจะทายากหน่อยเค้าว่าแท็บๆเอาดีกว่าปาด
คุณสมบัติเน้นคุมมันขั้นเทพแต่เค้าผิวแห้งตอบให้มิได้เน่อ
แม้คุมมันแต่ลุคที่ได้ดูฉ่ำๆคล้ายทารองพื้นไม่ได้ดูแห้งแมทท์เน่อ
สีแป้งค่อนข้างขาวตามประสาแป้งเกาหลี เลือกเบอร์ดีๆนะจ๊ะ



ต่อด้วยสิ่งที่สำคัญสุดของใบหน้าก็คือคิ้ว
อันนี้กรี้ดดดดด เพราะสิ่งที่เค้าส่งมาให้คือดินสอเขียนคิ้วที่เค้าเลิฟที่สุดใช้ทุกวัน!
ได้แก่ Cosluxe Slim Brow pencil ใช้ดีสุดๆหัวเล็กเขียนไม่เป็นก้อน
ใครอยากดูฮาวทุวิธีเขียนคิ้วด้วยในแบบของเค้า
คลิกไปชมแบบคลิปใน YouTube โลด >>>CLICK<<<

สำหรับเซ็ตนี้เป็นเซ็ตพิเศษแบบจับคู่ดินสอกับมาสคาร่ามาให้ 

[ ราคาเต็ม  510 ประหยัด 102฿ เหลือ  408 ฿ ]

เค้าใช้สีน้ำตาลอ่อนสุดสี #Caramel ฮะ ตัวมาสคาร่าเพิ่งเคยลองก็เวิร์คนะนี่
หัวแปรงเล็กมากทำให้ซอกซอนเส้นขนคิ้วได้ดี โทนสีอ่อนสวยด้วย



มาถึงไอเท็มที่เป็นคีย์หลักของลุคนี้ก็คือ

PASSION VILLE Cream blush on the road!
#เบอร์ 07 Darjeeling Road
[เริ่มวางขายในเว็ปตั้งแต่เดือนพฤษภาเป็นต้นไปจ้า]

ครีมบลัชสารพัดประโยชน์ที่ใช้ได้ทั้งทาแก้มและปาก
ซึ่งเค้าจะมาประยุกต์ใช้ตาทาเป็นเบสก่อนด้วย
แอบเพิ่มความเก๋อีกนิดด้วยอายแชโดวกลิตเตอร์สีชมพูและทอง
จากเซ็ตเมคอัพของ Laneige ที่จะเอามาเพิ่มความวิ้งวับให้เปลือกตา



- ทาเปลือกตาด้วยบลัชครีมโทนส้ม
- ทาทับหัวตาด้วยอายแชโดวกลิตเตอร์สีชมพู
-ทาทับกลางถึงหางตาด้วยอายแชโดวกลิตเตอร์สีทอง
- เขียนขอบตาด้านในด้วยดินสอสีดำ
- ดัดขนตาปัดมาสคาร่า LANCOME Hypnose Star 
Waterproof Mascara #01 Noir Midnight (840฿)
- แต้มหัวตาล่างเล็กน้อยด้วยอายแชโดวกลิตเตอร์สีชมพู
- ทาแก้มด้วยบลัชสีส้มเน้นที่โหนกแก้มโดยใช้การแท็บเบาๆเพื่อเกลี่ย
- ทาลิปด้วยครีมบลัชสีส้มแนะนำให้ใช้นิ้วค่อยๆแตะจะออกมาเนียนสวยจ้า

----------------------------------------------------------------------------------------------

ฺBEFORE & AFTER



แปลงร่างเรียบร้อยจากยายเพิ่งเป็นนางซินยุคใหม่
ด้วยเมคอัพโทนส้มสดใสแต่งง๊ายง่ายใช้อุปกรณ์นิดเดียว







หวังว่าลุคนี้จะถูกใจกันลองไปปรับแต่งกันดูน้า

สำหรับบล็อคนี้ก็ขอลาไปก่อน...แต่ถ้าแวะเข้าไปช้อปปิ้งที่


ก็อย่าลืมใส่ CODE พิเศษ ว่า"Beauticool@MN"
เพื่อรับ Laura Mercier Mascara ขนาด 5.7g
เป็นของขวัญพิเศษไปด้วยน้า

บ๊าย บายค่า Smiley

----------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Beauticool
Information : www.beauticool.com




 

Create Date : 25 เมษายน 2558    
Last Update : 27 เมษายน 2558 22:21:02 น.  

Review : KIEHL'S Iris Extract Activating Treatment Essence เอสเซ้นส์ฟื้นฟูผิวจากความร่วงโรยแห่งวัย



  กระแสเอสเซ้นส์น้ำตบๆบอกเลยว่ามาแรงมากจัดเต็มมากันทุกแบรนด์
และในที่สุดหนึ่งในแบรนด์สุดเลิฟของเค้าก็มีเอสเซ้นส์แล้ว เย้ๆ
นั่นก็คือแบรนด์ KIEHL'S : คีลส์ แบรนด์เก่าแก่จากนิวยอร์ค
ที่พัฒนามาจากร้านยามีประวัติยาวนานมากว่า 160 ปี

โดยเอสเซนส์ตัวแรกของเค้าเน้นตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังประสบปัญหา
ผิวที่ร่วงโรย ดูหยาบกร้าน สูญเสียความเปล่งปลั่งเนื่องจากอายุที่มากขึ้น! 
อืม....จากวัยของเค้าแล้วจัดว่าตอบโจทย์ ไม่เห่อเท่าไหร่แต่ก็แค่ลองใช้ทันทีที่ได้มา555
เปิดตัวเอสเซ้นส์ตัวแรกของแบรนด์ขนาดนี้จะน่าสนใจอย่างไรไปชมรีวิวกันเลยจ้า  Smiley



KIEHL'S 
Iris Extract Activating Treatment Essence

---------------------------------------------------------------------

เอสเซ้นส์บำรุงผิวเพื่อผิวดูเปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย 
และพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไป

ขนาด 200 มล. ราคา 2,000 บาท 

มีวางจำหน่ายแล้วที่เคาท์เตอร์คีลส์ทุกสาขา
เช็คที่ตั้งได้ที่ >>>CLICK<<<

และสามารถช้อปปิ้งออนไลน์ที่ http://www.kiehls.co.th/

***ขาช้อปออนไลน์คุ้มกว่าบอกเลย
เพราะเลื่อนไปท้ายรีวิวเค้ามีโค้ดส่วนลดมาแจกด้วย!!!



คุณสมบัติหลักของเอสเซ้นส์ตัวนี้พรีเซนต์ในเรื่องของ"ความเปล่งปลั่ง"
ซึ่งแปรผกผันไปตามวัย......คำว่าแก่พูดเบาๆก็เจ็บ กระซิกๆ
แต่นี่คือความจริงที่ผิวเราจะดูเปล่งปลั่งน้อยลงเมื่อวัยเพิ่มขึ้น

เหตุเพราะสมัยเอ๊าะๆผิวเรามีการเรียงตัวของเคราติน, คอลลาเจน, เมลานิน
อย่างเป็นระเบียบสวยงาม เปรียบเหมือนกระจกเรียบๆ
ทำให้ผิวกระจายแสงได้ดี ผิวจึงดูบริ๊งไบร์ทเปล่งปลั่งสวยงาม 

แต่เมื่ออายุมากขึ้นระดับความความชุ่มชื้นของผิวก็จะลดลง
เนื่องจากเคราตินและคอลลาเจนเริ่มเสื่อมสภาพ ร่ายกายผลิตได้น้อยลง
ทำให้ประสิทธิภาพการอุ้มน้ำของผิวลดลง ผิวจึงขาดความชุ่มชื่นและแห้งลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
รวมถึงอัตราการผลัดเซลล์ใหม่ลดลง และการทำงานของเซลล์ผิวชั้นนอกลดลง 
ส่งผลให้เกิดเป็นริ้วรอย ผิวไม่เนียนเรียบสม่ำเสมอ
เปรียบง่ายๆว่าเมื่อกระจกไม่เรียบการสะท้อนแสงของผิวจึงลดลง
ทำให้ผิวดูหมองคล้ำไม่เปล่งปลั่งเหมือนสมัยเรายังเอ๊าะๆนั่นเอง



ส่วนผสมหลักที่เป็นตัวชูโรงบอกชัดเจนอยู่ในชื่อนั่นก็คือ "Iris Extract"
ซึ่งแน่นอนว่าต้องได้จากดอกไม้สีม่วงแสนสวยดอกไอริสนั่นเอง
แต่เค้าไม่ได้เอาดอกมาสกัดแต่ใช้ส่วนที่เป็นแหล่งสะสมสารอาหารทั้งหมดนั่นก็คือราก
ซึ่งได้มาเป็นสารสกัดจากรากไอริสฟลอเรนตินา (Iris Florentina Root Extract)

ที่มีความพิเศษตรงที่.....

Smiley ปลูกในแถบเมดิเตอเรเนียน และบานเพียงปีละ 3 ครั้ง
Smiley เก็บเกี่ยวด้วยมือตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง 
Smiley ผ่านกระบวนการสกัดที่นุ่มนวล เพื่อให้ได้สารสกัด
ที่ยังคงอุดมด้วยสารอาหารความเข้มข้นสูง 
Smiley อุดมด้วยฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช 
มีสรรพคุณช่วยบำรุงผิวและชะลอความร่วงโรยของผิว



มาดูส่วนผสมคร่าวๆกัน.....ส่วนผสมหลักๆที่ใส่มามากสุดคือสารให้ความชุ่มชื่น
อย่าง Glycol และ Glycerin แต่พอเลื่อนมาเจออันดับ 5 อาจทำให้หลายคนชะงัก
นั่นก็คือ Alcohol Denat. หรือแอลกอฮอล์ในกลุ่มระเหยง่าย
ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะกังวลว่าจะทำให้ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย
จึงอยากชี้แจงในจุดนี้ให้ฟังกันสักนิดว่าแท้จริงแล้ว
แอลกอฮอล์ในสกินแคร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!

----------------------------------------------------------------------------------

แต่เดิมนั้นส่วนใหญ่เราจะเชื่อต่อๆกันมาว่าสกินแคร์ตัวไหนมีแอลกอฮอล์คือไม่ดี
มีโอกาสที่จะแพ้สูง ซึ่งเอาจริงๆแล้วคนแพ้แอลกอฮอล์น้อยมากกกกก
และแอลกอฮอล์ก็ผสมอยู่ในสกินแคร์เกือบ 90% ในท้องตลาด
เพราะเป็นตัวทำละลายที่ทำให้เท็กซ์เจอร์โดนใจคนใช้คือซึมไวไม่เหนอะหนะ
ถ้าจะเลือกสกินแคร์ที่ปราศจากน้องแอลอย่างสิ้นเชิงจึงเรียกว่าหาได้ยากสุดๆ

แต่ในความจริงแล้วน้องแอลจะมีผลต่อผิวเราก็ต่อเมื่อมีปริมาณมากเกินไปเท่านั้นเอง
เนื่องจากตัวมันเองระเหยไวจึงทำให้น้ำในผิวเราระเหยออกไปด้วย
เมื่อผิวขาดความชุ่มชื่นจึงส่งผลให้ผิวอ่อนแอลงและระคายเคืองง่ายขึ้น
สรุปว่าปัญหาเกิดเมื่อผิวขาดความชุ่มชื่น ไม่ใช่เพราะน้องแอลไปทำให้ผิวแพ้หรือระคายเคือง

เพราะฉะนั้นถ้าในส่วนผสมไม่ได้มีแอลกอฮอล์มากเกินไป
คือไม่ได้มีมาในอันดับต้นๆของส่วนผสม (ลำดับ 1-3)
และมีส่วนผสมอื่นๆที่ให้ความชุ่มชื่นมาด้วยก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อผิวเรา
สิ่งสำคัญสุดของการใช้สกินแคร์ที่มีแอลกอฮอล์ก็คือการเติมความชุ่มชื่น
ถ้าเราบาลานซ์ความชุ่มชื่นผิวได้ดี มีการใช้มอยส์เจอร์ควบคู่
แอลกอฮอล์ในสกินแคร์ก็ไม่สามารถทำให้ผิวเราอ่อนแอลงได้
แต่ดีซะอีกที่ได้ใช้สกินแคร์ที่เท็กซ์เจอร์สบายผิวไม่เหนะหนะเหมาะกับอากาศบ้านเราจ้า

----------------------------------------------------------------------------------

จบเรื่องน้องแอลกอฮอล์เนอะใครกังวลอยู่จะได้สบายใจ
เพราะเอสเซนส์ตัวนี้จัดสารให้ความชุ่มชื่นประโคมมามากมาย
ดังนั้นแอลกอฮอล์ที่ใส่มาจึงไม่ได้มีผลที่ทำให้ผิวแห้งลง
แต่อย่างไรก็ตามแนะนำว่าควรใช้มอยส์เจอร์ที่ให้ความชุ่มชื่นควบคู่ไปด้วยฮะ

ส่วนผสมตัวชูโรงตัวแรกที่ใส่มาโดยอยู่ลำดับกลางๆของส่วนผสม
คือ Lipo Hydroxy Acid หรือ LHA
ตามในส่วนผสมคือ Capryloyl Salicylic Acid
ซึ่งก็คืออนุพันธ์ของ Salicylic Acid (BHA)
ช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพสาเหตุความหมองคล้ำอย่างอ่อนโยน
เนื่องละลายได้ดีในไขมันจึงกระจายตัวบนผิวชั้นนอกสุดได้ทั่วถึงกว่า
ทำให้เข้าถึงเซลล์ผิวเสื่อมสภาพได้ตรงจุด
นอกจาก LHA ก็ยังมี AHA อย่าง Citric Acid ใส่มาด้วย
แต่อยู่ในส่วนผสมแทบจะท้ายสุดจึงไม่น่ามีผลเท่าไหร่
โดยส่วนตัวเค้าผิวแห้งปกติจะไม่ค่อยใช้สกินแคร์ที่ใส่สารผลัดเซลล์ผิว
แต่ใช้ตัวนี้ได้ไม่รู้สึกอะไรไม่มีอาการแสบๆหรือยิบๆแต่อย่างใด คาดว่าไม่ได้ใส่มาเยอะมาก
น่าจะแค่ช่วยกระตุ้นให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติของเราทำงานได้ดีขึ้นฮะ

ตัวชูโรงตัวที่สองที่เกริ่นไปแล้วคือสารสกัดจากรากดอกไอริส
ตามในส่วนผสมได้แก่ Iris Florentina/Iris Florentina Root Extract
ตามคุณสมบัติที่แบรนด์แจ้งมาคือช่วยในการชะลอความร่วงโรยและช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึก
ถนอมคุณภาพผิว ให้ผิวแน่นกระชับ และช่วยลดเลือนริ้วรอย 
โดยยังประสิทธิภาพในการเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในผิวชั้นนอก
พร้อมปรับปรุงการทำหน้าที่ของปราการคุ้มกันผิว เพื่อให้กักเก็บความชุ่มชื้นไว้นานขึ้น
รวมถึงอุดมด้วยฟลาโวนอยด์ (flavonoid) ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

ตัวชูโรงตัวสุดท้ายคือ Sodium Hyaluronate
อันนี้คุ้นกันอยู่แล้วคือสารช่วยอุ้มน้ำทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น
เมื่อผิวชุ่มชื่นผิวจึงดูอิ่มฟู ริ้วรอยตื้นๆจึงดูจางลงนั่นเอง

***ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน แต่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมจ้า
เรื่องน้ำหอมใครยังงงๆเลื่อนไปอ่านที่ร่ายไว้ให้ฟังเน่อ



ลักษณะบรรจุภัณฑ์เป็นขวดพลาสติกใสสีม่วง
จึงป้องกันการเสื่อมจากแสงได้ไม่ค่อยดี
ควรวางไว้ในจุดที่ไม่โดนแสงสาดตรงๆนะฮะ
แต่เอาจริงๆต่อให้ขวดทึบแสงก็ต้องเก็บไม่ให้โดนแสงอยู่ดีเนอะ
เพราะมันไม่ได้เสื่อมแค่โดนแสงแต่ก็เสื่อมด้วยความร้อนได้อยู่ดี



เนื้อและกลิ่นของผลิตภัณฑ์

เนื้อเอสเซนส์ใสแจ๋วเหมือนน้ำเปล่า แต่มีความหนืดมากว่า
เมื่อสัมผัสไปบนผิวจะรู้สึกหนึบๆเล็กน้อย แต่ตบเบาๆก็จะซึมผิวได้หมด
หลังทาสัมผัสได้เลยว่าผิวจะชุ่มชื่นและนุ่มขึ้นโดยไม่เหนอะหนะ
แต่ให้ฟิลเหมือนมีฟิลม์บางๆเคลือบผิวไว้ ไม่ทำให้รู้สึกว่าผิวแห้ง
มีกลิ่นหอมดอกไม้ค่อนข้างชัดมีกลิ่นแอลกอฮอล์เจืออยู่เล็กน้อย
แต่โดยรวมเค้าใช้แล้วชอบกลิ่นนะเป็นดอกไม้ที่ไม่หวานมากออกแนวเฟรชๆดี



วิธีและขั้นตอนการใช้

ใช้เป็นขั้นตอนในการบำรุงขั้นตอนแรกหลังการล้างหน้า หรือหลังการใช้โทนเนอร์
โดยเทใส่ฝ่ามือเค้าเองใช้ประมาณเกือบ 1 เหรียญห้า กะๆเอาตามขนาดหน้าเนอะ
ประกอบสองมือเข้าด้วยกันให้เอสเซนส์กระจายตัวทั่วฝ่ามือ
แล้วทำการตบๆกดๆลงที่หน้า เน้นว่าเบาๆมือนะจ๊ะ ตบแรงไม่ได้ช่วยให้ซึมไวขึ้น
ค่อยๆตบไปบนผิวเบาๆตั้งแต่แก้ม หน้าผาก คาง อย่าลืมที่คอด้วยนะฮะ!
ทำไปจนกว่าเอสเซนส์จะซึมลงผิวหมด แล้วจึงบำรุงเสต็ปอื่นต่อไปตามชอบ
โดยคุณสมบัติของเอสเซนส์ตัวนี้นอกจากช่วยบำรุงแล้ว
ยังช่วยให้สกินแคร์ตัวอื่นทำงานได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย แนะนำให้ใช้ทุกวันเช้า-เย็น

เอสเซนส์ตัวนี้สามารถใช้ร่วมกับเอสเซนส์ตัวอื่นๆได้ไม่ต้องกังวลว่าจะซับซ้อน
เพราะส่วนที่เป็นคีย์หลักของเอสเซนส์แต่ละตัวต่างกันให้การบำรุงคนละจุด
เราจึงสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์จับคู่สกินแคร์ใช้ร่วมกันได้ตามชอบ
โดยเทคนิคการเรียงลำดับง่ายๆคือสกินแคร์ตัวไหนเนื้อเหลวกว่าให้ทาก่อนจ้า



ความรู้สึกหลังทดลองใช้

เค้าใช้เอสเซนส์ตัวนี้เช้า-เย็นต่อเนื่องมาประมาณ 2 สัปดาห์กว่าๆ
ส่วนตัวคือชอบฟิลหลังทาที่สัมผัสได้เลยว่าผิวชุ่มชื่นขึ้น
ใครกังวลเรื่องแอลกอฮอล์ตัดไปได้เลยสาวผิวแห้งคอนเฟิร์มให้ว่าชุ่มจริง
ผิวหลังทาเอสเซนส์จะรู้สึกชุ่มๆ จับแล้วจะให้สัมผัสที่นุ่มขึ้น

เมื่อทาสกินแคร์ขั้นอื่นต่อจะรู้สึกได้ว่าสกินแคร์ซึมได้ไว
นอกจากสัมผัสหลังการใช้ที่เค้าชอบแล้วยังติดใจตรงกลิ่น
ทาแล้วได้ฟิลอโรมาดี มีกลิ่นติดที่ผิวอ่อนๆให้ความรู้สึกเฟรชดี
แต่ใครผิวระคายเคืองง่ายแนะนำให้เทสป้ายตรงหลังใบหูซัก 24-48 ชม.ก่อนก็ดีนะฮะ 



แต่ในส่วนของผลลัพธ์ เค้าเองทาบำรุงสม่ำเสมอทาหลายตัวด้วย
ประกอบกับลองใช้ได้ไม่นานก็ยากที่จะตอบเรื่องความเปลี่ยนแปลง
แต่ถ้าวัดกันแค่ฟิลหลังทาก็จัดว่าเป็นเอสเซนส์ที่เท็กซ์เจอร์ดี
เน้นในเรื่องการเติมความชุ่มชื่นโดยที่ไม่ทำให้ผิวเหนอะหนะ
สามารถนำไปมิกซ์ใช้กับสกินแคร์ตัวเดิมๆที่เรามีอยู่ได้ง่าย
ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่มระหว่างวันจึงใช้ได้ทุกสภาพผิวจ้า

***ใครกังวลเรื่องจะแพ้หรือจะระคายเคืองไหม
สามารถเข้าไปที่เคาน์เตอร์หรือช็อปคีลส์ทุกสาขา
เพื่อขอผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองมาลองก่อนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายน้า



ปิดท้ายนี้มีส่วนลดมาฝากกันด้วย
ใครกำลังเล็งผลิตภัณฑ์ของคีลส์และอยากสอย 
KIEHL'S Iris Extract Activating Treatment Essence ตัวนี้
แนะนำให้เข้าไปช้อปปิ้งออนไลน์ เลยจ้าที่


โดยก่อนจะจ่ายเงินให้ใส่ Promotion Code 

IRISMHUNOIII
(ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด)

ก็รับส่วนลดไปเลยทันที 10%
(เมื่อช้อปปิ้ง Iris Essence คู่กับผลิตภัณฑ์ใดๆก็ได้)
ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 พฤษภาคม 2558 นี้นะคร้าบ!!!

------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by KIEHL'S Thailand




 

Create Date : 17 เมษายน 2558    
Last Update : 20 เมษายน 2558 15:57:35 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 466 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.