Group Blog
 
All blogs
 

Preview : เมื่อ "คนอะไรเป็นแฟนหมี" มาอยู่บนชุดชั้นใน! กับ Sabina Pretty Perfect



  จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อลายการ์ตูนคู่รักครุคริสุดน่ารัก
"คนอะไรเป็นแฟนหมี"
ที่มียอดไลค์บน Facebook มากถึงหลักล้านมาปรากฎตัวอยู่บนชุดชั้นใน Smiley
งานนี้สาวน้อยสาวใหญ่ต้องกรี้ดให้กับความน่าร๊ากกกกันแน่นอน

บล็อคนี้เค้าเลยจะมาเห๊อ...เห่อ เปิดถุงให้ชมกัน กับ
Sabina Pretty Perfect 
Beargirlfriend : คนอะไรเป็นแฟนหมี



ท๊าดาาาา.....เปิดถุงออกมาคือกรี้ดดดดมันน่ารักอ้ะเธ๊อ Smiley
มีให้เลือกทั้งแบบบรามีโครง และไม่มีโครง
ไซส์มีตั้งแต่ 32A-36C



คอลเลคชั่นสุดมุ้งมิ้งนี้ทำออกมาให้เลือกถึง 8 ลาย 
(บล็อคนี้เดี๋ยวขนมาเห่อให้ชมกัน 3 ลายฮับ)
เป็นบราที่มาพร้อมกางเกงชั้นในเข้าชุดกัน
ราคาไม่สูงมากน้องๆวัยใสสามารถสอยใส่ได้ 
บราอยู่ที่ 640-690 บาท กางเกงใน 220 บาท 

ตอนนี้วางขายแล้วที่ซาบีน่าช้อป  และเคาน์เตอร์ซาบีน่าในห้างทั่วไป
หรือใครชัวร์เรื่องไซส์สามารถเข้าไปช้อปออนไลน์ได้ที่ www.sabina.co.th เลยจ้า



ซึ่งตอนนี้มีโปรรับประกันความกรี้ดคือ
ซื้อคอลเลคชั่นนี้ครบ 2,000 บาท
รับหมอนรองคอน้องหมี (มูลค่า 750 บาท) ไปเล้ยยย!!!
ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม หรือจนกว่าของจะหมดจ้า
อันนี้ต้องลองสอบถามที่ช็อปดูเน้อว่าหมดยัง
ส่วนขาช้อปออนไลน์ก็ได้หมอนเช่นเดียวกันนะฮร้า



หมอนน้องหมีของจริงนุ่มนิ่มน่าร๊ากกกก Smiley



มาดูความเห่อของเค้ากันลายแรกนี้บอกเลยว่าที่สุด!
แนะนำความควรสอยมันน่ารักมากจริงๆ Smiley
โทนสีฟ้าขาว เป็นลายน้องหมี ณ ชายหาด

บรา 690 บาท กางเกงชั้นใน 220 บาท



รุ่นนี้เป็นแบบถอดสายได้ ไม่เสริมฟองน้ำ
แต่มีช่องให้ใส่ฟองน้ำเพิ่มได้เผื่อใครอยากเพิ่มความดูม

ไฮไลท์ความน่ารักนอกจากลายแล้วคือตรงที่เกี่ยวตะขอ
มีน้องหมีดำน้ำด้วยแอร๊ย มี 3 ตะขอ ปรับความแน่นได้ 3 ระดับ
ซึ่งเวิร์คมากเวลาถอดสายแล้วใส่เป็นเกาะอก บราจะไม่ไหลฮะ

ส่วนกางเกงชั้นในเป็นผ้าลื่นๆใส่สบายทรงเต็มก้นซึ่งเค้าชอบทรงนี้ที่ซู้ด



ลายที่สองยังคงคอนเซ็ปต์โทนสีฟ้าขาวเหมือนเดิม 
(เพราะเค้าชอบสีฟ้าฮี่ๆ)
มาในลายน้องหมีท่องหนังสือเตรียมสอบ
สภาพสมจริงมากคลุมผ้าห่มตาปรือพร้อมหลับ 555

บรา 690 บาท กางเกงชั้นใน 220 บาท



บราเป็นทรงเดิมเหมือนแบบแรก ไม่เสริมฟองน้ำแต่มีช่องเสริมให้
เค้าชอบตุนบราแบบนี้ไว้ในสต็อคเพราะมันถอดสายกลายเป็นเกาะอกได้
ใส่กะเสื้อผ้าได้หลากหลายดีไม่โป๊ไม่โชว์เนินด้วย
มาแบบสามตะขอเหมือนกัน โทนสีขาวแบบนี้ใส่กะเสื้อผ้าสีอ่อนง่ายดี



แบบสุดท้ายน้องจุดขาวชมพู ลายน้องหมีอินเลิฟ Smiley

บรา 640 บาท กางเกงชั้นใน 220 บาท



รุ่นนี้เป็นบราแบบไม่มีโครง เป็นทรงฟองน้ำในตัวแต่ไม่ต้องกลัวไม่หนาฮะ
เพราะปกติเค้าก็ไม่นิยมใส่แบบเสริมฟองน้ำอยู่แล้วมันอึดอัด ตัวนี้โอเคเลย
ใส่สบายกว่าแบบมีโครงมากอยู่ ใครมีปัญหาบรากดทับลองรุ่นแบบนี้ดูเน่อ
ตัวนี้สายถอดไม่ได้เลยมาแค่สองขอเกี่ยวจ้า



แอบกระซิบตอนไปซื้อลองอ้อนขอเล่มโบร์ชัวร์ดู
ในเล่มจะมีการ์ตูนช่องน้องหมีกะแฟนให้อ่านเพลินๆด้วย



เห่อไม่เห่อลองใส่เลย ขอบอกว่าลายแรกเอามาใส่เป็นบิกินี่ได้นะฮร้า
หรือใส่เป็นตัวในแล้วคลุมเสื้อบางๆทับจับคู่กับยีนส์ขาสั้นน่ารักอย่างแรง
(บรานะที่น่ารักไม่เกี่ยวกะอิเจ้คนใส่ 555)



พอมันเป็นเกาะอกแถมหนาหน่อยใส่แล้วจะดูไม่โป๊
มาในแนวน่ารักมุ้งมิ้งมากกว่า ใส่เดินชายหาดคือใช่!



เอามายั่วอีกครั้งตอกย้ำความน่ารักของหมอนน้องหมี
อย่าลืมนะฮร้าสอยครบ 2,000 บาทรับฟรีไปเลยอันนี้เจ้ว่าคุ้ม
ระหว่างพิมพ์บล็อคไปก็คล้องคอไปเขียนจบพร้อมนอนได้เลย 555 Smiley



ปิดท้ายแอบกระซิบว่าตอนนี้ที่เฟซบุคแฟนเพจ

มีกิจกรรมที่ชวนแฟนหมีมาแชร์แฟนฉันกัน
ลุ้นรางวัล กล้องโพลารอยด์ 10 รางวัล
และ วอยเชอร์รับฟรีชุดชั้นใน “คนอะไรเป็นแฟนหมี” อีก 10 รางวัล
แค่อวดแฟนก็ได้รางวัลแล้วเริ่ดเนอะไปร่วมสนุกกันเยอะๆน้า
แจกจัดเต็มตั้ง 20 ราลวัลใครพลาดจะหาว่าเจ้มิเตือนไม่ได้นะฮร้า Smiley

สำหรับบล็อคนี้ก็ขอล่าไปก่อนหวังว่าจะถูกใจกันนะคร้าบ จุ๊ฟๆ Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Sabina
Information : www.sabina.co.th
 www.facebook.com/sabinateenclub 




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2558    
Last Update : 17 มิถุนายน 2558 16:58:49 น.  

Review[Text+Video] : OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence เตรียมผิวให้พร้อมก่อนลงสกินแคร์


สวัสดีค่าบล็อคนี้มีรีวิวสกินแคร์ตัวใหม่ล่าสุดจาก OLAY มาฝากกัน
กับ OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence
ชื่อยาวที่สุด! ขอเรียกสั้นๆว่าพรี-เอสเซ็นส์ละกันเนอะ Smiley

ก่อนจะไปชมรีวิวมาทำความรู้จักกับ Pre-Essence กันก่อนว่าคืออะไร?
คำว่า Pre แปลว่าก่อน ดังนั้นเจ้าพรีเอสเซนส์ขวดนี้
ก็คือเป็นขั้นตอนที่ใช้ก่อนการทาบำรุงนั่นเอง
ซึ่งจัดอยู่ในขั้นตอนของ "การเตรียมผิว" (Skin Preparation Step)

หลายคนอาจจะทราบแล้วแต่บางคนอาจงงๆว่าทำไมต้องเตรียมผิว
เพราะเสต็ปเดิมๆที่เราทราบกันก็คือล้างหน้า เช็ดโทนเนอร์ แล้วโบกสกินแคร์ตามเลย
แต่ขั้นตอนการเตรียมผิวเพิ่งมาบูมเมื่อช่วงปีสองปีนี้
เป็นขั้นตอนที่เข้าไปแทรกระหว่างการทำความสะอาดผิวหน้า & การทำบำรุง
ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผิวพร้อมเปิดรับการบำรุงของสกินแคร์ได้ดี
ทำให้สกินแคร์ปกติที่เราใช้นั้นมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นนั่นเอง
จัดว่าเป็นเสต็ปเล็กๆที่เพิ่มมาอีกนิดหน่อยแต่ให้ประโยชน์ต่อผิวเยอะขึ้นอ่าน้า
ดังนั้นคนที่รักการบำรุงผิวจึงหันมาใส่ใจในขั้นตอนนี้กันมากขึ้น
จึงทำให้มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเตรียมผิวออกมาวางขายในท้องตลาดมากมายจ้า

--------------------------------------------------------------------------------------

กลับมาเข้าเรื่องของเรากันต่อที่
OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence
รีวิวครั้งนี้มีมาฝากกันทั้งแบบ Video และภาพนิ่ง
ใครอยากชมวิดีโอก็คลิกดูได้เลย แต่จะให้ดีแนะนำให้อ่านคู่ไปด้วยนะฮร้า Smiley






OLAY Regenerist 
Miracle Boost Youth Pre-Essence
โอเลย์ รีเจนเนอร์ริสท์ มิราเคิล บูสท์ ยูธ พรี-เอสเซ็นส์ 

----------------------------------------------------------------------

ขนาด 40 ml. ราคา 899 บาท

มีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
เริ่มวางจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2558 จ้า

คำเคลมผลิตภัณฑ์
พรีเอสเซ็นส์ เนื้อสัมผัสแบบน้ำอันบางเบา ซึมซาบลงสู่ผิวได้ล้ำลึกรวดเร็ว
ไม่ทิ้งความมันหรือความเหนียวเหนอะหนะ มีกลิ่นหอมอ่อนๆช่วยกระตุ้นให้รู้สึกผ่อนคลาย
ใช้ในขั้นตอนแรกสุดหลังจากทำความสะอาดผิวหน้า/โทนเนอร์
สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วและล้ำลึกถึง 2 เท่า
จึงทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้น เต่งตึง และดูมีชีวิตชีวา
อีกทั้งยังช่วยเสริมคุณประโยชน์ของการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป
ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและซึมซาบล้ำลึกยิ่งขึ้นอีกด้วย 



ส่วนผสมที่เป็นจุดขายของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ คือ

Niacinamide หรือวิตามินบี 3 
ช่วยในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์ เนียนละเอียด และริ้วรอยดูลดเลือน

>>> จัดว่าเป็นตัวชูโรงจริงๆเพราะใส่มาเป็นอันดับสอง
เป็นส่วนผสมที่เราสามารถพบได้ในสกินแคร์ทุกตัวของโอเลย์
อาจดูเป็นส่วนผสมเดิมๆที่ไม่ได้ทำให้เราตื่นเต้นมากนัก
แต่ด้วยสรรพคุณของตัวมันเองที่ค่อนข้างหลากหลาย
เป็นวิตามินสารพัดประโยชน์ช่วยทั้งเรื่องชุ่มชื่น ริ้วรอย กระจ่างใส
จากปริมาณที่ใส่มาค่อนข้างมากก็น่าจะพอคาดหวังผลได้จ้า

Amino Peptide - Pro-Collagen molecules
(Palmitoyl Pentapeptide-4)
สารบำรุงสำคัญเพื่อผิวดูตึงกระชับและริ้วรอยดูลดเลือน 

>>> สารอะมิโนเพ็พไทด์เป็นส่วนย่อยๆ ของโปรตีนของผิวหนังที่มีอยู่ตามธรรมชาติ 
ซึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโน 5 ชนิด ที่ทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังได้
จึงช่วยให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้นทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น 

Olivem - สารสกัดจากผลมะกอก
(Sodium PEG7 Olive Oil Caboxylate)
มีฤทธิ์เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ 
ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากมลภาวะภายนอก 
พร้อมช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวแข็งแรง

>>> สารที่มีส่วนผสมของกรดไขมันจากผลมะกอก
ซึ่งจากการวิจัยเค้าว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Lipid ในผิวหนังของเรา
จึงช่วยในเรื่องให้ชั้นผิวแข็งแรงขึ้นได้

***Amino Peptide กับ Olivem ใส่มาอันดับท้ายๆ
จึงไม่เน้นหวังผลจากสองตัวนี้มากนัก
หลักๆที่น่าจะช่วยให้เห็นผลคือ Niacinamide ฮะ

------------------------------------------------------------------------------------

นอกจากตัวหลักๆที่เค้ายกมาเป็นจุดขายก็เป็นสารกลุ่มให้ความชุ่มชื่น
มีแถมวิตามินมาอีกหน่อยอย่างวิตามินอี (Tocopheryl Acetate)
และอนุพันธ์วิตามินซี (Sodium Ascorbyl Phosphate)
ตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ที่จะไปทำให้ผิวขาดความชุ่มชื่นนะฮะ
ที่เห็นเป็น Benzyl Alcohol ในส่วนผสมตัวนี้จัดเป็นสารกันเสียเน่อ
แต่ก็มีส่วนผสมของน้ำหอม (Fragrance) ในลำดับกลางๆ
ใครมีปัญหาเรื่องผิวระคายเคืองง่ายแนะนำให้ป้ายเทสบริเวณหลังใบหู
ทิ้งไว้ซัก 24-48 ชั่วโมงแล้วสังเกตอาการก่อนทาจริงบนหน้าก็ดีจ้า



ลักษณะขวดเป็นพลาสติกใสสีแดงมีฝาเกลียวสีเงิน
ด้วยขวดแบบนี้จึงควรวางไว้ให้พ้นจากจุดที่โดนแสงแดดนะฮะ
จุดเด่นที่เค้าว่าเริ่ดคือ"ฝา" เป็นฝาแบบ Auto-Dropper
ที่เมื่อทำการหมุนเปิดขวด ฝาแบบออโต้ดรอปเปอร์นี้
จะทำการดูดเนื้อพรีเอสเซ็นส์ออกให้แบบอัตโนมัติไม่ต้องกดปั๊มแต่อย่างใด!

 โดยสังเกตุได้ว่าเวลาหมุนเปิดขวดฝาสีเงินจะค่อยๆหมุนยืดขึ้นมา
นั่นแปลว่าทำการปั๊มเนื้อเรียบร้อย แต่ก็มีบ้างที่ฝาแอบงอแงไม่ปั๊มให้
ก็แค่ทำการหมุนปิดกลับเข้าไปแล้วหมุนเปิดใหม่อาการงอแงก็จะหายไปจ้า



การหมุนเปิดฝาหนึ่งครั้งจะได้เนื้อพรีเอสเซ็นส์หนึ่งดรอปเต็มหลอดดูด
ซึ่งเป็นปริมาณที่ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้ต่อหนึ่งครั้งทั่วใบหน้า
สำหรับเค้าจะใช้หนึ่งดรอปทั่วหน้าและจัดอีกหนึ่งดรอปสำหรับลำคอแหละ
คือแบบบำรุงผิวหน้าแล้วคอก็ไม่ควรน้อยหน้ากันบำรุงให้เนียนไปด้วยอ่านะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อพรีเอสเซ็นส์เป็นลักษณะของ Water-Base 
เนื้อเหลวสีใสคล้ายน้ำ แต่มีความขึ้นหนืดเล็กน้อย
เนื้อลื่นเกลี่ยไปบนผิวได้ง่ายและซึมไวมากกกก
กลิ่นน้ำหอมสไตล์โอเลย์ที่เราคุ้นเคยจัดว่ากลิ่นชัดแต่ไม่ได้ฉุน
หลังทาจะมีกลิ่นเหลือติดบนผิวเล็กน้อยค่ะ



ขั้นตอนและวิธีการใช้

ใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังจากขั้นตอนการทำความสะอาดผิว(ล้างหน้า/โทนเนอร์)
ก่อนการลงสกินแคร์ปกติ โดยเค้าใช้หนึ่งดรอปวนในมือสองข้าง
แล้วทาที่ผิวตามลักษณะแนวโพรงขนโดยเริ่มทาจากที่แก้มก่อนเพราะเป็นจุดที่แห้งง่าย
โดยลูบเฉียงจากกลางหน้าออกกรอบหน้า จากนั้นที่เหลือค่อยใช้ทาทีโซน
ทำให้บริเวณทีโซนไม่มันเยิ้มง่ายระหว่างวัน โดยจมูกและคางลูบลง
หน้าผากลูบขึ้นแล้วแหวกออกเหมือนแนวเส้นขนคิ้ว
การทาแบบตามแนวโพรงขนช่วยลดโอกาสในการอุนตันของผิว
ทำให้ปัญหาสิวลดลง และช่วยให้ขนาดรูขุมขนเล็กลงได้ในระยะยาวจ้า



ความรู้สึกเมื่อทดลองใช้

เมื่อปาดเนื้อพรีเอสเซนส์ไปบนผิวปุ๊บสิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือเท็กเจอร์เค้าดีจริงอะไรจริง
เนื้อมีความลื่นทาไปบนผิวแล้วเกลี่ยง่าย ที่สำคัญคือซึมไวมากกกกลูบปรื้ดหายไปในผิวเลย
ซึ่งที่น่าอเมซิ่งคือเป็นเนื้อที่ซึมไวแต่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นี่หล่ะ
โดยลักษณะผิวหลังทาจะไม่เหลือความมันวาวและความเหนอะหนะแต่อย่างใด

หลังทาปุ๊บจะสัมผัสได้ทันทีเลยว่าผิวชุ่มชื่นและนุ่มๆเด้งๆขึ้นให้ผิวสัมผัสที่ดีเลย
โดยเมื่อทาสกินแคร์ตัวอื่นตามซึ่งเค้าผิวแห้งมักใช้ครีมเนื้อข้นๆ
จะสังเกตได้ว่าครีมเนื้อข้นจะเกลี่ยง่ายและซึมผิวได้ไวกว่าทาครีมลงไปเดี่ยวๆจ้า

สรุปว่าที่ชอบสุดคือลักษณะเท็กซ์เจอร์เวลาทาบนผิว
แต่ที่เค้าแอบไม่ตินิดนึงคือเรื่องของน้ำหอม
ส่วนตัวผิวไม่ได้แพ้ง่ายแต่เมากลิ่นง่ายถ้าไม่มีน้ำหอมจะเริ่ดกว่านี้
และคนที่ผิวระคายเคืองง่ายน่าจะเลือกใช้ได้สบายใจยิ่งขึ้นค่า



สรุปความพอใจโดยรวม

เค้าใช้ต่อเนื่องมาเดือนนึงหมดไปเกินครึ่งขวด
อย่างที่เล่าไปด้านบนว่าชอบเรื่องของเท็กซ์เจอร์มากมาย
ใช้แล้วแอบรู้สึกเหมือนผิวละเอียดขึ้นนิดนึง
น่าจะเป็นเพราะพรีเอสเซ็นส์เข้าไปช่วยเสริมให้สกินแคร์ที่ใช้ทำงานดีขึ้น
แต่ไม่สามารถเทียบบีฟอร์อาฟเตอร์ให้ได้เน่อเป็นความรู้สึกล้วนๆ
เพราะผิวเค้าไม่มีปัญหาอะไรและเป็นคนบำรุงจัดหนักโดยสม่ำเสมออยู่แล้ว
การทาบำรุงของเค้าจึงเน้นไปที่การป้องกันให้ผิวไม่มีปัญหามากกว่าแก้ปัญหาอ่านะ

เอาว่าโดยรวมถือว่าพอใจเลยเมื่อเทียบกับราคาและความสะดวกในการหาซื้อ
ถือเป็นแบรนด์ที่ราคาไม่เวอร์คนทั่วไปจับต้องได้ และให้สัมผัสที่ดีเวลาใช้
ถ้าใครอยากจะลองดูแลผิวเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนการเตรียมผิวโดยมีงบจำกัด
เค้าว่าโอเลย์ตัวนี้ก็ค่อนข้างตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องคุณภาพและราคาจ้า



สำหรับ OLAY Regenerist Miracle Boost Youth Pre-Essence ตัวนี้
เค้ามีเซ็ตคู่ขวัญด้วยนะทางแบรนด์เรียกว่าเป็น 
Miracle Duo >>> 2 ขั้นตอนสู่ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างน่าอัศจรรย์
คือแนะนำให้ใช้พรี-เอสเซ็นส์ ร่วมกับ 
OLAY Regenerist Micor Sculpting Crem
ซึ่งเป็นครีมในกลุ่มที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย
โดยเค้าเคลมว่าจะช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก
และเพิ่มการซึมซาบสารบำรุงเข้าสู่ชั้นเซลล์ผิวได้ถึงสองเท่า
ผลที่ได้คือผิวพรรณที่ดูอ่อนเยาว์อย่างน่าอัศจจรย์
และได้รับการพิสูจน์แล้วทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นถึง 10 ปี.....อู้วหูวววว Smiley



สุดท้ายโอเลย์ฝากโปรโมชั่นดีๆมาว่า......OLAY Regenerist 
Miracle Boost Youth Pre-Essence จะเริ่มวางขายเดือนกรกฎาคม
ถ้าใครรอไม่อยากรอถึงป่านนั้น ตอนนี้มี promotion สุดคุ้มจาก Lazada คือ....

รับฟรี! ผลิตภัณฑ์ใหม่! โอเลย์ รีเจนเนอร์ริสท์ มิราเคิล บูสท์ พรีเอสเซนส์ (ขนาดจริง 40ml) 
เมื่อซื้อโอเลย์ รีเจนเนอร์ริสท์ ไมโคร สกัลป์ติ้ง ครีม (ขนาด50g) มายก้อดหนึ่งแถมหนึ่ง!!!
คลิ๊ก http://goo.gl/PWpPNg ด่วน! 
สินค้ามีจำนวนจำกัดตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2558 นี้นะคร้าบ 

-----------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by OLAY





 

Create Date : 15 มิถุนายน 2558    
Last Update : 15 มิถุนายน 2558 19:51:50 น.  

Review : รีวิวจัดเต็มกับกองทัพเบสเมคอัพแบรนด์ THREE [ไพร์เมอร์/รองพื้น/คอนฯ/แป้งฝุ่น/แป้งผสมรองพื้น]

"งานผิว" คำนี้ได้ยินบ่อยมว๊ากกก
เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์แต่งหน้าที่จะอินได้ตลอดไม่มีเอาท์
กับลุคผิวที่ดูบางเบาแต่สวยเป๊ะแบบเป็นธรรมชาติ
เอาว่าเป็นผิวแบบที่สาวๆไฝ่ฝันและหนุ่มๆเซย์เยส Smiley

บล็อคนี้เลยมีรีวิวเบสเมคอัพที่หลายคนยกให้เป็น"งานผิว" มาฝากกัน
ขอบอกว่ารีวิวให้ทั้งไลน์แบบจัดเต็ม พร้อมแล้วไปชมกันเล้ยยยย....



THREE 
BASE MAKEUP

[Primer / Foundation / Concealer/ 
Loose Powder / Powder Foundation]

-------------------------------------------------------------------------------------

 THREE แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่เข้ามาขายในบ้านเราร่วมสองปีกว่าแล้ว
ขอบอกว่าในญี่ปุ่นเค้าวางโพซิชั่นเป็น Hi-End หรือ Luxury Brand เลยนะ
แต่เป็นแบรนด์หรูที่ราคาสามารถจับต้องได้ไม่แพงเว่อร์วัง (พันกลางๆถึงสองพัน)
ซึ่งสิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้ดังมากคือความที่เป็นแบรนด์ออแกนิกส์
พวกสกินแคร์เค้าเริ่ดมากหลายตัว ใช้สารสกัดจากธรรมชาติเป็นหลัก
จึงอ่อนโยนต่อผิว ทำให้คนที่มีผิวระคายเคืองหรือแพ้ง่ายมีทางเลือกมากขึ้น

พอมาเป็นกลุ่มเมคอัพเค้าก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกับสกินแคร์
คือเน้นส่วนผสมที่ได้จากธรรมชาติจัดเต็มถึง 80% 
มีสารบำรุงผสมมามากมายจุดขายเค้าก็จะมีพวกออยธรรมชาติ
อย่าง Incainchi Oil , Argen Oil , Tea Seed Oil
ที่เน้นให้ความชุ่มชื่น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอย
ทำให้เป็นเมคอัพที่ทำให้เราได้รับการบำรุงผิวไปด้วย
ถือว่าเป็นจุดขายที่ต่างจากเมคอัพแบรนด์อื่นๆเลยเนอะ
แต่ได้ยินว่ามาออยอย่าเพิ่งกลัวไปขอบอกว่าเค้าเน้นเนื้อที่บางเบา
ทาแล้วต้องรู้สึกสบายผิวเท็กเจอร์จะไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้า
ปูคุณสมบัติมาซะเคลิ้มขนาดนี้ไปชมกันดีกว่าว่าแต่ละตัวใช้แล้วเป็นอย่างไร
เรียงตามเสต็ป...ไพร์เมอร์ รองพื้น คอนซีลเลอร์ แป้งฝุ่น และแป้งผสมรองพื้นนะจ๊ะ



THREE ULTIMATE PROTECTIVE 
PRISTINE PRIMER SPF32/PA+++

------------------------------------------------------------------

ขนาด 30 ml. ราคา 1,600 บาท

ไพรเมอร์เนื้ออิมัลชั่นช่วยพรางรูขุมขนให้เรียบเนียน
และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอมากขึ้น

มีให้เลือก 2 สูตร
GLOW : เหมาะกับผิวแห้ง ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื่นเปล่งปลั่ง
TRANSLUCENT : เหมาะกับทุกสภาพผิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนลงรองพื้นง่ายขึ้น

***สูตรที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันคือสูตร Glow เพราะเค้าผิวแห้งฮะ



รายละเอียดส่วนผสมของไพรเมอร์สูตร Glow

มีส่วนผสมของ Botanical Oil แปดชนิด คือ 
Incainchi Oil , Argan Oil , Evening Primrose Oil , Sesame Oil ,
Tea Seed Oil , Jojobar Oil , Rosehip Oil และ Shea Butter



ลักษณะเนื้อ

ไพร์เมอร์สีเนื้อกดออกมาตอนแรกแอบตกใจนึกว่ารองพื้น
ดูตาเปล่าเหมือนจะเนื้อข้นพิกเมนต์ทึบๆ แต่พอเกลี่ยคนละเรื่องเลย
เนื้อจะเป็นแบบอิมัลชั่นค่อนข้างเหลวมีความลื่นเกลี่ยง่ายเว่อร์
เค้าว่าเวลาเกลี่ยแล้วมันจะแตกตัวเป็นเนื้อใสๆคล้ายๆน้ำ
พิกเมนต์ที่เหมือนจะทึบตอนแรกจะกระจายตัวแทบจะโปร่งแสงเลย
เป็นสูตร Glow แต่ว่าไม่มีพวกชิมเมอร์ผสมในเนื้อแต่อย่างใด
ความโกลว์ที่ได้เกิดจากความฉ่ำของเนื้อไพร์เมอร์จ้า



ไพร์เมอร์จะใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังการแต่งหน้า
หลังจากทาสกินแคร์และกันแดดเรียบร้อยแล้ว
เนื้อไพร์เมอร์รุ่นนี้บางเบาจริงอะไรจริง
เนื้อลื่นเกลี่ยง่ายสามารถใช้มือทาได้เลย
ไม่ต้องอาศัยสกิลในการทาใดๆ เนื้อซึมไว
เหลือความหนึบบนผิวเล็กน้อยแต่ไม่เหนอะหนะ



ผลลัพธ์ที่ได้

สำหรับเค้าที่ผิวแห้งเทียบผลก่อนและหลังทาด้วยตาเปล่าต่างกันเพียงเล็กน้อย
ผิวจะดูฉ่ำแบบดูชุ่มชื่นขึ้น ไม่ใช่ฉ่ำวาวแบบพวกไพร์เมอร์ที่ผสมชิมเมอร์
สีผิวดูไบร์ทและสม่ำเสมอขึ้นเล็กน้อยสังเกตได้จากรอยกระที่ดูนวลขึ้นไม่ชัดเท่าตอนแรก

เอาว่าสำหรับสูตรโกลว์เค้าว่าเป็นการปรับสภาพความชุ่มชื่นผิวมากกว่า
ไม่ได้เน้นเรื่องการปรับโทนสีหรือช่วยเรื่องการปกปิดหรือพรางอะไร
ซึ่งอาจจะขัดใจหลายคนที่อยากเห็นผลลัพธ์ทางตาชัดๆ
แต่ขอบอกว่าการเตรียมผิวด้วยการเติมความชุ่มชื่นแบบนี้ช่วยเรื่องการติดทนมากนะเออ
ถ้าใครที่ผิวแห้งจะรู้ดีเลยว่าเมื่อไหร่ที่ผิวขาดความชุ่มชื่นจะแต่งหน้าไม่ติด!
แค่แต่งก็ไม่ติดแล้วไม่ต้องคาดหวังเรื่องติดทนระหว่างวันเลย

แต่หลังจากใช้ไพร์เมอร์สูตรนี้จะสังเกตได้ว่าเมื่อทารองพื้นตาม
รองพื้นจะเกลี่ยง่ายขึ้น และระหว่างวันจะไม่เกิดอาการแห้งแคร็ก
ซึ่งส่วนตัวเค้าว่าเหมือนจะช่วยให้รองพื้นติดทนขึ้นในระดับนึงหล่ะ
อ้อแล้วสำหรับคนผิวค่อนข้างแห้งน่าจะรู้สึกเหมือนกันว่าเวลาลงไพรเมอร์
ผิวจะเซ็ตตัวดูฉ่ำได้ไวขึ้นกว่าใช้รองพื้นเดี่ยวๆฮะ
ส่วนตัวใช้คู่กะรองพื้นไม่มีผลเรื่องเป็นคราบระหว่างวันเน่อ

--------------------------------------------------------------------------------

ระดับความพอใจ 8/10

ให้คะแนนกับเท็กซ์เจอร์ที่สบายผิวใช้ง่าย
ให้ฟิลเหมือนทาบำรุงผิวอีกขั้นก่อนลงรองพื้น
ถ้ากันแดดที่ใช้เนื้อค่อนข้างแห้งหรือแอลกอฮอล์เยอะ
หรือเป็นวันที่ขี้เกียจทารองพื้นอยากใช้แค่ไพร์เมอร์
แล้วตามด้วยแป้งผสมรองพื้นเค้าว่าเอามาจับคู่กับไพร์เมอร์ตัวนี้จะเวิร์คเลย
ช่วยเติมความชุ่มชื่นได้ดี ทำให้แป้งเซ็ตตัวได้ไวขึ้น

แอบหักคะแนนตรงที่ใช้เดี่ยวๆไม่ค่อยเห็นความต่างในเชิงมองด้วยตาเปล่า
ต้องเอาไว้ใช้คู่กับรองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นถึงจะรู้สึก
และถ้าบำรุงผิวมาชุ่มชื่นดีส่วนตัวใช้กับไม่ใช้ให้ความรู้สึกต่างกันไม่มากจ้า

สูตรนี้เหมาะเน้นๆสำหรับคนผิวแห้งหรือผิวธรรมดาที่อยากฉ่ำ
แต่ถ้าผิวมันไม่แนะนำคาดว่าระหว่างวันเยิ้มแน่เลย



THREE FLAWLESS ETHEREAL 
FLUID FOUNDATION SPF36/PA+++

------------------------------------------------------------------

ขนาด 30 ml. ราคา 1,950 บาท

รองพื้นสูตรลิควิดเนื้อบางเบาให้ผิวดูกระจ่างใส
อำพรางจุดบกพร่อง ให้สีผิวสม่ำเสมออย่างเป็นธรรมชาติ
เสมือนกับเป็นผิวจริง ส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 80.4%

มีให้เลือกทั้งหมด 7 เฉดสี
 101 / 102  / 202 / 203 / 204 / 205 / 206

***สีที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันคือเบอร์102 สำหรับผิวขาวเหลืองจ้า



รายละเอียดส่วนผสมรองพื้น

มีส่วนผสมของ Botanical Oil แปดชนิด คือ 
Incainchi Oil , Argan Oil , Evening Primrose Oil , Sesame Oil ,
Tea Seed Oil , Jojobar Oil , Rosehip Oil และ Shea Butter

ส่วนประกอบของอณูผงแป้ง 2 ชนิด ได้แก่ 
SOFT FROST POWDER และ TRANSLUCENT POWDER 
ที่ช่วยเพิ่มการสะท้อนแสงทำให้ผิวดูเปล่งประกายจากภายใน
อำพรางสีผิวหมองคล้ำและรูขุมขนให้ผิวดูเนียนใส



ลักษณะเนื้อ

รองพื้นสูตรลิขวิดที่เนื้อเป็นแบบอิมัลชั่น
เนื้อเหลวและลื่นผิวเกลี่ยง่ายสุดพลัง เนื้อบางเบา
เกลี่ยแล้วจะกลมกลืนไปกับผิวจริงคล้ายการทาสกินแคร์เลยอ้ะ
ส่วนตัวเค้าว่าเนื้อกลางๆไม่มันและไม่แห้ง



วิธีการใช้ในแบบของเค้า

Smiley ใช้มือ เกลี่ยบางๆให้ทั่วใบหน้า อุณหภูมิผิวที่ปลายนิ้ว
จะช่วยให้รองพื้นเบลนกลืนเข้ากับผิวได้เริ่ดมาก
ขอบอกว่าไม่ต้องใช้ฝีมือและสกิลใดๆในการทาปาดไปมั่วๆก็เนียนได้
วันไหนด่วนๆแอบบอกเทคนิคว่าเค้ากดใส่ฝ่ามือแล้ววอร์มสองมือเข้าด้วยกัน
แล้วปาดทาบนหน้าแบบทาสกินแคร์เลยไม่เชื่อก็ต้องเชื่อมันรอดค่ะคุณ!

Smiley ถ้าผิวไม่มีปัญหาไม่ต้องการการปกปิดใดๆ
อยากได้ลุคบางแบบขีดสุดแนะนำให้ลองใช้กับแปรง ดู
ปาดแบบลากเบาๆไปบนผิวจากกลางหน้าออกกรอบหน้า
ไม่แนะนำให้ทาวนไปวนมานะฮะปาดทางเดียวเนียนสวยกว่า
และลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการอุดตันด้วย

Smiley จุดที่ต้องการการปกปิดเพิ่มเติมเค้าจะใช้ฟองน้ำ ช่วย
ด้วยการแตะรองพื้นแล้วแท็บย้ำเบาๆในจุดที่ต้องการปกปิด
อย่างพวกรอยกระ รอยคล้ำใต้ตา รองพื้นจะปิดได้มากขึ้น
เสร็จแล้วใช้ฟองน้ำด้านสะอาดแท็บย้ำเบาๆทั่วหน้า
เพื่อซับรองพื้นส่วนเกินออกผิวที่ได้จะดูเนียนแต่ไม่หนาจ้า



ผลลัพธ์ที่ได้

เค้าใช้มือเกลี่ยทั่วหน้าแล้วตามด้วยฟองน้ำแท็บเพิ่ม
ตรงรอยกระที่โหนกแก้มและใต้ตาเล็กน้อย
ผลลัพธ์.....คือกรี้ดมากกกก งานผิวขั้นสุดสวยเนียนแบบไม่โบ๊ะ

ระดับการปกปิดปานกลาง ช่วยพรางให้ดูนัวขึ้นแต่ปิดไม่มิดนะจ๊ะ
สังเกตได้จากรอยกระข้างแก้ม แต่ส่วนตัวเค้าชอบนะ
คือมองซูมๆก็เห็นจางๆแต่มองระยะปกติก็แทบไม่เห็นละเน่อ

ความฉ่ำผิวคือกำลังสวยไม่ได้ฉ่ำเกินไปและไม่ได้แมทท์
ความเงาผิวพอๆกะตอนทาสกินแคร์เสร็จผิวแห้งเลิฟเลย ณ จุดนี้
สำหรับคนผิวมันจากที่ถามๆและอ่านรีวิวคนอื่นมา
ฟีดแบ็คส่วนใหญ่จะบอกว่าไม่ได้คุมมันแต่ไม่ได้ทำให้มันเพิ่มจ้า



ระดับความพอใจ 9.5/10

เค้าผิวแห้งใช้ไพรเมอร์สูตร Glow คู่กะรองพื้นแล้วดีงามมมม
มันเนียน ผ่อง เด้ง สีไม่ดรอป ทนยาวยันค่ะ 
จุดเด่นที่เค้าปลื้มสุดคือไม่ต้องใช้ทักษะใดๆในการทา
แต่ให้ลุคที่ดูดี๊ดีเหมือนตั้งใจทา555 เอาว่าวันไหนด่วนๆตัวนี้จบ

ขอยกให้เป็นรองพื้นงานผิวชั้นยอดที่ควรค่าแก่การทดลอง
แอบหักคะแนนไปนิดนึงตรงเรื่องการปกปิด
ถ้าต้องออกงานอยากได้ความกริบต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วยจ้า



THREE ADVANCED
SMOOTHING CONCEALER

------------------------------------------------------------------

ราคาแท่ง 1,500 บาท

คอนซีลเลอร์ในรูปแบบปากกา
เนื้อบางเบาแต่ให้การปกปิดได้ดีเยี่ยม
และสามารถใช้ทัชอัพเพิ่มระหว่างวันได้ด้วย
มีส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 80%



มีให้เลือกทั้งหมด 5 เฉดสี

YE (Yellow) : สำหรับรอยสีน้ำตาลและรอยแดงใต้ตา
รอยแดงบริเวณแก้มและข้างจมูก
OR (Orange) : สำหรับรอยสีน้ำเงินและรอยดำบริเวณใต้ตา

------------------------------------------------------------

01 / 02 / 03 : เฉดสีเบสิคโทนสีเนื้อ
โดยเลือกใช้ตามโทนสีรองพื้น สามารถใช้ได้ทั่วหน้า
และเหมาะกับการใช้ทัชอัพเติมหน้าระหว่างวัน



ส่วนตัวเค้าใช้สีเนื้อเบอร์ 01 เวลาปาดออกจากแท่งจะดูขาวกว่าผิวเล็กน้อย
แต่เวลาเกลี่ยแล้วสีจะค่อยๆกลมกลืนไปกับผิวทำให้ดูไบร์ทขึ้นนิดหน่อย
คือลองเบอร์ 02 แล้วมันเข้มกว่าผิวทาใต้ตาแล้วหน้าดูไม่ค่อยผ่องเลยชอบ 01 มากว่าจ้า
การทาจะเน้นลงบริเวณกระที่โหนกแก้มและใต้ตา
โดยแต้มจากแท่งแล้วเอานิ้วตบๆเบาๆลงแค่บางๆไม่ต้องการให้ปิดเกินไป
ถ้าอยากให้ปกปิดได้กริบมากขึ้นอาจเลือกสีพอดีหรือเข้มกว่าผิวเล็กน้อยจ้า

เนื้อคอนซีลเลอร์จัดว่าบางเบามากกก
ปาดแล้วตกใจบางกว่าเนื้อรองพื้นอีกคิดดู
แต่มันอเมซิ่งตรงที่มันให้การปกปิดที่ค่อนข้างดีเลย
ไม่ถึงกะมิด 100% แต่ก็ดูเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
โดนใจตรงเกลี่ยง่ายที่สุดในบรรดาคอนซีลเลอร์ที่เคยลองมาทั้งหมด
เค้าไม่ค่อนทาคอนเพราะมันจะดูหนาแต่ลองตัวนี้แล้วเลิฟ
พกเป็นหนึ่งในไอเท็ม Must Have! ในกระเป๋าเมคอัพเลยนะขอบอก



ส่วนแบบสีเค้าใช้ประจำคือสี YE โทนเหลือง
โดยหลักๆจะใช้เป็นไฮไลท์ให้หน้าดูมีมิติมากขึ้น
ปาดไปตรงจุดที่อยากให้ดูโดดเด้งขึ้นมา
อย่างหน้าผาก สันจมูก เหนือริมฝีปาก คาง
และป้ายตรงร่องใต้ตาอีกเล็กน้อยให้ตาดูสดใสขึ้น

จากนั้นจะใช้นิ้วหรือฟองน้ำเกลี่ยก็ได้เอาตามที่ถนัด
ส่วนตัวเค้าว่าฟองน้ำก็เวิร์คนะช่วยซับคอนส่วนเกินออกได้ดี

------------------------------------------------------------------

ระดับความพอใจ 9.5/10

ยกให้เป็นคอนซีลเลอร์แห่งปีที่เค้าหยิบมาใช้บ่อยสุด
อย่างที่บอกว่าปกติไม่ทาเลยเพราะขี้เกียจทาและไม่ชอบให้ดูหนา
แต่ตัวนี้ตอบโจทย์ได้หมดคือปิดแต่ไม่หนาทามั่วๆก็รอด(อีกแล้ว!)
ระหว่างวันไม่เลือนไม่ตกร่องที่สำคัญคือขนาดใต้ตาแห้งๆยังไม่แคร็กจัดว่าดีงามมม

จุดขายอีกอย่างที่เค้าบอกว่าทัชอัพเพิ่มได้ระหว่างวันอันนี้อาจจะถูกใจหลายคน
แต่ส่วนตัวเค้ามิเคยพกไปเติมเน่อ เป็นคนแต่งหน้ารอบเดียวจบไม่เติมหน้าระหว่างวัน
แต่เคยได้ลองทัชอัพในงานวันเปิดตัว เมคอัพอาร์ทติสเติมทับเมคอัพเดิมให้
ผลลัพธ์คือดีนะปาดทับแล้วเกลี่ยได้เลยโดยใช้นิ้วแท็บเบาๆไม่ทำให้เป็นคราบจ้า

ขอหักคะแนนไปเล็กน้อยเรื่องระดับการปกปิด
ใครชอบความกริบแบบมิดหมดอาจจะขัดใจเล็กน้อย
แต่อยากให้ลองแต่งหน้าแบบปกปิดให้น้อยลงดู
พอชินแล้วจะรู้ว่าปิดไม่ต้องมิดมันสวยกว่านะฮร้า



หลังจากลงผิวมา 3 Step แล้ว
ขอพักให้ชมผิวเทียบ BEFORE & AFTER กันก่อน
ชัดเจนเนอะนวลเนียนสวยงามดูไม่โบ๊ะ
ไพร์เมอร์ รองพื้น คอนซีลเลอร์ แต่ละตัวอาจปกปิดได้ไม่สุด
แต่พอรวมกันแล้วถือว่าปิดค่อนข้างมาก 80-90% เลยนะ

ถ้าใครผิวแห้งแบบเค้าจริงๆจบที่สามเสต็ปนี้จะเพอร์เฟ็คสุด
ผิวมีความฉ่ำเบาๆดูเหมือนผิวจริงไม่รู้สึกหนาหรือหนักหน้าด้วย
แต่ด้วยอากาศบ้านเราที่ร้อนใกล้จะสุกช่วงนี้ถ้ากลัวเยิ้ม
เชิญรับชมสเต็ปต่อไปกับขั้นตอนการลงแป้งจ้า



THREE ULTIMATE DIAPHANOUS 
LOOSE POWDER

------------------------------------------------------------------

ขนาด 17 g ราคา 1,950 บาท

แป้งฝุ่นเนื้อนุ่ม เนียนละเอียด โปร่งเบา
เพิ่มความกระจ่างใสเปล่งปลั่งแก่ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ 
ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี

มีให้เลือก 2 สูตร
GLOW : มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 80.5% ให้ผิวดูชุ่มฉ่ำ เปล่งประกาย
TRANSLUCENT : มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 81.6%
ให้ผิวเนียนเรียบ กระจ่างใส รขุมขนดูเล็กลง

โดยแต่ละสูตรจะมีเฉดสีให้เลือก 2 เฉด คือ

เบอร์ 01 เหมาะกับคนที่ใช้รองพื้นเบอร์ 101, 102,  202, 203
เบอร์ 02 เหมาะกับคนที่ใช้รองพื้นเบอร์  204, 205, 206

***สูตรที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันคือสูตร Glow เบอร์ 01 จ้า



ประกอบด้วย Botanical Oil  8  ชนิด เหมือนในไพร์เมอร์หรือรองพื้น
จึงช่วยบำรุงผิวทำให้ผิวดูเปล่งประกาย กระจ่างใส

และส่วนประกอบของอณูผงแป้ง 2 ชนิด ได้แก่ 
SOFT FROST POWDER และ TRANSLUCENT POWDER 
ช่วยให้ผิวเปล่งประกายราวกับผิวถูกคลุมไว้ด้วยม่านสะท้อนแสง 



พราวด์ทูพรีเซนท์กับตาข่ายกันแป้งของ THREE ที่สุด!
ปกติที่เราเจอจะเป็นฝาพลาสติกเจาะรูแบบกระจายๆ
ทำให้เวลาเทแป้งออกมามันจะกระจายตัวไม่ค่อยดี
เค้าเลยแทบไม่เคยใช้พัฟที่ให้มาทาหน้าเพราะแป้งมันจะกองเป็นจุดๆ
ต้องหาแป้งมาปัดๆเพื่อให้เนื้อแป้งไม่เกาะตัวเป็นก้อน
แต่พอเป็นตาข่ายแบบนี้ปัญหานั่นก็หมดไป เย้!

จริงๆก็เคยใช้ที่กั้นตาข่ายแบบนี้แล้วหล่ะ
แต่แบรนด์นั้นขายตลับแยกต่างหากแค่ตลับก็เป็นพันแร้น
อันนี้มาพร้อมแป้งและมีพัฟขนนุ่มนิ่มมาให้ด้วยคุ้มราคาเจ้ชอบ



ลักษณะเนื้อ

แป้งฝุ่นเนื้อละเอียด บางเบา ทาแล้วซึมกลืนเข้าไปในผิว
ไม่มีผลทำให้รองพื้นเปลี่ยนสี สูตรที่เค้ารีวิวคือ Glow สี 01
เป็นแป้งโกลว์แบบที่มีชิมเมอร์ผสมอยู่เล็กน้อย
ย้ำว่าน้อยแบบไม่สังเกตดีๆนี่มองแทบไม่ออก
ดังนั้นความโกลว์ที่ได้จะมาจากเนื้อแป้งที่ให้ความฉ่ำด้วยส่วนผสมที่เน้นการบำรุงผิว
มากกว่าความวิ้งของชิมเมอร์ ซึ่งข้อดีคือให้ลุคผิวที่เป็นธรรมชาติไม่วิ้งเว่อร์จ้า



ผลลัพธ์ที่ได้

วิธีการใช้แป้งตัวนี้เค้าใช้พัฟทาโลด
โดยจะแตะแป้งทีละน้อยแล้วลงเน้นเฉพาะตรงกรอบหน้า
พวกตามแนวโคนผมเพื่อไม่ให้เหนอะหนะเวลาเส้นผมโดนหน้า
และลงในบริเวณทีโซนที่จะมีความมันระหว่างวัน
แต่บริเวณแก้มแทบจะเว้นไว้เลย
หรือบางทีก็ใช้พัฟเปล่าๆที่มีแป้งติดเล็กน้อยซับเบาๆ

เนื้อแป้งแม้จะเป็นสูตร Glow แต่ส่วนตัวเค้าว่ามันให้ลุคผิวค่อนข้างแมทท์อยู่นะ
ค่อนข้างคุมมันเลย เทียบกับผิวแห้งของเค้าคือทาแล้วต้องใช้เวลาเซ็ตตัว
หลังทาหน้าอาจจะดูแห้งลงนิด ไม่ฉ่ำสวยเท่าตอนหลังทารองพื้น
แต่ข้อดีคืออย่างวันที่ต้องออกไปเผชิญสภาพอากาศภายนอก
เมคอัพมันจะทนขึ้น ตามพวกทีโซนจะไม่เยิ้ม ผิวจะดูเป๊ะระหว่างวันจ้า

--------------------------------------------------------------------------------

ระดับความพอใจ 9/10

สรุปแป้งเนื้อละเอียดดีมากทาแล้วละลายไปกับรองพื้น
ไม่ทำให้รองพื้นเปลี่ยนสี ทาแล้วสบายไม่หนักหน้า
เป็นแป้งที่หยิบใช้บ่อยสุดเพราะทาง่ายใช้พัฟที่ให้มาปาดหน้าได้เลย

ตาข่ายกั้นแป้งก็กรองปริมาณแป้งได้กำลังดีไม่มากไม่น้อยไป
ทำให้ลงบนหน้าแล้วดูเยอะเกิน แต่ด้วยความที่ผิวแห้งเค้าขอหักตรงความแมทท์
ลุคผิวหลังทามันไม่ฉ่ำสวยเท่าตอนทารองพื้น แต่ระหว่างวันมันช่วยเซ็ตเมคอัพให้ทนขึ้น
ก็ต้องแลกเอาอ่าเนอะว่าจะเอาคุณสมบัติไหน แต่ด้วยอากาศร้อนตับแล่บแบบนี้
ของเลือกคุณสมบัติที่ช่วยให้เมคอัพติดทนขึ้นดีกว่า แหะๆ เอาว่าตอนนี้ใช้ทุกวันอ่านะ




THREE RENEWING
POWDER FOUNDATION SPF24/PA++

------------------------------------------------------------------

รีฟิลล์ขนาด 12 g ราคา 1,750 บาท

เคสต้องซื้อแยกต่างหากอันละ 500 บาท

แป้งผสมรองพื้นที่มอบผิวเนียนใส 
ปกปิดแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ตกร่องและไม่เป็นคราบระหว่างวัน

มีให้เลือกทั้งหมด 7 เฉดสี (เหมือนรองพื้น)
 101 / 102  / 202 / 203 / 204 / 205 / 206

***สีที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันคือเบอร์102 สำหรับผิวขาวเหลืองจ้า


ความเก๋เว่อร์ของแป้งรุ่นนี้คือมีสองสีในตลับเดียว
แต่มันมิใช่สองสีแบบที่เราเคยเจอว่าใช้เป็นสีปกติกับไฮไลท์เฉดดิ้งไรงี้นะ
มันเป็นสองสีที่ทำมาสำหรับให้ใช้ตอนเช้า AM และเติมระหว่างวัน PM
ดูตาเปล่าเหมือนจะคนละสีแต่จริงๆแล้วเป็นสีเดียวกัน
แค่ใส่ปริมาณพิกเมนต์ที่ต่างกันเพื่อใช้คนละช่วงเวลา

ด้านสีเข้มสำหรับ AM : สำหรับไว้แต่งหน้าตอนเช้า
เน้นคุณสมบัติติดทนนานบนผิว ปรับสีผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ
เพราะพิกเมนต์สีจะแน่นทำให้ได้การปกปิดที่ดี

ด้านสีอ่อนสำหรับ PM : สำหรับใช้เติมหน้าระหว่างวัน
เพื่อช่วยอำพรางรูขุมขน ปรับสีผิวให้กระจ่างใส และลดความมันเงา
โดยเค้าใส่พิกเมนต์สีมาน้อยกว่าเพื่อให้เวลาเติมหน้าแล้วดูไม่หนา
เติมแล้วหน้าจะดูผ่องเด้งและดูเฟรชมากขึ้น


นอกจากแป้งสองฝั่งแล้วฟองน้ำที่ใช้ก็แบ่งเป็นสองฝั่ง เช่นกัน
พัฟฝั่งฟองน้ำเนื้อแน่นรูปบนเอาไว้ใช้คู่กับแป้งเนื้อเข้มสูตร AM
เพราะพัฟด้านนี้จะจิกเนื้อแป้งได้มาก ทาแล้วให้การปกปิดดี
ส่วนอีกด้านจะเป็นพัฟขนนุ่มๆแบบกำมะหยี่เอาไว้ใช้กับด้านสีอ่อน PM
เหมาะกับการเติมระหว่างวันเพราะเกลี่ยง่ายให้ลุคที่บางเบากว่าจ้า



ประกอบด้วย Botanical Oil  8  ชนิด เหมือนในไพร์เมอร์/รองพื้น/แป้งฝุ่น
จึงช่วยบำรุงผิว ปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน

และมีส่วนผสมพิเศษในแต่ละสีคือ 
ในด้านสีเข้ม AM จะมี สารสกัดจากใบคาเมลเลีย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
และในด้านสีอ่อน PM จะมี 3D Powder , Renewing Radiance Powder
สารสกัดจากราสเบอร์รี่ ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ



ผลลัพธ์ที่ได้

เนื้อแป้งจัดว่าบางเบามากเมื่อเทียบกับความเป็นแป้งรองพื้น
ภาพเปรียบเทียบนี้เค้าเทสแบบเช็ดคลีนสิ่งที่ลงก่อนหน้าออกหมด
แล้วปาดแป้งเพียวๆเลยเพื่อจะได้เทียบการปกปิดชัดๆ
ผลคือให้การปกปิดน้อย-ปานกลาง เน้นความเป็นธรรมชาติ(สุดๆ)
พวกรอยแดงข้างจมูกช่วยให้จางลงแต่ก็ยังเห็นความแดงเรื่อๆ
รอยกระยังคงเห็นอยู่แต่โดยรวมจะนัวขึ้น

เนื้อแป้งตอนปาดก็นุ่มลื่นละเอียดดี ไม่รู้สึกว่าแห้ง
แต่ลุคผิวที่ได้สำหรับผิวแห้งแบบเค้าคือค่อนข้างแมทท์มากเลย
อาจจะเพราะเค้าเช็ดทุกอย่างออกแล้วลงแป้งเดี่ยวๆด้วย
คาดว่าถ้าใช้คู่ไพร์เมอร์น่าจะดีกว่านี้
น้ำมันผิวที่มีมันน้อยเกิ๊นทำให้แป้งเซ็ตตัวช้า
มันจะดูเป็นแป้งลอยๆบนผิวถ้ารอให้เซ็ตตัวเองต้องใช้เวลาหน่อย
ส่วนตัวเค้าว่าผิวมันน่าจะชอบเนื้อแบบนี้มากกว่าฮะ



ใครชอบความเนี้ยบและผิวไม่ได้แห้งมาก
หลังลงสี่เสต็ปด้านบนแล้วจะตามแป้งตัวนี้ก็สามารถทำได้
หรือจะใช้แป้งตัวนี้ไว้ทัชอัพเพิ่มระหว่างวันก็โอเค
โดยแนะนำให้ลงด้าน PM สีอ่อนที่เนื้อบางเบากว่า
และใช้พัฟฝั่งขนกำมะหยี่ปาดแค่เบาๆจ้า

--------------------------------------------------------------------------------

ระดับความพอใจ 7.5/10

คะแนนแอบน้อยกว่าตัวอื่นหน่อย
ใช่ว่าแป้งเค้าไม่ดีนะ แต่แค่มันไม่ค่อยเหมาะกับผิวเค้าแค่นั้นเอง
ใครตามหาแป้งที่เนื้อบางเบา อยากให้ดูผ่องเด้ง ให้ลุคธรรมชาติไม่เน้นปกปิด
ลองตัวน่าจะฟินอยู่ ยิ่งผิวมันใช้แล้วน่าจะดูเนียนสวยเลยหล่ะ
ตลับเดียวทาได้ทั้งตอนเช้าและเติมระหว่างวันได้ด้วยมันเริ่ดตรงนี้



เทคนิคสุดท้ายหลังแต่งหน้าเสร็จเค้าจะพ่นสเปรย์น้ำแร่
แล้วรอให้น้ำแร่แห้งไปเองไม่ต้องซับออก
เป็นการช่วยเติมความชุ่มชื่น เบสเมคอัพจะเซ็ตตัวเข้ากับผิวเร็วขึ้น



เรียบร้อยแล้วรีวิวร่ายยาวเป็นมหากาพย์555
ชมภาพกันไปเพลินๆ ภาพทั้งหมดแค่ปรับแสงให้ใกล้เคียงกัน
ไม่มีการรีทัชผิวแต่อย่างใดเพื่อให้เห็นคุณภาพของเบสเมคอัพจ้า







แอบใช้แป้งด้าน PM ซับตรงที่มีเหงื่อใช้ได้เลยไม่ขึ้นคราบ





หวังว่ารีวิวนี้จะถูกใจกันนะค้าแล้วเจอกันบล็อคหน้าค่า Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by THREE




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2558    
Last Update : 16 มิถุนายน 2558 0:51:17 น.  

Preview : ยาสีฟันลดคราบเหลืองและกลิ่นปากจากชากาแฟ Sparkle Coffee&Tea Drinkers’ Whitening Toothpaste


คอชาคอกาแฟทั้งหลายโปรดฟังทางนี้มีรีวิวไอเท็มเด็ดมาฝากกันจ้า
......นั่นคือยาสีฟันที่เกิดมาเพื่อคนรักชาและกาแฟอย่างแท้จริง!
กับ Sparkle Coffee & Tea Drinkers’ Whitening Toothpaste

-------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนจะไปชมรีวิวขอเม้าถึงปัญหาเรื่องฟันกันสักนิดนะฮะ
ปัญหาหลักของคนที่รักการดื่มชาและกาแฟนั่นคือคราบเหลืองที่ฟันเนอะ
เนื่องจากในชาและกาแฟมีความเป็นกรดอ่อนๆ รวมถึงมีสารแทนนิน
ที่ส่งผลทำให้ผิวฟันของเราผุกร่อนได้ง่ายขึ้น
ทำให้สีของชาและกาแฟเข้าไปจับกลายเป็นคราบเหลืองฝังแน่นที่ผิวฟัน
อีกหนึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือเรื่องของกลิ่นปากโดยเฉพาะกาแฟนี่ตัวดีเลย
แต่จะให้เลือกทานก็คงมิไหวเนอะ มาดูตัวช่วยของเราดีกว่า Smiley



Sparkle Coffee & Tea Drinkers’ 
Whitening Toothpaste
ยาสีฟันที่ช่วยลดคราบเหลืองและกลิ่นปาก จากการดื่มชา กาแฟ

 มีให้เลือก 2 ขนาด คือ

50 g. ราคา  85 บาท
90 g. ราคา 135 บาท

หาซื้อได้ที่ : Tesco, Big C, Watson’s, 
Home fresh Mart, Boots, Top’s
และห้างสรรพสินค้าและคลีนิคทันตกรรมทั่วไป



รายละเอียดผลิตภัณฑ์ตามคำเคลม

เป็นยาสีฟันสำหรับผู้ที่รักการดื่มชากาแฟโดยเฉพาะ 
เพราะช่วยขจัดและลดการสะสมของคราบเหลือง, คราบพลัค
และคราบต่างๆ ที่ฝังแน่นบนผิวฟันด้วยอนุภาคของ 
Micro White Silica ที่มีขนาดเล็ก และ PVP
ที่ช่วยสลายคราบเหลืองโดยไม่ทำลายเคลือบฟันและเหงือก 
และส่วนผสมของ CDX ที่ช่วยลดกลิ่นปาก
ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น มั่นใจได้ตลอดวัน

ซึ่งเค้ามีข้อมูลอ้างอิงว่าผ่านการทดสอบโดยทันตแพทย์
จากสถาบันวิจัย Dermscan Asia ประเทศฝรั่งเศส 
ว่าทำให้ฟันขาวจริง ช่วยขจัดคราบชา กาแฟ 
ซึ่งทดสอบกับผู้ชาย และผู้หญิงเอเชีย ที่มีการดื่มชา กาแฟ เป็นประจำ 
จำนวน 20 คน อายุ 18-37 ปี พบว่า 
- หลังการใช้ 2 สัปดาห์ 90%  ฟันขาวขึ้น
-19 คนจาก 20 คน  พบว่ามีความพึงพอใจว่าช่วยลดกลิ่นปากได้



รายละเอียดของส่วนผสมจะเห็นว่าไม่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
ซึ่งอันนี้เค้าชอบนะเพราะเค้าเป็นหนึ่งคนที่แพ้ฟลูออไรด์ใช้แล้วปากเบิร์น
ริมฝีปากจะลอกไม่จบไม่สิ้นช่วงที่ใช้ต่อเนื่องนี่ถึงขั้นเป็นตุ่มใสๆเรียกว่าพังขั้นสุด
ถ้าใครมีอาการปากลอกไม่หายลองปรับเปลี่ยนยาสีฟันแล้วสังเกตอาการดูนะฮะ

เพิ่มเติม......ลองหาบทความหลายๆอันอ่านดูระยะหลังๆการวิจัยมักพบว่า
ฟลูออไรด์ในยาสีฟันมักจะใช้เป็นโซเดียมฟลูออไรด์ซึ่งต้นทุนการผลิตค่อนข้างถูก
แต่ว่าเป็นฟลูออไรด์คนละตัวกับแคลเซียมฟลูออไรด์ที่อยู่ในผิวฟัน
ถ้าเผลอกลืนกินเข้าไปจะเกิดการสะสมและเกิดเป็นพิษต่อร่างกายได้
แถมการสะสมในระยะยาวจะทำให้เกิดภาวะฟันตกกระเป็นรอยกระดำกระด่างบนผิวฟันอีกด้วย
เอาว่าเป็นความสบายใจส่วนบุคคลเนอะเนอะเค้าเองใช้แล้วเยินเลยเลี่ยงอยู่แล้ว
ทำให้สามารถใช้ยาสีฟันของ Sparkle ได้ทุกสูตรฮะ

มาต่อกันด้วยเรื่องส่วนผสมที่เค้าเคลมมาคือ 
Micro White Silica , PVP และ CDX
ลองเทียบในส่วนผสมเค้าคาดเอาเองว่า 
Micro White Silica คือ Hydrated Silica
ส่วน PVP อันนี้มาตรงตัวเขียนในส่วนผสมว่าคือ PVP
น่าจะเป็นสารในกลุ่มที่ช่วยขัดฟันทำให้คราบเหลืองคราบพลัคหลุดออก
โดยจุดเด่นคือเป็นอนุภาคขนาดเล็กจึงเป็นการขัดอย่างอ่อนโยน
ไม่ทำลายเคลือบฟันและเหงือก
สุดท้ายสาร CDX ในส่วนผสมก็คือ Cyclodextrin
เป็นสารที่ช่วยลดการระเหยของกลิ่นและกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้
จึงสมคำเคลมว่าใส่มาเพื่อช่วยลดกลิ่นปาก ประกอบกับสารกลุ่ม Menthol 
ที่ช่วยให้รู้สึกว่าลมหายใจเย็นสดชื่นหลังใช้ทันทีค่ะ



หลอดเป็นพลาสติกเนื้อนิ่มสีขาวสามารถตัดหลอดเวลาใกล้จะหมดได้
ข้อดีอีกอย่างของแพ็คเกจจิ้งที่เค้าชอบคือฝาเป็นแบบปิด-เปิด
ทั้งหลอดไซส์เล็กและใหญ่ คือแบบใช้ง่ายกว่าฝาแบบหมุนมากกกกกอ้ะ 



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

ยาสีฟันเนื้อสีขาวเนียนละเอียด มีส่วนผสมของเม็ดบีทส์สีฟ้าเม็ดเล็กๆกระจายตัวอยู่
แต่เม็ดสีฟ้านี้เค้าลองถูวนๆมันจะละลายแล้วกลายเป็นเนื้อเดียวกับยาสีฟัน
ไม่ได้เป็นเม็ดแข็งๆที่จะไปขูดขีดผิวฟันแต่อย่างไรเน่อ มีกลิ่นหอมเมนทอลจางๆ 

เวลาแปรงบนฟันขึ้นฟองละเอียดปริมาณฟองปานกลางไม่เยอะมาก
รสชาติหวานนิดๆ ขณะที่แปรงจะรู้สึกถึงความเย็น
จากเมนทอลเพียงเล็กน้อยไม่เผ็ดไม่รู้สึกแสบปาก
ซึ่งเค้าชอบฟิลนี้นะไม่ชอบแบบเย็นรุนแรงเพราะใช้พวกเย็นมากๆทีไร
อาการปากเบิร์นตามมารังควานเรื่อยเลย แอบกระซิบให้อีกอย่าง
ใครมีปัญหาสิวที่คางไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใตก็ตาม
พวกเมนทอลในยาสีฟันนี่ตัวดีนะจ๊ะมันจะไปกระตุ้นให้สิวเห่อและระคายเคืองมากขึ้น
ถ้ายังติดฟิลแปรงแล้วเย็นๆก็ลองเลือกแบบที่เมนทอลไม่สูงมากดูเนอะสิวจะได้ดีขึ้น



ตามคำแนะนำของคุณหมอฟัน เราควรแปรงฟันขั้นต่ำครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
ค่อยๆแปรงไปให้ละเอียดทุกซี่โดยอย่าลืมแปรงที่คอฟันด้วยเพื่อให้เหงือกสะอาด
ไม่เป็นแหล่งสะสมของคราบอาหารที่เป็นสาเหตุของคราบพลัค
ใครที่มีปัญหาเลือดออกตามไรฟันหรือเหงือกอักเสบยิ่งต้องแปรงนะจ๊ะ
เพราะเหงือกไม่แข็งแรงมีพวกจุลลินทรีย์สะสมอยู่มากจึงเกิดการอักเสบ
การแปรงไปถึงคอฟันจะช่วยให้เหงือกสะอาดลดการอักเสบ
แต่ก็ควรเลือกแปรงที่ขนไม่แข็งมากเกินไปจ้า

ส่วนตัวเค้าเคยฟอกสีฟันหนึ่งครั้งฟันจึงค่อนข้างขาว
ไม่ติดชานานๆกินทีกินแต่พวกชานม และไม่กินกาแฟเลยแม้แต่น้อย
เพราะเป็นคนเมากาแฟกินแล้วมึนๆง่วงๆประหลาดแท้555 น้ำอัดลมก็ทานน้อยมาก
ดังนั้นในเรื่องคราบบนผิวฟันจึงน้อยอยู่แล้วไม่สามารถเทียบบีฟอร์อาฟเตอร์ให้ได้เนอะ

เล่าแต่ได้ฟิลหลังแปรงว่าให้ความรู้สึกปากสะอาดดี
ผิวฟันหลังแปรงจะเกลี้ยงแบบลื่นๆ เหลือความเย็นสดชื่นเล็กน้อย
 ในเรื่องของกลิ่นปากแปรงก่อนนอนเช้ามากลิ่นก็ยังโอเคอยู่ฮะ



สรุป......เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของยาสีฟันที่ทำออกมาเพื่อคนรักชาและกาแฟโดยเฉพาะ
ซึ่งเค้าว่ามันก็เน้นการแก้ปัญหาตรงจุดดี แต่จะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน
ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดูแลตัวเองและพื้นสีฟันของแต่ละคนด้วยเนอะ

ถ้าใครเสพย์ติดต้องดื่มชา/กาแฟทุกวัน ทริกง่ายๆถ้าไม่สามารถแปรงฟันได้ทุกครั้ง
ก็คือควรบ้วนปากทุกครั้งหลังดื่มเพื่อลดการจับตัวของคราบเหลืองบนผิวฟัน
รวมถึงลดปัญหากลิ่นปากที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าทำได้แปรงฟันทุกครั้งก็จะดีสุดจ้า

เอาว่าโดยรวมราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบปริมาณ หาซื้อได้ง่าย
และฟิลหลังแปรงคือดี สะอาด สดชื่น ไม่แสบปาก ช่วยลดปัญหากลิ่นปากด้วย
ใครกำลังหาตัวช่วยในเครื่องลดคราบเหลืองก็จัดว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจจ้า

----------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Sparkle




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2558    
Last Update : 8 มิถุนายน 2558 3:15:09 น.  

Review : แป้งดินน้ำมัน Sola Bounce Shiny Pact SPF50 PA+++



เบสเมคอัพฮ็อตฮิตที่เป็นกระแสมาแรงสุดๆในช่วงนี้
คงหนีไม่พ้น "แป้งดินน้ำมัน" ที่มีเท็กซ์เจอร์ที่แปลกใหม่
เป็นแป้งแต่มีความยืดหยุ่นคล้ายดินน้ำมันจึงเป็นที่มาของชื่อที่เรียกกันนั่นเอง

บล็อคนี้เลยขออิงกระแสนำแป้งดินน้ำมันจากหนึ่งแบรนด์ดังของเกาหลี
มารีวิวให้ชมกันกับ Sola Bounce Shiny Pact SPF50 PA+++
จะน่าสนใจอย่างไรตามไปชมกันเลยจ้า



Sola Bounce Shiny Pact
SPF50 PA+++

-----------------------------------------------------------------------

แป้งทาหน้าผสมรองพื้นและมีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดด
ซึ่งช่วยให้การแต่งหน้าง่ายขึ้นจบครบในขั้นตอนเดียว
คือสามารถใช้แทนรองพื้นได้เลยเนื่องจากเค้าเคลมว่าให้การปกปิดด้วย

ขนาด 12 g ราคา 720 บาท
(เห็นมีโปรลดเหลือ 570 บาท อยู่เรื่อยๆลองเข้าไปเช็คดูนะฮะ)

หาซื้อได้ที่ : ร้าน Eve adnd Boy , ร้าน stardust shop
ตัวแทนจำหน่ายในอินเตอร์เน็ตและร้านเครื่องสำอางทั่วไป 
ซึ่งกำลังจะวางจำหน่ายที่ Tsuruha , Watsons และ Boots เร็วๆนี้จ้า

รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปชมหรือสอบถามได้ที่




ตัวตลับที่มีวางจำหน่ายตอนนี้เป็นแบบรีฟิลนะฮะ
ลักษณะเป็นตลับพลาสติกอ่อนๆมาพร้อมกับพัฟ
ยังไม่มีไซส์ที่เป็นตลับจริงออกมา
แต่ถ้าใครใช้แป้งของ Sola รุ่น Primer Pressed Primer อยู่แล้ว
ตัวรีฟิลอันนี้สามารถนำไปใส่กับตลับแป้งได้ฮะ



พัฟที่ให้มาเป็นพัฟฟองน้ำสีขาวเนื้อแน่นมีความยืดหยุ่นดี
ฟองน้ำสองด้านเป็นเนื้อแบบเดียวกัน



คุณสมบัติตามคำเคลมด้านหลังกล่อง

เค้าบอกว่าเป็นแป้งที่ใช้เทคโนโลยี MCMC
(Moisture Consevation Membrane Coating)
ที่ช่วยให้ทั้งการปกปิดและทำให้ผิวดูโกลว์
มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากพืชธรรมชาติช่วยบำรุงผิวให้ผิวดูมีมิติ
ลุคผิวที่ได้หลังใช้จะเป็นได้ลุคซาตินโกลว์โดยที่ไม่แมทท์และไม่ฉ่ำจนเกินไป
เนื้อแป้งสามารถหลอมรวมเข้ากับผิวทำให้รู้สึกสบายไม่หนักหน้า
ไม่ดรอปไม่หมองและช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF50 PA+++

***ผลิตในประเทศเกาหลีค่ะ

---------------------------------------------------------------------------

คุณสมบัติเพิ่มเติมจากคำเคลมของแบรนด์

- เนื้อแป้งมีความยืดหยุ่น ช่วยให้ปกปิดได้ดียิ่งขึ้น
- สวยในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องง้อรองพื้น 
- ควบคุมความมันได้นานกว่า 10 ชั่วโมง
- กันน้ำ กันเหงื่อ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องเป็นคราบ
- ปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
- มีกันแดดสูงถึง SPF50 PA+++
- ปลอดภัย เพราะได้รับการรับรองจาก อย.



รายละเอียดส่วนผสม

สารกันแดดที่ใส่มาคือ Titanium Dioxide และ Zinc Oxide
นอกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นสารให้ความชุ่มชื่น และซิลิโคน 

***ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แต่มีพาราเบน



แป้งรุ่นนี้มีทั้งหมด 2 เฉดสีด้วยกันคือ 
#21 สำหรับผิวขาว
#23 สำหรับผิวสองสี
ในภาพที่เค้านำมารีวิวให้ชมกันคือเบอร์ #21
เป็นเฉดที่เหมาะกับผิวขาว โทนสีกลางๆไม่เหลืองไม่ชมพู
สีในตลับอาจดูไม่ขาวมากแต่ปาดออกมาเค้าว่าแอบขาวมากเลยหล่ะ



ลักษณะเนื้อและกลิ่น

เนื้อแป้งคือจุดขายเลย....คือเนื้อที่มีความยืดหยุ่น
เหมือนเป็นแป้งที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์
กดแล้วยุบตัวได้หยุ่นๆเหมือนเรากดลงไปบนดินน้ำมัน
แต่เท็กซ์เจอร์ที่ติดมาจะเป็นแป้งแห้งๆที่ให้ความลื่นผิว
เค้าว่าเนื้ออยู่ตรงกลางระหว่างแป้งและครีมรองพื้นแบบตลับหล่ะ
กลิ่นเฉยๆแนวเครื่องสำอางทั่วไป ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมฮะ



วิธีการใช้คือใช้ร่วมกับพัฟที่เค้าให้มา
โดยปาดลงไปบนเนื้อแป้งเบาๆแค่พอให้แป้งติดหน้าพัฟ
ไม่ต้องกดแรงมากไม่งั้นพัฟจะขูดแป้งขึ้นมาเป็นก้อนๆ
ทำให้เกลี่ยบนหน้าได้ยากและเป็นคราบ



วิธีการทาในแบบของ Mhunoiii

อันนี้เป็นเทคนิคของเค้านะคือให้ใช้พัฟปาดแป้งขึ้นมาทีละน้อยๆ
แล้วเวลาปาดไปบนผิวให้ปาดลงไปเป็นสโตรคสั้นๆ
ใช้พัฟค่อยๆเบลนเนื้อแป้งให้ซึมเข้าไปกับผิว
ทาด้วยวิธีนี้บางๆให้ทั่วใบหน้า
แล้วค่อยมาปาดย้ำเพิ่มในจุดที่ต้องการปกปิด

ความรู้สึกเวลาทาจะก้ำกึ่งตอนสัมผัสผิวจะคล้ายทารองพื้น
แต่พอเกลี่ยแล้วจะแห้งแบบแป้งไม่เหลือความเหนอะบนผิว
ทำให้สามารถใช้ตัวนี้เดี่ยวๆเป็นขั้นตอนเดียวได้เลยไม่ต้องทาแป้งทับ



เปรียบเทียบผิวแบบชัดๆก่อนและหลังทา
โดยภาพ Before เค้าทาเค้าแค่ทาบำรุงตามด้วยกันแดด
ส่วน After คือลงด้วย Sola Bounce Shiny Pact อย่างเดียวเลย
ลุคผิวที่ได้ก็ตามคำเคลมอยู่นะคือเป็นแบบซาตินโกลว์
ดูนัวๆเนียนๆไม่ฉ่ำถึงขั้นดิวอี้และไม่ได้ดูแมทท์



เทียบแบบสองด้านซ้าย-ขวา
เรื่องเฉดสีที่เค้าใช้ #21 สำหรับผิวขาว
ตอนที่ปาดลงไปรู้สึกว่าขาวกว่าผิวไปสักนิด
แต่พอเริ่มเซ็ตตัวก็ดูกลมกลืนเข้ากะผิวใช้ได้



เทียบชัดๆในเรื่องของการปกปิดโดยสังเกตจากรอยกระ
จะเห็นได้ว่าปิดได้กลางๆช่วยให้ดูจางลงแต่ไม่ได้มิดจนไม่เห็นรอย
โดยเค้าทาสองรอบ รอบแรกบางๆทั่วหน้าแล้วทาย้ำเฉพาะตรงที่มีกระ
ผิวเค้าจัดเป็นผิวแห้งบริเวณที่ทาย้ำโดยเฉพาะที่เป็นกระเนื้อที่มีความนูน
จะเกิดการตกร่องเล็กน้อยต้องใช้พัฟค่อยๆเกลี่ยเบลน
ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ทาหนาเพื่อเน้นปกปิดมากเกินไป
เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นคราบระหว่างวันได้จ้า



จัดการปาดให้ทั่วหน้า แถมอีกเทคนิคนึงของเค้าให้
คือจะไม่ทาจนสุดกรอบหน้าเค้าจะเว้นกรอบหน้าไว้ประมาณหนึ่งนิ้ว
แล้วใช้พัฟเบลนเอา เพราะกรอบหน้าส่วนใหญ่ผิวจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องทาเพื่อปกปิดอะไร เบลนให้ฟุ้งๆออกไปจะดีกว่า
ทำให้ไม่เปลืองแป้งเพราะไม่ต้องทาลงมาถึงคอ
และได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติด้วย บริเวณกรอบหน้าจะไม่ขึ้นไปขอบ

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือเลือกสีให้ใกล้เคียงกับผิวเราให้มากที่สุดก่อนนะจ๊ะ
สีของหน้าและคอจะได้ดูกลมกลืนไปในทิศทางเดียวกันเนอะ



เทคนิคสุดท้ายสำหรับสาวผิวแห้ง
แม้ว่าแป้งดินน้ำมันตัวนี้จะมีส่วนผสมของมอยส์เจอร์แล้วก็ตาม
แต่ก็ยังมิเพียงพอสำหรับผิวแห้งๆแบบอิชั้น
ดังนั้นหลังทาจะรู้สึกว่าหน้าดูขาวๆลอยๆยังดูเป็นแป้งๆไปสักนิด
จะนั่งรอให้น้ำมันผิวผลิตแล้วค่อยไปเบลนให้เกิดการเซ็ตตัวก็นานเกิ๊น
ต้องรอให้ตกเย็นนู่นผิวเพิ่งจะสวย ดังนั้นเราจึงต้องการตัวช่วย
นั่นก็คือ "สเปร์ยน้ำแร่" นั่นเอง ฉีดๆพ่นๆลงไปชุ่มโชกตามชอบเลย
เค้าพ่นเสร็จแล้วทิ้งให้แห้งเองเลยไม่ต้องใช้ทิชชู่ซับออก 



ท๊าดา....และนี่คือผิวหลังฉ่ำไปด้วยน้ำแร่
ความดีงามคือหลังพ่นน้ำแร่พวกคราบแป้ง
ที่เหมือนจะตกร่องนิดๆในตอนแรกเนื่องจากการทาทับเพื่อเพิ่มการปกปิด
ถูกละลายและกลืนหายไปกับผิวเลย
ทำให้ได้ผิวที่ดูเนียนและฉ่ำเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ใครผิวแห้งลองใช้เทคนิคนี้กันดูนะฮะ เวิร์คจริงอะไรจริง! 



ความพอใจ

- เรื่องเนื้อผลิตภัณฑ์ : เป็นเนื้อที่ค่อนข้างแปลกใหม่ใช้แรกๆไม่ค่อยชิน
ถ้าปาดมากไปมันจะไม่ปกปิดแต่ทำให้เป็นคราบแทบ ดังนั้นอาจต้องหัดใช้สักนิด
แต่ถ้าเริ่มคล่องก็ใช้เวลาในการทาไม่มากนัก เหมาะกับวันเร่งด่วน
เพราะสามารถใช้ตัวนี้เดี่ยวๆแทบเบส รองพื้น แป้งฝุ่น ได้เลย
ถึงตัวนี้จะมีสารป้องกันแสงแดดผสมอยู่แต่ๆๆๆไม่สามารถใช้แทนกันแดดได้นะจ๊ะ
เพราะเราทาในปริมาณไม่ได้เยอะมากดังนั้นคุณสมบัติในการกันแดด
จึงไม่สามารถเทียบเท่าการทากันแดดเพียวๆได้ดังนั้นไม่อยากดำทากันแดดก่อนเน่อ

- เรื่องเฉดสี : อาจจะมีเฉดน้อยสักนิดแค่สองเฉดตามประสาแบรนด์เกาหลี
แต่เฉดที่เค้าลองเบอร์ 21 สำหรับผิวขาวก็เป็นโทนขาวที่ไปรอดกะคนไทยอยู่
ไม่ได้ติดอันเดอร์โทนชมพูมากเหมือนส่วนใหญ่ที่เจอ ส่วนตัวใช้สีนี้ได้ไม่มีปัญหาฮะ
หลังทาอาจจะดูขาวไปสักนิดแต่พอเซ็ตตัวสีจะค่อยๆกลืนกับผิว
คือไม่ทำให้หน้าดูลอยและไม่ได้ดรอปเพิ่มระหว่างวัน
แต่เรื่องการดรอปของสีมันอยู่ที่หลายปัจจัย พวกสกินแคร์หรือกันแดดที่ใช้ก็มีผล
ดังนั้นต้องลองสังเกตแล้วปรับเปลี่ยนลดปริมาณสกินแคร์กันแดดที่ใช้ดูเนอะ

- เรื่องคุณสมบัติ : ตามคำเคลมที่ว่าช่วยเรื่องปกปิดส่วนตัวเค้าว่าปิดได้ปานกลาง
จัดว่าปิดดีในระดับของแป้ง แต่ยังน้อยกว่ารองพื้น แต่ก็โอเคคือให้ลุคผิวที่ยังดูเป็นธรรมชาติอยู่
ส่วนเรื่องคุมความมันอันนี้เค้าผิวแห้งตอบให้ไม่ได้เน่อว่าคุมดีไหม
แต่ถ้าคนผิวแห้งใช้ก็จัดว่าทำให้รู้สึกแห้งตอนทาเล็กน้อยต้องพ่นน้ำแร่ช่วย
กันน้ำกันเหงื่อไหมอันนี้ก็ไม่แน่ใจเพราะปกติแต่งหน้ารอบเดียวก็อยู่ทนได้ยันเย็น
แต่ข้อดีคือเนื้อแบบนี้ถ้าคนผิวมันระหว่างวันเอามาปาดเติมได้
เพราะสามารถเบลนให้เข้ากับเมคอัพเดิมง่ายๆได้ด้วยพัฟ
แต่ฝากไว้นิดว่าต้องเลือกสีให้เข้ากะผิวนะจ๊ะถ้าขาวกว่าผิวเวลาเติมหน้าจะลอยง่ายมาก

- เรื่องลุคผิวที่ได้ : จัดว่าสมคำเคลมอยู่นะเป็นลุคซาตินโกลว์
ผิวหลังทาดูเงานิดๆทำให้หน้าดูมีมิติดีและไม่ได้ฉ่ำเว่อร์คนผิวมันน่าจะรอดอยู่

สรุป......เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็วแบบทาตัวเดียวจบ!
ไม่เน้นการปกปิดมากนัก เน้นผิวที่ดูธรรมชาติ 
สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิวโดยการปรับวิธีการตามผิวแต่ละแบบ
เช่นผิวมัน-ผิวผสมอาจใช้คู่กับไพร์เมอร์คุมมันเล็กน้อยตรงทีโซน
ผิวแห้งก็สามารถใช้คู่กับน้ำแร่แบบเค้าได้ฮะ



คะแนนความพอใจ Mhunoiii's Score
(เต็ม 5 คะแนน)

การปกปิด 3.5/5

ควบคุมความมัน/ติดทน 4/5
(ให้เรื่องติดทนเรื่องคุมมันไม่ทราบเพราะผิวแห้งจ้า)

ความเนียน 4/5

ความผ่องเด้ง 4.5/5

ความคุ้มค้าเมื่อเทียบกับราคา 4/5

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ
ที่กำลังหาข้อมูลในการตัดสินใจซื้ออยู่นะค้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า Smiley

---------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Sola




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2558    
Last Update : 3 มิถุนายน 2558 22:57:47 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  

SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 488 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.